วธ.เร่งติดตามงานตามนโยบายรัฐบาล เน้นหลักคุณธรรม และเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243588

x

วธ.เร่งติดตามงานตามนโยบายรัฐบาล เน้นหลักคุณธรรม และเศรษฐกิจพอเพียง

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า จากการมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมประจำปีงบประมาณ 2560 แก่ผู้บริหาร ข้าราชการในส่วนกลางและวัฒนธรรมจังหวัดจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศไปแล้ว ตนได้กำชับให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)กำกับติดตามงานตามนโยบายรัฐบาลและนโยบาย วธ. อย่างต่อเนื่องโดยได้มีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2560 ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ทั้งในส่วนที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล วธ. และหน่วยงานในพื้นที่ โดยเน้นในการเผยแพร่โครงการตามพระราชดำริ หรือการนำเศรษฐกิจพอเพียง หลักคุณธรรมจริยธรรมให้กับจังหวัด ชุมชน รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

นายวีระ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2560 ได้กำชับให้วัฒนธรรมจังหวัดเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานความคืบหน้าในโครงการต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของ วธ. การนำงานศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมไปบรรจุในแผนขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมไปถึงแนวทางการกระตุ้นให้ภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม ประชาชนร่วมกันทำงานในมิติวัฒนธรรมต่างๆ และร่วมระดมสมองจัดโครงการกิจกรรม งานวัฒนธรรมในปีงบประมาณ 2561 และการใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมเป็นพื้นที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน การส่งเสริมท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตให้เป็นรูปธรรม เป็นต้น

ม.เกษตรฯเผยงานวิจัยไหมอีรี่ พร้อมถ่ายทอดวิชาการสู่ชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243587

x

ม.เกษตรฯเผยงานวิจัยไหมอีรี่ พร้อมถ่ายทอดวิชาการสู่ชุมชน

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงความสำเร็จของการวิจัยและพัฒนาด้านไหมอีรี่ว่า โครงการ “ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านไหม : การวิจัยและพัฒนาด้านไหมอีรี่ ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มีความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาด้านไหมอีรี่ ในระยะที่ 1 และ 2 ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาด้านไหมอีรี่ และผลักดันการเลี้ยงไหมอีรี่ให้เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และยังพัฒนาผลิตภัณฑ์สีเขียวจากไหมอีรี่ตามมาตรฐานสิ่งทอสากล และประสานงานกับภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อขับเคลื่อนไหมอีรี่สู่อุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งผลงานวิจัยและเทคโนโลยีต่างๆที่เกิดขึ้น ได้นำถ่ายทอดและให้บริการองค์ความรู้แก่เกษตรกร โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากศูนย์วิชาการและเทคโนโลยีสิ่งทอพื้นบ้าน (ฝ้ายแกมไหม) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษัท สปัน ซิลค์ เวิลด์ จำกัด และในการทำงานระยะที่ 3 จะเป็นการต่อยอดสร้างองค์ความรู้ด้านไหมอีรี่อย่างครบวงจร ทั้งการส่งเสริมการเลี้ยงไหมอีรี่ระบบฟาร์ม โดยใช้เทคโนโลยีสะอาดพัฒนาผลิตภัณฑ์ไหมอีรี่ที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และจะพัฒนาไหมอีรี่แบบใหม่ๆ และเพิ่มความหลากหลายด้านประโยชน์ใช้สอยรวมทั้งสร้างแบรนด์ไหมอีรี่ของประเทศไทยให้เข้มแข็ง และขยายเครือข่ายผู้เลี้ยงไหมอีรี่ สร้างวิทยากร นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านไหมอีรี่ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยี จัดหลักสูตรและบทเรียน ให้บริการทางวิชาการ และนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ รวมทั้งการประสานงานกับภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการการผลิตรังไหมอีรี่และการจัดส่งรังไหมเข้าโรงงาน ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากการวิจัยสู่เกษตรกรและเอกชน เพื่อช่วยขับเคลื่อนไหมอีรี่สู่อุตสาหกรรมต่อไป

