บิ๊กไบค์อุดรฯ400คันรัก’ในหลวง’ ร่วมแปรอักษรแสดงความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243362

บิ๊กไบค์อุดรฯ400คันรัก'ในหลวง' ร่วมแปรอักษรแสดงความอาลัย

บิ๊กไบค์อุดรฯ400คันรัก’ในหลวง’ ร่วมแปรอักษรแสดงความอาลัย

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 19.35 น.

ชมรมบิ๊กไบค์จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี และผู้ขับขี่จักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีร่วมสร้างประวัติศาสตร์ แปรอักษรสัญลักษณ์เลข ๙ ไทย บนชื่อ UDON เพื่อแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็น 1 ในกิจกรรมชาวอุดรธานีร่วมรำลึก 61 ปี เสด็จประพาสจังหวัดอุดรธานี

5 พ.ย.59 เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ลานปูน หน้าศาลาพิธีรับเสด็จสนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ร่วมกิจกรรมแปรอักษรเลข ๙ ไทย บนชื่อ UDON ซึ่งชมรมบิ๊กไบค์จังหวัดอุดรธานี คณะอาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี เด็กและเยาวชนในสถาบันการศึกษาและนอกสถาบันการศึกษาผู้รักนิยมในการขับขี่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ร่วมกันแปรอักษรเลข ๙ ในกรอบสี่เหลี่ยมเคลื่อนไหว ซึ่งน้องๆ จากในและนอกสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ร่วมขับจักรยานวนเป็นสัญญาลักษณ์กรอบสี่เหลี่ยมเสมือนมีชีวิต เพื่อแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานชมรมบิ๊กไบค์จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่พสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกชมรมบิ๊กไบค์ น้องๆ เด็กและเยาวชน ที่มีความชอบและสนใจในเรื่องการขับขี่รถจักรยายนต์ จะได้ร่วมแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีที่มีอยู่เต็มหัวใจ เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย

และเป็นหนึ่งในกิจกรรมดีๆ ที่สมาชิกชมรมบิ๊กไบค์อุดรธานีและพสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีร่วมใจจัดขึ้นเพื่อร่วมรำลึก 61 ปี การเสด็จประพาสจังหวัดอุดรธานีครั้งแรกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์ท่านเสด็จประพาสจังหวัดอุดรธานีครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2498 ซึ่งทางจังหวัดอุดรธานีเตรียมรำถวายรำลึก 60 ปีในหลวงเสด็จประพาสจังหวัดอุดรธานีในวันที่ 7  พ.ย.นี้อย่างยิ่งใหญ่

นทพ.จัดทอดกฐินสามัคคี มอบอุปกรณ์-การศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243357

นทพ.จัดทอดกฐินสามัคคี มอบอุปกรณ์-การศึกษา

นทพ.จัดทอดกฐินสามัคคี มอบอุปกรณ์-การศึกษา

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 19.14 น.
5 พ.ย. 59 กองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.) โดยผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา(ผบ.นทพ.) เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคีหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาประจำปี 2559 ณ วัดกองดิน ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง และร่วมกับชมรมแม่บ้าน นทพ. มอบอุปกรณ์การศึกษา, อุปกรณ์กีฬา ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่จำนวน 4 แห่ง พร้อมมอบชุดกีฬาสำหรับนักเรียนอนุบาลจำนวน 114 ชุด ซึ่งภายในงาน นทพ.ได้จัดรถครัวสนามให้บริการแจกจ่ายอาหารกล่อง, จัดรถประปาสนามผลิตน้ำดื่มแจกจ่าย, ให้บริการตัดผมฟรี, บริการซ่อมจักรยานฟรี และ จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่บริการตรวจรักษาโรค พร้อมแจกจ่ายยา/แว่นตา ให้กับประชาชนที่มาร่วมงานในพิธี

กทม.ขอความร่วมมือจิตอาสาไม่ตัดผม-นวด-ย้อมผ้า เน้นคนเข้าคิวถวายสักการะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243303

กทม.ขอความร่วมมือจิตอาสาไม่ตัดผม-นวด-ย้อมผ้า เน้นคนเข้าคิวถวายสักการะ

กทม.ขอความร่วมมือจิตอาสาไม่ตัดผม-นวด-ย้อมผ้า เน้นคนเข้าคิวถวายสักการะ

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.07 น.

5 พ.ย. 59 ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังการประชุมร่วม กอร.รส. ว่า ช่วงที่ผ่านมามีประชาชนเข้ามาในพื้นที่สนามหลวงประมาณ 130,000 คน และมี 30,000 ได้เข้าไปสักการะพระบรมศพ ดังนั้นคนที่เหลือจึงเป็นคนที่ไม่ได้เข้าสักการะพระบรมศพ บางคนเพียงแต่มาร่วมทำกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ที่มีอยู่ในสนามหลวง อาทิ ตัดผม นวด วาดภาพ สกรีนเสื้อ และย้อมผ้า ขอความกรุณาให้ออกจากพื้นที่ และขอความร่วมมือคนที่จะมาจัดกิจกรรม ให้เน้นเพื่ออำนวยความสะดวกคนที่เข้ามาสักการะ ส่วนเรื่องอาหารจะขอความร่วมมือ ให้แจกเป็นรอบ ขณะนี้ผู้ค้าแผงลอยยังคงนำสินค้ามาวางจำหน่าย พบว่ามีการกระทำบางอย่างมิบังควร และแอบอ้าง ถึงขั้นผ่านพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นคนต่างจังหวัดที่ไม่รู้เรื่องอะไร ทาง กอร.รส. จะเอาคนกลุ่มนี้มาขึ้นบัญชี เช่น เดียวกับกลุ่มจักรบานบนต์อาสาที่รับเรียกเก็บเงิน เราก็จะดำเนินการด้วย

ด้านพล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า สำหรับประชาชน ที่มีความประสงค์จะมาเพื่อสักการะ พระบรมศพ ที่พระบรมมหาราชวัง แต่ไม่ทราบเส้นทาง หรือกลุ่มบุคคลที่เดินทางเป็นหมู่คณะที่ต้องการทราบจุดจอดรถ สามารถโทรมาสอบถามข้อมูลศูนย์จราจรกลางที่เบอร์ 1197 เพราะได้มีจุด สำหรับจอดรถ และจุดบริการรถฟรี จัดเตรียมไว้ให้

