ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241893

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241893

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241892

27 ต.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการออกเสียงพระนามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า แล้วแต่ใครจะอ่านอย่างไรก็ได้ แต่กรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานราชการ อ่านว่า “พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปะ-ระ-มิน-ทะ-ระ-มะหา-ภู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดช” ส่วนที่ราชบัณฑิตยสถานอ่านออกเสียงคนละแบบนั้น ก็มีหลายอย่างตามประเพณีนิยม
ทั้งนี้ ไม่มีข้อถกเถียงอะไร ใครอยากจะอ่านอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ซึ่งคงไม่ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนแต่ละสำนักจะต้องอ่านแบบเดียวกัน จะอ่านอย่างไรก็ได้ ไม่เป็นอะไร เพราะทุกคนมีหัวใจดวงเดียวกัน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241884

27 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ยูทูป (youtube.com) ผู้ใช้ชื่อ “กรมประชาสัมพันธ์ PRD” ได้เผยแพร่เพลง “ความหวังความศรัทธา” โดยมีการระบุว่า ประพันธ์คำร้องโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำนองและเรียบเรียงเสียงประสานโดย พ.ต.สุระชัย ถวิลไพร ขับร้องโดย จ.ส.อ.พงศธร พอจิต และควบคุมการผลิตโดย พล.ต.กฤษดา สาลิกา เจ้ากรมดุริยางค์ทหารบก เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 ต.ค.59
โดยมีเนื้อหา “ความศรัทธาความหวัง สร้างพลังที่แสนยิ่งใหญ่ ร่วมมือร่วมใจ ก้าวเดินไปสู่ปลายทาง อย่าท้อแท้หวั่นไหว แม้มีทุกข์ภัยขวากหนาม รวมพลังกันก้าวข้าม เพื่อความเป็นไทย สองมือและหนึ่งหัวใจ ของคนไทยทั้งชาติ ร่วมมือกันประกาศ ชาติไทยยิ่งใหญ่นิรันดร์ ขอเพียงจริงใจ ขอเพียงสามัคคี ตั้งมั่นในความดี ตลอดไป ขอเพียงเชื่อมั่น ขอเพียงมีพลังใจ สิ่งที่หวังไว้ จะกลายเป็นจริง”
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241795
x
ผศ.ดร.ศศลักษณ์ ทองขาว อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้เข้าร่วมนำเสนอผลงานทางวิชาการ IEEE ICOS 2016 ที่ลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างเครือข่ายการจัดการประชุมระดับนานาชาติทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมไปถึงการนำไอทีมาใช้ในการเรียนการสอน หรืองานที่เกี่ยวกับการรู้ดิจิทัล (digital literacy) ไม่ว่าจะสำหรับบุคคลทั่วไป หรือ สำหรับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ การสนับสนุนงานทางด้านโบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ท้องถิ่น ล้วนเป็นที่สนใจของนานาชาติ โดยหน้าที่ของ มรภ.สงขลา คือ ส่งเสริม สนับสนุน ให้สิ่งเหล่านี้คงอยู่ในท้องถิ่น เพื่อความยั่งยืนของชุมชน สังคม ตลอดจนเผยแพร่ให้นานาชาติได้รับรู้ถึงสิ่งดีๆ ที่เรามี ซึ่งจากการเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ (Conference) มาหลายครั้ง และได้พูดคุยกับผู้จัดงานหลายประเทศ ทำให้ได้แนวคิดว่าสำหรับสถาบันการศึกษาเกิดใหม่อย่างวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ สตูล แม้ขณะนี้จะยังไม่พร้อมเรื่องหลักสูตรและจำนวนนักศึกษา แต่สามารถสร้างชื่อเสียงในทางวิชาการอย่างอื่นได้ก่อน โดยใช้ความได้เปรียบด้านความสวยงามของสถานที่ การท่องเที่ยว แหล่งธรรมชาติ ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า จากนั้นจึงดึงนักศึกษาจากที่ต่างๆ มาทำวิจัยในพื้นที่ อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมทางวิชาการที่ลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ในครั้งนี้ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศเพื่อนบ้านว่า มรภ.สงขลา สามารถจัดงานในลักษณะนี้ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ สตูล ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ที่สามารถดึงงานประชุมวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติ มาลงได้ ไม่ใช่เพียงทางด้านคอมพิวเตอร์เท่านั้น ด้านอื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน ทั้งนี้ การไปประชุมทางวิชาการไม่อยากให้แค่เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้สร้างเครือข่ายนำการประชุมมาจัดที่เรา ซึ่งวิทยาลัยนวัตกรรมฯ มีความพร้อม โดยงานประชุมอาจเป็นทางด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เรามีจุดแข็งมากมายที่สามารถนำเสนอสู่เวทีนานาชาติได้ เมื่อเรามีเครือข่ายกับนานาชาติ เขาย่อมสนใจอยากจะมาเข้าร่วมในสถานที่ใหม่ๆ อยู่แล้ว การท่องเที่ยวเราก็ดี สามารถใช้ตรงนี้เป็นจุดขายของวิทยาลัยนวัตกรรมฯ ได้ ทำให้เกิดกิจกรรมในระดับนานาชาติ เป็นเครือข่ายวิจัยในด้านต่างๆ ดึงคนมาคอนเฟอเรนซ์ โดยอาจจัดเป็นประจำทุกปีหรือทุก 2-3 ปี และมีการท่องเที่ยวร่วมด้วย อีกอย่างสตูลเป็นเมืองมุสลิมที่มีอาหารฮาลาลจำนวนมาก การจัดคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับมาเลเซีย จึงเป็นจุดหนึ่งที่น่าสนใจ อาหารพร้อม คนพร้อม สถานที่พร้อม เที่ยวพร้อม เมื่อมีคนเข้ามามากขึ้น หลักสูตรต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นเอง เช่นเดียวกับนักศึกษาที่สนใจมาเรียนเพิ่มขึ้น
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241871

หมดพริบตา
ออมสินทั่วประเทศไม่ถึงชม.
คนต่างจังหวัดพากันผิดหวัง
ธ.กรุงไทยให้แลกอีก2แสนชุด
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ธนาคารออมสิน มีการเปิดให้ประชาชนแลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ “7 รอบ 5 ธันวาคม 2554” หรือธนบัตร 84 พรรษา จำนวน 300,000 ชุด ที่สำนักงานใหญ่ สะพานควายและสาขาธนาคารทั่วประเทศ เฉพาะชุดที่มีธนบัตร1ใบ ชนิดราคา 100 บาท พร้อมแผ่นพับเป็นซองใส่ธนบัตร จำหน่ายชุดละ 200 บาทนั้น โดยพบว่าตั้งแต่ธนาคารฯได้เปิดทำการเวลา 08.30น.หลังเปิดให้ประชาชนทำการแลกธนบัตรไม่นานนักทั้งในส่วนกลางและสาขาในต่างจังหวัดปรากฎว่าธนบัตรที่ระลึก 84 พรรษา มีประชาชนมาแลกหมดทันที