ม.วลัยลักษณ์เตรียมงานใหญ่ฉลอง 25 ปี นำร่องศูนย์การแพทย์/เปิดโรงพยาบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243589

x

ม.วลัยลักษณ์เตรียมงานใหญ่ฉลอง 25 ปี นำร่องศูนย์การแพทย์/เปิดโรงพยาบาล

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(มวล.) เปิดเผยว่า จากการที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะมีอายุครบรอบ 25 ปี ในปีพ.ศ.2560 มหาวิทยาลัยจึงได้มีการกำหนดจัดงานใหญ่ 2 งาน ประกอบด้วยการประชุมวิชาการระดับชาติ/นานาชาติ และการจัดงานวลัยลักษณ์เอ็กซ์โป ซึ่งมีเป้าหมายในการสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง ทั้งนี้ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนปัจจุบันมหาวิทยาลัยเปิดทำการเรียนการสอนใน 11 สำนักวิชา และในต้นปี 2560 จะเปิดการเรียนการสอนเพิ่มอีก 2 สำนักวิชา คือสำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ และสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ รวมทั้งในอนาคตยังมีแผนที่จะเปิดสำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ สำนักวิชาสัตวแพทยศาสตร์ สำนักวิชาครุศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนโครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ เพื่อรองรับนักศึกษาจากนานาประเทศอีกด้วย

สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งโครงการศูนย์การแพทย์วลัยลักษณ์นั้นรักษาการแทนอธิการบดี กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่และมีความก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายว่าศูนย์ฯ ดังกล่าว จะเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ขนาดใหญ่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้บริการครอบคลุม และมีความทันสมัยที่สุดในภาคใต้ตอนบน ทั้งนี้คาดว่าการก่อสร้างระยะแรกจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม2562 โดยในขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้มีการเตรียมความพร้อมโดยการเตรียมจัดหาแพทย์พยาบาลและบุคลากรต่างๆ ขณะเดียวกันในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2559 นี้มหาวิทยาลัยได้เตรียมการเปิดโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯระยะแรก หรือโรงพยาบาลนำร่องเพื่อให้การบริการด้านสุขภาพระดับปฐมภูมิแก่นักศึกษาบุคลากรของมหาวิทยาลัย รวมทั้งประชาชนทั่วไป รวมทั้งมีแผนในการเดินทางไปหาความร่วมมือกับสมาคมแพทย์ไทยในอเมริกาเพื่อเชิญมาเป็นแพทย์ของศูนย์การแพทย์ม.วลัยลักษณ์ต่อไปด้วย นอกจากนี้ยังได้เสนอให้มีหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล หลักสูตร 1 ปี เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ลูกหลานประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้ได้ผลักดันหลักสูตรดังกล่าวสำเร็จแล้ว และจะเปิดรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นลูกหลานประชาชนในพื้นที่เข้าศึกษาในปี 2560 จำนวนรุ่นละ 50 คน

รบ.เปิดให้ปชช.ลงนามถวายอาลัยทางออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243659

รบ.เปิดให้ปชช.ลงนามถวายอาลัยทางออนไลน์

รบ.เปิดให้ปชช.ลงนามถวายอาลัยทางออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 19.37 น.
7 พ.ย.59 สถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ได้ร่วมกันเผยแพร่เว็บไซต์ ซึ่งรัฐบาลไทย โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เปิดให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านทางออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ โดยสามารถเลือกได้ถึง 5 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี โดยคลิกได้ตามลิงค์ดังนี้ https://stscholar.nstda.or.th/HMKingRama9/index.php

ประชาชนเข้าถวายสักการะต่อเนื่อง ไม่ถอยแม้ฝนเทกระหน่ำ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243549

ประชาชนเข้าถวายสักการะต่อเนื่อง ไม่ถอยแม้ฝนเทกระหน่ำ (ประมวลภาพ)

ประชาชนเข้าถวายสักการะต่อเนื่อง ไม่ถอยแม้ฝนเทกระหน่ำ (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.51 น.

7 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ประชาชนยังคงเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยเมื่อเวลา เวลา 11.30 น.ที่ผ่านมา ฝนได้ตกโปรยปรายนานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้ประชาชนต้องเข้าไปหลบฝนอยู่ในเต็นท์ที่ตั้งไว้ตามจุดต่างๆ รอบสนามหลวง และหยุดตกในเวลา 12.59 น. ประชาชนจึงเริ่มเข้าไปสักการะพระบรมศพต่อตามที่มีการเข้าคิวเอาไว้