ขณะที่นายณรงค์ คงคำ ผู้ตรวจราชการจากกระทรวงพัฒนาสังคัมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ในส่วนของการดูแลกลุ่มคนไร้ที่พึ่งพิงจาก 3 วันที่ผ่านมา พบคนเข้าข่าย 148 ราย และเมื่อคืนที่ผ่านมาพบ 25 ราย โดยแบ่งเป็น กลุ่มคนที่มาค้างคืนเพื่อรอสักการะพบพระบรมศพ 3 ราย และเป็นกลุ่มคนไร้ที่พึ่งพิง 22 ราย โดยการแก้ปัญหาจะมีการเชิญตัวมาที่จุดคัดกรอง ซึ่งมีทั้งนักติตวินทยา นักสังคมสงเคาระห์ คอยสอบถามข้อมูล เพื่อแยกเป็นกรณี หากมีอาการเจ็บป่วยก๋จะส่งไปยังสถานพยาบาล  ถ้าะพบมีอาการมึนเมาสุเรา ก็ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเป็นกลุ่มคนไร้ที่พึ่งก็จะส่งไปยังบ้านมิตรไมตรี ทั้งนี้เป้ฯที่น่าสังเกตว่าสถิติในหลายวันที่ผ่านมา จำนวนของคนไร้ที่พึ่งลดลงอย่างน่าพอใจ จึงขอฝากประชาชนหากพบบุคคลที่เข้าข่าย แจ้งมายัง กอร.รส. ได้

ทั้งนี้ พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ. กอร.รส. กล่าวว่า ภาพรวมของการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดย กอร.รส. ให้ความสำคัฐในเรื่องดังกล่าว รวมถึงคาวมปลอดภัยและการรักษาระเยียบความสงบเรียบร้อย ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเที่ยว ของวันนี้ไดมีประชาชนเข้าไปสักการระพระบรมศพแล้ว 17,000 ยังคงมีเข้าคิวอีก 20,000 เศษๆ ซึ่งเราจะได้มีการประสานงานกับสำนักพระราชวัง เพื่อให้ทุกคนได้เข้าสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง

ด้านนายวิกร เพิ่มพวก ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามีอาสาสมัครบางคน มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม มีการแอบอ้างเรียกรับเงิน ดังนั้นหลังวันที่ 7 เราจะมีการออกบัตรแบบใหม่ที่มีสีแตกต่างกันออกไป และต้องขอให้ประชาชนที่จะลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครพกบัตรประชาชนตัวจริง หรือบัตรที่ข้าราชการออกให้ ที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก เพื่อเป็นข้อมูล และขอให้ทำความเข้าใจว่าอาสาสมัครจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ เพียงแต่ได้หน้าที่ช่วยเหลือเจ้าที่ตำรวจ และทหารเท่านั้น และหลังวันที่ 13 พ.ย. จะมีการออกบัตรเป็นบาร์โค้ด เพื่อความง่ายต่อการตรวจสอบเป็นรายบุคคล ขอฝากไปยังประชาชนหากพบเห็นว่ามีอาสาสมัครประพฤติตัวไม่เหมาะสม ให้โทรแจ้งได้ที่เบอร์ 095-479-7034 ได้เลย

กงสุลเกาะมาร์แชลล์ประจำปท.ไทย แจกขนมปัง-น้ำผลไม้ให้ประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243301

กงสุลเกาะมาร์แชลล์ประจำปท.ไทย แจกขนมปัง-น้ำผลไม้ให้ประชาชน

กงสุลเกาะมาร์แชลล์ประจำปท.ไทย แจกขนมปัง-น้ำผลไม้ให้ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.56 น.

5 พ.ย. 59 เวลา 10.30น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามหลวง เต็นท์ร่วมด้วยช่วยกันบริการประชาชน  นายสตีเฟนเฉิง เซี่ยน ซี กงสุลสาธารณะรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ประจำประเทศไทย ได้นำขนมปังพร้อมน้ำผลไม้ และน้ำเกลือแร่ จำนวน 3,000 ชุด สายรัดข้อมือสีดำ 2,000 ชิ้น  มาแจกให้กับประชาชน ที่มาบริเวณท้องสนามหลวง และที่มาร่วมถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยนายสตีเฟนเฉิง กล่าวว่า อยากมาช่วยบริการประชาชนที่มาร่วมถวายสักการะพระองค์ท่าน และก่อนหน้านี้ตนและประธานนาธิบดีได้มาลงนามเพื่อแสดงความอาลัย เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ถ้ามีโอกาสจะมาแจกของให้กับประชาชนอีก ตนได้เคยเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตอนที่พระองค์ท่านครองราชครบ 70 ปี

ช้าง10เชือกเพนียดหลวงอยุธยา ซ้อมใหญ่ถวายสักการะพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243297

ช้าง10เชือกเพนียดหลวงอยุธยา ซ้อมใหญ่ถวายสักการะพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ช้าง10เชือกเพนียดหลวงอยุธยา ซ้อมใหญ่ถวายสักการะพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.33 น.

