สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหารแก่ประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243398

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหารแก่ประชาชน

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหารแก่ประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.42 น.

6 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่ม พระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายแก่ประชาชนในวันนี้ ประกอบด้วย มื้อเช้า ข้าวต้มกระดูกหมู 1,500 ชุด นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน ขนมจีนน้ำยาปลาช่อน – แกงเขียวหวาน 4,000 ชุด อาหารว่างเป็น ขนมไทย 1,000 ชุด Snack box 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ชุด มื้อเย็น สุกี้แห้ง 1,500 ชุด เกี๊ยวปลา เกี้ยมอี๋ 1,500 ชุด ขณะเดียวกัน ตลอดทั้งวันก็ยังมีน้ำสมุนไพร จำนวน 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดา ให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

พระองค์โสมฯทรงทอดไก่ประทานปชช. เผยเคล็ดลับการหมักให้นุ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243396

พระองค์โสมฯทรงทอดไก่ประทานปชช. เผยเคล็ดลับการหมักให้นุ่ม

พระองค์โสมฯทรงทอดไก่ประทานปชช. เผยเคล็ดลับการหมักให้นุ่ม

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.32 น.

6 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.34 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ยังรถโรงครัวเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย บริเวณหน้ากรมศิลปากร เพื่อทรงทอดไก่ประทานแจกจ่ายพร้อมข้าวเหนียว และทอดข้าวเหนียวชุบไข่ หรือข้าวจี่ ประทานให้กับพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนว่า เหตุผลที่ทรงเลือกข้าวเหนียวไก่ทอดมาแจกจ่ายพสกนิกร เพราะไก่เป็นอาหารที่รับประทานง่าย ทานได้ทุกเพศทุกวัย ทุกเชื้อชาติศาสนา ทั้งยังเก็บไว้ได้นาน สำหรับเคล็ดลับการทอดไก่ให้นุ่ม ก่อนอื่นต้องหมักไก่ตรงบริเวณช่วงน่องบนไว้ประมาณ 30 นาที

“ร้อนน่ะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถามว่าเหนื่อยไหม ต้องบอกว่าเหนื่อยจนชินแล้ว เพราะทำอาหารมาเยอะ เคยทำจำนวนมากตั้งแต่แจกคนเป็นหลักแสน ถึงน้อยที่สุดคือหลักพันคน แต่ครั้งนี้ทำมาแจกให้กับพสกนิกรวันละหลายหมื่นคน ส่วนข้าวจี่เป็นเมนูใหม่ที่พึ่งคิดขึ้นมา เพราะมีคนนำไข่ไก่มาถวายให้ ไม่รู้ว่าจะทำเมนูอะไร จึงคิดสูตรข้าวจี่ขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันนี้เอง” พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงรับสั่ง

กอร.รส.จัดระเบียบพื้นที่สนามหลวง งดจัดกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243392

กอร.รส.จัดระเบียบพื้นที่สนามหลวง งดจัดกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม

กอร.รส.จัดระเบียบพื้นที่สนามหลวง งดจัดกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.05 น.

6 พ.ย.59 ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงภายหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย ว่ากิจกรรมที่ไม่ได้อำนวยความสะดวกในการสักการะพระบรมศพ เช่น ตัดผม นวด วาดภาพ ก็จะมีการจัดการในส่วนนี้ให้ออกนอกพื้นที่บริเวณสนามหลวง เพราะในระยะเวลาอันใกล้นี้จะเหลือพื้นที่ประมาน 1 ใน 3 ภายหลังที่จัดการเคลียร์พื้นที่สร้าง พระเมรุมาศ

อีกทั้งในช่วงใกล้ที่จะถึงนี้จะมีผลกระทบต่อประชาชนที่จะเข้ามาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช คือช่วงระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งวันนี้ก็มีผลกระทบบ้างพอสมควร ซึ่งเราก็ต้องมาบริหารจัดการในส่วนนั้น และวันที่ 14 ก็เป็นวันลอยกระทง ซึ่งทาง กอ.ร่วมก็ต้องวางเเผนเตรียมการไว้ในอนาคตเพื่อจัดการเรื่องนี้ ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 1 จะตั้งคณะกรรมการชุดทำงานย่อย เพื่อเตรียมการเรื่องดังกล่าวเป็นการเฉพาะ

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย กอ.ร่วมประชุมกันเวลา 10.00 น. ทุกวัน ซึ่งเมื่อมาถึง ณ วันนี้สามารถพูดได้ว่า ยังไม่มีคดีสำคัญคดีใหญ่ๆ คดีรุนแรงเกิดขึ้นแม้แต่คดีเดียว ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ว่าจะไม่ให้เกิดขึ้น อีกทั้งเรายังมีมาตราการความปลอดภัยโดยติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ทุกพื้นที่บริเวณโดยรอบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังอยู่กันเต็มพื้นที่โดยรอบเพื่อรักษาความปลอดภัย และที่สำคัญมีประชาชนคอยเป็นหูเป็นตา แต่อาจจะมีบ้างเรื่องของหายซึ่งอาจจะถูกล้วงก็เป็นไปได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีคนอยู่ในพื้นที่เยอะแต่ยืนยันว่าคดีสำคัญยังไม่เกิด

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวอีกว่า สำหรับมาตราการรักษาความสะอาดนั้น ตอนนี้ทุกอย่างเข้าระบบดีมากเพราะเราแบ่งช่วงเวลาในการเเจกจ่ายอาหารซึ่งทำให้เกิดช่วงเวลาที่จะเข้ามาบริหารจัดการได้ง่ายขึ้นจากแต่ก่อนที่แจกจ่ายกันตลอดเวลา ทั้งนี้อยากฝากถึงประชาชนว่าในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะมีประชาชนเดินทางมาเยอะมากซึ่งวันธรรมดาหรือ จันทร์-ศุกร์ คนจะไม่เยอะขนาดนี้ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มาในช่วงวันธรรมดาเพราะจะสะดวกกว่า และสามารถจัดการได้ดีกว่า

ด้าน พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชห์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 กล่าวว่า ช่วงเช้าการจราจรมีปัญหาเล็กน้อยเนื่องจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการซ้อมรับปริญญา ส่วนการดูแลความปลอดภัยประชาชนจะผ่านจุดคัดกรองทั้ง 8 จุด ซึ่งก็เป็นไปตามปกติแต่ที่แปลกไปในวันนี้ คือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแต่งชุดดำมากขึ้น ที่ประชุมจึงขอให้เร่งรัดป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้าไปยังประตูวิเศษชัยศรี

ทั้งนี้ ในวันพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่าง 12-13 พ.ย. จะไม่บริการพื้นที่ให้จอดรถภายในมหาวิทยาลัย เพราะรถที่มาทางถนนพระอาทิตย์เพื่อจอดชั้นใต้ดินจะมีจำนวนจำกัดไว้ให้เฉพาะผู้บริหารเเละเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ขอแนะนำผู้ปกครองและบัณฑิตที่จะนำรถส่วนตัวมาเองนั้น แนะนำให้ใช้บริการรถหรือเรือสาธารณะซึ่งได้ประสานไปยังบริษัทเดินเรือให้เพิ่มความถี่ในการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง หรือนำรถไปจอดไว้ระแวกใกล้ๆ เพื่อต่อเรือมายังท่าเรือมหาราชและท่าช้าง

ศิลปินชาวสงขลาบรรจงฝีมือ แกะสลักหนังตะลุง’พระบรมฉายาลักษณ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243386

ศิลปินชาวสงขลาบรรจงฝีมือ แกะสลักหนังตะลุง'พระบรมฉายาลักษณ์'

ศิลปินชาวสงขลาบรรจงฝีมือ แกะสลักหนังตะลุง’พระบรมฉายาลักษณ์’

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.39 น.

