คนดังสัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกของโลก ป่าธรรมชาติและสังคมอยู่รวมกันในเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310003

คนดังสัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกของโลก ป่าธรรมชาติและสังคมอยู่รวมกันในเมือง

คนดังสัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกของโลก ป่าธรรมชาติและสังคมอยู่รวมกันในเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สองผู้บริหาร ดร.ชวัลวัฒน์-ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ และ รัช ตันตนันตา ต้อนรับเหล่าเซเลบริตี้

เซเลบริตี้รักธรรมชาติ สัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกของโลกที่ป่าธรรมชาติและสังคมอยู่รวมกันในเมือง กับ “THE FORESTIAS – เดอะ ฟอเรสเทียส์” โดย MQDC ปรากฏการณ์ที่สร้างบนพื้นฐาน “ความสุขที่แท้จริง”

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)สร้างสรรค์พื้นที่ความสุขครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว ท่ามกลางระบบนิเวศน์ของผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เปิดตัวโปรเจกท์แฟลกชิพ “THE FORESTIAS – เดอะ ฟอเรสเทียส์” โดยทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – กลุ่มบริษัท ดีทีจีโอ,รัช ตันตนันตาประธานผู้อำนวยการ – กลุ่มบริษัทดีทีจีโอคุณศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาดและการสื่อสารองค์กร และคณะผู้บริหาร MQDC ต้อนรับ ฯพณฯ TshewangC.Dorji เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏานประจำประเทศไทย และเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมสัมผัสความสุขที่แท้จริง พร้อมเฉลิมฉลองการเปิดคอนเซ็ปต์ครั้งสำคัญนี้ อาทิ ดร.แคทลีน มาลีนนท์, ชาลอต โทณวณิก, ศรันย์ภัค เพ็ญชาติ, ภีมนิดา  อุตสาหจิต, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, กติกากรวรวรรณ ณ อยุธยา, พัชมน สินธนเจริญวงศ์, สิรีภัทร มหาดำรงกุล เป็นต้น

วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า ด้วยคำมั่นสัญญาของแบรนด์ “for all well-being” ที่มุ่งมั่นและตั้งใจในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตเพื่อส่งผลดีต่อทุกการดำเนินชีวิตในอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งของโลกผ่านการออกแบบที่ใส่ใจธรรมชาติ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ (Sustainnovation) ประกอบกับการนำคำว่า “ความสุขที่แท้จริง” เป็นโจทย์ในการดำเนินงานเพื่อสร้างสรรค์โครงการ เพื่อมอบความสุขที่แท้จริงในกับคนในยุคปัจจุบันและอนาคต จึงเป็นที่มาของโครงการ “THE FORESTIAS – เดอะ ฟอเรสเทียส์” ครั้งแรกของโลกที่ป่าธรรมชาติและสังคมอยู่รวมกันในเมือง บนพื้นที่กว่า  300 ไร่ บริเวณบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 5-7 มูลค่าโครงการมากกว่า 90,000 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Imagine Happiness”

โครงการ “THE FORESTIAS – เดอะ ฟอเรสเทียส์” มีองค์ประกอบสำคัญทั้ง 4 หมวดใหญ่ หรือ Eternal 4 อันเป็นพื้นฐานของความสุขที่แท้จริง ได้แก่ 50 Shades of Nature ความสุขในการใช้ชีวิตท่ามกลางระบบนิเวศน์ขนาดใหญ่ Connecting 4 Generations ความสุขในการดีไซน์พื้นที่ความอบอุ่นให้กับครอบครัวได้ใช้ชีวิตร่วมกันครอบคลุมถึง 4 เจนเนอเรชั่น Community of Dreams ความสุขบนพื้นที่และสาธารณูปโภคที่ให้ทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน Sustainnovation for Well-being ความสุขด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ซึ่งนับเป็นดีเอ็นเอของ MQDC ที่สร้างแนวคิดใหม่ของการใช้ชีวิตทั้งในวันนี้และในอนาคต

หทัยรัตน์ สิริศรีสกุลชัย และ พัชมน สินธนเจริญวงศ์

หทัยรัตน์ สิริศรีสกุลชัย และ พัชมน สินธนเจริญวงศ์
ดร.แคทลีน กิจโอธาน และ รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต

ดร.แคทลีน กิจโอธาน และ รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต

ช็อปเพลิน ได้บุญที่ Penin Market

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309996

ช็อปเพลิน ได้บุญที่ Penin Market

ช็อปเพลิน ได้บุญที่ Penin Market

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศูนย์การค้า เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ชวนคุณมาอิ่มท้อง ช็อปเพลิน ได้บุญที่งาน Penin Market (เพนนิน มาร์เก็ต) ที่รวบรวมป๊อปอัพร้านค้าสุดคูล และแชริตี้ สตอล เพื่อสมทบทุนมอบให้แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อป Painterbell (เพ้นเทอร์เบล) นักวาดภาพประกอบคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่โด่งดังในโลกโซเชียล พร้อมร่วมประมูลของรักของหวงของดารา พิเศษร่วมลุ้นรับของขวัญมูลค่ากว่า 5,000 บาท ในวันที่ 23-24 ธันวาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การค้า เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถนนราชดำริ

Penin Market ให้คุณได้อิ่มท้อง กับป๊อปอัพร้านค้าสุดคูลจาก Dusit Gourmet โรงแรมดุสิตธานี, ร้านขนมเพื่อสุขภาพ Kunna Snack, เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ Cha Cha, Scone by P’Joop, Cookie by Chef Niki และช็อปเพลินกับสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ และสกินแคร์ อาทิ Wicker Work, Middle M Jewelry, Kajee, Amartos, Lampe Berger Paris และอีกเพียบ

วันที่ 23 ธันวาคม 2560 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้โชคดี เวิร์กช็อปวาดภาพกับนักวาดภาพประกอบคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่โด่งดังในโลกโซเชียล Painterbell – เศรษฐพรก่อวาณิชกุล พร้อมรับของขวัญสุดพิเศษมูลค่ากว่า 5,000 บาท เพียงกด Like & Share แบบ Public ที่ Facebook Fan Page “The Peninsula Plaza Bangkok” ลุ้นร่วมเวิร์กช็อป กับ Painterbell สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยจะประกาศผลที่เพจ Facebo “The Peninsula Plaza Bangkok” ในวันที่ 22 ธันวาคม 2560

ในวันที่ 24 ธันวาคม 2560 มาร่วมประมูลของรักของหวงของดารา พร้อมแชะภาพแห่งความประทับใจสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และอย่าลืมแวะมา แชะ ไลค์ แชร์กับต้นคริสต์มาสอะคริลิกผสมกระจกเงา ที่รายล้อมไปด้วยความน่ารักของเหล่าตัวการ์ตูน John Lulu and Friends กันได้ที่ศูนย์การค้า เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถนนราชดำริ

สดใส รับปีใหม่ ด้วยชุดออกกำลังกาย ‘พรี บูทีค สปอร์ตแวร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309991

สดใส รับปีใหม่ ด้วยชุดออกกำลังกาย  ‘พรี บูทีค สปอร์ตแวร์’

สดใส รับปีใหม่ ด้วยชุดออกกำลังกาย ‘พรี บูทีค สปอร์ตแวร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใกล้ถึงเทศกาลแห่งความสุขอย่างวันปีใหม่เข้ามาทุกที หลายคนเริ่มตั้งเป้าหมายสิ่งที่จะทำในปีถัดไป ‘พรี บูทีค สปอร์ตแวร์’ (Pree Boutique Sportswear) โดย ปอร์เช่ – ปรียดา จิรวัฒน์วงศ์ ผู้อำนวยการแบรนด์ แนะนำชุดออกกำลังกายคุณภาพพรีเมียมที่ผสมผสานสไตล์ของเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์และความงดงามทางแฟชั่นเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังสอดแทรกฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างครบครันผ่านการคัดเลือกแมททีเรียลคุณภาพเยี่ยมและเทคโนโลยีการตัดเย็บที่มีความทันสมัยด้วยโรงงานชั้นนำระดับโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าอื่นๆ ให้กลายเป็นชุดลำลองสุดเก๋ได้อย่างโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

โดยในคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2017 ‘อาร์ต ออฟ แอ็น อิลลิเซี่ยม’ (Arts of an Elysium) ทางทีมดีไซน์ได้นำความงดงามและองค์ประกอบจากธรรมชาติที่หลอมรวมให้เกิดเป็นปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นลาวา แร่หิน ควันไฟ หรือภาพสะท้อนน้ำ ได้ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบคอลเลคชั่นนี้ ผ่านการเลือกใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมสแปนเด็กซ์เป็นแมททีเรียลหลักที่ช่วยมอบความยืดหยุ่นให้กับผู้สวมใส่ รวมถึงเซตบรากับเลกกิ้งที่เป็นผ้าพรีเมียมสีพิงค์โกลด์ (Pink Gold) ที่พัฒนาให้เฉพาะแบรนด์พรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ไฮไลท์เด่นประจำคอลเลคชั่นที่ทางแบรนด์ได้เลือกนำผ้าไนลอนที่ผสมสแปนเด็กซ์สูงถึง 25% มาใช้ในการตัดเย็บ ที่นอกจากจะช่วยระบายอากาศและยืดหยุ่นได้ดีแล้ว ยังสามารถช่วยเก็บกระชับสัดส่วนให้เข้ารูปเหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการสวมใส่ชุดที่แน่นกระชับ และยังมีชิ้นที่ถูกดีไซน์มาสำหรับสาวที่รักแฟชั่นโดยเฉพาะ สำหรับบราสายไขว้คอ(Luring Bra) ที่สามารถใส่ออกกำลังหรือว่ายน้ำได้ และยังนำไปแมทช์กับกางเกงยีนส์ขาสั้นหรือกระโปรงยาวที่สามารถตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัวในลายพิมพ์สโมคบอมและลาวา โดดเด่นด้วยโทนสีที่ช่วยสร้างอินเนอร์ในการออกกำลังกายอาทิ สีส้มลาวา, สีชมพูอ่อน, สีม่วง รวมถึงโทนสีเบสิกอย่าง ขาว, เทา และดำ เพื่อให้การออกกำลังกาย เป็นไปอย่างมีความสุข และสนุกสนาน รับปีใหม่อย่างแท้จริง

เซตคุกกี้ส่งความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310006

เซตคุกกี้ส่งความสุข

เซตคุกกี้ส่งความสุข

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โอ บอง แปง ร่วมส่งมอบรอยยิ้มให้คนพิเศษของคุณในเทศกาลแห่งความสุขนี้ ด้วยชุดของขวัญ Happy Holiday เซตคุกกี้น่ารักๆ สูตรซีโร่แกรมส์ทรานส์แฟ็ตที่ดีต่อสุขภาพ และแน่นอนว่ายังคงความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 5 ชุดด้วยกัน พิเศษสุดกับเซต DIY สำหรับใครที่อยากเลือกใส่ฮอลิเดย์คุกกี้ตามใจชอบ โอ บอง แปง ก็พร้อมจำหน่ายกล่องของขวัญฮอลิเดย์ คริสต์มาส สีสันสดใส

คุกกี้และเบเกอรี่ทุกรายการของโอ บอง แปง นั้นเป็นสูตรซีโร่แกรมส์ ทรานส์แฟ็ต (Zero Grams Trans Fat) สูตรพิเศษปราศจากไขมันทรานส์ ไขมันตัวร้ายที่เมื่อรับประทานมากๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน สามารถหาซื้อกันได้แล้วที่ร้านโอ บอง แปง สาขาใกล้คุณตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7มกราคม 2560

ชาวมาแตร์เดอีฯ จัด ‘ถวายพรพระผู้สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309957

 

ชาวมาแตร์เดอีฯ จัด ‘ถวายพรพระผู้สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาควจนพิธีกรรม

 

โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และ สมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัด “ถวายพรพระผู้สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 บรรยากาศเต็มไปด้วยนักเรียนเก่า นักเรียนปัจจุบัน และคณะครูและนักเรียนโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย อาทิ ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุญยคุปต์, ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร, ท่านผู้หญิงมณฑินีมงคลนาวิน, ม.ร.ว.คุณหญิงทิพพาวดี ดุละลัมพะ, จินตนาจิราธิวัฒน์, จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์, นพพร ชีวานันท์, อรนุช ว่องปรีชา, อ.สุมิตรา พงศธร และ ซิสเตอร์ทิพย์กนก ประสพโชคชัย

งาน “ถวายพรพระผู้สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ที่จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระมหากษัตริย์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้ปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม นำความสงบสุข ร่มเย็นมาสู่ประชาราษฎร อีกทั้งโปรดให้พสกนิกรชาวไทยน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตตลอดไป

สุดถนอม กรรณสูต นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยฯ กล่าวว่า “วัตถุประสงค์ที่จัดงานขึ้นในวันนี้ เนื่องจากโรงเรียนมาแตร์เดอีฯ นั้น เคยเป็นสถานศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร เราในฐานะนักเรียนเก่าและคนไทยคนหนึ่งจึงอยากจะถวายพรแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ผู้สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ค่ะ”

ด้านศิษย์เก่า มาริสา หนุนภักดี (นักเรียนเก่ารุ่น 54)กล่าวว่า “คิดถึงท่านมากที่สุด และหวังว่าเราจะไม่ลืมทุกสิ่งที่ท่านทำให้ และมีความหวังว่าเรา และคนไทยทุกคนจะตระหนักทำความดีเพื่อพระองค์ท่าน เพื่อสังคมที่ดีขึ้น เข้มแข็งขึ้นตลอดไปค่ะ”

นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีการร่วมร้องเพลงและแสดงดนตรีจาก มาริสา หนุนภักดี (นักเรียนมาแตร์เดอีฯ รุ่น 54) และ กัลยาณ์ พงศธร (นักเรียนมาแตร์เดอีฯ รุ่น 72 )

ภาควจนพิธีกรรม

 

ภาควจนพิธีกรรม
ณวิภา เอี่ยมอมรพันธ์, สมิตรา สุชาติ, วราพร พิพิธสุขสันต์, อรนุช ว่องปรีชา, สุดถนอม กรรณสูต, กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน, เมตตา ตันติสัจจธรรม

 

ณวิภา เอี่ยมอมรพันธ์, สมิตรา สุชาติ, วราพร พิพิธสุขสันต์, อรนุช ว่องปรีชา, สุดถนอม กรรณสูต, กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน, เมตตา ตันติสัจจธรรม
ตวงรัตน์ ศิริยงค์

 

ตวงรัตน์ ศิริยงค์
คณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัยฯ

 

คณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัยฯ
ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร และสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีฯ

 

ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร และสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีฯ
สมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีฯ และคณะผู้บริหารโรงเรียนมาแตร์เดอีฯ

 

สมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีฯ และคณะผู้บริหารโรงเรียนมาแตร์เดอีฯ
สุดถนอม กรรณสูต, ซิสเตอร์เพ็ญศรี ห่อเร, ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุญยคุปต์, ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร, อ.สุมิตรา พงศธร, จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์ และ อรนุช ว่องปรีชา

 

สุดถนอม กรรณสูต, ซิสเตอร์เพ็ญศรี ห่อเร, ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุญยคุปต์, ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร, อ.สุมิตรา พงศธร, จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์ และ อรนุช ว่องปรีชา
ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุญยคุปต์ และเพื่อนมาแตร์ฯ

 

ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุญยคุปต์ และเพื่อนมาแตร์ฯ
ชาวมาแตร์เดอีฯ พร้อมใจ ร่วมงาน (จากซ้าย) สุดถนอม กรรณสูต นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยฯ, ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน, อ.สุมิตรา พงศธร, ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร, ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุญยคุปต์, ซิสเตอร์ทิพย์กนก ประสพโชคชัย, อ.ทีน่า ผลาดิกานนท์, จินตนา บุญรัตน์ และ มาริสา หนุนภักดี

 

ชาวมาแตร์เดอีฯ พร้อมใจ ร่วมงาน (จากซ้าย) สุดถนอม กรรณสูต นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยฯ, ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน, อ.สุมิตรา พงศธร, ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร, ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุญยคุปต์, ซิสเตอร์ทิพย์กนก ประสพโชคชัย, อ.ทีน่า ผลาดิกานนท์, จินตนา บุญรัตน์ และ มาริสา หนุนภักดี
คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์

 

คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์
ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร

 

ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร

อย่ามองข้าม‘ฉลาก’…ตัวช่วยยุค 4.0 เพื่อสุขภาพห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309994

อย่ามองข้าม‘ฉลาก’...ตัวช่วยยุค 4.0  เพื่อสุขภาพห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

อย่ามองข้าม‘ฉลาก’…ตัวช่วยยุค 4.0 เพื่อสุขภาพห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักอาหารและยา

การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคประเทศไทย 4.0 เป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ โดยเฉพาะการฉลาดเลือกอาหารการกินให้กับตนเองและสมาชิกในครอบครัว ความเร่งรีบในแต่ละวันอาจนำมาซึ่งปัญหาโภชนาการที่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไม่ควรมองข้าม เพราะจากผลสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข* พบว่า อัตราการป่วยจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (non-communicable diseases) เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูงภาวะไตวายเรื้อรัง หัวใจและหลอดเลือด ฯลฯ เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยกว่า 70% ของคนไทยเสียชีวิตเนื่องจากกลุ่มโรคเหล่านี้ ผู้คนในยุคนี้จึงควรทำการบ้านก่อนซื้อ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยสังเกตมาตรฐานโภชนาการจากผู้ผลิตได้ง่ายๆ จาก 2 จุด บนฉลากผลิตภัณฑ์ดังนี้

1.สัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นล่าสุดบนฉลากผลิตภัณฑ์ เพื่อแสดงว่าอาหารหรือเครื่องดื่มนั้นๆ ได้ผ่านเกณฑ์พิจารณาโภชนาการอันเข้มงวดแล้วว่า มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และเกลือ (โซเดียม) ที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์ที่ได้สัญลักษณ์นี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคเลือกและปรับพฤติกรรมการบริโภคหวานมันเค็มให้เหมาะสมมากขึ้น

2.ฉลากโภชนาการ หวาน มัน เค็ม ที่แสดง 4 ข้อมูลสำคัญอันส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ได้แก่ พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ที่ด้านหน้าของฉลากผลิตภัณฑ์ เป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคสามารถอ่านหรือเปรียบเทียบโภชนาการในผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น เพื่อเลือกซื้อให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย และปรับการบริโภคอาหารที่สมดุลให้ทั้งตนเองและสมาชิกในครอบครัว

ดร.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักอาหารและยา กล่าวว่า “การลดอัตราการเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ต้องเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ รู้จักใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงควบคู่กับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ประเทศไทยตอนนี้ถ้าเทียบกับในเอเชีย ถือว่ามีเด็กเป็นโรคอ้วนอันดับต้นๆ รวมทั้งคนที่ป่วยเป็นเบาหวานและความดัน มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทรวงสาธารณสุข จึงมุ่งรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยลดหวาน มัน เค็ม ที่ผ่านมาเราพยายามให้ข้อมูลผ่านทางฉลากโภชนาการด้านหลังบรรจุภัณฑ์ แต่ปรากฏว่า อ่านยาก อย. จึงได้ร่วมมือกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแบบ สัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” เพื่อให้ข้อมูลโภชนาการ ช่วยให้ผู้บริโภคและคุณแม่ได้ตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีโภชนาการเหมาะสมได้สะดวกรวดเร็วขึ้น และอยากให้คนไทยหันมาใส่ใจตนเองและครอบครัว ด้วยการใส่ใจข้อมูลบนผลิตภัณฑ์ เมื่อเห็นเครื่องหมาย “ทางเลือกสุขภาพ” ซึ่งหมายถึงว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความหวาน มัน เค็มที่เหมาะสม และนับได้ว่าเป็นอีกทางเลือกเพื่อสุขภาพได้”

ส่วน กนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและสื่อสารโภชนาการเพื่อสุขภาพ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด แนะนำว่า “ข้อมูลเข็มทิศโภชนาการที่ด้านหลังฉลากของผลิตภัณฑ์จากเนสท์เล่ นอกเหนือจากตารางโภชนาการที่แสดงรายละเอียดของชนิด และปริมาณสารอาหารที่มีในผลิตภัณฑ์ต่อหนึ่งหน่วยบริโภคอย่างชัดเจนแล้ว ยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆ แก่ผู้บริโภค อาทิ 1) ชวนให้รู้ (Good to Know) แสดงคุณค่าทางโภชนาการสำคัญๆ ในผลิตภัณฑ์ 2) ชวนให้จำ (Good to Remember) ให้คำแนะนำในการบริโภค และเคล็ดลับการรักษาสุขภาพ 3) ชวนให้คุยกับเรา (Good to Talk) แสดงหลากหลายช่องทางที่ผู้บริโภคสามารถติดต่อบริษัทได้”

นอกจากนั้นเรายังได้เคล็ดลับจากคุณแม่ยุค 4.0 อย่าง เตย-วินรัตน์ สกาว-รัตนานนท์ ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มให้ลูกๆ และทุกคนในครอบครัว ให้สุขภาพดีห่างไกลโรคอีกด้วย “เมื่อก่อนเวลาเตยเลือกซื้อของอะไรก็จะพิถีพิถันเลือกสิ่งดีๆ ให้ตัวเอง พอมีครอบครัว มีลูก เราก็มักจะนึกถึงลูกก่อน รวมทั้งสอนเค้าให้เลือกซื้อของเป็นด้วย อย่างสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” เตยมองว่าเป็นตัวช่วยที่ดี ให้ผู้บริโภคมีจุดสังเกตง่ายๆ ในการเลือก อยากมีสุขภาพดีเราก็ต้องเลือกเองอย่างที่บ้านเตยจะไม่ทานหวานจัด พอมีไมโลสูตรน้ำตาลน้อยที่ผ่านเกณฑ์ทางเลือกสุขภาพ ก็ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าลูกเราได้ทานของมีประโยชน์ รสชาติอร่อย และดีต่อสุขภาพ ส่วนเตยเอง เช้าๆ จะอุ่นท้องด้วยเนสวิต้า หรือพวกซีเรียลโฮลเกรน เตยเน้นอาหารเช้าที่ให้ความสะดวกรวดเร็ว อร่อย แต่ก็ต้องมีสารอาหารที่หลากหลาย บางครั้งก็เพิ่มผลไม้เข้าไปด้วย สุขภาพจะดีหรือไม่ก็อยู่ที่การเลือกซื้อเลือกบริโภคของเรา ต่อให้มีคนแนะนำเราขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเอง”

4 เคล็ดลับช็อปผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพง่ายๆ

1.สังเกตสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice Logo)บนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม

2.อ่านฉลากโภชนาการ หวาน มัน เค็ม เพื่อควบคุมการบริโภคในแต่ละวันให้มีโภชนาการที่สมดุลขึ้น

3.ตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ รวมถึงผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ

4. ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง หากไม่แน่ใจในสินค้า ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนซื้อทุกครั้ง หรือสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

เมื่อรู้จักข้อมูลดีๆ ด้านโภชนาการแล้วผู้บริโภคควรหมั่นทำการบ้านก่อนซื้อทุกครั้ง อ่านฉลากก่อนตัดสินใจซื้อ โดยสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) ได้ที่ http://healthierlogo.com/

กนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์

กนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์
เตย-วินรัตน์ และ สกาว-รัตนานนท์

เตย-วินรัตน์ และ สกาว-รัตนานนท์

ลดปวดหลังเรื้อรัง-ออฟฟิตซินโดรมด้วย Shock Wave

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309989

ลดปวดหลังเรื้อรัง-ออฟฟิตซินโดรมด้วย Shock Wave

ลดปวดหลังเรื้อรัง-ออฟฟิตซินโดรมด้วย Shock Wave

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อ.นพ.ภัทรพล ยศเนืองนิตย์ 

อาการยอดฮิตที่มักพบในมนุษย์เงินเดือนอย่าง “ออฟฟิตซินโดรม” หรืออาการปวดตามส่วนต่างๆ อาทิ คอ บ่า ไหล่ หลัง ฯลฯ ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ สำหรับวิธีการรักษา ในปัจจุบัน นอกจากการรับประทานยา ยังมีการทำกายภาพบำบัด นวด ฯลฯ ล่าสุดมีการรักษาด้วยทางเลือกใหม่ที่กำลังอยู่ในกระแส และให้ผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่น่าพึงพอใจ นั่นคือ “Shock Wave” โดย อ.นพ.ภัทรพล ยศเนืองนิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยในคอลัมน์ “บอกเล่าก้าวทันหมอ” หนังสือ ฬ.จุฬา ถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการรักษา

อ.นพ.ภัทรพล ยศเนืองนิตย์ อธิบายว่า “Shock Wave หรือ คลื่นกระแทก” เป็นเครื่องมือรักษาทางกายภาพบำบัดชนิดหนึ่ง อาศัยหลักการของคลื่นกระแทก หรือ Shock Wave ที่มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ที่จำเพาะ ซึ่งเมื่อใช้คลื่นพลังงานดังกล่าวกับพยาธิสภาพความผิดปกติที่เหมาะสม พบว่าสามารถให้ผลการรักษาที่ดีได้ด้วย Shock Wave มีผลการรักษาทางด้านการลดปวดและการเพิ่มปัจจัยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งกลุ่มโรคที่เหมาะจะรักษาด้วยเทคโนโลยีนี้ก็คือ กลุ่มความผิดปกติของกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นหรืออาการที่รู้จักกันทั่วไป ได้แก่ โรครองช้ำ หรือภาวะเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง และโรคออฟฟิตซินโดรม การรักษาทางกายภาพบำบัดด้วย Shock Wave มีชื่อว่า Extracorporeal Shock Wave Therapy หรือย่อว่า “ESWT” นั่นเอง

อ.นพ.ภัทรพล กล่าวว่า ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาถึงประสิทธิภาพของการรักษาอาการปวดเรื้อรังบริเวณกล้ามเนื้อสะบักด้วย ESWT ชนิด Radial พบว่า ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังลดลงภายหลังการรักษาตั้งแต่ครั้งแรก และหายปวดภายหลังการรักษาอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 3-4 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยความร้อนลึกที่มาจากคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง หรือ Therapeutic Ultrasound ผลการศึกษาพบว่าทั้งสองวิธีการรักษามีผลลัพธ์การรักษาไม่แตกต่างกัน แต่ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shock Wave) มีความพึงพอใจในแง่การลดอาการปวด ความสะดวกในการมารับการรักษา เนื่องจากการรักษาด้วย Therapeutic Ultrasound นั้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องมาโรงพยาบาลสัปดาห์ละ2 ถึง 3 ครั้ง แต่ในกรณีของการรักษาด้วย Shock Wave ผู้ป่วยมาโรงพยาบาลเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เท่านั้น

ถึงแม้ว่า Shock Wave จะเป็นเครื่องมือช่วยลดอาการปวดล่าสุดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคปวดเรื้อรัง และโรคออฟฟิตซินโดรมได้เป็นอย่างดี อ.นพ.ภัทรพล อธิบายเพิ่มอีกว่า อย่างไรก็ตาม Shock Wave ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา นอกเหนือไปจากการปรับอิริยาบถ และกิจวัตรประจำวัน การกินหรือทายาตามอาการ การทำกายภาพบำบัด ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้การรักษามากกว่า 1 วิธี สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วย Shock Wave นั้น จะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเห็นผลในการรักษาอย่างยั่งยืน จุดเด่นของการรักษาด้วย Shock Wave เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องมือทางกายภาพบำบัดอื่นๆ คือจำนวนครั้งในการรักษาต่อสัปดาห์น้อยกว่า และให้ผลการรักษาที่เร็วกว่า

อ.นพ.ภัทรพล ยังกล่าวถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกใช้วิธีการรักษาด้วย Shock Wave ในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง เป็นผลจากการกระแทก หากระหว่างการรักษาใช้ความแรงของการกระแทกมากเกินไป อาจทำให้มีอาการระบมหรือเจ็บขณะรักษา หรือในผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกง่าย ก็อาจเกิดรอยช้ำขึ้นได้ในบริเวณที่รับคลื่นกระแทกนั่นเอง

ปัจจัยสำคัญในการรักษาโรคปวดเมื่อยเรื้อรังให้ได้ผลนั้นจริงๆแล้ว ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยมากกว่าแพทย์ จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีต่างๆ โดยอยู่กับแพทย์หรือนักายภาพบำบัดด้วยระยะเวลาสั้นๆ มักจะใช้เวลาไม่เกิน1ชั่วโมงต่อการรักษา 1ครั้ง แต่อีกมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ป่วยต้องอยู่กับร่างกายของตัวเอง ดังนั้นหากผู้ป่วยใส่ใจในการปรับอิริยาบถ การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการออกกำลังกาย หรือการบริหารร่างกายได้อย่าวถูกต้องด้วยตนเอง ตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัด ก็จะช่วยให้อาการปวดเรื้อรังต่างๆหายได้เร็วขึ้น ได้ผลที่ยั่งยืน และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

‘ต้นคริสต์มาสลายกระจัง’ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309955

‘ต้นคริสต์มาสลายกระจัง’ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

‘ต้นคริสต์มาสลายกระจัง’ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง

‘ต้นคริสต์มาสลายกระจัง’ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข สร้างสรรค์ศิลปะไทยร่วมสมัยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เดือนธันวาคมอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขของผู้คนที่ออกมาชื่นชมความงดงามตระการตาของแสงไฟต้นคริสต์มาสเตรียมเคานท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้าย
ปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังมาถึง เช่นเดียวกับบริเวณด้านหน้าของศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ในช่วงนี้ที่คึกคักไปด้วยชาวไทยและต่างชาติที่ให้ความสนใจเข้ามาเช็คอิน แชะภาพเก๋ๆ คู่กับต้นคริสต์มาสที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยลายกระจังซึ่งเป็นพื้นฐานลวดลายแบบไทยขนาดสูง 18 เมตร และยังมีคาราวานความสุขสุดอะเมซซิ่งที่นำโดยประติมากรรมน้องมังคุด เด็กผู้หญิงลำตัวสีม่วงนั่งถือลูกบอลขนาดเล็กที่เรียกว่าลูกประหลาด รายล้อมด้วยรถละครสัตว์จากต่างดาว ที่มีประติมากรรมผู้หญิงรูปร่างบอบบางนามว่ามิงกี้เป็นผู้ควบคุมเหล่าสัตว์รูปร่างแปลกตา อาทิ เจ้าหมอกซึ่งเป็นน้องหมาที่มีหน้าเป็นดอกไม้ ช้างที่มีลำตัวเป็นกล้วย เรียกกันว่าชล้วย พาเหรดทหารแอปเปิ้ลที่มี 3 แขน ขณะที่ประติมากรรมน้องมาครับและมาจ๊ะ ก็มีแผงคอตกแต่งสวยงามตามธีม “ดิ อะเมซิ่ง คาร์นิวัล” (The Amazing Carnival)

ศิรฐา สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปลายปีเป็นช่วงที่ผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยและนักท่องเที่ยวเดินทางมาใช้บริการเป็นจำนวนมากเทศกาลแห่งความสุขปลายปีนี้ เอ็ม บี เค จึงทุ่มงบการตลาดตกแต่งทั้งภายในและภายนอก ภายใต้ธีม ดิ อะเมซิ่ง คาร์นิวัล ผ่านรูปแบบของแฟนตาซีละครสัตว์ที่มีการผสมผสานความเป็นไทยและสากลเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ถือเป็นสเปเชียล โปรเจกท์ที่คาดหวังว่าจะมอบประสบการณ์น่าตื่นตาแปลกใจ สร้างความสุขและรอยยิ้มให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมถึงกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายและเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯในการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่”

สำหรับศิลปินไทยผู้อยู่เบื้องหลังความตื่นตาตื่นใจครั้งนี้เป็นศิลปินสตรีทอาร์ทคลื่นลูกใหม่ที่มีสไตล์ของตัวเองอย่างเด่นชัด “ฟ้าวลัย ศิริสมพล” หรือรู้จักกันดีในชื่อ “Mamablues”กล่าวถึงการร่วมงานกับ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ว่า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ค่อนข้างเปิดกว้างและให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถนำเสนอไอเดียเต็มที่ ได้รับโจทย์ให้ตี ความหมายของคอนเซ็ปต์ The
Amazing Carnival จึงจำลอง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นสถานที่นัดพบของศูนย์กลางจักรวาล โดยมีประติมากรรมน้องมาครับ เป็นทูตเชิญแต่ละดาวเพื่อนบ้านที่มีความแตกต่าง แต่ก็อยู่ร่วมกับชาวโลกได้ เหมือนกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์ที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติจากหลายประเทศทั่วโลกให้มาพบปะกันและช็อปปิ้งอย่างสนุกสนาน ไฮไลท์สำคัญ คือ ต้นคริสต์มาสลายกระจังที่สะท้อนถึงความเป็นศูนย์การค้าของคนไทย นับเป็นครั้งแรกของการทำต้นคริสต์มาสที่มีการสร้างแพทเทิร์นขึ้นมาก่อนติดลงบนต้น รวมถึงวางโครงสร้างแต่ละชั้นเพื่อยึดเกาะลูกวาวสีสันสดใส”

“น้องมังคุด” ประติมากรรมชิ้นใหญ่ที่สุด เป็นเด็กผู้หญิงลำตัวสีม่วงอายุประมาณ 14 ปี ถือลูกประหลาดใจไว้ในมือ เป็นหัวหน้าขบวนคาร์นิวัล ทั้งยังเป็นตัวแทนของวัยระหว่างเด็กและผู้ใหญ่อีกด้วย นอกจากนั้น ยังมี “เจ้าหมอก” ที่มีลำตัวเป็นสุนัขแต่มีหน้าเป็นดอกไม้ “จมือ” คือ จมูกที่สามารถวิ่งไปทั่วงานโดยมีจุดเด่นอยู่ที่แขนยื่นยาวออกมาและฝ่ามือที่มีนิ้วสั้น “โจ้วว” หรือจิงโจ้ ที่มีหางอยู่บนหน้าทหารแอปเปิ้ลสามแขนเป็นหุ่นที่มีลำตัวเป็นแอปเปิ้ลถูกกัดแหว่งสื่อถึงมิตรภาพที่มีความสนิทใกล้ชิดกัน เป็นต้น จึงเป็นการเสิร์ฟความแปลกใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างจากธีมคริสต์มาสที่อื่นๆ ดึงดูดให้คนสนใจเข้ามาค้นหาคำตอบและสร้างการจดจำ ทั้งยังต่อยอดให้เกิดจินตนาการและความสนุกสนาน”

“ที่ผ่านมาเอ็ม บี เค ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการใช้ศิลปะเข้ามาตกแต่งโดยรอบศูนย์ฯในแนวสตรีทอาร์ท และประติมากรรม “มาครับ” และ “มาจ๊ะ” ที่สร้างสรรค์โดย “โลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี’ซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์คที่คนไทยและนักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายรูป นี่คือการปรับตัวให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่และมีภาพลักษณ์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น ซึ่งการนำศิลปะไปเสิร์ฟผู้บริโภค ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่าเอ็ม บี เค มีความเป็นมิตรและเข้าถึงทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติ รวมถึงเป็นอีกแลนด์มาร์คท่องเที่ยวสำคัญที่มีผู้คนจากทั่วโลกต้องเดินทางมาถ่ายรูปเมื่อมาเยือนเมืองไทย” ศิรฐา กล่าวเพิ่มเติม

เข้าร่วมรับประสบการณ์แปลกใหม่ที่“เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์” และหากหลงใหลในเสน่ห์ของคาแร็กเตอร์ที่ Mamablues สร้างขึ้น นอกจากเก็บภาพประทับใจที่ลานสกายวอล์กแล้ว ยังสามารถเก็บสะสมของพรีเมียม อาทิ แก้ว MUG สกรีนลายตัวตลกพร้อมแผงคอที่ทำเป็นที่รองแก้ว กระเป๋า Tote bag และผ้าพันคอลวดลายสัตว์พิเศษต่างๆ ได้ตามเงื่อนไขของศูนย์ฯ โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mbk-center.co.th หรือ เฟซบุ๊ค mbkcenterth

เอ็มบีเคเซ็นเตอร์จัดยิ่งใหญ่เทศกาลส่งท้ายปี

เอ็มบีเคเซ็นเตอร์จัดยิ่งใหญ่เทศกาลส่งท้ายปี
มาจ๊ะ สวมแผงคอร่วมขบวนความสุข

มาจ๊ะ สวมแผงคอร่วมขบวนความสุข
ทหารแอปเปิ้ล

ทหารแอปเปิ้ล
มิงกี้ ผู้คุมสัตว์พิเศษยืนประกบจิงโจ้รูปร่างแปลกตาที่มีชื่อว่าโจ้วว

มิงกี้ ผู้คุมสัตว์พิเศษยืนประกบจิงโจ้รูปร่างแปลกตาที่มีชื่อว่าโจ้วว
The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง

The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง
The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง

The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง

เช็คอินร้านกินดื่ม ชมวิวไฟล้านดวง ย่านราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310008

เช็คอินร้านกินดื่ม ชมวิวไฟล้านดวง   ย่านราชประสงค์

เช็คอินร้านกินดื่ม ชมวิวไฟล้านดวง ย่านราชประสงค์

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ห้องลับของโจรสลัด Pirate Chambre

ย่านราชประสงค์ ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลายเป็นจุดเช็คอินยอดฮิต โดยเฉพาะปลายปีที่มีทั้งเทศกาลคริสต์มาสต่อเนื่องปีใหม่ ที่ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ต่างพร้อมใจกันตกแต่งประดับประดาสถานที่ด้วยไฟหลากสีสัน พร้อมด้วยประติมากรรมต่างๆ ให้คนชอบแชะแชร์ได้มาถ่ายรูปโพสต์ลงสื่อโซเชียลในบรรยากาศลมหนาวยามค่ำกันอย่างมีความสุข

ปีนี้ย่านราชประสงค์ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่“แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” ที่มาพร้อมกิจกรรมการจัดแสดงแสงสีเสียงในรูปแบบ 3 มิติหรือ 3D Mapping Projection บนอาคารโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ที่มีความสูงกว่า 60 ชั้น เทศกาลประดับไฟย่านราชประสงค์ปีนี้จึงพิเศษมากกว่าที่เคยจัดมาในรอบเกือบ 20 ปี ที่ใครไม่ได้มาเช็คอินถือว่าพลาดอย่างแรง และเพื่อเป็นไกด์ให้ไปเช็คอินกันถูกจุดขอแนะนำมุมกินดื่ม มุมไหนบ้างที่จะทำให้คุณได้ชมวิวไฟล้านดวงได้ฟินที่สุด

ห้องลับของโจรสลัด Pirate Chambreชั้น 3 ของอาคารมณียา เซ็นเตอร์ เป็นจุดชมไฟมุมสูงที่เห็นสีสันของย่านราชประสงค์ได้อย่างกว้างขวางและชัดเจน ตั้งแต่ไฟประดับอาคารมณียา อัมรินทร์พลาซ่าไปจนถึงเกษรวิลเลจเมนูแนะนำ Watermelon Nigiri and Foie Gras Rolled ซูชิแตงโมหวานฉ่ำและตับห่านโดยท็อปด้วยปลาไท่เนื้อหวาน ไข่แซลมอนและคาร์เวียร์, Rigatoni Lobster Bouillabaisseริกาโตนีกับเนื้อล็อพสเตอร์แน่นๆ ผัดในซอสซุปบุยยาเบสสไตล์ฝรั่งเศสได้รสชาติหวาน มัน กลมกล่อม และ Australian Chilled “A” Grade Striploin Steak poached egg และ
Truffle Hollandaise สเต็กเนื้อออสเตรเลียเกรด A เสิร์ฟกับ Poached egg และซอสHollandaise ที่ได้รสกลมกล่อมจากเนยและกลิ่นหอมจากเห็ดทรัฟเฟิล

Beer Republic โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ ร้านน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่ถึงเดือนร้านสวยมากตกแต่งเรียบหรู แฝงไปด้วยกลิ่นอายบรรยากาศย้อนยุคจากแรงบันดาลใจบรรยากาศจากโรงงานในยุคอุตสาหกรรมที่ยุโรป เพดานสูง ตกแต่งเน้นสีขาวดำ ทำให้รู้สึกโอ่อ่าและเท่ที่สุดเปิดประสบการณ์แปลกใหม่กับเครื่องดื่มชั้นเยี่ยมที่มีให้เลือกมากมายจากทุกมุมโลกกว่า 70 ชนิด พร้อมอาหารจานใหญ่ ทั้งอาหารไทยรสดั้งเดิม และอาหารยุโรปในราคาสมเหตุสมผล Beer Republic ตั้งอยู่ติดริมถนน ตรงข้ามอาคารมณียาเซ็นเตอร์ ทำให้เห็นแสงไฟประดับที่อัมรินทร์พลาซ่าที่ตกแต่งด้วยบอลลูนยักษ์อย่างชัดเจน

Beer Republic โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์

สัมผัสบรรยากาศชมไฟระดับห้าดาวต้องที่ Theo Mio โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลกรุงเทพฯ เป็นที่สุดของโลเกชั่นชมไฟประดับแบบเอ็กซ์คลูซีฟประชิดติดขอบ ตกแต่งในโทนสีน้ำเงินและสีฟ้าเทอร์ควอยส์ดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติมุมเด็ดที่ห้ามพลาดคือโซนเอาท์ดอร์ ด้านนอกร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในแคว้นซิซิลี อิตาลี ที่มีไฟประดับระยิบระยับสุดตระการตาเหมือนอยู่ในเมืองเทพนิยาย เมนูแนะนำ Selezione di Antipasti Theo Mio ซีเล็คชั่น แอนทิพาสตี้ ของว่างเรียกน้ำย่อยซึ่งประกอบด้วย ชีสบูราต้า พาร์ม่าแฮม ผักรวมย่างข้าวรีซอตโต้ทอดซอสมะเขือเทศไส้ชีส และขนมปังอบหน้าพริกหวานมะเขือเทศ

หรือเลือกสัมผัสความเอ็กซ์คลูซีฟระดับโลกกับ GaysornUrban Resortบนชั้น 19 ของอาคาร GaysornTower ใจกลางย่านราชประสงค์ เป็น Best of the Best View ในการชมไฟประดับปีใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์สวนลอยฟ้ากลางแจ้งขนาดใหญ่ Outdoor Greenery Sky Garden สามารถเห็นวิว การตกแต่งไฟประดับทั่วทั้งย่านราชประสงค์ สัมผัสความมีชีวิตชีวาและความสนุกของสีสันยามค่ำคืนในทุกมุมมองเปิดมิติใหม่ในการสังสรรค์ชมไฟ ชมเมืองที่สวยงามสุดตระการตา

นอกจากนี้ ยังมีอีกจุดกินดื่มที่จะทำให้คุณได้ชมวิวไฟล้านดวงย่านราชประสงค์ ได้อย่างเพลิดเพลิน ได้แก่ Burger & Lobster ที่เกษรวิลเลจ ชั้น G ซึ่งคุณสามารถชมไฟประดับที่สวยงามตลอดทางเดินในย่านราชประสงค์ Riedel Wine Bar & Cellar ชั้น 2 เกษรวิลเลจ การันตีความฟิน ทั้งวิวชมไฟแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดโรแมนติกและเป็นวิวที่เห็น 3D Mapping Projectionบนอาคารโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ดและเซ็นทรัลเวิลด์ได้อย่างถนัดชัดเจน จุดต่อไปเอาใจทีเลิฟเวอร์โดยเฉพาะ จิบชาชมไฟล้านดวงที่1823 Tea Lounge by Ronnefeldt แบรนด์ชาระดับโลกสุดพรีเมียมที่เกษรวิลเลจ ชั้น 1 จิบชาชั้นเลิศ และเครื่องดื่มอร่อยๆ มากมาย พร้อมชมไฟประดับที่เห็นไปไกลตั้งแต่เกษรวิลเลจ อัมรินทร์พลาซ่า ไปจนถึงไฟประดับพระพรหมเมนู

นอกจากนี้ ย่านราชประสงค์ยังให้คุณมีส่วนร่วมถ่ายทอดความภูมิใจของประเทศให้ก้องโลก กับแคมเปญประกวดภาพถ่าย BEAUTIFUL BANGKOK เชิญชวนร่วมกดชัตเตอร์ ถ่ายทอดมุมมองใหม่ ภาพไฟสวย แปลก แหวกแนวในสไตล์ของตัวเอง จะถ่ายวิวหรือเซลฟี่ได้ทั้งนั้น ภายใต้โจทย์คือ “Beautiful Ratchaprasong หรือ Beautiful Magnolias” พร้อมติดแฮชแท็ก #beautifulbangkok #beautifulratchaprasong #beautifulmagnolias #bangkokiconiclandmark ในแคปชั่นบรรยายภาพ แล้วอัพโหลดไฟล์ภาพบนเว็บไซต์สำหรับฝากไฟล์ เช่น WeTransfer, Dropbox, GoogleDrive ฯลฯ พร้อมระบุชื่อ ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ ส่งลิ้งค์ดาวน์โหลดภาพที่อีเมล์: beautifulbangkokbymagnolias@gmail.comชิงเงินรางวัลมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท ร่วมส่งภาพร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ – 5 มกราคม 2561 ประกาศผลวันที่ 30 มกราคม 2561 ติดตามรอบจัดแสดงและตารางกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/MagnoliasRatchadamriBoulevard

4 ผู้บริหารแถวหน้าแชร์ประสบการณ์ เติมอาหารสมองพร้อมสร้างคอนเนคชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309998

4 ผู้บริหารแถวหน้าแชร์ประสบการณ์ เติมอาหารสมองพร้อมสร้างคอนเนคชั่น

4 ผู้บริหารแถวหน้าแชร์ประสบการณ์ เติมอาหารสมองพร้อมสร้างคอนเนคชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อมรพิมล วีรวรรณ

แม้จะเป็นผู้บริหารระดับสูง หรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับประเทศ แต่การเรียนรู้และเปิดมุมใหม่ๆ อยู่เสมอเป็นสิ่งที่ไม่ว่าจะอยู่ระดับไหนก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับ 4 ผู้บริหารระดับท็อปของประเทศที่ร่วมแชร์ประสบการณ์การเข้าร่วมหลักสูตรอบรมการลงทุน Ultra Wealth Group (อัลตร้า เวลท์ กรุ๊ป) เพื่อเติมอาหารสมอง พร้อมสร้างคอนเนคชั่นในเวลาเดียวกัน

เริ่มจาก อมรพิมล วีรวรรณ เผยว่า“เพราะเป็นคนที่ชอบในเรื่องของการลงทุน พอได้มาเรียนจึงรู้ว่า การลงทุนจริงๆ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องหุ้นเท่านั้น แต่ยังมีการลงทุนในด้านอื่นๆ เช่นกันอย่างการลงทุนในเรื่องของงานศิลปะที่ตัวเองชอบเก็บสะสมและยังทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนๆ ที่มีความชอบในเรื่องของการลงทุนเกี่ยวกับงานศิลปะเช่นเดียวกัน จึงได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็นว่า สิ่งที่เราคิดวิเคราะห์เขาคิดเหมือนเรารึเปล่า การมาอบรมในหลักสูตรนี้ ไม่เพียงได้ความรู้แต่ยังได้มิตรภาพที่ดีจากเพื่อนๆ ที่อยู่เหนือกว่าคำว่า คอนเนคชั่น ที่สามารถช่วยเหลือและเกื้อกูลกัน”

ส่วน ชาญ ศรีวิกรม์ เผยว่า “คุ้มค่ากับการเสียเวลา ได้รู้จักกับกลุ่มผู้นำผู้ประกอบการต่างๆ ในแต่ละวงการ เป็นการรวมตัวกัน เพื่อครีเอทโอกาส สร้างความมั่งคั่งทางสังคม สร้างไอเดียใหม่ เปิดโอกาสธุรกิจ หลักสูตรนี้เป็นเหมือนการเดินทางที่ทำให้ทุกคนสามารถเติบโตได้ในอนาคต ทั้งในเรื่องธุรกิจและสังคมจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรที่รวมกลุ่มคนที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกัน ทำให้ได้เพื่อนที่ดี รวมถึงได้ประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ ซึ่งหากเรายังติดอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ เราก็อาจจะไม่ได้ประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้”

ด้าน หลุยส์ เตชะอุบล เผยว่า “สิ่งที่สัมผัสได้ คือ มิตรภาพที่ดีจากเพื่อนๆหลากหลายสังคมธุรกิจที่มา อบรมด้วยกันค่ะ ทำให้เรามีความคิดที่กว้างมากขึ้นจากการได้พูดคุย แชร์แนวทางในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการคิดวิเคราะห์ในเรื่องของการลงทุนจากนักลงทุนเก่งๆ ที่ได้รับเชิญเป็นวิทยากร รวมถึงเพื่อนๆ ที่มีประสบการณ์ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลในเชิงลึกที่ค่อนข้างอินไซด์ ทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ค่ะ”

ปิดท้ายด้วย เกรียงไกร กาญจนะ โภคิน เผยว่า “ได้เพื่อนใหม่ มิตรภาพใหม่ผมมองว่า การได้เพื่อนใหม่นี่ล่ะ เป็นการลงทุนที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะทุกคนจะมีแนวคิด วิสัยทัศน์ที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งเอาประสบการณ์ ของแต่ละคนมาแชร์กัน ทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้ในธุรกิจของเราได้ ผมคิดว่า หลักสูตรนี้เป็นการรวมตัวกันของ X–Men ขนานแท้จากหลากหลายวงการธุรกิจที่ทุกคนมีความเก่งในแต่ละด้านที่ตัวเองถนัด เวลามารวมกลุ่มกันย่อมสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ที่แปลกและแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ครับ”

ทั้งนี้ หลักสูตรอบรมการลงทุนUltra Wealth Group (อัลตร้า เวลท์ กรุ๊ป) ได้รวบรวมนักธุรกิจระดับท็อปของประเทศจากหลายวงการอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้เม็ดเงินที่หามาได้จากธุรกิจปัจจุบันที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว สามารถนำไปบริหารจัดการให้งอกเงยเพิ่มพูนขึ้นอีก พร้อมทั้งยังเปิดกว้างด้านวิสัยทัศน์ มุมมองความคิดและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ  ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันซึ่งอยู่เหนือคำว่าคู่แข่งขัน ทำให้ที่ Ultra Wealth Group แห่งนี้ เต็มไปด้วยความมั่งคั่ง ทั้งมิตรภาพ ความรู้และเงินทองโดยมีผู้อบรมผ่านไปแล้ว 3 รุ่น กว่า 300 คนและขณะนี้กำลังคัดเลือกรับรุ่นที่ 4 ซึ่งพร้อมเปิดอบรมกลางเดือนมกราคม 2561

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ Ultra Wealth Group ได้ที่ http://www.ultrawealthgroup.com หรือ Facebook :UltraWealthGroup

ชาญ ศรีวิกรม์

ชาญ ศรีวิกรม์
เกรียงไกร กาญจนะโภคิน

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน
หลุยส์ เตชะอุบล

หลุยส์ เตชะอุบล