Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชาวนาหันทำอาชีพเสริม ใครๆก็เรียก’หมู่บ้านแตงกวาเงินล้าน’ (ชมคลิป)

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292500

ชาวนาหันทำอาชีพเสริม ใครๆก็เรียก'หมู่บ้านแตงกวาเงินล้าน' (ชมคลิป)

ชาวนาหันทำอาชีพเสริม ใครๆก็เรียก’หมู่บ้านแตงกวาเงินล้าน’ (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560, 16.42 น.

ที่บ้านหนองพิมานเหนือ ม.9 ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ หลังจากเสร็จการหว่านข้าวดำนา เป็นช่วงว่างระหว่างรอเก็บเกี่ยวผลผลิต จากนาข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ชาวนาได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสจากการว่างงาน ไม่มีรายได้ หันมาปลูกแตงกวา สร้างรายได้เสริม แต่กลับเป็นพืชที่สร้างรายได้หลักให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ วันละ 3,000-4,000 บาท ให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้แทบทุกหลังคาเรือน จนใครๆก็พากันเรียก หมู่บ้านแตงกวาเงินล้าน โดยเฉพาะ นายเงือน พาสนุก และนางประเมียน พาสนุก สองสามีภรรยา ว่างเว้นจากการทำนา ได้ทำอาชีพเสริมด้วยการปลูกแตงกวา ใช้เวลาปลูกระยะสั้นเพียง 30-35 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว ในช่วงเวลาผลผลิตออกจะสามารถเก็บได้ 25-30 วัน กว่าผลจะหมด

นางประเมียน พาสนุก กล่าวว่า ตนและสามีชื่อนายเงือน พาสนุก เป็นชาวบ้านหนองพิมานเหนือ ได้มาเก็บผลผลิตในสวนที่เช่าไว้หลังจากรอเก็บเกี่ยวผลผลิต จากนาข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ชาวนา โดยในแต่ละวันจะมาดูที่บ้านและที่สวน ซึ่งปีนี้ตนได้เริ่มเก็บแตงกวา พร้อมกับเริ่มเสริมปลูกสายพันธุ์บวบและต้นพริก แต่ในวันนี้ได้มาเก็บแตงกวาซึ่งบางวันสามารถเก็บขายได้สูงถึง 5,000 บาทต่อวันก็มี แล้วแต่จังหวะของผลแตงกวาที่ออกลูกออกผล ปลูกแตงกวา 35 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว เก็บไปทุกวันจนกว่าจะหมดผลแตกกวา

ตนจะมีรายได้ 45,000-50,000 บาท ต่อไร่ต่อเดือน แต่ละวันมีรายได้รายวัน 4,000-5,000 บาทต่อวัน ก็ขึ้นอยู่กับราคาแตงกวาในท้องตลาด ซึ่งแตงกวาในแต่ละรุ่นให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าสร้างรายได้ให้ครอบครัวเป็นอย่างดี นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สร้างรายได้อย่างงามสำหรับคนที่มองหาอาชีพเสริม ซึ่งแต่ก่อนตนว่างจะไปเดินซื้อสระสูบน้ำ จับปลาเดินเร่ขาย ทุกวันนี้ปลูกแต่แตงกวาก็อยู่ได้อย่างสบายแล้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดภาพชุดสุดท้ายดาวเสาร์ จาก’นางทาส’ยานแคสซินี

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292475

เปิดภาพชุดสุดท้ายดาวเสาร์ จาก'นางทาส'ยานแคสซินี

เปิดภาพชุดสุดท้ายดาวเสาร์ จาก’นางทาส’ยานแคสซินี

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.53 น.

ภายหลังจากยานอวกาศสำรวจดาวเสาร์ “แคสซินี” ถูกองค์การนาซา (NASA) องค์การนาซ่าปล่อยให้พุ่งเข้าชนดาวเสาร์เพื่อทำลายทิ้งภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา (อ่านรายละเอียด : อำลานางทาส’แคสซินี’ นาซาปล่อยพุ่งชนดาวเสาร์เผา’เอเลี่ยน’)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน เฟซบุ๊ก “สมาคมดาราศาสตร์ไทย” ก็ได้นำภาพดาวเสาร์ชุดสุดท้ายที่ถ่ายจากยานแคสซินี ซึ่งองค์การนาซานำออกมาเผยแพร่ทั้งหมด 4 ภาพ เลียงตามลำดับดังนี้

ขอขอบคุณ

เฟซบุ๊ก ‘สมาคมดาราศาสตร์ไทย‘

ภาพแรกเป็นภาพจูบส่งท้ายของดวงจันทร์ไททัน ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ และเป็นดวงจันทร์ที่ยานไฮเกนส์ - ยานที่เดินทางไปกับยานแคสซินี - ลงไปสำรวจและอยู่ที่นั่นตลอดกาลแล้ว

ภาพแรกเป็นภาพจูบส่งท้ายของดวงจันทร์ไททัน ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ และเป็นดวงจันทร์ที่ยานไฮเกนส์ – ยานที่เดินทางไปกับยานแคสซินี – ลงไปสำรวจและอยู่ที่นั่นตลอดกาลแล้ว
ภาพที่สองเป็นภาพดวงจันทร์เอนเซลาดัส - ดวงจันทร์ที่มีโอกาสมีสิ่งมีชีวิต - ในขณะกำลังลับขอบฟ้าของดาวเสาร์เมื่อมองจากยานแคสซินี เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกถึงการอำลาอย่างแท้จริง

ภาพที่สองเป็นภาพดวงจันทร์เอนเซลาดัส – ดวงจันทร์ที่มีโอกาสมีสิ่งมีชีวิต – ในขณะกำลังลับขอบฟ้าของดาวเสาร์เมื่อมองจากยานแคสซินี เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกถึงการอำลาอย่างแท้จริง
ภาพที่สามเป็นภาพสุดท้ายของวงแหวนดาวเสาร์ในขณะที่ยานแคสซินีได้ทำการบินผ่านเป็นครั้งท้าย ๆ

ภาพที่สามเป็นภาพสุดท้ายของวงแหวนดาวเสาร์ในขณะที่ยานแคสซินีได้ทำการบินผ่านเป็นครั้งท้าย ๆ
ภาพท้ายสุดเป็นภาพสุดท้ายที่ยานแคสซินีส่งกลับมายังโลก ซึ่งภาพที่เห็นเป็นภาพบริเวณที่ยานแคสซินีพุ่งชนและถูกชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์เผาไหม้ ถือเป็นภาพสุดท้ายในการปิดฉากภารกิจอันยาวนานเกือบ 20 ปีของยานแคสซินีลำนี้

ภาพท้ายสุดเป็นภาพสุดท้ายที่ยานแคสซินีส่งกลับมายังโลก ซึ่งภาพที่เห็นเป็นภาพบริเวณที่ยานแคสซินีพุ่งชนและถูกชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์เผาไหม้ ถือเป็นภาพสุดท้ายในการปิดฉากภารกิจอันยาวนานเกือบ 20 ปีของยานแคสซินีลำนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ก่อสร้าง’มารยาทงาม’ ถอดรองเท้าเข้า7-11 รู้เหตุผลถึงกับอึ้ง!!!

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292442

ก่อสร้าง'มารยาทงาม' ถอดรองเท้าเข้า7-11 รู้เหตุผลถึงกับอึ้ง!!!

ก่อสร้าง’มารยาทงาม’ ถอดรองเท้าเข้า7-11 รู้เหตุผลถึงกับอึ้ง!!!

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560, 13.37 น.

เกิดเหตุการณ์สร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เมื่อคืนวันที่ 15 ก.ย. ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์พบว่าที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาสามแยกปากหมา หรือ หอดวง ภายในซอยพหลโยธิน 52 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. เมื่อพบรองเท้า 2 คู่ ถูกถอดทิ้งไว้ตรงหน้าประตู…?

ครั้งแรกก็ไม่ได้แปลกใจอะไร คงเป็นของผู้ค้าลอตเตอรี่เพราะใกล้วันหวยออกพอดี แต่พอเข้าไปในเซเว่น พบผู้ใช้แรงงานชายหญิง 2 คน สวมเสื้อสีน้ำเงิน กำลังเลือกเดินซื้อของโดยไม่สวมรองเท้าเข้ามาเมื่อซื้อเสร็จเดินออกไป สวมรองเท้า 2 คู่ดังกล่าว เพื่อเดินกลับที่พักและไม่สนใจ คนที่กำลังจ้องมอง อยู่บริเวณใกล้เคียงจำนวนมาก

ทั้งนี้ เหตุผลที่ต้องวางรองเท้าเดินเท้าเปล่าเข้าเซเว่น อาจจะด้วยความเกรงใจ เพราะสถานที่ทำงานเฉอะแฉะ เป็นผลมาจากฝนตก ทำให้รองเท้าที่สวมใส่ เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน แม้ว่าทางเซเว่นเองจะไม่ได้ห้ามใส่รองเท้า ที่เปื้อนเข้าไปข้างในแต่ด้วยความเกรงใจ จึงเลือกที่จะไม่สร้างความสกปรกดีกว่า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จ๋อจอมซน!วัย4ปี พลัดหลงเข้าหมู่บ้าน จนท.นำจับปล่อยคืนสู่ป่า

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292431

จ๋อจอมซน!วัย4ปี พลัดหลงเข้าหมู่บ้าน จนท.นำจับปล่อยคืนสู่ป่า

จ๋อจอมซน!วัย4ปี พลัดหลงเข้าหมู่บ้าน จนท.นำจับปล่อยคืนสู่ป่า

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560, 11.10 น.

ชาวบ้านร่มเก้า พบลิงกังเพศผู้วัย 4 ปี วิ่งซุกซนภายในป่าข้างวัดสหกรณ์ ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ หลังมันพลัดหลงเข้ามาในหมู่บ้านเมื่อหลายวันก่อนทำให้นายบำรุง ไทยานุสรณ์ และเพื่อนบ้านคนอื่นช่วยกันจับตัวมันมัดไว้ก่อนจะนำมามอบให้กับทางวัดดูแล พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนามาตรวจสอบ

โดยวันนี้ นายพงษ์ศักดิ์ วุฒิสาร  หัวหน้าสายตรวจชุดที่ 2 ศล.1 (แม่แพง-ม่อนหินไหล) พร้อมลูกชุดและเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าและเจ้าหน้าที่คลินิกสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ได้ไปรับตัวลิงกังไปดูแล ยังคลินิกสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบพิสูจน์โรค และส่งมอบให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่านำไปดูแลก่อนจะนำไปปล่อยคืนสู่ป่า

นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ หัวพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณการอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เปิดเผยว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้านที่ได้เลี้ยงลิงกังไว้โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เมื่อเจ้าหน้าที่มีการประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือไปทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวเมื่อมีการพบสัตว์พลัดหลงออกจากป่าจึงไม่มีใครทำร้ายและช่วยกันจับตัวไว้ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีมากเนื่องจากพื้นที่อำเภอพร้าวเมื่อหลายปีก่อนมีการปลูกรุกแผ้วถางป่ากันมากหลังทางอุทยานแห่งชาติศรีลานนาได้ร่วมกับชมรมคนพร้าวรักษ์ป่าได้ทำงานร่วมกันขับเคลื่อนทั้งการดูแลป่าห้ามมีการบุกรุกเพิ่ม/ขอคืนพื้นที่ป่าและปลูกป่าซ่อมแซมทำให้ป่าต้นน้ำกลับมาสมบูรณ์สัตว์ป่าจึงออกมาหากินมากขึ้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดอกไม้สีเหลืองจะสะพรั่งเต็มอุทยานหลวงราชพฤกษ์ น้อมรำลึก’รัชกาลที่9′

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292390

ดอกไม้สีเหลืองจะสะพรั่งเต็มอุทยานหลวงราชพฤกษ์ น้อมรำลึก'รัชกาลที่9'

ดอกไม้สีเหลืองจะสะพรั่งเต็มอุทยานหลวงราชพฤกษ์ น้อมรำลึก’รัชกาลที่9′

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560, 20.40 น.

อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เตรียมดอกไม้สีเหลืองนับแสนต้น บานสะพรั่งเต็มอุทยานหลวงราชพฤกษ์ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9

ดร.อาณดา นิรันตรายกุล รักษาการ ผอ.อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามสวนแห่งนี้ว่า “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” ตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 เพื่อให้เป็นแหล่งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เทิดพระเกียรติและพระจริยาวัตรของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเกษตรและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) จึงร่วมแสดงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยจัดแสดงดอกไม้สีเหลืองกว่า 3 แสนต้น รวมทั้งดอกแดฟโฟดิว (สีเหลือง) ดอกไม้ความทรงจำของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรือนไม้ดอกควบคุมอุณหภูมิที่จะพร้อมใจกันบานเหลืองอร่ามตลอดเดือนตุลาคม 2560 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

ดอกดาวเรือง นับเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นดอกไม้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยอุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้จัดเตรียม ดอกดาวเรือง 2 สายพันธุ์ คือ ดาวเรืองฝรั่งเศสดูแรงโก้เยลโล่ และ ดาวเรืองฝรั่งเศสโบนันซ่าเยลโล่
จำนวน 102,000 ต้น ซึ่งได้เริ่มเพาะเมล็ดในช่วงวันที่ 1-10 สิงหาคม 2560 จำนวน 50,000 ต้น และในช่วงวันที่ 18-26 สิงหาคม 2560 จำนวน 42,000 ต้น ยังมีดอกไม้สีเหลืองอื่นๆ เช่น บานบุรี บานชื่น ดาวกระจาย เบญจมาศ เยอบีร่า กุหลาบหิน ฯลฯ รวมกว่า 3 แสนต้น

ซึ่งจะนำมาปลูกบริเวณหอคำหลวง ลานราษฎร์รักบาท สวนลานต้อนรับและสวนพรมบุปผาและยังได้นำดอกแดฟโฟดิว (สีเหลือง) จากมูลนิธิโครงการหลวง จำนวน 3,000 ต้น มาปลูกในเรือนไม้ดอกควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งดอกแดฟโฟดิวเป็นไม้ดอกเมืองหนาว เป็นดอกไม้แห่งความประทับใจและความทรงจำที่ดีเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงประทับอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและเป็นดอกไม้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมอบให้กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 อยู่เสมอ เมื่อครั้งยังทรงศึกษาและประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ขอเชิญนักท่องเที่ยวเข้าชื่นชมและเก็บความประทับใจผ่านเรื่องราวความทรงจำที่สวยงามของดอกไม้ตลอดเดือนตุลาคม 2560 เพื่อเป็นการน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้ายและร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่จารึกอยู่ในใจพสกนิกรชาวไทยตราบนิจนิรันดร์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แปลกแต่จริง! 9ข้อห้ามรอบโลกสุดประหลาด

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292355

แปลกแต่จริง! 9ข้อห้ามรอบโลกสุดประหลาด

แปลกแต่จริง! 9ข้อห้ามรอบโลกสุดประหลาด

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560, 19.28 น.

พวกเรามักไม่ค่อยทราบเรื่องของตัวบทกฏหมายของแต่ละประเทศที่เราเดินทางไปท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากได้รู้ไว้ล่วงหน้าก็คงไม่เสียหาย เพื่อป้องกันเวลาไปพลั้งเผลอทำผิดพลาดขึ้นมา นอกจากนี้ ข้อห้ามหรือกฎหมายบางข้อยังเรียกได้ว่าแปลกประหลาด จนเราไม่อยากจะเชื่อว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ Likeสาระ ในวันนี้จะพาไปดู 9 เรื่องราวอันสุดแสนธรรมดาที่กลายเป็นข้อห้ามกระทำโดยเด็ดขาด ตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ของแต่ละประเทศ

1.สหราชอาณาจักร – ห้ามกินขนมปังบิสกิตในวันคริสมาสต์ 

ในปี 1644 โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ห้ามผู้คนในยุคนั้นเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส เพราะเขาเชื่อว่ามันเป็นเรื่องผิดศีลธรรม สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฉลองวันคริสต์มาสจึงถูกสั่งห้ามไปโดยปริยาย รวมถึงขนมหวานและขนมปังบิสกิต

น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้ ยังไม่มีบทบัญญัติที่ล้มเลิกกฎหมายฉบับดังกล่าวของครอมเวลล์ ชาวอังกฤษทุกคนจึงทำความผิดในวันคริสต์มาส ด้วยการกินขนมปังบิสกิตอย่างเอร็ดอร่อยกันทุกปี แค่พวกเขาไม่แคร์…ก็เท่านั้น

2.สหราชอาณาจักร – ห้ามถูกตัววาฬ
อีกหนึ่งกฎหมายสุดแปลกของดินแดนเมืองผู้ดี วาฬ โลมา และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกตัวในท้องทะเลในรัศมี 3 ไมล์ทะเลนอกชายฝั่งอังกฤษ ถือเป็นสมบัติส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชินี พวกคุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องพวกมันอย่างเด็ดขาด อย่างคิดลองเชียวนะ

3.จีน – ห้ามช่วยคนตกน้ำ

เป็นอีกหนึ่งกฎหมายสุดแปลกจากประเทศจีน ที่ระบุชัดเจนว่า การช่วยคนกำลังจะจมน้ำถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ว่ากันว่า กฎหมายข้อนี้เกี่ยวข้องกับหลักปรัชญาของชาวตะวันออก ที่ว่าเราไม่ควรไปขัดขวางชะตาของผู้คน อย่างไรก็ดี พวกมองโลกในแง่ร้ายบางกลุ่มเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ทางการจีนแค่หวังจะใช้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ในการช่วยควบคุมจำนวนประชากรในประเทศเท่านั้น

4.ฝรั่งเศส – ห้ามจูบกันในสถานีรถไฟ

กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ทั้งในฝรั่งเศสและบางพื้นที่ในอังกฤษ ที่คู่รักจะไม่สามารถแสดงความรักต่อกันด้วยการจูบบริเวณสถานีรถไฟได้
กฎหมายนี้เริ่มครั้งแรกในฝรั่งเศส เมื่อปี 1910 เหตุเพราะบรรดาคู่รักมัวแต่จูบอำลา ไม่ยอมขึ้นรถไฟ จนทำให้รถไฟโดยสารหลายขบวนต้องล่าช้า เจ้าหน้าที่การรถไฟจึงประกาศห้ามจูบกันบริเวณชานชาลาอย่างเด็ดขาด แต่ยังใจดี จัดพื้นที่พิเศษสำหรับจูบกัน ไว้ให้คู่รักได้แสดงความรักหวานชื่นก่อนจากลาได้

5.อิตาลี – ห้ามให้อาหารนกพิราบ

ประเทศอื่นๆ อาจเป็นเรื่องปกติในการให้ขนมปังเป็นอาหารนกพิราบตามสวนสาธารณะหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แต่ในเมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี การกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายและมีโทษปรับ เป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้บรรดานกพิราบ มาสร้างความเสียหายให้กับอนุสาวรีย์ที่มีความสำคัญทางสถาปัตยากรรม และรูปปั้นอันสวยงามต่างๆ ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วเมืองนั่นเอง

6.สหรัฐอเมริกา – ห้ามช็อคโกแลตรูปไข่ Kinder Surprise

Kinder Surprise ขนมช็อคโกแลตรูปไข่ของโปรดของเด็กๆ ทั่วโลก ถูกห้ามจำหน่ายทั่วสหรัฐนับตั้งแต่วันแรกที่ออกวางตำหน่าย สาเหตุเพราะตามกฎหมายสหรัฐ ห้ามไม่ให้ใส่ของเล่นเข้าไปในอาหารและของกิน เพราะเกรงว่าชิ้นส่วนเล็กๆ ในของเล่นจะติดคอเด็กๆ หรือทำให้สำลัก

ในปี 2013 สหรัฐก็ยอมให้มีการวางจำหน่ายขนมช็อคโกแลตรูปไข่นี้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศเป็นครั้งแรก แต่มีข้อบังคับว่าของเล่นที่อยู่ในไข่ดังกล่าว ต้องมีขนาดใหญ่พอและต้องประกอบเป็นชิ้นเดียว เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีชิ้นส่วนเล็กๆ หลุดออกเข้าไปติดคอหรือทำอันตรายแก่เด็กๆ

7.แคนาดา – ห้ามใช้เศษเหรียญชำระค่าสินค้า

ในแคนาดา คุณไม่อาจโกยเอาเศษเหรียญจากบ้านมาใช้ซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตได้ กฎหมายฉบับนี้ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1985 ห้ามไม่ให้ใช้เศษเหรียญซื้อสินค้าที่มีราคามากกว่า 10 ดอลลาร์แคนาดาขึ้นไป แต่ไม่ยักบอกเหตุผลว่าทำไม สงสัยคงกลัวเจ้าของร้านค้านับเหรียญกันจนเหนื่อยละมั้ง?

8.ซามัว – การลืมวันเกิดภรรยาถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างยิ่ง

ซามัวเป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีชื่อเสียงอย่างมากจากกฎหมายสุดแปลกหลายข้อ หนึ่งในนั้นระบุชัดเจนว่า ห้ามผู้เป็นสามีลืมวันเกิดของภรรยาสุดที่รักอย่างเด็ดขาด ถ้ามีใครทำผิด ศาลมีอำนาจสั่งปรับเงินผู้เป็นสามี และมอบเงินดังกล่าวให้กับภรรยาทันที ยังไม่นับความผิดที่อาจถูกภรรยาผู้เป็นที่รักตามไปเช็คบิลต่อเป็นการส่วนตัวอีกต่างหาก

9.ญี่ปุ่น – ห้ามโชว์ลายสัก

ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญไม่ค่อยนิยมสักตามร่างกาย แม้กระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากคนที่รอยสักจะถูกมองว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งยากูซ่า ซึ่งเป็นแก๊งอาชญากรรมใหญ่ของประเทศ แม้จะไม่มีกฎหมายที่ระบุว่าห้ามมีรอยสักตามร่างกายอย่างชัดเจน แต่โรงแรมหลายแห่ง รวมถึงโรงยิม ฟิตเนส และสถานที่อาบน้ำสาธารณะ ที่เรียกว่าออนเซน ก็มีระเบียบห้ามผู้ที่มีรอยสักเข้าใช้บริการ

(https://brightside.me/wonder-curiosities/9-weird-things-prohibited-around-the-world-347510/)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่องชีวิต12คนดัง สุดร่ำรวยที่ใช้ชีวิตแสนเรียบง่าย

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292347

ส่องชีวิต12คนดัง สุดร่ำรวยที่ใช้ชีวิตแสนเรียบง่าย

ส่องชีวิต12คนดัง สุดร่ำรวยที่ใช้ชีวิตแสนเรียบง่าย

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560, 18.42 น.

หลายคนเข้าใจว่าเงินทองและความร่ำรวยอาจหมายถึงการใช้ชีวิตหรูหรา ทั้งแมนชั่นหรู รถสปอร์ต ข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนม แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เงินก็ไม่อาจเปลี่ยนชีวิตใครหลายคนได้ เพื่อพิสูจน์คำกล่าวนี้ Like สาระ วันนี้ จะไปดูคนดัง 12 คนที่ใช้ชีวิตแบบพอเพียงและเรียบง่าย แม้จะมีเงินในบัญชีชนิดที่ใช้ยังไงก็ไม่หมดในชาตินี้และชาติหน้า

1. ฮัลลี เบอร์รี – ฮัลลี เคยบอกว่า ‘ฉันดีใจที่ตัวเองร่ำรวย แต่สิ่งที่ฉันกลัวที่สุด คือฉันอาจเสียมันไปทั้งหมด’ เหมือนกับแม่บ้านธรรมดาทั่วไป ฮัลลียังคงไปซื้อของเองในซูเปอร์มาร์เก็ตกับลูก หนึ่งในนักแสดงนำหญิงที่มีรายได้สูงสุดในแวดวงฮอลลีวูดยังคงเดินทางด้วยรถสาธารณะ และไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแนว เพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากๆ

2. เคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ชอบสวมชุดที่เรียบง่ายแต่ดูดี ไม่เพียงแต่ในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุดสำหรับปฏิบัติภารกิจต่างๆ ด้วย พระองค์นับเป็นคนดังกลุ่มแรกๆ ที่เริ่มสวมเครื่องแต่งกายที่ผลิตสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ไม่ใช่แบรนด์ของดีไซเนอร์ดัง แถมยังไม่มีปัญหาในเรื่องนั้นด้วย ที่สำคัญ เคทยังแหวกกฎเกณฑ์หลักปฏิบัติของคนดังหลายต่อหลายครั้ง ด้วยการสวมเครื่องแต่งกายเดิมซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง เป็นทัศนคติที่ช่วยเพิ่มความนิยมในตัวพระองค์อีกเท่าทวีคูณ

3. แมทธิว แมคคอนนาฮีย์ ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะนักแสดงดังเจ้าของรางวัลออสการ์ผู้นี้เคยอาศัยอยู่ในรถบ้านมาก่อน แม้จะเป็นช่วงหลังจากที่เขาสร้างชื่อในภาพยนต์คอมเมดี้ชื่อดังหลายเรื่องแล้วก็ตาม แมทธิวบอกว่ารถบ้านเป็นเหมือนตัวแทนการใช้ชีวิตแบบน้อยๆ และเรียบง่าย ซึ่งถือเป็นอาวุธชั้นดีของนักแสดงดังผู้นี้ เพราะเขาเชื่อว่ายิ่งบ้านหลังใหญ่ ยิ่งต้องอาศัยความใส่ใจและพลังงานในการดูแลรักษาที่มากกว่า ที่คงไม่เหมาะกับตัวเขาเท่าไหร่

4. ซาราห์ เจสซิกา ปาร์คเกอร์  เสื้อผ้าที่ซาราห์ เจสซิกา ปาร์คเกอร์ สวมใส่ในชีวิตประจำวันแตกต่างจากที่เธอสวมใส่ในบทนำของซีรีส์ดัง Sex and the City เพราะเธอชอบใส่เสื้อผ้าที่ใส่ง่ายๆ สบายๆ เธอยังเชื่อในเรื่องการเลี้ยงลูกให้เติบโตในสภาพแวดล้อมเหมือนผู้คนทั่วไป
ซาราห์บอกว่า ลูกชายมักสวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่ได้รับมรดกจากบรรดาญาติๆ ที่โตกว่า และเขาก็ไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ แถมยังชอบเสียอีก เธอไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าให้ลูกชายนานมากแล้ว อาจซื้อแค่เสื้อโค้ทตอนหน้าหนาว รวมถึงรองเท้าเท่านั้น เพราะเท้าแต่ละคนไม่เท่ากัน จะใส่รองเท้าของคนอื่นก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก

5. คีนู รีฟส์ หนึ่งในนักแสดงชายที่เป็นที่รักและนิยมมากที่สุดในวงการ ไม่ค่อยสนใจว่าเขาจะมีรายได้เท่าไหร่จากผลงานการแสดงแต่ละเรื่อง คีนูยกค่าตัวร้อยะ 85 ที่ได้รับจาก The Matrix ให้กับทีมงานสเปเชียล เอฟเฟกท์ และทีมงานเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เขาเคยให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า ‘เงินคือสิ่งสุดท้ายที่ผมนึกถึง แค่สิ่งที่ผมมีอยู่ในตอนนี้ ก็ทำให้ผมอยู่ได้ไปอีกร้อยๆ ปีแล้ว’
ไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นคีนูโหนรถเมล์หรือนั่งรถไฟใต้ดิน ซื้อเสื้อผ้าตอนลดราคา หรือนั่งผักผ่อนตามม้านั่งในสวนสาธารณะ แทนที่จะเป็นในร้านอาหารหรูๆ เหมือนคนดังคนอื่นๆ


6. จูเลีย โรเบิร์ตส์  ‘ฉันมีชุดแบบที่เป็นผู้หญิงๆ ไม่เยอะเท่าไหร่’ จูเลียเคยบอกแบบนั้น หนึ่งในนักแสดงหญิงชื่อดังที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของฮอลลีวูดยังคงชอบสวมใส่เสื้อผ้าแบบง่ายๆ สบายๆ ปลุกผักออร์แกนิคกินเองที่สวนหลังบ้าน แถมยังถักเสื้อให้ลูกๆ ด้วยตัวเอง จูเลียเคยบอกด้วยว่า วิธีดูแลผมที่เธอโปรดปรานที่สุด คือสระด้วยยาสระผมที่โรงแรมแถมมาให้นั่นเอง

7. เจนนิเฟอร์ โลเปซ หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวว่า ‘เจโล’ ใช้เงินซื้อเสื้อผ้าราคาแพงจำนวนมากตามอีเวนท์ต่างๆ แต่เจ้าตัวก็สยบกระแสข่าวดังกล่าวจนอยู่หมัด ด้วยการสวมชุดสีชมพูที่เห็นนี้ ที่มีราคาแค่ 26 ดอลลาร์ (ประมาณ 880 บาท) ตอนเป็นกรรมการตัดสินในการประกวดตอนหนึ่งของ American Idol อาจจะขัดกับภาพลักษณ์ของสาวเจโลไปบ้าง แต่เธอยืนยันว่า นี่แหละคือตัวจริงของเธอ ที่มีทรัพย์สินตามรายงานของนิตยสารฟอร์บส์เกือบ 3,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 113,000 ล้านบาท)

8. โฮเซ มูจิกา อดีตประธานาธิบดีคนดังแห่งอุรุกวัย ได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีที่จนที่สุดในโลก โฮเซ มูจิกา ไม่ยอมอยู่ในทำเนียบประธานาธิบดีใจกลางกรุงมอนเตวิเดโอ แต่กลับเลือกไปใช้ชีวิตในบ้านในฟาร์มนอกเมืองพร้อมภริยา ที่เขาปลูกดอกไม้เพื่อนำไปขายหาเงินเลี้ยงชีพ อดีตผู้นำอุรุกวัยบริจาคเงินกว่าร้อยละ 90 ของเงินเดือน 12,000 ดอลลาร์ในตำแหน่งประธานาธิบดีให้การกุศล ‘ผมอาจได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีที่จนที่สุดในโลก แต่ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจนเลยนะ คนจนที่แท้จริงในความคิดผม คือพวกที่ทำแต่งานเพื่อรักษาชีวิตหรูหราไฮโซไว้ต่อไป แถมยังมีแต่อยากได้นั่นได้นี่มากขึ้น’ เป็นคำกล่าวของอดีตผู้นำอุรุกวัย ที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้เลย

9. ทอรี สเปลลิ่ง อดีตนักแสดงซีรีส์ดังแห่งยุค 90 ทอรีขายบ้านหรูหลังใหญ่ของเธอเมื่อหลายปีก่อน และย้ายไปอยู่บังกะโลว์เล็กๆ แทน เธอปลูกผักออร์แกนิคและผลไม้ในสวนหลังบ้าน เอาไว้เพื่อกินเองในครอบครัว และเธอเชื่อว่าบ้านเล็กๆ หลังนี้เป็นสถานที่ที่ดีที่สุด ที่เหมาะกับการเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 5 คนของเธอ ทอรีและครอบครัวรักสัตว์มาก ที่บ้านเธอมีไก่ชื่อเจ้าโคโค่ และหมูจิ๋วที่ชื่อเจ้านัตแม็ก


10. อิงวาร์ คัมพรัด ผู้ก่อตั้งอิเกียเป็นหนึ่งในบรรดามหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่เขายังคงชอบนั่งเครื่องบินชั้นประหยัด ซื้อเสื้อผ้ามือสอง และยังขับรถวอลโว่รุ่นปี 1993 บางคนเรียกอิงวาร์ คัมพรัด ว่ามิสเตอร์ขี้เหนียว (Mr.Scrooge) เพราะการใช้ชีวิตแบบตระหนี่สุดๆ แต่ผู้ก่อตั้งอิเกีย ที่สร้างตัวเป็นมหาเศรษฐีด้วยตัวเองรายนี้คิดว่า การซื้อของใช้แพงๆ ถือเป็นนิสัยมไม่ดีที่ควรทำ

11.เจ.เค. โรวลิ่ง  ในปี 2012 นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษก็มีทรัพย์สินส่วนตัวทะลุหลัก 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 33,500 ล้านบาท) ไปแล้ว แต่เธอก็บริจาคเงินส่วนใหญ่ให้องค์การกุศลต่างๆ ในเวลาต่อมา เจ.เค.บอกว่า ส่วนใหญ่แล้วเธอชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายพอเพียง บางคนอาจเห็นว่ามันน่าเบื่อ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เธอชอบ เจ.เค.ใช้ชื่อสกุลสามีเพื่อความเป็นส่วนตัว ชอบใส่เสื้อผ้าแบบง่ายๆ ราคาไม่แพง และพยายามอย่างหนักที่จะแยกความมีชื่อเสียงของเธอ ไม่ให้ปนกับการใช้ชีวิตประจำวัน

12.เลดี้ กาก้า ภาพลักษณ์ของเลดี้ กาก้า อาจทำให้เธอดูเป็นสาวเปรี้ยวที่ใช้ชีวิตอู้ฟู้หรูหรา แต่นั่นเป็นแค่การแสดงบทเวทีของเธอเท่านั้น ในชีวิตจริง เธอชอบใส่เสื้อผ้าธรรมดาที่เอามามิกซ์แอนด์แมตช์กันได้อย่างลงตัว แถมยังชอบซื้อตอนลดราคาอีกต่างหาก เลดี้ กาก้า เคยทวิตข้อความบนทวิตเตอร์ว่า ‘ทำไมหลายคนชอบมองเธอเหมือนคนบ้า ตอนเธอใช้คูปองลดราคาซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือต่อราคาตอนซื้อของ?’ เธอยังชอบทำอาหารกินเอง พิซซ่า พาสต้า และราวิโอลี ถือเป็นเมนูโปรดของสาวผู้นี้เลยทีเดียว

(ข้อมูล-ภาพ จาก https://brightside.me/wonder-people/12-rich-celebrities-who-live-refreshingly-humble-lives-376310/)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อำลานางทาส’แคสซินี’ นาซาปล่อยพุ่งชนดาวเสาร์เผา’เอเลี่ยน’

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292325

อำลานางทาส'แคสซินี' นาซาปล่อยพุ่งชนดาวเสาร์เผา'เอเลี่ยน'

อำลานางทาส’แคสซินี’ นาซาปล่อยพุ่งชนดาวเสาร์เผา’เอเลี่ยน’

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560, 16.57 น.

ในที่สุดภารกิจของยานอวกาศ “แคสซินี” ก็ถึงเวลาสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ โดยองค์การนาซ่าคาดว่ายานจะเคลื่อนตัวสู่ชั้นบรรยากาศของ “ดาวเสาร์” ก่อนเผาไหม้ทำลายตัวเองในเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 15 กันยายน 2560

ทั้งนี้ อาจจะมีหลายท่านที่ไม่ได้ติดตามข่าวเกิดความสงสัยว่า “ยานแคสซินี” มีความสำคัญยังไง และทำไมถึงต้องทำลายทิ้งทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจ วันนี้ “แนวหน้าออนไลน์” รวบรวมคำตอบมาให้ท่านผู้อ่านแล้ว

ทั้งนี้ข้อมูลจาก “สมาคมดาราศาสตร์ไทย” และ “ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ” ระบุว่า “ยานอวกาศแคสซินี” เป็นยานอวกาศที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง “องค์การอวกาศนาซ่า”(NASA) กับ “องค์การอวกาศยุโรป” หรือ “อีซ่า” (ESA) เป็นโครงการสำรวจดาวเสาร์ วงแหวนดาวเสาร์ สนามแม่เหล็กดาวเสาร์ บรรยากาศดาวเสาร์ และสำรวจดวงจันทร์บริวารดาวเสาร์ ซึ่งถูกส่งออกไปนอกโลกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2540

ยานแคสซินีมีชื่อเต็มว่า “แคสซินี-ไฮเกนส์” (Cassini – Huygens) โดยในส่วนของยานแคสซินีเป็นยานโคจรและส่งข้อมูลถ่ายภาพมายังโลก ส่วนยานไฮเกนส์เป็นยานลูกที่ติดไปกับยานแคสซินี

ยานแคสซินี ใช้เวลาเดินทางถึง 7 ปี โดยไปถึงดาวเสาร์เมื่อปี พ.ศ.2547 และเป็นยานของมนุษย์ลำแรกที่ได้ชื่อว่าได้ไปโคจรรอบดาวเสาร์ เนื่องจากยานก่อนหน้าเช่น Pioneer 11, Voyager 1 และ 2 เป็นเพียงการบินผ่านเท่านั้น

เดิมนาซาวางแผนให้ยานแคสซีนีทำงานเพียง 3 ปี ก็เป็นอันจบภารกิจ แต่เนื่องจากสภาพของยานที่ยังคงประสิทธิภาพและใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้นาซาตัดสินต่ออายุภารกิจเรื่อยมา โดยภารกิจหลักของยานแคสซินี คือ การลงไปสำรวจบนพื้นผิว “ดวงจันทร์ไททัน” เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดวงจันทร์ดาวเสาร์ รวมถึงการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ อนุภาคที่อยู่รอบดาวเสาร์ อุณหภูมิและการแผ่รังสีรวมถึงองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศและวงแหวน ศึกษาสนามแม่เหล็กและดวงจันทร์ของดาวเสาร์

ตลอดระยะเวลาที่ผานมา ยานแคสซินีได้ส่งข้อมูลมายังโลกมากมายเป็นประโยชน์มหาศาลที่เราไม่รู้อีกมาก โดยเฉพาะดวงจันทร์บริวาร 2 ดวงที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิต คือ “ดวงจันทร์ไททัน” และ“ดวงจันทร์เอนเซลาดัส” ที่เชื่อว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ทั้ง 2 ดวง

ส่วนคำถามสำคัญว่า แล้วทำไมต้องทำลายยานทิ้ง ไม่พากลับมายังโลก?

นั่นก็เป็นเพราะภารกิจจากการเข้าไปสำรวจดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ ซึ่งมีข้อบ่งชี้ที่ทำให้เชื่อได้ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ของนาซาตัดสินใจหาทางกำจัดยานแคสซีนีทิ้งให้สิ้นซากภายหลังจากจบภารกิจ

เพราะเกรงว่า หากปล่อยให้ยานโคจรอยู่รอบดาวเสาร์โดยไร้การควบคุมต่อไป อาจเกิดโอกาสที่ยานจะพุ่งเข้าชนดาวเสาร์หรือดาวบริวาร ซึ่งส่งผลให้ “สิ่งมีชีวิต” จากโลก ขอย้ำว่า จาก “โลก” ที่อาจแฝงอยู่ภายในส่วนใดส่วนหนึ่งของยาน ถูกแพร่ไปสู่สภาพแวดล้อมของดาวดวงนั้นได้

เนื่องจากที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ก็เคยตรวจสอบพบว่ามี “จุลินทรีย์” บางชนิดที่สามารถรอดชีวิตอยู่ได้ในอาวกาศมาแล้ว!

ดังนั้นจึงต้องกันไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการนำ “สิ่งแปลกปลอม” ไปสู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น

ใครอาจจะคิดว่านักวิทยาศาสตร์คิดมาก หรือดูหนัง “เอเลี่ยน” มากเกินไป แต่เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ “ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้” อย่างเด็ดขาด

นี่จึงเป็นที่มาของการปิดฉากภารกิจ “ยานแคสซินี” ด้วยการปล่อยให้ยานพุ่งเข้าใส่ดาวเสาร์ เพื่อเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนมอดไหม้และสลายไปเอง

5 เหตุผลทำไม “แคสซินี”ถึงเปรียบเสมือน “นางทาส” ของนาซา

นอกจากข้อมูลภารกิจของยานแคสซินีแล้ว เฟซบุ๊กเพจ “สมาคมดาราศาสตร์ไทย” ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับยานลำนี้ ที่ถือว่าสาหัสสากรรจ์จนเปรียบได้กับเป็น “นางทาส” ขององค์การนาซาเลยทีเดียว รายละเอียดจะเป็นยังไง เชิญติดตาม

….ยานแคสซีนีของนาซาจะปิดฉากภารกิจอันยาวนานเกือบ 20 ปีในวันที่ 15 กันยายนที่จะถึงนี้ หลาย ๆ คนต่างสรรเสริญนาซาว่าได้ใช้ยานลำนี้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และคุ้มค่า

แต่หลายคนกลับเห็นต่างว่านาซาใช้ยานแคสซีนีเยี่ยงทาส เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกเช่นนั้น

1. นาซาใช้ความรุนแรงกับมัน

นับตั้งแต่วินาทีแรกที่นาซาปล่อยยานแคสซีนีออกไป ยานก็ถูกแรงดันของจรวดทั้งผลักทั้งดันให้มันเดินทางออกไปไกลแสนไกล ในอวกาศอันไกลโพ้นและโดดเดี่ยว แถมยังไม่ให้ไปดาวเสาร์ตรง ๆ เสียด้วย นาซากลับส่งไปที่ดาวศุกร์ก่อน เพื่อให้ดาวศุกร์ใช้กำลังเหวี่ยงกลับมาโลก แล้วเหวี่ยงนางต่อไปยังดาวพฤหัสบดี ก่อนที่จะไปถึงดาวเสาร์

2. นาซาใช้ให้มันแบกสัมภาระอันหนักอึ้ง

นอกจากมันจะต้องแบกอุปกรณ์ต่าง ๆ นานาไปกับตัวยานแล้ว มันยังต้องแบกลูกรักของนาซาอย่างยานไฮเกนไปกับตัวยานด้วย ซึ่งยานไฮเกนนี้เป็นยานที่ลงไปสำรวจดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ แล้วยังไงต่อ? การค้นพบส่วนใหญ่ก็มาจากเจ้าไฮเกนนี่แหละ ที่ลงไปบนดวงจันทร์ไททันแปบเดียวก็ค้นพบนู่นนี่นั่นสารพัด แล้วแคสซีนีล่ะ? ได้เครดิตมั้ย? ก็ไม่!

3. ยืดเวลาแล้วยืดเวลาอีก

ตอนแรกนาซาวางแผนให้ยานแคสซีนีทำงานเพียง 3 ปี แต่พอทำไปทำมาเห็นว่านางยังมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอยู่เลยใช้งานนางต่ออีก 2 ปีกว่า หลังจากนั้นนางอึด นางยังใช้งานได้ นาซาก็ทำเหมือนเดิม ขยายเวลาทำงานของนางต่ออีกเกือบ 7 ปี! แล้วนางต้องทำงานอย่างไม่หยุด แล้วไง? พอครบเวลา นาซาเห็นว่านางยังไม่ตายหนิ เลยต่ออายุโครงการอีกเกือบ 5 เดือน เรียกว่าเอาให้คุ้มจริง ๆ

4. สั่งไปทำภารกิจเสี่ยงตาย

ในช่วงการต่ออายุโครงการรอบสุดท้าย นาซาเห็นว่าชีวิตนางก็ร่อแร่ละ ไม่น่าจะอยู่ได้อีกนาน นาซาเลยสั่งให้นางไปทำภารกิจเสี่ยงตายที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน! ไม่ว่าจะเป็นบินผ่านช่องว่างระหว่างดาวเสาร์กับวงแหวนเอย หรือแม้กระทั่งบินผ่านฝุ่นละออง ไอน้ำที่พุ่งออกมาจากดวงจันทร์เอนเซลาดัสแบบนี้ คือนางใกล้หมดอายุขัยเต็มทีจะให้พักผ่อน ทำงานเบา ๆ ก็ไม่ได้

5. ชีวิตเลือกไม่ได้ ถูกบงการให้ฆ่าตัวตาย

นอกจากชีวิตของนางจะถูกใช้งานอย่างทารุณไร้ความปราณี นางยังเลือกใช้ชีวิตปลายทางของนางเองไม่ได้ เพราะนาซาเห็นว่าไหน ๆ พลังงานของนางก็ใกล้จะหมดแล้ว ก็ให้นางฆ่าตัวตายจบ ๆ ไปเลยซะแล้วกัน พร้อมกับสั่งให้นางหันหัวพุ่งเข้าหาดาวเสาร์อย่างไร้ความปราณี ให้นางโหม่งลงดาวเคราะห์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในระบบสุริยะโดยไม่คิดถึงความกดดันจากชั้นบรรยากาศอะไรทั้งสิ้น

แถมยังมีหน้ามาสั่งให้นางเก็บข้อมูลและส่งข้อมูลก่อนตายมากลับมาหาโลกให้ได้มากที่สุดเสียด้วย! แล้วก็ทำมาเป็นตั้งชื่ออย่างยิ่งใหญ่ให้กับการฆ่าตัวตายครั้งนี้ว่า The Grand Finale เพื่อที่จะทำเหมือนยกย่องยานแคสซีนี ทั้ง ๆ ที่ตัวเองใช้งานอย่างหนักหนามาเกือบ 20 ปี

ส่วนพวกเราจะทำไงได้? พรบ.คุ้มครองยานอวกาศก็ยังไม่มี พวกเราก็คงได้แต่สงสารนาง หวังว่ายานแคสซีนีจะไปพักผ่อนอย่างสงบบนดาวเสาร์

แต่ที่ทำได้แน่ ๆ ก็คือ มาตามดูการฆ่าตัวตายของนังทาสของนาซาลำนี้กัน ในวันศุกร์ที่ 15 กันยายนนี้ ช่วงประมาณ 4 โมงเย็นประเทศไทย สมาคมดาราศาสตร์ไทยกับท้องฟ้าจำลองจะจัดการบรรยายเรื่องนี้ด้วยนะ ที่ท้องฟ้าจำลองเอกมัย ไปง่าย ๆ แค่ลง BTS สถานีเอกมัย ใครสนใจก็ไปลองฟังกันได้นะครับ แล้วจะรู้ว่านังทาสลำนี้ทำประโยชน์ให้กับพวกเราขนาดไหน แล้วนาซาใช้งานมันอย่างโหดร้ายเพียงใด

R.I.P. ล่วงหน้านะ Cassini

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

– เฟซบุ๊กเพจ สมาคมดาราศาสตร์ไทย

– เฟซบุ๊กเพจ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ – Bangkok Planetarium

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศร้า! เปิดข้อความ’ด.ต.อนิรุทธ’ดิ้นรน ขอแบ่งปันไฟฉายไว้ใช้งาน

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292314

เศร้า! เปิดข้อความ'ด.ต.อนิรุทธ'ดิ้นรน ขอแบ่งปันไฟฉายไว้ใช้งาน

เศร้า! เปิดข้อความ’ด.ต.อนิรุทธ’ดิ้นรน ขอแบ่งปันไฟฉายไว้ใช้งาน

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.56 น.

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา คนร้ายลอบวางระเบิดขณะเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ สนธิกำลังเดินทางเข้าไปตรวจสอบเหตุระเบิดเสาไฟฟ้า ในพื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายราย โดยหนึ่งในนั้นคือ ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด สังกัดชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเดิมสังกัด ตชด.31 จังหวัดพิษณุโลก

ล่าสุด บนเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict  ได้มีการแชร์ข้อความที่โพสต์โดย ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ ที่ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 14 พ.ค.60 ไปยังกลุ่มคนเล่นไฟฉายว่า อยากได้ไฟฉายคุณภาพสูงๆไว้ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่แต่ติดขัดเรืองงบเลยมาขอแบ่งปันไฟฉายจากคนในกลุ่ม ตนเองต้องการรับบริจาคไฟฉายราคาไม่แพง เพื่อที่จะใช้ติดตัวระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากทางการไม่มีงบ จึงต้องดิ้นรนหาเอง

จากนั้นได้มีสมาชิกในกลุ่มผู้ใจดีหลายท่านได้จัดทำการจัดส่งไฟฉายในแบบที่ ด.ต.อนิรุทธ ต้องการ โดยบรรจุกล่องพัสดุอย่างดี พร้อมจ่าหน้าซองเพื่อส่งไปให้ถึงมือเจ้าหน้าที่ยังสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนไทยไม่ทิ้งกัน! ชาวยะลาต่อคิวบริจาคเลือด ช่วยเหยื่อบึ้มใต้

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292276

คนไทยไม่ทิ้งกัน! ชาวยะลาต่อคิวบริจาคเลือด ช่วยเหยื่อบึ้มใต้

คนไทยไม่ทิ้งกัน! ชาวยะลาต่อคิวบริจาคเลือด ช่วยเหยื่อบึ้มใต้

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.14 น.

15 ก.ค. 60 จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดขณะเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ สนธิกำลังเดินทางเข้าไปตรวจสอบเหตุระเบิดเสาไฟฟ้า ในพื้นที่  ริมถนนสาย 4070 ยะหา – กาบัง บ้านอาเส็น หมู่ที่ 6 ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายราย

ต่อมา  เพจ “อัศวินแห่งเทือกเขาบูโด knights of southern border” ได้ประกาศแจ้งข่าวในช่วงหัวค่ำวันเดียวกัน ขอให้กำลังพลและประชาชนบริจาคโลหิตช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพขณะที่ประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาต่อคิว เพื่อรอบริจาคเลือด ให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เลือดไม่พอ! ด่วนรับบริจาคเลือดทุกกรุ๊ป ช่วยจนท.เหยื่อระเบิดใต้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,916,825 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
พิรุธ พรรคส้ม! พบโพสต์เฟซบุ๊กกิจกรรมช่วงสงกรานต์ พ่วงข้อความว่าจ้าง สเปกเตอร์ ซี ผลิตสื่อ
SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’
ดร.ณัฏฐ์ รับว่าคดีบัตรเลือกตั้ง แนะ สมชัย อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว
World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย
หยุดยิง “อิสราเอล–เลบานอน” มีผลแล้ว 10 วัน ประชาชนเฮ! ทยอยกลับบ้าน หลังสู้รบเดือดกว่าหนึ่งเดือน
โอมานรับปากช่วย เจรจา‘เตหะราน’ เปิดเส้นทางเรือไทย ‘สีหศักดิ์’รับไม่ง่าย
นายกฯ ถึงนราธิวาส มทภ. 4 รอต้อนรับ หลังดรามาเดือด ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.
ยุโรปเสี่ยงน้ำมันเครื่องบินหมด อาจเหลือใช้ได้เพียง 6 สัปดาห์ เสี่ยงยกเลิกเที่ยวบินฤดูร้อน
แนวหน้าวาทะเด็ด

Recent Posts

  • พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี
  • ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า
  • “มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6
  • รวบตัว “D4vd” นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี
  • รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d