สองสามีภรรยาศิลปินพื้นบ้านสาขาการแกะสลักหนัง ใน อ.ควนเนียง จ.สงขลา ช่วยกันแกะสลักรูปหนังตะลุง พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

6 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บ้านหนังสง อ.ควนเนียง จ.สงขลา ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมด้านหนังตะลุง คุณสรรเสริญ ศรีทวีกูล อายุ 47 ปี และคุณนิภาภรณ์ อายุ 42 ปี สองสามีภรรยา ศิลปินพื้นบ้านสาขาการแกะสลักหนัง ซึ่งสืบทอดศิลปะการแกะสลักหนังตะลุงมาจากรุ่นพ่อ ได้ร่วมกันแกะสลักรูปหนังตะลุง เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฉลองลองพระองค์บรมราชภูษิตาภรณ์ หรือฉลองพระองค์ครุยมหาจักรี ซึ่งเป็นชุดครุยสีทองอร่ามของพระมหากษัตริย์ ไว้อย่างวิจิตรงดงาม และใส่ไว้ในกรอบรูปอย่างดีเพื่อให้สมพระเกียรติ เก็บไว้ที่บ้านหนังสง เพื่อแสดงความอาลัยและรำลึกถึงพระองค์ท่าน

คุณสรรเสริญ เล่าว่า แรงบันดาลใจที่ตนและภรรยา แกะสลักรูปหนังตะลุงพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นมาเพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นอัครศิลปินทั้งดนตรี และจิตรกรรมวาดรูป ซึ่งเป็นแบบอย่างให้กับศิลปินสาขาการแกะสลักหนัง ในการเดินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทและจะร่วมกันอนุรักษ์ศิลปแขนงนี้ต่อไปเพื่อพระองค์ท่าน

สำหรับ หนังตะลุงพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ที่แกะสลักขึ้นมามีความสูง 73 เซนติเมตร ใช้เวลาทำ 5 วัน ตั้งแต่เตรียมหนัง ร่างเขียนแบบ แกะสลัก และทาสี เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นแรกและชิ้นเดียวของการแกะสลักรูปหนังตะลุงที่ผสมผสานระหว่างงานหัตถกรรมพื้นบ้านกับงานวิจิตศิลป์หรือจิตรกรรมสากลเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการระบายสีซึ่งมีมติและแสงเงาที่แตกต่างจากรูปหนังตะลุงทั่วไป โดยจุดที่ยากที่สุดคือการลงสีฉลองพระองค์ซึ่งเป็นสีอะคริลิคทอง ตัดด้วยขอบสีแดงเพื่อให้ลวดลายชัดเจน-สว่างขึ้น และใช้วิธีแกะสลักดอกแบบดั้งเดิม

นอกจากนี้ ยังมีรูปหนังตะลุงพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีก 1 ชิ้น อายุกว่า 20 ปี ที่ได้แกะขึ้นมาในสมัยของ นายสง ศรีทวีกูล คุณพ่อเพื่อใช้ในการแสดงหนังตะลุงจริงๆ โดยใช้ประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนที่จะแสดงหนังตะลุงทุกครั้งซึ่งยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

เปิดใจอดีตนักบิน’ฮ.พระที่นั่ง’ ถวายความปลอดภัย2ล้นเกล้าฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243375

เปิดใจอดีตนักบิน'ฮ.พระที่นั่ง' ถวายความปลอดภัย2ล้นเกล้าฯ

เปิดใจอดีตนักบิน’ฮ.พระที่นั่ง’ ถวายความปลอดภัย2ล้นเกล้าฯ

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 08.53 น.

เปิดใจอดีตนักบินขับ ฮ.พระที่นั่ง ทอ. ถวายความปลอดภัยล้นเกล้าฯ สองพระองค์เสด็จฯ ทรงเยี่ยมประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ช่วยให้ขบวน ฮ.รอดพ้นพายุลูกเห็บอย่างอัศจรรย์

พล.อ.ท.ไพโรจน์ พุกจินดา หรือครูแจ๋ว อดีตเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ (1 ต.ค.2539 – 30 ก.ย.2540) ได้บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจสมัยตอนที่รับราชการอยู่กองทัพอากาศ ทำหน้าที่นักบินพระที่นั่ง เป็นเวลานาน 15 ปี สมัยดำรงตำแหน่ง นาวาอากาศโท เป็น ผบ.ฝูงบิน 302 สมัยนั้นใช้เครื่องเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ (Huey) ซึ่งเป็นเครื่องบินรบของสหรัฐ นำมาดัดแปลงเป็นเครื่องบินที่ประทับในการเดินทางไปจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ  มีรหัสเรียกขานว่า สกอร์เปี้ยน 1 หรือเรียกกันทั่วไปว่า ฮ.สีฟ้า

ครั้งหนึ่งคราวเสด็จฯ หมู่บ้านในชนบท ซึ่งทุรกันดารใน อ.แม่จัน จ.เชียงราย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชน ให้แพทย์ตามเสด็จฯ รักษาประชาขนที่เจ็บป่วยจนเกือบมืดค่ำถึงจะพระราชดำเนินกลับ

พล.อ.ท.ไพโรจน์ ทบทวนความทรงจำย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.2520 ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจ ที่เราตั้งชื่อว่า “ฮ.สีฟ้า” เที่ยวบินอันตราย ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาใกล้ค่ำ ดวงอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า ตนในฐานะนักบินเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง นามเรียกขาน “หมายเลข 1” ซึ่งในขบวนเฮลิคอปเตอร์ราชพาหนะ จำนวน 12 ลำ ประกอบด้วย ฮ.ทหารอากาศ 5 ลำ ทัพบก และตำรวจ อีก 6 ลำ ตนได้มองดูนาฬิกาข้อมือเช็คเวลา ซึ่งพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ตระหนักดีว่าภารกิจถวายความปลอดภัยทั้งสามพระองค์จะต้องมีความปลอดภัยสูงสุด นักบิน ฮ.พระที่นั่ง มองดูเส้นทางบินกลับจังหวัดเชียงรายด้วยความรู้สึกกังวล เนื่องจากแสงตะวันหายลับไปหมดแล้ว มีเพียงความมืดปรกคลุมไปหมด มองเห็นแค่เพียงเมฆสีดำหนาทึบในระยะไกล ซึ่งนักบินในขบวนฯ ทุกนายรู้ว่านั่นคือเมฆฝนเริ่มก่อตัว

พล.อ.ท.ไพโรจน์ กล่าวต่อ จากข้อมูลที่เคยศึกษาและรับทราบมาจากครูฝึกชาวอเมริกัน เคยมีอุบัติเหตุในสหรัฐอเมริกา เฮลิคอปเตอร์ที่บินผ่านพายุแบบนี้ โดนกระแสลมที่พัดเฮลิคอปเตอร์จนใบพัดหลักหลุด เครื่องเฮลิคอปเตอร์ประสบอุบัติเหตุทันที ทางกองทัพบกสหรัฐฯ จึงมีกฎระเบียบ ห้ามบินเข้าใกล้พายุฝนแบบนี้ในระยะ 5 ไมล์ทะเล ให้นักบินเฮลิคอปเตอร์ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางบินทันที

วันนั้นเมื่อเห็นสภาพอากาศเป็นแบบนั้น จึงตัดสินใจปรับขบวน ฮ.พระที่นั่ง ใหม่ จากจุดวิ่งขึ้น ตรงไปอำเภอแม่จัน แล้วบินเส้นทางขนานถนนเข้าสนามบินจังหวัดเชียงราย เผื่อว่าถ้าเกิดความจำเป็นจริงๆ ก็ต้องลงฉุกเฉินที่บริเวณอำเภอแม่จัน ก็ให้นำขบวนเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะลงได้ตามเส้นทางถนน

ตนตัดสินใจแบบนั้นก็ได้กราบบังคมทูลผ่านหัวหน้า รปภ.ประจำพระองค์ ให้พระองค์ทราบ ไม่กี่นาที่ต่อมาเมื่อทั้งสามพระองค์ได้เสด็จฯ ขึ้นมาประทับยังเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเรียบร้อย จึงนำ ฮ.สีฟ้าขึ้น ท้องฟ้าก็มืดทันที

ตามปกติเราจะไม่เลือกบินในช่วงเวลากลางคืน เพราะเสี่ยงต่ออันตรายและการหลงทางได้ ตนตั้งสมาธิ อธิฐานในใจขอให้พระบารมี คุ้มครองให้เที่ยวบินนี้ปลอดภัย

ซึ่งเมื่อขบวน ฮ.พระที่นั่ง 12 ลำ บินเหนืออำเภอแม่จัน ได้ใช้วิธีบินไปตามเส้นทางถนนไปยังตัวจังหวัดเชียงราย ทางหอบังคับการบินสนามบินเชียงรายได้แจ้งสภาพอากาศให้ขบวนเฮลิคอปเตอร์ราชพาหนะของเราทราบว่า จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง (ThunderStorm) พาดผ่านสนามบินเชียงราย

ตนคิดในใจว่า เมื่อภารกิจทุกครั้งความปลอดภัยจะต้องมาอันดับแรก ถ้าเส้นทางข้างหน้ามีพายุฝนรุนแรง ก็จะต้องนำขบวน ฮ.สีฟ้า ลงฉุกเฉินตามแนวถนนแทนทันที

เมื่อเฮลิคอปเตอร์บินจากแม่จันมาได้ระยะหนึ่ง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยน แสงไฟที่พอมองเห็นจากบนเครื่องฯ เริ่มจะมองไม่เห็น เส้นทางถนนที่เราใช้เป็นเส้นทางบินมีแต่ความมืดสนิทแทน

ซึ่งเมื่อขบวนเฮลิคอปเตอร์ราชพาหนะบินมาเหลือระยะทางไม่ไกลจากสนามบิน แต่เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี มองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งบนทัองฟ้าและพื้นดิน หรือเส้นทางถนน เวลากลางคืนเสี่ยงต่ออันตราย ตนคิดในใจว่า จากเริ่มมองไม่เห็น ให้ ฮ.หมายเลข 2 นำขบวน ฮ.พระที่นั่ง แชงหน้า ฮ.หมายเลข 1 ไปลงสนามบิน

