Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘แท็กซี่’กับ’อูเบอร์’ซัดกันนัว! กลางลานจอดรถ-เหตุแย่งผู้โดยสาร (ชมคลิป)

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293996

'แท็กซี่'กับ'อูเบอร์'ซัดกันนัว! กลางลานจอดรถ-เหตุแย่งผู้โดยสาร (ชมคลิป)

‘แท็กซี่’กับ’อูเบอร์’ซัดกันนัว! กลางลานจอดรถ-เหตุแย่งผู้โดยสาร (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 09.58 น.

25 ก.ย. 60  เพจ เฟซบุ๊ก “Social Hunter” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอและข้อความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคนขับแท็กซี่และคนขับอูเบอร์ มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ก่อนจะมีเรื่องชกต่อยกันเกิดขึ้น โดยสาเหตุมาจากการแย่งผู้โดยสารกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย

โดยเนื้อหาระบุข้อความว่า Taxi VS Uber (นึกว่าอยู่สนามมวยลุมฯ)จริงๆเรื่อง Uber ก็รู้นะว่าผิดกฎหมายบางทีก็อยากให้พี่ๆแท็กซี่คิดนะ ว่าลองไม่เรียกแบบเหมา เรียกตามมิเตอร์ มีแอปบ้างไม่ปฏิเสธผู้โดยสารบ้าง บำรุงรักษารถให้ดีตลอดเวลา ปฏิบัติเช่นที่ Uber ทำเชื่อเถอะผู้โดยสารเค้าไม่หนีไปไหนหรอก !!!! ส่วนต่อยตีกันแบบนี้อะเพื่อแย่งลูกค้าหรืออะไรก็ตามแต่อย่าทำเลย อับอายต่างชาติเค้า !!!!!#พูดถึงแท็กซี่โดยรวม !!!#ลาดจอดรถแม็คโคร#พัทยาเหนือ#ปราย

ทั้งนีหลังจากคลิปได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แก๊งรถซิ่งสีแดงกว่า50คันไม่ป่วนเมือง เดินสายทำบุญตระเวนเข้าวัด

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293988

แก๊งรถซิ่งสีแดงกว่า50คันไม่ป่วนเมือง เดินสายทำบุญตระเวนเข้าวัด

แก๊งรถซิ่งสีแดงกว่า50คันไม่ป่วนเมือง เดินสายทำบุญตระเวนเข้าวัด

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 08.40 น.

25 ก.ย.60 สีสันข่าวกลุ่มรถซิ่งสีแดงกว่า 50 คัน สายบุญออกตะเวนทำบุญตามวัดต่างๆ ในจังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรี โดยกลุ่มนี้มีการรวมตัวกันของวัยรุ่นนำรถมาแต่งซิ่งเป็นสีแดงทุกคันแต่ไม่ได้นำรถมาแข่งป่วนเมืองบนท้องถนน แต่มาเข้าวัดทำบุญแทน โดยกลุ่มนี้จะรวบรวมเงินกันได้ประมาณหลายมื่นและทุกวันอาทิตย์ออกมาตะเวนทำบุญตามวัดต่างๆทุกอาทิตย์

หัวหน้ากลุ่ม เล่าให้กลับผู้สื่อข่าวฟังว่า  กลุ่มเราจะมีสมาชิกอยู่ประมาณ 250 คัน นำรถมาแต่งเป็นสีแดงทุกคันแต่ไม่ได้นำรถไปขับแข่งป่วนเมืองบนท้องถนนเหมือนกลับกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ออกมาขับแข่งกันบนถนนหลวงแต่อย่างใด กลุ่มผมจะออกมาเดินสายทำบุยกันอย่างเดียวโดยเงินที่รวบรวมกันมาก็เป็นเงินจากการทำงานกันบ้างและบางคนก็หักจากเงินที่พ่อแม่ให้ใช้จ่ายในแต่ละวันแบ่งมาทำบุญกัน

โดยในวันนี้ได้มีโอกาสเดินทางมาที่วัดสว่างอารมณ์ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้นำเงินที่รวบรวมกันมาได้เกือบ 50,000 บาท ถวายให้กลับหลวงพ่อแป๊ะท่านเจ้าอาวาสเพื่อร่วมซื้อที่ดินถวายวัด และจะเดินทางต่อไปที่วัดพระปฐมเจดีย์และไปต่อที่วัดในจังหวัดราชบุรีต่อเลยจะนำเงินไปทำบุญถวายให้อีก 2 วัดในวันนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มองญี่ปุ่น..แล้วย้อนดูไทย อุทาหรณ์‘มลพิษอุตสาหกรรม’

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293938

มองญี่ปุ่น..แล้วย้อนดูไทย อุทาหรณ์‘มลพิษอุตสาหกรรม’

มองญี่ปุ่น..แล้วย้อนดูไทย อุทาหรณ์‘มลพิษอุตสาหกรรม’

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท (The Minamata Convention on Mercury) เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) และได้บรรลุข้อตกลงเกิดเป็นหลักการร่วมกันของชาติต่างๆ ขึ้นมาในปี 2556 ซึ่งระหว่างวันที่ 24-29 ก.ย. 2560 นี้ จะมีการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะฯ สมัยที่ 1 (COP1) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยไทยก็เป็น 1 ในชาติที่ไปเข้าร่วมประชุมกับประชาคมโลกในครั้งนี้ด้วย

ที่มาที่ไปขออนุสัญญาฉบับนี้ มาจาก “โรคมินามาตะ” (Minamata Disease) ตั้งตามชื่อเมือง “มินามาตะ” ทางตอนใต้
ของประเทศญี่ปุ่น เดิมเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่เลี้ยงชีพด้วยการเป็นชาวประมง กระทั่งในปี 2451 มีโรงงานอุตสาหกรรมมาดำเนินกิจการผลิตสารเคมี และขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการมาของอุตสาหกรรมทำให้เมืองแห่งนี้ “เจริญขึ้นผิดหูผิดตา” ชาวบ้านมีงานทำมีเงินใช้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่แล้ว “หายนะ” ก็เริ่มปรากฏ ในปี 2499 เริ่มมีรายงานว่าชาวบ้านในพื้นที่ป่วยเป็นโรคประหลาด กล่าวคือ มีอาการเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น ชาบริเวณปากและแขนขา มือไม้สั่น ชักเกร็ง พูดไม่ชัด และพบผู้ป่วยลักษณะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาในปี 2502 ทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยคุมาโมโตะ แถลงผลการศึกษาพบว่า ต้นเหตุของอาการป่วยประหลาดนี้มาจากการได้รับ “ปรอท” เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก ซึ่งต้นตอของสารปรอท พบว่ามาจากการ “ลักลอบปล่อยน้ำเสีย” ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จนปนเปื้อนในสัตว์น้ำ และชาวบ้านก็ได้รับสารพิษเมื่อจับสัตว์น้ำมาบริโภค

ที่น่า “สะเทือนใจ” กว่านั้น คือวิกฤติมินามาตะ จบลงด้วยการที่ทางโรงงานตัดสินใจยุติกิจการเองในปี 2511 เพราะมองว่า “ลงทุนแล้วไม่คุ้ม” โดยก่อนหน้านั้นแม้จะมีเสียงเรียกร้อง แต่ทางโรงงานก็ “ปฏิเสธความรับผิดชอบ” มาตลอด ขณะที่หน่วยงานภาครัฐก็มีท่าที “นิ่งเฉย” ไม่ได้เข้าไปจัดการอะไรกับโรงงานอย่างจริงจัง จนมีผลกระทบ มีการฟ้องร้องจนศาลตัดสินให้ผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าชดเชยให้ชาวบ้าน ซึ่งก็ยังทยอยจ่ายกันอยู่ แม้ทุกวันนี้เมืองมินามาตะจะได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาสวยงามดังเดิมแล้วก็ตาม

