‘คาราบาว’ฉลองครบ 3 ทศวรรษ จัดคอนเสิร์ตสุดมัน’ปลุกตำนานคาราบาว ทัวร์ไฟนอล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/294005

'คาราบาว'ฉลองครบ 3 ทศวรรษ จัดคอนเสิร์ตสุดมัน'ปลุกตำนานคาราบาว ทัวร์ไฟนอล'

‘คาราบาว’ฉลองครบ 3 ทศวรรษ จัดคอนเสิร์ตสุดมัน’ปลุกตำนานคาราบาว ทัวร์ไฟนอล’

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 10.37 น.

อินเตอร์ไพร์ส มีเดีย และ ติ๊ก ชิโร่ เปิดสัมภาษณ์พิเศษ คอนเสิร์ต “อินเตอร์ไพร์ส มีเดียพรีเซนต์ คอนเสิร์ตปลุกตำนานคาราบาว ทัวร์ไฟนอนล” อลังการความมัน ครบรอบ 30 ปี เผยความคืบหน้ากับคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี

บริษัทอินเตอร์ไพร์ส มีเดีย จำกัด จัดคอนเสิร์ตระดับตำนาน “อินเตอร์ไพร์ส มีเดียพรีเซนต์ คอนเสิร์ตปลุกตำนานคาราบาว ทัวร์ไฟนอนล”ครบรอบ 30 ปีคาราบาว คอนเสิร์ตส่งท้ายปีของคาราบาวที่จะส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ กับ 3 ชั่วโมงเต็มอิ่ม อัดแน่นด้วยเพลงฮิตตั้งแต่อัลบั้มชุดแรกถึงปัจจุบัน 41 เพลง และเพลงใหม่ที่แต่งขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 3 ทศวรรษ พร้อมแขกรับเชิญติ๊ก ชิโร่ และ พาที สารสินซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ธันเดอร์โดม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

โดยได้เปิดสัมภาษณ์พิเศษ รุจิ อภิสราประภา ผู้บริหาร บริษัท อินเตอร์ไพร์ส มีเดียจำกัดผู้จัดงาน และ “ติ๊ก ชิโร่” ถึงการจัดคอนเสิร์ตดังกล่าวที่โรงแรงเดอะคอนทิเน้นท์ กรุงเทพ ซึ่งคุณรุจิได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “บริษัทอินเตอร์ไพร์ส มีเดีย จำกัด ทำงานเกี่ยวกับด้านมีเดียสื่อโฆษณาตรงนี้ตรงถือเป็นข้อได้เปรียบเพราะเรามีลูกค้าแต่มือที่จะสามารถมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานคอนเสิร์ตต่างๆของเราได้ สำหรับคอนเสิร์ต อินเตอร์ไพร์ส มีเดียพรีเซนต์ คอนเสิร์ตปลุกตำนานคาราบาว ทัวร์ไฟนอนล เป็นโปรเจ็กท์แรกที่เราวางไว้ในปีนี้ ที่เลือกคาราบาวเป็นคอนเสิร์ตแรกเพราะว่า คาราบาวถือเป็นวงยอดนิยมของคนไทยทุกยุคทุกสมัยทุกวัยและถ้าสังเกตุให้ดีทุกครั้งที่มีการแสดงบัตรมักจะถูกจับจองจนเต็มพื้นที่ส่วนในปี 61คาดไว้ว่าจะมีทั้งหมด 5-7 คอนเสิร์ต”

“และความพิเศษของคอนเสิร์ตในครั้งนี้คือแขกรับเชิญที่น่าสนใจ ติ๊ก ชิโร่ และ พาที สารสิน ทั้งคู่ถือว่าฮอตมากจากรายการเดอะแมสซิงเกิลฝีไม้ลายมือทางด้านดนตรีถือว่าไม่ธรรมดาแล้วไม่เคยร่วมแจมกับวงคาราบาวคอนเสิร์ตนี้จึงถือเป็นครั้งแรก ส่วนคุณติ๊กชีโร่ถือว่าเป็นตำนานนักเต้นบุกเบิกในยุคแรกให้มาร่วมร้องเพลงกับวงคาราบาววถือว่าจะเป็นการสร้างสีสันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน”สำหรับ อินเตอร์ไพร์ส มีby Counte Service เดียพรีเซนต์ คอนเสิร์ตปลุกตำนานคาราบาว ทัวร์ไฟนอนล เปิดจองบัตรแล้ว สอบรายละเอียดได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส เซเว่นอีเลเว่นทุกสาขา

 

สกู๊ปพิเศษ : ถ้าไม่ใช่ ‘ก้านแก้ว วีไอพี’ คิดแบบนี้ไม่ได้!?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293911

สกู๊ปพิเศษ : ถ้าไม่ใช่ ‘ก้านแก้ว วีไอพี’ คิดแบบนี้ไม่ได้!?

สกู๊ปพิเศษ : ถ้าไม่ใช่ ‘ก้านแก้ว วีไอพี’ คิดแบบนี้ไม่ได้!?

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นาทีนี้ในโลกโซเชียลต่างพูดถึงความแซ่บของ “ก้านแก้ว” จาก “หลงไฟ” (จันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง GMM25) ที่รับบทโดยนางเอกสาว ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ถ่ายทอดความเป็นสาวไซด์ไลน์ตัวแม่ ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงินได้อย่างเปรี้ยวแซ่บ จนหลายคนอินถึงขนาดเบ้ปากใส่นางสุดๆ แต่หลังจากนี้ ความวีไอพีของเธอก็จะเปลี่ยนไป ทำให้เราได้เห็นทัศนคติ มุมมอง และ ความคิด ที่เรียกได้ว่าถ้าไม่ใช่ ก้านแก้ว วีไอพี คิดไม่ได้ขนาดนี้!!

วันนี้จึงขอรวมประโยคแซ่บของ “ก้านแก้ว” มาตีแผ่ และต้องยอมรับว่าความจัดจ้านของงานเขียนบท ช่วยส่งให้ตัวละครนี้น่าสนใจ

ชาลา(หลิน) : คนจนๆ อย่างพวกเราจะไปหาผู้ชายดีๆ ได้จากที่ไหน ใครเขาจะมารักเราจริง มันก็ต้องคนระดับเดียวกันป่ะวะ ถึงจะจริงใจ แล้วเป็นคนดีก็พอแล้ว

ก้านแก้ว (ใบเฟิร์น): ความดีมันกินได้ที่ไหน ถ้าเกิดว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา ถ้าเขาหล่อเราก็จะเรียกเขาว่า คนหน้าตาดี
แต่ถ้าเขารวย เราก็จะบอกว่าเขาไฮโซ แต่ถ้ามีผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลย หน้าตาก็ไม่ดี ฐานะก็งั้นๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นสักอย่าง เราถึงเลี่ยงไปเรียกเขาว่าคนดี แกเข้าใจป่ะ… คำว่าคนดี มันใช้สำหรับคนที่ไม่มีอะไรเลย หรือแกว่าไม่จริง

///////////////////////////////////////////

กุญชร (ทอย) : ทำไมก้านไม่กลับบ้านล่ะ เราคิดว่าก้านจะกลับไปอยู่กับพ่อที่ต่างหวัดซะอีก ไปทำพวกโฮมสเตย์เกสต์เฮ้าส์เขาฮิตกันไม่ใช่เหรอ แล้วอีกอย่างก้านก็เก่งภาษาด้วย เราเองก็ตั้งใจว่าถ้าเรียนจบเราจะกลับไปเป็นครูที่บ้านเหมือนกัน

ก้านแก้ว (ใบเฟิร์น) : ชร…บ้านพวกเรามันบ้านนอกขนาดนั้น มันไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว ใครมันจะอยากมา ได้เต็มที่เลยวันละห้าหกร้อยบาท แถมยังต้องมาบริการ มาคอยทำความสะอาด ล้างจาน ล้างส้วมอีก แล้วอีกอย่างนะต่อให้มีคนมาพักเต็มทุกวัน เดือนๆ หนึ่ง ก็ได้สามสี่หมื่นบาท ก้านไม่เอาด้วยหรอก

////////////////////////////////////////////

ไอติม (คิตตี้) : ตั้งแต่ฉันเกิดมา ฉันยังไม่เคยเห็นใครเลวเท่าแกเลย พูดออกมาได้เต็มปากว่าไปนอนกับผู้ชายที่เขามีเมียแล้ว

ก้านแก้ว (ใบเฟิร์น) : ใช้คำว่าเมีย เลยเหรอคะ! เท่าที่ฉันดูนะคุณกับคุณโชนยังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย

แค่คบหากัน นอนด้วยกันบ้าง ฉันไม่ถือหรอกค่ะ ผู้ชายมันก็นอนกับผู้หญิงเรื่อยๆ ถ้าจะนับเป็นเมียไปหมด คงวุ่นวายแย่ ถ้าให้ฉันแนะนำ ให้ผู้ชายเขาเป็นคนบอกดีกว่านะคะ ว่าคนไหนคือ “เมีย” คนไหนเป็นแค่ “คู่นอน”

///////////////////////////////////////////

ชาลา (หลิน) : ก้านไม่น่าไปพูดไม่ดีกับป้าเหงี่ยมเลย ยังไงเขาก็มีบุญคุณกับแกใครจะไปรู้ อนาคตวันหนึ่งแกอาจจะต้องไปพึ่งพาเขาอีกก็ได้นะ แล้วมาอยู่ที่คอนโดฯนี่จ่ายไหวเหรอเดือนละตั้งเจ็ดพัน

ก้านแก้ว (ใบเฟิร์น) : ต่อให้ฉันไม่เหลืออะไร ฉันก็ไม่มีทางกลับไปเหยีบบ้านหลังนั้นเด็ดขาด ตายซะยังดีกว่า ใครจะรู้…ฉันอาจจะอยู่ที่คอนโดฯนี่อีกไม่นาน อาจจะมีไฮโซสักคนยกคอนโดฯหรูๆ ให้ฉันก็ได้ ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อเองไง

ในส่วนของนักแสดง ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก เผยความรู้สึกถึงบทบาทนี้ว่า “เรื่องนี้ก็สะท้อนอะไรหลายๆ อย่างในสังคมให้เราได้เห็น ผู้หญิงแบบก้านแก้วมีอยู่จริง ซึ่งเราแค่นำเสนอมุมมองชีวิตเขาว่า ทางที่เขาเลือก ทางที่เขาหลงไปจะเจอกับอะไรบ้าง เป็นธรรมดาของคนที่หลงไปกับเงิน วัตถุ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา เฟิร์นเองอ่านบท เฟิร์นยังสอนตัวเอง เรียนรู้ไปด้วย เอาไว้เตือนการใช้ชีวิตเราเองได้ค่ะไม่ให้หลงผิด ยิ่งยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม ไลน์ เฟซบุ๊ค โซเชียลทุกอย่าง ก็จะสอนเด็กยุคนี้แบบตรงไปตรงมาค่ะ”

ด้าน ทอย-ปฐมพงศ์ เสริมว่า “ผมรู้สึกว่า ก้านแก้ว เป็นผู้หญิงที่น่าสงสารนะ เขาคิดว่าสิ่งที่เขาทำคือดีและถูกต้อง เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ก็เข้าใจนะอาจจะเพราะด้วยความที่เขาอยากจะสบาย ทะเยอทะยานเลยทำให้เขาดูร้าย ผมว่าผู้หญิงแบบก้านแก้วน่ากลัวนะที่สำคัญเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นคนร้าย คือไม่รู้ตัวเองเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ ผมว่าจุดประสงค์หลักของเขาคืออยากมีเงินอยากดีกว่าคนอื่น ผมว่าเขาน่าสงสารนะครับ”

ทีมข่าวไม่ได้หยิบเรื่องนี้มา เพื่อสนับสนุนความคิดของ “ก้านแก้ว” แต่คาแร็กเตอร์นี้สะท้อนหลายๆ สิ่งของผู้หญิงไทยบางกลุ่ม ถ้าคุณไม่ปิดหูปิดตา ย่อมรู้ว่า มีอยู่จริง และนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจ!!

คนบันเทิง ชวนปลูกดาวเรือง บานสะพรั่งทั้งแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293919

คนบันเทิง ชวนปลูกดาวเรือง บานสะพรั่งทั้งแผ่นดิน

คนบันเทิง ชวนปลูกดาวเรือง บานสะพรั่งทั้งแผ่นดิน

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น

ในขณะที่หลายหน่วยงานจัดกิจกรรม รวมพลังให้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย บานสะพรั่งไปด้วยสีเหลือง ในเดือนตุลาคมนี้ คนบันเทิงเองก็ขันอาสา ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน พร้อมกันนี้ยังได้เชิญชวนคนไทยรวมพลัง เพาะปลูกดอกดาวเรือง หรือดอกไม้สีเหลือง เพื่อใช้ประดับสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญของจังหวัด บริษัท ห้างร้าน และบ้านเรือนของประชาชน ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โดย ช่อง 7 สี จัดกิจกรรม “7 สีรวมใจรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9” นำทีมโดยไมค์-ภัทรเดช, ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์, มิกค์ ทองระย้า, มุก-มุกดา, เซฟ-เซฟฟานี่, บิ๊ก-ณทรรศชัย, เจด้า-ศรัณย่า, แอมป์-พีรวัศ และ จิณณ์ จิณณะ ฝากคำเชิญชวนมาถึงพี่น้องประชาชน

อีกด้านเป็นทาง “มูลนิธิพงษ์ศักดิ์ วิทยากร” และตัวแทนทีมผู้จัด เอก-ธเนศ วรากุลนุเคราะห์,แพท-รัณนภันต์ ยิ่งยืนพูนชัย (วงเคลียร์) จัดทำโครงการ “หยาดเหงื่อพระราชา” ผนึกกำลังศิลปินดารา เชิญชวนคนไทยสร้างสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ใจกลางกรุงเทพมหานคร บนถนนรัชดาภิเษก (รัชดาฯ ซอย 8 ฝั่งตรงข้ามเอสพลานาดรัชดา ทางออก MRT ประตู 2)ในวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2560 เวลา 16.00 น.

สวยใจบุญ’อั้ม พัชราภา’เททองหล่อพระวัดท่าไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293915

สวยใจบุญ'อั้ม พัชราภา'เททองหล่อพระวัดท่าไม้

สวยใจบุญ’อั้ม พัชราภา’เททองหล่อพระวัดท่าไม้

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 17.36 น

24 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.45 น. ณ วัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดพิธี “บุญใหญ่ทันใจ หล่อพระ 5 องค์” พระมหาปรินิพพาน สมเด็จนาคปรกทรงพล หลวงปู่รุ่ง ท้าวหิรัญพนาสูร พระคุรุมหาฤาษี โดยมี ดาราสาวสวย อั้มพัชราภา ไชยเชื้อ เดินทางมาเป็นเจ้าภาพ เททองหล่อพระ บุญใหญ่ทันใจ ถวายมหาสังฆทาน สวดมนต์ถวายในหลวง รัชกาลที่9 ซึ่งถือว่าเป็นงานบุญที่ใหญ่มาก โดยมีชาวบ้านละแวกใกล้เคียงและประชาชนที่สนใจเดินทางมาจากทั่วสารทิศนับหมื่นคนเข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ อั้มพัชราภา จะมาทำบุญถวายสังฆทานที่วัดท่าไม้ทุกเดือนเป็นประจำอยู่แล้ว ประจวบเหมาะกับเดือนนี้มีงานบุญครั้งใหญ่ จึงเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ซึ่งก่อนพิธีจะเริ่มท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือฝนจะตก แต่เมื่อถึงเวลาได้ฤกษ์ทำพิธีท้องฟ้ากลับโปร่งใสไร้เงาของเมฆฝน ถือว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์และศักดิ์เป็นอย่างมาก

‘ปู ไปรยา’สวยสะกดสายตา เดินแบบให้แบรนด์ดังDolce&Gabbana

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293885

'ปู ไปรยา'สวยสะกดสายตา เดินแบบให้แบรนด์ดังDolce&Gabbana

‘ปู ไปรยา’สวยสะกดสายตา เดินแบบให้แบรนด์ดังDolce&Gabbana

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.00 น.

24 ก.ย.60 สวยเจิดจรัสบนแคทวอล์กสุดๆ สำหรับดาราสาว “ปู ไปรยา” ที่ล่าสุด ได้ถูกเชิญให้ไปร่วมเดินแฟชั่นโชว์สุดพิเศษ ให้กับแบรนด์ Dolce & Gabbana เป็นปีที่ 2 หลังจากที่เจ้าตัวเคยมาร่วมเดินบนแคทวอล์กแห่งนี้มาแล้ว

โดยในครั้งนี้ สาวปูปรากฏตัวในลุคสาวหวาน ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง พร้อมกับการเดิน การโพส และการแสดงสีหน้าอย่างมืออาชีพ เรียกได้สวยสยบสายตา ฮอตไม่หยุดจริงๆ

https://www.instagram.com/p/BZagBF-Fvjk/

https://www.instagram.com/p/BZZmF-AlZOm/

หลอดเลือดหัวใจแตกเซาะ ภัยเงียบที่ป้องกันได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า’http://www.naewna.com/lady/289660

หลอดเลือดหัวใจแตกเซาะ ภัยเงียบที่ป้องกันได้

หลอดเลือดหัวใจแตกเซาะ ภัยเงียบที่ป้องกันได้

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในร่างกายของเรามีหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า (Aorta) เป็นหลอดเลือดแดงหลักที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย โดยความผิดปกติที่มักเกิดขึ้นกับหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า คือ การขยายตัว (โป่งพอง) ของหลอดเลือดจนกลายเป็นถุงขังเลือดไว้ และเมื่อหลอดเลือดมีสภาวะโป่งพองมากขึ้น ก็จะมีความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะแตกออกและอาจเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะมีผู้ป่วยเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่จะรอดชีวิตหลังจากเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแตก

นายแพทย์วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยของโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพที่เข้ามารับบริการ มีทั้งผู้ป่วยที่เข้ารับบริการรักษาแบบทั่วไปเมื่อตรวจพบอาการและบ่อยครั้งที่เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ป่วยเส้นเลือดแดงโป่งพองปริแตก หรือในบางรายที่ยังไม่แตก แต่ผู้ป่วยมีอาการบ่งชี้อย่างมากว่าเสี่ยงอันตราย ตัวอย่างถัดมาคือ ผู้ป่วยเส้นเลือดอุดตัน และผู้ป่วยเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักของคนส่วนใหญ่ แต่มีอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

“สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยภาวะเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะมีกลุ่มอายุที่น้อยลง จากเดิมส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป จนถึง 60-70 ปี แต่ปัจจุบันกลับพบในกลุ่มผู้ป่วยอายุน้อยกว่านั้น และล่าสุดพบในผู้ป่วยชายที่มีอายุเพียง 29 ปี เท่านั้น โดยผู้ป่วยรายนี้มาโรงพยาบาลด้วยอาการแน่นหน้าอกมาก เหนื่อย หายใจไม่ทัน และตัวเขียว หลังผ่านการวินิจฉัยและเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครปฐม พบว่าเป็นเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ และต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งในที่สุดแพทย์ได้แนะนำให้ผู้ป่วยย้ายมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพในคืนนั้น”

นายแพทย์วิฑูรย์ ยกตัวอย่างเคสที่น่าสนใจว่า มีคนไข้รายหนึ่งเป็นผู้ชายอายุน้อยและตัวใหญ่ค่อนไปทางอ้วน ความดันสูง ไม่เคยตรวจสุขภาพ ไม่รู้ว่าตัวเองมีไขมันในเส้นเลือดสูง อยู่ๆ ก็มีอาการปวดร้าวไปข้างหลัง ขาข้างขวาหมดแรง เดินไม่ได้ปวด ขาข้างซ้ายหมดแรงตามมาหลังจากนั้น จากผลเอกซเรย์ในคอมพิวเตอร์พบว่าเป็นเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ เซาะลงไปตั้งแต่ทางด้านหน้าและด้านหลัง เกิดการอุดตันเส้นเลือดที่ขาสองข้างทำให้วัดความดันที่ขาไม่ได้ ส่วนที่ตัวเขียวเพราะออกซิเจนในกระแสเลือดน้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เมื่อทำอัลตราซาวนด์หัวใจพบว่า ผู้ป่วยมีลิ้นหัวใจรั่วมาก เนื่องจากการแตกเซาะย้อนกลับมาที่หัวใจและทำให้ลิ้นหัวใจรั่วมาก รวมถึงเซาะลงไปรอบๆ เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ และบางส่วนเซาะไปที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองด้วย

“การผ่าตัดจึงจำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีความสามารถถึง 3-4 คน ไม่รวมแพทย์วางยาสลบ พยาบาลผู้ช่วย และผู้มีความรู้ทางเทคนิคในการปฏิบัติงาน ในการผ่าตัดหลักเปลี่ยนเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจรวมทั้งเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองและแขนทั้ง 2 ข้าง ร่วมกับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจการผ่าตัด ทั้งหมดผ่านพ้นมาด้วยดี จนเวลานี้คนไข้แข็งแรงเป็นปกติกลับบ้านได้ เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อขาที่ค่อยๆ ดีขึ้นร่วมกับการทำกายภาพบำบัดตามที่แพทย์แนะนำ”

ทีมเวิร์ก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และความพร้อม 24 ชั่วโมง เป็นหัวใจหลักของการรักษาผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินที่รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพให้ความสำคัญ เพราะเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ เกิดขึ้นบริเวณเส้นเลือดปกติที่เรารู้จัก แต่มีผนังของเส้นเลือดบางส่วนแตก แค่ไม่ได้ทะลุแตกออกมาข้างนอก ซึ่งหากทะลุนั่นหมายความว่า คนไข้ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก และส่วนใหญ่อาการแตกเซาะจะแตกจากชั้นในเข้าไปในชั้นกลางก่อนถึงชั้นนอก โดยเซาะเข้าไปในเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดด้านนอกโป่งออกส่วนด้านในแฟบเข้ามา ทำให้เลือดที่ไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายผิดปกติ หากไม่ได้รับการรักษารวดเร็วโดยการผ่าตัด กว่า 90 เปอร์เซ็นต์อาจเสียชีวิตได้ แต่นับว่ายังเสี่ยงกว่าไม่ผ่าตัดโดยด่วนหลังวินิจฉัยอาการ

การผ่าตัดในครั้งนั้น แม้ประสบความสำเร็จ แต่นับเป็นความสำเร็จที่ปลายเหตุเท่านั้น ซึ่งการป้องกันการเกิดโรคและอาการผิดปกติในร่างกายที่ดีที่สุด เริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง หากน้ำหนักตัวมากควรลดอาหารบางอย่าง กินอาหารที่มีไขมันดี เน้นปลาและผัก หากมีความดันโลหิตสูงต้องใช้ยาลดความดัน สร้างความสมดุลหากเกิดภาวะเครียด ออกกำลังกายเป็นประจำ รวมถึงหมั่นตรวจสุขภาพ อย่ารอให้สายเกินแก้

โชษิตา เทพยสุวรรณ ผู้จัดการธุรกิจบัตรเครดิต เคทีซี ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันได้มีปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคร้ายมากมาย อาทิ สภาวะแวดล้อม พฤติกรรมการบริโภค และ ความเครียด ถึงขั้นส่งผลให้เกิดอาการ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือ ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ ซึ่งนำไปสู่โรคเส้นเลือดแดงโป่งพองหรือถึงขั้นแตกได้ เคทีซี จึงได้ร่วมกับ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ นำโดย นายแพทย์ประดับ สุขุม ผู้อำนวยการ และนายแพทย์ วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก จัดโปรแกรมให้สมาชิกสามารถเข้ารับบริการตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aneurysm Screening) ในราคา 6,300 บาท จากราคาปกติ 7,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม-31 ธันวาคม 2560 ณ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC Phone โทรศัพท์ 02-1235000 หรือที่เว็บไซต์ http://www.ktc.co.th หรือสมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

กฤษณา อโศกสิน-อังคาร จันทาทิพย์ คว้ารางวัลชนะเลิศ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 14’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289631

 

กฤษณา อโศกสิน-อังคาร จันทาทิพย์ คว้ารางวัลชนะเลิศ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 14’

กฤษณา อโศกสิน-อังคาร จันทาทิพย์ คว้ารางวัลชนะเลิศ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 14’

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สุกัญญา ชลศึกษ์ หรือ “กฤษณา อโศกสิน” ชนะเลิศประเภทนิยาย

ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น จัดงานมอบโล่พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลหนังสือดีเด่น “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2560 โดย ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์
กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่ผ่านมาของการดำเนินโครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัล เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ได้คัดสรรหนังสือดีมีคุณภาพทั้ง 7 ประเภทสู่สังคม ประกอบด้วย กวีนิพนธ์, นวนิยาย, นิยายภาพ(การ์ตูน), รวมเรื่องสั้น, วรรณกรรมสำหรับเยาวชน, สารคดี (ทั่วไป) โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อส่งเสริมนักเขียนคุณภาพและสนับสนุนผลงานที่มีเนื้อหาจรรโลงสังคม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาตนเองด้านการอ่านการเขียน

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานในพิธี

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธาน กก.บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์

“โครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด เป็นโครงการที่บริษัทมุ่งหวังให้เป็นเวทีเชิดชูและเป็นกำลังใจให้นักเขียนไทยได้พัฒนาฝีมือหรือผลิตผลงานที่มีคุณภาพ กระทั่งก้าวสู่ปีที่ 14 ได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง และเป็นเจตนารมณ์ที่จะมุ่งมั่นส่งเสริมการอ่าน การเขียน และการเรียนรู้เป็นหนทางของการพัฒนาคนนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติซึ่งสอดคล้องกับนโยบายซีเอสวีของซีพี ออลล์ ในด้านการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชนที่ดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม และยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมหนังสือดีมีคุณภาพให้สังคมไทย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนและร่วมสร้างวัฒนธรรมการอ่าน การเขียนให้เติบโตต่อไป เพราะองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกิดจากการอ่านและผลงานเขียนที่มีคุณภาพที่ออกสู่สังคมจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคน และนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติต่อไป”

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย กรรมการกิตติมศักดิ์โครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด เป็นประธานมอบรางวัลและกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องการอ่าน โดย “กฤษณา อโศกสิน” ซึ่งคว้ารางวัลชนะเลิศจากนวนิยายเรื่อง “กระจกขอบทอง” ได้เปิดใจถึงวิถีการสร้างสรรค์งานเขียนของตนเองอีกด้วย

สุกัญญา ชลศึกษ์ หรือ “กฤษณา อโศกสิน” กล่าวว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล และหวังให้รางวัลนี้มีต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นกำลังใจกับทั้งนักเขียนและนักอ่านในสังคมไทย

คณะกรรมการกิตติมศักดิ์

“รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดต้องมีปีที่ 15 16 17 แน่นอน เพราะแม้ว่านิตยสารต่างๆ จะค่อยๆ ปิดตัวลงไปบ้าง แต่ช่องทางออนไลน์ก็เป็นช่องทางที่เติบโตอย่างน่าสนใจ หวังให้นักเขียนรุ่นใหม่พัฒนาตัวเองให้สร้างสรรค์งานอย่างมีคุณภาพมากขึ้นมีความพยายามและความอดทนในการเขียน เพราะดิฉันเองตอนเริ่มเขียนใหม่ๆ งานก็ยังไม่เป็นที่นิยม ต้องใช้เวลาและพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ ดิฉันเขียนนวนิยายที่ไม่มีวันเก่า เพราะเขียนขึ้นมาจากกิเลสของมนุษย์ จึงไม่มีวันล้าสมัย เพราะกิเลสของคนไม่มีคำว่าหมด งานของนักเขียนรุ่นใหม่ในออนไลน์ตอนนี้เน้นความรื่นรมย์เป็นหลัก เด็กสมัยนี้เก่งมากและเขียนเรื่องได้น่าอ่าน ขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนรุ่นใหม่ๆ ได้พัฒนาไปตามวัยของเขา”

ล่าสุด ซีพี ออลล์ เตรียมเปิดรับผลงานจากนักเขียนและสำนักพิมพ์เข้าประกวดในครั้งที่ 15 โดยเปิดรับผลงานเขียน 7 ประเภท ได้แก่ ประเภทกวีนิพนธ์ นวนิยาย นิยายภาพ (การ์ตูน) รวมเรื่องสั้นวรรณกรรมสำหรับเยาวชน สารคดี (ทั่วไป)และรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อยู่ระหว่างดำเนินการ) และเงินรางวัล 100,000 บาท (ยกเว้นประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์) เปิดรับผลงานตั้งแต่พฤศจิกายน 2560-กุมภาพันธ์2561 ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.csrcpall.com สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร.0-2071-2902-3

ประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกก.กิตติมศักดิ์ และผู้ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นเซเว่นบุ๊คอวอร์ด

ผู้ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 14 ถ่ายภาพร่วมกัน

ผลการตัดสินการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 14 ประจำปี 2560 อาทิ ประเภทนวนิยาย รางวัลชนะเลิศ เรื่อง กระจกขอบทอง โดย กฤษณา อโศกสิน (สุกัญญา ชลศึกษ์)สำนักพิมพ์เพื่อนดี ประเภทกวีนิพนธ์ รางวัลชนะเลิศ เรื่อง ระหว่างกลับบ้าน โดยอังคาร จันทาทิพย์ ผจญภัยสำนักพิมพ์ ประเภทนิยายภาพ (การ์ตูน), ประเภทรวมเรื่องสั้น, ประเภทวรรณกรรมสำหรับเยาวชน, ประเภทสารคดี, ประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดกวีนิพนธ์, ประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดนวนิยายขนาดสั้น, ประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดรวมเรื่องสั้น และ ประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดนิยายภาพ (การ์ตูน) รางวัลชนะเลิศ ไม่มีผลงานใดได้รับรางวัล ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1และอันดับ 2 แต่ละประเภท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2071-2902-3

‘ดิษยา’คอลเลคชั่นฟอลล์/วินเทอร์ 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289653

‘ดิษยา’คอลเลคชั่นฟอลล์/วินเทอร์ 2017

‘ดิษยา’คอลเลคชั่นฟอลล์/วินเทอร์ 2017

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนของงานดีไซน์อารมณ์โรแมนติก ผสานกับความหรูหราของเนื้อผ้าชั้นเลิศ และการตัดเย็บอันประณีต ทำให้แบรนด์แฟชั่นไทย “ดิษยา” (DISAYA) จากฝีมือครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนเก่ง ดิษยา สรไกรกิติกูล ภายใต้การบริหารของ บริษัท เอลิส คอร์ปอเรท จำกัด โลดแล่นในวงการแฟชั่นโลก ได้อย่างสง่างามและก้าวสู่ปีที่ 12 อย่างภาคภูมิใจ ด้วยการได้รับเลือกขึ้นไปวางอวดเหล่าแฟชั่นนิสต้าแดนปลาดิบบน 3 ห้างหรูระดับพรีเมียมของประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว

สำหรับฤดูกาลฟอลล์/วินเทอร์ นี้ “ดิษยา” พร้อมแล้วสำหรับการอวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ ให้แฟชั่นนิสต้าได้อัพเดตเทรนด์กับ “ดิษยา ฟอลล์/วินเทอร์ 2017 คอลเลคชั่น” (DISAYA Fall/Winter 2017 Collection) ด้วยแรงบันดาลใจจากเสน่ห์แห่งสุนทรียภาพจาก “จิตรกรรมยุคทองของศิลปินดัตช์” ในช่วงศตวรรษที่ 17 ที่การค้าขาย วิทยาศาสตร์ และศิลปะของเนเธอร์แลนด์เจริญถึงจุดสูงสุดและเลื่องลือไปทั่วโลก ฝีมือเหล่าศิลปินเอกที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้น ผสมผสานให้เข้ากับทัศนคติที่ปราดเปรียวของโลกยุคใหม่ นำมาถ่ายทอดลงบนเครื่องแต่งกายแต่ละชิ้นในคอลเลคชั่นนี้ให้โดดเด่น
อย่างลงตัว

ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล กล่าวถึงแรงบันดาลใจครั้งใหม่นี้ว่า “จากความประทับใจหลากหลายแง่มุมที่ได้จากจิตรกรรมยุคทองในศตวรรษที่ 17 นั้น ทำให้เกิดแนวความคิดใหม่ๆ ในการออกแบบรูปทรงที่สร้างสรรค์ และมองหาซิลลูเอทที่ประณีตยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มความพิเศษด้วยการจับฝีมือด้านหัตถศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาใส่ลงบนโครงเครื่องแต่งกายให้ดูสะดุดตายิ่งขึ้น พร้อมเติมสีสันด้วยโทนสีฟ้าของท้องฟ้า โทนสีเหลืองสด และโทนสีเงินเมทัลลิค แมทช์เข้ากันได้ดีกับโทนสีพื้นคลาสสิกอย่างสีดำ สีขาว และสีชมพูกลีบกุหลาบ สร้างความรู้สึกนุ่มนวลให้กับอิสตรีผู้สวมใส่ได้อย่างกลมกลืนกลายมาเป็นคอนเซ็ปต์ การดีไซน์สำหรับคอลเลคชั่นนี้”

คอลเลคชั่นนี้ ตั้งใจนำเสน่ห์แห่งความอ่อนเยาว์และความมีชีวิตชีวามาเติมเต็มลุคใหม่ให้ “สาวดิษยา” ดูงดงามในทุกท่วงท่า ด้วยเครื่องแต่งกายจากคอลเลคชั่นนี้ ที่ประกอบด้วย ชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ปักผ้าวาด ลายจิตรกรรมพร้อมประดับคริสตัลลงไปอย่างประณีต ชุดกระโปรงแขนกุดบนแพทเทิร์นสุดหรูด้วยเนื้อผ้ากำมะหยี่ สีน้ำเงินรอยัลบลูทรงเอ-ไลน์ ชุดกระโปรงโชคเกอร์สีฟ้าตกแต่งขอบด้วยกลุ่มริ้วผ้าลูกไม้ต่อดอก และชิ้นพิเศษประจำคอลเลคชั่นนี้คือ แผงปกคอเสื้อขนาดโอเวอร์ไซส์เนื้อผ้าลูกไม้ออแกนซ่า เสริมลูกเล่นสามารถสวมใส่และถอดออกได้ตามต้องการ เอาใจสาวดิษยาที่หลงรักความโรแมนติกและสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์

ชวนสาวดิษยาไปอัพเดท “ดิษยา ฟอลล์/วินเทอร์ 2017 คอลเลคชั่น” ได้แล้วที่ ดิษยา ทุกสาขา เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ 02-160-5649, ดิ เอ็มควอเทียร์ 02-2610233, เซ็นทรัลเวิลด์ 02-6461828 และ สยามพารากอน 02-6107899 หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.disaya.com

นิทรรศการพระราชาในดวงใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289683

นิทรรศการพระราชาในดวงใจ

นิทรรศการพระราชาในดวงใจ

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ขอเชิญชมนิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะองค์อัครศิลปินและพระมหากรุณาธิคุณในฐานะองค์อุปถัมภ์งานด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่วันนี้-26 พฤศจิกายน 2560 ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” เป็นการจัดแสดงผลงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่าหาชมยาก จากฝีมือศิลปินชั้นนำของไทยในหลายยุคสมัย ที่มีผลงานหลากหลายรูปแบบ อาทิ อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, อำนาจ วชิรสูตร, อำนาจ คงวารี, อังกฤษ อัจฉริยโสภณ, อรรถสิทธิ์ อนิวรรตน์ชน, บัญชา หนังสือ, บรรจบ ปูธิปิน, เบญจรงค์ โควาพิทักษ์เทศ, บุญมี แสงขำ, ชัยวุฒิ ร่วมฤดีกูล, ชัชวาล รอดคลองตัน, ชูศักดิ์ กุทัณฑ์มาศ, ชูสิทธิ์ วิจารณ์โจรกิจ, ดินหิน รักพงษ์อโศก, จักรพันธ์ วิลาสินีกุล, จักรี คงแก้ว, จรัสพร ชุมศรี, ห่มสวรรค์ อู่ม่านทรัพย์, ไข่มุกต์ ชูโต, คามิน เลิศชัยประเสิรฐ, ศรีใจ กันทะวัง, สุดใจ ชัยพันธ์, สุรเดช แก้วท่าไม้, สุรสิทธิ์ เสาว์คง, สุวัฒน์ วรรณมณี, ฑีฆวุฒิ บุญวิจิตร, เทวินทร์ จรรยาวงษ์,ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ, อุบัติสัตย์, วิระศักดิ์ มนต์แก้ว, วัลลภ หาญสันเทียะ, วรนันท์ ชัชวาลทิพากร รวมทั้งหมดกว่า 160 ผลงาน และวัตถุสะสมเกี่ยวข้องกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยการคัดเลือกผลงานจาก 3 ภัณฑารักษ์ ได้แก่ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, ธวัชชัย สมคง และ ศักดิ์ชัย กาย

ผลงานที่โดดเด่นในนิทรรศการครั้งนี้ อาทิ พระบรมสาทิสลักษณ์ชื่อ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (รัชดาภิเษก พุทธศักราช 2514) ใช้เทคนิคสีอะคริลิก และทองคำ ขนาด 175 x 140 ซม. ผลงานของ ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ หรือผลงานของคุณพินิตย์ พันธประวัติ ศิลปินที่แกะสลักพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ใช้ในธนบัตร กับผลงาน นวมินทราชา หมายเลข 8, 2556 ใช้เทคนิคการแกะแม่พิมพ์โลหะและการกัดกรด ขนาด 34 x 27.5 ซม. นอกจากนี้ ศักดิ์ชัย กาย บรรณาธิการและผู้ก่อตั้งนิตยสารลิปส์ ยังได้รวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ ที่หาชมได้ยาก มาจัดแสดงซึ่งภาพถ่ายหลากหลายภาพไม่ปรากฏชื่อช่างภาพผู้กดชัตเตอร์ ภาพถ่ายหลายภาพ ไม่สามารถระบุเวลา ได้ว่าบันทึกไว้ ณ วันเวลาหรือสถานที่แห่งใด มาร่วมจัดแสดง

นิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-26 พฤศจิกายน 2560 ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

S&P รังสรรค์ 8 เมนูสุขภาพด้วยวัตถุดิบจากโครงการหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289682

S&P รังสรรค์ 8 เมนูสุขภาพด้วยวัตถุดิบจากโครงการหลวง

S&P รังสรรค์ 8 เมนูสุขภาพด้วยวัตถุดิบจากโครงการหลวง

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “สุขภาพดี มีสุข กับโครงการหลวง Happy & Healthy with Royal Project” พบกับ 8 เมนูวัตถุดิบจากโครงการหลวง เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์โครงการหลวงตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรชาวเขา อีกทั้ง เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพด้วยการเลือกรับประทานอาหารจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ โดยมี เกษสุดา ไรวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมให้รายละเอียด พร้อมชมการสาธิตปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบจากโครงการหลวง โดย เชฟชุมพล แจ้งไพร ผู้อำนวยการโรงเรียนการอาหารไทย และ เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ เจ้าของตำแหน่ง Top Chef Thailand คนแรกของไทย ณ ร้าน เอส แอนด์ พี เฮดควอเตอร์

เกษสุดา ไรวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอส แอนด์ พี มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์โครงการหลวงตามพระราชดำริ เป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรชาวเขาให้มีรายได้และสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพและปลอดสารเคมี จึงได้รังสรรค์ 8 เมนูพิเศษที่ปรุงด้วยวัตถุดิบจากโครงการหลวง ซึ่งมีจำหน่ายที่ร้านเอส แอนด์ พี และร้านอาหารในเครือ อาทิ ร้านภัทรา ฟายน์ ไทย ควิซีน, ร้านพาทิโอ, ร้านวานิลลา, ร้านเอส แอนด์ พี เฮดควอเตอร์ และร้านอาหารญี่ปุ่นไมเซน เสมือนเป็นการยกผลิตผลที่มีคุณค่าจากยอดดอยส่งตรงถึงชาวกรุง เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้คนไทยทานอาหารอร่อย ถูกหลักโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดี”

สำหรับความพิเศษของอาหาร นอกจากปรุงสดจากวัตถุดิบคุณภาพโครงการหลวงแล้ว ยังถูกรังสรรค์รสชาติความอร่อยจากเชฟมืออาชีพ อย่างเมนูในร้านเอส แอนด์ พี ได้แก่ ข้าวผัดคีนัวแซลมอนนึ่งมะนาว, ข้าวผัดงาหอมปลากะพงย่างน้ำพริกปูผักจิ้ม และข้าวกล้องดอยหมูผัดกะเพราพริกเม็กซิกัน โดย ภัทรา ศิลาอ่อน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เอส แอนด์ พี, ข้าวกล้องดอยผัดกระเทียมโหระพาปลาแซลมอนพริกไทยดำ และสลัดไก่อะโวคาโดฟักทองญี่ปุ่น โดย เชฟชุมพล แจ้งไพร ผู้อำนวยการโรงเรียนการอาหารไทย และยำเนื้อปูซูกินี่ โดย เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ เจ้าของตำแหน่ง Top Chef Thailand คนแรกของไทย นอกจากนี้ ยังมี ตำอะโวคาโด ยำมิกซ์สลัดไก่เส้น รวมทั้งเครื่องดื่มสุดพิเศษอย่าง ชาสมุนไพรสดโครงการหลวง และแพสชั่นบีทรูท ส่วนร้านอาหารในเครืออย่าง ร้านภัทรา ฟายน์ ไทย ควิซีน ได้แก่ เมนูปลาเทราต์ทอดขมิ้น และ ผัดพริกไก่เบรสโหระพา ร้านวานิลลา ได้แก่ ซุปครีมฟักทองและพริกวาน และเครื่องดื่มเมนูอะโวคาโด ฟลาวเวอร์ฮันนี่ฟรอสตี้ และร้านพาทิโอ ได้แก่ เมนูสลัดฟักทองบีทรูท

ด้าน เชฟชุมพล แจ้งไพร ผู้อำนวยการโรงเรียนการอาหารไทย ที่มาสาธิตเมนูข้าวกล้องดอยผัดกระเทียมโหระพาปลาแซลมอน
พริกไทยดำ เผยว่า “สำหรับเมนูที่ได้ร่วมทำกับทางเอส แอนด์ พี เป็นเมนูที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก และเป็นวัตถุดิบจากโครงการหลวงหลายอย่าง ซึ่งเมนูนี้มีคุณค่าทางอาหารเป็นอย่างมาก อย่าง ข้าวกล้องดอย ถือเป็นคาร์โบไฮเดรตชั้นยอด มีวิตามินบี 1 และกากใยสูง, ปลาแซลมอน ก็อุดมไปด้วยวิตามินดี และโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยบำรุงหัวใจ เหมาะกับคนที่รักสุขภาพมากๆ”

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ เจ้าของตำแหน่ง Top Chef Thailand คนแรกของไทย ที่มาสาธิตเมนูยำเนื้อปูซูกินี่ เผยว่า “เป็นคนชอบทานผักอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสได้มาร่วมทำเมนูกับทาง เอส แอนด์ พี จึงนึกถึงเมนูที่ใช้ผัก โดยใช้ซูกินี่ มาทำเป็นยำรูปแบบใหม่ โดยทำให้เป็นเส้นเล็กๆ ผสมกับแตงกวา ซึ่งจะให้สัมผัสที่แตกต่างไปจากเดิม และเมนูนี้จะได้สารอาหารจากผักอย่างครบถ้วน เพราะไม่โดนความร้อน ผักก็จะกรอบ และหวาน ทานแล้วจะรู้สึกสดชื่น ส่วนน้ำยำก็จะใช้สมุนไพรไทยทั้งหมด และใส่กรรเชียงปูเพื่อเพิ่มโปรตีนและทำให้อยู่ท้องมากยิ่งขึ้น เป็นอีกเมนูที่คนชอบทานผักและทานรสจัดไม่ควรพลาด”

ลิ้มลองเมนูอาหารเพื่อสุขภาพในแคมเปญ “สุขภาพดี มีสุข กับโครงการหลวง Happy & Healthy with Royal Project” ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน-15 ธันวาคม 2560 ณ ร้าน เอส แอนด์ พี ที่ร่วมโครงการ และร้านอาหารในเครือ