ก่อนถึงสนามบิน ฮ.หมายเลข 2 ได้รายงานผ่านวิทยุสื่อสารแจ้งว่า มีลมพัดรุนแรงมากแทบจะบังคับ ฮ.ไม่ได้เลย ขณะนั้นเริ่มมีเสียงวิทยุจาก ฮ.ในขบวนพูดกันไปมาผิดปกติ ได้ยินเสียงดังร้องแทรกมาว่า “ตกลงไปแล้วๆๆ”

(ในใจคิดว่าภารกิจเที่ยวบินครั้งนี้คงจะมีความสูญเสียเครื่องลำหนึ่งลำใดตกไปแล้ว แต่มารู้ภายหลังว่ามี ฮ.ลำหนึ่ง เกิดโดนกระแสลมดูดเครื่องวูบล่วงลงไป ก็พยายามบินกลับขึ้นมาเข้าขบวนใหม่ ทำให้นักบิน ฮ.ลำถัดไปวิทยุแจ้งเสียงหลงด้วยความตกใจนั่นเอง)

เมื่อขบวนราชพาหนะบินมาใกล้สนามบินเชียงราย ขณะที่ ฮ.กำลังบินเตรียมจะร่อนลงนั้น มีกระแสลมพัดมาปะทะอย่างรุนแรง จนเครื่อง ฮ.สั่นเหมือนกับนั่งเรือโต้คลื่นสูงๆ

แม้เจอกระแสลมพัดรุนแรงแบบนั้น แต่อัศจรรย์ที่ตนนำเครื่อง ฮ.สีฟ้า ลงจอดได้เหมือนอย่างปกติ เครื่องไม่แกว่งรุนแรงตามกระแสลมที่พัดกระหน่ำมารอบทิศทาง ไม่มีการเสียการทรงตัว เมื่อบังคับเครื่องให้ร่อนลงจอดพื้นได้ ทราบว่าทั้งสามพระองค์ก็ยังทรงประทับนิ่ง ไม่มีอาการตกพระทัยใดๆ

เมื่อ ฮ.สีฟ้า จอดถึงพื้นเรียบร้อย กระแสลมพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงเข้ามาปะทะลำตัว ฮ.อีกรอบ คราวนี้มาพร้อมกันทั้งสายฝน จากนั้นก็ตามมาด้วยลูกเห็บตกกระทบพื้นและลำตัวเฮลิคอปเตอร์จำนวนมากและรุนแรง

เมื่อดับเครื่องยนต์ ฮ.สีฟ้า แล้วตนได้ลงไปยืนรอส่งเสด็จฯ ที่บันไดเครื่องทันที ท่ามกลางสายฝนและลูกเห็บที่ยังไม่หยุด แม้จะเปียกโชกไปหมด โดนลูกเห็บตกใส่ก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะความปีติที่ปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ ถวายความปลอดภัยทั้งสามพระองค์ เป็นเพราะพระบารมีของพระองค์ที่ทำให้ทั้งขบวนได้รับความปลอดภัย

เมื่อฝนและลูกเห็บหยุดตก ทั้งสามพระองค์เสด็จฯ ลงจากเครื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ลงมายกพระหัตถ์แตะที่บ่า ตรัสว่า “ขอบใจ”

วันนั้นนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ปลาบปลื้มใจที่สุดในชีวิตราชการทหารอากาศ ที่ได้มีโอกาสถวายงานขับพระราชพาหนะตลอด 15 ปีเต็ม

นอกจากนั้น พระองค์ยังได้พระราชทานเงินให้ขบวนเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ จำนวน 10,000 บาท ไปรับประทานอาหารกัน ซึ่งพวกเราเจ้าหน้าที่ทั้งหมดในขบวนฯ ได้ปรึกษากันและตกลงแบ่งคนละเท่าๆ กัน คนละ 300 บาท เก็บเงินพระราชทานไว้เป็นขวัญถุง เอาไว้เป็นมงคลชีวิต เก็บมาทุกวันนี้

พล.อ.ท.ไพโรจน์ เล่าอีกว่า ต่อมาภายหลังนักบินผู้ช่วย ฮ.สีฟ้า เกิดอาการเจ็บป่วยปวดหลังอย่างรุนแรงขึ้นมา ความทราบถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดให้ราชองครักษ์โทรสอบถามอาการ พอทราบว่าเป็นผู้ช่วยนักบิน ไม่ใช่ตน ท่านตรัสฝากมาว่า “คิดว่าเป็นตน” ผู้ช่วยนักบินไม่ได้โดนลูกเห็บตกใส่ตอนลงไปยืนรอส่งเสด็จฯ

แต่ก็ได้ทรงโปรดฯ ให้รับผู้ช่วยนักบินไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ผ่าตัดจนหายเป็นปกติ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

พล.อ.ท.ไพโรจน์ เล่าเพิ่มว่า นอกจากพระองค์ยังเคยตรัสชมพวกเราว่า ถ้าไม่มีพายุลูกเห็บวันนั้นก็คงไม่รู้ว่านักบินของเรามีฝีมือ ซึ่งนักบินพวกเราได้กราบบังคมทูลว่า มีฝนตก มีพายุ เราบินได้ แต่ไม่อยากนำพระองค์ไปเสี่ยงอันตราย ซึ่งภารกิจของพวกเรา การถวายความปลอดภัยจะต้องมาอันดับแรก ท่านตรัสตอบกลับมาว่า พระองค์ไว้ใจฝีมือในการขับเฮลิคอปเตอร์ของนักบินในขบวนทั้งหมดมากที่สุด

ซึ่งทำให้พวกนักบินทหารอากาศ ทหารบก รวมทั้งตำรวจที่ร่วมขบวน ภาคภูมิใจกันมาก

ภารกิจงานปิดทองหลังพระของ ฮ.สีฟ้า สำเร็จลุล่วงปลอดภัย ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นล้นพ้น

พล.อ.ท.ไพโรจน์ กล่าวเพิ่มเติม จากภารกิจถวายความปลอดภัยในการขับเฮลิคอปเตอร์ครั้งนี้แล้ว ก็ยังได้ถวายงานพระองค์อีกหลายครั้ง ทุกครั้งที่นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินล้วนมีโอกาสเผชิญอันตรายได้ทั้งสิ้น แต่พระองค์ไม่เคยท้อ จะเสด็จฯ ไปดูแลทุกข์สุขประชาชนพสกนิกรของพระองค์ทุกหนแห่งโดยไม่เกรงภยันตราย นับเป็นบุญของคนไทยเราจริงๆ

ยอดเข้าถวายสักการะพระบรมศพ 31,923คน-รวม8วัน216,954คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243374

ยอดเข้าถวายสักการะพระบรมศพ 31,923คน-รวม8วัน216,954คน

ยอดเข้าถวายสักการะพระบรมศพ 31,923คน-รวม8วัน216,954คน

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 08.32 น.

6 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) เวลา 21.20 น.สำนักพระราชวัง ได้ปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมหาราชวัง อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนที่ยังเข้าแถวรอกราบถวายสักการะพระบรมศพ เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เผยว่ามาต่อแถวที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่ก่อนเที่ยง แต่เพิ่งได้เข้ามากราบถวายสักการะพระบรมศพ ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.ซึ่งเป็นเวลาสุดท้ายที่สำนักพระราชวังปิดไม่ให้ประชาชาเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ

และในเวลา 22.35 น.สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ ในวันที่ 5 พ.ย.มีจำนวนทั้งสิ้น 31,923 คน รวม 8 วันมี 216,954 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นเงิน 1,744,040.75 บาท รวม 8 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 13,224,542 บาท

ทรงห่วงปชช. พระบรมฯพระราชทานอาหาร เมนู”ก๊วยจั๊บ-ข้าวขาหมู-สตูไก่”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243358

ทรงห่วงปชช.  พระบรมฯพระราชทานอาหาร  เมนู”ก๊วยจั๊บ-ข้าวขาหมู-สตูไก่”

ทรงห่วงปชช. พระบรมฯพระราชทานอาหาร เมนู”ก๊วยจั๊บ-ข้าวขาหมู-สตูไก่”

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน  ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่ภายในท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