ส่วนบรรยากาศทั่วไปโดยรอบสนามหลวง ยังคงมีจิตอาสาทำงาน ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งการเก็บขยะ หน่วยแพทย์พยาบาลอาสา การแจกอาหารและเครื่องดื่มให้กับประชาชน รวมทั้งวินมอเตอร์ไซค์จิตอาสา ก็ยังคงตั้งจุดให้บริการหลายจัด ทั้งในส่วนของแยก จปร. หน้ากระทรวงคมนาคม และบริเวณจุดที่ใกล้กับสะพานผ่านฟ้าด้วย

เตรียมให้ปชช.เข้าร่วมพิธีตัดไม้จันทน์หอมที่อช.กุยบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243544

เตรียมให้ปชช.เข้าร่วมพิธีตัดไม้จันทน์หอมที่อช.กุยบุรี

เตรียมให้ปชช.เข้าร่วมพิธีตัดไม้จันทน์หอมที่อช.กุยบุรี

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.14 น.

อำเภอกุยบุรี ประสานสำนักพระราชวังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมประกอบพิธีตัดไม้จันทน์หอม

7 พ.ย.59 นายชาตรี จันทร์วีรชัย นายอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากสำนักพระราชวัง ได้ทำการสำรวจและคัดเลือกไม้จันทน์หอมยืนต้นตายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่มีความเหมาะสมสำหรับใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้ข้อสรุปว่า จะมีการใช้ไม้จันทน์หอม จำนวน 4 ต้น จาก 19 ต้น ที่ได้มีการสำรวจไว้พร้อมกำหนดพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม ในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย.59 ฤกษ์เอกเวลา 14.09 น. ขณะนี้มีการประสานไปยังสำนักพระราชวัง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าร่วมการประกอบพิธีในครั้งนี้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ด้าน นายศรีสวัสดิ์ บุญมา กำนัน ต.หามขาม อ.กุยบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการประสานงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีมอบหมายให้ 13 องค์กร จากเครือข่ายพาวเวอร์ออฟ กุยบุรี ดำเนินการรับผิดชอบในการจัดเครื่องสังเวยเพื่อประกอบพิธี และร่วมกับ นายมานพ ตั้งบูรพาจิตต์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดเตรียมรถบรรทุกไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีไปส่งที่สำนักช่างสิบหมู่  จ.นครปฐม  นอกจากนั้นชาวบ้านในพื้นที่ได้เตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณริมถนนเพชรเกษม – ยางชุม เนื่องจากคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปร่วมงานพิธีจำนวนมาก

สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอประกอบด้วย อ.เมือง อ.กุยบุรี อ.สามร้อยยอด และ อ.ปราณบุรี มีไม้จันทน์หอมขึ้นอยู่จำนวนมาก ที่ผ่านมาอุทยานฯกุยบุรี ได้ทำการสำรวจไม้ที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ และจัดทำพิกัดไว้เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญ โดยสำนักพระราชวัง จะเป็นผู้คัดเลือกไม้ที่มีสภาพสมบูรณ์ ข้างในไม่กลวง เพื่อนำไปใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ จากนั้น มีกำหนดการประกอบพิธีบวงสรวงไม้จันทร์หอม ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี  เริ่มเวลา 14.00  น.นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการเดินทางถึงมณฑลพิธีบริเวณหน้าต้นจันทน์หอม เวลา 14.09 น.หลั่งน้ำเทพมนตร์เจิมบริเวณต้นจันทร์หอม โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ภูษามาลาไกวบัณเฑาะว์ หลั่งน้ำเทพมนตร์เจิมขวานสำหรับใช้ตัดต้นจันทร์หอม จุดเทียนเงิน เทียนทอง ธูป บนโต๊ะเครื่องบวงสรวงและปักธูปบริวารที่เครื่องสังเวยทั้งหมด นายฉัตรชัย ปื่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ อ่านประกาศบวงสรวง จากนั้น ไปยังบริเวณหน้าต้นจันทน์หอม ประพรมน้ำเทพมนต์ที่ต้นจันทน์หอม แล้วใช้ขวานฟันที่ต้นจันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ และโปรยดอกไม้รอบบริเวณต้นจันทน์หอม โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร  ภูษามาลาไกวบัณเฑาะว์ กระทั่งเสร็จพิธี

‘นักธุรกิจจีน’พบ’ปนัดดา’ ขอร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243539

'นักธุรกิจจีน'พบ'ปนัดดา' ขอร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

‘นักธุรกิจจีน’พบ’ปนัดดา’ ขอร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.45 น.

7 พ.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการต้อนรับกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนในประเทศไทยกว่า 32 บริษัท ที่เดินทางมาแสดงความอาลัยการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า คณะนักธุรกิจจีนได้เข้ามาพบเพื่อแสดงความโศกเศร้าอาลัย ร่วมกับประชาชนชาวไทย พวกเขาทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เปิดโอกาสให้คนจีนได้เข้ามาพำนักและประกอบธุรกิจในประเทศไทย ทั้งนี้ ในประเทศจีนได้มีการเสนอข่าวทุกวันเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่สอนให้คนไทยรู้จักความพอเพียง

พร้อมกันนี้ นักธุรกิจจีนได้แสดงความประสงค์ที่จะขอร่วมเป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้แนะนำให้ไปประสานกับสำนักพระราชวัง

นอกจากนี้ ม.ล.ปนัดดา ยังให้การต้อนรับกลุ่มจิตอาสา “ปันเสื้อดำ ทำเพื่อพ่อ” ที่นำเสื้อผ้าสีดำ จำนวน 1,031 ชุด อาทิ เสื้อ ชุดเดรส กางเกง กระโปรง เป็นต้น มามอบแก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแบ่งปันเสื้อดำแก่ผู้ที่ต้องการเสื้อดำในช่วงเวลาไว้ทุกข์แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ทางกลุ่มได้นำเสื้อดำมามอบ ซึ่งตนจะนำเสื้อดำดังกล่าวมอบให้สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาและดำเนินการมอบให้ประชาชนที่ขาดแคลนจริงๆ

กรรมติดจรวด!’น๊อต #กราบรถกู’ ส่อโดนยึดรางวัลคนไทยตัวอย่างปี59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243535

กรรมติดจรวด!'น๊อต #กราบรถกู' ส่อโดนยึดรางวัลคนไทยตัวอย่างปี59

กรรมติดจรวด!’น๊อต #กราบรถกู’ ส่อโดนยึดรางวัลคนไทยตัวอย่างปี59

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.29 น.
7 พ.ย. 59 จากกรณีที่ นายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ”น็อต” นักแสดงและพิธีกรวัยรุ่นชื่อดัง ที่ได้ทำร้ายร่างกายผู้ที่ขับจักรยานยนต์มาเฉี่ยวชนรถของตนเองพร้อมทั้งบังคับให้กราบรถ ส่งผลให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บใบหน้าปูดบวด ดั้งจมูกหัก นั้น
ด้าน “อั้ม แอบแซ่บ” ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย(สว.นท.) ได้โพสต์อินสตาแกรม @aum_bjatnews ระบุว่า “จากกรณีที่ นายอัครณัฐ อริยฤทธ์วิกุล หรือน๊อต พิธีกรและนักแสดงได้แสดงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในโลกสังคมออนไลน์นั้น ทางคณะกรรมการสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย(สว.นท) ได้ทราบเรื่องและจะมีการประชุมอีกครั้งว่าจะเรียกคืนรางวัลคนไทยตัวอย่างประจำปี2559 หรือไม่ อย่างไรจะส่งหนังสือไปทางต้นสังกัดนายอัครณัฐต่อไปค่ะ #กราบรถกู”

ด่วน!“น็อต กราบรถ” ไม่แถลงแล้ว! หวั่นพูดอาจจะส่งผลต่อรูปคดี

จี้สังคมลงโทษ’น๊อตกราบรถกู’ ‘วิกรม’ซัด’ป่าเถื่อน’ไม่ควรมีที่ยืน

‘น๊อต #กราบรถกู’โผล่สน.แล้ว หลังครอบครัวคู่กรณีโร่แจ้งความ

‘วัน อยู่บำรุง’ก็มา! ลั่นสมัยก่อนมีข่าวบ่อย ก็เพราะคนแบบนี้!

เอาแล้วไง!! ‘เกริก ชิลเลอร์’ โพสต์ถึง ‘น๊อต #กราบรถกู’ งานนี้มีสะดุ้ง!

กดไลค์รัวๆ!เพจมินิคูเปอร์ไทยแลนด์ โพสต์’เราไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องกราบ!!’

