Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พอเพียง! ผู้อำนวยการสอนตัดผม นักเรียนชายจะได้ไม่ต้องเสียสตางค์

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295491

พอเพียง! ผู้อำนวยการสอนตัดผม นักเรียนชายจะได้ไม่ต้องเสียสตางค์

พอเพียง! ผู้อำนวยการสอนตัดผม นักเรียนชายจะได้ไม่ต้องเสียสตางค์

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 12.47 น.

ผู้อำนวยการโรงเรียนดัง สอนตัดผมให้นักเรียนชั้นประถมเป็นวิชาติดตัว ตัดผมนักเรียนชาย เผยแรงบันดาลใจมาจากเห็นนักเรียนผมยาวแล้วไม่มีเงินตัดผม

ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอรัญญิกาวาส ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง ได้ทำการสอนตัดผมชายให้นักเรียนชั้นประถม ลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองพร้อมนำเป็นวิชาชีพติดตัวในอนาคต ปัจจุบันตัดผมนักเรียนชายได้จริง ซึ่งมีนายแบบตัดผมเป็นนักเรียนชายหลายคน พร้อมเป็นแบบเพื่อตัดฟรีทั้งโรงเรียน

โดยสุดยอดฝีมือตัดผมเป็นนักเรียนหญิง 2 คน เรียนอยู่ชั้นประถมปี่ที่ 4 คือ เด็กหญิงอรปรีญา ปานแย้ม อายุ 9 ปี และเด็กหญิงดารุณี  อินทราราช อายุ 10 ปี ที่ได้รับการฝึกฝนจากทางผู้อำนวยการโรงเรียนจนกระได้รับการยอมรับของนักเรียนชายทั้งโรงเรียน พร้อมเผยว่า “รู้สึกดีใจมากและชอบมากที่ได้เรียนรู้การตัดผมและจะพัฒนาไปใช้ในอนาคต”

ด้าน นางสรวีย์ นำสินวิเชษฐชัย ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า โรงเรียนวัดอรัญญิกาวาส เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สอนในระดับอนุบาลถึงชั้นประถมปีที่ 6 มีนักเรียน 50 คน ครูผู้สอนจำนวน 10 คน แรงบันดาลใจในการสอนการตัดผมให้นักเรียน เกิดจากพบว่ามีนักเรียนชายคนหนึ่งอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 ผมยาวแล้วไม่มีเงินตัดผม ทางครูในโรงเรียนได้ให้เงินนักเรียนชายไป 30 บาท เพื่อทำการตัดผมตนเองที่มีความรู้ในการตัดผมชาย ตนเองจึงได้ลงทุนไปซื้อปัตตาเลี่ยนมาในราคา 1,500 บาท พร้อมเตรียมไว้ตัดผมให้แก่นักเรียนชายฟรี

และต่อมาได้ทำการสอนการตัดผมให้แก่นักเรียนที่สนใจเรียนรู้วิชาชีพตัดผม ซึ่งในตอนนี้มีนักเรียนหญิง 2 คน ที่มีความชำนาญในการตัดผมให้แก่นักเรียนชาย ได้แก่ เด็กหญิงอรปรีญา  ปานแย้ม  และเด็กหญิงดารุณี  อินทราราช  ซึ่งเป็น นักเรียนชั้นประถมปีที่4  ที่มีความตั้งใจและพัฒนาฝีมือในการตัดผมให้นักเรียนชายได้เป็นอย่างดี  และตอนนี้ทางโรงเรียนก็ได้บริการตัดผมฟรีให้แก่นักเรียนชายทุกคนที่มีความสนใจ   พร้อมได้ทำการฝึกฝนให้นักเรียนได้มีความรู้ความสามรถในวีชาชีพตัดผม  เพื่อนำไปประกอบอาชีพในอนาคตต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำความรู้จัก’น้องไอซ์’6ล้านวิว เด็กกาฬสินธุ์ร้องเพลงในห้องสอบ (ชมคลิป)

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295467

ทำความรู้จัก'น้องไอซ์'6ล้านวิว เด็กกาฬสินธุ์ร้องเพลงในห้องสอบ (ชมคลิป)

ทำความรู้จัก’น้องไอซ์’6ล้านวิว เด็กกาฬสินธุ์ร้องเพลงในห้องสอบ (ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 10.46 น.

ตามจนเจอ “น้องไอซ์” นายกีรติ  พรมน้อย นักเรียนโรงเรียนสมเด็จพิทยาคม อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ “เจ้าของบทเพลงอวสานมื้อสอบ”ร้องเพลงในห้องเรียนภายหลังสอบเสร็จกับเพื่อนๆ จนกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียล มีคนเข้ามาดูกว่า 5 ล้านวิว

ภายหลังจากโลกโซเชียลได้ยินเสียงเพลง “อวสานมื้อสอบ” ในห้องเรียน ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ของโรงเรียนสมเด็จพิทยาคม อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ทำให้คนที่ได้ยินได้ฟังต่างชื่นชอบเนื่องจากในขณะนี้ อยู่ในช่วงการสอบบางโรงเรียนก็สอบเสร็จแล้ว แต่โดยเฉพาะที่โรงเรียนนี้ น้องไอซ์ หรือ นายกีรติ พรมน้อย พร้อมด้วยเพื่อน 3 คน พากันร้องเพลงหลังสอบเสร็จและได้บันทึกลงเฟซบุ๊กของตัวเองในช่วงเวลา 15.13 น. วันที่ 28 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา จนมีผู้เข้าชมล่าสุดมากถึง 5.9 ล้านวิว

โดยเสียงเพลงและเนื้อร้องไปสะกิดใจผู้ชม ส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังอ่านหนังสือสอบ ซึ่งกลายเป็นกระแสในโลกโชเชียล ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านน้องไอซ์ ที่บ้านเลขที่ 169 หมู่ที่ 8 บ้านโนนศรทอง ต.นามะเขือ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามสอบถามหาตัว น้องไอซ์ เจ้าของบทเพลงอวสานมื้อสอบ และในขณะที่พบก็เห็นน้องไอซ์ กำลังยืนเติมน้ำมันให้กับลูกค้า ซึ่งครอบครัวน้องไอซ์ มีปั้มน้ำมันขนาดเล็ก

โดย น้องไอซ์ เปิดเผยว่า เพลงนี้แต่งขึ้นเองและร่วมกันร้องกับเพื่อนๆ เพราะปกติ ก็จะเป็นคนชอบร้องเพลงและแต่งเพลง และก็มีค่ายเพลงของตัวเอง ชื่อ หลวงพเนตร เล็คคอด ที่ตั้งขึ้นกันเองในบ้าน ก็ประมาณ 2-3 เดือน โดยได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติในบ้าน ก็จะนำมาแต่งเพลง ส่วนเพลงนี้ก็เป็นความรู้สึกล้วนๆที่ต้องการสื่อให้เห็นว่า การเรียนทุกวันนี้ นักเรียนหรือตนคิดอย่างไรแต่ก็ไม่ได้ คิดอะไรมากครับ

ทั้งนี้ ก็ยังได้ฝากบทเพลงให้เพื่อนติดตามรวมไปถึงกลุ่มคนที่ชอบเสียงเพลงมาติดตาม ขณะที่แม่ที่ยืนฟังอยู่ ชื่อ คุณแม่เอราวรรณ พรมน้อย คุณแม่น้องไอซ์ บอกว่า ก็ดีใจที่มีลูกชายชอบร้องเพลง ดีกว่าไปทำอย่างอื่น ซึ่งการเรียนก็ไม่ได้เสียหายอะไรและก็พร้อมที่จะสนับสนุนในทุกทาง

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูวัยเกษียณก้มกราบลาโรงเรียน ขออโหสิกรรมครั้งสุดท้าย

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295459

ครูวัยเกษียณก้มกราบลาโรงเรียน ขออโหสิกรรมครั้งสุดท้าย

ครูวัยเกษียณก้มกราบลาโรงเรียน ขออโหสิกรรมครั้งสุดท้าย

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 10.19 น.

แห่แชร์ภาพ ครูวัยเกษียณชาวราชบุรี นั่งกราบลาโรงเรียน ขออโหสิกรรมเป็นครั้งสุดท้าย หลังทำหน้าที่เป็นเรือจ้างนำลูกศิษย์ขึ้นถึงฝั่งกว่า 39 ปี สร้างความประทับใจ ด้านลูกศิษย์เผยเป็นครูที่ทำหน้าที่ข้าราชการครูได้อย่างดีเยี่ยม มาโรงเรียนเช้าสุดกลับทีหลัง สร้างความประทับใจจนเป็นที่รักของศิษย์และเพื่อนร่วมงาน

โลกโซเชียลมีการแห่แชร์ภาพความประทับใจของครูชายวัยเกษียณประจำโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ขณะนั่งคุกเข่ายกมือพนมไหว้และก้มลงกราบพื้นถนนหันหน้าเข้าโรงเรียน พร้อมทั้งระบุข้อความ “อ.ของเราน่ารัก” หลังจากที่ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ทำให้มีบรรดาลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงานต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น ปราบปลื้มใจ โดยส่วนใหญ่ระบุว่า ครูคนดังกล่าวเป็นที่รักของบรรดาลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงาน พร้อมทั้งระบุว่าเป็นครูที่ได้ชื่อว่าเรือจ้าง ที่มีความสุขความสำเร็จที่พายเรือให้เยาวชนของชาติขึ้นสู่ฝั่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญ ตั้งแต่บรรจุรับราชการที่โรงเรียนจนกระทั่งวางพายเกษียณอายุราชการ

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามเรื่องราวของครูคนดังกล่าวกับเจ้าของโพสต์ทราบชื่อ คือนายไพฑูรย์ เรืองจุ้ย หรือ ที่รู้จักกันว่า ครูจุ้ย วัย 61 ปี เป็นชาว ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.นครปฐม ปัจจุบันอาศัยอยู่ใน ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี บรรจุเข้ารับราชการครูครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2521 ณ โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี อ.โพธาราม จ.ราชบุรี สอนในวิชาหลักสูตร วิชาช่างยนต์และวิชาลูกเสือ ในปีพ.ศ. 2521-2536 จากนั้นมาสอนหลักสูตรวิชาคอมพิวเตอร์และวิชาลูกเสือในปีพ.ศ. 2537-2560 และตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณ ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ จากผลงานวิชาลูกเสือ จนครบเกษียณอายุราชการครู 30 กันยายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา รวมระยะเวลาในการสอนทั้งสิ้น 39 ปี 4 เดือน 14 วัน

ครูจุ้ย ได้บันทึกข้อความไว้เป็นที่ระลึกภายในโรงเรียนว่า “ผมเป็นข้าราชการครู สิ่งแรก คือ ต้องรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ได้รับมอบหมายตั้งใจ สั่งสอนศิษย์ ด้วยความตั้งใจและด้วยจิตใจ เรื่องที่ทำเป็นประจำ คือ ต้องช่วยเหลืองาน ช่วยเหลือเพื่อนครูอย่างสม่ำเสมอ มาโรงเรียนให้เช้าที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมและเป็นความดีอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติที่สำคัญ กราบและสำนึกถึงบุญคุณของระบบราชการและโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี เป็นอย่างสูง คติประจำใจ คือ ชีวิตผมคือลูกเสือ จิตใจ คือ ความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์”

จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานทราบว่า ครูจุ้ย บุคลิกนิสัยส่วนตัว เป็นคนอารมณ์ดี ตลกขบขัน ใจดี มีความเป็นกันเองมาก ขี้งอนเล็กน้อย เป็นที่รักของเหล่าบรรดาครูอาจารย์และนักเรียน ทุกคน ทุกรุ่น เรียกได้ว่าเป็นครูที่ hot และ popular มากที่สุดคนหนึ่งของโรงเรียน

นายสำเริง บารมี ข้าราชการบำนาญ และนักจัดรายการ “ราชบุรีนาวีสัมพันธ์” เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ที่ได้เรียนกับครูจุ้ย กล่าวว่า อาจารย์ไพฑูรย์ เป็นคนตัวเล็ก เสียงดัง ขี้เอะอะโวยวาย ดูเหมือนเป็นคนปากร้าย (แต่ใจดี) ความที่เป็นชายร่างเล็ก ทำให้นักเรียนรู้สึกได้ถึงความเป็นกันเอง ไม่เกร็ง และไม่รู้สึกนึกกลัว บ่อยครั้งที่แกชอบงอน (เหมือนเด็กๆ) เวลาที่สั่งให้ทำอะไรแล้วไม่ได้รับการสนองตอบ (ให้นึกถึงภาพเด็กอยากได้ของเล่นแล้วไม่ได้) ครับ

ด้านนายสมเกียรติ จังโส เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ บริษัท กังวาลเท็กซ์ไทล์ จำกัด เล่าให้ฟังว่า อาจารย์ไพฑูรย์ มีความเป็นกันเอง ไม่กล้ามีเรื่องกับนักเรียน แกเป็นคนตัวเล็ก โหวกเหวก เสียงดัง แต่ไม่มีอะไร จริงจังกับงาน นักเรียนชอบแกล้ง อีกอย่างครูเป็นคนขี้งอน

 

ส่วนนายอำนาจ พุกสุวรรณ เจ้าของกิจการส่วนตัว ห้องเสื้อ และร้านดอกไม้นาจฟลาวเวอร์ ศิษย์เก่ากลุ่มเพื่อนโพธาฯ 23, 26 กล่าวว่า อาจารย์ไพฑูรย์ เป็นอาจารย์ที่สอนดีมาก สอนช่างยนต์ อาจารย์เป็นคนตลก เวลาโกรธจะน่ารัก หน้าแดง เพราะนักเรียนทำเครื่องยนต์พัง ล้างรถก็เอาน้ำฉีดใส่ท่อ จะถูกอาจารย์ว่ากล่าวอยู่เป็นประจำ อาจารย์เป็นคนที่จำนักเรียนได้หมดทุกคน

