คุณแหน : 14 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291939

คุณแหน : 14 กันยายน 2560

คุณแหน : 14 กันยายน 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● กระทรวงศึกษาธิการ ควรมาฟังไว้ ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ นายกสมาคมอัสสัมชัญ ร่วมกับ สมาคมผู้ปกครองและครูจัดเสวนาหัวข้อ “ประเทศไทยต้องการนักเรียนแบบไหนในปี 2575” 21 ก.ย. 13.30-15.30 น. ห้องประชุม Louis-Marie Grand Hall ชั้น 6 อาคาร Saint Louis-Marie Memorial โรงเรียนอัสสัมชัญ ถ.เจริญกรุง..

 

●● รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ร่วมกับพันธมิตร จัดงาน “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ (คลองบางกอกน้อย)  17 ก.ย. 08.30 น. โดย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา บางขุนนนท์..

●● ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์  แห่งกลุ่มบ.นานมี ด้วยความเป็นคุณแม่ลูกสามจึงใส่ใจเรื่องพัฒนาการของเด็กๆ ได้ไอเดียทำสื่อการเรียนรู้ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเยาวชนยุคใหม่ เป็นนิทาน คำกลอน สมุดภาพระบายสี แถมชุดดินสอ ยางลบและสีไม้ให้อ่าน วาด ระบายสี ครบจบในเล่ม..

●● ธานินทร์ พานิชชีวะ แห่งดอนเมืองโทลล์เวย์ จับมือกับ อสมทจัดโครงการ CSR Tollway Contest 2017 ฝากเชิญร่วมประกวดคลิปสั้น ในหัวข้อ “ชีวิตดีเพราะคำสอนของพ่อ Father’s say Better way” เพื่อน้อมนำพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของในหลวง ร.9 มาผลิตเป็นคลิปวีดีโอความยาวไม่เกิน 2.30 นาที ชิงทุนการศึกษาและของรางวัลพร้อมสิทธิ์บินไปดูงานสถานีโทรทัศน์ชื่อดังที่ญี่ปุ่น http://www.tollway.co.th..

●● ศิรินพร สันติเมทนีดล ผอ.อนุบาลบ้านวาดฝัน จะเปิดค่าย English Camp ในหัวข้อ People around the Word ผ่านกิจกรรมหลากหลายในภาคภาษาอังกฤษกับครูเจ้าของภาษาจาก  Fun  Language  สำหรับเด็กอายุ 2.6-6ปี ระหว่าง 2-20ต.ค…

●● พรเทพ การศัพท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กับ ชนิสา แก้วเรือน  แถลงข่าว “ผู้ชนะเลิศกิจกรรมพัฒนานักออกแบบไทย ปีที่ 3” 19 ก.ย. 13.00 น. ณ คริสตัล คอร์ท ชั้น M สยามพารากอน พร้อมดีไซเนอร์แบรนด์ดัง ภาณุ อิงคะวัต และ พลพัฒน์ อัศวะประภา และชมมินิแฟชั่นโชว์ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ก่อนนำไปโชว์บนเวที “อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว” ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเหล่าดีไซเนอร์รุ่นพี่  อาทิ ภูวภวิศ กฤตพลนารา จากแบรนด์ ISSUE, ณัฏฐ์ มั่งคั่ง จากแบรนด์ KLOSET และ ธนาวุฒิ ธนสารวิมล จากแบรนด์ T AND T มาร่วมให้กำลังใจ…

●● คนที่ไปสระแก้วแล้วทะลุไปปอยเปตทุกเดือน กลับมาเล่าให้ฟังว่ามีการเปลี่ยนแปลง CCTV ของปอยเปตเดิมยังใช้เครื่องเก่าแต่หลังจากวันที่ 23 ส.ค. ก่อนวันตัดสินคดีจำนำข้าว เปลี่ยนใหม่ทันสมัย จึงย้อนรอยเดิมหาข้อมูลการเดินทางข้ามประเทศทางด่านปอยเปตแบบหายเข้ากลีบเมฆของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้…ต้องสืบว่า ใครบงการ ใครสั่ง ใครทำ..●●

น้อง

เปิดตัวโครงการ อัพไซคลิ่ง เดอะ โอเชียน เปลี่ยนขยะสร้างมูลค่ารักษาสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291897

เปิดตัวโครงการ อัพไซคลิ่ง เดอะ โอเชียน เปลี่ยนขยะสร้างมูลค่ารักษาสิ่งแวดล้อม

เปิดตัวโครงการ อัพไซคลิ่ง เดอะ โอเชียน เปลี่ยนขยะสร้างมูลค่ารักษาสิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหารสามองค์กร ปล่อยตัวทีมเก็บขยะใต้น้ำ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิอีโคอัลฟ์ ราชอาณาจักรสเปน จัดงานเปิดโครงการ “อัพไซคลิ่ง เดอะ โอเชียน” เพื่อส่งเสริมการจัดการปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทย รู้วิธีการทิ้งและแยกขยะพลาสติก ที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าได้ พร้อมมอบถังขยะและถุงขยะให้อุทยานแห่งชาติฯ และจังหวัดระยอง โดยมี นักแสดงตัวแทนของคนรุ่นใหม่ อเล็กซ์เรนเดล และ มิว-นิษฐา จิระยั่งยืน มาร่วมเก็บขยะบริเวณชายหาด ณ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว สถานที่เที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ตัวเลขล่าสุดขององค์การท่องเที่ยวโลกเมื่อปีที่แล้ว ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยราว 32.6 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก แต่เรากลับมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับ 122 จาก 136 ประเทศ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า ถ้าเราต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมนั้น สิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ ช่วยกันรักษาเรื่องสิ่งแวดล้อม

“ปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เรื่องขยะที่เกิดขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยว หรือคนในพื้นที่ และเกิดจากการประกอบการต่างๆ ไทยเป็นหนึ่งใน10 ประเทศที่มีขยะในทะเลมากเป็นอันดับ 6 การที่ไทยจะหลุดจาก 10 อันดับ เราจะต้องช่วยกันขจัดขยะให้ได้ปีละประมาณ 1 หมื่น 1 พันล้านชิ้น เป้าหมายของโครงการจึงต้องการสนับสนุนการแปรรูปขยะพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า ตามแนวคิดแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และสนับสนุนการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยพร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเพื่อจัดการปัญหาขยะในทะเลไทยอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ โครงการ อัพไซคลิ่ง เดอะ โอเชียน ไทยแลนด์ มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2560-2562 ในช่วงปีแรกจะเน้นให้ความรู้และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และติดต่อประสานงานการกำจัดขยะ ทั้งเก็บ แยก และแปรรูป ปีที่ 2 เน้นการแปรรูปขยะด้วยนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต และปีที่ 3 พัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าแฟชั่นที่แปรรูปจากขยะในทะเล

ด้าน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากคนไทยหรือประชากรโลก ยังบริโภคและทิ้งขยะโดยไม่มีการจัดการที่ดี ก็จะยิ่งเกิดปัญหาขยะ จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแลรักษา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นธุรกิจอันดับต้นๆ ของประเทศ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้สังคมไทย และเป็นหน้าที่ของบริษัท พีทีทีจีซี ที่เป็นผู้ผลิตปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ ซึ่งพลาสติกนั้นไม่ได้เป็นปัญหาอย่างที่คิด แต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ทาง พีทีทีจีซี จึงตั้งใจร่วมโครงการนี้ และคิดว่าควรเปลี่ยนขยะพลาสติกมาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ อย่าง เสื้อผ้า รองเท้า หรือกระเป๋า ที่เราทำให้เป็นสินค้ามูลค่าเพิ่มได้หวังว่าโครงการนี้จะเป็นแบบอย่างให้กับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ทำตามกัน และเราก็ยินดีที่จะสนับสนุน”

มร.ฮาเวียร์ โกเยนิเช่ ประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิอีโคอัลฟ์ กล่าวว่า เวลาที่คนเราเห็นปัญหาขยะ จะมีสองแอ๊กชั่น คือ เห็นแล้วเพิกเฉยและปล่อยผ่านไป หรือว่าเห็นแล้วจะแก้ไข ซึ่งเราเลือกที่จะแก้ไข เราได้ร่วมกับสมาคมเรือประมง นำขยะพลาสติกจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า เพราะอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นมานาน จึงใช้ความรู้ทางด้านนี้แปรรูปขยะพลาสติกออกมาเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ภายใต้แบรนด์ อีโคอัลฟ์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค พอทราบว่าที่ไทยมีโครงการลักษณะนี้ จึงยินดีเข้าร่วมโครงการกับประเทศไทยที่ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบของขยะในทะเล”

(ซ้าย) มร.ฮาเวียร์ โกเยนิเช่, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, ยุทธศักดิ์ สุภสร

(ซ้าย) มร.ฮาเวียร์ โกเยนิเช่, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, ยุทธศักดิ์ สุภสร
ทีมจิตอาสาเก็บขยะบนชายหาด

ทีมจิตอาสาเก็บขยะบนชายหาด
อเล็กซ์เรนเดล, มิว-นิษฐา จิระยั่งยืน

อเล็กซ์เรนเดล, มิว-นิษฐา จิระยั่งยืน

เสียง ศิลป์ แผ่นดินทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291899

เสียง ศิลป์ แผ่นดินทอง

เสียง ศิลป์ แผ่นดินทอง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น
ในฐานะเป็นผู้ถวายงานด้านดนตรี แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มากว่า 30 ปี รศ.ดร. ภาธร ศรีกรานนท์ รองประธานมูลนิธิคีตรัตน์ จึงเริ่มโครงการ “คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ ธ สถิตกลางใจราษฎร์นิรันดร์” มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2559 และใกล้ถึงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในวันที่ 26 ตุลาคม นี้ ทางมูลนิธิคีตรัตน์ ได้จัดงานนิทรรศการ “เสียง ศิลป์ แผ่นดินทอง” ผสานบทเพลงพระราชนิพนธ์และผลงานจิตรกรรมจาก 19 ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิ ของประเทศ ซึ่ง รศ.ดร. ภาธร ได้กล่าวอย่างภูมิใจว่า งานนี้ถือเป็นงานที่สำคัญและยิ่งใหญ่อีกงานหนึ่ง เพราะโอกาสที่ศิลปินแห่งชาติและศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีและศิลปะ มารวมตัวกันในงานเดียวกันนั้นหาได้น้อยมาก ถือเป็นเกียรติของมูลนิธิคีตรัตน์และเป็นโอกาสที่ดีของประชาชนคนไทย ที่จะได้เห็นผลงานภาพวาดและดนตรีที่สร้างสรรค์จากการรวมใจ เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยในงานจะมีการแสดงคอนเสิร์ตผสานศาสตร์ระหว่างดนตรีและศิลปะให้ได้รับชม งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-24 กันยายน 2560 โดยจัดงานรอบแกรนด์ โอเพนนิ่ง ในวันที่ 14 กันยายน 2560 เวลา 16.00-20.00 น. ณ บริเวณควอเทียร์ แกลลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ครบ 56 ปี มอบ 361 ทุน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291940

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ครบ 56 ปี มอบ 361 ทุน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในรัชกาลที่ 9

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ครบ 56 ปี มอบ 361 ทุน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในรัชกาลที่ 9

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ฐานิตา แพร่วาณิชย์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา, รักษา แสงภู่, อุไร คุณานันทกุล, ดร.อรอนงค์ ประสังสิต,
พญ.วัทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ประธานในพิธี, ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร,
สุวิมล มหากิจศิริ, ดวงใจ ตั้งสง่า, เพ็ญศรี สุขเจริญผล และ นพ.สุนทร สุนทรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย

ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตชาติ สำหรับ มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร จัดพิธีมอบทุน
การศึกษา ประจำปี 2560 เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งปีนี้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 56 โดยมีนักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนและนักเรียนกตัญญูเข้ารับทุนจำนวน 361 คน รวมเป็นเงิน 361,000 บาท พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงวัทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

แพทย์หญิงวัทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ให้โอวาทแก่นักเรียนที่รับทุนว่า กิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา อนึ่ง ในการที่เราจะสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่จะเป็นกำลังของชาติในอนาคตได้นั้น มีปัจจัยสำคัญ 2 ส่วน หนึ่งคือ การให้เด็กได้เจริญเติบโตมาอย่างมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมวัย และสองคือการให้เด็กได้รับการศึกษา อันจะเป็นสิ่งบ่มเพาะทำให้เด็กกลายเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นกำลังที่จะมาพัฒนาประเทศ ทำสิ่งอันเป็นประโยชน์

“สิ่งที่มูลนิธิฯ ได้ช่วยสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กนี้ แม้จะไม่ใช่จำนวนเงินมากมาย แต่เป็นการทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักเรียนที่ได้รับทุนนี้ได้ถูกคัดกรองมาเป็นอย่างดีว่าเป็นผู้เหมาะสมแก่การได้รับการช่วยเหลือ ดังนั้น เด็กๆ ที่ได้รับทุนจึงต้องตระหนักถึงความตั้งใจดีของผู้ใหญ่ทุกท่านในการจะนำทุนการศึกษานี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่การศึกษาของตนเอง ที่จะสร้างโอกาสและทำตนให้เป็นคนมีคุณภาพ ที่จะมาช่วยกันทำประโยชน์แก่ประเทศชาติในอนาคตต่อไป”

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการจัดหาทุนเพื่อสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับการศึกษาแก่อัตภาพของตน โดยเน้นการให้ทุนในระดับประถมศึกษา เพื่อเป็นการปูพื้นฐานการศึกษาให้แก่เยาวชนมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2504 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 18,376 ทุน เป็นจำนวนเงิน 11,810,600 บาท

“สำหรับในปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่ 56 ของการมอบทุน มูลนิธิฯ ได้รับความร่วมมือจากนักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ทั้ง 68 ศูนย์ เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ด้วยการสัมภาษณ์ เยี่ยมบ้าน และสรุปประวัติเสนอคณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาช่วยเหลือจำนวน 361 คน เป็นเงิน 361,000 บาท โดยได้จัดให้มีพิธีมอบทุนพร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน เพื่อเป็นการบำเพ็ญพระราชกุศล น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2560 ซึ่งทุกปีมูลนิธิฯ ได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ใจดี รวมถึงหน่วยงานองค์กรภาคเอกชน องค์กรสาธารณกุศล ในการสมทบเงินทุนการศึกษา รวมถึงนำสิ่งของอุปกรณ์การศึกษา อาหาร ขนม มามอบให้เด็กๆ ด้วย ในนามคณะกรรมการจึงขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ และหวังว่าเด็กๆ จะได้นำทุนการศึกษาไปใช้จ่ายที่จำเป็นในการศึกษา เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน สมดังเจตนาของมูลนิธิฯ”

ด.ญ.อันทิกา พวงมาลี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนวัดนางนอง (พิพัฒน์) เป็นตัวแทนนักเรียนผู้ได้รับทุนขึ้นกล่าวขอบคุณว่า “การได้รับทุนในครั้งนี้ รู้สึกดีใจและซาบซึ้งในความเมตตากรุณาของท่าน จะนำเงินไปใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ใช้จ่ายในด้านการศึกษา การซื้ออุปกรณ์การเรียน จะไม่นำเงินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และขอสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน จะเป็นคนดี จะปฏิบัติตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม” เช่นเดียวกับ ด.ญ.ณัฐฐา สนธิกร นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนวัดขุนจันทร์ เรียนได้เกรดเฉลี่ย 3.5 เล่าว่า “หนูอาศัยอยู่กับแม่และยาย แม่เป็นลูกจ้าง กทม. ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 20 บาท กินข้าวฟรีข้าวที่โรงเรียน รู้สึกดีใจที่ได้รับทุนการศึกษา เงินที่ได้ก็จะนำไปใช้เกี่ยวกับการเรียน ซื้ออุปกรณ์การเรียน

ในการนี้ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ฐานิตา แพร่วานิชย์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นพ.สุนทร สุนทรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ, สุวิมล มหากิจศิริ, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ดร.อรอนงค์ ประสังสิต, ดวงใจ ตั้งสง่า, รักษา แสงภู่, อุไร คุณานันทกุล, ทัศนีย์ ภัทรนาวิก, ศันสนีย์ อยู่ประเสริฐ, อพชา ชัยมงคล และ พัชรา มาดล ร่วมทำพิธีมอบทุนการศึกษา โดยผู้ใหญ่ใจดี บริษัท ห้างร้าน และองค์กรการกุศลที่ได้ร่วมมอบทุนสนับสนุน อาทิ ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ในนามบริษัท ทีโอเอ-ชูโกกุ เพ้นท์ จำกัด มาพร้อมด้วย ละลอ ตั้งคารวคุณ และ ร.ท.พญ.ปิยะชนก ตั้งคารวคุณ เดินทางมามอบเงินสมทบด้วยตนเอง, บริษัท สยามเอ็นไวรอนเมนทอลเทคโนโลยี จำกัด, สุวิมล มหากิจศิริ มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง, สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, บริษัท ภาษาหรรษา จำกัด, บริษัท ทองสง่าพาณิชย์ จำกัด, TRSC International Lasik Center, มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก, บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

นอกจากน้องๆ จะได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาแล้ว ภายในงานยังได้มีการเลี้ยงอาหารกลางวันและมอบของที่ระลึกแก่น้องๆ ที่มาร่วมงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างดีมาโดยตลอด จาก ภัตตาคารจันทร์เพ็ญ, บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน), สุวิมล มหากิจศิริ มอบโดนัท คริสปี้ครีม,บริษัท กรีนสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พีเอฟพี เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท นานมี จำกัด และบริษัท มิสเตอร์โดนัท (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น และความบันเทิงสนุกสนานจากพี่ๆ ศิลปิน Middle Lane และ มาร์ค-ธัชพล จุลเกษม แห่งค่าย Musik Move, ศิลป์กวี เชาว์มณีเดชานนท์, กิฟ-วรรณนิสา ปานสิริธนาโชติ และ ณัฏฐ์สิชา ธนาเดชทวีสิน ค่าย Mellow Me, ดีเจต้อง-ศุภัชญา รื่นเริง และดีเจแบงค์-กรมิษฐ์ คงสุขสกุลโรจน์ จากคลื่น FM ONE 103.5 และ กวาง เดอะสตาร์ 7 จากกันตนา

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการร่วมบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สนง.เลขาธิการมูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร หรือ โทร.02-5212690

พญ.วันทนีย์ วัฒนะ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี กตัญญู โรงเรียนในสังกัด กทม. จำนวน 361 ทุน

พญ.วันทนีย์ วัฒนะ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี กตัญญู โรงเรียนในสังกัด กทม. จำนวน 361 ทุน
พญ.วัทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม. ประธานพิธีมอบทุน กล่าวเปิดงานและให้โอวาทนักเรียน

พญ.วัทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม. ประธานพิธีมอบทุน กล่าวเปิดงานและให้โอวาทนักเรียน
ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา กทม. กล่าวรายงาน

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา กทม. กล่าวรายงาน
พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ประธานในพิธี และ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา กทม. พร้อมคณะกก. อุไร คุณานันทกุล, รักษา แสงภู่, ดวงใจ ตั้งสง่า, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ศันสนีย์ อยู่ประเสริฐ, อพชา ชัยมงคล ถ่ายภาพร่วมกับ ฐานิตา แพร่วานิชย์ รองผอ.สำนักการศึกษา, นพ.สุนทร สุนทรชาติ รองผอ.สำนักอนามัยและนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ผู้คัดกรองนักเรียนทุนจากโรงเรียนของกทม.

พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ประธานในพิธี และ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา กทม. พร้อมคณะกก. อุไร คุณานันทกุล, รักษา แสงภู่, ดวงใจ ตั้งสง่า, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ศันสนีย์ อยู่ประเสริฐ, อพชา ชัยมงคล ถ่ายภาพร่วมกับ ฐานิตา แพร่วานิชย์ รองผอ.สำนักการศึกษา, นพ.สุนทร สุนทรชาติ รองผอ.สำนักอนามัยและนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ผู้คัดกรองนักเรียนทุนจากโรงเรียนของกทม.

‘เสน่ห์ไทย สมุนไพรไทย ๔.๐’ เผยคนไทยนิยมใช้สมุนไพรเพิ่มมากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291891

‘เสน่ห์ไทย สมุนไพรไทย ๔.๐’ เผยคนไทยนิยมใช้สมุนไพรเพิ่มมากขึ้น

‘เสน่ห์ไทย สมุนไพรไทย ๔.๐’ เผยคนไทยนิยมใช้สมุนไพรเพิ่มมากขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกพร้อมเครือข่ายปิดฉากยิ่งใหญ่ “เสน่ห์ไทย สมุนไพรไทย ๔.๐” ยอดพุ่งทะลุเป้ากว่า 500 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสมุนไพรเชิงพาณิชย์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน

นพ.สรรพงษ์ ฤทธิรักษา รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมภาคีเครือข่ายกว่า 30 องค์กร ร่วมจัดงานโดยชูประเด็น “เสน่ห์ไทย สมุนไพรไทย ๔.๐” ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-3 กันยายน 2560 ที่ผ่านมาณ อาคารอิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6-7-8ซึ่งการจัดงานจะเกิดขึ้นปีละ 1 ครั้ง รวมการจัดงาน 5 วันพบว่ามีประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 200,101 คนยอดการขายสะพัดกว่า 500 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนที่หันมาให้ความสำคัญกับสมุนไพรไทยมากขึ้น

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทย มีการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันพัฒนาพืชสมุนไพรให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพรไทยให้มีคุณภาพครบวงจร สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในชาติและประชาคมโลกได้อย่างกว้างขวาง ประชาชนและผู้ประกอบการจะได้รับการส่งเสริมอาชีพและมีรายได้เพิ่มจากการจำหน่ายพืชสมุนไพรและสารสกัดสมุนไพร มีการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรและเทคโนโลยีการผลิตโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพิ่มช่องทางการตลาดโดยกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้มีการนำสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยมาใช้ในสถานบริการสาธารณสุข

จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) พบว่า ในปี 2557 การใช้และส่งออกสมุนไพรกลุ่มเครื่องสำอางของไทยมีมูลค่าสูงถึง 180,000 ล้านบาท ขณะที่สมุนไพรกลุ่มอาหารเสริมมีมูลค่าการใช้และส่งออกประมาณ 10,000 ล้านบาทด้านสมุนไพรกลุ่มยาแผนโบราณตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาทนอกจากนี้ ตลาดสมุนไพรมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปีอีกทั้งในงานนี้มีการระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อการพัฒนาวิชาชีพและวงการแพทย์แผนไทยในการประชุมวิชาการประจำปี 2560 ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสมุนไพรไทย ๔.๐ นับเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมไปสู่การพัฒนาและเน้นการทำงานเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญได้แก่ การรวบรวมตรวจสอบความรู้เก่าจากทั่วประเทศ สร้างความรู้ใหม่จากการวิจัยของสถาบันในมหาวิทยาลัยมีการสื่อสารสู่กระแสสังคม

การจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ยังคงเป็นการผนึกกำลังระหว่างองค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน และจะดำเนินการร่วมมือกันในลักษณะประชารัฐ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกส่วนและสร้างรายได้ผลักดันทิศทางการพัฒนาของสมุนไพรให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0

ซัมซุง เดอะ เฟรม มากกว่าทีวี คืองานศิลป์ล้ำค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291900

ซัมซุง เดอะ เฟรม มากกว่าทีวี คืองานศิลป์ล้ำค่า

ซัมซุง เดอะ เฟรม มากกว่าทีวี คืองานศิลป์ล้ำค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มร.โยง เชิล โจ, วรรณา สวัสดิกูล และ สุวิณ โกษีอำนวย

ซัมซุง นำเสนอประสบการณ์ทีวีดุจงานศิลป์ จัดงานเปิดตัว “Samsung The Frame”ไลฟ์สไตล์ทีวีล่าสุด ที่ดีไซน์เหมือนกรอบภาพฉีกมิติใหม่ ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้านด้วยแนวคิด “Art when it’s off, TV when it’s on”เชิญชม “The Frame Gallery” รวมภาพวาดและภาพถ่ายจากศิลปินระดับโลก พร้อมพูดคุยกับ ครูปาน-สมนึก คลังนอก ศิลปินผู้สร้างแรงบันดาลใจ พร้อมผลงานชิ้นใหม่ “Princess Blue Sam” ที่วาดขึ้นสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ นักออกแบบและเจ้าของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์หนุ่มไฟแรง ที่จะมาบอกเล่าถึงสไตล์การตกแต่งห้อง และวิธีผสมผสานศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างลงตัว และ ภูริ–อลิชา หิรัญพฤกษ์ ที่มาพร้อมคอลเลคชั่นภาพถ่ายที่สร้างพลังให้กับชีวิต โดยมีคนดังผู้ชื่นชอบงานศิลป์ร่วมงานคับคั่ง

วรรณา สวัสดิกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาดบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “จากผลการสำรวจของซัมซุงพบว่า ปัจจุบันผู้บริโภคดูทีวีเฉลี่ยเพียง 4 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่ 20 ชั่วโมงที่เหลือทีวีจะถูกปิดเป็นจอสีดำตั้งอยู่ภายในบ้านผู้บริโภค ซัมซุงจึงมองหาทีวีที่มีรูปลักษณ์สวยงาม กลมกลืนไปกับทุกๆ ห้องในบ้าน และเมื่อปิดทีวีไปแล้วทีวีก็ยังสามารถใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วย พร้อมตอบโจทย์พฤติกรรมของยุคนี้ซึ่งมีความพิถีพิถันในการใช้ชีวิตตลอดจนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ด้วยการดึงเอานวัตกรรมมาผสานเข้ากับดีไซน์ สร้างสรรค์ออกมาเป็นไลฟ์สไตล์ทีวีรุ่นใหม่ ซัมซุง เดอะ เฟรม ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของทีวีแห่งอนาคตที่จะฉีกทุกรูปแบบทีวีที่เคยมีมา ออกแบบโดย อีฟ เบฮาร์ ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวสวิส ภายใต้แนวคิด Art when it’s off, TV when it’s on ดีไซน์ทีวีเหมือนกรอบภาพ ที่ผู้ใช้สามารถเลือกภาพเพื่อแสดงบนหน้าจอได้ตามต้องการเมื่อไม่ได้ดูทีวี ทั้งงานศิลป์จากศิลปินระดับโลก และภาพส่วนตัวนอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนกรอบทีวีได้ถึง 3 แบบ เพื่อสะท้อนตัวตนของผู้ใช้มากที่สุดนับจากนี้ทีวีจะไม่ได้เป็นแค่ทีวี แต่จะเป็นศิลปะล้ำค่าในบ้านที่จะกลมกลืนไปกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ และเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นแกลเลอรี่ได้อีกด้วย”

ครูปาน-สมนึก คลังนอก เผยถึงผลงานชิ้นใหม่ “Princess Blue Sam” ที่วาดขึ้นสำหรับงานนี้โดยเฉพาะว่า ได้รับแรงบันดาลใจจาก ซัมซุง เดอะ เฟรม และการเฝ้ามองความสุขของเด็กๆ ด้าน วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ อินทีเรียดีไซเนอร์คนดัง กล่าวว่า “ซัมซุง เดอะ เฟรม มีดีไซน์แบบมินิมัล สวยเข้ากับทุกสไตล์การตกแต่งเลยจริงๆ ผมถือว่าเป็นความตื่นเต้นในวงการตกแต่งบ้านครั้งยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้ เมื่อทีวีสามารถเป็นมาสเตอร์พีซของทุกห้องได้ แถมยังเปลี่ยนกรอบได้หลายแบบตรงกับความชอบของเราได้ เรียกได้ว่าเป็นทีวีที่คนรักดีไซน์ต้องมี”

ส่วน ภูริ หิรัญพฤกษ์ นักแสดงหนุ่มผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวและถ่ายภาพ บอกว่า “เวลาว่างผมกับแอนจะนั่งดูทีวีกัน แต่วันหนึ่งดูแค่ 3-4 ชั่วโมง นอกนั้นทีวีก็จะปิดไว้เฉยๆ ยังเคยคิดเลยว่าถ้าเอารูปของเราขึ้นจอทีวีตอนที่ไม่ได้ดูทีวีได้ ก็คงดี และวันนี้ซัมซุง เดอะ เฟรม ก็ทำได้จริงๆ ผมชอบถ่ายรูปเพื่อบันทึกการเดินทางเรื่องราวของผมกับแอนและครอบครัวของเรา จนกลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำภายในบ้าน ที่สามารถเลือกรูปแบบในการจัดวางภาพตามต้องการ”

ซัมซุงเชื่อว่ารากฐานสำคัญของการออกแบบและสร้างสรรค์นวัตกรรมมาจากผู้บริโภค ซึ่ง ซัมซุง เดอะ เฟรมเป็นทีวีที่เติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญยังเป็นมิติใหม่ของทีวีที่ไม่มีใครเหมือนและจะเปลี่ยนมุมมองของทีวีทั่วโลกเลยทีเดียว

ครูปาน-สมนึก คลังนอก กับผลงานที่ฉายอยู่บ้าน ซัมซุง เดอะ เฟรม

ครูปาน-สมนึก คลังนอก กับผลงานที่ฉายอยู่บ้าน ซัมซุง เดอะ เฟรม
ภูริ-อลิชา หิรัญพฤกษ์

ภูริ-อลิชา หิรัญพฤกษ์
จงกล-วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์

จงกล-วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์
ซัมซุง เดอะ เฟรม ดีไซน์ดุจงานศิลป์ล้ำค่า

ซัมซุง เดอะ เฟรม ดีไซน์ดุจงานศิลป์ล้ำค่า

แนะเคล็ดลับ รับประทานสลัด เพื่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291892

แนะเคล็ดลับ รับประทานสลัด เพื่อสุขภาพ

แนะเคล็ดลับ รับประทานสลัด เพื่อสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หากเอ่ยถึงสลัด เราก็มักจะนึกภาพผักใบเขียวแซมด้วยผักหลากสีสันต่างๆ ทั้งแครอทสีส้ม หอมหัวใหญ่สีม่วง มะเขือเทศแดงปลั่งและพริกหยวกเหลือง ที่จัดเสิร์ฟรวมกันในชามใบสวย สลัดแบบนี้เป็นตัวอย่างเมนูเพื่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางมุมเกี่ยวกับสลัดที่ไม่ได้ดีต่อสุขภาพไปเสียหมด เราใช้คำว่าสลัดกันอย่างพร่ำเพรื่อจนแทบจะเรียกทุกอย่างที่ผสมรวมกันในชามว่าสลัด เพียงเพราะว่ามีน้ำสลัดราด ชูรส หรือคลุกเคล้าส่วนผสมเหล่านั้นเข้าด้วยกันเท่านั้น เพราะบางจาน ก็เริ่มต้นด้วยอะไรที่ดูดี มีผักใบเขียวและผักอื่นๆ อีกหลายชนิดผสมกัน แต่เราก็ได้รู้ว่าสลัดเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยขนมปังกรุบกรอบ ชิ้นไก่ทอด ชีส หรือเบคอน และหากคุณแวะไปรับประทานที่ร้านอาหารสุดโปรดที่มีบุฟเฟ่ต์สลัดบาร์ ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะได้น้ำสลัดแบบทั่วไปที่อร่อย แต่รสชาติค่อนไปทางหวานมากกว่า

เชื่อไหมว่า…สลัดสามารถมีปริมาณแคลอรี่และไขมันมากกว่าชีสเบอร์เกอร์ได้

ปัญหาของเมนูสลัดหลายเมนูก็คือไขมันที่อัดแน่น เราจึงควรรู้ว่าไขมันเหล่านั้นมีที่มาจากไหน ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการด้านการศึกษาและฝึกอบรมโภชนาการระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้แบ่งปันเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกรับประทานสลัดที่ทั้งอร่อยและเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ดังนี้

l บอกลาโปรตีนที่อุดมไปด้วยไขมัน เวลาคุณเห็นคำว่า“กรุบกรอบ” เช่น ไก่กรอบ นั่นเป็นแค่การเลี่ยงคำว่า “ทอด” และทำให้ฟังดูดีขึ้นเท่านั้น ดังนั้น หากคุณคิดอยากรับประทานสลัดที่มีโปรตีนด้วยล่ะก็ ให้เลือกเมนูสลัดที่มีเนื้อไก่ กุ้ง หรือปลาที่ย่างแทนที่จะทอด และระวังอาหารจำพวกโปรตีนที่มีแคลอรี่สูง เช่น ไส้กรอกหรือพวกโคลด์คัทที่มีไขมันเยอะๆ ที่มักผสมมาในเมนูสลัดด้วย

l หลีกเลี่ยงเครื่องเคียงที่มีไขมันสูง สลัดในร้านอาหารหลายแห่งมักเต็มไปด้วยเครื่องเคียงมากมายที่ชวนให้ปริมาณแคลอรี่พุ่งสูง ตัวการของแคลอรี่ไขมันสูงได้แก่ ชีส เบคอน แผ่นแป้งตอติญ่าทอดกรอบหมี่กรอบ หัวหอมทอด ซาวครีม และขนมปังกรอบมันๆ

l เลือกน้ำสลัดให้ดีและไม่ต้องใช้เยอะมาก น้ำสลัดเป็นหนึ่งในวิธีที่รวดเร็วที่สุดที่จะทำลายคุณค่าทางโภชนาการของสลัดเพื่อสุขภาพเลยทีเดียว น้ำสลัดแบบครีมเยิ้มๆ หรือมีส่วนผสมของชีสเยอะๆ ให้ปริมาณแคลอรี่สูงถึง 75 แคลอรี่ต่อช้อนโต๊ะ และร้านอาหารหลายแห่งเสิร์ฟเมนูสลัดที่ให้แคลอรี่สูงเป็น 8 เท่าของปริมาณแคลอรี่ดังกล่าว และเพราะนั่นคือปริมาณแคลอรี่ที่เราได้รับมา หลายคนจึงสรุปเอาว่ามันคือขนาดรับประทานปกติ แต่ความจริงแล้ว บางคนสามารถหรือควรบริโภคแคลอรี่และไขมันเพิ่มได้แค่เพียงครึ่งถ้วยของน้ำสลัดแบบครีมที่ใส่มาในสลัดเท่านั้น ดังนั้นเราควรสั่งน้ำสลัดแยกมาต่างหาก และเลือกน้ำสลัดประเภทวินนะเกรท (Vinaigrette) แบบเบาๆ แทนที่จะเป็นครีมสลัด ลองใช้วิธี “ส้อมจุ่ม” ดู ด้วยการเอาส้อมจุ่มในน้ำสลัดแล้วจิ้มผักสลัดรับประทานต่อ ทำแบบนี้ซ้ำๆ กัน คุณก็จะได้รสชาติน้ำสลัดทุกครั้งที่รับประทาน แล้วคุณจะประหลาดใจว่าจริง ๆ แล้วได้รับประทานน้ำสลัดไปน้อยมาก

เลือกเมนูสลัดอย่างชาญฉลาด

ซูซานแนะนำว่าเวลาที่เราเลือกสลัดสักจาน ควรระวังพวกวัตถุดิบที่มีไขมันสูงและดูส่วนผสมให้เหมาะสม หลายต่อหลายครั้ง เราอาจเพียงขอให้ทางร้านเอาส่วนผสมบางอย่างหรือสองอย่างออกก็ได้ และเปลี่ยนจากน้ำครีมสลัดเป็นซอสวินนะเกรทที่มีน้ำมันเบาๆ โดยสั่งน้ำสลัดแยกมาต่างหาก ลองทำวิธีง่ายๆ แค่นี้ก็จะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างมากมาย

เมนูสลัดที่มีผักกาดหอม ไก่ย่าง ถั่วดำสองสามช้อน กัวคาโมเล (Guacamole)เล็กน้อย และซอสซัลซ่าอีกสักหน่อยก็เป็นอีกหนึ่งเมนูเฮลท์ตี้ได้ไม่ยากและให้ปริมาณแคลอรี่แค่เพียง 400 แคลอรี่เท่านั้น แต่ถ้าคุณเลือกสลัดที่ล้นไปด้วยครีมสลัดอัดแน่นและเสิร์ฟมาในแป้งตอติญ่าห่อแบบทอด ปริมาณแคลอรี่ก็จะเพิ่มสูงถึงสามเท่าเป็นมากกว่า 1,200 แคลอรี่เลยทีเดียว

เช่นเดียวกัน เมนูสลัดไก่อาจฟังดูดีต่อสุขภาพเพราะมักมีแค่เพียงผักใบเขียวและเนื้ออกไก่ ทว่าปริมาณครีมสลัดจำนวนมากจะทำให้ปริมาณไขมันและแคลอรี่พุ่งสูงขึ้น ดังนั้น พยายามใส่น้ำสลัดแค่เพียงหนึ่งช้อนโต๊ะเท่านั้น และคุณก็จะได้ปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมต่อร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น ซีซาร์สลัดหนึ่งที่จะมีเบคอน ชีส และขนมปังกรอบ เราก็ควรสังเกตปริมาณแคลอรี่ด้วย หากคุณรับประทานสลัดแบบที่ร้านเสิร์ฟมาให้ คุณอาจจะได้รับปริมาณแคลอรี่มากกว่า 1,000 แคลอรี่ได้ ซึ่งเป็นปริมาณไขมันจะเท่ากับชีสเค้กชิ้นโตหนึ่งชิ้นและเฟรนช์ฟรายส์กล่องใหญ่

“เวลาที่ต้องเลือกเมนูสลัด สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ แค่เพียงอาหารจานนั้นเรียกว่าสลัด ไม่ได้แปลว่ามันจะดีต่อสุขภาพเสมอไป ดังนั้น อย่าให้คำว่า “สลัด” มาทำให้คุณไขว้เขว ขอให้เลือกรับประทานด้วยการใส่ใจให้มากขึ้นว่ามีส่วนผสมอะไรอยู่ในสลัดจานนี้บ้าง มากกว่าแค่เพียงเพราะมันเรียกว่าสลัดเท่านั้น” ซูซาน สรุป

โกลบอล คาเนโบ ฉลอง 1 ปี อวดโฉมสกินแคร์และเมคอัพไอเท็มใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291901

โกลบอล คาเนโบ ฉลอง 1 ปี อวดโฉมสกินแคร์และเมคอัพไอเท็มใหม่

โกลบอล คาเนโบ ฉลอง 1 ปี อวดโฉมสกินแคร์และเมคอัพไอเท็มใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มร.มาซาทากะ อิมูระ (กลาง) และทีมผู้บริหาร คาเนโบ ไทย

บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “KANEBO Chrono Beauty New Product Launching Autumn 2017 Collection” ร่วมฉลองครบรอบ 1 ปีของแบรนด์ Global KANEBO ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ที่จะช่วยฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวหน้ายกกระชับและยืดหยุ่นจนรู้สึกได้ พร้อมเมคอัพคอลเลคชั่นใหม่ ที่จะเผยความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ ขับจุดเด่นและรายละเอียดของใบหน้า โดยการควบคุมทั้งแสงและเงา สร้างสรรค์มิติใหม่ของความงาม โดยมี มร.มาซาทากะอิมูระ ประธานกรรมการ บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ ณ บริเวณ EM GALLERY ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ถนนสุขุมวิท

ภายในงานเนรมิตให้เป็นห้องแกลลอรี่สีขาว ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอันสดชื่น เสิร์ฟของว่างในธีมลาเวนเดอร์สดใส โดยมี ศรีจันทร์ นิลกำแหง Training Manager บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด มาบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่ว่า “คาเนโบเปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่ เพื่อช่วยแก้ไขทุกปัญหาผิวของผู้หญิงส่วนใหญ่ ทั้งริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ซึ่งไอเท็มพิเศษใหม่ ได้แก่ KANEBO SKIN-TIGHTENING CREAM ซึ่งเป็น new classic Nourishing Cream ที่จะช่วยฟื้นฟูผิวในระหว่างนอนหลับ ทำให้ผิวหน้ายกกระชับและยืดหยุ่นจนรู้สึกได้ พร้อมด้วย KANEBO SKIN GLOSS OIL WATER เอสเซนส์สีชมพูและออยล์ใส ดูดซึมสารที่มอบความนุ่มลื่นลงสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ผสานความชุ่มชื้นและความฉ่ำวาวไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และยังสามารถใช้ดูแลผิวกายและเส้นผมได้อย่างน่าประทับใจอีกด้วย”

ส่วนในช่วงเมคอัพโชว์ได้รับเกียรติจากดาราสาวสวย แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา และ เอ-ทิวากร โสภาอัศวภรณ์ เมคอัพอาร์ติสท์ มาแต่งแต้มสีสันด้วย KANEBO 2017 Autumn Makeup Collection พร้อมเผยเคล็ดลับในการแต่งหน้าว่า “การแต่งตาในธีมลาเวนเดอร์ลุค ด้วยผลิตภัณฑ์ KANEBO Selection Colors Eyeshadow สี Elegant Lavender ช่วยเน้นดวงตาให้ดูโดดเด่น คมชัด ซึ่งเคล็ดลับคือการรองพื้นด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดี อย่าง KANEBO Luster Cream Foundation เป็นรองพื้นที่สามารถใช้ได้กับทุกสีผิว ไม่หนา ไม่หนัก ผิวนวลเนียนดุจพอร์ซเลน ทำให้การแต่งหน้าเป็นเรื่องง่าย และสร้างความมั่นใจได้ดี”

ส่วนสาว แพร์-พิชชาภา บอกถึงความประทับใจว่า “แพร์ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว KANEBO ช่วยดูแลผิวค่ะ ทำให้ผิวของแพร์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด วันนี้ได้มีโอกาสมาร่วมงาน แพร์ชอบ KANEBO Lip Primer ที่ช่วยให้การทาลิปสติกง่ายขึ้น ช่วยเติมเต็มร่องริมฝีปาก อีกทั้ง KANEBO Intense Crayon Rouge ที่มีให้เลือกถึง 6 สีสวยน่าใช้ ที่สำคัญคือมีส่วนผสมของบีแวกซ์ จึงไม่มีกลิ่น ไม่มีสารเคมี ธรรมชาติมากๆ ค่ะ”

สัมผัสผลิตภัณฑ์ KANEBO ได้ที่เคาน์เตอร์คาเนโบทุกสาขา และอัพเดทข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://www.kanebo-global.com และ Facebook : Kanebo thailand

ศรีจันทร์ นิลกำแหง แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่

ศรีจันทร์ นิลกำแหง แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่
เอ-ทิวากร โสภาอัศวภรณ์ และ แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา

เอ-ทิวากร โสภาอัศวภรณ์ และ แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา
สุพินดา หวังทรัพย์คณา และ ณัฐหทัย แสงเพชร ร่วมสัมผัสผลิตภัณฑ์ใหม่คาเนโบ

สุพินดา หวังทรัพย์คณา และ ณัฐหทัย แสงเพชร ร่วมสัมผัสผลิตภัณฑ์ใหม่คาเนโบ

รวมพลัง 7 เชฟอาสา กับโครงการ ‘อิ่ม…อุ่นใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291717

รวมพลัง 7 เชฟอาสา กับโครงการ ‘อิ่ม...อุ่นใจ’

รวมพลัง 7 เชฟอาสา กับโครงการ ‘อิ่ม…อุ่นใจ’

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กอาหารไทย จัดตั้งกลุ่มเชฟอาสา รวมพลเชฟทั่วประเทศไทยเพื่อช่วยกันทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ประเดิมงานแรกกับโครงการ “อิ่ม…อุ่นใจ” จัดงานกาลาดินเนอร์การกุศลรวม 7 สุดยอดเชฟสร้างสรรค์ผลงานอาหารจาก 7 สุดยอดวัตถุดิบ นำเงินรายได้ช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรง ภายใต้โครงการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมี ปิติ ภิรมย์ภักดี พร้อมด้วยกลุ่มเชฟอาสา ได้แก่ เชฟชุมพล แจ้งไพร หัวหน้ากลุ่มเชฟอาสา, เชฟสมศักดิ์ รารองคำ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย,เชฟเรณู หอมสมบัติ จากโรงแรมบันยันทรี,เชฟอาร์ต-ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์, เชฟปิง-สุรกิจเข็มแก้ว และ เชฟแนตตี้-นภาวดี พยัคฆโสร่วมด้วย นพรัตน์ อำภา ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมบันยันทรี ร่วมแถลงข่าวจัดงานกาลาดินเนอร์การกุศล “อิ่ม…อุ่นใจ” ในครั้งนี้ ณ ห้องอาหารVertigo Too ชั้น 59 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560

ปิติ ภิรมย์ภักดี เผยว่า เชฟอาสา เป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อสังคม ซึ่งได้ริเริ่มงานอาสามาโดยตลอด จนได้มาเจอกับเชฟชุมพล จึงได้ทราบว่ามีหน่วยงานหรือบุคลากรที่เกี่ยวกับเชฟ ที่อยากจะมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม สามารถต่อยอดให้เด็กๆ และครอบครัวได้มีงาน มีความรู้ทางด้านการทำอาหาร จึงได้เกิดเป็นกลุ่ม “เชฟอาสา” ขึ้นมาโดยโปรเจกท์เริ่มต้นนี้ คือโครงการ อิ่ม..อุ่นใจ เป็นงานกาลาดินเนอร์ที่หารายได้ช่วยเหลือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยจะคัดสรรวัตถุดิบ 7 อย่าง เพื่อให้เชฟ 7 คนมารังสรรค์เป็นเมนูอาหาร เพื่อให้ท่านที่มาร่วมประมูลโต๊ะได้มารับประทานอาหารร่วมกัน ต่อจากนี้ไปโครงการเชฟอาสาจะกระจายไปยังต่างจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อที่จะเป็นรายได้เสริมหรือรายได้หลักให้กับครอบครัว หรือบุคคลที่สนใจต่อไปส่วนวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกลุ่มเชฟอาสา คือเพื่อแบ่งเบาภาระ แบ่งปันความสุขให้กับคนในสังคม เชฟทุกคนในกลุ่มเชฟอาสา อยากสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้คน ซึ่งครอบครัวถือเป็นหน่วยที่เล็กแต่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของสังคม กลุ่มเชฟอาสา จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างทุกครอบครัวให้แข็งแรงมีความสุข ถ้าครอบครัวได้มีกิจกรรมทำอาหารร่วมกันเพื่อสร้างความคุ้นเคย ความอบอุ่นมีกิจกรรมทำร่วมกันมากขึ้น ความสุขในครอบครัวก็จะเกิดขึ้น”

โดยงานกาลาดินเนอร์การกุศล“อิ่ม..อุ่นใจ” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 ที่โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ โดยทั้ง 7 เชฟ จะรังสรรค์อาหารจากวัตถุดิบชั้นเลิศ 7 อย่าง ได้แก่  Lobster, Caviar, Foie gras, Tuna, Wagyu beef, Taraba Crab และ Truffle ซึ่งเป็นเมนูที่เชฟแต่ละคนคิดค้นขึ้นและปรุงอย่างสุดฝีมือเพื่อให้เป็นอาหารจานพิเศษ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ช่อผกา ธนากาญจน์ โทร. 081-814-6416 และ ไอริณ ฤกษะสาร โทร. 093-619-9493

ปิติ ภิรมย์ภักดี, เชฟชุมพล แจ้งไพร และตัวแทนเชฟจากกลุ่มเชฟอาสา พร้อมด้วย นพรัตน์ อำภา ผจก.ทั่วไป 
โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ และ ฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว กรุงเทพฯ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ร่วมแถลงข่าวโครงการ “อิ่ม..อุ่นใจ”

ปิติ ภิรมย์ภักดี, เชฟชุมพล แจ้งไพร และตัวแทนเชฟจากกลุ่มเชฟอาสา พร้อมด้วย นพรัตน์ อำภา ผจก.ทั่วไป โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ และ ฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว กรุงเทพฯ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ร่วมแถลงข่าวโครงการ “อิ่ม..อุ่นใจ”
6 เชฟอาสาร่วมพูดคุยถึงเมนูสุดพิเศษ ที่รังสรรค์เพื่อเสิร์ฟภายในงานกาลาดินเนอร์ “อิ่ม...อุ่นใจ”

6 เชฟอาสาร่วมพูดคุยถึงเมนูสุดพิเศษ ที่รังสรรค์เพื่อเสิร์ฟภายในงานกาลาดินเนอร์ “อิ่ม…อุ่นใจ”

เคล็ดลับดูแลผิวสำหรับสาววัย 40+

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291747

เคล็ดลับดูแลผิวสำหรับสาววัย 40+

เคล็ดลับดูแลผิวสำหรับสาววัย 40+

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การมีผิวสวยกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ เนียนกระชับ อ่อนเยาว์ เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน แต่เมื่ออายุมากขึ้น สภาพผิวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ เริ่มตั้งแต่วัย 25 ปี กระบวนการผลัดเซลล์ผิวเริ่มทำงานช้าลง จนเข้าสู่เลข 3 ผิวสร้างไขมันลดลง ทำให้ขาดความชุ่มชื้น และเริ่มเกิดริ้วรอยเล็กๆ และเมื่อถึงวัย 40 ปัญหาผิวสะสมต่างๆ จะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน จนเรารู้สึกว่าผิวไม่สวยใสเหมือนแต่ก่อนและสูญเสียความมั่นใจ อาร์ทิสทรีชวนผู้หญิงมาสังเกตสัญญาณอายุผิววัย 40+ เพื่อเตรียมการดูแลผิวอย่างถูกวิธีและจัดการปัญหาได้อย่างตรงจุด ให้ผิวอ่อนเยาว์คงอยู่กับเราตลอดไป

เจสซี เลเวอเร็ตต์ นักวิทยาศาสตร์อาร์ทิสทรี กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา แอมเวย์โกลบอล ได้ให้ข้อมูลว่า เราสามารถสังเกตสัญญาณของผิวมีอายุได้จาก 3 ปัญหาหลักคือ “ปัญหาริ้วรอยร่องลึก” ซึ่งเกิดจากคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวลดลง ทำให้ชั้นผิวยุบตัวลง จนเกิดเป็นริ้วรอยร่องลึก“ปัญหาผิวหย่อนคล้อย” เนื่องจากปริมาณลิพิดตามธรรมชาติในเซลล์ไขมันใต้ผิวมีปริมาณลดลง ทำให้ผิวไม่อิ่มเอิบกระชับเหมือนเคย และปัญหาหลักที่ผู้หญิงวัย 40+ หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือ “ฝ้า กระ และจุดด่างดำ” ซึ่งเกิดจากการที่ผิวถูกทำร้ายด้วยรังสียูวี หรือมลภาวะกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีผิวเมลานินที่มากขึ้น

แม้ว่าปัญหาฝ้าและกระในวัยผู้ใหญ่ จะมีสาเหตุที่เหมือนกัน คือการผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไป แต่ก็มีลักษณะการสะสมเม็ดสีส่วนเกินภายในชั้นผิวที่แตกต่างกัน นั่นคือ “ฝ้า” เกิดจากเม็ดสีเมลานินที่สะสมบริเวณรอยหยักในชั้นผิวด้านในที่มีลักษณะเรียบ ทำให้เห็นเป็นปื้นสีน้ำตาลหรือออกเทาๆ ส่วน “กระ” เกิดจากการที่รอยหยักในชั้นผิวด้านในยุบตัวลง จนมีลักษณะคล้ายร่องลึก ทำให้เม็ดสีเมลานินส่วนเกินลงไปสะสม จนทำให้มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลที่เข้มและมีบริเวณกว้างกว่าปัญหาจุดด่างดำในวัยรุ่น ซึ่งทั้งฝ้าและกระถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของผิวสวยและเป็นตัวประกาศวัยของผิวเราได้อย่างชัดเจน

จากปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงวัย 40+ รอนด้า ซอลเบิร์ก หัวหน้านักวิจัยวิทยาศาสตร์ ด้านพัฒนาสูตร แอมเวย์โกลบอล จึงได้คิดค้นเทคโนโลยีเอเอทูจี สกิน-ไบรท์เทนนิ่ง นวัตกรรมความงามล่าสุดที่จะเป็นตัวช่วยของผู้หญิงวัย 40 ขึ้นไป ซึ่งเป็นวิตามินซีรูปแบบใหม่ ที่มีความเสถียร ไม่เสื่อมสลายง่าย สามารถคงประสิทธิภาพในการเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว ทำให้จุดด่างดำและสีผิวหมองคล้ำลดเลือนลง แม้กระทั่งจุดด่างดำที่สะสมมานานและลดเลือนได้ยาก สามารถจัดการทุกปัญหาของเม็ดสีผิวส่วนเกินได้อย่างตรงจุด

รัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาเรื่องปัญหาผิวและความต้องการของผู้หญิงที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะผิวผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาผิวสะสมและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ อาร์ทิสทรี
จึงได้คิดค้น Forever Young Solution โซลูชั่นเพื่อดูแลผิวผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาจุดด่างดำที่เกิดจากวัยอย่างตรงจุดด้วย อาร์ทิสทรีไอดีล เรเดียนซ์ สป็อต เอสเซนส์ คอนเซ็นเทรต ซีรัม ประสิทธิภาพสูงที่มีเทคโนโลยีเอเอทูจี เสริมด้วยไมโครกรีนอัลจีและสารสกัดจากอาร์เทมิเชีย ที่สามารถจัดการปัญหาผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำได้อย่างตรงจุด พร้อมเพิ่มการดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยด้วย อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ อัลตร้า ลิฟท์ติ้ง เอสเซนส์ คอนเซ็นเทรตประสิทธิภาพสูง เพื่อผิวดูกระชับ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในโซลูชั่นนี้ที่จะช่วยแก้ปัญหาผิวแบบองค์รวม ให้สาวๆ บอกลาปัญหาผิวในวัย 40+ ให้ผิวอ่อนเยาว์คงอยู่ตลอดไป