สรุปยอดปชช.ประจำวันที่8พ.ย. เข้าสักการะพระบรมศพ2.9หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243855

สรุปยอดปชช.ประจำวันที่8พ.ย. เข้าสักการะพระบรมศพ2.9หมื่น

สรุปยอดปชช.ประจำวันที่8พ.ย. เข้าสักการะพระบรมศพ2.9หมื่น

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.32 น.
9 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 29,092 คน รวม 11 วัน มี 312,808 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นเงิน 1,860,404.25 บาท รวม 11 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 19,021,376.75 บาท

ผู้นำฟิลิปปินส์เดินทางถึงสุวรรณภูมิ เตรียมแสดงความอาลัย’พระบรมศพ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243837

ผู้นำฟิลิปปินส์เดินทางถึงสุวรรณภูมิ เตรียมแสดงความอาลัย'พระบรมศพ'

ผู้นำฟิลิปปินส์เดินทางถึงสุวรรณภูมิ เตรียมแสดงความอาลัย’พระบรมศพ’

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 08.07 น.

9 พ.ย.59 มีรายงานข่าวว่า นายโรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้ทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว โดยในช่วงเช้า จะเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

หลังจากเสร็จสิ้นการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว นายโรดริโก ดูเตอร์เต มีกำหนดเดินทางต่อไปยังมาเลเซีย

‘พ่อเคยไปหาเรา วันนี้เรามาหาพ่อ’ ชาวเขานั่งรถไฟเข้ากรุง’กราบพ่อ’ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243836

'พ่อเคยไปหาเรา วันนี้เรามาหาพ่อ' ชาวเขานั่งรถไฟเข้ากรุง'กราบพ่อ' (ประมวลภาพ)

‘พ่อเคยไปหาเรา วันนี้เรามาหาพ่อ’ ชาวเขานั่งรถไฟเข้ากรุง’กราบพ่อ’ (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 07.56 น.

9 พ.ย.59 ทีม พีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย โพสต์ภาพบรรยากาศ ของชาวไทยภูเขาจำนวนมาก ที่เดินทางจากจังหวัดต่างๆ โดยขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษจากสถานีเชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (8 พ.ย.59) มายังสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) เพื่อเข้าถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยขบวนรถมาถึงสถานีกรุงเทพ เมื่อเช้าที่ผ่านมา พร้อมระบุข้อความกินใจว่า ” …พ่อเคยไปหาเรา วันนี้เรามาหาพ่อ”

ราษฎรบนพื้นที่สูง(ชาวไทยภูเขา)จากจังหวัดต่างๆในพื้นที่ภาคเหนือเดินทางโดยขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษจากสถานีเชียงใหม่มายังสถานีกรุงเทพเพื่อเข้าถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยขบวนรถจะถึงสถานีกรุงเทพเช้าวันนี้

ราษฎรบนพื้นที่สูง(ชาวไทยภูเขา)เดินทางถึงสถานีกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเดินทางต่อด้วยรถเมล์ ขสมก.ไปยังท้องสนามหลวง
” …พ่อเคยไปหาเรา วันนี้เรามาหาพ่อ”


ม.วลัยลักษณ์เปลี่ยนการรับสมัครเข้าเรียน เพิ่มโอกาสให้ นร.ทั่วประเทศมีสิทธิ์เท่ากัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243764

x

ม.วลัยลักษณ์เปลี่ยนการรับสมัครเข้าเรียน เพิ่มโอกาสให้ นร.ทั่วประเทศมีสิทธิ์เท่ากัน

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.อัตนันท์ เตโชพิศาลวงศ์ รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยว่าในปีการศึกษา 2560 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการรับนักศึกษาในประเภทโควตา จากเดิมที่เคยรับเฉพาะโควตา 14 จังหวัดภาคใต้ เปลี่ยนเป็นประเภทโควตาทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนทั่วประเทศที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคใต้และภูมิภาคอื่นๆทั่วประเทศไทยได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มากยิ่งขึ้น

ดร.อัตนันท์ เตโชพิศาลวงศ์ กล่าวถึงรูปแบบการรับสมัครนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2560 ประเภทโควตาทั่วประเทศ ว่า การเปิดรับสมัครจะมีการเปิดรับเพียง 2 รอบเท่านั้น ใน 2 รูปแบบ โดยผู้สมัครสามารถสมัครออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ http://entry.wu.ac.th ประกอบด้วย รูปแบบที่ 1 จะรับสมัครโดยใช้คะแนน GAT/PAT หรือคะแนน O-Net พร้อมกับการสอบสัมภาษณ์เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก ใน 5 สำนักวิชา ได้แก่ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ และสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ โดยมีกำหนดการรับสมัครในรอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 2559-20 ธ.ค. 2559 และรอบที่ 2ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 2560-25 เมษายน2560 ส่วนรูปแบบที่ 2 รับสมัครโดยการจัดสอบวัดความรู้พื้นฐานและสอบสัมภาษณ์เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกใน 5 สำนักวิชา แบ่งเป็น สำนักวิชาศิลปศาสตร์ สำนักวิชาการจัดการ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร และสำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มีกำหนดการรับสมัครในรอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 2559-22 ต.ค. 2559 และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2559-20 ก.พ. 2560 ผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดพร้อมทั้งสมัครออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ http://entry.wu.ac.th

รายงานพิเศษ : นิทรรศการ‘ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’ รวมผลงานศิลปกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243763

รายงานพิเศษ : นิทรรศการ‘ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’ รวมผลงานศิลปกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความรัก

รายงานพิเศษ : นิทรรศการ‘ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’ รวมผลงานศิลปกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความรัก

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

อาจารย์ ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ หนึ่งในคณะจัดงานนิทรรศการ ซึ่งเป็นศิลปินไทยคนแรกที่คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดวาดภาพลายเส้นจาก “อเมริกัน อาร์ติสต์แมกกาซีน” สิ่งพิมพ์ศิลปะชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกาและยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 ศิลปินที่ร่วมแสดงผลงานใน The Metropolitan Museum of Art หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก เปิดเผยว่า ศูนย์การค้า ดิเอ็มโพเรียม ร่วมกับ ศิลปาศรี จัดงาน“ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” นิทรรศการที่หลอมรวมผลงานศิลปกรรมที่สร้างขึ้นด้วยความรักความศรัทธาจากเหล่าศิลปินเพชรน้ำเอกแห่งวงการศิลปะยุครัตนโกสินทร์ สัมผัสผลงานมาสเตอร์พีชอันทรงคุณค่าโดยศิลปินแห่งชาติ อาทิ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต อ.ประเทืองเอมเจริญ อ.พิชัย นิรันต์ อ.ธงชัย รักประทุม และศิลปินท่านอื่นๆ อีกมากมาย ตื่นตากับผลงานประติมากรเอกของ อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน อ.วัชระ ประยูรคำ อ.นพดล วิรุฬชาตะพันธ์ พร้อมด้วยกลุ่มศิลปินชั้นแนวหน้าที่เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วาดภาพประกอบอันงดงามในหนังสือพระมหาชนก อาทิ อ.ธีระวัฒน์ คะนะมะ อ.เนติกร ชินโย และอีกมากมาย ในรูปแบบดิจิตอล 3D เทิดพระเกียรติครั้งแรกในเมืองไทย

งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน- 5 ธันวาคม 2559 ณ เอ็มโพเรียม แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิเอ็มโพเรียม ภายในงาน ทุกท่านจะได้ยลความงดงามของพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ พระบรมรูปคู่ชิ้นสำคัญที่ได้ถูกอัญเชิญขึ้นเป็นปกนิตยสารดิฉัน ประจำปีพุทธศักราช 2558 ที่จะจัดแสดงที่นี่เป็นครั้งแรก ผลงานของจิตรกรฝีมือฉกาจแถวหน้าของเมืองไทย