เผยเมนูพระราชทาน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายแก่ประชาชนในวันนี้ ประกอบด้วย มื้อเช้า ก๊วยจั๊บน้ำข้น 1,500 ชุด นมกล่องหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน ขนมจีบ ซาลาเปา  2,000 ชุด ข้าวขาหมูมังกรหลวง 4,000 ชุด ส้มเขียวหวาน 10 เข่ง  น้ำดื่มจิตลดา มื้อบ่าย ขนมไทย  1,000 ชุด พิซซ่ากล่องเล็ก 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง น้ำดื่มจิตลดา มื้อเย็น ข้าวสตูไก่+กุนเชียง 1,500 ชุด บะหมี่หมูแดง 1,500 ชุด และมีน้ำสมุนไพรอีก 500 ลิตร บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ขณะที่รถหน่วยเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งจอดให้บริการอยู่ที่หน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ เพื่อจะปฏิบัติหน้าที่ตามรับสั่งของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะอุปนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ที่ทรงห่วงใยประชาชน จึงทรงมีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก นำข้าวเหนียวไก่ทอดที่ปรุงสดใหม่ทุกวันมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชน อย่างเพียงพอต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

สำหรับวันนี้ มีไก่ที่นำมาทอดสูตรประทานจำนวน 1,200 กก. พร้อมข้าวเหนียวจำนวน 500 กก. โดยมีคณะอาสากาชาด คณะอาจารย์ นักศึกษา แม่ครัว จากมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา จำนวน 50 คน ซึ่งแบ่งเป็นสองผลัด มาช่วยห่อข้าวเหนียวไก่ทอดตลอดทั้งวันด้วย นอกจากนี้ ร้านน้ำพริกนิตยาบางลำพู นำก๋วยเตี๋ยวหลอด 3,000 ถ้วย สลัด 2,000 ชุด มาร่วมแจกจ่ายประชาชนด้วย

กงศุลฯร่วมแจกน้ำผลไม้

ในขณะที่เต็นท์ร่วมด้วยช่วยกันบริการประชาชน  นายสตีเฟนเฉิง เซี่ยน ซี กงสุลสาธารณะรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ประจำประเทศไทย  ได้นำขนมปังพร้อมน้ำผลไม้ และน้ำเกลือแร่ จำนวน 3,000 ชุด สายรัดข้อมือสีดำ 2,000 ชิ้น  มาแจกให้กับประชาชน ที่มาบริเวณท้องสนามหลวง และที่มาร่วมถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยนายสตีเฟนเฉิง กล่าวว่า อยากมาช่วยบริการประชาชนที่มาร่วมถวายสักการะพระองค์ท่าน และก่อนหน้านี้ตนและประธานาธิบดีได้มาลงนามเพื่อแสดงความอาลัย เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ถ้ามีโอกาสจะมาแจกของให้กับประชาชนอีก ตนได้เคยเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตอนที่พระองค์ท่านครองราชย์ครบ 70 ปี

“ธรรมศาสตร์”อาสา

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ น.ส.สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ หรือ อิมเมจ The Voice ร่วมประชาสัมพันธ์จิตอาสา งดใช้กล่องโฟม คัดแยกขยะ ล้างจาน ขัดห้องน้ำ ตามแนวทางการนำเนินงานจิตอาสาของศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad โดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครฯ เปิดเผยว่า จากการดำเนินการของศูนย์ฯถึงวันนี้ มีจำนวนอาสาสมัครทั้งสิ้น 22,184 คน เฉลี่ยวันละ 1,304 คน  แยกประเภทเป็นอาสาสมัครจัดการขยะ 33.59% อาสาสมัครจัดการของบริจาค 26.68% อาสาสมัครแพทย์และพยาบาล 4.8% อาสาบริการ 30.44% อาสาสมัครประจำรถ shuttle Bus 0.01% อาสาสมัครประจำระบบภายใน 1.39% อื่นๆ 3.09% ทั้งนี้ พบอาสาสมัครอายุน้อยที่สุดคือเด็กอายุ 6 ขวบ มาทำหน้าที่เก็บขยะกับผู้ปกครอง

ร่วมช่วยกันกำจัดขยะ

นายปริญญา กล่าวว่า ธรรมศาสตร์ได้มีครัวตัวอย่าง คือโรงครัวธรรมศาสตร์ไว้บริการแก่อาสาสมัคร ซึ่งจะเป็นรูปแบบของการบริการตัวเอง ให้อาสาสมัครทานข้าวแต่พอดี จะไม่มีกล่องกระดาษ กล่องโฟม ช้อนพลาสติกให้ โดยได้จัดเตรียมจานและช้อนไว้สำหรับรับประทาน เมื่ออิ่มอาสาสมัครก็จะต้องล้างภาชนะด้วยตัวเอง เป็นต้นแบบของการลดขยะ และขอฝากไปถึงโรงครัวทุกโรงในท้องสนามหลวง ได้นำรูปแบบนี้ไปเป็นต้นแบบ และเชื่อว่าขยะในท้องสนามหลวงจะลดลง หากทุกคนร่วมมือกัน ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครฯ จะพยายามให้กล่องโฟมหมดไปจากท้องสนามหลวง จะทำให้ขยะลดอย่างน้อยลง 25% ให้ได้ก่อนวันที่ 5 ธันวาคมนี้

“จากการสำรวจโรงครัวบางแห่ง ปัญหา ไม่คัดแยกเศษอาหารก่อนเทน้ำทิ้ง จึงต้องมีมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขณะเดียวกันในการประกอบอาหารก็ไม่มีการสวมผ้ากันเปื้อน สวมหมวก ซึ่งต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้ได้มาตรฐาน ส่วนขั้นตอนในการปรุงอาหารนั้น ควรยกให้สูงจากพื้น ไม่ควรวางภาชนะต่างๆไว้บนถังแก๊ซ เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ และไม่ควรประกอบอาหารไว้เกินจำนวนความต้องการ เพราะจะส่งผลต่อปริมาณขยะ” นายปริญญา กล่าวและว่า ทั้งนี้ศูนย์ฯจะปิดทำการชั่วคราวในวันที่ 6,11,12,13 พฤศจิกายนนี้ แต่อาสาสมัครจะยังคงทำงานอยู่ เนื่องด้วย

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปี 2558 ส่วนอาสาสมัครที่เคยปฏิบัติงานแล้ว ขอให้มาลงทะเบียนได้รับบัตรอาสาสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน จึงจะสามารถเข้าปฏิบัติงานในที่ปิดศูนย์ชั่วคราวได้ นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะมีการเปลี่ยนสีบัตรของอาสาสมัครในแต่ละวันเพื่อป้องกันการแอบอ้างจากผู้ไม่หวังดี

นักเขียนซีไรต์ร่วมช่วยด้วย

นางสาวงามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ซึ่งนำอาหารมาให้อาสาสมัครได้รับประทาน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีส่วนร่วมในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม  ในการแก้ไขปัญหาปริมาณขยะก่อนหน้านี้รู้สึกตกใจกับปริมาณขยะซึ่งมีอยู่มากต่อวัน ที่สำคัญยังเกินความต้องการของประชาชน จึงขอเชิญผู้ที่สนใจให้มาร่วมเป็นแนวหลัง ทำในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสังคมของเรา

เปิดพระอุโบสถ”วัดพระแก้ว” สวดมนต์13บท เจริญจิตตภาวนาถวายพ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243363

เปิดพระอุโบสถ"วัดพระแก้ว" สวดมนต์13บท เจริญจิตตภาวนาถวายพ่อหลวง

เปิดพระอุโบสถ”วัดพระแก้ว” สวดมนต์13บท เจริญจิตตภาวนาถวายพ่อหลวง

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เปิดพระอุโบสถ”วัดพระแก้ว”

สวดมนต์13บท

เจริญจิตตภาวนาถวายพ่อหลวง

สำนักพุทธจัดอุปสมบทหมื่นรูป

เผยยอดเข้าสักการะวันละ3หมื่น

ล้นสนามหลวงอีก 1.3แสนราย

รัฐปรับแผนอำนวยความสะดวก

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 07.10 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน และคุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาองค์โตและพระธิดาองค์เล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันที่ 23

จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร โดยมีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 4 พฤศจิกายนจากนั้นถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม ก่อนเสด็จกลับ

ปชช.ทยอยสักการะต่อเนื่อง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณเต้นจุดรอคอยได้มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมานั่งพักอยู่ภายในเต้นรอคอยเริ่มจากหน้ากรมศิลปากร ผ่านหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารและ มีแถวยาวไปถึงแยกท่าพระจันทร์ หลายคนยืนสงบนิ่ง  เพื่อรอเข้ากราบถวายสักการะ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

จากนั้น เวลา 05.00น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนชุดแรกเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 7 โดยเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี ตั้งแถวหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ก่อนทยอยเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพฯพร้อมได้รับภาพพระบรมโกศพระบรมศพสี่สีพระราชทานกลับไปเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้นำน้ำดื่มพระราชทาน น้ำสมุนไพรพระราชทาน ผ้าเย็น มาแจกจ่ายให้ประชาชนคลายร้อนด้วย

ส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีได้นำข้าวเปลือกพันธุ์ดีบรรจุถุง มีข้อความว่า”พอเพียง”มามอบให้ประชาชนวันละ 30,000ถุงเพื่อนำกลับไปเป็นระลึกตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย

ชาวแม่อายปลื้มประทับใจ

ด้าน นางจันทร์สม มณีจักร อายุ 68 ปี ชาว ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่าตนและเพื่อนบ้านกลุ่ม”ธรรมะสู่บ้าน” จำนวน22คน ได้นั่งรถไฟฟรี16ชั่วโมงมาจากจ.เชียงใหม่ ตั้งใจมากราบถวายสักการะพระบรมศพ โดยครั้งแรกได้มากราบสักการะไปเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ฝนตกหนักมาก หลังจากนั้นพากันนั่งรถไฟฟรีไป อ.หัวหินเพราะอยากไปเห็นบ้านของพ่อหลวงและก่อนกลับเชียงใหม่จึงแวะมากราบถวายสักการะพระบรมศพฯอีกสักครั้ง โดยได้เข้าเป็นคณะแรกตอนตี 5 รู้สึกซาบซึ้งดีใจมาก จะขอน้อมนำคำสอน ในเรื่องความประหยัดมาใช้ในชีวิตประจำวันและจะอบรมสั่งสอนลูกหลานให้เป็นคนดี

นางสาวเกษณี คำอ่อง อายุ 59 ปี ชาว ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตอนสมัยอายุประมาณ17ปี ได้คัดเลือกใหเข้ารำถวายหน้าพระพักตร์ในหลวงขณะเสด็จพระราชดำเนินไปที่ อ.แม่อาย รู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก ยังจำภาพประทับใจไม่เคยลืม ที่พระองค์พูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิดโดยไม่ถือพระองค์ รู้สึกเสียใจมากที่ทราบข่าวเสด็จสวรรคต พระองค์เป็นผู้ให้มาตลอด เหมือนเป็นเทพมาช่วยประชาชน ไม่เพียงแต่คนไทย ยังแผ่ไปยังต่างประเทศทั่วโลก อยากให้พระองค์ท่านดลใจให้ประชาชน รักสามัคคีกัน

นางทองเสี่ยน บุญรอด  ต.ท่าพล อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า วันที่ในหลวงเสด็จสวรรคตทุกคนเงียบหมด มีแต่เสียงร้องไห้น้ำตาตกใน เหมือนสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง โดยตั้งใจมากราบถวายสักการะพระบรมศพฯอธิษฐานว่าขอให้พระองค์ท่านคุ้มครอง สัญญาว่าจะทำดีต่อไป ที่ผ่านมาได้ทำความดีโดยตลอด เป็นจิตอาสาออกไปช่วยเหลือชุมชน ชมรมผู้สูงอายุ ช่วยแพทย์ดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยติดบ้าน และผู้ป่วยติดเตียง ช่วยเด็กอ่านหนังสือไม่ออก ภายในครอบครัวก็ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงใช้จ่ายประหยัด อดออม ทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกผักแบบผสมผสาน

กอร.รส.ลุยจัดระเบียบจิตอาสา

ที่ กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร(กทม.)กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกอร.รส. ว่าช่วงที่ผ่านมามีประชาชนเข้ามาในพื้นที่สนามหลวงประมาณ 130,000คน และมี30,000คน ได้เข้าไปสักการะพระบรมศพ ดังนั้น คนที่เหลือ จึงเป็นคนที่ไม่ได้เข้าสักการะพระบรมศพ บางคนเพียงแต่มาร่วมทำกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ที่มีอยู่ในสนามหลวงอาทิ ตัดผม นวด วาดภาพ สกรีนเสื้อและย้อมผ้าขอความกรุณาให้ออกจากพื้นที่และขอความร่วมมือคนที่จะมาจัดกิจกรรมให้เน้นเพื่ออำนวยความสะดวกคนที่เข้ามาสักการะ ส่วนเรื่องอาหารจะขอความร่วมมือให้แจกเป็นรอบ

อีกทั้งยังมีผู้ค้าแผงลอยยังคงนำสินค้ามาวางจำหน่าย พบว่ามีการกระทำบางอย่างมิบังควรและแอบอ้างถึงขั้นผ่านพิธีกรรมต่างๆ เน้นกลุ่มเป้าหมายคนต่างจังหวัดที่ไม่รู้เรื่องอะไร กอร.รส.จะเอาคนกลุ่มนี้มาขึ้นบัญชีเช่นเดียวกับกลุ่มจักรยานยนต์อาสาที่รับเรียกเก็บเงินก็จะดำเนินการด้วย

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1กล่าวว่าในส่วนประชาชนที่มีความประสงค์ จะมาเพื่อสักการะ พระบรมศพที่พระบรมมหาราชวัง แต่ไม่ทราบเส้นทาง หรือ กลุ่มบุคคลที่เดินทางเป็นหมู่คณะที่ต้องการทราบจุดจอดรถ สามารถโทรมาสอบถามข้อมูลศูนย์จราจรกลางที่เบอร์1197เพราะได้มีจุดสำหรับจอดรถและจุดบริการรถฟรีจัดเตรียมไว้

หลังคุมเข้มยอดคนจรจัดลดลง

ขณะที่ นายณรงค์ คงคำ ผู้ตรวจราชการจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวว่าในการดูแลกลุ่มคนไร้ที่พึ่งพิงช่วง3 ที่ผ่านมาพบคนเข้าข่าย 148รายและเมื่อคืนวันที่ 4 พฤศจิกายน พบ 25ราย โดยแบ่งเป็น กลุ่มคนที่มาค้างคืนเพื่อรอสักการะพบพระบรมศพ3ราย และ เป็นกลุ่มคนไร้ที่พึ่งพิง22 ราย ในการแก้ปัญหาจะเชิญตัวมาที่จุดคัดกรองซึ่งมีทั้งนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคาระห์ คอยสอบถามข้อมูลเพื่อแยกเป็นกรณี หากมีอาการเจ็บป่วยจะส่งไปยังสถานพยาบาล ถ้าจะพบมีอาการมึนเมาสุเราจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเป็นกลุ่มคนไร้ที่พึ่ง จะส่งไปยังบ้านมิตรไมตรี เป็นที่น่าสังเกตว่าสถิติช่วงหลายวันที่ผ่านมา จำนวนคนไร้ที่พึ่งลดลงอย่างน่าพอใจจึงขอฝากประชาชน หากพบบุคคลที่เข้าข่าย แจ้งมายัง กอร.รส. ได้

ทั้งนี้ พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ รอง ผอ. กอร.รส. กล่าวว่าภาพรวมของการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดย กอร.รส. ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว รวมถึงความปลอดภัยและการรักษาระเบียบความสงบเรียบร้อย ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเที่ยงมีประชาชนเข้าไปสักการระพระบรมศพแล้ว17,000 ยังคงมีเข้าคิวอีกประมาณ20,000คน จะประสานงานกับสำนักพระราชวังเพื่อให้ทุกคนได้เข้าสักการะพระบรมศพในพระบรมมหาราชวัง

จัดกำลังตร.ดูแลความปลอดภัย

เวลา 14.00น. ที่หน้าพระบรมมหาราชวัง พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการณ์รักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบสนามหลวงว่ามาตรการรักษาความปลอดภัย จะเน้นจุดคัดกรอง มีทั้งหมด 8จุด ได้กระจายกำลังลงในภายในพื้นที่โดยรอบจำนวน 7 กองร้อย ตำรวจนอกเครื่อง 30 นาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่งซึ่งจำนวน ที่ได้รับรายงานมีประชาชนเดินทางเข้ามาในท้องสนามหลวง ทั้งหมด  88,09 คน ส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมวัดพระแก้ว 6,447 คน จากการตรวจสอบในจุดคัดกรอง ได้ตรวจยึดสิ่งของต้องห้ามได้ 121ชิ้น ส่วนใหญ่เป็น กรรไกร และมีดคัดเตอร์ ตลอดทั้ง ยังไม่เห็นการก่ออาชญากรรมจากมิจฉาชีพเลยสักคนและเรื่องของพ่อค้า แม่ค้าแผงลอย เจ้าหน้าที่เทศกิจของกรุงเทพฯได้กวดขันเพื่อไม่ให้นำพระบรมฉายาลักษณ์มาจำหน่าย

เตือนห้ามนำของต้องห้ามเข้ามา

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ยังได้ประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนที่จะเดินทางเข้ามา อย่านำของมีคมหรือสิ่งของต้องห้ามเข้ามาภายในท้องสนามหลวง หากตรวจพบจะยึดทันทีเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมถึงในส่วนของเรื่องเด็กพลัดหลง วันนี้มีเด็กพลัดหลงจำนวน 3 ราย ซึ่งส่งนำให้กับผู้ปกครองได้ทั้งหมด จึงแนะนำผู้ปกครองที่นำบุตรหลานมาให้ติดป้ายชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อป้องกันการพลัดหลง ซึ่งจะทำให้สามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็ว

ระดมตร.1.4พันนายคุมเข้มจราจร

ด้านพล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รักษาการราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รท.รอง ผบช.น.)กล่าวถึงการจัดการจราจรโดยรอบพื้นที่สนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง เพื่อรองรับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะปิดการจราจรถนน 27 สาย เช่นเดียวกับที่เคยปิดในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมา โดยจะกั้นรถไม่ให้เข้ามาในพื้นที่สนามหลวง ใน 4 จุดหลัก คือ ถนนราชดำเนินนอก แยก จปร.,ถนนหลานหลวง แยกหลานหลวง,ถนนบรมราชชนนี แยกอรุณอมรินทร์ และถนนสนามไชย แยกวงเวียนรักษาดินแดน ยกเว้นshuttle bus ที่จะมาส่งประชาชนตามจุดต่างๆ

ทั้งนี้ ทางบชน.ได้เพิ่มกำลังตำรวจจราจร1,400 นาย เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน และขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้บริการรถขนส่งที่จัดไว้บริการ หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุจราจร และข้อมูลสภาพจราจรเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02)หมายเลข1197 ได้ตลอด24ชั่วโมง หรือ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH

มท.เผยยอดลงนามทั่วไทย6.8ล้าน

ขณะที่ กระทรวงมหาดไทย สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย และการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ว่าประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน จำนวนทั้ง 179,629 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายนเป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 6,889,408 รายกิจกรรมสวดอภิธรรม จำนวนทั้งสิ้น 8,810,465 คน กิจกรรมการทำบุญตักบาตร จำนวนทั้งสิ้น 2,733,720 คน กิจกรรมอื่นๆ จำนวนทั้งสิ้น 2,374,144 คน

ปชช. มาถวายสักการะอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อช่าวรายงานว่า ประชาชนจากทั่วประเทศได้เดินทาง มาสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอย่างต่อเนื่อง มากกว่าวันทำการราชการ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจอย่างเข้มงวด ซึ่งผู้ที่จะเข้าบริเวณสนามหลวงจะต้องผ่านจุดคัดกรองตรวจอาวุธ ของมีคม และบัตรประชาชน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพชาวต่างชาติอย่างเข้มงวด ในส่วนของหัวแถวประชาชนที่รอสักการะพระบรมศพอยู่ที่บริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี และปลายแถวตัดที่สนามหลวงฝั่งตรงข้ามศาลฎีกาเก่า โดยแถวที่เกินจากนั้น จำหน้าที่จำให้ไปเข้าคิวเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 100 คน ที่สนามหลวงฝั่งเหนือ เพื่อเตรียมไปเสริมส่วนท้ายแถวทันทีที่ว่าง

ต่อแถวจนล้นต้องรออีกวัน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า  ในเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่กองประชามสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ขอความร่วมมือกับประชาชนที่จะเข้ามาต่อแถวเพื่อสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวังว่า ยอดคนที่เข้าวังได้ครบจำนวนแล้ว หากมาต่อแถวหลังจากนี้ จะไม่ได้เข้าพระบรมมหาราชวัง จึงขอความร่วมมือให้มาใหม่ในวันรุ่งขึ้น

แต่ต่อมา เจ้าหน้าที่ปลายแถวเข้าคิวแจ้งผ่านโทรโข่งว่ายังสามารถรองรับประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพได้อีก ทำให้ประชาชนเข้ามาต่อแถวเป็นระยะ ซึ่งจากการสอบถามประชาชนส่วนใหญ่ ระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เสียใจถ้าวันนี้ไม่ได้เข้าไปสักการะพระบรมศพ เพราะมีความจตั้งใจที่จะมาอยู่แล้ว พร้อมจะมาใหม่วันหลังได้

ม.รามฯจัดงาน“ธ สถิตในใจรามฯ”

ผศ.ลีนา ลิ่มอภิชาต รองอธิการบดี ฝ่ายประชาสัมพันธ์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง(มร.)เปิดเผยว่า มร. จัดงาน “ธ สถิตในใจรามฯ” ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16.30น. เป็นต้นไป ณ บริเวณลานพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เพื่อแสดงความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ขอเชิญบุคลากร นักศึกษา นักเรียน ศิษย์เก่า รามคำแหง2 วิทยาเขตบางนา และประชาชนทั่วไป ร่วมแปรอักษร จุดเทียนแสดงความอาลัยและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยขอความร่วมมือแต่งกายสุภาพชุดสีดำ และนำเทียนไขสีขาวมาด้วยคนละ 1 เล่ม

ผู้สนใจเข้าร่วมงานแจ้งความจำนง หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ องค์การนักศึกษา โทร. 062-660-5407 หรือที่งานประชาสัมพันธ์ ม.ร.โทร. 02-310-8045-7

ช้าง10เชือกซ้อมใหญ่ก่อนเข้ากรุง

ที่เพนียดคล้องช้างอยุธยา ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล นำช้างจำนวน 10 เชือก และควาญช้าง ทำการซ้อมใหญ่ ก่อนเข้าร่วมถวายความอาลัยถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยการนำช้างที่มีลักษณะงาที่สวยงามทั้ง 10 เชือกนำโดยพลายวัง อายุ 45 ปี  มาแต่งองค์ทรงเครื่องคชาภรณ์เสมือนวันจริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้สมบูรณ์แบบที่สุดก่อนเดินทางเข้า กทม. เพื่อถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในวันอังคารที่ 8 พ.ย.59 นี้

โดยพลายวัง จะทำหน้าที่นำขบวนอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างเผือกในรัชกาลที่ 9 ส่วนการเดินทางตามกำหนดการ คือ เวลา 04.00 น. เดินทางด้วยรถบรรทุกจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะถึงหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเวลา 06.00 น. โดยช้างจะแต่งแบบช้างศึกด้วยผ้าสีดำ รวมกับกลุ่มคนเลี้ยงช้างอีก 200 คน ก่อนเคลื่อนแถวในเวลา 09.09 น. ผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เพื่อยืนสงบนิ่งพร้อมถวายอาลัยและหมอบกราบ จากนั้น จะเดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยช้างทุกเชือกเป็นพ่อพันธุ์ชั้นดีของศูนย์เพาะขยายพันธุ์ช้างไทย วังช้างอยุธยาฯ และเคยถวายการแสดงต่อหน้าพระที่นั่งมาแล้ว ครั้งล่าสุดที่พระองค์เสด็จฯ มาที่ทุ่งมะขามหย่อง ปี พ.ศ.2555

ปราจีนบุรี ร่วมถวายอาลัย

วันเดียวกัน  ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา  โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ตำบลแก่งดินสอ  อำเภอนาดี  จังหวัดปราจีนบุรี  นายสุริยะ  อมรโรจน์วรวุฒิ  ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี   เป็นประธานในพิธีกล่าวถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   และร่วมกันแปรตัวอักษร สัญลักษณ์ของโครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี  โดยมีเลข  9 ไทย อยู่ภายใน  และด้านนอกมีข้อความว่า  นฤบดินทรจินดา  ปราจีนบุรี

โดยมีข้าราชการพลเรือน  ตำรวจ  ทหาร  เหล่ากาชาดจังหวัด  พ่อค้า  ประชาชน  นักเรียน  นักศึกษา                  พสกนิกรชาวจังหวัดปราจีนบุรี  กว่า  30,000  คน  ร่วมพิธีถวายความอาลัย  โดยร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที  จากนั้นร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี   ถวายสัตย์ปฏิญาณ  จะน้อมนำแนวทางตามพระบรมราโชวาท   พระราชดำรัส   พระราชดำริ  ที่ได้เคยพระราชทานไว้  เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการปฏิบัติหน้าที่  ปฏิบัติตน  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

การจัดกิจกรรมถวายอาลัยและแปรอักษรในครั้งนี้  ได้มีผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี  พ่อค้า  ประชาชน  ได้ร่วมกันนำอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมาก  มาบริการ  สำหรับผู้เข้าร่วมพิธีอีกด้วย

หนองคายทำดีเพื่อพ่อ

เช้าวันเดียวกัน  ที่ร้านกาแฟโบราณ ตั้งอยู่เลขที่ 757  ชุมชนยอดแก้ว ถนนประจักษ์ศิลปาคม ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย นางศิริวรรณ ศิวายพราหมณ์ (อ่านว่า สิ-วา-ยะ-พาม) อายุ 54 ปี เจ้าของร้านกาแฟโบราณ พร้อมเพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันจัดทำก๋วยเตี๋ยว700 ชาม น้ำปั่น กาแฟโบราณ และน้ำทุกชนิดไว้แจกจ่ายให้ประชาชนได้รับประทานและดื่มฟรี ซึ่งเป็นกิจกรรมทำความดีเพื่อพ่อหลวง

