ทช. เร่งสร้างทางลดระดับ แยกสุขุมวิท-พัทยากลาง คาดแล้วเสร็จ ก.พ.60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 พ.ย. 2559 19:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/789632

 

กรมทางหลวงชนบท ส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เร่งสร้างทางลดระดับแยกสุขุมวิท-พัทยากลาง จ.ชลบุรี เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัด เพิ่มความปลอดภัยบริเวณทางแยก คาดแล้วเสร็จ ก.พ.60 …

วันที่ 21 พ.ย.59 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว ทางกรมทางหลวงชนบท (ทช.) จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางลดระดับบริเวณแยกถนนสุขุมวิท-ถนนพัทยากลาง เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระยะทางรวม 1.900 กิโลเมตร ทั้งนี้การก่อสร้างเส้นทางดังกล่าว เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัด และเพิ่มความปลอดภัยบริเวณทางแยกถนนพัทยากลาง เป็นการส่งเสริมศักยภาพของเมืองพัทยาในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่า 83% โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปูผิวจราจรและงานประติมากรรม คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2560 โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 837.441 ล้านบาท

ปัจจุบันการจราจรบนถนนสุขุมวิท ที่อยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของเมืองพัทยาช่วงบริเวณทางแยกสำคัญ 4 แห่ง ได้แก่ ทางแยกพัทยาเหนือ ทางแยกพัทยากลาง ทางแยกพัทยาใต้ และทางแยกพรประภานิมิต ซึ่งมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่น ติดขัดทั้งในช่วงเวลาเร่งด่วนของวันธรรมดา และช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางด้านพลังงาน เศรษฐกิจ สังคม การลงทุน ตลอดจนบรรยากาศความเป็นเมืองท่องเที่ยว

ในการนี้ เมืองพัทยาจึงได้ขอรับการสนับสนุนจาก ทช.ให้ดำเนินการก่อสร้างทางลดระดับบริเวณทางแยกพัทยากลาง โดย ทช.ได้ก่อสร้างทางลดระดับบนถนนสุขุมวิท ขนาด 4 ช่องจราจร ตั้งอยู่ที่ ถนนสุขุมวิท (ช่วง กม.144+500 ถึง กม.146+400) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีจุดเริ่มต้นโครงการฯ ที่ กม.0+000 แยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ประมาณ 400 เมตร แนวทางมุ่งไปทางทิศใต้จนไปถึงจุดสิ้นสุดโครงการฯ ที่ กม.1+900 ความยาวรวมทั้งสิ้น 1.900 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้าม รวมทั้งการจัดภูมิทัศน์บริเวณเกาะกลาง และงานประติมากรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่ของเมืองพัทยา โดยแบ่งออกเป็น ดังนี้

1. ประติมากรรมโลมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนเมืองท่องเที่ยวทางทะเล โดยจะสอดแทรกศิลปะไทยลงไปที่ตัวโลมา เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยและเอกลักษณ์ของเมืองพัทยา

2. ป้ายทางลอด เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แก่ผู้ที่เดินทางสู่เมืองพัทยา สามารถรู้ได้ว่าเป็นเมืองพัทยา และเล่าด้วยประติมากรรมของรูปป้ายว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล

3. ผนังทางลอดใช้เป็นพื้นที่เล่าถึงความเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลที่มีประติมากรรม สัตว์น้ำอื่นๆ เพื่อแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของเมืองแห่งชายทะเล โดยให้สีฟ้าและสีน้ำตาล เพื่อต้องการสื่อให้รู้สึกใกล้ชิดกับน้ำทะเลและสีหินทรายตามธรรมชาติ เพื่อดึงความรู้สึกให้สัมผัสได้ขณะขับขี่ยานพาหนะผ่านทางลอด

อย่างไรก็ตาม เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพของเมืองพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ลดปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว และเพื่อให้เกิดความประทับใจ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นส่วนช่วยทำให้เศรษฐกิจของชาติมีความเจริญก้าวหน้าต่อไป.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 4.44 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,478.30 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 พ.ย. 2559 17:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/789626

 

หุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่ายเพิ่มขึ้น 4.44 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,478.30 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,130.13 ล้านบาท…

การเคลื่อนไหวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 21 พ.ย. 59 รายงานหุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่าย เพิ่มขึ้น 4.44 จุด เปลี่ยนแปลง 0.30% ดัชนีอยู่ที่ 1,478.30 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 38,130.13 ล้านบาท

สำหรับมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) 2. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน).

