เคล็ดลับลบรอยสิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มิ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/640094

 

ปัญหาสิว เป็นฝันร้ายของสาวๆที่ทุกคนไม่อยากพบเจอ เพราะหากเกิดสิวแล้วก็จะนำมาซึ่งปัญหารอยสิว รอยดำตามมาอยู่ตลอด ยูเซอริน แบรนด์เวชสำอางที่ได้รับการแนะนำอันดับ 1 จากแพทย์ผิวหนัง จึงชวน หมอเอื้อย-อนิตา เครือวิทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง มาพูดคุยถึงเคล็ดลับวิธีการลดสิวและลบรอยสิว และปรับให้ผิวกระจ่างใส พร้อมทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ เดย์ แมท ไวท์เทนนิ่ง ครั้งแรกที่ครีมลดสิว รอยสิว จะให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใสได้โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

หมอเอื้อย เผยปัญหาสิวเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับคนไข้ สาเหตุของปัญหาสิวนั้นมีมากมาย หนึ่งในนั้นคือ การที่ผิวเกิดการระคายเคืองจากปัจจัยต่างๆสะสม โดยทางการแพทย์เรียกการระคายเคืองนี้ว่า Subclinical Inflammation ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดสิว และปัญหาผิวอีกหลายอย่าง เวลาที่คนไข้มารับการรักษา อย่างแรกที่คุณหมอจะแนะนำคือ เรื่องของพฤติกรรมการดูแลผิวขั้นพื้นฐาน เช่น ควรล้างหน้าให้สะอาดในตอนเช้าและเย็น เพื่อลดสิ่งอุดตันในรูขุมขน และใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ซึ่งต้องพิสูจน์แล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวจากการระคายเคือง และสิ่งที่สำคัญคือการฟื้นบำรุงผิวจากการระคายเคือง เราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ “ลิโคชาลโคน” ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการทำร้ายผิว จากปัจจัยระคายผิวต่างๆระหว่างวัน เช่น สารเคมี เป็นต้น หากสามารถดูแลผิวได้ดังนี้ นอกจากจะทำให้สิวไม่อักเสบแล้ว ยังช่วยลดการอุดตันอีกด้วย สำหรับสาวๆที่มีปัญหารอยสิว และอยากให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส หมอเอื้อยแนะนำว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันแดดตั้งแต่ SPF30 ทุกวัน และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารไวท์เทนนิ่งสกัดจากธรรมชาติที่มีการพิสูจน์แล้วว่าไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้.

 

6 วิธีแสนง่าย เป็นสาวเซ็กซี่โดยที่ไม่ต้องโชว์เยอะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Cosmopolitan 14 มิ.ย. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635348

 

ในยุคของปี 2016 แบบนี้ หลายคนก็อยากจะเปลี่ยนลุคจากสาวหวานมาเป็นสาวเซ็กซี่สุดแซ่บกันบ้าง แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนวิธีการแต่งหน้าก็แล้ว เปลี่ยนการแต่งตัวก็แล้ว… แต่ก็ไม่ช่วยให้ดูเผ็ดขึ้นสักที เอาแบบนี้ค่ะ! มาลองวิธีง่ายๆ สไตล์สาวคอสโมฯ กันดีกว่า รับรองว่าแทบจะไม่ต้องเสียสตางค์สักบาทเลยล่ะ

1. สังเกต : ลองเปิดดูวิดีโอของพวกสาวๆ Victoria’s Secret ดูว่าพวกเธอมีวิธีการพูด การยิ้ม หรือแสดงออกแบบไหนให้ดูมีเสน่ห์ แล้วลองมาทำตามบ้าง หรือจะเป็นสาวๆ จากฝั่งฮอลลีวูดสายนักแสดงอย่าง Jessica Alba ก็ได้ค่ะ รับรองว่าถ้าลองหยิบจับบุคลิกเริดๆ ของพวกเธอมาผสมผสานให้เหมาะกับตัวคุณ แค่นี้ก็จะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงก้าวเล็กๆ แล้วล่ะ

2. ทัศนคติ : ความเซ็กซี่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องสวมร่างอยู่ในคราบของนางร้ายทาปากแดงเสมอไปนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้ผู้ชายชอบผู้หญิงที่มีวิธีคิดแบบฉลาด ดังนั้นสิ่งที่ผู้หญิงอย่างเราควรจะทำคือพยายามขวนขวายใฝ่รู้ตลอดเวลา ทั้งนี้อาจจะไม่ได้หมายความถึงแค่ทักษะทางวิชาการนะคะ แต่อาจจะเป็นการหาความรู้เพิ่มเติมจากสิ่งที่ชอบก็ได้ เช่น ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่ชอบฟังเพลงแจ๊ส ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับวงการดนตรีให้มากขึ้น เพราะวันนึงคุณอาจจะเจอหนุ่มๆ ที่คุยคอเดียวกัน ซึ่งถ้าหากคุณรู้ลึกกว่าหรือมีอะไรเจ๋งๆ ไปแชร์กัน อาจจะทำให้เขาต้องร้องว้าว! ออกมาเลยก็ได้นะ

3. คำพูด : นอกจากคำพูดที่ดูฉลาด (แต่ไม่ใช่อวดรู้นะ) สาวๆ อย่าลืมใส่ความซุกซนไปในบทสนทนาบ้าง เพื่อให้รู้ว่าเราก็แซ่บไม่เบาเหมือนกันนะ แต่ขอเถอะ… ถ้าไม่หยาบคายได้จะดีมากเลย ซุกซนแบบสุภาพอะ! เริดจะตายไปค่ะ

4. ส่งสายตาให้กันปิ๊งๆๆ : เวลาเราอยู่ในวงสนทนาไม่ว่าจะกับกลุ่มเพื่อนสาวหรือว่าในคืนดินเนอร์สุดโรแมนติก อย่าลืมส่งสายตาให้กับคนที่พูดคุยกับเราอย่างตั้งใจ พยายามสบตากันให้ได้มากที่สุด กะพริบตาพอเป็นจังหวะให้ได้หายใจ อร๊ายยย! แค่คิดก็เขินจะแย่อยู่แล้วอะยูว์!

5. ยิ้ม : เอิ่ม! อันนี้หมายถึงยิ้มที่แปลว่ารอยยิ้มจริงๆ นะคะ ไม่มีความหมายใดๆ แทรกกลางทั้งสิ้น อย่าลืมนะคะว่าคุณจะดูเป็นสาวที่น่าค้นหามากขึ้น 50% เพียงแค่คุณแอบส่งยิ้มเบาๆ ให้กับคนรอบข้าง วิธีง่ายๆ ที่จะไม่ทำให้คุณดูเฮฮาจนเกินตัวคือยิ้มมุมปากสวยๆ เวลาที่นั่งมองหน้าเขา หรืออาจจะหัวเราะออกมาเบาๆ เวลาที่เขาเล่าเรื่องตลก เราขอหัวเราะแบบธรรมชาตินะคะ ไม่ต้องเกร็งหน้า เอาเป็นว่าสักประมาณ 3 ริกเตอร์พอแค่หน้าสั่นกำลังดีก็พอ

6. อารมณ์ดี : จุดเริ่มต้นที่จะทำให้ทุกคนอยากที่จะทำความรู้จักกับคุณคือความอารมณ์ดี แน่นอนล่ะ! ใครจะอยากพูดคุยกับสาวหัวเสียที่หน้าตาบึ้งตึงตลอดเวลาล่ะ เพราะฉะนั้นต่อให้คุณจะรู้สึกโมโหหรือหงุดหงิดแค่ไหนก็พยายามซ่อนมันไว้ภายในให้ได้ค่ะ จิบน้ำสักแก้วพอให้อารมณ์เย็นแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มต่อ เชื่อเราเถอะว่านอกจากคุณจะดูน่ารักขึ้น 76% แล้ว การทำแบบนี้ยังเป็นการฝึกควบคุมอารมณ์ตัวเองอีกด้วยนะ

รู้แบบนี้แล้วจะรออะไรล่ะคะ ในเมื่อทั้ง 6 วิธีที่เรานำมาแบ่งปันเป็นวิธีง่ายๆ ที่เริ่มทำได้ตั้งแต่ที่อ่าน เอาเป็นว่าถ้าคุณเริ่มตั้งแต่วันนี้ รับรองว่าวงการสาวเซ็กซี่ต้องมีการเปิดรับสมาชิกใหม่ในเร็ววันแน่นอน

ที่มา – Cosmopolitan
www.cosmopolitanthai.com

 

เมลอน-คอลลาเจน ตัวช่วยผิวสวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 มิ.ย. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/637148

 

ด้วยนวัตกรรมและงานวิจัยใหม่ สร้างตัวช่วยให้สาวๆ ที่ต้องการคืนความสดใสแลดูอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวได้เลือกอย่างมากมาย อย่างล่าสุด มีการนำสารสกัดจากเมลอนฝรั่งเศสและคอลลาเจนจากญี่ปุ่นมารวมไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรก ในรูปแบบชงดื่ม ซึ่ง พญ.สุดารัตน์ เชษฐ์โชติศักดิ์ แพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี ให้คำแนะนำว่า ปัญหาผิวพรรณไม่สดใส คล้ำเสีย นอกจากมลภาวะและแสงแดดแล้ว อนุมูลอิสระก็เป็นตัวการหลักเช่นกัน เพราะโดยธรรมชาติร่างกายคนเราสามารถผลิตสารต้านอนุมูลอิสระได้เอง แต่จะผลิตได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงพอที่จะกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า SOD (Superoxide dismutase) มีส่วนช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ทำงานในระดับไมโตคอนเดรีย ส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆของเซลล์ ส่งเสริมการทำงานของกลูต้าไธโอนในตับ ช่วยให้ตับขับสารพิษต่างๆดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยเรื่องการชะลอความเสื่อม ของระบบประสาท เช่น พาร์กินสัน, อัลไซเมอร์