นางศิริวรรณ  ศิวายพรามหณ์  กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมทำความดีเพื่อพ่อหลวง เพราะเราเป็นพสกนิกรของพระองค์  แต่เราทำได้ไม่เหมือนท่านซึ่งท่านทำมาเยอะมาก เราทำได้เพียงน้อยนิดไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของพระองค์ท่าน เราอยากทำเท่าที่มีกำลังที่ทำได้ โดยร่วมกันทำอาหารให้ประชาชนมารับประทานฟรี ซึ่งมีก๋วยเตี๋ยว  น้ำ น้ำปั่น ส้มตำ ขนมจีน

นางศิริวรรณ กล่าวต่อไปว่า ความสามัคคีเป็นสิ่งที่พ่อเคยสอนเคยสั่งไว้ ว่าพสกนิกรของพระองค์ท่านอยากให้รักกันไม่ให้แบ่งสี ซึ่งเราทำได้น้อยนิดเราก็ภูมิใจ  และในวันที่ 5 ธันวาคม 2559 จะทำก๋วยเตี๋ยว 2,000 ชาม พร้อมอาหารเครื่องดื่มไว้บริการประชาชนฟรีอีกครั้งหนึ่ง

สวดมนต์วัดพระแก้ว

เมื่อ เวลา 16.00 น. ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) มหาเถรสมาคม ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดพิธี สวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  โดย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์  เจ้าอาวาสวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม และกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เป็นประธานในพิธี โดยใช้บทสวดสำหรับงานพิธีอวมงคล มีทั้งสิ้น 13 บท

ประกอบด้วย ปุพพะภาคะนะมะกาโร, สะระณะคะมะนะปาโฐ, ปัพพะโตปะมะคาถา, อะริยะธะนะคาถา (ต่อ), อาทิตตะปะริยายะสุตตัง, สะติปัฏฐานะปาโฐ, ภาระสุตตะคาถา, ติลักขะณาทิคาถา, วิปัสสะนาภูมิปาโฐ, ปัฏฐานะมาติกาปาโฐ, ติอุทานะคาถา, ภัทเทกะรัตตะคาถา และ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง โดยมีพระเถรานุเถระในเขตกรุ่งเทพมหานคร เดินทางมาร่วมในพิธีกว่า 300 รูป ประกอบด้วยกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะฝ่ายปกครอง ในระดับต่างๆ ทั้งฝ่ายธรรมยุติ และมหานิกาย

แจกหนังสือสวดมนต์5พันเล่ม

ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนา ได้จัดเตรียมหนังสือบทสวดมนต์ไว้  จำนวน 5,000 เล่ม เพื่อแจกจ่ายประชาชนที่เดินทางมาร่วมสวดมนต์ พร้อมด้วยพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยประชาชนที่เดินทางมาร่วมในพิธีสวดพระพุทธมนต์ สำนักพระราชวัง ได้จัดเตรียมเก้าอี้นั่งบริเวณหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  และบริเวณรอบกำแพงแก้วของพระอุโบสถ บนศาลาราย 12 จุดที่อยู่รอบวัดพระแก้ว และบริเวณพระระเบียงคดที่ทอดยาวรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเวลาเริ่มพิธี “สวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ประชาชนจำนวนมากต่างมาจับจองพื้นที่เพื่อร่วมสวดมนต์กันเต็มพื้นที่ที่สำนักพระราชวังจัดเตรียมไว้ให้ และภายหลังสวดมนต์ครบ 13 บท แล้ว ทุกคนได้เจริญจิตภาวนาประมาณ 10 นาที เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย

จัดอุปสมบทภิกษุหมื่นรูป

นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เผยว่า สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้จัดโครงการอุปสมบททั่วประเทศ ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 10,000 รูป แบ่งเป็นจังหวัดละ 89 รูป แต่ตอนนี้มีการแจ้งความประสงค์เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้แล้ว โดยการอุปสมบทครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน) และครั้งที่สองจะมีขึ้นในวันที่ 20 ม.ค.2560 เนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) โดยอุปสมบทเป็นเวลาครั้งละ 9 วัน

สำหรับพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2559

ชี้’ทำบุญออนไลน์’ดาบสองคม สะดวก-ผวามิจฉาชีพใช้หากิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243371

ชี้'ทำบุญออนไลน์'ดาบสองคม สะดวก-ผวามิจฉาชีพใช้หากิน

ชี้’ทำบุญออนไลน์’ดาบสองคม สะดวก-ผวามิจฉาชีพใช้หากิน

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.39 น.

5 พ.ย.59 ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช ประธานกรรมการ ดร.พิสิฐ พฤกษ์สถาพร กรรมการรองผู้อำนวยการ และอาจารย์วัฒนา บุญปริตร กรรมการรองผู้อำนวยการสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (ระดับอุดมศึกษา) เผยผลการสำรวจความคิดเห็นต่อการทำบุญออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1-5 พ.ย.59 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,173 คน พบว่า

การทำบุญบริจาคเงินให้กับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วัด/ศาสนสถาน มูลนิธิ สถานสงเคราะห์ หรือสถานศึกษา ถือเป็นกิจกรรมที่คนไทยนิยมปฏิบัติในวาระโอกาสสำคัญ เช่น วันเกิด วันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น รวมถึงในโอกาสทั่วๆไปด้วยเช่นเดียวกัน โดยในอดีตผู้คนมักนิยมเดินทางไปทำบุญบริจาคเงินยังสถานที่ตั้งของหน่วยงานหรือองค์กร และในเวลาต่อมาจึงมีการวิวัฒนาการโดยการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อให้ผู้คนที่ไม่สะดวกในการเดินทางมายังสถานที่ตั้งของหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆ สามารถทำธุรกรรมบริจาคเงินยังสาขาของธนาคารได้ จนกระทั่งมาถึงในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีด้านการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีการพัฒนาและขยายให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้คนได้เข้าถึง จึงทำให้หน่วยงานหรือองค์กรบางแห่งเพิ่มช่องทางในการทำบุญบริจาคเงินโดยผ่านระบบออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีความประสงค์จะทำบุญบริจาคเงิน นอกจากนี้ยังมีผู้พัฒนาระบบเว็ปไซด์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สนใจได้เข้าไปเลือกทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ให้กับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้คนในสังคมได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับระบบการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์กันอยู่ โดยบางส่วนเห็นด้วยว่า เป็นการช่วยกระตุ้นและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการทำบุญบริจาคเงินแต่ไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกในการเดินทาง แต่บางส่วนยังคงตั้งข้อสังเกตว่าเงินที่บริจาคทางออนไลน์นั้นจะไปถึงยังหน่วยงานหรือองค์กรและถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมถึงมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าการทำบุญออนไลน์อาจจะได้บุญน้อยกว่ากาการเดินทางไปทำบุญด้วยตนเอง จากประเด็นดังกล่าว สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นต่อการทำบุญออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ศ.ดร.ศรีศักดิ์กล่าวต่อว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดซึ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.81 เพศชายร้อยละ 49.19 อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในด้านพฤติกรรมการทำบุญบริจาคเงินโดยการโอนเงินผ่านธนาคาร กลุ่มตัวอย่างเกือบสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 64.71 ระบุว่าตนเองเคยทำบุญบริจาคเงินให้กับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆโดยการทำธุรกรรมโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 35.29 ไม่เคย ส่วนในด้านการทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้น กลุ่มตัวอย่างไม่ถึงครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 47.57 ระบุว่าตนเองเคยทำบุญบริจาคเงินให้กับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆทางออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 52.43 ระบุว่าไม่เคย โดยที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.04 ของผู้ที่เคยทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนิยมทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านเว็ปไซด์ของหน่วยงาน/องค์กรนั้นๆโดยตรง ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 15.41 ที่นิยมทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านเว็ปไซด์ที่ให้บริการระบบทำบุญออนไลน์กับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 24.55 นิยมทำบุญบริจาคเงินผ่านเว็ปไซด์ทั้งสองประเภทเท่าๆกัน นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 54.84 ระบุว่าตนเองเคยได้รับหลักฐานยืนยันการทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ เช่น ใบเสร็ทรับเงิน ใบอนุโมธนาบัตร จากหน่วยงาน/องค์กร/เว็ปไซด์ที่ตนเองทำบุญบริจาคเงินทุกครั้ง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 18.64 ระบุว่าเคยได้รับบ้างเป็นบางครั้ง โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างมากกว่าหนึ่งในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 26.52 ยอมรับว่าตนเองไม่เคยได้รับหลักฐานเลย

ในด้านความรู้สึกต่อการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 58.78 ระบุว่าตนเองไม่กลัวถูกหลอกลวงในการทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 27.06 ยอมรับว่ากลัวถูกหลอกลวง ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 14.16 ไม่แน่ใจ

