Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หวั่นอันตราย!จนท.ช่วย’แมว’ติดบนเสาไฟสูง กลับหักมุมชวนอมยิ้ม (ชมคลิป)

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295049

หวั่นอันตราย!จนท.ช่วย'แมว'ติดบนเสาไฟสูง กลับหักมุมชวนอมยิ้ม (ชมคลิป)

หวั่นอันตราย!จนท.ช่วย’แมว’ติดบนเสาไฟสูง กลับหักมุมชวนอมยิ้ม (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 16.42 น.

30 ก.ย.60 เพจเฟซบุ๊ก Cats page for catlovers from all around the world ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอวินาทีช่วยเจ้าเหมียวลงจากเสาไฟฟ้าสูง หลังเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลทหารในแซนดีเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย บังเอิญเห็นเข้า จึงรีบแจ้งทางศูนย์พักพิงสัตว์ให้มาช่วยเหลือมันทันที

โดยในคลิปเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่อยู่บนรถกระเช้า พร้อมอุปกรณ์เตรียมช่วยเจ้าเหมียว แต่งานนี้ไม่ได้ระทึกอย่างที่คิด เพราะขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังยื่นอุปกรณ์เข้าไปช่วยมันนั้น เจ้าเหมียวก็ได้หักหน้าเจ้าหน้าที่เข้าอย่างจัง ด้วยการถอยหลังไต่ลงจากเสาไฟฟ้าอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะวิ่งหนีลงทุ่งนาไป

งานนี้คงทำให้เจ้าหน้างงกันไม่น้อย แต่ก็โล่งใจที่เจ้าเหมียวปลอดภัยหายห่วง ซึ่งในคลิปได้มีชาวเน็ตเข้ามากดไลค์และคอมเม้นท์ถึงความน่ารักแสนแสบของเจ้าแมวเหมียวจำนวนมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้องต้องตัดขา! คุณหมอ-พยาบาลแต่งชุดการ์ตูน ให้กำลังใจหนูน้อยป่วยมะเร็งกระดูก

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295048

น้องต้องตัดขา! คุณหมอ-พยาบาลแต่งชุดการ์ตูน ให้กำลังใจหนูน้อยป่วยมะเร็งกระดูก

น้องต้องตัดขา! คุณหมอ-พยาบาลแต่งชุดการ์ตูน ให้กำลังใจหนูน้อยป่วยมะเร็งกระดูก

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 16.35 น.

วันที่ 30 กันยายน ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย ตึกมหิดล ชั้น 4 แผนกกุมารแพทย์ นางอุษณีย์ จรเขต นางพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวีฯ หัวหน้าหอผู้ป่วยตึกสิริกิติ์ชั้น 5 เปิดเผยว่า ได้ทำงานเป็นหนึ่งในคณะทำงานดูแลผู้ป่วยรายกรณี ทีมการดูแลแบบประคับประคอง โดยภารกิจ คือ การเป็นทีมสร้างแรงใจให้กับผู้ป่วย คือ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ (ขอสงวนนาม) ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งที่กระดูกต้นขาซ้าย และอยู่ในช่วงระยะแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่น ขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์เฉพาะทางระบบกระดูกและข้อเฉพาะทางเนื้องอกของโรงพยาบาล ซึ่งทีมแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่าจำเป็นต้องทำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดขาซ้ายของน้องเพื่อที่จะรักษาชีวิตน้องไว้

“ในด้านการรักษา แพทย์ได้เตรียมที่จะทำการผ่าตัดทั้งบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์ แต่ในเรื่องจิตใจก็มีความสำคัญ เราจึงได้ปรึกษาคุณแม่ของน้องว่าน้องชอบอะไร จึงได้คำตอบจากคุณแม่ว่าน้องชอบตุ๊กตานิ่มๆ คุณหมอ พยาบาลและนิสิตแพทย์ จึงได้มีการจัดกิจกรรมสร้างแรงใจโดยการแต่งเป็นตัวการ์ตูนไปหาน้อง เพื่อให้กำลังใจมีแรงใจที่ดีในการต่อสู้กับโรคร้ายไปพร้อมกับคุณหมอ และยังคิดต่อไปว่าถ้าน้องออกจากห้องผ่าตัดแล้วขาน้องจะไม่มี เราจึงเตรียมรถวิวแชร์ไว้ให้น้องด้วย”

ขณะที่มารดาของเด็กหญิงผู้ป่วย กล่าวว่า รู้สึกขอบคุณที่คุณหมอและพยาบาลเอาใจใส่ในการดูแลน้องทั้งร่างกายและจิตใจ โดยกิจกรรมที่คุณหมอทำในครั้งนี้ น้องดูมีความสุขขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด น้องมีรอยยิ้มที่ทำให้ตนเองผู้เป็นแม่รู้สึกได้ว่าน้องมีความสุขขึ้นถึงแม้ว่าจะยังคงเจ็บ และอ่อนเพลียจากการผ่าตัดก็ตาม สำหรับในการเลี้ยงดูน้องนั้น ตนเองเลี้ยงมาเพียงลำพัง ซึ่งในตอนนี้ตนเองได้ลาออกจากงานที่ตนเองทำเพื่อจะได้มีเวลาอย่างเต็มที่ ที่จะมาดูแลน้อง ตนเองสงสารลูกมาก ไม่อยากให้ลูกต้องมาเจ็บ ต้องมาปวดแบบนี้ถ้าเปลี่ยนกันได้ขอให้ตนเองได้เป็นคนที่เจ็บแทนลูกตนเองยินดีจะที่เป็นแทน อาการของลูกจากการที่คุยกับคุณหมอ คุณหมอได้บอกว่า ตอนนี้มะเร็งได้รุกรามไปที่ปอดแล้ว แต่น้องก็อยู่ในความดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิดตนเองมีความหวังว่าน้องจะหายดีเป็นปรกติในไม่ช้านี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปลี่ยน’ขี้ช้าง’เป็นทอง ฝรั่งอดีตช่างซ่อม’ฮ.’ชี้ช่องทางรวยให้คนไทย

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295018

เปลี่ยน'ขี้ช้าง'เป็นทอง ฝรั่งอดีตช่างซ่อม'ฮ.'ชี้ช่องทางรวยให้คนไทย

เปลี่ยน’ขี้ช้าง’เป็นทอง ฝรั่งอดีตช่างซ่อม’ฮ.’ชี้ช่องทางรวยให้คนไทย

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.09 น.

วันที่ 30 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายจากจังหวัดเชียงรายว่า ที่ปางช้างบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์รวมคอกช้างที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยวที่นิยมการนั่งช้างชมธรรมชาติเลียบแม่น้ำกก และมีช้างไว้บริการจำนวนมาก โดยผู้สื่อข่าวพบกับชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาว่า นายเจมส์ แดม อายุ 58 ปี สัญชาติแคนนาดา ซึ่งมีภรรยาเป็นคนไทยพักอยู่ที่บ้านสันป่ายาง ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ได้นำรถจักรยานยนต์พ่วงหลังด้วยรถเข็น 2 ล้อมาเก็บขี้ช้าง เพื่อนำไปเป็นปุ๋ยทุก 7 วัน

จากการสอบถาม นายเจมส์ เล่าว่า ตนเคยเป็นช่างซ่อมเฮลิคอปเตอร์อยู่ที่ประเทศแคนนาดา หลังจากเกษียณแล้วได้เดินทางมาแต่งงานกับภรรยาชาวไทยอาศัยอยู่ในบ้านที่ ต.แม่ยาว นานกว่า 3 ปี ซึ่งที่บ้านภรรยาได้ปลูกผักเพื่อไว้บริโภคเองและถ้าหากมีเหลือก็ส่งขายในตลาด เมื่อตนมาเห็นขี้ช้างถูกทิ้งขว้างจึงเสียดายได้ทดลองนำไปใช้เป็นปุ๋ยคอกใส่แปลงผักของตนเองปรากฎว่าได้ผลดี ผักเจริญงอกงาม ทำให้ดินมีสภาพดีขึ้น

และที่สำคัญขี้ช้างเหล่านี้ ตนไม่ต้องเสียเงินซื้อสามารถมาเอาได้ฟรีๆ เพราะคนเลี้ยงช้างมองว่าขี้ช้างเป็นภาระต้องนำไปทิ้งเพื่อทำความสะอาดคอกช้างทุกวัน แต่ตนมองว่าขี้ช้างคือปุ๋ยชั้นยอด จึงเป็นโอกาสดีที่ตนมาขนเอาไปเป็นการช่วยผ่อนแรงของคนเลี้ยงช้างอีกด้วย และยังเป็นการประหยัดที่ตนลงทุนปลูกผักแล้วไม่ต้องเสียเงินไปซื้อปุ๋ยมาใส่ต้นผักอีกด้วย

นอกจากนี้ เมื่อจำนวนขี้ช้างที่ขนไปมีมากเกินความต้องการตัวเองก็ได้นำไปแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านเพื่อใช้แทนปุ๋ย ทำให้มีความสุขที่ได้แบ่งปันสิ่งดีๆให้กับเพื่อนบ้าน

ทางด้านคนเลี้ยงช้าง เปิดเผยว่า เห็นฝรั่งคนนี้ใช้รถจักรยานยนต์พ่วงมาขนเอาขี้ช้างไปใช้ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไร จึงสอบถามถึงได้รู้ว่าเอาไปทำปุ๋ยเพื่อใส่สวนผักที่ปลูกและใส่ต้นไม้เพื่อปรับปรุงดินและเอาไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน แถมยังบอกว่าขี้ช้าง คือ ทองคำสำหรับเขาอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปชช.หวั่นใจ’สังคมไทยไร้เงินสด’ เชื่อสะดวกจริง-แต่ไม่ทั่วถึง

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294977

ปชช.หวั่นใจ'สังคมไทยไร้เงินสด' เชื่อสะดวกจริง-แต่ไม่ทั่วถึง

ปชช.หวั่นใจ’สังคมไทยไร้เงินสด’ เชื่อสะดวกจริง-แต่ไม่ทั่วถึง

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 07.44 น.

30 ก.ย.60 กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “คนไทยพร้อมหรือไม่กับการใช้ PromptPay QR Code ชำระเงิน” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,150 คน เป็นดังนี้

การรับทราบข่าวเกี่ยวกับธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดตัว PromptPay QR Code เพื่อการชำระเงินรูปแบบใหม่สร้างสังคมไร้เงินสด

ร้อยละ 57.4 ทราบ
ร้อยละ 42.6 ไม่ทราบ

“คิดว่าข้อดีของการชำระเงินผ่าน PromptPay QR Code คืออะไร” (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ร้อยละ 72.4 สะดวกรวดเร็วในการซื้อสินค้าและบริการ
ร้อยละ 64.0 ไม่ต้องพกพาเงินสดให้ยุ่งยาก
ร้อยละ 44.2 เพิ่มช่องทางในการชำระสินค้า
ร้อยละ 28.0 ใช้ได้รองรับกับธนาคารต่างๆ บัตรเดบิต บัตรเครดิต
ร้อยละ 22.5 ปลอดภัยไม่ต้องยื่นบัตรเครดิต บัตรเดบิตให้ร้านค้า จะได้ไม่โดนขโมยข้อมูล

ความกังวลกับการใช้ PromptPay QR Code ชำระสินค้าแทนการใช้เงินสด (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) 

ร้อยละ 52.6 ร้านค้าที่รับชำระยังไม่ครอบคลุมทุกร้าน
ร้อยละ 52.2 ด้านความปลอดภัยในการใช้งาน
ร้อยละ 45.0 ด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ QR Code ของประชาชน
ร้อยละ 37.0 ด้านความพร้อมทางเทคโนโลยีของประชาชน

“คิดว่าการนำ PromptPay QR Code มาใช้แทนการชำระเงินสด จะช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมในด้านใด” (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ร้อยละ 63.1 รูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่สู่สังคมแบบ Smart City
ร้อยละ 45.9 ช่วยทำให้เศรษฐกิจคล่องตัวขึ้น
ร้อยละ 34.8 ช่วยให้การท่องเที่ยวขยายตัว นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้น

“สนใจที่จะปรับตัวมาใช้ระบบการชำระเงินซื้อสินค้าโดยใช้ PromptPay QR Code แทนที่การใช้เงินสดหรือไม่”
ร้อยละ 39.0 สนใจ
ร้อยละ 17.2 ไม่สนใจ
ร้อยละ 43.8 ยังไม่แน่ใจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เทียบคดีปู-บอส เปิดสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย-อังกฤษ ร.ศ.129

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294975

เทียบคดีปู-บอส เปิดสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย-อังกฤษ ร.ศ.129

เทียบคดีปู-บอส เปิดสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย-อังกฤษ ร.ศ.129

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 21.48 น.

เทียบคดีปู-บอส เปิดสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย-อังกฤษ ร.ศ.129

29 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีมีกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งหลบหนีไม่เข้ารับฟังคำพิพากษา และถูกศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินโทษจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา จากคดีจำนำข้าว อยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีความพยายามที่จะขอลี้ภัยทางการเมือง และจากการตรวจสอบ พบว่า ระหว่างประเทศไทยกับประเทศอังกฤษ มีการทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันไว้ตามประกาศสัญญาว่าด้วยส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันในระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษ ร.ศ.129 สนธิสัญญาตามประกาศนี้จะกำหนดประเภทความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันได้ทั้งหมด 31 ข้อ เช่น โทษฆ่าคนตาย หรือฉ้อโกง

ขณะที่กรณีความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ถูกพิพากษาจำคุก 5 ปี ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว และการทุจริตในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไม่มีอยู่ในการประเภทความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น

จากการตรวจสอบขั้นตอนและข้อกฎหมาย ก่อนหน้านี้ ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เคยอธิบายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเอาไว้ โดยยกกรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ผู้ต้องหาขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่ปราบปราม สน.ทองหล่อ จนเสียชีวิต เป็นกรณีตัวอย่าง ดังนี้

การส่งผู้ร้ายข้ามแดนกรณีนายวรยุทธ (บอส) อยู่วิทยา

การส่งผู้ร้ายข้ามแดนสามารถดำเนินการได้ทั้งตามสนธิสัญญาที่ทำระหว่างกัน หากไม่มีสนธิสัญญาก็อาจขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้โดยอาศัยหลักถ้อยที่ถ้อยปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขต่างตอบแทนระหว่างกัน

สำหรับประเทศไทยกับประเทศอังกฤษมีการทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันไว้ตามประกาศสัญญาว่าด้วยส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันในระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษ ร.ศ. 129 ซึ่งสนธิสัญญาตามประกาศนี้จะกำหนดประเภทความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันได้ ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้กำหนดให้ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ แต่ตามสนธิสัญญานี้ก็ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้ว่าความผิดอื่น ๆ นอกเหนือจากที่สนธิสัญญากำหนดไว้ ก็ให้สามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ ถ้ากฎหมายทั้งสองประเทศกำหนดให้ความผิดนั้นสามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้

ซึ่งในเรื่องนี้ มาตรา 7 ของพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ของไทย กำหนดให้ความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ต้องเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศ คือทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายอังกฤษ และความผิดนั้นต้องมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และตามมาตรา 9 กำหนดว่า ความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ต้องไม่ใช่ความผิดที่มีลักษณะทางการเมืองหรือความผิดทางทหาร ซึ่งความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนี้เป็นความผิดทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายอังกฤษ และมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปตามกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศ จึงเข้าหลักเกณฑ์ที่จะร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันได้ภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด โดยตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 5 กำหนดให้อัยการสูงสุด เป็นผู้ประสานงานกลางในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฝ่ายไทย

โดยพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 30 กำหนดกระบวนการในการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไว้ว่า การร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย ให้ดำเนินการตามสนธิสัญญา หากไม่มีสนธิสัญญา ให้ดำเนินการตามวิธีทางการทูต

ดังนั้น การขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกรณีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา จึงต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับอังกฤษดังกล่าว ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องไปร้องขอต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับ ซึ่งเป็นหลักฐานประกอบที่สำคัญในการขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน

โดยการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศอังกฤษมายังประเทศไทยนี้ จะมีการเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดที่เป็นผู้ประสานงานกลาง ซึ่งอัยการสูงสุดจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าสมควรที่จะจัดทำคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ หากอัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางมีคำวินิจฉัยว่าสมควรที่จะจัดทำคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศอังกฤษมายังประเทศไทย อัยการสูงสุดก็จะส่งส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ จัดทำคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนและเอกสารประกอบต่อไป ซึ่งก็จะมีการส่งคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปตามช่องทางการทูตตามที่สนธิสัญญากำหนดไว้ โดยส่งคำร้องขอผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทยและอังกฤษต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีช่องทางในการที่จะทราบข้อมูลเกี่ยวกับนายวรยุทธ อยู่วิทยา เช่น การสืบหาตัวบุคคล ว่านายวรยุทธ อยู่วิทยา อยู่ที่ไหน ตามสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา ซึ่งประเทศไทยทำกับสหราชอาณาจักร และกับประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ เพื่อนำตัวนายวรยุทธเข้าสู่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วย

ส่วนการจับกุมตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา ตามหมายจับของศาลตามคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ก็จะเชื่อมโยงกับการประสานงานขอความร่วมมือผ่านไปยังเครือข่ายของตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล (องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ) ซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องดำเนินการและประสานขอความร่วมมือไปยังเครือข่ายของตำรวจสากลในประเทศที่พบตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศนั้นจับกุมตัวมาเข้าสู่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป โดยศาลของประเทศที่รับคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาชี้ขาดว่าจะให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่

สำหรับเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้จะมีความยุ่งยาก ถ้าผู้ที่ถูกขอให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เดินทางไปมาในหลาย ๆ ประเทศอยู่เรื่อย ๆ จะทำให้ไม่มีความชัดเจนว่าควรจะร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศใดดี และจะทำให้การจับกุมตัวตามหมายจับประสบความยากลำบากด้วย

ปัจจุบันนี้ประเทศอังกฤษมีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนใช้บังคับตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน ค.ศ. 2003 (Extradition Act 2003) เพื่อรองรับการทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่สหราชอาณาจักร ซึ่งรวมทั้งประเทศอังกฤษด้วยทำกับประเทศต่าง ๆ ไว้ สำหรับการจับกุมตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา นี้ทางการของประเทศอังกฤษจะต้องไปร้องขอต่อศาลอังกฤษที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้ออกหมายจับตามคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฝ่ายไทยก่อนด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ว้าว! ห้องน้ำหรูในม.ราชภัฎพิบูลสงคราม

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294960

ว้าว! ห้องน้ำหรูในม.ราชภัฎพิบูลสงคราม

ว้าว! ห้องน้ำหรูในม.ราชภัฎพิบูลสงคราม

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 20.28 น.

