“พยาบาล-เภสัช”ชุมพร ร้องถูกลอยแพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305896

“พยาบาล-เภสัช”ชุมพร ร้องถูกลอยแพ

ร้องศูนย์ดำรงธรรมชุมพร, เภสัชกร, พยาบาล, พยาบาล-เภสัช

“พยาบาล-เภสัช” ยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร ร้องขอความเป็นธรรม เหตุถูกลอยแพ 17 ปี

 

 

วันที่ 15 ธันวาคม 2560 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร ตัวแทนพยาบาลและเภสัชกรจาก 8 อำเภอของ จ.ชุมพร 15 คน ได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ นายดุสิต ศักรกานต์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร สรุปว่า จากนโยบายคุมกำเนิดข้าราชการของรัฐบาลในปี 2543 ได้ส่งผลกระทบต่อกระทรวงสาธารณสุขจนต้องเลือกบรรจุเฉพาะแพทย์ ทันตแพทย์ แต่ลอยแพนักเรียนทุนกระทรวงสาธารณสุขที่จบการศึกษาในปี 2543 ทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2543 เห็นชอบให้มีการจ้างงานประเภทใหม่เรียกว่า “พนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข” ซึ่งหมายถึง เจ้าหน้าที่ของรัฐอีกประเภทหนึ่ง รับเงินเดือนจากงบประมาณ หมวดเงินเดือนเช่นแพทย์ ส่วนค่าตอบแทนได้ใช้บัญชีเงินเดือนพลเรือนโดยอนุโลม การเลื่อนเงินเดือน วันเวลาทำงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน วินัย การสิ้นสุดการจ้าง เหมือนข้าราชการ แต่ไม่นับอายุราชการ จนเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2547 ครม.มีมติบรรจุและแต่งตั้งพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นข้าราชการ แต่ไม่นำระยะเวลาการปฏิบัติงานในช่วงก่อนการบรรจุมาคำนวณในสิทธิประโยชน์กองทุนบำเหน็จบำนาญทั้งที่พนักงานของรัฐทุกคนได้รับการปฏิบัติเหมือนข้าราชการทุกประการ

ในหนังสือยังระบุว่า เมื่อสำนักงาน ก.พ.และ ครม.ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการพิจารณาสิทธิประโยชน์ให้พนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในกระทรวงสาธารณสุข ระยะที่ 1 กำหนดหลักเกณฑ์ให้พนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2556 และระยะที่ 2 กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับการบรรจุก่อนวันที่ 11 ธันวาคม 2555 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำข้อมูลเปรียบเทียบ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2560 ใน 2 ประเด็นคือ 1.การรับเงินเดือนระหว่างข้าราชการปกติ พนักงานของรัฐ และกลุ่มที่ได้รับการเยียวยาที่มีอายุงาน/อายุราชการใกล้เคียงกัน และตำแหน่งประเภทเดียวกัน เปรียบเทียบกับเงินเดือน ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2559 พบว่า ข้าราชการที่ได้รับการเยียวยา เงินเดือนมากกว่าข้าราชการปกติ 6,100 บาท และมากกว่าพนักงานของรัฐ 7,800 บาท 2.เปรียบเทียบกรณีอายุงาน/อายุราชการที่แตกต่างกัน ข้าราชการปกติอายุราชการมากกว่าพนักงานของรัฐ 3 ปี 8 เดือน ส่วนพนักงานของรัฐอายุราชการมากกว่าข้าราชการที่ได้รับการเยียวยา 5 ปี จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีคืนความเป็นธรรมให้อดีตพนักงานของรัฐสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 2 ข้อคือ 1.ขอให้มีการแก้กฎหมายเพื่อนับระยะเวลาการเป็นพนักงานของรัฐเพื่อคำนวณบำเหน็จบำนาญ 2.ทบทวนการเยียวยาเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ

น.ส.สุมาลี เพ็ญสวัสดิ์ วิสัญญีพยาบาล รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวว่า พวกตนเป็นอดีตพนักงานของรัฐซึ่งเป็นนักเรียนทุนที่ทำสัญญาว่าจบแล้วต้องได้บรรจุเป็นข้าราชการ แต่มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เมื่อปี 2543 เพื่อลดจำนวนข้าราชการ จึงให้พวกตนกลายเป็นพนักงานของรัฐที่มีศักดิ์และสิทธิเทียบเท่าข้าราชการ หากลาออกจะต้องชดใช้ทุนที่ใช้เรียนมา แต่เมื่อมีการบรรจุเป็นข้าราชการกลับไม่มีการนับเวลาในช่วงที่เป็นพนักงานของรัฐให้ ขณะนี้มีรุ่นน้องหลายคนที่เพิ่งได้รับการบรรจุ แต่กลับมีอายุราชการและเงินเดือนมากกว่ารุ่นพี่ที่ทำงานมาก่อนเป็น 10 ปี บางหน่วยงานลูกน้องได้เงินเดือนแซงหน้าหัวหน้า ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมต่ออดีตพนักงานราชการที่ได้รับบรรจุเป็นข้าราชกาชุมพรรเลย จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาคืนความเป็นธรรมให้พวกตนด้วย

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ‘สมบัติ ’ อธิการบดีม.วลัยลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305863

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ‘สมบัติ ’ อธิการบดีม.วลัยลักษณ์

ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ ณ วันที่ 13  ธันวาคม พ.ศ. 2560, โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นอธิการบดีม.วลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐, สมบัติ

โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง ‘สมบัติ ธำรงธัญวงศ์’ เป็นอธิการบดีม.วลัยลักษณ์ ตั้งแต่ 10 ธ.ค. นี้

           ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีรายละเอียดระบุว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายกีร์รัตน์ สงวนไทร ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2558 นั้น

          เนื่องจาก นายกีร์รัตน์ สงวนไทร ได้ขอลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (วาระลับ) ครั้งพิเศษ/2560 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แทนตำแหน่งที่ว่างลง และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2560

ประกาศ ณ วันที่ 13  ธันวาคม พ.ศ. 2560

ผู้รับสนองพระราชโองการ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ‘สมบัติ ’ อธิการบดีม.วลัยลักษณ์


6เดือนยังไร้คำตอบเรียกเงินรับฝากเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305849

6เดือนยังไร้คำตอบเรียกเงินรับฝากเด็ก

สมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, สามเสนวิทยาลัย, แป๊ะเจี๊ยะ

สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ ฉ.4 กรณีร.ร.ดังพระราม 6 เรียกเงินรับฝากเด็ก หลังรอคำตอบมา6เดือน ระบุ 7 ธ.ค.ยื่นหนังสือถึงรมว.ศึกษาธิการ ตามคืบหน้า

       สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 เรื่อง กรณีโรงเรียนดังย่านพระราม 6 เรียกรับเงินจากผู้ปกครอง เพื่อฝากนักเรียน ลงวันที่ 8 ธันวาคม

       แถลงการณ์ฉบับดังกล่าว มีใจความว่า ตามที่สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนฯ ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 , 2 และ3 กรณีโรงเรียนดังเรียกรับเงินจากผู้ปกครอง เพื่อฝากนักเรียนในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนเดือนกรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทราบว่าการดำเนินการอยู่ในกระบวนกรสอบวินัยร้ายแรง แต่จนบัดนี้ล่วงเลยมา 6 เดือนแล้ว ยังไม่ปรากฎบทสรุปหรือผลความคืบหน้าใด ๆรวมถึงไม่มีการแจ้งให้ประชาคมสามเสนวิทยาลัย หรือ สาธารณชนทราบแต่อย่างใด ซึ่งหากกรณีข้อเท็จจริงข้างต้นนี้ยังไม่เกิดความกระจ่างชัด ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของโรงเรียน และระบบการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

         แถลงการณ์ระบุด้วยว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 สมาคมนักเรียนเก่าฯ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อสอบถามและติดตามความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฎผลโดยเร็ว พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาคมสามเสนวิทยาลัย ร่วมกันติดตามตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

6เดือนยังไร้คำตอบเรียกเงินรับฝากเด็ก

 

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305844

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

เครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว, อภัยภูเบศร

 เครื่องสำอางบัวไผ่ข้าวคว้ารางวัลเวิลด์สตาร์แพคเกจจิ้งอวอร์ด2018“อภัยภูเบศร” เตรียมดันวางห้างหรูอัพเกรดสมุนไพรไทย พร้อมขยายตลาดอีคอมเมิร์สคาดโตเพิ่ม30%ปี61

    ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัย

ภูเบศร กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว ได้รับรางวัลการออกแบบบรรจุภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากworld packaging organization 2018(WPO) จาก38ประเทศทั่วโลก ผลงานการออกแบบของบริษัทไทยคอนเทนเนอร์กรุ๊ป จำกัดสำหรับการออกแบบนั้นมีความเป็นสากลแต่ยังคงอัตตลักษณ์ของสมุนไพรไทยที่สามารถแข่งขันได้กับเครื่องสำอางเคาท์เตอร์แบรนด์

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

     ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร

  ทั้งนี้อภัยภูเบศรมีแผนขยายช่องทางการจำหน่ายไปสู่ตลาดไฮเอนด์มากขึ้น โดยมีเป้าหมายจะวางในห้างหรูเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ไทย ขณะเดียวกันก็ได้วางแผนปรับกลยุทธ์การจำหน่าย และกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

      โดยการปรับเปลี่ยนจุดกระจายสินค้าเพื่อมีประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าได้ทั่วถึงในแต่ละพื้น และพัฒนาระบบอีคอมเมิร์สคือเปิดช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ เพื่อให้สะดวกต่อผู้บริโภค สามารถเลือก ซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศรได้ง่ายผ่านระบบออนไลนทาง www.abhaiherb.com

คาดว่าจะสามารถขยายตลาดสมุนไพรได้เพิ่มขึ้น30%ในปี2561

     นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนารูปแบบแฟรนไชส์ในอนาคต เพื่อตอบโจทย์การขยายฐานธุรกิจ ให้ประชาฃชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพได้สะดวกและเรามีความเข้มแข็งในด้านของงานบริการ

     เช่น อภัยภูเบศรคิวซีนสปา อนาคตจะรวมงานบริการไปในแฟรนไชส์ด้วย สอดรับกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สวยงามเพื่อเตรียมขยายตลาดต่างประเทศ และอาจทำเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์พัฒนานวัตกรรมการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคยิ่งขึ้น

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

      “จากประสบการณ์พัฒนาสมุนไพรมากว่า 30 ปี บนพื้นฐานของธุรกิจเพื่อสังคมเนื่องจากกำไรมีการแบ่งปันช่วยเหลืองานบริการด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 70%และ ใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น ช่วยการเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ และพัฒนางานวิจัยต่างๆ อีก 30%ด้วยเหตุนี้รัฐบาล จึงได้มอบหมายให้เป็นอภัยภูเบศรเป็นเรือธงนำด้านตลาดสมุนไพร เมื่ออภัยภูเบศรเติบโตย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อStakeholderที่เกี่ยวข้อง 5 กลุ่มหลักๆ คือ1.เกษตรกร มีรายได้ที่มั่นคงแน่นอน2.หมอยาพื้นบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นกับการดูแลสุขภาพต่อเนื่อง3.ชุมชน มีองค์ความรู้ มีรายได้จากการประกอบธุรกิจสมุนไพร4.เยาวชน มีการเรียนการสอนเรื่องสมุนไพร มีองค์ความรู้และมีพฤติกรรมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม5.ผู้บริโภค เข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”เลขาธิการมูลนิธิอภัยภูเบศร กล่าว

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305838

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

สาธิตนวัตกรรม มทร.ธัญบุรี, เทควันโดรุ่นจิ๋ว

“เสน่ห์เทควันโด ที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์การป้องกันตัวผู้เล่นฝึกฝนร่างกายจิตใจให้เข้มแข็ง มีสติรู้ทันและว่องไว สามารถควบคุมอารมณ์ได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์แข่งขัน

       4 รางวัลใหญ่ระดับประเทศ ก้าวสู่ความฝันการเป็นนักกีฬาอาชีพของสาวน้อยวัยใส น้องน้ำมนต์ – ปวริศา สุมารัตน์ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนสาธิตนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

   ทำให้คุณพ่อและคุณแม่ของ“น้องน้ำมนต์ – ปวริศา สุมารัตน์” วัย 7 ขวบ สนับสนุนและปลูกฝังกีฬาเทควันโดเป็นพิเศษ และเชื่อว่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาร่างกายจิตใจต่อไป เพื่อเป็นคนคุณภาพในอนาคต จากการสนับสนุนเฝ้าตามรับส่งคอยดูแลระหว่างการฝึกซ้อมเรื่อยมา

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

    กระทั่งได้ลงสนามแข่งขันจริงในระดับประเทศ ทำให้น้องน้ำมนต์คว้าหลายรางวัลมาเป็นกำลังใจเพื่อก้าวต่อไปอย่างแน่วแน่ เดินตามฝันสู่นักกีฬามืออาชีพ

    การันตีด้วย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ในการแข่งขันเทควันโด รายการดาวรุ่งมุ่งสู่ฝัน แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 7 ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา (มีนบุรี) ตามด้วยรางวัลParticipate Medal การแข่งขันเทควันโด ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี แก่นนครแชมป์เปี้ยนชิพ ประจำปี 2560

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

น้องน้ำมนต์ – ปวริศา สุมารัตน์”

     จากนั้นได้ลงแข่งขันกีฬาเทควันโด รายการเพื่อฝันวันเกียรติยศ ครั้งที่ 8 และได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และล่าสุดคว้ารางวัลBronze MedalจากTHAITAE OPEN INTERNALTIONAL TAEKWONDO CHAMPIONSHIP 2017

     น้องน้ำมนต์เล่าให้ฟังว่ากีฬาเทควันโดทำให้ร่างกายแข็งแรงและใช้เวลาเรียนเพิ่มเติมและฝึกซ้อมในวันหยุดเสาร์อาทิตย์และหลังเลิกเรียน โดยมีคุณพ่อคุณแม่สลับกันคอยรับส่ง และอยู่ในลำดับสายเหลือง 2 ได้ฝึกท่าทาง การเคลื่อนไหวร่างกาย และความอดทน

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

      พร้อมกันนี้ยังแบ่งเวลาบางส่วนมาเรียนเปียโนด้วย ซึ่งทั้งสองกิจกรรมนี้สนุกได้เพื่อนเพิ่มมากขึ้น และพูดอย่างมั่นใจว่า“หนูอยากเก่งเหมือนพี่เทนนิสค่ะ” (พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ)นักเตะเทควันโดที่สร้างความภูมิใจและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

        ด้านนางภัทธราภรณ์ สุมารัตน์ คุณแม่น้องน้ำมนต์ เล่าว่า การส่งเสริมลูกทางด้านกีฬาและดนตรี จะเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อการเติบโตตามพัฒนาการต่อไป ที่ได้ฝึกฝนทั้งร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ในอีกด้านหนึ่ง สถานศึกษาก็เป็นสิ่งสำคัญ และเหตุผลความเป็นนวัตกรรมการมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีพื้นที่สีเขียวกว้างขวางและชื่อเสียง มทร.ธัญบุรี ที่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

ภัทธราภรณ์ สุมารัตน์

  อันเห็นได้จากข่าวผลงานวิจัย นวัตกรรม การได้รับรางวัลมากมายทำให้เป็นข้อพิจารณาและเป็นตัวเลือกสำคัญ ทั้งยังเชื่อมั่นว่าโรงเรียนแห่งนี้จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป และอยากให้มีการสนับสนุนในด้านกีฬาดนตรีมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับวิชาการอันทันสมัยสอดคล้องกับอายุตามช่วงวัย

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

       ขณะที่คุณครูอาย – นางสาวจุฑามาศ สาดา ครูประจำชั้น เล่าว่า น้องน้ำมนต์เป็นเด็กที่มีความเรียบร้อย นิสัยน่ารัก ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในด้านการเรียน ชอบอยู่เป็นกลุ่มเพื่อน แม้จะเรียนและเล่นกีฬาเทควันโด แต่ก็ไม่ได้เล่นพาดโผน ขอชื่นชมในความสามารถที่ไปแข่งขันจนคว้ารางวัลต่าง ๆ มากมาย และขอชื่นชมทางครอบครัวของน้อง ที่เห็นและดึงศักยภาพออกมา จนทำให้น้องน้ำมนต์เข้าใจและวาดฝันของตนเองที่จะเป็นนักกีฬาทีมชาติต่อไป หากมีข่าวสารการแข่งขันในฐานะคุณครูประจำชั้น ก็จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในการเข้าร่วมแข่งขันต่อไป

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

คุณครูอาย – นางสาวจุฑามาศ สาดา

       คุณครูอาย ยังสรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า“เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว… ครอบครัว สถานศึกษา สังคมและเพื่อน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนหล่อหลอมให้เกิดการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นพลังสำคัญที่จะมาสร้างและพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต”

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ


“บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305830

“บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

ผลวิจัย, อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า, บุหรี่ไฟฟ้า

ประเด็นเรื่อง “บุหรี่ไฟฟ้า”กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์ข้อมูลผ่านโลกออนไลน์ แสดงรอยฟกช้ำจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม.

         และเพราะเป็นผู้ต้องหานำเข้า “บุหรี่ไฟฟ้า” ต่อด้วยการยื่นเรื่องให้มีการแก้ไขทบทวนการห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ ไฟฟ้า ระบุว่า ขณะนี้มีผู้มาร่วมลงชื่อสนับสนุนเรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บุหรี่กว่า 11 ล้านคน ใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายใต้การควบคุมของกฎหมาย เนื่องจากการไม่อนุญาตให้ใช้เป็นการบังคับให้ผู้สูบบุหรี่ที่มีอันตรายมาก ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ต้องการเลิกบุหรี่ ไม่อยากรับควันบุหรี่ แต่ต้องใช้แบบหลบ ๆ ซ่อนๆ เพราะกลัวถูกจับ

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

“ทุกวันนี้แม้จะยังไม่มีผลวิจัยถึงผลกระทบในระยะยาว แต่รัฐบาลในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สหภาพยุโรป อเมริกา และนิวซีแลนด์ ก็อนุญาตให้ใช้ได้โดยมีกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งถือว่าช่วยป้องกัน ปัญหาการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน และยังช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศไทย”นายมาริษกล่าว

ทว่า ในมุมทางการแพทย์ มองว่า “บุหรี่ไฟฟ้า”ยังไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าสามารถช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ได้จริง ทางตรงกันข้ามกลับมีอันตรายไม่ต่างหรือมากกว่าบุหรี่มวน

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ

นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานหรือข้อสรุปทางการแพทย์ที่ชี้ชัดว่าสินค้าที่ผู้ขายเรียกว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้า เป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ในการช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ แต่พบว่าเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย ตัดสินใจซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามา ทดลองสูบและเสพติดในที่สุด

“ที่สำคัญ ในบุหรี่ไฟฟ้าก็มีสารพิษโดยเฉพาะสารเสพติดอย่างนิโคติน และสารกลุ่มโลหะหนักต่างๆ เช่น โครเมี่ยม นิเคิล และฟอร์มาลดีไฮด์ หรือยาดองศพ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในระดับที่สูงหรือมากกว่าบุหรี่ทั่วไป มีอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และเป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้า หรือขายในประเทศไทย” นพ.อัษฎางค์กล่าว

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

เช่นเดียวกับ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดผลศึกษาทดลองการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ในหนูทดลอง ของรศ. ดร.มาร์ค โอลเฟิรท์ (Mark Olfert) จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสต์ เวอร์จิเนีย รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา พบผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เกิดความผิดปกติในระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือด ส่งผลเฉียบพลันและระยะยาว

การทดลองแบ่งกลุ่มหนูทดลอง ออกเป็นกลุ่มที่ได้รับไอจากบุหรี่ไฟฟ้าระยะสั้น 5 นาที เพียงครั้งเดียว กับกลุ่มระยะยาว รับไอน้ำบุหรี่ไฟฟ้าวันละ 4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ5วันติดต่อกัน8เดือน โดยใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารสคาปูชิโนที่มีสารนิโคติน 18 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

ผลการวิจัยพบว่า ภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่หนูได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้า 5 นาที ขนาดเส้นเลือดจะหดตัวเล็กลง 31 % ส่งผลให้ความสามารถในการขยายตัวของหลอดเลือดลดลง 9 % ขณะที่กลุ่มหนูที่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาว พบว่าดัชนีการแข็งตัวของหลอดเลือดใหญ่ในทรวงอกมีค่าสูงขึ้น 2 เท่าครึ่ง ของกลุ่มหนูที่ไม่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้า การแข็งตัวของหลอดเลือดใหญ่แสดงว่าภาวะหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดลง หมายถึงระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือดเปลี่ยนแปลง แสดงภาวะการแก่ตัวของหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบในมนุษย์

ผู้วิจัย สรุปว่า ผลทดสอบ ชี้ให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด กระทบการทำงานของเซลล์บุหลอดเลือด เป็นเหตุให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพหรือแก่ก่อนวัย ซึ่งเป็นตัวพยากรณ์สำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวายได้

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

เหนืออื่นใดมีคนต้นแบบที่จำนวนมากที่สามารถเลิกบุหรี่ได้โดยไม่ต้องใช้บุหรี่ไฟฟ้า อย่างเช่น นายมงคล เงินแจ้ง ผู้อำนวยการ ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านวังมะด่าน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และนายกสมาคมหมออนามัย ผู้ประกาศตัวเลิกบุหรี่เป็นคนแรกของโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไเทย เทิดไท้องค์ราชัน หลังจากที่สูบบุหรี่มานานถึง 36 ปีตั้งแต่วัยหนุ่มอายุ 19 ปี

ในใจนึกอยากจะเลิกหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะบังคับตัวเองให้ละจากความเคยชินไม่ได้ เมื่อตื่นขึ้นมาก็สูบ หลังรับประทานอาหารก็ต้องสูบ กระทั่ง หมออนามัยได้ริเริ่มโครงการ 3 ล้าน 3 ปีฯเมื่อปี 2559 จึงลุกขึ้นประกาศตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นคนแรกของโครงการ นับจากนั้นก็เลิกด้วยวิธีการ “หักดิบ”

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

มงคล เงินแจ้ง

“เมื่อเราประกาศตัวแล้วก็ต้องทำให้ได้ มิฉะนั้นจะเสียหน้ามาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่บังคับใจเราว่าต้องเลิกให้ได้ เพราะหากเราเลิกไม่ได้ ก็คงยากที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ เพราะแม้แต่คนที่เป็นกลุ่มริเริ่มยังเลิกไม่ได้เลย จึงเกิดแรงฮึดอย่างมาก และก็ทำสำเร็จ” นายมงคลกล่าว

การหักดิบในช่วงแรก นายมงคล บอกว่า จะทรมานในช่วง 2 สัปดาห์แรกที่หยุดสูบ จะรู้สึกเหมือนลงแดง ปากขม ก็ต้องกลั้่นใจ ต้องไม่ไปคิดว่าเคยชินในการต้องสูบ หลังจากนั้นก็จะเลิกได้ โดยส่วนตัวคิดว่าหากจะเลิกต้องใช้วิธีหักดิบเลย เลิกทันที เพราะหากใช้วิธีค่อยๆลดจำนวนที่สูบลง ก็ยังเคยชินกับการสูบก็จะยากที่จะเลิกได้เด็ดขาด

ท้ายที่สุด นายมงคล แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ว่า คนที่ตัดสินใจเลิกบุหรี่สามารถโทรขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน 1600 ซึ่งการที่จะเลิกได้สำเร็จหรือไม่อยู่ที่จิตใจ หากใจมั่นคงก็จะทำได้ ที่สำคัญ เมื่อคิดจะเลิกควรประกาศให้สาธารณชนรับรู้ด้วย เนื่องจากจะเป็นสิ่งที่คอยบังคับให้เราทำให้สำเร็จให้ได้จะไม่ได้เสียหน้า

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

วิธีธรรมชาติ…เลิกบุหรี่

1.หญ้าดอกขาว ช่วยให้ลดการอยากบุหรี่ได้ถึง 60 %

2.น้ำมะขามป้อม 10 กรัม มีวิตามิน 600-1,000 มิลลิกรัม ช่วยให้ไม่อยากบุหรี่

3.การนวดกดจุดสะท้อนเท้า กระตุ้นสมองหลั่งสารเคมีทำให้รสชาติบุหรี่ผิดปกติ ทำให้ไม่อยากบุหรี่

0 พวงชมพู ประเสริฐ  รายงาน 0

qualitylife4444@gmail.com

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305824

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

มหาวิทยาลัยสีเขียว, ม.เกษตร

ม.เกษตร คว้าอันดับ 96 จัดอันดับม.สีเขียวของโลก ปี 2017 และได้เป็นอันดับที่ 3 ของไทยรองจาก ม.มหิดล และ จุฬาฯ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสีเขียว

        มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลับมาขึ้นแท่นอันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยสีเขียวของประเทศไทย อันดับที่ 96 ของโลก ประจำปี 2017 จากผลการสำรวจของ UI Green Metric World University Ranking 2017 ด้วยคะแนนรวม 5,706 คะแนน ในขณะที่ “ สุดยอดอันดับ 1 มหาวิทยาสีเขียวของโลกประจำปี 2017  ได้แก่ Wageningen University and Research Centre ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้รับคะแนนจากการประเมินทั้ง 6 ด้านที่ 7,552 คะแนน

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก จากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมจัดอันดับใน ปี 2017 ทั้งสิ้น 619 แห่งทั่วโลก ผลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดอันดับ 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยสีเขียวระดับโลก

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

โดยได้อันดับที่ 96 ของโลก และเป็นอันดับที่ 3 จาก 23 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ด้วยคะแนนรวม 5,706 คะแนน จากผลการสำรวจของ UI Green Metric World University Ranking 2017 ซึ่งจัดทำโดย University of Indonesia มหาวิทยาลัยในอินโดนีเซีย (UI) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560 ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับคะแนนจากเกณฑ์การประเมินทั้ง  6 ด้าน ดังนี้ 1.การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน 758 คะแนน 2. การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  835 คะแนน 3. การจัดการของเสีย 1251 คะแนน 4. การจัดการน้ำ 670 คะแนน 5. การสัญจร 1,162 คะแนน และ 6. การศึกษา 1,030 คะแนน รวม 6 ด้าน 5,706 คะแนน

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

“ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขอขอบคุณบุคลากร นิสิต และนิสิตเก่า รวมถึงประชาชนทุกท่านที่ร่วมพลังขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสีเขียวในทุกกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์อย่างต่อเนื่องและเราจะร่วมกันสร้างโลกสีเขียวกันต่อไป ” ดร.จงรัก กล่าว

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

อนึ่ง มหาวิทยาลัยของไทย ที่ได้รับอันดับ 1 –  5 มหาวิทยาลัยสีเขียวของไทย และอันดับโลก มี ดังนี้ อันดับ1 ของไทย อันดับ 86 ของโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล , อันดับ 2 ของไทย อันดับ 90 ของโลก ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,อันดับ 3 ของไทย อันดับ 96 ของโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, อันดับ 4 ของไทย อันดับ 122 ของโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, อันดับ 5 ของไทย อันดับ 143 ของโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภาพประกอบ http://greencampus.ku.ac.th/bangkhen-gallery

จ่อชงแยกค่าน้ำ-ไฟออกจากรายหัวเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305706

จ่อชงแยกค่าน้ำ-ไฟออกจากรายหัวเด็ก

ร.ร.ขนาดเล็ก, งบอุดหนุนรายหัว, รายหัวเด็ก

ศธ.เตรียมหาแนวทางบริหารจัดการเงินรายหัวเด็ก “บุญรักษ์” เผยเตรียมเสนอ กพฐ.ทบทวนอุดหนุนรายหัวเด็กเฉพาะร.ร.ขนาดเล็กใหม่ ส่วนตัวขอให้แยกค่าสาธารณูปโภคออกจากรายหัว

       จากการหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการบริหารจัดการเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 60 – นพ.ธีระเกียรติ   เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมาการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน จะรวมค่าสาธารณูปโภคเอาไว้ด้วย ทำให้โรงเรียนต้องใช้วิธีการบริหารจัดการงบประมาณ  เช่น บางโรงเรียนได้งบฯ มา 240,000 บาทต่อปี แต่มีค่าใช้จ่ายค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนละ 1.3 แสนบาท เท่ากับเงินอุดหนุนที่ได้มาใช้เพียง 2 เดือนก็หมดแล้ว ส่งผลให้โรงเรียนเกิดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก มีเด็กจำนวนน้อยก็ยิ่งทำให้พัฒนาได้ยาก

ดังนั้น ถ้าจะยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กก็ต้องปรับวิธีการจัดสรรเงินอุดมหนุนรายหัวใหม่  แต่ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนในเวลานี้ว่าจะใช้แนวทางใด เพราะเรื่องนี้ถ้าจะทำก็ต้องดูภาพรวมทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กเท่านั้น อีกทั้ง ต้นทุนการพัฒนาเด็กจะต้องไม่คิดเฉพาะเงินอุดหนุนอย่างเดียว แต่ต้องคิดไปถึงส่วนอื่นๆด้วย

ด้าน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า  การปรับวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนนั้น  ส่วนตัวจะเสนอให้แยกค่าสาธารณูปโภคออกจาก  ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต  ออกจากค่าพัฒนาการศึกษา เพื่อให้สามารถนำเงินนั้นไปใช้เพื่อการพัฒนาเด็กได้อย่างเต็มที่  และให้เงินตัวเด็กจริงๆ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเสนอขอทบทวนวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวรูปแบบใหม่ เฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน และโรงเรียนสาขา ที่กระจายในที่ต่างๆ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 15,000 กว่าโรงเรียนก่อน ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ให้จัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวตามเดิม เพราะไม่ได้รับผลกระทบ โดยตนจะเสนอเรื่องนี้ให้ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอให้รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาต่อไป

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305670

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

ล่างสู่บน, โรงเรียนนิติบุคคล, องค์กรครูร้อยเอ็ด

ถ้าจะปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลดีส่งถึงนักเรียนแล้วต้องกระจายอำนาจให้โรงเรียนเป็น“นิติบุคคล” ได้อย่างแท้จริง..

        โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา และกรรมการสถานศึกษามีอำนาจบริหารจัดการเรื่องต่างๆภายในโรงเรียนร่วมกันโดยยึดประโยชน์ของนักเรียนและชุมชนเป็นหลักเท่านั้นถึงจะแก้ปัญหาได้ นี่คือ เสียงจากครูผู้สอนนักเรียนมากกว่า 40 ปีอีกไม่ถึง 9 เดือนเขาจะเกษียณอายุราชการอยู่กับนักเรียนขนาดเล็กมาโดยตลอด รับรู้ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ กำลังคน และอื่นๆรวมทั้งผลกระทบนโยบายต่างๆจากหน่วยเหนือที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนให้กับเยาวชนของชาติ

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

        “บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์” ครูผู้สอนโรงเรียนบ้านหนองบั่ว อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด นายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดใจกับ “คมชัดลึก”ว่า การปฏิรูปการศึกษาต้องทำให้นักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะมีโครงสร้างการบริหารอย่างไร จากส่วนกลาง ไปถึงเขตพื้นที่ก็แล้วแต่ พอถึงโรงเรียนแล้วจะต้องกระจายอำนาจให้กับโรงเรียนให้เป็นนิติบุคคลสามารถบริหารจัดการงบประมาณ บุคคลากรภายในโรงเรียนได้อย่างตรงตามความต้องการของโรงเรียน โดยผ่านความเห็นชอบของประธานคณะกรรมการสถานศึกษา

     ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

“พิทักษ์ บัวแสงใส”

           “การให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลบนความรับผิดชอบของผู้บริหารโรงเรียนและกรรมการสถานศึกษา ทั้ง 2 ฝ่ายต้องร่วมกันรับผิด และรับชอบร่วมกัน ถ้าโรงเรียนต้องการครูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ ผู้อำนวยการโรงเรียนและกรรมการสถานศึกษาก็ช่วยกันเปิดรับสมัคร และสอบคัดเลือกเอาเอง จะได้ตรงตามความต้องการ ไม่ใช่ให้เขตพื้นที่ดำเนินการและจัดส่งมาให้บางครั้งไม่ได้ตรงกับความต้องการ ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แต่โรงเรียนขนาดเล็กก็ต้องรับครูเหล่านั้นเพราะด้วยความที่โรงเรียนขาดครู” นายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าว

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

         ที่สำคัญโครงสร้างใหม่ตามคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 ข้อ 13 เกี่ยวกับการแปรรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค ทำให้เกิดความขัดแย้งในการด้านการบริหารการศึกษาระหว่างศึกษาธิการจังหวัด และการทำงานเขตพื้นที่พื้นที่การศึกษาที่ไม่สอดคล้องตรงกับความต้องการของคณะผู้บริหารครูและสถานศึกษาในพื้นที่ ให้คนที่ไม่ใช่ครู มาดูแลด้านการศึกษา รวมทั้งรัฐมนตรีที่มาดูแลกระทรวงศึกษาทำให้การทำงานได้ไม่ตรงกับเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษา

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

        “การปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งแต่ปฏิรูปโครงสร้าง มากกว่าการพัฒนาการศึกษา เพื่อให้ความรู้การศึกษากับนักเรียน รัฐบาลควรจะต้องทบทวนแนวคิดนี้ ยกเลิกคำสั่งที่ 19/2560 ของ คสช. จัดระบบการจัดสรรอำนาจ งบประมาณให้เหมาะสม รัฐบาลควรฟังความคิดเห็นของคณะครูเพื่อจัดการศึกษาโดยครู ซึ่งมีความเข้าใจด้านการศึกษาเป็นอย่างดี แทนที่จะเอาคนนอกที่ไม่มีความรู้ด้านการศึกษาเข้ามาจัดการด้านการศึกษาซึ่งไม่ตรงตามเป้าหมายของคณะครูแต่อย่างใด” นายบุญเลี้ยง กล่าว

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

พิทักษ์ บัวแสงใส – บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์

        โดยเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด 43  องค์กรได้ยื่นข้อเสนอให้กับผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรีส่วนหน้าที่ร่วมเดินทางกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลงพื้นที่บ้านโพน อ.คำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 4 ข้อด้วยกันคือ 1.ให้ยกเลิิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 19/2560 เพราะเกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ 2.คืนอำนาจตามมาตรา53(3)(4)ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนให้เป็นไปตามกฏหมายเดิม 3.กระจายอำนาจเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)อำนาจผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียน และ 4 ให้ดำเนินการตรากฏหมายให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลโดยเร็ว

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

         “เชื่อว่าถ้ามีการแก้ไขตามข้อเสนอดังกล่าวแล้ว จะทำให้การบริหารจัดการการศึกษาของชาติจะส่งผลถึงผู้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ส่งผลถึงครูและนักเรียน ซึ่งใกล้ชิดกับครูมากที่สุดและจะส่งผลถึงคุณภาพการศึกษาของประชากรชาติอย่างแน่นอน” นายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าว

          อย่างไรก็ตามหากไม่มีการตอบรับแนวคิดเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา ชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด จะประสานกับองค์กรครูอื่นทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนร่วมกันต่อไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่สุด เพื่อให้ประโยชน์ตกกับนักเรียนให้มากที่สุด

          ว่ากันว่าการทำงานของชมรมครู และสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นองค์กรที่ทำงานสอดประสานกัน ด้วยสโลแกนที่ว่า “องค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด ” โดยชมรมครูก่อตั้งมาแล้ว 38 ปี ปัจจุบันมี “พิทักษ์ บัวแสงใส” เป็นประธานชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนสมาคมครูเพื่อก่อตั้งมาได้ 18 ปี ซึ่งมี “บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์” เป็นนายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์

          กล่าวสำหรับ “พิทักษ์ บัวแสงใส” ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนวารีสวัสดิ์วิทยา อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด และเป็นหนึ่งใน 17 คนของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้ประชุมมาแล้ว 3 ครั้งและได้นำเสนอปัญหาของโครงสร้างการบริหารที่มีข้อขัดแย้งมาโดยตลอด

          “พิทักษ์” มองว่า หากไม่แก้คำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่19/2560 ข้อ13 อาจจะเกิดความเสียหายทั้งระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะการให้ศธจ.ใช้อำนาจมาตรา53 (3)(4)ซึ่งเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาตามมาตรา 24 และมาตรา 27 ของ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการใช้อำนาจบรรจุแต่งตั้ง ข้ามแท่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏในหน่วยงานใดมาก่อน และอำนาจในมาตรา 53(3)(4) ยังผูกพันกับมาตราอื่นๆในหมวดอื่นอีกเกือบสามสิบเรื่อง จึงทำให้เกิดความล่าช้า ด้อยประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลในภูมิภาค ส่งผลกระทบโดยตรงต่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0

qualitylife4444@gmail.com 

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305630

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

เมืองพลังงานชีวมวล, เมืองม็อบ, คุณภาพชีวิต

สกว.- กฟผ.หนุนปลูกไม้โตเร็วสร้างรายได้ให้ชุมชนอาทิเช่น ยางพารา ยูคาลิปตัส เพื่อเปลี่ยนอุบลราชธานีให้เป็นเมืองพลังงานชีวมวล

          ในปี 2535 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมีการปลูกพืชเศรษฐกิจ เพื่อให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังขาดการพัฒนา ไม่มีการคัดเลือกสายพันธุ์ และการดูแลรักษาอย่างจริงจัง ปัญหาหลักที่ไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ เพราะพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองม็อบ”

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

เจ้าหน้าที่งค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อ.อ.ป. เลยส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกยางพาราและดูแลรักษา เพื่อให้มีงานทำจากการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตร โดยชาวบ้านจะมีส่วนแบ่งจากการกรีดและขายน้ำยางพาราสดร้อยละ 40 ส่วนรายได้อีกร้อยละ 60 เป็นขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ซึ่งชาวบ้านจะมีพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณคนละ 10 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมดเกือบ 5,000 ไร่

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ส่วนยูคาลิปตัสซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณ 7,000 ไร่ ชาวบ้านจะมีรายได้จากค่าจ้างทำไม้ แต่เราก็ยังอยากปลูกไม้เศรษฐกิจอื่น ๆ ให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น ใช้ประโยชน์จากพื้นที่สวนป่าเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่เพื่อให้ อ.อ.ป.มีรายได้อย่างยั่งยืน

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

นายบรรยง บุญญโก หัวหน้าฝ่ายจัดการสวนป่า อ.อ.ป.ตะวันออกเฉียงเหนือ เล่าว่า  พื้นที่สวนป่าช่องเม็กมีหมู่บ้านและชุมชนรอบ ๆ สวนป่าที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากการปลูกสร้างสวนป่าจำนวน 7 หมู่บ้าน มีราษฎรกว่า 1,000 ครอบครัว ที่ร่วมปลูกมันสำปะหลัง มีรายได้จากการทำวนเกษตร การรับจ้างสวนป่า และเก็บหาของป่า

เจ้าหน้าที่ อ.อ.ป.ได้ทำการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อแบ่งพื้นที่ป่าในการปลูกไม้เศรษฐกิจ ส่วนพื้นที่ในส่วนอื่น ๆ ก็อนุรักษ์ไว้เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ โดยดำเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน แต่การขาดการวิจัยและพัฒนา ขาดเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโดยตรง และที่สำคัญคือการขาดงบประมาณ เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาสวนป่าเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ดร.มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์

โดยในปี 2559 ดร.มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์ จากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย “ระบบการปลูกและการจัดการไม้โตเร็วในการผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลบนที่ดินเสื่อมโทรม” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการร่วมฯ ได้เข้ามาขอใช้พื้นที่ในการดำเนินโครงการวิจัย

ดร.มะลิวัลย์ ได้ศึกษาระบบการปลูกและการจัดการที่เหมาะสมของการปลูกไม้โตเร็วในพื้นที่เสื่อมโทรม เน้นพื้นที่ระดับเฝ้าระวังและระดับวิกฤต และไม่กระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกพืชอาหาร ซึ่งมีพื้นที่“โมเดลเชิงสาธิต” ใน 5 จังหวัดตามภูมิภาคต่าง ๆ

รวมถึงสวนป่าช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ตลอดจนหารูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม และขยายผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลอัตราการเติบโต ผลผลิต การหมุนเวียนสารอาหาร การเก็บกักคาร์บอน ค่าพลังงานที่ได้ รวมถึงผลตอบแทนทางการเงินและเศรษฐศาสตร์

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

“แนวคิดสำคัญคือ การพยายามดึงคนรุ่นลูกขึ้นมาดูแลรับผิดชอบแทนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่มีอายุมากแล้ว ในอนาคตน่าจะขยายผลได้เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น ปัจจุบันแรงงานหนุ่มสาวที่ออกไปทำงานในกรุงเทพฯ ก็หมุนเวียนกันกลับมาเป็นแรงงานหลักของครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการประมาณ 500 ครอบครัว ซึ่งไม้โตเร็วรวมทั้งไม้ยูคาลิปตัสมีรอบการตัดไม่ต่ำกว่า2 ปี โดยจะขายไม้ให้กับบริษัทผลิตเยื่อกระดาษ ไม้แปรรูป และเป็นเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าชีวมวล” ดร.มะลิวัลย์ กล่าว

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ดร.มะลิวัลย์ กล่าวต่อว่า จากการทดลองปลูกยูคาลิปตัสรวม 4 สายพันธุ์ พบว่าสายพันธุ์ของเวียดนามที่เพาะเมล็ดเติบโตดีที่สุด ซึ่งจะเป็นการวิจัยเพื่อตอบคำถามว่าการปลูกไม้โตเร็วที่มีรอบตัดฟันสั้นทำให้ดินเสียหรือไม่ โดยในพื้นที่ได้มีการปลูกยูคาลิปตัส กระถินลูกผสม (เทพณรงค์)กระถินณรงค์ และสนชวาซึ่งกระถินลูกผสม กระถินณรงค์ และสนชวา จัดอยู่ในพืชตระกูลถั่ว แม้อยู่ในรายชื่อพืชรุกรานแต่มีศักยภาพในการปลูกเป็นพืชพลังงานได้

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ผศ. ดร.รุ่งเรือง พูลสิริ

ด้าน ผศ. ดร.รุ่งเรือง พูลสิริ จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย “การศึกษารูปแบบที่เหมาะสมในการปลูกยูคาลิปตัสร่วมกับมันสำปะหลังในระบบวนเกษตรในพื้นที่ดินเสื่อมโทรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” กล่าวว่า เป็นอีกโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการร่วมฯได้นำชมพื้นที่ปลูกยูคาลิปตัสร่วมกับมันสำปะหลังในแปลงทดลอง เพื่อหวังจะสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง

ซึ่งนอกจากรูปแบบที่เหมาะสมแล้วนักวิจัยยังต้องนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์เพื่อหารูปแบบธุรกิจที่นำไปขยายผลได้ และหาแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการส่งเสริมพื้นที่ผลิตพืชอาหารและพืชพลังงานด้วย

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ในส่วนของผู้สนับสนุนทุนวิจัย รศ. ดร.ศุภชาติ จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้ประสานงานโครงการร่วมฯ ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับผลการดำเนินงานวิจัยว่า ทั้งสองโครงการมีศักยภาพดี เป็นไปตามหลักวิชาการ และทำงานเชื่อมโยงกับ อ.อ.ป. ซึ่งเป็นผู้ใช้ประโยชน์โดยตรงตั้งแต่เริ่มโครงการ เป็นงานวิจัยระยะยาวที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

อีกทั้งเป็นการเก็บข้อมูลใหม่ที่ทันสมัย เพราะข้อมูลเดิมเมื่อสิบปีที่ผ่านมาอาจใช้ไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งเรื่องของพันธุ์ไม้และสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไป ในขณะที่ผลกระทบต่อชาวบ้านนั้น แน่นอนว่าการทำงานของ อ.อ.ป. ต้องผูกติดกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งงานวิจัยของเราก็ทำตามความต้องการของชาวบ้านในการปลูกมันสำปะหลังระหว่างไม้โตเร็ว เนื่องจากสำปะหลังสามารถเก็บขายได้ในระยะสั้นกว่า ทำให้ชาวบ้านมีรายได้หมุนเวียนไปใช้จ่ายเร็วขึ้น

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

“นอกจากนี้ยังมีการขยายผลต่อยอดงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น การใช้ประโยชน์ด้านพลังงานชีวมวลของวิสาหกิจชุมชนผ่าน พพ. และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กฟผ. ในการปลูกป่าที่บึงกาฬ โดยจะนำผลงานวิจัยจากที่อุบลราชธานีไปเป็นแบบอย่าง” รศ. ดร.ศุภชาติ กล่าว