ช้าง 10 เชือกจากเพนียดหลวงอยุธยา นำโดยพลายวัง อายุ 45 ปี ซ้อมใหญ่ ก่อนเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เบื้องหน้าพระบรมศพ

5 พ.ย.59 ที่เพนียดคล้องช้างอยุธยา ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล นำช้างจำนวน 10 เชือก และควาญช้าง ทำการซ้อมใหญ่ ก่อนเข้าร่วมถวายความอาลัยถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยการนำช้างที่มีลักษณะงาที่สวยงามทั้ง 10 เชือกนำโดยพลายวัง อายุ 45 ปี  มาแต่งองค์ทรงเครื่องคชาภรณ์เสมือนวันจริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้สมบูรณ์แบบที่สุดก่อนเดินทางเข้า กทม. เพื่อถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในวันอังคารที่ 8 พ.ย.59 นี้

โดยพลายวัง จะทำหน้าที่นำขบวนอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างเผือกในรัชกาลที่ 9 ส่วนการเดินทางตามกำหนดการ คือ เวลา 04.00 น. เดินทางด้วยรถบรรทุกจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะถึงหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเวลา 06.00 น. โดยช้างจะแต่งแบบช้างศึกด้วยผ้าสีดำ รวมกับกลุ่มคนเลี้ยงช้างอีก 200 คน ก่อนเคลื่อนแถวในเวลา 09.09 น. ผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เพื่อยืนสงบนิ่งพร้อมถวายอาลัยและหมอบกราบ จากนั้น จะเดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยช้างทุกเชือกเป็นพ่อพันธุ์ชั้นดีของศูนย์เพาะขยายพันธุ์ช้างไทย วังช้างอยุธยาฯ และเคยถวายการแสดงต่อหน้าพระที่นั่งมาแล้ว ครั้งล่าสุดที่พระองค์เสด็จฯ มาที่ทุ่งมะขามหย่อง ปี พ.ศ.2555

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานอาหารแก่ประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243294

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานอาหารแก่ประชาชน

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานอาหารแก่ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.47 น.

5 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่ภายในท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายแก่ประชาชนในวันนี้ ประกอบด้วย มื้อเช้า ก๊วยจั๊บน้ำข้น 1,500 ชุด นมกล่องหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน ขนมจีบ ซาลาเปา  2,000 ชุด ข้าวขาหมูมังกรหลวง 4,000 ชุด ส้มเขียวหวาน 10 เข่ง  น้ำดื่มจิตรดา มื้อบ่าย ขนมไทย  1,000 ชุด พิซซ่ากล่องเล็ก 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง น้ำดื่มจิตรดา มื้อเย็น ข้าวสตูไก่+กุนเชียง 1,500 ชุด บะหมี่หมูแดง 1,500 ชุด และมีน้ำสมุนไพรอีก 500 ลิตร บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ขณะที่รถหน่วยเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งจอดให้บริการอยู่ที่หน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ เพื่จะปฏิบัติหน้าที่ตามรับสั่งของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะอุปนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ที่ทรงห่วงใยประชาชน จึงทรงมีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก นำข้าวเหนียวไก่ทอดที่ปรุงสดใหม่ทุกวันมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชน อย่างเพียงพอต่อเนื่องตลอดทั้งวัน สำหรับวันนี้ มีไก่ที่นำมาทอดสูตรประทานจำนวน 1,200 กก. พร้อมข้าวเหนียวจำนวน 500 กก. โดยมีคณะอาสากาชาด คณะอาจารย์ นักศึกษา แม่ครัว จากมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา จำนวน 50 คน ซึ่งแบ่งเป็นสองผลัด มาช่วยห่อข้าวเหนียวไก่ทอดตลอดทั้งวันด้วย นอกจากนี้ ร้านน้ำพริกนิตยาบางลำพู นำก๋วยเตี๋ยวหลอด 3,000 ถ้วย สลัดโล 2,000 ชุด มาร่วมแจกจ่ายประชาชนด้วย

ชาว’แม่อาย’รอถวายสักการะพระบรมศพ น้อมนำ’คำสอนพ่อ’ใช้ในชุมชน (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243287

ชาว'แม่อาย'รอถวายสักการะพระบรมศพ น้อมนำ'คำสอนพ่อ'ใช้ในชุมชน (ประมวลภาพ)

ชาว’แม่อาย’รอถวายสักการะพระบรมศพ น้อมนำ’คำสอนพ่อ’ใช้ในชุมชน (ประมวลภาพ)

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.12 น.

5 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณเต๊นท์จุดรอคอย ได้มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมานั่งพักอยู่ภายในเต๊นท์รอคอยเริ่มจากหน้ากรมศิลปากรผ่านหน้าวัดมหาธาตุฯ และมีแถวยาวไปถึงแยกท่าพระจันทร์หลายคนยืนสงบนิ่ง เพื่อรอเข้ากราบถวายสักการะะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุดสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

จากนั้นเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนชุดแรกเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 7 โดยเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี ตั้งแถวหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ก่อนทยอยเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมรับภาพพระบรมโกศพระบรมศพสี่สีพระราชทานกลับไปเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้นำน้ำดื่มพระราชทาน น้ำสมุนไพรพระราชทาน ผ้าเย็น มาแจกจ่ายให้ประชาชนคลายร้อนด้วย ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำข้าวเปลือกพันธุ์ดีบรรจุถุง มีข้อความว่า “พอเพียง” มามอบให้ประชาชน วันละ 3 หมื่นถุง เพื่อนำกลับไปเป็นระลึกตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย

ด้านนางจันทร์สม มณีจักร อายุ 68 ปี ชาว ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนและเพื่อนบ้านกลุ่ม”ธรรมะสู่บ้าน” จำนวน 22 คนได้นั่งรถไฟฟรี 16 ชั่วโมงมาจาก จ.เชียงใหม่ ตั้งใจมากราบถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งครั้งแรกขึ้นกราบสักการะไปเมื่อวันที่ 2 พ.ย.59 ฝนตกหนักมาก หลังจากนั้นได้พากันนั่งรถไฟฟรีไป อ.หัวหิน เพราะอยากไปเห็นบ้านของพ่อหลวง และก่อนกลับเชียงใหม่ จึงแวะมากราบถวายสักการะพระบรมศพอีกสักครั้ง โดยวันนี้ ได้เข้าเป็นคณะแรกตอนตี 5 รู้สึกซาบซึ้งดีใจมาก และจะขอน้อมนำคำสอนของพระองค์โดยเฉพาะเรื่องความประหยัดมาใช้ในชีวิตประจำวัน และจะอบรมสั่งสอนลูกหลานให้เป็นคนดี ตามคำสอนของพระองค์

