พฤติกรรมควรเลี่ยงสำหรับคนใส่คอนแทคท์เลนส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301758

พฤติกรรมควรเลี่ยงสำหรับคนใส่คอนแทคท์เลนส์

พฤติกรรมควรเลี่ยงสำหรับคนใส่คอนแทคท์เลนส์

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น

ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่จะทำอะไรต้องคล่องตัวด้วยเหตุนี้ คอนแทคท์เลนส์ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของคนที่มีปัญหาสายตาให้ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ดวงตาของเรามีเพียงคู่เดียวเท่านั้น นอกจากการเลือกคอนแทคท์เลนส์ที่คุณสมบัติตอบโจทย์แล้ว การดูแลสุขภาพตาขณะสวมใส่ก็สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับใครที่สงสัยว่าพฤติกรรมไหนบ้างที่ควรเลี่ยงสำหรับคนใส่คอนแทคท์เลนส์ โดย รองศาสตราจารย์นายแพทย์ภาคภูมิ คัมภีร์พันธุ์ หน่วยเลนส์สัมผัส ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีคำแนะนำเพื่อรักษาสุขภาพของดวงตาและสายตาที่ดีให้อยู่กับเราไปนานๆ

1.ล้างคอนแทคท์เลนส์ด้วยน้ำประปาหรือไม่เปลี่ยนน้ำยาล้างคอนแทคท์เลนส์ รู้หรือไม่ว่าการไม่ยอมเปลี่ยนน้ำยาล้างคอนแทคท์เลนส์ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะตาอักเสบได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นน้ำประปาที่เราใช้กันก็ไม่ควรนำมาล้างหรือแช่คอนแทคท์เลนส์เพราะน้ำประปาไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดคราบโปรตีนที่เลนส์ได้ ที่สำคัญ การใช้น้ำประปาล้าง อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและเป็นอันตรายต่อดวงตาเราได้วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือ เราต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนใช้งาน เปลี่ยนตลับเก็บบ่อยๆ ใช้น้ำยาทำความสะอาดตัวคอนแทคท์เลนส์และตลับ นอกจากนี้ควรตัดเล็บมือให้สั้นเพื่อลดการเกิดบาดแผลที่เยื่อบุตาและกระจกตา หรือใส่และถอดเลนส์ด้วยความระมัดระวัง ซึ่งคอนแทคท์เลนส์แบบรายวันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีเวลา เนื่องจากสามารถถอดทิ้งได้เมื่อหมดวัน สะอาดและดีต่อสุขภาพตา

2.ลืมถอดคอนแทคท์เลนส์ตอนนอนหลับ เชื่อว่าหลายคนเวลาหมดวันแล้ว คงอยากทิ้งตัวนอนหลับพักสักงีบ จนบางทีอาจเผลอลืมถอดคอนแทคท์เลนส์ก่อนนอน พฤติกรรมนี้ควรระวังและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะดวงตาคนเราต้องการออกซิเจนตลอดเวลา ถ้านอนหลับไปทั้งที่ยังใส่คอนแทคท์เลนส์อยู่ ก็จะปิดกั้นออกซิเจนทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ดวงตาได้น้อยลง จนทำให้เกิดอาการระคายเคือง ตาแดง และเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อได้ หากเผลอใส่คอนแทคท์เลนส์ข้ามคืน ควรรีบถอดออกโดยเร็วที่สุดและพบจักษุแพทย์ทันทีถ้าหากรู้สึกมีความผิดปกติ เคืองหรือปวดตา

3.ใส่คอนแทคท์เลนส์ว่ายน้ำหรืออาบน้ำ สำหรับคนที่รักกีฬาทางน้ำ ถ้าอยากลงเล่นน้ำในสระหรือทะเล แนะนำว่าควรถอดคอนแทคท์เลนส์ออกก่อน เพราะเชื้อจุลินทรีย์ เชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงคลอรีนที่อยู่ในสระว่ายน้ำนั้น จะทำให้ดวงตาของเราเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งการใส่คอนแทคท์เลนส์นั้น ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

4.ใช้คอนแทคท์เลนส์เกินอายุการใช้งานและใส่ร่วมกับผู้อื่น คอนแทคท์เลนส์แต่ละตัวจะมีอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะรายวันหรือเดือน ข้อควรระวังคือห้ามใส่เกินอายุของคอนแทคท์เลนส์เด็ดขาด โดยเฉพาะคอนแทคท์เลนส์รายเดือน ไม่ควรใส่เกินอายุการใช้งาน เนื่องจากอาจมีคราบโปรตีนสะสมจากการล้างคอนแทคท์เลนส์ไม่สะอาด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อดวงตาได้ ที่สำคัญไม่ควรซื้อคอนแทคท์เลนส์มือสองมาใช้ หรือยืมคอนแทคท์เลนส์ของเพื่อนมาใส่ เพราะดวงตาคนปกติจะมีเชื้อแบคทีเรีย สารคัดหลั่งต่างๆ เกาะอยู่และเมื่อใส่คอนแทคท์เลนส์ เชื้อเหล่านี้ก็จะไปเกาะอยู่ที่คอนแทคท์เลนส์ด้วย ดังนั้น เมื่อนำของคนอื่นมาใส่ก็อาจได้รับเชื้อเข้าสู่ดวงตาได้

5.ซื้อคอนแทคท์เลนส์จากร้านที่ไม่ได้มาตรฐาน ในปัจจุบัน คอนแทคท์เลนส์ สามารถหาซื้อได้ง่าย แต่ก่อนจะซื้อควรพิจารณาให้มั่นใจว่าร้านนั้นๆ มีมาตรฐาน เชื่อถือได้หรือไม่ ทางที่ดีควรไปรับบริการกับร้านที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา เพื่อตรวจวัดสายตาและเช็คสุขภาพตาเบื้องต้นก่อนซื้อ โดยเฉพาะคนใส่คอนแทคท์เลนส์มือใหม่ ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยสอนวิธีการใส่ให้ถูกต้อง รวมถึงแนะนำคอนแทคท์เลนส์ที่มีคุณสมบัติตอบโจทย์เรื่องของสุขภาพตา เช่น มีสารกักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยให้ใส่สบายตายาวนาน, มีสารป้องกันยูวีเอ ยูวีบีที่เป็นสาเหตุของการเกิดต้อลม, เลนส์ผลิตจากวัสดุที่ช่วยส่งผ่านออกซิเจนเข้าสู่กระจกตาได้สูง เป็นต้น

ทั้งนี้ พฤติกรรมการใช้คอนแทคท์เลนส์ที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดผลเสียมาสู่ดวงตาของคุณโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นควรหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพตาให้มากขึ้น แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างก็ช่วยถนอมดวงตาของเราให้สดใส หมดกังวลเรื่องปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาได้ ติดตามเคล็ดลับการดูแลสุขภาพดวงตาเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ค Johnson & Johnson Vision, Thailand

สวยมีสไตล์แบบเซนต์เจมส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301767

สวยมีสไตล์แบบเซนต์เจมส์

สวยมีสไตล์แบบเซนต์เจมส์

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

St. James เปิดตัวรองเท้า “SJ Personalization” Collection สำหรับสาวๆ ที่กำลังมองหารองเท้าคู่ใจ ส้นสูงสุดเปรี้ยว เน้นโชว์เรียวขาสวยๆ รองเท้าทุกคู่ของแบรนด์นี้แม้จะสูง สวยดีไซน์เรียบง่ายและมีสไตล์ แต่เคล็ดลับของ “SJ Personalization ” ที่ขาดไม่ได้ คือ เน้นแบบที่สวยงาม ในราคาเบาๆเริ่มต้นที่คู่ละ 1,990 บาท ที่สำคัญต้องสวมใส่สบายยืนได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำใส่ได้ทุกโอกาส เช่น วันแต่งงาน วันเกิด รวมไปถึงวันทำงาน ด้วยการ Personalization ชื่ออักษรย่อ ข้อความที่เกี่ยวกับคุณบนพื้นรองเท้าเพื่อสื่อความเป็นคุณให้มากที่สุด

บริการฟรี Personalization เมื่อซื้อรองเท้าและกระเป๋าราตรีคู่กัน หรือซื้อรองเท้าครบ 5 คู่ขึ้นไป สามารถเลือกซื้อสินค้าได้เฉพาะที่ เคาน์เตอร์ St. James Exclusive สาขาสยามพารากอน ชั้น 1 เท่านั้น

USAID และศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ร่วมมือกันลดการติดเชื้อเอชไอวีใน 13 จังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301754

USAID และศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ร่วมมือกันลดการติดเชื้อเอชไอวีใน 13 จังหวัด

USAID และศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ร่วมมือกันลดการติดเชื้อเอชไอวีใน 13 จังหวัด

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ภายใต้แผนฉุกเฉินของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ (PEPFAR) ได้เปิดตัวโครงการ 3 ปี โดยร่วมมือกับศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการบริการสุขภาพชุมชนในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและดูแลรักษาแก่กลุ่มประชากรหลัก ได้แก่ ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย สาวประเภทสอง ผู้ใช้ยาและสารเสพติด และผู้ให้บริการทางเพศใน 13 จังหวัด

โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการบริการสุขภาพเพื่อชุมชน (USAID Community Partnership) โดยความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศไทย จะช่วยพัฒนาการฝึกอบรมทางวิชาการที่จะเพิ่มจำนวนศูนย์สุขภาพชุมชนทั่วประเทศให้มากขึ้นถึงสามเท่า เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอชไอวี หัวใจสำคัญของการฝึกอบรมนี้
คือ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการสุขภาพชุมชนสามารถให้บริการด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและการดูแลรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้รับบริการโดยปราศจากการตีตราและการเลือกปฏิบัติ

ฯพณฯ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายกลิน ที.เดวีส์ กล่าวในพิธีเปิดตัวโครงการพร้อมกับ นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ว่า “ด้วยโครงการนี้ ประเทศไทยจะขยายการให้บริการสุขภาพโดยสมาชิกชุมชนเพื่อลดการติดเชื้อเอชไอวีได้ โครงการนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นโครงการต้นแบบในระดับโลก อีกทั้ง ประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียในการดำเนินโครงการด้านเอชไอวี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม”

โครงการนี้ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ องค์กรชุมชนชั้นนำสามองค์กรได้แก่ สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ และมูลนิธิเอ็มพลัส โดย อุบลราชธานี เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากแผนฉุกเฉินของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ (PEPFAR) โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการบริการสุขภาพเพื่อชุมชน จะฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของสมาคมฟ้าสีรุ้ง เพื่อให้บริการด้านสุขภาพและเอชไอวีอย่างมีมาตรฐานด้านคุณภาพระดับประเทศ นอกจากนี้ โครงการจะร่วมมือกับโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ในจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อส่งเสริมการรักษาและดูแลผู้ติดเชื้อตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โครงการจะฝึกอบรมองค์กรชุมชนเพื่อให้สามารถจัดบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพแก่กลุ่มประชากรเปราะบาง

ทั้งนี้ อุบลราชธานี เป็นจังหวัดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำมูลเป็นจุดข้ามพรมแดนหลัก ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับแขวงสาละวันและแขวงจำปาสักของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจังหวัดพระวิหารของประเทศกัมพูชา อุบลราชธานีมีประชากรประมาณ 1.8 ล้านคน ในปี พ.ศ.2559 มีจำนวนประชากรที่ติดเชื้อเอชไอวีมากกว่า 7,000 คน โดยเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 520 คน เพื่อเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์แห่งชาติ รัฐบาลไทยได้จัดให้อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่สำคัญในการลดการแพร่เชื้อเอชไอวี ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลไทยโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการบริการสุขภาพเพื่อชุมชนจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์สุขภาพชุมชนต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าประชากรหลักจะเข้าถึงบริการด้านเอชไอวีที่สำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตได้

มุมนี้มีนัด : 8 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301765

587585

มุมนี้มีนัด : 8 พฤศจิกายน 2560

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

l เปิดบ้านพักเด็กแม่สอด

สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิช่วยเหลือทางสังคมเพื่อเด็กและสตรี หรือ Social Action for Children and Women (SAW)  เป็นประธานเปิดบ้านพักเด็กและบ้านพักฉุกเฉิน ถนนบ้านค้างภิบาล อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในวันที่ 11 พฤศจิกายน  2560 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ทั้งนี้ มูลนิธิช่วยเหลือทางสังคมเพื่อเด็กและสตรี หรือ Social Action for Children and Women (SAW)  ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2543 เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ถูกทอดทิ้งโดยไม่เลือกชนชาติและให้บ้านพักพิงแก่ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อความรุนแรง โดยได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วกว่า 12,000 ราย จนได้รับ Red Ribbon Award จาก United Nations Development Program (UNDP) ในฐานะองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือในด้านป้องกัน HIV และการให้การศึกษาแก่คนชายขอบ

l ช็อปมันส์วันไอ.ซี.ซี.

บริษัทไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) จับมือกับบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสันฯ จัดบิ๊กโปรโจกท์ ด้วยการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าทั้งเคาน์เตอร์สูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้ชื่อ
“ไอ.ซี.ซี.ซูเปอร์เซลล์ (I.C.C. Super Sale)” ด้วยคอนเซ็ปต์ “ช็อปมันส์วันไอ.ซี.ซี. รวมแบรนด์ดังลดคุ้มเว่อร์ เสื้อผ้าสตรี บุรุษ เด็ก เครื่องหนัง เครื่องสำอาง และชุดว่ายน้ำ อาทิ วาโก้, แอร์โรว์,
บีเอสซี, ลาครอส, แอล, กี ลาโรช, อาร์ตี้, แด็กซ์, สตรีมไลน์, อองฟองค์, แอบซอฟบาร์, เซน แอนดรูว์, มินน่า, อิโคติน, แอล ฮอม, ฮาว, เนเจอร์ไรเซอร์, เรนฟาวเวอร์, กุลสตรี, เอ็กเซลเลนซี่, วาโก้ เบลาซ์,กี กีลาโรช, ฌอง หลุยส์ เชอเร่, บีเอสซี บาย ปนัดดา, เพียว แคร์ ฯลฯ” ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 พฤศจิกายน ณ ห้างสรรพสินค้า โรบินสัน ทุกสาขาทั่วประเทศ

กิจกรรมรักษ์ผืนน้ำและแนวชายฝั่ง ปี3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301774

กิจกรรมรักษ์ผืนน้ำและแนวชายฝั่ง ปี3

กิจกรรมรักษ์ผืนน้ำและแนวชายฝั่ง ปี3

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เก็บขยะชายหาด

ด้วยความรับผิดชอบในฐานะอควาเรียมที่มีหลักการบริหารอควาเรียมแบบยั่งยืน (Sustainability) และวิสัยทัศน์ที่ยึดมั่นหัวใจแห่งนักอนุรักษ์ ซีไลฟ์ แบงคอก จึงมุ่งหน้าสานต่อพันธกิจ เนื่องใน วันทำความสะอาดชายฝั่งสากล (International Coastal Cleanup Day)  เพื่อให้อาสาสมัครนักอนุรักษ์จากทั่วทุกมุมโลกได้ร่วมกันทำกิจกรรมทำความสะอาดชายฝั่งและผืนน้ำในประเทศของตน ทางซีไลฟ์ แบงคอก จึงรวมตัวอาสาสมัครพนักงานและเจ้าหน้าที่นักดำน้ำ
ประจำอควาเรียมจิตอาสา ไปร่วมกันทำ“กิจกรรมรักษ์ผืนน้ำและแนวชายฝั่ง ปี 3”ซึ่งประกอบด้วย การปลูกปะการังแบบใหม่ การคืนประชากรปูม้าสู่ระบบนิเวศ และการทำความสะอาดชายหาด ณ หาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ครั้งนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรมปลูกปะการังแบบใหม่ที่มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ คอยกำกับดูแลและให้ความรู้วิธีการปลูกปะการัง และมีเจ้าหน้าที่ดำน้ำประจำ ซีไลฟ์ แบงคอก เป็นผู้ดำน้ำลงไปวางปะการังปลูกใหม่ด้วยตัวเอง อนึ่ง การปลูกปะการังโดยใช้หินฟอสซิลหล่อด้วยปูนซีเมนต์มาเป็นแท่นฐานปลูก เป็นการปลูกทดแทนปะการังที่ได้รับความเสียหาย โดยเลือกปลูกเป็นปะการังสายพันธุ์ “เขากวาง” ด้วยคุณสมบัติที่เติบโตอย่างแข็งแรงและรวดเร็ว และยังเอื้อต่อการวางไข่ของฝูงปลา ซึ่งการใช้ฐานปูนซีเมนต์แทนการใช้ท่อพีวีซีนี้ ช่วยในการอนุรักษ์ปะการังแบบยั่งยืนและเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพราะหินปูนซีเมนต์เมื่อถูกน้ำทะเลกัดกร่อนสามารถย่อยสลายไปเองได้ จึงไม่ทำให้เกิดขยะทางทะเล และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ ซีไลฟ์ แบงคอก ทำเพื่อเพิ่มความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล คือ การปล่อยปูม้าคืนสู่ธรรมชาติ จำนวนกว่าร้อยตัว เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในทะเลทดแทนการจับไปบริโภคเพียงอย่างเดียวในส่วนของกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันทำความสะอาดชายฝั่งสากล หรือกิจกรรมเก็บขยะตามแนวชายหาด เป็นส่วนหนึ่งของ “กิจกรรมรักษ์ผืนน้ำและแนวชายฝั่ง ปี 3” โดยกลุ่มพนักงานจิตอาสาของซีไลฟ์ แบงคอก ได้ร่วมแรง ร่วมใจกันเดินเก็บขยะตลอดแนวชายฝั่งหาดเตยงาม ซึ่งเป็นหาดหนึ่งในอำเภอสัตหีบที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว จากกิจกรรมครั้งนี้ พนักงานจิตอาสาของซีไลฟ์ แบงคอก สามารถเก็บขยะได้มากกว่าสิบถุง ประกอบด้วย ฝาขวดเครื่องดื่ม ขวดพลาสติก กล่องนม ห่อขนม ถุงพลาสติก และอื่นๆ อีกจำนวนมาก

นพดล ประพิมพ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส

นพดล ประพิมพ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส (ประเทศไทย) กล่าวถึงแนวทางการอนุรักษ์ของ ซีไลฟ์ แบงคอก ว่า “เราเน้นความสำคัญของการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน กิจกรรมจิตอาสาที่เราทำทุกโครงการมักประกอบด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกรักธรรมชาติ และองค์ประกอบที่สามารถนำไปต่อยอดและสานต่อในอนาคตได้ อาทิ กิจกรรมรักษ์ผืนน้ำและแนวชายฝั่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักที่เราทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่สาม เพื่อรักษาท้องทะเลให้อยู่ในสภาพสวยงาม ปราศจากสิ่งแปลกปลอมอันตราย และปลอดภัยสำหรับการใช้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตทางทะเลในส่วนของกิจกรรมอนุรักษ์เพิ่มเติมของปีนี้อย่างการปลูกปะการังและปล่อยปูม้าก็เป็นสิ่งที่เราพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงและยั่งยืน โดยซีไลฟ์ แบงคอก ได้ใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลผนวกรวมกับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการอนุรักษ์เหล่านี้ ไม่ใช่เป็นการสร้างขยะเพิ่มเติมหรือการทำให้เกิดความเดือดร้อน เพราะให้ความช่วยเหลือแบบผิดวิธี”

ปิดท้ายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทริปนี้ ด้วยความเป็นสิริมงคลของกลุ่มพนักงาน ซีไลฟ์แบงคอก ในการสักการบูชา “เสด็จเตี่ย” หรือกรมหลวงชุมพร ณ แหลมปู่เจ้า ซึ่งตั้งอยู่บนเขากรมหลวงชุมพร และชมวิวทิวทัศน์จากจุดที่สูงที่สุดของหาดเตยงาม พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ถือได้ว่าการเดินทางครั้งนี้ นอกจากได้ทำความดีสู่ท้องทะเลแล้ว ยังได้ความทรงจำดีๆ กลับบ้านไปอีกด้วย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์โลกใต้ทะเลครั้งต่อไปได้ ณ อควาเรียม มาตรฐานระดับโลก ซีไลฟ์ แบงคอก, ชั้น บี1-บี2 สยามพารากอน ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sealifebangkok.com และ Facebook:https://www.facebook.com/SEALIFEBangkokOceanWorld

ปลูกปะการังแบบใหม่

ปลูกปะการังแบบใหม่
ปล่อยปูม้า

ปล่อยปูม้า

เดิน-วิ่ง การกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301782

เดิน-วิ่ง การกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 7

เดิน-วิ่ง การกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 7

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จำกัด ศิริพูนทรัพย์, อนุพงศ์ พงศ์สุวรรณ, สมชาย เสียงหลาย, ดร.สันติภาพ เตชะวณิช, ดร.กวีพงษ์ หิรัญกสิ และ ศักดิ์ชัย อังค์สุวรรณ

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญชวนนักวิ่งน่องเหล็กทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ร่วมการแข่งขัน “เดิน-วิ่ง การกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 7 (7th Thailand International Half Marathon) เฉลิมพระเกียรติและชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูร พร้อมส่งเสริมให้คนไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยรายได้จากการจัดงานเพื่อนำไปสนับสนุนการพัฒนาสังคมในด้านการศึกษา กีฬา อันเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ การแข่งขันจัดในวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ใต้สะพานพระราม 8

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า “การแข่งขัน “เดิน-วิ่ง การกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน เป็นกิจกรรมหนึ่งของ
สมาคมที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการจัดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนพัฒนาสังคมทั้งในด้านการศึกษา กีฬา และอื่นๆ สำหรับการจัดงานในปีที่ 7 นี้ เป็นการจัดงานเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล จำนวน 2 ถ้วย สำหรับมอบแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันในระยะทาง ฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กิโลเมตร ประเภทชายและประเภทหญิง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่สมาคมฯ และคณะกรรมการจัดงาน รวมถึงผู้ชนะเลิศที่จะได้ครองถ้วยพระราชทานนี้ด้วย”

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานคณะกรรมการจัดงาน “นอกจากจะเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และนำรายได้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ส่งเสริมให้เยาวชนสนใจเล่นกีฬาและห่างไกลยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยใช้การกีฬาเป็นสื่อ เนื่องจากการแข่งขันในทุกปีที่ผ่านมา และในครั้งที่ 7 ที่กำลังจะเกิดขึ้น มีนักวิ่งจากนานาชาติเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 50 ชาติ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ของประเทศ”

ถ้วยพระราชทาน ในหลวงรัชกาลที่ 10 สำหรับผู้ชนะ ฮาล์ฟ มาราธอน 

ดร.กวีพงษ์ หิรัญกสิ ประธานฝ่ายจัดการแข่งขันฯ กล่าวถึงกติกาการแข่งขันและเส้นทางวิ่งโดยสรุปว่า “ชื่อของการจัดงานคือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน นั่นหมายถึงว่ารายการแข่งขันวิ่งครั้งนี้ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ ดังนั้น กฎ กติกาต่างๆ ผู้สมัครวิ่งจะต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด การตัดสินของกรรมการถือเป็นสิทธิ์ขาด ผู้สมัครต้องมีอายุตรงตามกลุ่มอายุที่สมัคร โดยใช้หลักเกณฑ์ พ.ศ.2560 ลบ พ.ศ.ที่เกิด พร้อมทั้งแสดงหลักฐาน บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ในการขอรับรางวัล นักวิ่งจะต้องผ่านจุด Check Point ครบถ้วน พร้อมแสดงสัญลักษณ์ และนักวิ่งต้องติดหมายเลขประจำตัววิ่งไว้ที่หน้าอกเสื้อมองเห็นชัดเจน สำหรับเส้นทางจุดปล่อยตัวและเส้นชัย คือ บริเวณลานอเนกประสงค์ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี ใช้เส้นวิ่งบนทางยกระดับบรมราชชนนี โดยจะทำการปิดจราจรตั้งแต่เวลา 04.15 น. เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง”

การแข่งขัน “เดิน-วิ่ง การกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 7” (7th Thailand International Half Marathon) แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ วิ่งฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กม. ชาย อายุไม่เกิน 29/30-39/40-49/50-59/60 ปีขึ้นไป หญิง อายุไม่เกิน 29/30-39/40-49/50 ขึ้นไป ค่าสมัครคนละ 800 บาท วิ่งมินิมาราธอนชาย อายุไม่เกิน 15/16-39/40-49 /50-59/60 ปีขึ้นไป หญิง อายุไม่เกิน 15/16-39 /40-49/50 ขึ้นไป ค่าสมัครคนละ 400 บาท เดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ 5 กม. ไม่แบ่งกลุ่มอายุ ไม่มีการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศ ค่าสมัครคนละ 400 บาท และ VIP เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ 5 กม. ไม่แบ่งกลุ่มอายุ ไม่มีการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศ ค่าสมัครคนละ 1,000 บาท โดยทุกประเภทจะได้รับเสื้อและเหรียญเป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ผู้สนใจร่วมการแข่งขัน “เดิน-วิ่ง การกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 7 สมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมโดยละเอียดได้ทาง http://www.thailandhalfmarathon.com และนำหลักฐานการสมัครไปติดต่อขอรับหมายเลขประจำตัวและเสื้อ ที่ระลึกได้ในวันที่ 8-9 ธันวาคม 2560 เวลา 10.00-17.00 น. ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ซ.งามดูพลี ถ.พระราม 4 โทร.02-2860861,02-6798322 หรือกองอำนวยการจัดงาน บริเวณลานอเนกประสงค์ใต้สะพานพระราม 8 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2560 เวลา 13.00-18.00 น.

เหรียญที่ระลึกเสื้อที่ระลึก

เหรียญที่ระลึกเสื้อที่ระลึก
เสื้อที่ระลึก

เสื้อที่ระลึก

ทีเอ็มบีชวนนักวิ่งสร้างเพจระดมเงินทุน ผ่าตัดเปลี่ยนชีวิตให้เด็กผู้ป่วยโรคหัวใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301760

ทีเอ็มบีชวนนักวิ่งสร้างเพจระดมเงินทุน  ผ่าตัดเปลี่ยนชีวิตให้เด็กผู้ป่วยโรคหัวใจ

ทีเอ็มบีชวนนักวิ่งสร้างเพจระดมเงินทุน ผ่าตัดเปลี่ยนชีวิตให้เด็กผู้ป่วยโรคหัวใจ

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี

ช่วยกันวิ่ง ช่วยกันบริจาค เพิ่มคุณค่าชีวิตให้แก่เด็กโรคหัวใจ กับกิจกรรมเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล “TMB I ING ParkRun 2017” (ทีเอ็มบี ไอเอ็นจี พาร์ครัน 2017) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “You can..Make THE Difference” ในวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560 เป็นการวิ่งที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจ เพียงสมัครวิ่งสร้างเพจระดมเงินบริจาค และชวนเพื่อนหรือครอบครัวของคุณมาร่วมให้กำลังใจการวิ่ง ด้วยการบริจาคผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย มอบเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเด็กผู้ป่วยของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า ทีเอ็มบี เชื่อว่าทุกคนมีพลัง สามารถเปลี่ยน…เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ด้วยแนวคิด Make THE Difference ปีนี้นอกจากคุณจะสามารถช่วยด้วยการซื้อบัตรวิ่งแล้ว คุณยังสามารถชวนเพื่อนๆ หรือครอบครัว มาร่วมให้กำลังใจการวิ่งของคุณด้วยการบริจาคเพิ่มเติม เพื่อให้เด็กผู้ป่วยโรคหัวใจได้รับการผ่าตัดเพิ่มเติมมากขึ้นอีกด้วย โดย ทีเอ็มบี ร่วมสมทบเพิ่มให้เท่ากับยอดการบริจาคทั้งหมดที่ได้รับเข้ามา ไม่รวมกับการซื้อบัตรในการวิ่ง ซึ่งขณะนี้ได้รับยอดบริจาคร่วมล้านบาท ซึ่งถ้ารวมกับยอดสมทบอีกเท่าตัวจากการบริจาคโดยทีเอ็มบี และยอดรายได้จากการขายบัตร จะอยู่ที่ประมาณ 4.8 ล้านบาท และยังเปิดระดมทุนและรับบริจาคต่อไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม ศกนี้”

ธนะศักดิ์ พึ่งฮั้ว หนึ่งในนักวิ่งที่ร่วมระดมเงินบริจาคสำหรับเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจได้ถึง 119,100 บาทในกิจกรรมTMB l ING ParkRun เมื่อปีที่แล้ว และกำลังระดมเงินบริจาคอีกครั้ง กล่าวว่า “ผมมีคนรู้จักมาก มีเพื่อน พี่น้องเยอะ และผมชอบวิ่งอยู่แล้ว ได้มาร่วมงานนี้หลายปี ปีที่ผ่านมา สร้างเพจระดมทุนในงานวิ่ง โดยใช้เครื่องมือในเพจระดมทุนของทีเอ็มบี ที่เราสามารถปรับ ใส่ข้อความ ช่วยให้เราได้เพิ่มเติมข้อมูล ได้กระตุ้นเตือนเครือข่าย ผมอัพเดทข้อมูลทุก 1-2 สัปดาห์ ผมเชื่อว่าสังคมไทย เป็นสังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ ถ้าเราทำอะไร และมีการรายงานความคืบหน้า เห็นภาพชัดเจน ทุกอย่างโปร่งใส คนไทยเราก็ช่วยกันอยู่แล้ว ผมมี 3 เหตุผลที่อยากจะชวนให้วิ่งในงานนี้ก็คือ 1.รักตัวเอง อยากมีสุขภาพดี มีหัวใจที่ดี 2.รักครอบครัว อยากมีชีวิตอยู่ดูแลกันไป 3.รักสังคม อยากให้สังคมน่าอยู่ ผมว่าการได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เป็นความสุขใจ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน แต่ถ้าคุณได้สัมผัสถึงหัวใจที่เต้นอยู่ใกล้มือ คุณจะเข้าใจความหมายของคุณค่าในการมีชีวิตได้ดีครับ”

ขณะที่ เยาวลักษณ์ บุญโชค คุณแม่ของน้องมาร์ค-นภัสดล อายุ 6 ขวบ เผยว่า “รู้สึกขอบคุณทีเอ็มบีและไอเอ็นจี ที่ช่วยเหลือเด็กป่วยโรคหัวใจ เพราะแต่ก่อนน้องมาร์คแค่เดินก็เหนื่อย ปากเขียว หายใจดังมากมือเย็น เท้าเย็น หน้าซีด ต้องพบหมอทุกเดือน ทานอาหารยาก ป่วยก็จะเป็นหนักกว่าเด็กคนอื่น น้องมาร์คผ่าตัดโรคลิ้นหัวใจรั่ว เมื่ออายุ 3 ขวบกว่า ผ่าตัดได้ 2 ปีกว่าแล้ว ตอนนี้วิ่งเล่นได้เหมือนเด็กปกติ ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพลูกวิ่งเล่นอย่างมีความสุขแบบนี้ ไม่ต้องไปพบหมอแล้ว แม่เองก็เลิกเป็นโรควิตกจริต แต่ก่อนลูกจะไปไหน ก็ไม่ให้ไป ไม่อยากให้ห่างจากสายตา เพราะกลัวจะเหนื่อยและขาดใจ การผ่าตัดครั้งนี้ เปลี่ยนชีวิตทั้งน้องและแม่เลยค่ะ”

สุภาภร สิถิระบุตร คุณแม่ของน้องแท็ค-ภรัญญู ดวงแก้ว อายุ 2 ขวบ 8 เดือน เผยว่า “น้องแท็ค เพิ่งได้รับการผ่าตัดเมื่อ 22 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา เป็นโรคหัวใจ TOF ชนิดเขียวเป็นแต่กำเนิด ทั้งรั่วและตีบ ปกติอยู่บ้าน ชอบเล่นตุ๊กตาฮีโร่ วิ่งซน เห็นข้างบ้านเล่น อยากเล่นด้วย แต่เล่นได้สักพัก ก็เหนื่อยมีอาการเขียวตามมือ ตามปาก สงสารลูกมาก หลายครั้งโทษตัวเองว่าทานอะไรผิด ทำอะไรผิดระหว่างท้อง หลังผ่าตัดทุกอย่างดีขึ้นมาก ไม่ใช่แค่สุขภาพน้อง พฤติกรรมน้องก็เปลี่ยนไป ฟังที่แม่สอน ไม่หงุดหงิด ทานได้ง่ายขึ้น เปลี่ยนเป็นคนละคนทีเดียว สำหรับหัวอกของคนเป็นแม่ เห็นลูกที่เจ็บป่วย แม่อยากจะเป็นแทนมากกว่า อยากจะเชิญให้ร่วมโครงการ ทีเอ็มบี พาร์ครัน นะคะ มาวิ่ง และบริจาคกันเยอะๆ จะได้ช่วยเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจได้มากขึ้น อยากให้แม่ๆ คนอื่น ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่เป็นสุขอย่างเราค่ะ”

จุฑามาศ ยิ้มไพเราะ คุณแม่น้องขนมหวาน-ด.ญ.พิชญธิดา เผยว่า “ขนมหวานแค่ 2 ขวบกว่า เป็นโรคหัวใจรั่ว หัวใจตีบตั้งแต่เกิด ต้องพบหมอติดตามอาการทุกเดือน เมื่อมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา หมอแจ้งว่าได้คิวผ่าตัดแล้ว และได้เงินบริจาคของทีเอ็มบีไอเอ็นจีพาร์ครัน รู้สึกขอบคุณทุกคนที่มีน้ำใจ น้องต้องผ่าตัดถึง 2 ครั้ง เพราะครั้งแรกผ่าตัดแล้วยังไม่ปกติ ขอขอบคุณนักวิ่งและทุกคนที่บริจาค เหมือนเป็นการต่ออายุให้น้องขนมหวาน น้องได้วิ่งเล่นเหมือนเด็กทั่วไปตามวัยนี้ โดยไม่หอบเหนื่อย แม่ก็มีพลังที่จะทำงานได้มากขึ้น ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนแต่ก่อนค่ะ”

สามารถร่วมบริจาคหรือสร้างเพจระดมทุนให้เด็กได้ง่ายๆ เพียงซื้อบัตรวิ่งหรือร่วมบริจาคที่เว็บไซต์ http://www.makeTHEdifference.org/parkrun จนถึงวันที่ 15 ธันวาคมนี้ สอบถามเพิ่มเติมโทร.TMB Contact Centre 02-2423603

ธนะศักดิ์ พึ่งฮั้ว และน้องต้นชา-นัฐชานันท์ บุญพีระพัฒน์

ธนะศักดิ์ พึ่งฮั้ว และน้องต้นชา-นัฐชานันท์ บุญพีระพัฒน์
คุณแม่จุฑามาศ ยิ้มไพเราะ และน้องขนมหวาน-ด.ญ.พิชญธิดา

คุณแม่จุฑามาศ ยิ้มไพเราะ และน้องขนมหวาน-ด.ญ.พิชญธิดา
คุณแม่สุภาภร สิถิระบุตร และน้องแท็ค-ภรัญญู ดวงแก้ว

คุณแม่สุภาภร สิถิระบุตร และน้องแท็ค-ภรัญญู ดวงแก้ว
คุณแม่เยาวลักษณ์ บุญโชค และน้องมาร์ค-นภัสดล

คุณแม่เยาวลักษณ์ บุญโชค และน้องมาร์ค-นภัสดล

สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301793

สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ

สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ นายกสหสมาคมศิษย์เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร พร้อมด้วยกรรมการและสมาชิกฯ ร่วมในกิจกรรมประดิษฐ์กระทงจากต้นกล้วยและใบตอง เพื่ออนุรักษ์
สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริของพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยมี อ.ชุติมา สังคะหะ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เป็นวิทยากร

สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ 9 สหสมาคมศิษย์เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร จัดกิจกรรม ‘การฝึกประดิษฐ์กระทงจากต้นกล้วยและใบตอง’

รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ นายกสหสมาคมศิษย์เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร พร้อมด้วยกรรมการและสมาชิกฯ ร่วมในกิจกรรมประดิษฐ์กระทงจากต้นกล้วยและใบตอง เพื่ออนุรักษ์
สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริของพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยมี อ.ชุติมา สังคะหะ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เป็นวิทยากร

รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ นายกสหสมาคมศิษย์เซนต์ปอลเดอ ชาร์ตร จัดกิจกรรม “การฝึกประดิษฐ์กระทงจากต้นกล้วยและใบตอง เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9” ให้แก่กรรมการสมาคม และเพื่อนๆเนื่องในโอกาสวันลอยกระทง โดยมี อ.ชุติมา สังคะหะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เป็นวิทยากร ณ ห้องประชุม อาคารตรีนิตี้คอมเพล็กซ์ สีลม เมื่อเร็วๆ นี้

วันลอยกระทง นับเป็นอีกหนึ่งประเพณีสำคัญของไทยที่สืบทอดกันมาช้านาน สำหรับวันลอยกระทงของทุกปี ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา อีกทั้งยังเป็นการลอยความทุกข์ ความโศก รวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำอีกด้วย และในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ“กระทง” จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตกแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียนแล้วนำไปลอยในสายน้ำปัจจุบัน มีการรณรงค์ ให้ทำกระทงทำมาจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสายน้ำให้สะอาด และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่คู่กับคนไทยสืบต่อไป

รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ พร้อมด้วยศิษย์เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร, พรทิพย์ ห่านตระกูล (เซนต์ฟรังส์ฯ), มารศรี มณีรัตน์, ศันสนีย์ พานารถ นายกสมาคมศิษย์ซางตาครู้สคอนแวนท์, ดร.ประกายแก้ว รัตนนาคะ และ จิระนันท์ หล่อจีระชุณห์กุล

รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ พร้อมด้วยศิษย์เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร, พรทิพย์ ห่านตระกูล (เซนต์ฟรังส์ฯ), มารศรี มณีรัตน์, ศันสนีย์ พานารถ นายกสมาคมศิษย์ซางตาครู้สคอนแวนท์, ดร.ประกายแก้ว รัตนนาคะ และ จิระนันท์ หล่อจีระชุณห์กุล
อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ นายกสมาคมศิษย์อัสสัมชัญคอนแวนต์

อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ นายกสมาคมศิษย์อัสสัมชัญคอนแวนต์
อรนารถ เชิดบุญชาติ ตั้งใจประดิษฐ์กระทงอย่างสวยงาม

อรนารถ เชิดบุญชาติ ตั้งใจประดิษฐ์กระทงอย่างสวยงาม
ปัทมา เหล่าวัฒนา

ปัทมา เหล่าวัฒนา
อรนารถ เชิดบุญชาติ กับคุณแม่-รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ

อรนารถ เชิดบุญชาติ กับคุณแม่-รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ
มอบของที่ระลึกจากศาลาสมุนไพร

มอบของที่ระลึกจากศาลาสมุนไพร
ดร.อรนุช แสงสุริยจันทร์, ตวงรัตน์ ศิริยงค์, รัตโนวรรณ ประเสริฐอัมพร, พนิดา ดวงจินดา

ดร.อรนุช แสงสุริยจันทร์, ตวงรัตน์ ศิริยงค์, รัตโนวรรณ ประเสริฐอัมพร, พนิดา ดวงจินดา
สมพร โทณะวณิก กับ รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ

สมพร โทณะวณิก กับ รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ
กระทงกลีบเล็บมือนางซ้อน

กระทงกลีบเล็บมือนางซ้อน
พับเป็นกลีบกุหลาบ โดยเย็บซ้อนกัน

พับเป็นกลีบกุหลาบ โดยเย็บซ้อนกัน
กระทงกลีบบัวซ้อน

กระทงกลีบบัวซ้อน
กระทงพับแบบกลีบกุหลาบชั้นใน ส่วนชั้นนอกเป็นกลีบบัวซ้อน

กระทงพับแบบกลีบกุหลาบชั้นใน ส่วนชั้นนอกเป็นกลีบบัวซ้อน
ใบตอง วัสดุจากธรรมชาติ

ใบตอง วัสดุจากธรรมชาติ

รู้เท่าทัน! ห่างไกล’เบาหวาน’ คร่าผู้หญิงทั่วโลกเป็นอันดับ9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301733

รู้เท่าทัน! ห่างไกล'เบาหวาน'   คร่าผู้หญิงทั่วโลกเป็นอันดับ9

รู้เท่าทัน! ห่างไกล’เบาหวาน’ คร่าผู้หญิงทั่วโลกเป็นอันดับ9

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.10 น

จากข้อมูลของสหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้หญิงมากกว่า 199 ล้านคนเป็นเบาหวาน และจะเพิ่มเป็น 313 ล้านคนในปีพ.ศ.2583 อีกทั้ง เบาหวานยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 9 ของผู้หญิงทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้น เนื่องในวันเบาหวานโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี จึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงความรุนแรงและรู้เท่าทันโรคเบาหวานก่อนจะสายเกินไป เพราะด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป บวกกับเมนูรสหวานที่มีให้เลือกทานได้ง่ายดาย ทั้งบิงซู ไอศกรีม เครื่องดื่มรสหวาน ขนมเค้กและอีกมากมาย ล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณเกินความต้องการในแต่ละวัน นำไปสู่ความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในคุณผู้หญิง

แพทย์หญิงรัตนพรรณ สมิทธารักษ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคเบาหวานเกิดจากเซลล์ร่างกายมีความผิดปกติในกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้กลายเป็นพลังงาน ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างโดยตับอ่อนและมีหน้าที่ในการส่งต่อน้ำตาลในเลือด ไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายได้เพียงพอ ร่วมกับภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติทำให้เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งพบได้ทุกเพศทุกวัยและหากไม่รีบเข้ารับการรักษาหรือไม่รู้ตัวว่าเป็น ปล่อยปละละเลยอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ “หากระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารมากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรและระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมมากกว่า 6.4 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปจะถือว่าผู้นั้นเป็นโรคเบาหวาน โรคนี้ถือเป็นโรคที่น่ารำคาญโรคหนึ่ง เพราะเมื่อเป็นแล้วจะส่งผลในระยะยาว รวมถึงนำมาซึ่งความรุนแรงถึงชีวิตได้ หากไม่ควบคุมและทำการรักษาอย่างถูกต้องไม่ว่าจะเป็น ตาบอด ไตวายเรื้อรัง สูญเสียขา หลอดเลือดหัวใจอุดตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น ดังนั้น ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งควบคุมได้เร็ว จะช่วยชะลอผลแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้”

โรคเบาหวานสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ 1.โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากตับอ่อนไม่ผลิตอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง มักพบในเด็กหรือผู้ที่อายุน้อยกว่า 30 ปี รักษาโดยการฉีดอินซูลิน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานและการออกกำลังกาย

2.โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes) พบมากในคนไทย เกิดจากตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ไม่มากนัก ส่งผลให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งอายุที่เพิ่มมากขึ้นมีส่วนทำให้การทำงานของตับอ่อนลดประสิทธิภาพลง หากเป็นแล้วรักษาได้โดยการทานยาและฉีดยา พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานและการออกกำลังกาย เหตุเพราะในปัจจุบันคนไทยเป็นโรคอ้วนกันมาก แพทย์หญิงรัตนพรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ส่วนใหญ่แล้วคนอ้วนมักเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เนื่องจากเกิดภาวะดื้ออินซูลิน เพราะเวลาที่ไขมันมีปริมาณมากส่งผลให้อินซูลินทำหน้าที่ได้ไม่ดีนักในการส่งน้ำตาลในเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งการควบคุมน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์ จะช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานได้”

3. โรคเบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ เกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปจากการตั้งครรภ์ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะดื้ออินซูลิน มีแนวโน้มที่จะมีระดับน้ำตาลสูงขึ้น ดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป หรือคุณแม่ที่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน เช่น มีญาติสายตรงเป็นเบาหวาน น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์สูง ครรภ์แฝด หรือผู้มีบุตรยาก     เป็นต้น จำเป็นที่จะต้องตรวจอย่างละเอียด โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ 2 และ 3 หากคุณแม่เป็นเบาหวานจะส่งผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ การรักษานั้นจะเน้นการใช้ยาที่มีผลข้างเคียงกับคุณแม่และทารกน้อยที่สุดและดูแลเรื่องการรับประทานอาหารอย่างใกล้ชิด
4. โรคเบาหวานชนิดอื่นที่มีสาเหตุเฉพาะ ได้แก่ ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความผิดปกติของฮอร์โมน การได้รับยาบางชนิด เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์หรือสารเคมี เป็นต้น การรักษาจะพิจารณาจากอาการของแต่ละบุคคล อาการของโรคเบาหวานที่สามารถสังเกตได้และควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วคือ ปัสสาวะบ่อย, น้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ, กระหายน้ำบ่อย กินจุมากกว่าปกติ, ชาปลายมือปลายเท้า อ่อนเพลีย, คลื่นไส้ เวียนหัว หงุดหงิด และเกิดอาการตามัวบ่อยๆ รู้สึกไม่มีสมาธิเพิ่มมากขึ้น

เบาหวานป้องกันได้เมื่อยังไม่เป็น ได้แก่ เลี่ยงของหวาน น้ำอัดลม น้ำรสหวานทุกชนิด, รับประทานให้ถูกสัดส่วน เลือกรับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย, ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์, อาหารควรเน้นรสจืด โดยเฉพาะมื้ออาหารประจำวันในครอบครัว และ รักษาน้ำหนักให้คงที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่เหมาะสม แต่หากป่วยเป็นโรคเบาหวานแล้ว สิ่งที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรทำเมื่อรู้ว่าตนเองเป็นเบาหวานคือ ให้ยอมรับตัวเองและเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ, ให้ความร่วมมือในการรักษา รับประทานยาและปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด, ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ, เลี่ยงน้ำหวาน ผลไม้หวาน ลดไขมันและอาหารรสเค็ม เน้นการรับประทานทานผักให้มาก ที่สำคัญควรดูแลระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด ควบคุมความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือด

เนื่องในวันเบาหวานโลก 2017 ปีนี้สหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ มุ่งเน้นเรื่องของโรคเบาหวานและผู้หญิงเป็นหลัก แพทย์หญิงรัตนพรรณ กล่าวทิ้งท้ายถึงการใส่ใจให้ห่างไกลจากโรคว่า “เบาหวานเป็นเรื่องใกล้ตัว คนที่ไม่มีกรรมพันธุ์ก็สามารถเป็นได้ เพราะฉะนั้นควรดูแลตนเอง ไม่ติดกับรสหวาน เพราะประโยชน์ที่ได้รับน้อยมาก ถ้าเลี่ยงได้จะดีต่อสุขภาพ  ยิ่งผู้หญิงยุคใหม่สามารถเลือกได้ว่าจะไปกินของหวาน หรือไปออกกำลังกาย เพราะหากระวังตั้งแต่วันนี้ จะช่วยลดความ เสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานในระยะยาวได้” สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อกรุงเทพ  โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร 02- 755-1129, 02-755-1130 หรือ call center โทร. 1719

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301570

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2560

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระวันรัต เป็นประธานการสวดพระอภิธรรมศพ วิโรจน์ ใจชาญสุขกิจ พี่ชาย ดร.พจน์ และได้มอบผ้าไตรไว้ให้ใช้ในพิธีสงฆ์ตลอดงาน ณ วัดพระศรี
มหาธาตุ ยังความปลาบปลื้มมายังครอบครัวผู้วายชนม์เป็นที่สุด…

ll มาทีหลังแต่ดังกว่า จะมีใครอีกนอกจากแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง สุภาวดี ศิริรัตนพล เจ้าของเลเบิ้ล“WEE” สัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับเชิญให้จัดแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษในวาระการเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ “ล้ง 1919” ของตระกูลหวั่งหลี ซึ่งในอดีตเคยเป็นท่าเรือที่สำคัญ บรรดาคนจีนยากจนอพยพมาไทย รวมถึง เจ้าสัวเสื่อผืนหมอนใบ ต้องมาขึ้นที่ท่านี้ บรรดาแขกรับเชิญชมแฟชั่นชุดนี้ถึงกับหลุดปาก “WOW” เพราะคุณวีนำเสนอ Haute Couture นำสมัยถึง 84 ชุด นำขบวนโดยดารายอดนิยม คิมเบอร์ลี่เทียมศิริ ในชุดกูตูร์สีทองยาวอิทธิพลจีน และตบท้ายด้วยดีไซเนอร์ WEE ออกมาขอบคุณแขกผู้มีเกียรติด้วยชุดจีนถักประณีตสีแดงเพลิง…

ll ทั้งร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญบรรยายประวัติศาสตร์ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในรายการวิทยุ FM ยอดฮิต 96.5 อสมท ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ยังสละเวลาว่างจากการสอนหนังสือนำคณะแฟนรายการยกทีมเดินทางไป Excursion ทั้งเที่ยวสนุกและได้ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างเพลิดเพลินในหลายประเทศ อาทิ กัมพูชาและเมียนมา ดังนั้นเมื่อท่านกูรูได้รับเกียรติแต่งตั้งให้เป็น “ศาสตราจารย์” ทุกคนจึงขอร่วมแสดงความยินดีและคาดหวังว่าคงจะได้รับ Academic Honour จากองค์การระหว่างประเทศอีก…

ll ปลายหมายถึงสิ้นสุด ดังนั้นไม่ว่าปลายราชวงศ์ฮั่นของจีน, เทอมสุดท้ายของโอบามา หรือโรดแมปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีปรากฏการณ์วุ่นวายแบบเดียวกันคือคณะแตกแยก, ห่วงผลประโยชน์, ไม่อยู่ในโอวาท … ด้วยเหตุนี้สังคมระดับสูงจึงมีการพูดถึงวงออเคสตร้าชุด “สามทหารเสือ” ในช่วงต่อไปอาจจะมีการปรับแยกวง โดยอาจจะเหลือแค่สองเสือหรือเสือเดียวแล้วแต่เหตุการณ์จะกำหนด…

ll ดีใจกับคุณปู่ ม.ร.ว.สุชาติจันทร์ ประวิตร ได้หลานสาว ภัทปรามิตา ลูกของดร.ม.ล.ภัทรชาต ประวิตร เมื่อหลายวันก่อน…

ll ศาสตรา-ศรี โพธิปักษ์ เปิดบ้านแถวประชานิเวศน์ต้อนรับครอบครัวน้องสาว นพ.พิสิฐ-รัศมี มกราภิรมย์ ซึ่งหนีหนาวจากชิคาโกกลับมาเยี่ยมบ้านทุกปี ตั้งแต่พระราชพิธีถวายพระเพลิงแล้ว ทริปนี้จะไปเที่ยวเพชรบูรณ์ หนองคาย ข้ามไปลาวกว่าจะกลับก็ 7 ม.ค.ศกหน้า…

ll 23 พ.ย.นี้ครบรอบแต่งงาน 55 ปี ของบ่าว-สาวคู่ กมลชัย-ร.ศ.วิไลลักษณ์ ภัทโรดม ส่วน แน่งน้อย ทัศนพยัคฆ์ครบรอบแอนนิเวอร์ซารี วันที่ 7 พ.ย. ก่อนเลี้ยงฉลองวันเกิด80 ปี วันที่ 12 พ.ย. …

ll เที่ยงวันที่ 19 พ.ย.นี้ อภิวัฒน์ ธรรมเกษร นัดเพื่อนสวนกุหลาบรุ่น 73 รุ่นเดียวกับพล.อ.ท.มานะวิทย์ หงสกุล, พล.อ.ท.ชุมศักดิ์ สกุลรัตนะ,รัตนะ สู่พานิช, กฤตนัยน์ สามะพุทธิ และ ไพบูลย์ เสลานนท์ สังสรรค์ครบ 63 ปีที่เป็นเพื่อนกัน ณ สโมสรทหารอากาศ บางซื่อ…

ll เข็ดจนตาย ตั้งแต่นั่งเครื่องไปตกหลุมอากาศอย่างแรง พนิดา หัพนานนท์ ก็ไม่ยอมบินอีกเลย ขนาดที่ว่าสโมสรไลออนส์สากลเชิญไปประชุมพร้อมกับอดีตนายกฯ ร.อ.ขจิต หัพนานนท์ ที่สหรัฐยังส่ง ฐิติพลบุตรชายไปแทน…เชื่อแล้วว่าเข็ดจริงจัง…

ll ขอเชิญบริจาคเงิน 10 บาทเข้าโครงการ ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ กับ พี่ตูน โดยพิมพ์ message ไปที่ 4545099 แล้วพิมพ์ข้อความว่า T, หรือที่ธนาคารไทยพาณิชย์ฯสาขารัชโยธิน ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ(โครงการก้าวคนละก้าว) เลขบัญชี 111-393-5263 ประเภทบัญชีกระแสรายวัน …มาทำดีเพื่อสังคมตามกำลังศรัทธากันเถอะค่ะ !!…ll

บารอนเนส