Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สวนนงนุชสร้างสถิติปางช้างลูกดกที่สุดในโลก ตกลูกตัวที่12ในรอบปี

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294713

สวนนงนุชสร้างสถิติปางช้างลูกดกที่สุดในโลก ตกลูกตัวที่12ในรอบปี

สวนนงนุชสร้างสถิติปางช้างลูกดกที่สุดในโลก ตกลูกตัวที่12ในรอบปี

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.09 น.

28 ก.ย.60 นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานประกอบพิธีรับขวัญช้างพังแรกเกิด จำนวน 1 เชือก ที่ตกลูกจาก พังวันเพ็ญ ช้างแท็กซี่ให้บริการนักท่องเที่ยวนั่งชมสวน อายุ 30   ปี  ในวันที่ 23 กันยายน 2560   เวลา 17.05 น. หลังผสมพันธุ์กับช้างพลายเบิร์ด อายุ 39  ปี พ่อพันธุ์ชั้นดีของปางช้างสวนนงนุชพัทยา โดยมีพนักงานและควาญช้างเข้าร่วมในนับว่าเป็นปรากฏการณ์ของความตื่นเต้นครั้งสำคัญของสวนนงนุชพัทยาอีกครั้งหนึ่ง  พร้อม ตั้งชื่อว่า พังพรทิพย์ รวมแล้วเป็นเชือกที่ 12  ในปีนี้ เป็นสมาชิกเชือกที่ 83 ของปางช้างสวนนงนุชพัทยา โดยได้มีการบันทึกวีดีโอการตกลูกได้อีกด้วย

โดยในพิธีรับขวัญช้างได้นิมนต์ พระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต บางเสร่นอก   ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทำพิธีสวดชัยมงคลคาถา เจิมหน้าผากรับขวัญลูกช้าง ประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อม ขบวนโนรา หนังตะลุง  ศิลปะทางภาคใต้ของไทย เล่นรับขวัญท่ามกลางช้างนักแสดงรุ่นพี่ที่มาร่วมรับขวัญอีกด้วย

นายสัตวแพทย์เผด็จ ศิริดำรง สัตวแพทย์ประจำสวนนงนุชพัทยา เปิดเผยว่าเป็นที่น่ายินดีที่ช้างของสวนนงนุช ได้ตกลูกอีกครั้งหนึ่งถ้านับเชือกนี้ก็เป็นเชือกที่ 12 ในปีนี้ สวนนงนุชถือว่าเป็นปางช้างเอกชน ที่ตกลูกช้างมากที่สุดในเมืองไทยและในระดับโลก เป็นที่สิ่งน่าเป็นมงคลและน่ายินดี อีกเดือน- 2เดือนจะครบกำหนดตกลูกช้างอีก 1เชือก ลูกช้างที่กำเนิดมามีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ ทุกเชือก โดยสวนนงนุชเราเลี้ยงช้างตามมาตรฐาน ปางช้าง กรมปศุสัตว์ ตั้งแต่ในปี 2546 รวมไปถึงการตรวจอาหาร ที่ช้างนอน และการเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม ตลอดเวลา และได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์มาโดยทุกปี ทำให้เรามีลูกช้างมากขึ้นอีกด้วย

นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า  การกำเนิดและการเลี้ยงดูประชากรช้างในสวนนงนุชพัทยา ว่า ได้ดูแลสมาชิกช้างของสวนนงนุชพัทยาทุกเชือกเป็นอย่างดี ทั้งอาหาร แหล่งน้ำ อากาศและการดูแลรักษาสุขภาพตามมาตรฐานการจัดการปางช้างจึงทำให้ช้างทุกเชือก น่ารัก อารมณ์ดีมีความสุข และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกคน ขณะนี้ทางสวนนงนุชได้สร้างสถิติโลกปางช้างลูกดก ที่สุดในโลกในรอบปี รวมแล้วปีนี้ มีลูกช้างที่พึงเกิดแล้ว เป็นเชือกที่ 12  ในปีนี้  ซึ่งคาดว่าจะมีการตกลูกเพิ่มอีกจำนวน 1 เชือก ภาย 1-2 เดือนนี้ รวมแล้วประมาณ 13 ตัว เลยที่เดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปณท.เปิดตัวแสตมป์100ปีไตรรงค์ธงไทย ความภาคภูมิใจบนแสตมป์

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294707

ปณท.เปิดตัวแสตมป์100ปีไตรรงค์ธงไทย ความภาคภูมิใจบนแสตมป์

ปณท.เปิดตัวแสตมป์100ปีไตรรงค์ธงไทย ความภาคภูมิใจบนแสตมป์

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.55 น.

28 ก.ย.60 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) เปิดตัวตราไปรษณียากรที่ระลึก 100 ปี ธงไตรรงค์ รับวันพระราชทานธงชาติไทย และวาระการฉลองครบรอบ 100 ปี ของการประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงประจำชาติ โดยแสตมป์เป็นภาพบันทึกเรื่องราววิวัฒนาการธงชาติไทยแต่ละยุคสมัย ภาพพื้นหลังเป็นพระบรมมหาราชวังและธงทิวโบกสะบัด ชนิดราคาดวงละ 3 บาท ซองวันแรกจำหน่าย 11 บาท ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ทั่วประเทศ

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี ธงค์ไตรรงต์ และวันที่รัฐบาลมีมติให้เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จึงได้จัดงานเปิดตัวตราไปรษณียากรที่ระลึก ชุด ‘100 ปี ธงไตรรงค์’ นำเสนอภาพธงไตรรงค์พลิ้วไหวงามสง่า ที่มาพร้อมกับธงชาติในแต่ละยุคอยู่ด้านล่าง ภาพพื้นหลังเป็นพระบรมมหาราชวัง และธงทิวโบกสะบัด เพื่อบันทึกเรื่องราววิวัฒนาการธงชาติไทยแต่ละยุคสมัยบนดวงแสตมป์ โดยแสตมป์ดังกล่าว จำหน่ายในชนิดราคาดวงละ 3 บาท (เต็มแผ่น 10 ดวง) และซองวันแรกจำหน่าย 11 บาท ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีการจัดเสวนา ในหัวข้อ ‘เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ’ เจาะลึกเรื่องราวกว่าจะมาเป็นธงไตรรงค์ และข้อควรรู้เกี่ยวกับ ธงชาติไทย เหตุใดจึงต้องมีวันพระราชทานธงชาติไทย การจัดนิทรรศการแสตมป์ที่เกี่ยวข้องกับธงชาติ และนิทรรศการจากพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย ที่จัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ฯลฯ ตลอดจนบริการถ่ายภาพ iStamp คู่กับแสตมป์ธงชาติ 12 ดวงที่นำไปใช้ได้จริงในชุด ‘๑๐๐ ปี ธงชาติไทย ร้อยดวงใจไทยทั้งชาติ’ ที่จัดขึ้นเฉพาะงานนี้ ในราคาแผ่นละ 120 บาท และกิจกรรมมอบลายเซ็นนักออกแบบแสตมป์