ทั้งนี้ ในวันที่ 27 ตุลาคม ทางธนาคารกรุงไทย จะเปิดให้ประชาชนและธนบัตร84 พรรษาจำนวน 200,000 ชุด โดยเปิดให้แลกคนละไม่เกิน 2 ชุด โดยในสาขากรุงเทพฯ แลกได้ที่5สาขา ได้แก่ สาขาสำนักนานาเหนือ สาขาสวนมะลิ สาขาปทุมวัน สาขาเยาวราช และสาขาถนนศรีอยุธยาส่วนต่างจังหวัดแลกได้ที่17สาขา ได้แก่ สาขาบางปลาสร้อย จังหวัดชลบุรี สาขาระยอง สาขานครสวรรค์ สาขาสิงห์บุรี สาขาชัยนาท สาขาถนนสิงหวัฒน์ จังหวัดพิษณุโลก สาขาข่วงสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ สาขาถนนศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น สาขาอุดรธานี สาขาอุบลราชธานี สาขาสกลนคร สาขาเลย สาขาหนองคาย สาขาบึงกาฬ สาขาเซกา จังหวัดบึงกาฬ สาขาราษฎร์ยินดี จังหวัดสงขลา และสาขาถนนศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตรัง-กาญจน์ฯแห่แลกระลึกร.9
ส่วนบรรยากาศที่ธนาคารออมสิน สาขาตรังรวมทั้งสาขาอื่นๆทั้งจังหวัด หนาแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทางเข้าคิวรอตั้งแต่เวลา 06.00น.เพื่อแลกธนบัตรที่ระลึก 84 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ”ในหลวง” โดยวันนี้ธ.ออมสินเปิดพร้อมกันทุกสาขาทั่วประเทศ ยกเว้นสำนักงานใหญ่ที่เปิดให้แลกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แจกบัตรคิว และจำกัดเพียงคนละ 1ฉบับ เท่านั้น โดยธนบัตรที่ระลึก 7 รอบ หรือ 84 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ”ในหลวง”เป็นฉบับละ100 บาท จัดพิมพ์ให้ประชาชนแลกเก็บเป็นที่ระลึกเมื่อปี2554 ซึ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้จำหน่ายไม่หมดธนาคารแห่งประเทศไทยจึงนำเก็บไว้ในคลังและเอาออกมาจำหน่ายในโอกาสนี้เพื่อให้ประชาชนเก็บไว้เป็นที่ระลึกสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ด้าน นางปิยะวรรร บุญถาวร ผู้ช่วยผู้จัดการออมสิน สาขาตรังกล่าวว่าธนาคารออมสิน สาขาตรังได้รับโควต้ามา400ฉบับโดยประชาชนเดินทางมาเข้าคิวรอหน้าธนาคารตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดทำการใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็หมดเกลี้ยงเช่นเดียวกับธนาคารออมสินสาขาอื่นๆขณะที่ความต้องการของประชาชน ยังมีอีกมาก เนื่องจากต้องการเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ขณะที่ธนาคารออมสิน สาขากาญจนบุรี มีประชาชนมารอแลกธนบัตรที่ระลึก”ในหลวง”โดยกำหนดให้1 คนแลกธนบัตรได้เพียง1ฉบับฉบับละ200บาทโดยใช้เวลาเพียง15นาทีก็หมดเกลี้ยง
พะเยาคนแห่แลกหมดใน9นาที
ที่ จ.พะเยา เวลา 08.30น.นางสุปรียาพร ปรังเขียว ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาเชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เปิดเผยว่าได้รับธนบัตรใบละ 100 จากส่วนกลางรวม 200 ฉบับๆ ละ 200 บาทรวมเป็นเงินจำนวน 40.000 บาท เพื่อนำไปให้ประชาชนแต่ละสาขาอาชีพ หรือลูกค้าของธนาคารฯ แลก ในการถวายเป็นพระราชกุศลแค่ในหลวงฯ ร.9 ที่สวรรคต
โดยนางสุปรียาพร กล่าวว่าได้มีชาวบ้านมารถแลกธนบัตรก่อนเวลาทำงานหรือก่อน07.00น.ชาวบ้าบกว่า200 คน ตามระเบียบผู้ที่จะแลกธนบัตรสามารถแลกได้รายละไม่เกิน2ใบหรือ400 บาท ปรากฏว่า ธนบัตรไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวบ้าน บางรายต่อว่าทำไม่ไม่นำมามากๆ ให้พอกับชาวบ้านที่เขาอยากได้และทางธนาคารให้เวลาแค่เพียง9นาที แลกธนบัตรก็หมดพรึ้บทันที กล่าวคือ เปิดเวลาทำการ08.30น.แลกธนบัตรหมดเวลา 08.39น.ทางธนาคารฯจะประสานงานกับธนาคารส่วนกลาง กทม.ให้จัดหาธนบัตรของในหลวง ร.9มาบริการชาวบ้านอีกให้ครบทุกรายที่มารอเข้าคิวแต่เช้าวันนี้
ตราดแลกเหรียญหมดใน30นาที
ส่วนที่ จ.ตราด ประชาชนชาวตราดจำนวนกว่า 150 คน ต่างเดินทางมารอที่หน้าธนาคารและต่อคิวรอธนาคารเปิดเพื่อแลกธนบัตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ธนาคารออมสินทุกสาขาและธนาคารของรัฐเปิดให้แลกเท่าจำนวนที่เหลืออยู่ หลังจากเวลา08.30 น.มีประชาชนชาวตราดมารอเพิ่มขึ้นจนล้นออกมาถึงถนนชัยมงคล ยาวกว่า150เมตร เพียงแค่30 นาที ธนบัตรที่มีอยู่ก็หมด ยังมีชาวตราดที่รออยู่กว่า 80 คนที่ไม่สามารถแลกได้ รู้สึกผิดหวังเดินออกจากธนาคารไป พร้อมบอกว่ารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้แลกและแม้จะขอซองธนบัตรที่แกะออกธนาคารก็ไม่ยินยอม ส่วนรายที่ได้รับไปต่างดีใจที่มีรอยยิ้มเดินออกจากธนาคารไปอย่างมีความสุข เจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินชี้แจงว่าธนบัตรชุดนี้เป็นชุดเก่าที่เหลืออยู่ ไม่ได้มีการทำเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ส่วนใหญ่จะเป็นที่เหลืออยู่และทุกธนาคารก็มีธนบัตรเช่นกันจะหมดหรือไม่ต้องไปที่ธนาคารทุกแห่งได้
อุทัยฯเปิดแลกแค่1ชม.เกลี้ยง
ที่จ.อุทัยธานี ที่ธนาคารออมสิน อ.เมือง จ.อุทัยธานี มีประชาชนกว่า300 คน ยืนเข้าแถวต่อคิวกันเป็นทางยาวตั้งแต่หน้าธนาคารไปจนประตูทางเข้า กันตั้งแต่เวลา 06.00น.เพื่อรอเข้าแลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 5 ธันวาคม2554หลังธนาคารออมสินได้เปิดให้เข้าแลกอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 เป็นธนบัตร 1 ใบ ชนิดราคา 100 บาท พร้อมแผ่นพับ เป็นซองใส่ธนบัตรจำหน่ายชุดละ 200บาท ประชาชนที่ทราบข่าวและพลาดการเข้ารับแลกธนบัตรที่ระลึกในรอบแรกไปรีบพากันเดินทางมากันตั้งแต่เช้าหวังจะได้รับแลกธนบัตรในรอบนี้ทัน โดยทุกคนต่างเตรียมเงินสดจำนวน 200 บาท พร้อมบัตรประชาชนไว้ในมือเพื่อรอคิวแลกธนบัตร
โดยธนาคารออมสิน สาขาอุทัยธานี มีธนบัตรที่ระลึกให้ประชาชนได้แลกเพียงจำนวน200 ใบ ในเวลาไม่ถึง1ชั่วโมงเท่านั้นจึงทำให้ประชาชนบางส่วนที่มารอแลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ7 รอบ5 ธันวาคม 2554 ซึ่งบางส่วนยังคงไม่ได้รับแลกธนบัตรดังกล่าว อยากให้ธนาคารเปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึกอีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับแลกธนบัตร ได้มีโอกาสแลกธนบัตรที่ระลึกนี้เก็บไว้เพื่อชื่นชมในพระบารมีของพระองค์ตลอดไปตราบนานเท่านาน
