งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289665

งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้ง กับงานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี “World Gourmet Festival” (“เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล”) และในปีนี้นับเป็นปีที่ 18 แล้วเตรียมพบกับ 11 สุดยอดเชฟชั้นนำที่จะมาสร้างประสบการณ์ด้านอาหารระดับโลกที่เลิศรสและน่าประทับใจไม่รู้ลืมในงาน “18th World Gourmet Festival” (“เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล ครั้งที่ 18”) ระหว่างวันที่ 4-10 กันยายน 2560 ณ โรงแรมอนันตราสยาม กรุงเทพฯ

ตลอดระยะเวลา 7 วันในช่วงเทศกาลนี้ ผู้ที่ชื่นชอบอาหารต้องไม่พลาดอาหารจานเด็ดและไวน์ชั้นเลิศจากเชฟระดับโลก 11 ท่าน ได้แก่ เชฟ Guillaume Galliot จากฮ่องกง เชฟ Shinichiro Takagi จากญี่ปุ่น เชฟ Cristina Bowerman จากอิตาลี เชฟ Miguel Laffanจากโปรตุเกส สองพี่น้อง Costardi เชฟ Christian และ เชฟ Manuel จากอิตาลี เชฟ Jason Tan จากสิงคโปร์ เชฟ Hiroaki Ishizuka จากญี่ปุ่น เชฟ AnatolyKazakov จากรัสเซีย เชฟ Jock Zonfrillo จากออสเตรเลีย และ เชฟ Bobby Chinn จากเวียดนาม

และเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ในสุดยอดเทศกาลอาหารในครั้งนี้
ซิตี้แบงก์ ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก จะจัดงานดินเนอร์พิเศษร่วมกับ 
เชฟ Miguel Laffan Executive Chef atL’AND Vineyards ในเมืองอะเลนเตโค ประเทศโปรตุเกส เชฟชาวโปรตุเกสท่านนี้มีประสบการณ์เข้าร่วมเทศกาลอาหารระดับโลกมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทศกาล Obsession ที่อังกฤษ เทศกาล Peixeem Lisboa ที่ลิสบอน และมหกรรม Rota das estrelas ที่โปรตุเกส และมีชื่อเสียงด้านการรังสรรค์เมนูที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการโดยใช้วัตถุดิบปรุงอาหารที่สดใหม่

ในกิจกรรมดินเนอร์สุดพิเศษ เชฟ Laffan จะนำเสนออาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนรสเลิศ เริ่มต้นด้วย Pork Terrine ซึ่งเป็นทาร์ตที่เสิร์ฟกับเฟนเนลบด สลัดแคร์รอท เสาวรส และเบอร์กามอต ต่อด้วย Steamed Confited Duck Dumplings เสิร์ฟพร้อมฟัวกราส์และชิโสะ และ Blue Lobster Pan Fried ราดซอสเนยและเสิร์ฟคู่กับสลัดสาหร่ายกรุบกรอบ คนรักเนื้อจะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับ Presa of Iberian Pork ซึ่งมาพร้อมกับรากเซเลรี่บด กระเทียม และเยลลี่พาร์สลีย์ทรัฟเฟิลปิดท้ายมื้อสุดพิเศษนี้ด้วยเมนู Chocolat ที่เพิ่มความแปลกใหม่ด้วยพริก เครื่องเทศ พานาค็อตต้ารสคาราเมลโฟมรสออเร้นจ์ บลอซซัม และไอศกรีมรสนมสด

สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตซิตี้ผู้ถือบัตรเครดิตซิตี้ อัลทิมา ได้รับส่วนลด 10%ในเทศกาลนี้ สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ พรีเฟอร์ และซีเล็คท์ ได้รับส่วนลด 5% สำรองที่นั่งได้ที่โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โทร.02-1268866หรืออีเมล์ wgf.asia@anantara.com อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ World Gourmet Festival ได้ที่ http://www.worldgourmetfestival.asia

TIME CAPSULE ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289675

TIME CAPSULE ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

TIME CAPSULE ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลุยส์ วิตตอง ร่วมกับ สยามพารากอน สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยการรังสรรค์งานนิทรรศการ “ไทม์ แค็ปซูล” (Time Capsule) แสดงเรื่องราวและวิวัฒนาการของการเดินทางและหีบเดินทางตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน โดยจะแสดงผลงานแห่งความสร้างสรรค์ทั้งหีบเดินทางและเครื่องหนังของหลุยส์ วิตตองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 160 ปี ส่งตรงมาจากกรุงปารีสเพื่อมาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย เป็นที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 7-25 กันยายน 2560 ณ ลานพาร์คพารากอน สยามพารากอน

ภายในนิทรรศการ Time Capsule หลุยส์ วิตตองได้รวบรวมผลงานชิ้นเอกและเหตุการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ของแบรนด์เอาไว้โดยแบ่งการจัดแสดงเป็นโซนต่างๆ เช่น โซนประวัติศาสตร์ของแบรนด์ โซนวิวัฒนาการหีบและกระเป๋าหลุยส์ วิตตองกับการเดินทางรอบโลก โซนเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ในอดีตและปัจจุปันกับประเทศไทย เป็นต้น ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับผลงานและผลิตภัณฑ์ของหลุยส์ วิตตองอันล้ำค่าและหาดูได้ยากซึ่งนำมาจากหอจดหมายเหตุของ หลุยส์ วิตตอง ที่กรุงปารีส

อีกทั้ง จะได้ชมการสาธิตวิธีการทำเครื่องหนังด้วยทักษะขั้นสูง โดยช่างฝีมือชาวฝรั่งเศส ที่บินตรงมาจากเวิร์กช็อปหลุยส์ วิตตอง ในเมืองอานิแยร์ส (Asnieres) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นให้แบรนด์หลุยส์ วิตตองตลอดมา

จากความยิ่งใหญ่ของนิทรรศการนี้ กล่าวได้ว่า นิทรรศการ Time Capsule จะเป็นงานนิทรรศการแฟชั่นที่ยิ่งใหญ่และอลังการที่สุดในปี พ.ศ. 2560 นี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นศูนย์กลางแฟชั่นที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก สามารถเข้าชมทีเซอร์และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://eu.louisvuitton.com/eng-e1/articles/time-capsule-exhibition-in-bangkok

ทั้งนี้ นิทรรศการ TIME CAPSULE BANGKOK จะจัดแสดงระหว่างวันที่ 7-25 กันยายน 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ลานพาร์คพารากอน สยามพารากอน โดยไม่เสียค่าเข้าชม 10.00-20.00 น. เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 20 นาที และห้องจัดแสดงจะเริ่มปิด 10 นาที ก่อนเวลาปิดทำการ

‘ดิษยา’คอลเลคชั่นฟอลล์/วินเทอร์ 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289652

‘ดิษยา’คอลเลคชั่นฟอลล์/วินเทอร์ 2017

‘ดิษยา’คอลเลคชั่นฟอลล์/วินเทอร์ 2017

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนของงานดีไซน์อารมณ์โรแมนติก ผสานกับความหรูหราของเนื้อผ้าชั้นเลิศ และการตัดเย็บอันประณีต ทำให้แบรนด์แฟชั่นไทย “ดิษยา” (DISAYA) จากฝีมือครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนเก่ง ดิษยา สรไกรกิติกูล ภายใต้การบริหารของ บริษัท เอลิส คอร์ปอเรท จำกัด โลดแล่นในวงการแฟชั่นโลก ได้อย่างสง่างามและก้าวสู่ปีที่ 12 อย่างภาคภูมิใจ ด้วยการได้รับเลือกขึ้นไปวางอวดเหล่าแฟชั่นนิสต้าแดนปลาดิบบน 3 ห้างหรูระดับพรีเมียมของประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว

สำหรับฤดูกาลฟอลล์/วินเทอร์ นี้ “ดิษยา” พร้อมแล้วสำหรับการอวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ ให้แฟชั่นนิสต้าได้อัพเดตเทรนด์กับ “ดิษยา ฟอลล์/วินเทอร์ 2017 คอลเลคชั่น” (DISAYA Fall/Winter 2017 Collection) ด้วยแรงบันดาลใจจากเสน่ห์แห่งสุนทรียภาพจาก “จิตรกรรมยุคทองของศิลปินดัตช์” ในช่วงศตวรรษที่ 17 ที่การค้าขาย วิทยาศาสตร์ และศิลปะของเนเธอร์แลนด์เจริญถึงจุดสูงสุดและเลื่องลือไปทั่วโลก ฝีมือเหล่าศิลปินเอกที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้น ผสมผสานให้เข้ากับทัศนคติที่ปราดเปรียวของโลกยุคใหม่ นำมาถ่ายทอดลงบนเครื่องแต่งกายแต่ละชิ้นในคอลเลคชั่นนี้ให้โดดเด่น
อย่างลงตัว

ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล กล่าวถึงแรงบันดาลใจครั้งใหม่นี้ว่า “จากความประทับใจหลากหลายแง่มุมที่ได้จากจิตรกรรมยุคทองในศตวรรษที่ 17 นั้น ทำให้เกิดแนวความคิดใหม่ๆ ในการออกแบบรูปทรงที่สร้างสรรค์ และมองหาซิลลูเอทที่ประณีตยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มความพิเศษด้วยการจับฝีมือด้านหัตถศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาใส่ลงบนโครงเครื่องแต่งกายให้ดูสะดุดตายิ่งขึ้น พร้อมเติมสีสันด้วยโทนสีฟ้าของท้องฟ้า โทนสีเหลืองสด และโทนสีเงินเมทัลลิค แมทช์เข้ากันได้ดีกับโทนสีพื้นคลาสสิกอย่างสีดำ สีขาว และสีชมพูกลีบกุหลาบ สร้างความรู้สึกนุ่มนวลให้กับอิสตรีผู้สวมใส่ได้อย่างกลมกลืนกลายมาเป็นคอนเซ็ปต์ การดีไซน์สำหรับคอลเลคชั่นนี้”

คอลเลคชั่นนี้ ตั้งใจนำเสน่ห์แห่งความอ่อนเยาว์และความมีชีวิตชีวามาเติมเต็มลุคใหม่ให้ “สาวดิษยา” ดูงดงามในทุกท่วงท่า ด้วยเครื่องแต่งกายจากคอลเลคชั่นนี้ ที่ประกอบด้วย ชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ปักผ้าวาด ลายจิตรกรรมพร้อมประดับคริสตัลลงไปอย่างประณีต ชุดกระโปรงแขนกุดบนแพทเทิร์นสุดหรูด้วยเนื้อผ้ากำมะหยี่ สีน้ำเงินรอยัลบลูทรงเอ-ไลน์ ชุดกระโปรงโชคเกอร์สีฟ้าตกแต่งขอบด้วยกลุ่มริ้วผ้าลูกไม้ต่อดอก และชิ้นพิเศษประจำคอลเลคชั่นนี้คือ แผงปกคอเสื้อขนาดโอเวอร์ไซส์เนื้อผ้าลูกไม้ออแกนซ่า เสริมลูกเล่นสามารถสวมใส่และถอดออกได้ตามต้องการ เอาใจสาวดิษยาที่หลงรักความโรแมนติกและสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์

ชวนสาวดิษยาไปอัพเดท “ดิษยา ฟอลล์/วินเทอร์ 2017 คอลเลคชั่น” ได้แล้วที่ ดิษยา ทุกสาขา เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ 02-160-5649, ดิ เอ็มควอเทียร์ 02-2610233, เซ็นทรัลเวิลด์ 02-6461828 และ สยามพารากอน 02-6107899 หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.disaya.com

คุณแหน : 4 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289673

คุณแหน : 4 กันยายน 2560

คุณแหน : 4 กันยายน 2560

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● จากการที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงนำทีมนักกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย คว้าเหรียญเงินมาครองในประเภทเดรสสาจขี่ม้าสวยงามทีม คว้าเหรียญเงินและทองแดงในการแข่งขี่ม้ามาราธอน และการขี่ม้ากระโดดข้าม
สิ่งกีดขวางคว้ามาได้อีกเหรียญทองแดง ทำให้นายกสมาคมฯมร.ฮาราลด์ ลิงค์ ปลื้มอกปลื้มใจเป็นที่สุด…

 

●● ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานเปิดนิทรรศการ “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ณ พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน 6 ก.ย. 16.30 น…ชมซุ้มสัญลักษณ์ขนาดใหญ่ ภายนอกเป็นภาพพีระมิดกลับหัว ภาพพระราชกรณียกิจทั้งสี่ภาคที่หาชมได้ยาก โดยเปิดให้ชม 1 ก.ย.-31 ต.ค..ปิดวันอังคาร วันหยุดนักขัตฤกษ์ และ 25-27 ต.ค…

●●ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์,ดร.ประสาน ไตรรัตน์วรกุล ชวนเพื่อนๆ 14 ตุลาคม 2516 ร่วมสังสรรค์ ณ ห้องอาหาร ศศภัต สถาบันศศินทร์ จุฬาฯ 6 ก.ย. 6 โมงเย็น ธนพลและขวัญนภา ประสานงาน…

●● วัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานเปิดศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน ห้องสมุดเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชนแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “สานสร้าง” “Sync.Space” ที่ สนง.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชั้น 7 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ 4 ก.ย. เวลา 08.30-10.30 น…

●● อินเทรนด์ ดร.อัศวิน อิงคะกุล บิ๊กบอสแห่งมิราเคิล กรุ๊ป นำเข้า First Snow น้ำแข็งไสเกล็ดหิมะจากแดนกิมจิ เปิดสาขาแรก ในสนามบินดอนเมืองแล้ว บริเวณ แมจิก การ์เด้น ชั้น 4 อาคาร 2 แวะไปลิ้มรส
กันได้..

●● ยอดยิ่ง โสภณ เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี ณ วัดศุภโสภณ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ 29 ต.ค. เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาปฏิบัติธรรม,สร้างกุฏิที่พักสงฆ์,บูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถ ในวัย 85 ปีของพี่ยอดยิ่ง บอกว่าจะเชิญชวนพรรคพวกเพื่อนพ้องน้องพี่เป็นเจ้าภาพทอดกฐินครั้งนี้ครั้งที่ 33 บอกว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย ทราบแล้วรีบทำบุญด่วน..

●●อุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่เพื่อ นศ.แพทย์ รพ.ศิริราช สวัสดิเกียรติ วิไลจิตต์ นิติ มธ. 2510 B2 จากไปด้วยอาการสงบหลังจากป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองโดยครอบครัวจะทำบุญเลี้ยงพระเพลครบ 7 วัน ที่วัดลานบุญ ถ.ติวานนท์ นนทบุรี 8 ก.ย. ..

●● จันทร์นี้ 4 ก.ย. 11.30 น. พลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เชิญแพทย์จิตอาสา และกรรมการมูลนิธิคณะทันต ที่มี ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ ประธานเครือข่ายทันตแพทย์ภาครัฐและเอกชน ชมรมทันตะอาสา ร่วมรับอาหารเที่ยงซักซ้อมในการจัดงานออกหน่วย ในวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย. ณ ตึกอำนวยการสนามม้านางเลิ้ง น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณฯ..●●

 
คุณแหน

Science Update : ฤดูหนาวออสเตรเลียร้อนเป็นประวัติการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289544

Science Update : ฤดูหนาวออสเตรเลียร้อนเป็นประวัติการณ์

Science Update : ฤดูหนาวออสเตรเลียร้อนเป็นประวัติการณ์

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
สำนักอุตุนิยมวิทยาเผยว่า ออสเตรเลียเผชิญสภาพอากาศช่วงฤดูหนาวร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ โดยมีอุณหภูมิสูงสุดในช่วงเวลากลางวันสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยระยะยาว 1.9 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยระยะยาวของประเทศในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 21.8 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ อุตุนิยมวิทยายังพบว่า ฤดูหนาวที่ผ่านมายังมีปริมาณฝนตกน้อยที่สุดนับแต่ปี 2545 ด้วย แนวโน้มสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในระยะยาวเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับก๊าซเรือนกระจก โดยช่วงฤดูหนาวของออสเตรเลียในแต่ละปีตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีถึง 19 ปีที่มีอุณหภูมิสูงสุดเกินกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยระยะยาวของประเทศ มีรายงานอีกว่า อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ยังเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่มีการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญและปรากฏการณ์การแบ่งขั้วของมหาสมุทรอินเดียด้วย

OKMD กระตุกต่อมคิด มอบรางวัล สุดยอดปกหนังสือสวยสร้างสรรค์ของประเทศ ครั้งที่ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289520

OKMD กระตุกต่อมคิด มอบรางวัล สุดยอดปกหนังสือสวยสร้างสรรค์ของประเทศ ครั้งที่ 1

OKMD กระตุกต่อมคิด มอบรางวัล สุดยอดปกหนังสือสวยสร้างสรรค์ของประเทศ ครั้งที่ 1

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.อธิปัตย์ บำรุง ผอ.สนง.บริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จัดงานประกาศผล
และมอบรางวัลการประกวดปกหนังสือสวยสร้างสรรค์ OKMD Book Cover Award 2017 โดยมี ดร.เสรี นนทสูติ รอง กก.ผจก.มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (IRDP), สู่ขวัญ บูลกุล นักแสดง พิธีกร, ดร.อภิชาติ ประเสริฐ ผอ.สำนักโครงการและจัดการความรู้ สนง.บริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน), มนทกานติ รังสิพราหมณกุลกูรูด้านแฟชั่น ศิลปะและความงาม,สุรชัย พุฒิกุลางกูร นักสร้างสรรค์โฆษณา และ
พิชาพัฒน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ พิธีกร ผู้ประกาศข่าว ร่วมงาน

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จัดงานประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดปกหนังสือสวยสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1 (OKMD Book Cover Award 2017) เพื่อส่งเสริมผลงานปกหนังสือที่มีความโดดเด่น โดยแบ่งประเภทเป็นรางวัล Very Thai (เวรี่ไทย), รางวัล Cute Cute (น่ารักยกกำลังสอง) ,รางวัล Striking Stumble (สวยสะดุด) และรางวัลOne of a Kind (ไอเดียบรรเจิด) ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

ดร.อธิปัตย์ บำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน): สบร. หรือ OKMD (Office of Knowledge Management and Development: Public Organization) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “OKMD เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดตั้งขึ้นโดยมีพันธกิจในการพัฒนาการเรียนรู้สาธารณะและแหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ที่ทันสมัย ปัจจุบัน OKMD ได้ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ของการก่อตั้ง ซึ่งเรามีความคาดหวังและมุ่งมั่นที่จะพัฒนา ให้เป็นองค์กรนำในการสร้างพลังแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่คนไทย ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญารูปแบบใหม่ เพื่อเป็นช่องทางแสวงหาความรู้ ทักษะ โอกาส และการเป็นส่วนร่วมของสังคมอุดมปัญญา เพื่อเตรียมความพร้อมคนไทยให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”


ตัวแทนผู้ชนะรางวัล เวรี่ไทย

“การประกวดฯ ในครั้งนี้จัดเป็นครั้งแรก เกิดขึ้นจากการที่ OKMD เล็งเห็นคุณค่าของการออกแบบสร้างสรรค์ โดยเฉพาะปกหนังสือซึ่งถือเป็นประตูสู่การอ่าน จึงได้จัดโครงการประกวดปกหนังสือสวยสร้างสรรค์ เพื่อเป็นเวทีให้กับสำนักพิมพ์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานและเทคนิคการออกแบบใหม่ๆ มีสำนักพิมพ์ทั่วประเทศเข้าร่วมประกวด จำนวน 59 สำนักพิมพ์ มีผลงานเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 405 ชิ้นงาน”

น้ำใส ศุภวงศ์ ผู้ชนะรางวัล Very Thai (เวรี่ไทย) จากสำนักพิมพ์แซลมอน เผยว่าการออกแบบปกหนังสือ “ไทยๆ ในโลกล้วนอนิจจัง” มีแนวคิดจากการรวบรวมนำความเป็นไทยมารวมกัน โดยหาแพลตฟอร์มที่สามารถรวมหลายๆ เรื่องเข้าด้วยกันได้ มีความเป็นไทยอยู่ แต่มีสไตล์ที่โมเดิร์นมากยิ่งขึ้น และคงอารมณ์ขันของคนเขียนไว้ได้ เพื่อทำให้ผู้อ่านได้เปิดอ่านเนื้อหาด้านในหนังสือต่อไป กาญจนา โผนประสิทธิ์ ผู้ชนะรางวัล Cute Cute (น่ารักยกกำลังสอง) จากสำนักพิมพ์บันลือบุ๊คส์ กล่าวว่า การประกวดในครั้งนี้เป็นเหมือนแรงกระตุ้นศักยภาพในตัวของนักออกแบบและเป็นกำลังใจให้คนที่ทำงานกราฟิกได้สร้างสรรค์ผลงานปกหนังสือดีๆ อย่างเช่น “หมาจ๋า Therapy” ที่ตนเป็นผู้ออกแบบออกมาสู่ผู้อ่านต่อไป


ตัวแทนผู้ชนะรางวัล น่ารักยกกำลังสอง

สันติ ลอรัชวี ผู้ชนะรางวัล Striking Stumble (สวยสะดุด) จากสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ กล่าวว่า ปก “หนังสือ มูซาชิ (White Edition)” เป็นเล่มแรกที่ตนได้ทำงานร่วมกับสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ ขอบคุณ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา บก.โอเพ่นบุ๊คส์ ที่ให้โอกาสและนำเสนอเรื่อง มูซาชิ ซึ่งเป็นหนังสือโปรดของตนอยู่แล้วให้ได้ออกแบบปก มีเนื้อหาที่ไม่ยากเกินไปในการออกแบบปกในครั้งนี้ วชิรา รุธิรกนก ผู้ชนะรางวัล One of a Kind (ไอเดียบรรเจิด) จากแร็บบิตฮู้ดสตูดิโอ ร่วมกับ ททท. และสำนักพิมพ์ บจก.Handiworks เผยถึงความรู้สึกว่า ขอบคุณคณะกรรมการที่ให้โอกาสพร้อมทั้งอนุญาตให้ได้ทำโปรเจกท์สนุกๆ แบบนี้ โดย “little chiang mai” เป็นหนังสือท่องเที่ยว ที่การทำงานเกิดขึ้นจากคำถามว่า ในยุคที่ทุกคนใช้ออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก งานท่องเที่ยวแบบกระดาษมันยังทำงานและยังมีความต้องการอยู่ไหม ดูว่ากระดาษมันทำอะไรได้บ้าง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้ออกแบบปกหนังสือเล่มนี้

ทั้งนี้คณะกรรมการตัดสินการประกวด ประกอบด้วย ดร.อธิปัตย์ บำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้,ดร.เสรี นนทสูติ รองกรรมการผู้จัดการ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (IRDP) ,สุรชัย พุฒิกุลางกูร นักสร้างสรรค์โฆษณาภาพนิ่ง (Illustrator) อันดับหนึ่งของโลกตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปัจจุบันจากนิตยสาร Lurzer’s Archive กรรมการผู้จัดการบริษัท อิลลูชั่น จำกัด สตูดิโอสัญชาติไทยที่กวาดรางวัลระดับโลกมาแล้วกว่า 1,000 รางวัล,มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บก.บห.นิตยสาร Madame Figaro กูรูด้านแฟชั่น ศิลปะ และความงาม พิธีกร นักแสดง และ สู่ขวัญ บูลกุลนักแสดง พิธีกร เซเลบริตี้คนดัง ร่วมกันตัดสินการประกวดปกหนังสือสวยสร้างสรรค์ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ถ.พระราม 1 เมื่อเร็วๆ นี้


ตัวแทนผู้ชนะรางวัล สวยสะดุดตา


ตัวแทนผู้ชนะรางวัล ไอเดียบรรเจิด

WE RUN WE FUND ‘วิ่งเติมฝัน’ มอบให้น้องๆ 26 โรงเรียนทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289515

WE RUN WE FUND ‘วิ่งเติมฝัน’ มอบให้น้องๆ 26 โรงเรียนทั่วประเทศ

WE RUN WE FUND ‘วิ่งเติมฝัน’ มอบให้น้องๆ 26 โรงเรียนทั่วประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหาร บจ.เมอร์ค สาขาประเทศไทย นำโดย ปัญญา กิจเจริญการกุล,ภูมิเกียรติ โชติชัยชรินทร์ และ รุ่งรวี เสลานนท์ ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

เพราะวันนี้ยังมีเด็กไทยอีกจำนวนมาก ที่ไม่มีหนังสือให้อ่าน ไม่มีอุปกรณ์กีฬาให้เล่น ด้วยเหตุนี้“เมอร์ค” ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกลุ่มสินค้าเวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ จัดกิจกรรม “WE RUNWE FUND วิ่งเติมฝัน” ขึ้น พร้อมชวนเพื่อนๆร่วมส่งเสริมการสร้างปัญญาและสุขภาพที่ดีให้แก่น้องๆ ที่ขาดโอกาสทั่วประเทศ ผ่านการ เดิน-วิ่ง ระยะทาง5 กิโลเมตรไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ สวนลุมพินี นำโดยคณะผู้บริหารแห่งบริษัท เมอร์ค จำกัด สาขาประเทศไทย นำโดยปัญญา กิจเจริญการกุล กรรมการผู้จัดการร่วมกับเหล่าผู้สนับสนุนในการจัดงาน ภายในงานมีเพื่อนๆ และผู้รักสุขภาพเข้าร่วม งานทั้งสิ้นจำนวนกว่า 800 คน ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จำนวน 220,000 บาท พร้อมเงินบริจาคสมทบเพิ่มจากเมอร์คอีก 220,000 บาท รวมเป็นยอดบริจาคทั้งสิ้น 440,000 บาท เพื่อนำไปจัดซื้อตู้หนังสือเสริมทักษะ และอุปกรณ์กีฬา เพื่อส่งมอบให้กับแต่ละโรงเรียนที่ขาดแคลนหรือยากจน จำนวน 26 โรงเรียนทั่วประเทศให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงหนังสือดีที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย และชุดอุปกรณ์กีฬา ตลอดจนสร้างเสริมให้เกิดการรักการอ่าน พัฒนาทักษะ และความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการสนับสนุนน้องๆ ให้เติบโตเป็นปัญญาชนหรือบุคคลากรที่ดีมีคุณภาพ และพัฒนาสังคมไทยในภายภาคหน้าต่อไป นอกจากนี้เงินบริจาคส่วนหนึ่ง จะนำไปและสนับสนุนโครงการวิ่งวัดใจกับครูดินเพื่อต่อยอดและสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพคนไทยอีกด้วย


จุดปล่อยตัว งาน WE RUN WE FUND


ผู้ร่วมวิ่งต่างเตรียมตัวอุ่นเครื่อง

Health News : สหรัฐไฟเขียววิธีรักษามะเร็งแบบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289545

Health News : สหรัฐไฟเขียววิธีรักษามะเร็งแบบใหม่

Health News : สหรัฐไฟเขียววิธีรักษามะเร็งแบบใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
องค์การอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐ อนุมัติวิธีการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “คาร์-ที” (CAR-T) ด้วยการนำเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยมาดัดแปลงพันธุกรรม จากนั้นฉีดกลับเข้าร่างกายให้ไปขจัดเซลล์มะเร็ง โดยวิธีนี้ ผู้ป่วยถึงร้อยละ 83 จากทั้งหมด 63 ราย ที่รับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว สามารถหายขาดจากมะเร็งภายใน 3 เดือน ขณะที่ผู้ป่วยเด็กรายแรกในรัฐฟิลาเดลเฟียหายจากมะเร็งเม็ดเลือดมา 5 ปีแล้ว ทั้งนี้ บริษัทยาโนวาร์ติส ระบุว่าการรักษามีค่าใช้จ่าย 475,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 15.6 ล้านบาท แต่หากไม่ได้ผลจะไม่คิดเงิน อย่างไรก็ดี การรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดรูปแบบใหม่ดังกล่าวยังคงมีความเสี่ยงอยู่ เนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดอาการป่วยในกลุ่มอาการจากการหลั่งสารไซโตไคน์ จากการขยายตัวของเซลล์ในร่างกาย แต่สามารถควบคุมอาการเหล่านี้ได้

ตะลอนเที่ยว : หมาวัด สัตว์เลี้ยงที่ไร้ผู้เหลียวแล แม้จะมีกิน แต่ชีวิตก็เต็มไปด้วยโรคภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289534

ตะลอนเที่ยว : หมาวัด สัตว์เลี้ยงที่ไร้ผู้เหลียวแล แม้จะมีกิน แต่ชีวิตก็เต็มไปด้วยโรคภัย

ตะลอนเที่ยว : หมาวัด สัตว์เลี้ยงที่ไร้ผู้เหลียวแล แม้จะมีกิน แต่ชีวิตก็เต็มไปด้วยโรคภัย

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กระเช้าไฟฟ้าข้ามฟากไปวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

ขอถามตรงๆ นะครับ “คุณเคยนำหมาหรือแมวไปปล่อยทิ้งที่วัดหรือไม่” และขอถามต่ออีกคำถามหนึ่ง “คุณเคยคิดจะช่วยนำหมาวัดไปทำหมันหรือไม่” ส่วนคำตอบจะเป็นเช่นไร ขอให้คุณตอบในใจ

สำหรับคนที่เคยไปวัดอยู่บ่อยๆ คงจะเห็นภาพชินตาคือ หมาวัดจำนวนมากที่เป็นขี้เรื้อนทั้งตัวชนิดที่ว่าเป็นจนไม่มีขนสักเส้น แถมบางตัวยังมีแผลเน่าเฟะอีกด้วย นอกจากภาพหมาขี้เรื้อนในวัดทั่วไปแล้ว คุณอาจคุ้นชินกับภาพลูกหมาจำนวนมากที่วิ่งกันยั้วเยี้ย บางตัวก็ถูกรถยนต์ทับจนตาย บางตัวก็พิการ บางตัวก็ถูกหมาใหญ่กันจนเลือดอาบท่วมตัว เป็นภาพที่น่าสังเวชยิ่งนัก

ภาพเหล่านี้เป็นภาพแห่งความจริง แต่น่าประหลาดใจมากที่ทั้งพระสงฆ์และญาติโยมจำนวนมากต่างดูดายแล้วปล่อยให้เกิดภาพเช่นนี้มานานหลายสิบปี โดยบางรายอ้างว่า เป็นเวรเป็นกรรมของหมา มันเกิดมาเป็นหมาวัด มันก็ต้องเผชิญชะตากรรมเช่นนี้ แต่ที่สุดประหลาดคือ พระสงฆ์ที่บวชมานานจนมียศถาบรรดาศักดิ์ชั้นสูงบางรายยังบอกว่า อย่าไปทำหมันหมา เพราะมันบาปกรรม ไปทำเขา เดี๋ยวก็ทำให้คนทำหมันหมาวัดกลายเป็นหมันไม่มีลูก แต่พอถามกลับไปว่า แล้วจะปล่อยให้เขาออกลูกออกหลานมาโดยไม่มีคนดูแล ถูกรถทับตาย ถูกกัดจนตายจนพิการแบบนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วหรือ พระพรรค์อย่างว่าก็บอกว่า มันเป็นกรรมของเขาต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามกรรม (ขออภัยที่ต้องบอกตรงๆ ว่า พระแบบนี้บวชแล้วเสียข้าวสุก อยู่ไปก็รกวัด เปล่าประโยชน์)

อย่างไรก็ตาม ความคิดดังกล่าวไม่ใช่ความคิดของกลุ่มจิตอาสาที่ร่วมกันทำโครงการดูแลสุขภาพสัตว์ป่วยอนาถา โรงพยาบาลสัตว์เล็ก และโรงพยาบาลปศุสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงกลุ่มอาสาสมัครสัตวแพทย์ติดปีก และกองบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้าอย่างแน่นอน เพราะคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ต่างมองตรงกันว่า เราทุกคนสามารถช่วยเหลือสัตว์จรจัด สัตว์ป่วยอนาถา และสัตว์พิการได้ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือของกันและกัน แล้วพยายามส่งทอดความคิดเช่นนี้ให้กระจายไปในสังคมวงกว้าง

ดังนั้น กลุ่มจิตอาสาจึงได้ร่วมกันทำโครงการทำหมัน ตรวจสุขภาพ และรักษาโรคให้หมาวัด ซึ่งล่าสุดได้ไปทำโครงการที่วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2560 โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเทศบาลบางปะอิน พระและเณรวัดนิเวศฯ ที่กรุณาช่วยกันจับหมาวัดเพื่อให้หมอได้ทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ ฉีดยารักษาโรคเรื้อน และตรวจสุขภาพ

การทำโครงการครั้งนี้ กลุ่มของเราสามารถทำหมันหมาได้ร่วมทั้งหมด 42 ตัว แต่ยังมีหมาอีกหลายสิบตัวที่หลบหนีการจับ ดังนั้นในวันข้างหน้าเราจึงจะต้องกลับไปทำหมันพวกเขาที่ยังเหลืออยู่

หมาวัดจำนวนมากที่ได้รับการผ่าตัดทำหมันในครั้งนี้มีสุขภาพที่ไม่สู้จะดีนัก ส่วนมากจะเป็นโรคเรื้อน แต่ถึงแม้ว่าเนื้อตัวของหมาเหล่านั้นจะไม่สะอาดสะอ้าน ไม่น่าจับต้องสัมผัส แต่ทว่ากลุ่มอาจารย์สัตวแพทย์จิตอาสา สัตวแพทย์ และนิสิตสัตวแพทย์จิตอาสาก็ยังคงให้การดูแลพวกเขาทุกตัวเป็นอย่างดี และทำงานอย่างใจเย็นและเต็มความสามารถ และถึงแม้สถานที่ผ่าตัดจะไม่สะดวกสบาย และมีเครื่องมือไม่ครบครันเพรียบพร้อมเหมือนในโรงพยาบาลสัตว์ แต่หมอและนิสิตทุกคนก็สามารถดัดแปลงสถานที่ให้เข้ากับภาระงานได้อย่างน่าประทับใจ


สามเณรช่วยจับสุนัขให้สัตวแพทย์ทำหมัน

นอกจากภาพการทำงานอย่างขมีขมันและทุ่มเทของเหล่าอาจารย์สัตวแพทย์ สัตวแพทย์ และนิสิตจิตอาสาแล้ว เรายังได้พบเห็นภาพของเจ้าหน้าที่เทศบาลที่ให้ความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้ และประทับใจกับพระและเณรจำนวนไม่น้อย รวมถึงเจ้าหน้าที่บางรายของวัดที่ให้ความช่วยเหลือสัตวแพทย์เป็นอย่างดี จนงานลุล่วงไปอย่างน่าพอใจ แม้จะไม่สามารถนำหมาทั้งหมดไปทำหมันได้ก็ตาม

สำหรับคุณผู้อ่านที่ประสงค์จะให้กลุ่มของเราออกไปทำหมันให้หมาแมวจรจัด และหมาแมววัด โปรดติดต่อประสานงานที่หมายเลขโทรฯ 091- 7233615 และหากคุณผู้อ่านประสงค์จะร่วมสนับสนุนโครงการนี้ โปรดติดต่อโดยตรงที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการนี้ อาทิ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (ศ.นสพ.ดร. รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช) และคณาจารย์สัตวแพทย์อีกหลายท่าน รวมถึงสัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์เล็ก และโรงพยาบาลปศุสัตว์ จุฬาฯ กลุ่มนิสิตอาสาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พระและสามเณรรวมถึงเจ้าหน้าที่วัดนิเวศฯ เทศบาลบางปะอิน และหนังสือพิมพ์แนวหน้า

ขอขอบคุณบริษัทเวอร์แบค (Verbac) ผู้สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) สนับสนุนยานพาหนะและค่าน้ำมันในการเดินทาง


คุณหมอครับ ขอบคุณครับที่ช่วยทำหมันให้ผม


เณรบอกน้องหมาว่า รอหมอก่อนนะ


ห้องผ่าตัดสนาม

ครบรอบ 3 ปี แห่งความสำเร็จในการรณรงค์ฉีดวัคซีนเอชพีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289518

ครบรอบ 3 ปี แห่งความสำเร็จในการรณรงค์ฉีดวัคซีนเอชพีวี

ครบรอบ 3 ปี แห่งความสำเร็จในการรณรงค์ฉีดวัคซีนเอชพีวี

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานครบรอบ 3 ปี แห่งความสำเร็จในการรณรงค์ฉีดวัคซีนเอชพีวีแก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภายใต้ชื่อ “Sustainable Success of BMA 3rd Year HPV Vaccination” ณ โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง กทม.โดยเปิดเผยว่า กทม.ห่วงใย ตระหนัก และเห็นความสำคัญในการป้องกัน เฝ้าระวังโรคตามนโยบายของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง โดยเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ปีละ 9,999 ราย ซึ่งประเทศไทยมีสตรีเสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ยวันละ 14 คน และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉลี่ย 50,000 บาทต่อคน โดยโรคมะเร็งปากมดลูก ทั้งนี้จากการศึกษายืนยันว่าการฉีดวัคซีนเอชพีวีให้แก่เด็กในช่วงอายุ 10-12 ปี มีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกอย่างสูงสุด ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การให้บริการวัคซีนป้องกันเอชพีวีในนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ส่งผลให้ กทม.เป็นมหานครแห่งความปลอดภัยของทุกคน ประชาชนมีสุขภาพที่ดี มีภาวะการเจ็บป่วยและการตายด้วยโรคที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงและโรคที่ป้องกันได้ลดลง กิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก การแสดงของนักเรียนโรงเรียนวิชูทิศ การสัมภาษณ์ความคิดเห็นของดาราในประเด็น “ห่วงใยใส่ใจ…ป้องกันภัยมะเร็งปากมดลูก” โดยมีผู้ร่วมงานจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนและผู้สนใจจำนวนรวมทั้งสิ้น 250 คน


ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม.

ด้าน วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม. กล่าวว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในหญิงไทยที่รองจากมะเร็งเต้านม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 6,500 รายต่อปี และมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกประมาณ 2,000 รายต่อปี โรคนี้ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์แต่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus หรือเชื้อ HPV ชนิดที่ก่อมะเร็งแบบฝังแน่น ซึ่งปัจจุบันเราพบว่ามีอย่างน้อยถึง 15 สายพันธุ์ ทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก และกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ซึ่งสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่นสายพันธุ์ที่ 16, 18, 31, 33, 35, 39 และ 45 นั้นในประเทศไทยเราพบสายพันธุ์ที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปากมดลูกมากที่สุดเช่นเดียวกับในภาพรวมของโลกก็คือ สายพันธุ์ที่ 16 และ 18 ซึ่ง 2 สายพันธุ์นี้เกี่ยวเนื่องถึงประมาณร้อยละ 73.8 จากการศึกษาถึงประโยชน์และความคุ้มค่าของการใช้วัคซีน HPV ซึ่งมีหลายการศึกษาได้ยืนยันแล้วว่า การฉีดวัคซีน HPV ให้กับเด็กผู้หญิงในช่วงอายุ 10-12 ปี จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้อย่างสูงสุด


วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม.

ทั้งนี้สำนักอนามัย โดย นพ.ชวินทร์ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว จึงได้ดำเนินการมอบหมายให้ศูนย์บริการสาธารณสุขทุกแห่งให้บริการวัคซีนเอชพีวีแก่เด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 3 โดยมีอัตราความครอบคลุมการให้วัคซีนเอชพีวีอยู่ที่ร้อยละ 96-98 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ดำเนินโครงการขยายการให้บริการวัคซีนเอชพีวีในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค พ.ศ. 2560 แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักอนามัยจะเป็นผู้จัดหาวัคซีนสำหรับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครและกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้สนับสนุนวัคซีนสำหรับนักเรียนในสังกัดอื่นๆ อันจะส่งผลให้สามารถลดอุบัติการณ์อัตราการเสียชีวิตและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกได้


นพ.ชวินทร์ ศิรินาค