Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ประสาร มฤคพิทักษ์’บอกเล่า‘เมื่ออายุย่างเข้าเลขหลัก 7’

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293458

‘ประสาร มฤคพิทักษ์’บอกเล่า‘เมื่ออายุย่างเข้าเลขหลัก 7’

‘ประสาร มฤคพิทักษ์’บอกเล่า‘เมื่ออายุย่างเข้าเลขหลัก 7’

วันศุกร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn..เก็บตกเรื่องราวดีๆเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว “ประสาร มฤคพิทักษ์” อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)โพสต์ในวันครบรอบวันเกิด 69 ปี 14 กันยายน โดยใช้ชื่อว่า“เมื่ออายุย่างเข้าเลขหลัก 7” ว่า นับถึงวันนี้ หายใจมา 69 ปีแล้ว บนเส้นทางผ่าน เป็นนักร้องของโรงเรียน เป็นคนนำเดินขบวนในมหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรอบรมบรรยาย เป็นคนเขียนหนังสือ เป็นคอลัมนิสต์ เป็นคนทำรายการโทรทัศน์/วิทยุ เป็นคน (สมัคร) เล่นดนตรี เป็นสหายในเขตป่าเขา เป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาท เป็นคนเฉียดคุก เป็นคนทำงานการเมือง เป็นปู่ของหลานสองคน..นับว่าสวมหัวโขนมาแล้วหลายใบ ทำถูกก็มี ทำผิดก็ไม่น้อย โลดแล่นในบางครั้ง ราบเรียบในบางคราว บางทีก็หมองเศร้า บางหน ก็เนาสุข จะโลดแล่น ราบเรียบ หมองเศร้า เนาสุข ล้วนพบแล้วผ่าน ล้วนมาแล้วไป แต่เพราะเอาใจไปข้อง จึงฟูฟ่องกับการยกยอ จึงทดท้อกับคำตำหนิ…แท้ที่จริง ไม่มีอะไรอยู่ยาวคงทน ชีวิตคือการผ่านทาง เราเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ในช่วงเวลาหนึ่งๆเท่านั้น เคยสำคัญตนผิดว่า มีแรงฤทธิ์ที่จะเปลี่ยนโลกได้ ความจริงเราทำอะไรได้บนเงื่อนไข ที่เป็นจริงเท่านั้น ถ้าอัตวิสัย (สิ่งที่คิด) ไม่สอดรับกับภววิสัย (ความเป็นจริงภายนอก) ก็อย่าหมายผลอันพึงใจ ยังไม่รู้ว่าอีกเมื่อไร จะถึงลมหายใจสุดท้าย…ในฐานะผู้เชี่ยวชาญชีวิต (ชราชน) จึงเตือนตนตั้งแต่วันนี้ว่า“ทำโทสะให้เบาลง ทำโมหะให้บางลง ทำโลภะให้เล็กลง”….อย่าให้หัวใจเตลิดไปกับสรรเสริญและนินทา ไม่ด่วนสรุป ให้เริ่มต้นจากความเป็นจริงมีสติรู้เท่าทันในย่างเท้าที่ก้าวเดินทำใจให้แจ้ง กับวาทธรรมของท่านพุทธทาสที่ว่า“อยู่โดยไม่ต้องรู้สึกว่าเราดี เด่น ดัง อะไรเลย เพียงแค่รู้สึกว่า เราเป็นผู้มีประโยชน์ที่สุดคนหนึ่งนั่นแหละถูกต้อง และเป็นสุขแท้”…เมื่อชีวิตผ่านพ้นเส้นทางที่ผ่านมา ก็ย่อมจะมีข้อคิดดีๆ…nn

nn…แน่นอนช่วงนี้มีกระแสข่าวเชื่อมโยงกันได้ไปหมดโดยเฉพาะหลังจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม บินไปประเทศอังกฤษในช่วงที่ผ่านมาจนข่าวแว่วๆ อาจดอดไปพบ“ทักษิณ ชินวัตร” ด้วยหรือเปล่า…แน่นอนเมื่อเดินทางเข้าร่วมประชุม ครม.สัญจร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา…พอหลังประชุมเสร็จสิ้น
“บิ๊กป้อม” ให้สัมภาษณ์กับกระจอกข่าวหน้าอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี..แต่เมื่อเจอกระจอกข่าวถามถึงที่มีการตั้งข้อสังเกตระหว่างไปปฏิบัติภารกิจที่อังกฤษเมื่อสัปดาห์ก่อน อาจได้พบ อดีตนายกฯทักษิณ กับ ครอบครัวเพราะอยู่ที่อังกฤษเช่นเดียวกัน..พอเจอกระเซ้า เรื่องนี้“บิ๊กป้อม”ร้องเสียงหลงรีบตอบว่า“โอ้ย ปัดโธ่เอ้ย พวกคุณก็พูดไป โธ่ไม่มีๆไปคนละเวลา ไม่เจอกัน”…แถมบอกว่า“คนหนึ่งกลับเวลาหนึ่ง คนหนึ่งไปเวลาหนึ่ง แล้ว มันจะเจอกันได้อย่างไร ผมกลับกลางวัน เขามากลางคืน จะเจอกันได้อย่างไร ขนาดใช้สนามบิน ยังใช้คนละสนาม ไม่เห็นมีอะไรเลย”….ตอบเสียงชัดบอก ไม่พบ ไม่เจอกัน คนละเวลา คนละสนามบิน แหมใครจะคิดไปไกลแค่ไหน..คงไปห้ามไม่ได้จริงนะคร้า…nn

nn…แน่นอนจนเวลานี้บรรดานักการเมืองต่างต้องลุ้นจะมีเลือกตั้งตามโรดแมปหรือไม่ แต่ระหว่างรอ ไม่อยู่นิ่งเฉย “หมอทศ”นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตโฆษกรัฐบาล สมัยรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์”และเป็นอดีต สส.แพร่ พรรคเพื่อไทยบอกว่าหลังจากที่ได้ปลูกต้นสัก ในสวน ที่ จ.แพร่ ในพื้นที่ 10 ไร่ ที่บ้านใน อ.เมือง และยังได้ปลูกไว้ที่ อ.ลอง อีกจำนวนมากเลย..หลังปลูกไปหลายปี แต่เมื่อปีที่แล้ว ถ่ายรูปเอาไว้ยังสูงไม่ถึง 2 เมตร แต่ปีนี้แวะไปดูโตเร็วมากๆ สูงกว่า 4 เมตรแล้ว…จริงๆ มีความตั้งใจให้มาช่วยกันปลูกต้นไม้ให้มากๆเพื่อจะได้สร้างออกซิเจน ให้ลูกหลานและให้โลกใบนี้ด้วย…หมอทศ ยังเปรยถึงความตั้งใจอีกว่า“ในอนาคตตั้งใจจะให้มีทั้งต้นสักและไม้ผลต่างๆและไม้ดอก อีกทั้งยังมีการปลูกข้าวปลอดสารเคมีด้วย รวมถึงให้มี“พิพิธภัณฑ์”ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของ“มูลนิธิปันบุญ”เพื่อเปิดให้ประชาชนได้เข้ามาเรียนรู้และเยี่ยมชมได้นะครับ”แม้กว่าจะมีเลือกตั้งใหญ่จริงๆยังมีกิจกรรมในสวนอีกมากตามมาแน่ๆ พัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด..เป็นกำลังใจให้นะครับ..nn

nn…ฝากแจ้งข่าว สตช.เชิญ “อลงกรณ์ พลบุตร”อดีต รองประธาน สปท.บรรยายพิเศษเรื่อง “การปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติสู่ไทยแลนด์ 4.0” ให้ผู้อบรม หลักสูตรการบริหารงานตำรวจชั้นสูง (บตส.) รุ่นที่ 43 ระดับรองผู้บังคับการและเครือข่ายในขบวนการยุติธรรม ในวันที่ 25 ก.ย. เวลา 09.00-12.00 น. ณ สถาบันตำรวจ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไขข้อข้องใจ ‘บัตรคนจน’ใช้อย่างไร? คลิกที่นี่!!

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293493

ไขข้อข้องใจ 'บัตรคนจน'ใช้อย่างไร? คลิกที่นี่!!

ไขข้อข้องใจ ‘บัตรคนจน’ใช้อย่างไร? คลิกที่นี่!!

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560, 18.29 น.

ต้องบอกว่าบรรยากาศคึกคักในหลายจังหวัด หลังจากที่รัฐบาลได้ออกโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย หรือ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งบุคคลที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน”

สำหรับปีนี้เริ่มให้ลงทะเบียนคนจนตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.60 – 15 พ.ค.60 และจะได้ใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดี หลายพื้นที่ยังพบว่ามีปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการอธิบายโดยเฉพาะขั้นตอนการนำบัตรไปใช้และสิทธิ์การใช้ในกรณีต่างๆ  วันนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่างเข้าใจง่าย

กระทรวงการคลังได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิที่ผ่านคุณสมบัติตามที่กำหนด ในวันที่ 15 ก.ย.60 และเริ่มแจกจ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันนี้ที่ 21 ก.ย.60 เป็นต้นไป โดยให้ผู้มีสิทธิที่ผ่านคุณสมบัตินาบัตรประจำตัวประชาชนและหลักฐานการลงทะเบียนมาติดต่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ที่หน่วยรับลงทะเบียนที่ได้ลงทะเบียนไว้

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีภาพเบื้องหลังเป็นภาพสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 และประตูระบายน้ำ คลองลัดโพธิ์ (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) นอกจากนี้ ภาพสะพานยังเปรียบเสมือนรัฐบาล จะทำหน้าที่เป็นสะพานพาพี่น้องประชาชนผ่านภาวะที่ลำบากไปสู่ทางที่ดีกว่า และพบเจอกับสิ่งใหม่ที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป

บัตรมีคุณลักษณะทำจากพลาสติก มี Chip และแถบแม่เหล็ก ขนาดเป็นไปตามมาตรฐานสากล มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเทียบเท่ากับระบบสากลของบัตรที่มีลักษณะและคุณสมบัติเดียวกัน มีอายุการใช้งาน 5 ปี นับจากเดือน/ปีที่ผลิต (30 กันยายน 2565) ใช้เป็นเครื่องมือในการชำระค่าสินค้าและบริการทั้งในภาคการขนส่งและนอกภาคการขนส่ง รวมทั้งยืนยันสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐทุกครั้ง นอกจากนี้บัตรยังมีคุณสมบัติเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) สามารถเติมเงินลงในบัตรได้และถอนเงินในส่วนที่เติมนี้เป็นเงินสดที่ตู้ATM หรือสาขาธนาคารได้ มี 2 แบบ ดังนี้

แบบที่ 1 บัตร Hybrid 2 Chips เป็น Contact Chip และ Contactless Chip และแถบแม่เหล็ก Contactless Chip จะเป็นไปตามมาตรฐานกลางระบบตั๋วร่วม (แมงมุม) สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนกับหน่วยรับลงทะเบียนในเขตกทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร

แบบที่ 2 บัตร EMV เป็น Contact Chip และแถบแม่เหล็ก สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนกับหน่วยรับลงทะเบียนนอกเขตจังหวัดดังกล่าว (นอกเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร)

** คำแนะนำการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

1. บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นสิทธิเฉพาะตัวของบุคคลที่ระบุบนหน้าบัตรเท่านั้น เว้นแต่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด

2. กรุณาเก็บบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและรักษาบัตรไว้เป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ของท่านในการรับสวัสดิการจากรัฐบาล

3. หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าให้ผู้อื่นนำบัตรไปใช้ เจ้าของบัตรจะถูกตัดสิทธิในบัตรและผู้ที่นำบัตรผู้อื่นไปใช้จะมีความผิด ต้องชดใช้เงินคืนแก่ทางราชการ

แนวทางการให้ความช่วยเหลือ

ประชารัฐสวัสดิการ เป็นการให้วงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อใช้ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือร้านค้าที่กำหนด เมื่อชำระค่าสินค้าและบริการแล้ววงเงินจะลดลงตามยอดที่ใช้จ่ายและถึงรอบวันที่ 1 ของทุกเดือน (ยกเว้นวงเงิน ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม ทุกวันที่ 1 ของทุก 3 เดือน) วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงิน แต่ละสวัสดิการเสมอ ซึ่งวงเงินคงเหลือของเดือนที่ผ่านมาจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป

นอกจากนี้ ไม่สามารถถอนวงเงินสวัสดิการจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเงินสดได้ โดยสรุปแนวทาง การจัดประชารัฐสวัสดิการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ดังนี้

เงื่อนไขการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

1. วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์ กำหนด

ใช้สิทธิด้วยตนเอง 1 คนต่อ 1 บัตรต่อ 1 สิทธิ ใช้ซื้อสินค้า ไม่จำกัดจำนวน ภายในวงเงินสวัสดิการที่จะมีการกำหนดในบัตร ตามรายได้ของผู้มีสิทธิ (วงเงิน 200 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับผู้มีสิทธิที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาทต่อปี และวงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับผู้มีสิทธิที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี) กรณีซื้อสินค้ามากกว่าวงเงินสวัสดิการที่ได้รับ ผู้มีสิทธิต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง สำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางได้สามารถใช้สิทธิในการซื้อสินค้า ได้ดังนี้

ผู้พิการ ให้ผู้ดูแลที่มีชื่อปรากฏอยู่ในบัตรประจำตัว ผู้พิการเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ โดยผู้ขายต้องตรวจสอบผู้ที่ใช้สิทธิแทน จากบัตรประจำตัวผู้พิการที่ระบุชื่อผู้ดูแลและบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้ดูแล ก่อนชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 คนต่อ 1 บัตรต่อ 1 สิทธิ)

ผู้สูงอายุ ให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ โดยผู้ขายต้อง ตรวจสอบผู้ที่ใช้สิทธิแทนจากใบมอบฉันทะ บัตรประจำตัว ประชาชนของผู้สูงอายุและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ดูแล ก่อนชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 คนต่อ 1 บัตร ต่อ 1 สิทธิ)

ผู้ป่วยติดเตียง ให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ โดยผู้ขาย ต้องตรวจสอบผู้ที่ใช้สิทธิแทนจากใบมอบฉันทะ บัตรประจำตัว ประชาชนของผู้ป่วยติดเตียงและบัตรประจำตัวประชาชนของ ผู้ดูแล ก่อนชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 คน ต่อ 1 บัตรต่อ 1 สิทธิ) เมื่อถึงรอบตามที่กำหนด (วันที่ 1 ของทุกเดือน) วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงินเสมอ (วงเงิน 200 บาทต่อคน ต่อเดือน สำหรับผู้มีสิทธิที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาทต่อปี และวงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับผู้มีสิทธิที่มีรายได้ ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี) และวงเงินจะไม่มีการสะสมในเดือน ถัดไป

2. วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม จากร้านค้าที่กระทรวงพลังงาน กำหนด 

ใช้สิทธิด้วยตนเอง 1 คนต่อ 1 บัตรต่อ 1 สิทธิ ใช้เป็นส่วนลด ค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด ตามสิทธิ เป็นจำนวนเงิน 45 บาทต่อ 3 เดือน สำหรับค่าก๊าซหุงต้มส่วน ที่เกิน 45 บาท ผู้มีสิทธิต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง สำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถใช้สิทธิในการซื้อก๊าซหุงต้ม ได้ดังนี้

ผู้พิการ ให้ผู้ดูแลที่มีชื่อปรากฏอยู่ในบัตรประจำตัว ผู้พิการเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ โดยผู้ขายต้องตรวจสอบผู้ที่ใช้สิทธิแทน จากบัตรประจำตัวผู้พิการที่ระบุชื่อผู้ดูแลและบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้ดูแล ก่อนชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 คนต่อ 1 บัตรต่อ 1 สิทธิ)

ผู้สูงอายุ ให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ โดยผู้ขายต้อง ตรวจสอบผู้ที่ใช้สิทธิแทน จากใบมอบฉันทะ บัตรประจำตัว ประชาชนของผู้สูงอายุและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ดูแล ก่อนชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 คนต่อ 1 บัตร ต่อ 1 สิทธิ)

ผู้ป่วยติดเตียง ให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ โดยผู้ขาย ต้องตรวจสอบผู้ที่ใช้สิทธิแทน จากใบมอบฉันทะ บัตรประจำตัว ประชาชนของผู้ป่วยติดเตียงและบัตรประจำตัวประชาชนของ ผู้ดูแล ก่อนชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 คน ต่อ 1 บัตร ต่อ 1 สิทธิ) เมื่อถึงรอบตามที่กำหนด (ทุกรอบ 3 เดือน ในวันที่ 1 ของ เดือน) วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงินเสมอ (45 บาท) และวงเงินจะไม่มีการสะสมในรอบถัดไป

3. วงเงินค่าโดยสารรถ ขสมก./รถไฟฟ้า

ใช้สิทธิด้วยตนเอง 1 คนต่อ 1 บัตรต่อ 1 สิทธิ ใช้ชำระค่าโดยสารรถขสมก. (ระบบ e-Ticket)/รถไฟฟ้า ได้ 500 บาท ต่อ เดือน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการใช้สิทธิเมื่อถึงรอบตามที่กำหนด (วันที่ 1 ของทุกเดือน) วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงินเสมอ (500 บาท) และวงเงินจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป

4. วงเงินค่าโดยสารรถ บขส.

ใช้สิทธิด้วยตนเอง 1 คนต่อ 1 บัตรต่อ 1 สิทธิ ใช้ซื้อบัตรโดยสารรถบขส. ภายในวงเงิน 500 บาทต่อเดือน โดยไม่จำกัด จำนวนครั้งในการใช้สิทธิ เมื่อถึงรอบตามที่กำหนด (วันที่ 1 ของทุกเดือน) วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงินเสมอ (500 บาท) และวงเงินจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป

5. วงเงินค่าโดยสารรถไฟ

ใช้สิทธิด้วยตนเอง 1 คนต่อ 1 บัตรต่อ 1 สิทธิ ใช้ซื้อบัตร โดยสารรถไฟภายในวงเงิน 500 บาทต่อเดือน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการใช้สิทธิ เมื่อถึงรอบตามที่กำหนด (วันที่ 1 ของทุกเดือน) วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงินเสมอ (500 บาท) และวงเงินจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป

การใช้สิทธิ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไปผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิตามวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือ ร้านค้าที่กำหนด ได้แก่

– จุดรับชำระเงินตามร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่นๆที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

– จุดรับชำระเงินตามร้านค้าก๊าซที่กระทรวงพลังงานก าหนด

– เครื่องแตะบัตรชำระเงินบนรถประจำทาง ขสมก./รถไฟฟ้า

– จุดจำหน่ายบัตรโดยสารรถ บขส.

– จุดจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟทุกสถานี (รฟท.)

การให้บริการข้อมูล/ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งานบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Call Center) Call Center

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หมายเลขโทรศัพท์02 109 2345 จำนวน 150 คู่สาย เป็นช่องทางให้บริการผู้ถือบัตร ในการสอบถามข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐ รวมถึงการอายัดบัตร วันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 น. – 17.30 น. กรณีผู้ถือบัตรแจ้งอายัดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีวงเงินคงเหลือในส่วนของกระเป๋าเงิน อิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้ผู้ถือบัตรติดต่อ Call Center หลักของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย หมายเลขโทรศัพท์02 111 1111 ตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อระงับการใช้วงเงิน ในส่วนของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)

การออกบัตรใหม่ บัตรสูญหาย หรือชำรุด

ให้ผู้มีสิทธิติดต่อที่สาขาของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย โดย บมจ.ธนาคารกรุงไทย จะแจ้งกรมบัญชีกลางเพื่อตรวจสอบสิทธิ และ บมจ.ธนาคารกรุงไทยจะดำเนินการออกบัตรใหม่

– ขอเปลี่ยนแปลงที่อยู่ กรณีผู้มีสิทธิแจ้งความประสงค์ขอเปลี่ยนบัตร เนื่องจากได้เปลี่ยนแปลงที่อยู่ปัจจุบัน จากเขตจังหวัดอื่น มาพักอาศัยในเขตกทม. นนทบุรีปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร ให้ผู้มีสิทธิติดต่อยื่นเรื่องแสดงความประสงค์ที่ส านักงานคลังจังหวัด โดยกรมบัญชีกลางจะตรวจสอบสิทธิ และออกบัตรใหม่ให้ภายใน 30 วันทาการนับจากวันที่ได้รับแจ้งโดยมารับบัตรที่กรมบัญชีกลาง ถนนพระรามหก แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

– บัตรสูญหาย หรือชำรุด (เกิดจากผู้มีสิทธิเอง) กรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสูญหาย หรือชำรุดที่เกิดจาการใช้งานของผู้มีสิทธิ ผู้มีสิทธิ สามารถดำเนินการขอเปลี่ยนบัตรใหม่ได้ที่สาขาของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย โดยผู้มีสิทธิเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ดังนี้ 1. บัตร EMV ออกบัตรใหม่ให้ภายใน 15 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง 2. บัตร Hybrid 2 Chips (แมงมุม) ออกบัตรใหม่ให้ภายใน 30 วันท าการ นับจากวันที่ ได้รับแจ้ง

– บัตรชำรุดจากข้อบกพร่องของตัวบัตรเองหรือขั้นตอนการออกบัตร ในกรณีที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่สามารถใช้การได้อันเนื่องมาจาก ข้อบกพร่องของตัวบัตรเองหรือขั้นตอนการออกบัตร ผู้มีสิทธิสามารถดำเนินการขอเปลี่ยน บัตรใหม่ได้ที่สาขาของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนี้ 1. บัตร EMV ออกบัตรใหม่ให้ภายใน 15 วันที่ทำการนับจากวันที่ได้รับแจ้ง 2. บัตร Hybrid 2 Chips (แมงมุม) ออกบัตรใหม่ให้ภายใน 30 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง


ประโยชน์ของประชารัฐสวัสดิการ

ประชารัฐสวัสดิการ การให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะทำให้การช่วยเหลือ จากภาครัฐถูกกลุ่มเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยภาครัฐมีข้อมูลในการติดตามประเมินผล การให้สวัสดิการในแต่ละประเภท และนำมาปรับปรุงการให้สวัสดิการให้เหมาะสม สอดคล้องกับ ความต้องการในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถกำกับติดตามค่าใช้จ่าย สวัสดิการต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนในการใช้จ่ายชำระค่าสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันด้วยเงินสดเป็นหลักไปสู่ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และที่สำคัญเป็น การผลักดันให้เกิดการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระ เงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ของรัฐบาลที่มุ่งเน้น การดำเนินธุรกรรมทางการเงินให้เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และลดปริมาณเอกสารทางการเงิน เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)

ช่องทางการตรวจสอบสิทธิ

กระทรวงการคลังจะเปิดให้ตรวจสอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2560 เป็นต้นไป ผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้

ช่องทางที่ 1 ตรวจสอบด้วยตัวเองหรือขอความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ที่หน่วยรับลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ได้แก่ www.epayment.go.th www.mof.go.th และ www.fpo.go.th โดยพิมพ์เลขบัตรประจ าตัวประชาชน 13 หลัก ลงไปในช่องที่กำหนด ระบบจะแจ้งผลการตรวจสอบ

ช่องทางที่ 2 ตรวจสอบผ่านสายด่วน 6 หน่วยงาน ได้แก่ 1) Call center ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 1359 2) Call center ของ ธ.ก.ส. 02-555-0555 3) Call center ของ ธ.ออมสิน 1115 4) Call center ของ ธ.กรุงไทย 02-111-1111 5) Call center ของกรมบัญชีกลาง 02-270-6400 6) เบอร์โทรของส านักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต เจ้าหน้าที่จะตรวจผลให้ผ่าน 3 เว็บไซต์ในช่องทางที่ 1

ช่องทางที่ 3 ตรวจสอบที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานอื่นตามที่กรมการปกครอง เห็นสมควร และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร โดยกระทรวงการคลังจะส่งรายชื่อแยกตามจังหวัด อำเภอ และตำบล ส่งให้กระทรวงมหาดไทย และแยกเป็นรายเขตส่งให้กรุงเทพมหานคร ภายใน วันที่ 12 กันยายน 2560 เพื่อดำเนินการติดประกาศผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่อไป

2. กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้จ่าย โดยไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก กรณีค่าใช้จ่ายมากกว่าวงเงินสวัสดิการจากรัฐบาล สามารถใช้เงินที่เติมไว้ในกระเป๋าเงิน อิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที เงินในบัตรสามารถทำธุรกรรมฝาก ถอน โอน ผ่านตู้ ATM / ADM ของ ธนาคารกรุงไทยได้

การใช้งานกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

– ทำรายการฝาก ถอน โอน หรือธุรกรรมอื่นๆ ผ่านตู้ ATM / ADM ของธนาคารกรุงไทย โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการถอนเงินทั่วประเทศ

– ชำระค่าสินค้าตามจุดรับเงินต่างๆ ที่รองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และร้านค่าอื่นๆ ที่มีเครื่องหมาย โดยผู้ถือบัตรต้องเติมเงินล่วงหน้าก่อนใช้งาน

– รหัส ATM ที่ใช้ในการกดเงินที่ตู้ ATM คือ หมายเลข 6 หลักสุดท้ายของบัตร ประชาชนท่าน ทั้งนี้ ท่านสามารถท าการเปลี่ยนรหัสได้ที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย โดยการ สอดบัตรและใส่รหัสเดิมให้ถูกต้องจากนั้นเลือกบริการ “อื่นๆ” และเลือก “เปลี่ยนรหัส ATM”

* รหัสของบัตรต้องกำหนดด้วยเลขทั้งหมด 6 หลัก เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน การเติมเงินกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ วงเงิน 100 – 30,000 บาท

– การเติมเงินเข้าบัตรครั้งแรก สามารถเติมเงินผ่านธนาคารกรุงไทยทุกสาขา และตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย

– การเติมเงินครั้งต่อไป สามารถเติมเงินได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

* โปรดระบุหมายเลขบัตร 16 หลักทุกครั้งเมื่อท่านทำรายการเติมเงิน


รายละเอียด : http://bit.ly/2hiX7gf

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สัตว์เลี้ยงแสนรู้! “เจ้ายูโร”เป็นเพื่อนกับหมา-แมวจนลืมว่าเป็น’เป็ด’

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293480

สัตว์เลี้ยงแสนรู้!

สัตว์เลี้ยงแสนรู้! “เจ้ายูโร”เป็นเพื่อนกับหมา-แมวจนลืมว่าเป็น’เป็ด’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560, 17.53 น.

21 ก.ย.60 ที่บริเวณบ้านเลขที่ 53/3 หมู่ 7 ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง  เป็นบ้านที่อยู่ภายในสวนอากาศร่มรื่น มีสุนัขและแมวอาศัยอยู่ภายในบ้านจำนวนหลายตัว พร้อมด้วยความน่ารักของ “เจ้ายูโร” เป็ดน้อยเพศผู้ สีน้ำตาล อายุประมาณ 2 ปี ที่เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรู้ อาศัยอยู่ภายในบ้านกลายเป็นสัตว์เลี้ยงภายในบ้านเคียงค้างหมาและแมว โดยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับหมาและแมวกินอาหารร่วมกัน วิ่งเล่นตามเจ้าของไปทุกที่มีหมาและแมวเป็นเพื่อนคู่ใจ  ในการใช้ชีวิตประจำวันจนทำให้”เจ้ายูโร” เป็ดน้อย ลืมตัวไปว่าตนเองเป็นเป็ด  เลียนแบบพฤติกรรม ของหมาหรือแมว บางครั้งทะเลาะกันก็วิ่งไล่กัดงับหมาแมวที่เข้าเล่นด้วย และอีกอย่างหนึ่งเป็นเป็นที่กลัวน้ำในคลองมาก ไม่กล้าที่จะลงไปว่ายน้ำเล่นในคลอง  ทำให้ทุกวันเจ้าของต้องนำเจ้ายูโร เป็ดน้อยลงกะละมังใส่น้ำ ให้เล่นและอาบน้ำให้ทุกวัน

ด้านนางสาวขนิษฐา วิเศษคามิน อายุ 50 ปี เจ้าของเจ้ายูโย เป็ดน้อยที่น่ารัก เปิดเผยว่า ได้พบเจ้าอยู่โรเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา หลังเดินหลงเข้ามาภายในสวนตั้งแต่ตัวยังเล็กๆ  มีขนขึ้นเพียงเล็กน้อย เลยตั้งชื่อให้ว่า “ยูโร” พร้อมนำมาเลี้ยงไว้ภายในบ้าน  ให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับหมาแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน มานานร่วม 2 ปี โดยเจ้ายูโรจะชอบกินอาหารแมว  ส่วนการว่ายน้ำนั้น  จะไม่ยอมลงเล่นน้ำในคลองเหมือนเป็ดทั่วไปเนื่องจากเจ้ายูโรกลัวจมน้ำมาก  ไม่กล้าที่จะลงไปในคลอง  ตนเองเคยจับไปเจ้ายูโรลงเล่นน้ำในคลอง ก็ร้องเสียงดังมากดิ้นไปมา แล้วรีบขึ้นมาบนฝั่งด้วยอาการตื่นกลัวและตกใจ ก็เลยต้องจับเจ้ายูโรอาบน้ำ โดยเปิดน้ำใส่กะละมังแล้วให้เจ้ายูโรเล่นและอาบน้ำให้ทุกวัน โดยชีวิตในแต่ละวันของเจ้ายูโร จะกินเล่นหลับนอนอยู่กับหมาและแมว  เวลาเดินตนเองเดินไปไหน หรือทำงานอะไร เจ้ายูโรก็จะเดินตามไปอยู่ด้วยทุกที่  ทั้งในบ้านในสวน จนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรู้  ที่อยู่กับคนได้อย่างมีความสุขต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งดงาม! รร.สตรีฯ รำวงถวายงานมุทิตาจิตครูเกษียณ

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293418

งดงาม! รร.สตรีฯ รำวงถวายงานมุทิตาจิตครูเกษียณ

งดงาม! รร.สตรีฯ รำวงถวายงานมุทิตาจิตครูเกษียณ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.56 น.

เป็นการแสดงถึงความรักความอาลัยแก่ครูผู้ประศาสน์วิชาที่เกษียนอายุราชการ วันนี้ที่โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จ.อุดรธานี นักเรียนชั้น ม.4 และม.5 จำนวน 1500 คน รำวงประกอบเพลง อุดรธานี เพื่อแสดงออกในงานมุทิตาจิตแก่ครูจำนวน 22 คนที่เกษียณอายุราชการในปีนี้เป็นภาพที่งดงามอลังการหาดูได้ยากยิ่ง

งดงามอลังการ นักเรียนโรงเรียนสตรีชื่อดัง จ.อุดรธานี กว่า 1500 คนรำประกอบเพลงในงานมุทิตาจิตเกษียณอายุราชการของครูในโรงเรียน โดยเช้าวันนี้ (21 ก.ย.60) เวลา 08.30 น.ที่โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้จัดงานมุทิตาจิตแก่คณะครู อาจารย์ นักการ ภารโรงที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยครูอาจารย์รวม 22 คน รวมทั้งนาย สุพรรณ กิ่งมิ่งแฮ ผู้อำนวยการ ร.ร สตรีราชินูทิศด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นเคล้าน้ำตาต่อการอำลาชีวิตราชการของครูผู้ประศาสตร์วิชาทุกๆ คน  โดยเฉพาะผอ.โรงเรียนนายสุพรรณซึ่งก็เกษียนอายุราชการด้วยในปีนี้ ได้อ่านกลอนอำลากระเซาะเย้าแหย่ตบท้ายด้วยร้องเพลงอำลาด้วยสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มแก่ครูและนักเรียนเป็นอย่างมาก

และเพื่อแสดงออกถึงความรักความอาลัยและกตัญญูกตเวทีแก่ครูผู้ประศาสตร์วิชา นักเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1- ม.6 ก็ร่วมจัดกิจกรรมทั้งมอบมาลัยกรแก่ครูเกษียน วีดบูมแสดงความรักอาลัยและ ร้องเพลงอำลาอาลัย และที่เป็นไฮไลในงานเกษียณอายุราชการครั้งนี้คือการรำวงประกอบเพลง 3 เพลงซึ่งประกอบด้วยเพลงคนดีเมืองอุดร รำวงชาวสตรีราชินูทิศและพระคุณคุณครู ของนักเรียนชั้น ม.4 และ ม.5 จำนวน 1500 คนอย่างงดงามอลังการ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งและเด็กนักเรียนเหล่านี้ก็ฝึกรำวงถวายครูเกษียนเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นเอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทนายสงกานต์เปิดโปงแก๊ง‘ชายขายตัว เดลิเวอรี่’

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293345

ทนายสงกานต์เปิดโปงแก๊ง‘ชายขายตัว เดลิเวอรี่’

ทนายสงกานต์เปิดโปงแก๊ง‘ชายขายตัว เดลิเวอรี่’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560, 09.41 น.

“ทนายสงกานต์” ออกโรงเปิดโปง “แก๊งชายขายตัว เดลิเวอรี่” บริการเสิร์ฟเซ็กส์ถึงบ้าน เผยลูกค้าเป็น “สาวใหญ่-แม่ม่าย” ระบุเร็วๆนี้มีกวาดล้างครั้งใหญ่

21 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความชื่อดัง และประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โพสต์เฟซบุ๊ค ‘สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์’ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ในลักษณะของกลุ่มผู้ชายขายตัว โดยมีข้อความระบุว่า

“เตรียมเปิดโปงกลุ่มชายขายตัวแบบDeliveryถึงที่เร็วๆนี้!!!

เรื่องเหลือเชื่อที่ท่านๆอาจคาดไม่ถึงว่าปัจจุบันจะมีขบวนการค้ามนุษย์หลากหลายรูปแบบกันทั้งนี้ทั้งนั้นแก๊งค์เหล่านี้ต่างก็มีจุดประสงค์เหมือนกันก็คือการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ด้วยกันโดยกระทำกันเป็นล่ำเป็นสัน!!!

จากชายที่หันการให้บริการทางเพศแบบDeliverry คือบริการส่งตรงเช่นชายให้บริการถึงบ้านหรือชายให้บริการถึงโรงแรมหรือให้บริการถึงหอพักขนาดผู้ชายด้วยกันยังอี้งแล้วเปรยเชิงรำพันว่ามีจริงหรือ???

..ต้องบอกว่าเรื่องนี้มีจริงแล้วอยู่ใกล้ตัวท่านมากจริงๆในแต่ละวันๆๆโดยที่ท่านชายหลายๆคนอาจจะไม่รู้มาก่อนแต่อย่างใด!!!

..กลุ่มเป้าหมายของการใช้ผู้ชายขายตัวในรูปแบบ Deliveryนั้นซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเภทสาวใหญ่,แม่ม่าย,สาวทำงานบริการ,สาวที่เปล่าเปลี่ยวหรือว้าเหว่หรือสาวประภทสองหรือสาวที่ประชดสามี(เป็นบางคนเท่านั้น)!!!

..ซึ่งหากสนใจก็สนนราคาจะใช้บริการนั้นก็อยู่ที่เอาแบบชั่วคราวหรือค้างคืนซึ่งอยู่ในเหรดราคาประมาณตั้งแต่2,500-5,000 บาทหรือตามตกลงกัน!!!

..กลุ่มบุคคลข้างต้นจะแฝงตัวอยู่กับการบริการรับ-ส่งผู้โดยสารในแต่ละวันจะมีอุปกรณ์บริการทางเพศให้กับหญิงแบบเซ็กซ์ทอยซึ่งมีอยู่ประจำตัวของชายแต่ละคนในกลุ่มของตนและจากการสืบทราบแต่ละกลุ่มจะมีชายขายตัวประมาณ30-50คนซึ่งจะมีพ่อเล้ารับงานและจ่ายงานให้กับบรรรดาสมาชิกในกลุ่มออกให้บริการทางเพศแบบถึงพริกถึงขิง!!!

..เคสนี้น่าติดตามมากโดยจะเจาะรูปแบบการขายตัวของชายแบบ Deliveryบริการถึงที่แบบจะๆเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาตีแผ่สะท้อนปัญหาสังคมในมุมมืดของชายขายตัวอีกแบบหนึ่งที่ท่านๆคาดไม่ถึง!!!

..นักข่าวหัวเห็ดทุกสำนักเตรียมตัวเร็วๆนี้ประชาชนรอชม!!!

.. เชื่อว่าอีกไม่นานจะมีการระดมกวาดล้างครั้งใหญ่!!!”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิ่งมาราธอนไม่ยอมแพ้ กลิ้งเข้าเส้นชัย (ชมคลิป)

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293342

นักวิ่งมาราธอนไม่ยอมแพ้ กลิ้งเข้าเส้นชัย (ชมคลิป)

นักวิ่งมาราธอนไม่ยอมแพ้ กลิ้งเข้าเส้นชัย (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560, 09.18 น.

นักวิ่งมาราธอนชาวอเมริกันหกล้มก่อนถึงเส้นชัย แต่ไม่ยอมจำนน กลิ้งเข้าเส้นชัยแทน เพราะลุกไม่ไหว คลานเข่าก็เจ็บ

เรื่องราวนักวิ่งยอดนักสู้คนนี้ เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันวิ่งมาราธอนรายการทันเนล วิชั่น ในเมืองนอร์ธ เบนด์ รัฐวอชิงตันของสหรัฐ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เข้าชมเป็นคนถ่ายคลิปวีดิโอและโพสต์ลงเฟซบุ๊ค เป็นจังหวะที่     เดวอน บีลิง นักวิ่งสาวชาวอเมริกัน เลือกใช้วิธีการกลิ้งหมุนตัวเพื่อเข้าเส้ยชัยการแข่งขัน หลังจากเกิดหกล้มก่อนถึงเส้นชัยราว 10 กว่าเมตร และลุกขึ้นวิ่งต่อไม่ไหว ตอนแรกพยายามคลานแต่เจ็บเข่าเพราะพื้นขรุขระ และด้วยความมุ่งมั่นจึงกลิ้งเข้าเส้นชัย ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมจากทีมงานจัดการแข่งขันและผู้เข้าชม ในสปิริตนักกีฬา ผู้ไม่ยอมแพ้ของเธอ

ขณะที่บีลิงเผยทางเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ตอนแรกรู้สึกไม่ดีที่มีคนถ่ายคลิปตอนกลิ้งเข้าเส้นชัย แต่ก็มีกำลังใจจากหลายคนที่โพสต์สนับสนุน และชื่นชมความมุ่งมั่นของเธอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัฒนาโพสต์อุ้มโอ๊ค…นามสกุลผิด ชีวิตเปลี่ยน

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293340

วัฒนาโพสต์อุ้มโอ๊ค...นามสกุลผิด ชีวิตเปลี่ยน

วัฒนาโพสต์อุ้มโอ๊ค…นามสกุลผิด ชีวิตเปลี่ยน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560, 09.08 น.

21 ก.ย.60 นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค Watana Muangsook แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีทุจริตเงินกู้ “กรุงไทย” มีข้อความระบุว่า

“นามสกุลผิด ชีวิตเปลี่ยน”

“เรื่องเงินกู้กรุงไทยกลายเป็นมหากาพย์ ล่าสุดคุณวีระ สมความคิด ได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับผู้ที่เกี่ยวข้องอีกประมาณ 200 ราย คุณวีระฯ ยังเปิดเผยอีกว่าระหว่างปี 2535-2555 บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการ ส่วนธนาคารกรุงเทพฯ ใครเป็นประธานผมไม่ทราบ

การกล่าวหาใครในทางอาญาต้องมีหลักฐานว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด สำหรับความผิดฐานฟอกเงิน ผู้ที่โอนหรือรับโอนจะต้องทราบว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด และต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อช่วยซุกซ่อน หรือปกปิดฯ เมื่อพิจารณาฐานะของผู้ชำระเงินคือนายวิชัย กฤษดาธานนท์ ที่เป็นนักธุรกิจเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์มากมาย ก่อหนี้ได้นับหมื่นล้านบาท ขนาดนายมีชัยฯ ยังเชื่อถือมาเป็นประธานกรรมการบริษัทให้ อีกทั้งในปี 2547 ยังไม่มีการกล่าวหานายวิชัย ดังนั้น ผู้ที่ได้รับเงินจากนายวิชัยย่อมเชื่อว่าเป็นเงินสุจริตและคงไม่มีใครไปสอบถามที่มาของเงิน รวมถึงที่บริจาคให้กับมูลนิธิ และจ่ายให้กับนายทหารยศนายพล ซึ่งผมก็เชื่อว่ามูลนิธิและนายทหารคงไม่ได้สอบถามที่มาของเงินเช่นกัน ส่วนการรับเงินที่เกิน 3,000 บาทจะผิดกฎหมาย ป.ป.ช. หรือไม่ผมไม่ก้าวล่วง

ผมจึงเชื่อว่าไม่มีใครตาทิพย์ไปรู้เห็นที่มาของเงินก่อนศาลตัดสิน โอ๊คก็เช่นกัน ไม่มีทางทราบว่าเช็คที่ได้มานั้นมาจากการกระทำความผิด ที่แปลกคือเป็นคนเดียวที่คืนเงินแต่ถูกดำเนินคดี ส่วนพวกที่ไม่คืนเงินไม่มีใครถูกดำเนินคดี คงผิดที่นามสกุล

มีผู้หวังดีส่งหนังสือร้องทุกข์ของ ปปง. ที่ขอให้ดีเอสไอให้ดำเนินคดีโอ๊คกับพวกรวม 4 คน มาให้ ผมอ่านแล้วตกใจเพราะความในหนังสือที่ระบุว่า “ขอให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารวบรวมพยานหลักฐาน ที่บ่งชี้ถึงเจตนา ที่ผู้กระทำรู้ว่าทรัพย์สินที่ได้รับโอน หรือที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และกระทำโดยเจตนาพิเศษเพื่อซุกซ่อน ปกปิด อำพราง แหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น” ไม่อาจแปลเป็นอย่างอื่นได้นอกจากว่า ปปง. มาร้องทุกข์โดยยังไม่ทราบว่าผู้ที่ตัวเองกล่าวหานั้นได้ทำความผิดหรือไม่ จึงขอให้ดีเอสไอไปรวบรวมหลักฐานหาเอาเอง

ทำแบบนี้ระวังติดคุกทั้งคนกล่าวหาและคนรับร้องทุกข์”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปลี่ยนผ่านสู่‘ยุค4.0’ แรงงานไทยพร้อมหรือยัง?

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293210

เปลี่ยนผ่านสู่‘ยุค4.0’ แรงงานไทยพร้อมหรือยัง?

เปลี่ยนผ่านสู่‘ยุค4.0’ แรงงานไทยพร้อมหรือยัง?

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เชื่อว่า ณ ขณะนี้คนไทยคงคุ้นเคยกับคำว่า “Thailand 4.0” เป็นอย่างดีผ่านการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องในสื่อต่างๆ ทั้งโดยภาครัฐและเอกชน เนื่องจากเป็นเป้าหมายใหญ่ที่รัฐบาลโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นทั้งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. “หมายมั่นปั้นมือ” ว่าจะทำให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ เพื่อพาประชาชนคนไทยหนีพ้น “กับดักรายได้ปานกลาง” หลุดจากประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้จากการ “รับจ้างผลิต” ขึ้นไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย “นวัตกรรม” หลังจากติดหล่มมานานนับสิบปี

ข้อมูลจาก สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย (FIT) ระบุว่า สถานการณ์ความยากจนของประเทศไทยมีผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาท ถึงร้อยละ 54.32 ของประเทศ และผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ถึงร้อยละ 76.27 ของประเทศ อีกทั้งประเทศไทยยังมีความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต ว่าในปัจจุบันแรงงานที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมยังมีรายได้น้อย ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการต้องการแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้น แรงงานไร้ฝีมือและแรงงานกึ่งฝีมือจึงมีโอกาสตกงาน

..หากประเทศไทยอยากจะออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น จะต้องลงทุนอุปกรณ์เครื่องจักรที่ทันสมัย ต้องการวิศวกรและอาชีวศึกษาสายช่างจำนวนมาก ในขณะที่ภาคบริการต้องปรับเปลี่ยนไปทั้งคุณภาพที่สูงขึ้นและความหลากหลายที่มากขึ้น ทำให้ต้องมีหลักสูตรวิชาชีพในสาขาบริการมากขึ้น และทุกคนต้องมีโอกาสที่จะเปลี่ยนงานผ่านการอบรมความรู้ใหม่ หรือยกระดับทักษะให้ทันสมัยขึ้น..

ที่งานเสวนา “ทางออกวิกฤตเศรษฐกิจไทย ภายใต้บริบทการพัฒนาทักษะแรงงานไทย” ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลปัจจุบันทำขึ้นโดยหวังว่าจะนำไปสู่ Thailand 4.0 นั้น เท่าที่เห็นคือมีเพียงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรมากๆ หรือให้สิทธิการถือครองที่ดินเป็นเวลายาวนาน ซึ่งเป็นเพียง “Thailand 2.0” เสียมากกว่า เพราะเป็นการต่อยอดสิ่งที่เคยทำมาในสมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี

อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เล่าต่อไปว่า ช่วง 2 -3 ปีมานี้ตนใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการงานการเมือง ลงพื้นที่พบปะผู้คนหลากหลายอาชีพทั้งเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน นักธุรกิจภาคส่วนต่างๆ พบว่าทุกกลุ่มพูดตรงกันอยู่ “2 เรื่อง” อันเป็นอุปสรรคขวางกั้นไม่ให้ไปสู่ยุค 4.0 ได้ คือ 1.กฎหมาย ระเบียบ กติกา ที่หากนับรวมทุกประเภทตั้งแต่รัฐธรรมนูญลงไปถึงกฎหมายลูกระดับต่างๆ จะมีมากถึง “กว่า 1 แสนฉบับ” ซึ่งต้องมีการปรับปรุงหากจะให้เดินหน้าต่อไปได้

กับ 2.ทักษะ ที่ไม่ใช่แค่ของแรงงาน เพราะทุกวันนี้ “นิยาม” คำว่าแรงงานได้เปลี่ยนไป ธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ๆ จากเทคโนโลยีใหม่ๆ จะทำลายโครงสร้างนิยามแรงงานแบบเดิมๆ ที่เคยเข้าใจกัน ขณะที่ “คนรุ่นใหม่” ก็มีค่านิยม “รักอิสระ” อาจต้องการประกอบอาชีพที่เป็นทั้งการทำธุรกิจแล้วก็เป็นแรงงานไปด้วย ฉะนั้นความรู้หรือทักษะที่ต้องการ อาจไม่ใช่ทักษะของแรงงานอย่างเดียว หากแต่ต้องเป็นการยกระดับ “ทักษะคนไทย” และต้องทำ “ตั้งแต่เกิดจนตาย” เด็กเล็ก ครอบครัว การศึกษาขั้นพื้นฐาน

โดยเฉพาะจุดสำคัญคือ “รอยต่อด้านการศึกษาตั้งแต่จบชั้นมัธยมต้น” แม้จะมีการเขียนไว้ในแผนปฏิรูปการศึกษา แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริงเพราะยังไม่สามารถที่จะก้าวข้ามค่านิยมบางอย่าง อย่างไรก็ตามใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หากแต่ภาคการศึกษาและภาคธุรกิจต้องร่วมมือกัน เช่น หลักสูตรอาชีวศึกษาต้องเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ “ทวิภาคี – สหกิจศึกษา” จึงจะสอดคล้องกัน ที่ผ่านมาพบปัญหาคือเรียนจบแล้วยังทำงานไม่ได้ทันที เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกงานในสถาบันการศึกษา “ตกรุ่น” ไปแล้วเมื่อเทียบกับที่ใช้ในสถานประกอบการ

อีกด้านหนึ่ง “มาตรฐานฝีมือแรงงาน” ต้องเชื่อมโยงกับ “ค่าตอบแทนที่เหมาะสม” ที่ผ่านมาหลายวิชาชีพก็เริ่มกำหนดกันไปบ้างแล้ว ขณะเดียวกัน แรงงานที่ทำงานอยู่แล้วก็ต้องการการพัฒนาทักษะเช่นกัน แต่ไม่ใช่ภาครัฐกำหนดเอง ควรให้ภาคธุรกิจเป็นคนกำหนดเพื่อให้ได้หลักสูตรที่ตรงความต้องการ รวมทั้ง “งานวิจัย” ที่ประเทศไทยมีผลงานดีๆ จำนวนมาก แต่ “เก็บใส่กรุ”ไม่ได้นำออกมาใช้จริงเพราะขาดการเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ

และอีกกลุ่มที่มีจำนวนมากแต่ไม่ค่อยถูกพูดถึงคือ “ภาคเศรษฐกิจนอกระบบ” อาทิ ผู้ขายสินค้าข้างทาง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนเหล่านี้มีความสามารถ แต่ยังไม่ได้รับการส่งเสริมว่าจะเข้าสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ได้อย่างไร? นี่คือโจทย์ใหญ่เพราะต้องการสร้างทักษะความเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งแน่นอนว่าคงใช้ระบบการฝึกอบรมแบบเดิมๆ อย่างที่ภาครัฐทำมาไม่ได้

“การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่สามารถพึ่งบุญเก่าได้ อย่างน้อยที่สุดที่รัฐบาลหยิบยกถ้อยคำ Thailand 4.0 คงเป็นการสร้างความตื่นตัวของประเทศ แต่ปัญหาคือความตื่นตัว ความเข้าใจว่าไทยต้องทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม มันยังเป็นแค่การสะท้อนปัญหาเท่านั้น สังคมไทยยังคงสับสนอยู่มาก ว่าการก้าวไปเป็น Thailand 4.0 หรือการหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง เราจะต้องทำยังไง” อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ กล่าว

ถึงกระนั้นการพัฒนาประเทศไทย อาจไม่สามารถเดินตามประเทศอื่นๆ ได้ทั้งหมดเสมอไป ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการองค์การการค้าโลก (WTO)กล่าวถึง การพัฒนาแบบทวีปยุโรป ที่แม้ประชากรชาวยุโรปเทียบกันแล้วมีทักษะแรงงานมากกว่าคนไทย 5-6 เท่า แต่อัตราการว่างงานเฉลี่ยแต่ละประเทศอยู่ที่ร้อยละ 10 และมากขึ้นตามอายุของแรงงาน ตรงข้ามกับประเทศไทยขณะนี้ที่มีคนว่างงานไม่ถึงร้อยละ 1

ฉะนั้น “ปัญหาของไทยไม่ใช่คนว่างงาน แต่เป็นแรงงานยังขาดทักษะที่เหมาะสม” หรืออีกประเด็นที่น่าสนใจ “รายได้ (GDP) วัดคุณภาพสังคมได้แค่ไหน?” ยกตัวอย่าง ประเทศอินเดียมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าบังกลาเทศ แต่คุณภาพชีวิตชาวบังกลาเทศดีกว่าชาวอินเดีย เช่น สตรีคลอดบุตรมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าอินเดีย การเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลดีกว่าอินเดีย เป็นต้น

อดีตเลขาธิการ WTO ยังฝากประเด็นที่องค์การสหประชาชาติ (UN) กล่าวถึงการพัฒนา คือ “การพัฒนาไม่ใช่แค่การมีปัจจัย 4 สมบูรณ์พร้อม แต่หมายถึงการมีส่วนร่วม (Empowerment)” ให้คนมีศักยภาพ สามารถคิดสามารถตัดสินใจเองได้ เรื่องนี้มีความสำคัญ เช่น กรณีกองทุนหมู่บ้าน การให้เงินไปโดยให้หัวหน้าชุมชนเป็นคนเดียวที่ตัดสินใจ ก็อาจไม่ตอบสนองความต้องการของชุมชนนั้น

ความเสมอภาค การพัฒนาไม่ใช่เพียงการยกระดับแรงงานในระบบ แต่หมายถึงแรงงานทุกส่วน เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ฯลฯ ซึ่งการมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงยุค 4.0 หากไม่ระมัดระวังก็จะกลายเป็น “ดาบสองคม” ย้อนกลับมาทำร้ายสังคมให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น อาทิ จะมีใครที่ “ตกหล่น” ตามไม่ทันเพราะเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี หรือเข้าถึงแต่ใช้ไม่เป็น ใช้ไม่คุ้มค่ากับศักยภาพที่เทคโนโลยีมีให้หรือไม่?