ย้อนกลับมายังประเทศไทย กรณีอื้อฉาวที่เทียบเคียงกันได้คงหนีไม่พ้น บ้านคลิตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี สืบเนื่องจากกิจการ เหมืองตะกั่ว ลักลอบปล่อยกากตะกั่วจากโรงแต่งแร่ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ซึ่งในปี 2541 เริ่มมีรายงานพบทั้งชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงล้มป่วย เมื่อตรวจสอบลำธารก็พบว่ามีสารตะกั่วปนเปื้อนเกินกว่ามาตรฐานที่จะใช้บริโภคได้ นำมาสู่การฟ้องคดี จนล่าสุด 11 ก.ย. 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ตัดสินให้ผู้ประกอบการเหมืองตะกั่ว ชดใช้ค่าเสียหายรวม 36 ล้านบาท รวมทั้งฟื้นฟูแหล่งน้ำให้คืนสภาพเดิม แต่ก็เป็นเวลาหลายปีหลังยุติกิจการไปแล้ว

ทว่าปัญหามลพิษจากอุตสาหกรรมปนเปื้อนสู่ชุมชนภายนอก คงไม่ได้มีเฉพาะที่คลิตี้ล่างเพียงแห่งเดียว ดังที่ มูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง “การปนเปื้อนสารปรอทในปลาและร่างกายมนุษย์ ในพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมและ
โรงไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2559-2560” ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการศึกษาร่วมกันระหว่าง เครือข่ายระหว่างประเทศเพื่อกำจัดสารพิษตกค้างยาวนานในสิ่งแวดล้อม (International POPs Elimination Network – “IPEN”) สมาคมอาร์นิกา องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศสาธารณรัฐเช็ก และมูลนิธิบูรณะนิเวศ

การศึกษานี้ทำโดยใช้วิธี “เก็บเส้นผมของสตรีวัยเจริญพันธุ์” (อายุ 18-44 ปี) จากกลุ่มตัวอย่างรวม 68 คน แบ่งเป็น 2 พื้นที่ ประกอบด้วย พื้นที่รอบเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จำนวน 34 คน จากชุมชนวัดมาบตาพุด ชุมชนซอยประปา 2 ชุมชนตลาดลาว ชุมชนตากวน-อ่าวประดู่ และชุมชนในตำบลเนินพระ) และ พื้นที่บริเวณเขตอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษและโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จำนวน 34 คน จาก 3 ตำบล ได้แก่ ต. ท่าตูม ต.บ้านทาม และ ต.หาดนางแก้ว

ผลการตรวจวิเคราะห์ระดับสารปรอทในห้องปฏิบัติการ จากสถาบันวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Research Institute: BRI) สหรัฐอเมริกา อัฏฐพร ฤทธิชาติ นักวิชาการจากมูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยว่า ตัวอย่างเส้นผมของผู้หญิงจำนวน 50 จาก 68 คน หรือ “ร้อยละ 73.5 ของอาสาสมัครทั้งหมด มีสารปรอทสูงเกิน 1 ppm ซึ่งเกินเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสารปรอทในเส้นผม ของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (USEPA)” ชี้ว่ามีความเสี่ยงที่สารปรอทจะส่งผลต่อสมองและอาจทำให้ระดับสติปัญญาลดลง รวมถึงอาจก่ออันตรายต่อไตและหัวใจ

และหากพิจารณาตามพื้นที่จะพบว่า ร้อยละ 68 (23 จาก 34 คน) ของอาสาสมัครจากมาบตาพุด จ.ระยอง มีค่าสารปรอทในเส้นผมสูงเกิน 1 ppm ส่วนพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม จ.ปราจีนบุรี พบว่า ร้อยละ 79 (27 จาก 34 คน) มีค่าสารปรอทในเส้นผมสูงเกิน 1 ppm สำหรับค่าสารปรอทต่ำสุดของพื้นที่มาบตาพุดอยู่ที่ 0.562 ppm ค่าสูงสุดอยู่ที่ 12.512 ppm โดยมีค่าเฉลี่ยคือ 4.34 ppm ส่วนพื้นที่ 3 ตำบลของ จ.ปราจีนบุรี มีค่าสารปรอทต่ำสุดอยู่ที่ 0.625 ppm ค่าสูงสุดอยู่ที่ 10.093 ppm และมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.81 ppm

ขณะที่ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า มูลนิธิฯ เคยเปิดเผยผลการศึกษาสารปรอทในปลาและเส้นผมของคนใน ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เมื่อต้นปี 2556 มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งต่อมา กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ 27/2556 เรื่อง จัดตั้งคณะทำงานไตรภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาด้านมลพิษและสารปรอท บริเวณสวนอุตสาหกรรม 304 อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ออกมา

“คณะทำงานซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัด รวมถึงตัวแทนชุมชน มีมติให้ตรวจสอบหาที่มาของสารปรอทที่เป็นสาเหตุการปนเปื้อนในปลาและเส้นผมของคน และให้มีการฟื้นฟูคลอง
ชลองแวง ซึ่งเป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลาตามธรรมชาติและของสำนักงานประมงจังหวัด ให้มีระบบนิเวศน์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยดังเดิม แต่จนปัจจุบัน การแก้ปัญหาดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด” ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุ

สำหรับอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท เป้าหมายคือนำไปสู่การควบคุม ลดและเลิกใช้สารปรอทในกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงงานปูนซีเมนต์ และอื่นๆ ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่า ผลการประชุมจะได้ข้อสรุปอย่างไร? และไทยจะรับข้อเสนอมาปฏิบัติได้แค่ไหน? รวมทั้งการแก้ไขกฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เร็วๆ นี้ จะมีมาตรการควบคุมการปล่อยมลพิษออกสู่ภายนอกมากน้อยเพียงใด? จะเกิดการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นอย่างมาก เหมือนที่ญี่ปุ่นใช้กรณีมินามาตะเป็นอุทาหรณ์หรือไม่?

เพราะที่ผ่านมา ทั้งคนเล็กคนน้อยในชุมชนที่เจ็บป่วยและสูญเสียที่ทำกินจากสารพิษปนเปื้อน ทั้งภาคธุรกิจเอกชนในภาพรวมทั้งหมดที่ไม่สามารถขยายกิจการต่อได้อีกเนื่องจากไปที่ไหนก็เจอกระแสคัดค้านด้วยความหวาดกลัวอุตสาหกรรมของชาวบ้าน และทั้งประเทศชาติที่ย่อมได้รับผลกระทบในด้านการจัดเก็บภาษี ด้วยความที่อุตสาหกรรมนั้นเป็นรายได้สำคัญอันดับ 2 ของรัฐไทย รองจากภาคบริการ

ไม่มีใครได้ประโยชน์..มีแต่เสียกันถ้วนหน้า!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“ผู้กำกับฯต่อ”นำทีมมือพระกาฬฝึกปรือฝีมือล้างอาชญากรรม

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293968

“ผู้กำกับฯต่อ”นำทีมมือพระกาฬฝึกปรือฝีมือล้างอาชญากรรม

“ผู้กำกับฯต่อ”นำทีมมือพระกาฬฝึกปรือฝีมือล้างอาชญากรรม

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.

nn…ด้วยเป็นเพราะเล็งเห็นถึงการพัฒนาศักยภาพกำลังพล “ผู้การทิน – พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง” ผบก.ป.จึงส่งนายตำรวจกองปราบปราม ระดับมือพระกาฬ อาทิ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผกก.ปพ.บก.ป.,พ.ต.ท.วชิรา ยาวไทยสงค์ รอง ผกก.ปพ.บก.ป.,พ.ต.ท.เจษฎา โสมนัส สว.กก.ปพ.บก.ป. พ.ต.ต.ศตวรรษ คนชุม สว.กก.ปพ.บก.ป. เข้าร่วมการฝึก “โครงการอบรมฝึกทบทวนการอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและสถานที่” ที่ศูนย์อบรมพัฒนาการข่าว บช.ส. รุ่นที่ 1 และ 2 เตรียมความพร้อมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวง รัชกาลที่ 9”… งานนี้ฝึกจบครบองค์ความรู้ พร้อมสำหรับลงสนามจริงทันทีในเดือนตุลาคมนี้ โดยในส่วนพ.ต.อ.ต่อศักดิ์นั้น ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งบินลัดฟ้าไปศึกษาดูงานตำรวจประเทศอังกฤษ หรือตำรวจสกอตแลนยาร์ด ร่วมกับพ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป.และนายตำรวจฝ่ายสืบสวนวัตถุประสงค์เพื่อนำเอาวิชาความรู้จากต่างแดนมาปรับใช้กับการปราบปรามอาชญากรรมเต็มรูปแบบของประเทศไทย การแสวงหาความรู้ไม่มีสิ้นสุด ไม่มีเงื่อนไขเรื่องเวลาและอายุ มาเป็นอุปสรรค น่าชื่นชม น่าชื่นชม ขอปรบมือรัวๆให้ขอรับ…nn

nn…วันก่อน รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” นำคณะผู้บริหารกระทรวงไปเยี่ยม “มูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด” ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน “โครงการพัฒนาศักยภาพนักร้องนักดนตรีตาบอดในที่สาธารณะ : จากถนนสู่ดวงดาว (From Street to Stars)” หรือ S2S ที่ตั้งเป้าส่งเสริมศักยภาพและความสามารถของกลุ่มบุคคลพิการทางการเห็นที่มีความสามารถ เพื่อพัฒนาศักยภาพนักร้องนักดนตรีตาบอดให้มีความเป็นมืออาชีพด้านการร้องเพลง เล่นดนตรี สามารถยึดเป็นอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน…หลังฟังรายงานสรุปผลการดำเนินการของมูลนิธิ พร้อมชมการซ้อมดนตรีและร้องเพลงของกลุ่มศิลปิน S2S แล้ว… แว่วว่าเจ้าตัวปลื้มอกปลื้มใจชื่นชมโครงการนี้ รวมถึงตัวศิลปิน ที่มีฝีไม้ลายมือในการร้องเพลงเยี่ยมไม่แพ้นักร้องดังๆ…ที่สำคัญถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้สร้างอาชีพให้คนตาบอดบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว..ปัจจุบันมีศิลปินเป็นสมาชิกร่วม 60 คน ผลัดกันไปเปิดการแสดงแทบทุกวันที่มีคนจ้างไปแสดง ทำรายได้ 3,000 บาท/งาน/คน รวมแล้ว 1 เดือน นักร้องแต่ละคนมีรายได้หลักหมื่น…ต่อไปหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ-เอกชนจะจัดงานเทศกาลไหน สามารถจ้างศิลปิน S2S ไปเปิดการแสดงดนตรีได้ โดยติดต่อผ่าน “มูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด”…เชื่อว่าใครหลายคนที่มีโอกาสได้ฟังได้ชมผลงานนักร้องนักดนตรีผู้บกพร่องทางสายตากลุ่มนี้แล้ว ต้องทึ่งพร้อมกับต้องยกนิ้วให้ทุกราย…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่ารักอ่ะ!’ลูกฮิปโปโปเตมัส’สมาชิกใหม่สวนสัตว์เขาเขียว

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293879

น่ารักอ่ะ!'ลูกฮิปโปโปเตมัส'สมาชิกใหม่สวนสัตว์เขาเขียว

น่ารักอ่ะ!’ลูกฮิปโปโปเตมัส’สมาชิกใหม่สวนสัตว์เขาเขียว

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.08 น.

24 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เผยว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้ลูกฮิปโปโปเตมัส เพิ่ม อีก1 ตัว หลังจากที่ พึ่งได้ลูกฮิปโปโปเตมัสแคระ ไปเมื่อเดือนมิถุนายน และได้ชื่อ “พะโล้ ” ตามคะแนนโหวตสูงสุดของนักท่องเที่ยว มาวันนี้ได้ข่าวดีอีกครั้ง จาก แม่ฮิปโปโปเตมัสชื่อศรีพิงค์ และพ่อฮิปโปโปเตมัส ชื่อใหญ่ แต่ขณะนี้ ยังไม่ทราบเพศที่ชัดเจน ต้องรอเวลาอีกสักระยะหนึ่ง หลังจากนั้นสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จะเชิญชวนให้ร่วมโหวตชื่อให้ลูกฮิปโปโปเตมัส ตัวนี้เหมือนเช่นเคย

นายอรรถพร กล่าวต่อว่า นับเป็นความโชคดีของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งการได้สมาชิกใหม่เป็นลูกฮิปโปโปเตมัสตัวนี้ ถือโอกาสเป็นการต้อนรับเด็กๆ ช่วงปิดเทอมที่จะมาถึง จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและประชาชนพาบุตรหลานเข้ามาชมความน่ารักของลูกฮิปโปโปเตมัสตัวดังกล่าว ที่ส่วนแสดงฮิปโปโปเตมัส ได้ทุกวัน

ทั้งนี้ ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์ที่มีขนาดรูปร่างกลมใหญ่ ปากกว้างมาก เขี้ยวล่างยาวโค้งเป็นอาวุธสำคัญประจำตัว มีหนังหนา และมีต่อมเมือกเคลือบอยู่ ลำตัวไม่มีขน หนักประมาณ 2-4 ตัน ผิวหนังมีเหงื่อเป็นเมือกๆ สีแดงอ่อนคล้ายเลือดเคลือบอยู่ เพื่อป้องกันหนังและการสูญเสียเกลือในร่างกาย ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ปกติชอบอยู่ในน้ำตอนกลางวัน และขึ้นบกมาหากินตอนกลางคืน ทนต่อความหนาวได้ดี ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่งหรือไหลเอื่อยๆ ปกติไม่ดุ  แต่ในการผสมพันธุ์ตัวผู้จะสู้กันอย่างดุร้าย เวลาตกใจหรือได้รับบาดเจ็บและแม่ลูกอ่อนจะดุมาก ดำน้ำเก่ง สามารถเดินท่องอยู่ใต้น้ำได้ ถ่ายมูลครั้งละมากๆกินไปถ่ายไปในน้ำนั่นเอง ตัวผู้ใช้หางปัดเวลาถ่ายมูลให้กระเด็นไปไกลๆ ผสมพันธุ์ตลอดปี ตกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งท้องนาน 227-240 วัน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 038-318444 หรือ www.kkopenzoo.com

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยิ้มกันวันอาทิตย์

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293734

ยิ้มกันวันอาทิตย์

ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กันถล่ม : ไม้คานจำนวนมากถูกวางกันไว้กับกำแพงห้องเรียนของโรงเรียนประถมเอนริเก เร็บซาเมน ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ที่ได้รับความเสียหายใกล้จะพังถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 เขย่าตอนกลางของเม็กซิโกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จนอาคารโรงเรียนแห่งนี้พังถล่ม มีเด็กนักเรียนเสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน

คาตาลันร่วมแรง : กลุ่มผู้ประท้วงช่วยกันชูหีบบัตรเลือกตั้งที่มีข้อความระบุ “สเปน นี่คือปัญหาของพวกคุณหรือไง?” ด้านนอกอาคารกระทรวงเศรษฐกิจของแคว้นคาตาโลเนีย ในนครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เพื่อประท้วงที่รัฐบาลสเปนพยายามทุกวิถีทาง เพื่อขัดขวางการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชจากสเปนของแคว้นคาตาโลเนีย ในวันที่ 1 ต.ค.นี้

รักทรัมป์ค่ะ : ไอซ่า ฮอคซอน ผู้อพยพจากอเมริกากลาง ยิ้มแย้มขณะถ่ายภาพคู่กับรูปคัตเอาท์ขนาดเท่าตัวจริงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ หลังเข้าร่วมพิธีฉลองการได้รับสิทธิเป็นพลเมืองอเมริกันที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเป็นทางการ ที่นครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

แจ็คเกอร์โชว์ : ภาพของมิค แจ็คเกอร์ นักร้องนำวงโรลลิ่ง สโตนถูกฉายขึ้นจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ ขณะกำลังทำการแสดงบนเวทีร่วมกับสมาชิกในวง ในคอนเสิร์ต “โน ฟิลเตอร์” ซึ่งเป็นทัวร์คอนเสิร์ตหลายประเทศแถบยุโรป ที่สนามกีฬาเลกซิงกรุนด์ในนครซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : การละทิ้งสุนัขและแมว

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293798

บทความพิเศษ : การละทิ้งสุนัขและแมว

บทความพิเศษ : การละทิ้งสุนัขและแมว

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.

จากกรณีที่มีหนุ่มใหญ่ขี่จักรยานยนต์และลากสุนัขจนได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้งสี่ข้างเลือดไหล น่าทุกขเวทนา จนนำมาสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษ ข้อหาการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร และศาลแขวงได้พิพากษา ตัดสินในคดีดังกล่าว ให้จำคุก 6 เดือนปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ซึ่งคดีนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากเจตนาของหนุ่มใหญ่คือต้องการนำสุนัขนั้นไป “ปล่อย” เพราะการปล่อยหรือการละทิ้งสัตว์ นั้น มีแนวโน้มสูงขึ้น

จากสถิติในปี พ.ศ. 2559 พบว่า “จำนวนสุนัขและแมวที่ไม่มีเจ้าของทั้งประเทศมีมากกว่า 800,000 ตัว” แต่การควบคุมประชากร “การทำหมันทำได้เพียงร้อยละ 10 ของจำนวนทั้งหมด” นำมาสู่การร้องเรียนในปัญหาการสร้างความเดือดร้อนรำคาญเฉพาะสุนัขในกรุงเทพมหานครในปี 2558 กว่า 2,900 เรื่อง รวมทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตว์สู่คน ปี 2558 จำนวน 5 คนและในปี 2559 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 คน

สุนัขและแมวเป็นสัตว์ควบคุมตาม พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 หากพบในที่สาธารณะ พนักงานเจ้าหน้าที่ (กรมปศุสัตว์) หรือพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจจับและกักขังเพื่อหาเจ้าของและให้เจ้าของมารับคืน และมีอำนาจในการพิจารณาตามหลักวิชาการว่าสัตว์นั้นมีอาการของโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ ถ้ามีก็ให้อำนาจในการทำลายสัตว์ควบคุมนั้นได้ ตามมาตรา 9 และมาตรา 15

พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 กำหนดห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใดๆ ให้สัตว์นั้นพ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร และมาตรา 22 เจ้าของสัตว์ต้องดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ของตนให้เหมาะสม ถ้าไม่ปฏิบัติตามมาตรา 22 หรือฝ่าฝืนมาตรา 23 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท ตามมาตรา 32

นอกจากนี้ ตาม ป.อาญา มาตรา 377 ถ้าผู้ควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพังในประการที่อาจจะทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นกัน เช่น ฎีกาที่ 151/2505 มาตรา 377 ได้แบ่งสัตว์ไว้เป็น 2 จำพวกคำว่า “สัตว์ร้าย” โดยธรรมชาติของสัตว์นั้นเองเป็นสัตว์ที่มีนิสัยดุร้ายเป็นปกติอยู่ในตัว และเป็นภยันตรายแก่ผู้พบเจอ เช่น งู เสือ ส่วน “สัตว์ดุ” โดยธรรมชาติของสัตว์นั้นมิใช่สัตว์ร้าย แต่เจ้าของต้องมีการควบคุมดูแลเป็นพิเศษ เช่น สุนัข

ตัวอย่าง “ถ้าเจ้าของปล่อยสุนัขไปกัดไก่คนอื่น เจ้าของสุนัขนั้นต้องรับผิดทางอาญา” ในฐานะผู้ควบคุมสัตว์ดุ ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพังในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ และ “ต้องรับผิดทางแพ่ง” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 433 ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เจ้าของสัตว์จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายให้แก่ฝ่ายที่เสียหายจากสัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงสัตว์นั้น เป็นต้น

ดังนั้นการเลี้ยงสุนัขและแมว ต้องเริ่มจาก “ผู้เลี้ยงต้องมีทัศนคติที่ถูกต้อง” มีความรับผิดชอบและวุฒิภาวะอันเหมาะสมและมีความพร้อมในการเลี้ยงตลอดอายุขัย โดยสุนัขและแมวนั้นต้องได้รับอาหารและน้ำที่มีคุณภาพเพียงพอโดยปราศจากความหิวกระหาย ได้รับความสะดวกสบายในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน มีสุขภาพอนามัยที่ดีและได้รับการรักษาเมื่อเจ็บป่วยโดยไม่ชักช้า

รวมถึงต้องมีการดูแลไม่ให้เกิดความเครียด หวาดกลัว หรือทุกข์ทรมาน อีกทั้งต้องได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เป็นต้น “ผู้เลี้ยงต้องมีความเข้าใจในกฎ กติกา มาตรฐานทางสังคม” เพราะนอกจากกฎหมายจะรับรองและคุ้มครองสิทธิในการเลี้ยงให้ แต่กฎหมายก็กำหนดหน้าที่ความรับผิดและบทลงโทษแก่ผู้เลี้ยงเช่นกัน ซึ่งในกรณีดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรจะ

1.ออกกฎหมายลำดับรองให้ครบถ้วน เช่น การจัดสวัสดิภาพสัตว์ การขนส่งสัตว์ การแสดงสัตว์ และบังคับกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่ออำนวยความยุติธรรมและเพื่อประโยชน์สุขของสังคม เป็นต้น 2.ควรมีมาตรการขึ้นทะเบียนสุนัขและแมว และการติดตามสัตว์ในครอบครอง แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย และมีการส่งเสริมการเลี้ยงให้ถูกต้องถูกวิธีและถูกสถานที่ มีการจัดทำฐานข้อมูลที่มีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

3.การทำหมันสุนัขและแมวในทุกภาคส่วน ด้วยการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบและคนในชุมชนร่วมกัน และระดมทรัพยากรด้านงบประมาณ บุคลากร สัตวแพทย์ หน่วยงานสถานที่ อาสาสมัคร ร่วมกันในการจัดทำหมันสัตว์เลี้ยงในทุกภาคส่วน การทำหมันต้องถูกต้องถูกวิธีตามหลักมาตรฐานสากลอย่างมีคุณภาพจัดทำเป็นวาระแห่งชาติ

และ 4.การสร้างเครือข่ายเพื่อให้เกิดกระบวนการร่วมแก้ปัญหาเชิงบูรณาการอย่างสันติวิธี โดยเฉพาะการรวมพลังกันดำเนินการ ตั้งแต่ร่วมวางแผนกำหนดวิธีการและแนวทางร่วมกัน การดำเนินการตามขั้นตอนที่วางแผน การแก้ปัญหา การติดตามประเมินผล อีกทั้งการร่วมชื่นชมผลสำเร็จร่วมกัน ถ้าปัญหาดังกล่าวได้รับการยอมรับและร่วมกันในการแก้ปัญหาทุกภาคส่วนมีการบูรณาการทั้งหน่วยงาน ทรัพยากรการบริหาร และวิทยาการการจัดการก็จะทำให้ปัญหาลดลง โดยเฉพาะชุมชนและท้องถิ่นควรต้องเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง

การเลี้ยงสัตว์เป็น “สิทธิ” ที่กฎหมายรับรองคุ้มครองให้ แต่ผู้เลี้ยงก็ยังมี “หน้าที่ความรับผิดชอบพร้อมมีบทกำหนดโทษ” การกระทำหรือการเลี้ยงดูต่อสัตว์จะต้องไม่กระทบหรือละเมิดสิทธิสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่นเช่นกัน “ความรักถ้าใช้หัวใจมากกว่าสมอง ความวุ่นวายก็จะเกิดอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น” ความรักต่อสัตว์ก็เช่นเดียวกัน

ถ้าใช้แต่ความรู้สึกอารมณ์ บนพื้นฐานผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง จนลืมคิดคำนึงถึงเหตุผลความถูกต้อง ความพอดี ความสมดุลทั้งต่อตนเองและผู้อื่นรวมทั้งสังคมส่วนรวม ก็จะเกิดความวุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้นเช่นกัน ขอให้มั่นใจใน “หลักนิติธรรม” และใช้ “กระบวนการยุติธรรม” ในการสร้างความ “ยุติธรรม” ให้เกิดขึ้นทั้งต่อมนุษย์และสัตว์

ซึ่งก็เป็นเป้าหมายแรกของ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์เช่นกัน ในอันที่จะต่อสู้กับเจตนาร้ายและความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์เท่านั้น!!!

ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล

นิติกร สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์

แห่งประเทศไทย (TSPCA)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มนุษย์3โซน เสี่ยงเซลล์เสื่อม

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293841

มนุษย์3โซน เสี่ยงเซลล์เสื่อม

มนุษย์3โซน เสี่ยงเซลล์เสื่อม

วันเสาร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560, 21.31 น.

ทุกคนบนโลกนี้รู้กันดีว่า “เซลล์” คือสิ่งเล็กๆ ที่เป็นต้นกำเนิดของอวัยวะทุกส่วนในร่างกายมนุษย์ ในทุกๆ วันร่างกายของเรามีเซลล์ กว่า 100 ล้านเซลล์ที่ “ตาย” และ “เกิดใหม่” ทุกนาที แต่ไม่ใช่ทุกส่วนที่จะมีการสร้างเซลล์ใหม่มาทดแทน หรือแม้แต่เซลล์ที่สร้างมาทดแทนก็อาจไม่มีประสิทธิภาพดีได้เท่าเซลล์เดิม ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามและละเลยการดูแลเซลล์ จนเกิดภาวะที่เรียกว่า “เซลล์เสื่อม” เป็นเหตุให้ร่างกายเผชิญกับความเจ็บป่วย เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ตามมาอย่างคาดไม่ถึง 

นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เผยว่า เมื่อมีอายุมากขึ้นระบบต่างๆ ในร่างกายจะเสื่อมลงทุกวัน แต่ก็จะมีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาซ่อมแซม เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกาย “ภาวะเซลล์เสื่อม” ในแต่ละบุคคลเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นเมื่ออายุย่างเข้า 25 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ เช่น อาหารปิ้งย่าง อาหารสำเร็จรูป น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ความเครียดสะสม การอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการได้รับสารเคมีบางประเภท ล้วนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระมากเกินควร ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นในร่างกาย ส่งผลให้เซลล์และสุขภาพเสื่อมลง โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ จึงมักแวะเวียนเข้ามาเยือนมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกลุ่ม 3 โซนเสี่ยงเซลล์เสื่อม ดังนี้

โซนมนุษย์เงินเดือน

คนวัยนี้เป็นวัยกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ถึงแม้จะเป็นวัยที่ยังแข็งแรง แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องดูแลครอบครัว และคนที่รัก ทำให้ต้องเผชิญกับความเครียดต่างๆ ทั้งจากเรื่องงาน ครอบครัว เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความเครียดที่เกิดภายใน

นอกจากนี้ ความเครียดอีกประเภทที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของร่างกาย โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว และไม่สามารถรับรู้ได้ ความเครียดประเภทนี้มักแฝงมากับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ อาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในยุคของโซเชียลมีเดียที่เข้ามามีอิทธิพลกับคนวัยทำงานอย่างมาก  ซึ่งอำนวยให้สามารถประชุมหรือติดต่อตามงานกันได้ตลอดเวลา สาเหตุเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นทำให้เซลล์เกิดการอักเสบ ซึ่งไม่มีอาการบ่งชี้ สะสมเป็นเวลานาน ทำให้เซลล์และอวัยวะสำคัญของร่างกายเสื่อมลงในที่สุด

และเมื่อใดที่วัยมนุษย์เงินเดือนรู้สึกว่าศักยภาพในการทำกิจวัตรต่างๆ ลดลง เช่น นอนไม่ค่อยหลับ ตื่นยาก รู้สึกสมองเบลอ คิดอะไรไม่ค่อยออก ปวดเมื่อยตามร่างกาย รู้สึกไม่กระปี้กระเปร่า มีอาการซึมเศร้า เบื่อหน่าย รูปร่างเปลี่ยนไป ผิวพรรณเหี่ยวย่น หมองคล้ำ เป็นต้น ควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อแก้ไขความ “เสื่อม” ระดับเซลล์โดยด่วน ก่อนที่จะสะสมลุกลามกลายเป็นโรคร้ายที่ยากต่อการรักษา

โซนมนุษย์ป่วย

ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการป่วยอยู่แล้ว และจำเป็นต้องรักษาด้วยการใช้ยา สารเคมี การฉายรังสี หรือการผ่าตัด เพื่อระงับอาการของโรคนั้นๆ ขณะเดียวกันการใช้ยาหรือสารเคมีบางชนิดเพื่อรักษาโรคไม่ให้ลุกลามด้วยการเข้าไปกำจัดเซลล์ร้ายที่เข้ามาทำลายร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ได้กำจัดเซลล์ดีในร่างกายออกไปด้วย ทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ร่างกายอ่อนแอขึ้นกว่าเดิม ภูมิต้านทานลดลง ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เป็นต้น

ตัวอย่างนี้เห็นได้ดีในผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยเคมีบำบัด ดังนั้นกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับสารอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์และครบทั้ง 5 หมู่  พักผ่อนให้เต็มที่ ดูแลสุขอนามัยให้สะอาด ออกกำลังกายเท่าที่พอจะทำได้ และทำจิตใจให้สบาย เพื่อซ่อมแซมและเพิ่มปริมาณเซลล์ดีในร่างกาย ลดการเกิดโรคแทรกซ้อนและช่วยให้ประสิทธิภาพในการรักษาเป็นไปอย่างเต็มที่