เหยื่อหมัด’น๊อต #กราบรถกู’จมูกหัก ญาติซัดอะไหล่ซื้อใหม่ได้ แต่จมูกซื้อไม่ได้

เจอแล้ว! ‘น๊อต เวคคลับ’เจ้าของวลี’กราบรถกู’ เจ้าตัวจ่อแถลงพรุ่งนี้ (ชมคลิป)

ขอบคุณ : @aum_bjatnews

ชาวหาดใหญ่แห่ลงทะเบียน จองรับแสตมป์ที่ระลึกรัชกาลที่9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243529

ชาวหาดใหญ่แห่ลงทะเบียน จองรับแสตมป์ที่ระลึกรัชกาลที่9

ชาวหาดใหญ่แห่ลงทะเบียน จองรับแสตมป์ที่ระลึกรัชกาลที่9

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.01 น.

ประชาชนในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้ความสนใจไปลงทะเบียนแจ้งความจำนงในการขอรับการ์ดที่ระลึกผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนวันแรกกันอย่างคึกคัก

7 พ.ย.59 บรรยากาศในวันแรกที่ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแจ้งความจำนงในการขอรับการ์ดที่ระลึกผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ที่ทางบริษัทไปรษณีย์ไทย จัดทำจำนวน 9,999,999 ดวง ผ่านช่องทางออนไลน์และที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ

ในส่วนของอ.หาดใหญ่ ได้รับความสนใจจากประชาชนทยอยไปลงทะเบียน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ตั้งแต่ช่วงเช้า เช่นที่ทำการไปรษณีย์ศรีภูวนารถ ซึ่งเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 7 นาฬิกา มีประชาชนทั้งที่ทราบข่าวล่วงหน้าและทางเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ประชาสัมพันธ์ให้ทราบขณะเข้าไปใช้บริการไปรษณีย์  ไปลงทะเบียนเพื่อขอรับการ์ดที่ระลึกอย่างต่อเนื่อง โดยเพียงแค่ 1 ชั่วโมงแรกเฉพาะสาขาศรีภูวนารถมีประชาชนไปขอลงทะเบียนแล้วกว่า 200 คน และทางที่ทำการไปรษณีย์ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งนี้ แม้ว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.59 แต่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกที่จะมาลงทะเบียนในวันแรกเพื่อความแน่นอนโดยเฉพะผู้ที่สะสมแสตมป์

สำหรับการ์ดที่ระลึกผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 จำนวน 9,999,999 ดวง ทางไปรษณีย์ไทย ได้เปิดให้ประชาชนเข้ามาลงทะเบียนแจ้งความจำนงในการขอรับผ่านช่องทางออนไลน์ และที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7-30 พ.ย.59 นี้ โดยกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมชื่อ-ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดส่งการ์ดที่ระลึกชุดพิเศษนี้ไปให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสงวนสิทธิ์ในการลงทะเบียน 1 ท่าน ต่อการ์ดที่ระลึกชุดพิเศษนี้ 1 ใบ

ชาวชัยนาทแห่ลงทะเบียน จองบัตรภาพแสตมป์ที่ระลึกคึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243522

ชาวชัยนาทแห่ลงทะเบียน จองบัตรภาพแสตมป์ที่ระลึกคึกคัก

ชาวชัยนาทแห่ลงทะเบียน จองบัตรภาพแสตมป์ที่ระลึกคึกคัก

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.01 น.

ประชาชนชาวชัยนาทเดินทางไปลงทะเบียนเพื่อขอรับบัตรภาพแสตมป์ที่ระลึก พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช อย่างคึกคักตั้งแต่ไปรษณีย์เปิดทำการ โดยทุกคนตั้งใจจะนำไปบูชาด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

7 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานไปรษณีย์ชัยนาท บนถนนชัยณรงค์ ในตัวเมืองชัยนาท ประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนเพื่อจองรับบัตรภาพ ผนึกตราไปรษณียากร พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่บริษัทไปรษณีย์ไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนคนไทยทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากที่มารอตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดทำการ ซึ่งทุกคนบอกเหมือนกันว่า ต้องการบัตรภาพ ผนึกตราไปรษณียากร ที่ระลึกนี้ไปไว้บูชาเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยตลอดการครองราชย์ 70 ปี

โดยเจ้าหน้าที่ไปรษณย์ได้ย้ำเตือนกับพี่น้องประชาชนที่จะรอรับบัตรภาพ ผนึกตราไปรษณียากร ที่ระลึกว่า การลงทะเบียนสามารถทำได้ 2 ช่องทางคือ การลงทะเบียนด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์www.stamprama9.thailandpost.com และการลงทะเบียนที่หน้าเคาเตอร์ของที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศโดยให้เตรียมบัตรประชาชนหรือจดเลข 13 หลักใช้ในการลงทะเบียน