โคราชกว่า300คนชวดแลกเหรียญ
จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ธนาคารออมสิน สาขาประตูชุมพล ข้างศาลากลางจังหวัด ตั้งแต่เวลา 08.00น. มีประชาชนหลายร้อยคนเดินทางไปยืนรอต่อคิวตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าอาคารที่ทำการฯแถวยาวออกมาล้นอยู่ริมถนนมหาดไทยเพื่อรอแลกซื้อธนบัตรที่ระลึกที่จัดทำขึ้นในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ84 พรรษาเมื่อปีพ.ศ.2554 โดยธนาคารออมสินในเขตภูมิภาคเปิดให้แลกตามข้อกำหนดรายละ1ใบและแต่ละสาขามีจำนวนจำกัด100ใบจึงมีประชาชนจำนวนกว่า300คน ต้องผิดหวัง ทางธนาคารฯได้ประชาสัมพันธ์แจ้งในวันที่ 27 ตุลาคม เป็นคิวของธนาคารกรุงไทย ทุกคน ยังมีสิทธิแลกธนบัตรได้
นางอรัญญา เงินงาม อายุ 45 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 266 บ้านหนองไผ่ หมู่ 2 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา แม่ค้าตลาดสดหนองปรือ มายืนต่อแถวแลกธนบัตร เป็นคนแรก เผยว่ามีความตั้งใจมาแลกธนบัตรที่ทรงคุณค่า หาไม่ได้อีกแล้วจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกและบูชาจึงมารอตั้งแต่เวลา 04.00น.พนักงานรักษาความปลอดภัย ได้แจ้งว่าธนาคารฯให้แลกรายละ 1ใบ จึงรีบโทรศัพท์ให้ลูกหลานอีก3 คน มารอคิวด้วย แต่ก็ไม่ผิดหวัง ถึงจะมารอคิวร่วม4ชั่วโมงก็ได้ตามที่ต้องการจึงรู้สึกภาคภูมิใจมาก ตนและครอบครัวมีความรักและนับถือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพราะพระองค์ เป็นพ่อหลวงของแผ่นดิน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241793
x
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241796

อาจารย์สันติ สิงห์สุ อาจารย์ประจำภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วยนิสิตภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดกิจกรรม วาดรูปเหมือน ลายเส้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในอิริยาบถที่ในหลวงทรงกล้อง โดยใช้สีอะคริลิก บนผืนผ้าสีขาว ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 9 เมตร โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับภาพพระราชกรณียกิจ พระองค์ทรงกล้อง ใต้รูปพระองค์ เป็นภาพต้นยางนา ในรูปแบบฮูปแต้มอีสาน และปลานิล ซึ่งทั้งสองสิ่งนั้นพระองค์ทรงปลูก และขยายพันธุ์ จนพสกนิกรได้รับคุณูปการจากพระองค์ตลอดมา เพื่อแสดงความไว้อาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แห่งองค์รัชกาลที่ 9 และภายหลังการวาดเสร็จสิ้น ได้นำมาติดตั้งไว้ด้านบนอาคาร ระหว่างชั้นที่ 2 ถึงชั้นที่ 4 ด้านหน้าของคณะศิลปกรรมศาสตร์ เพื่อให้คณาจารย์ นิสิตในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และประชาชนทั่วไปร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ด้วย