 โซนมนุษย์ชรา

มนุษย์วัยนี้เป็นวัยที่เซลล์มีความเสื่อมตามกลไกธรรมชาติมากที่สุด เซลล์บางชนิดในร่างกาย ไม่สามารถแบ่งตัวเพื่อทดแทนเซลล์เดิมที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายได้ เช่น เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เลนส์ตา จอตา อวัยวะรับเสียง กระดูกข้อต่อ และเซลล์ประสาทสมอง เป็นต้น

ทำให้อาการเสื่อมในร่างกายชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้คนชรามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสูง เช่นโรคอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน นอกจากนี้แล้วคนชรายังมีปัญหาใน เรื่องสายตา สายตาจะพร่ามัวมองเห็นภาพไม่ชัดเจน ตาสู้แสงไม่ค่อยได้ เนื่องจากเลนส์ตาขาดความยืดหยุ่น จึงทำให้ปรับโฟกัสได้ยาก และการเสื่อมสภาพของเซลล์รับแสงที่จอตา ทำให้ตาอ่อนแอต่อแสง

ซึ่งความเจ็บป่วยเหล่านี้จะบั่นทอนจิตใจและส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนวัยชราแย่ลง แต่ภาวะเหล่านี้สามารถป้องกันได้ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ลดการนำสารอนุมูลอิสระเข้าไปในร่างกาย รับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ หลีกเลี่ยงการทานอาหารหวานจัด มันจัด หรือเค็มจัด หลีกเลี่ยงมลภาวะ ออกกำลังกายแบบไม่หักโหม และรับประทานวิตามินเสริมที่เหมาะสมตามที่ร่างกายต้องการ

นายแพทย์สิทธวีร์ เล่าต่อว่า คนที่อยู่ใน 3 โซนเสี่ยงเซลล์เสื่อม แม้จะเป็นกลุ่มที่น่าห่วง แต่ปัจจุบันมีวิวัฒนาการทางการแพทย์เข้ามาช่วยยืดอายุเซลล์ด้วยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อย่างเช่น เวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นศาสตร์แนวใหม่ในการดูแลรักษาสุขภาพจากภายใน โดยวิเคราะห์ลงลึกไปถึงระดับพันธุกรรม การทำงานของเซลล์ต่างๆ ของอวัยวะภายในร่างกายของคนเรา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการดูแลรักษาสุขภาพ และป้องกันการเกิดโรค


นอกจากนี้ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นนวัตกรรมยืดอายุเซลล์ด้วยเอ็นไซม์ เอสโอดี (SOD) หรือ Superoxide Dismutase ซึ่งมีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดทั้งพืชและสัตว์ ในมนุษย์ก็มีเอ็นไซม์ชนิดนี้อยู่ในร่างกายของเราตั้งแต่แรกเกิด แต่จะมีปริมาณลดน้อยลงเรื่อยๆ โดยหลักการทำงานของเอนไซม์นี้ จัดอยู่ในกลุ่มของ Primary Antioxidant ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ลึกถึงระดับ DNA ภายในเซลล์ นับว่าเป็นการย้อนวัยเซลล์ในร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นมิติใหม่ในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและมีอายุที่ยืนยาวอีกด้วย

ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ 3 โซน ตามที่กล่าวมาข้างต้น หรือมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้คงไม่มีใครหนีความแก่ชราไปได้ แต่ทุกคนสามารถเลือกที่จะมีอายุที่ยืนยาวและเข้าสู่วัยชราอย่างมีคุณภาพได้ เพียงแค่รู้จักบริหารใจและร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง เพราะทั้งคู่ที่เป็นสิ่งสำคัญในการหล่อหลอมชีวิต ดังนั้นจึงต้องดูแลกายใจให้อยู่ในโซนแห่งความสุข ทำความรู้จักร่างกายตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างไม่ฝืนธรรมชาติ เมื่อมีความสมดุล ทุกเซลล์ในร่างกายก็จะแข็งแรงและห่างไกลโรค ส่งผลดีต่อสุขภาพและพบกับความสุขอย่างยั่งยืน ดังคำกล่าวที่ว่า “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คสช.อยู่ยาว ทำได้..แต่หลังจากนั้น?

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293839

คสช.อยู่ยาว ทำได้..แต่หลังจากนั้น?

คสช.อยู่ยาว ทำได้..แต่หลังจากนั้น?

วันเสาร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560, 21.12 น.

คงไม่ผิดหากวันนี้จะมีกระแส “นับถอยหลัง” กันแล้วกับรัฐบาลโดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สืบเนื่องจากการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เมื่อ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งจะทำให้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีเวลา “8 เดือน” หรือ 240 วัน ในการร่าง “กฎหมายลูก” พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ทั้งหมด 10 ฉบับ ส่งให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา

ซึ่งหาก 4 ใน 10 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เช่น กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พรรคการเมือง พรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ผ่าน สนช. และมีการประกาศใช้ อีก “5 เดือน” หรือ 150 วันให้หลัง การเลือกตั้งก็จะต้องเกิดขึ้น โดยขณะนี้มีการคาดการณ์กันแล้วว่า “ปลายปี 2561” ตั้งแต่เดือน ส.ค. – ธ.ค. “ไม่ควรเกินจากนี้” ประเทศไทยต้องกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย

ทว่าอีกมุมหนึ่งก็มีคำถามว่า “สังคมไทยจะได้ประชาธิปไตยคืนมาจริงหรือ?” เพราะหากพิจารณาให้ดีๆ รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เหมือนจะ “เปิดช่อง” ให้ คสช. สามารถ “อยู่กันยาวๆ” ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม อาทิ ประเด็น “นายกฯ คนนอก” ผ่านช่องทาง “250 ส.ว.” ที่ คสช. จะตั้งขึ้นมาซึ่งจะมีอายุ 5 ปีนับจากการเลือกตั้งครั้งแรก หรือจะเป็น “ยุทธศาสตร์ชาติ – แผนปฏิรูปประเทศ” ที่วางไว้ยาวถึง 20 ปี ก็มี “เสียงเตือนแกมขู่” เช่นกัน ว่าหากใครมาเป็นรัฐบาลแล้วไม่ยอมทำตาม ระวังจะมีโทษถึงติดคุกตะราง

ที่เวทีเสวนา “โรดแมปไทยไทย ไกลแค่ไหน หรือใกล้เลือกตั้ง?” จัดโดยหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ 7 ช่วงสายๆ ของวันที่ 23 ก.ย. 2560 ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน กรุงเทพฯ นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีและอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) อธิบายกันแบบ “ทีละขั้น” ว่าถ้า คสช. อยากจะ “ต่ออายุ” จะมีช่องทางใดได้บ้าง?

ไล่ตั้งแต่ 1.ขั้นร่าง “กฎหมายลูก” พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) 4 ใน 10 ฉบับ ถ้าผ่านการพิจารณาของ สนช. ครบถ้วน ก็จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติ แต่คำถามคือ “แล้วถ้าไม่ผ่านล่ะ? จะเอาอย่างไรต่อ?” เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดวิธีการไว้ให้ ดังนั้น “หากมีไม่ผ่านแม้เพียงฉบับเดียว” สิ่งที่ตามมาคือ หากไม่ใช้ “หลักอนุโลม” ตามของเดิมคือตั้งกรอบเวลา 240 วันขึ้นมาใหม่ ก็คงจะต้อง “แก้รัฐธรรมนูญ” แต่ไม่ว่าจะเลือกทางใดก็จะต้อง “ยืด” การเลือกตั้งออกไปอีก “1 ปี” เป็นอย่างน้อย

2.ขั้นการเลือกตั้ง ส.ส. อาจารย์ปริญญา ระบุว่า จากเดิม “บัตร 2 ใบ เลือกคนที่รัก (แบ่งเขต) เลือกพรรคที่ชอบ (บัญชีรายชื่อ)” เพราะคนคนหนึ่งอาจจะชอบผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จากพรรคหนึ่ง แต่ชอบในพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งก็ได้ แต่ระบบใหม่ใช้ “บัตรใบเดียว” แถมยัง “ลดสิทธิ” การออกเสียงของประชาชน โดยเทียบกับ เยอรมนี ที่แม้จะเป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียวเช่นกัน แต่ก็มีช่องให้ลงคะแนนทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต


บัตรเลือกตั้ง ส.ส. ของเยอรมนี

นอกจากนี้ “การนับคะแนน” ที่ทาง กรธ. บอกว่าเอาตัวอย่างมาจาก เยอรมนี ทว่าในความเป็นจริง เยอรมนี “ใช้คะแนนบัญชีรายชื่อเป็นเกณฑ์” ว่าแต่ละพรรคควรมี ส.ส. ในสภาเท่าไร? หาก ส.ส. เขตของพรรคที่ได้มายังไม่ครบโควตา ก็นำผู้สมัครในส่วนบัญชีรายชื่อใส่เข้าไปให้เต็มจำนวน เป็นการ “คาน” ระหว่าง ส.ส.เขต กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวคือ ถ้าพรรคได้ ส.ส.เขตมาก ก็จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อย กลับกันแม้เป็นพรรคที่ได้ ส.ส.เขตน้อย แต่ถ้าตัวพรรคได้รับความนิยมมาก ก็ยังมี ส.ส. อยู่ในสภาจากโควตาบัญชีรายชื่อ

แต่การนับคะแนนของไทย กลับจะ “ใช้คะแนนแบ่งเขตเป็นเกณฑ์” ซึ่งผลคือ “พรรคที่ได้คะแนนมากที่สุดจะยิ่งได้ ส.ส. ในสภาน้อยลงไปอีก” เพราะถึงจะเป็นพรรคใหญ่ก็ใช่ว่าจะได้ ส.ส. เขตจำนวนมาก เนื่องจากยังมี “พรรคขนาดกลาง – ขนาดเล็ก” ที่ครองฐานเสียงระดับท้องถิ่นอย่างเหนียวแน่น จนพรรคใหญ่ก็ไม่สามารถชนะเลือกตั้งในเขตเหล่านี้ได้อยู่ ที่เห็นชัดๆ คือการเลือกตั้งปี 2548 ยุคที่ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในช่วง “พีคสุดๆ” ทางการเมือง พรรคไทยรักไทย ที่ ทักษิณ เป็นหัวหน้าพรรค ก็ยังได้ ส.ส.เขต เพียงร้อยละ 51 จากที่นั่นทั้งหมดในสภาเท่านั้น

อาจารย์ปริญญา กล่าวว่า การนำคะแนน ส.ส. แบ่งเขตมาเป็นเกณฑ์ ผลที่ได้จึงออกมาเป็น “รัฐบาลผสม” เพราะจะไม่มีพรรคไหนได้ ส.ส. เกินครึ่ง ยังไม่นับตัวแปร “พรรคเกิดใหม่” ซึ่งอาจจะมีคนของพรรคเดิมที่มีอยู่ “แยกตัว” ออกไปตั้งพรรคใหม่เพื่อหนุน คสช. ในขณะที่ทาง คสช. นั้นมี ส.ว. 250 คนจากการแต่งตั้งของตนอยู่ในมือเตรียมพร้อมไว้แล้ว

3.ขั้นการเลือกนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญกำหนดว่า “ต้องได้เสียงเกินครึ่งของรัฐสภา” เมื่อ ส.ส. มี 500 คน ส่วน ส.ว. มี 250 คน รวมเป็น 700 คน ครึ่งหนึ่งก็คือ 375 คน ดังนั้นคนจะเป็นนายกฯ ได้ต้องมีเสียงสนับสนุนตั้งแต่ “376 เสียงขึ้นไป” จุดนี้ฝ่าย คสช. มี 250 ส.ว. อยู่ในมือแน่นอนแล้ว เหลือแค่หา ส.ส. อีก 126 คนมายกมือ ก็จะ “อุ้มคนนอก” มานั่งเก้าอี้นายกฯ ได้ในที่สุด นี่จึงอาจเป็นสาเหตุว่า ทำไมถึงต้องพยายามให้พรรคขนาดกลางๆ เล็กๆ โตขึ้น

“มี 3 แนวทางที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ทางที่ 1 คสช. ปล่อยให้ 2 พรรคใหญ่แข่งกัน ซึ่งก็จะไม่มีพรรคไหนได้ถึง 376 เสียง ดังนั้น ส.ว. ก็จะกำหนดว่าใครจะเป็นรัฐบาล ทางที่ 2 คสช. ต้องการจัดตั้งรัฐบาลเอง หากเลือกทางนี้ก็ต้องมีคะแนนเสียง จาก ส.ส. เกินครึ่ง หรือ 250 เสียง ทางนี้เป็นไปได้ หาก 1 ใน 2 พรรคใหญ่ไปร่วมกับพรรคที่เหลือ แน่นอนว่ายาก ดังนั้นจึงต้องไปกันหมด จึงเป็นที่มาของคำว่ารัฐบาลแห่งชาติ และทางที่ 3 ถ้าสภาผู้แทนราษฎรจะแข่งกับ คสช. แต่จะเกิดได้ 2 พรรคใหญ่ต้องจับมือกัน ก็จะได้เสียงเกิน 376 และชนะ ส.ว. ได้” อาจารย์ปริญญา ระบุ

นั่นเป็นช่องทางที่จะทำให้ คสช. ยังได้อยู่ต่อไม่ทางตรงก็ทางอ้อม แต่ถ้า “มองให้ไกล” ไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น อาจกลายเป็น “ปัญหา” ตีกลับไปหา คสช. เองก็ได้ ดังมุมมองของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ตั้งคำถามว่า “ส.ว. 250 คน ตั้งนายกฯ คนนอกได้..แล้วจะเอาอย่างไรต่อ?” จะทำงานกันได้ไหม? เพราะการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอะไรสักเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าออกกฎหมาย ลงมติ ฯลฯ ถ้าผู้ยกมือสนับสนุน “ไม่ถึงครึ่ง” ของจำนวน ส.ส. ทั้งหมด หรือ 250 เสียง จาก 500 เสียง เรื่องนั้นก็ไปต่อไม่ได้แล้ว

“ถ้ามาด้วย ส.ว. 250 คนอุ้มมา อันนั้นฝันร้ายตอนกลางวันที่สุด เพราะอุ้มมาวางแล้วหายเลย ก็จะมาอยู่ในระบบเสียงข้างมากในสภา ผมว่าตั้งพรรคการเมืองมาแข่งกันในระบอบประชาธิปไตยดีที่สุด” อนุทิน กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วังเต่า’จ.สุรินทร์สถานที่ท่องเที่ยวที่มาพร้อมตำนาน-ความเชื่อ-อาถรรพ์

Posted on June 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293788

'วังเต่า'จ.สุรินทร์สถานที่ท่องเที่ยวที่มาพร้อมตำนาน-ความเชื่อ-อาถรรพ์

‘วังเต่า’จ.สุรินทร์สถานที่ท่องเที่ยวที่มาพร้อมตำนาน-ความเชื่อ-อาถรรพ์

วันเสาร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.49 น.