พญ.สุดารัตน์ เชษฐ์โชติศักดิ์

คุณหมอสุดารัตน์กล่าวว่า ปัจจุบันค้นพบสารสกัด SOD ในเมลอนฝรั่งเศส มีคุณสมบัติยับยั้งกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระภายในเซลล์ ต้นเหตุริ้วรอยบนใบหน้า ป้องกันทั้ง UVA และ UVB จากแสงแดด ตัวการหลักที่ก่อให้เกิดริ้วรอยและผิวคล้ำเสีย แห้งกร้านก่อนวัยอันควร และจะทำงานได้ดีมากขึ้น หากมีวิธีการที่รักษาคุณภาพและมีกรรมวิธีที่ทำให้ SOD คงประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ ชะลอความเสื่อมของร่างกายได้ดี ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางชนิด นำสาร SOD สกัดจากเมลอนฝรั่งเศส มาใช้เป็นส่วนผสมหลัก ผสานกับคอลลาเจน (Collagen) เกรดพรีเมี่ยม จากญี่ปุ่น มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเรียบเนียน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และยังให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการสร้างโปรตีนชนิดต่างๆ อีกด้วย เกิดเป็นนวัตกรรมของ 2 ทวีปขึ้นมา อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมที่มีส่วนผสมจากสารสกัด SOD สามารถเริ่มทานได้ตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย.

 

ผิวดูดีขั้นเทพ! เสิร์ฟ 5 สูตรมาส์กพอกหน้า DIY ทำเองง่ายๆ ที่บ้าน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/633080

 

การบำรุงผิวหน้าเป็นประจำทุกวัน อาจไม่เพียงพอ สาวๆ หลายคนเลยมีวิธีการบำรุงผิวที่ล้ำลึกมากขึ้นอย่างการมาส์กหน้า ว่าแต่…จะใช้มาส์กสูตรไหนดีล่ะ ถึงจะเหมาะกับสภาพผิว และไม่ทำให้หน้าพัง วันนี้เรามีคำตอบดีๆ มาฝาก

บิวตี้ไอเทม ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ จะชวนสาวๆ มาลองทำมาส์กหน้าด้วยตัวเอง ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ทั้งประหยัด ทั้งคุ้มค่ากว่ากันเยอะ แต่ถ้าใครขี้เกียจหาซื้อส่วนผสมต่างๆ เราก็มีคำแนะนำเกี่ยวกับมาส์กไอเทมเด็ด ที่สาวๆ หลายคนใช้แล้วปลื้ม

เอาเป็นว่าต้องทำสูตรไหน อย่างไร หรือจะมีมาส์กชีทตัวไหนใช้แล้วดีบ้าง ตามมาดู…

1. ผิวมัน รูขุมขนกว้าง

ส่วนผสมหลัก : ควรเน้นส่วนผสมที่ช่วยควบคุมความมัน อย่างเช่น กรด AHA BHA มีในพวกน้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก มะเขือเทศ อีกอย่างควรเลือกสิ่งที่ช่วยยับยั้งการผลิตน้ำมันในรูขุมขน เช่น แตงกวา ใบชาเขียว เป็นต้น และอาจเพิ่มน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ต เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วยก็ได้


เลือกส่วนผสมให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

วิธีทำ : สูตร 1 มะเขือเทศ แตงกวา โยเกิร์ต ปั่นรวมกันแล้วทาหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที
สูตร 2 น้ำผึ้ง น้ำมะนาว ดินสอพอง ผสมรวมกันให้เนื้อข้น ทาทิ้งไว้ 20 นาที
สูตร 3 ใบชาสด แตงกวา น้ำผึ้ง มะนาว ปั่นรวมกันแล้วทาหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที

ถ้าจะหาซื้อล่ะ? : ถ้าขี้เกียจทำเอง แนะนำว่าให้ไปหาซื้อตัวมาส์กหน้าที่มีส่วนผสมของโคลนลดความมันบนใบหน้า และช่วยกระชับรูขุมขน ส่วนตัวเราใช้ Pure Self-Heating Sauna Mask มันเป็นโคลนสีฟ้า ทาแล้วอุ่นๆ คุมความมันได้ดี เริ่ดนะคอนเฟิร์ม!


มาส์กหน้าแบบครีม ทา รอให้แห้ง แล้วลอกออก

2. ผิวมีสิวเสี้ยนหัวดำ

ส่วนผสมหลัก : บางคนไม่ได้มีผิวที่มันเยิ้มมากมายนัก แต่มีความมันสะสมบริเวณทีโซน อาจมีปัญหาสิวเสี้ยนที่จมูก ส่วนผสมควรเน้นที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป และช่วยกำจัดสิวเสี้ยน เช่น เกลือขัดผิวน้ำนม น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ไข่ขาว


ใช้เกลือขัดผิว

วิธีทำ : สูตร 1 เกลือขัดผิว น้ำผึ้ง น้ำมะนาว ผสมกันแล้วนำมาขัดเบาๆ บริเวณที่มีสิวเสี้ยน 5-10 นาที
สูตร 2 ไข่ขาว น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ผสมกันแล้วทาบริเวณสิวเสี้ยน นำสำลีบางๆ ชุบส่วนผสมแล้วแปะๆ ให้ทั่ว รอให้แห้ง แล้วลอกออก จะมีสิวเสี้ยนติดออกมา

ถ้าจะหาซื้อล่ะ? : ปกติเราใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนของบิโอเร แต่มีเพื่อนบอกว่ามีครีมลอกสิวเสี้ยนของ The Face Shop Blackhead EX Nose Clay Mask ตัวนี้เด็ด ดึงสิวเสี้ยนออกมาได้ดี แต่ก่อนจะลอกสิวเสี้ยนด้วยวิธีใดก็ตามแต่ แนะนำให้ทาน้ำมะนาวลงไปบางๆ หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาประคบไว้ก่อนสักพัก เพื่อช่วยให้รูขุมขนเปิด ทำให้ลอกสิวเสี้ยนได้ง่ายขึ้น


ผสมมาส์กหน้าด้วยตัวเอง

3. ผิวแห้ง

ส่วนผสมหลัก : คนที่มีผิวแห้ง มักมีปัญหาผิวกระด้าง ผิวลอกเป็นขุย ขาดความนุ่มชุ่มชื้น ควรเน้นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เช่น น้ำผึ้ง เฟเชียลออยล์ ว่านหางจระเข้ น้ำมันมะกอก ใบบัวบก กล้วยหอม อะโวคาโด แตงกวา เป็นต้น

วิธีทำ : สูตร 1 น้ำผึ้ง โยเกิร์ต อะโวคาโด ผสมรวมกัน ทาหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที
สูตร 2 กล้วยหอม อะโวคาโด น้ำมันมะกอก ผสมรวมกันทาทิ้งไว้ 10-15 นาที
สูตร 3 แตงกวา ว่านหางจระเข้ น้ำผึ้ง ปั่นรวมกันแล้วทาทิ้งไว้ 10-15 นาที

ถ้าจะหาซื้อล่ะ? : เราเคยใช้มาส์กแผ่นสำลีของ RJK (ROJUKISS) ผลิตภัณฑ์จากเกาหลี สูตรน้ำผึ้งหลวง Royal Jelly Honey ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื่นสุดๆ นอกจากนี้ก็มีมาส์กสูตรว่านหางจระเข้ อะโวคาโด และสูตรไฮยาลูโรนิค แอซิด เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าได้ดี


มาส์กหน้าโยเกิร์ต

4. ผิวบอบบาง แพ้ง่าย

ส่วนผสมหลัก : เน้นใช้ส่วนผสมที่ช่วยลดการระคายเคืองให้ผิว เช่น ใบบัวบก ใบชาสด ว่านหางจระเข้ โยเกิร์ต อย่าใช้ส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรดเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวแสบแดง

วิธีทำ : เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง นำมาทาพอกใบหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที ถ้าเป็นโยเกิร์ตให้เลือกรสธรรมชาติ แล้วทาได้เลย ถ้าเป็นใบบัวบกหรือว่านหางจระเข้ ปั่นกับน้ำแร่ให้ละเอียดเนียน แล้วค่อยนำมาพอกหน้า

ถ้าจะหาซื้อล่ะ? : เลือกซื้อผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ หรือเน้นให้มีส่วนผสมของสาหร่ายทะเลลึก แพลงก์ตอน หรือว่านหางจระเข้ เป็นต้น


Facial oil และเกลือขัดผิว ทำมาส์กหน้าได้ง่ายๆ ที่บ้าน

5. ผิวมีริ้วรอย

ส่วนผสมหลัก : สำหรับวัยกลางคนที่เริ่มมีปัญหาเรื่องริ้วรอยถามหา ควรเลือกส่วนผสมการทำมาส์กที่มีวิตามินบำรุงที่เข้มข้น และสารอาหารที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวแข็งแรง เช่น คอลลาเจน วิตามินซี วิตามินอี ที่มีอยู่ในมะละกอสุก แอปเปิ้ล น้ำนม น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น

วิธีทำ : สูตร 1 มะละกอสุก แอปเปิ้ล น้ำนม ปั่นรวมกันให้เนียนละเอียด ทาหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที
สูตร 2 น้ำมันมะพร้าว ทาและนวดวนเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า ประมาณ 10 นาที


ชีทมาส์กหาซื้อได้ทั่วไป แต่ต้องเลือกสูตรที่เหมาะ

ถ้าจะหาซื้อล่ะ? : แนะนำเป็นพวก Sleeping Mask ที่ทาทิ้งไว้ข้ามคืนโดยไม่ต้องล้างออก เช่น Lamer The Lifting And Firming Mask ฟื้นบำรุงผิว ช่วยยกกระชับผิวหน้าและลำคอ และที่หลายคนชอบกันก็คือ มาส์กจาก SK-II ช่วยให้หน้าเด้ง มีผิวเด็ก กระชับ ยืดหยุ่น

สาวๆ มีปัญหาผิวแบบไหน ก็ลองเลือกมาส์กเหล่านี้ไปเป็นตัวช่วย หวังว่าจะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสดใส นุ่มเนียน มีสุขภาพดีได้มากยิ่งขึ้นนะจ๊ะ

 

เซ็กซี่แบบกรีน…เก็บตกแฟชั่น ‘พริตตี้’ สีสันวันพิรุณพร่ำรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มิ.ย. 2559 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/633044

 

แม้จะผ่านไปแล้ว กับงานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ในงานจัดแสดงเทคโนโลยีสีเขียวจากบริษัทชั้นนำของโลก ที่ไบเทคบางนา

ไทยรัฐออนไลน์เก็บภาพเหล่าพริตตี้กรีน รักษาสิ่งแวดล้อมอีกหนึ่งสีสันงานนี้มาให้ชมกัน.












คืนความอ่อนเยาว์รอบดวงตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/633014

 

บริเวณผิวรอบดวงตาเป็นจุดที่บอบบาง ต้องใส่ใจในการดูแล La Mer เข้าถึงปัญหาหนักใจของสาวๆ จึงไม่หยุดการวิจัยพัฒนา และล่าสุดได้ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ The Lifting Eye Serum นวัตกรรมแห่งความงามสุดก้าวล้ำเพื่อผิวอ่อนเยาว์รอบดวงตา โดยปิดห้องอะเวย์สปา ที่ชั้น 6 โรงแรมดับเบิ้ลยู เพื่อบริการนวดหน้าและกระชับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะแก่แขกคนพิเศษของลาแมร์ ในงาน “Experience a Luxurious Lift from La Mer”


สาวลาแมร์ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์, ประนัปดา พรประภา, เยาวอนงค์ ชนะวงศ์ แบรนด์ เมเนเจอร์ลาแมร์และพอฤทัย ณรงค์เดช.

The Lifting Eye Serum เซรั่มสำหรับผิวรอบดวงตาจาก La Mer มีส่วนผสมของ Stretch Matrix Complex ที่ก้าวล้ำด้วยประสิทธิภาพในการเสริมโครงร่างของผิวรอบดวงตาและคิ้ว ผสานด้วยคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากสาหร่ายทะเลสีแดง และส่วนผสมจากท้องทะเล ช่วยเสริมปราการปกป้องผิว ฟื้นบำรุง และกระชับผิวรอบดวงตา นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแอพพลิเคเตอร์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Micro Massage เพื่อเสริมการทำงานของระบบการไหลเวียน ให้ผิวรู้สึกผ่อนคลายและช่วยปลุกให้ดวงตารู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้นด้วย


ตัวช่วยในการดูแลรอบดวงตาใหม่นี้จึงถูกใจสาวที่ใส่ใจความงาม อย่าง พอฤทัย ณรงค์เดช ซึ่งบอกว่า ผู้หญิงเราถ้าบริเวณดวงตามีปัญหามันจะบ่งบอกถึงความเสื่อมโทรมบนใบหน้าได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามดูแลรักษา สิ่งสำคัญคือให้ความชุ่มชื้นที่เพียงพอ ยิ่งเราอายุมากขึ้นก็ต้องหาผลิตภัณฑ์ตัวช่วยมาลดความหมองคล้ำและริ้วรอย ดีใจที่ล่าสุด ลาแมร์ตอบโจทย์ครบทุกส่วน.

 

10 เรื่องจริงของยีนส์ ที่คนรักยีนส์ยังเข้าใจผิด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 6 มิ.ย. 2559 16:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/631275

 

กางเกงยีนส์อาจเป็นสิ่งที่ดูเรียบง่ายที่เราเห็นกันจนชินตา เคยสวมใส่ครอบครองหลายทรงจนซีด ขาด แต่กับเรื่องราวที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าเดนิมสีฟ้าครามนี้มักมีเสน่ห์ชวนติดตามเสมอ จนทำให้จำนวนของผู้คลั่งไคล้ยีนส์มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นี่จึงเป็น 10 เรื่องจริงของยีนส์ที่อาจทำให้คุณหันกลับมามองกางเกงยีนส์ด้วยความคิดที่ต่างออกไป

1. เริ่มต้นจากคนงานเหมือง


กางเกงยีนส์ที่เราสวมใส่กันในทุกวันนี้เป็นนวัตกรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคตื่นทองในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ซึ่งผลิตออกมาเพื่อเอาใจนักขุดเหมืองที่มีความจำเป็นต้องสวมใส่กางเกงที่มีความเหนียว ทนทานเป็นพิเศษ

2. 501


เมื่อปฏิทินเวียนมาถึงวันแรงงานแห่งชาติของทุกปีคนรักยีนส์ก็มักจะจับตามองเป็นพิเศษว่าแบรนด์ไหนจะทำการตลาดออกมาในรูปแบบใด รวมไปถึงกางเกงยีนส์ระดับตำนานอย่างลีวายส์ที่มักออกคอลเลกชั่นใหม่ออกมาในวันนี้ด้วยเช่นกัน เป็นผลให้หมายเลข 501 กางเกงยีนส์รุ่นดังของลีวายส์ถูกคาดเดาว่ามาจากรหัสของ May Day หรือวันแรงงานซึ่งตรงกับเดือน 5 วันที่ 1 ของทุกปี แต่บางกระแสก็บอกว่าเป็นเพียงรหัสของผ้าที่ใช้ในการผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกเท่านั้น

3. Loeb


เรามักจะรู้จักบุคคลสำคัญของวงการกางเกงยีนส์ในชื่อ ลีวาย สเตราส์ แต่จริงๆ แล้วชื่อดั้งเดิมของเขาไม่ได้ชื่อลีวายอย่างที่เราเข้าใจ แต่เขามีชื่อว่า Loeb ถ้าเขาไม่เปลี่ยนชื่อเราอาจจะได้รู้จักและเรียกกางเกงยีนส์ยี่ห้อนี้ว่า กางเกงยีนส์ Loeb’s

4. Rebel Without a Cause (1955)


น่าเสียดายที่ เจมส์ ดีน ไม่ได้มีชีวิตอยู่นานพอที่จะได้รู้ว่าเขาทำให้กางเกงยีนส์เข้ามาสู่วงการแฟชั่น และทำให้กางเกงยีนส์กับเสื้อยืดกลายเป็นไอเท็มสำคัญของชายหนุ่มทุกวัย จากบทบาท จิม สตาร์ค ที่เขาแสดงใน Rebel Without a Cause เพราะเขาจากโลกนี้ก่อนภาพยนตร์จะออกฉายราวหนึ่งเดือน

5. ทหารอเมริกันเผยแพร่


ถ้าไม่นับ เจมส์ ดีน แล้ว กลุ่มคนที่ถือว่าเป็นคนทำให้กางเกงยีนส์ฮิตกระจายไปทั่วโลกนั้นก็คือทหารอเมริกันนี่แหละ เพราะด้วยความฮิตของมัน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารอเมริกันแทบทุกคนจะนำกางเกงยีนส์ติดตัวไปด้วยและมักจะนำมันมาสวมใส่ในช่วงที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เสมอ โดยที่ตอนนั้นโลกรู้จักกางเกงยีนส์ในชื่อ ‘Waist Overalls’

6. เจมส์ ดีน ไม่ได้ใส่ลีวายส์


แม้จะมาทีหลัง แต่ Lee มาโด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อตอนไอคอนระดับโลกผู้พลิกวงการแฟชั่นในยุค ‘50s อย่างเจมส์ ดีน หยิบมาใส่เล่นภาพยนตร์นี่แหละ ช่วงนั้นใครก็ถามหาแต่กางเกง Lee เพราะอยากดูขบถเหมือนเจมส์ ดีน

7. Lee คือร้านขายของชำขนาดใหญ่


Lee ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1889 แต่ในช่วงเวลานั้นพวกเขาไม่ใช่บริษัทที่ผลิตกางเกงยีนส์ พวกเขาคือร้านค้าขนาดใหญ่ที่รัฐแคนซัสในชื่อ H.D. Lee Mercantile Company ก่อนที่จะเริ่มผลิตชุดช่างจากผ้ายีนส์และกลายเป็นกางเกงยีนส์ในช่วงยุค ‘20s โดยใส่เอกลักษณ์ไปด้วยการใช้ซิปที่พวกเขาเรียกว่า Whitz it

8. คาวบอยไม่ได้ใส่แต่ Wrangler


ภาพลักษณ์ของกางเกงยีนส์ Wrangler นั้น มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกางเกงยีนส์ที่คาวบอยชอบสวมใส่เสมอ แต่นั่นมาจากการตลาดล้วนๆ เพราะกางเกงยีนส์ยี่ห้อนี้เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1947 เท่านั้น และกางเกงยีนส์ก็มีมาก่อนหน้านั้นหลายสิบปี

