‘แอ๊ด คาราบาว’-‘พ่อเมืองสุพรรณบุรี’ นำถวายความอาลัย’พ่อหลวง’ ณ วัดป่าเลไลยก์ฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241981

'แอ๊ด คาราบาว'-'พ่อเมืองสุพรรณบุรี' นำถวายความอาลัย'พ่อหลวง' ณ วัดป่าเลไลยก์ฯ

‘แอ๊ด คาราบาว’-‘พ่อเมืองสุพรรณบุรี’ นำถวายความอาลัย’พ่อหลวง’ ณ วัดป่าเลไลยก์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 18.32 น.

27 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ทุกหมู่เหล่า จัดพิธีแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

เนื่องจากเป็นสถานที่ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชีนีนาถ เสด็จพระราชดำเนินนมัสการหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2498 โดยได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ มาจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระองค์เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและยังความปลาบปลื้มปีติแก่ชาวสุพรรณบุรีอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งมีผู้ร่วมพิธีมากกว่า 5 พันคน

โดยมีศิลปินชื่อดัง ‘แอ๊ด คาราบาว’ ร่วมร้องเพลงผู้ปิดทองหลังพระ และ ร้องเพลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นอกจากนี้ จังหวัดยังเตรียมจัดพิธีแสดงความอาลัย อีกหลายแห่ง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชีนีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน เสด็จพระราชดำเนิน โดยเฉพาะที่พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ จะเป็นการรวมพลังชาวสุพรรณบุรีอย่างสมพระเกียรติอีกครั้ง

‘หมอต้นไม้’เข้าดูแลต้นศรีตรังทรงปลูก ยืนยันไม่ตายแต่มีอาการช็อก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241963

'หมอต้นไม้'เข้าดูแลต้นศรีตรังทรงปลูก ยืนยันไม่ตายแต่มีอาการช็อก

‘หมอต้นไม้’เข้าดูแลต้นศรีตรังทรงปลูก ยืนยันไม่ตายแต่มีอาการช็อก

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.17 น.

27 ต.ค. 59 เวลา 11.30 น. ที่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผศ.นพ.วิศิษฏ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช นายประลอง ดำรงค์ไทย รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ รุกขกร หรือ”หมอต้นไม้” ร่วมตรวจสอบดูแลต้นศรีตรัง ที่ปลูกอยู่บริเวณสวนหย่อมด้านซ้านลานพระราชนุสาวรีย์ ฝั่งอาคารเฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากมีข่าวทางโซเชียลว่าต้นศรีตรัง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช  ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2554 ตายลงแล้วนั้น เจ้าหน้าที่รุกขกรจึงได้เข้ามาตรวจสอบและตัดแต่งกิ่งที่แห่งออก ก่อนนำยากันเชื้อราทาบริเวณแผลของกิ่ง แล้วปิดทับด้วยสารกันเชื้อราลงในแผลของกิ่งไม้ จากนั้น ได้ทำการขุดดินบริเวณโค่นต้นเพื่อตรวจดูระบบราก แล้วใส่วิตามิน บี 1 ผสมกับปุ๋ยอินทรีและทรายลงโคนต้นแล้วกลบ นอกจากนี้ รุกขกร ได้นำฟอสฟอรัสแอซิด หรืออาหารของต้นไม้ใส่สลิงฉีดในลำต้นด้วย

ด้านนายประลอง กล่าวว่า  ภายหลังได้รับแจ้งจากทาง รพ.ศิราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัยากรและสิ่งแวดล้อม ได้มอบให้ตนนำทีม รุกขกร หรือหมอต้นไม้ มาดูแล เบื้องต้นได้ขุดดูราก พบว่ามีเชื้อรา แต่สภาพต้นไม้ยังไม่ตาย ปลายกิ่งยังเขียวอยู่ เพียงแต่มีอาการซ็อกบางอย่าง ส่วนที่ยอดเริ่มเหี่ยวใบล่วง แต่พบว่าปลายกิ่งบางจุดยังเขียวอยู่ และมีการแตกหน่อบางส่วนออกมา ซึ่งตามหลักวิชาการป่าไม้ อาจจะเกิดจากหลายปัจจัย จึงต้องดูฐานคือระบบราก พบว่ารากมีเชื้อรา เจ้าหน้าที่ให้ยาบำรุงรักษาให้รากแข็งแรงมากขึ้น จะได้ดูดซับอาหารได้ดีขึ้น ระบบหล่อเลี้ยงอาหารก็กำลังดูแลรักษาอยู่ ประกอบกับขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน โคนต้นที่มีน้ำขังมาก หรือกิ่งที่มีแผลพอมีน้ำขังจึงเกิดเชื้อราได้ ขณะนี้หมอต้นไม้ได้ทายากันเชื้อราให้ลำต้น และกิ่งแล้ว จากนี้จะต้องดูแลเรื่องการให้อาหารบำรุง คุมแสลนเพื่อลดแสงแดดลง และทำท่อระบายน้ำจากโคนต้น ทายาป้องกันเชื้อราที่รากและลำต้นช่วงนี้จะต้องรักษาทุกระบบให้ต้นไม้ ซึ่งยังไม่ตายให้ฟื้นกลับมาอีกครั้ง เชื่อว่าประมาณ 1 เดือนจะฟี้นกลับคืนมา ซึ่งโอกาสฟื้นตัวมีมากพอสมควร เพราะขูดเข้าไปแล้วผิวยังเขียอยู่โดยจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเป็นระยะๆ เมื่อมีการแตกกิ่งเขียวออกมาจะเร่งอาหารเพื่อฟูให้กลับคืนมาอีกครั้ง ยืนยันว่าตอนนี้ต้นศรีตรังยังไม่ตาย

ขณะที่นางทองแดง ชินวงศ์ อายุ 47 ปี อาชีพแม่บ้าน รพ.ศิริราช กล่าวว่า ประมาณวันที่ 20 ต.ค.ตนไปยืนดูต้นศรีตรังสังเหตุเห็นต้นศรีตรังใบล่วงเหลือแต่กิ่งแห้ง ยืนดูไปแล้วน้ำตาไหลไป คิดถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯลงมาปลูกยังได้นั่งรอรับเสด็จด้วย ต่อไปคงไม่เห็ต้นไม้ที่พ่อปลูกอีกแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2554   พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ศิริราช เพื่อทรงปลูกต้นศรีตรัง จำนวน 2 ต้น ที่บริเวณด้านซายและด้านขวาหน้าลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

เจ้าอาวาสเผย’ในหลวง’ทรงขอให้ดูแลป่าไม้ ครั้งทรงเสด็จปลูกต้นสักทองเมื่อปี35

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241959

เจ้าอาวาสเผย'ในหลวง'ทรงขอให้ดูแลป่าไม้ ครั้งทรงเสด็จปลูกต้นสักทองเมื่อปี35

เจ้าอาวาสเผย’ในหลวง’ทรงขอให้ดูแลป่าไม้ ครั้งทรงเสด็จปลูกต้นสักทองเมื่อปี35

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.59 น.

27 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูภาวนาชิติคุณ เจ้าอาวาสวัดถ้ำสิงโตทอง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เผยถึง พระกระแสรับสั่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระราชทานเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน ณ วัดถ้ำสิงโตทอง เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2535  ใจความว่า “รักษาป่าได้สมบูรณ์สวยงามดี ขอให้รักษาไว้ตลอดไป ”

ซึ่งคณะสงฆ์พร้อมด้วยพสกนิกรที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่บริเวณรอบวัดถ้ำสิงโตทอง ได้ยึดหลักตามแนวพระราชดำริในการดูแลพื้นที่ป่าและต้นไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ โดยเฉพาะต้นสักทองหรือ “ต้นไม้ของพ่อ ต้นไม้ของแม่” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถ ที่ทรงปลูกไว้ที่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ สก. เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2535 ที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาตัดหวายลูกนิมิต พร้อมทรงประกอบพิธีเททอง ณ วัดถ้ำสิงโตทอง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี รวมแล้ว 24 ปีเศษ

พระครูภาวนาชิติคุณ เจ้าอาวาสวัดถ้ำสิงโตทองฯ เล่าว่า แม้เวลาจะผ่านไป 24 ปีแล้ว ‘ต้นสักทอง’ ปัจจุบันมีภาพสมบูรณ์ลำต้นใหญ่สูงกว่า 15 เมตร ใบเขียวชอุ่ม ออกเมล็ดผลจำนวนมาก ซึ่งทางคณะสงฆ์พร้อมด้วยญาติโยมที่อยู่บริเวณวัดถ้ำสิงโตทองแห่งนี้ ได้ช่วยกันดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังดูแลต้นไม้โดยรอบพื้นที่ของวัดมีสภาพอุดมสมบูรณ์มีความเขียวขจีไปทั่วบริเวณ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและประกอบพิธีทางศาสนาและเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติ

เจ้าอาวาสวัดถ้ำสิงโตทอง กล่าวอีกว่า เป็นที่หน้าปลื้มปิติเป็นอย่างมาก นอกจากจะทรงปลูกต้นสักทองแล้วพระองค์ยังทรงพระราชทานอ่างเก็บน้ำเนื่องในโครงการพระราชดำริบ้านรางม่วง เพื่อช่วยเหลือประชาชนและทางวัด เนื่องจากในอดีตเป็นพื้นที่ขาดแคลนน้ำ

เจ้าอาวาสวัดถ้ำสิงโตทอง กล่าวถึง ความประทับใจในครั้งที่พระองค์ทรงเสด็จอีกว่า โดยภาพความปลื้มปิติในวันนั้นเป็นภาพที่เมื่อครั้งที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินทักทายประชาชน มีเสียงหนึ่งดังมาจากแนวป่าหน้าอุโบสถ ที่ถูกกันไว้ด้วยเชือกและมีตำรวจ ทหารอารักษ์ขาอยู่ว่า “เชิญเสด็จทางนี้หน่อยพะยะคะ สิ้นเสียงประชาชน” จากนั้นพระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเดินแหวกฝูงชนเข้าไปในป่านั้นเพื่อทักทายประชาชนของพระองค์โดยมิหวั่นภยันตราย

สำหรับวัดถ้ำสิงโตทองเป็นวัดที่หลวงปู่โต๊ะ อดีตเจ้าอาวาสวัดประดูฉิมพลี กรุงเทพมหานครเป็นผู้สร้างและเป็นพระสงฆ์ ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความเคารพ ซึ่งมีลูกศิษย์และผู้ศรัทธาท่านช่วยกันและคอยดูแลวัดและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ถึงแม้หลวงปู่จะมรณภาพไปแล้ว ศิษย์ทั้งหลายก็ยังมาช่วยอยู่เหมือนเดิมทุกประการ ซึ่งวัดถ้ำสิงโตทอง ตั้งเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2527 โดยทางคณะลูกศิษย์และคณะสงฆ์ได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถ เสด็จพระราชดำเนินฉลองอุโบสถ และฝังลูกนิมิตในปี 2535 ทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนทรัพย์พระราชทานเพื่อสร้างอุโบสถวัดถ้ำสิงโตทอง และทรงพระราชทานทองคำแห่งหนัก 9 บาท สำหรับเททองหล่อพระพุทธรูปปฏิมาประธานประจำอุโบสถ ซึ่งได้รับพระราชทานพระนามว่า “พระพุทธสิริกิตติพิพัฒน์” (สก.) และนับเป็นอุโบสถหลังแรกที่มีพระนามาภิไธย “สก” ประดิษฐานที่หน้าบัน พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินพระราชทานเป็นประจำทุกปี

ผบ.ทร.เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐิน พระราชทานกองทัพเรือ ประจำปี59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241939

ผบ.ทร.เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐิน พระราชทานกองทัพเรือ ประจำปี59

ผบ.ทร.เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐิน พระราชทานกองทัพเรือ ประจำปี59

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.13 น.

27 ต.ค. 59 เวลา 14.00น. พล.ร.อ. ณะ  อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ ประจำปี 2559 ณ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี คณะนายทหารระดับสูงและข้าราชการกองทัพเรือ ร่วมพิธี

ทั้งนี้พระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ คือ กฐินที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน คณะบุคคล หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง นำไปถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาสในพระอารามหลวงต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร ซึ่ง กองทัพเรือ ได้ขอพระราชทานผ้าพระกฐินไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวง ที่ตั้งอยู่ใกล้กองทัพเรือเป็นประจำทุกปี และได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันเนื่องด้วยพระพุทธศาสนา เพื่ออนุเคราะห์พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาครบไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์กฐิน ตามพระพุทธบัญญัติวินัยพระ และเพื่อรวบรวมจตุปัจจัยโดยเสด็จพระราชกุศลบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามให้มั่นคงถาวรต่อไป

ทั้งนี้วัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของถนนอิสรภาพด้านเหนือของสะพานเจริญพาสน์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 75 ไร่  ซึ่งวัดราชสิทธาราม เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อ “วัดพลับ” ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด (แต่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี) เดิมตัววัดตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัดในปัจจุบัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้สร้างวัดราชสิทธารามขึ้นใหม่ในที่ซึ่งอยู่ติดกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมวัดพลับเดิมเข้าไว้ในเขตวัดที่สร้างใหม่ด้วย แต่ราษฎรยังคงเรียกชื่อวัดราชสิทธารามตามนามเดิมว่า “วัดพลับ” จนบัดนี้ ถาวรวัตถุและสิ่งสำคัญในวัด คือ พระอุโบสถเป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยแบบชนิดก่ออิฐถือปูนและตามฝาผนังภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมที่สวยงามระดับชั้นบรมครู ที่เขียนขึ้นโดยช่างยุครัตนโกสินทร์ ส่วนภายในพระอุโบสถมีพระประธานประจำพระอุโบสถ ชื่อ “พระพุทธจุฬารักษ์” เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ลงรักปิดทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 5 ศอก 2 นิ้ว สูงจรดพระรัศมี 6 ศอก 1 คืบ ซึ่งกล่าวกันว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงปั้นพระเศียร และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปั้นพระองค์

พสกนิกรร่วมถวายอาลัยเนืองแน่น ท่ามกลางสายฝน (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241935

พสกนิกรร่วมถวายอาลัยเนืองแน่น ท่ามกลางสายฝน (ประมวลภาพ)

พสกนิกรร่วมถวายอาลัยเนืองแน่น ท่ามกลางสายฝน (ประมวลภาพ)

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.46 น.
27 ต.ค. 59 บรรยากาศบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง และบริเวณท้องสนามหลวงยังคงมีประชาชนจำนวนมากแต่งกายด้วยชุดสีดำและสีขาวไว้ทุกข์อย่างสุภาพ โดยบริเวณด้านหน้าประตูวิเศษไชยศรี ประชาชนต่างต่อแถวเข้าคิวเข้าไปภายในศาลาสหทัยสมาคม เพื่อที่จะเข้าไปสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามสมุดหลวง เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่ามกลางฝนที่ตกลงมา โดยวันพรุ่งนี้ (28 ต.ค.) จะเปิดให้ลงนามเป็นวันสุดท้าย

ราชบัณฑิตยสภาชี้แจง การออกเสียงพระนาม ‘รัชกาลที่ 9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241933

ราชบัณฑิตยสภาชี้แจง การออกเสียงพระนาม 'รัชกาลที่ 9'

ราชบัณฑิตยสภาชี้แจง การออกเสียงพระนาม ‘รัชกาลที่ 9’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.35 น.
27 ต.ค.59 สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้เผยแพร่ข้อมูล การอ่านพระนามตามพระสุพรรณบัฏของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่มีประชาชนสงสัยเป็นจำนวนมาก ข้อความภายในหนังสือดังกล่าว ระบุว่า คณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์ การใช้ราชาศัพท์ แห่งสำนักราชบัณฑิตยสภา ได้ประชุมกัน พบว่า การอ่านพระนามแตกต่างกัน ระหว่าง ปอ-ระ-มิน-ทระ, ปะ-ระ-มิน-ทระ, ปะ-ระ-มิน-ทะ-ระ
มีความเห็นว่า การอ่านพระนามของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อ่านตามจังหวะหนักเบาในภาษาไทย ซึ่งใช้ในราชสำนักมาแต่โบราณคือ
พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปอ-ระ-มิน-มะ-หา-พู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดด มะ-หิด-ตะ-ลา-ทิ-เบด-รา-มา-ทิ-บอ-ดี จัก-กรี-นะ-รึ-บอ-ดิน สะ-หยา-มิน-ทรา-ทิ-ราด บอ-รม-มะ-นาด-บอ-พิด
พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปะ-ระ-มิน-มะ-หา-พู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดด มะ-หิด-ตะ-ลา-ทิ-เบด-รา-มา-ทิ-บอ-ดี จัก-กรี-นะ-รึ-บอ-ดิน สะ-หยา-มิน-ทรา-ทิ-ราด บอ-รม-มะ-นาด-บอ-พิด
หรือจะอ่านพระนาม “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ว่า พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปะ-ระ-มิน-ทระ-มะ-หา-พู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดด ตามการอ่านคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตแบบมีสมาสคำก็ได้

มท.สรุปยอดลงนามแสดงความอาลัย12วัน3,738,305คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241930

มท.สรุปยอดลงนามแสดงความอาลัย12วัน3,738,305คน

มท.สรุปยอดลงนามแสดงความอาลัย12วัน3,738,305คน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.16 น.
27 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย ได้สรุปยอดการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ต.ค.) ดังนี้ 1.ประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 26 ต.ค.มีจำนวนทั้งสิ้น 270,649 ราย โดยมีผู้การลงนามแสดงความไว้อาลัยตั้งแต่วันที่ 14 – 26 ต.ค.จำนวนทั้งสิ้น 3,738,305 คน 2.กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้แก่ กิจกรรมสวดอภิธรรม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 319,148 คน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14 – 25 ต.ค.จำนวนทั้งสิ้น 5,436,535 คน กิจกรรมทำบุญตักบาตร มีผู้เข้าร่วมจำนวน 49,057 คน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตร ตั้งแต่วันที่ 14 – 25 ต.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 2,154,894 คน และกิจกรรมอื่นๆ จำนวน 56,915 คน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 14 – 25 ต.ค.จำนวนทั้งสิ้น 936,940 คน

เปิดโอกาสปชช.มีส่วนร่วมสร้างพระเมรุมาศ เผย1พ.ย.เปิดนทท.ชมพระบรมมหาราชวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241928

เปิดโอกาสปชช.มีส่วนร่วมสร้างพระเมรุมาศ เผย1พ.ย.เปิดนทท.ชมพระบรมมหาราชวัง

เปิดโอกาสปชช.มีส่วนร่วมสร้างพระเมรุมาศ เผย1พ.ย.เปิดนทท.ชมพระบรมมหาราชวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.08 น.

27 ต.ค.59 พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมการและดำเนินงานเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมสรุปความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจะทำทุกอย่างตามขั้นตอน ทั้งนี้ การดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งก่อสร้างประกอบจะต้องใช้เวลามาก แต่คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการไม่ถึง 1 ปี และจะให้ภาคส่วนรวมทั้งประชาชนได้มีส่วนร่วม ส่วนราชรถ ราชยานที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้น จะต้องมีการปรับปรุง แม้ขณะนี้ยังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน แต่จะต้องมีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม และเมื่อใช้เสร็จแล้ว ก็จะเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนที่ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังได้ตามปกตินั้น เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะไม่กระทบต่อพระราชพิธีและความรู้สึกของคนไทย เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการเผยแพร่ทำความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวแล้วว่า ควรทำอย่างไรจึงจะเกิดความเหมาะสมทั้งการแต่งกายและเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ ตามสถานที่ต่างๆ เช่น สนามบินและโรงแรม ก็มีการแจงโบว์สีดำแก่นักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ลดลง และยังถือว่าดีขึ้นกว่าปี 58 ขณะที่รัฐบาลก็พยายามสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้มีการปรับเปลี่ยนและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวตามรอยพ่อให้ต่างชาติได้รับทราบ และหลังจากดำเนินการก็ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

กห.บำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล’ในหลวง ร.9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241925

กห.บำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล'ในหลวง ร.9'

กห.บำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล’ในหลวง ร.9′

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.02 น.

27 ต.ค. 59 พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีจัดบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ณ พระอุโบสถวัดชิโนรสาราม วรวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช อีกทั้งเป็นการแสดงความจงรักภักดีและความกตัญญูต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยตลอดระยะเวลา  อันยาวนานที่ผ่านมา

‘สมเด็จพระบรมฯ’ทรงรับสั่ง ให้แพทย์ทหารดูแลปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241923

'สมเด็จพระบรมฯ'ทรงรับสั่ง ให้แพทย์ทหารดูแลปชช.

‘สมเด็จพระบรมฯ’ทรงรับสั่ง ให้แพทย์ทหารดูแลปชช.

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.53 น.

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงรับสั่งให้แพทย์ทหารอากาศ ร่วมกับแพทย์พระราชฐาน 904 ให้บริการประชาชนที่ร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ “ในหลวง”

27 ต.ค.59 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชบัณฑูร ให้แพทย์ทหารอากาศ ถวายงานร่วมกับแพทย์พระราชฐาน 904 ให้บริการประชาชนที่ไปร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ หน่วยแพทย์พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งในวันที่ 26 ต.ค.ตั้งแต่เวลา 07.00 – 21.00 น.พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผอ.โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะหัวหน้าแพทย์พระราชฐาน 904 ส่วน ทอ.นำคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ร่วมออกหน่วยแพทย์พระราชทานในการนี้ด้วย