อาจารย์สันติ สิงห์สุ เล่าว่า เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวง ก็รู้สึกเสียใจมาก ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะตนรู้สึกรักเทิดทูนพระองค์มาโดยตลอด วันนี้ตนและลูกศิษย์ในภาควิชาทัศนศิลป์ จึงอยากจะสร้างสรรค์ผลงานสักชิ้น และได้เลือกภาพในหลวงทรงกล้อง เพราะเราจะเห็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเป็นจากสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ หรือความคิดติดตรึงของชาวไทย คือ ภาพที่จะทรงพกกล้องถ่ายภาพ และมีอิริยาบถของนักถ่ายภาพ ไม่ว่าจะทรงย่ำไปยังดินแดนใด เห็นได้ชัดว่าพระองค์ทรงพอพระหฤทัยศิลปะในการถ่ายภาพมากเป็นพิเศษ พระองค์มีพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ ซึ่งโดยส่วนตัวของอาจารย์เองก็มีความชอบในการถ่ายภาพด้วย ผลงานในชิ้นนี้ จึงเกิดขึ้นเพื่อแสดงความไว้และอาลัยต่อพระองค์ท่าน และสัญญาว่าจะมุ่งมั่นทำความดีเดินตามแนวพระราชดำริ และถ่ายทอดความรู้ โดยเฉพาะศิลปะให้แก่ลูกศิษย์ต่อไป
อาจารย์สันติ สิงห์สุ กล่าวเพิ่มเติม เกี่ยวกับการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีกิจกรรมประกวดภาพวาดเฉลิมพระเกียรติ ก็จะร่วมส่งประกวดแทบทุกครั้ง เคยได้รับรางวัลดีเด่น จากการประกวดจิตรกรรม 74 พรรษา ธรรมะราชากับประชาธิปไตย, รางวัลชมเชย การประกวดสีน้ำมันและสีอะคริลิก ในหัวข้อ รู้รักสามัคคี ทำดีเพื่อพ่อ, รางวัลดีเด่นในหัวข้อ 74 พรรษาใต้ร่มเศวตฉัตร
อาจารย์สันติ สิงห์สุกล่าวย้ำด้วยความประทับใจว่า ผมเกิดในพื้นที่ชายขอบ บรรพบุรุษผมข้ามเขต ข้ามโขงถิ่นน้ำขุ่น มาพึ่งใบบุญชาวสยาม และได้ปักหลักที่จังหวัดมุกดาหาร เพลงแรกที่ผมได้ยินคือเพลง “ล้นเกล้าเผ่าไทย” (ร้องโดยสายัณห์ สัญญา) ซึ่งพ่อผมได้นำมาร้องประกวดจนได้รางวัลชนะเลิศ ในเนื้อหาเพลงได้พูดถึงองค์ภูมิพล ที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชนและเป็นที่รักและเป็นมิ่งขวัญของไทยทั้งผอง ในตอนนั้นผมรู้สึกรักท่านทันที ถึงแม้ไม่เคยเห็นรูปพระองค์เลย กว่าจะรู้ว่านี้คือรูปพระองค์ก็ตอนเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผมก็ได้เห็นภาพพระองค์ที่หน้าชั้นเรียนที่รูป ธงชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ครูบอกว่า ท่านคือพระเจ้าแผ่นดิน ในความคิดของผมตอนนั้นคือ ท่านคือทุกๆสิ่งทุกอย่างของประเทศไทย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241882

26 ต.ค.59 มีรายงานว่าเมื่อเวลา 05.00 น. (25 ต.ค.59) เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านเลขที่ 104 ชุมชนบ้านหนองผักก้าม ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย เจ้าของบ้านคือ นายวินิจ พรหมรักษา อายุ 70 ปี อดีต ผอ.โรงเรียนชุมชนศรีสะอาด
ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเล่าว่าไฟได้ลุกไหม้บริเวณชั้น 2 ของบ้านเลขที่ 104 จากนั้นลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง คือบ้านเลขที่ 102 จากนั้นไฟได้ลุกไหม้อย่างแรงวอดไปทั้งหมด 2 หลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลเมืองเลย เทศบาลนาอานและเทศบาลใกล้เคียงกว่า 10 คัน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ
นางออม แก้วมีสี เจ้าของบ้าน เลขที่ 102 กล่าวว่า ในวันนั้นหลังจากไฟไหม้บ้านของตัวเอง ตนนั้นก็รีบออกจากบ้านเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เมื่อกองพิสูจน์หลักฐานได้มาตรวจพื้นที่เกิดเหตุ ตนก็ได้เข้าไปบริเวณบ้านที่เหลือแต่ซาก แต่ที่เห็นแล้วตะลึงนั้นก็คือมีเงินอยู่จำนวนหนึ่งที่เป็นแบงค์ 100 บาท ตรงส่วนอื่นๆ ไหม้หมด เหลือเห็นเพียงพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทั้งนี้ เจ้าของบ้านยังบอกอีกด้วยว่า รู้สึกประหลาดใจ ว่าเป็นไปได้อย่างไร ทั้งที่ไฟไหม้ทั้งหลัง ไม่เหลือเศษอะไรเลย งานนี้จึงเป็นเหตุให้คอหวยแห่พากันตีเลขเพื่อเสี่ยงโชคกัน


ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241872



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241850

26 ต.ค.59 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารไทปิงทาวเวอร์ส ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล หรือ คุณหญิงแมงมุม ได้ตั้งโต๊ะชี้แจงถึงกรณีที่มีมิวสิควิดีโอเพลงสรรเสริญพระบารมี ออกมาหลากหลายเวอร์ชั่นจนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล
โดยคุณหญิงแมงมุมได้ชี้แจงว่า ไม่ใช่เวอร์ชั่นที่ท่านพ่อและทีมพลังของแผ่นดินเป็นผู้ผลิตและกำกับ แต่จริงๆ แล้วเอ็มวีเพลงสรรเสริญพระบารมีใครจะตัดต่อก็ได้ ทุกคนมีสิทธิ์ในฐานะประชาชนคนไทย ไม่มีเวอร์ชั่นใดผิดหรือถูก เพียงแต่เวอร์ชั่นของท่านมุ้ยนั้นยังอยู่ในขั้นตอนการทำเสียง และตัดต่อ เนื่องจากมีฟุตเทจจำนวนมาก อย่างไรก็ตามทางตนพยายามทำให้เร็วที่สุด และได้ติดต่อกรมประชาสัมพันธ์ไว้เพื่อจะส่งวิดีโอบันทึกภาพเบื้องหลัง, ภาพนิ่ง และมิวสิควิดีโอตัวเต็มไปให้ ส่วนใครจะรับไปใช้ก็ได้สามารถติดต่อได้ที่กรมประชาสัมพันธ์โดยตรง
ทั้งนี้ คุณหญิงแมงมุมก็ได้ชี้แจงถึงประเด็นดราม่าที่มีการไล่คนออกจากเต็นท์ของทีมงานว่า เรื่องเชิญคนออก ตนเป็นคนจัดการเอง เนื่องจากเต็นท์นั้นเล็กมาก แต่มีทีมงานอยู่ถึง 1,300 คน พร้อมอาหาร รถพยาบาล กล้อง มอนิเตอร์ ฯลฯ รวมถึงวงออเคสตร้า 200 คน ทีมคอรัสอีก 130 คน ซึ่งตนได้เตรียมเก้าอี้ อาหารเครื่องดื่มมาพอดีจำนวนคน เมื่อมีคนนอกเข้าไปจึงต้องเชิญออก
พี่เอ็ม สุรศักดิ์ วงษ์ไทย หนึ่งในทีมที่เข้าไปช่วยถ่ายทำก็ฝากขอโทษ คือเขาติดวิธีกองถ่าย พูดเสียงดังไป หรือพูดอะไรที่บางคนอาจจะไม่พอใจ แต่จุดประสงค์เดียวกัน ต้องการให้งานออกมาดี ให้ทุกอย่างออกมาสมูทที่สุด ดีที่สุด สวยที่สุด
“เราคุยกันว่าเราทำงานของเราดีที่สุดแล้ว เราทำหน้าที่ของเรา เราไม่ได้ไปก้าวก่าย หรือไปเบียดเบียน หรือทำอะไรที่ไม่มีเหตุผล เรามีเหตุผลในการทำทุกอย่าง เรามีเหตุผลในการใช้วิธีการพูดแบบนี้ด้วย ก็เห็น แมงมุมคอยดูทีมตลอด เขาพยายามามมากเลย ก็ต้องมีบ้าง คนมันเยอะ”
“ทางทีมงานและแมงมุมด้วยนะคะ ถ้ามีผิดพลาดอะไรทำอะไรให้ใครไม่พอใจก็ขอโทษมาตรงนี้ด้วย แต่ก็เหมือนที่บอก คือจุดประสงค์เดียวกันต้องการให้งานออกมาดีที่สุด” คุณหญิงแมงมุม กล่าว