ในด้านความคิดเห็นต่อการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 58.91 มีความคิดเห็นว่าระบบทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตมีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนทำบุญบริจาคเงินได้ง่ายขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.19 มีความคิดเห็นว่าระบบทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้คนหันมาทำบุญบริจาคเงินให้กับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆเพิ่มมากขึ้นได้ อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 68.2 มีความคิดเห็นว่าระบบทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตจะไม่มีส่วนลดจำนวนผู้คนที่เดินทางไปทำบุญบริจาคเงินยังสถานที่ตั้งของหน่วยงาน/องค์กรต่างๆลง  ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 69.14 มีความคิดเห็นว่าระบบทำบุญบริจาคเงินออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตมีส่วนทำให้มิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ได้ง่ายขึ้น  และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70.42 มีความคิดเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเพิ่มการตรวจสอบระบบทำบุญออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตให้มากขึ้นกว่าในปัจจุบันเพื่อป้องกันปัญหาการใช้เป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ของมิจฉาชีพหรือไม่

สำหรับความคิดเห็นต่อการได้บุญจากการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์นั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.53 มีความคิดเห็นว่าการทำบุญบริจาคเงินออนไลน์จะได้รับบุญเท่ากับการเดินทางไปทำบุญบริจาคเงินยังสถานที่ตั้งของหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 28.64 มีความคิดเห็นว่าได้บุญน้อยกว่า ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 10.83 ไม่แน่ใจ

และเมื่อเปรียบเทียบวิธีการต่างๆในการทำบุญบริจาคเงิน กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 52.43 นิยมเดินทางไปทำบุญบริจาคเงินยังที่ตั้งของหน่วยงาน/องค์กรมากที่สุด รองลงมานิยมทำบุญบริจาคเงินโดยการทำธุรกรรมโอนเงินผ่านบัญชธนาคารซึ่งคิดเป็นร้อยละ 23.02 ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 16.79 นิยมทำบุญบริจาคเงินทางออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 7.76 นิยมทำบุญบริจาคเงินผ่านทั้ง 3 วิธีเท่าๆกัน

คนกรุงชี้’ครู’สอบตกภาษาอังกฤษ ชาวบ้านแนะปรับปรุงด่วน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243365

คนกรุงชี้'ครู'สอบตกภาษาอังกฤษ ชาวบ้านแนะปรับปรุงด่วน!

คนกรุงชี้’ครู’สอบตกภาษาอังกฤษ ชาวบ้านแนะปรับปรุงด่วน!

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.12 น.

5 พ.ย.59 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับครูต้นแบบ ซึ่งเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,113 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 1 – 4 พ.ย.59 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นในเรื่องครูต้นแบบ ว่าในปัจจุบันสังคมมองครูว่าเป็นอย่างไร ควรมีการปรับปรุงเรื่องใด อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ยังได้รับการยอมรับของชุมชนและสังคมหรือไม่ เพื่อนำไปปรับปรุงในการพัฒนาครูในอนาคตและการผลิตครูในอนาคต ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อครูต้นแบบ มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีความรู้ในเรื่องที่สอน อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 61.5 ดี
ร้อยละ 36.1 ปานกลาง
ร้อยละ 02.4 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีเทคนิคการสอน อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 57.6 ดี
ร้อยละ 38.5 ปานกลาง
ร้อยละ 03.9 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีความสามารถในการถ่ายทอดให้นักเรียนเข้าใจง่าย อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 54.9 ดี
ร้อยละ 41.2 ปานกลาง
ร้อยละ 03.9 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีความรู้ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 56.8 ดี
ร้อยละ 39.1 ปานกลาง
ร้อยละ 04.1 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีความรู้ในด้านภาษาอังกฤษ อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 49.6 ดี
ร้อยละ 44.6 ปานกลาง
ร้อยละ 05.8 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีบุคลิกภาพดี อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 53.0 ดี
ร้อยละ 43.3 ปานกลาง
ร้อยละ 03.6 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีทักษะการพูด อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 53.6 ดี
ร้อยละ 42.8 ปานกลาง
ร้อยละ 03.6 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีทักษะในการประยุกต์ใช้อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 54.3 ดี
ร้อยละ 41.8 ปานกลาง
ร้อยละ 03.9 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีความสามารถในการถ่ายทอดด้านศีลธรรม อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 50.8 ดี
ร้อยละ 44.1 ปานกลาง
ร้อยละ 05.2 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันมีความสามารถในการถ่ายทอดด้านความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง อยู่ในระดับใด
ร้อยละ 52.5 ดี
ร้อยละ 43.9 ปานกลาง
ร้อยละ 03.6 ไม่ดี

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันควรปรับปรุงในด้านใด มากที่สุด 
ร้อยละ 18.4 ความรู้ในด้านภาษาอังกฤษ
ร้อยละ 17.7 ความรู้ในเรื่องที่สอน
ร้อยละ 16.1 ถ่ายทอดให้นักเรียนเข้าใจง่าย
ร้อยละ 09.4 เทคนิคการสอนดี
ร้อยละ 09.2 ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ร้อยละ 06.6 ทักษะในการประยุกต์ใช้ความรู้
ร้อยละ 06.5 ความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง
ร้อยละ 06.5 ทักษะการพูด
ร้อยละ 05.1 ศีลธรรม
ร้อยละ 04.5 บุคลิกภาพดี

ท่านคิดว่าในปัจจุบันโรงเรียนมีบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดี ใช่หรือไม่  
ร้อยละ 70.9 ใช่
ร้อยละ 13.3 ไม่ใช่
ร้อยละ 15.8 ไม่แน่ใจ

ท่านคิดว่าในปัจจุบันครูสามารถช่วยสร้างมีบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดี ใช่หรือไม่  
ร้อยละ 70.6 ใช่
ร้อยละ 12.4 ไม่ใช่
ร้อยละ 17.1 ไม่แน่ใจ

ท่านคิดว่าครู 1 คนควรดูแลนักเรียนในห้องเรียนจำนวนมากที่สุดเท่าไร
ร้อยละ 33.0 จำนวน 30 คน
ร้อยละ 22.8 จำนวน 40 คน
ร้อยละ 19.0 จำนวน 20 คน
ร้อยละ 09.4 น้อยกว่า 10 คน
ร้อยละ 06.3 จำนวน 50 คน
ร้อยละ 04.5 จำนวน 10 คน
ร้อยละ 05.1 มากกว่า 50 คน

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนหรือไม่ 
ร้อยละ 79.5 ได้รับการยอมรับ
ร้อยละ 09.4 ไม่ได้รับการยอมรับ
ร้อยละ 11.1 ไม่แน่ใจ

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันได้รับการยอมรับจากสังคมหรือไม่ 
ร้อยละ 79.2 ได้รับการยอมรับ
ร้อยละ 09.3 ไม่ได้รับการยอมรับ
ร้อยละ 11.5 ไม่แน่ใจ

ท่านคิดว่าครูในปัจจุบันเป็นแบบอย่างที่ดีหรือไม่ 
ร้อยละ 77.9 ใช่
ร้อยละ 07.7 ไม่ใช่
ร้อยละ 14.4 ไม่แน่ใจ

ท่านคิดว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ใช่หรือไม่
ร้อยละ 87.1 ใช่
ร้อยละ 07.5 ไม่ใช่
ร้อยละ 05.4 ไม่แน่ใจ

ท่านคิดว่าในปัจจุบันเยาวชนสนใจในการศึกษาต่อในด้านครู ใช่หรือไม่   
ร้อยละ 72.7 ใช่
ร้อยละ 10.5 ไม่ใช่
ร้อยละ 16.8 ไม่แน่ใจ

ท่านอยากให้เยาวชนสนใจในการศึกษาต่อในด้านครู ใช่หรือไม่   
ร้อยละ 70.3 อยาก
ร้อยละ 10.1 ไม่อยาก
ร้อยละ 19.6 ไม่แน่ใจ

ท่านคิดว่าอาชีพครูมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ใช่หรือไม่   
ร้อยละ 81.3 ใช่
ร้อยละ 08.0 ไม่ใช่
ร้อยละ 10.7 ไม่แน่ใจ

ท่านอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการผลิตครู ใช่หรือไม่  
ร้อยละ 82.2 อยาก
ร้อยละ 07.6 ไม่อยาก
ร้อยละ 10.2 ไม่แน่ใจ

ท่านคิดว่าครูต้นแบบควรมีทักษะใดที่มีความสำคัญมากที่สุด 
ร้อยละ 20.4 ความรู้ในเรื่องที่สอน
ร้อยละ 19.1 ถ่ายทอดให้นักเรียนเข้าใจง่าย
ร้อยละ 13.8 ความรู้ในด้านภาษาอังกฤษ
ร้อยละ 12.7 เทคนิคการสอนดี
ร้อยละ 06.3 ทักษะในการประยุกต์ใช้ความรู้
ร้อยละ 06.1 ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ร้อยละ 06.0 บุคลิกภาพดี
ร้อยละ 05.8 ศีลธรรม
ร้อยละ 04.9 ทักษะการพูด
ร้อยละ 04.9 ความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง