สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 จัดคอนเสิร์ต ‘เสียงสวรรค์จากพระทัยสู่ใจราษฎร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282226

สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 จัดคอนเสิร์ต ‘เสียงสวรรค์จากพระทัยสู่ใจราษฎร์’

สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 จัดคอนเสิร์ต ‘เสียงสวรรค์จากพระทัยสู่ใจราษฎร์’

วันจันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล พร้อมด้วย สุจิตรา หมวดพล, นภา สุขะมงคล,
นาวาอากาศเอก เอกศักดิ์ เทภาสิต และ สุเนตร คุณานันทกุล

เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 ร่วมกับ กองดุริยางค์ทหารอากาศจัดงานแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ตการกุศล “เสียงสวรรค์จากพระทัยสู่ใจราษฎร์” เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย เพื่อนำไปเปลี่ยนกระจกตาให้ผู้ยากไร้ โดยมี คุณหญิงปัทมาลีสวัสดิ์ตระกูล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 พร้อมด้วย สุจิตรา หมวดพล นายกสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 ให้รายละเอียดในการจัดงาน ณ ห้องแซฟไฟร์ ชั้น 23 โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 กล่าวถึงการจัดคอนเสิร์ตการกุศล “เสียงสวรรค์จากพระทัยสู่ใจราษฎร์” ว่า เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย อีกทั้ง ยังนำรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย เพื่อนำไปเปลี่ยนกระจกตาให้ผู้ยากไร้และนำไปปรับปรุงห้องเรียน ห้องน้ำ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซอนต้า1 ในชุมชนห้วยขวาง และเพื่อกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ

สามศิลปินคุณภาพชื่อดังของเมืองไทย นำโดย ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน,
ตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล ณ นคร และ ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว

ด้าน สุจิตรา หมวดพล นายกสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 เผยว่า คอนเสิร์ตการกุศล “เสียงสวรรค์จากพระทัยสู่ใจราษฎร์” ครั้งนี้ มีศิลปินคุณภาพชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว, ตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน, หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม พร้อมรับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ และการแสดงประกอบ จากศิลปินนักร้องกิตติมศักดิ์ นำโดย สุเนตร คุณานันทกุล, งามตา จักรรัตน์พาหุ, ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี, พจีสวาท โซฟี ธนะปุระ,โสรัส อมาตยกุล และ ดาริณ พันธุ์ศักดิ์ รวมไปถึงการแสดง “ศาสตร์พระราชา” โดย ดร.อภิชาติ ดำดี และการขับร้องเพลงสากล “Always My King” โดยโชติภา สุขะมงคล เยาวชนไทยวัย 16 ปี กับความสามารถในการเป็นผู้ขับร้อง และประพันธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ที่มีแรงบันดาลใจจากความต้องการสื่อความรู้สึกของคนไทย ที่มีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรรเลงดนตรีโดยวงดุริยางค์ทหารอากาศ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงนิทรรศการของมูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมด้วยการประมูลพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง เหรียญธนบัตร พระพุทธรูปหายาก ในสมัย ในหลวงรัชกาลที่ 9 และการออกร้านแสดงสินค้าอีกมากมาย

วงดุริยางค์ทหารอากาศ

คอนเสิร์ตการกุศล “เสียงสวรรค์จากพระทัยสู่ใจราษฎร์” จัดแสดงวันที่ 6 สิงหาคม 2560 เวลา 14.00-16.30 น. ณ โรงละคร เอ็มเธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บัตรราคา 1,000 / 2,000 / 3,000 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดและจองบัตรได้ที่ กัญจน์รัตน์ โทร.089-8212722, ขนิษฐา โทร.087-1594197

ศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 47

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282235

ศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 47

ศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 47

วันจันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เพนเทล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องเขียนชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นจัดงาน “นิทรรศการ
ศิลปะเด็กนานาชาติครั้งที่ 47” รวบรวมผลงานภาพวาดของเยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลการประกวดจากโครงการประกวดศิลปะนานาชาติ ครั้งที่ 47 (47th International Children’s Art Exhibition) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเยาวชนไทยได้รับรางวัลทั้งหมด 66 รางวัล รวมถึงรางวัลสูงสุด Japanese Foreign Minister’sAward จากการประกวด 42 กว่าประเทศ ทั่วโลก แบ่งเป็นรางวัลต่างๆ ดังนี้รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศญี่ปุ่น (Japanese Foreign Minister’s Award) จำนวน 1 รางวัล รางวัลเหรียญทองยอดเยี่ยม (Supreme Gold Award) จำนวน 1 รางวัล เหรียญทอง (Gold Award) 10 รางวัล เหรียญเงิน (Silver Award) 15 รางวัล เหรียญทองแดง (Bronze Award) 18 รางวัล และ Pentel Award จำนวน 21 รางวัล

ร่วมเปิดโลกแห่งจินตนาการไปพร้อมกับงานศิลปะของเยาวชนไทยได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2560 ณ สวนสนุก Funarium สุขุมวิท 26 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-6656555

คอนเสิร์ต‘72 ปี ชีวิตดี๊ดี …สุดา ชื่นบาน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282247

คอนเสิร์ต‘72 ปี ชีวิตดี๊ดี ...สุดา ชื่นบาน’

คอนเสิร์ต‘72 ปี ชีวิตดี๊ดี …สุดา ชื่นบาน’

วันจันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เม้า-สุดา ชื่นบาน นักร้องนักแสดงที่มีความสามารถเฉพาะตัวโชว์ร้องเต้นแบบนอนสต๊อป 3 เพลง

“ศาลาเฉลิมกรุง” จัดงานคอนเสิร์ต “72 ปี ชีวิตดี๊ดี …สุดา ชื่นบาน” โชว์ร้องเต้นแบบนอนสต๊อป 3 เพลง ของ เม้า-สุดา ชื่นบานนักร้องนักแสดงที่มีความสามารถเฉพาะตัว เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถ มีแฟนคลับเหนียวแน่น แม้เวลาชีวิตจะย่างก้าวมาจนถึงวัย 72 ปี แต่พลังเสียงและฝีมือทางการร้องและแสดงยังคงเปี่ยมด้วยคุณภาพล้วนๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น โดยมีพี่ๆ น้องๆ ที่รัก ของเม้า-สุดามาร่วมยินดีและร่วมร้องเพลงในโอกาสสำคัญ อาทิ วินัย พันธุรักษ์ นักร้องเสียงนุ่มแห่ง วงดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์, เกล ดีล่า นักร้องแจ๊สสาวเจ้าของรางวัลชนะเลิศแห่งประเทศไทย สยามกลการ (KPN AWARD), อุมาพร บัวพึ่ง นักร้อง เจ้าของรางวัลเสาอากาศทองคำ ปี 2520, ทิพย์วัลย์ ปิ่นภิบาล นักร้องรางวัลแผ่นเสียงทอง

นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.ศาลาเฉลิมกรุง พร้อมด้วย ฉันทนา กิติยพันธ์ ร่วมอวยพรวันเกิดด้วยบรรยากาศอบอุ่น

คำพระราชทาน ปี 2525 พร้อมด้วยนักร้องและนักแสดงจากมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ, สุทธิพงษ์ วัฒนจัง(ชมพู ฟรุตตี้), กัญจปกรณ์ แสดงหาญ และ 2 สาวนักร้องแชมป์จากเวที ศาลาเฉลิมกรุง ภัทรานิษฐ์ เพฑูริยาเวทย์(เมจิ), กนกวรรณ อินทรพัฒน์(อุ๊บอิ๊บ) และเซอร์ไพรส์ ผู้ชมด้วยการเชิญศิลปิน อย่าง ตู่-นันทิดา มาโชว์เพลงและสเต็ปแดนซ์กันอย่างสนุกสนาน รวมไปถึงลีลาการเต้นของ เบิร์ด-สุรินทร์ เมทะนี ที่ควง สุดา ชื่นบาน มาแดนซ์เอวอ่อนๆโชว์ผู้ชมจนลืมอายุกันเลยทีเดียว

วิรัช อยู่ถาวร, สุดา ชื่นบาน และ วินัย พันธุรักษ์

พร้อมหน้าศิลปินกิตติมศักดิ์รับเชิญ

สุรินทร์ เมทะนี กับ สุดา ชื่นบาน โชว์ลีลาแบบสนุกสุดเหวี่ยง

ศิลปินรับเชิญพิเศษ นันทิดา แก้วบัวสาย

‘TIP LADY’ส่งต่อความพิเศษเหนือระดับ ผ่านแฟชั่นโชว์สไตล์โอต์กูตู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282251

‘TIP LADY’ส่งต่อความพิเศษเหนือระดับ ผ่านแฟชั่นโชว์สไตล์โอต์กูตู

‘TIP LADY’ส่งต่อความพิเศษเหนือระดับ ผ่านแฟชั่นโชว์สไตล์โอต์กูตู

วันจันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.สมพร สืบถวิลกุล และ สมใจนึก เองตระกูล

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดงานเปิดตัว “TIP LADY” ประกันภัยที่เข้าใจผู้หญิง ภายใต้ธีม “TIP LADY The Journey of Passion” การเดินทางที่แสนพิเศษและอบอุ่น อีกหนึ่งมิติใหม่ในการบริการที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทั่วไป อาทิ รถเสีย รถดับเราจัดให้บินกลับยกแก๊ง, อุบัติเหตุเสียโฉม เราพร้อมดูแลเรื่องศัลยกรรม, กระเป๋าแบรนด์เนมถูกโจรกรรม สามารถเคลมได้ทันที,ดื่มแล้วอยากกลับ เราขับให้, น้ำมันหมดกุญแจหาย โทรแจ้งได้เลย ฯลฯเรียกว่าตอบโจทย์สุภาพสตรีที่ต้องการความปลอดภัยและการดูแลเป็นพิเศษ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขนแฟชั่นโชว์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก TIP LADY ชุด “TIP LADY Tip show case” by PimpaParis สุดยอดแห่งอาภรณ์ชั้นสูง สไตล์ Haute Couture (โอต์กูตู) ที่ออกแบบมาให้สาวๆ ดูลุค Strong Sexy สวย เก่ง ฉลาด คล่องแคล่วว่องไว และไม่ลืมที่จะใส่ใจรายละเอียดของความหรูหรา สง่างาม ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน

พิมพ์พา คำพับ, สมใจนึก เองตระกูล, ดร.สมพร สืบถวิลกุล และ วิชชุดา ไตรธรรม

ดร.สมพร สืบถวิลกุล เผยว่า “เราเข้าใจดีว่า ผู้หญิงใส่ใจในรายละเอียด ให้ความพิถีพิถันในการเลือกสิ่งต่างๆ เหมือนแบรนด์ PimpaParis ที่ภายนอกนั้นคือชุด แต่รายละเอียดที่เหนือกว่านั้นบ่งบอกถึงความใส่ใจที่มากกว่าเช่นกัน เหมือนที่ TIP LADY มอบความใส่ใจที่มากกว่า ให้กับผู้หญิงทุกคน ซึ่งจุดเด่นของ TIP LADY ที่เพิ่มขึ้นจากประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทั่วไปคือ เมื่อขับรถออกจากบ้านกรณีรถขัดข้องหรือเกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ คุณสามารถเลือกรับบริการตั๋วเครื่องบินบินกลับ หรือเลือกพักโรงแรม หรือบริการเช่ารถได้ หรืออาจจะใช้บริการให้คนมารับรถจากที่ที่รถเกิดอุบัติเหตุได้และมีความคุ้มครองค่าศัลยกรรมจากอุบัติเหตุ 1 ล้านบาทต่อครั้งและยังมีความคุ้มครองค่าเสียหายของกระเป๋าแบรนด์เนมด้วยมีการชดเชยค่าเดินทางระหว่างรถยนต์เข้าซ่อมจากอุบัติเหตุ มีบริการพนักงานขับรถส่วนตัว ผมมีความมั่นใจมากว่า TIP LADY จะเป็นประกันภัยรถยนต์ ที่ตอบโจทย์ผู้หญิงทุกคน”

ดร.เจนีตา ชอย, สินีนารถ เองตระกูล, ธีรรัตน์ จงประเสริฐ, ศศิวิมล ณ ระนอง และ ปัทม์ บุญเดช

งานนี้มีเหล่าเซเลบริตี้สาวมาอัพเดทการบริการที่เหนือระดับกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ริก้า ดีล่า, สุพิชชา รามสูต, วิชชุดา ลีนุตพงษ์,ศรีชนก วัฒนศิริ-พราว วัชราภัย, ดร.เจนีตา ชอย, ธีรรัตน์ จงประเสริฐ,ปัทม์ บุญเดช, ศศิวิมล ณ ระนอง ฯลฯ มาร่วมงานพร้อมชมแฟชั่นโชว์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก TIP LADY ผ่านเหล่านางแบบ และไฮไลท์ฟินาเล่จากซุป’ตาร์สาวทั้ง 4 ในชุด “TIP LADY Tip show case” by PimpaParis ประเดิมด้วย เอมี่ กลิ่นประทุม ที่เปิดตัวมาในลุคเปรี้ยว มั่น เท่ Lady Smart ทำให้การเดินทางทุกวันของผู้หญิงทุกคนไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป ตามมาที่สาว วุ้นเส้น-วิริฒิพา กับลุค Lady Healthy มีความเก๋ทันสมัย ใส่ใจทุกรายละเอียด ต่อด้วยลุค Lady Working Woman ของสาว เอมมี่-มรกต ในสไตล์ กึ่งสูทกึ่งเสื้อเดรส สามารถใส่ทำงานและออกงานได้ ก่อนปิดท้ายด้วยคุณแม่คนสวย ธัญญ่า ธัญญาเรศ กับชุดเดรสขาว เป็นลุค Lady Family ที่แสนอบอุ่น

วริยา ณ ระนอง, วิชชุดา ลีนุตพงษ์, สินีนารถ เองตระกูล และ อภิชญา ศรีมงคลกุล

พราว วัชราภัย กับ ศรีชนก วัฒนศิริ

เอมี่-เอมิกา กลิ่นประทุม ในลุค Lady Smart

วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ในลุค Lady Healthy

เอมมี่-มรกต กิตติสาระ ในลุค Lady Working Woman

ธัญญาเรศ เองตระกูล ในลุค Lady Family

มอบรางวัล สุดยอดนักสร้างสรรค์งานหัตถกรรมภูมิภาคอาเซียน 9 ประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282249

มอบรางวัล สุดยอดนักสร้างสรรค์งานหัตถกรรมภูมิภาคอาเซียน 9 ประเทศ

มอบรางวัล สุดยอดนักสร้างสรรค์งานหัตถกรรมภูมิภาคอาเซียน 9 ประเทศ

วันจันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อัมพวัน พิชาลัย ผอ.ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เป็น ประธานมอบรางวัล

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการประกาศรางวัล “ASEAN Selections 2017 Innovative Craft of Basketry” โดยมี อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)หรือ SACICT เป็นประธานมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่สุดยอดนักสร้างสรรค์งานหัตถกรรมภูมิภาคอาเซียน 9 ประเทศ ประกอบด้วย เม็กซ์วีล อานัก แจนลิทา (Mexweel Ak Janlita) ประเทศบรูไน ผลงาน TB’s BAG / BASKET, เอ็ม เรียม (Em Riem) ประเทศกัมพูชาผลงาน Jungle, ยายาซาน มาฮาคัม เลสทาริ (YayasanMahakam Lestari) ประเทศอินโดนีเซีย ผลงาน Sun Hat, ภูเวียง สายสนิท (Phouvieng Saisnith) สปป.ลาว ผลงาน Spirit Handbag, อีเรียนนา ดาเนียล (Erianna Daniel) ประเทศมาเลเซีย ผลงาน The Special Exhibit, มินท์ อู (Myint Oo) ประเทศเมียนมาผลงาน Woven Lifestyle Nature Baskets, คริสติน่าแกสตัน (Christina Gaston) ประเทศฟิลิปปินส์ผลงาน Foliage, เหงียน วาน ตรัง (Nguyen Van Trung) ประเทศเวียดนาม ผลงาน Bamboo and Rattan Craft Products และ กรกฎ อารมย์ดี ประเทศไทย ผลงาน Spell Daybed Dome

อัมพวัน พิชาลัย ผอ.ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย นักสร้างสรรค์งานหัตถกรรมภูมิภาคอาเซียน 9 ประเทศ ประกอบด้วย เม็กซ์วีล อานัก แจนลิทา ประเทศบรูไน, เอ็ม เรียม ประเทศกัมพูชา, ยายาซาน มาฮาคัม เลสทาริ ประเทศอินโดนีเซีย, ภูเวียง สายสนิท สปป.ลาว, อีเรียนนา ดาเนียล ประเทศมาเลเซีย, มินท์ อู ประเทศเมียนมา, คริสติน่า แกสตัน ประเทศฟิลิปปินส์, เหงียน วาน ตรัง ประเทศเวียดนาม และ กรกฎ อารมย์ดี ประเทศไทย

ศิลปินทั้ง 9 ประเทศที่ได้รับรางวัล ถือเป็นผู้มีผลงานอันโดดเด่น สะท้อนถึงอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละท้องถิ่นชัดเจน ผ่านการใช้ความคิดสร้างสรรค์ผสมผสานกับภูมิปัญญาดั้งเดิม นำไปสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ภายในงานยังจัดการบรรยายพิเศษโดย “เคียวโกะ ชิโมจิ” (Kyoko Shimoji) ศิลปินด้านงานจักสานชาวญี่ปุ่น รางวัล Miyako Leave Artists of Contemporary Art เจ้าของผลงาน Kuba ที่ได้รับการยกย่องจากชาวโอกินาวาให้ เป็นเทพเจ้ามังกรโดยเธอได้ผสมผสานความเชื่อระหว่างคุบะแห่งจังหวัดโอกินาว่า และรอนตารุ ของประเทศอินโดนีเซียเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนถึงผู้หญิงและผู้ชายได้อย่างกลมกลืนและงดงาม รวมทั้งนักออกแบบด้านงานจักสานจากอาเซียนเจ้าของรางวัล ASEAN Selections 2017 นอกจากนี้ยังมีการเสวนาหัวข้อ “การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้งานหัตถกรรมในอาเซียน” โดยนักสร้างสรรค์ชาวไทยจาก โครงการ ASEAN Selections and Craft Knowledge Exchange Program อาทิ เอ็มโซเฟียน เบญจเมธาเจ้าของ รางวัล The Winner of ICA 2014 และเจ้าของเซรามิกแบรนด์ “เบญจเมธา” ที่มีแนวคิดในการออกแบบลวดลาย สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมและความศรัทธาในศาสนาแบบฉบับศิลปะมุสลิม, นภดลสังวาลเพ็ชร เจ้าของรางวัล Popular Vote ICA 2016 ที่เคยฝากผลงาน “ถ่าน” นำถ่านไม้โกงกางมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะและเครื่องประดับตกแต่ง, Popular Vote ICA2016 กวิสรา อนันต์ศฤงคาร เจ้าของรางวัล The Winner of ICA 2017 จากผลงาน “บัว” นำงานหัตถกรรมที่อยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาอย่างบาตรบุ มาตีความใหม่ ปรับลด ความไม่จำเป็น และสร้างองค์ความรู้ด้วยเทคนิคทันสมัยให้สามารถสอดประสานเข้ากับวิถีของคนในยุคปัจจุบัน จนกลายเป็นภาชนะต่างๆ เช่น ถาด แจกัน เชิงเทียน และ กฤตภาสจุนสมพิศศิริ เจ้าของรางวัล The 2nd runner-up ICA : Young Designer Selections 2017 จากผลงาน “โคมเขิน”กับแนวคิดอนุรักษ์และพัฒนา นำเครื่องเขินมาเล่าในบริบทใหม่ผ่านงานจักสานไม้ไผ่ เพื่อให้เป็นโคมไฟแต่งบ้านที่มีน้ำหนักเบาร่วมสมัยและแสดงออกถึงเสน่ห์ของงานรัก

เคียวโกะ ชิโมจิ ศิลปินด้านงานจักสานชาวญี่ปุ่นรางวัล Miyako Leave Artists of Contemporary Art
เจ้าของผลงาน Kuba

ผลงานของศิลปินจากกัมพูชา

เสวนาหัวข้อ “การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้งานหัตถกรรมในอาเซียน”

ผลงานจากประเทศไทย

หนุ่มสาวมิลเลนเนียลเผยเคล็ดลับช็อปสุดคุ้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282232

หนุ่มสาวมิลเลนเนียลเผยเคล็ดลับช็อปสุดคุ้ม

หนุ่มสาวมิลเลนเนียลเผยเคล็ดลับช็อปสุดคุ้ม

วันจันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม ชวนเหล่ามิลเลนเนียลมาสัมผัสประสบการณ์ช็อปกระหน่ำสุดคุ้มกับแคมเปญใหญ่ประจำปี รายการ “สยามดิสคัฟเวอรี่ วินเนอร์ เทค ออล เซลล์” (Siam Discovery Winner Takes All Sale) มหกรรมลดกระหน่ำครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี ด้วยโปรโมชั่นลดสูงสุด 80% จากแบรนด์ชั้นนำ ทั้งอินเตอร์แบรนด์ เอเชี่ยนดีไซเนอร์ และไทยดีไซเนอร์ รวมกว่า 400 แบรนด์ พร้อมชวนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, คงภัทร์ จิรมณีกุล, นิติ สว่างวัฒนไพบูลย์ และ ชิดชนก หอสัจจกุลแนะไอเดียช็อปสุดคุ้มในงาน “สยามดิสคัฟเวอรี่วินเนอร์ เทค ออล เซลล์” ที่ทวีดีกรีความร้อนแรงของการช็อปปิ้งอย่างต่อเนื่องวันนี้-30 กรกฎาคมนี้

เริ่มกันที่ ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา สาวมั่นสุดเก๋เผยว่า “ทุกปีช่วงเทศกาลลดราคาประจำปีจะต้องบินไปช็อปปิ้งที่เมืองนอก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยไปแล้วค่ะ เพราะช่วงนี้กำลังชอบมิกซ์แอนด์แมทช์ระหว่างอินเตอร์แบรนด์และแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ เลยเลือกมาช็อปปิ้งเป็นประจำที่ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งเป็นชั้นสินค้าแฟชั่นสตรีมีทั้งอินเตอร์แบรนด์ และไทยดีไซเนอร์ไว้ที่เดียวกันค่ะ สำหรับเคล็ดลับในการช็อปปิ้งสินค้าลดราคา แม้ว่าส่วนลดสูงๆ จะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการช็อปปิ้ง แต่ควรคำนึงถึงคุณภาพของสินค้าอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ”

คิด-คงภัทร์ จิรมณีกุล

สำหรับหนุ่มหล่อมาดเนี้ยบ คิด-คงภัทร์ จิรมณีกุล กล่าวว่า “เมื่อก่อนผมจะช็อปปิ้งที่เมืองนอกครับ โดยเฉพาะประเทศอังกฤษ แต่ตอนนี้ไม่แล้วครับแต่จะซื้อในเมืองไทยนี่แหละครับทั้งที่ซื้อสำหรับตนเองหรือภรรยาเลือกซื้อให้ส่วนใหญ่ที่ผมซื้อจะเป็นพวกชุดลำลองและชุดทำงาน ส่วนเทคนิคการเลือกช็อปปิ้งให้คุ้มค่าสำหรับผมนั้น ผมจะเน้นคัตติ้งเนี้ยบๆ ดีไซน์เรียบๆ และโทนสีขาว สีเทา สีดำสีเบท หรือสีน้ำเงิน เพราะสามารถใส่ได้นาน ที่ His Lab ชั้น M สยามดิสคัฟเวอรี่มีแบรนด์คุณภาพดีๆ ตอบโจทย์และเป็นสไตล์ของผมมากครับ”

บาส-นิติ สว่างวัฒนไพบูลย์

ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มสไตล์ไอคอนแห่ง พ.ศ.นี้ บาส-นิติ สว่างวัฒนไพบูลย์ ที่ช่วงนี้กำลังต่อเติมบ้านใหม่สุดอลัง แนะนำเทคนิคการเลือกของตกแต่งบ้านว่า “ปกติผมชอบมาเดินเล่นและซื้อของแต่งบ้านที่ Creative Lab ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่โดยเฉพาะที่ร้าน ODS ครับ งานออกแบบของไทยดีไซเนอร์ที่ขายที่นี่นอกจากดีไซน์สวยแล้วยังไม่มีขายที่อื่นด้วยครับ ส่วนเทคนิคการเลือกสินค้า ผมเลือกจากฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลักครับ เช่น โหลแก้วที่ใช้งานได้จริงแต่ก็มีดีไซน์สวยๆ นอกจากจะนำมาเป็นแจกันใส่ดอกไม้ได้แล้ว ยังสามารถนำมาตั้งโชว์เปล่าๆ ได้อีกด้วย และผมชอบซื้อต้นไม้เล็กๆ มาแต่งห้อง เพราะสีเขียวจะช่วยบรรยากาศให้ห้องดูมีชีวิตชีวา และถ้าใครอยากเพิ่มมิติให้กับห้องก็สามารถใช้ไลท์ติ้งมาเป็นตัวช่วย โดยอาจจะเลือกโคมไฟสวยๆ มาตั้งตามมุมต่างๆ ของห้องก็ได้ครับ”

เกรซ-ชิดชนก หอสัจจกุล

ปิดท้ายด้วย เกรซ-ชิดชนก หอสัจจกุล สาวสวยนักออกแบบ กับเทคนิคการเลือกซื้อสินค้า Gadget สุดล้ำ “เกรซเรียนจบกราฟิกดีไซน์มาค่ะ ตอนนี้ก็ช่วยทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สินค้าของที่บ้าน ช่วงนี้เลยจะสนใจของใช้ไอทีเป็นพิเศษ สำหรับการเลือกซื้อของ เกรซจะซื้อสินค้าโดยพิจารณาจากคุณภาพ ที่ต้องแข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้นาน และต้องเหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำงานของเราจริงๆ เน้นดีไซน์คลาสสิก สีพื้นๆ เช่น สีดำ สีขาว สีน้ำตาลค่ะ สำหรับสาวๆ หรือคนที่ชอบสินค้าไอทีหรือเทคโนโลยีล้ำๆ เกรซแนะนำให้มาช็อปปิ้งที่ Digital Lab ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่ ที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้ข้อมูลพร้อมแนะนำการใช้สินค้าอย่างละเอียดและครบถ้วนมากๆ เลยค่ะ”

มหกรรมลดราคาครั้งใหญ่ที่นักช็อปตัวจริงต้องไม่พลาด ด้วยโปรโมชั่นลดสูงสุด 80% ช็อปครบทุก 2,000 บาท รับทันทีคูปองลุ้นรางวัลใหญ่ Siam Gift Card มูลค่า 500,000 บาท พร้อมของรางวัลอีกมากมายเมื่อช็อปครบตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่วันนี้-30 กรกฎาคมศกนี้

คอนเสิร์ตน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมฉลอง 130 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282234

คอนเสิร์ตน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมฉลอง 130 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น

คอนเสิร์ตน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมฉลอง 130 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น

วันจันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น

เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ (Bangkok Symphony Orchestra Foundation) โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จัดคอนเสิร์ตออเคสตร้า “Fukushima Youth Sinfonietta in Bangkok” (ฟุกุชิมะ ยูธ ซินโฟนิเอตตาอิน แบงคอก) นับเป็นครั้งแรกที่วงฟุกุชิมะยูธ ซินโฟนิเอตตา ที่มีสมาชิกเป็นเยาวชนชาวจังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น อายุระหว่าง13-18 ปี จำนวนมากกว่า 60 ชีวิตจะมาเปิดแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทยในวันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2560เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงละครแห่งชาติ

Fukushima Youth Sinfonietta จัดตั้งขึ้นโดย Keys of Change ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ใช้ดนตรีเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือเยียวยาเยาวชนผู้ด้อยโอกาสในประเทศต่างๆ ให้กลับมีความฝัน ความหวังและกำลังใจ รักษาจิตใจที่บอบช้ำ โดยมีประเทศที่ไปช่วยเหลือเยียวยามาแล้วมากมาย อาทิ อะเมซอน เบซิน (Amazon Basin), อูกานดา (Uganda), เซียรา ลีออน (Sierra Leone), โกลกาต้า (Kolkata), กรีซ (Greece), รัสเซีย (Russia), ลอนดอน (London) และ จังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจังหวัดที่ประสบเหตุการณ์สึนามิอย่างรุนแรง แผ่นดินไหวและโรงงานนิวเคลียร์ระเบิด ทำให้เกิดความสูญเสียมากมาย เยาวชนจำนวนไม่น้อยสูญเสียบ้านและครอบครัว สูญเสียกำลังใจ จนกระทั่ง มร.พาโนส คาราน (Panos Karan) นักเปียโนชาวกรีซชื่อดัง ผู้ก่อตั้งองค์กร Keys of Change ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนและสร้างความหวังและกำลังใจให้กับเหล่าเยาวชนด้วยเสียงดนตรี โดยการสอนดนตรี และส่งเสริมการจัดตั้งวงออเคสตร้าขึ้นในนาม Fukushima Youth Sinfonietta เป็นผลทำให้เยาวชนผู้สูญเสียและหมดกำลังใจ ให้กลับมามีความมั่นใจ ความสุขความฝัน และความหวังอีกครั้ง

หลังจากเรียนรู้และฝึกฝนอย่างตั้งใจเป็นระยะเวลา 6 ปี วง Fukushima Youth Sinfonietta มีโอกาสเปิดแสดงดนตรีต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ที่โตเกียว โอเปรา ซิตี้ (Tokyo Opera City) รวมถึงได้มีโอกาสแสดงฝีมือ ณ คอนเสิร์ตฮอลล์ชื่อดัง อาทิ ควีน อลิซาเบธ ฮอลล์ (Queen Elizabeth Hall) ประเทศอังกฤษ และ บอสตัน ซิมโฟนี ฮอลล์ (Boston Symphony Hall) ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกด้วย

นายวันชัย ญาณอุบล ผู้จัดการทั่วไป มูลนิธิดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ กล่าวว่า “การแสดงคอนเสิร์ต โดยวง Fukushima Youth Sinfonietta มีความตั้งใจที่จะมาส่งต่อความฝันและความหวังให้แก่เยาวชนในประเทศไทยรวมถึงขอบคุณคนไทยทุกคนที่มีน้ำใจไมตรีให้กันมาโดยตลอด และที่สำคัญเพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณร่วมถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในบทเพลงแผ่นดินของเรา และเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น รวมถึงมีโอกาสการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น อีกด้วย”

สำหรับรายการแสดงในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ วง Fukushima Youth Sinfonietta อำนวยเพลงโดย รินทาโร มิยาชิตะ (Rintaro Miyashita) นำเสนอบทประพันธ์อมตะของดนตรีคลาสสิกที่ต้องใช้ทักษะการบรรเลงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นสูงมาก อาทิ บทเพลงโหมโรง Russian and Ludmilla ของ มิกาเอลกรินกา เปียโนคอนแชร์โต้หมายเลข 1 ของไชคอฟสกี ซึ่งจะทำการเดี่ยวเปียโน โดย มร.พาโนส คาราน และ ซิมโฟนีหมายเลข 5ของไชคอฟสกี

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสอันดีในการแสดงคอนเสิร์ตร่วมกันระหว่างนักดนตรีเยาวชนของวงฟุกุชิมะ นักดนตรีเยาวชนของวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และคณะนักร้องประสานเสียงของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองประเภทการแข่งขันทั่วไปและประเภทบทเพลงศาสนา จากการแข่งขันขับร้องประสานเสียง Moscow InternationalChildren’s and Youth Festival XV “Moscow Sounds” ณ กรุงมอสโก และนักร้องประสานเสียงโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเจ้าของ 4 รางวัล การแข่งขันขับร้องประสานเสียงระดับนานาชาติ ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ซึ่งทั้งวง Fukushima Youth Sinfonietta วงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพคณะนักร้องประสานเสียงของทั้งวัฒนาวิทยาลัยและกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จะได้บรรเลงและขับร้องเพลง “แผ่นดินของเรา”เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยมี อาจารย์วานิช โปตะวานิชวาทยกรของวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ เป็นวาทยกรรับเชิญ

สามารถบริจาคเพื่อสนับสนุนเยาวชนเหล่านี้ได้ตามกำลังศรัทธา การบริจาคทุก 500 บาท จะได้รับบัตรชมการแสดง 1 ใบ ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดการบริจาคได้ที่ มูลนิธิดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ โทร. 02-255 6617 ถึง 8 หรือ http://www.bangkoksymphony.org และอีเมล์ Bsof@bangkoksymphony.org หรือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยโทร.02-254-7991 ต่อ 0 หรือ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โทร.02-6371852 ต่อ 6500

ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดจากการบริจาคจากผู้สนับสนุน จะมอบคืนให้กับองค์กร Keys of Change เพื่อเป็นทุนในการดำเนินการด้านดนตรีสำหรับวง Fukushima Youth Sinfonietta เพื่อให้เด็กๆ ทั้งสมาชิกของวงในปัจจุบันและในอนาคตได้ใช้ดนตรีในการเปลี่ยนชีวิต อนึ่ง ปัจจุบันวง Fukushima Youth Sinfonietta ได้รับการจดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลที่ถูกต้องของประเทศญี่ปุ่น

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระมหาเทพ’ ประติมากรรมแห่งเขาพระเมรุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282099

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : 'พระมหาเทพ' ประติมากรรมแห่งเขาพระเมรุ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระมหาเทพ’ ประติมากรรมแห่งเขาพระเมรุ

วันอาทิตย์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชมผลงานของช่าง

ด้วยพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 สร้างเป็นพระเมรุมาศขนาดใหญ่ดังเขาพระสุเมรบนสรวงสวรรค์อย่างที่ปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดินจะเห็นเป็นครั้งแรก จึงทำให้การสร้างศิลปกรรมประดับพระเมรุมาศมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย  อาทิตย์นี้ได้ตามหาภูมิช่างศิลปกรรมและประณีตศิลป์ชั้นเยี่ยมไปที่สำนักช่างสิบหมู่

กรมศิลปากร ผู้ดูแลการสร้างงานประดับตกแต่งพระเมรุมาศและบริเวณปริมณฑลให้งามราวสวรรค์ชั้นฟ้า โดยเฉพาะบนพระเมรุมาศที่ประกอบด้วยชั้นต่างๆ คือ จากชั้นที่หนึ่ง เป็นพื้นล่างสุดที่ติดกับถนนรอบพระเมรุมาศ ถัดขึ้นมาเป็นฐานไพทีชั้นที่หนึ่ง
ฐานไพทีชั้นที่สอง ฐานไพทีชั้นที่สาม ซึ่งต่อขึ้นไปจะเป็นบริเวณที่สร้างเป็นอาคารพระเมรุทรงมณฑปหรือบุษบกขนาดใหญ่ จึงทำให้มีพื้นที่สำหรับการสร้างประติมากรรมแห่งเขาพระสุเมรุนั้นเกิดขึ้นมากมาย


ช่างประติมากรรม

ที่น่าสนใจมากคือประติมากรรมรูปมหาเทพหรือพระผู้เป็นเจ้าของพราหมณ์ 4 องค์ ได้แก่ 1.พระอิศวร(พระศิวะ) พระผู้เป็นเจ้าหรือเทพผู้ทรงประทานพรวิเศษให้แก่ผู้หมั่นทำความดีและยึดมั่นในศีลธรรม 2.พระนารายณ์ (พระวิษณุ) พระผู้เป็นเจ้าหรือเทพผู้อวตารเป็นพระรามหรือพระรามาธิบดีลงมามีชีวิตบนมนุษย์โลกเพื่อปราบยุคเข็ญ 3.พระอินทร์ พระผู้เป็นเจ้าหรือเทพผู้สามารถบันดาลความสุขให้แก่โลก โดย บันดาลให้เกิดฝนตกต้องตามฤดูกาล และบันดาลให้พืชพรรณเจริญงอกงาม และ 4.พระพรหม พระผู้เป็นเจ้าหรือเทพผู้กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ ซึ่งมหาเทพหรือพระผู้เป็นเจ้าของพราหมณ์ทั้ง 4 องค์นี้ต่างเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อรับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จกลับสู่สวรรค์

ดังนั้นจึงกำหนดให้พระมหาเทพทั้งสี่องค์ประดิษฐานบนฐานไพทีชั้นที่สาม ล้อมรอบองค์พระเมรุมาศนอกจากนี้ยังมี เทวดาผู้เป็นจตุโลกบาล 4 องค์คือ 1.ท้าวธตรฐ เทวดาผู้ดูแลรักษาโลกด้านทิศตะวันออก2.ท้าววิรุฬหก เทวดาผู้ดูแลรักษาโลกด้านทิศใต้ 3. ท้าววิรูปักษ์ เทวดาผู้ดูแลรักษาโลกด้านทิศตะวันตก 4.ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสวัณ (ท้าวเวสสุวรรณ) เทวดาผู้ดูแลรักษาโลกด้านทิศเหนือ ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 องค์นี้เป็นเทวดาผู้ป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่มนุษย์โลกประจำ 4 ทิศ ได้เสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อรับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จกลับสู่สวรรค์เช่นกันโดยกำหนดให้ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่องค์ประดิษฐานบนฐานไพทีชั้นที่หนึ่งบริเวณมุม ล้อมรอบองค์พระเมรุมาศ  สำหรับมหาเทพแห่งความสำเร็จที่รู้จักกันดีคือ พระพิเนก(พระพิฆเนศวร) เป็นบุตรแห่งพระอิศวรและพระอุมาเทวีเป็นเทพแห่งความสำเร็จ มีความฉลาดรอบรู้ในศิลปวิทยาการทั้งปวง เป็นเทพที่แสดงถึงพระราชอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถรอบรู้สรรพศาสตร์และทรงใช้พระปัญญาญาณด้วยสายพระเนตรยาวไกลในการแก้ไขปัญหาต่างๆ


ประติมากรรมมหาเทพ

พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ “ศาสตร์พระราช” บันดาลสุขให้ประชาชนของพระองค์มาตลอดรัชกาล จึงกำหนดให้พระพิฆเนศวรประดิษฐานบนฐานไพทีชั้นที่สอง หน้าบันไดทางขึ้นฐานไพทีชั้นที่สามด้านทิศเหนือ พร้อมกับพระพินาย (พระโกญจนาเนศวร)เป็นโอรสของพระอิศวร มีศักดิ์เป็นน้องของพระพิฆเนศวร มีพระพักตร์เป็นช้างเช่นเดียวกัน เป็นเทพเจ้าแห่งช้างทุกชนิด เป็นผู้สร้างช้างเอราวัณ ช้างคีรีเมขล์ไตรดายุคและช้างเผือกในโลก ด้วยในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 นั้น มีช้างเผือกบังเกิดขึ้นหลายช้าง เป็นสัญลักษณ์แห่งมหามงคลแสดงความเป็นพระจักรพรรดิราชที่หาได้ยากยิ่งบนแผ่นดินไทยพระองค์ทรงตั้งกองทุนการศึกษาขึ้นมากมาย เพื่อสร้างบุคลากรผู้มีคุณค่ายิ่งประดุจเช่นช้างเผือกที่อยู่ในป่าที่นำสร้างให้เป็นคนดีมีความสามารถให้ชาติบ้านเมืองพระโกญจนาเนศวรนี้ประดิษฐานบนฐานไพทีชั้นที่สองหน้าบันไดทางขึ้นฐานไพทีชั้นที่สาม ด้านทิศเหนือคู่กับพระพิฆเนศวร ประหนึ่งเฝ้ารับเสด็จสู่สรวงสวรรค์ โดยบริเวณโดยรอบเป็นงานโครงการพระราชดำริ “ศาสตร์พระราชา” ที่พระองค์พระราชทานให้ทุกคนได้สำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นั้นไปตลอดกาลนาน

 


พระนารายณ์

 


พระอินทร์

 


พระพรหม

ก.เกษตรฯคว้า 4 รางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่นปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/290420

ก.เกษตรฯคว้า 4 รางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่นปี 2560

Thailand 40, กเกษตรฯคว้า, 2560

ก.เกษตรฯคว้า 4 รางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่นปี 2560

            นายโอภาส ทองยงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2560 ในหัวข้อ “ทุนหมุนเวียน ก้าวไกล  สู่ Thailand 4.0”  โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้จัดงานมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทุนหมุนเวียนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของแต่ละทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดี อีกทั้งยังมุ่งพัฒนาไปสู่ Thailand 4.0 เพื่อให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และการน้อมนำ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นแนวคิดในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้สังคมเกิดความพอเพียง และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนเป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการพัฒนาทุนหมุนเวียนทั้งด้านการบริหาร และการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์การประเมินผลที่กำหนด โดยมีเป้าหมายให้ทุกทุนหมุนเวียนมีมาตรฐานการดำเนินงานเช่นเดียวกัน

“มอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ถือเป็นแรงผลักดันทุนหมุนเวียนในการเร่งพัฒนาผลการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานให้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทุนหมุนเวียนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากจากทุนหมุนเวียนมีส่วนในการส่งเสริม ผลักดัน กระตุ้น พัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศต่อไปอย่างยั่งยืน” นายโอภาส กล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2560 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น จำนวน 4 รางวัล โดยกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ได้รับ 2 รางวัล และเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน ได้รับ 2 รางวัล นอกจากนี้รางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่นประจำปี 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 16 รางวัล แบ่งเป็น 4 ประเภทรางวัล  ดังนี้

1. รางวัลประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการดีเด่น จำนวน 6 ทุน ได้แก่ กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบมาตรวิทยา กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน เงินทุนหมุนเวียนศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ กองทุนประกันวินาศภัย กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ รางวัลนี้มอบให้กับทุนหมุนเวียนที่มีการจัดการบริหารพัฒนา และปรับปรุงองค์กรที่ครอบคลุมตามกรอบการประเมินด้านการบริหารพัฒนา ใน 6 หัวข้อ คือ 1) บทบาทคณะกรรมการทุนหมุนเวียน 2) การบริหารความเสี่ยง 3) การควบคุมภายใน 4) การตรวจสอบภายใน 5) การบริหารจัดการสารสนเทศ และ 6) การบริหารทรัพยากรบุคคล

2. รางวัลการพัฒนาดีเด่น ประเภทดีเด่น จำนวน 3 ทุน ได้แก่ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กองทุน

น้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ  ประเภทชมเชย 1 ทุน ได้แก่ เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน รางวัลนี้จะประเมินทุนหมุนเวียนที่มีการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการดำเนินงานตามเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3. รางวัลผลการดำเนินงานดีเด่น จำนวน 5 ทุน ได้แก่ กองทุนสนับสนุนการวิจัย เงินทุนหมุนเวียนการแสดงเหรียญกษาปณ์และเงินตราไทย กองทุนสิ่งแวดล้อม กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ซึ่งเป็นทุนหมุนเวียนที่มีผลการดำเนินงานโดยรวมดีเด่น สามารถดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่กำหนดไว้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล บรรลุเป้าหมายตามภารกิจ

                4. รางวัลทุนหมุนเวียนเกียรติยศ จำนวน 1 ทุน ได้แก่ กองทุนสนับสนุนการวิจัย เป็นรางวัลที่ยกย่องชมเชยให้กับทุนหมุนเวียนที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีผลการดำเนินงานในระดับดีเด่นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี อันนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนขององค์กร

รณรงค์งดถุงพลาสติกขยายเวลาประกวดรูปถึง 12 ส.ค. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/290261

รณรงค์งดถุงพลาสติกขยายเวลาประกวดรูปถึง 12 ส.ค. นี้

รณรงค์งดถุงพลาสติกขยายเวลาประกวดรูปถึง 12 ส.ค. นี้

            “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” ขยายเวลากิจกรรมประกวดภาพ “โปรไพล์” รณรงค์ไม่รับถุงพลาสติกจนถึง 12 สิงหาคมนี้ พร้อมอัดฉีดของรางวัลทั้งถุงผ้า–กระเป๋าเป้สะพายรุ่น “ลิมิเต็ด” ออกแบบเก๋ไก๋ไม่ซ้ำแบบใคร สำหรับเจ้าของภาพที่ ได้ยอด “Like” สูงสุด 500 รางวัล

            นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับภาคเอกชนผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ 16 หน่วยงานทั่วประเทศ ดำเนินโครงการรวมพลังสร้างวินัยลดใช้ถุงพลาสติก โดยรณรงค์งดให้บริการถุงพลาสติกแก่ประชาชนในทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ของสัปดาห์ รวมทั้งได้จัดแคมเปญรณรงค์เพื่อขยายผลโครงการ โดยได้ดำเนินการออกแบบกรอบรูปภาพรณรงค์การงดใช้ถุงพลาสติกและหันมาใช้ถุงผ้า เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้ประดับรูปภาพโปรไฟล์ของตัวเองในสื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ พร้อมกับจัดกิจกรรมให้ประชาชนนำภาพดังกล่าวมาแชร์ต่อสาธารณะ โดยโพสต์รูปพร้อมติดแฮชแท็ก #รวมพลังสร้างวินัยลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อชิงรางวัลกระเป๋าเป้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุดชิค สำหรับผู้ที่มียอด Like สูงสุด จำนวน 500 รางวัล โดยจะขยายจากวันที่ 31 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2560

ส่วนกติกาการร่วมสนุก ยังคงเป็นไปตามเดิมทุกอย่าง นั่นคือ ประชาชนสามารถนำรูปภาพของตัวเองไปเปลี่ยนใส่กรอบรูปซึ่งมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้ที่ลิงค์ http://www.deqp.go.th/service-portal/deqp-photo-frame/photo-frame/โดยทำตามคำแนะนำ 4 ขั้นตอนก่อนเซฟภาพของตัวเองแล้วนำออกมาแชร์พร้อม hashtag #รวมพลังสร้างวินัยลดใช้ถุงพลาสติก โดยรูปของใครมีผู้กด like สูงสุดก็จะได้รับรางวัลตามจำนวนที่กำหนด โดยเริ่มได้ตั้งบัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2560 นี้

                   “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงอยากขอเชิญชวนประชาชนทุกคนมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้คนไทยเกิดความตระหนัก พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดใช้และลดขยะประเภทถุงพลาสติก รวมทั้งหันมาใช้ถุงผ้ากันอย่างต่อเนื่อง เพราะเพียงแค่เราคนไทย 65 ล้านคน สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้คนละ 1 ชิ้นต่อวัน ก็จะเท่ากับเป็นการลดขยะพลาสติกไปได้ถึงวันละ 65 ล้านชิ้น ซึ่งถือเป็นคุณประโยชน์ต่อสภาวะสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการปัญหาขยะและของเสียอันตรายของประเทศได้อย่างมหาศาล” อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว