แรงศรัทธาเงินจุลกฐินยอดทะลุ15ล. ยังไม่แล้วเสร็จคาดใช้เวลาอีก24ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243708

แรงศรัทธาเงินจุลกฐินยอดทะลุ15ล. ยังไม่แล้วเสร็จคาดใช้เวลาอีก24ชม.

แรงศรัทธาเงินจุลกฐินยอดทะลุ15ล. ยังไม่แล้วเสร็จคาดใช้เวลาอีก24ชม.

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.45 น.

8 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่ วัดพุน้อยชัยมงคล ต.ชอนม่วง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ชาวบ้านกลุ่มจิตอาสาจำนวนกว่า 30 คน ยังคงช่วยทางวัดนับเงินจากประชาชนที่ร่วมงานบุญใหญ่จุลกฐิน ครั้งที่ 11 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้มีการถวายจุลกฐินไปตั้งแต่เมื่อวานเย็นนี้และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา กลุ่มจิตอาสาประกอบด้วย ชาวบ้าน ทหาร ตำรวจ ได้ช่วยกันคัดแยกเงินจุลกฐิน

ประกอบด้วยเงินเหรียญ แบงค์ 20 แบงค์ 50 แบงค์ 100 แบงค์ 500 และ แบงค์ 1000 บาท กันตลอด 1 คืน และ 1 วัน มาจนถึงขณะนี้ การนับเงินก็ยังไม่สามารถนับได้หมด โดยเบื้องต้นสามารถสรุปยอดเงินที่นับแล้วได้เงินจำนวนกว่า 15 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบเงินที่ยังไม่ได้นับยังอยู่อีกจำนวนกว่าครึ่งของเงินจุลกฐินที่ชาวบ้านมาร่วมกันทำบุญ โดยคาดว่าการนับเงินจุลกฐินของทางวัดพุน้อยในครั้งนี้ น่าจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เนื่องจากเครื่องที่ใช้นับเงินพังไปแล้ว 2 เครื่อง จากทั้งหมด 4 เครื่อง จึงจะสามารถนับเงินและสามารถสรุปยอดเงินจุลกฐินของปีนี้ได้ ซึ่งคาดว่าเงินจุลกฐินในปีนี้น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

โดยพระครูประภัทรธรรมทิน เจ้าอาวาส วัดพุน้อยชัยมงคล เปิดเผยว่า สำหรับแรงศรัทธาของชาวบ้านที่มาร่วมงานบุญจุลกฐินในปีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเงินเหรียญและแบงค์ 20 บาท แบงค์ 50 บาท และแบงค์ 100 บาท โดยเฉพาะเงินเหรียญในปีนี้ถือว่ามากกว่าทุกปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้

เปิดใจนายทหารอารักขาในหลวง ตลอด70ปีพระองค์ทรงงานหนัก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243704

เปิดใจนายทหารอารักขาในหลวง ตลอด70ปีพระองค์ทรงงานหนัก!

เปิดใจนายทหารอารักขาในหลวง ตลอด70ปีพระองค์ทรงงานหนัก!

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.27 น.

8 พ.ย.59 ที่ท้องสนามหลวง ร.ต.วิชิต ไสสุวรรณ อดีตผู้บังคับหมวดปฎิบัติการพิเศษกองพันทหารอากาศโยธิน กองบินที่ 4 จ.นครสวรรค์ ได้เดินจาก จ.นครสวรรค์ มายังกรุงเทพฯ เป็นระยะทาง 234 กิโลเมตร เพื่อมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดย ร.ต.วิชิต กล่าวว่า ในช่วงรับราชการทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นครสรรค์ เคยถวายอารักขาพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์บ่อยครั้ง ในระหว่างที่ทรงเสด็จฯ ทรงงานพื้นที่ภาคเหนือ ทุกครั้งที่พระองค์ทรงงานเสร็จกลับเข้าที่ประทับ จะพบมีเหงื่อท่วมพระวรกาย แม้พระองค์จะเหนื่อยแค่ไหน ยังทรงยิ้มให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าตลอด และกลับมาทรงงานในที่ประทับต่ออีก

ตลอดเวลา 70 ปี พระองค์ทรงงานหนักมาก ตนผู้เคยถวายงานอารักขา จึงทดลองเดินจาก จ.นครสวรรค์ เข้ามากรุงเทพฯ เพราะอยากทราบถึงความเหน็ดเหนื่อย ที่เทียบกับพระองค์ทรงเดินเยี่ยมพสกนิกรทุกพื้นที่ของประเทศไทยไม่ได้เลย ทั้งนี้ ตนยังจำคำสอนเรื่องพอเพียง และปฏิบัติตาม จนครอบครัวอยู่ดีกินดีถึงทุกวันนี้

กอร.รส.ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ รับมือปชช.ช่วงวันรับปริญญามธ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243700

กอร.รส.ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ รับมือปชช.ช่วงวันรับปริญญามธ.

กอร.รส.ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ รับมือปชช.ช่วงวันรับปริญญามธ.

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.54 น.

8 พ.ย.59 ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังการประชุมร่วม กอร.รส. ว่าในวันที่ 12-13 พ.ย.นี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งตรงกับวันเสาร์และอาทิตย์ โดยเป็นวันหยุดที่มีประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก ทางกองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กทม. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมกัน เพื่อเตรียมรับมือกับวันดังกล่าว

ทั้งนี้ในวันที่ 14 พ.ย.จะเป็นวันลอยกระทง จากที่มีข้อสงสัยว่าบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า กับสะพานพระราม 8 จะจัดงานลอยกระทงได้หรือไม่นั้น ขณะนี้ก็ได้มีคำตอบชัดเจนแล้วว่า ทางรัฐบาลไม่ได้ห้ามจัดประเพณีนี้ แต่หากขอความร่วมมือให้เป็นในลักษณะของการแสดงความอาลัย ทั้งนี้ประเพณีดังกล่าวเป็นการขอขมาพระแม่คงคา ซึ่งไม่ได้มีความรื่นเริงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีการจัดประกวดนางนพมาศ เพราะถ้านางนพมาศยิ้มไม่ได้ ก็ไม่รู้จะประกวดอะไร นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือเรื่อง พลุไฟ โคมลอย ห้ามให้มีโดยเด็ดขาด โดยในวันที่ 11 พ.ย. นี้ทางผู้ว่าฯ กทม. จะตรวจโป๊ะท่าเรือ เตรียมรับมือวันลอยกระทง ซึ่งตนขอฝากไปยังร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขอให้ตรวจสภาพโป๊ะของท่านดีๆ ซึ่งตนเคยมีประสบการณ์จากคดีโป๊ะพรานนกล่ม ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาชัดเจนว่าเจ้าของโป๊ะต้องรับผิดชอบเพราะความประมาท หากโป๊ะของเอกชนล่ม ก็จะต้องรับผิดชอบในความประมาทด้วย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนปัญหาน้ำท่วมขังอันเนื่องจากฝนตกหนักในกลางดึกที่ผ่านมานั้น ทางหน่วยงาน กทม.มีการเร่งระบายอย่างเต็มที่ โดยจากนี้ไปน้ำจะไม่มีการรอระบายมีแต่น้ำเร่งระบายแทนโดยทันทีที่ฝนตั้งเค้า สูบน้ำรอทันที

ด้าน นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในช่วงเปลี่ยนฤดู จะเป็นช่วงเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลง  จึงทำให้ประชาชนป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะฉะนั้นหากประชาชนคนใดที่มีอาการปวดเมื่อย น้ำมูกไหล และมีไข้ ก็ขอให้ไปรับบริการจากแพทย์ ซึ่งเราได้ตั้งจุดบริการทั่วสนามหลวง ตนขอยืนยันว่าอัตราของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ยังไม่ถึงขั้นระบาดหนัก ทั้งนี้ก็ขอให้ประชาชนรักษาความสะอาด โดยในรถสุขาของ กทม. มีเจลล้างมือให้บริการด้วย

รร.สวนศรี ‘ชุมพร’ ร่วมใจแปรอักษร หลั่งน้ำตาตื้นตันถวายความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243696

รร.สวนศรี 'ชุมพร' ร่วมใจแปรอักษร หลั่งน้ำตาตื้นตันถวายความอาลัย

รร.สวนศรี ‘ชุมพร’ ร่วมใจแปรอักษร หลั่งน้ำตาตื้นตันถวายความอาลัย

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.30 น.

8 พ.ย.59  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ โรงเรียนสวนศรีวิทยา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมชื่อดังของ จ.ชุมพร ดร.สุรินทร์ เนียมสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยนักเรียน คณะ ครู อาจารย์ 2800 คน ได้จัดพิธีถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ดร.สุรินทร์ เนียมสุวรรณ ผอ.รร. กล่าวคำถวายอาลัย ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ได้เพียง 1 นาที ก็ถึงกับหลั่งน้ำตาและหยุดนิ่งเป็นเวลาร่วม 2 นาที ก่อนจะใช้มือปาดน้ำตาและกล่าวถวายอาลัยต่อไปด้วยเสียงสะอื้น ท่ามกลางความเงียบสนิทของทุกคนในสนาม บางคนถึงกับยืนเช็ดน้ำตาตลอดพิธี ท่ามกลางแสงแดดและผู้เข้าร่วมพิธีแต่งกายด้วยชุดดำ

หลังจากนั้น ทุกคนได้แปรรูปขบวนเป็นตัวอักษร ๙ ล้อมรอบด้วยรูปหัวใจและวงโยธวาฑิต บรรเลงเพลง “บารมีองค์ภูมิพล” ที่ อาจารย์สนธยา บันดาล อาจารย์ดนตรีของโรงเรียนเป็นผู้แต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยความไพเราะและเนื้อหาที่กินใจ ตามด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังจากนั้น จึงเปิดการเรียนการสอนตามปกติ ท่ามกลางความปลื้มปิติของทุกคนที่ได้ร่วมกันถวายความอาลัยในวันนี้

ช้างอยุธยา11เชือกถวายความอาลัย’พ่อหลวง’ (ประมวลภาพ-ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243691

ช้างอยุธยา11เชือกถวายความอาลัย'พ่อหลวง' (ประมวลภาพ-ชมคลิป)

ช้างอยุธยา11เชือกถวายความอาลัย’พ่อหลวง’ (ประมวลภาพ-ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.09 น.

8 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. บริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง ฝั่งกระทรวงกลาโหม นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างอยุธยา แล เพนียด และประธานมูลนิธิคชบาล นำช้างจากวังช้างอยุธยา แล เพนียด จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 11 เชือก แต่งเครื่องคชาภรณ์สีดำ พร้อมกับผู้แทนคชสารทั่วแผ่นดินกว่า 200 คน เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดย นายลายทองเหรียญ กล่าวว่า ผู้จัดกิจกรรมครั้งนี้ทำหน้าที่ควาญผู้บังคับพลายวังช้างนำขบวนที่อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และภาพพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ พระยาช้างเผือกประจำรัชกาลที่ 9 กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่วังช้างอยุธยาแลเพนียดนำช้าง 11 เชือก เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจาก ชาวช้างทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีพระราชดำรัสคอยช่วยช้างมาโดยตลอด จนเป็นจุดเริ่มต้นให้มีกฎหมายคุ้มครองช้างเกิดขึ้นมากมาย เช่น กฎหมายห้ามค้างาช้าง กฎหมายตรวจสอบช้าง และกองทุนต่างๆ ตรงนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวช้างรักพระองค์

นายลายทองเหรียญ กล่าวอีกว่า วันนี้เมื่อได้ทำสมความตั้งใจถึงแม้จะอยู่ในบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า แต่ทุกคนก็รู้สึกภูมิใจที่สามารถทำให้พระองค์ได้สำเร็จ ส่วนการเตรียมตัวจัดกิจกรรมนี้ช่วงแรกก็ยากพอสมควรเนื่องจาก การทำให้ช้างมีความพร้อมเพรียงต้องใช้เวลาถึง 12 วัน กว่าจะมาถึงวันนี้ได้

ขณะที่นางเสาวนีย์ เหมะรังคะ อายุ 55 ปี เดินทางมาจากเขตหนองแขม เล่าว่า วันนี้ตนตั้งใจเดินทางมาเพื่อชมกิจกรรมครั้งนี้เพราะรู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน และเมื่อมาได้เห็นก็รู้สึกตื้นตันปลื้มใจมากที่ขบวนช้างเหล่านี้เดินทางไกลเพื่อมาถวายความอาลัย

ด้าน นางสุจินต์นา สำฤทธิ์รณชัย อายุ 67 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากเขตพระนคร ตั้งใจมาชมความงามการเคลื่อนขบวนช้างวันนี้ ซึ่งเมื่อได้มาเห็นก็รู้สึกปลื้มใจและภูมิใจมากที่ได้มา ซึ่งรับรู้ได้ถึงความจงรักภักดีที่ช้างและคนไทยทุกคนมีต่อพระองค์

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่วังช้างได้บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ช้างทั้ง 11 เชือก ได้ยืนตรง ซึ่งประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบได้ร่วมกันร้องเพลง และเมื่อจบเพลงช้างทุกเชือกได้ชูงวงขึ้น พร้อมหมอบลงทำท่ากราบ เพื่อแสดงความเคารพ จากนั้นได้คำรามดังเสียงดังกึกก้อง


ประชาชนเข้าถวายสักการะต่อเนื่อง ไม่ย่อท้อแม้ฝนเทกระหน่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243690

ประชาชนเข้าถวายสักการะต่อเนื่อง ไม่ย่อท้อแม้ฝนเทกระหน่ำ

ประชาชนเข้าถวายสักการะต่อเนื่อง ไม่ย่อท้อแม้ฝนเทกระหน่ำ

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.35 น.

8 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.00 น. สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนทยอยเข้ายังประตูวิเศษไชยศรี ตรงไปยังประตูวิมานไชยศรี ผ่านพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ถึงแม้ฝนจะตกลงมาตลอดทั้งคืนตั้งแต่ 03.00 น. จนกระทั่งช่วงเช้า 08.45 น. จึงหยุดตก แต่พสกนิกรก็ไม่ย่อท้อ ยังคงเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ

นางสมหมาย สังข์ทอง อายุ 46 ปี ชาวสงขลา เผยว่า เดินทางมาพร้อมกำนัน ต.ท่าชะมวง และชาวบ้าน ตั้งแต่เช้าของวันที่ 7 พ.ย. เพื่อมากราบสักการะพระบรมศพ ดีใจมากที่ได้มีโอกาสมาในวันนี้ แต่ก็เสียใจมากที่สุดเช่นกันที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ในวันนั้นทุกคนเงียบไปหมดเศร้าน้ำตาตกใน สิ่งที่จะทำได้คือน้อมนำหลักคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี และเป็นคนดีของสังคม สามัคคีกัน และทำดีต่อประเทศชาติต่อไป

ขณะที่นางสาวณัฐวดี ปฐมทอง อายุ 49 ปี เดินทางมาพร้อมด้วย น.ส.จิดาภา ปฐามทอง และน.ส.อังคา ปฐมทอง โดยทั้ง 3 พี่น้อง กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ต้องขอขอบพระคุณพระองค์ท่านที่ดูแลประชาชนคนไทยให้อยู่ดีกินดีมาโดยตลอด วันนี้พวกเราตั้งใจเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ที่ผ่านมาถึงแม้ไม่เคยรับเสด็จพระองค์ท่านเลยสักครั้ง แต่ก็รับรู้ได้ว่าพระองค์ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทย ทรงเสด็จไปทุกที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พสกนิกรของพระองค์ พระองค์ท่านทรงคิดค้นโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้แต่อาจหลงลืมไป เพียงแค่นำไปปฏิบัติตามแนวทางของพระองค์ก็สามารถดำรงค์ชีวิตอย่างสุขสบายได้

‘ท่านมุ้ย’นำMVสรรเสริญพระบารมีให้’บิ๊กตู่’ เผยจ่อกำหนดวันเผยแพร่พร้อมกันทั่วปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243687

'ท่านมุ้ย'นำMVสรรเสริญพระบารมีให้'บิ๊กตู่' เผยจ่อกำหนดวันเผยแพร่พร้อมกันทั่วปท.

‘ท่านมุ้ย’นำMVสรรเสริญพระบารมีให้’บิ๊กตู่’ เผยจ่อกำหนดวันเผยแพร่พร้อมกันทั่วปท.

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.07 น.

“ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล”นำมิวสิควิดีโอ “เพลงสรรเสริญพระบารมี”ฉบับสมบูรณ์หารือ “นายกฯ”ก่อนถกครม. เผยเตรียมกำหนดวันเผยแพร่พร้อมกันทั่วประเทศทั้งทีวี โรงภาพยนตร์และป้ายโฆษณา ย้ำจะมีเวอร์ชั่นเดียวเท่านั้น ชี้เป็นผลงานของคนไทยทุกคนทำถวายในหลวงรัชกาลที่ 9

8 พ.ย. 59 เวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุมนายกฯ ได้เดินเท้าจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกางร่มมาด้วยตนเอง เนื่องจากช่วงเช้าฝนตกพรำๆ โดยนายกฯมีสีหน้ายิ้มแย้ม

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามความเห็นกรณีนายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือน็อต ดารานักแสดงที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์​”กราบรถกู”ในขณะนี้ นายกฯกล่าวเพียงว่า “ยังไม่ถึงเวลา ให้รอสัมภาษณ์ในช่วงบ่าย หลังประชุมครม.วันเดียวกันนี้”

จากนั้นม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล พร้อมคณะได้เดินทางพบนายกฯกรณีทำมิวสิควีดีโอเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่ประชาชนร่วมกันร้องเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาหารือประมาณ 20 นาที

ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคลให้สัมภาษณ์ว่า มิวสิควิดีโอนี้ไม่ใช่เพียงตนทำเพียงคนเดียว แต่ประชาชนคนไทยกว่า 3 แสนคนร่วมกันทำ จึงถือเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่ง

“จะมีการประชุมกันอีกครั้งว่า จะปล่อยมิวสิควิดีโอเพลงนี้เมื่อใดเพราะไม่อยากให้มิวสิควิดีโอหลุดออกมาก่อน แต่อยากให้เผยแพร่พร้อมกันทั้งสื่อโทรทัศน์ โรงภาพยนตร์รวมถึงป้ายโฆษณาและจะมีเวอร์ชั่นเดียวเท่านั้น ไม่มีเวอร์ชั่นอื่นอีก ผมอยากให้ทุกคนคิดว่า สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดนี้เป็นการร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้ชมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล กล่าวว่า นายกฯชอบมาก ขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนการนำขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ว่าจะทรงมีพระราชวินิจฉัยออกมาอย่างไร

ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล กล่าวด้วยว่า สำหรับมิวสิควิดีโอนี้ ในช่วงแรกจะมีการพูดถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะมีความยาวรวม 10 นาที ทั้งนี้เรื่องการปล่อยมิวสิควิดีโอชิ้นนี้ ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว  อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีแผนการทำภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติออกมา

รู้จักช้าง11เชือกจากวังช้างอยุธยาฯ ร่วมถวายความอาลัย’พระบรมศพ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243680

รู้จักช้าง11เชือกจากวังช้างอยุธยาฯ ร่วมถวายความอาลัย'พระบรมศพ'

รู้จักช้าง11เชือกจากวังช้างอยุธยาฯ ร่วมถวายความอาลัย’พระบรมศพ’

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 09.57 น.

ช้าง 11 เชือก จากวังช้างอยุธยา แล เพนียด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางเข้าร่วมถวายความอาลัยและสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 8 พ.ย.59 พร้อมคชสารทั่วแผ่นดิน แต่งเครื่องคชาภรณ์ โดยเดินทางเข้า สนามหลวง ตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมา และในเวลา 09.09 น. เดินแถวไปยังพระบรมมหาราชวัง ด้วยท่าเดินยกขาหน้าสูงจำนวน 9 ครั้ง พร้อมชูงวง อันเป็นท่วงท่าเดินที่สง่างาม เวลา 10.00 น. ถึงพระบรมมหาราชวัง ยืนแสดงความอาลัย และหมอบกราบเป็นเวลา 20 นาที

ช้างที่จะเข้าถวายความอาลัยฯ จากวังช้างอยุธยา แล เพนียด (นับจากขวา มาซ้าย)

1.พลายดัมโบ้ ควบคุมโดยควาญช้างจารุพงศ์ เยิงรัมย์
2.พลายเพื่อนแก้ว จะทำหน้าที่นำช้างบริวารทั้งหมด ควบคุมโดยควาญช้างวิโรจน์ ศาลางาม
3.พลายงาทอง อายุ 30 ปี เป็นช้างกลอง เคยแสดงภาพยนตร์เรื่องพระนเรศวร เล่นเป็น พลายเจ้าพระยาปราบหงษ์สา ควบคุมโดยควาญช้างสว่าง สันติวงษ์ จะมีผู้ช่วยควาญช้างตั้งกลองตีเป็นจังหวะการก้าวย่าง
4.พลายสีดอบุญรอด ควบคุมโดยควาญช้างสุทัศน์ บุญช่วย
5.พลายสยาม อายุ 25ปี เคยแสดงงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ควบคุมโดยควาญช้างวิทยา ประสาวนัง
6.พลายวัง อายุ 48 ปี จะมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประทับที่หลังช้าง ควบคุมโดยควาญช้างบุญชุ ทองอุ้ม
7.พลายกิ่งแก้ว อายุ 17 ปี เป็นช้างนำแปรขบวน เป็นช้างทรงของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ตอนเสด็จฯอยุธยา ควบคุมโดยควาญช้างสุริยา สมหวัง
8.พลายบิ๊ก เคยแสดงงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ควบคุมโดยควาญช้างอุไร ศาลางาม
9.พลายยอดรัก ควบคุมโดยควาญช้างนเรศ วังควิง
10.พลายมรกต เคยแสดงงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ควบคุมโดยควาญช้างชรินทร์ สมหวัง
11.พลายปีเตอร์ ควบคุมโดยควาญช้างพัฒนา มะลิงาม

ช้างทั้ง 11 เชือก เคยถวายการแสดงต่อหน้าพระพักต์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งเสด็จฯทุ่งมะขามหย่อง เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2555

และในวันนี้ ช้างและควาญช้าง เดินทางมา เพียงเพื่อแสดงความเคารพ และร่วมถวายความอาลัยแด่พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อพสกนิกรและช้างไทย

รายงานพิเศษ : มองคนรุ่นใหม่ในสถาบันอุดมศึกษา ตัวแทนของผู้ที่จะสืบทอดอดีตให้คงอยู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243590

รายงานพิเศษ : มองคนรุ่นใหม่ในสถาบันอุดมศึกษา ตัวแทนของผู้ที่จะสืบทอดอดีตให้คงอยู่

รายงานพิเศษ : มองคนรุ่นใหม่ในสถาบันอุดมศึกษา ตัวแทนของผู้ที่จะสืบทอดอดีตให้คงอยู่

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ในวิถีแห่งธรรมชาติ “คลื่นลูกใหม่ย่อมเข้ามาแทนที่คลื่นลูกเก่า” ซึ่งไม่แตกต่างไปจากวิถีชีวิตของมวลมนุษยชาติ “คนรุ่นใหม่ก็ย่อมเข้ามาแทนที่คนรุ่นเก่า” เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้เรื่องราวและภาพที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วแต่อดีต จึงมีอีกมากมายที่คนรุ่นใหม่ไม่เคยรู้และไม่เคยเห็น

จึงเป็นความพยายามสำคัญอย่างหนึ่งที่คนรุ่นเก่าจะต้องรักษาเรื่องราวและภาพในอดีตให้คงไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องของ “วัฒนธรรมประเพณี” ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญของการให้ชาติพันธุ์มิให้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เมื่อไม่นานมานี้ได้ไปพบเห็นถึงความตระหนักของคนกลุ่มหนึ่ง ที่มองเห็นถึงความสำคัญในการรักษาสิ่งดีงามที่เคยมีอยู่ให้ตกทอดมาถึงคนรุ่นใหม่โดยการจัดกิจกรรมเผยแพร่ ชี้แนะให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ถึงที่มาที่ไปของสถานที่ ของกลุ่มคนในพื้นที่พิเศษจังหวัดน่าน โดยกลุ่มคนดังกล่าวเจาะจงที่จะเผยแพร่ไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ในสถาบันการศึกษาระดับมันสมองของประเทศ ที่กำลังเล่าเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษา

ดร.ชุมพล มุสิกานนท์ ผู้จัดการพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ได้เล่าย้อนหลังให้ฟังว่า สำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ได้ดำเนินโครงการสรรค์สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว (Brand Image) ของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2558ให้นักท่องเที่ยวจดจำภาพลักษณ์พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ว่าเป็น “เมืองเก่าที่มีชีวิต” (Living Old City)ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้และจดจำให้แก่นักท่องเที่ยวได้ถึงร้อยละ 91.73 ดังนั้นเพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา จึงดำเนินโครงการสรรค์สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว (Brand Image) เมืองเก่าน่านอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยาย การสร้างสรรค์กิจกรรมไปยังสถาบันอุดมศึกษาเพราะได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้มีโอกาสเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมแนะนำการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านซึ่งในปีนี้ได้จัดกิจกรรมแนะนำการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านในสถาบันอุดมศึกษาขึ้นใน4 ภูมิภาค คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครศรีธรรมราช,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา จ.ชลบุรี,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กรุงเทพฯและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จุดประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการสื่อสารไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ได้แก่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศได้เข้าใจและทราบลักษณะสำคัญที่แตกต่างระหว่างการท่องเที่ยวทั่วไปกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวและคนรุ่นใหม่เหล่านี้ จะเป็นกำลังหลักสำคัญในการช่วยพัฒนาการท่องเที่ยว ให้ไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

คาดหมายว่าหลังจากกิจกรรมดังกล่าวเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว เรื่องราวภาพในอดีตของจังหวัดน่านจะฝังอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นใหม่ตลอดไป แม้คลื่นลูกใหม่จะเข้ามาแทนที่คลื่นลูกเก่าแต่ความทรงจำอันดีที่เคยมีอยู่ก็จะไม่สูญหายไปตามกระแสคลื่นด้วย

ชนิตร ภู่กาญจน์

เปิดทดลองระบบต้นธค. จองออนไลน์ จัดคิวกราบพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243668

เปิดทดลองระบบต้นธค.  จองออนไลน์  จัดคิวกราบพระบรมศพ

เปิดทดลองระบบต้นธค. จองออนไลน์ จัดคิวกราบพระบรมศพ

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เปิดทดลองระบบต้นธค.

จองออนไลน์

จัดคิวกราบพระบรมศพ

กรุงเก่าปัดเสนียดช้าง11เชือก

เคลื่อนขบวนถวายอาลัย8พ.ย.

คนประจวบฯร้องขอร่วมพิธี

บวงสรวงตัด‘ไม้จันทน์หอม’

เวลา 07.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ร.อ.หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดองคารามวรวิหารและวัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมศพ

ต่อมาเวลา 12.18 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีพระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรม

เวลา 14.54 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รวม 8 รูป สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ขณะที่เมื่อเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดจักรวรรดิราชวาส สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

รอกราบพระบรมศพกลางสายฝน

สำหรับบรรยากาศที่พระบรมมหาราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนที่มาตั้งแถวรอจำนวนมากเข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น.ผ่านประตูวิเศษไชยศรี จนถึงเวลา 08.30 น. จึงปรับเปลี่ยนเส้นทางให้เข้าทางประตูมณีนพรัตน์ อย่างไรก็ตาม แม้ตลอดทั้งวันจะมีฝนตกลงมาเป็นระยะ แต่ผู้คนจำนวนมากก็ไม่ย่อท้อ ปักหลักกางร่มเข้าแถวรอเข้าสักการะพระบรมศพอย่างมุ่งมั่น

สอบถามประชาชนที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศบอกตรงกันว่า ตั้งใจมากราบถวายสักการะพระบรมศพสักครั้งในชีวิต ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตรากตรำทุ่มเทพระวรกาย เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีบ้านเมืองสงบตลอด 70 ปีที่ทรงครองราช การเสด็จสวรรคตของพระองค์เหมือนคนไทยสูญเสียเสาหลัก เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

ลงนามถวายอาลัยออนไลน์5ภาษา

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกร่วมกันเผยแพร่เว็บไซต์ซึ่งรัฐบาลไทย โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดให้ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมลงนามแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ สามารถเลือกได้ 5 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่นและเกาหลี โดยคลิกตามลิงค์ดังนี้ https://stscholar.nstda.or.th/HMKingRama9/index.php

ตั้งเต๊นท์พัก40หลังรับปชช.วันหยุด

อีกด้านหนึ่ง หลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.)แถลงภาพรวมการจัดระเบียบประชาชนและมาตรการรักษาความปลอดภัยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เรียบร้อยดี ขณะเดียวกันวันนี้ กทม.เริ่มตั้งเต็นท์จุดพักคอยให้ประชาชนเบื้องต้น 40 เต็นท์ รองรับประชาชนได้ 12,000 คน จะช่วยบรรเทาความร้อนให้คนที่เดินทางมาจำนวนมากในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และทยอยนำสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นย้ายมาฝั่งทิศเหนือ เช่น หน่วยปฐมพยาบาล เต็นท์อาหารน้ำดื่มรวม 72 เต็นท์ ตลอดจนประสานกรมเจ้าท่าดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนช่วงวันลอยกระทงที่ 14 พฤศจิกายน

ขึ้นทะเบียนจิตอาสาสกัดมิจฉาชีพ

นายวิกร เพิ่มพวก ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสมัครกล่าวว่า ศูนย์ฯปรับปรุงการลงทะเบียนอาสาสมัคร เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาส ขอให้ผู้ต้องการเป็นอาสาสมัครนำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงขณะลงทะเบียน ส่วนบัตรแสดงตัวจิตอาสาแต่ละวันจะมีสีต่างกัน เพื่อป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งหลังวันที่ 13 พฤศจิกายน จะเพิ่มมาตรการโดยมีบาร์โค้ดประจำตัวป้องกันการแอบอ้าง

แจกคู่มือปชช.ร่วมพิธีแสนเล่ม

นอกจากนี้ ได้จัดพิมพ์”คู่มือประชาชนร่วมพิธีฯ” 100,000เล่ม โดยระบุข้อควรปฏิบัติ การจัดการขยะ เบอร์ติดต่อสายด่วนหน่วยงานต่างๆ ตลอดแผนที่แสดงผังภายในท้องสนามหลวง สร้างความเข้าใจให้ประชาชน เริ่มแจกวันที่ 14 พฤศจิกายน พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนที่ใช้โทรศัพท์สมาร์โฟนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ZONE ที่รวบรวมข่าวสาร กิจกรรมภายในท้องสนามหลวง อัพเดทข้อมูลทุกชั่วโมง

เตรียมจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ

ขณะที่พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผอ.กอร.รส.กล่าวว่า วันนี้ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.)มอบหมายให้น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝายการเมืองมาดูสถานที่บริเวณโซนเหนือของสนามหลวง เตรียมจัดนิทรรศการตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) ซึ่งมีดำริว่าประชาชนที่เดินทางมาจากทั่วประเทศจะได้ใช้โอกาสที่เข้าแถวรอได้ชื่นชมพระบารมี ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพระราชจริยวัตร และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระราชทานให้คนไทยมาตลอด โดยกรุงเทพมหานครได้เร่งกางเต็นท์ให้ประชาชนพักคอย และในเต็นท์จะมีการจัดนิทรรศการโดยสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป

ทดลองจองออนไลน์กราบพระบรมศพ

สำหรับบรรยากาศการสักการะพระบรมศพวันนี้ พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า มีประชาชนเดินทางมาประมาณ 20,000-30,000 คน อาจมีปัญหาบ้าง เพราะประชาชนมาพร้อมกันช่วงเช้าทำให้มีปัญหาการจัดการทำให้รอนาน แต่บางวันถ้าประชาชนทยอยมาจะทำให้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม กอร.รส.ยึดความต้องการของประชาชนเป็นหลักและพร้อมรับมือทุกรูปแบบ นอกจากนี้ กอร.รส.ได้หารือกับเจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อรับทราบรายละเอียดการทำงานของกอร.รส. จะนำไปปรับใช้เป็นแนวทางเปิดให้ลงทะเบียนเข้าถวายสักการะพระบรมศพผ่านระบบออนไลน์ เพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งเข้าถึงระบบดิจิตอล แต่ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยประชาชนอีกส่วนที่ยังไม่เข้าถึงระบบนี้ จากการพูดคุยเบื้องต้นจะเปิดให้ทดลองระบบต้นเดือนธันวาคมนี้ เพื่อดูว่าประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ต้องปรับจุดใดบ้าง

เตรียมรับขบวนช้างกรุงเก่าถวายอาลัย

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ยังกล่าวถึง การเตรียมสถานที่รับขบวนช้างที่เดินทางมาจากจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อกราบสักการะและแสดงความอาลัยพระบรมศพนอกพระบรมมหาราชวังว่า เป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีของชาวช้างไทยหรือมูลนิธิคชบาล พร้อมควาญช้าง 200 คนทั่วประเทศ นำช้างมา 11 เชือกจากปางช้างอยุธยามาในวันที่ 8 พฤศจิกายน โดยจะรวมพลกันที่หน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เวลา 09.00 น. ก่อนเคลื่อนขบวนมาที่หน้าวัดพระแก้ว ด้านกระทรวงกลาโหม เพื่อมาถวายความจงรักภักดี เพราะช้างเป็นพาหนะของพระมหากษัตริย์ ถือเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะเป็นที่เดียวในโลก กลุ่มที่มาก็มาโดยสมัครใจโดยได้ประสานสำนักพระราชวังเรียบร้อยแล้ว

นักธุรกิจจีนสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวหลังพบกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนในประเทศไทยจำนวน 32 บริษัทที่เดินทางมาแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชว่า คณะนักธุรกิจจีนเข้ามาพบเพื่อแสดงความโศกเศร้าอาลัย ร่วมกับคนไทยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เปิดโอกาสให้คนจีนได้เข้ามาพำนักและประกอบธุรกิจในประเทศไทย ทั้งนี้ ในประเทศจีนมีการเสนอข่าวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านทุกวัน โดยเฉพาะที่สอนให้คนไทยรู้จักความพอเพียง พร้อมกันนี้นักธุรกิจจีนแสดงความประสงค์ที่จะขอร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จึงแนะนำให้ประสานกับสำนักพระราชวัง

ขอคนประจวบฯร่วมพิธีตัดไม้จันทน์

สำหรับความคืบหน้าการเตรียมพระราชพิธีพระราชทานเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะการสร้างพระเมรุมาศ นายชาตรี จันทร์วีรชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังสำนักพระราชวังคัดเลือกไม้จันทน์หอมยืนต้นตายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่เหมาะสมสำหรับใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ โดยได้ข้อสรุปว่าจะใช้ไม้จันทน์หอม 4 ต้นจาก 19 ต้น พร้อมกำหนดพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 14.09 น. ขณะนี้ได้ประสานสำนักพระราชวังเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมประกอบพิธีครั้งนี้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวประจวบคีรีขันธ์

นายศรีสวัสดิ์ บุญมา กำนันต.หามขาม อ.กุยบุรีกล่าวว่า ได้รับการประสานงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีมอบให้ 13 องค์กรจากเครือข่ายพาวเวอร์ออฟ กุยบุรีรับผิดชอบจัดเครื่องสังเวยเพื่อประกอบพิธีและร่วมกับนายมานพ ตั้งบูรพาจิตต์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เตรียมรถบรรทุกไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีไปส่งที่สำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม นอกจากนั้นชาวบ้านในพื้นที่เตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์ริมถนนเพชรเกษม – ยางชุม เพราะคาดว่าจะมีประชาชนไปร่วมพิธีจำนวนมาก

สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีครอบคลุม 4 อำเภอประกอบด้วย อ.เมือง อ.กุยบุรี อ.สามร้อยยอดและอ.ปราณบุรี มีไม้จันทน์หอมขึ้นอยู่จำนวนมาก ที่ผ่านมาอุทยานฯกุยบุรีได้สำรวจไม้ที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติและจัดทำพิกัดไว้เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญ โดยสำนักพระราชวังจะเป็นผู้คัดเลือกไม้สภาพสมบูรณ์ ข้างในไม่กลวง เพื่อนำไปใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ จากนั้นมีกำหนดการประกอบพิธียวงสรวงไม้จันทร์หอม ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เริ่มเวลา 14.00 น.นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการเดินทางถึงมณฑลพิธีบริเวณหน้าต้นจันทน์หอม เวลา 14.09 น.หลั่งน้ำเทพมนตร์เจิมบริเวณต้นจันทร์หอม เจิมขวานสำหรับใช้ตัดต้นจันทร์หอม จุดเทียนเงิน เทียนทอง ธูป บนโต๊ะเครื่องบวงสรวงและปักธูปบริวารที่เครื่องสังเวยทั้งหมด นายฉัตรชัย ปื่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ อ่านประกาศบวงสรวง จากนั้นไปยังบริเวณหน้าต้นจันทน์หอม ประพรมน้ำเทพมนต์ที่ต้นจันทน์หอม แล้วใช้ขวานฟันที่ต้นจันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ และโปรยดอกไม้รอบต้นจันทน์หอม

วธ.เตรียมเก็บภาพประวัติศาสตร์

ส่วนนายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ต่างปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งหลังทราบข่าวสำนักพระราชวังเตรียมประกอบพิธีบวงสรวงก่อนตัดไม้จันทน์หอม 4 ต้น ในป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี วันที่ 14 พฤศจิกายน เพื่อนำไปใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกส่วนเตรียมพร้อมสถานที่รองรับไว้แล้ว และอำนวยความสะดวกในการเดินทางบริเวณที่ทำการอุทยานฯ หมู่ 9 ต.หาดขาม เนื่องจากสถานที่สำหรับประกอบพิธีบวงสรวงมีพื้นที่จำกัด

ด้านนายเกริกชัย ชาติไทยไตรรงค์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)มีคำสั่งให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเก็บภาพเหตุการณ์ทั้งหมดขณะทำพิธีบวงสรวงไม้จันทน์หอม ซึ่งเป็นไปตามราชประเพณีโบราณ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ปัดเสนียดช้าง11เชือกก่อนกทม.

วันเดียวกัน ที่หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง (เพนียดคล้องช้าง) หมู่ 4 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล เปิดเผยถึงการนำช้าง 11 เชือก แต่งเครื่องคชาภรณ์ ร่วมกับคชสารทั่วแผ่นดิน พร้อมผู้แทนชาวคชสารประมาณ 200 คน เข้าร่วมแสดงความอาลัยถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชวันที่ 8 พฤศจิกายน เวลา 09.09 น. ที่หน้ากระทรวงกลาโหมว่า ได้จัดเตรียมพิธีปะสะ (ปัดเสนียดจัญไร) นำสิ่งไม่ดีหรือสิ่งอัปมงคลออกจากตัวช้าง เป็นการทำความสะอาดก่อนเดินทางเข้าร่วมแสดงความอาลัย โดยควาญช้างได้นำช้าง 11 เชือก อาบน้ำขัดผิวให้เนื้อแท้ของช้างสะอาด และแต่งตัวด้วยเครื่องคชาภรณ์ เข้าพิธีปะสะต่อหน้าศาลปะกำ หรือคชอภิบาลสถาน พิธีดังกล่าวได้นิมนต์พระครูเกษมจันทวิมล หรือพระอาจารย์แดง เกจิดัง เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ ทำพิธีปะสะ สวดมนต์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้ช้างและควาญช้าง หลังจากนั้นควาญช้างนำช้างทั้งหมดไปทำการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้าย ก่อนเตรียมเดินทางเข้าสนามหลวง ช่วงเวลา 04.00 น.วันที่ 8 พฤศจิกายน โดยจะไปรวมกลุ่มกันที่กองบัญชาการรักษาดินแดน

ประจวบฯจัดนิทรรศการร.9

นายเกริกชัย ชาติไทยไตรรงค์ วัฒนธรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานวัฒนธรรม จ.ประจวบฯจัดนิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในชื่อ 9 ทรงสถิตย์ในดวงใจไทยนิรันดร์ ที่พิพิธภัณฑ์เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ แสดงภาพเหตุการณ์วันที่ 13 ตุลาคม 2559 อันเป็นวันแห่งความสูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในดวงใจคนไทยทุกคน ส่วนที่ 2 เป็นภาพเหตุการณ์ของจ.ประจวบคีรีขันธ์ นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมจนถึงปัจจุบัน และส่วนที่ 3 แสดงภาพพระราชกรณียกิจในจ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่สำคัญโดยมุ่งเน้นด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในพื้นที่ ซึ่งหน่วยงาน องค์กรและประชาชนสามารถร่วมส่งภาพที่อยู่ในความทรงจำ โดยเฉพาะสถานที่ที่พระองค์เคยเสด็จ เช่น น้ำตกห้วยยาง วัดวังก์พงศ์ ศึกษาทัศน์ ไทยคมเพื่อนำมาจัดนิทรรศการให้ประชาชนเข้าชมได้ทั่วถึง และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อชาวประจวบคีรีขันธ์

เจ้าของร้านแอร์ทำขนมจีนเลี้ยง

ที่ด่านตรวจความมั่นคง หน้าตลาดเทศบาล 2 บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว น.ส.ปิยะภรณ์ จันทสูตร อายุ 31ปี เจ้าของร้านบูรพาแอร์ ไดนาโมและแบตเตอรี่ พร้อมญาติ 10 คนนำขนมจีน 100 กิโลกรัมพร้อมน้ำยาป่าขาไก่และแกงเขียวหวานอีกอย่างละ 3 หม้อใหญ่ มาแจกให้ประชาชนรับประทานฟรีเป็นการทำดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนทั้งชาวไทยและพ่อค้า แม่ค้าชาวกัมพูชามารับประทานขนมจีนกันจำนวนมาก

พี่น้องมุสลิมเบตงทำโรตีแจกฟรี

หน้าตลาดนัดบันนังซิแน ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา ชาวไทยมุสลิมบ้านบันนังซิแน ต.ยะรมร่วมทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยรวมกลุ่มทำโรตี 600 ลูกแจกให้ประชาชนรับประทานฟรี โดยนายมัตซาฮารี บาฮา อายุ 47 ปี เจ้าของร้านโรตีเผยว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านบันนังซิแน อยากทำความดีถวายเป็นราชกุศลพ่อหลวง เนื่องจากพระองค์เคยเสด็จมาเยือนอ.เบตง จึงร่วมแรงร่วมใจใช้วัตถุดิบที่มีตามกำลังทรัพย์ที่มีมาช่วยกันทำโรตีถวายเป็นพระราชกุศล

เชียงแสนรับย้อมผ้าเพื่อพ่อ

ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย นายชยกฤษ นิสสัยสุข นายกเทศมนตรีเวียงเชียงแสน พร้อมคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ พนักงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.เชียงแสน เปิดรับย้อมผ้าสีดำฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงรับบริจาคผ้าเหลือใช้ เพื่อนำมาย้อมเป็นสีดำมอบให้ผู้ขาดแคลน ทั้งนี้ มีประชาชนนำผ้ามาฝากย้อมจำนวนมาก

หาดใหญ่แห่จองการ์ดผนึกไปรษณีย์

บรรยากาศในวันแรกที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแจ้งความจำนงขอรับการ์ดที่ระลึกผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ที่บริษัทไปรษณีย์ไทย จัดทำจำนวน 9,999,999 ดวง ผ่านช่องทางออนไลน์และที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีประชาชนทยอยไปลงทะเบียน ที่ทำการไปรษณีย์ตลอดทั้งวัน