9. ผลผลิตที่ยอดเยี่ยม


ว่ากันว่าช่วงปี 1955-1958 นี่คือยุคที่ดีที่สุดของกางเกงยีนส์เลย โดยเฉพาะลีวายส์ เพราะช่วงนั้นสภาพแวดล้อมดี ผลผลิตฝ้ายเป็นเลิศที่เกิดจาก ดิน น้ำ อากาศ อีกทั้งการทอและการย้อมยังถูกพัฒนาไปจนจุดสูงสุด ป้ายหนังที่เคยใช้ก็มาเปลี่ยนเป็นป้ายปะเก็นช่วงนี้แหละ นักสะสมหลายคนจึงชื่นชอบกางเกงยีนส์ในยุคนี้เป็นพิเศษ

10. กระเป๋าเล็กๆ ที่ใส่นาฬิกา


เชื่อว่าหลายคนคงใช้กระเป๋าใบเล็กๆ ที่สอดแทรกมาตรงด้านขวาของผู้สวมใส่กางเกงยีนส์เพื่อใส่เหรียญ แต่ความจริงแล้ว กระเป๋าเล็กๆ นี้มีมาตั้งแต่สมัยกางเกงยีนส์ยังเป็นเพียงกางเกงผู้ใช้แรงงานเท่านั้น กระเป๋าเล็กๆ ก็เลยมีไว้ใส่นาฬิกาต่างหาก

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

แฟชั่นเดือด! เซเลบฯ ท้าชนบิวตี้ บล็อกเกอร์ ยอมได้ที่ไหน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2559 14:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/626812

 

ออกอีเวนต์ทีไร ไทยรัฐออนไลน์ ไม่เคยพลาดเก็บสีสันแฟชั่นมาฝากแฟนๆ อย่างงานล่าสุดนี้ก็เช่นกัน กับงานเปิดตัวสกินแคร์บำรุงผิวหน้าตัวใหม่จาก ‘ซาน่า นาเมรากะโฮมโปะ (Sana Namerakahonpo)’ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้จัดเอ็กซ์คลูซีฟซีฟเวิร์กช็อป ชวนสื่อมวลชน และบิวตี้ บล็อกเกอร์เบอร์ต้นๆ ของประเทศมาลองทดสอบผลิตภัณฑ์คุณภาพด้วยตัวเอง เราก็ไม่พลาดจับแฟชั่นฮอตๆ มาฝากกันเหมือนเคย โดยงานนี้เป็นการท้าชนกันระหว่างเหล่าเซเลบริตี้สุดแซ่บ และบิวตี้ บล็อกเกอร์สาวสวย-น่ารัก ใสๆ … รับประกันว่าเห็นแล้ว คุณต้องบอกว่าแต่ละคน ‘ตัวแม่’ มาเอง !


กิ๊ฟ-ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์

ไปอีเวนต์ไหนๆ ก็น่ารักตลอด

กิ๊ฟ-ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์
เปิดตัวที่เซเลบฯ สาวคนแรก เจ้าของธุรกิจสปาใจกลางเมืองย่านราชประสงค์ “เอสเตรลลา สปา” (Estrella Spa) ที่วันนี้มาในลุคเรียบหรูสีขาวตัดดำ ออกเป็นชุดทำงานหน่อยๆ ทว่าเน้นแอคเซสเซอรี่ซะมากกว่า อย่างกำไลข้อมือ แหวนเพชร กระเป๋าดีไซน์เรียบๆ และรองเท้าส้นเตี้ยมีลูกเล่นเป็นโบเล็กๆ พอมาแมตช์กับชุดแล้วดูเข้ากันอย่างลงตัว…คุณคิดเหมือนกันไหมล่ะ ?!


ตาต้า – สะคราญกมล อุทัยศรี

ใครๆ ต่างก็ยกให้เธอเป็นแฟชั่นนิสต้าระดับไฮเอนด์

ตาต้า-สะคราญกมล อุทัยศรี
อีกหนึ่งเซเลบฯ สาวที่เดี๋ยวนี้เจอะเจอตามอีเวนต์บ่อยเหลือเกิน และทุกครั้งที่ปรากฏตัวก็เรียกความสนใจได้ไม่น้อยกับการแต่งตัวที่เป็นแฟชั่นนิสต้าระดับไฮเอนด์ ลุควันนี้เธอมาในแบบพลิ้วๆ สบายๆ จัมพ์สูทขาสั้น โทนสีขาวสบายตา เว้าหน้าโชว์ความเซ็กซี่นิดๆ แต่ที่เห็นจะเด่นสะดุดสุดก็คงเป็นกำไล และส้นสูงสุดเปรี้ยวดีไซน์เก๋ ขับผิวขาวให้เจ้าตัวดูเป็นสาวแซ่บ และมั่นใจในตัวเอง อวดเรียวขาสวยโดดเด่นกว่าใครในงาน


จัสมิน-สมัชญา อัศวนิเวศน์

‘คาวาอิ’ แบบฉบับสาวญี่ปุ่น

จัสมิน-สมัชญา อัศวนิเวศน์
มาทางบิวตี้ บล็อกเกอร์สาวสวยกันบ้าง หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเจอเธอทีไรก็ใจเต้นตึกตักให้กับความน่ารักทุกที ซึ่งไม่เพียงหน้าตาของเธอจะดึงดูดหนุ่มๆ ให้เข้าหาแล้ว สไตล์การแต่งตัวก็ยังน่ารัก-เก๋ไก๋ไม่เป็นรองใคร อย่างในอีเวนต์นี้เธอมาในลุคคุณหนูหวานๆ แต่แอบซ่อนความเซ็กซี่เล็กๆ รวบผมขึ้นเป็นบันเก๋ๆ เผยให้เห็นใบหน้าเล็กเว่อร์-เนียนสวยอย่างชัดเจน ไม่เพียงเท่านั้นยังหยิบส้นสูงสีน้ำตาลคู่ใจ และกระเป๋าถือสีเขียวสลับขาว ตัดเข้ากับชุด ให้อารมณ์ ‘คาวาอิ’ แบบฉบับสาวญี่ปุ่นสุดๆ


ตูนน์-ชนกกานต์ วีรคติธรรม

แนวสุดต้องยกให้เธอเลย !

ตูนน์-ชนกกานต์ วีรคติธรรม
บิวตี้ บล็อกเกอร์ที่หลายคนรู้จักกันในนาม ‘Tuniez83’ แน่นอนว่าถ้าสาวๆ คนไหนชื่นชอบการแต่งหน้าคงจะรู้จักเธอดีอยู่แล้ว และติดตามผลงานอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นยูทูบ หรือบล็อกเมคอัพต่างๆ สำหรับอีเวนต์นี้เธอก็ไม่ทำให้ผิดหวังเหมือนเคย จัดเต็มทั้งเมคอัพ และเดรสอัพ โดยลุควันนี้เธอมาแบบเด็กแนวเซอร์นิดๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวแมตช์กับยีนส์เอวสูงดีไซน์ขาดๆ เสริมด้วยแอคเซสเซอรี่หมวกสีแดงใบเก๋ กระเป๋าเป้สีแดงสุดแนว และผ้าใบชมพูสีสุดจี๊ด ดูยังไง้ ยังไงก็ร้อนแรงไม่เบา !


ไอซ์-ภาวิดา ภาควิวรรธ

บิวตี้ บล็อกเกอร์สาวสวย เสน่ห์ล้น ใครเห็นเป็นต้องแพ้รอยยิ้มเธอ …

ไอซ์-ภาวิดา ภาควิวรรธ
ประชันด้วยบิวตี้ บล็อกเกอร์คนสุดท้ายที่ผ่านผลงานวงการบันเทิงมาแล้วมากมาย ล่าสุดเจอเธอในงานอีเวนต์ เชื่อไหมว่าแค่เห็นรอยยิ้มของเธอก็ใจละลายซะแล้ว เธอมาในลุคใสๆ เบาๆ วัยรุ่นชอบ มองไม่มีเบื่อกับเดรสสั้นแขนกุดดีไซน์ศิลปะน่ารักๆ พร้อมแมตช์ส้นสูงสีน้ำตาลอ่อน แต่แค่นี้เธอก็เอาอยู่แล้วล่ะ … คนอะไรน่ารักเว่อร์ !

นอกจากนี้ยังมีแฟชั่นเซเลบฯ คนอื่นๆ ที่การันตีความแซ่บให้ชมกันอีกเพียบ…


แฟชั่นเหล่าเซเลบฯ คนดัง…ใครเกิดสุด !

มิ้นต์-จินดาภา บุณยากร

‘มิ้นต์-จินดาภา บุณยากร’ ดีไซเนอร์สาวสวย มาในลุคเรียบหรูโทนสีขาว


บัว-สโรชา (ตันจรารักษ์) วิริยะเมตตากุล

แบ๊วๆ อะ !

 

 

ให้รางวัลชีวิตด้วยประกายเจิดจ้าเต็มพลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/631202

 

เพราะชีวิตมีไว้ให้ใช้ ก็ต้องใช้ให้คุ้ม ก่อนหมดลมหายใจน็อกไปไม่รู้ตัว แล้วจะต้องมานั่งเสียดายทีหลัง!! เวิร์กกิ้งวูแมนยุคใหม่ ทุ่มเทพลังลุยงานหนักเพื่อความสำเร็จ ก็ต้องหาเหตุผลให้รางวัลตัวเอง

สาวก CHANEL กรี๊ดสลบ!! กับคอลเลกชั่น เครื่องประดับไฮจิวเวลรี่ล่าสุด “LION HIGH JEWELRY” สร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจของจักรราศีสิงห์ สัญลักษณ์เดือนเกิดของ “โคโค่ ชาแนล” มีให้เลือกหลากสไตล์ ตั้งแต่สร้อยคอ “Lion Protecteur” ทำด้วยทองคำ 18K ประดับเพชรเหลี่ยมเกสร และไข่มุกเลี้ยงญี่ปุ่น เข้าเซตกับต่างหู “Lion Protecteur” ยังมีแหวน “Lion Protecteur” ทำด้วยทองคำขาว 18K ประดับเพชรทรงหยดน้ำ-มาคีส์-เหลี่ยมเกสร และไข่มุกเลี้ยงญี่ปุ่นหรือจะเป็นชุดสร้อยคอ “Lion Antique” ทำด้วยทองคำและทองคำขาว 18K ประดับเพชร แมตช์กับกำไลข้อมือ “Lion Antique” โดดเด่น รวมถึงแหวน “Lion Birman” ทำด้วยทองคำขาว 18K ประดับทับทิมพม่า และเพชรเหลี่ยมเกสร กับแหวน “Lion Antique” ทำด้วยทองคำและทองคำขาว 18K ประดับเพชรเหลี่ยมเกสร

แบรนด์จิวเวลรี่โก้หรูจากอิตาลี SETTE หยิบเสน่ห์ลวดลายหางนกยูงมารังสรรค์เป็นอัญมณีคอลเลกชั่นพิเศษ “PAVONE 2016” โดยถ่ายทอดเฉดสี รูปทรง และสัดส่วนของนกยูงรำแพน ผ่านสร้อยคอยาว และต่างหู ชวนหลงใหลด้วยรูปทรงหยดน้ำซ้อนกันสองชั้นดัดแปลงจากนัยน์ตาของลายหางนกยูง พิเศษยิ่งกว่าคือ การใช้สีน้ำเงินลี้ลับจาก “ลอนดอน บลู โทปาซ” และสีม่วงกล่ำเปี่ยมเสน่ห์ของอเมทิส ให้อารมณ์หรูหราสง่างามเหนือกาลเวลาแบรนด์เครื่องประดับ


TILDA

เพชรแท้อมตะ TILDA เผยเสน่ห์น่าค้นหาของประกายเพชรแฟนซี ผ่านคอลเลกชั่น “Moonlight Romance” ดึงความงามเจิดจรัสของ “แฟนซี ไลท์ เยลโล่ ไดมอนด์” สร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับโก้หรูน่าครอบครอง มีครบเซตทั้งแหวน, จี้ และต่างหู รับประกันความพิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อคุณค่าที่คุณคู่ควร


MIKIMOTO

MIKIMOTO

MIKIMOTO

แบรนด์เครื่องประดับมุกไฮเอนด์ MIKIMOTO นำเสนอคอลเลกชั่นสุดจี๊ด “Mikimoto High Jewelry 2016” งดงามประณีต ด้วยการผสานไข่มุกเม็ดงามกับดีไซน์โดดเด่น ผลิตเพียงชิ้นเดียวในโลกเพื่อเอกลักษณ์ เหนือระดับ เด็ดสุดยกให้สร้อยคอไข่มุกอะโกย่า ถักทอประดับเพชร นำไข่มุกเม็ดใหญ่เล็กวางเรียงถักทอเป็นสร้อยคอสุดพลิ้วไหว สวมใส่ได้หลายสไตล์ตามจินตนาการ นอกจากนี้ ยังมีดีไซน์คลาสสิกสร้างสรรค์จากไข่มุกเซาธ์ซีสีขาวประดับเพชร


CHARRIOL

CHARRIOL ถือคติน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ นำเสนอเทรนด์เครื่องประดับใหม่ผ่านคอลเลกชั่น “Bangle Mania” ดีไซน์กำไลข้อมือหรูน่าสะสม ฝีมือ “โคราลี ชาร์ริโอลล์ พอล” ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ชื่อก้องของชาร์ริโอลล์ มีให้เลือก 6 โทนสี จับคู่มิกซ์แอนด์แมตช์ตามใจชอบ เหมาะกับสาวเดิร์นยุคใหม่ ที่ไม่ชอบซ้ำใคร.


CHANEL

CHANEL




ทรงพระสิริโฉมงดงาม พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานสัมภาษณ์พิเศษ Vogue Thailand

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 31 พ.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/628538

 

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานสัมภาษณ์ตรัสถึง แรงบันดาลพระทัยที่ทรงมีต่อวงการแฟชั่น งานอดิเรกทรงโปรด และพลังหลงใหลในศิลปะ


Younger Than Spring Time – ฉลองพระองค์ราตรียาวแขนกุด ผ้าไหมซาตินพิมพ์ลายตัดต่อผ้าไหมชีฟองปักเลื่อมและคริสตัล พร้อมเข็มขัดริบบิ้นตัดต่อสองสีจาก SIRIVANNAVARI สร้อยพระศอรูปซิปทองคำประดับเพชรตกแต่งพู่ลูกปัดรูเบลไลต์และลูกปัดไพลิน พระธำมรงค์แพลทินัมประดับเพชร และทับทิม ทั้งสองจาก VAN CLEEF & ARPELS

แสงแดดที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระจกห้องแกรนด์รอยัลสวีต โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ แม้จะถูกม่านกรองแสงทอนความจัดจ้าลงไปบ้าง แต่ก็ยังมากพอที่จะสร้างความสว่างไปทั่วห้อง หากที่สร้างความอบอุ่นเจิดจ้าให้กับบรรยากาศโดยรอบคือพระจริยวัตรอันงดงามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่ประทานอนุญาตให้นิตยสารโว้กประเทศไทยฉายพระรูปและสัมภาษณ์เป็นกรณีพิเศษ

แม้จะทรงงานนี้ตั้งแต่เช้าและเลยเวลามาบ่ายคล้อยจนเกือบเย็นแล้ว แต่ไม่ทรงมีท่าทีเหน็ดเหนื่อยกับการสวมบทเป็นนางแบบอาชีพ ดังที่พระองค์หญิงกล่าวในภายหลังว่าถ้าพระองค์ท่านจะทำอะไรแล้วก็จะทำให้เต็มที่ ซึ่งผลงานภาพแฟชั่นงดงามที่ได้เห็นนี้เป็นการทำงานที่ผสานกลมกลืนของทีมงานทุกคน และเจ้าหญิงมากความสามารถพระองค์นี้

เมื่อการถ่ายภาพแฟชั่นเสร็จสิ้นลง พระองค์หญิงตรัสขอบคุณทีมงานถ่ายภาพแฟชั่นแล้วหันมาบอกว่าพร้อมที่จะประทานสัมภาษณ์เลย เมื่อทูลถามว่าไม่ทรงพักผ่อนพระอิริยาบถก่อนหรือ พระองค์หญิงทรงตอบว่า “ก็เหนื่อยนะคะ เพราะต้องเกร็งโพสท่าต่างๆ ทั้งวัน แต่สนุกค่ะ มาเริ่มสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ”

อยากให้พระองค์หญิงทรงเล่าถึงคอลเลกชั่นล่าสุดนี้สักเล็กน้อย

“จริงๆ คอลเลกชั่นล่าสุดเกิดขึ้นที่แวร์ซายนะคะ ชานเมืองยุโรป ออกจากแวร์ซายไปจนถึงมอเน (Monet) ช่วงศิลปะยุคอิมเพรสชั่นนิสม์ พูดง่ายๆ ก็คือเรื่องของต่างจังหวัดของฝรั่ง ท้องทุ่งและธรรมชาติที่ไม่ใช่ในเมือง อิมเพรสชั่นนิสม์ ที่ออกไปทางยุคต้นๆ สีสวยๆ เบลอๆ แสงสว่างเยอะๆ บวกกับความโรแมนติกของสมัยศตวรรษที่ 18 กว่าๆ ก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศส เราถอยไปจากคอลเลกชั่นที่แล้วนิดหนึ่งในเรื่องของช่วงพีเรียด คือพอดีว่าช่วงที่คิดงานนี้ได้แรงบันดาลใจจากการไปวิ่งตอนเช้า เดินทัวร์ชมสถานที่ต่างๆ สีสัน และมารี อ็องตัวแน็ต ที่เราไม่ได้ไปแตะที่ตัวมารี แต่นำเรื่องของสี เทกซ์ไทล์ของมารีมาตีความ ความโรแมนติก แต่ก็ทำให้ดูใหม่ขึ้น ผลไม้ เบอร์รี่พวงๆ พวกสีแจ๊ดๆ ธรรมชาติ แต่คงความเป็นคนเมือง มีความเป็นตัวเองคือความเป็นร็อก เซ็กซี่ ความโมเดิร์นในส่วนที่เป็นตัวเราแทรกเข้าไปด้วย”


She’s Like the Wind – ฉลองพระองค์ราตรียาวเปลือยไหล่ ผ้าไหมชีฟองจับเดรปตกแต่งดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าไหมชีฟองปักคริสตัล จาก GIAMBATTISTA VALLI HAUTE COUTURE ตุ้มพระกรรณทองคำสลับทองคำขาวประดับทับทิม มรกต และเพชร เข็มกลัดทองคำสลับทองคำขาวประดับทับทิม มรกต และเพชรเข้าชุด ทั้งสองจาก VAN CLEEF & ARPELS

แล้วเรื่องของซิลูเอตหรือโครงชุด

“มีรูปทรงของดอกไม้ ทรงทิวลิปคว่ำ หงาย เวลาเราเอาทิวลิปปักแจกัน เขากินน้ำมากหรือน้อยเส้นโค้งของกลีบจะแตกต่างกัน อันนี้ส่วนหนึ่งพูดถึงเส้นสายจากธรรมชาติ อีกส่วนก็คือความไม่เท่ากัน คอนสตรักชั่นนิดๆ เสื้อทุกตัวอยากให้พลิ้วไหว บางเบา มีความโปร่งบางนิดๆ ไม่โปร่งจนมองทะลุนะคะ แต่โปร่งบางมองเห็นได้รางๆ แล้วก็ทำอย่างไรให้ดูเหมือนมีสัมผัสของสีน้ำมันหน่อยๆ บนผืนผ้าก็จะมีรายละเอียดต่างๆ เป็นมารี อ็องตัวแน็ตนิดๆ คว่ำๆ ยาวๆ เหมือนดอกทิวลิปคว่ำ ช่วงสมัยโรแมนติกที่คนใส่โครงสุ่ม (crinoline) ข้างใน แต่จริงๆ แล้วเราไม่ได้ใส่โครงสุ่มเข้าไป”

แสดงว่าเป็นเพราะโครงชุดกับเนื้อผ้าที่ทำให้ชุดอยู่ทรงเองได้

“ใช่ค่ะ แต่ก็มีโครงนิดหนึ่ง คือไม่ใช่สุ่มแบบสมัยก่อน มีเป็นแบบเอ็นนิดๆ หน่อยๆ พยายามให้ชุดอยู่ได้ด้วยตัวเอง ถ้าเราใส่โครงเหล่านี้ลงไปเยอะก็จะกลายเป็นโอตกูตูร์มากๆ เลยพยายามใช้ให้น้อยที่สุด หลีกเลี่ยงเอาเส้นบางเส้นออก บางทีเราก็พยายามเล่นกับเนื้อผ้า อย่างผ้ากาวมาเล่นบนตัวผ้าจริง แล้วไม่อัดผ้ากาวบนผืนผ้าเดียวกันทั้งหมด จะทำให้ผ้าดูมีมิติขึ้นบนตัวของชุดเลย”

ความจริงงานของท่านหญิงก็นำเอาเทคนิคแบบโอตกูตูร์มาใช้ค่อนข้างมาก

“ใช่ บวกกับความเป็นสตรีต ความเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป ความเป็นร็อกแอนด์โรล พอเป็นโอตกูตูร์มากคนจะไม่กล้าแตะ บอกว่าโอตกูตูร์หมายถึงเสื้อผ้าชั้นสูง วัฒนธรรมชั้นสูง ถ้าสมมติเราเอาไปทำโดยใส่ความเป็นตัวเอง ความเป็นสตรีต ใส่เอกลักษณ์ของเราลงไปในความเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็จะดูน่าสนใจขึ้น”

กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้กประเทศไทยกล่าวเสริม ถึงผลงานครั้งนี้ว่า “คอลเลกชั่นนี้มียีนส์ที่กระหม่อมชอบมาก อยากให้ทรงเล่าเรื่องยีนส์เพิ่มเติมพ่ะย่ะค่ะ”

“ยีนส์นี่คือสิ่งที่ขอมาเป็นการส่วนตัว เป็นคนชอบใส่ยีนส์ ยีนส์ขาด ยีนส์ฟอก บลูยีนส์ก็น่ารักดีนะ แต่ถ้ามีผิวสัมผัสที่ขาดหน่อยๆ จะประทับใจมาก สำหรับตัวเองชอบสไตล์ร็อกเกอร์ ยุค 1980, 1990 แล้วก็ต้องเป็นอารมณ์แบบไบเกอร์ แบบนักบิดมอเตอร์ไซเคิลนิดหนึ่ง ยีนส์ขาดๆ ดูเป็นตัวเราดี ใส่กับเสื้อโอตกูตูร์ เสื้อสบายๆ หรือบางทีก็เสื้อไม่สบาย ชอบใส่แจ็กเกต คิดว่าแจ็กเกตเป็นอะไรที่บ่งบอกถึงตัวเองมากที่สุด เหมาะสำหรับผู้หญิงสมัยใหม่ยุคนี้ทุกโอกาส ในคอลเลกชั่นมีซิกเนเจอร์แจ็กเกตที่เป็นหางยาว แจ็กเกตตัวสั้นแบบไบเกอร์ มีแบบทรงเรียบง่ายแต่เข้ารูป แล้วที่ใหม่ล่าสุดก็คือซาฟารีแจ็กเกต คิดว่าซาฟารีแจ็กเกตน่าจะเหมาะ เพราะดูลำลองแบบชนบทได้ด้วย”


The Scarlet Lady – ฉลองพระองค์ราตรียาวทรงตรงแขนกุด ผ้ากำมะหยี่พิมพ์ลาย ซับในผ้าไหมชีฟองจับจีบ จาก VALENTINO HAUTE COUTURE สร้อยพระศอ (สวมเป็นเทียร่า) แพลทินัมประดับเพชรรูปทรงเกล็ดหิมะ ตุ้มพระกรรณรูปดอกพีโอนีพิงก์โกลด์ตกแต่งเพชรและทับทิม (Pivoine Mystérieuse) เข็มกลัดทองคำขาวรูปช้างประดับเพชรพร้อมจี้โทแพซเจียระไน ทั้งหมดจาก VAN CLEEF & ARPELS

ในคอลเลกชั่นที่แล้วท่านหญิงมีโอกาสได้ใช้ผ้าไหมไทยมาเป็นวัสดุหลัก ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดต่างๆ ด้วยลักษณะของเนื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ ท่านหญิงทรงหาทางแก้ไขปัญหาอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ

“จริงๆ ผ้าไหมไทยไม่มีข้อจำกัดนะคะ เป็นข้อดีด้วยซ้ำ ด้วยความที่สัมผัสกับผ้าไหมไทยบ่อย เลยรู้ว่าลักษณะของเนื้อผ้าทำได้มากน้อยแค่ไหน แล้วอะไรที่สามารถโชว์ความเป็นตัวตนของผ้าไหมได้ อะไรที่ทำแล้วไม่มีทางจะออกมาสวย เพราะตัวผ้าไหมเหมือนมีวิญญาณของตัวเอง เป็นบุคลิกของผ้าไหมเองที่มีความหรูหรา ถ้าเราบิดเอกลักษณ์ของเขามากๆ นี่เหมือนเขาจะไม่ให้ความร่วมมือ แต่คราวนี้ด้วยความที่เรารู้จักผ้าไหม รู้ว่าจะประยุกต์ใช้อย่างไร แล้วพยายามโชว์ข้อดีให้เยอะที่สุด เก็บรายละเอียดและใช้เทคนิคโอตกูตูร์ บวกกับการบอกเล่าเรื่องราวให้มีความต่อเนื่องว่าคอลเลกชั่นต่อไปจะเป็นอย่างไร เช่น เราจะเห็นซิลูเอตนี้นะ บวกกับความเป็นไทยบ้าง อย่างเอกลักษณ์ของชุดผ้าไหมไทยครั้งที่แล้ว คือแม้กระทั่งมองข้างใต้ตะเข็บข้างล่าง เราจะเห็นว่าทุกอย่างมันกลม แม้กระทั่งด้านในก็จะเก็บหมด จะไม่เห็นซับใน โครงชุดจะอยู่ที่ตัวของชุดเอง ใส่ง่าย พูดทีเดียวจบ (รูดซิป) หรือว่าใส่ง่ายพูดสองทีจบ คือรูดซิปแล้วก็ติดตะขอ”

เป็นชุดที่ดูงดงามหรูหรา แต่การสวมใส่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ

“ไม่ค่ะ ให้อยู่ในทรงของชุดเองเลย อย่างมากสุดก็เอาความเป็นชุดไทยมาเล่นใหม่ แต่เล่นใหม่อย่างไรให้ดูเบาขึ้น ง่ายขึ้น คือสัมผัสได้ง่ายขึ้น การปักที่ดูลงตัว คือมีลูกเล่นด้วยตัวเขาเอง เวลาทำสไตล์โชว์ก็จับเอายุค 1950 ดึงตาดึงอะไรมาเล่น (เขียนขอบตาปลายตวัดขึ้น)”

ทรงพึงพอใจมากน้อยแค่ไหนกับการทำคอลเลกชั่นล่าสุด เมื่อเปรียบเทียบกับคอลเลกชั่นแรกๆ เมื่อหลายปีก่อนพ่ะย่ะค่ะ

“พึงพอใจมาก เพราะมาไกลมาก ตอนที่เริ่มงานครั้งแรกอายุ 17 ปี ตั้งแต่ปี 2005 จนถึงตอนนี้ 29 จะ 30 อยู่แล้ว รู้สึกว่าเติบโตขึ้นด้วยประสบการณ์จริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่และดีขึ้นเรื่อยๆ คือความเป็นอาร์ตแอนด์คราฟต์ (ศิลปะประดิษฐ์) ที่เริ่มต้นกับเรามาด้วยกัน คืองานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเรานี่แหละที่ดีขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกภูมิใจว่าตัวเองมาไกลพอสมควร แต่ก็ไปได้อีกนะ ส่วนตัวไม่ได้หยุดนิ่งเลย”