23 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ “วังเต่า” ตั้งอยู่ภายในวัดแจ้งศรีโพธิ์ทอง บ้านตึกชุม ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ว่ากันว่า สถานที่แห่งนี้เป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์ นับพันตัว ที่ชุมชนในย่านนี้ให้ความเคารพ ทำให้เต่าที่นี้มีพลเมืองเพิ่มขึ้นนับพันตัว หากนักท่องเที่ยวนำอาหาร ประเภทผักหรือหัวอาหารปลา ไปให้ริมสระน้ำ จะมีเต่าทุกขนาดขึ้นจากน้ำมาให้นักท่องเที่ยวได้เห็นอย่างไม่กลัวคน ว่ากันว่าเต่าทุกตัวมีรูปคล้ายพระสมเด็จที่บนกระดองเต่า อีกด้วย

ในแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้นี่เองยังแอบซ่อนความเร้นลับ และอาถรรพ์ ที่คนไม่รู้จักมานานกว่า 100 ปี คือหากใครมาทำในสิ่งที่ไม่ดี ด้วยการทำร้ายพญาเต่า หรือพูดจาไม่ดีต่อพญาเต่า ก็จะมีอันเป็นไปต่อชีวิต ร่างกาย และไม่มีความสุขในครอบครัว และบางรายถึงขั้นเสียชีวิตก็มีมาแล้ว ซึ่งอาถรรพ์นี้เองได้กลายเป็นความเชื่อ ของชาวบ้านในชุมชนละแวกนี้ว่า ขึ้นเดือนหกของทุกปี วันพุธแรก ชาวบ้านจะมีการนำเครื่องมาเซ่นไหว้มาไหว้เพื่อขอพรให้อยู่ดีกินดีและมีความสุข ทำมาค้าขายขึ้นให้เจริญก้าวหน้า  และในตำนานนี้เองชาวบ้านจึงให้ชื่อเรียกว่า  “ปู่ศรีนครเตาท้าวเธอ” และชาวบ้านยังเชื่อกันอีกว่า ช่วงหน้าฝนทำนา พญาเต่าจะออกไปหากินต่างถิ่น พอถึงหน้าแล้งพญาเต่า ก็จะเดินทางกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่หนองน้ำแห่งนี้คือ บ้านตึกชุมนั้นเอง

พระอาจารย์สมพงศ์  ญาณวีโร รองเจ้าอาวาสวัดแจ้งศรีโพธิ์ทอง แห่งนี้ เล่าประวัติความเป็นมาให้ฟังว่า เต่าจะอาศัยอาศัยนี้ที่หมู่บ้านมาโดยตลอด  ชาวบ้านมีความเชื่อว่า  บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหมู่บ้านนี้ วิญญาณสถิตย์อยู่ที่เต่าก็เลยไม่มีใครกล้าทำร้ายเต่า  ถือว่าเต่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านในละแวก 5-6 หมู่บ้านนี้ที่เป็นเขตบริการของวัดแจ้งโพธิ์ทอง  และประมาณเดือน  6  ของทุกปี  ขึ้น  4  ค่ำ  เดือน  6  จะมีการเซ่นไหว้ปู่ตาประจำหมู่บ้าน  ซึ่งนำอาหารหวานคาวเครื่องดื่มต่างๆ  เพื่อเซ่นไหว้ปู่ตา  เพื่อเป็นการทำนายทายทักว่า  ปีนี้น้ำมากน้ำน้อยฝนดีไม่ดีในการทำไร่ไถนาทำมาหากิน  ซึ่งเชื่อว่าเจ้าปู่ตาท่านสถิตอยู่ในรูปร่างของเต่า  และเต่าก็มีจำนวนมากเป็นพันตัว

นายหน แสงเพชร อายุ 72 ปีชาวบ้านตึกชุม กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเกิดมาก็เห็นเต่า ในหมู่บ้านตึกชุมแห่งนี้ พ่อแม่ก็พานับถือเต่ามาตั้งแต่เป็นเด็กน้อย และชาวบ้านก็พากันนับถือกันทุกๆ คน พูดง่ายๆ หากใครฆ่าเต่าพวกนี้ ก็จะมีอันเป็นไป ตนเห็นมาหลายๆ รายแล้ว บางคนเป็นบ้า บ้านแตกสาแหรกขาด หากทำพิธีบรวงสรวงก็จะหาย บางคนฆ่าเต่าเอาไปทำอาหารกิน คนนับถือเตาในเขตนี้มีกว่า 6 หมู่บ้าน

นายสหชาติ ภาสำราญ อายุ 63 ปี ชาวบ้านตึกชุม กล่าวว่า เจ้าปู่ศรีนครเตาท้าวเธอ เป็นคนสร้างบ้านตึกชุมแห่งนี้มา เต่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน เจ้าบ้านบูชากราบไหว้ก็จะเจริญรุ่งเรือง  หากใครไม่เชื่อนับถือก็จะเป็นอันตราย และเกิดความอาถรรพ์ครอบครัว ไม่ความเจริญในหน้าที่การงาน เจ้าปู่ศรีนครเตาท้าวเธอ เป็นเจ้าเมืองเต่า แห่งพยัคฆ์ภูมิพิสัย แอบเปิดราชสารลับ ที่ส่งจากเมืองกรุงไปเมืองอุบล สมัยเป็นเจ้าของเมืองสองนคร คือ นครเมืองเตา และเมืองรัตนบุรี เจ้าเมืองอุบลไม่ยอมเปิดราชสารลับ ส่งคือเมืองกรุง เมื่อมีการสอบสวนแล้วทราบว่า เจ้าปู่ศรีนครเตาท้าวเธอ แอบเปิดดูสะก่อน จึงถูกอาญาหลวงจับประหารชีวิต แต่ด้วยวิชาอาคมเกร่งกล้า กลับกลายเป็น เต่าใหญ่ มาจำศีลที่บ้านตึกชุมแห่งนี้ ที่มีเกาะล้อมรอบ จึงมีชาวบ้านนับถือจนมาถึงปัจจุบันนี้   บ้านตึกชุมจึงมี ศาลเต่า ข้างหนองน้ำใหญ่ในหมู่บ้านและมีเต่านับพันตัวอยู่ในหนองน้ำแห่งนี้มานับร้อยปีแล้วแต่น้อยคนจะรู้จัก ชาวบ้านใกล้เคียงคนไหนที่รู้ ก็พาลูกหลานมาเที่ยว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,916,366 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
พิรุธ พรรคส้ม! พบโพสต์เฟซบุ๊กกิจกรรมช่วงสงกรานต์ พ่วงข้อความว่าจ้าง สเปกเตอร์ ซี ผลิตสื่อ
SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’
World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย
แนวหน้าวาทะเด็ด
ดร.ณัฏฐ์ รับว่าคดีบัตรเลือกตั้ง แนะ สมชัย อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว
หยุดยิง “อิสราเอล–เลบานอน” มีผลแล้ว 10 วัน ประชาชนเฮ! ทยอยกลับบ้าน หลังสู้รบเดือดกว่าหนึ่งเดือน
โอมานรับปากช่วย เจรจา‘เตหะราน’ เปิดเส้นทางเรือไทย ‘สีหศักดิ์’รับไม่ง่าย
นายกฯ ถึงนราธิวาส มทภ. 4 รอต้อนรับ หลังดรามาเดือด ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.
ปชน. ลุ้นระทึก ศาลฎีกานัดฟังคำสั่ง คดี 44 สส. ตรงวันประชุมใหญ่ หมอวาโย ยัน พร้อมรับมือทุกหน้า

Recent Posts

  • พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี
  • ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า
  • “มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6
  • รวบตัว “D4vd” นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี
  • รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d