ขณะที่นางสาวเกษณี คำอ่อง อายุ 59 ปี ชาว ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตอนสมัยอายุประมาณ 17 ปี ได้คัดเลือกให้เข้ารำถวายหน้าพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ขณะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมครอบครัวไปที่ อ.แม่อาย รู้สึกตื่นเต้นดีใจมากยังจำภาพประทับใจไม่เคยลืม ประทับในที่พระองค์พูดคุยกับประชาชนยากจนอย่างใกล้ชิดโดยไม่ถือพระองค์ รู้สึกเสียใจมากที่ทราบว่าพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ท่านเป็นผู้ให้มาตลอด เกิดมาพ่อแม่ก็สอนว่าท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินต้องเคารพ โตขึ้นก็เห็นภาพพระองค์ทรงเยี่ยมราษฎร์ในที่ต่างๆ เห็นพระองค์ท่านเหน็ดเหนื่อย ก็อธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย เราคิดว่า พระองค์ท่านเป็นเทพมาช่วยประชาชนไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้น พระเมตตาของพระองค์ยังแผ่ไปยังต่างประเทศทั่วโลก

“ก็จะขอน้อมนำคำสอนของพระอง์มาปฏิบัติ โดยเฉพาะเกี่ยวกับศาสนา ได้ตั้งเป็นชมรม “ธรรมะสู่บ้าน” เพื่อเชิญชวนชาวบ้านทำความดีรักษาศีล รักกัน ดูแลกันให้ศาสนาอยู่ได้ ส่วนทางครอบครัวก็จะขยัน อดทน อดออมตามที่พ่อหลวงท่านสอนไว้ ก็อยากให้พระองค์ท่านดลใจให้ประชาชนรักสามัคคีกัน พร้อมนำคำสอนของพ่อหลวงไปประพฤติปฏิบัติ”

นางทองเสี่ยน บุญรอด ชาว ต.ท่าพล อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า วันที่ทราบว่าพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตทุกคนเงียบหมด และมีแต่เสียงร้องไห้น้ำตาตกใน เหมือนสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง วันนี้ได้ตั้งใจมากราบถวายสักการะพระบรมศพ อธิษฐานว่าขอให้พระองค์ท่านคุ้มครอง สัญญาว่าจะทำดี และที่ผ่านมาก็ทำความดีโดยตลอดเป็นจิตอาสาออกไปช่วยเหลือชุมชน ชมรมผู้สูงอายุ ช่วยแพทย์ดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยติดบ้านและผู้ป่วยติดเตียง ช่วยเด็กอ่านหนังสือไม่ออก ส่วนภายในครอบครัวก็ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงใช้จ่ายประหยัด อดออม ทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกผักแบบผสมผสาน

‘ปากพนัง’แปรอักษรอาลัย’พ่อหลวง’ ย้ำอดีตครั้งเสด็จเยือนปากพนังปี2518 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243285

'ปากพนัง'แปรอักษรอาลัย'พ่อหลวง' ย้ำอดีตครั้งเสด็จเยือนปากพนังปี2518  (ชมคลิป)

‘ปากพนัง’แปรอักษรอาลัย’พ่อหลวง’ ย้ำอดีตครั้งเสด็จเยือนปากพนังปี2518 (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.41 น.

5 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (4 พ.ย.) นายพิเชษฐ์  กล้าสุคนธ์ นายกเทศมนตรีเมืองปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้จัดกิจกรรมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนำคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปากพนัง หัวหน้าส่วนราชการ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จำนวนเกือบ 10,000 คน เดินถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นขบวนจากหน้าเทศบาลเมืองปากพนังขบวนตามถนนชายน้ำ ผ่านหน้าธนาคารกรุงเทพ หน้าศาลจังหวัดปากพนัง ตลาดย้อนยุค “ปากพนังริเวอร์ฟร้อนท์” ก่อนจะรวมตัวกันหน้าสวนสาธารณะ ร.9 ริมเขื่อนแม่น้ำปากพนัง ทำการแปรอักษรเป็นรูปหัวใจ ตามด้วยคำว่า ‘รักพ่อ’ และหมายเลข ๙ อย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม จากนั้นอ่านคำถวายความอาลัยและยืนสงบนิ่ง 9 นาที ก่อนจะร่วมกันขับร้องเพลง “พระราชาในนิทาน” และเพลง “สรรเสริญพระบารมี” เสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

สำหรับอำเภอปากพนัง  นอกจากจะมีโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนสามารถพลิกฟื้นแผ่นดินอู่ข้าวอู่น้ำให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง แล้วเป็นพื้นที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรชาวปากพนัง โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ซึ่งทั้ง 4 พระองค์ ได้เสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งจากค่ายวชิราวุธถึงบริเวณหน้าวัดคงคาสวัสดิ์ (ปากพนังฝั่งตะวันตก) ในเวลา 12.50 น. วันที่ 3 กันยายน 2518 จากนั้นได้เสด็จลงเรือขนานยนต์เสด็จข้ามแม่น้ำปากพนังไปยังโรงเรียนปากพนัง (ปากพนังฝั่งตะวันออก) ประทับทอดพระเนตรชมการแสดงของลูกเสือชาวบ้าน ทรงมีพระปฏิสันถารกับลูกเสือชาวบ้าน นักเรียนโรงเรียนปากพนังและประชาชนอย่างใกล้ชิด ก่อนพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน โดยมี นางพิศวง รามณรงค์ ตัวแทนลูกเสือชาวบ้านอำเภอปากพนัง กราบบังคมทูลถวายรายงาน

หลังจากนั้น ได้เสด็จไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอปากพนัง ทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทดลองใช้เครื่องมือสื่อสาร ก่อนจะเสด็จต่อไปยังวัดนันทารามเข้าไปในศาลากลางน้ำทรงจุดธูปเทียนนมัสการพระพุทธปฏิมา (หลวงพ่อผุด) ทรงถวายยาสามัญประจำบ้านเพื่อให้พระภิกษุใช้ยามจำเป็นและทรงถวายปัจจัยสำหรับบำรุงวัดจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเสด็จลงแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำปากพนัง (ปากพนังฝั่งตะวันตก) เพื่อเสด็จไปยังค่ายวชิราวุธในเวลา 16.50 น.

รวมระยะเวลาที่ทรงมีพระราชกรณียกิจในพื้นที่อำเภอปากพนัง 4 ชั่วโมง โดยปัจจุบันแม้เวลาจะผ่านมานานถึง 41 ปี แต่ชาวปากพนังยังจดจำและมีความรู้สึกปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้และนายนิเวส วนคุณากร ได้บันทึกเหตุการณ์เป็นบทกลอนไว้ชื่อ “เทิดไท้เหนือเกล้าชาวลุ่มน้ำปากพนัง”

เทิดพระเกียรติสูงสุด ในหลวงร.9 บูรพาจารย์ของครู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243275

เทิดพระเกียรติสูงสุด  ในหลวงร.9  บูรพาจารย์ของครู

เทิดพระเกียรติสูงสุด ในหลวงร.9 บูรพาจารย์ของครู

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เทิดพระเกียรติสูงสุด

ในหลวงร.9

บูรพาจารย์ของครู

มส.นิมนต์พระเถระ500รูป

จัดพิธีสวดมนต์ใหญ่ถวาย

ตรวจเข้มรอบสนามหลวง

จัดระเบียบคนเร่ร่อนด้วย

เมื่อเวลา 07.19 น. วันที่ 4 พฤศจิกายนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซนไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 3 พฤศจิกายน ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนที่มากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ขึ้นมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อถวายสักการะพระบรมศพ ในระหว่างที่มีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอีกด้วย

เวลา 11.00 น. หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศเทพาวนาราม และวัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร

เวลา 15.15 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย คุณสิริกิติยา เจนเซน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

พระบรมฯทรงเลี้ยงอาหารหลากเมนู

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารนำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง สร้างความปลื้มปีติให้พสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้ สำหรับเมนูอาหารพระราชทานวันนี้ มื้อเช้าเป็นข้าวต้มไก่ พร้อมนมหนองโพ มื้อเที่ยง ผัดซีอิ๊ว ไก่คั่วกลิ้ง ส่วนอาหารว่างช่วงบ่าย เป็นขนมไทย แซนวิชแฮมทูน่า เฉาก๊วยชากังราว พร้อมน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และมื้อเย็นเป็นผัดไทยพร้อมน้ำดื่ม

ฟ้าหญิงฯส่งทีมแพทย์ดูแลปชช.

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พร้อมพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธออทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้พระราชทานเลี้ยงอาหารเที่ยงพร้อมให้จัดหน่วยแพทย์-พยาบาลจากรพ.จุฬาภรณ์ และรพ.วิชัยยุทธตรวจโรคและปฐมพยาบาลเบื้องต้นตั้งแต่ 10.00-19.00 น.ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

ปชช.ยังหลั่งไหลเข้ากราบพระบรมศพ

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังวันที่ 7 ตลอดทั้งวันมีประชาชนทั่วสารทิศมาเข้าแถวมากกว่าทุกวัน เฉลี่ยใช้เวลารอประมาณ 4 ชั่วโมง แต่ไม่มีใครย่อท้อ โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้เข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น. ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าไปบริเวณสนามหลวงและรอบพระบรมมหาราชวังทุกจุดทางเข้า

ตรวจเข้มบัตรปชช.-พาสปอร์ต

ด้านพล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น.เปิดเผยว่า ในส่วนนครบาลดูแล 3 เรื่องหลักคือ การจราจร การรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งการรักษาความปลอดภัย มี 8 จุดคัดกรองใหญ่รอบสนามหลวงทั้งประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพกับนักท่องเที่ยวที่มาเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง นอกจากนี้ ยังมีจุดรับแจ้งเหตุ 5 จุด อีกทั้ง ขอให้ประชาชนนำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางมาด้วย เพราะเจ้าหน้าที่จะขอตรวจทุกคน เนื่องจากมีประชากรจากประเทศเพื่อนบ้านแฝงตัวเข้ามา ส่วนใครที่ลืมนำมาสามารถเข้าได้ โดยเจ้าหน้าที่จะถ่ายรูปและทำประวัติไว้

พม.จัดระเบียบคนเร่ร่อน

ในส่วนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าจัดระเบียบคนเร่ร่อนที่อยู่บริเวณสนามหลวง โดยส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่คัดกรอง พูดคุยทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้ไม่ให้เข้ามาพักค้างคืนในสนามหลวง หลังเวลา 21.00 น. โดยนายณรงค์ คงคำ ผู้ตรวจราชการ พม.กล่าวหลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า กระทรวงปฎิบัติตามนโยบายของนายกฯที่ต้องไม่ทิ้งคนไว้ข้างหลัง จึงตั้งกองกำลังแก้ปัญหาคนเร่ร่อน ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) หลังเวลา 21.00 น.ของทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จากวันนี้จะเชิญคนไร้บ้านที่อาศัยสนามหลวงเป็นที่หลับนอนมาคัดกรองว่าแต่ละคนมีปัญหารูปแบบใด จากนั้นจะส่งไปยังบ้านมิตรไมตรีที่พักชั่วคราวก่อนประสานและส่งต่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ต่อไป

กอร.รส.ระดมจนท.พร้อมดูแลเต็มที่

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) โดยรอบพื้นที่พระบรมมหาราชวัง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผอ.กอร.รส.กล่าวถึงการดูแลพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวงว่า ภาพรวมเรียบร้อยดี ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยทหารและตำรวจร่วมกันดูแลประชาชนตั้งแต่เดินทางมาถึงจนส่งกลับบ้าน โดยเฉพาะท่าเรือและท่ารถ ป้องกันมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามากรีดกระเป๋า ในส่วนกอร.รส.ขณะนี้ระบบทุกอย่างเริ่มเข้าที่มากขึ้น และเสียงตอบรับจากประชาชนทั่วไปพึงพอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ กอร.รส.พร้อมดูแลเต็มที่ไม่ว่าประชาชนจะเดินทางมาจำนวนมากเท่าใด ส่วนมาตรการสแกนบุคคล เบื้องต้นสแกนด้วยสายตา และมีกล้องวงจรปิดจับภาพตลอด หากพบความผิดปกติเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการทันที

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยสำหรับประชาชนช่วงวันหยุดว่า ผู้ที่จะเข้ามาสักการะพระบรมศพต้องผ่านจุดคัดกรองทั้ง 9 จุด เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างดีอยู่แล้ว ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุร้าย และยังรับมือการจราจรได้

ตั้งจุดสังเกตการณ์มุมสูง6จุด

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น.สั่งการให้ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ โดยให้มีตำรวจประจำจุดรอบสนามหลวงทั้งหมด 16 จุด และเพิ่มจุดตำรวจสังเกตการณ์จากมุมสูง 6 จุด ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. แต่ละจุดเจ้าหน้าที่จะมีกล้องส่องทางไกล คอยสังเกตการณ์ เมื่อพบเบาะแสจะแจ้งเหตุเข้ามาเพื่อประสานตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าสืบสวนสอบสวนทันที

ผบ.ทร.หนุนตั้งโรงทาน

เวลา 14.00 น.พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรับทราบปัญหาการดำเนินงานของกอร.รส.พร้อมเปิดเผยว่า ภาพรวมเรียบร้อย ปัญหาใหญ่คลี่คลายและอยู่ในภาวะสมดุลแล้ว เมื่อทุกอย่างเข้าที่ขอให้จัดระเบียบให้เป็นมาตรฐานและสมพระเกียรติ มีเพียงวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงเทศกาลเท่านั้นที่จะมีประชาชนเดินทางมามากกว่าวันปกติ อยากให้กอร.รส.ปรับมาตรฐานการทำงานระยะยาว ขอให้บริหารบุคลากรด้านความมั่นคงให้ดี จะได้ไม่ล้าไม่เครียด เพราะต้องดูแลพื้นที่ 24 ชั่วโมง สำหรับเรื่องจัดระเบียบขอให้ขยายวงกว้างเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและปลอดภัย ส่วนเรื่องแจกอาหาร ให้บริหารจัดการในทางที่ดี ถือเป็นเรื่องความอดอยาก ขอให้มีเมตตาธรรม ส่วนการจัดโรงทานเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวถือว่าเหมาะสม นอกจากนี้ ขอให้ทำความเข้าใจกับจิตอาสาด้วย

“คนที่มีรายได้น้อยก็ให้เขากินด้วยตามสมควร ถือเป็นการทำบุญ อย่าไปสร้างความกดดันให้คนกลุ่มนี้ ทำแต่พองาม แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาความปลอดภัย ผิดพลาดไม่ได้ ที่ผ่านมาขอชื่นชม กอร.รส.ที่ดูแลเรียบร้อยดี และปรับจุดอ่อนต่างๆให้อยู่ในมาตรฐานระยะยาวต่อไป”ผบ.ทบ.กล่าว

มส.จัดสวดมนต์ถวายในหลวงร.9

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังเตรียมสถานที่จัดกิจกรรมสำคัญภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว ที่จะมีขึ้นวันที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. โดยมหาเถรสมาคม (มส.)ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จัดพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ครั้งใหญ่ ในพระอุโบสถวัดพระแก้ว มีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม เป็นประธาน และมีพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ เจ้าคณะปกครองและพระสงฆ์จากวัดต่างๆประมาณ 500 รูปร่วมพิธี

สำหรับการจัดพิธีสวดมนต์ครั้งนี้ พิเศษจากที่เคยจัดปกติจะใช้ชื่อพิธีว่า “เจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” จัดทุกวันที่ 5 ของทุกเดือน แต่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับงานพระราชพิธีที่ดำเนินอยู่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จึงใช้ชื่องานว่า“พิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” และเปลี่ยนมาใช้บทสวดสำหรับงานพิธีอวมงคล

คุรุสภาเตรียมเทิดพระเกียรติสูงสุด

ด้านนายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยหลังประชุมคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ.2560ว่า ที่ประชุมหารือถึงการเตรียมความพร้อมจัดงานวันครู วันที่ 16 มกราคมของทุกปี โดยปี 2560 คณะอนุกรรมการฯมีแนวคิดถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างสูงสุด ในฐานะทรงเป็น“บูรพาจารย์ของครู” จากที่คุรุสภาเคยเคยถวายพระสมัญญานาม “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน”ไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดแต่งฉันท์พิเศษสำหรับพระองค์ เพื่อเชิดชูพระเกียรติ จากเดิมที่มีเฉพาะคำฉันท์ไหว้ครูที่ขึ้นต้นว่า “ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา…” ซึ่งให้นักเรียนท่องอยู่เพียงบทเดียว ขณะเดียวกันคุรุสภาจะรวบรวมพระราชดำริ และพระราชดำรัส ที่เกี่ยวข้องกับครู และการศึกษาของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาจัดทำเป็นหนังสือเฉลิมพระเกียรติ ทั้งนี้ ตนจะนำผลประชุมเสนอพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการพิจารณาอีกครั้ง

ถกวางแผนสร้างพระเมรุฯ

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการพร้อมนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางโสมสุดา ลียะวณิช อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และคณะเจ้าหน้าที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรร่วมตรวจดูแบบแปลนสำหรับสร้างพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณเต็นท์กองอำนวยการ กลางสนามหลวง ก่อนกลับไปหารือที่กรมศิลปากร

คัดไม้จันทน์หอมอทช.กุยบุรี

อีกด้านหนึ่ง นายยรรยง เลขาวิจิตร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้แทนจากสำนักพระราชวังพร้อมหัวหน้าโหรพราหมณ์เข้ามาสำรวจและคัดเลือกไม้จันทน์หอมที่จะใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีไม้จันทน์หอมขึ้นอยู่จำนวนมาก ทางอุทยานฯได้สำรวจไม้ยืนต้นตายตามธรรมชาติ และจัดทำพิกัดไว้เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญ โดยสำนักพระราชวังจะเป็นผู้คัดเลือกไม้ที่มีสภาพสมบูรณ์ เพื่อนำไปใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพต่อไป เบื้องต้นทราบว่าจะมีพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมวันที่ 14 พฤศจิกายน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุทยานฯกุยบุรีจัดเตรียมไม้จันทน์หอมที่จะใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพไว้ 19 ต้น เพื่อให้คณะผู้แทนจากสำนักพระราชวังคัดเลือก หลังคณะเข้าไปสำรวจแล้วได้คัดเลือกไม้จันทน์หอมไว้ 4 ต้นคือ และกำหนดพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมวันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 14.09- 14.39 น.

นร.14ชนเผ่าแปรอักษรถวายพ่อ

สำหรับบรรยากาศหลายจังหวัดทั่วประเทศยังคงจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยและร่วมทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง ที่สนามโรงเรียนบ้านน้ำลัด อ.เมือง จ.เชียงราย เด็กนักเรียนชนเผ่า 14 ชนชาติพันธุ์จำนวน 309 คน พร้อมครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียนบ้านน้ำลัด แปรอักษรเป็นสัญลักษณ์เลข 9 ไทย แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคนไทยชาติพันธุ์ โดยเฉพาะด้านการศึกษาระบบทางไกล ให้โรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญเข้าถึงการศึกษาโดยเท่าเทียม

เช่นเดียวกับ นักเรียนโรงเรียนวิเศษไชยชาญตันติวิทยาภูมิ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง 1,200 คนรวมถึงโรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ คณะครูนักเรียน พร้อมประชาชนประมาณ 3,000 คนร่วมแปรอักษร รูปเลข ๙ พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเสียงดังกึกก้อง

คลินิกอุดรฯขูดหินปูนฟรี89ราย

ที่จ.อุดรธานี คลินิกทำฟัน ก ทัตกรรมคลินิก สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายทรงงานเพื่อปวงชนชาวไทย ขอมีส่วนร่วมทำความดีเปิดบริการขูดหินปูนฟรีให้ประชาชน 89 คน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยคลินิกต้องแบ่งให้บริการวันละ 2 คน

โลตัสนครพนมแตกเสื้อดำพันตัว

ที่จุดบริการภายในห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครพนมประชาชนจำนวนมากแห่ไปรับเสื้อยืดสีดำ เพื่อสวมใส่แสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังห้างดังกล่าวประกาศแจกเสื้อฟรีทางสื่อโลกออนไลน์ โดยช่วงเช้าวันเดียวกัน มีผู้ทราบข่าวและผู้ไปจับจ่ายซื้อสินค้ามารับบัตรคิวและรับแจกเสื้อจำนวน 500 ตัวหมดในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

“ย้อนรอย” รพ.ศิริราช ตามรอยเสด็จฯ ในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243212

"ย้อนรอย" รพ.ศิริราช  ตามรอยเสด็จฯ ในหลวง รัชกาลที่ 9

“ย้อนรอย” รพ.ศิริราช ตามรอยเสด็จฯ ในหลวง รัชกาลที่ 9

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 05.00 น.

ณ โรงพยาบาลศิริราช หลังจากในหลวงเสด็จสวรรคต

วันนี้ดูเงียบเหงากว่าทุกที หลังจากที่พ่อหลวง ผู้เป็นที่รักของปวงชาวไทยเสด็จสวรรคต ที่แห่งนี้ก็เปลี่ยนไป จากที่เราเคยเห็นข้าราชบริพาร ทหาร ตำรวจ ยืนประจำจุดทั่วทุกพื้นที่ของโรงพยาบาลศิริราช ผู้คนที่หลั่งไหลมาส่งกำลังใจให้พ่อหลวงหน้าอาคารศาลาศิริราช 100 ปี เพราะเป็นจุดที่สามารถมองเห็น ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ “ที่ประทับ” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ชัดที่สุด แต่วันนี้บรรยากาศแบบนั้น….“ไม่มีอีกแล้ว”

                นี่ก็เป็นระยะเวลากว่า 23 วันแล้วที่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต แต่ “ความทรงจำ”ในศิริราชยังคงอยู่

“สกู๊ปแนวหน้า” ได้มีโอกาส ไปโรงพยาบาลศิริราช เพื่อไปตามรอย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งยังทรงประทับรักษาพระอาการประชวรและพักผ่อนพระอิริยาบท ว่าพระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินไปยังบริเวณใดของโรงพยาบาลศิริราชบ้าง โดยเริ่มจาก…

ลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นต้นแบบ “ความกตัญญู” เพราะหลายต่อหลายครั้งที่เราติดตามข่าวตามหน้าสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ “ข่าวในพระราชสำนัก” ที่เราจะเห็นพระองค์ เสด็จฯ มาทรงสักการะ พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสักการะพระรูปหล่อ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ประดิษฐาน ณ ศาลาศิริราช 100 ปี ก่อนเสด็จฯ ไปที่อื่นทุกครั้ง

โดยเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2555 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ลงจากที่ประทับรักษาพระอาการประชวร ชั้น 16  อาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อทรงวางพวงมาลาถวายสักการะหน้าพระราชานุสาวรีย์ฯ จากนั้นได้เสด็จฯ ไปยังศาลาศิริราช 100 ปี และทรงวางพวงมาลาถวายสักการะรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เภสัชกรชำนาญการ ผู้เคยถวายการรับใช้ในหลวง ของ โรงพยาบาลศิริราชท่านหนึ่ง ถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกประทับใจในครั้งนั้นว่า…

“เป็นบุญเหลือเกินที่ได้ถวายงานรับใช้ในหลวง โดยหน้าที่ของตนนั้นจะต้องตรวจสอบการจัดจ่ายยาให้ถูกต้องครบถ้วน โดยเริ่มตั้งแต่ดูขนาดยา ,ข้อบ่งใช้ และคอยดูว่ามียาตีกันหรือไม่ ถึงแม้เราจะมั่นใจอยู่แล้ว แต่เราก็ย้ำคิดย้ำทำเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ซึ่งมันคือหน้าที่ของเรานั้นที่จะต้องมีความละเอียด รอบคอบ”

ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ทำงานมาก็จะเห็นข้าราชบริพารของพระองค์ท่านเดินเข้า-ออก และประจำจุดต่างๆ ทั่ว โรงพยาบาลศิริราช ทำให้รู้สึกอุ่นใจเสมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว แต่ความรู้สึกนี้ก็หายไปหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต จากที่เคยมีพวกเขาเหล่านี้อยู่ก็กลายเป็นความว่างเปล่า เงียบเหงาหวนระลึกถึงวันเก่าๆ เภสัชกรฯ เล่าด้วยสีหน้าเศร้าหมองแววตาแดงกล่ำ

จากนั้นทีมข่าวก็เดินไปยัง “ต้นศรีตรัง”…ต้นไม้ของพ่อ

ที่ทรงปลูกไว้บริเวณสนามหญ้าด้านซ้ายและด้านขวาของลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก จำนวน 2 ต้น เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2554  จากนั้นเป็นต้นมาพระองค์ได้เสด็จฯ ออกจากห้องประทับ ชั้น 16 เพื่อมาทอดพระเนตรต้นศรีตรังทั้งสองอยู่บ่อยครั้ง

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปดู “ต้นศรีตรัง” นั้นด้วยตาตนเอง แต่ต้อง “ตกใจ” เมื่อพบว่า ต้นศรีตรังทางด้านอาคารเฉลิมพระเกียรติ ลำต้นแห้งแตก ใบร่วงโรยหมดต้น คล้ายกับรอวันตาย ต่างจากอีกต้นหนึ่งที่แผ่กิ่งก้านออกไป มีใบเขียวชะอุ่มลู่ลมพริ้วไหวไปมา ทางผู้สื่อข่าวเห็นความผิดปกติของต้นศรีตรังต้นแรกจึงถ่ายรูปส่งไปให้ นางอำนวยพร ชลดำรงค์กุล ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อสอบถามว่าต้นศรีตรังต้นแรก “ยืนต้นตายแล้วหรือไม่” แต่ไม่นานก็มี “ทีมรุขกรป่าไม้” นำโดย ดร.คงศักดิ์ มีแก้ว (หมอต้นไม้) จากกรมป่าไม้เข้ามาดูแล พร้อมกับบอกให้ประชาชนไม่ต้องเป็นกังวลว่า…

“ต้นศรีตรังไม่ได้ยืนต้นตายอย่างที่แชร์กันในโลกโซเชียล แต่เกิดโรคเชื้อรา หากปล่อยไว้นานเกินกว่านี้อาจจะตายได้ ทีมรุกขกร จึงทำการเร่งฟื้นฟูส่วนรากที่เกิดเชื้อราเป็นลำดับแรก โดยเปลี่ยนดินผสมปุ๋ย ทายากันเชื้อราที่กิ่งและลำต้น คลุมแสลนกันแดด พร้อมทั้งต่อท่อเพื่อให้น้ำซึมไหลผ่านได้ง่าย ไม่ให้มีความชื้นมาก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาติดตามดูแล 1 เดือน” หมอต้นไม้ ระบุ

พอช่วงบ่ายมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทีมข่าวจึงวิ่งไปหลบฝนใต้อาคารของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์  โชคดีตรงที่เป็นสถานที่ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จฯ ทอดพระเนตรทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาพอดี ผู้สื่อข่าวไม่รอช้ารีบกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 7 ทันที  พอออกจากลิฟต์ภาพที่ปรากฎบนสายตาของเราคือ…“ภาพวิวแม่น้ำเจ้าพระยา 180 องศา”

ด้านซ้ายมองเห็นสะพานพระปิ่นเกล้า ด้านหน้ามองเห็นโรงละครแห่งชาติและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ด้านขวาเป็นวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร หากมองเบื้องล่างจะเห็นแม่น้ำเจ้าพระยากั้นกลางอยู่ระหว่างธนบุรีกับพระนคร

ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำชั้น 7 โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาการุณย์  บอกกับทีมข่าวว่า ทุกครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มา ณ ที่แห่งนี้ พระองค์ทรงใช้เวลาประมาณ 30 นาทีประทับพักพระราชอิริยาบถ โดยมีผู้ติดตามไม่กี่ท่านคอยถวายรายงานต่างๆ แด่พระองค์ท่าน จากนั้นจึงเสด็จฯ กลับที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช

“ทุกคนสามารถขึ้นมาใช้ชั้น 7 กันได้ทุกคน ปัจจุบันก็มีนักศึกษาแพทย์เข้ามาที่ “โถงสหัสธารา” แห่งนี้เพื่อติวหนังสือ หรือพักผ่อนสมองกัน นอกจากนั้น ยังเป็นสถานที่ที่ญาตินั่งรอผู้ป่วยอีกด้วย  แต่มีข้อห้ามอยู่ 2 ข้อ คือ ไม่ให้นอนหรือยกขาขึ้นพาดโต๊ะ/โซฟา” เจ้าหน้าที่ประจำชั้น 7กล่าว

                จากนั้นทีมข่าวก็เดินต่อไปยังอาคารปิยมหาราชการุณย์ ชั้น B1 ก็พบกับ โกลเด้น เพลส (Golden Place) “ขุมทรัพย์โครงการหลวง” ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ต่างๆของโครงการหลวงเอาไว้ที่นี่ ภายในร้านฯ ยังมีสินค้าอื่นๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป ,ผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ,ผลิตภัณฑ์จากโครงการตามพระราชดำริ ไม่เพียงเท่านี้หากเจ็บป่วยต้องการยาสมุนไพร ที่นี่ก็มีทุกตัวยาส่งตรงจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสุดยอดการรักษาด้วยแพทย์แผนไทย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2558 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ประทับรถพระที่นั่งไปยังร้านโกลเด้นเพลซ ชั้นบี โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาการุณย์ หลายครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ โดยรถพระที่นั่งมายังร้านโกลเด้น เพลส พระองค์จะทรงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงดอยคำ ผักจากกลุ่มแม่บ้านเกษตร และจากโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นผักปลอดสารพิษ อาทิ แอปเปิ้ล กีวี แอปเปิ้ลไซเดอร์ อินทผาลัมอบแห้ง ไอศกรีม เป็นต้น