อย่างไรก็ดีหลังจากที่ภาพถูกเผยแพร่ออกไปจำนวนมาก ทำให้มีบรรดาลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงานต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมทั้งอวยพรให้นายไพฑูรย์ หรือที่ ครูจุ้ย มีความสุขหลังเกษียณอายุราชการและขอบคุณที่ทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนมาตลอดอายุราชการ ขณะเดียวกันนายไพฑูรย์ ได้เข้ามาตอบข้อคิดเห็นเพียงสั้นๆว่า ผมขอ “กราบลาโรงเรียน และขออโหสิกรรม ฝากโรงเรียนด้วยครับ กราบลา” สร้างความปลาบปลื้มและซาบซึ้งใจให้บรรดาลูกศิษย์และเพื่อนข้าราชการครูเป็นอย่างมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โรดแมปเลือกตั้ง ใกล้ถึงแล้ว..หรือยังอีกยาว?

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295336

โรดแมปเลือกตั้ง  ใกล้ถึงแล้ว..หรือยังอีกยาว?

โรดแมปเลือกตั้ง ใกล้ถึงแล้ว..หรือยังอีกยาว?

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เมื่อไหร่จะเลือกตั้ง?” คำถามที่สังคมไทยน่าจะอยากรู้มากที่สุด เห็นได้จากสารพัดโพลล์การเมือง อาทิ 17 ก.ย. 2560 “ซูเปอร์โพลล์” (Super Poll) เผยแพร่ผลสำรวจเรื่อง “การไปเยือนสหรัฐอเมริกาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และความอยากเลือกตั้งของประชาชน” พบว่า กลุ่มตัวอย่างเกินครึ่ง หรือร้อยละ 55.1 ต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้งภายในเดือน ก.ย. 2561

ในวันเดียวกัน “ดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก็เผยแพร่ผลสำรวจเรื่อง “ทิศทางการเมืองไทย ในสายตาประชาชน” ซึ่งกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 81.88 ยกให้การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นสิ่งที่สนใจมากที่สุด หรือแม้แต่ “กรุงเทพโพลล์” มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยแพร่ผลสำรวจเรื่อง “ปรองดองสู่เลือกตั้งหรือเลือกตั้งสู่ปรองดอง” เมื่อ 23 ก.ย. 2560 ที่แม้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.2 ตอบว่าอยากเห็นการปรองดองก่อนการเลือกตั้ง แต่อีกมุมหนึ่ง ร้อยละ 60 ก็กังวลว่าหากการเลือกตั้งเลื่อนออกไป จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศอย่างมาก

ความสอดคล้องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ดังที่ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีและอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)กล่าวในวงเสวนา “โรดแมปไทยไทย ไกลแค่ไหน หรือใกล้เลือกตั้ง?” จัดโดยหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ 7 ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน กรุงเทพฯ วิเคราะห์ “ข้อกฎหมาย” ที่มีช่องทางให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ยาวต่อไปได้ อาทิ

1.ขั้นร่าง “กฎหมายลูก” พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ทั้ง 10 ฉบับ ตามกรอบเวลา 240 วัน โดย คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในจำนวนนี้มี 4 ฉบับ คือกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กฎหมาย 4 ฉบับนี้ ถ้าผ่านการพิจารณาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครบถ้วน ก็จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน แต่คำถามคือ “แล้วถ้าไม่ผ่านจะทำอย่างไร?” เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดวิธีการไว้ให้ จึงเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไป

2.ขั้นการเลือกตั้ง สส. อาจารย์ปริญญา ระบุว่า จากเดิม “บัตร 2 ใบ เลือกคนที่รัก (แบ่งเขต) เลือกพรรคที่ชอบ (บัญชีรายชื่อ)” เพราะคนคนหนึ่งอาจจะชอบผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตจากพรรคหนึ่ง แต่ชอบพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งก็ได้ แต่ระบบใหม่ใช้ “บัตรใบเดียว” แถมยัง
“บังคับ” ให้ประชาชนเลือกเฉพาะบุคคลหรือพรรค รวมถึง “การเปลี่ยนวิธีนับคะแนน” ที่ กรธ. บอกว่าเอาตัวอย่างมาจาก เยอรมนี เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงมีค่า

ทว่าในความเป็นจริง การเลือกตั้งของเยอรมนี “บัตรใบเดียวแต่มีให้เลือกทั้ง สส.เขต และบัญชีรายชื่อ” อีกทั้งยัง “ใช้คะแนนบัญชีรายชื่อ
เป็นเกณฑ์” ว่าแต่ละพรรคควรมี สส. ในสภาเท่าไร? หาก สส. เขตที่ได้มายังไม่ครบ ก็นำผู้สมัครในส่วนบัญชีรายชื่อใส่เข้าไปให้เต็มจำนวน กล่าวคือ ถ้าพรรคได้ สส.เขตมาก ก็จะได้ สส.บัญชีรายชื่อน้อย แต่แม้จะได้ สส.เขตน้อย หากพรรคได้รับความนิยม ก็ยังจะพอมี สส. จากโควตาบัญชีรายชื่อเข้ามาเติมได้บ้าง

แต่การนับคะแนนของไทย กลับจะ “ใช้คะแนนแบ่งเขตเป็นเกณฑ์” ซึ่งผลที่ได้คือ “รัฐบาลผสม” เพราะจะไม่มีพรรคไหนได้ สส. เกินครึ่งสภา เนื่องจากยังมี “พรรคขนาดกลาง-ขนาดเล็ก” ทีครองฐานเสียงระดับท้องถิ่นอย่างเหนียวแน่น จนพรรคใหญ่ก็ไม่สามารถชนะเลือกตั้งได้อยู่ แม้แต่การเลือกตั้งปี 2548 ยุคที่ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในช่วง “ขาขึ้นสุดๆ” ทางการเมือง พรรคไทยรักไทย ที่ทักษิณ เป็นหัวหน้าพรรค ก็ยังได้ สส.เขต เพียงร้อยละ 51 เท่านั้น ซึ่งการคิดคะแนนแบบนี้ ในขณะที่ทาง คสช. นั้นมี “250 สว.” จากการแต่งตั้งของตนอยู่ในมือเตรียมพร้อมไว้แล้ว

3.ขั้นการเลือกนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญกำหนดว่า “ต้องได้เสียงเกินครึ่งของรัฐสภา” เมื่อ สส. มี 500 คน ส่วน สว. มี 250 คน รวมเป็น
700 คน ครึ่งหนึ่งก็คือ 375 คน ดังนั้นคนจะเป็นนายกฯได้ต้องมีเสียงสนับสนุนตั้งแต่ “376 เสียงขึ้นไป” จุดนี้ฝ่าย คสช. มี 250 สว. อยู่ในมือแน่นอนแล้ว เหลือแค่หา สส. อีก 126 คนมายกมือ ก็จะ “อุ้มคนนอก” มานั่งเก้าอี้นายกฯ ได้ในที่สุด นี่จึงอาจเป็นสาเหตุว่า ทำไมถึงต้องพยายามให้พรรคขนาดกลางๆ เล็กๆ โตขึ้น