กุลวิทย์ได้ให้ความเห็นว่า “คอลเลกชั่นนี้มีความเป็นผู้ใหญ่มากๆ เพราะผมเห็นการสร้างสรรค์ผลงานของท่านหญิงตั้งแต่วันแรก พอได้เห็นผลงานทั้งหมดในวันนี้นี่ต้องบอกว่ามีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก แล้วที่สำคัญก็คืองานอาร์ตแอนด์คราฟต์ของท่านนี่ไม่เคยทรงลืม คือจริงๆ แล้วทรงโปรดงานอาร์ตแอนด์คราฟต์มาตั้งแต่เริ่มแรก เพราะฉะนั้นพระองค์ท่านจะใช้ตรงนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นเสมอ อย่างวิธีการประดับเสื้อผ้าก็จะใช้เอกลักษณ์นี้ตลอด”

พระองค์หญิงทรงรับสั่งว่า

“คือเราบอกตัวเองเสมอว่าเราเป็นอาร์ทิสต์ เราไม่ใช่ดีไซเนอร์ ฉะนั้นการคิดของเราก็ต้องคิดแบบอาร์ทิสต์ แต่มาถึงขนาดนี้แล้วเราก็ต้องคิดแบบดีไซเนอร์บ้างบวกเรื่องการทำธุรกิจบ้าง แต่ก็จะบอกตัวเองว่าเราคิดแบบดีไซเนอร์ได้เท่านี้นะ เพราะถ้าเราคิดแบบดีไซเนอร์ไปเรื่อยๆ มันก็ตัน เบื่อ สำหรับตัวท่านหญิงเองนะคะ เพราะฉะนั้นเราต้องลืมๆ อะไรไปบ้าง แล้วก็กลับมาเป็นอาร์ทิสต์เหมือนเดิมดีกว่า”


BLUE BlOOD – ฉลองพระองค์สั้นเข้ารูปแขนกุด ผ้าลูกไม้ปักเลื่อม คริสตัล และดอกไม้ประดิษฐ์ จาก GIAMBATTISTA VALLI HAUTE COUTURE ตุ้มพระกรรณทองคำขาวประดับเพชร พระธำมรงค์แพลทินัมรูปเกล็ดหิมะคู่ประดับเพชร กำไลข้อพระกรแพลทินัมรูปเกล็ดหิมะประดับเพชร ทั้งหมดจาก VAN CLEEF & ARPELS

ดูจากผลงานท่านหญิงจะออกแนวศิลปะมากกว่าดีไซน์นะพ่ะย่ะค่ะ

“จริงๆ แล้วอยากเรียนทัศนศิลป์มากกว่านฤมิตศิลป์ แต่ก็มาไกลเกินกว่าจะกลับไปตั้งต้นเรียนใหม่ รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ชัดเจนกับตัวเองว่าเราจะทำอะไรต่อ ดีไซน์ก็มีความหนักแน่น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น และดีใจที่ทีมงานโดยเฉพาะผู้ช่วยทั้งหลายนี่ค่อนข้างจะช่วยผลักดันท่านหญิงมาก คือเขาพูดกับเราว่าคอลเลกชั่นที่แล้วดีมากเลย แต่อยากให้เราอยู่กับคอลเลกชั่นนี้ให้นานนิดหนึ่ง คืออยากให้ท่านหญิงอยู่กับคอลเลกชั่นนี้มากขึ้นนั่นเอง พูดอย่างนี้ท่านหญิงก็เลยต้องให้เวลากับคอลเลกชั่นนี้มากขึ้น คืออยู่จนเครียดเลย (ทรงสรวลเบาๆ)

“เชื่อไหมคะว่าชุดผ้าไหมไทย 7 ชุดออกแบบภายในหนึ่งชั่วโมง สเกตช์นะคะ ถ้าไปต่างประเทศก็ทำงานจากที่นั่น พอกลับมาเมืองไทยก็มาดูชิ้นงาน คุยเรื่องลายปักต่างๆ แล้วเราก็ไปซื้อสะดึงจากเมืองนอกมา เด็ดดอกไม้แห้ง กลีบดอกไม้แห้งทีละกลีบๆ มาเย็บลงบนผ้า แล้วค่อยมาตัดผ้าไหมที่เหลือ คือเล่นด้วยตัวของผ้าเอง อย่างที่บอกว่าถ้าจับบุคลิกของผ้าไหมไทยถูก เขาจะช่วยเรา ไม่ใช่ของสวยๆ อยู่แล้วเรามาทำลาย เข้าใจนะว่าเราตั้งใจจะทำให้มันดี แต่ทำผิดลักษณะของเขาก็อาจจะฆ่าผลงานของเราได้ ผ้าไหมไทยก็เหมือนผู้หญิงดื้อ ผู้หญิงดื้อๆ แบบนี้ถ้าเอาใจเขา เขาก็จะดีกับเรา”

อยากให้ทรงเล่าเรื่องกีฬาบ้างพ่ะย่ะค่ะ

“เรื่องกีฬาขี่ม้าตอนนี้ก็เหนื่อยมากค่ะ ได้ระดับที่สูงขึ้น (ของ Dressage Tests การขี่ม้าแบบเยอรมัน) Prix St. George Intermediaire ทั้งระดับหนึ่งและสอง รวมทั้งฟรีสไตล์ทูมิวสิก (Free Style to Music) ก็เป็นระดับที่สูงขึ้น อนาคตคงจะกรองด์ปรีซ์สเปเชียล (Grand Prix Special) อาจจะแข่งเยอะขึ้นที่ต่างประเทศ ซ้อมที่เมืองนอกบ้าง ที่เมืองไทยบ้าง แต่ตอนนี้ม้าอยู่ที่ต่างประเทศหมดเลย ทั้งกระโดด ทั้งเดรสสาจ คิดว่าจะไปให้ไกลมากเท่าที่ไปได้ ไม่อยากคิดว่าต้องไปให้ถึงโอลิมปิกให้ได้ แต่จะโฟกัสที่อาชีพของเราไว้ก่อน คือดีไซเนอร์และแฟชั่นดีไซน์ แล้วก็การทำงานศิลปะ นี่คือสิ่งที่ให้ความสำคัญอันดับแรก ม้าเป็นอันดับที่สอง ไม่อยากกดดันตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นแชมป์โลก คือถ้าได้ตั๋วไปแข่งโอลิมปิกนี่ก็ถือว่าที่สุดละ คือเป็นเป้าหมายที่จะไปให้ไกลที่สุด ถามว่าซ้อมหนักไหม ซ้อมหนักมากค่ะ เหนื่อยมาก”

นอกจากนี้พระองค์หญิงทรงกีฬาอื่นๆ ไหม

“มีดำน้ำค่ะ ตอนนี้เป็นเรสคิว (Rescue Diver ต้องเข้าอบรมหลักสูตรที่นักดำน้ำถือว่าดีที่สุดแล้ว) กำลังจะขึ้นอินสตรักเตอร์ (Scuba Diving Instructor) แล้วถ้าขึ้นไประดับนั้นได้ก็จะต้องมีสอนบ้าง แต่ตอนนี้คือไปดำน้ำทุกจุดที่ว่าสวยๆ ในเมืองไทยหมดแล้ว จบทุกซอกทุกมุม”

ทรงโปรดสถานที่ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ

“ที่ประทับใจดีกว่านะคะ ที่ประทับใจคือหินแดงหินม่วง ดำไปเจอปลากระเบนแมนตา (manta ray) 2 ตัว 2 วัน ตื่นเต้นมากที่ได้เห็น แล้วก็ดำลงไปในจุดที่มีฉลามชุม เจอฉลามทรายนอนอยู่กับพื้นใต้ทะเลรอรับเสด็จอยู่เสียอย่างนั้น (ทรงสรวลเบาๆ) เอาเป็นว่าเป็นทริปที่ไม่บอกดีกว่าว่าที่ไหน แต่เป็นจุดที่เห็นแล้วต้องอุทาน
เลยว่าพระเจ้า บางวันก็เจอโลมาฝูงใหญ่มากอยู่อีกด้านหนึ่งของทะเลไทยนี่แหละ แล้วก็เจอเต่า ว่ายน้ำไปกับเต่า และล่าสุดที่ไปมาคือเจอปลานโปเลียน (เรียกอีกอย่างว่าปลานกขุนทองหัวโหนก Napoleon Fish) ตัวใหญ่มาก ตัวใหญ่เท่าหมอนนี่ (ทรงชี้หมอนอิงขนาดใหญ่บนโซฟา) แล้วหัวโหนกเหมือนปลานกแก้วเลยนะคะท่านผู้ฟัง (พระองค์หญิงทรงนึกสนุกทำเสียงเหมือนเล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟัง) เหมือนปลานกแก้วที่โดนเขกกบาลให้หัวโหนกขึ้นมา ปากเหมือนโดนฉีดให้เจ่อขึ้นอะไรอย่างนี้ แล้วเราก็ว่ายน้ำตามนะ ว่ายน้ำข้างๆ เจ้าปลานี่ ดำน้ำรอบ
ที่ผ่านมานี่ชอบมาก แฮปปี้ดี๊ด๊ามาก” ทรงแย้มสรวลอย่างพอพระทัยมาก

ทรงมีโอกาสดำน้ำในต่างประเทศหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ

“เคยไปที่อิตาลีค่ะ แต่ตอนนั้นอากาศหนาวมาก ดำลงไปก็รู้สึกว่าหนาวมากอย่างเดียว ต่อจากนี้คงจะไปดำแถวๆ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่แหละ มีจุดดำน้ำที่น่าสนใจอีกเยอะค่ะ ของไทยนี่ก็เริ่มกลับไปดำซ้ำๆ บางจุดเพราะดำน้ำมาจนเรียกว่าเกลี้ยงทุกจุดแล้ว”