 

ระทึก รง.ปิโตรเคมีญี่ปุ่นไฟไหม้ หลังธรณีพิโรธ กีวีผวาซ้ำ เจอดินไหว 5.6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ย. 2559 11:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/790326

 

ไฟไหม้โรงงานปิโตรเคมี ในเมืองอิวะกิ หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.4 เขย่าเกาะฮอนชู ทางตะวันออกของญี่ปุ่น เดชะบุญ จนท.ดับเพลิงควบคุมเพลิงได้สำเร็จ ส่วนชาวนิวซีแลนด์ ผวาอีก เจอแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ห่างจากกรุงเวลลิงตันราว 200 กม.

เมื่อ 22 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ความรุนแรงขนาด 7.4 มีความลึกประมาณ 30 กม. นอกเกาะฮอนชู ทางตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น มีศูนย์กลางใกล้จังหวัดฟุกุชิมะ เมื่อเวลา 06.00 น. ของเช้าวันที่ 22 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้น ได้เกิดคลื่นยักษ์ สึนามิสูงถึง 1.40 เมตร ซัดถล่มชายฝั่งที่ท่าเรือเมืองเซนได ในจังหวัดมิยางิ จนทางการต้องประกาศเตือนภัยแจ้งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศอพยพขึ้นที่สูงโดยด่วนนั้น

สำนักข่าวบีบีซี แจ้งว่า เหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวนหนึ่ง แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานแน่ชัด ขณะที่ คำแจ้งเตือนภัยในตอนแรกว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดคลื่นยักษ์สูงถึง 3 เมตร ซัดชายฝั่งในจังหวัดฟุกุชิมะ และมิยะงิ ได้ลดระดับลงแล้วก่อนถึงเวลา 10.00 น. ของช่วงสายวันเดียวกัน ตามเวลาท้องถิ่น  กระทั่งต่อมา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียวได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊กว่า ณ 13.00 น. ทางการญี่ปุ่นยกเลิกประกาศระวังภัยสึนามิทั่วประเทศแล้ว

เจ้าหน้าที่สำนักธรณีวิทยาญี่ปุ่นแจ้งเกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 7.4 ทางตะวันออกของเกาะฮอนชู เมื่อเช้าวันที่ 22พ.ย.

ด้าน สำนักข่าว NHK ในญี่ปุ่น รายงาน ได้เกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงงานปิโตรเคมีแห่งหนึ่ง ที่เมืองอิวะกิ เขตนิชิกิมะจิ  จ.ฟุกุชิมะหลังเกิดธรณีพิโรธ และต่อมา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในเมืองอิวะกิสามารถควบคุมเพลิงได้สำเร็จเมื่อเวลา 06.40 น.

ส่วนบริษัทพลังไฟฟ้า โตเกียว หรือเทปโก แถลงว่า ระบบหล่อเย็นที่โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิชิ ซึ่งหยุดทำงานไปชั่วขณะหลังเกิดแผ่นดินไหวนั้น ได้กลับมาทำงานตามปกติแล้ว โดย นายโยชิฮิเดะ ซูงะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ไปถึงประชาชนทางภาคตะวันออกของประเทศ ที่กำลังวิตกกังวลโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟุกุชิมะจะได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งนี้ เหมือนกับที่เคยประสบภัยพิบัตินิวเคลียร์มาแล้วจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 2554 ว่า ถึงแม้ระบบหล่อเย็นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้จะหยุดทำงานไปชั่วคราว แต่ไม่พบว่าเกิดความเสียหาย หรือมีความผิดปกติอื่นๆ ขึ้นจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้แต่อย่างใด


เกิดระลอกคลื่นในแม่น้ำสุนะโอชิ เมืองทะงะโจ จ.มิยางิ หลังแผ่นดินไหวขนาด 7.4ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์ สึนามิตามมา

ชาวญี่ปุ่นรีบอพยพออกจากพื้นที่ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงและมีคำเตือนสึนามิ

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ได้รายงานพบเกิดแผ่นดินไหวทางตะวันออกของญี่ปุ่น มีความรุนแรง 7.3 ก่อนต่อมา จะลดระดับความรุนแรงลงเหลือ 6.9 ซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่าที่สำนักธรณีวิทยาของญี่ปุ่น แจ้งว่า ตรวจวัดพบเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ขณะที่ความเสียหายของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นล่าสุด ยังไม่ทราบแน่ชัด เพียงแต่มีรายงานแรงสั่นสะเทือนรู้สึกถึงกรุงโตเกียว และอาคารสูงหลายแห่งสั่นโยกนานถึงอย่างน้อย 30 วินาที และบริษัทผลิตรถยนต์ นิสสัน ได้หยุดการปฏิบัติงานที่โรงงานในเมืองฟุกุชิมะ

วันเดียวกัน มีรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.6 ที่นิวซีแลนด์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 พ.ย. โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากกรุงเวลลิงตัน เมืองหลวงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 200 กม. และมีความลึกประมาณ 30 กม. ยังไม่มีรายงานความเสียหาย รวมทั้งผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ศูนย์กลางใกล้เมืองไครสต์เชิร์ช บนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 13พ.ย.ที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธรณีพิโรธ 7.3 อัดญี่ปุ่น สึนามิสูง 1 ม.เข้าฟุกุชิมะ ใกล้รง.นิวเคลียร์ 

 

สถานทูตไทย เตือน คนไทยอาศัยอยู่ชายฝั่งตะวันออกญี่ปุ่น อพยพขึ้นที่สูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ย. 2559 07:47

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/790042

 

สถานทูตไทย ณ กรุงโตเกียว โพสต์เฟซฯเตือนคนไทยที่อยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกของญี่ปุ่น ใกล้ทะเล ปากแม่น้ำในจังหวัดอาโอโมริ อิวาเตะ มิยากิ อิบารากิ ชิบะ และหมู่เกาะอิสึ อพยพไปที่สูงที่ปลอดภัยทันที และติดตามฟังการเตือนภัยสึนามิจากทางการท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด


วันที่ 22 พ.ย. สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศ เตือนภัยสึนามิ ณ เวลา 7.26 น. (22 พฤศจิกายน 2559) ขอให้คนไทยที่อยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกของญี่ปุ่น ใกล้ทะเล ปากแม่น้ำในจังหวัดอาโอโมริ อิวาเตะ มิยากิ อิบารากิ ชิบะ และหมู่เกาะอิสึ อพยพไปที่สูงที่ปลอดภัยทันที และติดตามฟังการเตือนภัยสึนามิจากทางการท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

ธรณีพิโรธ 7.3 อัดญี่ปุ่น สึนามิสูง 1 ม.เข้าฟุกุชิมะ ใกล้รง.นิวเคลียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ย. 2559 04:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/790011

 

เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7.3 นอกชายฝั่งเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ทางการประกาศเตือนภัยสึนามิขนาดสูงสุด 3 เมตร ที่จ.ฟุกุชิมะและมิยางิ โดยมีรายงานคลื่นสูง 1 ม. และ 1.4 ม. เคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งฟูกูชิมาและเซนไดแล้ว ตามลำดับ…

(ภาพจาก ทวิตเตอร์ @TBC_saigai)

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (เจเอ็มเอ) รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.59 น. วันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 03.59 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย) เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงระดับ 7.3 นอกชายฝั่งทางตะวันออกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึกประมาณ 10 กม. ห่างจากเมืองนามิเอ ในจังหวัดฟุกุชิมะ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 61 กม.

ต่อมาในเวลา 06.02 น. ตามเวลาท้องถิ่น เจเอ็มเอ ยังประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ (Tsunami Warning) ความสูง 1-3 ม. ที่จังหวัดฟุกุชิมะ และจังหวัดมิยางิ พร้อมประกาศให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งหรือริมแม่น้ำ ให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างเช่นที่สูงหรืออาคารสำหรับอพยพทันที และอย่าออกจากพื้นที่ปลอดภัยจนกว่าจะมีการยกเลิกการเตือนภัย

เจเอ็มเอ ประกาศคำเตือนคลื่นสึนามิ (Tsunami Advisory) ความสูง 0.2-1 ม. ที่จังหวัดอาโอโมริ, จังหวัดอิวาเตะ, จังหวัดอิบาระกิ, และจังหวัดชิบะ และเตือนให้ประชาชนขึ้นจากน้ำและออกจากพื้นที่ชายฝั่งทันที และห้ามประชาชนลงทะเลหรือไปยังพื้นที่ชายฝั่ง จนกว่าจะมีการยกเลิกคำเตือน

เจเอ็มเอ ประกาศคำเตือนคลื่นสึนามิเพิ่มเติมที่เมืองคุจูคุริ, โซโตโบะ และ อุชิโบะ ของจังหวัดชิบะ รวมทั้งที่เกาะอิสุด้วย

บริษัท เทปโก ผู้ให้บริการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่น กำลังตามสอบความผิดปกติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟุกุชิมะ-ไดอิจิ ในจังหวัดฟุกุชิมะ ซึ่งเคยเผชิญเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงและสึนามิขนาดใหญ่ เมื่อปี 2011 จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนทำให้กัมมันตภาพรังสีรั่วไหล กลายเป็นวิกฤติการณ์นิวเคลียร์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศมาแล้ว โดยยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงของระดับกัมมันตภาพรังสีรอบโรงงาน

แต่บริษัทเทปโก พบว่าระบบเติมน้ำของระบบหล่อเย็นในสระเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 3 ของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิ หยุดทำงาน อย่างไรก็ตาม พวกเขาสามารถเปิดระบบขึ้นมาใหม่ได้ หลังเวลาผ่านไป 90 นาที

ด้านสถานการณ์คลื่นสึนามิล่าสุด ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น เบื้องต้นมีรายงานพบคลื่นสึนามิความสูง 60 ซม. เคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งเมืองท่าโอนาฮามะ ของเมืองอิวากิ จังหวัดฟุกุชิมะ เมื่อเวลา 06.49 น. และพบคลื่นสูง 90 ซม. เคลื่อนตัวเข้าหาเมืองท่าโซมะ ของจังหวัดฟุกุชิมะ ในเวลา 07.06 น. มีรายงานพบผู้บาดเจ็บเล็กน้อยด้วย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นตรวจพบคลื่นสึนามิสูงประมาณ 50 ซม. เคลื่อนตัวเข้าหาชายฝั่งเมืองท่าโออาราอิ จ.อิบารากิ เมื่อเวลาประมาณ 07.08 น. และคลื่นสึนามิจะเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีคลื่นสึนามิสูง 30 ซม. กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองอิชิโนมากิ จังหวัดมิยางิ เมื่อ 07.20 น. โดยความสูงของคลื่นอาจเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนเจ้าหน้าที่ของจังหวัดฟุกุชิมะ ระบุว่า คลื่นสึนามิความสูงประมาณ 1 ม. เคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟุกุชิมะ-ไดนิ (โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โอนากาวะ) เมื่อเวลา 06.33 น. ตามเวลาท้องถิ่น ต่อมาในเวลา 08.03 น. มีรายงานว่าคลื่นสึนามิสูง 1.4 ม. เคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งเมืองเซนได เมืองเอกของจังหวัดมิยางิแล้ว

ขณะที่ ตอนนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวลูกนี้ ทั้งต่อชีวิตแลทรัพย์สิน หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

 

ทหารญี่ปุ่นพร้อมรบชุดแรก เดินทางถึงซูดานใต้สมทบ UN

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ย. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/790007

 

ญี่ปุ่นส่งกองกำลังทหารไปถึงซูดานใต้ เพื่อสมทบกับกองกำลังรักษาความสงบของสหประชาชาติ ซึ่งทหารกลุ่มนี้จะเป็นทหารกลุ่มแรกในรอบ 70 ปีของญี่ปุ่น ที่ถูกส่งไปต่างประเทศพร้อมอำนาจการใช้กำลังต่อสู้ นอกจากการป้องกันตนเอง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังรักษาความสงบจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับอำนาจใหม่จากรัฐบาลให้สามารถใช้กำลังเพื่อการต่อสู้ นอกเหนือไปจากการป้องกันตนเองได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 70 ปี นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เดินทางถึงประเทศซูดานใต้แล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 21 พ.ย.

ทั้งนี้ เมื่อปีก่อนรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านกฎหมายตีความรัฐธรรมนูญใหม่ ให้อำนาจกองทัพสามารถเข้าร่วมในการต่อสู้ในต่างประเทศได้ ละทิ้งนโยบายเดิมที่อนุญาตให้ต่อสู้เพื่อการป้องกันตนเองเท่านั้น

นายสึโยชิ ฮิกุชิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า ทหารญี่ปุ่น 67 นาย เดินทางถึงซูดานใต้เมื่อช่วงเช้า ตามด้วยอีก 63 นายในช่วงบ่าย และทหารส่วนที่เหลือของทั้งหมด 350 นาย จะเดินทางมาถึงในวันที่ 15 ธ.ค.

กองกำลังทั้ง 350 นาย จากกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น จะมาแทนที่กองกำลังรักษาความสงบกลุ่มเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งมาปฏิบัติภารกิจของสหประชาชาติในซูดานใต้ ซึ่งตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2013 อย่างไรก็ตาม กองกำลังรักษาความสงบกลุ่มเดิมของญี่ปุ่นไม่มีอำนาจในการใช้กำลัง

กองกำลังรักษาความสงบกลุ่มใหม่ของญี่ปุ่นนี้ ได้รับอนุญาตให้ใช้กำลังเพื่อปกป้องพลเรือน, ตัวเอง และเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ โดยจะมีภารกิจในการปกป้องฐานทัพของสหประชาชาติ ซึ่งเคยถูกโจมตีมาก่อนในอดีต รวมทั้งให้การช่วยเหลือกลุ่มวิศวกร และการก่อสร้างในกรุงจูบา เมืองหลวงของประเทศซูดานใต้ด้วย

 

ล็อกฮีดมาร์ติน ได้สัญญาอัพเกรด เอฟ-16 ให้ ทอ.เกาหลีใต้เป็นรุ่น ‘F-16V’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ย. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/790006

 

รัฐบาลสหรัฐโดยกองทัพอากาศสหรัฐ ประกาศให้บริษัทล็อกฮีดมาร์ติน ได้รับสัญญาการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ซี/ดี ของ ทอ.เกาหลีใต้ อัพเกรดเป็นเอฟ-16 วี ในรูปแบบการซื้อขายยุทโธปกรณ์ทางทหาร (FMS) มูลค่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ…

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐ โดยกองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) ประกาศให้บริษัทล็อกฮีดมาร์ติน (Lockheed Martin) เป็นผู้ดำเนินการในสัญญาการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ซี/ดี ไฟท์ติ้งฟัลคอน (F-16 C/D) ของ กองทัพอากาศเกาหลีใต้ (ROKAF) โดยในสัญญาการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 มูลค่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ จะครอบคลุมการปรับปรุงอัพเกรดให้ เอฟ-16 ซี/ดี จำนวน 134 ลำที่ประจำการใน ทอ.เกาหลีใต้ โดยเครื่องบินทุกลำจะอัพเกรดเป็น เอฟ-16 เวอร์ชั่น วี (F-16 V) ที่ทันสมัยที่สุด เพื่ออัพเกรดให้เอฟ-16 รุ่นเก่า มีสมรรถนะเทียบเท่า เอฟ-16 อี/เอฟ บล็อก 60 รุ่นล่าสุด


เครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 วี ภาพจาก lockheedmartin

ส่วนประกอบที่สำคัญของการอัพเกรดเอฟ-16 รุ่นเก่าเป็น เอฟ-16 วี คือ เปลี่ยนระบบเรดาร์เป็นแบบ AESA ใหม่ล่าสุดของนอร์ทรอปกรัมแมน รุ่น AN/APG-83 Scalable Agile Beam Radar (SABR) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาล่าสุดที่สหรัฐยอมขายให้กับมิตรประเทศ เพื่อใช้งานกับเครื่องบินรบยุคที่ 4 แต่มีขีดความสามารถเทียบเท่า เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 รวมทั้งปรับปรุงห้องนักบิน ด้วยการเพิ่มจอภาพขนาดใหญ่แบบความคมชัดสูงตรงกลางแผงควบคุม ระบบระบบอวิโอนิกส์ ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมภารกิจเป็นแบบใหม่ ที่รองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว มีขีดความสามารถในการใช้อาวุธปล่อยและระเบิดนำวิถีรุ่นใหม่ๆ ใช้งานระบบชี้เป้าขั้นก้าวหน้าร่วมกับกระเปาะสไนเปอร์ และการนำทางด้วยจีพีเอสได้ รวมทั้งระบบหลีกเลี่ยงการชนพื้นดินอัตโนมัติ

ซูซาน โอทส์ รองประธานบริหาร โครงการเอฟ-16 บ.ล็อกฮีดมาร์ติน กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีที่ได้รับการไว้วางใจจากรัฐบาลเกาหลีใต้ ให้ดำเนินการในโครงการนี้ การอัพเกรดครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญ ที่มาเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันประเทศ และทำให้เห็นอย่างชัดแล้วว่า ล็อกฮีดมาร์ตินสามารถดูแลเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ให้ใช้งานได้เต็มอายุการใช้งาน นับตั้งแต่ผลิตเครื่องบินออกจากโรงงาน ไปจนถึงการปรับปรุงให้ทันสมัยเพื่อยืดอายุการใช้งาน


เอฟ-16 วี เมื่อครั้งทดสอบบินครั้งแรก ภาพจาก lockheedmartin

การอัพเกรดเป็น เอฟ-16 วี จะทำให้ช่วยนักบินตระหนักถึงสถานการณ์ ของการรบโดยรอบได้ อีกทั้งยังทำให้เอฟ-16 ปฏิบัติการได้ยืดหยุ่น หลากหลายภารกิจ รวมทั้งการโจมตีกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศ (SEAD) โดยกองทัพอากาศแรกที่เลือกอัพเกรด เอฟ-16 เป็นรุ่น วี คือ ทอ.ไต้หวันกับเครื่องบิน เอฟ-16 เอ/บี บล็อก 20 จำนวน 145 ลำมา

สำหรับ สัญญาการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ของทอ.เกาหลีใต้ ดำเนินการภายใต้การจัดหาแบบ การซื้อขายยุทโธปกรณ์ทางทหาร หรือ FMS ระหว่าง ทอ.เกาหลีใต้ และ ทอ.สหรัฐ โดยคาดว่าเครื่องบินลำแรกที่ดำเนินการอัพเกรดจะพร้อมใช้งานได้ในปี 2018 ขณะนี้ ทอ.เกาหลีใต้ มีเครื่องบิน เอฟ-16 ซี/ดี ประจำการราวๆ 180 ลำ โดยเป็นเครื่องบินเอฟ-16 ซี/ดี บล็อก32 รุ่นเก่า และ บล็อก 52 รุ่นใหม่ ที่ได้รับสิทธิ์บัตรให้สร้างและประกอบชิ้นส่วนในเกาหลีใต้ เป็นที่รู้จักในชื่อ เคเอฟ-16 ซี/ดี (KF-16C/D)


เครื่องบินเอฟ-16 ซี ทอ.เกาหลีใต้ ภาพจาก lockheedmartin

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเกาหลีใต้เคยมีการอนุมัติให้อัพเกรดเอฟ-16 ในปี 2009 โดยทำกับบีเออีในปี 2013 โดยนำเอา เอฟ-16 บล็อก 32 ที่จัดหามาตั้งแต่ปี 1986-1992 ที่อายุการใช้งานมาก มาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเหมือน เอฟ-16 บล็อก 52 ด้วยการเปลี่ยน Modular Mission Computer หรือ ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมภารกิจเป็นแบบใหม่ และเปลี่ยนเรดาร์จากของเก่าที่เป็นรุ่น AN/APG-68(V) มาติดตั้งเรดาร์แบบ Raytheon RACR ที่เป็นเรดาร์ active electronically scanned array (AESA) ที่ทันสมัย ขนาดเล็ก น้ำหนักเบามีโหมดการทำงานหลากหลาย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอฟ-16 วี บินเที่ยวแรก ประสบความสำเร็จ ชี้เหนือกว่าทุกรุ่นที่ผลิตมา

ที่มา : combataircraft

 

ฝรั่งเศสสกัดแผนก่อการร้าย รวบผู้ต้องสงสัย 7 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ย. 2559 03:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/789992

 

แบร์นาร์ด กาเซเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสจับกุมผู้ต้องสงสัยวางแผนก่อเหตุโจมตีในประเทศ 7 รายเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการสกัดแผนการโจมตีเอาไว้ได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 21 พ.ย. กระทรวงมหาดไทยแห่งประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 7 ราย ได้ที่เมืองสทราซบูร์ และเมืองมาร์แซย์ โดยทั้งหมดถูกกล่าวหาว่า วางแผนก่อเหตุโจมตีในประเทศ

ตามการเปิดเผยของนาย แบร์นาร์ด กาเซเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ชายผู้ต้องสงสัย 6 ใน 7 คนไม่ได้อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังของหน่วยข่าวกรอง โดยเป็นชาวฝรั่งเศส, โมร็อกโก และชาวอัฟกานิสถาน อายุระหว่าง 19-37 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่จับตามานานกว่า 8 เดือน และคนกลุ่มนี้กำลังรอการส่งอาวุธอยู่

นายกาเซเนิฟกล่าวด้วยว่า การจับกุมผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้ช่วยป้องกันการก่อการร้ายที่วางแผนมายาวนาน แต่ไม่เปิดเผยเป้าหมายของการโจมตี โดยในเดือนพ.ย.เพียงเดือนเดียว เจ้าหน้าที่ความมั่นคงฝรั่งเศสสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ถึง 43 คนตามแผนปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย

ทั้งนี้ การจับกลุ่มผู้ต้องสงสัยกลุ่มล่าสุดเกิดขึ้นเพียง 5 วัน ก่อนจะมีการเปิดตลาดคริสต์มาสอันมีชื่อเสียงในเมืองสทราซบูร์ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมากมาย และเคยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มหัวรุนแรงมาแล้วเมื่อปี 2000 แต่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดเอาไว้ได้

 

ญาติเหยื่อ MH370 ลุยเอง หาซากเครื่องบินที่หายสาบสูญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 พ.ย. 2559 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/789926

 

กลุ่ม “วอยซ์ 370” หรือสมาคมญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดของผู้โดยสารบนเครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน “เอ็มเอช 370” ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่สูญหายไปพร้อมคนบนเครื่อง 239 คน ตั้งแต่ 8 มี.ค.2557 แถลงเมื่อ 21 พ.ย.ว่า จะส่งทีมงาน 7 คนไปมาดากัสการ์ในช่วง 3-11 ธ.ค.นี้ เพื่อฟื้นฟูความพยายามค้นหาซากเครื่องบินในทะเลอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ เชื่อว่าเครื่องบินตกในมหาสมุทรอินเดีย แต่การค้นหาใต้ทะเลอย่างกว้างขวางนอกชายฝั่งตะวันตกออสเตรเลียยังไม่พบซากเครื่องบินเลย และจะยุติการค้นหาในปลายปี 2560 แต่การค้นหาที่นอกชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียตะวันตกและแอฟริกา ยังไม่เป็นระบบและขาดการประสานงาน แม้จะพบซากหลายชิ้นถูกคลื่นซัดไปเกยฝั่ง บางชิ้นถูกระบุเป็นซากเอ็มเอช 370 จริง.

 

โอบามาอำลาตำแหน่งท่ีเวทีเอเปก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 พ.ย. 2559 02:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/789917

 

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ กล่าวสร้างความมั่นใจต่อนายกรัฐมนตรี มัลคอล์ม เทิร์นบุลล์ แห่งออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา และผู้นำกลุ่มประเทศพันธมิตรอื่นๆ ระหว่างการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู วันสุดท้ายเมื่อ 20 พ.ย. ท่ามกลางความกังวลถึงนโยบายต่างๆของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ว่ายุครัฐบาลทรัมป์ ความสัมพันธ์ที่ยืนยาวกับสหรัฐฯ จะไม่เปลี่ยนแปลง

โอบามายังพูดคุยกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เกี่ยวกับปัญหายูเครนและวิกฤติซีเรีย ก่อนขึ้นกล่าวอำลาบนเวที หลังเป็นผู้นำสหรัฐฯ มา 8 ปี

ด้านกลุ่มผู้นำเอเปก 21 ประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วมปิดการประชุมว่า จะเดินหน้าทำข้อตกลงทางการค้าใหม่บนเส้นทางการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความสมดุล และความยั่งยืนร่วมกัน ต่อต้านการกีดกันคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศทุกรูปแบบ หาวิธีปรับแก้ข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) เพื่อดึงดูดใจทรัมป์มากขึ้น ขณะที่หลายประเทศรวมทั้งเปรูและชิลีเริ่มสนใจความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจีนเป็นหัวหอกแต่ไม่มีสหรัฐฯร่วมด้วย ส่วนนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น เดินทางต่อไปอาร์เจนตินา เพื่อผูกสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนระดับทวิภาคี.