Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

โวยเด็กแสบละเลงสีบ้านใส่รถเก๋ง เซ็งพ่อแม่ปัดรับผิดชอบอ้างลูกไม่ได้ทำ

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292755

โวยเด็กแสบละเลงสีบ้านใส่รถเก๋ง เซ็งพ่อแม่ปัดรับผิดชอบอ้างลูกไม่ได้ทำ

โวยเด็กแสบละเลงสีบ้านใส่รถเก๋ง เซ็งพ่อแม่ปัดรับผิดชอบอ้างลูกไม่ได้ทำ

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 13.54 น.

18 ก.ย.60 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากหนุ่มคนหนึ่ง หลังถูกเด็กนำสีทาบ้านมาละเลงรอบตัวรถเก๋ง แถมพ่อแม่เด็กปัดรับผิดชอบว่าลูกไม่ได้ทำ พอไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าต้องเป็นหลักฐานคลิปวิดีโอ ไม่ยอมดำเนินคดีหลักฐานอย่างอื่นเลย

โดยเจ้าของโพสต์ว่า มีลูกได้ แต่มีความรับผิดชอบไม่ได้ อย่ามีมันเลยครับ ลูกมึงเล่นทาสีบ้านบนรถกูเลย จ้า ถ่ายรูปเด็กไว้ ลูกมึงเหลืองยันกระเจี๊ยว ยังกล้าบอกว่าลูกไม่ได้ทำอีก  ตำรวจก็ไม่พิจารณาหลักฐานกูเลย จะเอาคลิปวีดีโอ สังคมป่วยเพราะคนแบบนี้มีมากขึ้นทุกวัน เห็นแก่ตัว ติดสินบน หน้าด้าน สุดท้ายลอยนวล แล้วคนดีๆเสียเปรียบคนพวกนี้แล้วคนดีจะดีไปทำไม อื่มมมม มันน่าคิด#ไม่เครียดหรอก#สีน้ำเงินก็น่าจะสวยนะ#ล้อก็เก่าแล้วด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เมฆ มังกรบิน’มีสะดุ้ง! ‘อาจารย์อ๊อด’คนดังตรวจน้ำมันเครื่องฉาว (ชมคลิป)

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292740

'เมฆ มังกรบิน'มีสะดุ้ง! 'อาจารย์อ๊อด'คนดังตรวจน้ำมันเครื่องฉาว (ชมคลิป)

‘เมฆ มังกรบิน’มีสะดุ้ง! ‘อาจารย์อ๊อด’คนดังตรวจน้ำมันเครื่องฉาว (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 13.12 น.

18 ก.ย. 60 จากกรณี ชาวโซเชียลมีการวิพากษ์วิจารณ์ ‘เมฆ มังกรบิน’ เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ที่ไม่ได้มาตรฐานและมีผู้เสียหายร้องเรียนเจ้าหน้าที่แล้วหลายราย ขอให้เข้าตรวจสอบโรงงานด้วย ต่อมามีภาพของ ‘เมฆ มังกรบิน’ ถืออาวุธปืนสงครามลงในโลกออนไลน์ด้วย ซึ่งมีความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน ทำให้มีการเข้าตรวจสอบ พร้อมกันนั้น สคบ.ยังได้รับทราบเรื่องและเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบแล้วนั้น

ล่าสุด รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ภาควิชาเคมีคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวWeerachai Phutdhawong  ว่า “อาจารย์อ๊อดเพิ่งกลับจากยุโรปมาหารุ่นนี้ไม่ได้ หลังจากที่พยายามหาผลิตภัณฑ์มานานในที่สุดก็ได้มาแล้วครับอาจารย์อ๊อดจะเริ่มวิเคราะห์ในวันจันทร์น่าจะได้ผลในเช้าวันอังคารครับ ต้องขอขอบคุณทาง facebook ของแหม่มโพธิ์ดำแหม่มโพธิ์ดำ และจ่าพิชิตจ่าพิชิต ขจัดพาลชน ที่ช่วยประสานงานจนได้ผลิตภัณฑ์มาทดสอบครับ…สำหรับเทคนิคที่จะใช้ในการวิเคราะห์จะเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นโดยใช้เทคนิค nuclear magnetic resonance NMR (นิวเคลียร์เมกเนติกเรโซแนนซ์) และ infrared spectroscopy IR”

ตอนนี้ทีมของอาจารย์อ๊อดกำลังทดสอบทางเคมีเบื้องต้นของหัวเชื้อน้ำมันเครื่องรุ่นพิเศษไม่ต่ำกว่า 3 ยี่ห้อนะครับรวมถึงยี่ห้อที่เป็นประเด็นในสังคม social ขณะนี้ และที่่เห็นในคลิปวีดีโอนี้เป็นการใช้เทคนิคแรกคือ อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี Fourier-transform infrared spectroscopy (FTIR)

 

 

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘การบินไทย’ชี้แจง ปมห้ามใส่รองเท้าแตะขึ้นเครื่อง?

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292713

'การบินไทย'ชี้แจง ปมห้ามใส่รองเท้าแตะขึ้นเครื่อง?

‘การบินไทย’ชี้แจง ปมห้ามใส่รองเท้าแตะขึ้นเครื่อง?

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 10.43 น.

บนเว็บไซต์พันทิป ได้มีการตั้งกระทู้ว่า “ทำไมถึงไม่ให้ใส่รองเท้าแตะขึ้นเครื่องบิน“ โดยระบุว่า ตนเองจะโดยสารเครื่องบินของสายการบินชื่อดัง เที่ยวบินภายในประเทศโดยใส่รองเท้าแตะแต่เจอเจ้าหน้าที่ของสายการบินไล่กลับไปเปลี่ยนรองเท้า ซึ่งเจ้าของกระทู้ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมผู้โดยสารคนอื่นที่เป็นชาวต่างต่างชาติถึงใส่รองเท้าแตะขึ้นเครื่องบินได้

ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่าตั๋วที่เจ้าของกระทู้ใช้เป็นตั๋วพนักงานใช่หรือไม่ ซึ่งเจ้าของกระทู้ตอบว่าเป็นตั๋วฟรีที่ได้จากบัตรเครดิต โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีที่เจ้าของกระทู้ใส่กางเกงขาสั้นแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน โดยเป็นตั๋วฟรีจากบัตรเครดิต ที่เป็นตั๋วสวัสดิการของพนักงานที่มีราคาถูก และจะมีการกำหนดลักษณะการแต่งกายที่มากกว่าตั๋วผู้โดยสารทั่วไป

ขณะเดียวกัน บนเพจเฟซบุ๊ก Thai Airways ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่าการบินไทยชี้แจงไม่มีกฎห้ามผู้โดยสารสวมรองเท้าแตะขึ้นเครื่องบิน

กรณีที่มีผู้โพสต์ในกระทู้พันทิปว่า ทำไมถึงไม่ให้ใส่รองเท้าแตะขึ้นเครื่องบินโดยเจ้าของกระทู้นี้กล่าวว่าตนเองเดินทางโดยสายการบินรักคุณเท่าฟ้าเที่ยวบินภายในประเทศ โดยใช้บัตรโดยสารที่ได้จากบัตรเครดิต ถูกพนักงานเช็คอินให้เปลี่ยนรองเท้า

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงว่า บริษัทฯ ไม่ได้มีระเบียบข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการแต่งกายของผู้โดยสารที่ซื้อบัตรโดยสารหรือใช้บัตรโดยสารรางวัลทุกประเภท แต่บริษัทฯ มีระเบียบเรื่องการแต่งกายขึ้นเครื่องบินสำหรับผู้ใช้สิทธิ์บัตรโดยสารพนักงานคือต้องสวมชุดสุภาพ ห้ามสวมรองเท้าแตะ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯได้พยายามติดต่อเจ้าของกระทู้เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรโดยสารที่เจ้าของกระทู้ใช้เดินทาง และรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งบริษัทฯ ต้องขออภัยหากเกิดความเข้าใจผิดและทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกดังกล่าว

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โรฮีนจา-เมียนมา บาดแผล-ชาติพันธุ์-แบ่งแยก

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292641

โรฮีนจา-เมียนมา บาดแผล-ชาติพันธุ์-แบ่งแยก

โรฮีนจา-เมียนมา บาดแผล-ชาติพันธุ์-แบ่งแยก

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วิกฤติโรฮีนจาในเมียนมา (พม่า) ที่ชาวโรฮีนจาอพยพหนีตายจากการกวาดล้างของกองทัพพม่ามาไปทางตะวันตกเข้าสู่บังกลาเทศบ้าง ล่องเรือออกทะเลลงใต้มาแวะพักในไทยก่อนไปต่อยังปลายทางคือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือแม้แต่ออสเตรเลีย เป็นปัญหาให้หลายปวดหัวไปตามๆ กัน “จะรับก็ไม่ได้” เพราะทุกประเทศก็มีชีวิตพลเมืองของตนให้ต้องดูแลอยู่แล้ว แต่ “จะไล่ก็ไม่ดี” เพราะจะถูกนานาชาติมองว่าใจร้ายไร้มนุษยธรรม

ชะตาชีวิตของชนชาวโรฮีนจานั้นเหมือน “ถูกสาป” ให้ประสบเคราะห์กรรมอยู่ร่ำไป แน่นอนในยุคเผด็จการทหารนั้นก็มีการกวาดล้างอย่างรุนแรงอยู่แล้ว ทว่าในยุค“ประชาธิปไตย” โดยเฉพาะปัจจุบันที่พรรค NLD ของวีรสตรีรางวัลโนเบลสันติภาพ ออง ซาน ซูจี กวาดที่นั่งในรัฐสภาอย่างท่วมท้น ความหวังว่าจะได้อยู่อย่าง “เป็นมนุษย์” เท่าเทียมกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในเมียนมาของชาวโรฮีนจา ก็ยังดู “เลือนราง” เพราะวันนี้ ออง ซาน ซูจี “เงียบกริบ” แถมยังปฏิเสธที่จะเข้าร่วมประชุมกับ สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อีกต่างหาก

อะไรที่ทำให้ท่าทีของรัฐบาลเมียนมาเป็นเช่นนั้น? นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์พม่าคนหนึ่งของเมืองไทย รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกเล่าในเวทีเสวนา “โรฮีนจา : เรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด” ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า “ความจริง” ข้อหนึ่งที่ไม่ว่าใครจะรับได้หรือไม่ก็ตาม

อาจารย์สุเนตร กล่าวว่า จะพรรค NLD ของ ออง ซานซูจี หรือพรรค USDP ของขั้วอำนาจฝ่ายทหาร ทั้งคู่ก็ยังเป็น “พรรคการเมือง” ที่ต้องขับเคี่ยวช่วงชิง “ฐานเสียง” หรือก็คือ “ประชาชน” ตามวิถีแห่งระบอบประชาธิปไตยที่การจะเป็นรัฐบาลได้ต้องมาจากคะแนนเสียงเลือกตั้ง และนั่นคือ “โชคร้าย” ของชาวโรฮีนจา เนื่องจาก“คนพม่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 90 เป็นชาวพุทธ และมีจุดยืนไม่เอาโรฮีนจา” อย่างชัดเจน ดังนั้นจึงไม่มีนักการเมืองคนใด “กล้าฝืนมติมหาชน” แม้จะเป็น ออง ซาน ซูจี ที่มีภูมิหลังเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ และได้รับศรัทธาท่วมท้นมาก่อนก็ตาม

ยังไม่นับตัวแปรอื่นๆ เช่น พรรคการเมืองท้องถิ่นรัฐอาระกัน (Arakan) พื้นที่ที่ชาวโรฮีนจาอาศัยอยู่จำนวนมาก พรรคดังกล่าว “ครองพื้นที่อย่างเหนียวแน่น” แม้แต่พรรค NLD ก็ยังไม่อาจชนะเลือกตั้งได้ในแถบนี้ และพรรคท้องถิ่นของอาระกันนั้นก็มีท่าทีชัดเจนเช่นกัน คือออกแนว“พุทธหัวรุนแรง” ซึ่งสอดประสานกับกลุ่ม “ภาคประชาชน” กลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ในพื้นที่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมื่อมีภาพข่าวความรุนแรงจะต่อชาวโรฮีนจา จะปรากฏว่าผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ คนของพรรคการเมืองท้องถิ่น และกลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาชน

“โรฮีนจายังเป็นปัญหาเรื่องสีผิว เพราะมีสีผิวต่างจากคนพม่าชัดเจน ภาษาก็คนละภาษา แถมศาสนายังแตกต่าง ปัญหาของโรฮีนจาจึงเห็นภาพว่ามีกลุ่มยะไข่พุทธกับโรฮีนจาที่ขัดแย้งกัน ทั้งๆ ที่ในอาระกันไม่ได้มีแค่ 2 ชาติพันธุ์ แต่กลุ่มที่เด่นๆ คือยะไข่พุทธกับมุสลิมโรฮีนจา พอเป็นแบบนี้รัฐก็วางตัวยาก จะเอนเอียงสนับสนุนไปทางไหน? แน่นอนก็ต้องทางพุทธ แล้วพอเป็นแบบนี้มันก็ข้ามพรมแดนแล้ว ไม่ได้อยู่แต่ในรัฐยะไข่เท่านั้น แต่กระจายไปพม่าส่วนอื่นๆ ที่เป็นชาวพุทธด้วยกัน ก็มีความเคลื่อนไหวต่อต้านโรฮีนจา” อาจารย์สุเนตร กล่าวย้ำ

ทุกครั้งที่นานาชาติ “ตั้งคำถาม” ประเด็นโรฮีนจา สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลและชาวพม่าหยิบยกขึ้นมาตอบโต้เสมอ คือชาวโรฮีนจานั้นเป็น “คนนอก” ไม่ใช่ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อยู่มานาน อาทิ พม่า มอญ ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง ว้า ฯลฯ ชาวพม่าย้ำเสมอว่า “ชาวโรฮีนจาเข้ามาหลังปี 1824 (พ.ศ.2367)” หลังพม่าแพ้สงครามกับ อังกฤษ มหาอำนาจโลกตะวันตกขณะนั้นที่ครอบครองอาณานิคม “เอเชียใต้” ทำให้มีการเคลื่อนย้าย “แขก” หลายเผ่ารวมถึงโรฮีนจา จากดินแดนที่ปัจจุบันคือ อินเดีย – บังกลาเทศ เข้ามาเป็นแรงงานในแผ่นดินอาระกันของพม่า

ตัวเลข “1824” จึงกลายเป็นกฎหมายที่รัฐบาลพม่าใช้ “ลบตัวตน” ของชาวโรฮีนจา จากเดิมสมัยที่ได้รับเอกราชจากอังกฤษใหม่ๆ ชาวโรฮีนจายังมีบัตรประชาชน มีการรวมกลุ่มสมาคม ถึงขนาดมี “สถานีวิทยุ” เป็นของตนเอง แต่เมื่อเข้าสู่ “ยุคมืด” ผู้นำเผด็จการทหาร นายพล เน วิน ยึดอำนาจในปี 1962 (พ.ศ.2505) และปกครองพม่าแบบ “ปิดประเทศ” ยาวนานหลายทศวรรษ ในช่วงนี้เองที่มีสารพัดนโยบายออกมาจัดการกับโรฮีนจา เช่น ในปี 1974 (พ.ศ.2517) รัฐบาลพม่าเริ่มยกเลิกบัตรประชาชนโรฮีนจา และยกเลิกทุกสิทธิที่เคยได้รับในปี 1982 (พ.ศ.2525)

ดร.อณัส อมาตยกุล อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งคำถามถึง “วิธีคิด” ของพม่าว่า “สมควรแล้วหรือ?” กับการนำปีดังกล่าวมา “แบ่งแยก – กีดกัน” ชาวโรฮีนจาออกไป โดยเปรียบเทียบกับ มาเลเซีย อดีตอาณานิคมอังกฤษเช่นเดียวกับเมียนมา อังกฤษก็เคยนำเข้า “ชาวจีน” มาเป็นแรงงานใน “ถิ่นมลายู”ทว่าเมื่อมาเลเซียได้รับเอกราช แม้จะมีนโยบาย “ภูมิบุตร” สงวนอาชีพรับราชการไว้เฉพาะชาวมาเลเซียเชื้อสายมลายูเท่านั้น แต่ “ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนยังใช้ชีวิตด้านอื่นๆ ได้ตามปกติ” ทำธุรกิจจนร่ำรวยก็มากมาย

อาจารย์อณัส ยังเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านของเมียนมาอย่าง ไทย ที่มีท่าทีต่อผู้โยกย้ายถิ่นดีกว่ามาก แม้กระทั่งการอพยพที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึงร้อยปีอย่างช่วง สงครามเวียดนาม แม้ช่วงแรกๆ ผู้ลี้ภัยจะต้องอยู่ในค่ายมีรั้วรอบขอบชิด แต่เมื่อเหตุการณ์สงบลงก็ค่อยๆ ทยอยให้สิทธิเป็นผู้พำนักถาวร และขยับขยายไปสู่การให้สัญชาติไทยในที่สุด ยังไม่ต้องนับชาวจีน หรืออีกหลายๆ เชื้อชาติที่มาก่อนหน้านั้น ปัจจุบันน่าจะกลายเป็น “คนไทย” ไปเกือบหมดแล้ว

“เวลาไปสัมภาษณ์มุสลิมในยุโรป เขาก็จะบอกว่า ให้เราอยู่ที่นี่มา 4-5 ชั่วคน เราก็ไม่ใช่เนเธอร์แลนด์ ไม่ใช่เยอรมัน ไม่ใช่ฝรั่งเศส เขาก็ยังมองเป็นตุรกี ยังมองเป็นโมร็อกโกอยู่นั่นเอง แต่ประเทศไทย จะชาวต่างชาติทวีปไหนถ้ามาได้สัญชาติไทยก็เป็นคนไทยแล้ว คนไทย (พื้นถิ่นเดิม) ก็ไม่มีตะขิดตะขวงใจอะไร” อาจารย์อณัส ระบุ

อาจารย์อณัส ให้มุมมองข้อสรุปของเรื่องนี้ไว้ว่า 1.วิถีของศาสนานั้นไม่ใช่การเบียดเบียน ดังนั้นผู้นำศาสนาและนักบวชในเมียนมา ต้องช่วย “นำทาง” ให้ชาวพม่าออกห่างจากการกระทำดังกล่าว หาไม่แล้ว ศาสนสถาน – ศาสนวัตถุต่างๆ ในเมียนมา ก็จะเป็นได้เพียง “วัตถุชิ้นหนึ่ง” ให้โลกเห็นว่าคนที่นี่ “บูชาหลักธรรม แต่ไม่ปฏิบัติตามหลักธรรม” ปล่อยให้นักบวช “กระตุ้นความยึดมั่นถือมั่น” ทำตนเป็นฝ่ายความมั่นคง

2.ความรุนแรงนำมาซึ่งการเอาคืน อาทิ ไม่นานนี้ที่ทั้งโลกได้รู้จักกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม “รัฐอิสลาม” (ISIS หรือ IS) ก็พบว่ามี “คนหนุ่ม” จากประเทศมุสลิมในอาเซียน “ข้ามน้ำข้ามทะเล” ไปช่วยกลุ่มดังกล่าวสู้รบในตะวันออกกลางด้วย แม้รัฐบาลประเทศเหล่านั้นจะประกาศจุดยืนต่อต้านกลุ่มรัฐอิสลามก็ตาม ฉะนั้นหาก“กลไกระหว่างประเทศระดับรัฐบาล” โดยเฉพาะรัฐบาลประเทศมุสลิม ยัง “นิ่งเฉย” ก็เป็นไปได้ที่ในอนาคต พลเมืองจากประเทศต่างๆ อาจจะ “รวมกลุ่มกันเอง” แล้วลอบเดินทางเข้าไปก่อความรุนแรงในเมียนมาเช่นกัน

เมื่อนั้นสถานการณ์ก็จะยิ่ง “ลุกลามบานปลาย” เลวร้ายลง!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมอวรงค์ขยันทำการบ้าน ศึกษาคำพิพากษาคดีจีทูจี

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292647

หมอวรงค์ขยันทำการบ้าน ศึกษาคำพิพากษาคดีจีทูจี

หมอวรงค์ขยันทำการบ้าน ศึกษาคำพิพากษาคดีจีทูจี

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.

nn…การทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ว่ารัฐบาลยุคไหนก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ให้ตายสิ มันไม่เคยพ้นเลยสักรัฐบาล แม้จะมีมาตรการป้องกันก็แล้ว มาตรการแก้ปัญหาก็แล้ว ทั้งป้องทั้งกัน แต่ก็ยังมีเล็ดลอดจนได้ รัฐบาลทหารยุค “นายกฯลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ดูเหมือนสังคมจะมีความหวัง… เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้ทุกคนรังเกียจการ “ทุจริตคอร์รัปชั่น” ถึงขนาดบอกว่าเป็น “มะเร็งร้าย”ที่คอยกัดกินประเทศให้ล่มจมได้เลยทีเดียว …“นายกฯลุงตู่”ประกาศกร้าวจะเปิดหน้าต่อสู้ปราบ “ทุจริตคอร์รัปชั่น”ให้สิ้นซาก พร้อมยกให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ที่คนไทยทุกคนต้องยกมือกากบาท “เซย์โน”กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะบรรดาข้าราชการต้องทำเป็นตัวอย่าง และต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมให้ได้…

…ล่าสุดที่ดูจะจริงจังและฮือฮา ก็คงจะเป็นกฎหมายปราบโกง
หรือพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ….หรือชื่อที่เราคุ้นและเรียกกันจนติดปากก็คือ “กฎหมาย 4 ชั่วโคตร”นั่นเอง เพราะกฎหมายนี้ความผิดไม่ได้อยู่แค่ตัวคนทำผิดหรือทุจริตเท่านั้น แต่ขยายหัว-ท้าย ไปถึงพ่อแม่ และลูกหลาน โดยเฉพาะที่หนักหนาสาหัสก็ตรงที่รวมถึง
“กิ๊ก”และ “คู่นอนนอกกฎหมาย”ด้วยนี่สิ …นั่งกันไม่ติดเลยเชียว…คนส่วนใหญ่ที่หนุนให้ปราบทุจริตคอร์รัปชั่นให้ได้นี่ ยก 2 มือจนสุดแขนหนุนกันสุดตัว ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของ “นายกฯลุงตู่”ในการที่จะจัดการกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น-ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้รังเกียจ ขยะแขยงกันเลย…งานนี้ก็ขอเอาใจช่วยด้วยอีกหนึ่งใจ ก็คาดหวังว่าวันหนึ่งก็ต้องประสบความสำเร็จและถึงตอนนั้น ดัชนีชี้วัดอันดับความโปร่งใสของประเทศไทยต้องดีขึ้นแน่นอน พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับนานาประเทศได้โดยไม่หวาดหวั่นอีกต่อไปแล้ว….สาธุๆๆๆ !!!!!!…nn

nn…สมแล้วที่ใครต่อใครยกฉายา “กูรูข้าว” บ้างก็เรียกเป็น “มิสเตอร์
ปราบทุจริตจำนำข้าว”ให้ อดีต สส.
พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” เพราะหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว…จากนั้นศาลฯนำคำพิพากษาคดีทุจริตดังกล่าวฉบับเต็มเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของศาลฯอย่างเป็นทางการช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา แว่วว่ากูรูข้าวทุ่มเทเวลาทำการบ้านหนัก ขะมักเขม้นอ่านคำตัดสินทั้งหมดอย่างพินิจพิเคราะห์ เพราะมีทั้งหมดตั้ง 131 หน้า…ก่อนจะสรุปเป็นประเด็นๆ ออกมานำอธิบายความให้ชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายขึ้น…เพื่อความถูกต้อง ตรงประเด็นป้องกันการนำไปบิดเบือน ซึ่งขณะนี้ก็ทยอยมีออกมาให้เห็นบ้างแล้วตอนสองตอน…ต่อจากนี้คงมีบทความดีๆ ออกมาอีกเป็นระยะ ใครสนใจก็ติดตามอ่านกันได้นะขอรับ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

​สุดประทับใจตะลุยเส้นทางเที่ยว เปิดมุมมองใหม่สุโขทัย

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292616

​สุดประทับใจตะลุยเส้นทางเที่ยว เปิดมุมมองใหม่สุโขทัย

​สุดประทับใจตะลุยเส้นทางเที่ยว เปิดมุมมองใหม่สุโขทัย

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 16.01 น.

17 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับสำนักงานพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร (อพท.4) และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ได้ร่วมกันจัดทริปท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “เปิดมุมมองใหม่สุโขทัย” โดยเริ่มกิจกรรมที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชาวนา (สนามบินสุโขทัย) เยี่ยมชมแปลงทดลองและอนุรักษ์ข้าวสายพันธุ์ต่างๆ พร้อมจิบชาใบข้าวและชิมขนมที่แปรรูปมาจากผลผลิตทางการเกษตร ก่อนนั่งรถรางเข้าชมโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

โดยมีนายปฏิรูป สายสินธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายณรงค์ชัย โตอินทร์ มัคคุเทศก์เชี่ยวชาญมรดกโลก เป็นผู้นำบรรยายให้ข้อมูล จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมกิจกรรมใหม่ การท่องเที่ยวด้วยการลงมือทำ (DIY) ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชุมชนพร้อมร่วมลงมือทำ ทดลองปั้นขึ้นรูปดินทำเครื่องสังคโลกที่บ้านลุงเกศ (เกศอนงค์เครื่องปั้นดินเผา) บ้านเกาะน้อย และเเต้มสีลงยาแหวนเงินด้วยตนเองที่ร้านไหมเงิน-ไหมทอง บ้านท่าชัย อ.ศรีสัชนาลัย

แล้วไปขี่จักรยานชมวิถีชีวิตชุมชนกับน้องเหมียวน้องจิบที่สุโขทัยไบค์ซีเคิลทัวร์ ต.บ้านกล้วย ต่อด้วยทดลองกดดินพิมพ์พระด้วยมือเราเองที่ศูนย์เรียนรู้การพิมพ์พระลักษมณศิลป์ บ้านเชตุพน ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งผู้ร่วมทริปต่างได้รับประสบการณ์อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน ก่อนจบกิจกรรมในช่วงค่ำที่นาราชารีสอร์ท ต.เมืองเก่า มีวงมังคละเภรีตั้งขบวนบรรเลงต้อนรับนำคณะเข้าสู่พิธีการสมโภชเบิกแว่นเวียนเทียน ต้อนรับแขกเมืองเข้าสู่สุโขทัยอย่างเป็นทางการ รับประทานมื้อค่ำ “เตียบดินเนอร์” จัดอาหารขึ้นสำรับตามประเพณีกินสี่ถ้วย ซึ่งเป็นวิถีมงคลของท้องถิ่น พร้อมชมการแสดงละครอิงประวัติศาสตร์เรื่อง “รากไทย” จากกลุ่มยุทธศิลป์แผ่นดินสยาม โชว์ศิลปะป้องกันตัว มวยไทย ควงพลองไฟ ขนอาวุธโบราณมาแสดงกันอย่างสุดมัน สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวได้สัมผัสมุมมองใหม่ในการท่องเที่ยวสุโขทัย และหวังให้เพิ่มกิจกรรมท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้นในพื้นที่อีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเส้นทางท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ผจญภัย 4จังหวัดเหนือตอนบน

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292587

เปิดเส้นทางท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ผจญภัย 4จังหวัดเหนือตอนบน

เปิดเส้นทางท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ผจญภัย 4จังหวัดเหนือตอนบน

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 13.32 น.

17 ก.ย.60 น.ส.ปราณปริยา พลเยี่ยม ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย  เปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้จับมือร่วมกันเปิดเส้นทางแนวแอดแวนเจอร์ขึ้น  ภายใต้โครงการ Agent Media Fam Tiaip ตามเส้นทาง Discovery the North ii Sport & Experience Trip โดยได้เชิญคณะผู้ ประกอบการท่องเที่ยวผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว สมาคม ชมรมท่องเที่ยว ทั้งด้านที่พัก สถานบริการ ร้านอาหาร รถเช่าฯลฯ จาก จ.อุทัยธานี จ.ลพบุรี จ.สุพรรณบุรี รวมถึงมาจากภาคกลาง ตลอดจนสื่อ มวลชนจากท้องถิ่นและส่วนกลางมาร่วมสำรวจเส้นทางระหว่างวันที่ 14 -16 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา

น.ส.ปราณปริยา กล่าวว่า เส้นทางท่องเที่ยวแนวแอดแวนเจอร์ เป็นทริปทัวร์ท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากในปัจจุบัน  เป็นโปรแกรมจากการท่อง เที่ยวทางปกติทั้งทางธรรมชาติและศาสนา วัฒนธรรม ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเส้นทางท่องเที่ยวประกอบด้วย  จ.แพร่ มีเส้นทางชุมชนนาคูหา แหล่งโอโซนอันดับ 1 ของ จ.แพร่และอับดับ 7 ของเมืองไทย ชมวัดนาคูหาที่มีความสวยงามมีพระเจ้าต๋นหลวง ตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่มนาเขียวขจี ให้เที่ยวให้เดินสัมผัสธรรมชาติวิถีเกษตร มีบ่อเตาหรือแปลงห้อมหรือเมี่ยง ให้ศึกษาดูกรรมวิธีการ เก็บและผลิต ตลอดจนการปีนเขาชมวัดพระธาตุอินแขวนต่อด้วยชมถ้ำน้อยและผาหัวสิงห์

โดย ที่ จ.น่าน มีการล่องแก่งน้ำว้า ภายในอุทธยานแห่งชาติแม่จริม อ.แม่จริม จ.น่าน ซึ่งปัจจุบันมีเปิดบริการทั้งของรัฐและเอกชนประมาณ 5 จุด ล่องท่องเที่ยวในแก่งน้ำว้าระยะทางยาว 10 กม. หรือจะไต่ เขาไปยอดผาหน่อ ชมภาพเขียน 3,000 ปี ที่ จ.พะเยา มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติประเภทการเดินชมป่าในเขตอุทธยานแห่งชาติดอยหลวง และที่จ.เชียงราย สวนแม่ฟ้าหลวง ภายในโครงพัฒนาดอย ตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีการจัดการท่องเที่ยวแบบผจญภัยในชื่อ Tree Top Walk จัดให้มีกิจกรรมการเดินบนสะพานไม้แขวนระหว่างต้นไม้ที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร และคนที่ชอบท้าทายความสูงและความตื่นเต้นให้มาที่ กิจกรรม Zip Line ที่ไร่สิงห์ปาร์ค ซึ่งสามารถชมบรรยากาศของขุนเขาและความสวยงามของไร่ชาสุดลูกหูลูกตา

นายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผอ.ททท.สำนักงานเชียงราย กล่าวว่ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วยเชียงราย พะเยา แพร่และน่าน นอกจากจะมีโด่งดังเรื่องของการท่องเที่ยวโดดยชุมชนแล้วยังมี แหล่งท่องเที่ยวแนวแอดแวนเจอร์มากมาย โดยเฉพาะที่ จ.เชียงราย ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้ความเที่ยวสนุกเที่ยวได้อิ่มแล้ว สถานที่เที่ยวแต่ละแห่งได้มีการเสริมสาระลงไปด้วยเช่นTree Top Walk ตั้งอยู่ในโครงการหลวง ระหว่างการเที่ยวก็จะเห็นมีกาแฟและการปลูกหญ้าแฝก ให้ศึกษาได้ความรู้ กิจกรรม Zip Line ก็มีสวนชา ให้ผุ้มาเที่ยวได้ชมและดูการเพาะปลูกได้ด้วย

ด้านนายกิตติ ทิศสกุล ประธานสภาอุตสหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวในแนวผจญภัยในครั้งนี้ ทำให้เกิดประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการด้าน การท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ รวมไปถึงสื่อมวลชนที่มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แลกเปลี้ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยว สำหรับการค้นหาฐานข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย สร้างการรับรู้และให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

นายจักรกฤษณ์ ศรีลาเจริญ นายกสมาคมสหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานีเปิดเผยว่า การจัดทริปท่องเที่ยวเชื่อมโยง4จังหวัด ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 รูปแบบเอสเวนเจอร์ถือว่าได้ประโยชน์ มากด้วยแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งครบทุกรูปแบบ ทัดเทียมกับภูมิภาคอื่นๆหรือต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว เข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นซึ่งอาจหันเหจากการไปเที่ยวทะเลให้มาเที่ยวทางภูเขามากขึ้น

ด้านนายสุรินทร์ นิลกำแหง ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวว่าการท่องเที่ยวใน 4 จังหวัด นอกจากจะมีความหลากหลายทางธรรมชาติยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และศาสนาโดยมีวัดหลายแห่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งวัดห้วยปลากั้งตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย เป็นวัดที่มีความสวยงามทั้งบรรยากาศและทิวทัศน์ โดยรอบแล้วยังมีเรื่องราวที่สมบูรณ์ครบองค์ประกอบทำให้เกิดรูทการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สามารถรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่คนจีน 100,000 คนในจำนวนนี้มี 70,000 คน ที่มาท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศาสนา ที่เหลืออีก 30,000 คนเป็นการ Shopping ซื้อสินค้า

ขณะที่นายดำรงค์วุฒิ วิริยะ เหรัญญิกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวภูมิภาคประเทศไทย กล่าวว่าประสบการณ์จากการดูงานในทริปนี้จะนำไปเสนอในการประชุมเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างภาคเหนือกับภาคกลาง โดยแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดแม้จะแตกต่างกันแต่ยังคงมีความเป็นล้านนา ที่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลแบบพี่ช่วยน้องโดยไม่เพียงแต่จะเชื่อมโยงใน4จังหวัดเท่านั้นยังจะสามารถ เชื่อมไปยัง 17 จังหวัดภาคเหนือและกลุ่ม 18 สมาชิกได้อีกด้วย.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘NGIM’(งิม)โมเดล พัฒนาชุมชน..โดยชุมชน

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292488

‘NGIM’(งิม)โมเดล  พัฒนาชุมชน..โดยชุมชน

‘NGIM’(งิม)โมเดล พัฒนาชุมชน..โดยชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ชุมชน” หน่วยย่อยทางสังคมที่ใหญ่ขึ้นมาอีกระดับหนึ่งจากหน่วยเล็กที่สุดอย่างครอบครัว การพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและมีคุณภาพ จึงมีความสำคัญและเป็นรากฐานไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป ซึ่งหัวใจสำคัญคือการทำให้ชุมชน “พึ่งพาตนเอง” (self-reliance) ในการคิดตัดสินใจและดำเนินการแก้ไขปัญหา จนสามารถตอบสนองความต้องการของตนเองและส่วนรวม

“เทศบาลตำบล (ทต.) งิม” ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ปง จ.พะเยา ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีความพยายามพัฒนาชุมชนของตนให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งทีมงาน “แนวหน้าวาไรตี้” มีโอกาสไปเยี่ยมชมเมื่อไม่นานนี้ โดยหลักคิดของ ทต.งิม มีอยู่ 4 ด้าน คือ 1.ยึดธรรมาภิบาล 2.สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน 3.มุ่งสร้างต้นแบบเพื่อขยายงาน 4.การน้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

นิภาวรรณ์ หายทุกข์ ปลัดเทศบาลตำบลงิม กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาของ ทต.งิม ที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “NGIM โมเดล” ที่แบ่งเป็น 4 ตัวอักษรในภาษาอังกฤษของคำว่า “งิม” ประกอบด้วย “N-Natural” คือการพัฒนาที่สอดคล้องกับ “ธรรมชาติ” หรือต้นทุนทางสังคมที่ชุมชนมีอยู่, “G-Good governance” การบริหารและดำเนินการงานต่างๆ ในชุมชน ยึดหลัก “ธรรมาภิบาล” อย่างจริงจัง,

“I-Integration” ทำงานแบบ “บูรณาการ” ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งในด้านบุคลากร ทรัพยากร เครื่องมืออุปกรณ์ งบประมาณ และองค์ความรู้ และ “M-Management” เน้นการมีส่วนร่วมในการ “บริหารจัดการ” ภายในชุมชน อีกทั้งยังยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทั้ง 4 ประการ มุ่งหมายให้ ทต.งิม มีความเป็นชุมชนธรรมาธิบาลอย่างสมบูรณ์

ตัวอย่างโครงการในชุมชนที่น่าสนใจ..เนื่องจากใน ทต.งิม มีผู้สูงอายุอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีการจัดตั้ง“โรงเรียนสร้างสุข” ซึ่งเป็นการจัดชั่วโมงเรียนที่เปรียบเหมือนโรงเรียนให้กับผู้สูงอายุ เป้าหมายของโครงการนี้คือแทนที่จะให้ผู้สูงอายุ “อยู่บ้านเฉยๆ” ไปวันๆ ก็จัดให้มีกิจกรรมขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความสุข ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เรียกว่า “Wood Song” หรือการเคาะไม้ให้เข้ากับจังหวะเพลง

สาวิตรี พวงจำ ครูโรงเรียนเทศบาลตำบลงิม อธิบายว่า Wood Song เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งในการเรียนการสอน ที่บริหารสมองให้กับผู้สูงอายุ ช่วยให้สมองได้ออกกำลัง ทำให้สมองตื่นตัวและเรียนรู้ได้ดีขึ้น เพราะเป็นการฝึกการบังคับสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาให้เข้ากับจังหวะ แรกเริ่มเดิมทีนั้น Wood Song เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นมาเพื่อฝึกสมาธิและการเรียนรู้ของเด็ก จึงคิดว่าน่าจะนำมาใช้กับผู้สูงอายุได้เช่นกัน สำหรับ ทต.งิม นั้นเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2559

“ที่ผ่านมาสำหรับเด็กที่ลองใช้ Wood Song ทำให้เด็กมีสมาธิในการเรียนมาขึ้น และทำให้ผลการเรียนดีขึ้น ทำให้นักเรียนมีความสุขในการเรียน เมื่อผู้สูงอายุนำมาใช้ก็จะทำกระตุ้นให้ผู้สูงมีความสนุกสนานมากขึ้น และยังเป็นการออกกำลัง เนื่องจากเป็นการนวดกล้ามเนื้อ” อาจารย์สาวิตรี กล่าว

ขณะที่ ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ความเห็นว่า
“NGIM โมเดล” คือการประกาศนโยบายสำหรับตำบล โดยมุ่งหวังว่าจะเป็น “ชุมชนน่าอยู่” และความน่าสนใจคือเป็นการพัฒนาใน “รูปแบบเฉพาะ” ของ ทต.งิม ไม่ได้ลอกเลียนแบบใครมาทั้งสิ้น เนื่องจาก ทต.งิม นั้นเป็นพื้นที่ห่างไกล และมีการจัดการศึกษาด้วยตนเอง

“ถ้าเราผนวกแหล่งเรียนรู้ทุกแหล่ง จะพบว่าประชากรมากว่าร้อยละ 50 มีส่วนร่วมในชุมชน ซึ่งมีความเป็นพลเมืองสูง เช่น เรื่องขยะถ้าเป็นที่อื่นจะเริ่มต้นจากการฝึกการคัดแยก ส่วนที่เทศบาลตำบลงิมทำเป็นตัวนโยบาย แสดงว่ามีต้นทุนความเป็นพลเมืองสูง จากประสบการณ์ที่ได้มาทำวิจัยในตำบลงิม จะพบว่าสมาชิกในระดับครัวเรือนมีความตื่นตัวสูง ในการที่จะทำให้ชุมชนมีความอยู่ดีมีสุข” ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. ฝากทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยิ้มกันวันอาทิตย์

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292472

ยิ้มกันวันอาทิตย์

ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จูบลูก : อัมมาร์ ฮัมมาโช ผู้อพยพจากซีเรียซึ่งอยู่ในไซปรัส จูบลูกๆ ของเขาที่เพิ่งเดินทางมาถึงค่ายผู้อพยพ ในเมืองนิโคเซีย ประเทศไซปรัส ครอบครัวที่แตกแยกเตรียมกลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าอีกครั้ง

น้ำมันรั่ว : คราบน้ำมันที่รั่วออกจากเรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กที่ประสบเหตุอับปางเมื่อวันที่ 10 กันยายน พบเห็นเป็นทางยาวบนชายฝั่งที่หาดบนเกาะซาลามินา ประเทศกรีซ

เตรียมเปิดตัว : เจ้าหน้าที่ดึงผ้าคลุมโลโก้ แหวน 5 วง สัญลักษณ์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เพื่อเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองบริเวณด้านหน้าหอไอเฟลในกรุงปารีส ภายหลังคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (IOC) ประกาศให้ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิก ในปี 2024

พลังคาตาลัน : ชาวคาตาลันหลายแสนคนสวมเสื้อสีเขียวเดินขบวนไปตามท้องถนนในนครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เนื่องในวัน ลา เดียดา (La Diada) หรือวันชาติของแคว้นคาตาโลเนีย และเป็นการแสดงพลังสนับสนุนการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชจากสเปน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ขอฉานด้วย : ผู้อพยพชาวมุสลิมโรฮีนจา ต่างยื่นมือเพื่อรับสิ่งของความช่วยเหลือต่างๆ ที่หน่วยงานบรรเทาทุกข์ในท้องถิ่นส่งให้ ที่ค่ายผู้อพยพในเมืองคอกซ์ บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ จนถึงขณะนี้มีชาวโรฮีนจา กว่า400,000 คน หลบหนีเหตุความรุนแรงในรัฐยะไข่ของเมียนมา ข้ามพรมแดนไปยังบังกลาเทศ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!กุมารทองเทวฤทธิ์ ชาวบ้านลือสุดขลัง ของบูชายิ่งไม่ธรรมดา

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292553

ฮือฮา!กุมารทองเทวฤทธิ์ ชาวบ้านลือสุดขลัง ของบูชายิ่งไม่ธรรมดา

ฮือฮา!กุมารทองเทวฤทธิ์ ชาวบ้านลือสุดขลัง ของบูชายิ่งไม่ธรรมดา

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560, 22.03 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 16 กันยายน ได้รับแจ้งว่าที่วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) ต.ขุนแก้ว อ.นครชชัยศรี จ.นครปฐม มีประชาชนนำเองของเล่นเด็กหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นโดรน เครื่องบิน อาวุธปืน หรือน้ำแดง และอีกหลายสิบอย่างจำนวนมาก มาถวายให้กลับ “กุมารทองเทวฤทธิ์” หลังจากที่ขอพรแล้วประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานเช่นได้งานใหม่บ้างพ่อคาแม่ค้าขอให้ค้าขายดีบ้างและก็ยังได้โชคได้ลาภกันไปบ้าง

ทั้งนี้เมื่อเดินทางไปตรวจสอบ ก็ได้รับการเปิดเผยจากลูกศิษย์วัดสว่างอารมณ์คนหนึ่งถึงที่มาของว่า “กุมารทองเทวฤทธิ์” ที่ชาวบ้านร่ำลือกันว่า “กุมารทองเทวฤทธิ์” เป็นกุมารทองที่ “หลวงพ่อแป๊ะ” เจ้าอาวาสเก็บรักษาไว้ในกุฏิมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ต่อมาหลวงพ่อได้นำออกมาให้ญาติโยมได้กราบไหว้กัน เมื่อตอนที่ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลขุนแผนผงพรายกุมาร (ป่าช้าแตก)

จากนั้นเป็นต้นมา ก็มีญาติโยมมาขอกราบไหว้กันอย่างต่อเนื่องและมากมายไม่เว้นแต่ละวัน โดยบางรายก็กราบขอให้ได้งานทำบ้าง เนื่องจากตกงานมานาน ซึ่งก็ได้ผล หรืออย่างพ่อค้าแม่ค้าขอให้ค้าขายดีๆ ก็ได้ไป บางคนมาขอโชคลาภก็ได้ จึงได้นำเองของเล่นชนิดต่างๆ มาถวายให้ ส่วนใหญ่เป็นของเล่นต่างๆ ซึ่งที่เห็นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะว่าหลวงพ่อแป๊ะท่านได้นำเก็บเอาไปให้เด็กตามโรงเรียนที่เด็กๆ ยากจน พ่อแม่ไม่มีเงินจะซื้อให้ลูกๆได้เล่นมาหลายรอบแล้ว บางส่วนก็เก็บเอาไว้ในห้องอีกหลายลัง เพื่อรอที่จะเอาไปให้เด็กๆอีก  แต่มีบางคนที่มาไหว้พระที่วัด ได้หยิบเอาไป พอวันรุ่งขึ้นก็ต้องเอามาคืน แล้วบอกว่ามีเด็กผู้ชายมาทวงบอกให้เอาไปคืนที่เดิมของไม่ใช่ของเอง ทุกคนที่หยิบเอาไปต้องนำมาคืนที่เดิมหมด ก็ไม่รู้ว่ากุมารทองเทวฤทธิ์เฮียนหรือว่าอะไร แต่ทุกคนที่ขอส่วนใหญ่ได้ขอแล้วได้ทุกอย่างจึงมีคนนำของเด็กเล่นมาถวายกันไม่ขาดทุกวัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,916,727 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
พิรุธ พรรคส้ม! พบโพสต์เฟซบุ๊กกิจกรรมช่วงสงกรานต์ พ่วงข้อความว่าจ้าง สเปกเตอร์ ซี ผลิตสื่อ
SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’
ดร.ณัฏฐ์ รับว่าคดีบัตรเลือกตั้ง แนะ สมชัย อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว
World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย
หยุดยิง “อิสราเอล–เลบานอน” มีผลแล้ว 10 วัน ประชาชนเฮ! ทยอยกลับบ้าน หลังสู้รบเดือดกว่าหนึ่งเดือน
โอมานรับปากช่วย เจรจา‘เตหะราน’ เปิดเส้นทางเรือไทย ‘สีหศักดิ์’รับไม่ง่าย
นายกฯ ถึงนราธิวาส มทภ. 4 รอต้อนรับ หลังดรามาเดือด ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.
ยุโรปเสี่ยงน้ำมันเครื่องบินหมด อาจเหลือใช้ได้เพียง 6 สัปดาห์ เสี่ยงยกเลิกเที่ยวบินฤดูร้อน
แนวหน้าวาทะเด็ด

Recent Posts

  • พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี
  • ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า
  • “มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6
  • รวบตัว “D4vd” นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี
  • รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d