Through the Looking Glass – ฉลองพระองค์ยาวเข้ารูป ผ้าทวีดปักเลื่อมและดอกไม้ประดิษฐ์ช่วงบน ตกแต่งพู่ผ้าทวีดรอบองค์ จาก CHANEL HAUTE COUTURE ฉลองพระบาทส้นสูงหนังเมทัลลิก จาก JIMMY CHOO ตุ้มพระกรรณทองคำขาวประดับเพชรและบุษราคัม สร้อยพระกรรูปซิปทองคำประดับเพชรตกแต่งพู่ลูกปัดรูเบลไลต์และลูกปัดไพลิน ทั้งสองจาก VAN CLEEF & ARPELS

กลับมาที่เรื่องของแฟชั่นกันต่อ ทรงวางแผนอนาคตและของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ไว้อย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ

“คงจะเน้นเรื่องดีไซน์เป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีอะไรให้กลับไปที่ปารีสแฟชั่นวีกได้อีกครั้งหนึ่งด้วยตัวเราเองก็จะดีมาก ไปแล้วก็ต้องขายได้ด้วย คือตั้งใจว่าหลังแฟชั่นโชว์อยากให้มีบาย (การสั่งซื้อเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นที่โชว์นั้นจากตัวแทนห้างร้านต่างๆ เพื่อจะนำไปจำหน่าย) อยากทำเป็นเฮาส์โชว์ คือไม่ต้องการมีช็อปหรือบูติกของแบรนด์เอง เราเข้าไปอยู่ในร้านมัลติแบรนด์ก็ได้ หรือบูติกเล็กๆ ก็ได้ ทำอย่างไรถึงจะสามารถทำให้แบรนด์เราเข้าไปในระดับนานาชาติได้ ไม่ใช่เราออกจากเอเชียแล้วก็คิดว่าเราอินเตอร์แล้ว เราต้องการทำธุรกิจของแบรนด์ให้แข็งแกร่งจริงๆ อันนี้สำหรับแบรนด์

“ส่วนเรื่องอื่น ถ้าได้ร่วมงานกับสิ่งใหม่ๆ อย่างครั้งที่แล้วที่ทำแล้วประสบความสำเร็จเกินคาดก็คือการได้ร่วมงานกับ BSO (Bangkok Symphony Orchestra) เรื่องของดนตรีที่เราได้ทำเอง ถ้าเกิดเราได้ร่วมงานหรือจัดกับสิ่งอื่นๆ ที่เหนือกว่าการเป็นดีไซเนอร์แล้วเราได้ใส่อะไรที่เป็นตัวเราเองลงไปก็จะเป็น
อะไรที่ดีมาก”

ทรงหมายถึงเพลงธีมที่ทรงนิพนธ์เองเป็นเพลงประจำคอลเลกชั่นล่าสุด บรรเลงโดยวง BSO และควบคุมวงโดยอาจารย์วานิช โปตะวนิช พระองค์หญิงทรงมีความสนพระทัยในศาสตร์หลายแขนงและทรงทำได้สำเร็จเป็นอย่างดีหลายอย่างพ่ะย่ะค่ะ

“มีความสนใจค่อนข้างกว้างค่ะ รวมถึงความสนใจที่จะนำเอกลักษณ์ของแบรนด์ตัวเองไปใส่ตรงนั้นตรงนี้ตรงโน้น คือไม่อยากย่ำอยู่กับที่ อยากให้ผลงานของเราไปข้างหน้าค่ะ นึกเหมือนกันว่าถ้ามีโอกาสก็อยากทำคอสเมติกสักคอลเลกชั่นหนึ่งบ้าง ส่วนเรื่องม้าก็ตอบไปแล้ว นอกนั้นก็มีความสุขดี คิดแต่ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้แบรนด์ของเราอยู่ได้ด้วยตัวเองเท่านั้นแหละค่ะ แบรนด์ต้องแข็งแรงและยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง

“ท่านหญิงสนใจด้านธุรกิจแฟชั่นมาก ไม่ได้ทำแค่ดีไซน์อย่างเดียว แต่ทำอย่างอื่นหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กัน คือไม่ให้ตัวเองหยุดนิ่งค่ะ เป็นคนหยุดนิ่งไม่ได้ แต่อยู่เฉยๆ ได้นะ สำหรับตัวท่านหญิงถ้าอยู่เฉยๆ คือไม่ทำอะไรเลย วันหนึ่งคือดูทีวี นอนนิ่งอยู่บนโซฟา แอร์เย็นฉ่ำ ขี้เกียจก็ขี้เกียจเลย สักพักก็จะไม่ไหวละ แต่สิ่งที่ทำทุกวันคือออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส ขี่ม้า กลางคืนก็คิดงานนี่นั่น อะไรที่เราขยันขึ้นมาก็จะขยันมาก แต่ถ้าทั้งเดือนว่างจัดนี่ก็จะอยู่ไม่ไหวนะ ถ่ายภาพนิ่งเหรอ (ทรงหมายถึงอยู่นิ่งๆ เฉยๆ) ไม่…ไม่มีทาง

“ท่านหญิงอยู่เฉยๆ อย่างนั้นไม่ได้แน่ๆ แล้วจะรู้สึกมีความสุขมากที่ได้เจออะไรที่ท้าทาย หนึ่งคือเล่นกีฬา สองคือได้ทำอะไรใหม่ๆ เช่น อยู่ดีๆ อยากจะปักผ้าก็ปักเลย ซึ่งไม่เคยเรียนมาก่อน บางทีก็วาดรูปๆ แล้วก็ต้องเก็บงานเอาไว้ก่อนเพราะเราต้องไปทำอย่างอื่นต่อ จนผู้ช่วยบอกว่าไม่ต้องทำอะไรแล้วนะคะ อย่าทำอะไรนะคะ อย่าวาดรูปนะคะ ถ้าท่านเริ่มทำอะไรอีกจะมัดมือแล้วนะคะ กรุณาอยู่เฉยๆ บ้าง เพราะท่านหญิงจะคิดทำอะไรต่างๆ ได้เสมอ อย่างจิวเวลรีไม่เคยทำมาก่อนก็มาทำจิวเวลรี ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวที่เรามี ไม่เคยทำเรื่องดนตรีจริงจังมากเท่านี้ก็กัดฟันทำ (มีคนทูลว่าแล้วก็ทรงประสบความสำเร็จเกินคาดทีเดียว) ค่ะ ซึ่งก็แปลกใจมาก

“ที่ทำได้หลายอย่างเพราะเราเป็นคนชัดเจน ท่านหญิงจะไม่มีอะไรกลางๆ (ไม่ลังเล) ใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ อาจจะมีการลังเลบ้าง แต่ลังเลในที่นี้ก็คือท่านหญิงสามารถแก้ไขตรงจุดนั้นได้ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกกับทุกท่านก็คืออย่าหยุดหาความรู้ใส่ตัว หมายความว่า ถึงเราจะเล่นจะอะไรเพลิดเพลินแต่อย่าลืมเอา ก ข ค ง มาใส่ตัวเองบ้าง ให้ตัวเองมีเชื้อหน่อย มีไฟหน่อย อย่างปลายปีนี้ท่านหญิงจะกลับไปเรียนภาษาฝรั่งเศสเพิ่มเติมอีกที่ฝรั่งเศส คือท่านหญิงจะไปทุกปี ปีละ 2 – 3 เดือน ไปหาความรู้ต่างๆ ใส่ตัว ได้ฝึกภาษาด้วย

“ภาษาอังกฤษภาษาเดียวสำหรับตัวท่านหญิงไม่พอ อันนี้อยากจะฝากสำหรับคนที่ต้องการทำงานด้านดีไซน์แฟชั่น ว่าจะต้องมีความรู้เรื่องศัพท์แฟชั่น มีคลังศัพท์เป็นของตัวเอง อย่างบุสติเยร์ (Bustier เสื้อรัดทรง) หรือบางทีเป็นเรื่องสี เทคนิคการตัดเย็บซึ่งสำคัญมาก ทำไมต้องมีเทคนิคนี้ เราต้องตอบให้ได้ การเรียนรู้นี่ไม่มีวันหมด เรียนรู้ไปได้เรื่อยๆ เรียนรู้ให้จริง ไม่ต้องรีบค่ะ”


The Dawn of New Day – ฉลองพระองค์เข้ารูปคอปาดแขนกุด ผ้าไหมตกแต่งดอกไม้ประดิษฐ์และลูกปัด จาก SIRIVANNAVARI สร้อยพระศอ (สวมเป็นเทียร่า) แพลทินัมประดับเพชรรูปดอกไม้และเพชรเจียระไน ตุ้มพระกรรณเพชรเจียระไน กำไลข้อพระกรแพลทินัมรูปเกล็ดหิมะประดับเพชร พระธำมรงค์หว่างนิ้วพระหัตถ์ทองคำขาวประดับเพชรเข็มกลัดทองคำขาวประดับเพชร ทั้งหมดจาก VAN CLEEF & ARPELS

การประทานสัมภาษณ์ครั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ ทรงให้แง่คิดดีๆ ต่างๆ มากมาย และอย่างที่พระองค์หญิงทรงย้ำว่าความรู้ไม่มีวันเรียนหมด เราจึงได้เห็นผลงานอันหลากหลายของพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ท่านทำแล้วประสบความสำเร็จมาโดยตลอด สมกับเป็นเจ้าหญิงยุคใหม่ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกๆ คนด้วยพระจริยวัตรอันงดงาม

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial