กรมชลฯ แจ้งเตือนสะพานประชาธิปไตยอุบลฯจุดเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/290601

กรมชลฯ แจ้งเตือนสะพานประชาธิปไตยอุบลฯจุดเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง

สะพานเสรีประชาธิปไตย, กรมชลฯ, 3 สค 60 เวลา 1300, สะพานอำเภอพิบูลมังสาหาร

กรมชลฯ แจ้งเตือนสะพานประชาธิปไตยอุบลฯจุดเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง

          นายสมชาย คณาประเสริฐกุล ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 7 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำบริเวณสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง ในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 7 คือ สถานีวัดน้ำท่า M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งยู่ด้านท้ายห่างจากจุดไหลรวมกันระหว่างมูลและชีประมาณ 27 กิโลเมตร ปัจจุบัน (3 ส.ค. 60 เวลา 13.00)  ระดับน้ำอยู่ที่ +112.37 ม.รทก. เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 5 เซนติเมตร สูงกว่าตลิ่งฝั่งขวา อ.วารินชำราบ 0.37 ม.มีอัตราการไหล 2,522.00 ลบ.ม./วินาที และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้คาดการณ์อีกประมาณ 5 วัน ระดับน้ำที่สถานี M7 จะสูงสุดประมาณ +112.90 ม.รทก. ซึ่งจะส่งผลให้น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ฝั่งอำเภอวารินชำราบสูงประมาณ 0.90 ม. ส่วนฝั่งอำเภอเมืองยังไม่มีผลกระทบ

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทนที่ 7 กล่าวต่อว่า กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 7 ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบูรณาการเตรียมความพร้อมสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานภายในจังหวัด จังหวัดอุบลราชธานี โดยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับทราบรับทราบผ่านช่องทางต่างๆ อย่างต่อเนื่อง  พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ที่ขออนุมัติจากสำนักเครื่องจักรกล จำนวน 30 เครื่อง บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำจากตัวเมืองอุบลราชธานี พร้อมกันนี้ได้เสนอแนะไปยังทางจังหวัด เตรียมขอสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือ จำนวน 30 ลำ ติดตั้งบริเวณหน้าแก่งสะพือ (สะพานอำเภอพิบูลมังสาหาร) เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำหน้าแก่งสะพือลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป

จากสถานการณ์ดังกล่าวนี้จึงขอให้ประชาชน หน่วยงาน ห้างร้านต่างๆ ที่อยู่พื้นที่ริมตลิ่งยกของขึ้นที่สูง ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สิน และขอให้ติดตามสถานการณ์พร้อมการแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด สามารถสอบถามข้อมูลและขอความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 061-5494194 และ 081-9778688

กรมชลฯ รุดให้ความช่วยเหลือคันกั้นน้ำหนองเลิงเปือย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/290589

กรมชลฯ รุดให้ความช่วยเหลือคันกั้นน้ำหนองเลิงเปือย

หนองเปือย, กรมชลฯ, กรมชล, รุด, ให้, ความช่วยเหลือ, คัน, กั้น, น้ำ, หนอง, เลิง, ือย

กรมชลฯ รุดให้ความช่วยเหลือคันกั้นน้ำหนองเลิงเปือย

          ตามที่ปรากฏมีการแชร์ข้อความกันในสื่อสังคมออนไลน์ว่า “ด่วน!! #เริงเปือยขาดแล้ว บริเวณเลยวัดกู่ อุปถ์โมงไปประมาณ 400 เมตร จุดหลังคลองส่งน้ำขาดแล้วหน้ากว้างประมาณ 10 เมตร ตอนนี้มวลน้ำกำลังมุ่งหน้าสู่บ้านท่าโพธิ์ ต.โพธิ์ใหญ่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เวลา 13.30 น. วันที่ 3 ส.ค.60 สถานการณ์น้ำถึงท้ายบ้านท่าโพธิ์-ท่าไฮนั้น

กรมชลประทานโดยโครงการชลประทานร้อยเอ็ด สำนักงานชลประทานที่ 6 เข้าตรวจสอบพื้นที่แล้วพบว่า บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำกัดเซาะพนังกั้นน้ำแก้มลิงธรรมชาติหนองเลิงเปือยซึ่งเป็นจุดที่อยู่ติดกับแม่น้ำชี ทำให้เกิดความเสียหายกับคันดินประมาณ 30 เมตร ส่งผลให้เกิดน้ำเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรบริเวณตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ประมาณ 2,000 ไร่

โครงการชลประทานร้อยเอ็ดได้ส่งเครื่องจักร เครื่องมือเข้าพื้นที่เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ใหญ่แล้ว ในส่วนของสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชี จังหวัดร้อยเอ็ด ยังคงมีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกทางตอนบนและปริมาณน้ำจากการระบายน้ำของเขื่อนลำปาวเดินทางมาถึงแล้ว ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชีติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้ หนองเลิงเปือย ตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นแก้มลิงธรรมชาติ ความจุ 140,000 ลูกบาศก์เมตร กรมชลประทานได้ดำเนินการขุดลอก ทำประตูรับน้ำ และได้ถ่ายโอนให้องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ใหญ่รับไปดูแลบำรุงรักษา ตั้งแต่ปี 2546

เขื่อนราษีไศล เร่งการระบายน้ำในแม่น้ำมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/290579

เขื่อนราษีไศล เร่งการระบายน้ำในแม่น้ำมูล

เขื่อนราษีไศล เร่งการระบายน้ำในแม่น้ำมูล

           นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุ “เซินกา” ส่งผลให้จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดใกล้เคียง มีฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ และทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำมูลเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์น้ำในเขื่อนราษีไศล มีปริมาณน้ำในเขื่อน 55.46 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 74.49 ของความจุเก็บกักสูงสุดซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบพบว่า ระดับของแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2.5 เมตร จึงได้สั่งการให้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง สำนักงานชลประทานที่ 8 ทำการแขวนบานระบายเขื่อนราษีไศล ทั้ง 7 บาน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสามารถระบายน้ำได้ในอัตรา 667.43 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็น 58.53 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำมูลบริเวณด้านเหนือเขื่อนราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษลงสู่แม่น้ำโขงที่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ให้รวดเร็วขึ้น และเพื่อเป็นการรองรับปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลที่จะไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 100,000 ไร่ ที่อยู่ติดสองฝั่งแม่น้ำมูลโดยเฉพาะนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายด้วย

ทั้งนี้ ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง สำนักงานชลประทานที่ 8 ได้ติดตาม วิเคราะห์ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ตลอด 24 ชม. และเตรียมพร้อมติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ สำหรับช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วมไว้แล้ว จำนวน 14 เครื่อง

ปศุสัตว์ผลักดัน “9 จังหวัด 109 เถ้าแก่เล็ก มาตรฐานOK

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/290576

ปศุสัตว์ผลักดัน “9 จังหวัด 109 เถ้าแก่เล็ก มาตรฐานOK

ปศุสัตว์, ปศุสัตว์ผลักดัน, จังหวัด, 109, เถ้าแก่เล็ก, มาตรฐานok, GAP

ปศุสัตว์ผลักดัน “9 จังหวัด 109 เถ้าแก่เล็ก มาตรฐานok

              น.สพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะโฆษกกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดนโยบายให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่ความยั่งยืน เพื่อดูแลและปกป้องสุขภาพคนไทย ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินโครงการอาหารปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค หรือ ปศุสัตว์ OK ที่เพิ่มมาตรการตรวจสอบย้อนกลับตลอดกระบวนการผลิตของเนื้อสัตว์ เพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร 
            ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้การรับรอง ปศุสัตว์ OK เนื้อสัตว์ต้องมาจากฟาร์มที่ได้รับรองฟาร์มมาตรฐาน (GAP) ผ่านโรงฆ่าที่ถูกต้องตามกฎหมายและถูกสุขลักษณะ และจำหน่ายในร้านที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นใจว่าสินค้าในสถานที่จำหน่ายดังกล่าวมีกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐาน สด สะอาด ปลอดภัย ด้วย ปลอดสารเร่งเนื้อแดง และปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะ 
              น.สพ.สรวิศ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการปศุสัตว์ OK ขยายสู่ผู้ประกอบการกว่า 3,000 รายทั่วประเทศ ทั้งร้านจำหน่ายเนื้อหมูขนาดใหญ่-Meat shop ห้าง Modern trade ร้านค้าในตลาดสด โดยเฉพาะร้านจำหน่ายเนื้อหมูในลักษณะตู้หมูชุมชนที่เร่งดำเนินการขอการรับรองมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง คาดว่าโครงการจะบรรลุเป้าหมาย 4,000 แห่ง ภายในปีนี้ โดยกรมฯยังคงสนับสนุนให้ร้านค้าจัดเก็บผลิตภัณฑ์ก่อนจำหน่ายในตู้แช่เย็น เพื่อคงคุณภาพของเนื้อสัตว์ก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค เพื่อสร้างความมั่นใจได้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารปลอดภัย
               “กรมฯจะมีการสุ่มตรวจผู้ประกอบการที่ได้การรับรองมาตรฐานปีละ 1 ครั้ง โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อติดตามและตรวจสอบผู้ประกอบการมีการรักษามาตรฐานตลอดอายุการรับรอง” น.สพ.สรวิศ กล่าว
              นอกจากกรมปศุสัตว์ได้ขยายการรับรองเนื้อสัตว์ ในโครงการ “9 จังหวัด 109 เถ้าแก่เล็ก ก้าวใหม่ ใส่ใจผู้บริโภคด้วยมาตรฐานปศุสัตว์ OK” พร้อมขยายการรับรองสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์แก่ผู้ประกอบการรายย่อยตู้หมูชุมชนที่กระจายไปยังหมู่บ้านต่างๆในพื้นที่ห่างไกลแล้ว ปัจจุบันยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการทั่วไปอีกหลายราย ที่แสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการ ขณะเดียวกัน กรมปศุสัตว์ยังคงเดินหน้าแผนขยายขอบข่ายการรับรองไปยังสินค้าอื่นๆ อาทิ ไข่สด เพื่อให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีโอกาสเข้าถึงสินค้าปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรองให้มากที่สุด 
            โครงการดังกล่าว ริเริ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายกรมปศุสัตว์ที่มุ่งเน้นขยายผลโครงการนี้ให้กระจายไปทั่วประเทศ เพื่อส่งต่ออาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภคของทุกพื้นที่ ได้แก่ ปศุสัตว์จังหวัดในภาคอีสานตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร 
             ด้านนายสืบศักดิ์ ศรีสุข เถ้าแก่เล็กเนื้อหมูตู้เย็นชุมชน จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆเถ้าแก่เล็กฯ ทั้ง 109 ราย ที่ร่วมโครงการ ได้เรียนรู้ทั้งเรื่องเทคนิคการขายและการบริหารร้านค้าปลีก และความรู้เรื่องร้านจำหน่ายสุกรปลอดภัยตามมาตรฐานปศุสัตว์ OK เพื่อให้มีพื้นฐานที่ดีในการก้าวสู่การเป็นเถ้าแก่เล็กมืออาชีพที่สามารถส่งต่อเนื้อหมูปลอดสาร อาหารปลอดภัยถึงมือผู้บริโภคต่อไป 
            “ขอขอบคุณกรมปศุสัตว์ที่มีนโยบายยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่ความยั่งยืน และเปิดโอกาสให้เถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชนทุกคนได้ร่วมโครงการดีๆเช่นนี้ โครงการนี้เป็นการตอกย้ำว่าทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยในอาหารและสุขภาพของผู้บริโภคอย่างแท้จริง” นายสืบศักดิ์ กล่าว 
            ส่วน นางสาวปฎิมา ทั่วสูงเนิน ตัวแทนเถ้าแก่เล็กเนื้อหมูตู้เย็นชุมชน  จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตนเองร่วมโครงการเถ้าแก่เล็ก CP Pork Shop เนื่องจากเป็นโครงการที่ซีพีเอฟมุ่งสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป ซึ่งนอกจากจะทำให้ชาวชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากตลาดได้มีกิจการเป็นของตนเองและมีรายได้ที่มั่นคง ได้ทำงานอยู่กับบ้านและครอบครัวแล้ว ยังได้ห่วงโซ่สำคัญในการส่งมอบเนื้อสุกรที่ปลอดภัยให้กับคนในชุมชนของตนเอง ที่สำคัญการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนให้เถ้าแก่เล็กได้ร่วมกันยกระดับมาตรฐานในโครงการปศุสัตว์ OK ยิ่งทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และช่วยสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 
               “เถ้าแก่เล็กทุกคนมีความยินดีมากที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการปศุสัตว์ OK พวกเรารู้สึกภูมิใจมากที่สามารถผ่านการรับรองมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ ที่นอกจากจะทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าเนื้อหมูที่เราขายมีคุณภาพแล้ว ตัวผู้ขายเองก็มั่นใจยิ่งขึ้นว่าเนื้อหมูที่เราขายนั้นสด สะอาด ปลอดภัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จะตรวจสอบทั้งที่ร้าน และตรวจสอบย้อนกลับไปที่บริษัทว่าผ่านกระบวนการชำแหละและการเลี้ยงสุกรที่ได้มาตรฐาน นำไปสู่การบริโภคอาหารปลอดภัยอย่างแท้จริง” นางสาวปฎิมา กล่าว

ประมงเตรียมคลอดกฎหมายปิดบัญชี “หมอสีคางดำ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/290470

ประมงเตรียมคลอดกฎหมายปิดบัญชี “หมอสีคางดำ”

ประมงเตรียมคลอดกฎหมายปิดบัญชี “หมอสีคางดำ”

            จากกรณีพบปลาหมอสีคางดำแพร่กระจายพันธุ์ในบ่อเลี้ยงของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและกุ้ง
ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากให้กับผู้เลี้ยงปลา
และกุ้ง

ล่าสุดกรมประมงได้จัดวาระการประชุมเร่งด่วน เพื่อกำหนดนโยบายในการแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อหยุดวงจรการแพร่ระบาดของปลาสายพันธุ์นี้ไม่ให้ไปทำลายสัตว์น้ำพื้นถิ่นของประเทศ
​             นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปลาหมอสีคางดำเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นครอบครัวเดียวกับปลาหมอสีและปลาหมอเทศ จัดเป็นปลาที่กินอาหารเก่ง โดยสามารถกินได้ทั้งแพลงก์ตอนพืช และลูกกุ้ง ลูกปลาที่มีขนาดเล็กๆ รวมทั้งมีความสามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว อัตราการรอดตายสูง

ดังนั้นเมื่อมีการแพร่ระบาดจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นรวมถึงบ่อเลี้ยงของเกษตรกร จากการสำรวจปริมาณปลาหมอสีคางดำในแหล่งน้ำสาธารณะยังพบปริมาณน้อยส่วนมากจะพบในบ่อเลี้ยวสัตว์น้ำเนื่องจากวิถีชีวิตของเกษตรกรจะใช้วิธีเปิดน้ำเข้าบ่อเลี้ยงของตนเพื่อรับลูกพันธุ์จากธรรมชาติโดยไม่ใช้ถุงกรองส่งผลทำให้ปลาชนิดดังกล่าวหลุดรอดเข้าไปแพร่ขยายพันธุ์กินสัตว์น้ำขนาดเล็กและลูกสัตว์น้ำรุ่นอนุบาล ซึ่งหลังจากเกิดการระบาดกรมประมงได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กรมประมงลงพื้นที่สำรวจข้อมูลความเสียหาย และช่วยบรรเทาปัญหาในเบื้องต้นไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดกรมประมงได้จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการประมง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดนโยบายในการช่วยเหลือ   ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยได้ข้อสรุปดังนี้
​แนวทางระยะสั้นที่จะดำเนินการอย่างเร่งด่วน
​1. กรมประมงเตรียมจัดโครงการกำจัดปลาหมอสีคางดำเพื่อลดปริมาณในธรรมชาติและบ่อเลี้ยง โดยภายใต้โครงการนี้จะมีการรับซื้อปลาชนิดนี้ในช่วงระยะเวลาจำกัด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดเงื่อนไขและคำนวณราคารับซื้อให้เหมาะสมเพื่อจูงใจให้เกษตรกรและประชาชนจับมาขึ้นมาขาย ทั้งนี้ กรมประมงได้ขอความร่วมมือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และประชาชนในพื้นที่ในการช่วยกันนำอวนไปลากจับปลาหมอสีคางดำขึ้นจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
​2. กรมประมงได้เตรียมปล่อยปลากะพงขาวลงแหล่งน้ำเพื่อตัดวงจรการแพร่ขยายพันธุ์ปลาหมอสีคางดำ ส่วนเหตุผลที่กรมประมงไม่ปล่อยลงแหล่งน้ำทันที เนื่องจากปลากะพงขาวเป็นปลากินเนื้อ แต่การเลี้ยงปลากะพงขาว ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะให้อาหารเม็ดส่งผลให้พฤติกรรมในการล่าเหยื่อที่เคลื่อนไหวลดน้อยลงไป ดังนั้นกรมประมงจึงจำเป็นที่จะต้องฝึกกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าของปลากะพงขาวก่อนที่จะนำไปปล่อยลงในแหล่งน้ำ
​3.กรมประมงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้จับปลาหมอสีคางดำไปแปรรูปเพื่อบริโภค เนื่องปลาชนิดนี้สามารถจับนำมาขึ้นมาแปรรูปรับประทานได้
​แนวทางระยะยาวที่จะดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับแนวทางระยะสั้น
​1.กรมประมงได้เตรียมร่างกฎหมายลำดับรองโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการประมง ปี 2558  ซึ่งกรมประมงจะมีอำนาจอย่างชัดเจนในการควบคุมดูแลสัตว์น้ำต่างถิ่น โดยจะขึ้นบัญชีปลาหมอสีคางดำเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด สำหรับสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดอื่นๆ หากจะนำเข้ามาในประเทศก็จะต้องพิจารณารายชนิดไป

ทั้งนี้กรมประมงไม่ได้กำหนดห้ามนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นทุกชนิด การที่จะนำเข้าจะต้องให้คำตอบได้อย่างชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ของการนำเข้าสัตว์น้ำชนิดนี้ และมีวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นหลุดออกไปยังแหล่งน้ำสาธารณะ สำหรับบทลงโทษถ้ามีการประกาศกฎหมายบังคับใช้หากพบผู้ใดกระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำผิดนำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
​2.กรมประมงมอบหมายให้ทางสำนักงานประมงจังหวัดทุกจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์ถึงผลเสียจากการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกรานสัตว์น้ำพื้นถิ่นและรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยที่นิยมปล่อยปลาทำบุญเนื่องในโอกาสต่างๆ ให้หันมาปล่อยปลาสายพันธุ์ไทยแท้เพื่อช่วยรักษาสมดุลให้กับระบบนิเวศ
​           ​สำหรับการหาผู้ปล่อยให้ปลาชนิดนี้ให้หลุดรอดลงแหล่งน้ำสาธารณะจนสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและเกษตรกรนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากเนื่องจากคาดว่าปลาอาจหลุดรอดลงแหล่งน้ำสาธารณะมาประมาณ 4 – 5 ปีที่แล้ว แต่เพิ่งจะพบแพร่กระจายอย่างมากในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
​อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากท่านเลี้ยงหรือครอบครองสัตว์น้ำต่างถิ่น(สัตว์น้ำจากต่างประเทศ) และไม่ต้องการเลี้ยงอีกต่อไปแล้ว อย่านำไปปล่อยลงในแหล่งน้ำสาธารณะ ขอให้ท่านนำสัตว์น้ำต่างถิ่นมามอบให้กับทางกรมประมง หรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้านท่าน เพื่อให้กรมประมงรับไปดูแลและป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะอันจะสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศของประเทศต่อไป

สภาเกษตรกรฯขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/290439

สภาเกษตรกรฯขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์

สภาเกษตรกร, สภา, เกษตรกร, ขับเคลื่อน, โครง, การพัฒนา, ด้วย, วิทยาศาสตร์

สภาเกษตรกรฯขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์

    

                นายเสน่ห์  วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ครม.ได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560 – 2564 ที่สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอ ในมติได้บอกให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานประสานบูรณาการกับกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ร่วมขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมเป็นกระทรวงแรกร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป้าหมายพัฒนาร่วมกันกับกลุ่มองค์กรเกษตรกรที่สภาเกษตรกรฯได้ขึ้นทะเบียนไว้รวมทั้งลูกค้าของธกส.

โดยทำแผนระยะยาว 4 ปีที่จะพัฒนา จำนวน 15,000 กลุ่ม เพื่อให้กลุ่มองค์กรเกษตรกรกลายเป็นผู้ประกอบการโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนวัตกรรมในด้านการผลิต,การแปรรูป,การตลาด การให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป้าหมาย 260,000 คน สร้างชุมชนทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ทำ MOU. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 และได้ดำเนินการโครงการร่วมกันโดยจัดเวทีอบรมเกษตรกรตามภูมิภาค โดยเริ่มต้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 12-16 กรกฎาคม 2560  เป้าหมายเรื่องข้าว/หอม/กระเทียม , จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2560 เป้าหมายเรื่องพริก/เห็ด/ลำไย เมื่อจบกิจกรรมให้เกษตรกรกรอกแบบฟอร์มเพื่อขอความช่วยเหลือทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่าต้องการเรื่องใดบ้าง กระทรวงวิทย์ฯจะรวบรวมเข้าสู่โปรแกรมโครงการลงมาสนับสนุนชุมชนตามความต้องการ โดยส่งนักวิทยาศาสตร์/งบประมาณลงมาช่วย ซึ่งสภาเกษตรกรฯจัดหากลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันองค์ความรู้ไหนที่ยังไม่มีกระทรวงวิทย์ฯก็จะศึกษาวิจัยแล้วเผยแพร่สู่เกษตรกรต่อไป

และหลังจากนี้ไปกระทรวงเกษตรฯจะต้องเชิญกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ในแผนมาร่วมหารือกันว่าจะแปลงแผนแม่บทไปสู่การปฏิบัติร่วมกันได้อย่างไร พร้อมกันนี้กระทรวงเกษตรฯจะร่วมกันจัดทำแผนกับกลไกในระดับจังหวัดร่วมกับสภาเกษตรกรฯ สร้างกลไกในการขับเคลื่อนแผน โดยแยกเป็นปี 2561 ซึ่งอาจยังไม่เห็นผล แต่จะขับเคลื่อนเป็นบางกิจกรรม กับเตรียมบูรณาการโครงการเข้าสู่ปีงบประมาณปี 2562  ร่วมกับกระทรวงฯอื่นๆ

โดยเฉพาะสภาเกษตรกรฯก็จะเป็นกลไกไปขับเคลื่อนร่วมกับเกษตรกรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่จะนำแผนลงไปสู่การปฏิบัติ และแผนเหล่านี้เป็นแผนที่ระดมมาจากความคิดเห็นของเกษตรกร  ตัวเกษตรกรต้องคิดเป็นผู้ดำเนินการเองไม่ใช่เป็นผู้รอรับบริการอย่างเดียว ก็จะเป็นส่วนที่สะท้อนกลับขึ้นมาในส่วนดำเนินการร่วมกับรัฐบาลและโครงการต่างๆ รวมทั้งเกษตรกรต้องปรับตัวแล้วเรียนรู้ในเรื่องใหม่ๆเพราะต่อไปนี้งบประมาณในการจัดทำจะไปอยู่กลุ่มภูมิภาคเป็นหลักเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาและยุทธศาสตร์กลุ่มภูมิภาคซึ่งมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเป็นตัวขับเคลื่อน / แผนพัฒนาฯฉบับที่ 12 รวมทั้งแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560 –2564 ที่สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอ ซึ่งทั้ง 3 แผนนี้จะไปสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดคือเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำที่จะนำไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนในระยะยาว

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 5 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284483

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 5 สิงหาคม 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 5 สิงหาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชวนชิม

“Rose Up Your Day” ชวนชิมเครื่องดื่มเมนูใหม่สุดพิเศษ ฉลองครบรอบ 10 ปี แมคคาเฟ่ที่ผสานความหอมกรุ่นละมุนของกาแฟและกุหลาบอย่างลงตัว กับฮอตโรสลาเต้, โรสคอฟฟี่เฟรปเป้, ไอซ์โรสลาเต้ และไอซ์มิลกี้โรส วันนี้-30 ก.ย. หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านแมคคาเฟ่ ทุกสาขา

“Starbucks Frappuccino” ชวนชิมเครื่องดื่ม 2 เมนูใหม่รับเทรนด์รักสุขภาพ กับอาซาอี มิกซ์ เบอร์รี่ โยเกิร์ต แฟรบปูชิโน่ เครื่องดื่มแฟรบปูชิโน่ผสมโยเกิร์ตและผลอาซาอีเบอร์รี่ และกราโนล่า ดาร์ก มอคค่า แฟรบปูชิโน่เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลต กาแฟ ผสานผงซีเรียล และกราโนล่าที่มีส่วนผสมของผลไม้รวมเพิ่มความกรุบกรอบโรยด้านบน นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารเช้า อาทิ Egg Florentine, Turkey & Gouda Croissant Bun, Custard Mochi Belgium Waffle, Riceberry Club Sandwich, Foccacia Bacon ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่ 55-150 บาท วันนี้-18 ก.ย. ที่ร้านสตาร์บัคส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

“Krispy Kreme Coffeehouse Doughnuts” ชวนชิมโดนัทรสชาติกาแฟแท้ 3 รสชาติใหม่ ทั้งซอลท์เท็ด คาราเมล ลาเต้ โดนัทสอดไส้ครีมเอสเพรสโซ่ เคลือบซอลท์คาราเมล โรยด้วยเกล็ดเครมบรูเล่, วานิลลา ลาเต้ โดนัทสอดไส้ครีมเอสเพรสโซ่เคลือบด้วยเอสเพรสโซ่ผสานวานิลลา และมอคค่า ครีมโดนัทไส้ครีมมอคค่า เคลือบไวท์ช็อกโกแลต พร้อมลวดลายเอสเพรสโซ่ ตกแต่งด้วยเมล็คมอคค่า ในราคาชิ้นละ 35 บาท และแบบเซ9ในราคา 296 บาท พิเศษ! ซื้อเครื่องดื่มคาราเมลโดนัทชิลเลอร์ ในราคาเพียง 69 บาท เมื่อซื้อ 1 เซต วันนี้-31 ส.ค. ที่ร้านคริสปี้ ครีมทั้ง 28 สาขาใกล้บ้าน

“Pablo x Mamuang” ชวนชิมขนมชีสทาร์ตรสมะม่วง ที่ผสมผสานระหว่างเนื้อชีสเข้มข้น และแยมแมงโก้เพียวเร่เข้าด้วยกัน เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน รสชาติหวานอมเปรี้ยวจากมะม่วงแท้ ในราคาชิ้นละ 475 บาท และชีสทาร์ตรสมะม่วงแบบมินิ ที่ให้รสชาติหอมมันจากชีสทาร์ต และให้ความสดชื่นจากเนื้อมะม่วงและซอสมะม่วงที่อยู่ด้านบน ในราคาชิ้นละ 95 บาท พิเศษ! รีบฟรี ร่มน้องมะม่วงจัง ลิมิเต็ดอิดิชั่น เมื่อซื้อครบตามเงื่อนไข วันนี้-14 ก.ย. ที่ร้านพาโบล ชีสทาร์ต สาขาสยามพารากอน และเซ็นทรัล ลาดพร้าว

“Katsu O Miso Ramen” ชวนชิมราเมนซุปปลาแห้งสูตรมิโซะต้นตำรับ ที่ผสานความอร่อยจาก 3 สุดยอดวัตถุดิบจากญี่ปุ่น ทั้งกระดูกหมูชั้นดี, ปลาทะเลอบแห้ง และมิโซะคัดพิเศษ นำมาเคี่ยวจนได้น้ำซุปหอมๆ รสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟคู่ท็อปปิ้งจุใจทั้งหมูชาชูสูตรดั้งเดิม และไข่ต้มยางมะตูมหมักซอส ขนาดปกติ หมูชาชู 2 ชิ้น ในราคา 289 บาท และขนาดเล็ก หมูชาชู 1 ชิ้น ในราคา199 บาท พร้อมแลกซื้อฟรายโปเตโต้หรือเกี๊ยวซ่า 6 ชิ้นได้ในราคาพิเศษเพียง 40 บาท จากปกติ 59-69 บาท วันนี้-30 ก.ย. ที่ร้านชาบูตง ทุกสาขา โทร.02-6633888

“Seabass Katsu” ชวนชิมเมนูปลากะพงชิ้นใหญ่ นำมาชุบเกล็ดขนมปังสีทอง กรอบอร่อยเต็มคำ 2 ชิ้นเต็มอิ่ม เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่น และซุปมิโซะร้อนๆ ในราคาพิเศษเพียง 159 บาท จากปกติ 189 บาท และเพิ่มเงิน10 บาท รับเป๊ปซี่ 16 ออนซ์ หรือเพิ่มเงิน 60 บาทรับเกี๊ยวซ่าและเป๊ปซี่ 16 ออนซ์ และยังมีเกี๊ยวซ่าอัดแน่นด้วยไส้หมูสับ 4 ชิ้น ในราคาพิเศษเพียง 59 บาท จากปกติ 69 บาท วันนี้-15 ส.ค. ที่ร้านคัตสึยะ ทุกสาขา

ชวนช็อป

“โมเดิร์น ลอฟท์” ชวนช็อปเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านคอลเลคชั่นใหม่ แฝงด้วยความดิบเท่เป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ลอฟท์ และเรียบหรูทันสมัยในสไตล์โมเดิร์น อาทิ ชุดห้องนอน 3 ดีไซน์ราคาเริ่มต้น 22,900 บาท, โซฟาปรับนอน,เดย์เบด, ตู้วางทีวี., โต๊ะกลาง ฯลฯ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ โทร.02-4171111

“VISA Thailand Grand Sale 2017” ชวนช็อปมหกรรมลดราคากว่า 300 ร้านค้า พร้อมรับฟรี คูปองรับประทานอาหาร 100 บาท, กระเป๋าผ้าจังซีลอน Colorful Bag และคูปองชิงโชคลุ้นรางวัลใหญ่แพ็กเกจท่องเที่ยวไทย 365 วัน ลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตวีซ่าที่ช็อปครบตามเงื่อนไข วันนี้-31 ส.ค. ที่เคาน์เตอร์ Tourist Privilege Card โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต โทร.076-600111

“Esan Expo 2017” ชวนช็อปงานมหกรรมสินค้าดี วิถีอีสานเชื่อมธุรกิจไทยสู่สากล จากหลากหลายประเภศ อาทิ จีน, เมียนมา, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา และสินค้าชั้นเยี่ยมจากวิสาหกิจชุมชน OTOP SMEs ทั่วไทย พร้อมชมนิทรรศการ, แฟชั่นโชว์, การแสดงศิลปวัฒนธรรม และดาราศิลปินมากมาย ระหว่างวันที่ 8-14 ส.ค. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา อุดรธานี

ชวนใช้

“พาคุณแม่ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี” ชวนคุณลูกพาคุณแม่ใช้บริการรถไฟฟ้า BTS และ MRT ฟรีตลอดสาย ตลอดระยะเวลาให้บริการ ในวันเสาร์ที่12 ส.ค. ติดต่อขอรับคูปองได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS สายสีลมและสายสุขุมวิท และ MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) โทร.02-6176000, 02-6245200

“Happy Mother’s Day” ชวนใช้บัตรชมภาพยนตร์ฟรีสำหรับคุณแม่ 15,000 ที่นั่ง และคู่แม่-ลูกที่แต่งชุดเหมือน รับป๊อปคอร์นและน้ำอัดลมเพิ่มฟรี 1 ชุด ในวันเสาร์ที่ 12 ส.ค. ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์กรุ้ป และเล่นไอซ์สเก็ตฟรี หรือรับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพฟรี เมื่อมาโยนโบว์ลิ่งหรือร้องคาราโอเกะ ที่บลูโอริธึมแอนด์โบว์ล และซับซีโร่ไอซ์สเก็ต ทุกสาขาทั่วประเทศ

“ดรีมเวิลด์ฉลองวันแม่” ชวนใช้บัตรรวมเครื่องเล่นพร้อมบัตรเมืองหิมะราคาพิเศษเพียง 599 บาท จากปกติ 650 บาท วันนี้ -31 ส.ค. และสำหรับคุณแม่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผ่านประตูลด 50% เหลือเพียง 125 บาท จากปกติ 250 บาท พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษและการแสดงมากมายอาทิ ซุ้มรดน้ำขอพรคุณแม่, ซุ้มถ่ายรูปครอบครัวสุขสันต์ ฯลฯ ในวันเสาร์ที่12 ส.ค. ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ โทร.02-5778666

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนอักษรวิจิตร ศิลปะตัวอักษร แสดงออกถึงเอกลักษณ์ ความหมาย ความกลมกลืนในวันพุธที่ 9 ส.ค. และตอนมารดรแห่งแผ่นดินในวันพฤหัสบดีที่ 10 ส.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“Mom’s Festival 2017” ชวนชมนิทรรศการพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560 พร้อมร่วมซื้อดอกมะลิจากเหล่านักแสดงชื่อดังและกิจกรรม
อีกมากมาย วันนี้-14 ส.ค. ที่บริเวณลานกิจกรรมชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ โทร.02-9475000

“The Memory of Love” ชวนชมการประกวดร้องเต้นเล่นกับแม่ ร่วมถ่ายภาพความประทับใจคู่กับคุณแม่ฟรี ร่วมเวิร์กช็อปประดิษฐ์ของขวัญแทนใจเพื่อบอกรักแม่ฟรี พร้อมร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในวันเสาร์ที่ 12 ส.ค.เวลา 19.00 น. ที่ศูนย์การค้าเดอะวอล์ค สาขาราชพฤกษ์ และสาขาเกษตร-นวมินทร์ โทร.081-4569323

กรุงเทพประกันภัย ปลูกฝังเยาวชนส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284463′

กรุงเทพประกันภัย ปลูกฝังเยาวชนส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

กรุงเทพประกันภัย ปลูกฝังเยาวชนส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

วันเสาร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิกรุงเทพประกันภัยนำพนักงานจิตอาสาจัดกิจกรรมในโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ โรงเรียนบ้านหนองใหญ่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2560

โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีนิสัยรักการอ่านโดยกรุงเทพประกันภัยได้มอบชั้นวางหนังสือจัดมุมหนังสือ พร้อมมอบหนังสือพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในรูปแบบที่อ่านง่าย หนังสือแบบเรียนรวมถึงหนังสือความรู้อื่นๆ ให้แก่โรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้และได้รับประสบการณ์จากการอ่านมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พนักงานจิตอาสายังได้ร่วมระบายสีบริเวณรอบอาคาร ปรับภูมิทัศน์รอบโรงเรียน และจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ให้แก่เด็กนักเรียน ได้แก่ เล่านิทาน พับกระดาษ และวาดภาพให้นักเรียนได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน รวมทั้งกิจกรรมสันทนาการ เพื่อช่วยสร้างเสริมคุณภาพการศึกษาที่ดีและสร้างความสุขให้แก่เด็กนักเรียนอีกด้วย

‘โทลล์เวย์’ พาน้องผจญภัยกับอาณาจักรของสัตว์แสนรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284467

‘โทลล์เวย์’ พาน้องผจญภัยกับอาณาจักรของสัตว์แสนรู้

‘โทลล์เวย์’ พาน้องผจญภัยกับอาณาจักรของสัตว์แสนรู้

วันเสาร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯมีมากมาย แต่สำหรับเปิดเทอมใหม่ปีนี้  บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เลือกพาเด็กๆ โรงเรียนวัดดอนเมืองไปเที่ยวสัมผัสชีวิตสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ที่สวนสัตว์เปิดซาฟารีเวิลด์ย่านรามอินทรา โดยกิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ของผู้บริหารบริษัท ที่เล็งเห็นว่า การศึกษาคือรากฐานสำคัญสำหรับทุกคนในสังคมและส่งผลให้สังคมเกิดคุณภาพชีวิตที่ดี และเกิดการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

ธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) และเหล่าพนักงานจิตอาสาร่วมกันสานต่อโครงการ  “โทลล์เวย์ พาน้องท่องโลกกว้าง”  มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และในปีนี้เองได้ชัยภัฎ เตมียบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักกรรมการผู้จัดการ และ อัจฉรา เจริญพร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และสื่อสารองค์กร อาสานำคุณครูและเด็กๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5จำนวน 50 ชีวิต จากโรงเรียนวัดดอนเมือง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงที่ตั้งของบริษัท ไปทัศนศึกษา พร้อมมอบขนมและของว่างให้ทานระหว่างการเดินทางไปที่สวนสัตว์เปิดซาฟารีเวิลด์อาณาจักรแห่งความสุข เด็กๆ ได้เรียนรู้และสนุกไปกับความน่ารักแสนรู้ของสัตว์มากมาย เป็นการเปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สามารถเรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์ป่าจากของจริง ส่งเสริมจินตนาการของเด็กๆ ให้เบ่งบานขึ้น ซึ่งเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าการดูจากจอโทรทัศน์หรือรูปภาพจากหนังสือเรียน

เมื่อถึงวันนัดหมายที่เด็กๆ ตั้งตาคอย พี่ๆจิตอาสาจากดอนเมืองโทลล์เวย์ อาสาเป็นไกด์ไปรับเด็กๆ ที่โรงเรียน และพาเด็กๆ เดินทางไปยังซาฟารีเวิลด์ เด็กๆได้นั่งรถบัสดูชีวิตความเป็นอยู่ของฝูงสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ และสัตว์อนุรักษ์นับพันตัวจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิดอาทิ ยีราฟ แรด กวาง หมี เสือ สิงโต ฯลฯ รวมระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร จากนั้นก็พาไปชมการแสดงโชว์ของสัตว์โลกผู้น่ารักทั้งโชว์อุรังอุตัง โชว์สิงโตทะเล โชว์โลมาและวาฬขาว จบด้วยโชว์การแสดงสตันท์และสงครามจารชน ทำให้เด็กๆ สนุกสนานและตื่นตากับโชว์ต่างๆ เป็นอย่างมาก จนทำให้ ด.ช.กัณฑ์อเนก มั่นเศรษฐโชตนักเรียนชั้น ป.5/3 ต้องเอ่ยปากขึ้นมาว่า “ผมมีความสุขมากเลย ที่ได้เห็นสัตว์ต่างๆ มากมาย ทั้งช้าง สิงโตยีราฟคอยาวตัวจริงๆ ผมตื่นเต้นมากที่ได้มาสวนสัตว์ ได้ดูการแสดงน่ารักของโลมาด้วย ถ้ามีโอกาสผมอยากมาอีกครับ” โอ้โห้ ได้ฟังเสียงตอบรับของเด็กๆ แบบนี้แล้วบอสธานินทร์คงยิ้มแก้มปริกันเลยทีเดียว!!

สุดท้ายนี้ ธนวัฒน์ คงเกต อาจารย์วิชาภาษาไทยประจำชั้นป.5 บอกเล่าถึงความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่มีบริษัทจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ เพราะทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องสัตว์ เรื่องธรรมชาติจากประสบการณ์จริง และคิดว่าการที่เด็กๆ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงทำให้เข้าใจมากขึ้น และต้องขอบคุณบริษัท ดอนเมืองโทลล์เวย์ และผู้บริหารทุกท่านที่เปิดโอกาสให้โรงเรียนได้เข้าร่วมในกิจกรรมนี้ด้วย”

ทั้งนี้ การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมของ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ได้ตั้งอยู่บนแนวคิด “พนักงานจิตอาสา” ที่ปลูกฝังให้พนักงานโทลล์เวย์ลงมือทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้วยตนเอง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเยาวชนในวันนี้ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ มุ่งเน้นในการสร้างรากฐานทางการศึกษาและมอบความรู้ใหม่ๆ ให้กับเด็กๆ ได้เรียนรู้ โดยมีบริษัทเป็นผู้ให้การสนับสนุนอย่างรอบด้าน

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284276

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2560

วันศุกร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll แขวนชอล์กในหีบทองคำ ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ หยุดงานสอนที่โรงเรียนจิตรลดา…มีเวลาให้กับการเดินทางตามรอยเท้า“เจ้าคุณพ่อ”…พระยาภะรตราชา (ม.ล.ทศทิศ อิศรเสนา) อดีตผู้บังคับการตำนานของโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย…อธิการบดีคนที่ 2แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย…และผู้ดูแลนักเรียนไทยในประเทศอังกฤษ…

 

ll สร้างโรงเรียนเอกชนคุณภาพ ค่าเล่าเรียนแพง สั่งสอนดีจนดังโดยไม่ต้องพึ่งคริสตจักรใดๆ…อ.ณรงค์ ทิวไผ่งาม ลูกกำนันนครชัยศรี สร้างอีก 1 ผลงานไว้เป็นอนุสรณ์แม่น้ำท่าจีน…“เมืองไม้”พิพิธภัณฑ์งานศิลปะจากไม้ที่หาดูไม่ได้ที่ใดในโลกนี้…นอกจาก Woodland นครปฐม…

ll ทนดู “อภิสิทธิ์ชน” ที่ปิดถนนให้เพื่อนพ่อค้า Duty Free เมืองกรุงกินก๋วยเตี๋ยว“เชลล์ชวนชิม”กลางเมืองหาดใหญ่ไม่ไหว…ศ.ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ อดีตสว.และอธิการบดีมหาวิทยาลัย คนตรงเข้มแข็ง เลยถ่ายรูป post ลง FB…แฟนคลับกดรัวและเม้นท์เป็นพัน…เห็นที“สุนทรตู่”จะต้องแต่งกลอนสอนสันดานอีกหลายบท…

ll “ลำไยไหทองคำ” ขายดี แต่ “ลำไย สวนบุญเลิศ” ราคาตก ขายไปไม่คุ้มค่าโลชั่นทาผิวกันแดดให้ นพ.บุญเลิศ ลิ้มทองกุล…คุณนายสมบัติ ยื่นคำขาดให้คุณหมอรีบขาย…ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับ Location สวนที่อยู่ใจกลาง“ดอกคำใต้”…ที่มีชื่อเสียงด้านสาวงามมากกว่าลำไยหวาน…

llHug For Hope มากอดกันเอาเงินเข้า รพ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ…“กุ๊บกิ๊บ”สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย อุ้มลูกสาว“เป่าเปา”แค่ 1 ขวบ แต่น่ารักจนคุณลุงคุณป้าแย่งกันประมูลกอด 2 วัน ได้ร่วมล้านบาท…งานนี้“นุ้ย”สุจิรา อรุณพิพัฒน์ พิธีกรคนเก่งได้คะแนนเต็มๆเพราะ“ท้องแก่”แต่ยังสปิริตแรง โชว์ฝีมือเต็มที่แม้ไม่มีค่าตัว…ส่วน“น้องแพน”เขมนิจ จามิกรณ์ ดาราน่ารักค่าตัวแพง ใจบุญ…คิวคงแน่น…ปรากฏตัวก่อนงานให้แฟนๆ ชื่นใจ…พอจะเข้าพิธีการจริง…ไม่อยู่ตามฟอร์ม…

ll เจ้าสัวบางบอน ชยพล กนกพฤกษ์ บ้านเดิมอยู่งิ้วราย นครชัยศรี เป็นเพื่อนบ้านฝาติดกันกับ ประสาร มฤคพิทักษ์…คิดตอบแทนบ้านเกิดจัดทัวร์ล่องแม่น้ำท่าจีน โปรโมทชุมชนวัดงิ้วราย ที่มีอาหารฝีมือชาวบ้านอร่อย ขนมจีนน้ำยา น้ำพริก แกงไก่…ไปจนถึง“เป็ดพะโล้”ตัวเล็กเนื้อแน่น น้ำราดกลมกล่อม…ใครจะนั่งรถไฟสายกรุงเทพฯ-หัวหินไปซื้อ“เป็ด”อย่างเดียวก็ไม่ผิดกติกา…

ll เป็นลูกสาวคนโตและคนโปรดของคุณพ่อสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ผู้สร้างเซ็นทรัลให้โด่งดัง…พญ.สุวิมล จิราธิวัฒน์ ฮิลล์ เก็บสมบัติล้ำค่าหนังสือ“ศรสี่ทิศ”คัมภีร์ของตระกูลไว้ที่บ้าน Potomac แมรี่แลนด์…เพื่อนฝูงที่รักหนังสือ…ขอยืมอ่านได้…เผื่อจะได้รวยบ้าง…

ll ทุเรียนระยองเริ่มวาย…ได้เวลา“ป่าละอู”โชว์ตัว อรรถพล สุนทรวิเนตร์ ชวนเพื่อนเก่าเอารถไปถึง“ป่าเต็งป่าละอู”…ถึงจะติดใจรสชาติ“หมอนทอง”ป่าที่ไม่เหมือนฝั่งทะเลตะวันออก…แต่รู้ว่าคุณนาย“ศิริ”ลิ้นสูง ต้อง “ก้านยาว”เท่านั้น ถึงจะ“สุดยอด”…เสี่ยอรรถ จึงเมินแผงข้างทาง…หันรถไป อ.ต.ก.ด่วน…ll

ภิญญ์สิรี