“มี 3 แนวทางที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งทางที่ 1 คสช. ปล่อยให้ 2 พรรคใหญ่แข่งกัน ซึ่งก็จะไม่มีพรรคไหนได้ถึง 376 เสียง ดังนั้น สว. ก็จะกำหนดว่าใครจะเป็นรัฐบาล ทางที่ 2 คสช. ต้องการจัดตั้งรัฐบาลเอง หากเลือกทางนี้ก็ต้องมีคะแนนเสียง จาก สส. เกินครึ่ง หรือ 250 เสียง ทางนี้เป็นไปได้ หาก 1 ใน 2 พรรคใหญ่ไปร่วมกับพรรคที่เหลือ แน่นอนว่ายาก ดังนั้นจึงต้องไปกันหมด จึงเป็นที่มาของคำว่ารัฐบาลแห่งชาติ และทางที่ 3 ถ้าสภาผู้แทนราษฎรจะแข่งกับ คสช. แต่จะเกิดได้ 2 พรรคใหญ่ต้องจับมือกัน ก็จะได้เสียงเกิน 376 และชนะ สว. ได้” อาจารย์ปริญญา ระบุ

ทว่าแม้จะมีการ “ปูทาง” เตรียมไว้อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ก็ใช่ว่าเส้นทางสายนี้จะราบเรียบโรยด้วยกลีบกุหลาบ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มองว่า ถึง สว. ทั้ง 250 คนในมือ คสช. จะพยายามพาคนนอกมาเป็นนายกฯ จนได้ แต่หลังจากนั้น “จะทำงานกันอย่างไร?” เพราะการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอะไรสักเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าออกกฎหมาย ลงมติ ฯลฯ ถ้าผู้ยกมือสนับสนุน “ไม่ถึงครึ่ง” ของจำนวน สส. ทั้งหมด หรือ 250 เสียง จาก 500 เสียง เรื่องนั้นก็ไปต่อไม่ได้แล้ว ซึ่งนั่นจะเป็น “ฝันร้าย” ของนายกฯคนนอกอย่างแท้จริง

ขณะที่ประเด็นการเลือกตั้ง อนุทิน ก็มองว่า “ประชาชน” จะเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว แม้ คสช.รัฐบาล หรือใครก็ตามจะพยายาม “ยื้อ” แต่ก็ทำได้เพียงระยะหนึ่ง ถ้า “เกิดกระแส” เรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งกันมากๆ “อะไรก็ฝืนไม่ได้” อีกทั้งต้องไม่ลืมว่าประเพณีทางการเมืองที่คนไทยคุ้นชินคือ “รัฐบาลมีอายุไม่เกิน 4 ปี” วันนี้อายุของ คสช. เหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะครบ 4 ปีแล้ว คำอธิบายต่างๆ ที่เคยมีมาจะยังใช้ได้อีกหรือไม่?

“การเลือกตั้งถ้าไม่เกิดในปี 2561 เลวร้ายที่สุด 2562 ก็ต้องเกิด ถ้า 2562 ยังไม่เกิดก็ตัวใครตัวมัน ผมก็คิดแค่นี้ แต่ดีที่สุดคือไตรมาสสุดท้ายของปีหน้า ดีที่สุดสำหรับประเทศไทยดีที่สุดสำหรับผู้บริหารประเทศ” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวย้ำ

สอดคล้องกับความเห็นของ องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว ก็ขอให้พรรคที่ได้เสียงข้างมากทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลไป ซึ่งแม้ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครบ้างจะมีเป็น สว. ทั้ง 250 คน แต่หากถึงวันนั้นแล้ว สว. ไม่ยกมือสนับสนุนให้เสียงข้างมากของประชาชน แต่กลับพยายามจะไปสนับสนุนบุคคลอื่นที่ประชาชนไม่ได้เลือก บ้านเมืองก็อาจจะมีปัญหาได้

“ในเมื่อเราเลือกที่จะปกครองกันในระบอบประชาธิปไตย เราตัดสินใจร่วมกันว่าจะอยู่ด้วยกันด้วยระบอบนี้ เราก็เดินไปข้างหน้าแบบนี้ ผลการเลือกตั้งมันจะออกมาอย่างไรเราก็ปล่อยให้พรรคการเมืองเขาดำเนินตามเสียงของประชาชน พรรค ก ข ค ง จ เขาจับมือรวมกันได้ก็ต้องให้เขาเป็นรัฐบาลไป เสียงข้างน้อยก็เป็นฝ่ายค้าน ถ้าเป็นแบบนี้บ้านเมืองก็จะไม่มีปัญหา” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็น

เช่นเดียวกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ย้ำว่า “อย่าดูหมิ่นเสียงประชาชน” แม้จะเป็นผู้คนที่มีการศึกษาไม่สูงแต่ต่างก็รับรู้ได้ว่า “นโยบายไหนมีผลกระทบหรือมีประโยชน์ต่อการทำมาหากิน” ดังนั้นจึงไม่ควรมองว่าคะแนนเสียงคนชนบทมีคุณภาพน้อยกว่าคะแนนเสียงของคนเมือง “ทุกคะแนนเสียงสำคัญทั้งสิ้น” ในการควบคุมพฤติกรรมของนักการเมือง

“การเลื่อนเลือกตั้ง คนที่เดือดร้อนไม่มากน่าจะเป็นนักการเมือง ก็อดทนกันไป ไม่ได้ทำงานตามสิ่งที่ตัวเองคาดหวังอยากแก้ปัญหา แต่คนที่เดือดร้อนที่สุดคือประชาชน ก็ต้องถามประชาชนว่า การแก้ปัญหาให้ส่วนรวมให้ประชาชน ภายใต้นักการเมืองที่มาจากการยึดอำนาจ กับนักการเมืองที่มาจากประชาชน ที่มีกระบวนการตรวจสอบ ที่ประชาชนมีเสียงติติงได้ อะไรดีกว่ากัน?” คุณหญิงสุดารัตน์ ฝากคำถามชวนคิด

ในเบื้องต้น 25 ก.ย. 2560 มีความเคลื่อนไหวจากคนในรัฐบาล คสช. ที่มุมหนึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังคงย้ำว่า วันนี้กฎหมายลูก กรธ. กำลังร่างก่อนส่งไปให้ สนช. พิจารณา และ “โรดแมปยังไม่เปลี่ยน” เพราะยังไม่มีปัจจัยใดมาเลื่อนออกไป ทว่าในวันเดียวกัน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กลับยอมรับว่า หากกฎหมายลูกไม่เสร็จตามกรอบเวลา “อาจกระทบการเลือกตั้ง” แต่การขยายกรอบเวลาออกไปจะทำอย่างไรแบบไหน? ยังไม่สามารถบอกได้ในขณะนี้

ขนาดรองนายกฯ 2 ท่าน ยังเห็นไม่ตรงกัน…ประชาชนจะกังวล “กลัวไม่มีเลือกตั้ง” ก็คงไม่แปลกอะไร!!!

รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้วันที่ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ ให้แล้วเสร็จใน 240 วันให้หลัง หรือประมาณต้นเดือน ธ.ค. 2560 จากนั้นนำกฎหมายลูกส่งต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้แล้วเสร็จใน 60 วัน หรือระหว่างเดือนธ.ค. 2560-ม.ค. 2561 แล้วนำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลา 90 วัน หรือระหว่างเดือนก.พ.-เม.ย. 2561 และสุดท้ายคือกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ภายใน 150 วัน หลังกฎหมายลูกประกาศใช้ หรือระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ย. 2561

รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้วันที่ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ ให้แล้วเสร็จใน 240 วันให้หลัง หรือประมาณต้นเดือน ธ.ค. 2560 จากนั้นนำกฎหมายลูกส่งต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้แล้วเสร็จใน 60 วัน หรือระหว่างเดือนธ.ค. 2560-ม.ค. 2561 แล้วนำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลา 90 วัน หรือระหว่างเดือนก.พ.-เม.ย. 2561 และสุดท้ายคือกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ภายใน 150 วัน หลังกฎหมายลูกประกาศใช้ หรือระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ย. 2561

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรณ์’ชวนคนไทยสานต่อพระราชปณิธานพ่อหลวง “ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน”

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295347

'กรณ์'ชวนคนไทยสานต่อพระราชปณิธานพ่อหลวง “ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน”

‘กรณ์’ชวนคนไทยสานต่อพระราชปณิธานพ่อหลวง “ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน”

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

nn…ยังคงเดินสายทัวร์อีสานต่อเนื่อง สำหรับ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “อู๊ดด้า–จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” วันก่อนโน้นเห็นพิกัดอยู่ที่เมืองช้าง “สุรินทร์”…ซึ่งมีหมายงานเช้า กำหนดประชุมที่สวนป่ารีสอร์ท ก่อนถึงเวลานัดหมาย ก็ใช้เวลาเดินดูบ้านชมเมืองไปเรื่อย กระทั่งไปถึงสถานีรถไฟสุรินทร์ ด้วยยังเช้า จึงมีผู้โดยสารบางตา นั่งกันกระจัดกระจายตามที่นั่ง…พลันสายตาก็ไปเจอะกับคุณยายสองคน ที่นั่งคุยกันอยู่ที่พื้น รอบตัวมีสัมภาระวางอยู่ หนึ่งในนั้น เป็นกระติกสีชมพู ที่สะดุดตาอู๊ดด้าเข้า เลยไปทักทายถามไถ่ตามประสาผู้แทนฯ ก็ทราบว่า คุณยายเป็นคนพื้นที่ แต่กำลังจะไปโคราช มานั่งรอรถไฟเที่ยว 09.30 น. คงถึงโคราชประมาณเที่ยง… เป้าหมายคือ ตั้งใจไปเยี่ยมลูก โดยในกระติกชมพูที่เตะตาก็บรรจุอาหาร ทั้งข้าว แกงและปลาทอด พอถามต่อไปด้วยความเข้าใจว่า คงเตรียมไปกินบนรถเหมือนคนทั่วไป แต่คุณยายบอกมาว่า เอาไปฝากลูกจ้ะ… “ผมได้ยินคำตอบอย่างนั้นถึงกับอึ้งไปเลย กลายเป็นว่า มาสถานีรถไฟสุรินทร์เที่ยวนี้ นอกจากได้เห็นหัวรถจักรรถไฟ ยังกลายเป็นมาเห็นหัวใจแม่แทน…”… อย่างว่า หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ “ลูก”มาก่อนเสมอ…งานนี้ เลยทำให้อู๊ดด้าซาบซึ้งอิ่มเอมใจไปทั้งวัน…nn

nn…วันก่อนแว่บไปเห็นเรื่องราวดีๆ ผ่านเฟซบุ๊ค ของอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “กรณ์ จาติกวณิช”ที่โพสต์ไว้โดนใจ เลยอดที่จะขอนำมาบอกต่อไม่ได้ หลังสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าตัวแวะเอาอาหารหมาไปบริจาคที่ “ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน” จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชประสงค์ “ในหลวง รัชกาลที่ 9”ที่ปัจจุบันดูแลหมาจรจัดอยู่มากกว่า 900 ตัว เมื่อกลับมาที่บ้านพัก ก็ได้รับโทรศัพท์จากอดีต สส.เพื่อนร่วมสังกัด “ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน”ว่า กำลังประสานกับกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยากให้มีการออกกฎระเบียบให้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ที่เราเคยทำกันไว้ มีผลบังคับใช้ได้ดีขึ้น ขอเอามาปรึกษากับทีมนโยบายได้หรือไม่…อดีตผู้แทนหนุ่มทั้งสองเลยคุยกันต่อถึงสิ่งที่น่าจะดำเนินการว่า ควรมีนโยบายให้ทุกเทศบาลทั่วประเทศมีศูนย์รักษ์สุนัข เพราะในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็ได้ทรงมีพระราชประสงค์ให้หัวหินเป็นแม่แบบอยู่แล้ว ถึงเวลาที่เราควรสานต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวบ้านทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์อย่างมากทีเดียว จากที่มีการดูแลสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบและด้วยความปรานี..ก่อนที่อดีต สส.กรณ์ทิ้งท้ายฝากความไปถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ว่า ทั่นนายกฯจะเริ่มเลยก็ดีนะครับ พวกเราสนับสนุนเต็มที่…งานนี้ ขอกดไลค์รัวๆ เพราะนายกฯลุงตู่ประกาศก้องบอกลงมือปฏิรูปประเทศทุกด้าน… “ปัญหาสุนัขจรจัด” ก็น่าจะเป็นอีกประเด็นที่ควรตั้งเป็นหนึ่งใน “วาระแห่งชาติ” จัดระบบให้เป็นเรื่องเป็นราว มีทั้งคุณภาพและประสิทธิภาพ ที่สำคัญกว่าสิ่งใดคือ เป็นการสานต่อพระราชปณิธานของพ่อหลวง ซึ่งควรสานต่อขยายผล โดยยึด“หัวหินโมเดล”ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ…ถ้านายกฯลุงตู่ส่งซิกปุ๊บ รับรองกองหนุนเพียบเลยจ้า…nn

nn…เรียกได้ว่าเป็นการเตรียมความพร้อมอีกครั้ง โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เป็นประธานส่งมอบรถสมรรถนะสูง 11 คัน ทดแทนรถที่หมดสัญญาเช่าของกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ (กก.ปพ.) บก.ป. ซึ่งมี “พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด” รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป.และตำรวจสังกัด กก.ปพ.บก.ป.รับมอบ เพื่อใช้สำหรับภารกิจถวายอารักขาขบวนเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนบุคคลสำคัญระดับวีไอพี ในโอกาสต่างๆ โดย พ.ต.อ.ต่อศักดิ์เผยว่า สำหรับรถสมรรถนะสูงทั้งหมดจะถูกใช้ในภารกิจถวายความปลอดภัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดาร เพื่อทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของพสกนิกร และเยี่ยมชมโครงการหลวงต่างๆทั่วประเทศ ที่จะมีเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ นับจากนี้ไป ส่วนกำลังตำรวจทุกนาย ล้วนผ่านการฝึกอบรมการอารักขาบุคคลสำคัญมาแล้ว และมีการทบทวนการฝึกร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน…งานนี้ ก็ต้องขอชื่นชมในวิสัยทัศน์ของแม่ทัพสีกากี ในการเตรียมพร้อมกับอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมความน่ารักสุนัข’เจ้าแว่น’ ผู้ช่วยครูฝึกโชว์หมอบคลานกับพี่ทหาร(ชมคลิป)

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295411

ชมความน่ารักสุนัข'เจ้าแว่น' ผู้ช่วยครูฝึกโชว์หมอบคลานกับพี่ทหาร(ชมคลิป)

ชมความน่ารักสุนัข’เจ้าแว่น’ ผู้ช่วยครูฝึกโชว์หมอบคลานกับพี่ทหาร(ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 19.24 น.

2 ต.ค. 60 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปสุดน่ารัก และเรียกรอยยิ้มให้กับผู้รับชมเป็นจำนวนมาก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก“กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ กองพลนาวิกโยธิน” เผยแพร่คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ ระหว่างการฝึกคลานของทหารใหม่ ก็มีเจ้าตูบ กำลังคลานไปพร้อมกับทหารใหม่ ท่ามกลางเสียงลุ้นเชียร์ของผู้ที่ยืนดูอยู่บริเวณรอบๆ อย่างสนุกสนาน

โดย เพจดังกล่าว ระบุ “ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน การคลานคืบคลานศอก เจ้าแว่นผู้ช่วยครูฝึก สุนัขทหาร ฝึกทหารใหม่ผลัด 1ปี 61 ดูกันขำๆ คลายเครียดนะคร๊าฟ” 

อย่างไรก็ตามภายหลังเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ไปในสังคมออนไลน์ก็มีคนเข้าไปแชร์เรื่องราว พร้อมกัยแสดงความคิดเห็น ชื่นชมความน่ารัก และแสนรู้จองเจ้าสุนุขตัวนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

TDRIชี้10อุตสาหกรรมในEECอะไรคุ้มไม่คุ้ม ย้ำมาตรการไหนใช้ดีให้ขยายผลทั่วปท.

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295393

TDRIชี้10อุตสาหกรรมในEECอะไรคุ้มไม่คุ้ม ย้ำมาตรการไหนใช้ดีให้ขยายผลทั่วปท.

TDRIชี้10อุตสาหกรรมในEECอะไรคุ้มไม่คุ้ม ย้ำมาตรการไหนใช้ดีให้ขยายผลทั่วปท.

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 18.42 น.

2 ต.ค. 2560 ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในเวทีสัมมนาสาธารณะ “เช็คเครื่องยนต์ EEC พร้อมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0?” ณ อาคาร TDRI ซ.รามคำแหง 39 ย่านบางกะปิ กรุงเทพฯ ว่า จากกรณีที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายจัดตั้งโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยกระตุ้นการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมนั้น คาดว่าจะได้ผลรายอุตสาหกรรมดังต่อไปนี้

 ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

1.ยานยนต์สมัยใหม่ เชื่อว่านักลงทุนจะยังเน้นไปที่การผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนผสม 2 ระบบระหว่างน้ำมันกับไฟฟ้า หรือรถยนต์ Hybrid มากกว่ารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน หรือ BEV เนื่องจากรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนเทคโนโลยียังไม่นิ่ง การผลิตจึงยังคงอยู่เฉพาะภายในประเทศที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีเท่านั้น 2.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อาจมีการขยายการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มที่ลงทุนอยู่แล้วขณะนี้ เนื่องจากได้ประโยชน์เฉพาะสิทธิทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้น

3.การท่องเที่ยวและสุขภาพ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเนื่องจากเป็นจุดแข็งของไทยอยู่แล้ว ประกอบกับรัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องไว้รองรับ เช่น การขยายสนามบินอู่ตะเภา โครงการถนนมอเตอร์เวย์ และรถไฟทางคู่ อย่างไรก็ตาม โครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมระหว่าง 3 สนามบินหลักในละแวกเดียวกัน คือดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา คาดว่าคงเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากเป็นโครงการประเภท PPP หรือการให้เอกชนเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงทั้งหมด คงหานักลงทุนมาดำเนินการไม่ง่ายนัก


“รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน” โครงการที่เกิดขึ้นจริงได้ยาก

4.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ สำหรับผู้ลงทุนอยู่แล้วอาจขยายการลงทุน แต่คงไม่มากนักเพราะอุตสาหกรรมประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ EEC ก็สามารถทำได้ เช่นเดียวกับ 5.การแปรรูปอาหาร ที่บางส่วนเริ่มมีการลงทุนด้านนวัตกรรมอาหาร หรือ Food Innopolis ไปบ้างแล้ว 6.การซ่อมบำรุงอากาศยาน เชื่อว่าน่าจะเติบโตได้ดีเพราะได้รับอานิสงส์จากโครงการขยายสนามบินอู่ตะเภา

7.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ คาดว่าไม่น่าจะเติบโตเท่าใดนัก เพราะตลาดในประเทศมีไม่มาก เห็นได้จากปี 2559 มียอดสั่งซื้อเพียง 2,000 ตัวเท่านั้น และการผลิตเพื่อส่งออกคงไม่สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่างประเทศจีนได้ อย่างไรก็ตามพบว่ารัฐบาลได้ปรับตัวด้วยการหันไปส่งเสริมด้าน Automation แทน นอกจากนี้หุ่นยนต์เพื่องานบริการ เช่น การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย เป็นอีกอุตสากรรมที่อาจเกิดขึ้นได้

8.เชื้อเพลิงชีวภาพและชีวเคมี เชื่อว่าไม่น่าจะมีการลงทุนมากนักเพราะไทยยังไม่มีต้นทุนพอจะแข่งขัน โดยเฉพาะหากไม่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ 9.การแพทย์ครบวงจร เป็นอีกอุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ แต่ยังติดปัญหา เช่น การขึ้นทะเบียนยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างนาน และ 10.ธุรกิจดิจิทัล คาดว่าคงไม่มีผู้มาลงทุนมากนักเพราะทำที่ไหนก็ได้ เว้นแต่บางรายที่ต้องการใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงพิเศษ เช่น สตูดิโอรับจ้างตัดต่อภาพยนตร์ที่รับงานจากฮอลลีวู้ด สหรัฐอเมริกา ที่ต้องส่งข้อมูลวันละมากๆ

