มหัศจรรย์แห่งไหมไทย สุดยอดผ้าไหมตราพระราชทานฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/287105

มหัศจรรย์แห่งไหมไทย สุดยอดผ้าไหมตราพระราชทานฯ

มหัศจรรย์แห่งไหมไทย สุดยอดผ้าไหมตราพระราชทานฯ

วันจันทร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วิจิตร ชูวา,สุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา,ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ และ ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

เนื่องในโอกาสที่เดือนสิงหาคม เป็นเดือนพระราชสมภพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 “พระมารดาผ้าไหมไทย” กรมหม่อนไหม จึงได้จัดงานนิทรรศการและการแสดงแฟชั่นโชว์ “มหัศจรรย์แห่งไหมไทย (Wonders of Thai Silk)” เพื่อเผยแพร่สัญลักษณ์ตรานกยูงพระราชทานในโครงการประชาสัมพันธ์ผ้าไหมคุณภาพขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติพระมารดาแห่งไหมไทย โดยได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กรมหม่อนไหม ทอล์กโชว์เรื่องผ้าไหมไทยสุดเอ็กซ์คลูซีฟมหัศจรรย์แห่งไหมไทย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ สยามพารากอน

นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม เผยว่า กรมหม่อนไหม ซึ่งดำเนินการตามพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่จะสืบสานอาชีพด้านหม่อนไหมให้คงอยู่ในสังคมไทยตลอดไป รวมทั้งผลักดันให้ไหมไทยเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศไทย พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องหมายตรานกยูงเพื่อนำมารับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย เป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตผ้าไหมคุณภาพ ดังนั้น การจัดงาน “มหัศจรรย์แห่งไหมไทย (Wonders of Thai Silk)” เพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงงานอย่างหนัก เพื่อให้คนไทยเกิดความภาคภูมิใจ ทั้งผู้ผลิต ผู้สวมใส่ และผู้บริโภค และเพื่อเผยแพร่สัญลักษณ์ตรานกยูงพระราชทานในโครงการประชาสัมพันธ์ผ้าไหมคุณภาพขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระมารดาแห่งไหมไทยอีกด้วย”

ภายในงานมีการจัดแสดง นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระมารดาแห่งไหมไทย” การออกร้านจำหน่ายผ้าไหมคุณภาพตรานกยูงพระราชทานและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม พิเศษสุดกับกิจกรรมฟรี Workshop อาทิ การทำพวงกุญแจจากรังไหม การทำดอกมะลิวันแม่จากรังไหม และการทำสบู่รังไหม และทอล์กโชว์เรื่องผ้าไหมไทยสุดเอ็กซ์คลูซีฟมหัศจรรย์แห่งไหมไทยจาก ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์

ในส่วนการแสดงแฟชั่นโชว์ “มหัศจรรย์แห่งไหมไทย” นั้น เป็นการนำผ้าไหมไทยที่ได้รับสัญลักษณ์ตรานกยูงพระราชทานมาใช้ชุดต่างๆ โดยแบ่งเป็นผ้าไหมไทยลายดั้งเดิม และผ้าไหมไทยลายประยุกต์ ซึ่งได้รับเกียรติจากห้องเสื้อแบรนด์ดัง อาทิ ASAVA, TUBE Gallery, ISSUE และ CHAI GOLD LABELมาร่วมนำเสนอผลงานการออกแบบด้วย โดยเหล่านายแบบและนางแบบที่มีชื่อเสียง รวมทั้งนายแบบนางแบบกิตติมศักดิ์ อาทิ เปรมิกา พาเมล่า Miss Grand Thailand 2017, ฉัตร์ณลิณ โชติจิรวราฉัตร รองอันดับ 1 Miss grand Thailand, ศรุชา นิลจันทร์รองอันดับ 2 Miss grand Thailand 2017, ทวีพรพริ้งจำรัส รองอันดับ 3 Miss grand Thailand 2017,กมลรัตน์ ทานนท์ รองอันดับ 4 Miss grand Thailand2017, ชนาธิป โพธิ์ทองคำ, คงณัฐ สุวรรณ, หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล พร้อมชุดฟินาเล่จาก แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ และแฟชั่นโชว์ คอลเลคชั่นใหม่สำหรับวัยรุ่น เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ผ้าไหมใครว่าเฉย วัยไหนๆ ก็ใส่ได้ โดยกลุ่มนักแสดงคลื่นลูกใหม่ กิจกรรมถ่ายภาพ Photo Booth จำลองการสวมใส่ผ้าไหมไทย

ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของกรมหม่อนไหมครั้งต่อไปได้ที่https://www.facebook.com/qsds.th/

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘นราธิวาส’ ภูมิบางนราถิ่นคนดีรักษาแดนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286954

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : 'นราธิวาส' ภูมิบางนราถิ่นคนดีรักษาแดนใต้

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘นราธิวาส’ ภูมิบางนราถิ่นคนดีรักษาแดนใต้

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชายทะเลเมืองนราธิวาส

ด้วยนโยบายการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้นั้นจึงมีโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ขึ้น โดยอำเภอสุไหงโก-ลก นราธิวาส อำเภอเบตง ยะลา และอำเภอหนองจิก ปัตตานี เป็นพื้นที่การพัฒนาต้นแบบตามบริบทของแต่ละอำเภอดังนี้การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสานที่อำเภอหนองจิก การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนที่อำเภอเบตง และการพัฒนาการค้าชายแดนระหว่างประเทศที่อำเภอสุไหงโก-ลก ดังนั้นกรมประชาสัมพันธ์จึงมีนโยบายสร้างความเข้าใจเรื่องดังกล่าวขึ้นเพื่อให้รู้ว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นยังน่าอยู่น่าเที่ยวและมีสิ่งสนใจมากมาย อาทิตย์นี้ขอตามรอยภูมิเมืองไปที่จังหวัดนราธิวาสซึ่งเดิมนั้นเป็นเมืองเก่าใน อาณาจักรลังกาสุกะที่พบเพียงซากเจดีย์ ๓ องค์ บริเวณวัดเขากง อายุประมาณ๑,๓๐๐ ปี ซึ่งถูกรื้อสร้างพระพุทธทักษิณมิ่งมงคลแทนไปแล้ว ชื่อเดิมนั้นคือ บางนรา ขึ้นกับเมือง สายบุรี เป็นหนึ่งในเจ็ดหัวเมืองภาคใต้ต่อมาได้โอนขึ้นกับเมือง ระแงะ ซึ่งมีประวัติเชื่อมโยงกันกับเมืองปัตตานี เมืองสายบุรี และเมืองระแงะ

ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ ได้ให้ยกทัพมาปราบปรามข้าศึกที่เข้ามาทางปักษ์ใต้ เมื่อข้าศึกแตกพ่ายหนีไปแล้ว จึงเสด็จประทับ ณ เมืองสงขลา และได้มีรับสั่งออกไปถึงหัวเมืองมลายูทั้งหลาย ที่เคยขึ้นกับอยุธยามาก่อนนั้นให้มาขึ้นต่อกันดังเดิมโดยมีพระยาไทรบุรี และพระยาตรังกานูยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี แต่พระยาปัตตานีนั้นแข็งเมืองไม่ยอมอ่อนน้อม จึงรับสั่งให้ยกทัพไปเมืองปัตตานีเมื่อ พ.ศ.๒๓๓๒ ได้เมืองปัตตานีแล้ว ได้โปรดเกล้าฯ ตั้งให้แก่ พระยาสงขลา (บุญฮุย) เป็นพระยาปัตตานีอยู่ในการกำกับดูแลของเมืองสงขลาต่อไปและตั้งให้เป็นเมืองมนตรีขึ้นอยู่กับกรุงรัตนโกสินทร์โดยตรง ระหว่างที่พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ว่าราชการเมืองปัตตานีอยู่นั้นบ้านเมืองสงบเรียบร้อยปกติสุขตลอดมาจนถึงแก่กรรมจึงโปรดเกล้าฯ ให้นายพ่าย น้องชายพระยาหลวงสวัสดิภักดีผู้ช่วยราชการเมืองปัตตานี และได้ย้ายที่ว่าการเมืองปัตตานีจากบ้านมะนา (อ่าวนาเกลือ) ไปตั้งอยู่ที่บ้านยามู ระหว่างนั้นพวกของซาเห็ดรัตนวงศ์ฯ และพวกโมเซฟได้เริ่มก่อกวนความสงบสุขของบ้านเมืองโดยคบคิดกันปล้นบ้านพระยาปัตตานี และบ้านหลวงสวัสดิภักดี แต่ก็ได้ถูกตีถอยหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านกะลาพอ แขวงเมืองสายบุรี เมืองปัตตานีนั้นมีเขตกว้างขวาง และมีโจรผู้ร้ายชุกชุม เที่ยวปล้นบ้านเรือนราษฎรจนเหลือกำลังที่พระยาปัตตานีจะปราบลงได้ จึงแจ้งราชการไปยังเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถียนจ๋อง) ได้ออกมาปราบปรามและจัดนโยบายแบ่งแยกเมืองปัตตานีออกเป็น ๗ เมืองได้แก่ เมืองปัตตานี, เมืองหนองจิก, เมืองยะลา, เมืองรามัน,เมืองระแงะ, เมืองสายบุรี และ เมืองยะหริ่ง


พระยาภูผาภักดีศรี เจ้าเมืองระแงะ คนสุดท้าย

ต่อมาในสมัยที่ ๓ พระยาปัตตานี (ต่วนสุหลง),พระยาหนองจิก (ต่วนกะจิ), พระยายะลา (ต่วนบางกอก) และพระยาระแงะ (หนิเดะ) โดยเจ้าเมืองทั้งสี่ได้สมคบคิดกันเป็นกบฏขึ้น จึงโปรดเกล้าฯให้พระยาเพชรบุรี และ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ลงมาปราบ และพิจารณาเห็นว่า หนิบอสู ชาวบ้านบางปูซึ่งพระยายะหริ่งแต่งตั้งให้เป็นกรมการเมืองยะหริ่งนั้นเป็นกำลังสำคัญและได้ทำการต่อสู้ด้วยความกล้าหาญยิ่งจึงตั้งให้เป็นผู้รักษาราชการเมืองระแงะ สืบต่อจากพระยาระแงะ (หนิเดะ)ที่หนีไป และได้ย้ายที่ว่าราชการจากบ้านระแงะมาตั้งใหม่ที่ ตำบลตันหยงมัส ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงให้ยกเลิกการปกครองแบบเก่า

โดยระเบียบแผนการปกครองและตำแหน่งหน้าที่ราชการให้เป็นระเบียบตามสมควรแก่กาลสมัย เมื่อวันที่
๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ ต่อมาวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ จึงให้แยก ๗ หัวเมือง ออกมาจากมณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า มณฑลปัตตานี พ.ศ. ๒๔๕๘ ได้ย้ายจากเมืองระแงะ ตำบลตันหยงมัส มาตั้งที่บ้านมะนาลอ(บางมะนาว) อำเภอบางนรา เมืองระแงะเดิมนั้นฐานะอำเภอบางนราขึ้นเป็นเมืองบางนรา มีอำเภอในการปกครองได้แก่ บางนรา, ตันหยงมัส, ยะบะ, สุไหงปาดี และโต๊ะโมะ สมัยรัชกาลที่ ๖ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๘ พระองค์ได้พระราชทานพระแสงศาสตราแก่เมืองบางนรา และเปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองนราธิวาส” ซึ่งหมายถึงที่อยู่ของคนดีรักษาแดนใต้จนทุกวันนี้ นับเป็นแหล่งการค้าชายแดนสำคัญที่สานต่อโครงการดังกล่าว


วงเวียนนกกระดาษ


ชุมชนในเมือง


ด่านชายแดนสุไหงโก-ลก


ท่าเรือประมง


เสานาฬิกากลางเมือง

Science Update : ยานแคสสินีเริ่มสำรวจดาวเสาร์ขั้นสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286961

Science Update : ยานแคสสินีเริ่มสำรวจดาวเสาร์ขั้นสุดท้าย

Science Update : ยานแคสสินีเริ่มสำรวจดาวเสาร์ขั้นสุดท้าย

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ยานสำรวจแคสสินีเริ่มปฏิบัติการสำรวจดาวเสาร์ในขั้นสุดท้าย โดยบินโฉบผ่านชั้นบรรยากาศด้านบนสุดของดาวเพื่อเก็บข้อมูลองค์ประกอบทางเคมีและข้อมูลการสำรวจอื่นๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อน ในระยะใกล้ชิดดาวเสาร์ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ในระยะห่าง 1,600 กิโลเมตร จากกลุ่มเมฆชั้นบนสุดของดาว เป็นการโคจรสำรวจรอบแรกจากทั้งหมด 5 รอบ ในแผนการสำรวจขั้นสุดท้าย ก่อนที่ยานจะทำลายตนเองโดยพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศลึกของดาวเสาร์ในเดือนหน้า ภารกิจของยานแคสสินีในครั้งนี้ อาจทำให้ได้พบข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับองค์ประกอบทางเคมีของดาวเสาร์ ซึ่งเป็นดาวก๊าซขนาดยักษ์ที่ประกอบไปด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นหลักการบินสำรวจเข้าใกล้ชั้นบรรยากาศดาวเสาร์ยังช่วยในการตรวจวัดคาบการหมุนของดาวได้ละเอียดแม่นยำขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจวัดมักได้ผลเปลี่ยนแปลงไป-มาไม่แน่นอน โดยครั้งล่าสุดพบว่าดาวเสาร์มีคาบการหมุนรอบตัวเองหรือระยะเวลา 1 วัน ของดาวที่ 10 ชั่วโมง 33 นาที

แหวกฟ้าหาฝัน : Piran เมืองประวัติศาสตร์ริมทะเล Adriatic

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286955

แหวกฟ้าหาฝัน : Piran เมืองประวัติศาสตร์ริมทะเล Adriatic

แหวกฟ้าหาฝัน : Piran เมืองประวัติศาสตร์ริมทะเล Adriatic

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อู่จอดเรือหน้าเมือง

Slovenia ประเทศสวยงามเล็กๆ ที่แยกตัวออกจากยูโกสลาเวียแห่งนี้มีเมืองริมทะเลไม่มากเหมือนอย่าง Croatia แต่ก็มีเมืองริมทะเลที่มีชื่อเสียงเช่นกัน เมืองแรกคือ Piran เมืองหลักหนึ่งในสามของ Slovenia Istria เมืองชายทะเลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศนี้มีประวัติมาตั้งแต่สมัยก่อนยุคโรมัน บริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของชนเผ่า Illyrian Histri ที่มีอาชีพชาวนา ประมงและล่าสัตว์ พวกเขายังเคยปล้นสะดมพ่อค้าชาวโรมันที่เดินทางในทะเลเอเดรียติกเหนือด้วย คาบสมุทร Piran ถูกควบรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมันในช่วง 178 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อชาวโรมันละจากเมืองนี้ไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ดินแดนแห่งนี้ก็ถูกชนกลุ่ม Avars และ Slav รุกราน คนกลุ่มนี้ได้เปลี่ยนพื้นที่แห่งนี้เป็นสังคมเมืองมากขึ้น เมื่อ Piran ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักร Byzantine การก่อสร้างป้อมปราการก็เพิ่มขึ้น พวกเขาตกเป็นของ Holy Roman Empire อีกครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 10

ในช่วงระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึงสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 18ที่นี่เป็นเขตปกครองของสาธารณรัฐเวนิส แต่ก็มีอิสระพอควรในการตัดสินใจ อย่างไรก็ดี ในระหว่างนี้ ชาวบ้านก็ถูกรังแกจากสาธารณรัฐเจนัวร์อยู่หลายครั้ง และในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ชาวบ้านก็ยิ่งถูกรังแกเนื่องจากสาธารณรัฐเวนิสอ่อนแอลงและถูกโจมตีโดยจักรวรรดิออสเตรีย ยิ่งในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งPiran กลายเป็นเขตปกครองของจักรพรรดินโปเลียนด้วยแล้ว พวกเขายิ่งต้องสู้รบกับอังกฤษ เพราะตัวเองเป็นฝ่ายฝรั่งเศส ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่นี่ตกเป็นของจักรวรรดิ Austro-Hungarian ส่งผลให้เมืองมีความเจริญรุ่งเรืองและกลายเป็นเมือง Spa หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อิตาลีได้เข้าครอบครองเมืองอยู่หลายปีจวบจนกระทั่งอิตาลีแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองนี้เลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูโกสลาเวีย เมื่อยูโกสลาเวียแตก Piran จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสโลวีเนียในที่สุด


ถนนในเมือง

การเดินทางมาเมือง Piranไม่ยากมาก หากมาจากลูเบียน่า นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถบัสซึ่งมาถึงเมืองเลยหรือมาด้วยรถไฟถึงเมือง Koper แล้วต่อรถบัสก็ได้ ค่ารถบัสส่วนต่อเพียงแค่ 3 เหรียญเท่านั้น ระหว่างทางก่อนถึงเมือง Piran นักท่องเที่ยวจะเห็นบรรยากาศของเมืองชายทะเลอีกหลายแห่ง นักท่องเที่ยวอาจเล็งไว้ก่อนก็ได้ว่าขากลับจะแวะเมืองไหนบ้าง แต่ละเมืองมีบรรยากาศไม่เหมือนกัน เมืองที่เป็นเหมือนเชิงเขานี้มีบ้านเรือนที่มีสีสันใกล้เคียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยสะอาดตา นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจไปจนถึงปลายสุดแหลมแล้วดูนักท่องเที่ยวเล่นน้ำหรืออาจแวะกินไอติมหรือข้าว ชมวิวทอดอารมณ์ก็ได้ แม้เมืองนี้จะเป็นเมืองพักผ่อนหลักของนักท่องเที่ยว แต่ความสวยงามของเมืองและบรรยากาศเมืองนี้ กลับ slow life ไม่เร่งรีบและแออัดเหมือนอย่างเมืองท่องเที่ยวเช่นบ้านเรา สมแล้วที่ Slovenia ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่คนอยากไปเกษียณมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


ทางเข้าเมือง Piran


บรรยากาศกลางเมือง


บรรยากาศการเล่นนํ้า


หน้าศาลากลาง


บรรยากาศริมทะเล

สสว. เดินหน้า โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286984

สสว. เดินหน้า โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

สสว. เดินหน้า โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สุทธิกานต์ มาสำราญ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและประสานเครือข่าย สสว. เปิดเผยว่า ในปีนี้สสว.ได้จัดทำ โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัดขึ้น ด้วยงบประมาณ 46 ล้านบาท ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรมและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง สอดรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระยะเร่งด่วนปี 2558 ซึ่งโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับสู่เอสเอ็มอี 4.0 และสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพระดับจังหวัด ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 20%

ทั้งนี้ สสว. ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจัดอบรมสัมมนาหัวข้อ “ยกระดับเอสเอ็มอีไทย เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0” เพิ่มความรู้ให้กับผู้ประกอบการในปีนี้จะเปิดรับผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการจังหวัดละ6 รายจากอุตสาหกรรม food และ non-foodรวมจำนวน 462 รายทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 231 ราย คัดเลือกผู้ประกอบการตัวแทนจังหวัดใน 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจ (Start up),กลุ่มที่มีศักยภาพในการตลาด (Rising Star) และ กลุ่มที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว (Turn Around) มุjงสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคทางธุรกิจ และเพิ่มโอกาสทางการตลาด สามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที่ http://www.sme.co.th หรือ ติดต่อ 1301

ดนิตา  อนันตธรรม ผู้บริหารบริษัท ครัวดอยตุงจำกัด (เชียงใหม่) ผู้ผลิตน้ำพริกกึ่งสำเร็จรูปที่คงคุณค่าและรสชาติแบบต้นตำรับล้านนา เปิดเผยว่า การเข้าร่วมโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งเป็นโอกาสดีที่ทำให้เจอคู่ค้าทางธุรกิจ “สินค้าเราเป็นสินค้าท้องถิ่นในภาคเหนือ สินค้าจากภาคต่างๆ ยังส่งสินค้าขึ้นมาขายถึงภาคเหนือได้ ทำไมสินค้าภาคเหนือที่มีดีอยู่แล้วจะทำไม่ได้ โครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยสนับสนุนและเอื้อประโยชน์ให้ได้เจอคู่ค้าตัวจริงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทย”

ด้าน จงกลรัตน์ เสริมพาณิชย์ ประธานกรรมการอาวุโส บริษัท วาไรตี้ เอ็กซ์พอร์ต จำกัด (เชียงใหม่) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาสมุนไพร ตรา เนเชอรัล เทรนด์ดี้เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรในรูปแบบของ “ชาไทย” โดยคัดสรรวัตถุดิบที่เขียวสดให้ได้พืชสมุนไพรของไทยจากธรรมชาติที่มีประโยชน์การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ คาดหวังถึง การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ดึงดูดผู้บริโภค โดนใจกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งหวังให้โครงการให้ความรู้ด้านการขอใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐและต้องการพัฒนาคุณภาพโรงงานสินค้าเกษตรกรรมในระดับสากล

ดารา วงศ์วรรณ ผู้บริหารบริษัท ไวด์เนเจอร์ เชียงใหม่ จำกัด (เชียงใหม่) ผู้ผลิตแยมและไอศกรีมผลไม้ตราไวด์เนเจอร์ เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตแยมและไอศกรีมผลไม้ตราไวด์เนเจอร์ นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจแล้ว ยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยที่ทำเกษตรอินทรีย์ผสมผสานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียง อาทิ ส้ม เสาวรส ลูกหม่อน มะเกี๋ยง สตรอเบอร์รี่ ใช้เป็นวัตถุดิบ ซึ่งธุรกิจได้เติบโตพร้อมชุมชน ทั้งนี้มุ่งพัฒนาธุรกิจต่อเนื่องผ่านการเข้าร่วมโครงการจากภาครัฐ

ตะลอนเที่ยว : น้อมเกล้าฯ ถวายสักการะมหาราชสยาม Homage to The Great Thai Kings

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286952

ตะลอนเที่ยว : น้อมเกล้าฯ ถวายสักการะมหาราชสยาม  Homage to The Great Thai Kings

ตะลอนเที่ยว : น้อมเกล้าฯ ถวายสักการะมหาราชสยาม Homage to The Great Thai Kings

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การแสดงความไว้อาลัยถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

“คนไทยจงรักภักดีและเทิดทูนพระเจ้าอยู่หัวของเขาอย่างที่สุด รักมานานแสนนาน จะจงรักภักดีและเทิดทูนพระเจ้าอยู่หัวของเขาตลอดไป ตราบจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

นี่คือคำประกาศของคนไทยในกรุงมานามา ราชอาณาจักรบาห์เรน ที่ตั้งใจบอกให้ชาวต่างประเทศที่ไปรวมตัวเพื่อชมการแสดงเพื่อเทิดพระเกียรติ น้อมเกล้าฯ ถวายสักการะมหาราชสยาม ณ หอวัฒนธรรมบาห์เรน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2560 ในงานเทศกาลการแสดงศิลปะประจำฤดูร้อน 2017 ในกรุงมานามา

การแสดงที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นผลงานการนำเสนอบทเพลงผ่านเปียโนโดย ณัฐ ยนตรรักษ์ ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาคีตศิลป์ พ.ศ.2552 ร่วมกับคณะนักแสดงจากสถาบันคริสเตียนนิเทศสัมพันธ์ (Christian Communications Institute) มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่


มหาเศรษฐีชาวบาห์เรน MR.Mohamed yateem เข้าชมการแสดง ณ ศาลาไทย

การแสดงครั้งนี้ นอกจากเพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินของราชอาณาจักรไทยแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรบาห์เรน ซึ่งได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 40 ปี ในปี พ.ศ. 2560

นายชยพันธ์ บำรุงพงศ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา กล่าวกับผู้ชมว่า การแสดงรอบพิเศษครั้งนี้จะทำให้ผู้ชมทุกท่านดื่มด่ำและซาบซึ้งกับการแสดงประกอบบทประพันธ์เพลงอันแสนไพเราะและทรงคุณค่าจากการบรรเลงของนายณัฐ ยนตรรักษ์  ที่ตั้งใจประพันธ์บทเพลงเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยให้โลกได้ประจักษ์ และในโอกาสนี้ก็ขอให้ทุกท่านร่วมน้อมจิตถวายความอาลัย และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560


เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา นายชยพันธ์ บำรุงพงศ์ (แถวยืน คนที่ 7 จากซ้าย) พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตและภริยาจากนานาประเทศร่วมชมการแสดง

บทประพันธ์ที่ประเทศไทยโดยนายณัฐได้นำเสนอในเทศกาลการแสดงศิลปะครั้งนี้ ประกอบด้วยเพลง หาที่สุดมิได้ (Sine “Quo” Non) และได้เชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ ลมหนาว (Love in Spring) กับ Oh I Say ไปแสดงด้วย และยังมีเพลง กุหลาบแห่งรัก (Rose of Love) และ Siam Sonata

สำหรับคำว่า Sine “Quo” Non แปลความหมายได้ว่า “อันใดมิอาจเกิด หากปราศจากพระองค์ท่าน” เป็นบทประพันธ์เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

บทเพลง กุหลาบแห่งรัก (Rose of Love) ประพันธ์ขึ้นเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ พ.ศ. 2536 กุหลาบแห่งรักเปรียบเสมือนความรักที่ทรงมีในพระราชหฤทัยของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรไทยทุกคนบนแผ่นดินไทย ความรักจากพระองค์ประสานให้แผ่นดินไทยชุ่มชื่น สดใส เพื่อให้คนไทยทุกคนมีแต่ความผาสุกสดใส แผ่นดินไทยไพบูลย์

เพลง Siam Sonata ประพันธ์ขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา พ.ศ. 2545 โดยบทเพลงได้นำเสนอเอกลักษณ์ของประเทศไทยครบถ้วนทั้งสี่ภาค คือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้ ซึ่งบ่งบอกเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของคนไทยในแต่ละภาค แต่ในความแตกต่างกันนั้น คนไทยทุกคนจากทุกภาคก็สามารถอยู่รวมกันเป็นชาติเดียวกันอย่างผาสุกสงบได้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมชาติไทย

สำหรับคนไทยที่อยู่ต่างบ้านต่างเมืองนั้น เมื่อได้รับฟังบทเพลง หาที่สุดมิได้ และได้ชมการแสดงประกอบ โดยเฉพาะในฉากที่อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชออกมาไว้เหนือศีรษะของนักแสดง แค่เพียงเท่านี้ก็มีเสียงร้องไห้และเสียงสะอื้นดังขึ้นภายในหอประชุม


พ-วงเดือน ยนตรรักษ์ รับหน้าที่พิธีกรของงาน

สุนัขกับแมวก็เป็นโรคหัวใจ (ตอนที่ 1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286992

สุนัขกับแมวก็เป็นโรคหัวใจ (ตอนที่ 1)

สุนัขกับแมวก็เป็นโรคหัวใจ (ตอนที่ 1)

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ท่านผู้รักสุนัขทราบหรือไม่ว่า สุนัขก็มีปัญหาโรคหัวใจเหมือนกับในคน วันนี้เรามารู้จักโรคหัวใจในสัตว์เลี้ยงกัน ผมมีข้อมูลจาก “ผศ.สพ.ญ.ดร.สิริลักษณ์ สุรเชษฐพงษ์” ครับ

โรคหัวใจในสัตว์เลี้ยงสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ กลุ่มที่เป็นมาแต่กำเนิดและกลุ่มที่เป็นภายหลังกำเนิด

● กลุ่มที่เป็นมาแต่กำเนิด คือสัตว์เลี้ยงที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของหัวใจ

● กลุ่มที่เป็นภายหลังกำเนิด กลุ่มนี้โดยมากจะเป็นความผิดปกติที่พบมากในสุนัขหรือแมวที่เริ่มมีอายุ

กลุ่มที่เป็นมาแต่กำเนิดนั้น ส่วนมากมักตรวจเจอโดยบังเอิญเมื่อเจ้าของพาลูกสุนัขหรือลูกแมวมาตรวจสุขภาพเพื่อฉีดวัคซีน บางตัวที่มีความผิดปกติรุนแรงอาจแสดงอาการป่วยให้เห็นซึ่งโดยมากมักมีอาการหายใจลำบากเนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลวมีน้ำท่วมปอด

ส่วนกลุ่มที่เป็นภายหลังกำเนิด อาจพบได้โดยบังเอิญเมื่อสุนัขหรือแมวเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี หรือมาพบสัตวแพทย์เนื่องจากการป่วยด้วยโรคอื่นๆ  โดยสัตว์เลี้ยงกลุ่มนี้มักยังไม่มีอาการแสดงที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาหัวใจ อันได้แก่ ไอ หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย

กลุ่มที่แสดงอาการ มักเป็นสัตว์เลี้ยงที่เข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวแล้ว กล่าวคือ มีภาวะน้ำท่วมปอด หรือมีการสะสมของของเหลวในช่องอก หรือช่องท้องที่เรียกว่า ภาวะท้องมาน บางตัวที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการอ่อนแรงหรือเป็นลม เนื่องจากเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงร่างกายและสมองไม่เพียงพอ

กลุ่มของโรคหัวใจที่เป็นภายหลังกำเนิดที่พบได้มากในสุนัข คือ “โรคลิ้นหัวใจเสื่อม” ซึ่งทำให้เกิดภาวะลิ้นหัวใจรั่วโดยพบมากในสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สเปเนียลพุดเดิ้ล ชิสุ ชิวาวา และปอมเมอเรเนียน เป็นต้น

อีกโรคที่พบได้มากได้แก่ “โรคกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวผิดปกติ” ทำให้เกิดภาวะ “หัวใจโต” ตามมา โรคนี้พบมากในสุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์โดเบอร์แมน พินเชอร์ และบ๊อกเซอร์ เป็นต้น

ในแมวมักพบโรค “กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวกว่าปกติ” ซึ่งสุนัขและแมวพันธุ์แท้ มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคได้เร็วกว่าในสุนัข
และแมวพันธุ์ผสม นอกจากความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

สุนัขและแมวบางตัวอาจเกิดภาวะ “หัวใจเต้นผิดจังหวะ” ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้สุนัขและแมวไม่มีแรง หรือมีอาการเป็นลมได้

“พยาธิหนอนหัวใจ” เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจในสุนัข โดยสุนัขจะมีอาการไอ เนื่องจากภาวะปอดอักเสบ และอาจมีปัญหาหัวใจโต และท้องมาน จากการที่มีพยาธิไปอุดตันในหลอดเลือดภายในปอดและหัวใจ ในแมวก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามโดยธรรมชาติ แมวไม่ใช่ที่อยู่อาศัยหลัก (โฮสต์แท้) ของพยาธิหนอนหัวใจ ด้วยเหตุนี้
พยาธิจึงมักไม่เจริญเป็นตัวเต็มวัยในแมว แต่ตัวอ่อนของพยาธิก็สามารถทำให้เกิดการอักเสบที่ปอดได้ บางตัวการอักเสบอาจรุนแรงจนทำให้เกิดการเสียชีวิตได้เช่นกัน

สัปดาห์หน้าเรามาคุยกันเรื่องการตรวจวินิจฉัยและการรักษากันครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เซเลบใส่ใจสุขภาพ แนะเทรนด์ใหม่ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286986

เซเลบใส่ใจสุขภาพ แนะเทรนด์ใหม่ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

เซเลบใส่ใจสุขภาพ แนะเทรนด์ใหม่ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทรงพล พลรัฐ, ดร.จิตตพัต ฉอเรืองวัฒน์, พลณัฏฐ์ เฉลิมวรรณ์

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) หนึ่งในผู้นำบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยและมิกซ์ยูสคุณภาพ แบรนด์แมกโนเลียส์ (Magnolias) และวิสซ์ดอม (Whizdom) ตอกย้ำกลยุทธ์ด้าน Health &Well-Being ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน จัดงานเปิดตัว ”เทรนด์ใหม่ไลฟ์สไตล์

การอยู่อาศัย เน้นอากาศบริสุทธิ์ สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” เปิดตัวนวัตกรรมบ้านอัจฉริยะที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ ความสะดวกสบายของผู้อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมปลุกกระแสความตระหนักรู้ถึงภัยร้ายภายในห้องที่เรามักมองข้าม โดยเปิดตัวนวัตกรรมระบบ ERV หรือ Energy Recovery Ventilation ระบบปรับคุณภาพอากาศในอาคารเป็นรายแรกของไทย เสริมระบบบ้านอัจริยะ (Home Intelligent System) ให้สมบูรณ์แบบทุกมิติ


อัษฎา แก้วเขียว ประธาน ผอ.วิสซ์ดอม บจ.แมกโนเลียฯ

ภายในงาน ณ โครงการวิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา-ท่าพระ ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิจัยและนวัตกรรมของศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน RISC และสถาปนิกชื่อดังด้านการออกแบบเพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะมาบอกเล่าเรื่องราวของการเลือกที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ด้วยการตระหนักรู้ถึงภัยร้ายภายในห้องที่เรามักมองข้าม (Invisible Danger) และพูดคุยกับดาราคู่ขวัญสุดฮอต มาร์กี้-ราศรีบาเล็นซิเอก้า และ ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ กับเทรนด์ใหม่ไลฟ์สไตล์ที่อยู่อาศัย เน้นอากาศบริสุทธิ์ สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน พร้อมชมการสาธิตระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้รุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ อาทิ แพร์-พิมพิศาจิราธิวัฒน์, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, เอิร์น-จิรวัฒน์เหมันต์สุทธิกุล, ข้าวเม่า-ม.ล.อธิฉัตร ฉัตรชัย และปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา ร่วมงานแล้วยังได้ร่วมแชร์มุมมองเรื่องการเลือกที่อยู่อาศัย ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี และการมีส่วนในการแสดงออกถึงความสนใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

อัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ-วิสซ์ดอม บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่ MQDC เปิดตัวเทรนด์ใหม่ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย เน้นอากาศบริสุทธิ์ สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนว่า “การเอาใจใส่ส่งเสริมให้ลูกบ้านผู้อยู่อาศัย มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (Well-being) ในทุกด้าน คือหัวใจการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ MQDC ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่สามารถทำให้ “ชีวิต” ของผู้อยู่อาศัยสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น”


รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต


ศศินันท์ ออลแมนด์


เซเลบริตี้รุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ เอิร์น-จิรวัฒน์ เหมันต์สุทธิกุล,แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์, ปอนด์-หฤทัย ไชยยันต์ ณ อยุธยา, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, ข้าวเม่า-ม.ล.อธิฉัตร ฉัตรชัย


คู่รักสุดฮอต ป๊อก-ภัสสรกรณ์ และมาร์กี้-ราศี

หนังสือเด่น : นาคี ๒ ความน่าสนใจที่มากกว่าเนื้อเรื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286966

หนังสือเด่น : นาคี ๒  ความน่าสนใจที่มากกว่าเนื้อเรื่อง

หนังสือเด่น : นาคี ๒ ความน่าสนใจที่มากกว่าเนื้อเรื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิยายเรื่อง นาคี ๒ เป็นนิยายที่ถูกเขียนขึ้นมา ด้วยแรงเรียกร้องของคนที่ดูละครเรื่อง นาคี ในตอนแรกจบลงไป จึงทำให้ผู้จัดทำละครต้องหาทางให้ละครเรื่อง นาคี ในตอนที่สอง ออกมาอีกครั้งหนึ่ง และก็ประสบความสำเร็จ เมื่อผู้เขียนนิยายเรื่อง นาคี คือ “ตรีอภิรุม” ได้ยอมเขียนเรื่องราวของนาคี ที่ต่อเนื่องจากภาคแรกขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า นาคี ๒ ดังนั้น หากจะประเมินเจตนารมณ์ในการเขียนครั้งนี้ น่าจะบอกไปได้ว่า “เขียนเพื่อนำไปทำเป็นละคร”เพราะฉะนั้น เนื้อหาโดยละเอียดที่จะต้องใช้โวหารในหลายๆ แบบ อาทิ พรรณนาโวหาร,บรรยายโวหาร,สาธกโวหาร,เทศนาโวหาร และอุปมาโวหาร ซึ่งเป็นหัวใจของการเขียนนิยายจึงขาดความเอาใจใส่ไป คงต้องการเนื้อเรื่องให้สืบเนื่องกับภาคแรกเท่านั้น

นาคี ๒ เขียนขึ้นในปีนี้ ซึ่งห่างจากการเขียนครั้งแรกถึง 35 ปี ทำให้เกิดความน่าสนใจในหลายๆ สิ่งขึ้นมา อาทิ ความเหลื่อมล้ำของยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เช่น การมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งในตอนแรกยังไม่เคยมีมาก่อน จึงทำให้ท้าทายคนอ่านได้ว่า ผู้เขียนจะสามารถนำความล้าสมัยมาร่วมสมัยได้อย่างไร

และที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ “ตรีอภิรุม” หรือ มีจริงว่า “เทพ ชุมสาย ณ อยุธยา” เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2473 นับมาอายุมาถึงวันนี้ ก็ได้ 87 ปีแล้ว

คนอายุ 87 ปี ยังสามารถเชื่อมต่อเรื่องราว เขียนเป็นนิยาย ให้มีความยาวถึง 228 หน้า ออกมาได้อย่างกลมกลืน เป็นเรื่องที่นักอ่านควรให้ความสนใจ

และเมื่ออ่านจบแล้ว ต้องยกนิ้วให้กับผู้เขียนว่า เก็บรายละเอียดหัวใจของเรื่องได้เอาได้อย่างกับการเขียนห่างกันไม่เกิน ห้าปี ในส่วนของพฤติกรรมของตัวละครก็ทำได้ร่วมสมัย โดยเฉพาะน่าจะมองได้ว่า ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้เอาไปสร้างเป็นละคร ผู้เขียนได้กำหนดบุคลิกตัวละคร บทตลก เฮฮา เอาไว้ให้ผู้จัดเรียบร้อยแล้ว

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ไม่ทราบว่า ผู้จัดละครจะนำเอาไปใช้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

รวมรูปแบบการทำนิตยสารยุคใหม่

หลอมรวมสื่อสิ่งพิมพ์เข้ากับดิจิทัล

หนังสือเรื่อง “การออกแบบและผลิตนิตยสาร : จากสื่อสิ่งพิมพ์สู่สื่อดิจิทัล” เป็นหนังสือที่ได้รวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการออกแบบและผลิตนิตยสารในรูปแบบสิ่งพิมพ์นิตยสารและนิตยสารดิจิทัล ซึ่งกำลังเป็นสิ่งท้าทายร่วมสมัยของคนรักการทำนิตยสาร นักเขียน นักออกแบบ นักเทคโนโลยีสารสนเทศ นักวางแผนโฆษณา เจ้าของผลิตภัณฑ์ โดยเนื้อหาได้อาศัยข้อมูลและข้อเสนอแนะจากผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับนิตยสารหลายท่าน มีการเปรียบเทียบข้อมูลของการทำนิตยสารในรูปสิ่งพิมพ์และดิจิทัล รวมไปถึงขั้นตอนการจัดทำ การออกแบบ การผลิต การเผยแพร่นิตยสาร และทิศทางของนิตยสารไทยในศตวรรษที่ 21 จำหน่ายเล่มละ 190 บาท

เรื่องผียังขายได้ ทั้งๆ ที่กลัวแต่ก็ชอบอ่าน

การ์ตูนผีสำหรับเด็กที่แฝงด้วยคุณธรรม

“ผีออนไลน์” เป็นการ์ตูนสี่สี เขียนโดย Cho Jin-yeon วาดภาพโดย Kim Da-yong แปลเป็นไทยโดย นริศร์ จิตปัญโญรส”
จำหน่ายเล่มละ 175 บาท เนื้อหาจะแบ่งเป็นตอนสั้นๆ เป็นผีในสถานที่ต่างๆ กัน เช่น เรื่องหลอนในโรงพยาบาล เรื่องหลอนในอ่างเก็บน้ำ และเรื่องของ วีดีโอหลอน โดยทุกเรื่องจะสร้างความน่ากลัวให้กับเด็กๆ แต่ก็จะแฝงคุณธรรมเพื่อให้เด็กได้ตระหนัก อาทิ ให้เด็กตระหนักถึงการสร้างความดี และยึดมั่นในศีลธรรมคุณธรรม และนอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้ว ยังทำให้ได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมประเพณีความเชื่อของคนโบราณในสถานที่ต่างๆ ว่า แต่ละแห่งจะมีสิ่งแปลกปลอมแอบแฝงอยู่

จอมนางจารชน หน่วย 11 ชุด 4 เล่มจบ

เรื่องของจารชนสาวยุคปัจจุบันย้อนกลับสู่อดีต

เรื่องราวของการย้อนเวลากลับเข้าสู่อดีตกาลของนิยายจีนระยะหลังๆมานี้ ถูกเขียนขึ้นบ่อยครั้ง “จอมนางจารชน หน่วย 11” เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขียนโดย “เชียวเชียงตงเอ๋อร์” แปลเป็นไทยโดย “ลี หลินลี่” เนื้อหากล่าวถึงจารชนสาวในโลกปัจจุบัน ย้อนเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอดีตกาล เข้าสู่ดินแดนเยี่ยนเปย ที่เธอต้องพบกับจอมอหังการแห่งแผ่นดินซีเหมิงซึ่งครอบครองความเป็นใหญ่อยู่ในแผ่นดิน และเมื่อเธอบังเอิญต้องไปเป็นฝ่ายตรงข้ามกับผู้มีอิทธิพล การตามล้างตามล่าเธอในนามของ เทพีแห่งสงครามจึงเกิดขึ้นด้วยทุกกลยุทธ์ มีด้วยกันทั้งชุด 4 เล่มจบ วางแผงแล้วทั้งชุด

ความรักของคนต่างวัยที่ไม่แยกเพศ

อายุเป็นเพียงตัวเลขไม่ใช่กำแพงกั้น

“มหารัก” เขียนโดย “DARIN” เป็นนิยายของคนต่างวัย ของชายสูงอายุกับหนุ่มน้อยวัยเด็ก ทั้งคู่คบกันโดยไม่มีกำแพงแห่งอายุมาปิดกั้น เพราะทั้งสองเข้ากันได้ดี แม้ว่าคนหนึ่งจะเจ้าเล่ห์ แต่อีกคนก็จะรู้ทัน จึงทำให้การคบหากันสนุกสนานตื่นเต้น มีการแกล้งและขัดกันอยู่ตลอดเวลา แต่พฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงกลับกลายเป็นตัวเชื่อมโยงให้ความผูกพันของทั้งสองแนบแน่นยิ่งขึ้น นิยายเรื่องนี้ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของนิยายรักเพศเดียวกัน จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

Tech for life : 20 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286964

Tech for life : 20 สิงหาคม 2560

Tech for life : 20 สิงหาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศัพท์ไอที

BitcoinBlockchain (บล็อกเชนบิทคอยน์)เป็นบัญชีแยกประเภทระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัย โดยเชื่อมต่อกับหลายภาคส่วนบนเครือข่ายที่มีความน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ ทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายโอนสินทรัพย์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดังกล่าวด้วย โดยเบื้องต้นแล้ว เทคโนโลยีนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือของในการรับรองความถูกต้องของสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์(ที่มา บริษัท ไอเอฟเอส)

เร็วสุดๆ

AIS ประกาศเปิดตัวเครือข่ายใหม่ AIS NEXT G เพิ่มความเร็วอินเตอร์เนตระดับ“กิกะบิท” เพราะใช้เทคโนโลยีเครือข่ายล่าสุดคือ Multipath TCP รวมความเร็วคลื่นความถี่ AIS 4G ADVANCED และ AIS SUPER WiFi เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเครือข่ายใหม่ที่เร็วที่สุด

โดย เอไอเอส ยืนยันว่า เป็นอัตราความเร็วที่แรงที่สุด เป็นรายแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ใช้งานได้จริงแล้วทั่วประเทศ

พี่ตู้

นี่คือ พี่ตู้ รู้ทุกเรื่อง ตู้ไปรษณีย์แบบใหม่ของ บริษัทไปรษณีย์ไทย ที่ระบุว่าเป็นตู้อัจฉริยะ ทันยุค 4.0 ที่บริษัทเปลี่ยนตู้ไปรษณีย์ธรรมดาให้สามารถประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวมี “สแกนคิวอาร์โค้ด” ข้างตู้ พร้อมติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ด้านบนรับพลังงานแสงอาทิตย์ ชาร์จมือถือ

Nokia 8

โนเกีย อดีตผู้ครองตลาดมือถือ เผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Nokia 8 มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนกันยายนนี้ ด้วยราคาประมาณ 599 ยูโร หรือประมาณ 24,000 บาท หากคิดเป็นเงินไทย

Nokia 8 ชูคุณสมบัติเด่นคือกล้องถ่ายวีดีโอแบบคู่หรือ Dual-Sight มิติเสียงแบบ 360 องศา ขอบเครื่องหนาเพียง 4.6 มิลลิเมตร ส่วนตัวเครื่องความหนาเฉลี่ย 7.3 มิลลิเมตร