มีห้องน้ำของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีความแปลกแตกต่างจากห้องน้ำธรรมดาทั่วไป นั่นคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก 

ที่ตึกเฉลิมพระเกียรติ หรือ “ตึก ฉ” ที่มีความสูงถึง 8 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารเรียนรวมของนักศึกษาหลากหลายคณะ โดยจะมีห้องน้ำชั้นละ 1 ห้อง แบ่งเป็นห้องน้ำหญิงและห้องน้ำชายสลับกันคนละชั้น พบว่ามีนักศึกษาเข้าไปทำธุระส่วนตัวกันเป็นเวลานาน แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปจึงหายคลายสงสัย เพราะว่าห้องน้ำแต่ละห้องได้ถูกออกแบบไว้อย่างเลิศหรูอลังการเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างมือที่มีก๊อกน้ำสีทอง การปูพื้นกระเบื้องด้วยลวดลายสวยงาม การตกแต่งประดับโคมไฟระย้าระยิบระยับสร้างบรรยากาศให้กับนักศึกษาที่เข้ามาทำธุระส่วนตัว หรือเข้ามานั่งปลดทุกข์อย่างมีความสุข หลังจากเสร็จภารกิจแล้วก็ต้องควักมือถือออกมาถ่ายภาพเซลฟี่เก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือบางคนก็นำรูปที่ถ่ายโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่ออวดเพื่อนๆ

ผศ.ดร.จุมพฏ  พงศ์ศักดิ์ศรี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เปิดเผยว่า ตึกเฉลิมพระเกียรติ หรือ “ตึก ฉ” เป็นอาคารเรียนที่ใช้งานมาเป็นเวลานานกว่า 15 ปี ห้องน้ำแต่ละห้องมีสภาพเก่าชำรุดทรุดโทรมและมีปัญหาเรื่องของกลิ่นที่รุนแรงรบกวนอาจารย์และนักศึกษาที่ทำการเรียนการสอน จึงหารือร่วมกันกับคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยในการปรับปรุงซ่อมแซมห้องน้ำใหม่ทั้งหมดและปรึกษากับสถาปนิกดีไซน์แบบห้องน้ำให้โดนใจกลุ่มนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งแนวลอฟท์ แนวโมเดิร์น แนววินเทจ แตกต่างกันไปในแต่ละชั้นแต่ละห้อง ที่สำคัญได้สร้างห้องน้ำสำหรับผู้พิการเพิ่มอีกชั้นละ 1 ห้อง เพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ

ทั้งนี้ หลังจากปรับปรุงห้องน้ำแล้วเสร็จในช่วงเปิดเทอมเป็นต้นมา ก็ได้รับผลตอบรับจากนักศึกษาเป็นอย่างดี นักศึกษาทุกคนหรือบุคคลภายนอกที่เข้ามาใช้ห้องน้ำต่างประทับใจ ใครเห็นก็อยากเข้าใช้งานมีความสะอาดสะอ้านและเป็นเอกลักษณ์ จึงขอฝากให้นักศึกษาทุกคนช่วยกันดูแล ช่วยกันรักษาความสะอาดห้องน้ำมหาวิทยาลัยของเราด้วย ส่วนอาคารเรียนอื่นๆ กำลังอยู่ในระหว่างปรับปรุงห้องน้ำใหม่ให้เหมือนกับอาคารแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดปรับปรุงห้องเรียนที่เก่าเพื่อแปลงโฉมให้สวยงามน่าเรียนยิ่งขึ้นกว่าเดิม เป็นการสร้างบรรยากาศระหว่างผู้สอนและผู้เรียนอีกด้วย

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รู้หรือไม่? ทำไมโลกนี้มีหนังสือเดินทางแค่4สีทั่วโลก

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294946

รู้หรือไม่? ทำไมโลกนี้มีหนังสือเดินทางแค่4สีทั่วโลก

รู้หรือไม่? ทำไมโลกนี้มีหนังสือเดินทางแค่4สีทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 19.28 น.

มีข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า มีสีหนังสือเดินทางอยู่เพียง 4 สีเท่านั้นทั่วโลก และแต่ละประเทศก็มีสาเหตุที่ทำให้ต้องเลือกใช้สีที่แตกต่างกันไปใน 4 สีเหล่านี้

Like สาระ จะเจาะลึกถึงสาเหตุของสีหนังสือเดินทางที่แตกต่างกัน ถ้าคุณเกิดต้องเข้าแถวรอตรวจเอกสารคนเข้าเมืองตามสนามบินต่างๆ ที่ใช้เวลานานจนเบื่อ ขอให้คุณจำโพสต์นี้ไว้แล้วกัน

สีแดงบรั่นดี

เป็นสีที่พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาทั้ง 4 สี หนังสือเดินทางที่มีปกสีแดงแสดงถึงประเทศที่เคยปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ในอดีตหรือปัจจุบันตัวอย่างเช่น สโลวีเนีย จีน เซอร์เบีย รัสเซีย ลัตเวีย โรมาเนีย โปแลนด์และจอร์เจีย รวมถึงประเทศแถบเทือกเขาแอนดีสในละตินอเมริกา อย่างโบลิเวีย เอกวาดอร์ โคลอมเบีย และเปรู ส่วนประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปยกเว้นโครเอเชีย ยังใช้หนังสือเดินทางปกสีบรั่นดี หรือไม่ก็สีแดงเฉดอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศนั้นๆ ด้วย อ้อ ประเทศไทยของเราก็ใช้สีแดงแบบนี้เหมือนกัน

