คุณแหน : 13 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308404

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2560

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ในการพระราชทานเพลิง ศาสตราจารย์กิตติคุณ แพทย์หญิง ท่านผู้หญิงศรีจิตรา บุนนาค ณ เมรุหลวง วัดเทพศิรินทร์ 23 ธ.ค. เวลา 17.00 น. และในวันศุกร์ที่ 22 ธ.ค. เวลา 10.00 น. บำเพ็ญพระราชกุศล พระราชทานในการออกเมรุ…เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ณ ศาลาวัดธาตุทอง เขตวัฒนา ใครที่จะไปงานนี้ กรุณาไปให้ถูกวัดถูกวัน เพราะมีพิธี 2 วัด…

ll สุดารัตน์-ภราเดช พยัฆวิเชียร ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งกับชาวอารีย์สัมพันธ์ พญาไท เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ข้าวของคราวนี้จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านอำเภอน้ำพอง ที่ไร่สวนถูกทำลายจากน้ำท่วมสูงเมื่อ 8 ต.ค. 2560…

ll ทำงานกับทิสโก้กรุ๊ปมาหลายปี ต่ออายุเกษียณมาหลายรอบแล้ว คราวนี้ นิภา เมฆรา เอาจริง ขอกลับไปอยู่เชียงใหม่บ้านเกิดเป็นการถาวร …ส่วน ถนอม ชัยอรุณดีกุล คงต้องบินไปบินมา กทม.-เชียงใหม่ เป็นว่าเล่นในขณะที่ อารยาธีระโกเมน ไม่ยอมต่ออายุทำงาน ขอเกษียณอายุในวัยที่ยังไปทัศนาจรได้อยู่ คงได้ไปโน่นมานี่ไม่ยอมหยุดแน่…

ll อาทิตย์ที่แล้ว จิตติมา แพ่งสภา บึ่งจากเขาใหญ่ มาเป็นกำลังใจให้พี่ชาย อ.พิทยา บุนนาค นั่งรถ ambulance จากพัทยา เพื่อมาแนะนำหนังสือเสมาสีมาเล่มที่ 2 ซึ่งใช้เวลาศึกษาค้นคว้าถึง 5 ปี และสยามสมาคมยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคลทางประวัติศาสตร์ของประเทศคนหนึ่ง อาทิตย์นี้ บึ่งมางานฉลองครบ 90 ปี ทอสีสวัสดิชูโต ผู้ยังแข็งแรง สดชื่น แจ่มใส เพราะบุญกุศลที่มีส่วนในการจรรโลงพุทธศาสนาให้สืบต่อไปตลอดเวลา…

ll กำหนดพระราชทานเพลิงศพ รศ.นพ.จุฑาเกียรติ เครือตราชู วันอาทิตย์ที่ 17 ธ.ค. เวลา 15.30 น. ณ ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสราชวรวิหาร ลงชื่อเจ้าภาพ ศ.ดร.มาลียาพี่สาว และ พญ.อัญชลี เครือตราชู ภรรยา…

ll“แค่คิดถึงยังไม่พอ ชวนเพื่อนตอ.มาพบกัน ก่อนตะบันน้ำกิน” สุธาทิพ ธัชยพงศ์ ประธานรุ่นเตรียมอุดมรุ่น 28 เลยขอเชิญชวนเพื่อนร่วมรุ่นไปพบปะทำบุญให้เพื่อนที่ล่วงลับไปแล้ว และสังสรรค์ประจำปีร่วมกัน วันเสาร์ที่ 16 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 09.30-15.00 น. ณ ห้องรัชวิภา ชั้น 2 อาคารธารทิพย์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค…

ll ชาวนักเรียนวัฒนาฯโปรดทราบ งานวังหลังวัฒนาแฟร์ จัดในวันเสาร์ที่ 16 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลาบ่าย ไปจนค่ำ… จารุณี จันทรปาณิก บินจากวอชิงตันดี.ซี. มาคอยท่าอยู่แล้ว…ll

หนูภาฯ

‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงเปิดศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์ฯ ขยายการรักษาพยาบาล ครอบคลุมทุกการเจ็บป่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308373

‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงเปิดศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์ฯ  ขยายการรักษาพยาบาล ครอบคลุมทุกการเจ็บป่วย

‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงเปิดศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์ฯ ขยายการรักษาพยาบาล ครอบคลุมทุกการเจ็บป่วย

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงกดปุ่มเปิดผ้าแพรคลุมป้าย 3 ป้ายชื่อ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดอาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่จัดสร้างโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 4 กรกฎาคมพ.ศ. 2560 และเป็นอาคารสนับสนุนศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ส่วนต่อขยายในโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ทั้งนี้ เพื่อสนองพระปณิธานในการให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขยายการรักษาพยาบาลครอบคลุมทุกโรค ไม่ใช่โรคมะเร็งเพียงอย่างเดียว และเป็นที่พึ่งพิงให้ผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส ให้สามารถเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐาน พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนมกราคม 2561 โดยมี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, ศาสตราจารย์ นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ รับเสด็จณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5ธันวาคม 2550 ถ.แจ้งวัฒนะ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงกดปุ่มเปิดผ้าแพรคลุมป้าย 3 ป้ายชื่อ ได้แก่ อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ กับห้องปฏิบัติการเอ็มอาร์ไอ จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา และทรงลงพระนามในแผ่นศิลา และทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ ต่อด้วยเสด็จไปยังอาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ และเสด็จทอดพระเนตรเครื่องจำลองการตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อการเรียนการสอนและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และทอดพระเนตรวีดิทัศน์การสาธิตการสวนหัวใจและหลอดเลือด ก่อนเสด็จกลับ

ทั้งนี้ ศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นโรงพยาบาลขนาด 50 เตียง ให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคอายุรกรรมทั่วไป และโรคเฉพาะทาง โดยมี ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเป็นศูนย์แพทย์เฉพาะทางครบวงจร ที่เปิดให้บริการเพื่อรองรับการตรวจรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ การรักษาโรคหัวใจด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือดด้วยเครื่องเอกซเรย์ตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือดชนิดระนาบเดียว เครื่องแรกที่เปิดให้บริการในประเทศไทยและในอาเซียน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีความทันสมัยมากที่สุด ตลอดจนการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ การส่งเสริมดูแลเชิงป้องกันด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง สหสาขาวิชาชีพ และการดูแลทุกสถานการณ์หัวใจฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังให้บริการตรวจรักษาด้วยศูนย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ ได้แก่ ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ ศูนย์เต้านม คลินิกอายุรกรรมทั่วไป คลินิกทันตกรรมคลินิกกายภาพบำบัด และศูนย์รังสีวินิจฉัย ที่ให้บริการตรวจด้วยเครื่องมือทางรังสีที่ทันสมัยชนิดต่างๆ อีกทั้ง ยังได้จัดแบ่งออกเป็นโซนการศึกษาวิจัยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ด้วยส่วนหนึ่ง โดยมีห้องปฏิบัติการเอ็มอาร์ไอ ห้องจำลองการทำงานการตรวจวินิจฉัยเอ็มอาร์ไอเพื่อใช้สำหรับการศึกษาวิจัย และโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ (Sonographer School) แห่งแรกในประเทศไทย โดยหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งผลิตนักอัลตราซาวด์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสิทธิภาพให้มีจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการเสริมการบริการทางการแพทย์ และยกระดับมาตรฐานการบริการและวิชาการทางอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ของประเทศไทย ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการในการเข้ารับบริการได้อย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง โดยได้รับความร่วมมือในการจัดทำหลักสูตรระหว่างวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กับทาง Monash University จากประเทศออสเตรเลีย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณทอดพระเนตรวีดิทัศน์การสาธิตการสวนหัวใจและหลอดเลือด

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณทอดพระเนตรวีดิทัศน์การสาธิตการสวนหัวใจและหลอดเลือด

‘ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ’สวนเรืองแสงสุดตระการตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308356

‘ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ’สวนเรืองแสงสุดตระการตา

‘ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ’สวนเรืองแสงสุดตระการตา

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ ผช.กก.เลขานุการ ศิริราชมูลนิธิ, ดร.ชุมพล สุขเกษม กก.มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, สันติ วหาวิศาล ประธาน กก.บริหาร บจ.น้ำมันอพอลโล (ไทย), มร.ยูอิจิ มัตซึยามะ ประธาน บจ.น้ำมันอพอลโล (ไทย),สาธิต วิทยากร ผู้ให้การสนับสนุน พื้นที่จัดงาน, ดร.รัชนีกร กัลล์ประวิทธ์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล

เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางดนตรีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น ภายใต้ชื่อ“IDEMITSU” (อิเดมิตสึ) และ “DAPHNE” (ดาฟเน่) ในประเทศไทย จัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม ในงาน “ศิลป์แสง แห่งแรงบันดาลใจ” (Thailand Illumination Festival 2017) โดยจัดซุ้มนิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ” พร้อมเนรมิตพื้นที่ลานกิจกรรมกว่า 39 ไร่ จัดเป็นสวนเรืองแสง ตระการตากับไฟ LED กว่าล้านดวง รายล้อมด้วยประติมากรรมสีสันแห่งไฟในหลากหลายรูปแบบ เป็นปรากฏการณ์ “แสงไฟสู่แรงบันดาลใจแห่งชีวิต” สร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ย่านรัชดาภิเษก ต้อนรับฤดูหนาวในปี 2560 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงการเริ่มต้นศักราชใหม่ ในปี 2561

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ประธานเปิดงาน กล่าวว่า “งานนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะได้สัมผัสกับเทศกาลไฟ LED ที่สวยงาม และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรและนับเป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการกุศล โดยรายได้จากการจำหน่ายอาหารหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา และ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนองพระราชปณิธานของในหลวงทั้ง 2 พระองค์ ที่อยากให้ทุกคนรู้รักสามัคคีและทำความดี ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม”

ด้าน มร.ยูอิจิ มัตซึยามะ ประธานบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “แรงบันดาลใจในการจัดงานนี้เกิดขึ้นจากเทศกาลไฟของประเทศญี่ปุ่นในทุกๆ ปี เมื่อเข้าฤดูหนาว แต่ละจังหวัดก็จะมีการจัดงาน Illumination ตามเมืองต่างๆ และมีผู้คนมากมายที่เข้ามาเยี่ยมชม กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งของฤดูหนาวในประเทศญี่ปุ่น เราจึงมีความตั้งใจที่จะจัดงานเทศกาลไฟในประเทศไทยขึ้น ให้เป็นกิจกรรมเพื่อสังคม สร้างแหล่งท่องเที่ยวใจกลางเมือง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้คนในองค์กรและประชาชนที่เข้ามาชมงาน ได้ร่วมแบ่งปันและร่วมทำบุญ ด้วยการบริจาคเพื่อการกุศล งานนี้เกิดจากความตั้งใจของบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ที่อยากจะส่งต่อความห่วงใยและช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง”

ร่วมชมนิทรรศการในหลวงในดวงใจ และตื่นตาตื่นใจกับนิทรรศการ แสง เสียง ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ในหลวงรัชกาลที่ 9, อิ่มใจได้บุญกับซุ้มเล่นเกมส์เพื่อการกุศลและ STREET FOOD ชื่อดัง กว่า 30 ร้านค้า เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2561 ณ ลานกิจกรรม ถนนรัชดาภิเษกซอย 8 (ตรงข้าม ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก) (เดินทางสะดวกด้วย MRT ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทางออก 2)

วิ่งการกุศล‘Run For More มินิมาราธอน’ครั้งที่ 1 กระชับความสัมพันธ์ ศิษย์เก่าวัฒนาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308360

วิ่งการกุศล‘Run For More มินิมาราธอน’ครั้งที่ 1  กระชับความสัมพันธ์ ศิษย์เก่าวัฒนาฯ

วิ่งการกุศล‘Run For More มินิมาราธอน’ครั้งที่ 1 กระชับความสัมพันธ์ ศิษย์เก่าวัฒนาฯ

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประธานเปิดงาน กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีตรมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย อ.วรรณดีคันธวงศ์, ชลลกา เก่งระดมยิง นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา, ประจิตรา เธียรประสิทธิ์, ณฤดี เคียงศิริ, อรัญญา ลือประดิษฐ์, พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, ดร.ชูพรรณ โกวานิช, ก่อศักดิ์ โชติรักษ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จัดงานวิ่ง“Run For More มินิมาราธอน” ครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายให้แก่ผู้สนใจในกิจกรรมวิ่งและเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครู นักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ปกครองให้ได้มีโอกาสรู้จักกันมากขึ้นจากการทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นการส่งเสริมให้สุขภาพแข็งแรง โดยงานนี้มี กอบกาญจน์วัฒนวรางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานและรวมวิ่งในครั้งนี้ด้วย พร้อมปล่อยตัวนักวิ่งในระยะ 10 กิโลเมตร และเป็นประธานมอบรางวัลให้แก่นักวิ่งที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก เมื่อช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2560 ณ สวนวชิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ) โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนและครูจิตอาสา

ภายในงานมีคณะครูอาจารย์ นักเรียนวัฒนาวิทยาลัยทั้งศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก สำหรับเส้นทางการวิ่งจะครอบคลุมสวนสาธารณะ 3 สวน คือ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์,สวนวชิรเบญจทัศหรือสวนรถไฟ และสวนจตุจักร ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ร่มรื่นและเย็นสบาย โดยแบ่งการวิ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ Family Run ระยะทาง 2 กิโลเมตร สำหรับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการสมัครเป็นกลุ่ม 3 คน, Fun Run ระยะทาง 4 กิโลเมตร และ Mini Marathon Run ระยะทาง 10 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมี More Fun in the park ระยะทาง 0 กิโลเมตร เพื่อพบปะเพื่อนฝูงพร้อมสันทนาการในสวน และเพื่อเป็นการกระตุ้นเยาวชนให้สนใจการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น งานนี้ผู้เข้าเส้นชัยประเภทมินิมาราธอน 10 กิโลเมตรในลำดับที่ 2 และ 3 ได้รับโล่รางวัล ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัลชนะประเภทมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร ได้รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด 1 ที่นั่ง ไป-กลับสุวรรณภูมิ-นาริตะ

อ.วรรณดี คันธวงศ์, อ.สาลินี วีรเธียร คุณครูที่เคารพรักของนักเรียนวัฒนา มีลูกศิษย์ ลิสา นะวงศ์, ชรริน ญาณนนท์, บุษกร ณ บางช้าง, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ชลลกา เก่งระดมยิง, ศศิภา รัศมิทัต, พิชญา บูรพวงศ์, ชลัยพร สิมะเสถียร,ดร.วิภาวดี ชีวะผลาบูรณ์ มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

อ.วรรณดี คันธวงศ์, อ.สาลินี วีรเธียร คุณครูที่เคารพรักของนักเรียนวัฒนา มีลูกศิษย์ ลิสา นะวงศ์, ชรริน ญาณนนท์, บุษกร ณ บางช้าง, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ชลลกา เก่งระดมยิง, ศศิภา รัศมิทัต, พิชญา บูรพวงศ์, ชลัยพร สิมะเสถียร,ดร.วิภาวดี ชีวะผลาบูรณ์ มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
คณะกรรมการจัดงาน ร่วมถ่ายภาพกับ อ.วรรณดี คันธวงศ์ และศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัยรุ่นพี่-รุ่นน้อง

คณะกรรมการจัดงาน ร่วมถ่ายภาพกับ อ.วรรณดี คันธวงศ์ และศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัยรุ่นพี่-รุ่นน้อง
สุพจี วิชัยดิษฐ, เสาวลักษณ์ จำปาสุต, สริยา จันทร์เพ็ญ, วิไล ตปนียางกูร, กุลวดี บำรุงทรัพย์, ปัจฉิมา ธนสันติ, มนสุนีติ์ สักการเวช, ผาณิต พูนศิริวงศ์, กานดาวสี โพธิเดช, ปรียานุช พัฒนกำจร, มณฑิรา โมชดารา และ วันทนีย์ จันทร์สุริยา

สุพจี วิชัยดิษฐ, เสาวลักษณ์ จำปาสุต, สริยา จันทร์เพ็ญ, วิไล ตปนียางกูร, กุลวดี บำรุงทรัพย์, ปัจฉิมา ธนสันติ, มนสุนีติ์ สักการเวช, ผาณิต พูนศิริวงศ์, กานดาวสี โพธิเดช, ปรียานุช พัฒนกำจร, มณฑิรา โมชดารา และ วันทนีย์ จันทร์สุริยา

แรลลี่ทำดีเพื่อพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308366

แรลลี่ทำดีเพื่อพ่อ

แรลลี่ทำดีเพื่อพ่อ

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ศ.คลินิก เกียรติคุณ ทพ.นิติพันธ์ จีระแพทย์ นายกสมาคมศิษย์เก่าทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะทำงานโครงการแรลลี่ “ทำดีเพื่อพ่อ” โดยมีวัตถุประสงค์หารายได้สมทบทุนมูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์มหิดล เนื่องในโอกาสวาระครบ 50 ปี รวมทั้งมอบเป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาทันตแพทย์ที่เรียนเดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และด้วยโอกาส โดยมี ศ.ดร.ทพญ.วรานันท์ บัวจีบ คณบดีและประธานมูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์มหิดล เป็นประธานเปิดงานปล่อยขบวนรถแรลลี่ “ทำดีเพื่อพ่อ” จำนวน 80 คัน จากเส้นทางคณะทันตแพทยศาสตร์ มุ่งสู่โรงแรมเคนชิงตัน อิงลิช การ์เดนรีสอร์ท เขาใหญ่ พร้อมกันนี้ โกษิทธิ์ สุวรรณคีรี ผู้แทนจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบเงิน จำนวน 500,000 บาท เพื่อสมทบทุนโครงการในครั้งนี้ด้วย

Life & Health : ‘บันทึกยาที่ใช้…ปลอดภัยต่อเนื่อง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308365

Life&Health : ‘บันทึกยาที่ใช้…ปลอดภัยต่อเนื่อง’

Life&Health : ‘บันทึกยาที่ใช้…ปลอดภัยต่อเนื่อง’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.29 น.

ในปัจจุบันคนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีประมาณการณ์ว่าสัดส่วนผู้สูงอายุของประชากรไทย จะเพิ่มขึ้นถึง 17% ในปี 2563 แต่เมื่อสูงวัยขึ้นมักจะมีโรคต่างๆ ที่ตามมาโดยเฉพาะพวกโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ และเบาหวาน โดยมีผู้ป่วยเพียงบางส่วนที่รู้ตัวและได้รับการรักษา และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแต่ควบคุมไม่ได้ก็มีจำนวนไม่น้อย ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ยารักษาเป็นประจำและต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก ภญ.จันทิมา โยธาพิทักษ์ ผู้ช่วยนายกสภาเภสัชกรรม ฝ่ายวิชาการ แนะนำว่า ผู้ที่ต้องใช้ยาเป็นประจำควรมี “สมุดบันทึกยา” พกไว้ติดตัว ซึ่ง “สมุดบันทึกยา”คือ สมุดที่บันทึกรายการยาที่ผู้ป่วยต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นยาที่ได้จาก โรงพยาบาล ร้านยา คลินิก ศูนย์บริการสาธารณสุข หรือ สถานพยาบาลอื่นๆ ในสมุดบันทึกยานอกจากจะมีรายการยาทั้งหมดที่ผู้ป่วยได้รับแล้ว ยังมีการบันทึกรายละเอียดที่สำคัญของผู้ป่วยไว้ เช่น อายุ น้ำหนักตัว ส่วนสูง รวมทั้งประวัติการแพ้ยา อาการข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้แพทย์หรือเภสัชกร สามารถส่งต่อข้อมูลเรื่องยา และเลือกจ่ายยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโดยไม่มีปัญหากับยาที่ผู้ป่วยใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการได้รับยาซ้ำซ้อน ยาตีกันหรือแพ้ยาซ้ำ รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยจากการใช้ยาให้แก่ผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ในภาวะฉุกเฉิน หรือเมื่อเกิดวิกฤติภัย สมุดบันทึกยาที่พกติดตัวไว้ ยังสามารถช่วยให้ผู้ป่วยที่ไม่มีโอกาสไปรับการรักษาในสถานพยาบาลเดิม สามารถรับยาจากหน่วยบริการอื่นได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้หากมีการไปพบแพทย์หลายๆ โรงพยาบาลหรือคลินิก อาจทำให้ผู้ป่วยได้รับยาชนิดเดียวกันจนเกิดการรับประทานยาซ้ำซ้อน หรือเกิด “การตีกัน” ของยา ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงแก่ผู้ป่วยได้ การไปพบแพทย์หรือเภสัชกรจึงควรมีรายการยา หรือนำยาที่กำลังใช้อยู่ทุกชนิดไปด้วยทุกครั้ง เพื่อให้เภสัชกรพิจารณาว่ามียาที่รับประทานซ้ำซ้อนกันหรือไม่ หรือมียาชนิดใดที่ตีกันหรือไม่ จะได้หาทางแก้ไขและป้องกัน เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการใช้ยา

ข้อควรปฏิบัติเพื่อลดปัญหาจากการใช้ยา

l ต้องรู้จักชื่อยาและความแรงของยาที่ใช้

l มีประวัติแพ้ยาต้องแจ้งแพทย์ เภสัชกรทุกครั้งเมื่อมารับการรักษา

l ถ้ามียา สมุนไพร อาหารเสริมที่ต้องใช้เป็นประจำควรบันทึกไว้ในสมุดบันทึกยา และให้แพทย์ หรือเภสัชกรดูทุกครั้งเมื่อมารับการรักษา

l ก่อนใช้ยา ควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียด และไม่ควรกินยาของคนอื่น การไม่อ่านฉลากยา และใช้ยาผิด อาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากมีข้อสงสัย ให้ปรึกษาเภสัชกรทุกครั้ง

l ใช้ยาตามคำแนะนำในฉลากยา

l ผู้ป่วยที่มีภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรแจ้งเภสัชกรทุกครั้งที่รับยา เพื่อให้เภสัชกรพิจารณาความเหมาะสมของยา และผลของยาที่อาจมีต่อบุตรในครรภ์หรือบุตรที่ได้รับนมแม่

l ภายหลังที่ใช้ยาที่ไม่เคยรู้จัก หรือใช้เป็นครั้งแรกให้หมั่นสังเกตตัวเอง ถ้าพบความผิดปกติสงสัยแพ้ยาให้รีบกลับมาพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรใกล้บ้าน

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ป่วยและประชาชนผู้ใช้ยา ควรดูแลบันทึกการใช้ยาของตนเองเพื่อความปลอดภัย รวมถึงการบันทึกรายการยา สมุนไพร อาหารเสริม ที่ประชาชนหาซื้อมาใช้เองเพิ่มเติม เพื่อให้มีบันทึกยาที่สมบูรณ์พอที่จะเป็นเครื่องมือในการป้องกันอันตรายจากยาและช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยาอย่างแท้จริง หากมีปัญหาเรื่องการใช้ยาหรือสมุนไพรให้ปรึกษา…เภสัชกร

ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

เลขาธิการ สภาเภสัชกรรม

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.ปราลี ประสมทรัพย์ – วาทิต ประสมทรัพย์ : 10 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308349

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.ปราลี ประสมทรัพย์ - วาทิต ประสมทรัพย์ : 10 ธันวาคม 2560

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.ปราลี ประสมทรัพย์ – วาทิต ประสมทรัพย์ : 10 ธันวาคม 2560

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.40 น.

‘บ้านแมว’และ‘กระเป๋าจากวิถีชีวิตชาวนา’ชนะเลิศ ประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308205

‘บ้านแมว’และ‘กระเป๋าจากวิถีชีวิตชาวนา’ชนะเลิศ ประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก

‘บ้านแมว’และ‘กระเป๋าจากวิถีชีวิตชาวนา’ชนะเลิศ ประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โครงการภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับ สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดประกวด “100 ดีไซน์ 2017 : เวทิเวอร์ ดีไซน์ คอนเทสต์” (100 Designs 2017 : Vetiver Design Contest) เปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการออกแบบชิ้นงานที่ผลิตจากใบหญ้าแฝก ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการต่อยอดไอเดียในการออกแบบผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย โดยจัดงานประกาศผลรางวัลชนะเลิศเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ลีฟวิ่งรูม 2 ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการนำหญ้าแฝกมาใช้แก้ปัญหาการพังทลายของหน้าดิน ซึ่งประโยชน์ของหญ้าแฝกนั้นนอกเหนือไปจากการป้องกันการพังทลายของดินแล้ว เรายังสามารถนำใบของหญ้าแฝกมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ สยามดิสคัฟเวอรี่ จึงร่วมกับ โครงการภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดประกวด “100 ดีไซน์ 2017 : เวทิเวอร์ ดีไซน์ คอนเทสต์” ขึ้นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการออกแบบและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ พร้อมสร้างอาชีพอย่างยั่งยืนให้เกษตรกรไทย โดยการประกวดแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อด้วยกัน ได้แก่ ประเภทของตกแต่งบ้าน (Vetiver Home Decor) และ ประเภทแฟชั่น (Vetiver Fashion) ซึ่งการประกวดในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้สมัครที่มากถึง 217 ทีม แบ่งเป็นประเภทของตกแต่งบ้าน 123 ทีม และประเภทแฟชั่น 94 ทีมโดยผู้ชนะเลิศของแต่ละประเภทจะได้รับเงินรางวัล 80,000 บาท โล่รางวัล และโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อวางจำหน่ายที่ร้านภัทรพัฒน์ และที่สยามดิสคัฟเวอรี่

ภากมล รัตตเสรี  รองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า โครงการพระราชดำริในการอนุรักษ์ดินและน้ำตามพระราชประสงค์ ก่อเกิดความร่วมมือ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยในการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ดูดซับน้ำและช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดินด้วยรากแฝกที่ยาวและหยั่งลึกลงบนพื้นดิน ทำให้หลายพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องการพังทลายของดินหมดสิ้นไป และด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน ก่อให้เกิดงานหัตถกรรมจากใบหญ้าแฝก โดยการส่งเสริมการฝึกอบรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ แก่ชุมชนต่างๆ ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อจำหน่ายในตราสินค้า“ภัทรพัฒน์” มูลนิธิชัยพัฒนา ต่อไป

สำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดประเภทของตกแต่งบ้าน ได้แก่ รัฐพล อนุชิตานุกูล นักออกแบบอิสระ กับผลงาน Cat Portable, รองอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Can Do Design จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับผลงาน Sansook,รองอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Fillet จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับผลงาน Fillet Collection, รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ณัฐโชติ ธรรมฐิตินันท์ นักออกแบบอิสระ กับผลงาน Inside Out และ ชยากร พุ่มชุมพล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับผลงาน Error

สำหรับผู้ชนะเลิศประเภทแฟชั่น ได้แก่ ทีม Come Back Home กับผลงาน Domicile จาก ม.ราชภัฏสวนสุนันทา, รองอันดับ 1 ได้แก่ ฐากร ถาวรโชติวงศ์ นักออกแบบอิสระ กับผลงาน Heritage,รองอันดับ 2 ได้แก่ สุสิตา ศรีจรรยา จาก ม.บูรพา กับผลงาน Voven, รางวัลชมเชย 2 รางวัลจาก ม.บูรพา ได้แก่ ทีม Lerka กับผลงาน Lerka และ ปีเตอร์ ไอเค่นส์ กับผลงาน Black Hat และรางวัลสยามดิสคัฟเวอรี่ อินโนเวชั่น ได้แก่ อรรถวิโรจน์ ทองทิพย์ จาก ม.อุบลราชธานี กับผลงาน Prevent

รัฐพล อนุชิตานุกูล กล่าวว่า อยากออกแบบผลิตภัณฑ์ที่อยู่กับสัตว์อย่างเป็นธรรมชาติ จึงนำหญ้าแฝกมาออกแบบเป็นเตียงและโดมมีสายสะพายสำหรับพาไปที่ต่างๆ โดยลงพื้นที่ไปที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา เพื่ออธิบายให้ชาวบ้านได้ฟังถึงคอนเซ็ปต์ และสานออกมาเป็นชิ้นงานตามแบบที่เราต้องการ โดยออกแบบให้รูปทรงไม่ซับซ้อนด้วยการขึ้นรูปเป็นวงกลม สะดวกต่อการสานลวดลายที่ง่ายและชาวบ้านมีทักษะอยู่แล้ว อย่างลายเม็ดข้าว ลายเม็ดแตง สำหรับโดมแมวใช้ลายสานเดียวกัน แต่ขึ้นโดมด้วยผ้าแคนวาส เมื่อจับจีบจะทำให้ตั้งทรงอยู่ได้ มีสายรั้งขึ้นมาทำเป็นสายสะพาย สามารถพาน้องแมวไปในที่ต่างๆ ได้

ทีม Come Back Home ประกอบด้วย เศรษฐ์โภคิน เศรษฐ์สัตยาโภคิน, นภัสสร เหล่ามีผล และ รุ่งนภา ผุสดีธงไชย คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขา ออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ปี 4 ม.ราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ไป อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เพื่อให้ชาวบ้านสานแฝกตามต้นแบบที่ออกแบบไว้ เป็นกระเป๋ารูปทรงที่ได้แรงบันดาลใจจาก งอบ เกวียน และกระบือ ตกแต่งด้วยหนังเทียมและโลหะรมควันดำ อยากออกแบบให้สินค้าดูมีความทันสมัยมากขึ้น และวัยรุ่นสามารถนำไปใช้ได้

ทีม Come Back Home กับผลงาน ชนะเลิศประเภทแฟชั่น

ทีม Come Back Home กับผลงาน ชนะเลิศประเภทแฟชั่น
รัฐพล อนุชิตานุกูล กับผลงาน รางวัลชนะเลิศประเภทของตกแต่งบ้าน

รัฐพล อนุชิตานุกูล กับผลงาน รางวัลชนะเลิศประเภทของตกแต่งบ้าน
ผลงาน Prevent รางวัลพิเศษ ประเภทแฟชั่น

ผลงาน Prevent รางวัลพิเศษ ประเภทแฟชั่น
ผลงาน Heritage รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทแฟชั่น

ผลงาน Heritage รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทแฟชั่น

ผลสำรวจภาวะสุขภาพเมื่อสูงวัย หลายคนมองข้ามโภชนาการที่ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308195

ผลสำรวจภาวะสุขภาพเมื่อสูงวัย หลายคนมองข้ามโภชนาการที่ดี

ผลสำรวจภาวะสุขภาพเมื่อสูงวัย หลายคนมองข้ามโภชนาการที่ดี

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น เผยผลสำรวจเกี่ยวกับภาวะสุขภาพเมื่อสูงวัยในประเทศไทย โดยสำรวจจากประชากรไทย 40 ปีขึ้นไป จำนวน 501 คน เพื่อศึกษาปัจจัยที่สำคัญและทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อปัญหาสุขภาพเมื่อสูงวัย พบว่า คนไทยส่วนใหญ่มีความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันเนื่องมาจากอายุที่มากขึ้น และพวกเขาเชื่อว่าหากใส่ใจดูแลตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีได้แม้อายุจะมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายคนยังมองข้ามความสำคัญของการได้รับโภชนาการที่ดี

รายงานการสำรวจ Herbalife Nutrition Thailand Healthy Aging Survey พบว่า ร้อยละ 98 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากอายุที่มากขึ้น โดยร้อยละ 58 ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวถึงปัญหาสุขภาพด้านกระดูก/ข้อต่อ ตามมาด้วยปัญหาด้านสายตา ร้อยละ 54 สมอง ร้อยละ 37 และหัวใจ ร้อยละ 32 ซึ่งล้วนเป็นความกังวลใจด้านปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ของคนไทย อย่างไรก็ดี แม้จะวิตกกังวลกันมาก ร้อยละ 90 ของผู้ตอบแบบสอบถามก็เห็นตรงกันว่า หากดูแลใส่ใจตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยให้พวกเขามีสุขภาพดีเมื่อยามสูงวัยได้

สำหรับวิธีปฏิบัติตนที่ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกจะทำตามเพื่อสุขภาพที่ดีเมื่อยามสูงวัยนั้น ร้อยละ 37 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะเลือกการบริหารร่างกายเป็นประจำมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเปรียบเทียบกับร้อยละ 33 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะเลือกการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 9 บอกว่ามีแนวโน้มมากที่สุดที่จะรับประทานอาหารเสริม และร้อยละ 9 บอกว่ามีแนวโน้มมากที่สุดที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพให้บ่อยขึ้น

นอกเหนือจากมุมมองเชิงลึกด้านปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับการสูงวัย และวิธีปฏิบัติตนที่คนไทยเลือกจะทำตามเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพเหล่านั้น รายงานผลสำรวจยังเผยด้วยว่า เมื่อถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง ร้อยละ 87 ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าตนเองมีสุขภาพดีเทียบเท่าหรือมากกว่าคนอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม สัญญาณความผิดปกติในช่วงเริ่มต้นสำหรับสุขภาพหัวใจ รวมถึงสุขภาพอารมณ์และสุขภาพจิตใจมักจะตรวจพบได้ยาก ผู้ตอบแบบสอบถามมีความมั่นใจในสุขภาพหัวใจที่ดีของตนเองสูงมาก โดยร้อยละ 92 รวมถึงร้อยละ 90 และร้อยละ 94 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าตนมีสุขภาพอารมณ์และสุขภาพจิตใจที่ดีเทียบเท่าหรือมากกว่าคนอื่นๆ ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาอาจมีความเสี่ยงจากการประเมินภาวะสุขภาพของตนดีเกินไป สำหรับในประเทศไทย อุปสรรคใหญ่ที่สุดต่อการมีสุขภาพดีเมื่อยามสูงวัย ได้แก่ การไม่มีเวลา ร้อยละ 46 และการขาดแรงจูงใจ ร้อยละ 43

สุพจน์ ฤทธิพิชัยวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย กล่าวว่า เราดีใจที่เห็นว่าคนไทยส่วนมากตระหนักถึงปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการมีอายุมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เรายังคงเป็นห่วงเกี่ยวกับการเลือกทานโภชนาการที่ดีของคนไทย เพราะสิ่งนี้ยังถูกมองเป็นเรื่องรองที่พวกเขาจะทำเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาเมื่อมีอายุมาก เราหวังว่าการให้ข้อมูลพื้นฐานและการนำผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระดับโลกมาเยือนประเทศไทย จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจถึงความสำคัญของโภชนาการที่มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดีเมื่อยามสูงวัยได้ เพราะอันที่จริงโภชนาการที่ดีนั้นไม่ควรถูกมองข้าม

หากต้องการเป็น “ผู้สูงวัยสุขภาพดี” เฮอร์บาไลฟ์ มีหลากหลายเคล็ดลับดีๆ เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉง ติดตามได้ที่ www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial และค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้ที่ www.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial

สุพจน์ ฤทธิพิชัยวัฒน์

สุพจน์ ฤทธิพิชัยวัฒน์

6 เคล็ดลับตะลุยท่องเที่ยวเมืองหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308196

6 เคล็ดลับตะลุยท่องเที่ยวเมืองหนาว

6 เคล็ดลับตะลุยท่องเที่ยวเมืองหนาว

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อากาศเย็นๆ ช่วงปลายปี เป็นช่วงการเปิดมุมมองใหม่ให้กับชีวิต เก็บเสื้อผ้า จัดกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยว ตักตวงความสุขส่งท้ายปีเก่า เพราะอีกไม่กี่อึดใจก็ได้เริ่มต้นศักราชใหม่กันแล้ว ซึ่งหลายๆ คนเลือกที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นมากกว่าบ้านเรา บางประเทศมีหิมะ แอกซ่าประกันภัย โดย ผศ.ชญณาศิริภิรมย์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย แนะวิธีเตรียมตัวง่ายๆ 6 ข้อ สำหรับการตะลุยท่องเที่ยวเมืองหนาวอย่างราบรื่น

ข้อแรก ออกกำลังกาย ก่อนออกเดินทาง ควรจะต้องออกกำลังกายเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายและนอนหลับเพียงพอ ในระหว่างเที่ยว ควรออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายสร้างความอบอุ่น เผาผลาญแคลอรี่ และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วย นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมน้ำหนักขณะที่เพลิดเพลินกับการชิมอาหารท้องถิ่นอีกด้วย

ขับรถในหิมะ ควรใช้ถนนสายหลักที่มีการกวาดหิมะอย่างสม่ำเสมอ เตรียมเบรกก่อนที่จะเลี้ยว และปล่อยพื้นที่ว่างที่เหมาะสมกับรถคันหน้า หากต้องขับรถนอกเมือง ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีโซ่ครอบยางสำหรับล้อรถที่พร้อมใช้งาน เพื่อทำให้ยางรถเกาะน้ำแข็งได้ดียิ่งขึ้น และควรเช็ดหิมะออกจากตัวรถทั้งหมดก่อน โดยเฉพาะ ที่หลังคา กระโปรงหน้าและหลัง เพื่อไม่ให้หล่นลงมาบังทัศนวิสัยขณะขับ ถ้าเป็นน้ำแข็งเกาะรถ ควรใช้น้ำผสมกับแอลกอฮอล์เช็ดแผลจะสามารถช่วยละลายน้ำแข็งได้

ระวังอย่าให้ผิวแห้ง อากาศในฤดูหนาวจะแห้งมาก อย่าลืมสวมเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์กันหนาวให้มิดชิด และต้องสำรวจตัวเองว่าเป็นคนขี้หนาวระดับไหน เพราะในอุณหภูมิที่เท่ากัน แต่ความทนหนาวแต่ละคน ไม่เหมือนกัน เตรียมอุปกรณ์ อาทิ เสื้อไหมพรม เสื้อกันลม ลองจอน ฮีตเทค ที่ปิดหูกันหนาว ถุงมือ ถุงเท้า ฯลฯ เพิ่มความอบอุ่น ไม่ให้หนาวจนตัวแข็งทื่อ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยครีมทาผิวและลิปมันที่เนื้อครีมเข้มข้นรับมือกับอากาศหนาว และที่สำคัญดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะร่างกายจะสูญเสียน้ำในสภาพอากาศแห้ง แม้ไม่มีเหงื่อออกก็ตาม

ระวังเปียก หลีกเลี่ยงการทำให้ร่างกายเปียก เพราะหิมะนุ่มๆ อาจดึงดูดให้อยากสัมผัส เมื่อไปนั่งหรือนอนในหิมะร่างกายจะสัมผัสกับอุณหภูมิที่ต่ำมากเกินไปและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ หรือสวมใส่เสื้อผ้ากันน้ำหากต้องการจะเล่นหิมะ

ชาร์จเครื่องใช้ไฟฟ้า ตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้รับการชาร์จแบตเตอรี่อย่างเต็มที่และมีแบตเตอรี่สำรอง เพื่อให้การโพสต์รูปภาพ การตรวจสอบเส้นทาง เช็คอินที่ต่างๆ หรือส่งทวีตไม่สะดุด เพราะแบตเตอรี่ของเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโทรศัพท์จะลดลงอย่างรวดเร็วในอุณหภูมิที่หนาวจัด นอกจากนี้โทรศัพท์มือถือยังเป็นตัวช่วยสำคัญหากหลงทางหรือต้องการความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน

และข้อสุดท้าย แผนสำรอง แม้จะเตรียมความพร้อมร่างกาย วางแผนการเดินทางอย่างดีแค่ไหน แต่จะอุ่นใจยิ่งกว่าหากมี แผนสำรองรับมืออยู่เสมอ การทำประกันภัยการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรละเลย เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ไม่ว่าเจ็บป่วย อุบัติเหตุ กระเป๋าสูญหายหรือเสียหาย กรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะเป็นผู้ช่วย เพื่อนที่รู้ใจ ที่คอยช่วยเหลือคุณให้ผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นไปได้ด้วยดี เพียงตัดความกังวลเรื่องปัญหาเหล่านี้ไปได้เลย ด้วยการคุ้มครองตลอดทริปกับบริษัทประกันภัยโทร.สอบถามเพิ่มเติมที่ AXA Call Center 02-1188111 หรือเว็บไซต์  www.axa.co.th

ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์

ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์