ด้าน คุณธีร์ นันทวริศ อีกหนึ่งในคณะจัดงานนิทรรศการ สถาปนิกหนุ่มไฟแรง ที่หันมาสนใจโลกภาพยนตร์ CG ดิจิตอล ฝากผลงานโฆษณาระดับอินเตอร์มาแล้วมากมาย และยังสร้างผลงาน 3D เฉลิมพระเกียรติพระประวัติถวายแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ชุด เฉลิมพระชนมายุ 100 พรรษา เป็นพุทธบูชาอันงดงามตราตรึง กล่าวว่า ภายในงานนอกจากการแสดงนิทรรศการจากศิลปิน ชั้นแนวหน้าแล้ว ผมจะมีการนำผลงานศิลปะของเหล่าศิลปินมาร่วมถ่ายทอดในรูปแบบ ดิจิตอล 3 มิติ ที่ผสานกับผลงานศิลปกรรมชั้นเยี่ยมเป็นครั้งแรกในเมืองไทยในชื่อ “พระผู้เป็นที่รัก” จัดเป็นไฮไลท์ของงาน ซึ่งนิทรรศการครั้งนี้ จะสร้างประวัติศาสตร์เนรมิตผลงานดิจิตัล ด้วยการนำผลงานศิลปกรรมอันล้ำค่าผสมผสานเข้ากับผลงาน 3D แอนิเมชั่น แสง สี เสียง ฉายลงบนสถาปัตยกรรม บนพื้นที่ขนาด 3,500 ตารางเมตร ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ณ ศูนย์การค้า ดิเอ็มโพเรียม และ ดิเอ็มควอเทียร์ พร้อมร่วมสำนึกรักร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี”เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกันเวลา 19.00 น. บรรเลงเพลงโดย ศิลปิน วีทรีโอและ วงออเคสตร้า

โอกาสเดียวกันนี้ ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นเกียรติในนิทรรศการอันทรงคุณค่า “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์Forever in our Heart; Forever our King” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนแด่มูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อถวายความจงรักภักดี แสดงความรักความสามัคคี และหลอมรวมจิตใจของเราให้เป็นหนึ่งเดียว แด่ ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2559 นี้ ณ เอ็มโพเรียม แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม

วธ.ฟื้นฟูกิจกรรม เข้าวัดวันพระ ชำระใจและส่งเสริมการท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243765

x

วธ.ฟื้นฟูกิจกรรม เข้าวัดวันพระ ชำระใจและส่งเสริมการท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)เปิดเผยถึงการจัดกิจกรรมฟื้นฟู ให้ข้าราชการเข้าวัดฟังธรรมในวันพระว่า กรมการศาสนา ได้ฟื้นฟูโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ในวันขึ้น 8 ค่ำ 15 ค่ำ และวันแรม 8 ค่ำ14 หรือ 15 ค่ำ ของแต่ละเดือน โดยได้ตระหนักถึงความต้องการของพุทธศาสนิกชนที่ต้องการเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันธรรมสวนะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนา ได้น้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนามากล่อมเกลาจิตใจ นำมาปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันและร่วมรณรงค์ให้ประชาชน นุ่งขาว รักษาศีล 5 ทุกวันพระ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักรัฐบาลที่เน้นค่านิยมหลักของ
คนไทย 12 ประการ ข้อที่ว่าด้วยให้คนไทยรักชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ซึ่งการเข้าร่วมโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรม
วันธรรมสวนะนอกจากจะเป็นการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำบุญการช่วยเหลือผู้อื่น การอยู่ร่วมกันโดยสันติแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววัด เรียนรู้คำสอนทางพระพุทธศาสนาจากพระสงฆ์ ที่สำคัญยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แต่ละวัดเนื่องจากบางวัดเป็นวัดเก่าแก่โบราณ มีศิลปกรรม สถาปัตยกรรมที่สวยสดงดงามอีกด้วย

หมอบกราบพระบรมศพ 11ช้างมงคล ส่งเสียงร้องดัง‘กึกก้อง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243821

หมอบกราบพระบรมศพ  11ช้างมงคล  ส่งเสียงร้องดัง‘กึกก้อง’

หมอบกราบพระบรมศพ 11ช้างมงคล ส่งเสียงร้องดัง‘กึกก้อง’

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หมอบกราบพระบรมศพ

11ช้างมงคล

ส่งเสียงร้องดัง‘กึกก้อง’

ประชาชนสุดแสนตื้นตันใจ

MVเพลงสรรเสริญตัดต่อเสร็จ

‘ท่านมุ้ย’ให้นายกฯชมตัวอย่าง

รอทูลเกล้าฯพระบรมฯวินิจฉัย

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ 26 ของพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และคุณพลอยไพลิน เจนเซน ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดจักรวรรดิราชวาส สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

จากนั้นเวลา 15.30 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จ ฯ ไปในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ปักหลักตากฝนเข้ากราบพระบรมศพ

ส่วนบรรยากาศบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจำนวนมากยังมารอตั้งแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง แม้จะมีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืนวันที่ 7 พฤศจิกายนจนถึงช่วงเช้าวันที่ 8 พฤศจิกายน โดยแต่ละคนถือร่ม สวมเสื้อกันฝนยืนรอต่อแถวอย่างมุ่งมั่น ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น. ด้านประตูวิเศษไชยศรี กระทั่งเวลา 08.30 น. ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) และเปลี่ยนเส้นทางให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะทางประตูมณีนพรัตน์

สรุป10วัน2.8แสนคน

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า มีจำนวน 34,712 คน รวม 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม- 7 พฤศจิกายน มีจำนวนประชาชนที่เดินทางมาทั้งสิ้น 283,716 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,716,758 บาท รวม 10 วัน เป็นเงิน 17,160,972.50 บาท

พระราชทานข้าวต้มเห็ดหอม

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่นำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกให้ประชาชน สำหรับเมนูอาหารพระราชทานวันนี้ ประกอบด้วย มื้อเช้าข้าวต้มเห็ดหอม นมหนองโพ มื้อเที่ยง ซูชิ สลัดผัก คั่วกลิ้ง ซาลาเปาและผลไม้ ส่วนอาหารว่างช่วงบ่ายเป็นขนมไทยพร้อมเฉาก๊วย มื้อเย็นข้าวกระเพราปลาดุก ข้าวหมูทอด น้ำสมุนไพรและน้ำดื่มให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ช้าง11เชือกสักการะพระบรมศพ

เมื่อเวลา 09.09 น. ด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง ฝั่งกระทรวงกลาโหม นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างอยุธยา แล เพนียด และประธานมูลนิธิคชบาล นำช้างจากวังช้างอยุธยาแลเพนียดจากจ.พระนครศรีอยุธยา 11 เชือก แต่งเครื่องคชาภรณ์ โดยช้างพลายวังเป็นช้างนำอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านคู่กับพระเศวตอดุลยเดชพาหน ช้างเผือกประจำพระองค์มีความใกล้ชิดกับพระองค์ท่าน ซึ่งได้พระราชทานมาให้กลุ่มชาวช้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ พร้อมผู้แทนคชสารทั่วแผ่นดินประมาณ 200 คนมาร่วมกราบสักการะพระบรมศพ แสดงความอาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อช้างไทย

โดยนายลายทองเหรียญกล่าวว่า ชาวช้างทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชที่ทรงมีต่อช้างไทยมาตลอด ทรงทำให้ช้างกับคนอยู่ร่วมกันได้ เป็นจุดเริ่มต้นให้มีกฎหมายคุ้มครองช้างมากมาย เช่น กฎหมายห้ามค้างาช้าง กฎหมายตรวจสอบช้างและกองทุนต่างๆ ทำให้ชาวช้างรักพระองค์มาก

“วันนี้ได้ทำสมความตั้งใจถึงแม้จะอยู่ในบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า แต่ทุกคนรู้สึกภูมิใจที่ทำถวายพระองค์ได้สำเร็จ ส่วนการเตรียมตัวจัดกิจกรรมครั้งนี้ ต้องใช้เวลาถึง 12 วันกว่าจะมาถึงวันนี้”นายลายทองเหรียญกล่าว

ขบวนช้างพลายส่งเสียงกึกก้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อทางขบวนช้างและทางกลุ่มชาวช้างเคลื่อนมาถึงหน้าพระบรมมหาราชวัง ได้หยุดยืนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีหน้าประตูมณีนพรัตน์ จากนั้นได้ทำการแปลงแถว ก่อนที่ช้างจะนั่งลงยกงวงถวายสักการะพระบรมศพ ส่วนกลุ่มชาวช้างก็นั่งลงกับพื้นก้มกราบหันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง จากนั้นลุกขึ้นแล้วแปลงแถววน 4 ทิศเพื่อให้ประชาชนได้ถ่ายรูปและแสดงความชื่นชม ทางช้างยกขาหน้าชูงวงส่งเสียงร้องดังพร้อมกันกึกก้อง สร้างความประทับใจให้ประชาชนโดยรอบอย่างยิ่ง ทั้งนี้ การแสดงของขบวนช้างใช้เวลาทั้งหมด 30 นาที ก่อนเดินทางกลับ ทั้งนี้ ก่อนขบวนช้างจะถวายสักการะพระบรมศพ ฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่เมื่อขบวนช้างเริ่มถวายสักการะพระบรมศพ ฝนหยุดตกทันทีเป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ประชาชนที่เฝ้าชมเหตุการณ์อย่างยิ่ง

สำหรับช้างทั้ง 11 เชือก ประกอบด้วย พลายดัมโบ้ พลายเพื่อนแก้ว พลายงาทอง พลายสีดอบุญรอดพลายสยาม พลายวัง พลายกิ่งแก้ว พลายบิ๊ก พลายยอดรัก พลายมรกต และพลายปีเตอร์ ซึ่งทั้งหมดเคยถวายการแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งเสด็จฯทุ่งมะขามหย่อง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555

ปลื้มใจขบวนช้างแสดงความภักดี

ขณะที่นางเสาวนีย์ เหมะรังคะ อายุ 55 ปี ชาวกทม.เปิดเผยว่า ตั้งใจมาชมกิจกรรมครั้งนี้ เพราะรู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 และเมื่อมาได้เห็นก็รู้สึกตื้นตันปลื้มใจมากที่ขบวนช้างเหล่านี้เดินทางไกลเพื่อมาถวายความอาลัย

เช่นเดียวกับ นางสุจินต์นา สำฤทธิ์รณชัย อายุ 67 ปีระบุว่าตั้งใจมาชมความงามการเคลื่อนขบวนช้าง เห็นแล้วรู้สึกปลื้มใจภูมิใจมาก และสัมผัสได้ถึงความจงรักภักดีที่ช้างและคนไทยทุกคนมีต่อพระองค์

มิวสิกวิดีโอเพลงสรรเสริญเสร็จแล้ว

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนประชุมม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล พร้อมคณะ เสด็จฯเข้าพบนายกฯ และทรงนำมิวสิกวิดีโอเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ประชาชนร่วมกันร้องที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมาตัดต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำมาให้ชมเป็นตัวอย่าง ก่อนเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯและนำเผยแพร่ต่อไป โดยใช้เวลาหารือประมาณ 20 นาที

ม.จ.ชาตรีเฉลิมประทานสัมภาษณ์ว่า มิวสิกวิดีโอนี้ไม่ใช่เพียงตนเป็นคนทำเพียงคนเดียว แต่เป็นประชาชนคนไทยกว่า 3 แสนคนร่วมกันทำ และถือเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่ง โดยก่อนปล่อยมิวสิกวิดีโอนี้ทางทีมงานจะมีการประชุมกันอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้มิวสิกวิดีโอหลุดออกมาก่อน แต่อยากให้เผยแพร่พร้อมกัน ทั้งสื่อโทรทัศน์ โรงภาพยนตร์ รวมถึงป้ายโฆษณา และจะมีเวอร์ชั่นเดียวเท่านั้น ตนอยากให้ทุกคนคิดว่า สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดเป็นการร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

รอทูลเกล้าพระบรมฯทรงวินิจฉัย

ม.จ.ชาตรีเฉลิมกล่าวต่อว่า หลังนายกฯชมตัวอย่างแล้ว ชอบมาก ซึ่งเหลือเพียงการนำกราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารว่า ทรงมีพระราชวินิจฉัยออกมาอย่างไร สำหรับมิวสิกวิดีโอนี้ จะพูดถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในช่วงแรก ความยาว รวม 10 นาที และได้พูดคุยกับผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ทั้งหมดแล้ว เรื่องการปล่อยมิวสิกวิดีโอ สำหรับภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ ยังไม่ได้มีแผนทำออกมา

นายกฯน้อมนำคำสอนในหลวงมาใช้

หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมี ของ ม.จ.ชาตรีเฉลิมเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องทูลขอพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องจากมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอยู่ด้วย เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและช่วงเวลาเผยแพร่ ทั้งนี้ พระราชดำรัสของพระองค์ตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์นั้น ยังสามารถใช้ได้จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลนำพระราโชบายของพระองค์มาปรับใช้เป็นนโยบายให้สำเร็จและเกิดการปฎิบัติตาม

ตั้งชุดฉก.รับคลื่นมหาชน12-13พย.

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) แถลงหลังประชุม กอร.รส.ว่ากองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กทม. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมกันเพื่อเตรียมรับมือวันที่ 12-13 พฤศจิกายน ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับพระราชทานปริญญาบัตร ตรงกับวันหยุดที่จะมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ

ปัดห้ามลอยกระทงแค่ขอความร่วมมือ

พล.ต.ท.อำนวยกล่าวต่อว่า วันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันลอยกระทงจากที่มีข้อสงสัยว่า บริเวณสะพานพระปิ่นเกล้ากับสะพานพระราม 8 จะจัดงานลอยกระทงได้หรือไม่ ขณะนี้มีคำตอบชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลไม่ได้ห้ามจัดประเพณีนี้ แต่ถ้าขอความร่วมมือให้เป็นลักษณะแสดงความอาลัย ดังนั้น จึงไม่มีการจัดประกวดนางนพมาศและเรื่องพลุไฟ โคมลอย ห้ามจุดเด็ดขาด โดยวันที่ 11 พฤศจิกายน ผู้ว่าฯกทม.จะตรวจโป๊ะ ท่าเรือเตรียมรับมือวันลอยกระทง

ชาวเขา999คนกราบพระบรมศพ9พ.ย.

ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)เปิดเผยว่า วันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. ณ วิหารคต วัดเบญจมบพิตรฯ พม.จะจัดกิจกรรม “ 999 ดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อหลวง” โดยจะนำราษฎรบนพื้นที่สูงจาก 20 จังหวัดภาคเหนือจำนวน 9 ชนเผ่า รวมทั้งสิ้น 999 คน เดินทางโดยรถไฟเข้ากทม.เพื่อกราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และการเข้าสักการะพระบรมศพฯ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่อไป

ม้งดอยปุยรวมใจแสดงความอาลัย

 

เช่นเดียวกับ ชาวไทยเชื้อสายม้งจากบ้านม้งดอยปุย อ.เมือง จ.เชียงใหม่จากทั่วทุกพื้นที่ของจ.เชียงใหม่ แต่งชุดประจำเผ่าเดินเท้าจากหมู่บ้านบนยอดดอยไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ระยะทาง 40 กิโลเมตร เพื่อเข้าร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเครือข่ายม้งจ.เชียงใหม่จัดขึ้น และมีการแปรขบวนเป็นรูปหัวใจ มีเลขเก้าไทยอยู่ตรงกลาง และการเป่าแคนม้งโดยผู้นำม้ง 70 คน ซึ่งงานดังกล่าวมีชาวม้งประมาณ 5,000 คนเข้าร่วม นอกจากการจัดพิธีครั้งนี้แล้ว เครือข่ายชาวม้งยังมีเป้าหมายรวบรวมเงินบริจาคจากชาวม้งให้ได้ 500,000 บาท เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายขอเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งจะรวบรวมผักและอาหารจำนวน 5 ตัน เพื่อมอบให้กับโรงทานที่ปรุงอาหารเลี้ยงประชาชนที่เข้าร่วมกราบพระบรมศพด้วย

โลกสดใส กายสุขสันต์ : วัดใจ สสส.กับการสร้างสุขพลานามัย จากงาน ISPAH 2016 Congress

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243766

โลกสดใส กายสุขสันต์ : วัดใจ สสส.กับการสร้างสุขพลานามัย จากงาน ISPAH 2016 Congress

โลกสดใส กายสุขสันต์ : วัดใจ สสส.กับการสร้างสุขพลานามัย จากงาน ISPAH 2016 Congress

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ถ้าจะโฟกัสกันในเรื่องสุขพลานามัยของคนไทยแล้ว ต้องนับว่า เป็นโอกาสดี ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมนานาชาติว่าด้วยการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสุขภาพ ครั้งที่ 6 (The 6thInternational Congress on Physical Activity and Health 2016 : ISPAH 2016 Congress) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่การประชุมนี้ได้ถูกจัดขึ้นในเอเชียและประเทศไทย โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นแม่งานมีกระทรวงสาธารณสุขและกทม.เป็นเจ้าภาพร่วม โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 พ.ย. 2559 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ความพิเศษของการประชุมนี้คือ มีผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมทางกายระดับโลกเข้าร่วมประชุมกว่า 800 คน จากกว่า80 ประเทศ ซึ่งจะมีบทคัดย่องานวิจัยส่งเข้าร่วมกว่า 600 เรื่องเพื่อสร้างความเข้าใจในสถานการณ์และความสำคัญของกิจกรรมทางกายในระดับโลก ที่เราจะได้ทราบปัญหาสถานการณ์ และนำไปสู่การนำเสนอนโยบายกิจกรรมทางกายในระดับประเทศต่อไป

ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการประชุม ISPAH 2016 Congress ให้ความกระจ่างว่า นับวันปัญหาสาธารณสุขจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของคนปัจจุบัน ที่กินอยู่ด้วยความเสี่ยง คือ พบว่า คนยุคนี้ถูกตรึงไว้กับหน้าจอ จนเกิดพฤติกรรมเนือยนิ่ง แต่ละวันพบว่าคนจะใช้เวลาติดจอ 6-7 ชั่วโมง โดยรวมแล้วมีพฤติกรรมเนือยนิ่งถึง 13.42 ชั่วโมง

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลกประมาณ 1 ใน 4 ยังมีกิจกรรมทางกาย
น้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน ส่วนในเด็กที่ควรมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน ก็พบว่าเด็กอายุ 12-13 ปี ยังมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ ซึ่ง WHO คาดคะเนว่า ถ้าคนเรามีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ จะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกถึงร้อยละ 5.5 หรือประมาณ 3.2 ล้านรายต่อปีจากโรคหัวใจ ความดัน มะเร็ง เบาหวาน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมของเราเองทั้งการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม ความเครียดสะสม สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ

คำว่า “กิจกรรมทางกาย” เป็นคำที่เริ่มรู้จักมากขึ้น เนื่องจากพบข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งเป็นผลการวิจัยจากต่างประเทศพบว่า การอยู่นิ่งๆ เกิน 2 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดูทีวี. เรียนหนังสือ หรือ ทำงาน เป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เกิดโรคต่างๆซึ่งทางการแพทย์ยังพบว่าเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งลำไส้อย่างชัดเจนอีกด้วย กิจกรรมทางกาย (Physical Activity)
จึงมีคำจำกัดความว่า คือ “การเคลื่อนไหวอะไรก็ได้ที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่” แบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับเบา, ระดับปานกลาง และ ระดับหนัก

ระดับเบา หมายถึง การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เป็นระดับการเคลื่อนไหวน้อยมาก เช่น การยืน การนั่ง การเดินระยะทางสั้นๆ

ระดับปานกลาง หมายถึง การเคลื่อนไหวออกแรงที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ มีความหนักและเหนื่อยในระดับเดียวกับ
การเดินเร็ว ขี่จักรยานการทำงานบ้าน มีชีพจรเต้น 120-150 ครั้ง ระหว่างที่เล่นยังสามารถพูดเป็นประโยคได้ และมีเหงื่อซึมๆ

ระดับหนัก หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีการทำซ้ำและต่อเนื่อง โดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การวิ่งการเดินขึ้นบันได การออกกำลังมีระดับชีพจร 150 ครั้งขึ้นไป จนทำให้หอบเหนื่อย และพูดเป็นประโยคไม่ได้

สำหรับความเหมาะสมในวัยและช่วงเวลาในการออกกำลังกายมีการกำหนดไว้ว่า เด็ก อายุ 6-17 ปี ควรมีกิจกรรมทางกายวันละ 60 นาที หรือ 420 นาที ต่อสัปดาห์ ผู้ใหญ่ อายุ 18-64 ปี ควรมีกิจกรรมทางกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ กิจกรรมระดับเหนื่อยมาก 75 นาที และผู้สูงอายุ อายุเกินกว่า 64 ปี ควรมีกิจกรรมทางกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ควบคู่กับการฝึกการทรงตัว

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อธิบายถึงเป้าหมายในการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ว่าการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ได้ถูกบรรจุอยู่ 1 ใน 9 ประเด็นที่ WHOได้กำหนดเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ทั้งโลกจะขับเคลื่อนไปร่วมกัน เพื่อให้ลดพฤติกรรมเนือยนิ่งลงให้ได้ ร้อยละ 10 ภายในปี 2025 หรืออีก 9 ปีซึ่งแต่ละประเทศเริ่มมีนโยบายเรื่องการเพิ่มกิจกรรมทางกายขึ้น ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกที่ได้เริ่มกำหนดเป้าหมายการทำงานวาระนี้แล้วเช่นกัน ด้วยการผลักดันให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2564 คนไทยอายุ 11 ปีขึ้นไป ต้องมีกิจกรรมทางกายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และภายในปี 2562 ลดความชุกของภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนในเด็กให้น้อยกว่าร้อยละ 10

งานนี้ แม่งานอย่าง สสส. ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลักในการจะขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก เพราะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่าง โดยเฉพาะการทำให้มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้คนหันมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง และคนรอบข้าง จึงจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในที่สุด

ปานมณี

ชาวม้งครึ่งหมื่นแปรขบวนรูปหัวใจ ขนผักผลไม้5ตันช่วยงานสนามหลวง (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243716

ชาวม้งครึ่งหมื่นแปรขบวนรูปหัวใจ ขนผักผลไม้5ตันช่วยงานสนามหลวง (ประมวลภาพ)

ชาวม้งครึ่งหมื่นแปรขบวนรูปหัวใจ ขนผักผลไม้5ตันช่วยงานสนามหลวง (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.34 น.

8 พ.ย.59 เวลา 13.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนายเรืองฤทธิ์ เจริญเจ้าสกุล ประธานเครือข่ายม้งจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันนำชาวไทยเชื้อสายม้งในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 5,000 คน ร่วมพิธีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความจงรักภักดีและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเครือข่ายม้งจังหวัดเชียงใหม่

โดยชาวไทยเชื้อสายม้งจากทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแปรขบวนเป็นรูปหัวใจบริเวณกลางสนามหญ้าหน้าเสาธงชาติของศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่ผู้นำม้ง 70 คน จะร่วมกันเป่าแคนม้ง เพื่อเป็นถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ตลอดจนเป็นการแสดงอาลัยและส่งดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้นำกล่าวถวายความอาลัย และประธานเครือข่ายม้งจังหวัดเชียงใหม่ นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นคนดีของแผ่นดิน ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและไม่ตัดไม้ทำลายป่า แล้วร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวม้งเพื่อเป็นการส่งดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย

ประธานเครือข่ายม้งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ชาวม้งทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีความห่วงใยในพสกนิกรโดยการจัดพิธีในครั้งนี้จะมีชาวม้งที่สวมใส่ชุดประจำเผ่าเข้าร่วมกว่า 5,000 คน ซึ่งนอกจากการจัดพิธีในครั้งนี้แล้ว เครือข่ายชาวม้งยังมีเป้าหมายที่รวบรวมเงินบริจาคจากชาวม้งให้ได้ 500,000 บาท เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายขอเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วย รวมทั้งจะรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องชาวม้ง ทั้งผักและผลไม้ จำนวน 5 ตัน เพื่อส่วนมอบให้กับโรงทานที่กรุงเทพฯ สำหรับปรุงอาหารเลี้ยงประชาชนที่เข้าร่วมกราบพระบรมศพด้วย

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานอาหาร ให้พสกนิกรที่ร่วมถวายอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243714

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานอาหาร ให้พสกนิกรที่ร่วมถวายอาลัย

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานอาหาร ให้พสกนิกรที่ร่วมถวายอาลัย

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.25 น.

8 พ.ย.59 ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายแก่ประชาชนในวันนี้ประกอบด้วย มื้อเช้าข้าวต้มเห็ดหอม 1,500 ถ้วย พร้อมนมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อเที่ยง ซูชิ 3,000 ชุด สลัดผัก 1,000 กล่อง คั่วกลิ้ง 1,500 จาน ซาลาเปา 1,000 ชุด และผลไม้ 3,000 ชุด ส่วนอาหารว่างในช่วงบ่ายเป็นขนมไทย 1,000 ชุด พร้อมเฉาก๊วยอีก 1,000 ชุด มื้อเย็นข้าวกระเพาปลาดุก 1,500 ชุด และข้าวหมูทอด 1,500 ชุด  ขณะเดียวกันมีน้ำสมุนไพรจำนวน 700 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

วันเดียวกันนี้ที่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้นำลองกองตันหยงมัส มาแจกจ่ายประชาชน วันละ 2,500 กิโลกรัม น้ำดื่ม วันละ 5,000 ขวด พัดมือ วันละ 2,000 อัน ยาดม วันละ 2,000 อัน ผ้าเย็นวันละ 4,000 ชิ้น กล้วยตาก วันละ 2,000 ถุง มะขามแก้ว 4,000 ถุง ขนมเปี๊ยะ วันละ 1,000 อัน ไอศกรีมแท่ง วันละ 1,000 แท่ง น้ำเต้าหู้ วันละ 5,000  ถุง ขนมสาลี่ วันละ 2,000 ชิ้น โดยจะมาแจกจ่ายให้กับประชาชน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. วันที่ 8-12 พ.ย.นี้ ทั้งนี้ โดยความร่วมมือจากกรมทางหลวงชนบท 18 สำนักงาน 76 จังหวัด นำผลิตภัณฑ์แต่ละจังหวัดมาร่วมแจกจ่ายประชาชน