ทางเลือกใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291638

ทางเลือกใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน

ทางเลือกใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กระแสของการลดภาวะโลกร้อน เครื่องปรับอากาศ มักถูกมองว่าเป็นผู้ร้าย ในการทำลายสิ่งแวดล้อม จึงเป็นสาเหตุที่ผู้ประดิษฐ์คิดค้นต้องพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลุ่มผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่าและเป็นผลดีต่อสภาพแวดล้อมให้ได้มากที่สุด

ดร.ณรัณ ศิริสันธนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิแอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ ภายใต้แบรนด์ “ยูนิแอร์” กล่าวว่า บริษัท เป็นผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศแบรนด์ไทยที่เก่าแก่ที่สุด ภายใต้ แบรนด์ “ยูนิแอร์” (UNI-Aire) ได้ ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยนำนวัตกรรม“เครื่องทำน้ำเย็นระบบอินเวอร์เตอร์แบบ Modular รุ่น MWCU-PHE และ เครื่องปรับอากาศแบบตั้งได้แขวนได้ ใช้สารทำความเย็น R32 รุ่น UFV/AFV มาจัดแสดง ในงาน Bangkok RHVAC 2017 เมื่อเร็วๆ นี้

การให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นเทรนด์ที่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกให้ความใส่ใจ ที่ผ่านมา “ยูนิแอร์” ให้ความสำคัญกับงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยเราผลิตจากวัสดุที่ทนทาน มีเทคโนโลยีทันสมัย ประหยัดพลังงาน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ จึงสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและยังได้รับรางวัลด้านมาตรฐานสินค้ามาโดยตลอด โดยเฉพาะรางวัลล่าสุด Thailand Energy Award 2015 จากกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานอีกด้วย

เครื่องปรับอากาศรุ่นนี้ได้รับการดีไซน์ทันสมัย เข้าได้กับทุกพื้นที่การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย, อาคารพาณิชย์, สำนักงาน และยังเป็นเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นชนิดใหม่ มีคุณสมบัติที่ไม่เพียงแต่ไม่ทำลายโอโซน คือมีค่าการทำลายชั้นโอโซนเป็น 0 หากแต่ยังช่วยลดผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากสารทำความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ใช้ในบ้านเรือนได้มากถึง 1 ใน 3  นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการทำความเย็นได้สูงกว่าสารทำความเย็นชนิดเดิมทำให้ช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น อีกด้วย

รับมือภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291746

รับมือภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

รับมือภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การที่หลายคนต้องประสบกับภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะในช่วงวัยสูงอายุ นับว่าเป็นเรื่องที่หนักใจของใครหลายคน ทั้งญาติ ผู้ใกล้ชิด และตัวผู้สูงอายุเอง ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจกับภาวะซึมเศร้านี้ ก็จะช่วยให้สามารถเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น

แพทย์หญิงกานติ์ชนิต ผลประไพ จิตแพทย์ประจำ Mind Center โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า สังคมไทยในปัจจุบันนับว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น เนื่องจากจำนวนประชากรการเกิดมีจำนวนลดลง และเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์มีการพัฒนาที่มากขึ้น ทำให้สังคมผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วย และจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่า ร้อยละ 95 ของผู้สูงอายุ มีความเจ็บป่วยด้วยโรคและปัญหาสุขภาพ และมีเพียงร้อยละ 5 ที่มีสุขภาพแข็งแรง ผู้สูงอายุ 1 ใน 2 คน อ้วน และเป็นโรคอ้วน และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพียงร้อยละ 46 ผู้สูงอายุอยู่คนเดียว จำนวน 6 แสนคน หรือร้อยละ 7.7 อยู่โดยไม่มีลูกหลานอยู่ด้วย จำนวน 1.3 ล้านคน หรือร้อยละ 16

ในปี 2553 เป็นต้นมา องค์การโรคอัลไซเมอร์ระหว่างประเทศ (Alzheimer’s Disease International : ADI) ได้ประเมินว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมทั่วโลกมากกว่า 35 ล้านคน อยู่ในเอเชียอาคเนย์ 2.4 ล้านคนส่วนในประเทศไทยจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 ปี 2557 โดยสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า มีผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป มีภาวะสมองเสื่อม ร้อยละ 8.1 โดยพบในผู้สูงอายุชายร้อยละ 6.8 ผู้สูงอายุหญิงร้อยละ 9.2 หรือเท่ากับผู้สูงอายุวัยเกิน 60 ปี ทุกๆ 12 คน จะพบเป็นโรคสมองเสื่อม 1 คน

ทั้งนี้ ภาวะการซึมเศร้า เป็นภาวะของการเจ็บป่วยทางจิตใจชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้รู้สึกไม่มีความสุขซึมเศร้า จิตใจหม่นหมอง หมดความกระตือรือร้น เบื่อหน่ายแยกตัวเอง ชอบอยู่เงียบๆ คนเดียว ท้อแท้ บางครั้งมีความรู้สึกสิ้นหวัง มองชีวิตไม่มีคุณค่า มองตัวเองไร้ค่าและยังเป็นภาระต่อคนอื่น นอนไม่หลับ ไม่อยากทานอาหาร น้ำหนักลด หากมีอาการมาก จะมีความรู้สึกเบื่อชีวิต คิดอยากตาย-ฆ่าตัวตาย รวมถึงมีพฤติกรรมทำร้ายตนเองและมักเริ่มพบได้บ่อยในสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น เนื่องจากเป็นวัยที่มีการสูญเสียหลายด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม เป็นวัยที่ต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของชีวิตอย่างมาก โดยมีรายงานพบว่า ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จะเคยมีประสบการณ์ของการมีภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

การดูแลให้ผู้สูงอายุพ้นภาวะซึมเศร้านั้น เน้นให้ผู้สูงอายุหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง ไม่หกล้ม โดยให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ให้ผู้สูงอายุฝึกทักษะทางสมอง ส่งเสริมสุขภาพจิตและอารมณ์ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ รณรงค์และส่งเสริมพฤติกรรมการไม่สูบบุหรี่ การให้ผู้สูงอายุนอนหลับอย่างเพียงพอ และการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ ครบทั้ง 5 หมู่ ลดหวาน มัน เค็ม เน้นผัก ผลไม้ เลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ปลาทะเล เนื่องจากมีกรดโอเมก้า 3 สูง ช่วยบำรุงประสาท สายตา และสมอง ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายที่ดี

ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็นับว่าเป็นวิธีการป้องกันเบื้องต้นที่จะสามารถทำให้ผู้สูงอายุห่างไกลจากโรคซึมเศร้า ลดอาการหลงลืม มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ในช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างมีความสุข

เปิดบ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หลังใหม่ใน รพ. จุฬาฯ ที่พึ่งพิงแห่งใหม่สำหรับครอบครัวผู้ป่วยเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291715

เปิดบ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หลังใหม่ใน รพ. จุฬาฯ ที่พึ่งพิงแห่งใหม่สำหรับครอบครัวผู้ป่วยเด็ก

เปิดบ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หลังใหม่ใน รพ. จุฬาฯ ที่พึ่งพิงแห่งใหม่สำหรับครอบครัวผู้ป่วยเด็ก

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ว่า 16 ปีที่ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย หรือ RMHC Thailand ได้มุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัวที่เน้นการดูแลด้านจิตใจให้เข้มแข็งและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการสนับสนุนอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ได้ดูแลบุตรหลานที่ป่วยหนักอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะครอบครัวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อพาบุตรหลานที่มีอาการป่วยหนักขั้นวิกฤติหรือเจ็บป่วยเรื้อรังมาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลชั้นนำของรัฐบาล มักประสบปัญหาความยากลำบากในการหาที่พักและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องใช้สอยตลอดระยะเวลาที่บุตรหลานของตนต้องเข้ารับการรักษาอย่างยาวนานต่อเนื่อง เราจึงมักพบเห็นภาพครอบครัวของผู้ป่วยเด็กนอนหลับพักอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย หรือ ตามริมระเบียงทางเดินของโรงพยาบาล บางครั้งก็ต้องอาศัยอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายในห้องสุขาของโรงพยาบาล เป็นต้น

มูลนิธิฯ จึงได้ดำเนินโครงการจัดสร้างบ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ เพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็กให้บริการบ้านพักชั่วคราว ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ต่อสัปดาห์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานสำหรับครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ได้เข้าใช้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ล่าสุดได้เปิดบ้านพักพิงฯแห่งใหม่หลังที่ 3 ที่ตั้งอยู่ใน อาคารสก. ชั้น 12 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สร้างบนพื้นที่ 617 ตร.ม. รองรับครอบครัวผู้ป่วยเด็กได้ทั้งหมด 41 เตียง เพื่อให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็กผู้ยากไร้ได้เข้าพักในระหว่างที่บุตรหลานเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เปิดให้บริการตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2560 โดยมีเป้าหมายให้ที่พักแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กไม่ต่ำกว่า 15,000 เตียงต่อปีบ้านพักพิงฯ หลังนี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง13.5 ล้านบาท

“จากสถิติปี 2559 โรงพยาบาลจุฬาฯ ให้บริการผู้ป่วยเด็กกว่า 70,000 คนต่อปีแบ่งออกเป็นผู้ป่วยใน 9,087 คน และผู้ป่วยนอก61,971 คน มีผู้ป่วยเด็กที่เข้ารับการตรวจรักษาจำนวนมากถึง 1,300-1,400 คนต่อวัน สามารถรองรับผู้ป่วยเด็กที่รับไว้ในโรงพยาบาลได้จำนวน 193 เตียง” ศ.นพ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวและเสริมว่า “เป็นธรรมดาที่ผู้ป่วยเด็กจะมีสมาชิกครอบครัวติดตามมาเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดจากการศึกษาดูงานบ้านพักพิงฯ ของมูลนิธิฯ คณะผู้บริหารโรงพยาบาลจุฬาฯ ได้เห็นความตั้งใจจริงของมูลนิธิฯ จึงให้สร้างบ้านพักพิงแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อเป็นที่พักพิงของครอบครัวผู้ป่วยเด็ก ช่วยผ่อนคลายความทุกข์จากการหาที่พักและยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ต้องเดินทางไกลและมีเวลาใกล้ชิดบุตรหลานมากขึ้นส่งผลให้ผู้ป่วยเด็กมีกำลังใจและสามารถฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น”

ศ.นพ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาฯ 

และ มร.เฮสเตอร์ ชิว รองประธาน กก. มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย

มร.เฮสเตอร์ ชิว รองประธานกรรมการ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นบ้านพักพิงฯ หลังที่ 3 ที่จะขยายความช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็กภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ ในนามของมูลนิธิฯ ขอบคุณผู้มีจิตกุศลที่ร่วมสนับสนุนทำให้เกิดบ้านพักพิงฯ หลังใหม่นี้ เพื่อร่วมสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัว รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคทุนทรัพย์ สิ่งของ หรือแม้แต่การสละเวลาเพื่อเป็นจิตอาสาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิฯ”

คุณตาประทม-คุณยายจรูญ ใจดี ผู้เข้าใช้บริการที่บ้านพักพิงฯ กล่าวด้วยสีหน้าแช่มชื่นว่า “มาเฝ้าหลานชายได้ 2 อาทิตย์ ท่อทางเดินปัสสาวะเขาผิดปกติมาตั้งแต่เกิด แม่เขาก็นอนเฝ้าข้างเตียงตลอด ตา-ยายก็เป็นห่วงแต่ไม่รู้จะไปอาศัยนอนที่ไหน จะไปเช่าห้องอยู่ ค่าเช่าก็คงแพง เลยนอนกันในรถมา 7 วันแล้ว นางพยาบาลมาถามว่า ตา-ยาย นอนที่ไหน และได้แนะนำว่ามีบ้านพักพิงของมูลนิธิฯ เขาให้เข้าพักฟรี เกิดมาในชีวิตไม่เคยเจอมีที่หลับที่นอน มีน้ำให้อาบ มีเครื่องซักผ้า รู้สึกปลอดภัย นอนหลับสบาย ไม่โดนยุงกัดได้อยู่ใกล้ลูกใกล้หลาน ขอบคุณมูลนิธิฯ มากๆขอบคุณผู้สร้างบ้านพักพิงฯที่ช่วยเหลือคนยากคนจน ขอบคุณเจ้าหน้าที่บ้านพักพิงฯ ที่ต้อนรับเป็นอย่างดี คอยพุดคุยถามไถ่ให้กำลังใจ ทำให้ลดความเครียดความกังวลใจไปได้มาก”

ส่งมอบบ้านพักพิงฯ

จ.ส.อ.สุธรรม ศักดาวงศ์ คุณพ่อหัวใจแกร่งจาก จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า “เคยพาน้องอ๋อมแอ๋ม ลูกชายวัย 3 ขวบ มาสวนหัวใจที่นี่ เพราะน้องป่วยเป็นโรคหัวใจรั่วแต่กำเนิด อยู่กทม. 7 วัน ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ครั้งนี้พาน้องมาโรงพยาบาล เพราะน้องมีอาการน้ำท่วมปอด ปอดติดเชื้อ ภาวะหายใจล้มเหลว ใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ห้องไอซียู หมอที่ห้องไอซียูเห็นเราไม่มีที่พัก เลยแนะนำให้มาพักบ้านพักพิงฯ อยู่บ้านมา 3 วันแล้ว ดีใจมากที่ได้อยู่ใกล้ลูก รู้สึกสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ ขอบคุณที่สร้างบ้านพักพิงฯ นี้ เป็นความดีที่ประเสริฐ ขอบคุณที่เห็นใจคนที่มีโอกาสน้อย อยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ และอยากเชิญชวนคนที่มีกำลังทรัพย์มาช่วยกันบริจาค เพราะเป็นความดีที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์”

จ.ส.อ.สุธรรม ศักดาวงศ์ คุณพ่อหัวใจแกร่ง

คุณยายจรูญ-คุณตาประทม ใจดี

มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ปัจจุบัน มูลนิธิฯ ดำเนินกิจกรรม 3 โครงการหลัก ได้แก่ สร้างและปรับปรุงห้องสันทนาการเด็ก (Ronald McDonald Playroom) เพื่อให้เด็กที่เจ็บป่วยหรือเด็กด้อยโอกาสในสถานดูแลเด็ก ได้ใช้ผ่อนคลายหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ระหว่างเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ปัจจุบันมีจำนวน 30 ห้องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด, หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ (Ronald McDonald Care Mobile – Dental) ภายใต้โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” เริ่มโครงการ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 พร้อมด้วยพันธมิตรสำคัญได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย, กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร,มูลนิธิทันตแพทย์เอกชน(ประเทศไทย),กลุ่มบริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดให้บริการด้านทันตสุขภาพแก่เด็กที่อยู่ในพื้นที่ไกลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งเป้าช่วยเหลือเด็ก 16,200 คน ตลอดระยะเวลาโครงการ 5 ปี เริ่มจากปี พ.ศ. 2558-2562 บ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ เพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก (Ronald McDonald House) ให้บริการบ้านพักชั่วคราว ตลอด24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ แก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งอยู่ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี,โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และโรงพยาบาลจุฬาฯ ปัจจุบันบ้านพักพิงฯ ทั้ง 3 หลัง เปิดให้บริการที่พักฟรีแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กไปแล้วกว่า 9,000 คน สามารถแบ่งปันและมอบโอกาสที่ดีให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ ผ่านกล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.facebook.com/
rmhcthailand หรือ www.rmhc.or.th

ห้องทานข้าว

ห้องทานข้าว
ห้องนอนรวมหญิง

ห้องนอนรวมหญิง
ห้องนอนรวมชาย

ห้องนอนรวมชาย
ห้องนอนเดี่ยว

ห้องนอนเดี่ยว

เดิน-วิ่งรณรงค์‘วันหัวใจเต้นระริกสากล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291745

เดิน-วิ่งรณรงค์‘วันหัวใจเต้นระริกสากล’

เดิน-วิ่งรณรงค์‘วันหัวใจเต้นระริกสากล’

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชมรมช่างไฟฟ้าหัวใจ ร่วมกับ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ Asia Pacific Heart Rhythm Society (APHRS) ชวนร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งรณรงค์ “วันหัวใจเต้นระริกสากล” กับ AF DAY (Atrial Fibrillation Awareness Day) “ทำอย่างไร…เมื่อหัวใจเต้นระริก” ในวันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2560 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไปณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พร้อมกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจเต้นระริก หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ใหญ่

ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตด้วยสาเหตุของ โรคหัวใจ และหลอดเลือด สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริกคำว่า ระริก มาจากภาษาอังกฤษคือ fibrillate หมายถึงโรคหรือภาวะที่หัวใจห้องบนของเรามีการเต้นเร็วและกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบเหมือนอย่างปกติ หัวใจห้องบนภาษาแพทย์เรียกว่า Atrium ดังนั้น เมื่อนำสองคำมารวมกันก็คือ Atrial Fibrillation นั่นเอง เขียนย่อว่า AF

ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถึงร้อยละ 1-2 รายในประชาชนทั่วไปและพบบ่อยขึ้นตามอายุ โดยประชาชนในกลุ่มอายุ 80-90 ปี พบสูงถึงร้อยละ 5-15 บางครั้งสัมพันธ์กับโรคหัวใจชนิดอื่น เช่น โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบ และโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหัวใจเต้นระริก เป็นเหตุให้เกิดโรคสมองขาดเลือดประมาณ 120,000 รายต่อปีทั่วโลก หรือกล่าวได้ว่าหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดทั้งหมดเป็นผลมาจากเป็นโรคหัวใจเต้นระริก ซึ่งโรคสมองขาดเลือดทำให้มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง เกิดภาวะทุพพลภาพมากขึ้นและอายุขัยที่สั้นลง ดังนั้น การป้องกันโรคสมองขาดเลือดจากภาวะหัวใจเต้นระริก จึงเป็นอีกเป้าหมายสำคัญในการรักษา ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลายวิธี โดยมียาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดเป็นหัวใจหลักในการป้องกันรักษา

ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นแบบกระจัดกระจายไร้ความสามัคคี ทำให้แรงบีบตัวของหัวใจห้องบนเสียไป เลือดจึงหมุนวนตกค้างในหัวใจห้องบนจนก่อให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งสามารถหลุดออกจากหัวใจไปอุดกั้นหลอดเลือดสมองทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาตเฉียบพลันได้ โดยมีโอกาสสูงกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่าอันนำไปสู่ความพิการและเสียชีวิตในที่สุด อีกทั้งยัง ส่งผลให้หัวใจห้องล่างเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ ทำให้แรงบีบตัวเพื่อสูบฉีดโลหิตลดน้อยลง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจะนำไปสู่ภาวะหัวใจวาย อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ในที่สุด

ทั้งนี้ ในงาน AF DAY (Atrial Fibrillation Awareness Day) “ทำอย่างไร…เมื่อหัวใจเต้นระริก” จะมีการให้ความรู้เรื่องนี้กับประชาชนอย่างละเอียด รู้จักโรคนี้มากขึ้น ตระหนักถึงอันตรายของโรค และเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างไร ให้ปลอดจากโรคหรือลดโอกาสเกิดโรคให้เหลือน้อยที่สุด

กิจกรรมในงานประกอบด้วย เดิน-วิ่ง ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร และประเภทมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร ค่าสมัครคนละ 199 บาท หรือแบบทีม แบ่งเป็น ทีมละ 3 คน ราคา 399 บาท แบบทีมละ 4 คน ราคา 499 บาท และแบบทีมละ 5 คน ราคา 599 บาท เริ่มรายงานตัวนักวิ่งเวลา 05.00 น. ปล่อยตัวนักวิ่งประเภทมินิมาราธอน เวลา 06.00 น. และประเภทเดิน-วิ่ง เวลา 06.15 น. ผู้สนใจร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนออนไลน์ที่ regist.co/afday2017

คุณแหน : 13 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291753

คุณแหน : 13 กันยายน 2560

คุณแหน : 13 กันยายน 2560

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน ครูและข้าราชบริพารโรงเรียนจิตรลดา ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียน ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ พร้อมด้วยนักเรียน ครู และข้าราชบริพาร ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง ได้ร่วมกันถวายสัตย์ปฏิญาณว่า“เราจะไม่พูดปด ไม่คดโกง ไม่ลักขโมย และจะไม่ยอมให้ผู้หนึ่งผู้ใด กระทำเช่นนั้นเป็นอันขาด เราจะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม”…

 

ll มณฑา เกตุทัต เกษียณจาก กฟผ. มาครบ 10 ปี ตาที่เคยใช้งานหนักด้วยเป็น บก.ข่าวสัปดาห์และโปรดิวเซอร์ผลิตรายการ ก็มีอันเป็นต่อกระจกด้านขวา เลือกเปลี่ยนเลนส์กับหมอปานเนตร ปางพุทธิพงศ์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณหมอฝีมือสุดยอด…

ll สตรีวิทยาสมาคม ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ขอเชิญชวนศิษย์เก่า สตรีวิทยา ร่วมกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ครั้งที่ 4เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 19 ก.ย. เวลา 09.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมเอลิซาเบธ โรงเรียนสตรีวิทยา…

ll ใครอยู่ Texas! สหรัฐอเมริกา ในเดือนก.ย. ถึงเดือนต.ค.นี้ ครอบครัวยนตรรักษ์ มีกำหนดการเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขอเรียนเชิญพี่น้องชาวไทยร่วมถวายความอาลัยผ่านเสียงดนตรี ประพันธ์โดย ณัฐยนตรรักษ์ นักเปียโนแนวหน้าของประเทศไทย (ศิลปินร่วมสมัย รางวัลศิลปาธร และ Steinway Artist) การแสดงเดี่ยวเปียโนโดยครอบครัวยนตรรักษ์ พร้อมนำเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย ทั้ง 4 ภาค มาแสดงในรูปแบบการเพลงเดี่ยว…

ll อมรา ศิลปิกุล-ยุทธ จันทรา คลาดแคล้วจากแม่Irma เพราะไปเยี่ยมลูกที่ Seattle ได้แต่สั่งการทางไกลให้คนที่ยังอยู่เก็บของในสำนักงานและบ้าน…แต่ สกาววรรณ ทรงสุนทรตกลงปักหลักอยู่ที่ Sawanna,รัฐจอร์เจีย สู้กับฝนหนัก…

ll วันเกิดปีที่ 95 ของ ดร.ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยะคุปต์ มีลูกศิษย์ลูกหา“นักเรียนจิตรลดา”ไปอวยพรมากมาย เป็น 95 ปีที่ทรงคุณค่า เพราะท่านยังมีความจำเฉียบขาด เล่นไลน์ เล่นเฟซบุ๊ค…

ll สาทร สงขกุล หนึ่งในผู้รวบรวมศิษย์ ต.อ.รุ่นอพยพ พบปะกันที่ราชตฤณมัยสมาคมฯ ทุกวันพุธสิ้นเดือน ติดต่อกันนานกว่า 20 ปี จากไปเสียแล้ว สวดพระอภิธรรมที่วัดโสมนัส ศาลา 10 ถึง 15ก.ย. พระราชทานเพลิง 16 ก.ย.14.00 น. …

ll อารยาธีระโกเมน เข้ารับการผ่าตัดนิ้วหัวแม่เท้าเอียง กับ นพ.บวรฤทธิ์ จักรไพวงศ์ Foot specialist ที่ศิริราชปิยะมหาราชการุณย์ ชูสองนิ้วกลับบ้านไปพักฟื้นได้แล้ว สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ใส่รองเท้าส้นสูงอีกต่อไป…ll

หนูภาฯ

แชร์เทคนิคปั่นจักรยานแบบมือโปร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291748

แชร์เทคนิคปั่นจักรยานแบบมือโปร

แชร์เทคนิคปั่นจักรยานแบบมือโปร

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในโลกนี้ มีกีฬาอยู่เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยหนึ่งในนั้นก็คือการปั่นจักรยาน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ใครๆ ก็สามารถสนุกสนานและออกกำลังกายไปพร้อมกันได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ทั่วโลกผู้คนกว่าสองพันล้านคนใช้จักรยานในชีวิตประจำวันกันเป็นประจำ

ในวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2560 ที่จะถึงนี้บมจ. ธนาคารกรุงเทพ และ ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จะรวมพลังกันแต่งแต้มสีสันให้กับวงการนักปั่นของเมืองไทยด้วยการยกทัพนักปั่นนับพันคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับประสบการณ์ มุ่งหน้าสู่พัทยาในงาน Bangkok Bank CycleFest 2017 มหกรรมปั่นจักรยานแนวไลฟ์สไตล์ ที่จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ride for All” ไม่ว่าจะเป็นเด็กสมาชิกในครอบครัว หรือแม้แต่นักปั่นระดับอาชีพ Bangkok Bank CycleFest ก็พร้อมมอบประสบการณ์การปั่นจักรยานที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามบริเวณสยามคันทรีคลับ

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปั่นมือใหม่หรือรุ่นเก๋าผู้ช่ำชองทุกเส้นทาง การเตรียมตัวก่อนออกปั่นยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญอยู่เสมอ และคงไม่มีใครที่จะให้คำแนะนำในด้านนี้ได้ดีไปกว่า เยนส์ วอยท์ (Jens Voigt) นักปั่นมือฉมังผู้คว้าตำแหน่งแชมป์สเตจ จากรายการระดับโลกอย่าง ตูร์ เดอ ฟรองซ์มาแล้วถึง 2 ครั้ง และยังเป็นหนึ่งในนักปั่นระดับโลกที่จะมาร่วมสนุกในรายการ Bangkok Bank CycleFestอีกด้วย

เตรียมให้พร้อมก่อนปั่นทางไกล นักปั่นมือสมัครเล่นส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับการปั่นในระยะทางสั้นๆ ทุกๆ สัปดาห์หรือทุกวัน แต่หากมาเจอกับการปั่นทางไกลแน่นอนว่าจะต้องพบเจอกับความท้าทายที่แตกต่างออกไปเยนส์แนะว่า “ก่อนอื่นเลย คุณต้องมั่นใจก่อนว่าคุณเลือกจักรยานมาถูกคัน ซึ่งหมายความว่าจักรยานคันนั้นต้องรับกับสรีระและท่าขี่จักรยานของคุณ หากคุณต้องการคำแนะนำด้านนี้ ลองปรึกษาพนักงานตามร้านจักรยานหรือกูรูนักปั่นผู้เชี่ยวชาญที่คุณรู้จักก็ได้ สำหรับการปั่นที่กินระยะทางไกลขึ้น คุณต้องเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม เช่น รองเท้าสำหรับการปั่นจักรยานโดยเฉพาะ หรือกางเกงปั่นจักรยานที่พร้อมรองรับแรงกดจากอานรถ

อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือหมวกกันน็อก เพราะหัวเราแตกแล้ว เปลี่ยนใหม่ไม่ได้ ก็ต้องดูแลกันให้ดีครับ ส่วนแว่นกันลมก็จะช่วยกันลม แมลงและฝุ่นผงต่างๆ ไม่ให้เข้าสู่ดวงตา นอกจากนี้ อย่าลืมเช็คลมยางก่อนทุกครั้ง รวมถึงความแน่นของนอตและสกรูต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีชิ้นส่วนไหนหลุดกระเด็นขณะปั่น และควรพกยางอะไหล่และที่สูบลมไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินด้วย หากคุณต้องออกปั่นในสภาพอากาศร้อน ก็อย่าลืมพกขวดน้ำและอาหารจุบจิบไปเผื่อไว้กันหิวด้วย”

ถ้าไม่ซ้อม ก็คงไม่รอด ไม่ว่าจักรยานจะเทพขนาดไหนก็ไม่อาจช่วยคุณได้ถ้าร่างกายไม่พร้อม หลังจากที่ฝ่าฟันการปั่นสุดหฤโหดนานถึง 8 ชั่วโมงครึ่ง บนระยะทางราว 220 กิโลเมตรท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บในแคลิฟอร์เนีย เยนส์จึงเข้าใจดีกว่าใครว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะเอาชนะเส้นทางการปั่นสุดท้าทายได้สำเร็จ

เยนส์ แนะว่า “หากคุณยังเป็นมือใหม่สำหรับการปั่นทางไกล ให้ลองเริ่มปั่น 1 ชั่วโมงก่อน เพื่อดูว่าร่างกายของคุณรับมือกับการออกแรงแบบนี้ได้ดีหรือไม่ ถ้าคุณปั่นจบ 1 ชั่วโมงได้แบบสบายๆ ให้ลองเพิ่มระยะทางเป็นสองเท่าในวันถัดมา แต่ถ้าคุณไม่ไหว ก็ให้ลองฝึกด้วยระยะทางเดิมไปก่อน จนกว่าร่างกายจะปรับตัวได้ ที่สำคัญ คุณต้องจำไว้เสมอว่าให้ฝึกซ้อมอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับหมั่นสังเกตร่างกายของตัวคุณเอง สำหรับนักปั่นมือใหม่ที่ต้องการลองลงปั่นในระยะทาง45 ถึง 65 กิโลเมตร ผมขอแนะนำให้ใช้เวลาฟิตซ้อมร่างกายก่อนสัก 1-2 เดือนครับ”

จะแกร่งได้ ใจต้องแข็ง ประสบการณ์การปั่นทุกครั้ง แน่นอนว่าต้องมีทั้งขาขึ้นและขาลง ทั้งในเรื่องของกำลังใจ กำลังกาย หรือแม้แต่สภาพเส้นทาง โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับเส้นทางประเภทขึ้นเขา-ลงเขา หลังจากปั่นไปได้สักสองสามชั่วโมง อาการเหนื่อยล้าจะเริ่มเข้ามาทักทายจนกระทั่งยิ่งปั่นก็ยิ่งคิดจะยอมแพ้ เราควรจะทำอย่างไรเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้

เยนส์ แนะว่า “ถ้าเราเริ่มรู้สึกล้า ต้องลองใช้ทริคเหล่านี้ดูครับ บางครั้งผมจะหันไปมองนักปั่นคนอื่นๆ รอบตัวผมและบอกตัวเองว่า พวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนๆ กันและคงไม่ได้ปั่นได้เร็วกว่าหรืออดทนได้นานกว่าผมนักหรอก ดังนั้น ผมจึงสามารถผ่อนแรงลงได้สักนาทีหนึ่ง เพราะว่าเดี๋ยวพวกเขาก็ต้องหยุดพักบ้างเหมือนกัน

อีกวิธีหนึ่งคือคุณสามารถแบ่งเส้นทางยากๆ ออกเป็นช่วงสั้นๆ โดยตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองทีละน้อย เช่น ลองดูว่าคุณจะสามารถรักษาความเร็วเท่านี้ไว้ได้จนกว่าจะถึงบ้านหลังทางขวานั่นหรือไม่ เป็นต้น และพอปั่นถึงบ้านหลังนั้นแล้ว ก็ลองขยับเป้าหมายเป็นต้นไม้ข้างหน้าทางฝั่งซ้าย ตั้งหน้าตั้งตาปั่นแบบนี้ไปเรื่อยๆ พอรู้ตัวอีกที คุณก็ผ่านช่วงยากของเส้นทางเรียบร้อยแล้ว”

ด้วยเคล็ดลับจากนักปั่นมือโปรและการเตรียมตัวที่ถูกต้อง คุณจะพบว่าเส้นทางบนระยะ 15.5 กิโลเมตรที่จะได้พบในงาน Bangkok Bank CycleFest 2017ณ สยามคันทรีคลับ พัทยานั้น ทั้งสนุกและง่าย จนต้องปั่นวนต่ออีกรอบแน่นอน หากคุณกำลังมองหาเส้นทางสำหรับปั่นจักรยานที่ทั้งสนุก ปลอดภัยและรายล้อมด้วยทัศนียภาพสวยงาม สามารถดูรายละเอียดการแข่งขันประเภทต่างๆ และสมัครเข้าร่วมปั่นได้ที่ https://bangkokbankcyclefest.com

‘ทูตน้อยไอคอนสยาม’ ตัวแทนเยาวชนรุ่นใหม่ ถ่ายทอดมรดกดีงามของย่านกะดีจีน-คลองสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291644

‘ทูตน้อยไอคอนสยาม’ ตัวแทนเยาวชนรุ่นใหม่ ถ่ายทอดมรดกดีงามของย่านกะดีจีน-คลองสาน

‘ทูตน้อยไอคอนสยาม’ ตัวแทนเยาวชนรุ่นใหม่ ถ่ายทอดมรดกดีงามของย่านกะดีจีน-คลองสาน

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อเฟ้นหาตัวแทนเยาวชนเป็นผู้แทนถ่ายทอดเรื่องราวมรดกวัฒนธรรมดีงามของชุมชนกะดีจีน-คลองสาน และร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีเอกลักษณ์ที่ดีงามของย่านนี้ไว้ โครงการไอคอนสยาม ร่วมกับ สำนักงานเขตคลองสาน, สำนักงานเขตธนบุรี, สภาวัฒนธรรมเขตคลองสาน, สภาวัฒนธรรมเขตธนบุรี, อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน, สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา, สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร จัดการประกวด “ทูตน้อยไอคอนสยาม”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในหัวข้อ “ของดี คลองสาน บ้านฉัน” ล่าสุดได้ผู้ชนะการประกวดเป็นที่เรียบร้อย

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า“ไอคอนสยามให้ความสำคัญในการร่วมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม จึงยึดมั่นในการดำเนินพันธกิจต่อสังคม 3 เรื่องหลักอย่างต่อเนื่อง คือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาโดยรอบ, การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและส่งเสริมต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตนอย่างยั่งยืน และการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงามที่อยู่คู่กับวิถีคนริมน้ำเจ้าพระยามาช้านาน ด้วยไอคอนสยามได้เข้ามาเป็นสมาชิกในชุมชนคลองสาน เราจึงร่วมสนับสนุนให้คนในชุมชนมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นตน จึงริเริ่มการประกวด “ทูตน้อยไอคอนสยาม” ขึ้นเป็นปีแรกในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงได้จัดต่อเนื่องในปีนี้ เพื่อให้เยาวชนที่สมัครเข้าร่วมโครงการสามารถถ่ายทอดความภูมิใจในย่านผ่านเสียงเล็กๆ ที่มีพลังจากเยาวชนในย่านกะดีจีน-คลองสาน”

ทั้งนี้การประกวดในหัวข้อ “ของดี คลองสาน บ้านฉัน” ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายอบรมให้ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ อาภรณ์ กุลวัฒโท ประธานสภาวัฒนธรรมเขตคลองสาน, ธีรนันท์ ช่วงพิชิต นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ และ ปัญญภัทร เลิศสำราญเริงรมย์ ผู้เชี่ยวชาญย่านกะดีจีน-คลองสาน พร้อมทัศนศึกษานอกสถานที่ เพื่อเรียนรู้แหล่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ ป้อมป้องปัจจามิตร, ตึกแดงโบราณริมน้ำ, โรงเกลือแหลมทอง, บ้านโบราณริมน้ำท่าดินแดง, ท่าเรือหวั่งหลี และสวนสมเด็จย่า เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นสถานที่สำคัญที่บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาและยังแสดงอัตตลักษณ์ของย่านกะดีจีน-คลองสาน หลังจากนั้นเหล่าเยาวชนจะนำความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมนำเสนอต่อคณะกรรมการในรูปแบบของตัวเอง เพื่อลุ้นตำแหน่งทูตน้อยไอคอนสยามประจำปี 2560

การประกวดทูตน้อยไอคอนสยาม เปิดให้นักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายในพื้นที่กะดีจีน-คลองสานเข้าร่วมสมัคร โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การประกวดทูตน้อยไอคอนสยามประเภทบุคคล และการประกวดโครงการเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของย่าน ในนามโรงเรียน เพื่อเป็นตัวแทนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการพัฒนาสิ่งแวดล้อมย่านกะดีจีน-คลองสาน ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ดำรงตำแหน่ง

สำหรับผู้ชนะการประกวดทูตน้อยไอคอนสยาม ประเภทบุคคล ในปีนี้ได้แก่ เด็กหญิงเรณุกา ฑีฆายุ อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดทองเพลง และเด็กชายปวริศ ว่องเชาว์นิมิต อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนวัดสุวรรณ และโรงเรียนที่ชนะการประกวดโครงการ มีทั้งสิ้น 3 โรงเรียน ได้แก่ ผู้ชนะเลิศ โรงเรียนวัดทองเพลง กับผลงาน “ป้านางผ้าฝ้าย”, รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง โรงเรียนวัดกัลยาณมิตร กับผลงาน“ผลิตภัณฑ์หัวสิงโต” และรองชนะเลิศอันดับสองโรงเรียนซางตาครู้สศึกษา กับผลงาน “ขนมอร่อยกะดีจีน”

โดย เด็กหญิงเรณุกา ฑีฆายุผู้ชนะเลิศฝ่ายหญิง กล่าวว่า “ภูมิใจมากที่ได้รับตำแหน่งทูตน้อยไอคอนสยามในปีนี้ เพราะมีเพื่อนๆ จากหลายโรงเรียนมาร่วมแข่งด้วย ซึ่งทุกคนก็สามารถนำเสนอของดีคลองสานได้ดีมาก ส่วนตัวเองขอยก “ป้านางผ้าฝ้าย” ให้เป็นของดี คลองสาน บ้านฉัน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และที่สำคัญเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนคนคลองสาน และร่วมใจสืบสานอนุรักษ์ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักตลอดไปค่ะ และจะทำหน้าที่เผยแพร่ของดีคลองสานบ้านฉันให้ทุกคนรับรู้และภูมิใจร่วมกับเราค่ะ”

ส่วน เด็กชายปวริศ ว่องเชาว์นิมิต ผู้ชนะเลิศฝ่ายชาย กล่าวว่า “ผมและครอบครัวอาศัยอยู่ใกล้ตลาดท่าดินแดง และในย่านนี้มีคนหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาค้าขายและตั้งรกราก ท่าดินแดงจึงมีร้านอาหารเลื่องชื่อหลายร้าน สำหรับผม หมูสะเต๊ะท่าดินแดง คือของดีคลองสานครับ ปีนี้ผมภูมิใจมากที่ได้รับเลือกให้เป็นทูตน้อย จากนี้ไปผมตั้งใจเป็นตัวแทนชุมชนกะดีจีน-คลองสาน บอกเล่าเรื่องราวดีๆ ที่เป็นความภูมิใจของย่าน เป็นของดีของบ้านเราให้คนทั่วไปรับรู้ โดยหวังว่าสิ่งที่ทำจะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ ในชุมชนอื่น รักและภูมิใจในชุมชนของตัวเองเช่นกันครับ”

สินค้านวัตกรรมและ การออกแบบ ของไทยสู่สากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291642

สินค้านวัตกรรมและ การออกแบบ ของไทยสู่สากล

สินค้านวัตกรรมและ การออกแบบ ของไทยสู่สากล

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดงานแถลงข่าวงาน Thailand Innovation and Design Expo 2017 (T.I.D.E 2017) ซึ่งจะได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถ.พระราม 4 ที่ลาน Q Space MCห้างสรรพสินค้าเอมควอเทียร์ ถนนสุขุมวิท

สมเด็จ สุสมบูรณ์ รองอธิบดี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การจัดงาน Thailand Innovation and Design Expo 2017 หรืองาน T.I.D.E. 2017 นั้น ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพในการสร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรมและงานออกแบบด้วยฝีมือคนไทย จึงได้จัดให้มีเวทีเพื่อให้นักคิด นักประดิษฐ์ และนักออกแบบ ได้แสดงผลงานและเผยแพร่ผลงานใหม่ๆพร้อมทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงผู้ผลิตนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก อันจะทำให้เกิดโอกาสในการสร้างธุรกิจ ขยายตลาดสินค้าและบริการในเชิงพาณิชย์ ให้เผยแพร่สู่ประชาชนและตลาดโลกเพิ่มมากขึ้น เหมือนวิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรีที่มองอนาคตของประเทศไทยในอีก 20 ปีข้างหน้าและต่อๆ ไปว่าเราจะต้องมีหรือพัฒนานวัตกรรมของเราเองแทนการพึ่งพา หรือจัดซื้อนวัตกรรมของต่างชาติมาใช้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดและทิศทางการพัฒนาประเทศ เพื่อก้าวเข้าสู่โมเดล ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลในชุดปัจจุบัน ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “Value – Based Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยมีพื้นความคิดหลักคือการเปลี่ยนจากการผลิตสินค้า“โภคภัณฑ์” ทั่วไป ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” และเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม นำไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม และเปลี่ยนจากการเน้นในภาคการผลิตสินค้าไปสู่การให้บริการเพิ่มมากขึ้น

โดยในปี 2560 นี้ จะมีผลงานด้านนวัตกรรมและการออกแบบมาร่วมจัดแสดงกว่า 1,000 ชิ้นงาน ครอบคลุม 9 กลุ่มสินค้า อาทิ สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ บรรจุภัณฑ์ การเกษตร สุขภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ เป็นต้น รวมถึงส่วนจัดแสดงผลงานของกลุ่ม
ผู้ประกอบการ Startup อีกกว่า 80 คูหา พื้นที่ค้าปลีก พื้นที่เจรจาธุรกิจ รวมถึงนิทรรศการของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่รวบรวมผลงานการันตีด้วยรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Design Excellence Award (DEmark), Thailand Trust Mark (T – Mark) ตลอดจนผลงานจากโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด และให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป และกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่เป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนิทรรศการต่างๆ มากมายแล้ว ภายในงาน T.I.D.E. ปีนี้ ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด CREATE INNOVATE TRANSFORM ที่ยังอัดแน่นไปด้วยรายการเสวนาที่มีคุณภาพ ทั้งจากผู้บรรยายทั้งในและต่างประเทศมาแบ่งปันองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและการออกแบบ เหมือนเช่นเคย

ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ DITP Hotline หมายเลข 1169 (ภายในประเทศ) หรือโทรศัพท์ 085-6808475, 085-6808394 หรือคลิกเข้าไปดูได้ที่ www.thailandinnodesign.com หรือทาง Facebook : ThailandInnovation and Design Expo ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ดั๊บเบิ้ล เอ จัดกิจกรรม ‘A to a ปลูกฝัน ปลูกปัญญา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291721

ดั๊บเบิ้ล เอ จัดกิจกรรม ‘A to a ปลูกฝัน ปลูกปัญญา’

ดั๊บเบิ้ล เอ จัดกิจกรรม ‘A to a ปลูกฝัน ปลูกปัญญา’

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กิจกรรม “A to a ปลูกฝัน ปลูกปัญญา” ของดั๊บเบิ้ล เอ เชิญช่างภาพอิสระมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ในอาชีพ “ช่างภาพออนไลน์” ในยุคดิจิตอลนี้ โดยให้พี่ A (ใหญ่) ร่วมสร้างแรงบันดาลใจและถ่ายทอดประสบการณ์ให้น้อง a (เล็ก) ซึ่งหมายถึงน้องๆ ลูกหลานชาวนาและเยาวชนได้กล้าคิดกล้าฝัน ก้าวสู่อาชีพที่ดีในอนาคต

ชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ กล่าวว่า “กิจกรรมA to a ปลูกฝัน ปลูกปัญญา” ถือเป็นหนึ่งในโครงการ “DoubleA Better Tomorrow” ที่ได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 เพื่อจะเติมเต็มฝันให้กับลูกหลานชาวนาและเยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนในชนบทที่ขาดแรงบันดาลใจ ขาดผู้ให้คำแนะนำ หรือโอกาสที่จะได้พบเห็นและเรียนรู้จากตัวอย่างดีๆ

กิจกรรมครั้งนี้ พี่ A คือ วิทูร บุญชู (พี่ทูร) และ นภสินธุ์ ฉันทวงศ์วิริยะ (พี่หลิน)ช่างภาพอิสระและแอดมินของShutterstock ThailandContributors มาจัดเวิร์กช็อปการถ่ายภาพให้กับน้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนวัดใหม่กรงทองและโรงเรียนศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี รวม 60 คน

หลักสำคัญของการเป็นช่างภาพออนไลน์ ต้องถ่ายภาพสต๊อกเพื่อขายทางเว็บไซต์ที่ขายภาพออนไลน์ เรียกว่า Microstock เรียนรู้ตั้งแต่การเริ่มสมัครเป็นสมาชิก ซึ่งต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ในเว็บไซต์ที่รับขายภาพที่มีอยู่กว่า 30 เว็บและมีลูกค้าอยู่ทั่วโลก เช่น shutterstock, iStockphoto, Fotolia, Dreamstime เป็นต้น แนะนำประเภทของภาพที่ลูกค้าสนใจองค์ประกอบภาพ รวมถึงระบบการซื้อขาย เป็นต้น ถือเป็นโอกาสให้กับผู้รักการถ่ายภาพได้ใช้ทักษะความสามารถสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง โดยรายได้ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักล้านบาทต่อเดือน พร้อมกับสาธิตการถ่ายภาพด้วยโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ นวัตกรรมที่นำมาบันทึกภาพเคลื่อนไหวในมุมสูง โดยน้องๆ บอกเล่าถึงประสบการณ์ดีๆที่ได้รับ ซึ่งจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้ค้นหาตัวตนก้าวสู่อาชีพในฝัน

ติดตามคลิปพี่ A อาชีพต่างๆ ได้ที่ Youtube Double A Thailand

ความงามเหนือกาลเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291636

ความงามเหนือกาลเวลา

ความงามเหนือกาลเวลา

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บิวตี้เจมส์โดย ณิดา พฤกษาธีระกุล ในฐานะ Account Executive & Merchandising (ผู้จัดการอาวุโสการตลาดและสินค้า) ได้เปิดประสบการณ์พิเศษที่ว่าด้วยความงดงามเหนือกาลเวลาของเครื่องประดับเพชรและจิวเวลรี่ คุณค่าที่คู่ควร เติมเต็มความสง่างามอย่างมีเอกลักษณ์ ภายในงาน Diamonds Are a Girl’s Best Friend ซึ่งได้ร่วมกับ นันทวัน โดย แลนด์แอนเฮ้าส์ จัดขึ้น ณ คลับเฮ้าส์นันทวัน บางนา กม.7

งานนี้นอกจาก ณิดา ได้นำเคล็ดลับการดูเพชร การเลือกจิวเวลรี่มาเสริมสร้างความสง่างาม ให้ลุคนั้นๆ ดูโดดเด่นขึ้นแล้ว ยังได้จัดเรื่องการดูแลเครื่องประดับมาให้กับคุณผู้หญิงแบบไม่มีกั๊กด้วย “เพชรแม้จะมีความแข็งแกร่งสูงสุดแต่การจัดเก็บควรจะเก็บแยกกล่องกัน หรือกล่องเดียวแต่แบ่งเป็นช่องๆ ก็ได้ เพราะถ้าเพชรอยู่รวมกันการกระทบระหว่างเพชรกับเพชรทำให้เกิดความเสียหาย เกิดรอยขึ้นได้ ส่วนไพลิน ทับทิม ฯลฯ ก็ควรแยกเช่นกันในขณะที่ มรกต ที่มีน้ำมันธรรมชาติอยู่ในตัวเนื้อพลอย ไม่ควรเก็บในที่ร้อนมากๆ เพราะจะทำให้น้ำมันระเหยออกเนื้อพลอยจะแห้งได้แต่ถ้าแห้งแล้วสามารถดูแลด้วยการเอาน้ำมันธรรมชาติใส่เข้าไป ขบวนการนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า ส่วน มุก ควรหลีกเลี่ยงที่สุดพวกน้ำหอมหรือพวกสเปรย์ จะทำให้ผิวด้าน ความเงางามของมุกหายไปและก่อนจะเก็บเครื่องประดับสามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายๆ เพียงใช้ผ้าที่มีความนุ่มพิเศษเช็ด หรือใช้น้ำสบู่ที่ไม่มีไขมัน ผสมน้ำอุ่น ใช้แปรงนิ่มๆ ขัด เป่าไดร์ให้แห้ง เพียงแค่นี้ก็ทำให้คุณเหมือนมีของชิ้นใหม่อยู่เสมอแล้วค่ะ”