ทั้งนี้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มีความตั้งใจในการเผยแพร่ความรู้สู่เยาวชนและสังคมในแง่มุมต่างๆ ผ่านเรื่องราวบนดวงแสตมป์ โดยล่าสุดเตรียมจัดกิจกรรมไฮไลต์ ในรายการแสตมป์เสวนา ‘ไตรรงค์บนดวงตรา…จากท้องฟ้าสู่ผืนน้ำ’ นำเสนอเกร็ดความรู้คู่แสตมป์ภาพธงชาติ และเรื่องราวของธงไตรรงค์ รวมถึง ‘เจ้าไตรรงค์’ ปลากัดไทยลวดลายธงชาติ พร้อมช้อปแสตมป์ โปสการ์ด และสิ่งสะสมที่เกี่ยวข้องกับธงชาติอีกมากมาย โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมงานได้ ในวันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร 0 2831 3856 Facebook: stampinlove และไลน์ @stampinlove

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฉลองวันเกิดแพนด้าหลินฮุ่ย สวนสัตว์จัดใหญ่เค้ก-ของขวัญอลังการ

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294647

ฉลองวันเกิดแพนด้าหลินฮุ่ย สวนสัตว์จัดใหญ่เค้ก-ของขวัญอลังการ

ฉลองวันเกิดแพนด้าหลินฮุ่ย สวนสัตว์จัดใหญ่เค้ก-ของขวัญอลังการ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 11.27 น.

28 ก.ย.60 นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมด้วยพนักงาน ลูกจ้างสวนสัตว์เชียงใหม่ และแฟนคลับแพนด้า ร่วมกันร้องเพลง Happy birth day ให้กับหมีแพนด้า “หลินฮุ่ย” พร้อมทั้งมอบเค้กวันเกิดให้แก่หมีแพนด้าหลินฮุ่ย ซึ่งมีอายุครบ 16 ปี ในวันนี้ โดยทีมพี่เลี้ยงได้จัดทำเค้กน้ำแข็งสีสันสดใส ตกแต่งด้วยอาหารโปรดของหลินฮุ่ย อาทิ หน่อไม้,ใบไผ่,แอปเปิ้ล,แครอทและองุ่น เป็นต้น ทางทีมพี่เลี้ยงยังได้จัดทำกล่องของขวัญพิเศษ เพื่อมอบให้แก่หมีแพนด้า ช่วงช่วง ด้วยเช่นกัน

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้ปล่อยหมีแพนด้า “ช่วงช่วง” ออกสู่ส่วนจัดแสดง เพื่อให้พบปะกับหมีแพนด้า “หลินฮุ่ย” เป็นครั้งแรก หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเป็นเวลา 7 เดือน ในช่วงที่หลินฮุ่ยผสมพันธุ์และตั้งท้องนั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการผสมพันธุ์ครั้งใหม่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2561 ซึ่งปัจจุบันหมีแพนด้าเพศผู้ ช่วงช่วง อายุ 17 ปี หมีแพนด้าเพศเมีย หลินฮุ่ย อายุ 16 ปี ทั้งคู่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกประการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กูเกิลร่วมฉลอง100ปีธงไตรรงค์ ทำโลโก้ธงชาติไทยขึ้นหน้าหลักเว็บไซต์

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294646

กูเกิลร่วมฉลอง100ปีธงไตรรงค์ ทำโลโก้ธงชาติไทยขึ้นหน้าหลักเว็บไซต์

กูเกิลร่วมฉลอง100ปีธงไตรรงค์ ทำโลโก้ธงชาติไทยขึ้นหน้าหลักเว็บไซต์

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 11.18 น.

28 ก.ย. 60 วันนี้เป็น “วันพระราชทานธงชาติไทย” โดยในปี 2560 นี้ถือเป็นวันครบรอบ 100 ปีธงชาติไทย ทำให้ทางเว็บไซต์กูเกิล (Google.com) เว็บไซต์ค้นหาชื่อดังอันดับหนึ่งของโลก จัดทำดูเดิลหรือที่เรียกว่า ภาพที่วาดลงบนโลโก้ของกูเกิลหน้าหลัก ซึ่งจัดทำเพื่อร่วมเฉลิมฉลองหรือรำลึกถึงเหตุการณ์ เทศกาลหรือวันคล้ายวันเกิดของบุคคลสำคัญต่างๆ

เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทยและครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย โดยเปลี่ยนรูปโลโก้ เป็นธงชาติไทย ธงมีการปลิวคล้ายลมพัด ซึ่งเมื่อกดเข้าดูจากดูเดิลจะพบประวัติความเป็นมาของธงชาติไทยตั้งแต่สมัยพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และรูปภาพธงชาติในสมัยต่างๆ จนถึงธงชาติที่ใช้กันในปัจจุบัน

ทั้งนี้ วันที่ 28 กันยายน ของทุกปี เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย เพื่อร่วมรำลึกและภูมิใจในธงชาติไทย ซึ่งเริ่มต้นปีนี้ 2560 เป็นปีแรก

อ่านประวัติธงชาติไทยคลิก : จากแดงเกลี้ยงถึงไตรรงค์ ย้อนประวัติศาสตร์ธงชาติไทย

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวยสุดในร้อยเอ็ด!’น้ำตกถ้ำโสดา’ชมมหัศจรรย์ธรรมชาติเจดีย์กลางป่า

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294623

สวยสุดในร้อยเอ็ด!'น้ำตกถ้ำโสดา'ชมมหัศจรรย์ธรรมชาติเจดีย์กลางป่า

สวยสุดในร้อยเอ็ด!’น้ำตกถ้ำโสดา’ชมมหัศจรรย์ธรรมชาติเจดีย์กลางป่า

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 08.47 น.

28 ก.ย.60 น้ำตกถ้้ำโสดาน้ำตกอันสวยงาม ริมถ้ำหนึ่งเดียวในจังหวัดร้อยเอ็ด เหมาะสำหรับมาเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด ใช้ธรรมชาติบำบัดความเหนื่อยล้า แล้วไปเที่ยวชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

ดยเฉพาะเจดีย์หินที่เกิดขึ้นเอง ก่อนไปโดดน้ำคลายร้อนท่ามกลางป่าเขา ที่จะทำให้วันหยุดพักผ่อนของคุณเป็นวันสุดพิเศษ กับเพื่อนๆ คนที่รัก และครอบครัว ในความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง  เป็นน้ำตกถ้ำขนาดใหญ่ ที่มีความสูงประมาณ 50 เมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ้านโนนสมบูรณ์  ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก ได้มีนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด  และนักท่องเที่ยวจากทุกภาคทั่วประเทศ และต่างประเทศ ได้หลั่งไหลมาเที่ยวที่น้ำตกแห่งนี้กัน เป็นน้ำตกแห่งใหม่ ที่ หลวงปู่กาล ปภากโร  เจ้าอาวาสวัดถ้ำโสดา อ.หนองพอก   ได้พัฒนาทางเดินลาดซีเมนต์ มีราวบันได ที่ช่วยในการเดินทางเที่ยวชมได้มากขึ้น และระหว่างทางเดินจะมีน้ำตกเล็กๆ หลายแห่ง จนกว่าจะถึงน้ำตกถ้าโสดา มีมุมที่จะให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพเชลฟี่ หลายมุม มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม  ที่ภูเขาด้านฝั่งตรงข้าม นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นพระมหาเจดีย์ชัยมงคลได้ประมาณครึ่งองค์ พ้นจาก ทิวเขา และป่าไม้ธรรมชาติที่งดงาม สร้างความประทับใจ และความมหัศจรรย์ กับความงามตามธรรมชาติ ณ สถานที่แห่งนี้  ส่วนด้านล่างน้ำตกก็จะมีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำตกกันอยู่จำนวนมาก น้ำจะเย็นสบาย เนื่องจากเป็นน้ำซึมมาจากพื้นหิน และป่าไม้ ของภูเขา แห่งนี้

ประวัติถ้ำโสดา จากหลวงปู่กาล ปภากโร  ได้เล่าว่า เมื่อครั้งสร้างพระธาตุพนม ได้มี 2 ตายาย ไม่มีลูกหลานเลย แต่มีทรัพย์สมบัติมากมาย ทั้ง 2 ท่านจึงตั้งใจจะนำทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ไปร่วมบริจาคสร้างพระธาตุพนม ในสมัยก่อนต้องเดินทางด้วยเท้า ยายชื่อดา ตาชื่อโส ระหว่างเดินทางพักอยู่ถ้ำเป็นระยะเวลาเกือบ 1 เดือน เวลาชาวบ้านมาหาหน่อไม้ หาเห็ด ก็จะเรียกถ้ำนี้ว่า “โสดา”  เวลาต่อมาเมื่อปี พ.ศ 2540 หลวงปู่กาล  ได้เดินธุดงค์ผ่านมาเพื่อปลีกวิเวกได้ พำนักที่ถ้ำโสดา ระหว่างจำวัดอยู่นั้น ได้นิมิตว่ามีผู้ผ้าขาวนิมนต์หลวงปู่กาลให้สร้างถ้ำโสดาเป็นวัด หลวงปู่กาล จึงถามปู่ผ้าขาวว่า ถ้าหากสร้างเป็นวัดจะนำน้ำที่ไหนมาใช้ ปู่ผ้าขาวได้พาหลวงปู่กาลไปดูบ่อน้ำทิพย์บนหลังเขา รุ่งเช้าหลวงปู่กาลได้เดินไปดูบ่อน้ำทิพย์บนหลังเขา และที่นิมิต  ก็พบบ่อน้ำจริงๆ มีลักษณะคล้ายรอยพระพุทธบาท ความยาวประมาณ 1 เมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ลึกประมาณ 15 เซนติเมตร หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2540 หลวงปู่กาล ได้เริ่มสร้างวัด ต่อท่อน้ำจากบ่อน้ำทิพย์ มาเพื่อใช้อุปโภคบริโภค ต่อมาก็มีพระภิกษุสงฆ์ สามเณร แม่ชี ญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธาแวะเวียนมาปฏิบัติธรรมอย่างไม่ขาดสาย จวบจนถึงปัจจุบัน

สำหรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว ด้วยรถยนต์ จากอ.หนองพอก ก่อนถึงทางแยกเจดีย์วัดผาน้ำทิพย์ บริเวณบ้านเหล่าขุมมันให้เลี้ยวซ้าย แล้วใช้เส้นทางไปต.ภูเขาทอง  แล้วขับออกมาทาง บ้านนาไคร้ ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อถึงบ้านโนนสมบูรณ์ ก็ให้เลี้ยวขวา จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ก็จะถึงน้ำตกถ้ำโสดา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อึ้งปลาคาร์ฟตัวเดียว2ล้าน เศรษฐีหนุ่มควักจ่ายเลี้ยงไว้ดูเล่น

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294619

อึ้งปลาคาร์ฟตัวเดียว2ล้าน เศรษฐีหนุ่มควักจ่ายเลี้ยงไว้ดูเล่น

อึ้งปลาคาร์ฟตัวเดียว2ล้าน เศรษฐีหนุ่มควักจ่ายเลี้ยงไว้ดูเล่น

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 07.55 น.

ฮือฮา!หนุ่มสุโขทัยทุ่ม 1.5 ล้านซื้อปลาคาร์ฟตัวใหญ่สุดในเมืองไทยเอาไว้เลี้ยงดูเล่นในบ้าน เผยมีคนขอซื้อต่อ 2 ล้านไม่ขายเพราะหายาก!?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านกรงทอง หมู่ 5 ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มีฟาร์มเลี้ยงปลาคาร์ฟชื่อ “สวรรคโลก โค่ย ฟาร์ม” กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นต่อเนื่อง และถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเจ้าของฟาร์มเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง อายุเพียงแค่ 30 ปี ผันตัวเองจากการเป็นผู้เลี้ยง มาเป็นผู้จำหน่ายปลาคาร์ฟคุณภาพ นำเข้าจาก Sakai Fish Farm ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาคาร์ฟที่มีคุณภาพดีที่สุด และใหญ่ที่สุดฟาร์มหนึ่งของโลก

นายปัญญาวุธ เสือมั่น อายุ 30 ปี เจ้าของ “สวรรคโลก โค่ย ฟาร์ม” เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเปิดฟาร์มจำหน่ายปลาคาร์ฟมานาน 4 ปีแล้ว โดยนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น มีสายพันธุ์หลักๆ ที่นำมาจำหน่าย คือ ไทโช ซันเก้ (สีขาว แดง ดำ), โคฮากุ (ลายขาว-แดง) และ โชวา ซันโชกุ เป็นแฟนซีคาร์ฟสามสีเช่นเดียวกับไทโช ซันเก้ โดยขนาดลำตัวยาว 10-25 ซม. และ 25-35 ซม. จำหน่ายราคาตัวละ 3,000 บาทขึ้นไป ขนาด 35-50 ซม. ราคา 5,000-8,000 บาท และขนาดลำตัวยาว 50 ซม.ขึ้นไป จำหน่ายราคาหลักหมื่นจนถึงหลักหลายแสนบาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพของปลา

นายปัญญาวุธ กล่าวว่า สำหรับผู้สนใจเลี้ยงปลาคาร์ฟ ที่นี่จะมีการให้คำแนะนำปรึกษาก่อนนำไปเลี้ยง ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วใครจะมาซื้อก็ได้ แต่เราจะดูว่าผู้เลี้ยงมีใจรักหรือไม่ มีความพร้อมหรือเปล่า เพราะถ้าไม่รัก สถานที่เลี้ยงไม่พร้อม แต่เลี้ยงตามกระแสนิยม เราขายปลาให้ไปเดี๋ยวปลาก็ตายอยู่ดี เราจึงเลือกขายให้เฉพาะคนที่รักปลา และพร้อมที่จะดูแลเท่านั้น ส่วนสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง ปัจจุบันถือว่าความนิยมสูงขึ้นมาก มีลูกค้าหลายกลุ่มอาชีพหันมาศึกษาและสนใจเลี้ยงกันอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อเสริมบารมีโชคลาภตามหลักฮวงจุ้ย รวมทั้งเพื่อความสวยงาม และส่งประกวดล่ารางวัลเวทีต่างๆ

“ที่สวรรคโลก โค่ย ฟาร์ม มีปลาคาร์ฟจำหน่ายตั้งแต่ราคา 3,000 บาทขึ้นไป จนถึงตัวละ 3 แสน 5 แสน และแพงสุดที่เหลืออยู่ตอนนี้ตัวละ 8 แสนบาท คือพันธุ์โชวา อายุ 3 ปี ขนาดลำตัวยาว 75 ซม. มีคนมาติดต่อซื้อแล้วแต่ยังไม่ขาย เพราะอยากส่งเข้าประกวดก่อนเปลี่ยนเจ้าของใหม่”

อย่างไรก็ตาม ในสุโขทัยก็มีลูกค้าบางรายซื้อตัวราคาเป็นแสนไปเลี้ยงเช่นกัน และที่สร้างความฮือฮามากที่สุด ก็คือ “คุณบาส” นักธุรกิจหนุ่ม อายุ 31 ปี ชาว อ.สวรรคโลก ซึ่งได้ซื้อปลาคาร์ฟสายพันธุ์คาราชิ สีเหลืองทอง อายุ 5 ปี ขนาดลำตัวยาว 1 เมตร 15 ซม. ราคาตัวละ 1,500,000 บาท จาก “สวรรคโลก โค่ย ฟาร์ม” ไปเลี้ยงไว้ที่บ้าน ซึ่งผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชม และพูดคุยกับ “คุณบาส” เขาบอกว่า ที่ซื้อปลาคาร์ฟราคาแพงตัวนี้ เพราะว่ามีสีสวย โครงสร้างสวย และมีขนาดลำตัวยาวกว่า 1 เมตร ถือว่าหาได้ยากมาก ยิ่งเป็นสายพันธุ์คาราชิไซส์นี้เมืองไทยไม่น่าจะมีแล้ว จึงไม่คิดที่จะขายต่อ แม้ว่าจะมีคนมาติดต่อซื้อให้ราคาสูงถึง 2,000,000 บาท ก็ตาม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จากแดงเกลี้ยงถึงไตรรงค์ ย้อนประวัติศาสตร์ธงชาติไทย

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294612

จากแดงเกลี้ยงถึงไตรรงค์ ย้อนประวัติศาสตร์ธงชาติไทย

จากแดงเกลี้ยงถึงไตรรงค์ ย้อนประวัติศาสตร์ธงชาติไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 07.00 น.

“..ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย..”

ทุกเช้าเมื่อใกล้เวลา 08.00 น. และยามเย็นเมื่อใกล้เวลา 18.00 น. นี่คือข้อความที่คุ้นหูชาวไทยทุกเพศทุกวัย ว่าถึงเวลา “เคารพธงชาติ” จากนั้นบรรยากาศโดยรอบก็ “หยุดนิ่ง” ไปชั่วขณะเมื่อผู้คนต่างยืนตรงจนกระทั่งเพลงชาติบรรเลงจบแล้วจึงทำสิ่งต่างๆ ที่ค้างไว้ต่อไป ขณะที่ในส่วนของสถานที่ราชการ ช่วงเวลา “แปดโมงเช้า – หกโมงเย็น” นี้เอง จะมีเจ้าหน้าที่เชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาและลงจากยอดเสาตามลำดับ

เมื่อพูดถึงธงชาติไทย เชื่อว่าคนไทยทุกคนคงนึกถึง “ธงไตรรงค์” อันมีแถบสามสี “แดง – ขาว – น้ำเงิน” แทนสัญลักษณ์ “ชาติ – ศาสนา – พระมหากษัตริย์” อันเป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทย ทว่าธงชาติไทยก็มีวิวัฒนาการมาตามยุคสมัย โดยก่อนที่จะมาเป็นแบบที่คุ้นตากันในปัจจุบัน แรกเริ่มเดิมทีนั้น ใช้ “ธงแดงเกลี้ยง” หรือเป็นสีแดงทั้งหมดไม่ว่าเรือของทางการหรือพ่อค้าเอกชน โดยใช้กันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มรูป “จักรสีขาว” ลงในธงแดง สำหรับใช้เป็นธงของเรือหลวง เพื่อแยกระหว่างเรือของทางการกับของบุคคลทั่วไป จากนั้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงได้ช้างเผือกมา 3 เชือก ถือเป็นเรื่องมงคลของแผ่นดิน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มรูปช้างเข้าภายในวงจักรด้วย แต่ธงนี้ใช้เฉพาะเรือหลวงเท่านั้น

(ซ้าย) “ธงแดงเกลี้ยง” ธงชาติแบบดั้งเดิมของชนชาวไทย ใช้มาตั้งแต่สมัยอยุธยา

(ขวา) “ธงแดงประกอบจักรสีขาว” รัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นธงประจำเรือหลวง

“ธงแดงประกอบจักรสีขาวมีช้างอยู่กลางวงจักร” ธงประจำเรือหลวง สมัยรัชกาลที่ 2

ทว่าแนวคิดการมีธงชาติที่สอดคล้องกับค่านิยมความเป็นรัฐชาติอย่างสากล เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เมื่อชาติตะวันตกเข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจการต่างๆ ของสยาม (ชื่อเดิมของไทย) มากขึ้น อาทิ การทำสนธิสัญญาเบาริ่งกับสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ในปี 2398 พระองค์จึงมีพระราชดำริว่า “สยามจำเป็นต้องมีธงชาติใช้ตามธรรมเนียมชาติตะวันตก” จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธงพื้นสีแดงมีรูปช้างเผือกเปล่าอยู่ตรงกลางเป็นธงชาติสยามแต่เอารูปจักรออก ด้วยเหตุผลว่า จักรเป็นเครื่องหมายเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ เรียกว่า “ธงช้างเผือก” ซึ่งนี่คือ “ธงชาติอย่างเป็นทางการผืนแรก” ของรัฐสยามหรือไทย

“ธงช้างเผือก” สมัยรัชกาลที่ 4

ธงชาติของชนชาวไทยหรือสยาม มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) โดยในปี 2459 พระองค์เสด็จไปยังเมืองอุทัยธานี (ปัจจุบันคือ อ.เมือง จ.อุทัยธานี) แล้วทรงทอดพระเนตรเห็นธงช้างเผือกที่ประชาชนเตรียมไว้รอรับเสด็จติดกลับหัวบ้าง กลับหลังบ้าง ทำให้พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า “ธงชาติต้องมีรูปแบบที่สมมาตร” เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

อีกทั้งขณะนั้นมีผู้ผลิตธงจากหลายประเทศ รูปช้างที่ปรากฏบนผืนธงจึงไม่ค่อยน่าดูเท่าใดนักเพราะบางประเทศที่ผลิตไม่รู้จักช้าง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนเป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีแถบยาวสีแดง 3 แถบ สลับกับแถบสีขาว 2 แถบ เรียกว่า “ธงค้าขาย – ธงแดงขาว 5 ริ้ว” และธงผืนนี้ถือเป็น “ต้นแบบ” ของธงไตรรงค์

“ธงค้าขาย” ต้นแบบก่อนจะวิวัฒนาการไปเป็นธงไตรรงค์

กระทั่งในปี 2460 รัชกาลที่ 6 ทอดพระเนตรบทความของผู้ใช้นามปากกาว่า “อะแควริส” ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพฯ เดลิเมล์ ภาษาอังกฤษ ฉบับวันที่ 15 ส.ค. 2460 โดยเสนอแนะเกี่ยวกับธงชาติของสยามว่า “น่าจะใช้สีน้ำเงินสำหรับริ้วตรงกลาง” ด้วยเหตุผลคือ “สีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์” อีกทั้งขณะนั้นได้เกิด “สงครามโลกครั้งที่ 1” (ปี 2457 – 2461) และไทยได้ส่งทหารเข้าร่วมกับ ฝ่ายสัมพันธมิตร ที่มีทั้งสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา โดยทั้ง 3 ชาติ ต่างก็ใช้สีน้ำเงินเป็นสีหลักบนธงทั้งสิ้น ซึ่งพระองค์ก็ทรงเห็นด้วยกับคำแนะนำนี้  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พ.ร.บ.ธง พ.ศ.2460 ขึ้น ประกาศ ณ วันที่ “28 ก.ย. 2460” ธงไตรรงค์จึงมีสถานะเป็นธงชาติของชนชาวไทยมาจนถึงปัจจุบัน

ธงชาติสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และธงไตรรงค์ของสยาม (ไทย)

ส่วน “เพลงชาติไทย” ฉบับปัจจุบันเกิดขึ้นในปี 2482 เนื่องในโอกาสการ “เปลี่ยนชื่อประเทศ”จากประเทศสยาม (Siam) เป็นประเทศไทย (Thailand) ในสมัย จอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม จึงมีการจัดประกวดเนื้อเพลงชาติขึ้น แต่ยังคงใช้ทำนองเดิมของ พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ที่ใช้มาตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร เมื่อปี 2475 (ส่วนก่อนหน้านั้นใช้ “เพลงสรรเสริญพระบารมี” เป็นเพลงชาติ)

(ซ้าย) พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) , (ขวา) พ.อ.หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) : ผู้ประพันธ์ทำนองและเนื้อร้องเพลงชาติไทย

ซึ่งผู้ชนะการประกวดคือ พ.อ.หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ส่งประกวดในนามกองทัพบก โดยรัฐบาลให้การรับรองเมื่อ 10 ธ.ค. 2482 เป็นเพลงชาติไทยที่ใช้มาจนทุกวันนี้ ที่คนไทยทุกคนร้องกันได้ขึ้นใจ ว่า

“..ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน

อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี

ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่

สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย..”

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย’ ท่องแดนศิลปหัตถกรรม

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294508

‘สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย’ ท่องแดนศิลปหัตถกรรม

‘สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย’ ท่องแดนศิลปหัตถกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“มรดกโลกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ดำรงพุทธศาสนา งามตาผ้าตีนจก สังคโลกทองโบราณ สักการแม่ย่าพ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข”

คำขวัญประจำจังหวัด สุโขทัย “เมืองหลวงแห่งแรก” ของประวัติศาสตร์ชนชาติไทย ดินแดนแห่งนี้มีประวัติความเป็นมากว่า 700 ปี นับตั้งแต่ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระมหากษัตริย์พระองค์แรกขึ้นครองราชย์ นอกจากนี้ “ภาษาเขียน” หรือตัวอักษรที่คนไทยใช้อยู่จนทุกวันนี้ ก็เกิดขึ้นในรัชสมัยของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 4 แห่งกรุงสุโขทัย ทรงประดิษฐ์ “ลายสือไทย” ขึ้นในปี 1826

อัตลักษณ์สำคัญอีกประการหนึ่งของสุโขทัยจากอดีตถึงปัจจุบัน คือ “งานศิลปหัตถกรรม” ที่โดดเด่นมากคือ “สังคโลก” หรือเครื่องปั้นดินเผา สืบเนื่องจากรัชสมัย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เช่นกัน ที่ทรงให้ช่างฝีมือชาวจีนเข้ามาประกอบกิจการผลิตเครื่องปั้นดินเผาในกรุงสุโขทัย จากนั้นได้มีการถ่ายทอดความรู้แก่ช่างไทย ทำให้เครื่องสังคโลกกลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเมืองสุโขทัยนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ไม่เฉพาะสังคโลก แต่ จ.สุโขทัย ยังเป็นอีกจังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองศิลปหัตถกรรม” ดังที่ทีมงาน “แนวหน้าวาไรตี้” มีโอกาสลงพื้นที่ อำเภอศรีสัชนาลัย เพื่อเยี่ยมชมผลงานอันทรงคุณค่าและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานของอดีตราชธานีของไทย ไล่ตั้งแต่ งานเครื่องทองสุโขทัย ที่ต้องไปเยี่ยมชมกัน ณ “บ้านทองสมสมัย” ซึ่งถือว่าเป็นร้านทองแห่งแรกในจังหวัดสุโขทัย ที่ทำการผลิตทองแบบโบราณ ซึ่งมาจากชาวจีนสองคนที่ได้ถ่ายทอดวิชาให้ และถ่ายทอดมาสู่ครอบครัว

สมสมัย เขาหิน หรือที่คนในพื้นที่เรียกว่า “ครูสมสมัย”ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี พ.ศ.2553 เล่าว่า ตนอยู่ในตระกูลช่างทอง มีความสนใจและมีใจรักในอาชีพทำทอง จึงรับช่วงกิจการจากบิดาในการทำเครื่องทองสุโขทัยอย่างเต็มตัว สร้างสรรค์พัฒนางาน “ทองสุโขทัย” จนได้รับการยอมรับว่าเป็นงานฝีมือที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สวยงามแปลกตา จนทำให้เครื่องทอง “สมสมัย” มีชื่อเสียงลือไกล

เช่นเดียวกับ ปราโมทย์ เขาหิน ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมปี 2556 กล่าวว่า ตนรับสืบทอดการทำทองมาจากครูสมสมัย ผู้เป็นมารดา เพราะตั้งใจที่จะรักษาเอกลักษณ์การทำทองแบบโบราณของสุโขทัยเอาไว้ เนื่องจากปัจจุบันงานทองแบบสุโขทัยเริ่มลดน้อยลง ซึ่งทองร้านสมสมัยจะมีเอกลักษณ์ คือ “ใช้ทองที่มีความบริสุทธิ์ ร้อยละ 99.99” จึงทำให้งานทองมีสี “เหลืองจำปา” อีกทั้งงานแต่ละชุดนั้นจะเพียงชุดเดียวในโลก

“ด้วยมูลค่างานสูงกว่าร้านทองทั่วไป แต่สิ่งที่เทียบกันไม่ได้คือ ฝีมือของช่างทอง ซึ่งใช้เวลาในการฝึก 3-10 ปีถึงจะสามารถเป็นช่างทองได้ จึงเริ่มถ่ายทอดวิชาการทำทองให้กับเยาวชนที่สนใจ เพื่อให้ทองสุโขทัยอยู่คู่กับประเทศไทยต่อไป” ปราโมทย์ กล่าว

จากร้านเครื่องทอง เราเดินทางไปต่อที่ “เครื่องเงินสุโขทัย” ซึ่งมีชื่อเสียงเคียงคู่กัน โดยเฉพาะเครื่องเงินของ ขวัญ พลเหิม หรือ “ครูขวัญ” ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี พ.ศ.2555จุดเริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างทำงานร้านทองมาก่อน ได้ใช้เวลาฝึกฝนอยู่ 2 ปี สังเกตเห็นว่ากระบวนการทำเครื่องเงินและเครื่องทองนั้นมีขั้นตอนที่เหมือนกัน เพียงแค่ใช้วัสดุต่างกันจึงตัดสินใจมาทำเครื่องเงินที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ณัฐวุฒิ พลเหิม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2558 กล่าวว่า ตนรับสืบทอดงานเครื่องเงินมาจาก ครูขวัญ ผู้เป็นมารดาแม้ตนจะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ได้เห็นคุณค่าที่มีอยู่ในหลากหลายพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัย จึงมุ่งมั่นที่จะรับสืบทอดภูมิปัญญางานหัตถกรรมเครื่องเงินสุโขทัย จุดเด่นของเครื่องเงินที่ผลิตโดยครอบครัวพลเหิม คือ “ใช้เงินบริสุทธิ์ ร้อยละ 99.99” ซึ่งชิ้นงานออกมาสวยงามเหมือนทองคำขาว และพัฒนาผลงานให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่น การนำรูปลักษณะของงานสาน หรือการทำพื้นผิวให้มีลักษณะแปลกใหม่ เพื่อเพิ่มมิติชิ้นงานให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

“ผลงานทุกชิ้นทำออกมาด้วยความรัก ความตั้งใจ และความมุ่งมั่น ผสมผสานด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพราะการทำเครื่องเงินในแต่ละชิ้น ต้องใช้เทคนิคเชิงทักษะ และความอดทนค่อนข้างสูง ซึ่งในการฝึกช่างเครื่องเงินจะต้องใช้เวลาฝึก 20-30 ปี ถึงจะสามารถทำงานด้วยตนเองได้” ณัฐวุฒิ ระบุ

ยังมีงานศิลปหัตถกรรมอีกชนิดที่มีชื่อเสียงไม่แพ้เครื่องเงินเครื่องทองข้างต้น คือ “ผ้าตีนจกบ้านหาดเสี้ยว” เนื่องจากผ้าตีนจกบ้านเสี้ยว หรือผ้าตีนจกศรีสัชนาลัย เป็นรูปแบบของผ้าทอของ “ชาวไทยเชื้อสายลาวพวน” ที่มาจากตอนใต้ของเมืองหลวงพระบาง (ปัจจุบันอยู่ใน สปป.ลาว)มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จนกลายเป็นแหล่งวัฒนธรรมการทอผ้าที่สำคัญของ จ.สุโขทัย

สุนทรี วิชิตนาค ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2554 กล่าวว่า ตนเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จึงได้มาช่วยมารดาทอผ้า จึงเกิดความคิดที่จะรวมกลุ่มแม่บ้านจัดตั้งศูนย์สาธิตการทอผ้าพื้นเมืองบ้านหาดเสี้ยวขึ้นมา จึงทำให้ ผ้าตีนจกบ้านหาดเสี้ยว มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จุดเด่นสำคัญคือการใช้ “ขนเม่น” จกด้วยมือ ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยเครื่องจักร สร้างลวดลายได้หลากหลายในพื้นเดียวกัน แม้จะมีความยุ่งยากในการจก แต่ละผืนใช้เวลานาน

“ผ้าตีนจกบ้านหาดเสี้ยวจึงถือเป็นหัตถกรรมผ้าทอที่แสดงอัตลักษณ์ที่บ่งบอกชาติพันธุ์ และวิถีชีวิตของคนเชื้อสายลาวพวนที่ตำบลหาดเสี้ยวได้อย่างชัดเจน ในการสืบสานและการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง เพื่อส่งต่อให้เยาวชนรุ่นหลังได้รักษา และสืบทอดความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนต่อไป” ครูสุนทรี กล่าวอย่างภูมิใจ

ทางด้าน อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน และรวบรวมงานหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่ในวิถีชีวิตปัจจุบัน ได้รวบรวมสุดยอดงานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่า โดยฝีมือครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเผยแพร่คุณค่าของผลงานหัตถศิลป์สู่ผู้คนสนใจในงานศิลปหัตถกรรม ทั้งเยาวชนและสาธารณชนได้รู้จักอย่างกว้างขวาง

ตลอดจนเป็นการเก็บรักษาข้อมูลทางภูมิปัญญางานศิลปหัตถกรรมของครูช่างเอาไว้เป็นแหล่งความรู้ เพื่อถ่ายทอดแก่คนรุ่นหลังสืบต่อไป!!!

“ศิลาจารึก” หลักฐานบอกเล่าประวัติศาสตร์สุโขทัย

อาณาจักรสุโขทัยในรัชสมัย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช (ปี 1822-1841) เป็นยุคที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจสูงสุด เนื่องจากพระองค์ทรงส่งเสริมการค้าเสรีของพลเมือง ดังที่มีข้อความบนศิลาจารึกว่า “..เพื่อนจูงวัวไปค้าขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า..” อีกทั้งยังปรากฏชื่อ “ตลาดปสาน” ตลาดกลางแจ้งที่ชาวสุโขทัยออกเสียงเพี้ยนมาจากคำว่า “บาซาร์” (Bazaar) อันเป็นคำเรียกตลาดของอาณาจักรเปอร์เซีย (ปัจจุบันคือประเทศอิหร่าน) อีกด้วย สะท้อนภาพพ่อค้าหลายชนชาติที่มาทำการค้ากับอาณาจักรสุโขทัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : กรมฝนหลวงฯ เร่งเติมน้ำในเขื่อนลำตะคอง หวั่นน้ำไม่พอต่อการเพาะปลูกฤดูแล้ง

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294528

รายงานพิเศษ : กรมฝนหลวงฯ เร่งเติมน้ำในเขื่อนลำตะคอง หวั่นน้ำไม่พอต่อการเพาะปลูกฤดูแล้ง

รายงานพิเศษ : กรมฝนหลวงฯ เร่งเติมน้ำในเขื่อนลำตะคอง หวั่นน้ำไม่พอต่อการเพาะปลูกฤดูแล้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมปฏิบัติการเติมน้ำให้เขื่อนลำตะคองเพิ่มอีก เนื่องจากยังคงมีปริมาณน้ำเก็บกักน้อย ต่ำกว่า 30% ทั้งนี้ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค และน้ำใช้การเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ติดตามการบูรณาการปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนลำตะคอง เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า จากสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคอง ที่ยังมีปริมาณน้อยกว่าเขื่อนอื่นๆ จึงมอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งเติมน้ำในเขื่อนลำตะคองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้เพียงพอในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะมีความสอดคล้องกับแผนการส่งเสริมการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง ทั้งนี้ภาพรวมสถานการณ์น้ำในปี 2560 มีฝนตกมากกว่าปีก่อนๆ แต่ยังคงมีบางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนไม่มากนัก และมีเขื่อนที่มีปริมาณน้ำเก็บกักในระดับที่น้อยมาก จำนวน 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ และเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา โดยสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคอง ณ วันที่ 20 กันยายน 2560 มีน้ำ 111 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำใช้การได้ 88 ล้าน ลบ.ม. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง มีพื้นที่ชลประทานที่ต้องดูแล จำนวน 154,195 ไร่ มีการเพาะปลูกรวม 120,599 ไร่ ซึ่งจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จในต้นเดือนธันวาคม 2560 คาดว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เขื่อนลำตะคองจะมีน้ำใช้การได้ 114 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งน้อยกว่าเขื่อนอื่นๆ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีฝนตกลงมาบ้าง แต่โดยรวมก็มีน้ำไหลเข้าเขื่อนน้อยมาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้เตรียมความพร้อมด้วยการให้ปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงเร่งเติมน้ำในเขื่อนลำตะคองเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยง ต่อการเกิดภัยแล้งเฉพาะพื้นที่ที่จะเกิดขึ้น

สำหรับแนวทางในการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำ กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดนโยบายการดำเนินการช่วยเหลือทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยมีเป้าหมายบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอตามลำดับความเร่งด่วนในการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศการเกษตรต่อเนื่อง การเริ่มต้นเพาะปลูกในฤดูกาลหน้า โดยจะมีคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ อาทิ กรมชลประทาน กรมฝนหลวงฯ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ผู้ใช้น้ำและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันบริหารจัดการ สำหรับในส่วนของ เขื่อนลำตะคอง ซึ่งมีน้ำต้นทุนน้อยหลายปีต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องวางแผนเตรียมการช่วยเหลือล่วงหน้าอย่างรัดกุม

ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามสถานการณ์น้ำ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยสรุปสถานการณ์น้ำในเขื่อนสำคัญหลายเขื่อนของประเทศ ยังมีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ปกติมาก โดยเขื่อนลำตะคอง เป็นหนึ่งในจำนวน 10 เขื่อน ที่มีความจำเป็นจะต้องเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นอีก แม้ว่าที่ผ่านมาจะได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ปริมาณน้ำก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลางร่วมกันดูแลในพื้นที่และวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้พร้อมสำหรับสถานการณ์การใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง

สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงประจำปี 2560 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเริ่มปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม ถึง 18 กันยายน 2560 มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 182 วัน มีฝนตกจากการปฏิบัติการฝนหลวงคิดเป็น ร้อยละ 97.2 ปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 3,049 เที่ยวบิน (4,412:32 ชั่วโมงบิน) ปริมาณการใช้สารฝนหลวง2,643.33 ตัน พลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ 433 นัด พลุแคลเซียมคลอไรค์ 56 นัด จังหวัดที่มีรายงานฝนตกรวม 56 จังหวัด ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บให้กับเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศจำนวน 10 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ เขื่อนคลองสียัด เขื่อนพระปรง เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนปราณบุรี และเขื่อนลำตะคอง

ทั้งนี้ การปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคองที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม – 18 กันยายน 2560 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนลำตะคองไปแล้วทั้งสิ้นจำนวน 102 วัน มีฝนตกจากการปฏิบัติการฝนหลวงคิดเป็นร้อยละ 93 จำนวน 331 เที่ยวบิน จำนวนสารฝนหลวง 350.10 ตัน พลุแคลเซียมคลอไรค์ 21 นัด ซึ่งยังมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนที่ไม่เพียงพอต่อการใช้ในฤดูแล้ง ดังนั้น กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงเตรียมการวางแผนเติมน้ำในเขื่อนลำตะคองอย่างต่อเนื่องในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้แหล่งน้ำสำคัญของการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิด ได้แก่ ข้าวนาปี มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน และพืชสวน และการใช้น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตรของจ.นครราชสีมาเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร นายสุรสีห์ กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รมต.สุวิทย์’ฟิตลุยงาน ไร้รถนำ เจอรถขวาง ไปไม่ทันงาน

Posted on June 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/294591

‘รมต.สุวิทย์’ฟิตลุยงาน  ไร้รถนำ เจอรถขวาง ไปไม่ทันงาน

‘รมต.สุวิทย์’ฟิตลุยงาน ไร้รถนำ เจอรถขวาง ไปไม่ทันงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.
nn…แหมๆ มันช่างขัดใจจริงๆ…ต้องขอใช้คำนี้จริงๆ สำหรับ รมต.คนขยัน ที่โด่งดังมาตั้งแต่มีการโหมโรงข่าวการปฏิรูปประเทศ “รมต.สุวิทย์ เมษินทรีย์” นั่นเองก็โธ่!คนทำตั้งใจทำงานแต่
มีปัญหาที่เรียกว่าเป็นอุปสรรคสำคัญทำให้ไม่สามารถออกไปได้นี่สิทำไงๆ…เมื่อวันก่อน ช่วงเช้า รมต.สุวิทย์ มีประชุมวิปที่ทำเนียบฯแล้วในช่วง 11 โมง มีภารกิจสำคัญที่จะต้องไปเป็น ประธานกล่าวเปิดเวทีสาธารณะ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย:สถานะและก้าวต่อไป” ที่รร.โนโวเทล ย่านสยามสแควร์…ทั่นรมต.สุวิทย์ ปกติเป็นคนที่รักษาเวลามากและทุกงาน มักจะไปก่อนเวลาเสมอ…ที่สำคัญ ในการเดินทางก็ใช้รถประจำตำแหน่งคันเดียวโดดๆ ไม่มีรถนำขบวนเพราะไม่อยากยุ่งยากและไม่อยากทำประชาชนเดือดร้อน ดังนั้น ทุกงาน ก็มักจะออกก่อน เรียกว่า “เผื่อเวลา”…ที่อาจมีปัญหารถติดด้วย…รมต.สุวิทย์ อุตส่าห์รีบออกมาจากห้องประชุมวิป ก่อนเวลาประมาณครึ่งชม.คำนวณเวลาแล้วประมาณเวลาครึ่งชม.ก็น่าจะถึงที่โรงแรมโนโวเทล พอดี..แต่ดันบังเอิญว่า รถประจำตำแหน่งจอดอยู่โรงรถ กลับมีรถเบนซ์สีดำมาจอดขวางหน้าซะงั้น!…งานนี้เล่นเอา ทั่นรมต.สุวิทย์ หัวร้อนเลยทีเดียว บ่นอุบหน้าตามุ่ยปั้นหน้าไม่ถูกเลยก็เพราะไปงานที่รร.โนโวเทล ไม่ทันนั่นเอง…เดือดร้อน! เจ้าหน้าที่ต้องวิ่งกันวุ่นวิ่งตามหาเจ้าของรถเบนซ์มาถอยออกอย่างด่วนๆ เลย…สุดท้าย ถามไปถามมา ถึง “เจ้าของรถ” จนรู้ว่าเป็นบุคคลที่ทำงานอยู่ในทีมของ ท่านรองนายกฯ ท่านหนึ่งบนตึกบัญชาการนั่นเอง …หลังรับรู้เช่นนี้ ทั่น รมต.สุวิทย์ ก็อารมณ์ผ่อนลงมาหน่อย…นี่ถ้าเป็นรถจากข้างนอกมาจอดขวางแบบนี้ สงสัยจะเกิดเรื่องวุ่นยาวแน่ๆ เลย…แต่ยังไง ก็ขอเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไปนะครับ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,916,163 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’
เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์
World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส
รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ

Recent Posts

  • พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี
  • ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า
  • “มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6
  • รวบตัว “D4vd” นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี
  • รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d