ปธ. TDRI ยังกล่าวอีกว่า ถึงกระนั้น โครงการ EEC ยังมีความท้าทาย 2 เรื่อง คือ 1.ทรัพยากรน้ำจะเพียงพอหรือไม่หากขยายอุตสาหกรรมออกไป เพราะทุกวันนี้นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในภาคตะวันออกก็ยังต้องใช้วิธีบริหารจัดการน้ำกันอยู่แล้วโดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง กับ 2.ไทยมีแรงงานฝีมือเพียงพอหรือไม่ สถาบันการศึกษาในไทยพร้อมผลิตกำลังคนส่งให้กับภาคอุตสาหกรรมเพียงใด อนึ่ง การดึงสถาบันการศึกษาระดับโลกมาอาจเป็นเรื่องยากและมีต้นทุนสูง แต่หากเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับภูมิภาค เช่น มหาวิทยาลัยจากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ก็อาจจะเป็นไปได้

“EEC จะนำเอาหน่วยงานของรัฐที่ต่างคนต่างทำมาทำงานร่วมกัน เป็นเอกภาพ เป็น One Stop Service จริงๆ ถ้าตรงนี้ทำได้สำเร็จ ถอดบทเรียนไปตอบโจทย์ของประเทศได้ ประเทศไทยจะก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น แล้วข้อกล่าวหาที่บอกว่า EEC สร้างแต่การเติบโตแต่ไม่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำก็จะลดน้ำหนักลงไป รัฐบาลจึงควรถอดบทเรียนจาก EEC ไปขยายผลทั้งประเทศ ทั้งการปฏิรูปกฎระเบียบ การเปิดเสรีบริการต่างๆ การให้บริการประชาชนอย่างครบวงจร” ดร.สมเกียรติ กล่าว


ดร.เสาวรัฐ รัตนคำฟู

ขณะที่ ดร.เสาวรัฐ รัตนคำฟู นักวิจัยอาวุโส TDRI กล่าวเสริมว่า เมื่อเทียบกับ สิงคโปร์ ที่ตั้งเป้าหมายเป็นยุทธศาสตร์เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ พบมีการใช้หลากหลายมาตรการ อาทิ เชื่อมโยงระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับโรงพยาบาลหรือมหาวิทยาลัย มีการให้ทุนวิจัยเชิงพาณิชย์ ทำให้งานวิจัยถูกนำมาต่อยอดในท้องตลาดได้จริง ลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น มุ่งคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ให้สิทธิพิเศษในการมาตั้งศูนย์วิจัยในประเทศ นอกจากนี้ยังเน้นผลิตบุคลากรทั้งช่างเทคนิค วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมข้างต้น
“ความสำเร็จของ EEC ไม่ควรวัดจากพื้นที่หรือการลงทุน แต่ควรวัดจากความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศว่าเพิ่มขึ้นและแรงงานไทยมีทักษะสูงขึ้น ที่ผ่านมาเราสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมาแล้วแต่ปัญหาคือไม่ได้เชื่อมโยงกับบริบทประเทศไทย การพัฒนา EEC จะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า คือต้องเชื่อมโยงเทคโนโลยีและพัฒนาคนในประเทศให้ได้ โดยเชื่อมระหว่างธุรกิจ EEC กับธุรกิจไทย ที่ผ่านมาเราทำกันน้อยไป ตอนนี้เราไม่มีเวลาอีกแล้ว อีกทั้งต้องสร้างบุคลากรของเราให้สามารถเรียนรู้และดูดซับเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้” ดร.เสาวรัฐ ระบุ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรียกร้องใครดี! หนุ่มโวยทางเท้ากทม. เหยียบแผ่นกระเบื้องฟุตปาธตกเจ็บ

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295384

เรียกร้องใครดี! หนุ่มโวยทางเท้ากทม. เหยียบแผ่นกระเบื้องฟุตปาธตกเจ็บ

เรียกร้องใครดี! หนุ่มโวยทางเท้ากทม. เหยียบแผ่นกระเบื้องฟุตปาธตกเจ็บ

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 18.28 น.

2 ต.ค. 60 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องนางของผู้ใช้ดฟซบุ๊ก “Tanapol Boon-Umpol” ซึ่งเป็นภาพรอยแผลถลอก ที่เกิดจากประสบอุบัติเหตุ หลังจากเดินเหยียบแผ่นกระเบื้อง ฟุตปาธที่ด้านล่างเป็นโพรง บริเวณด้านข้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝั่งอังรีดูนังต์)

โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า “เออโดนจนได้โว้ย minesweeper ขั้นสูงสุด!! โชคดีมากที่ตัวสูง (ช่วงขา 92cmยังลงมิด) ข้างจุฬา ที่จอดรถเมล์ฝั่งอังรีดูนังต์”

อย่างไรก็ตามภายหลังเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ไปในสังคมออนไลน์ก็มีคนเข้าไปแชร์เรื่องราวดัพร้อมตั้งคำถามว่า หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จะสามารถเรียกร้องกับหน่วยงานใดได้บ้าง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภาพซึ้งใจ! ตร.จราจรกราบเพียงกำแพง แต่ความภักดีล้นหัวใจ

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295329

ภาพซึ้งใจ! ตร.จราจรกราบเพียงกำแพง แต่ความภักดีล้นหัวใจ

ภาพซึ้งใจ! ตร.จราจรกราบเพียงกำแพง แต่ความภักดีล้นหัวใจ

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.38 น.

2 ต.ค. 60 วานนี้(1 ต.ค.) เพจเฟซบุ๊ก “สถานีจราจรเพื่อสังคม FM99.5” ได้โพสต์ภาพซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก้มลงกราบบริเวณกำแพงวัดพระแก้วมรกต และโพสต์ข้อความว่า “ภาพซึ้งใจ เมื่อต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชน แต่ความภักดีท่วมล้นหัวใจ ทำให้ตำรวจจราจรไม่มีเวลาได้ไปต่อแถวเข้ากราบ ใช้โอกาสกราบที่กำแพงวัง”

 

Cr.pic ร.ต.อ.ไกรลาศ/พิเศษ1-5 #TRS995 #TRSNEWS

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยึดคำสอน’รัชกาลที่9′ จากลูกจ้างผันตัวเป็นเจ้าของร้าน ปะยางไปด้วย..ว่างก็นั่งวาดรูป!

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295323

ยึดคำสอน'รัชกาลที่9' จากลูกจ้างผันตัวเป็นเจ้าของร้าน ปะยางไปด้วย..ว่างก็นั่งวาดรูป!

ยึดคำสอน’รัชกาลที่9′ จากลูกจ้างผันตัวเป็นเจ้าของร้าน ปะยางไปด้วย..ว่างก็นั่งวาดรูป!

