‘เทีย บาย ธารา’ ฉลองครบ 5 ปี อวดโฉม คอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291755

‘เทีย บาย ธารา’ ฉลองครบ 5 ปี อวดโฉม คอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2017

‘เทีย บาย ธารา’ ฉลองครบ 5 ปี อวดโฉม คอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2017

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แบรนด์ “เทีย บาย ธารา” (Thea by Thara) ฉลองครบรอบ 5 ปี หนูใหม่-ตะวันนา ธารา ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบจึงนำประสบการณ์จากการเดินทางท่องโลกและความงดงามด้านสถาปัตยกรรมของพระราชวังต้องห้าม หนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน มาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เป็นผลงานการออกแบบคอลเลคชั่น ออทั่ม/วินเทอร์ 2017 ที่มีชื่อว่า “เดอะ พอซเลน เอ็มเพรส” (The Porcelain Empress) ซึ่งได้เนรมิตรันเวย์กลางร้านอาหารจีนพาโกด้า ภายในโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ควีนส์ปาร์ค ให้เป็นประหนึ่งห้องโถงในพระราชวัง ที่ประดับตกแต่งให้มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมตะวันออกอวดโฉมผลงานล่าสุด โดยมีนางเอกสาวสุดฮอต ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ร่วมเดินแบบชุดฟินาเล่ ให้ได้ยลโฉมกัน

“เทีย บาย ธารา” (Thea by Thara) แบรนด์แฟชั่นสตรีสัญชาติไทยตั้งแต่ปี 2011 ที่นำความงดงามทางแฟชั่นมาผสานเข้ากับความต้องการของหญิงสาวในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ด้วยการใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบและการตัดเย็บอย่างพิถีพิถันให้ออกมาเป็นเสื้อผ้าที่สมบูรณ์แบบที่สุด หญิงสาวในแบบฉบับของ “เทีย บาย ธารา” (Thea by Thara) จึงเป็นหญิงสาวที่ทันสมัย เซ็กซี่อย่างมีระดับ มีบุคลิกภาพที่โดดเด่น อ่อนหวาน และมั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ตั้งแต่วันทำงานจวบจนกระทั่งไปปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

หนูใหม่- ตะวันนา ธารา กล่าวถึงแรงบันดาลใจหลักของการออกแบบคอลเลคชั่นนี้ว่า “สำหรับคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2017 เราได้หยิบเอาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพระราชวังต้องห้ามในประเทศจีนมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่มีทั้งความรุ่งเรืองของวัฒนธรรม ความสวยงามของสถาปัตยกรรมและข้าวของเครื่องประดับที่ใช้ตกแต่งพระราชวัง รวมถึงความงดงามของสวนสวยที่ได้รับการเล่าขานต่อกันมาหลายพันปีสิ่งเหล่านี้ได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าคอลเลคชั่นล่าสุดซึ่งสามารถนำเสนอถึงดีเอ็นเอความเฟมินีนของแบรนด์เทีย บาย ธารา ได้เป็นอย่างดี”

“เดอะ พอซเลน เอ็มเพรส” (The Porcelain Empress) ผลงานการดีไซน์คอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์2017  คือความพิเศษที่ดีไซเนอร์ได้นำกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ในยุคของพระราชวังต้องห้ามมาผสมผสานกับการออกแบบเสื้อผ้า ด้วยการนำความงดงามของสวนสวยในตำนาน ที่เต็มไปด้วยใบไม้เขียวขจีราวกับหยกสีเขียวนับพันทอดยาวพลิ้วไหวไปกับสายลม ดอกพลัมและพีโอนีสีชมพูสดสวยเบ่งบานสะพรั่งรับกับแสงสะท้อนของดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบบนผืนทะเลสาบ ที่ก่อให้เกิดทัศนียภาพอันงดงามราวกับภาพวาดสีน้ำ มาถ่ายทอดเป็นลายพิมพ์งานปักสามมิติอันวิจิตรบรรจงที่ถือว่าเป็นซิกเนอเจอร์ของคอลเลคชั่นนี้ ผ่านโครงร่างของชุดเดรสตัวยาวและเสื้อแขนยาวระบายรัฟเฟิลที่เหมาะกับหญิงสาวผู้ชื่นชอบความโก้หรู รวมถึงเทคนิคการฉลุลายผ้าอันแยบยล และการติดประดับฟริ้นจ์เพื่อเพิ่มความพลิ้วขณะการเคลื่อนไหว ที่ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกเอาความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมและลวดลายของประดับตกแต่งภายในพระราชวังมา

ดีไซน์เป็นรูปทรงของเสื้อผ้าที่มีความทันสมัยด้วยเนื้อผ้าที่สวมใส่ได้ง่าย อาทิ ผ้าซีทรู ผ้ากำมะหยี่ ที่สามารถมอบความสบายและความหรูหราให้กับหญิงสาว อีกทั้งในคอลเลคชั่นนี้จะมีความโทนสีที่มีความหลากหลาย อาทิ สีน้ำตาลนู้ด, สีแดงเบอร์กันดี้,สีน้ำเงินเข้ม และโทนสีเบสิก อย่างสีขาวและสีดำให้หญิงสาวเลือกแมทช์ได้สำหรับในทุกโอกาส

‘รวมสุดยอดสินค้าดี เอสเอ็มอีทั่วถิ่นไทย’ ที่ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291757

‘รวมสุดยอดสินค้าดี เอสเอ็มอีทั่วถิ่นไทย’ ที่ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม

‘รวมสุดยอดสินค้าดี เอสเอ็มอีทั่วถิ่นไทย’ ที่ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตามที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีดำริให้ดำเนินงานโครงการตลาดนัดสินค้าชุมชนข้างทำเนียบรัฐบาล ริมคลองผดุงกรุงเกษม ภายใต้ชื่อ “ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม” เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อยได้มีแหล่งจำหน่ายสินค้าเป็นตลาดต้นแบบที่ถือได้ว่าเป็นการขยายผลสู่ตลาดนัดชุมชน 4.0 โดยมุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการได้จำหน่ายสินค้าคุณภาพสู่ผู้บริโภคโดยตรงในราคายุติธรรม สร้างทางเลือกในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ และมีการบูรณาการหน่วยงานในการขับเคลื่อนโครงการฯ ซึ่งได้มอบหมายให้ส่วนราชการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพในการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า โดยในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 35 ซึ่งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. เป็นเจ้าภาพในการจัดงานในเดือนกันยายนนี้ โดยได้รับเกียรติจาก นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นประธานพิธีเปิดงาน

นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ฐานะหน่วยงานหลักที่ให้การส่งเสริม SME ของประเทศ ได้คัดสรรสินค้าคุณภาพดีจาก SME ทั่วประเทศที่ผ่านการบ่มเพาะ พัฒนา ภายใต้โครงการต่างๆ ของ สสว. มาจำหน่าย อาทิ โครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start Up) โดยเน้นเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้ารายย่อย ได้มีโอกาสที่จะมาทดสอบตลาด อาทิ โครงการ Strong & Regular level กลุ่มผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและสินค้าสอดคล้องกับความต้องการของตลาด/Turn Around กลุ่มที่ได้รับการปรับแผนธุรกิจและเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยเพื่อเสริมสภาพคล่องของธุรกิจ รวมทั้งสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนต่างๆ จากทั่วประเทศที่จำหน่ายในร้านประชารัฐสุขใจ Shop ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ทั่วประเทศ เพื่อเป็นโอกาสทางการตลาดในการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ เชื่อมโยงการตลาดจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรงจำนวน 300 ร้านค้า ภายใต้ชื่องาน “รวมสุดยอดสินค้าดี เอสเอ็มอีทั่วถิ่นไทย” ระหว่างวันที่ 6-27 กันยายน 2560 โดยงานจะจัดเป็น 2 รอบรอบละ 11 วัน ครั้งละ 150 ร้านค้า ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอางและความงาม แฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ของใช้ และสินค้าเกษตร และยังมีสินค้าวิสาหกิจชุมชนในแต่ละท้องถิ่นมาจัดจำหน่ายในร้านประชารัฐสุขใจ Shop และพื้นที่พิเศษ คือ ตลาดร่วมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมตลาดได้ร่วมแบ่งปันน้ำใจโดยอุดหนุนสินค้าจากผู้ประสบอุทกภัย

การจัดงานในครั้งนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดที่สำคัญมากในการช่วยผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อย (Micro SME) ได้มีแหล่งจำหน่ายสินค้าทั้งค้าส่งและค้าปลีก

นอกจากนี้ สสว. ได้จัดโซนสำหรับให้บริการแก่ SME คือ ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (OSS) เพื่อให้บริการคำปรึกษาและรับคำขอสินเชื่อเพื่อ SME ไม่เกิน 1 ล้านบาท และ Micro SME ไม่เกิน 200,000 บาท ปลอดดอกเบี้ยและเพื่อเป็นการช่วยขยายตลาด E Commerceผู้ประกอบการสามารถนำผลิตภัณฑ์มา ณ พื้นที่สตูดิโอให้บริการถ่ายภาพสินค้าพร้อมนำขึ้นจำหน่ายบน E-Marketplace นอกจากนี้ ภายในงาน บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ให้บริการแจกคูปองตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการมูลค่า 5,000 บาท เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าจากแล็บประชารัฐ ให้สามารถแข่งขันตอบรับกับการเป็นอุตสาหกรรม 4.0

นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประธานคณะกรรมการดำเนินโครงการตลาดคลองผดุงกรุงเกษมกล่าวถึงจุดเด่นหรือเสน่ห์ของตลาดคลองผดุงกรุงเกษมว่า เป็นตลาดที่เกิดจาการสานพลังประชารัฐ ในการรวมพลังทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนที่ร่วมมือร่วมใจกันเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการตลาดให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในเมือง และคนชนบท เนื่องจากเป็นตลาดในที่เปิดโอกาสให้คนกรุงเทพฯ ได้อุดหนุนสินค้าจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศโดยตรงในราคายุติธรรม ถือเป็นการช่วยเหลือเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน และรวบรวมอรรถรสทุกด้านไว้ในที่เดียว ทั้งในเรื่องของการซื้อสินค้า การเสริมความรู้จากกิจกรรมต่างๆ ความสุขจากกิจกรรมดนตรี การแสดง นับเป็นตลาดต้นแบบที่พร้อมขยายผลสู่ชุมชน

ปลุกพลัง สร้างสังคม นมแม่ สู่เส้นทางความยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291387

ปลุกพลัง สร้างสังคม นมแม่ สู่เส้นทางความยั่งยืน

ปลุกพลัง สร้างสังคม นมแม่ สู่เส้นทางความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน องค์กร Alive and Thrive องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงาน “รวมพลังสร้างสังคมนมแม่ให้ยั่งยืน” ในวาระสัปดาห์นมแม่โลก 2560 เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้อง ส่งเสริม และสนับสนุนให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานที่สุด ปีนี้ การจัดงานยังมีวาระพิเศษ คือ การออก “พ.ร.บ. นมผง” ซึ่งได้ผลักดันอย่างยาวนานถึง 36 ปี และจะมีผลบังคับใช้ 9 กันยายน นี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปีนี้การจัดงานเฉลิมฉลองสัปดาห์นมแม่โลกในประเทศไทยมีวาระพิเศษ เนื่องจากพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2560 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ มีไว้เพื่อปกป้องหญิงตั้งครรภ์ แม่และครอบครัวที่มีทารกและเด็กเล็กจากการส่งเสริมการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเลือกอาหารให้ทารกและเด็กเล็ก ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เปราะบางที่ควรได้รับอาหารที่เหมาะสม คือ นมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และนมแม่พร้อมอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น กฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้แม่และครอบครัวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอาหารสำหรับทารก หรืออาหารเสริมทารกในแง่มุมที่ถูกต้อง

นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยอยากสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยหลักง่ายๆ คือ “นมแม่ 1-6-2” เลข 1 หมายถึง การให้ทารกได้กินนมแม่ภายใน 1 ชม.แรกหลังคลอดเลข 6 หมายถึง การให้ทารกได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว 6 เดือนแรก และเลข 2 หมายถึง การให้ทารกและเด็กเล็กได้กินนมแม่ต่อเนื่อง 2 ปี หรือนานกว่านั้นตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ปัจจุบันทารกที่ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอดมีร้อยละ 39.9 และกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน มีเพียงร้อยละ 23 ส่วนแม่ที่ให้นมลูกนานได้ถึง 2 ปีมีเพียงร้อยละ 16 ซึ่งยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมอนามัยพร้อมภาคีเครือข่าย จึงร่วมกันผลักดันนโยบายภาครัฐให้สนับสนุนแม่และครอบครัวได้เข้าใจข้อเท็จจริงว่า นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก ที่จะช่วยสร้างต้นทุนให้กับลูก ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง พัฒนาการสมวัย จิตใจ อารมณ์ และมีทักษะเชาว์ปัญญา (Executive Function) ที่ดี นอกจากนั้น ยังต้องร่วมกันปกป้องแม่และครอบครัวจากกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กต่างๆ และช่วยกันสื่อสารไปยังสถานที่ทำงานให้เอื้อเฟื้อการจัดตั้งมุมนมแม่ มีผู้บริหารและเพื่อนร่วมงานให้เข้าใจต่อการบีบเก็บน้ำนม เพื่อให้แม่ทำงานสามารถเลี้ยงลูกนมแม่ได้ตามเป้าหมาย

พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันที่ 1-7 สิงหาคมของทุกปี เป็นสัปดาห์นมแม่โลก การจัดงานครั้งนี้ ภาคียังคงผนึกกำลังอย่างเหนียวแน่นเพื่อขับเคลื่อนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ยั่งยืนในสังคมไทย เริ่มจากโรงพยาบาลไปสู่ชุมชน และครอบครัวให้การสนับสนุน ส่งเสริม และปกป้อง ให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างเต็มที่ และทำให้เรื่องนมแม่เป็นเหมือนเรื่องปกติในวิถีชีวิตให้ได้ โดยการสนับสนุน “เส้นทางเพื่อช่วยให้แม่ให้นมแม่ได้สำเร็จ” ประกอบด้วย 6 ประเด็น ได้แก่ การลงทุน 9 เดือน กำไรตลอดชีวิต, รู้ว่ามีน้อง ฝากท้องทันที, โฟเลตไอโอดีน ธาตุเหล็ก สำคัญต่อลูกในท้อง, ชั่วโมงแรกที่ลูกเกิด บอกหมอ พยาบาล ช่วยนำลูกมาวางบนอกแม่ตั้งแต่ในห้องคลอด, วันแรกที่ลูกเกิดแยกแม่แยกลูกหลังคลอดไม่ดีนะ และ น้ำนมมาแน่ถ้าแม่รู้และทำถูกวิธี

ภายในงาน มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การร่วมพูดคุยหัวข้อ “เอกสิทธิ์น้ำนมแม่” โดยรองอธิบดีกรมอนามัย การเสวนา “นมแม่ดีต่อใจ” โดย แชมเปี้ยนนมแม่ อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ และ พ.ท.หญิง วรางคนิต นันทนาสิทธิ์ มินิคอนเสิร์ต “เพลงพลังรักนมแม่” โดย ด.ญ.ภาวิดา พรวัฒนานุกูล หรือ น้องใบพลู และการแสดงความสามารถหนูน้อยนมแม่ ด.ญ.ศิรินันท์ ตันติเวสส หรือ น้องลิ้งค์ และพิธีมอบเกียรติบัตร เชิดชูเกียรติ แชมเปี้ยนนมแม่ และหนูน้อยนมแม่ โดยมีกลุ่มคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่และครอบครัวมาร่วมชุมนุมเรียกร้องให้สังคมหันมาสนใจการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น ณ บริเวณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 7 เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกล่าวเปิดงาน
ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.กระทรวงสาธารณสุข ประธานเปิดงาน “รวมพลัง สร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืน” จัดโดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน, องค์กร Alive and Thrive, องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในวาระเฉลิมฉลองสัปดาห์นมแม่โลก 2560

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.กระทรวงสาธารณสุข ประธานเปิดงาน “รวมพลัง สร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืน” จัดโดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน, องค์กร Alive and Thrive, องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในวาระเฉลิมฉลองสัปดาห์นมแม่โลก 2560

แนะพ่อแม่ยุคใหม่ใส่ใจโภชนาการลูกน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291319

แนะพ่อแม่ยุคใหม่ใส่ใจโภชนาการลูกน้อย

แนะพ่อแม่ยุคใหม่ใส่ใจโภชนาการลูกน้อย

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทราบหรือไม่ว่า? สมอง มีการทำงานตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดา จนกระทั่งถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุดคือ ช่วงหลังคลอดจนถึง 6 ปีแรก และ “โภชนาการ” คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมให้สมองของเด็กสามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพตามวัย ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ โฟร์โมสต์ จึงได้จับมือกับนักโภชนาการ แนะเทคนิคการเลือกอาหาร พร้อมชวนทำความรู้จักสารอาหารสำคัญ “กรดอะมิโนจำเป็น และโอเมก้า 369” ที่จะช่วยพัฒนาสมองของลูกน้อยให้มีพัฒนาการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

พิมจันทร์ วิมุกตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีสแลนด์ คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการสำรวจทางการตลาดพบว่า ในทุกๆ ปีอัตราการบริโภคนมของคนไทยขยายตัวสูงขึ้น ทั้งในกลุ่มเด็กและกลุ่มผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้โฟร์โมสต์จึงได้มีการคิดค้นสูตรและออกผลิตภัณฑ์นมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำเรื่องสารอาหารจากน้ำนมที่ครบถ้วนและเหมาะสมกับผู้บริโภคในทุกช่วงวัย โดยล่าสุดในโอกาสที่โฟร์โมสต์ ก้าวสู่ปีที่ 60 จึงได้เปิดตัว “โฟร์โมสต์ โอเมก้า 369” ผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มยูเอชทีที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญเพื่อพัฒนาการสมองของลูกน้อย ทั้ง “โอเมก้า 369 (Omega 369)” กรดไขมันจำเป็นชนิดไม่อิ่มตัวที่ช่วยในเรื่องของการสร้างเครือข่ายใยประสาทในสมองของเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางสติปัญญาและสมาธิที่ดี และ “กรดอะมิโนจำเป็น (Amino Acid) ทั้ง 9 ชนิด” ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดของโปรตีนที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที โดยจะช่วยในเรื่องของการควบคุมกลไกภายในร่างกาย ทั้งระบบภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญไขมัน การเติบโตของระบบประสาทและความจำ การทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูก เป็นต้น ให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ

ด้านนักกำหนดอาหารวิชาชีพ แววตา เอกชาวนา นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้ข้อมูลเสริมว่า อย่างที่เราทราบกันอยู่แล้วว่าสมองของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ จนถึง 6 ขวบแรกนั้นเจริญเติบโตรวดเร็วมาก ทั้งขนาดและกระบวนการทำงานของสมอง ซึ่งตั้งแต่ 1-6 ขวบ สมองจะเติบโตถึง 90% และเซลล์ในสมองจะสร้างการเชื่อมโยงเข้าหากันทีละเล็กละน้อย เปรียบเสมือนการวางโครงสร้างอาคาร ที่ค่อยๆ ต่อเติมไปทีละส่วน ฉะนั้นหากสมองเติบโตได้สมบูรณ์ จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างมหาศาล อาทิ เด็กในวัยเพียง 1-6 ขวบนั้น สามารถเรียนรู้ภาษาพร้อมๆ กันได้ถึง 7 ภาษา ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ที่จริงสมองเด็กเรียนรู้ภาษาพูดได้ถึง 5,000 ภาษาเลยทีเดียว

สำหรับสารอาหารที่ช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อยได้ คือ  กรดอะมิโนจำเป็น และ โอเมก้า  จะช่วยให้สมองของเด็กเติบโตอย่างสมบูรณ์ หลายคนอาจไม่รู้ว่า 2สิ่งที่สำคัญมากในกระบวนการเหล่านี้คือ กรดอะมิโน และโอเมก้า ซึ่งกรดอะมิโนจำเป็น (Amino Acid) ถือเป็นสารสื่อประสาทอย่างหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ซึ่งจะช่วยให้สมองทำงานได้ดี มีความตื่นตัว กระตุ้นการคิด ส่งเสริมการจำและเรียนรู้ กรดอะมิโนเป็นสารตั้งต้นสังเคราะห์โปรตีน หากเด็กขาดกรดอะมิโน จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่ส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งระบบ และสมองจะด้อยคุณภาพลงได้ จากการขาดสารสื่อประสาทสมอง ขณะที่ โอเมก้า 369 (Omega 369) คือไขมันที่ร่างกายขาดไม่ได้ จำเป็นในการบำรุงสมอง เพื่อสร้างการมองเห็น ช่วยให้สายตาดี บำรุงประสาทตา ทำให้สมองมีความจำดีและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าเด็กจะสุขภาพดีได้ทั้งร่างกายและสมอง รวมถึงการมองเห็นและพัฒนาการที่ดี เมื่อร่างกายได้รับกรดอะมิโน และโอเมก้า 369 อย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ “นม” นับว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าสำหรับเด็กและคนทุกวัย และเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญมาก มีปริมาณโปรตีนสูงและเป็นโปรตีนคุณภาพดีไม่ด้อยไปกว่าโปรตีนที่ได้รับจาก ไข่ เนื้อสัตว์ และถั่ว นอกจากนี้ ในน้ำนมยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ มากมาย อาทิ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส แลคโตส วิตามินเอ วิตามินบีสอง วิตามินซี น้ำ และเกลือแร่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ โอเมก้า 369 (Omega 369) และกรดอะมิโนจำเป็น (Amino Acid) ซึ่งจากผลวิจัยพบว่าในนมแม่จะมีกรดอะมิโนครบถ้วนต่อเด็กมากที่สุด ตามมาด้วยนมโคและนมแพะ ส่วนนมที่มีโปรตีนน้อยที่สุด คือนมจากพืช

อย่างไรก็ตาม เด็กในวัยกำลังเจริญเติบโตควรรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ ให้ครบทั้ง 5 หมู่ เมื่อเห็นว่าลูกกินได้น้อย คุณพ่อคุณแม่ควรจัดอาหารระหว่างมื้อมาเพิ่ม แต่ต้องไม่บ่อยจนรบกวนอาหารมื้อหลัก และอาหารต้องไม่มีรสชาติหวานจัด เพราะจะทำให้ลูกไม่อยากอาหารได้ อย่าติดสินบนเพื่อให้เด็กยอมกินอาหาร จะทำให้เด็กติดนิสัยและไม่ยอมกินเมื่อไม่มีของมาแลกเปลี่ยน และพยายามอย่าบังคับขู่เข็ญให้เด็กกินอาหาร เพราะจะทำให้รู้สึกไม่ดีต่อการกินและไม่อยากกิน จะกลายเป็นคนกินยากไปแทน

นอกจากโภชนาการที่เหมาะสมแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความใส่ใจ ก็คือกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของสมอง เพื่อกระตุ้นให้สมองทำงานได้ดี และมีประสิทธิภาพ ผ่านทักษะสัมผัส 7 ประเภท ทั้งการสัมผัส การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การลิ้มรสชาติ การเคลื่อนไหว และการทรงตัว ซึ่งนอกจากจะได้ทั้งความสนุก อารมณ์แจ่มใส ร่างกายแข็งแรง พัฒนาสมอง และยังเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีของครอบครัวอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ “โฟร์โมสต์ โอเมก้า 369” ผลิตภัณฑ์น้ำนมพร้อมดื่มยูเอชทีที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญเพื่อพัฒนาการสมองของลูกน้อย สอบถามข้อมูลได้ที่ เฟซบุ๊ค Foremost Family หรือศูนย์ข้อมูลผู้บริโภค โทร.02-6201980

พิมจันทร์ วิมุกตานนท์

พิมจันทร์ วิมุกตานนท์
แววตา เอกชาวนา

แววตา เอกชาวนา

YSL เปิดตัวรองพื้นสูตรใหม่ ตอบโจทย์หน้าเป๊ะตลอดวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291382

YSL เปิดตัวรองพื้นสูตรใหม่ ตอบโจทย์หน้าเป๊ะตลอดวัน

YSL เปิดตัวรองพื้นสูตรใหม่ ตอบโจทย์หน้าเป๊ะตลอดวัน

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปันปัน และ Makeup Artist ที่มาร่วมงาน

อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ (YSL) แบรนด์เครื่องสำอางสุดหรูจากฝรั่งเศส โดย บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเปิดตัวรองพื้นใหม่ล่าสุด “ALL HOURS FOUNDATION” สูตรแรกของแบรนด์ ที่ให้การปกปิดสูงสุด ควบคุมความมัน และติดทนนานตลอดวัน เป็นรองพื้นเนื้อฟลูอิดในขวดเรียบหรูดูทันสมัยคล้ายชุดทักซิโด้จากอีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ อันแสนคลาสสิก มอบสัมผัสหรูหราและเนียนนุ่ม ให้ผิวดูสวยเพอร์เฟกท์ตลอดเวลาดุจการเริ่มต้นใหม่มีมากถึง 22 เฉดสี ครอบคลุมทุกโทนสีผิว โดยได้ดาราสาววัยรุ่นสุดฮอต ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ มาบอกเล่าความประทับใจหลังใช้ผลิตภัณฑ์และเคล็ดลับการดูแลผิว ร่วมด้วยเซเลบริตี้และเมคอัพอาร์ติสท์ ร่วมสัมผัสรองพื้นสูตรใหม่ล่าสุดนี้ ณ Hall of Fame ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

ทรงสมร ฮัทเท็ท ผู้จัดการทั่วไปแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง บริษัทลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่แบรนด์ YSL ได้มาเปิดตัวในประเทศไทย และ YSL ไม่เคยที่จะหยุดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความงามของผู้หญิงไทย ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน YSL มาโดยตลอด และวันนี้ก็เช่นกันค่ะ เรามีผลิตภัณฑ์รองพื้นใหม่ล่าสุด ที่มาตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงไทยที่ชื่นชอบความสวยเพอร์เฟกท์ และครั้งนี้เราจะเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ค้นพบกับความแปลกใหม่และนวัตกรรมล่าสุดไปพร้อมๆ กัน”

ปิยาภรณ์ โกมารทัต ผู้จัดการแบรนด์อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ กล่าวว่า “คุณสมบัติของรองพื้นที่ผู้หญิงต้องการหลักๆ คือ รองพื้นที่ปกปิดได้ดี คุมมัน ติดทนนานระหว่างวันโดยไม่ต้องคอยกังวลเติมแป้งระหว่างวัน วันนี้ YSL จึงขอแนะนำ รองพื้นใหม่ล่าสุดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กล่าวมา เปรียบเหมือนรองพื้นในฝันของผู้หญิงทุกคน นั่นคือ YSL ALL HOURS FOUNDATION สูตร night-proof สูตรแรกของแบรนด์ ที่ช่วยให้รองพื้นติดทนนาน ด้วยส่วนผสมที่เป็นออยล์ฟรีผิวจึงไม่มีความมันเงา ทำให้ผิวดูเรียบเนียน พร้อมคงความแม็ตต์ และอำพรางรูขุมขนได้ดี ติดทนตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ”

ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ สาวคนแรกๆ ในประเทศไทยที่ได้ลองใช้รองพื้น ALL HOURS กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นแขกรับเชิญพิเศษ และร่วมลองใช้แบรนด์เครื่องสำอางที่ผู้หญิงหลายคนชื่นชอบ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกของปันปันที่แต่งหน้าสดออกสื่อ ที่ปกติไม่เคยโชว์หน้าสดออกสื่อที่ไหนมาก่อนเลย ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ไม่ได้ทารองพื้น เพราะรู้สึกว่าหน้าเหนอะ ระหว่างวันหน้าจะเหนียว แต่พอได้ลองใช้รองพื้นรุ่นนี้รู้สึกว่าบางเบา ปกปิดรอยแผลต่างๆ บนใบหน้าได้เรียบเนียน รวมถึงคุมมันตลอดวันค่ะ”

ปิยาภรณ์ โกมารทัต, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ และ ทรงสมร ฮัทเท็ท

ปิยาภรณ์ โกมารทัต, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ และ ทรงสมร ฮัทเท็ท
YSL ALL HOURS FOUNDATION

YSL ALL HOURS FOUNDATION
สาวๆ ร่วมสัมผัส YSL ALL HOURS FOUNDATION

สาวๆ ร่วมสัมผัส YSL ALL HOURS FOUNDATION

ชมการแสดงเต้นและเวิร์กช็อปเต้น ในมหกรรมเต้นนานาชาติ ครั้งที่ 17

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291377

ชมการแสดงเต้นและเวิร์กช็อปเต้น ในมหกรรมเต้นนานาชาติ ครั้งที่ 17

ชมการแสดงเต้นและเวิร์กช็อปเต้น ในมหกรรมเต้นนานาชาติ ครั้งที่ 17

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วรารมย์ ปัจฉิมสวัสดิ์ (ที่สามจากซ้าย), Smt.Pushkala Ramesh, Mrs.Rupa Bishnoi, Mr.Abbagani Ramu
และ ดร.ราณี พละพงศ์พานิช พร้อมด้วยคณะนักดนตรีและนักเต้น Sri Bharathakala Academy

มูลนิธิเพื่อศิลปะ จัดงาน มหกรรมเต้นนานาชาติ ครั้งที่ 17 (The International Dance Festival 2017) นำคณะนักเต้นชื่อดังจากนานาประเทศ อาทิ โปรตุเกส อินเดีย สเปน อิตาลี และญี่ปุ่น พร้อมด้วยเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการเต้นและการเคลื่อนไหวร่างกาย มาให้นักเต้นและผู้สนใจศิลปะการเต้น การแสดงได้ชมและเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้-ธันวาคม 2560 โดยได้เบิกโรงด้วยการแสดงจากประเทศอินเดียกับการแสดงชุด “SRI KRISHNA” ของคณะ Sri Bharathakala Academy เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ณ ศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งการแสดงชุดดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ของการแสดงศิลปะอินเดียในประเทศไทย

วรารมย์ ปัจฉิมสวัสดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อนศิลปะ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมเต้นนานาชาติ ครั้งที่ 17 ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ในการเผยแพร่ศิลปะการเต้น และก่อให้เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศิลปะการแสดง ซึ่งแต่ละชาติก็มีเอกลักษณ์ความน่าสนใจที่แตกต่างกัน และยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้สนใจศิลปะการเต้นตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ชื่นชอบศิลปะการเต้นได้มีโอกาสชมการแสดงอันตื่นตาตื่นใจของคณะนักแสดงที่มีชื่อเสียงโดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ

มหกรรมเต้นนานาชาติ ครั้งที่ 17 (The International Dance Festival 2017) จะเต็มไปด้วยการแสดงในแนวการเต้นร่วมสมัย หรือ Contemporary Dance จากนานาชาติ ได้แก่ การแสดงชุด “SRI KRISHNA” ของคณะ Sri Bharathakala Academy ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ณ ศาลาเฉลิมกรุง, การแสดงชุด “Rites of Spring” โดย Olga Roritz Dance Company ประเทศโปรตุเกส แสดงในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 ณ บ้านพักเอกอัครราชทูตโปรตุเกส, การแสดงชุด “Nik” โดย Zuk Dance Company ประเทศสเปน ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 ณ ควอเทียร์ วอเตอร์ การ์เด้น ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์, การแสดงชุด “The Color of Dance” โดย The Izmir State Opera and Ballet ประเทศตุรกี ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายน ณ ชั้น 4 หอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, การแสดงส่วนหนึ่งจากชุด “Swan Lake” โดยคณะ Oplas Dance Company ประเทศอิตาลี ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 ณ ชั้น 4 หอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, การแสดงชุด “Duel” โดย Anthony Hutchinson ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 ณ ชั้น 4 หอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ของ มหกรรมเต้นนานาชาติ ครั้งที่ 17 ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อนศิลปะ กล่าวว่า การแสดงชุด “Rites of Spring” โดย Olga Roritz Dance Company ประเทศโปรตุเกส ซึ่งจะจัดแสดงในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 ได้รับความกรุณาจาก ฯพณฯ ฟรังซิชกู เด อัสซิช มูไรช์ เอ คูญา วาซ ปัตตู (H.E. Mr.Francisco de Assis Morais e Cunha Vaz Patto) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปรตุเกสประจำประเทศไทย เปิดบ้านพักเป็นกรณีพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรการจัดงานครั้งนี้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปเป็นทุนการศึกษาให้เยาวชนไทยที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 คน เรียนศิลปะการเต้นที่สถาบันบางกอกแดนซ์

ในส่วนการแสดง “SRI KRISHNA” เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นการแสดงชุดพิเศษที่ส่งตรงจากประเทศอินเดีย ของ Sri Bharathakala Academy(Trichy and Chennai) นำโดย Natananamani Smt Pushkala Ramesh ผู้อำนวยการสถาบันซึ่งเป็นทีมนักแสดงและนักเต้นคุณภาพที่มีชื่อเสียงของประเทศอินเดีย นำเสนอเรื่องเล่าเกี่ยวกับชีวประวัติของพระกฤษณะ หนึ่งในเทพเจ้าที่มีความสำคัญของศาสนาฮินดู ตั้งแต่กำเนิดพระกฤษณะ ความศรัทธาของชาวฮินดูที่มีต่อพระกฤษณะ โดยนำลักษณะเฉพาะของพระกฤษณะมาประยุกต์เข้ากับท่วงท่าการร่ายรำที่มีความอ่อนหวานแต่ก็มีความแข็งแรงด้วยเช่นกัน และบทเพลงสรรเสริญพระกฤษณะตามแบบฉบับภารตะ รวมกับการแต่งกายและความน่ารักสดใสของนักเต้นหญิง จึงทำให้การแสดงชุดนี้มีความน่าสนใจและชวนให้ติดตาม

โดยมีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ฯพณฯ ฟรังซิชกู เด อัสซิช มูไรช์ เอ คูญา วาซ ปัตตู (H.E. Mr. Francisco de Assis Morais e Cunha Vaz Patto) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปรตุเกสประจำประเทศไทย, Mrs.Rupa Bishnoi ภริยาเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย, Mr.Abbagani Ramu-Deputy Chief of Mission สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย, ดร.ราณี พละพงศ์พานิช ประธานสมาคมสตรีอินเดียแห่งประเทศไทย, ฮาช วาธาน เศรษฐี เลขาธิการกิตติมศักดิ์ หอการค้าอินเดียไทย, นักธุรกิจอินเดียที่พำนักในประเทศไทย และผู้ที่สนใจศิลปะการเต้นมาชมการแสดง

นอกจากการแสดง ในมหกรรมเต้นนานาชาติ ครั้งที่ 17 ยังจัดให้มีกิจกรรมเพื่อการศึกษาสำหรับเยาวชนและผู้ที่ต้องการเป็นมืออาชีพด้านศิลปะการเต้น โดยจะมีการจัดเวิร์กช็อปและมาสเตอร์คลาสรวม 37 คลาส ตั้งแต่การเต้นบัลเล่ต์ การเต้นแบบร่วมสมัย ฮิพฮอพ การเต้นบอลลีวู้ด และโยคะ ณ อุทยานเบญจสิริ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2560-เดือนกุมภาพันธ์ 2561 โดยในวันที่ 15 ตุลาคม 2560 จะมีการ Auditionนักเต้นไทยที่สนใจจะร่วมงานกับ Olga Roritz Dance Company ในการแสดงชุด Rites of Spring อีกด้วย การนำเสนอผลงานของผู้กำกับท่าเต้นรุ่นใหม่ที่ได้รับทุนจากมูลนิธิเพื่อนศิลปะ และการจัดฉายภาพยนตร์เต้นเรื่อง “Mr.GAGA” โดย Ohad Naharin ผู้กำกับท่าเต้นชื่อดังจากประเทศอิสราเอล ในวันที่ 3 ธันวาคม 2560 ณ ชั้น 4 หอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ผู้สนใจร่วมชมการแสดง ตลอดจนร่วมเวิร์กช็อปและมาสเตอร์คลาส ในมหกรรมเต้นนานาชาติ ครั้งที่ 17 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.ticketmelon.com หรือ www.FOTAF.org และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่มูลนิธิเพื่อนศิลปะ โทร.085-1003050

ฯพณฯ ฟรังซิชกู เด อัสซิช มูไรช์ เอ คูญา วาซ ปัตตู เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปรตุเกสประจำประเทศไทย

ฯพณฯ ฟรังซิชกู เด อัสซิช มูไรช์ เอ คูญา วาซ ปัตตู เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปรตุเกสประจำประเทศไทย
ระวิน ชาบรา, ผรณเดช พูนศิริวงศ์ และ ฮาช วาธาน เศรษฐี

ระวิน ชาบรา, ผรณเดช พูนศิริวงศ์ และ ฮาช วาธาน เศรษฐี
ผรณเดช พูนศิริวงศ์, วรารมย์ ปัจฉิมสวัสดิ์ และ ครูเอ๋-เมธินี ยิ้มซ้าย

ผรณเดช พูนศิริวงศ์, วรารมย์ ปัจฉิมสวัสดิ์ และ ครูเอ๋-เมธินี ยิ้มซ้าย
ฉากหนึ่งในการแสดงเต้น SRI KRISHNA

ฉากหนึ่งในการแสดงเต้น SRI KRISHNA

เนรมิตรันเวย์แฟชั่นผ้าไหมแพรวา ยกระดับราชินีไหมไทยสู่ตลาดโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291378

เนรมิตรันเวย์แฟชั่นผ้าไหมแพรวา ยกระดับราชินีไหมไทยสู่ตลาดโลก

เนรมิตรันเวย์แฟชั่นผ้าไหมแพรวา ยกระดับราชินีไหมไทยสู่ตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินหน้ายกระดับและพัฒนาผ้าไหมแพรวาสู่ระดับโลก ตอบรับนโยบายรัฐบาล ประกาศจัดงาน “PROUD PASTRA :พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน” ตลาดแฟชั่นผ้าไหมแพรวาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสตำนานแห่งราชินีไหมและสินค้าเครื่องแต่งกายผ้าไหมชั้นนำจากกลุ่มร้อย แก่น สาร สินธุ์ ระหว่างวันที่ 13-17 กันยายน 2560 ณ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต

นายประจักษ์ จอมทรักษ์ พัฒนาการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า นายสุวิทย์ คำดีผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับงบประมาณจากกลุ่มร้อย แก่น สาร สินธุ์ ประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินการยกระดับและพัฒนา “ผ้าไหมแพรวา” หรือราชินีแห่งไหม ให้ก้าวเข้าสู่ระดับสากลและเป็นผ้าไหมที่ประชาชนทั่วไปสามารถนำไปเป็นเครื่องแต่งกายได้ในชีวิตประจำวัน จึงได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์จัดงาน “PROUD PASTRA : พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน” เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการเผยโฉมผ้าไหมแพรวาในลุคที่ทันสมัยมากขึ้นและพร้อมเจาะตลาดผ้าไหมระดับโลก

แฟชั่นโชว์ครั้งนี้เป็นผลงานการร่วมพัฒนาจากดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย อาทิ อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ แห่งแบรนด์Surface, ชนะชัย จรียะธนา ดีไซเนอร์แบรนด์ Fri.27 Nov, หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุลผู้ออกแบบชุด “ตุ๊กตุ๊ก” เจ้าของรางวัลชนะเลิศชุดประจำชาติบนเวทีมิสยูนิเวิร์สปี 2016, กลุ่มดีไซเนอร์จากแบรนด์ FLYNOW, ณัฐวุฒินุชสาย จากแบรนด์ TOTO DESIGN,พัชรี กิติภูมิ ดีไซเนอร์ชื่อดังผู้ที่นำผ้าไหมแพรวามาออกแบบเสื้อผ้าคนแรกของกาฬสินธุ์ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มดีไซเนอร์รุ่นใหม่ (Young Designer) จากหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำมาร่วมพัฒนาชุดผ้าไหมแพรวาอีกด้วย

งาน “PROUD PASTRA : พราวพัสตราแพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน” จะเป็นเวทีสำคัญในการเผยโฉมผ้าไหมแพรวาลุคใหม่ที่ทันสมัยและมีความเป็นสากลมากขึ้น ด้วยฝีมือการออกแบบของเหล่าดีไซเนอร์ชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อนำผ้าไหมแพรวามาออกแบบให้สวยงามตามแนวคิดของดีไซเนอร์แล้ว จะมีความเป็นสากลและเหมาะกับยุคสมัยได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังจะสร้างรายได้ให้กับจังหวัดกาฬสินธุ์เพิ่มขึ้นจากการค้าขายผ้าไหมแพรวาด้วย ซึ่งนับเป็นการพัฒนาและยกระดับผ้าไหมแพรวาครั้งยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง”

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 13 กันยายน 2560 โดยมีนายอภิชาต โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมเนรมิตรันเวย์แฟชั่นโชว์ผ้าไหมแพรวาสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง เพื่อโชว์ผลงานเครื่องแต่งกายผ้าไหมแพรวา ฝีมือดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย แสดงแบบโดยนางงามจากเวทีระดับประเทศ พร้อมการบรรเลงดนตรีโดยวงมหาจำเริญ และภายในงานตลอด 5 วัน จะประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การสาธิตการทอผ้าไหมแพรวาครบวงจร โดย คุณแม่คำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2559 นิทรรศการตำนานผ้าไหมแพรวา การแสดงดนตรีโปงลางและการแสดงดนตรีจากกลุ่มศิลปินชื่อดัง การจัดจำหน่ายสินค้าโอท็อปชั้นนำจากกลุ่มจังหวัด เวทีเสวนาเปิดตลาดแฟชั่นผ้าไหมปี 2560 และการแสดงผ้าไหมแพรวาที่ชาวผู้ไทยบ้านโพนอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เคยทอทูลเกล้าฯถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาแล้ว
มีความยาว 60 เมตร บรรจุ 60 ลายที่วิจิตรงดงามตระการตามาให้ประชาชนได้ชมอีกด้วย

ทั้งนี้ งาน “PROUD PASTRA :พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน” สามารถเข้าชมได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 13-17 กันยายน 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ณ เวสต์เกต ฮอลล์ ชั้น 4 เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.043-3811274 ต่อ 115 หรือเฟซบุ๊ค PROUD Pastra : พราวพัสตรา

‘Look’ ผลงานประติมากรชื่อดังชาวอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291379

‘Look’ ผลงานประติมากรชื่อดังชาวอังกฤษ

‘Look’ ผลงานประติมากรชื่อดังชาวอังกฤษ

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อธิชัย โปษยานนท์, อภิชาติ จูตระกูล, ผศ.วุฒิกร คงคา และ จิตต์สิงห์ สมบุญ

แสนสิริ เปลี่ยนโฉม แสนสิริ เลานจ์ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะเพื่อเปิดประสบการณ์ให้คนไทยได้เข้าถึงผลงานประติมากรรมระดับโลก ภายในงาน “In between body and space” จัดงานแสดงประติมากรรม “LOOK” (ลุค) ผลงานของ แอนโทนี่ กอร์มลีย์ ประติมากรชาวอังกฤษ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังด้วยการใช้ร่างกายเป็นต้นแบบในการนำเสนอผลงานประติมากรรมในรูปแบบใหม่ โดยผลงานประติมากรรมชิ้นนี้นำมาจัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “PLACE & SPACE” ที่จะสื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง สถานที่(Place) และ ที่ว่าง (Space) ณ แสนสิริเลานจ์ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน

ผลงานประติมากรรม “LOOK” (ลุค) ของกอร์มลีย์ ถูกถ่ายทอดจากการศึกษาในเรื่องของ ที่ว่าง (Space) อันหมายถึงพื้นที่ด้านในและพื้นที่ด้านนอกของตัวประติมากรรม ซึ่งเชื่อมโยงกับ สถานที่ (Place) หรือที่ตั้งของตัวประติมากรรมนั้น แนวคิดนี้ถูกพัฒนาจากจินตนาการอันเปิดกว้างด้วยงานประติมากรรมตั้งแต่ยุค 60 ผ่านมโนภาพร่างกายของเขาเองและคนอื่นๆ ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่างๆภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกันจากวัสดุหลากหลาย รูปแบบ สะท้อนถึงจินตนาการที่ถ่ายทอดลงบนงานศิลป์เชิงลึกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ กอร์มลีย์ต้องการที่จะปล่อยให้ผู้ชมได้ตีความงานศิลป์ไปกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปของพวกเขามากกว่าการตีกรอบทางความคิดของผลงานโดยศิลปินเอง จึงทำให้ชิ้นงานของเขาโดดเด่นและมักจะถูกนำไปติดตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะมากมาย อาทิ ทะเล ถนน และ บนตึกในเมืองใหญ่

“LOOK” (ลุค) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.2014 และถูกนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของโลกที่เปิดเผยต่อสาธารณชน ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกท์ MASSIVE BLOCKWORKSกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.2011-2012 มีโครงร่างเสมือนรูปร่างของมนุษย์ในลักษณะยืนตัวตรง แขนขนาบกับลำตัว มีความสูง 203 เซนติเมตร ความกว้าง 41.5 เซนติเมตร ความหนา 30.5 เซนติเมตร และมีน้ำหนักถึง 627 กิโลกรัม ทำจากเหล็กหล่อ (Cast iron) ซึ่งเป็นเหล็กชนิดหนึ่งที่มีคาร์บอนผสมในเนื้อเหล็กอยู่มากทำให้มีลักษณะแข็ง มีคุณสมบัติทนต่อแรงอัดและการสึกหรอเป็นพิเศษใช้กันอย่างกว้างขวางในงานโครงสร้างอุปกรณ์ขนาดใหญ่ และเครื่องมือกลประติมากรรมชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากร่างกายมนุษย์ที่เกิดจากชิ้นส่วนทางกายภาพหลายๆ ชิ้นส่วนประกอบกัน เริ่มจากชิ้นส่วนขนาดเล็กประกอบกันจนเป็นชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์ แต่ละชิ้นส่วนมีความสัมพันธ์ต่อกัน เปรียบเสมือนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของแสนสิริที่เกิดจากการประกอบกันของหลายๆ องค์ประกอบเริ่มต้นจากชิ้นส่วนขนาดเล็กจนก่อเป็นอาคารขนาดใหญ่

ผศ.วุฒิกร คงคา ประธานสาขาวิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า “โดยส่วนตัวผมมีความชื่นชอบผลงานประติมากรรมของ กอร์มลีย์ อยู่แล้ว เนื่องจากผลงานของเขามีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ เมื่อพบเห็นสามารถรู้ได้ทันทีว่าเป็นผลงานของ กอร์มลีย์ ถึงแม้ผลงานจะมีความเป็นปัจเจก แต่ก็สามารถถ่ายทอดพลังออกมาได้อย่างดีเยี่ยมผ่านวัสดุที่เขาใช้ การเล่นกับพื้นที่ แรงโน้มถ่วง และการหักเหของแสง ที่เมื่อแสงเปลี่ยน ภาพจากการมองประติมากรรมก็จะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับงานสถาปัตยกรรม จึงจะเห็นได้ว่า ประติมากรรมของกอร์มลีย์และงานสถาปัตยกรรมมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ถือเป็นคุณูปการต่อวงการศิลปะไทยที่วันนี้เมืองไทยจะได้มีผลงานประติมากรรมระดับโลกเช่นนี้มาช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และสามารถนำไปต่อยอดในการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ”

การจัดแสดงผลงานของกอร์มลีย์ในครั้งนี้ มีผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะให้ความสนใจมาชมผลงานมากมาย อาทิ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานันท์ อดีตปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Cheeze และบรรณาธิการบริหารหนังสือ Looker จิตต์สิงห์ สมบุญ ศิลปินและแฟชั่นดีไซเนอร์ ดิษยา กรกชมาศ นักแสดงและพิธีกร พงษ์ภาสกร กุลถิรธรรม (K.O.B.O.R.E.D) ศิลปินทัศนศิลป์และนักออกแบบกราฟิกภาพและเสียง มงคล รัตนภักดี (NEV3R) ศิลปินแนวสตรีทอาร์ต และเหล่าศิลปินอีกมากมาย อาทิ กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์, ภาสินี คงเดชะกุล, ภัทรีดา-นวลตอง ประสานทอง และ อธิชัย โปษยานนท์

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าชมประติมากรรมระดับโลก “LOOK” โดย แอนโทนี่ กอร์มลีย์ภายในงาน In between body and space ได้ที่ แสนสิริเลานจ์ (Sansiri Lounge) ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายนตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.02-6109207-9

ประติมากรรม “LOOK” (ลุค) ผลงานของ แอนโทนี่ กอร์มลีย์

ประติมากรรม “LOOK” (ลุค) ผลงานของ แอนโทนี่ กอร์มลีย์
โอ่ง-กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ ไม่พลาดมาชม

โอ่ง-กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ ไม่พลาดมาชม
ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์ ดีเจชื่อดังร่วมชมผลงาน

ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์ ดีเจชื่อดังร่วมชมผลงาน

ยิ่งอ้วนมาก…โรคแทรกซ้อนยิ่งอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291315

ยิ่งอ้วนมาก...โรคแทรกซ้อนยิ่งอันตราย

ยิ่งอ้วนมาก…โรคแทรกซ้อนยิ่งอันตราย

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรคอ้วน เป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีการสะสมไขมันร่างกายมาก และทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมาอีกหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ฯลฯ เพราะโรคอ้วนมาจากการได้พลังงานจากอาหารมากเกินไปจนเกินความต้องการของร่างกาย และยังขาดการออกกำลังกายร่วมด้วย แต่ขณะเดียวกันโรคอ้วนก็สามารถเกิดขึ้นได้จากยีนและความผิดปกติของต่อมไร้ท่อได้เช่นกัน

ปัจจุบันภาวะอ้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลกองค์การอนามัยโลกได้ให้นิยามของโรคอ้วนไว้ว่า “ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันส่วนต่างๆ ของร่างกายเกินปกติ จนเป็นปัจจัยเสี่ยงหรือเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ที่ส่งผลถึงสุขภาพ จนอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้”

รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ศัลยแพทย์ส่องกล้องและการผ่าตัดโรคอ้วน ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันคนไทยมีผู้ป่วยที่เข้าข่ายโรคอ้วนมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากการรับประทานอาหารในปริมาณที่เกินความต้องการและขาดการออกกำลังกาย หรือแม้แต่ป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนต่างๆ ก็สามารถเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อโรคอ้วน เช่น โรคเส้นเลือดสมองอุดตัน หยุดหายใจขณะนอนหลับ ความดันเส้นเลือดปอดสูง นิ่วถุงน้ำดี เบาหวาน ฯลฯ และหลายคนที่ได้ให้คำปรึกษาในเรื่องของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อลดน้ำหนักและปรับสุขภาพให้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยตัวเองได้

ทั้งนี้ เกณฑ์สำหรับผู้ที่มีความอ้วนแล้วเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนคือ ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) มากกว่า 30 สามารถคำนวณได้ด้วยตัวเอง โดยนำน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง จะได้ค่าดัชนีมวลกาย คนไข้เหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ รวมถึงวิธีการลดน้ำหนักที่ได้ผล ซึ่งการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 32.5 จะใช้วิธีการคุมปริมาณอาหารลดแป้ง น้ำตาล และไขมัน ร่วมกับการออกกำลังกาย ส่วนกลุ่มที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 32.5 ขึ้นไปและมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย แพทย์จะแนะนำวิธีลดน้ำหนักด้วยวิธีผ่าตัดส่องกล้องแบบ Minimally Invasive Surgery (MIS) โดยการผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะอาหาร เพื่อลดขนาดและลดการดูดซึมของกระเพาะอาหารเป็นการผ่าตัดที่มีแผลขนาดเล็กฟื้นตัวเร็ว โดยแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดโดยใช้ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เนื่องจากมีผลการวิจัยมาแล้วพบว่า คนไข้กลุ่มนี้ใช้วิธีการรักษาด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือรับประทานยาไม่ได้ผลแล้วกลับมาอ้วนอีก ในที่สุดแพทย์จะเลือกใช้วิธีรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้น้ำหนักลดลงได้ในระยะยาว อีกทั้ง ยังช่วยให้ลดอัตราการใช้ยาในการรักษาโรคหัวใจและเบาหวานได้ในคนอ้วนดีขึ้น ลดโอกาสการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอีกด้วย

วิธีการผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะ มี 3 เทคนิคด้วยกัน คือ 1.การใส่หูรูดรัดกระเพาะ(Laparoscopic Gastric banding) เป็นการนำซิลิโคนรัดบริเวณส่วนต้นของกระเพาะอาหารให้มีขนาด 30 cc ทำให้คนไข้รู้สึกอิ่มเร็วเพราะกระเพาะเล็กลง ไขมันที่ห่อหุ้มกระเพาะจะหายไป คนไข้ทานได้เกือบปกติ น้ำหนักจะลดลง 60% ของน้ำหนักส่วนเกิน แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับคนไข้ที่อ้วนมากๆ ต้องมีการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด คนไข้ต้องมีวินัยสูงในการรับประทานอาหารที่กำหนดไว้หลังการผ่าตัด 2.การตัดกระเพาะแบบบายพาส(Laparoscopic REY Bypass Gastrectomy) จะใช้วิธีการสอดกล้องทำการผ่าแผลขนาดเล็กบริเวณหน้าท้อง จากนั้นแพทย์จะทำการสอดใส่เครื่องมือเข้าไป เพื่อทำการผ่าตัดกระเพาะให้เล็กลงเป็นกระเปาะ และตัดลำไส้บายพาส 150 ซม. แล้วแล้วนำเอามาต่อกับกระเปาะและไปเชื่อมกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ส่วนแรกไป (บายพาส) มาต่อกับลำไส้ส่วนที่สอง การผ่าตัดด้วยวิธีนี้คนไข้ต้องเคี้ยวอาหารให้ละเอียดที่สุด เพราะอาหารไม่ผ่านการย่อยในกระเพาะ 3.สุดท้ายคือ วิธีการผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะอาหารแบบสลีฟ (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy – LSG) วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่มีดัชนีมวลกายประมาณ 35 ขึ้นไป และมีโรคแทรกซ้อนมากกว่า 2 โรคขึ้นไปเป็นการผ่าตัดเพื่อนำกระเพาะออกไปประมาณ 80% ซึ่งรวมถึงส่วนที่ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุม ความหิว โดยตัดกระเพาะให้เป็นรูปท่อเรียวเหมือนกล้วยหอม มีความกว้างประมาณ 1 ซม. มีความจุ 150 cc คนไข้จะทานอาหารได้น้อยลง วิธีนี้สามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 40-60% จากน้ำหนักตั้งต้น

นายแพทย์ปราโมทย์ พัชรมณีปกรณ์ อายุรแพทย์โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรคอ้วนเป็นปัญหาที่พบบ่อยและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันเกาะตับ โรคเกาต์ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคถุงน้ำรังไข่ โรคปัสสาวะกลั้นไม่อยู่ โรคหลอดเลือดดำอุดตัน โรคซึมเศร้า โรคหอบหืด โรคมะเร็ง และที่สำคัญคือเป็นปัจจัยทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งทำให้ลดคุณภาพชีวิตและเพิ่มอัตราการเสียชีวิต ดังนั้น จึงควรลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเป็นหลัก ส่วนการใช้ยาลดน้ำหนักเป็นตัวช่วยเสริมเท่านั้น ซึ่งถ้าควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้วไม่สามารถลดน้ำหนักได้ตามเกณฑ์ที่ต้องการ

โรงพยาบาลกรุงเทพ แนะนำการผ่าตัดกระเพาะอาหารสำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคอ้วนและมีโรคแทรกซ้อน เพื่อช่วยฟื้นฟูให้ผู้ป่วยมีสุขภาพกายรวมถึงจิตใจที่ดีขึ้น สามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ โดยทีมศัลยแพทย์ที่ให้การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ซึ่งมีประสบการณ์การผ่าตัดมากว่า 800 ราย และทีมแพทย์หลากหลายสาขาวิชา อาทิ ศัลยแพทย์ส่องกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน อายุรแพทย์เบาหวานและเมตาบอลิซึม แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักจิตวิทยา นักกำหนดอาหารและพยาบาลเฉพาะทาง พร้อมให้ความรู้และคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดการรักษา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-3103788 หรือ Contact Center โทร.1719

คุณแหน : 12 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291375

คุณแหน : 12 กันยายน 2560

คุณแหน : 12 กันยายน 2560

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll โครงการ กฟผ.ไทยจะซื้อกระแสไฟฟ้าแถมน้ำจากกัมพูชาผ่านการสร้างเขื่อน “สตึงนัม” ทำท่าจะบานปลาย ก่อนหน้าท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางไปประชุมร่วมกับนายกฯ สมเด็จฮุนเซ็น ที่กัมพูชามีคนกระซิบให้รู้อินไซด์โครงการดังกล่าวจึงสั่งเบรกการลงนามไว้ก่อน เพราะความซับซ้อนซ่อนเงื่อน โดยหลักการกัมพูชาตกลงที่จะขายกระแสไฟฟ้าแถมน้ำให้ไทยเป็นระยะยาวในราคาต่อหน่วยที่สูงกว่าปกติโดยประกันว่าจะส่งน้ำฟรีมาฝั่งไทยเพื่อใช้ในพื้นที่ EEC ตะวันออก ปีละ 300 ล้านลบ.ม. แต่กระทรวงเกษตรฯเห็นต่างว่า การคำนวณตัวเลขชี้ว่าผลต่างราคาที่ต้องซื้อเราสามารถนำมาพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่เองได้ … จะไม่ให้ขายราคาแพงได้อย่างไร ในเมื่อบริษัทเขมรที่ได้รับสัมปทานโครงการอินไซด์ว่ามีรายชื่อนอมินีถือเอี่ยวอยู่…

 

ll ดร.แสงชัย อภิชาติธนพัฒน์ เป็นนักธุรกิจชาวคริสต์ที่ยึดถือปรัชญา “Work Hard-Play Hard” ประสานงานและดำเนินการโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ด้านชายทะเลตะวันออกจนประสบความสำเร็จเรียบร้อย ยังมีน้ำใจเผื่อแผ่ความสำเร็จพาเพื่อนก๊วนกอล์ฟ อาทิ ดร.จารึก อนุพงษ์, ประสิทธิ์ ธารทอง, ณัฏฐพันธุ์ ศิริรัตนพล บินลัดฟ้าไปเล่นกอล์ฟ-ชมวิว-ทัวร์ ในสวิสและฝรั่งเศส เมือง Geneva, Lausanne, Chamonix, Annecy มีกำหนดกลับ 2 สัปดาห์…

ll พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.แถลงข่าวงานวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2560 วันที่ 13 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สะพานขาว…

ll ตั้งแต่ซ่อมร้าน Hey Mom Bar แล้วเสร็จ เพิ่มอาหารให้ลูกค้าอีก แม่ลิน ของแฟนคลับ หรือ มาลินดา เฮอร์แมน ลงทุนเป็นแม่ครัวเอง ไหนจะร้อง ไหนจะดีดกีตาร์ ทั้งบู๊ทั้งบุ๋นสำเร็จรูปเสร็จสรรพในตัวคนคนเดียว น่าทึ่งจริงเชียว…

ll “พิกุลแก้วโบว์ล” จัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ วันที่ 30 ก.ย.นี้ ที่ Blu o เอสพลานาด ชิงถ้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ใครสนใจสมัครที่โทร.02-6220018 หรือ Line ID : 685227…

ll เทวี แย้มสรวล เทียนทอง หญิงเก่งขยันทำงานได้ตลอดปี ล่าสุดมีโครงการสานฝันพาน้องผู้พิการซ้ำซ้อนทางสายตาไปเที่ยวทะเลที่แหลมผักเบี้ย เพชรบุรี วันที่ 6-7 พ.ย. พักที่ไอธารารีสอร์ท ผู้มีจิตศรัทธาโทร.ร่วมบริจาคได้ที่ 085-6797735…

ll ประสบความสำเร็จพอสมควร ปราชญ์ อรุณรังษีจัดคอนเสิร์ตนักเล่นกีตาร์คนเก่ง Tommy Emmanuel Live in Bangkok มีการแข่งขันกีตาร์ด้วย ที่หิมพานต์อวตาร Show DC เมื่อ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา…

ll เรื่องของความเหมือน ว่ากันว่า คุณพ่อประณต เคยทำงานที่ธนาคาร ปณม กาญจนะโภคิน บุตรชายลูกไม้ใต้ต้น หน้าตาเหมือนคุณพ่อเปี๊ยบยังทำงานสายธนาคารแบบบิดา เท่านั้นไม่พอยังสนใจเรื่องพระเครื่องดีๆ อีกต่างหาก…อะไรจะพิมพ์เดียวกันขนาดนั้นหนอ !!…ll

บารอนเนส