เปิดตัวเรือนเวลาสปอร์ตสมรรถนะสูง ด้วยนวัตกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเร็ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286983

เปิดตัวเรือนเวลาสปอร์ตสมรรถนะสูง ด้วยนวัตกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเร็ว

เปิดตัวเรือนเวลาสปอร์ตสมรรถนะสูง ด้วยนวัตกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตง คี เหว่ย ผจก.ทั่วไป เบลล์ แอนด์ รอสส์ เอเชีย, คริส จาติกรัตน์ ผอ.บจ.คอร์ติน่าวอทช์ (ประเทศไทย) พร้อมด้วย วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์, ดร.เชษฐา ส่งทวีผล, เจย์ สเปนเซอร์,พลพัฒน์ อัศวะประภา และ สิรินยา บิชอพ

“เบลล์ แอนด์ รอสส์” ตัวแทนนวัตกรรมเรือนเวลาแห่งการบิน ร่วมกับ “คอร์ติน่า วอทช์” ตัวแทนจำหน่ายเรือนเวลาสวิสหรูของเมืองไทย จัดงานเปิดตัวนาฬิกาข้อมือสมรรถนะสูง: รุ่น บีอาร์-เอ็กซ์1อาร์เอส17 ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นแห่งนวัตกรรมที่ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากความเร็วและแรงของรถฟอร์มูล่า 1 ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยมีเหล่าเซเลบริตี้และคนดังในแวดวงสังคมมาร่วมงานมากมาย โดยงานนี้ แขกผู้มีเกียรติยังได้ร่วมสัมผัสกับบรรยากาศอันแสนพิเศษ ที่เนรมิตขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์แห่งการแข่งขันความเร็วอันหรูหรา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Road to Luxurious Sensation” พร้อมด้วย Bell & Ross Mini Boutique ที่สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์ได้อย่างแท้จริงไว้คอยต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีโชว์สุดพิเศษเพื่่อร่วมเฉลิมฉลองการเปิดตัวของเหล่าเรือนเวลารุ่นไฮไลท์ ตามมาด้วยบรรยากาศอันสุดครื้นเครงโดยเหล่าดีเจชื่อดังที่มาสร้างสีสันให้กับค่ำคืนนี้ พร้อมความบันเทิงในบรรยากาศของงานเลี้ยงสังสรรค์อย่างเป็นกันเอง

ภายในแคมเปญของแบรนด์ที่ว่า “Watch Beyond” แสดงออกถึงแนวคิดในการก้าวต่อไปข้างหน้า และผลักซึ่งพรมแดนขีดข้อจำกัดของตน เพื่อออกไปผจญภัยกับสภาวะสุดขั้วต่างๆ นาฬิกาจึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับทำหน้าที่ร่วมไปกับภารกิจอันท้าทายเหล่านี้ แต่ยังเป็นเสมือนพันธมิตรคู่กายในทุกๆ ช่วงเวลา ภายในงานครั้งนี้จึงได้ร่วมถ่ายทอดถึงมิติแห่งความเที่ยงตรงแม่นยำสูงและความหรูหราของเรือนเวลารุ่นใหม่ สู่สายตาของเหล่าผู้ซึ่งหลงใหลในนาฬิกาชื่อดังของเมืองไทย


อัครรัฐ วรรณรัตน์, ศรีริต้า เจนเซ่น, ม.ล.กอกฤษต กฤดากร

บีอาร์-เอ็กซ์1 อาร์เอส17 ถือเป็นเรือนเวลาตัวแทนแห่งความสัมพันธ์ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นโดย เบลล์ แอนด์ รอสส์ ในฐานะพันธมิตรนาฬิกาอย่างเป็นทางการของ เรโนลต์ สปอร์ต ฟอร์มูล่า วัน ทีม ณ การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตอันโด่งดังและทรงเกียรติสูงสุดของโลก และเป็นหนึ่งในซีรี่ส์นาฬิกาสมรรถนะสูงของแบรนด์ ซึ่งรวมไปถึงรุ่น บีอาร์ 03-94 อาร์เอส17, บีอาร์-เอ็กซ์1 อาร์เอส17 สเกเลตัน โครโนกราฟ และ บีอาร์-เอ็กซ์1 อาร์เอส17 ทูร์บิญอง โครโนกราฟ

เบลล์ แอนด์ รอสส์ คอลเลคชั่น อาร์เอส17 ใหม่โดดเด่นด้วยความหลากหลายของเฉดสี ได้แรงบันดาลใจมาจากสีสันสว่างสดใสที่เป็นเอกลักษณ์บนพวงมาลัยควบคุมภายในรถแข่งแบบที่นั่งเดี่ยวของเรโนลต์ ฟอร์มูล่า วัน ทีม พร้อมด้วยสมรรนถะแห่งการจับเวลาซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในโลกของการแข่งขันความเร็วเช่นกัน ผสมผสานเข้ากับความล้ำสมัยแห่งเทคโนโลยี และหลอมรวมด้วยนวัตกรรมสูงสุดแห่งวัสดุที่ใช้ในโลกแห่งการแข่งขันความเร็วโดยเฉพาะ ภายใต้งานออกแบบ พร้อมด้วยรหัสสีสัญลักษณ์ทั้งหมดซึ่งหาชมได้ไม่บ่อยนักในเรือนเวลาระดับไฮเอนด์ ยังได้มอบซึ่งประสิทธิภาพแห่งฟังก์ชั่นที่ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นและอ่านค่า ไม่ว่าจะเป็นการแสดงเวลา แสดงผลโครโนกราฟการจับเวลา หรือการแสดงพลังงานสำรองได้อย่างชัดเจนเข้าใจง่าย และแม่นยำ ขณะที่บางชิ้นส่วนยังโดดเด่นด้วยโทนสีเหลือง “Renault yellow” สีต้นตำรับนับตั้งแต่ที่ผู้ผลิตรถแห่งฝรั่งเศสรายนี้ได้ก้าวเข้าสู่โลกเอฟ 1 ในปี 1977 ด้วยการส่งรถแข่งแบบที่นั่งเดี่ยวลงสนาม พร้อมด้วยภาพลักษณ์สปอร์ตทรงพลังภายใต้เฉดสีเหลืองที่กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียว


พอล สุจริตกุล, สายสาร์ อัมระนันทน์

ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งความล้ำเลิศ ด้วยมาตรฐานที่ไว้วางใจเชื่อถือได้และความเที่ยงตรงแม่นยำ กับคุณภาพอันเหลือล้ำ ภายใต้งานออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตอันทรงเกียรติสูงสุดของคอลเลคชั่นเรือนเวลา เบลล์ แอนด์ รอสส์ และจะค้นพบว่านาฬิกาเป็นได้มากกว่าสหายบนข้อมือ แต่พร้อมที่จะเดินทางผจญภัยไปกับคุณได้ทุกที่ ทุกเวลา


พลพัฒน์ อัศวะประภา, ปริญญา รุ่นประพันธ์, คริส จาติกรัตน์, พัชทรี ภักดีบุตร,เพลินจันทร์ รุ่นประพันธ์,ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก


จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ


สมรดา ชุมพล, ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ


กรัชเพชร อิสสระ

Health News : ไข้เลือดออกระบาดหนักในเวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286963

Health News : ไข้เลือดออกระบาดหนักในเวียดนาม

Health News : ไข้เลือดออกระบาดหนักในเวียดนาม

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามรายงานว่า โรคไข้เลือดออกเดงกีกำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในเวียดนาม มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่กว่า 10,000 ราย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเดงกีเพิ่มขึ้นร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อีกทั้งยังมีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มอีก 7 คน ล่าสุดเวียดนามพบผู้ติดเชื้อไวรัสเดงกีในประเทศแล้ว 90,626 คน ในจำนวนนี้ 76,848 คน เข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล และเสียชีวิตแล้ว 24 คน กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ฝนตกมากขึ้น และการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยส่งเสริมการเพาะพันธุ์ยุง ทำให้โรคไข้เลือดออกเดงกีแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ในกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด

คุณแหน : 20 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286981

คุณแหน : 20 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 20 สิงหาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll “ปัญหาที่ประเทศยังติดขัดอยู่ก็คือ ความคิดคนที่ไม่เปลี่ยนมากนักความไม่เข้าใจการทำงานของรัฐบาล ไม่มีใครช่วยได้ นอกจากต้องช่วยตัวเอง ผมได้พูดทุกอย่างไม่ต้องโกหกใคร แต่ทุกคนต้อง เคลียร์ เรื่องผลประโยชน์ให้ได้ ต้องเปิดเผยไม่มีอะไรดีไปกว่าการสร้างความเข้าใจ” วาทะบางส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช….

 

ll พูดจริงๆ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศุภชัย สมเจริญ “ขอบคุณ สนช.ที่เซตซีโร่พวกผม ขอบคุณจากใจจริง ไม่ได้ประชดประชันเพราะพวกผมจะไม่ได้ต้องมาจัดการเลือกตั้งที่วุ่นวายในอนาคต เพราะกติกาใหม่ จะทำให้ฝ่ายปฏิบัติตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ทำงานยาก”…

ll ผลงานของปปง. พล.ต.อ.ชัยยะศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการในช่วงหนึ่งปี ยึดทรัพย์ได้ถึงสี่หมื่นล้านบาทจากความเสียหายในคดีสำคัญๆ รวมสี่จุดหกเก้าแสนล้านบาท ก็ได้แต่ถอนหายใจ.. เรื่องการทุจริตในบ้านเราที่นอกเหนือจากนี้…

ll ประธานปฏิรูปด้านการเมืองนาม เอนก เหล่าธรรมทัศน์ คุมเสียงยุทธศาสตร์ชาติด้านการเมืองมีบทความข้อคิดเห็นด้านวิชาการมามากมาย คงจะเข้าใจและทำให้การเมืองในบ้านเราเป็นประชาธิปไตยตามที่ภาคส่วนต่างๆเรียกร้อง…

ll อย่าลืม.. อาทิตย์หน้า ๒๖ สิงหาคม มวยคู่หยุดโลก คอเนอร์แม็คเกรเกอร์ กับนักชกผู้ไม่เคยแพ้ใครสถิติ ๔๙-๐ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์สัญญาว่าการชกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของผมแน่นอน อนาคตเป็นเครื่องพิสูจน์…

ll อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นสุภาพสตรี จากหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง นาม ธนาภรณ์ พรมสุวรรณคงจะช่วยทำให้ผู้สูงวัยเกือบสิบล้านคนทั่วประเทศ มีกิจกรรมดีๆ และอยู่ในสังคมดียิ่งขึ้น…

ll อนาคตนักกอล์ฟไทย จอร์จ ดวงมณี วัยแค่สิบห้าขวบเพิ่งชนะเลิศกอล์ฟ ทีน เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ ๒๐๑๗ สนามกอล์ฟ รัฐนอร์ท แคโรไลนา สหรัฐฯ ในรุ่น ๑๕-๑๘ ปี และเมื่อสองปีที่แล้วเคยคว้าแชมป์กอล์ฟรายการไดร์ฟ ชิพ แอนด์พัตต์ แชมเปี้ยนชิพ…ll

น้องโน๊ต

Fashion Update : ลองฌอมป์ ฤดูใบไม้ร่วง 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286861

Fashion Update : ลองฌอมป์ ฤดูใบไม้ร่วง 2017

Fashion Update : ลองฌอมป์ ฤดูใบไม้ร่วง 2017

วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ลองฌอมป์ (LONGCHAMP) แบรนด์เครื่องหนังชั้นนำจากกรุงปารีส เผยโฉมแคมเปญโฆษณาประจำฤดูใบไม้ร่วงล่าสุด พร้อมด้วยนางแบบสาวชาวเดนมาร์กที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่าง เฟรจา เบฮา อีริคเซน (Freja Beha Erichsen) เดินเฉิดฉายอยู่บนถนนเส้นสำคัญในกรุงปารีส ผ่านเลนส์ของช่างภาพแฟชั่นมือหนึ่งอย่างแองเจโล เพแนตต้า(Angelo Pennetta) ได้อย่างมีเสน่ห์และน่าค้นหา

กรุงปารีสอันเป็นบ้านเกิดและจุดเริ่มต้นของลองฌอมป์ คือหัวใจหลักของแคมเปญนี้ เมืองที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาและความทันสมัย ทัศนียภาพที่มีความสวยงามแบบเรียบง่ายและตึกโบราณสถานสีทองอร่ามนั้นเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเป็นภาพฉากหลังของแคมเปญนี้ บุคลิกอันสุขุมของ เฟรจา เบฮา อีริคเซน ผู้ที่มีฉายาว่า “ราชินีแห่งความเท่” (Queen of cool) นั้นถูกสื่อออกมาในอิริยาบทอันน่าค้นหา ผ่านเสื้อผ้าชิ้นหลักประจำคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงล่าสุดของลองฌอมป์ โดยมีสไตลิสต์ชื่อดังอย่าง เจอรัลดีน เซกลิโอ (Géraldine Saglio) มาดูแลทุกลุคให้อย่างใกล้ชิด

ภาพแคมเปญโฆษณาตัวนี้เน้นไปที่ชิ้นงานไอคอนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างมาดมัวแซล ลองฌอมป์ (Mademoiselle Longchamp) โดดเด่นด้วยทรงสี่เหลี่ยมแบบเซชเชิล (Satchel) ผ่านการตัดเย็บอย่างละเมียดละไมลงบนหนังลูกวัวชั้นดีรวม ถึงเทคนิคเจาะรู (perforation) ที่น่าสนใจบริเวณด้านหน้ากระเป๋า พร้อมด้วยสายสะพายคู่ทั้งสำหรับสะพายข้างและสะพายไหล่ อันเป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับเสื้อผ้าชิ้นหลักประจำซีซั่น ที่แฝงลูกเล่นของเครื่องหนังไม่ว่าจะเป็นกางเกงขายาว หรือเสื้อแจ๊กเกตทรงนักบิน ก็ต่างล้วนดูแล้วสะดุดตา

รวมถึงอีกหนึ่งรุ่นใหม่ที่โดดเด่นไม่แพ้กันอย่าง ลองฌอมป์แมเดลีน (Longchamp Madeleine) ที่ผสมผสานความชิคและความหรูหราเข้าด้วยกันในแบบเฉพาะตัวในแบบฉบับของลองฌอมป์ ไม่ว่าจะเป็นหูหิ้วลักษณะโค้งมน พร้อมด้วยกระเป๋าใบเล็กเสริมด้านหน้าที่ประดับด้วยเครื่องประดับทรงก้านไม้ไผ่ อันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของแบรนด์มากว่า 20 ปี

โซฟี เดอลาฟงเตน (Sophie Delafontaine)ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของลองฌอมป์ กล่าวว่า “แคมเปญใหม่นี้ไม่เพียงแต่ถ่ายทอดคุณค่าของแบรนด์ลองฌอมป์ ซึ่งประกอบไปด้วย ความเสรี ความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือ และความหรูหราแบบจับต้องได้แล้ว แต่ยังคงสื่อถึงความคิดที่ว่าวิถีแบบชาวปารีเซียงนั้น คือหัวใจหลักของแบรนด์ลองฌอมป์อย่างแท้จริง ซึ่งสามารถนิยามออกมาเป็นสามคำด้วยกันอย่าง อิสระเสรี (Liberty) ความเป็นธรรมชาติ (Spontaneity) และเสน่ห์อันเย้ำยวน (Sensuality) สิ่งเหล่านี้ถูกสะท้อนผ่านความคิดของ เฟรจา เบฮา อีริคเซน และนักแสดงชื่อดังมากมาย อาทิ จีน ซีเบอร์ก (Jean Seberg) และ เจน เบอร์กิน (Jane Birkin) ถึงแม้ว่าพวกเธอไม่ใช่ชาวปารีเซียงดั้งเดิม แต่ก็เป็นต้นแบบของสาวปารีเซียงสุดเก๋ได้อย่างชัดเจน”

นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 47 โชว์ผลงานเยาวชนไทยที่คว้ารางวัลจากประเทศญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286868

นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 47 โชว์ผลงานเยาวชนไทยที่คว้ารางวัลจากประเทศญี่ปุ่น

นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 47 โชว์ผลงานเยาวชนไทยที่คว้ารางวัลจากประเทศญี่ปุ่น

วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เพนเทล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องเขียนชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จัดงาน “นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 47” รวบรวมผลงานภาพวาดของเยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลการประกวดจากโครงการ ประกวดศิลปะนานาชาติ ครั้งที่ 47 (47th International Children’s Art Exhibition) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเยาวชนไทยได้รับรางวัลทั้งหมด 66 รางวัล รวมถึงรางวัลสูงสุด Japanese Foreign Minister’s Award จากการประกวด 42 กว่าประเทศทั่วโลก

ภายในงานจัดกิจกรรมแจกรางวัลให้แก่เด็กๆ ที่ได้รับรางวัล พร้อมกิจกรรม “พี่ร้อง น้องวาด” แสดงโชว์ร้องเพลงของศิลปินสาวลุลา ขวัญใจเด็กๆ โดยลุลา เล่าให้น้องๆ ฟังว่า ตอนเด็กๆ ชอบงานศิลปะ โดยกิจกรรมโปรด คือดนตรีกับศิลปะ ทุกครั้งก่อนการวาดภาพจะสื่อสารกับตัวเองว่าต้องการจะวาดอะไร แล้วก็จะเปิดเพลงคลอเบาๆ เพื่อสร้างอารมณ์ในการวาดภาพ พร้อมยังให้กำลังใจเด็กๆ ที่ได้รับรางวัลว่า อยากให้วาดภาพกันเยอะๆ เพราะงานศิลปะไม่มีผิดถูก มีแต่ชอบหรือไม่ชอบ นอกจากนี้ ลุลายังได้โชว์วาดภาพระบายสีลงบนถุงผ้า โดยมีชื่อผลงานว่า “ลุลาโบโซ่” เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ อีกด้วย

ผู้บริหาร บจ.เพนเทล (ประเทศไทย) คูนิอากิ ซูซูกิ, อากิมิสึ คาโต้, เนตรนภัส ธนสารธาดา พร้อมด้วย พิพัฒน์
วิทยาปัญญานนท์, กันยารัตน์ ติยะพรไชย ร่วมยินดีกับเยาวชนไทย ชลนิภา หงส์สงวนศรี และ รัชพล สุภาพ

คูนิอากิ ซูซูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพนเทล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพนเทลเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านพัฒนาการของเด็กไทยและเด็กทั่วโลกในด้านศิลปะและจินตนาการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กไทยมีเวทีในการแสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ในแต่ละปี การประกวดเป็นที่สนใจของเด็กๆ ครูอาจารย์ และผู้ปกครองมากขึ้นทุกๆ ปี”

พร้อมหน้าเยาวชนที่คว้ารางวัลจากประเทศญี่ปุ่น

กิจกรรม “พี่ร้อง…น้องวาด” โดย ศิลปินสาว ลุลา

ปีนี้ มีเด็กไทยส่งภาพเข้าร่วมประกวดกว่า 1,300 ภาพ จากทั่วประเทศ ผลงานทั้งหมดทีมงานและคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ ได้คัดเลือกภาพเหลือจำนวนทั้งสิ้น 300 ภาพ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยในการส่งประกวดในระดับนานาชาติ และผู้ส่งภาพเข้าร่วมการประกวดกว่า 47,092 ภาพ จาก 42 กว่าประเทศทั่วโลก โดยเด็กไทยได้รับรางวัลทั้งสิ้น 66 รางวัล จากจำนวนรางวัลทั้งสิ้น 1,653 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศญี่ปุ่น (Japanese Foreign Minister’s Award) 1 รางวัล, รางวัลเหรียญทองยอดเยี่ยม (Supreme Gold Award) 1 รางวัล, เหรียญทอง (Gold Award) 10 รางวัล ,เหรียญเงิน (Silver Award) 15 รางวัล, เหรียญทองแดง (Bronze Award) 18 รางวัล และ Pentel Award จำนวน 21 รางวัล

ชลนิภา หงส์สงวนศรี รางวัล Japanese Foreign Minister’s Award เจ้าของภาพ “Royal Palace”

ชลนิภา หงส์สงวนศรี หรือน้องน้ำฝน อายุ 15 ปี จาก โรงเรียนอำนวยศิลป์ ผู้ที่ได้รับรางวัล Japanese Foreign Minister’s Award กล่าวว่า “ดีใจและตื่นเต้นมาก เป็นรางวัลแรกที่ได้รับ ภาพวาดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความชื่นชอบในศิลปะแบบไทยประยุกต์ จึงเลือกวาดภาพพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ที่มีสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย และความเป็นไทยผสมผสานกัน ใช้สีเหลืองเป็นสีพื้นหลังของภาพ เนื่องจากนึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งในภาพนี้อุปกรณ์ที่ตนใช้คือร่างด้วยดินสอก่อน และตามด้วยการระบายสีอีกหลายชนิดผสมผสานกัน ประกอบไปด้วยสีอะคริลิก สีชอล์ก สีน้ำ และสีไม้ ซึ่งเป็นสีที่ตนถนัดที่สุด ที่สำคัญถือเป็นประสบการณ์ชีวิต ที่น่าจดจำตลอดไป”

ภูสิทธิ น้านิรัติศัย รางวัล Silver Award เจ้าของภาพ “Tuk-Tuk Let’s Go”

ภูสิทธิ น้านิรัติศัย อายุ 9 ปี โรงเรียนเซนต์คาเบรียล รับรางวัล Silver Award กล่าวว่า “ส่งประกวดปีนี้เป็นปีที่ 3 ได้รางวัลครั้งนี้เป็นครั้งแรก ภาพที่วาดเป็นภาพที่รวบรวมสัญลักษณ์ของประเทศไทยไว้ในภาพเดียว ได้แก่ ช้าง, ตุ๊กตุ๊ก, โบสถ์, นาข้าว และ ตัวอักษร ก-ฮ อยากสื่อสารให้คนต่างประเทศได้รู้จักประเทศไทยให้มากขึ้น โดยครั้งนี้ใช้สีชอล์กในการสร้างสรรค์ผลงาน อยากขอเชิญชวนเพื่อนๆ ส่งผลงานเข้าประกวดในปีหน้ากันเยอะๆ นะครับ ช่วยกันสร้างชื่อเสียงให้เด็กใทย”

รวมพลังโรงเรียนสร้างเด็กไทยเป็น Active Citizen มุ่งหลักคิดประชาธิปไตย ใส่จิตวิญญาณรับผิดชอบ ไม่หวั่นเทคโนโลยีล้ำยุค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286865

รวมพลังโรงเรียนสร้างเด็กไทยเป็น Active Citizen มุ่งหลักคิดประชาธิปไตย ใส่จิตวิญญาณรับผิดชอบ ไม่หวั่นเทคโนโลยีล้ำยุค

รวมพลังโรงเรียนสร้างเด็กไทยเป็น Active Citizen มุ่งหลักคิดประชาธิปไตย ใส่จิตวิญญาณรับผิดชอบ ไม่หวั่นเทคโนโลยีล้ำยุค

วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พอกันทีกับการสร้างเด็กให้เป็นอัจฉริยะแต่ไม่สามารถอยู่รอดและรับผิดชอบต่อสังคมได้ เพราะโลกกำลังหมุนไปกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้แข็งแกร่ง โดยมุ่งส่งเสริมให้เด็กเป็น “Active Citizen คนเก่ง คนดี รับผิดชอบต่อตนเอง ต่อสังคม” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ประเทศมหาอำนาจทางการศึกษาทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและเรียนรู้ที่จะนำมาปรับใช้ และตอนนี้ในเมืองไทย ใครๆ ก็เริ่มขวนขวายและทำความเข้าใจ Active Citizen ให้มากขึ้นลึกซึ้งขึ้น และทำให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นสำหรับประเทศไทย หลายภาคส่วนเริ่มหลงเสน่ห์กระบวนการเพาะพันธุ์ดีเอ็นเอคนรุ่นใหม่ให้เป็น Active Citizen

โดยเฉพาะ นานมีบุ๊คส์ องค์กรเอกชนที่มีอุดมการณ์แรงกล้า หวังสรรค์สร้างให้สังคมตระหนักถึงผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมของการ
ผลิตเด็กไทยให้เป็น “พลเมืองทรงพลัง” และพร้อมสนับสนุนแนวทางนี้อย่างชัดเจน ถือโอกาสดีครบรอบ 25 ปี จัดงานสัมมนาพิเศษ โดยนำทัพหลักคิดสำคัญระดับโลก อย่างโรงเรียนประชาธิปไตยแห่งแรกของอิสราเอลที่สามารถเพิ่มมูลค่าชีวิตในรั้วโรงเรียนให้เป็นของขวัญล้ำค่า รวมทั้งผู้บริหารจากเคลตต์กรุ๊ป เยอรมนี ที่สนุกกับการถ่ายทอดกรณีศึกษาทรงคุณค่า โดยแนวคิดนี้สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กหลายๆ คน ให้รู้จักนิยามของความรับผิดชอบอย่างถึงแก่น และแน่นอนว่าเราไม่อาจหลีกหนีความก้าวล้ำของโลกไปได้ จึงหวังให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน Education Technology มาเผยเคล็ดลับที่จะทำให้ Active Citizen มีความสมบูรณ์รอบด้าน

คิม จงสถิตย์วัฒนา กก.ผจก.บจ.นานมีบุ๊คส์

คิม จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด องค์กรส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ที่ดำเนินธุรกิจด้วยความเชื่อมั่นมายาวนานถึง 25 ปี ผู้สร้างสรรค์เวทีรวมพลบุคลากรครูและผู้บริหารโรงเรียนไทยเข้าสู่งานสัมมนา “บทบาทของโรงเรียนในการจัดการเรียนรู้ที่มีความหมาย ได้ผลจริง เพื่อสร้าง Active Citizen คนเก่ง คนดีรับผิดชอบต่อสังคม” กล่าวถึงเหตุผลที่การสร้าง Active Citizen จำเป็นต้องเริ่มปลูกฝังภายในรั้วโรงเรียน ยกตัวอย่างประสบการณ์ในวัยเรียนที่หล่อหลอมให้ผู้บริหารสาวคนนี้ประสบความสำเร็จและตระหนักในคุณค่าของชีวิต “สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด นอกเหนือจากการเป็นคนชอบตั้งคำถาม และได้รับโอกาสให้ได้ศึกษาในสิ่งที่ตัวเองสนใจแล้ว การปลูกฝังทัศนคติการช่วยสังคมของคิมเองก็เกิดขึ้นจากประสบการณ์ในโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ โรงเรียนเป็นหน่วยงานที่มีความหมายกับชีวิต สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเราให้เป็นคนมีพลัง มีสิทธิที่จะค้นพบตัวเอง คิดสิ่งที่ได้เรียนรู้ เปิดโอกาสให้ลงมือทำ ได้รับผิดชอบและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งนี่เองก็เป็นหลักคิดและทิศทางของการจะเป็น Active Citizen ด้วยเช่นกัน ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะสรรค์สร้างแนวทางอันหลากหลายเพื่อจะกระตุกต่อมคิด ให้เด็กไทยไม่ใช่แค่เก่งและดี แต่ต้องสามารถรับผิดชอบตัวเองและสังคมได้”

วิทยากรทั้ง 3 Mr.Avshalom Kimissar, Dr.David Klett, Mr.Raymond Douse และ คิม จงสถิตย์วัฒนา

แนวทางแรกที่หลายคนเชื่อมั่นว่าจะเปลี่ยนพันธุกรรมเด็กไทยไปสู่พลเมืองทรงพลังได้ ก็คือ หลักคิดของโรงเรียนประชาธิปไตยแห่งแรกของอิสราเอล และอยู่ในเครือข่ายโรงเรียนประชาธิปไตยของโลก โดยมี Mr.Avshalom Komissar
ผู้อำนวยการโรงเรียน Hadera Democratic ประเทศอิสราเอล มาเผยถึงนิยามและแลกเปลี่ยนแนวทางสร้างสังคมไทยให้เข้าใจพื้นฐานการใช้ชีวิตด้วยความเคารพในสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ในสังคมที่หลากหลายและซับซ้อนนี้ได้ ผู้บริหารหนุ่ม กล่าวถึงแก่นของแนวคิดโรงเรียนประชาธิปไตย คือ ทุกๆ คนล้วนเป็นอัจฉริยะในแบบที่แตกต่างกัน ดังนั้นโรงเรียนต้องพยายามค้นหาอัจฉริยะในตัวเด็กคนนั้นๆ แล้วนำมันออกมาสนับสนุนและเรียนรู้ที่จะปรับใช้เฉพาะบุคคล โดยยึดค่านิยมเสมอภาพ ทุกคนเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง มีอิสรภาพที่จะเป็นในสิ่งที่อยากจะเป็น และมีภราดรภาพ สามารถรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำลงไปด้วย “ถามว่าทำไมเราควรสนใจโรงเรียนประชาธิปไตย เพราะสามารถสอนสมรรถนะหลักทั้ง 8 ช่วยพัฒนา Grit ให้มีความอุตสาหะและกระตือรือร้นต่อเป้าหมายระยะยาว และยังช่วยส่งเสริม Growth Mindset และก่อให้เกิดวัยเยาว์ที่มีความสุข ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดีและบุคลิกภาพที่เข้มแข็ง เพื่อเข้าสู่สังคมและประสบความสำเร็จในโลกที่มีความท้าทายที่ต้องเผชิญได้” ผู้อำนวยการโรงเรียน Hadera Democratic กล่าวสรุป

จากซีกโลกฝั่งเอเชียข้ามมายังฝั่งยุโรปกันบ้าง อีกหนึ่งแนวทางที่ต้องนำมาปรับใช้ทันทีก็คือ การปลูกฝังความรับผิดชอบ
ในตัวเด็กเพื่อชีวิตที่มีความหมาย โดยมี Dr.David Klett ผู้บริหารของเคลตต์กรุ๊ป ประเทศเยอรมนี องค์กรที่ทำงานด้านการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเป็นผู้บอกเล่าทิศทางความน่าจะเป็นในประเทศไทย เผยว่าปัจจุบันโรงเรียนมักจะละเลยเรื่องการปลูกฝังความรับผิดชอบ และต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับความเสี่ยงที่จะล้มเหลวอีกด้วย ซึ่ง ดร.เดวิด ขยายความต่อว่า ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ทุกวันนี้เราไม่ตระหนักเรื่องความรับผิดชอบอย่างถูกที่ถูกทาง ไม่ว่าจะเป็นวิวัฒนาการด้านการศึกษาที่แยกออกชัดเจนระหว่างธรรมชาติและการเรียนรู้ ซึ่งแท้จริงแล้วต้องเป็นเรื่องเดียวกัน หรือแม้กระทั่งข้อจำกัดมนุษยชาติ เด็กที่เกิดในประเทศสงคราม การถูกกดขี่ หรือมีอิสระทางความคิดมากจนเกินไปก็อาจเป็นตัวแปรให้คำว่ารับผิดชอบมีความผิดแผกเพี้ยนไป

“ยกตัวอย่างองค์กร Metazone ของสิงคโปร์ ที่ใช้กิจกรรมแล่นเรือใบเพื่อเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบ ให้สิ่งแวดล้อมภายนอกเป็นตัวฝึกฝนเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ ทำให้เด็กที่คิดว่าตัวเองเรียนไม่ได้กลับมาเรียนได้ดี เข้าสังคมใหม่และสังคมโดยรอบได้ แม้กระทั่งเปิดโอกาสให้เด็กปกติเรียนร่วมกับเด็กพิการ ช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะอดทนในสิ่งที่เขาคิดว่าไม่สำคัญหรืออดทนต่อขีดจำกัดของอีกฝ่ายหนึ่งได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้”

ปิดท้ายด้วยการนำ Education Technology มาปรับใช้กับการเรียนรู้ โดยมี Mr.Ray Douse จากวิซซ์เอดูเคชัน องค์กรที่สร้างระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อพัฒนาศักยภาพเป็นรายบุคคล จากประเทศอังกฤษ มาแลกเปลี่ยนและปรับทัศนคติโรงเรียนหลายแห่งที่อาจยังนำเทคโนโลยีเข้าไปในโรงเรียนแบบผิดๆ ถูกๆ โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญมากในการสร้างระบบวิธีคิดให้กับคน และจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องพึ่งพาข้อมูล ที่พร้อมจะทำให้คนที่มีทักษะแบบ STEM ได้เปรียบและมีรายได้มากกว่า เรย์ เดาซ์ กล่าวถึงหลักการนำเทคโนโลยีการศึกษาไปใช้จำเป็นต้องทำเป็นรายบุคคล มีการออกแบบโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาเพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละบทเรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ได้จริง มีการปรับเปลี่ยนบทเรียนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้เรียนได้ระดับความยากง่ายที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงความติดขัดในการทำแบบฝึกหัด มีเนื้อหาแบบแอนิเมชั่นและสื่อดิจิทัล เพื่อฉีกกรอบการเรียนรู้แบบเดิม มีการประเมินผลและทดสอบที่รวดเร็ว และเลือกใช้ได้หลายภาษา

ทั้งสามแนวทางจาก 3 ประเทศผู้นำด้านการศึกษา ช่วยเปิดสมองและกระตุกต่อมคิดให้กับพลพรรคด้านการศึกษาของไทยได้อย่างมาก หลายคนได้เรียนรู้หลักคิดและมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างใกล้ชิดกับทั้งสามกูรูด้านการเรียนรู้ ทำให้รู้สึกมีพลังและเชื่อมั่นว่าสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับระบบการศึกษาไทยได้ ถึงแม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ของสังคม แต่จะเป็นกลุ่มที่ริเริ่มทำในสิ่งที่ดีกว่า เพื่อสังคมที่ไม่ได้ต้องการแค่คนเก่ง คนดีอย่างเดียว แต่ต้องการคนที่รับผิดชอบตัวเองได้ และมีจิตสำนึกที่จะรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

คุณแหน : 19 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286863

คุณแหน : 19 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 19 สิงหาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● อดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานในพิธีมงคลสมรสระหว่าง จันทิณี บุตรี สมบัติ-จันทวรรณ เปรมประภา กับ สุทธิชัย บุตร ชูชาติ-รัตนา เกศยานนท์ งานฉลองจัดตอนค่ำของวันที่ 16 ก.ย. ที่โรงแรมไฮแอทเอราวัณ…

 

●● สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วาสกร เดชสุธรรม แห่งค่ายบานาน่าเรคคอร์ดพาวงฟาทอมเลสไปแสดงไกลถึงโฮจิมินห์ เวียดนามปะทะกับวงร็อกของเวียดนาม วัยรุ่นที่นั่นชอบใจ…

●● ยามว่างจากการไปตีกอล์ฟวันก่อน บูรพา อารัมภีร พาศรีภรรยา รศ.ดร.ญาดา ไปรับประทานเป็ดพะโล้ เทียมจันทร์ เชลล์ชวนชิมเก่าแก่ที่สามพราน จ.นครปฐม เจ้าตัวออกปากชมว่า เนื้อเป็ดเปื่อย รสชาติดีถูกใจเป็นอย่างมาก…

●● บุรีรัตน์ สมัตถิยะ เข้าคอร์สนูบาลานซ์ เพื่อเช็คร่างกายให้สุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้น เป็นการลงทุนสูงหน่อย แต่ก็ยอมจ่ายเพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต…

●● วงดนตรี The youngsters แท็กทีมไปแสดงดนตรีที่โปโลคลับ วันที่ 23 ส.ค. เวลา 19.30 น. เฉพาะสมาชิกโปโลคลับ พ.ต.ปานสรวง ชุมสายฯ ที่เป็นทั้งนายกฯและนักดนตรี ส่วนวันที่ 26 ส.ค. เล่นที่ Moon Terrace วงนี้มีแต่นักดนตรีบรรดาศักดิ์ อาทิ พล.ร.ต.กฤษฏิ์กมล กีรติบุตร และ จิรพรรณ อังศวานนท์ เป็นต้น…

●● จุไรรัตน์ ชลศึกษ์ จัดทำคลิปให้เพื่อนรัก กนกวรรณ ประถมบูรณ์ ครูราชินีที่จากไปเมื่อเร็วๆ นี้ ข่าวว่าระหว่างทำไปร้องไห้ไปกว่าจะเสร็จเสียน้ำตาไปมากมาย ด้วยความอาลัยรักยิ่ง…

●●ยินดีด้วยที่ พราวฟอง บุตรสาวของ ฟองสนาน จามรจันทร์ ได้ทุนแบงก์ชาติไปเรียนต่อปริญญาเอกที่อังกฤษ…

●● วิบูลย์ โชควิวัฒน คงยังประจำทำงานอยู่ที่จ.อุบลราชธานี ส่วน รักติบูล บุตรสาวคนสวยบินไปเรียนภาษาที่ U of Washington Seattle ก่อนต่อโทสาขา New Media ที่นั่น แม้กระนั้น ศุลีพร แม่ของบ้านไม่เคยสะกดคำว่าเหงา เพราะโทร.คุยไลน์สามีและบุตรสาวคนเล็กทุกค่ำคืนนั่นเอง…

●● หนึ่งในศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ธนิต วิจิตรพันธุ์ เชิญศิษย์เก่า มช.ไปร่วมกิจกรรมประเพณีรับน้องขึ้นดอย มช.ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ โดยช่วงเช้ารุ่นพี่จะไปร่วมผูกข้อมือรับขวัญน้องใหม่ที่สนามหน้ามหาวิทยาลัย ช่วงเย็นร่วมงานคืนสู่เหย้า ที่กรีนแลนด์รีสอร์ท..ใครว่างเชิญมาสามัคคีชุมนุมกันได้…

●●เมื่อมีวันหยุดตรงกันครอบครัวของ จักรชัย-ขจรศิริบาลี กับบุตรชายวัยทำงาน ปุ่น-เป้ง มักชักชวนกันไปท่องเที่ยวเสมอๆ เมื่อเร็วๆ นี้ เพิ่งไปเวียงจันทน์ โปรดอย่าถามว่าเป็นอย่างไร..อุ่นไอรักประสาครอบครัวสุขสันต์ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว !!…●●

บารอนเนส

ณัฐ และ พ-วงเดือน ยนตรรักษ์ จัดคอนเสิร์ตในต่างแดนเพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความไว้อาลัยแด่ ในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286862

ณัฐ และ พ-วงเดือน ยนตรรักษ์ จัดคอนเสิร์ตในต่างแดนเพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความไว้อาลัยแด่ ในหลวง ร.9

ณัฐ และ พ-วงเดือน ยนตรรักษ์ จัดคอนเสิร์ตในต่างแดนเพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความไว้อาลัยแด่ ในหลวง ร.9

วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมจริงๆ สำหรับ “ณัฐ ยนตรรักษ์” และ “พ-วงเดือน ยนตรรักษ์” ที่นำการแสดงเปียโนคลาสสิก ประกอบนาฏลีลา ไปจัดแสดงยังต่างประเทศ เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความไว้อาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งคู่ได้พูดคุยกับ “อ.เฉลิมชัย ยอดมาลัย”พร้อมเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจของการแสดงคอนเสิร์ตดังกล่าว ในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784

(ซ้าย) ณัฐ และ พ-วงเดือน ยนตรรักษ์ กับพิธีกรรายการ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย

ณัฐ “สำหรับการแสดงคอนเสิร์ตที่ไปเล่นต่างประเทศ เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความไว้อาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นก็ไปมา 7 ประเทศ 12 คอนเสิร์ต เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ไปที่อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส เบลเยียม เยอรมนี โปแลนด์ แล้วก็อังกฤษ เดี๋ยวจะมีไปอีกในเดือนสิงหาคม นี้ ที่ประเทศบาห์เรน”

พ-วงเดือน “อันนี้ตื่นเต้นค่ะ เพราะว่าไม่เคยไปเลยภูมิภาคนี้”

ณัฐ “ที่เราไปแสดงที่ต่างประเทศนั้น ก็มีทั้งที่เขาเชิญมา แล้วก็เราขอไปด้วย คือว่าเรามีเพื่อนซึ่งอยู่ที่ยุโรปในประเทศดังกล่าว ที่ว่านี้มีเพื่อนอยู่ทุกประเทศ แล้วเขาก็อยากให้เราไปแสดง เราก็บอกตอนนี้มีโอกาสดีเลย เพราะว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้แสดงความไว้อาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เราก็มีเพลงซึ่งแต่งขึ้นสมัยที่พระองค์ท่านทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา ชื่อ สยามโซนาต้า เป็นการโฆษณาประเทศไทยอย่างดีรวมทั้งเพลงถวายอาลัยชื่อ หาที่สุดมิได้ แล้วเรามีคณะรำไปด้วย คือนาฏลีลา จากมหาวิทยาลัยพายัพ

การมีทั้ง 2 อย่างนี้ทำให้ผู้ชมที่ยุโรปเขาอยากดูเพราะว่ามันเป็นของแปลก ที่จะมีดนตรีเปียโนคลาสสิกประกอบด้วยรำ ทำให้เขาได้เข้าใจเพลงของเรามากขึ้นวัฒนธรรมของเรามากขึ้น แล้วบางที่จัดโดยสถานทูตไทยมีอยู่ 2 ที่คือ เบลเยียม กับ ลอนดอน นอกนั้นเป็นคนที่เรารู้จัก เป็นเจ้าภาพท้องถิ่น”

พ-วงเดือน “เวลาไปเล่นแต่ละที่ อย่างเช่น โปแลนด์ มีโปสเตอร์คุณณัฐ ใหญ่ยักษ์มาก ติดอยู่ด้านบนหน้าหอประชุมที่จัดแสดง พอเราไปถึงเมืองซาเหนาะ ทางใต้ของโปแลนด์ เขาก็พาเราเดินไปดู พอเราไปถึงปุ๊บเราก็อยากดูว่าที่แสดงเป็นอย่างไร เราก็บอกอ๋อถึงแล้วเหรอ เขาก็บอกมองข้างบนสิพอเงยหน้าดูข้างบนเท่านั้น เราร้องอู้หูอะไรเนี่ย”

ณัฐ “เขาออกแบบของเขาเองด้วยนะ โดยที่เขาเปิดกูเกิ้ลแล้วก็ดูลายไทย แล้วเขาดัดแปลงเขาทำเองเลย มันเหมือนลายไทยมากเลย”

พ-วงเดือน “คือเขาตื่นเต้น เขาอยากให้เราไป เราก็บอกว่า คุณอยากให้ฉันมา ฉันขอเสนอเอาตัวฉันไปเลยนะ คุณไม่ต้องทำอะไรนะ ฉันจะหาสปอนเซอร์ค่าใช้จ่ายในส่วนฉันเอง เพราะว่าอะไร เราอยากถวายอาลัยเจ้านายเรา เราอยากให้คนที่ยุโรปได้เข้าใจความรู้สึกของหัวใจคนไทยว่าเรารักพระองค์ท่านมากแค่ไหน แล้วเขาก็ยินดี มันก็เลยมารวมกัน ลงตัวพอดีเลย”

ณัฐ “แล้วเมืองนั้นที่มีโปสเตอร์ใหญ่ เพราะว่าเขาไม่เคยมีศิลปินเอเชียไปแสดงเลย เราเป็นกลุ่มแรกเขาก็เลยรู้สึกตื่นเต้นว่า เราเป็นคนชาติเอเชีย เขาก็รู้สึกแปลก ที่เมืองนั้นไม่มีร้านจีนนะ ไม่มีคนจีนไม่มีอาหารจีน ปกติยุโรปจะมีร้านอาหารจีนอยู่ทุกหัวระแหงในเมืองที่เป็นเมืองใหญ่ๆ”

พ-วงเดือน “คือเราไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปเฉพาะเมืองใหญ่เท่านั้น เราจะไปในที่ที่เขาไม่รู้จักเมืองเรา แล้วเขาตื่นเต้น เขารับอะไรได้ อย่างเช่น ที่โปแลนด์ มีเมืองหนึ่งชื่อ ชินน่า เล่นในพระราชวังเก่าเป็นคอนเสิร์ตที่ 9 ไม่มีคนไทย ไม่มีคนเอเชียเลยหน้าเป็นคนโปแลนด์หมด ก็บอกว่านี่นะ ก็เล่าถึงความสำคัญของพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ท่าน เป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 9 แล้วบอกเธอรู้ไหมว่า คืนนี้เป็นคอนเสิร์ตที่ 9 ของทัวร์นี้ แล้วเราได้เล่นในพระราชวังถวายอาลัยพระองค์ท่าน คนก็ตื่นเต้น แล้วที่สำคัญคนเข้าใจว่าทำไมเราถึงได้รักพระองค์ท่านมาก เพราะอันนี้เราไปช่วยผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับคนยุโรปสามีไม่เข้าใจหรอก ทำไมภรรยาร้องไห้อะไรกันนักหนา แต่หลังจากเขาได้ดูคอนเสิร์ต แล้วก็ฟังเพลง หาที่สุดมิได้ พอท้ายคอนเสิร์ต เขาก็จะสัมภาษณ์ผู้ชม เขาบอกตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว

แล้วก็ที่โปแลนด์มีผู้หญิงคนหนึ่ง เธอให้สัมภาษณ์ว่า ฉันประทับใจวัฒนธรรมเธอมาก ทำไมช่างอ่อนโยน นุ่มนวลขนาดนี้ ถ้าฉันเลือกได้ฉันอยากจะมาตายที่ประเทศยู โอ้โหเกิดมาไม่เคยได้ยินใครพูดแบบนี้ แสดงว่าเขาต้องรู้สึกประทับใจมาก อันนี้คือสิ่งที่เรานำเสนอให้เขาเห็นโดยผ่านบทเพลงผ่านการแสดง ผ่านความเป็นเรา เป็นคนไทย เมืองไทยมีสีสัน เขาบอกว่า เขารู้สึกได้เห็นเรานำแสงอาทิตย์ให้เขา อาจารย์สุจินดา ก็ออกแบบเครื่องแต่งกายสี่ภาค ออกมาสวยมาก ทุกคนชอบ”

ณัฐ “พูดถึงดนตรี อย่างประเทศโปแลนด์ เป็นประเทศของโชแปง เพราะฉะนั้นคนเขารู้จักดนตรีเปียโนอยู่แล้ว เขารับดนตรีของเราได้นี่ก็น่าภูมิใจนะ ในฐานะที่เราเป็นคนแต่งเพลง เราก็รู้สึกภูมิใจว่าดนตรีเปียโนของเรานี่เขาก็ชื่นชมได้มากทีเดียว”

พ-วงเดือน “มีอีกเมืองที่เราประทับใจมาก คือที่ปารีส ฝรั่งเศส จัดโดยชมรมสตรีไทย จัดที่อเมริกันเชิรส์ อยู่กลางกรุงปารีสเลย เต็มทุกที่นั่งเพราะว่าสุภาพสตรีทั้งหลายพาสามีมา แล้วก็เป็นคอนเสิร์ตที่ขนลุก เริ่มต้นก็ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน พอดูคอนเสิร์ตเพลง หาที่สุดมิได้ ก็ร้องไห้กันแล้ว คิดถึงพระองค์ท่าน ปิดท้ายด้วยเพลง แผ่นดินของเรา ร่วมกัน ขนลุกค่ะ เป็นคอนเสิร์ตที่ขนลุกมาก พอไปสัมภาษณ์สามีของท่านผู้ชม เขาบอกว่าเขาเข้าใจแล้ว อันนี้สำคัญมากเพราะว่ามันมีความหมายสำหรับสะใภ้ไทยที่ไปอยู่ตรงโน้น เราก็รู้สึกว่าเราทำเต็มที่”

ณัฐ “นอกจากการถวายอาลัย และก็รำลึกถึงพระองค์ท่านแล้ว โอกาสที่เราไปที่ยุโรป เพราะปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 120 ปีที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5เสด็จประพาสที่ยุโรป ก็ทำให้เรารู้สึกเข้าใจว่าถ้าสมมุติว่าพระองค์ท่านในสมัยนั้น ทรงพยายามที่จะให้ชาวต่างชาติเข้าใจประเทศเรานี่ มันยากนะครับ แล้วเขาก็ยังเข้าใจเราไม่หมดอยู่ดี

แต่การไปครั้งนี้เราก็คิดว่าเราได้ช่วยให้ชาวต่างชาติ ให้เข้าใจวัฒนธรรมของเรามากขึ้น แล้วก็เห็นลักษณะของภาพลักษณ์ของประเทศเราในอีกลักษณะหนึ่ง มีอีกมุมมองหนึ่งที่เป็นวัฒนธรรมที่ละเอียดอ่อนแล้วก็สวยงาม เพราะว่าชื่อเสียงประเทศเรา บางทีก็ไปในทางที่เราไม่ต้องการเท่าไหร่”

พ-วงเดือน “เขาเห็นถึงวัฒนธรรมชั้นสูงของเรา อันนี้สำคัญเพราะว่านั่นเท่ากับเอาเราไปอยู่อีกระดับหนึ่งในความคิดของเขา แล้วนี่ไปบาห์เรนก็ฉลอง 40 ปี ของความสัมพันธ์ไทย-บาห์เรน แล้วทางสถานทูตไทยนี่สุดยอดเลย ท่านทูตชัยพันธ์ เสนอเราเข้าไป เพราะฉะนั้นเราอยู่ใน บาห์เรน ซัมเมอร์เฟสติวัล ของเขา แค่เห็นคุณน้ำรินทร์ เลขานุการเอกของสถานทูตไทย ส่งคัตเอ้าท์มา โอ้โหใหญ่มาก”

ณัฐ “อยู่กลางถนน ใหญ่มาก คิดว่าคงไม่ได้มีอันเดียวนะครับ ที่เราจะไปเล่นที่บาห์เรน ถามว่านำเพลงอะไรไปเล่นบ้างนั้น ครั้งนี้ก็จะมีเพลงเหมือนที่ยุโรป คือมีเพลง หาที่สุดมิได้ เพลงพระราชนิพนธ์ สยามโซนาต้า และเพิ่มเพลง กุหลาบแห่งรักซึ่งเป็นเพลงที่ประพันธ์ถวาย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ขณะที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ชื่อ โรส ออฟ เลิฟ เพราะว่าเดือนที่เราจัดแสดง เป็นเดือนสิงหาคม แล้วก็ทางสถานทูตไทยก็ขอให้เล่นเพลงของบาห์เรน1 เพลง เพื่อจะเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรี ก็ได้โน้ตมา กำลังพยายามทำอยู่นะครับ เพราะว่าเพลงอาหรับนี่ไม่รู้จักจริงๆ แล้วก็มันมีสำเนียงที่แปลกๆ แต่ก็พยายามใส่คอร์ดอะเร้นจ์ให้ไพเราะนะครับ ถ้าสมมุติเขาเกิดชอบขึ้นมา ก็จะดีใจมากเลย”

พ-วงเดือน “ก็หวังว่าเราจะมีส่วนเชื่อมความสัมพันธ์ให้กระชับ ให้แข็งแรงขึ้นนะคะ ตอนนี้ใครทำอะไรได้เพื่อบ้านเมืองก็ต้องช่วยกันทำ ใครมีแรงทำด้านไหน ถนัดอะไรก็ทำ ท่านมีเพื่อนอยู่ต่างประเทศก็เล่าสิ่งที่ดีๆ น่าชื่นใจ ให้เพื่อนๆ ทราบ เขาจะได้อยากมาเมืองเรานะคะ ส่วนประเทศอื่นๆ ถ้าอยากจะให้เราไปแสดงที่ประเทศท่านบ้าง ก็ติดต่อมาได้เรามีคลิปในการแสดงที่ยุโรป ตอนนี้คลิปของประเทศอิตาลีออกมาแล้ว สวิตเซอร์แลนด์ออกมาแล้ว ฝรั่งเศสออกมาแล้ว เบลเยียมกำลังจะออก เพราะฉะนั้นท่านสามารถจะดูได้ชื่อ Homage to the great Thai Kings เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้เรามีส่วนไปรับใช้ชาติ ในถิ่นที่ท่านอยู่ ก็ติดต่อมาค่ะ เดี๋ยวเรามาดูว่าจะมีวิธีไปจัดการแสดงได้อย่างไร ขอให้บอกมาค่ะ แล้วเราจะพยายามหาทางไป”

ณัฐ “เพราะดนตรีมันไม่มีพรมแดน สามารถเชื่อมได้ ท่านกงสุลกิตติมศักดิ์ของเบลเยียม ที่อยู่ที่โน่น เขาเดินมาบอกเราเลยบอกว่า ยูไม่รู้เลยว่ายูทำให้ดนตรี วัฒนธรรมของยูไปอยู่ในมิติที่สูงกว่าเดิมมากเลย ฟังแล้วปลื้มใจมาก”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286833

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

…ความคิดนั้นเป็นแม่บทใหญ่ของการพูดและการกระทำ เพราะกิจที่จะทำ คำที่จะพูด ทุกอย่างล้วน สำเร็จมาจากความคิด การคิดก่อนพูดและก่อนทำจึงช่วยให้บุคคลสามารถยับยั้งคำพูดที่ไม่สมควรหยุดยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง…

 

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๐

นวลพรรณ โอสถานนท์ กับบทบาทใหม่ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมความงาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286854

นวลพรรณ โอสถานนท์ กับบทบาทใหม่ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมความงาม

นวลพรรณ โอสถานนท์ กับบทบาทใหม่ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมความงาม

วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไม่ค่อยจะได้เห็นออกงานสังคมมาพักใหญ่ๆ แต่เมื่อได้เจอเธอในอีเว้นท์หนึ่งในลุคสปอร์ตเกิร์ลหน้าสด แถมยังดูหน้าเด็ก ก็แทบจำกันไม่ได้ สำหรับเซเลบฯรุ่นใหญ่ของวงการอย่าง นวล-นวลพรรณ โอสถานนท์ ได้จังหวะเหมาะเลยขอคว้าตัวมาอัพเดทเคล็ดลับหน้าเด็ก เลยทำให้ได้รู้ว่าวันนี้ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมความงาม ประจำอยู่ที่ BANA K BEAUTY พาลูกค้าที่อยากสวยหล่อเป๊ะไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีมากว่า 1 ปีแล้ว

“ไม่เคยคิดจริงๆ ว่าจะมาเป็นที่ปรึกษาเรื่องศัลยกรรมเลย ไม่ได้แอนตี้ด้วย เพราะปัจจุบันการศัลยกรรมเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนยอมรับ พอได้เข้ามาคุยกับผู้บริหารที่เป็นชาวเกาหลีใต้ มีอะไรหลายๆ อย่างที่คุยกันแล้วลงตัว ตัวพี่เองเป็นผู้หญิง เราก็รักสวยรักงามตามธรรมชาติของผู้หญิง แต่ไม่เคยสนใจเรื่องศัลยกรรมมาก่อน พอตกลงมาทำงานนี้ ก็ต้องศึกษาข้อมูลต่างๆ ด้วยตัวเอง รวมถึงไปดูงานที่เกาหลี ไปดูโรงพยาบาล ไปพบคุณหมอ ซึ่งพี่รับทำงานนี้เพราะคิดว่ามันเป็นบทบาทใหม่ที่มีความท้าทายตัวเราเองด้วย”

ศัลยกรรมเกาหลี เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนไทยให้การยอมรับไม่แพ้กระแสวัฒนธรรม K-POP ซึ่งไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้น ต่างชาติอีกหลายๆ ประเทศก็ให้การยอมรับวงการศัลยกรรมของถิ่นโอปป้า จนกล่าวได้ว่าเกาหลีใต้มีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมติดอันดับโลก

“อย่างหนึ่งคือคนเกาหลีเกือบ 100% ทำศัลยกรรม เพราะบ้านเขาค่อนข้างให้ความสำคัญกับหน้าตา รูปลักษณ์
กันมากว่า คนที่สวย หล่อ มักจะได้รับโอกาสที่ดีก่อนเสมอ ตรงนั้นเองทำให้ศัลยแพทย์บ้านเขามีประสบการณ์ แล้วคุณหมอเขาไม่ได้ทำตามใจคนไข้ แต่เขาจะดูทุกอย่างทำออกมาแล้วให้เป็นธรรมชาติรับกับพื้นฐานที่คนไข้มี ดังนั้นคุณหมอก็จะได้เจอเคสยากง่ายที่หลากหลายกว่า คุณหมอแต่ละคนหรือแต่ละโรงพยาบาลก็จะเก่งด้านศัลยกรรมกันไปคนละแบบ และมีการพัฒนาเทคนิค นวัตกรรมต่างๆ อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ศัลยกรรมเกาหลีก้าวหน้าและได้รับการยอมรับ”

ในการทำหน้าที่ที่ปรึกษานั้น ไม่ใช่การแนะนำลูกค้าว่าควรจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร แต่ต้องดูจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และจัดการนัดหมายให้ลูกค้าได้พูดคุยรับคำแนะนำจากคุณหมอที่เกาหลีโดยตรง ผ่านทาง VDO Conference ไปจนถึงนัดหมายการเดินทางต่างๆ เพื่อไปรับบริการที่ประเทศเกาหลี

“พี่ยังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญขนาดที่จะบอกได้ว่าคุณควรเสริมจมูก ตัดกรามแล้วจะสวย แต่เมื่อได้ฟังความต้องการของลูกค้าแล้วว่าเขาอยากทำอะไร เช่น เสริมจมูก พี่ก็จะให้คำแนะนำว่าควรทำกับคุณหมอท่านไหน โรงพยาบาลอะไร จัดการนัดหมายให้ได้คุยกับคุณหมอ และดีไซเนอร์ โดยตรงผ่านทาง VDO Conference ซึ่งเขาจะให้คำแนะนำได้ดีที่สุดว่าโครงหน้าแบบนี้ทรงจมูกแบบไหนสวย รับกับใบหน้า ควรใช้วัสดุแบบไหน วิธีการผ่าตัดอย่างไร ถ้าลูกค้ามีอะไรสงสัยก็ถามกับคุณหมอได้ทันที ถ้าลูกค้าตกลงที่จะทำก็จะนัดวันผ่าตัดกับทางเกาหลี ซึ่งลูกค้าสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะวางแผนการเดินทางที่พักด้วยตัวเอง หรือให้ทางเราจัดการให้ และไปเองหรือจะให้ทางเราเดินทางไปด้วย

หน้าที่จริงๆ ของพี่คงเป็นการให้กำลังใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ามากกว่าค่ะ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มักจะมีความกังวลหลายๆ อย่าง พี่ก็จะคอยเชียร์อัพให้เขาเกิดความมั่นใจ อย่างบางคนมาตอนแรกไม่มั่นใจ ทำดีไม่ทำดี คำแนะนำคือ ลองใช้วิธีนี้ก่อนไหม เพราะการเสริมความงาม ความอ่อนเยาว์มันมีหลายวิธี ตั้งแต่ร้อยไหม โบท็อกซ์ ไปจนถึงการผ่าตัด อย่างตัวพี่ พออายุมากขึ้น หน้าตอบ ผิวก็แห้ง คุณหมอก็แนะนำให้ใช้วิธีการฉีดไขมันบริเวณใบหน้าทำให้ใบหน้าดูยกกระชับ อ่อนวัยมากขึ้น ไม่ต้องถึงขั้นลงมีด”

งานนี้ถือเป็นงานบริการที่มีความคาดหวังของลูกค้าเป็นเดิมพัน นวลพรรณ บอกว่า มีทั้งความสนุกและความเครียดไปพร้อมๆ กันแต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากงานนี้คือ “ความเข้าใจ”

“เมื่อก่อนก็มีคิดเหมือนกันนะว่าทำไมคนเราต้องทำศัลยกรรม แต่พอได้มาทำงานตรงนี้ได้สัมผัสกับหลายๆ เคส มันไม่ใช่แค่เรื่องรูปลักษณ์หน้าตาเท่านั้น แต่บางคนการทำศัลยกรรม คือการเกิดใหม่ของเขา คือโอกาสที่เขาจะได้รับ ส่งผลให้หน้าที่การงานดีขึ้น บางคนใบหน้าผิดรูปมาแต่กำเนิด ถ้าปล่อยไว้ก็จะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเขา ก็จำเป็นต้องทำศัลยกรรม มันทำให้พี่คิดได้ว่าเราอย่าตัดสินใครแต่ภายนอก เพราะทุกคนมีเหตุผล มีความจำเป็นต่างกันในการทำศัลยกรรม ที่สำคัญการได้เห็นคนคนหนึ่งเขามีความสุขหรือได้รับโอกาสที่ดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง ตัวพี่ในฐานะที่ปรึกษาหรือคนดูแล ก็มีความสุขไปด้วย”

ท้ายสุดในฐานะที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมความงาม มีคำแนะนำก่อนการตัดสินใจคิดทำศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตมาฝากว่า

“อันดับแรกต้องดูความจำเป็นก่อน อันดับต่อมาคือทุนทรัพย์ จากนั้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณหมอ โรงพยาบาล วิธีการรักษา การทำศัลยกรรมมันเป็นอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเรา เพราะพี่เห็นข่าวในบ้านเราสวยกับหมอกระเป๋า สุดท้ายพังบ่อยมาก ของถูกและดีมีไหม ก็มีนะ แต่คุณจะได้เจอแบบนั้นหรือเปล่า ฉะนั้นถ้าจะลงทุนต้องมั่นใจว่าจะได้สิ่งที่ดีที่สุดกลับมา วุฒิภาวะของตัวเองในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ อันนี้สำคัญที่สุด ไม่ใช่แบบเพื่อนทำก็ทำตามเพื่อน ต้องคิดเยอะ คิดกลับไปกลับมาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม”

ใครที่มีความคิดอยากทำศัลยกรรม แต่ยังกลัวๆ กล้าๆ ไม่รู้จะปรึกษาใคร ลองไปคุยกับ นวลพรรณ เซเลบฯ สาวคนเก่งดูได้นะคะ