น้ำเงิน

อีกสีที่พบบ่อย คือหนังสือเดินทางปกสีน้ำเงิน เป็นสีที่พบบ่อยรองลงมาจากสีแดง สีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของ “โลกใหม่” ซึ่งทั้ง 15 ประเทศแถบทะเลแคริบเบียนต่างก็ใช้มีพาสปอร์ตปกสีนี้ ในกลุ่มประเทศอเมริกาใต้พาสปอร์ตสีฟ้ายังแสดงถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพอเมริกาใต้ หรือแมร์โคซูร์ ซึ่งรวมถึงบราซิล อาร์เจนตินา และปารากวัย ซึ่งไม่นับเวเนซุเอลา ที่เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพอเมริกาใต้ แต่ยังใช้พาสปอร์ตสีแดง ในขณะที่พาสปอร์ตของชาวอเมริกัน พึ่งจะเปลี่ยนมาใช้สีน้ำเงินเมื่อปี 1976 นี้เอง

สีเขียว

ประเทศมุสลิมส่วนใหญ่จะใช้หนังสือเดินทางเล่มสีเขียว เช่น โมร็อกโก ซาอุดิอาระเบีย และปากีสถาน สีเขียวถือเป็นสีโปรดของพระศาสดามูฮัมหมัด และเป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติและชีวิต พลเมืองของประเทศในแอฟริกาตะวันตกหลายประเทศ เช่น บูร์กินาฟาโซ ไนจีเรีย ไนเจอร์ ไอวอรีโคสต์ และเซเนกัล ยังใช้เอกสารการเดินทางที่เป็นสีเขียวเฉดต่างๆ อีกด้วย นอกจากนี้ สีเขียวยังบ่งบอกว่าพวกเขาเป็นสมาชิกของประชาคมเศรษฐกิจของประเทศแอฟริกาตะวันตก หรือ ECOWAS

สีดำ

หนังสือเดินทางปกสีดำ เป็นสีที่ไม่ค่อยจะได้พบเห็นบ่อยนัก สามารถพบได้ในหมู่พลเมืองของประเทศในแอฟริกาบางประเทศ ได้แก่ บอตสวานา แซมเบีย บุรุนดี กาบอง แองโกลา ชาด คองโก มาลาวีและอีกบางประเทศอื่น ส่วนชาวนิวซีแลนด์เองก็ใช้หนังสือเดินทางสีดำ เนื่องจากเป็นสีประจำประเทศนิวซีแลนด์นั่นเอง

แผนที่ด้านล่างจะทาสีตามสีของหนังสือเดินทางของแต่ละประเทศ

 

ที่มา :  https://brightside.me/wonder-curiosities/there-are-only-four-passport-colors-in-the-world-and-this-is-the-reason-why-315960/

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไฟไหม้ลอนดอน สะท้อนบทเรียนถึงกรุงเทพ

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294871

ไฟไหม้ลอนดอน  สะท้อนบทเรียนถึงกรุงเทพ

ไฟไหม้ลอนดอน สะท้อนบทเรียนถึงกรุงเทพ

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.22 น.

จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ อาคารเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นอาคารพักอาศัยสูง  24  ชั้น ที่เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิต 50 ราย และสูญหายไปอีกจำนวนมาก เป็นเหตุเพลิงไหม้ที่ร้ายแรงใจกลางมหานครลอนดอน และเกี่ยวข้องทางด้านความปลอดภัยในมาตรฐานการออกแบบอาคารสูงและการใช้วัสดุในการตกแต่งอาคาร สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) ขอให้บุคลากร หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในวิชาชีพนี้ รวมถึงประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างในประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ ผู้แทนสมาคมฯ พ.ต.ท.ดร.บัณฑิต ประดับสุข กรรมการกลาง และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาคาร เห็นว่า ขณะนี้เป็นจังหวะเหมาะสมที่จะให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในงานสถาปัตยกรรมอย่างจริงจัง เพราะเหตุการณ์ร้ายแรงแบบนี้ ก็เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย สำหรับสาเหตุและการลุกลามของไฟภายนอกอาคารในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ตั้งสมมุติฐานโดยยึดหลักการพฤติกรรมของไฟประกอบกับกลไกของการลุกลามของไฟภายนอกอาคาร (EXTERNAL FIRE SPREAD) และข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศ

พ.ต.ท.ดร.บัณฑิต ประดับสุข

สรุปได้ว่า “ต้นเพลิงเริ่มจากอาคารพักอาศัย” ซึ่งสันนิษฐานว่าจะเป็น “ห้องครัว” เมื่อเกิดการระเบิดหรือลุกไหม้ ความร้อนและเปลวไฟก็เล็ดลอดออกเข้าสู่ช่องว่างของระบบเปลือกอาคาร เมื่อควันและเปลวไฟลอยขึ้นไปจนสุด ก็เกิดการสะสม และลุกลามสู่ระบบเปลือกอาคารซึ่งเป็นแผ่น ALUMINUM COMPOSIT (ACP) โดยเข้าสู่ช่องว่างระหว่างแผ่น ACP กับฉนวนกันความร้อนซึ่งเป็นช่องว่างกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร

ควันและเปลวไฟจะลอยขึ้นเพราะความร้อนไปในแนวตั้งของเปลือกอาคาร เกิด “ปรากฏการณ์ปล่องควัน” (CHIMNY EFFECT) ซึ่งส่งผลให้เกิดการลุกลามอย่างรวดเร็วในแนวตั้ง และแผ่ไปในแนวนอนของแต่ละชั้นจนลุกลามอย่างรวดเร็วโดยรอบของอาคาร ซึ่งการดับเพลิงก็กระทำได้ยาก เนื่องจากความสูงของอาคารและเกิดขึ้นที่เปลือกอาคารภายนอก

จากข้อสมมติฐานดังกล่าว พิจารณาได้ว่าบทบาทของสถาปนิกซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็น “ต้นน้ำของการออกแบบ” สถาปนิกควรมีความรู้และความตระหนักในเรื่องภัยต่างๆ ที่จะสามารถเกิดขึ้นของตัวอาคาร จากบทเรียนนี้เป็นบทเรียนที่มีค่ามากสำหรับการออกแบบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในงานสถาปัตยกรรม เช่น การออกแบบรูปร่างของแปลน รูปทรงอาคาร เปลือกอาคาร การใช้วัสดุ การแบ่งส่วนอาคาร (COMPARTMENT) และเส้นทางการหนีไฟ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียต่างๆ เกิดขึ้น

“อาคารเก่า” จุดเสี่ยงเพลิงไหม้ พบได้ทั่วไปใน กทม. 

ที่มา : http://dragosroua.com/trip-to-thailand-day-2/bangkok-china-town-wrecked-building/#.Wc3ufNSLRkg

ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุเพลิงไหม้ เนื่องจากมีปัจจัยที่เข้ามากระตุ้นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความแออัดของพื้นที่ มีการก่อสร้างอาคารสูงเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการออกแบบตัวอาคารจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตระหนักถึงความปลอดภัย ขณะที่ภาครัฐเองก็ตระหนักถึงการใช้วัสดุประเภทนี้ โดยเตรียมที่จะออกกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการใช้วัสดุที่เป็น ACP เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการประเมินความเสี่ยง การออกแบบและการแก้ไขปรับปรุงทั้งอาคารเก่าและใหม่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อไป

ชมคลิป

หมายเหตุ : เหตุเพลิงไหม้อาคารเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ (Grenfell Tower) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2560 เวลาประมาณ 01.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ยืนยันได้อยู่ที่ 68 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 74 คน

โดย สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไทยแลนด์โอนลี่! นักวิชาการแฉเครื่องตรวจหนังสือเดินทางดอนเมืองพังหมด

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294868

ไทยแลนด์โอนลี่! นักวิชาการแฉเครื่องตรวจหนังสือเดินทางดอนเมืองพังหมด

ไทยแลนด์โอนลี่! นักวิชาการแฉเครื่องตรวจหนังสือเดินทางดอนเมืองพังหมด

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.10 น.

29 ก.ย.60 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Kasemsant Weerakun” ของ ดร.เกษมสันต์ วีรกุล นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ได้โพสต์ภาพจากท่าอากาศยานดอนเมือง ระบุว่า Thailand ONLY เครื่องอัตโนมัติเพื่อตรวจพาสปอร์ตเช้านี้ที่ดอนเมืองเสียหมดทุกเครื่อง ทำเอาผู้โดยสารต่อคิวกันแน่น ตม.ก็มีแค่สองคน แถมได้ข่าวที่สุวรรณภูมิเช้านี้เครื่องก็เสียเหมือนกันกลับมาจะค้นดูสิว่าจัดซื้อจัดจ้างกันยังไง บริษัทไหนทำ? มีทีหลังประเทศอื่นแต่ขยันเสียจัง!!!

อย่างนี้เขาไม่เรียก Thailand 4.0 ครับ แต่เขาเรียก Thailand ONLY

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สัจธรรมชีวิตโบกมือลา30กันยา ข้าราชการเกษียณ

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294840

สัจธรรมชีวิตโบกมือลา30กันยา ข้าราชการเกษียณ

สัจธรรมชีวิตโบกมือลา30กันยา ข้าราชการเกษียณ

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 11.26 น.

นับเป็นสัจจะธรรมชีวิตวันที่ 30 กันยายนของทุกปี

เชื่อว่า ข้าราชการทุกรายจะมีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน บางรายดีใจ เสียใจ ตื่นเต้น และเศร้าสลดหดหู่   วัฐจักรชีวิตเปรียบกับวันเวลาฟ้าเปลี่ยนสีมีมืดมีสว่าง มีฝน มีแล้ง แต่เลขที่ถูกตีตราบันทึกไว้“หกศูนย์” หรือ  60 ปี ถือ เป็นหมายเลขชี้ขาดที่ข้าราชการทุกคนหนีไม่พ้น นานาจิตตัง แล้วทุกวงรอบวนมาเยือนทุกปี

แทบไม่ต้องเอยรองขออ้อนวอนเปล่งเสียงออกมาให้ใครได้รับรู้ รับฟัง หากพูดถึงความรู้สึกหัวอกการเป็นข้าราชการพูดได้เพียงคำเดียว ถึงคราโบกมืออำลากันซะที

แน่นอนวันสุดท้ายของการทำงาน สุดแสนจะบีบหัวใจ ร่างการที่เคยแข็งแรง แกร่งดุจหินผา แทบไม่มีเรี่ยวแรง

ถ้าเปรียบกับวันเวลาที่หมุนเปลี่ยน สภาพภายในของจิตใจ หรือสภาพภายนอกที่เป็นร่างกาย ย่อมเปลี่ยนเช่นกัน เรียกได้ทุกสิ่ง ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนหมด

ภาพความทรงจำในอดีต ความผูกพันตั้งแต่เริ่มชีวิตการทำงาน ไม่ว่าจะสวมหัวโขนอยู่ในฐานะ ฐานันดรใดอะไร ตำแหน่งหน้าที่สูงสุด ต่ำต้อยเพียงไร

ย่อมต้องห้วนกลับสู่สามัญ สิ่งที่เคยแบกรับ เอาไว้ ในฐานะ “นาย พี่ น้อง พ้องเพื่อน”  หลายคน หลายรุ่น พูดได้คำเดียว ในเวลาช่วงรุ่งเช้าตะวันเริ่มทอแสง เข็มนาฬิกาหมุนไม่หยุด การทำงานดำเนินต่อไป

ในยามบ่ายคล้อยย่างเข้าสู่ชั่วโมงต้องจบต้องเลิกการทำงาน ช่วงวันสุดท้ายของชีวิตข้าราชการ คงไม่ต้องบอกความรู้สึกในทุกอริยาบทจะมีขึ้นตลอด

ชีวิตการทำงานของข้าราชการ นอกจากจะสะสมความภาคภูมิใจ เกียรติยศชื่อเสียง บางคนก็เดินไปไกลเกินที่ฝันวางเอาไว้ มีโอกาสพิสูจน์ฝีไม้ลายมือ ในแวดวง บางคนย้ำแป็กอยู่กับที่  บางรายได้รับทั้งคำชม คำติฉินนินทา สุดท้ายแล้วก็ต้องอำลาจากกันแสนอาลัย แต่สายใยความผูกพันยังมั่นคงไม่จางหาย

บทพิสูจน์วงจรของชีวิตได้ประจักษ์ มาชัดเจน ไม่ว่าคติของใครจะอยู่ในรูปแบบใด  บางคนบอกว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน หรือค่าของงานอยู่ที่เป็นคนของใคร ปัญหาอุปสรรคขวากหนาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายคน ต้องได้รับบทเรียนถูกบ้าง แพงบ้าง  แตกต่างกันไปตามชะตาลิขิตฟ้า

สุดท้ายสิ่งที่คอยย้ำเตือนตั้งแต่เริ่มเข้าสู่การทำหน้าที่ สิ่งที่เคยเห็น สิ่งเคยทำอยู่เป็นประจำก็จะกลายเป็นอดีตไปแล้วให้ปล่อยคนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่สานต่อ ในบทบาทหน้าที่ต่อไป ก็ขอเป็นกำลังใจให้แก่กัน เก่าไป ใหม่มาทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามวีถีทางของโลก

ในที่สุดวันสุดท้ายคงต้องร้องเพลงความหมายสุดซึ้งกินใจ ที่ชื่อว่า “กำลังใจ” มอบให้ข้าราชการทุกหน่วย ในสังกัดกระทรวง ทบวง กรม ทุกเหล่าทุกสี ขณะเดียวกันช่วงบ่ายๆต้องมีการเข้าแถวรอส่งมอบดอกไม้ ดอกกุหลาบให้กัน แล้วมีการเปิดปล่อยเสียงเพลงตามสายในทุกหน่วยงานในวันที่ต้องเกษียณจากกันไปตลอดวันนี้เป็นแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,916,061 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’
เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์
World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส
รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ

Recent Posts

  • พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี
  • ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า
  • “มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6
  • รวบตัว “D4vd” นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี
  • รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d