โดยเฉพาะการพัฒนาต้องไม่ทำให้ “ช่องว่างระหว่างคน” ถ่างกว้างแบ่งแยกห่างกันไปไกลกว่าเดิม ซึ่ง ดร.ศุภชัย กล่าวว่านี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เว้นแม้แต่ประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2551 รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณลงไปมาก แต่ผลที่เกิดขึ้นคือช่องว่างระหว่าง “นักลงทุน-แรงงาน” เพิ่มสูงขึ้น กล่าวคือ บรรดาผู้ใช้แรงงาน “มนุษย์เงินเดือน” นอกจากฐานะจะไม่ดีขึ้นแล้วยังถดถอยลงอีกต่างหาก ซึ่งแน่นอนว่าประเทศกำลังพัฒนาปัญหาย่อมหนักกว่า

“จะเป็นแรงงานที่มีทักษะขนาดไหนก็ตาม ถ้าแต้มต่อ การต่อรองการเจรจาที่มีส่วนร่วม หรือ Empowerment มันไม่ไปในทางที่ให้คนเข้ามากำหนดเสรีภาพของตนเองแล้วใช้มันสำหรับปกป้องผลประโยชน์ มันก็จะไม่มีอะไรเหลืออยู่” อดีตเลขาธิการ WTO ฝากข้อคิด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แชร์สนั่นโซเชียล! เพลง’น้ำท่วมสุโขทัย’ร้องภาษาถิ่น-เนื้อหาทิ่มแทงใจ

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293305

แชร์สนั่นโซเชียล! เพลง'น้ำท่วมสุโขทัย'ร้องภาษาถิ่น-เนื้อหาทิ่มแทงใจ

แชร์สนั่นโซเชียล! เพลง’น้ำท่วมสุโขทัย’ร้องภาษาถิ่น-เนื้อหาทิ่มแทงใจ

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560, 19.26 น.

20 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสังคมออนไลน์”เฟสบุ๊ก” ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอเพลง “น้ำท่วมสุโขทัย” กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีเนื้อหาโดนใจ และตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ชาวสุโขทัยกำลังเผชิญน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งขับร้องเป็นสำเนียงภาษาถิ่นสุโขทัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ จึงทำให้คลิปดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว

สำหรับบทเพลง “น้ำท่วมสุโขทัย” ขับร้องโดยตะหลิว บานแย้ม หนุ่มนักร้องมากความสามารถ ชาวต.หนองกลับ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ซึ่งมีผลงานหลายเพลงโด่งดัง ฟังกันจนติดหูในโลกโซเชียลฯ เช่นเพลง คนหนองกลับ , ส่วยจริงหนอเหล่า , หนุ่มสวรรคโลก , บางขลัง (รวมพลังต่อสู้) และเพลง กลั๊บบ้านเร้าเฮอะ ฯลฯ ขับร้องเป็นภาษาถิ่นสุโขทัย ส่วนการแต่งเพลงน้ำท่วมสุโขทัยนั้นเป็นเพราะว่า เห็นไร่นาของเกษตรกรได้รับความเสียหายหนัก ต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวหนีน้ำ บางรายก็เก็บทัน บางรายก็เก็บไม่ทัน จึงร่วมด้วยช่วยเป็นกระบอกเสียงในเพลงนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ไลอ้อนแอร์’ชี้แจงดรามา ลูกค้าโวยขาดอากาศหายใจ

Posted on June 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/293288

'ไลอ้อนแอร์'ชี้แจงดรามา ลูกค้าโวยขาดอากาศหายใจ

‘ไลอ้อนแอร์’ชี้แจงดรามา ลูกค้าโวยขาดอากาศหายใจ

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560, 18.50 น.

20 ก.ย. 60 จากกรณีโลกออนไลน์ ถกเถียงกันอย่างหนักจน เนื่องจากมีการแชร์ข้อความวิจารณ์การทำงานของสายการบินระบุว่า “Thai Lion Air ไม่มีแอร์” โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งอ้างว่า อากาศภายในเครื่องน้อยมาก และร้อนอบอ้าวตั้งแต่อยู่บนรันเวย์ แต่ก็นั่งอดทนไม่ได้พูดอะไรอยู่เกือบ 20 นาที หลังจากเครื่องขึ้นได้เพียง 10 นาที อากาศก็ยังร้อน แต่จู่ๆ มีสายออกซิเจนร่วงลงมา ไม่มีคำประกาศใดๆ ไม่มีใครรู้ว่าเป็นความผิดพลาดที่มันร่วงลงมาเองหรือไม่ กระทั่งมีเสียงประกาศให้ใส่ทุกคนถึงเริ่มใส่กัน ตามที่แชร์กันนั้นนั้น

ล่าสุด สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ออกประกาศชี้แจงกรณีว่า “สำหรับเที่ยวบิน SL 620 ที่เกิดขึ้น ซึ่งออกเดินทางจากดอนเมืองไปยังอุบลราชธานี (DMK-UBP) ในวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 07.50-08.55 น. ขณะเครื่องขึ้นได้เกิดเหตุขัดข้องภายในห้องโดยสาร เนื่องมาจากความกดอากาศ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร นักบินจึงนำเครื่องบินกลับมายังสนามบินดอนเมือง เพื่อตรวจสอบสาเหตุและได้ย้ายผู้โดยสาร พร้อมสัมภาระไปยังเครื่องบินลำใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการเดินทาง ขณะนี้ทางสายการบินฯ ยังคงต้องตรวจสอบหาสาเหตุดังกล่าวต่อไป ”

อย่างไรก็ตาม ทางสายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ ยังขออภัยสำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้การเดินทางล่าช้า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,916,512 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
พิรุธ พรรคส้ม! พบโพสต์เฟซบุ๊กกิจกรรมช่วงสงกรานต์ พ่วงข้อความว่าจ้าง สเปกเตอร์ ซี ผลิตสื่อ
SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’
World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย
หยุดยิง “อิสราเอล–เลบานอน” มีผลแล้ว 10 วัน ประชาชนเฮ! ทยอยกลับบ้าน หลังสู้รบเดือดกว่าหนึ่งเดือน
โอมานรับปากช่วย เจรจา‘เตหะราน’ เปิดเส้นทางเรือไทย ‘สีหศักดิ์’รับไม่ง่าย
นายกฯ ถึงนราธิวาส มทภ. 4 รอต้อนรับ หลังดรามาเดือด ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.
แนวหน้าวาทะเด็ด
ดร.ณัฏฐ์ รับว่าคดีบัตรเลือกตั้ง แนะ สมชัย อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว
‘S2O’ สงกรานต์ไทยกระแสตอบรับแรง นักท่องเที่ยวทั่วโลกแห่ร่วมงาน 3 วันแน่นพื้นที่

Recent Posts

  • พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี
  • ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า
  • “มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6
  • รวบตัว “D4vd” นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี
  • รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d