เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305600

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

คุณภาพชีวิต, คอนวูด, ออกแบบพื้นที่เพื่อสังคม

คอนวูด จัดประกวด “CONWOOD 9 SQUARE METRE Design Contest 2017” มอบรางวัลผลงานออกแบบพื้นที่สาธารณะเพื่อสังคมสุดสร้างสรรค์ ตอบโจทย์สวยงาม น่าสนใจ ใช้งานได้จริง

          เป็นอีกหนึ่งเวทีที่จุดประกายนักออกแบบรุ่นใหม่ได้มีโอกาสแสดงฝีมือในการพัฒนา และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์การออกแบบพื้นที่สาธารณะให้สวยงามและเกิดประโยชน์จากการใช้สอย

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

บริษัท คอนวูด จำกัด ร่วมกับ นิตยสาร art4d จัดงานมอบรางวัลการประกวดแนวคิดด้านการออกแบบพื้นที่สาธารณะ “CONWOOD 9 SQUARE METRE Design Contest 2017” โครงการประกวดแนวคิดด้านการออกแบบพื้นที่สาธารณะขนาด 9 ตารางเมตร เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ให้สังคม ชิงเงินรางวัลและงบประมาณการก่อสร้าง รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และประกาศนียบัตร

สำหรับผู้ชนะเลิศ “CONWOOD 9 SQUARE METRE Design Contest 2017” ได้แก่ เพียรพร จารุภากร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงาน “9 SQ.M.STRETCHING STORAGE” ได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท และงบประมาณก่อสร้าง 100,000 บาท รวมทั้งนำผลงานที่ออกแบบนั้นมาก่อสร้างในพื้นที่จริงต่อไป

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

เพียรพร จารุภากร

เพียรพร จารุภากร นิสิตสาวไอเดียเจ๋งจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์รั้วจามจุรี เล่าว่า แรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานมาจากการประสบการณ์ตรงที่ประสบปัญหา เรื่องการไม่มีล็อกเกอร์สำหรับเก็บของในสวนสาธารณะ เพราะคนส่วนใหญ่ต้องมีสัมภาระติดตัวมาด้วย หรือหากต้องการเปลี่ยนชุดสำหรับออกกำลังกาย ถ้าไม่มีรถส่วนตัว ก็ไม่รู้ว่าจะไปเก็บของได้ที่ไหน จึงเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์พื้นที่ 9 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดพื้นที่ที่พอเหมาะในการที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างเพื่อเก็บของ

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

นอกจากเรื่องการออกแบบแล้ว ยังฝึกทักษะการพูด การนำเสนอผลงานให้ตรงประเด็นและน่าสนใจ รวมทั้งได้คำแนะนำจากคณะกรรมการที่เป็นประโยชน์ในการต่อยอดงานออกแบบอื่น ๆ ตลอดจนได้รับความรู้จากการไปเวิร์คช็อปที่โรงงานคอนวูดด้วย ที่สำคัญตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานของตัวเองได้รับการนำไปสร้างจริงด้วย

“อีกทั้งจะต้องมีความหลงใหลในงานที่เราทำแล้ว ยังต้องเข้าใจงานตัวเอง และสามารถสื่อสารผลงานของตัวเองให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย รวมทั้งมีที่มาที่ไปของการออกแบบ ซึ่งจะทำให้ผลงานสมบูรณ์แบบครบทุกด้านมากยิ่งขึ้น” เพียรพร กล่าว

และผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ศุภโรจน์ นามสกุลเจริญดี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงาน “LESS DRIVE – MORE RIDE” ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

ศุภโรจน์ นามสกุลเจริญดี

ศุภโรจน์ นามสกุลเจริญดี  นิสิตหนุ่มจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จากรั้วจามจุรี  เล่าว่า “แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้มาจากการปัญหาที่ได้พบกับตัวเอง เนื่องจากพื้นที่วัดส่วนใหญ่เป็นลานคอนกรีตขนาดใหญ่ใช้สำหรับจอดรถ จึงนำจุดนี้มาพัฒนาต่อ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ประหยัดพื้นที่ในลานจอดรถด้วยการใช้จักรยาน

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

โดยมีแนวคิดหลักคือ การคืนพื้นที่สีเขียวให้กับวัด โดยการแทนพื้นที่ 9 ตร.ม. ลงในช่องจอดรถ 1 คัน โดยมีพื้นที่สีเขียว อีกทั้งยังเพิ่มที่จอดรถจักรยาน เพื่อสนับสนุนให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมาวัด และในอนาคตพื้นที่ 9 ตร.ม. นี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  “ผมได้รับความรู้ที่สามารถนำมาปรับใช้ในการออกแบบที่ตอบสนองผู้ใช้งานได้มากขึ้นครับ”ศุภโรจน์ กล่าว

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

พงศ์สุเกษม หิรัณย์เตชะ

ด้านพงศ์สุเกษม หิรัณย์เตชะ ผู้อำนวยการฝ่ายขายภายในประเทศ บริษัท คอนวูด จำกัด ในกลุ่มบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)​ กล่าวถึงความมุ่งหวังที่จะส่งเสริม และสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ให้ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพในการนำความรู้ความสามารถมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่น่าสนใจ สวยงาม และเกิดประโยชน์จากการใช้สอยพื้นที่สาธารณะนั้นๆ

“คอนวูดเล็งเห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบรุ่นใหม่ จึงร่วมกับนิตยสาร art4d จัดโครงการประกวดแนวคิดด้านการออกแบบพื้นที่สาธารณะขนาด 9 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการนำเสนอแนวคิดการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะ เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ให้แก่สังคม โดยใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งทดแทนไม้ของคอนวูดเข้าไปผสมผสานในการออกแบบ ตกแต่ง หรือทำเฟอร์นิเจอร์ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ขนาด 9 ตารางเมตร ให้เป็นสาธารณประโยชน์ที่น่าสนใจ และรองรับการใช้งานได้จริง พื้นที่ในเขตสวนสาธารณะ สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาล โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย วัด หรือ โบราณสถาน” พงศ์สุเกษม กล่าว

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

มนัสพงษ์  สงวนวุฒิโรจนา มัณฑนากร สถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรง  กล่าวว่า สิ่งที่ผู้เข้าประกวดได้รับแน่นอน คือ ประสบการณ์ที่ดี และอยากให้คำแนะนำที่ได้จากคณะกรรมการในวันนี้ ผลักดันให้ทุกคนมี Passion กับงานออกแบบ เพราะการที่คนเราจะทำงานดีไซน์ได้ และมีชีวิตอยู่กับอาชีพนี้ได้ ต้องอาศัยความรักในสิ่งนั้นที่จะทำให้เราทำงานออกมาได้ดี และต่อยอดในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็นได้ ซึ่งวันนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของความฝัน

“สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ นอกจากแนวคิดดีแล้ว ยังนำเสนอได้เห็นภาพชัดเจน และนำเรื่องของการตลาดเข้ามาวิเคราะห์ได้ด้วย จึงสามารถตอบโจทย์ได้ครบทั้งหมดซึ่งจะเป็นมาตรฐานที่ดีในงานประกวดในอนาคตได้” มนัสพงษ์  กล่าว

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

ดุลยพล ศรีจันทร์  โปรดักท์ดีไซเนอร์ และที่ปรึกษาด้านการออกแบบหลากหลายแบรนด์ชั้นนําเผยว่า “ผลงานของผู้ชนะเลิศทั้ง 3 รางวัล ต้องบอกว่าไอเดียดีทุกคน เพียงแต่อาจจะมีรายละเอียดเล็กน้อย  ที่ทำให้ผลงานมีความโดดเด่นแตกต่างกัน ที่สำคัญการประกวดการออกแบบนั้น นอกจากผลงานที่ปรากฎแล้ว การนำเสนอยังเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย บางคนไอเดียดี แต่พรีเซนต์ไม่ได้ ก็เหมือนคนพูดไม่ชัด ทำให้เข้าใจได้ยาก

“นอกจากนี้การตั้งคำถามเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อที่จะมีทิศทางในการแก้ไขปัญหานั้น ๆ ซึ่งการเลือกทิศทางที่ถูกที่สุดจำเป็นต้องมีประสบการณ์ที่ดี และการทำงานที่ต่อเนื่อง” ดุลยพล กล่าว

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

ชินภานุ อธิชาธนบดี  นักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดัง และคณะกรรมการจากคอนวูด ให้คำแนะนำว่า แม้เทคโนโลยีในยุคนี้ทำให้นักออกแบบรุ่นใหม่เข้าถึงข้อมูลมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ควรจะใช้เวลาในการพินิจให้มากขึ้นด้วย เพื่อจะได้สามารถต่อยอดมุมมองทางความคิดได้ รวมทั้งใช้ชีวิตให้มีความสุข และสนุกกับการทำงานอย่างเต็มที่ งานที่ได้ก็จะออกมาดี

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017              สำหรับการประกวดครั้งนี้มีความหลากหลายในเรื่องของแนวคิด วิธีคิด และการใช้วัสดุที่น่าสนใจ และอยากให้น้อง ๆ ไม่หยุดคิดเพียงเท่านี้ อยากให้ต่อยอดในเรื่องของรายละเอียด รวมทั้งการใช้วัสดุให้แนบเนียน โดยผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มีมุมมองในเรื่องของแบรนด์ดิ้ง การดีไซน์ และการใช้วัสดุที่หลากหลายของคอนวูด ที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างครบถ้วน

ราชภัฏเชียงรายผุดนิเทศฯ สาขาดิจิทัลมัลติมีเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305638

ราชภัฏเชียงรายผุดนิเทศฯ สาขาดิจิทัลมัลติมีเดีย

ดิจิทัลมัลติมีเดีย, นิเทศศาสตร์, ราชภัฏเชียงราย

มร.ชร. ตอบรับกระแสยุคดิจิทัล นำร่องเปิดหลักสูตรนิเทศศาสตร์ สาขาดิจิทัลมัลติมีเดียแห่งแรกของภาคเหนือ ตั้งเป้าสร้างผู้ประกอบการสื่อในวัยเรียน นำสื่อบูรณาการสอน

         จากการที่ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของสื่อดิจิทัล จึงจำเป็นต้องผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ สามารถประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลได้อย่างมืออาชีพ ที่สำคัญต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีมาตรฐานตามความต้องการของตลาดแรงงาน

ผศ.ดร.เสริมศิริ นิลดำ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เปิดเผยว่า เพื่อรองรับการเติบโตของสื่อยุคดิจิทัล คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จึงเปิดหลักสูตรนิเทศศาสตร์ สาขาดิจิทัลมัลติมีเดียขึ้นในปี 2558และพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบในปี 2560 นับเป็นหลักสูตรแห่งแรกของมหาวิทยาลัยในเขตภาคเหนือที่เปิดหลักสูตรดิจิทัลมัลติมีเดียขึ้น โดยหลักสูตรนี้เน้นสร้างผู้ประกอบการสื่อในยุคดิจิทัล ทั้งในตลาดแรงงานสากลและในระดับท้องถิ่น

ทั้งนี้ หลักสูตรนี้พัฒนามาด้วยการรวบรวมข้อมูลจากองค์กรสื่อชั้นนำระดับประเทศ ซึ่งเห็นพ้องว่าต้องผลิตนักนิเทศศาสตร์ที่มีทักษะการผลิตเนื้อหาที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและสังคม  ดังนั้น หลักสูตรนี้จึงเน้นสอนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งสตูดิโอ คอมพิวเตอร์ แอพลิเคชั่นต่างๆ มีอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนให้นักศึกษาใช้ประกอบการผลิตงาน ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากองค์กรสื่อชั้นนำของประเทศในการให้ความรู้นอกห้องเรียนแก่นักศึกษาเพื่อเสริมสร้างทักษะอย่างมืออาชีพ ดังนั้นจึงเป็นหลักสูตรผลิตนักดิจิทัลมัลติมีเดียที่ถูกมาก เมื่อเทียบกับค่าเทอมแค่ไม่กี่พันบาท แต่นักศึกษาได้ใช้อุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยมาตรฐานสากล เรียกได้ว่าถ้าเทียบกับหลักสูตรที่ใกล้เคียงกันนี้ทั่วประเทศ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายน่าจะมีราคาถูกที่สุดในคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ต้องพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่น

“โดยที่ผ่านมามีการเปิดรับนักศึกษาไปแล้ว 2 รุ่นแต่เริ่มเห็นผลสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้เป็นผู้ประกอบการสื่อในวัยเรียน เช่น นักศึกษาทำสติกเกอร์ไลน์ออกจำหน่าย และยังรับจ้างออกแบบสติกเกอร์ไลน์ให้กับหน่วยงานราชการและเอกชนในจังหวัดเชียงราย บางคนสร้างโปรดักชั่นเฮ้าส์ รับผลิตงานโฆษณาในท้องถิ่น เป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียน นอกจากนี้ นักศึกษาบางคนส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการผลิตสารคดีเชิงข่าวโครงการสิงห์สร้างสรรค์ และได้เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายจากผู้แข่งขันหลายร้อยรายทั่วประเทศ ซึ่งตอบสนองนโยบายของคณะฯ ที่มุ่งหวังให้นักศึกษาเป็นผู้ประกอบการสื่อในยุคดิจิทัลได้”คณบดี วจ.มร.ชร.กล่าว

อย่างไรก็ตามด้วยปรัชญาของราชภัฎ คือ มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น ดังนั้นเราจึงผลิตนักศึกษาเพื่อตอบสนองท้องถิ่นเป็นหลัก แม้ความรู้เราจะเทียบเท่ากับระดับศาสตร์สากล แต่เราจะปฏิบัติงานเพื่อท้องถิ่น ดังคำที่ว่า Think Global, Act Local  นักศึกษาต้องมีจิตสำนึกที่จะคิดถึงชุมชนบ้านเกิด ไม่มีใครจะพัฒนาบ้านเราได้ดีเท่ากับคนในท้องถิ่นด้วยกันเอง จึงจะเป็นท้องถิ่นที่มีคุณภาพได้”

เรียนรู้ทักษะชีวิต”สวนเกษตร” ร.ร.ป่าแดงวิทยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305607

เรียนรู้ทักษะชีวิต”สวนเกษตร” ร.ร.ป่าแดงวิทยา

คุณภาพชีวิต, แหล่งเรียนรู้ทักษะชีวิต, สวนเกษตร

โรงเรียนป่าแดงวิทยา ต.หัวง้ม อ.พาน จ.เชียงราย เนรมิตด้านหลังโรงเรียนกลายเป็นสวนเกษตร ที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์มากมาย ด้วยพื้นที่กว่า 1 ไร่

           “ครูโอ๋” พัฒน์พงษ์ เต็มเสาร์  ที่ปรึกษาโครงการ  เล่าว่า โรงเรียนป่าแดงวิทยาเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ทุกวันอังคารนักเรียนทุกคนจะทานอาหารมังสวิรัติ โรงเรียนจึงจัดกิจกรรมให้สอดคล้องด้วยกิจกรรมเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ผ่านงานด้านการเกษตรที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง และสามารถนำไปถ่ายทอดและต่อยอดแก่สมาชิกในโรงเรียนจนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆที่สนใจ

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

พัฒน์พงษ์ เต็มเสาร์

“ครูโอ๋” เล่าต่ออีกว่า สำหรับผักที่นักเรียนช่วยกันปลูกอาทิเช่น นาข้าวที่กำลังออกรวงสวย ส่วนอีกฝั่งเป็นแปลงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่อัดแน่นไปด้วยผักใบเขียวโตเร็วทั้งคะน้า ผักสลัด และขึ้นฉ่าย ถัดมาเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการปลูกกะหล่ำดอกเป็นไม้ประดับทั้งปลูกไว้ในกระถางดอกไม้ขนาดใหญ่หน้าอาคารเรียนและสวนหย่อมรอบโรงเรียน จากผักที่เพียงแต่นำมารับประทาน ได้แปลงร่างมาช่วยสร้างสีสันต์ใหม่ๆ ให้กับภูมิทัศน์โดยรอบโรงเรียนได้อย่างลงตัว

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

อีกแปลงถัดไปเป็นสวนสมุนไพรและพืชผักพื้นบ้านหลากหลายชนิด ทั้งมะเขือเปราะลงปลูก นอกจากมะกรูด มะนาว ที่กำลังออกผลเต็มต้นจนแทบเก็บกันไม่ไหว อีกฝั่งเป็นโรงเพาะเห็ดที่มีดอกเห็ดออกมาให้เก็บทุกวัน  “นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักเรียนที่รับผิดชอบทำปุ๋ยหมักชีวภาพจากเศษผักที่เหลือจากโรงครัวและแปลงผักของกลุ่มต่างๆ สำหรับใช้ในแปลงเกษตรของเพื่อนๆต่อไป” ครูโอ๋ กล่าว

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

นอกจากผักต่างๆ ที่ล้วนแต่ปลูกเพื่อเป็นอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนทุกคนแล้ว ที่นี่ยังมีโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ที่นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนอิ่มท้องแล้ว ยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาในการนำความรู้บูรณาการเข้าสู่บทเรียน  และสามารถที่จะต่อยอกดไปสู่กิจกรรมอื่นๆได้ สำหรับการบริหารจัดการจะเป็นลักษณะพี่สอนน้อง คือมีนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 6 คนเป็นกำลังหลักในการดูแล พร้อมกำลังเสริมเป็นน้องๆชั้นประถมอีก 4 คน

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

วิไลพร มอยนา

“น้องเมย์” วิไลพร มอยนา  นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 3 บอกว่า ในแต่ละวันสมาชิกทั้ง 10 คนจะเข้ามาเลี้ยงไก่ทั้ง 200 ตัว อย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่เวลา 07.30 น. เพื่อมาให้อาหารรอบแรก บางส่วนจะช่วยกันปัดกวาดโรงเรือนและล้างถ้วยน้ำสำหรับไก่ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็จะเรียนหนังสือเช่นเดียวกันกับเพื่อนๆ คนอื่น

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

เมื่อเที่ยงแล้วทุกคนก็จะกลับมาที่โรงเรือนเลี้ยงไก่อีกครั้งเพื่อช่วยกันเกลี่ยอาหารในราง พร้อมเปิดพัดลมช่วยระบายอากาศ  จากนั้นทุกคนจะแยกย้ายไปเรียนหนังสือในภาคบ่าย กระทั่งเวลา 16.00 น. ก่อนกลับบ้านเด็กๆก็จะมาช่วยกันให้อาหารรอบ 2 และเก็บไข่ไก่สำหรับส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันเพื่อส่งมอบให้โรงครัว เกิดเป็นรายได้หมุนเวียนในโครงการเลี้ยงไก่ไข่ต่อไป  น้องเมย์ กล่าว

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

“น้องวุ้น” ศุภชัย แก้วอุน  นักเรียนมัธยมปีที่ 2 บอกเพิ่มเติมว่า พวกเขาภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการดูแลแม่ไก่ที่ให้ผลผลิตไข่ไก่ที่เป็นสุดยอดอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ทำให้เพื่อนๆนักเรียนได้รับประทานไข่ไก่ได้ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์

ที่สำคัญพวกเขายังได้มีส่วนในการขับเคลื่อนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันที่จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ และห้องเรียนนอกตำราของเด็กๆ ทุกคน ทั้งโรงเรือนเลี้ยงไก่และแปลงเกษตรทั้งหมดทำให้พวกเขาได้เรียนรู้เรื่องโภชนาการ ที่สำคัญการได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองตามที่ได้รับมอบหมาย

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนนี้ เกิดขึ้นจากน้ำใจของผู้ใหญ่ใจดีอย่าง หอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ (JCC-B) ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนโครงการเพื่อโภชนาการที่ดีของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 ด้วยการสนับสนุนการก่อสร้างโรงเรือนตามแบบมาตรฐาน อุปกรณ์กรงตับ และสร้างรั้ว พร้อมมอบพันธุ์สัตว์ จำนวน  200 ตัว อาหารไก่ไข่ 4,020 กิโลกรัม ที่สามารถเลี้ยงได้  1 รุ่น(ระยะการเลี้ยง 52 สัปดาห์) มูลค่ารวม 250,000 บาท

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305636

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

องค์กรครูจังหวัดร้อยเอ็ด, เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด

ชมรมครูร้อยเอ็ดก่อตั้ง38ปีที่แล้วทำหน้าที่เป็นฝ่ายบู้ต่อสู้เรื่องราวต่างให้เพื่อนครู18ปีต่อมาได้ก่อตั้งเป็นสมาคมครูร้อยเอ็ดเป็นฝ่ายบุ๋นให้กับเพื่อนครูร้อยเอ็ด

      และเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา สังคมได้กล่าวขานถึงพวกเขาอีกครั้ง เมื่อตัวแทนชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด 43  องค์กรได้ยื่นข้อเสนอให้กับผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรีส่วนหน้าที่ร่วมเดินทางกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลงพื้นที่บ้านโพน อ.คำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 4 ข้อด้วยกันคือ

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

     ซ้าย-บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์”

1.ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 19/2560 เพราะเกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ 2.คืนอำนาจตามมาตรา53(3)(4)ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนให้เป็นไปตามกฏหมายเดิม 3.กระจายอำนาจเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)อำนาจผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียน และ 4 ให้ดำเนินการตรากฏหมายให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลโดยเร็ว

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

       ด้วยความที่เป็นครูผู้สอนโรงเรียนเล็กมาตลอดการรับราชการ 40 ปี และอีก 9 เดือนเขาก็จะเกษียณชีวิตข้าราชการแล้วทำให้ “บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์” ครูผู้สอนโรงเรียนบ้านหนองบั่ว อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด หรืออีกตำแหน่งคือนายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด ออกมาขับเคลื่อนให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ตามคำสั่งคสช.ที่ 19/2560ข้อ 13 เกี่ยวกับการแปรรูปการศึกษาส่วนภูมิภาคทำให้เกิดความขัดแย้งในการด้านการบริหารการศึกษาระหว่างศึกษาธิการจังหวัดและการทำงานเขตพื้นที่พื้นที่การศึกษาที่ไม่สอดคล้องตรงกับความต้องการของคณะผู้บริหารครูและสถานศึกษาในพื้นที่ให้คนที่ไม่ใช่ครู มาดูแลด้านการศึกษารวมทั้งรัฐมนตรีที่มาดูแลกระทรวงศึกษาทำให้การทำงานได้ไม่ตรงกับเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษา

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

        เพราะ “บุญเลี้ยง”มองว่าหากการปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งแต่ปฏิรูปโครงสร้าง มากกว่าการพัฒนาการศึกษา ไม่ถูกต้อง การปฏิรูปการศึกษาต้องทำเพื่อให้ความรู้การศึกษากับนักเรียน รัฐบาลควรจะต้องทบทวนแนวคิดนี้ยกเลิกคำสั่งที่ 19/2560 ของ คสช.จัดระบบการจัดสรรอำนาจ งบประมาณให้เหมาะสมรัฐบาลควรฟังความคิดเห็นของคณะครูเพื่อจัดการศึกษาโดยครูซึ่งมีความเข้าใจด้านการศึกษาเป็นอย่างดี แทนที่จะเอาคนนอกที่ไม่มีความรู้ด้านการศึกษาเข้ามาจัดการด้านการศึกษาซึ่งไม่ตรงตามเป้าหมายของคณะครูแต่อย่างใด”

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

      ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด จึงต้องออกมาเคลื่อนไหว เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลดีส่งถึงนักเรียนแล้วต้องกระจายอำนาจให้โรงเรียนเป็น “นิติบุคคล” อย่างแท้จริงให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา และกรรมการสถานศึกษามีอำนาจบริหารจัดการเรื่องต่างๆภายในโรงเรียนร่วมกัน โดยยึดประโยชน์ของนักเรียนและชุมชนเป็นหลักเท่านั้นถึงจะแก้ปัญหาได้

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

     บุญเลี้ยง ในวัย 59 ปี จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ เอกพละศึกษา สอบรับราชการครูมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ถึงได้ไปเรียนต่อทางด้านรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะเจ้าตัวมองว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำงานองค์กรในอนาคต และมีความสุขและชอบที่ได้ทำงานเพื่อเพื่อนครู

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

      ซึ่งการทำงานเพื่อเพื่อนครูจังหวัดร้อยเอ็ดของ “บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์“ มี ”พิทักษ์ บัวแสงใส” ประธานชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด เคียงบ่าเคียงไหล่มาโดยตลอด โดยชมรมครูทำหน้าที่เป็นฝ่ายบู้ต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมต่างๆให้เพื่อนครูจังหวัดร้อยเอ็ด จนมีสโลแกนว่า “องค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด”

     “พิทักษ์ บัวแสงใส” จะเกษียณอายุราชการได้ปี 2563 ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนวารีสวัสดิ์วิทยา อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด และเป็นหนึ่งใน 27 คนของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2556  ซึ่งได้ประชุมมาแล้ว 3 ครั้งและได้นำเสนอปัญหาของโครงสร้างการบริหารที่มีข้อขัดแย้งมาโดยตลอด

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

  “พิทักษ์ บัวแสงใส”

   ทั้งนี้เมื่อเดือนพ.ค.2559 “พิทักษ์” -“บุญเลี้ยง” และแกนนำครูรวม 5 คน ได้เข้าพบ พล.ต. สถาภรณ์ ใบพลูทอง ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่27 (ผบ.มทบ.27) และผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดร้อยเอ็ด (ผบ.กกล.รส.จว.ร.อ.) ชี้แจงกรณีแถลงการณ์ของสมาคม/ชมรครูฯ โพสต์ข้อความแถลงการณ์ทางโชเซียลด้วยข้อความลักษณะที่ไม่เห็นด้วย กับแนวทางปฎิรูปการศึกษาของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่จะให้ปรับโอนองค์กรครูไปสังกัด อปท. และให้ครูปรับเปลี่ยนเป็นพนักงานราชการ

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

     โดยมีการนัดแนะครูทั้งจังหวัดร้อยเอ็ดมารวมตัวที่โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในวันที่ 20 พ.ค. 2559 โดยทั้งคู่ได้นำเอกสารข้อเท็จจริง ไปชี้แจงวัตถุประสงค์ขอการเคลื่อนไหวเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงได้ข้อยุติ

     การเคลื่อนไหวครั้งนี้“พิทักษ์” มองว่า หากไม่แก้คำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่19/2560 ข้อ13 อาจจะเกิดความเสียหายทั้งระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะการให้ศธจ.ใช้อำนาจมาตรา53 (3)(4)ซึ่งเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาตามมาตรา 24 และมาตรา 27 ของ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

     ซึ่งเป็นการใช้อำนาจบรรจุแต่งตั้ง ข้ามแท่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏในหน่วยงานใดมาก่อน และอำนาจในมาตรา 53(3)(4) ยังผูกพันกับมาตราอื่นๆในหมวดอื่นอีกเกือบสามสิบเรื่อง จึงทำให้เกิดความล่าช้า ด้อยประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลในภูมิภาค ส่งผลกระทบโดยตรงต่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305616

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

คุณภาพชีวิต, นักออกแบบรุ่นใหม่

นิปปอนเพนต์ เผย 2 นักออกแบบรุ่นใหม่ ผู้ชนะจากโครงการ Asia Young Designer Award 2017 คือนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

           โครงการ Asia Young Designer Award มีเป้าหมายเพื่อจุดประกายให้นักศึกษาเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลงานการออกแบบใหม่ๆ ที่จะสามารถสร้างประโยชน์แก่สังคมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

ในปีนี้ การประกวดได้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “You for Tomorrow” มุ่งเน้นให้นักออกแบบไฟแรงได้เห็นความสำคัญถึงการออกแบบด้วยแนวคิดที่รองรับอนาคต เปิดวิสัยทัศน์ให้กว้างไกล และเสริมสร้างทักษะของนักออกแบบรุ่นเยาว์ให้สามารถก้าวทันสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

สำหรับเยาวชนผู้ชนะการประกวดออกแบบในโครงการ Asia Young Designer Award 2017 การประกวดการออกแบบระดับเอเชีย ครั้งที่ 10 โดย บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) ได้รับรางวัล Macbook เงินรางวัลมูลค่า 100,000บาท พร้อมโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรม Learning Program ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีสำหรับเยาวชนนักออกแบบจาก 15 ประเทศทั่วเอเชีย สามารถแบ่งตามประเภทกิจกรรม มีดังนี้

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

นางสาววริษฐา ฐากูรบุตร

การออกแบบงานสถาปัตยกรรม (Architecture) รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาววริษฐา ฐากูรบุตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงาน From Auto to Plug-in นำเสนอไอเดียอาคารจอดรถอเนกประสงค์ที่ประหยัดเนื้อที่ใช้สอย จุรถได้เป็นจำนวนมาก

ในขณะเดียวกันยังสามารถประยุกต์พื้นที่เหลือใช้ให้สามารถใช้สอยได้หลากหลายเช่น ตลาด หรือ พื้นที่ขายของ อีกทั้งยังสามารถเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับคนเมือง มีพื้นที่ปลูกผักสำหรับรับประทานและจัดจำหน่าย ก่อให้เกิดอาชีพและการหมุนเวียนของอาหารและรายได้อย่างยั่งยืน

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

นายวิภาส ประสบโชคชัย

การออกแบบพื้นที่ภายใน (Interior Design) รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายวิภาส ประสบโชคชัย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงานชื่อ Urban Bridging ที่มาพร้อมกับแนวคิดที่ต้องการจะยกระดับสตรีทฟู้ดเมืองไทยให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นผ่านการออกแบบพื้นที่ปรับภาพลักษณ์ถนนเยาวราชทั้งสาย เน้นจัดระบบสตรีทฟู้ดและทางเดินเท้าให้เป็นระบบ

โดยใช้พื้นที่การขายตั้งอยู่บนสะพาน ในขณะที่ผู้เดินบนทางเท้ายังสามารถใช้ทางเท้าได้อย่างสะดวก พร้อมกับแยกพื้นที่นั่งรับประทานอาหารของผู้บริโภคอย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

นายวัชระ ศิริฤทธิชัย

ด้าน นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  นักออกแบบรุ่นใหม่มีความสำคัญอย่างมากต่อวงการออกแบบของประเทศในอนาคต ด้วยเหตุนี้ นิปปอนเพนต์ จึงต้องการเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้พวกเขาได้แสดงความสามารถที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่ปีแรกของการดำเนินโครงการในปี พ.ศ. 2551 เราได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 พร้อมกับศักยภาพที่หลากหลายและแข็งแกร่งมากขึ้นจากนักออกแบบไฟแรงทั่วประเทศ

“ตลอดระยะเวลา 10 ปี ในการเดินทางของโครงการ Asia Young Designer Award เราถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น แนะนำตัว นำเสนอโครงการ และสร้างความยอมรับให้แก่บุคลากรในวงการการออกแบบไม่ว่าจะเป็น นักศึกษา นักออกแบบ คณาจารย์ รวมไปถึงมหาวิทยาลัยต่างๆ จากนี้ต่อไป โครงการฯ จะต่อยอดและมุ่งสร้างเวทีแห่งนี้ให้กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับนักออกแบบวัยเยาว์สาขาวิชาสถาปัตยกรรมและออกแบบภายในให้มาแสดงความคิดสร้างสรรค์และความสามารถ เพื่อพัฒนาและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและอนาคตในวงกว้างต่อไป” นายวัชระ กล่าวสรุป

ได้คืนชัวร์ “งบฯ อุดหนุนหนังสือเรียน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305598

ได้คืนชัวร์ “งบฯ อุดหนุนหนังสือเรียน”

ค่าหนังสือเรียน, เงินอุดหนุน

ศธ.แจงประสานสำนักงบฯ เชื่อได้เงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียนคืน  สพฐ.ชี้ ดำเนินการเสนอของงบฯ กลางปีเพิ่ม เป็นเวลา 3 สัปดาห์ คาดได้คำตอบก่อนเปิดภาคเรียนปี2561

       ตามกรณีที่สำนักงบประมาณได้ปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 ในส่วนของเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายการหนังสือเรียน ในโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ  โดยปรับลดลงครึ่งหนึ่งจากที่เคยอุดหนุนค่าหนังสือเรียนให้แก่นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของสถานศึกษาในแต่ละสังกัด ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้น
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการหารือกับทางสำนักงบประมาณแล้ว ศธ. ได้เงินคืนแน่นอน ซึ่งได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบในเรื่องนี้แล้ว

ด้าน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการเสนอสำนักงบประมาณ เพื่อของบฯ กลางปีเพิ่ม เป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีว่าครั้งนี้ สพฐ. คำนวณจำนวนเด็กได้ค่อนข้างแน่นอน ตามยอดสรุปวันที่ 10 มิถุนายน และการของบฯ เพิ่ม จำนวนประมาณ 1.5 พันล้าน จากเดิมที่ได้รับมาแล้ว 2.5 พันล้านบาท ซึ่งการขอเพิ่มเติมนี้คำนวณตามจำนวนเด็กจริงๆ ทั้งนี้ คาดว่าจะได้คำตอบก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 สำหรับการดำเนินการของบฯ ในปีต่อไป ส่วนเดือนมกราคม 2561 นี้ จะมีการดำเนินการขอเต็มจำนวนที่ สพฐ. มีนักเรียนอยู่ประมาณ 10 ล้านคน คาดว่าจะได้งบฯ สนับสนุนประมาณ 4 พันล้านบาท

อนึ่ง ในแต่ละปีงบฯ สพฐ.จะได้รับงบประมาณโครงการเรียนฟรีฯ ในรายการหนังสือเรียนอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีการคำนวณจากข้อมูลตัวเลขเด็กที่เข้าเรียนในระบบจริง

“ไฮสปีดเน็ต” ของขวัญปีใหม่แก่เด็กไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305574

“ไฮสปีดเน็ต” ของขวัญปีใหม่แก่เด็กไทย

กระทรวงศึกษาธิการ, ไฮสปีดอินเตอร์เน็ต, ไฮสปีดเน็ต

ศธ.บริหารจัดการไฮสปีดอินเตอร์เน็ตแก่โรงเรียนทั่วประเทศ หวังมอบเป็นของขวัญปีใหม่ คาดจัดสรรให้เหมาะสม

        จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เมื่อเร็วๆนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ  เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตของโรงเรียน โดยกำหนดให้พัฒนาเป็นระบบไฮสปีดอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกโรงเรียน เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งหลักการได้พัฒนาให้เป็นไฮสปีดอินเตอร์เน็ตนั้นจะมีการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมาระบบอินเตอร์เน็ตที่โรงเรียนใช้มีความซ้ำซ้อนหลายระบบ อาทิ ระบบเครือข่ายสารสนเทศ ศธ. หรือ Ministry of Education Network (MOENet) ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ระบบ Uninet ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ระบบอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และระบบอินเตอร์เน็ตจากภาคเอกชน ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียงบประมาณในส่วนนี้จำนวนมาก

“ที่ผ่านมาชอบตัดเสื้อให้เด็กทุกคนใส่ไซต์เดียวกันหมดทำให้เด็กบางคนใส่ได้ดีเด็กบางคนใส่ไม่ได้ก็เหมือนกับการใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตที่ผ่านมาแบบซ้ำซ้อน หากเราเปิดให้ผู้ใช้เลือกระบบได้เองว่าระบบใดเหมาะสมกับสิ่งที่โรงเรียนต้องการใช้งานมากที่สุด และเมื่อเลือกใช้งานระบบใดระบบหนึ่งแล้วก็จะส่งผลให้งบประมาณด้านอินเตอร์เน็ตประหยัดไปได้เป็นจำนวนมาก”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ทั้งนี้ การดำเนินการรูปแบบไฮสปีดอินเตอร์เน็ตโรงเรียนทั่วประเทศ ทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้คัดเลือกระบบอินเตอร์เน็ตเอง เพราะผู้อำนวยการโรงเรียนจะรู้ดีที่สุดว่าระบบใดมีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนตัวเองมากที่สุด เนื่องจากโรงเรียนแต่ละแห่งมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่แตกต่างกัน  เช่น โรงเรียนขนาดใหญ่มีการใช้งานอินเตอร์มากก็อาจไม่เหมาะกับการใช้งานเครือข่ายของ MOEnet แต่อาจจะเหมาะกับเครือข่ายให้บริการอินเตอร์เน็ตของรัฐวิสหกิจ หรือภาคเอกชนก็ได้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305569

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

โปสการ์ดชุดที่สอง, แผ่นพับ, โปสการ์ด, นิทรรศการพระเมรุมาศ

ยอดผู้เข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศครบ 3 ล้านคน พิมพ์แผ่นพับ 3 ภาษา-โปสการ์ดที่ระลึก9แบบใหม่เริ่มแจกล็อตสอง 15 ธ.ค.นี้ เตรียมจัดแสดงโขนรามเกียรติ์ชุดพิเศษ30-31ธ.ค.

            สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลาการเข้าชมพระเมรุมาศ และนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพื่อให้ประชาชน เยาวชนและผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกลมีโอกาสเข้าชมพระเมรุมาศ อันเป็นผลงานทางวัฒนธรรมไทยที่ทรงคุณค่าและนิทรรศการฯ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 07.00-22.00 น. โดยรอบนักเรียน นักศึกษา จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 06.00 น.

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 60 – นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า  ขณะนี้ได้รับรายงานจำนวนผู้เข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2560 รวมทั้งสิ้น 3,005,206 รูป/คน แบ่งเป็น พระภิกษุ/สามเณรและแม่ชี 17,667 รูป/คน วีลแชร์ 47,738 คน  ผู้พิการ 3,974 คน กลุ่มชาติพันธุ์ 290 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 29,720 คน สื่อมวลชน 1,705คน ประชาชน 2,293,566 คน และ นักเรียนและนักศึกษา 610,546คน

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแจกแผ่นพับนำชมนิทรรศการประกอบด้วย ฉบับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน และโปสการ์ดที่ระลึก 9 แบบนั้น ล่าสุดได้รับรายงานว่าขณะนี้ได้จัดพิมพ์แผ่นพับนำชมนิทรรศการทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนเพิ่มเติม รวมถึงโปสการ์ด 9 แบบเป็นครั้งที่ 2 เพื่อรองรับการขยายเวลาการเข้าชมพระเมรุมาศและให้เพียงพอในการแจกจ่ายให้ประชาชน  โดยโปสการ์ดที่ระลึกทั้ง 9 แบบในการจัดพิมพ์ครั้งที่ 2 นั้นได้รับรายงานว่าจะเริ่มนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนวันที่ 15 ธันวาคมเป็นต้นไป โดยมีการปรับเปลี่ยนภาพและคัดเลือกภาพใหม่ เพื่อนำมาแจกจ่ายให้ประชาชน แต่ยังคงยึดตามแนวทางเดิมคือนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนและคณะที่เข้าชมพระเมรุมาศวันละ 1 แบบ

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

สำหรับภาพโปสการ์ดที่ระลึกทั้ง 9 แบบที่จัดพิมพ์ครั้งที่ 2 ภาพที่ 1 ภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรโดยรถไฟพระที่นั่ง  ภาพที่ 2 ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 2 แห่เชิญพระบรมโกศประดิษฐฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถเข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ภาพที่ 3 แปลงนาสาธิตรูปเลข ๙ บริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศ ภาพที่ 4 ฉากบังเพลิงด้านทิศตะวันออก แสดงเรื่องราวพระนารายณ์อวตารปางที่ 3 วราหาวตารและปางที่ 4 นรสิงหาวตารและ กลุ่มเทวดา ด้านล่างเป็นภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหมวดดินจำนวน 6โครงการ

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

ภาพที่ 5 ประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ในสระอโนดาตจำลองรอบพระเมรุมาศ ภาพที่ 6ประติมากรรม “ราชสีห์” สัตว์หิมพานต์ ประจำทิศตะวันออกของพระเมรุมาศ ภาพที่ 7 การแสดงโขน เรื่อง “รามเกียรติ์” บริเวณหน้าพระเมรุมาศ ภาพที่ 8 ประติมากรรมสุนัขทรงเลี้ยง “คุณทองแดง” และ “คุณโจโฉ” บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งทรงธรรม และภาพที่ 9 พระเมรุมาศยามค่ำคืน

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า  ในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ มอบหมายให้กรมศิลปากรจัดแสดง “โขน เรื่องรามเกียรติ์ชุดพิเศษ” หน้าพระที่นั่งทรงธรรม วันที่ 30-31 ธันวาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป โดยแต่ละวันใช้เวลาแสดง 90 นาที เพื่อให้ประชาชนที่เข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการได้รับชมการแสดงโขน ส่วนการแสดงโขนในช่วงวันอื่นที่ผ่านมาได้มีมติให้เพิ่มการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรมจากเดิมจัดแสดงในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 19.00-19.45 น. เป็นเพิ่มในวันศุกร์เวลาเดียวกันอีก 1 วัน เนื่องจากมีประชาชนสนใจเข้าชมจำนวนมาก

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

 

ชมรมครูร้อยเอ็ดยื่น”บิ๊กตู่”ขอแก้คำสั่งคสช.19/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305516

 ชมรมครูร้อยเอ็ดยื่น”บิ๊กตู่”ขอแก้คำสั่งคสช.19/60

ขอแก้คำสั่งคสช.19/60, พิทักษ์ บัวแสงใส  ประธานชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด, นายบุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์, บิ๊กตู่

  องค์กรครูร้อยเอ็ด 43 องค์กร ลงมติค้านแนวคิด คำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 ข้อ 13 เตรียมยื่นต่อนายกรัฐมนตรีที่ จ.กาฬสินธ์ วันที่ 13 ธันวาคมนี้

     หลังจาก เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมาชมรมสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด นำโดยนายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด นายบุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์ และชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด โดย นายพิทักษ์ บัวแสงใส พร้อมกับคณะครูองค์กรการนำครู ต่าง ๆ ของจังหวัดร้อยเอ็ดจากทุกอำเภอ 25 คน 43 องค์กรประชุมระดมความคิดเห็น เรื่องการปฏิรูปการศึกษาและให้ข้อคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ของรัฐบาลและคสช.

      เนื่องจากมองว่า กฎระเบียบดังกล่าวมีผลกระทบต่อบุคลากรทางการศึกษา ครูผู้สอน และผู้เรียน ไม่ตรงตามเป้าประสงค์ของครูที่จะร่วมกันจัดระบบทางการศึกษาให้มีคุณภาพ ซึ่งที่ประชุมวิเคราะห์ว่าคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 ข้อ 13 เกี่ยวกับการแปรรูปการศึกษาส่วนภูมิภาคทำให้เกิดความขัดแย้งในการด้านการบริหารการศึกษาระหว่างศึกษาธิการจังหวัดและสำนัก     งานขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่สอดคล้องตรงกับความต้องการของคณะผู้บริหารครูและสถานศึกษาในพื้นที่

     โดยนายพิทักษ์ บัวแสงใส  ประธานชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า หากไม่แก้คำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่19/2560 ข้อ 13 อาจจะเกิดความเสียหายทั้งระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะ 2 ปัญหา คือ 1 สป.ศธ./ศธภ./ศธจ.เป็นอีกแท่งหนึ่งใน5แท่ง ของกระทรวงศึกษาธิการ การก่อเกิดศธจ. ก็เพื่อให้บูรณาการการศึกษาของจังหวัดเชื่อมโยงกันทั้ง5แท่ง 2) สพท./สพฐ.เป็นอีกแท่งหนึ่งที่เป็นสายบังคับบัญชาโดยตรงของโรงเรียน ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติงานให้เกิดคุณภาพหรือไม่เกิดคุณภาพโดยแท้

     ดังนั้นการให้ศธจ.ใช้อำนาจมาตรา53 (3)(4)ซึ่งเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาตามมาตรา 24 และมาตรา 27 ของ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการใช้อำนาจบรรจุแต่งตั้ง ข้ามแท่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏในหน่วยงานใดมาก่อน และอำนาจในมาตรา 53(3)(4) ยังผูกพันกับมาตราอื่นๆในหมวดอื่นอีกเกือบสามสิบเรื่อง จึงทำให้เกิดความล่าช้า ด้อยประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลในภูมิภาค ส่งผลกระทบโดยตรงต่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

    ดังนั้น ชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ดจึงเห็นพ้องกับข้อเสนอร่างแก้ไขคำสั่ง หัวหน้า คสช.ที่19/60 ของชมรมผอ.เขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย ทุกประเด็น โดยเฉพาะ การขอยกเลิกข้อ 13 เพื่อคืนอำนาจให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53(3)(4) ของ พรบ.ระเบียบข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค บรรลุวัตถุประสงค์โดยเร็ว

     นอกจากนั้นควรกระจายอำนาจเกี่ยวกับพนักงานราชการลูกจ้างชั่วคราวทุกตำแหน่งให้ผอ.โรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะส่งผลต่อการบริหารจัดการให้เกิดคุณภาพมีประสิทธิภาพ ทันเวลา และหากผู้มีอำนาจยังเพิกเฉย ไม่ยอมยกเลิกข้อ 13 ทางชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ จะหาช่องทางและแนวทางนำเสนอเป็นขั้นตอน ที่จะต้องขับเคลื่อนต่อไป  และจะสรุปส่งไปยังองค์กรครูทั่วประเทศทุกภาค เพื่อ สรุปแนวคิดที่สอดคล้องร่วมกันเสนอไปยังรัฐบาล และในขณะเดียวกัน จะมีการนำข้อสรุปของที่ประชุมนำส่งไปยังนายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางมาที่จ.กาฬสินธิ์ ต่อไป.

     ทั้งนี้ วันที่ 13 ธันวาคม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปตรวจราชการและเยี่ยมประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าตามนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน

      ตลอดจนการแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาที่ดินทำกิน การบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะ และการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล

     โดยจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานร้อยเอ็ด เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังสนามกีฬากลางบ้านโพน อ.คำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ในเวลา 8.50 น.

      จากนั้นจะนั่งรถไถนา (รถอีแต๊ก) เพื่อไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตการทอผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ ณ ศูนย์วัฒนธรรมภูไท และจะเดินทางโดยรถยนต์ไปยังศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวา เฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อมอบเครื่องจักรกลการเกษตร และมอบโค-กระบือ ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ ให้แก่ผู้แทนเกษตรกร พร้อมพบปะประชาชน

      และเดินทางไปยังอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน ต. ลงเปลือย อ. เขาวง จ. กาฬสินธุ์ ในช่วงบ่าย เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปโครงการลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ และโครงการฝายลำพะยังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งอ่างเก็บน้ำฯ เพื่อปล่อยพันธุ์ปลา และปลูกต้นพะยอม ต่อ      จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังวิทยาลัยเทคนิคเขาวง เพื่อเป็นประธานการประชุมสรุปยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ และจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงค่ำของวันเดียวกัน

ทางออก!!แก้คำสั่งคสช.คืน “อำนาจ” ม.53

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305518

ทางออก!!แก้คำสั่งคสช.คืน “อำนาจ” ม.53

แก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช., ครม., มาตรา 53, อำนาจ

จับมือการันตีความสัมพันธ์ระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ที่เวลานี้เคลียร์ใจกันได้เสียที..

       หลังเกิดความขัดแย้งในการทำงาน 2 ฝ่าย ด้วยเรื่องของ “อำนาจ” ตามมาตรา 53 (3) และ (4) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ในข้อ 13 ตามคำสั่งหัวหน้าที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 ที่เวลานี้จะเสนอให้มีการแก้ไขคำสั่ง คสช.โอนอำนาจดังกล่าวกลับมาเป็นของ ผอ.สพท.ตามเดิม โดยลงนามตามมติคณะกรรมการการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)

ทางออก!!แก้คำสั่งคสช.คืน “อำนาจ” ม.53

ภาพจาก www.obec.go.th

       ว่ากันว่า คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2560 ในข้อที่ 13 ที่ทำให้การทำงานหลายอย่างสะดุด.. ที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวเรียกร้องทั้งจากชมรมผอ.สพท. ขอให้ยกเลิกคำสั่งข้อที่ 13 และคืนอำนาจตามมาตรา 53 ที่โอนไปให้ ศธจ.กลับคืนมายัง สพท.เช่นเดิม ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ชมรมสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด นำโดย นายบุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์ นายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด และนายพิทักษ์ บัวแสงใส ชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เคลื่อนไหวเรียกร้องและยื่นข้อเสนอเดียวกัน และได้เปิดเวทีประชุมคณะองค์กรครูในพื้นที่กว่า 40 องค์กร ในข้อ 13 เกี่ยวกับการแปรรูปการศึกษาส่วนภูมิภาคทำให้เกิดความขัดแย้งในการด้านการบริหารการศึกษาระหว่าง ศธจ.และทำงานเขตพื้นที่ที่ไม่สอดคล้องตรงกับความต้องการของคณะผู้บริหารครูและสถานศึกษาในพื้นที่และเตรียมจะเสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.

       เพื่อยุติข้อขัดแย้งของผู้ใต้บังคับบัญชาในพื้นที่..รมว.ศึกษาธิการ “นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์” จึงต้องพึ่ง “พล.อ.ประยุทธ์” ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2557 (ฉบับชั่วคราว) แก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 และล่าสุดในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนด้านการบริการงานบุคคลระหว่างสพท.และศธจ. ของศธ.ให้มีประสิทธิภาพ ที่มีประธานผอ.สพท.กลุ่มคลัสเตอร์ และศธจ.กว่า 50 คนเข้าร่วม

ทางออก!!แก้คำสั่งคสช.คืน “อำนาจ” ม.53

      นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ควงแขน นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มาพูดคุยสร้างความเข้าใจถึงแนวทางการแก้ไขคำสั่ง ก่อนเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย “บุญรักษ์” เผยว่า มีข้อสรุปที่จะเสนอแก้ไขคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 โดยให้ศธจ.เป็นผู้แทนศธ. ทำหน้าที่ประสานงาน บูรณาการการศึกษาในดับจังหวัด ซึ่งได้มีการเสนอตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษาและคณะกรรมการการบริหารงานบุคคล ทั้ง 2 ชุดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานศธจ. เป็นเลขานุการ

        ทั้งนี้ ในคณะกรรมการบริหารงานบุคคลจะมี ผอ.สพท.ในจังหวัดทุกคนร่วมเป็นกรรมการ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากส่วนต่างๆ ซึ่งสัดส่วนเท่าไรนั้น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) อยู่ระหว่างพิจารณาข้อกฎหมาย ขณะที่ข้อ 13 ของคำสั่งคสช. จะแก้ไขให้ ผอ.สพท. มีอำนาจตามมาตรา 53 โดยลงนามตามมติ กศจ. ขณะที่ผอ.โรงเรียน ก็มีอำนาจลงนามอนุมัติในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับครูที่ไม่มีวิทยฐานะ ตั้งแต่การแต่งตั้ง เลื่อนขั้นเงินเดือน หรืออื่นๆ ซึ่งต้องเป็นไปตามมติกศจ.เช่นกัน

ทางออก!!แก้คำสั่งคสช.คืน “อำนาจ” ม.53

(ซ้าย) บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. (กลาง) การุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.

        ส่วนกศจ.มีหน้าที่พิจารณาอนุมัติตามที่ผอ.สพท.เสนอ ตรงนี้จะทำให้เกิดการคานอำนาจกรณีที่กศจ.เห็น เรื่องที่สพท.เสนอมาไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย กศจ.ก็จะไม่อนุมัติ หรือขอให้ชี้แจงเพิ่มเติม เป็นการถ่วงดุลการใช้อำนาจระหว่าง ผอ.สพท. และกศจ. การพิจารณาเรื่องการบริหารงานบุคคลจะจบสุดท้ายที่คณะกรรมการชุดนี้

       “เชื่อว่าการแก้ไขคำสั่ง คสช.ครั้งนี้น่าจะตอบโจทย์ทุกคนแล้ว ทุกอย่างออกมาน่าจะตรงตามที่คิด เพราะในส่วนของผอ.โรงเรียนก็มีอำนาจในการลงนามเรื่องที่เกี่ยวกับครูที่ไม่มีวิทยาฐานะ ส่วนการใช้อำนาจเดี่ยว การพิจารณาเรื่องงานบุคคลคืนให้สพท.โดยการอนุมัติของ กศจ. ส่วนบทบาทของศธจ.ก็เปรียบเสมือนแม่บ้านใหญ่ของพื้นที่ เพราะทุกเรื่องที่จะใช้อำนาจ ผอ.สพท. หรือ ผอ.โรงเรียน เพื่อให้กรรมการแต่ละชุดพิจารณา อนุมัติก็ต้องส่งผ่านศธจ.ก่อน เพื่อกลั่นกรองว่าเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ แม้ศธจ.ไม่มีอำนาจไปบริหารโรงเรียน หรือบริหารสพท. แต่มติที่ออกมาก็ต้องรับผิดชอบผลทางกฎหมายด้วย ทั้งศธจ.หากเรื่องใดไม่เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการศธจ. อาจใช้วิธีประสานภายใน ให้สพท.ปรับแก้ ศธจ. ไม่มีอำนาจโดยตรงที่จะไม่เสนอเรืองให้กศจ.พิจารณา แต่มีอำนาจในการขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสพท.” เลขาธิการ กพฐ.เน้นย้ำ

ทางออก!!แก้คำสั่งคสช.คืน “อำนาจ” ม.53

ทองสุข อยู่ศรี ผอ.สพป.นครสวรรค์ เขต 2

       ฟาก “ทองสุข อยู่ศรี” ผอ.สพป.นครสวรรค์ เขต 2 และประธานกลุ่มคลัสเตอร์ที่ 18 (นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี) บอกว่า แนวทางการแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 เพื่อแก้ไขปัญหาระหว่าง สพท.และศธจ. เป็นมติที่เห็นพ้องร่วมกัน เพื่อให้การทำงานของ 2 ฝ่ายเดินหน้าไปได้ เพราะที่ผ่านมาเรามีข้อติดขัดจนบั่นทอนการทำงานมานานเกินไป 5-6 เดือน จากนี้ก็จะร่วมกันเดินหน้าขับเคลื่อนงานการศึกษาในภูมิภาคเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

      “ถือเป็นมติที่เห็นพ้องร่วมกันจากนี้ผมก็ต้องไปสะท้อนสิ่งเหล่านี้ให้แก่สพท.ในกลุ่มทราบ ซึ่งการที่ให้ผอ.สพท.มาร่วมดูงานบริหารด้านบุคคล ก็เป็นไปตามมาตรา 53 เจตนาเพื่อให้การทำงานคล่องตัว ไม่ใช่เขตพื้นที่จะมาชงกันเอง ที่สำคัญตัวผอ.สพท.ก็ต้องมีความระมัดระวัง ทำงานด้วยความรอบคอบตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนเสนอตามกระบวนการ เพราะถ้ามีข้อผิดพลาดตัวผอ.สพท.ก็ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบเช่นกัน”

ทางออก!!แก้คำสั่งคสช.คืน “อำนาจ” ม.53

เชิดศักดิ์ ศรีสง่า ศธจ.ขอนแก่น

        ส่วน “เชิดศักดิ์ ศรีสง่าชัย” ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ขอนแก่น ในฐานะประธานชมรมศธจ. ยอมรับว่า ศธจ.ได้มีการหารือเรื่องการแก้ไขคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 แต่เลขาธิการกพฐ.และปลัดศธ.ได้ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งศธจ. และสพท.ก็พอใจ เราจะเลิกมีความขัดแย้งกัน เราจะเป็นพี่น้องกันจับมือร่วมกันพัฒนาการศึกษาต่อไป ดังนั้นการปรับแก้อำนาจการบริหารงานบุคคล ศธจ.ไม่ติดใจ แล้วแต่ผู้ใหญ่ ให้ทำอะไรก็พร้อมจะทำตาม ขออย่างเดียวให้ผอ.สพท.และศธจ. เป็นพี่น้อง ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว

        “เป้าหมายของศธจ.ต้องตอบโจทย์คุณภาพการจัดการศึกษา สร้างความเป็นเอกภาพ บูรณาการการจัดการศึกษาร่วมกับหน่วยจัดการศึกษาในจังหวัดให้มีความเป็นหนึ่งเดียว ตอนนี้มีแนวร่วมมากในการทำงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ และศธจ.ยินดีที่จะร่วมมือกับผอ.สพท. ในการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่” เชิดศักดิ์ ย้ำเป้าหมาย

ทางออก!!แก้คำสั่งคสช.คืน “อำนาจ” ม.53

ภาพ http://www.obec.go.th

      การเสนอเรื่องเพื่อขอแก้ไขคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 นั้น นายการุณ ได้เสนอไปยัง นพ.ธีระเกียรติ พิจารณาแล้ว ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่าขอเวลาพิจารณารายละเอียด 2-3 วันให้เรียบร้อยก่อนเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป

o เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ o

qualitylife444@gmail.com