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.30 น.

ที่ร้านเหมี่ยวการยาง ตั้งอยู่เลขที่ 99/25 บนถนนสุวรรณศร กม.5 ฝั่งขวา บ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เส้นทางเข้าตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายพรชัย ปฐพี หรือ ช่างเหมี่ยว เจ้าของร้านเหมี่ยวการยาง วัย 49 ปี ยังคงนั่งขมักขเม่นในการวาดภาพเหมือนพระบรมศาทิศลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยดินสอสี เป็นภาพพระบรมศาทิศลักษณ์ในหลวงหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงชุดทหาร ภายในร้านด้วยท่าทางที่ภาคภูมิใจ โดยมีภาพเหมือนพระบรมศาทิศลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่วาดเสร็จแล้วอีกกว่า 50 ภาพ ติดอยู่บริเวณตะแกรงเหล็กข้างฝาห้อง ภายในร้านเป็นภาพที่สวยงามและมีสีสันคล้ายภาพพระบรมศาทิศลักษณ์ต้นแบบเป็นอย่างมาก

และเมื่อมีลูกค้าขับรถยนต์เข้าปะยางหรือเปลี่ยนยาง ช่างเหมี่ยวก็จะวางมือจากการวาดภาพไปทำหน้าที่เป็นช่างปะยางทันทีเมื่อปะยางให้ลูกค้าเสร็จก็จะมานั่งวาดภาพพระบรมศาทิศลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทันที ทำให้เป็นที่ชื่นชมต่อลูกค้าที่นำรถยนต์มาปะยางและเปลี่ยนยางเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการวาดภาพเหมือนพระบรมศาทิศลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานในอริยบทต่างๆยิ่งทำให้ลูกค้าและประชาชนที่ผ่านไป-มาและพบเห็นต่างก็ชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นภาพที่สวยงามมาก

นายพรชัย ปฐพี หรือ ช่างเหมี่ยว ได้เปิดเผยถึงความเป็นมาของการเป็นศิลปินวาดภาพพระบรมศาทิศลักษณ์จากดินสอสี ว่าเดิมนั้นเป็นชาวจังหวัดชัยภูมิ เรียนจบจากชั้น ปวช.ด้านการเกษตร จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี่ จังหวัดชัยภูมิ แล้วเดินทางมาหางานทำที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อปี 2530 โดยมาเป็นลูกจ้างร้านปะยาง

แรกๆตนก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปชอบดื่มสุรา ไม่มีเงินเดือนเหลือสักเดือน แต่ตนเองเป็นคนชอบดูทีวีในช่วงข่าวพระราชสำนักเป็นอย่างมาก ทำให้รักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นอย่างมาก และทำให้เกิดคิดได้จากคำสอนของรัชกาลที่ 9 ที่เป็นพ่อหลวงของแผ่นดินไทย ให้ขยัน ประหยัด และอดทน ตนจึงปฏิญานตนจะนำคำสอนของพ่อหลวงมาใช้ในการดำเนินชีวิต

จนกระทั่งปี 2540 ตนก็สามารถเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงนำมาลงทุนเปิดร้านปะยางเป็นของตนเองและอยู่อย่างพอเพียงตามคำพ่อสอนจนกระทั่งสามารถขยายกิจการทุกวันนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับยางรถยนต์เช่นจำหน่ายทั้งล้อแม็กซ์ล้อรถยนต์และยางรถยนต์ควบคู่กับการรับปะยาง ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตในระดับหนึ่งแล้ว แต่ด้วยคำสอนของพ่อหลวงของแผ่นดินช่วงหนึ่งซึ่งตนจำวันเวลาไม่ได้แล้ว คือพ่อหลวงได้บอกว่าคนเราควรเป็นดังน้ำครึ่งแก้ว เพราะจะสามารถรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆหรือพัฒนาการสิ่งใหม่ได้เพิ่มขึ้น อย่าเป็นน้ำเต็มแก้วเพราะจะไม่สามารถรองรับหรือพัฒนาสิ่งใหม่ๆได้อีก

ดังนั้น ทุกวันนี้แม้ตนจะถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วก็ตาม ตนก็ยังคงพัฒนาและเรียนรู้สิ่งต่างๆตลอดเวลาตามคำสอนของพ่อหลวง จนกระทั่งวันหนึ่งตนอยากวาดภาพพระบรมศาทิศลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ตนจึงตั้งใจศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งจากยูทูปและแหล่งเรียนรู้ต่างๆในการวาดภาพโดยเริ่มจากการใช้ดินสอสีหัดวาดภาพเหมือนพระบรมศาทิศลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 จนกระทั่งสามารถวาดได้ในระดับหนึ่ง แต่หลังจากวันที่ 23 ตุลาคม 2559 ซึ่งถือเป็นวันที่คนไทยสูญเสียอันยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นวันที่คนไทยอาดูรที่สุด ตนจึงตั้งใจและปฏิญานตนว่าจะวาดภาพเหมือนพระบรมศาทิศลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ได้มากที่สุดก่อนจะมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่9 และขณะนี้ตนได้วาดภาพเหมือนพระบรมศาทิศลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่9 ได้แล้วจำนวนกว่า 50 ภาพ และตนก็จะวาดจนถึงวันที่ 26 ต.ค.60 ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพในหลวงรัชกาลที่ 9

และภาพเหมือนพระบรมศาทิศลักษณ์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ตนวาดนี้จะไม่นำออกมาจำหน่ายเด็ดขาด แต่ตนจะนำไปให้หน่วยงานทางราชการหรือเอกชนก็ได้ นำไปออกประมูล แล้วจะนำเงินรายได้ทั้งหมดที่ได้รับจากการประมูลภาพวาดพระบรมศาทิศลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่9 ทุกบาททุกสตางค์ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคให้แก่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

นอกจากนี้นายพรชัย  ปฐพี ยังเผยอีกว่า ความรู้จากการวาดภาพนั้นตนได้มาจากความพยายามและความอดทนตามคำสอนของพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ดังนั้นตนจึงอยากถ่ายทอดความรู้นี้ให้เป็นวิทยานทานแด่ผู้ที่อยากเป็นศิลปินวาดภาพหรือโรงเรียนต่างๆถ้าต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีความรู้ในการวาดภาพก็สามารถนำมาเรียนรู้ได้โดยตนจะสอนให้เพื่อเป็นวิทยาทานโดยไม่คิดมูลค่าใดทั้งสิ้น ซึ่งการวาดภาพนั้นเป็นศิลปะที่สร้างให้คนรู้จักความอดทนและความพยายาม การให้นั้นเป็นการทำดีเพื่อพ่อหลวงอย่างแท้จริง นายพรชัยฯ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,915,839 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’
เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์
World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส
รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ

Recent Posts

  • พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี
  • ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า
  • “มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6
  • รวบตัว “D4vd” นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี
  • รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d