ห้ามพลาดเทศกาล”TK BOARD GAME FESTIVAL”23-24 ก.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295893

ห้ามพลาดเทศกาล”TK BOARD GAME FESTIVAL”23-24 ก.ย.นี้

Board, Game, Festival, ทีเคบอร์ดเกมคลับ, -24, กันยายน, 2560, TK Board Game Festival

สนุกกับ TK Board Game Festival ฉลองครบรอบ 1 ปี ทีเคบอร์ดเกมคลับ 23 -24 กันยายน 2560

      อุทยานการเรียนรู้ TK park เตรียมพร้อมจัดงานสนุกๆ ของทุกคนในครอบครัว กับเทศกาลบอร์ดเกมนัดสำคัญ TK Board Game Festival ที่จะชวนทุกคนมาทดลองเล่นบอร์ดเกมหลากหลายแนว แม้ว่าคุณไม่เคยเล่นมาก่อนก็สามารถมาร่วมเล่นด้วยกันได้ ในวันเสาร์ที่ 23 – วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2560  เวลา 11.00-17.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle Zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ทีเคบอร์ดเกมคลับ ริเริ่มจัดขึ้นมาตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2559 เพื่อแนะนำเด็ก เยาวชนให้รู้จักกับการเล่นบอร์ดเกมสมัยใหม่  ที่ไม่ใช่แค่การโยนลูกเต๋า ไม่ใช่แค่สำหรับเด็กเนิร์ด  แต่เกมกระดานเหล่านี้เหล่านี้คือโลกใหม่ของเกม ที่ใครๆ เล่นก็ชอบ เพราะมีทั้งความสนุก ได้ใช้สมอง ได้พบเพื่อนใหม่ แลกเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติ และปลดปล่อยจินตนาการ

ห้ามพลาดเทศกาล"TK Board Game Festival"23-24 ก.ย.นี้

จากจุดเริ่มต้น TK Board Game Club คลับคนรักบอร์ดเกม ได้นำพาให้คนรักบอร์ดเกมจากหลากหลายครอบครัว มาร่วมพบปะเพื่อนใหม่พร้อมเรียนรู้ทักษะต่างๆ ผ่านบอร์ดเกม รวมถึงการทดสอบและทดลองเกมใหม่ๆ ที่ออกแบบและผลิตโดยคนไทยอีกด้วย  กิจกรรมทีเคบอร์ดเกมคลับได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีเคพาร์คกลายเป็นชุมชนคนรักบอร์ดเกม และสถานที่พบปะของคนรักบอร์ดเกมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบเกม ครูอาจารย์ที่นำเกมไปใช้ในชั้นเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง ตลอดจนเด็กๆและเยาวชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัย 8 ปีขึ้นไป ที่มารวมตัวกันที่นี่ ทุกๆ วันเสาร์ที่สองของเดือน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

ห้ามพลาดเทศกาล"TK Board Game Festival"23-24 ก.ย.นี้ห้ามพลาดเทศกาล"TK Board Game Festival"23-24 ก.ย.นี้

ภายในงานเทศกาลบอร์ดเกม TK Board Game Festival ไม่ว่ามือใหม่ หรือมือเก่า จะได้มีโอกาสทดลองการเล่นบอร์ดเกมหลากหลายรูปแบบ เลือกได้ตามความสนใจ สนุกไปกับกิจกรรมพิเศษ และการแลกเปลี่ยนไอเดียเพื่อต่อยอดบอร์ดเกมสู่กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย พร้อมด้วยการแข่งขันบอร์ดเกมชิงรางวัลดีๆมากมาย

พบกับเทศกาลบอร์ดเกม  TK Board Game Festival ในวันเสาร์ที่ 23 – วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2560  เวลา 11.00-17.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle Zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02 257 4300 ต่อ 226   ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tkpark.or.th  *กิจกรรมเหมาะสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอายุ 8 ปีขึ้นไป

“ไขมัน”…. ยิ่งกิน ยิ่งดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295890

“ไขมัน”…. ยิ่งกิน ยิ่งดี

แซลมอน, ไขมันดี, ไขมัน, ยิ่งกิน

หลายคนมักบอกว่าการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และอีกหลายคนเชื่อว่าการดูแลสุขภาพตัวเองที่ดีที่สุดคือการงดบริโภคอาหารที่มีไขมัน

       เพราะเข้าใจว่าไขมันมีแต่ก่อให้เกิดโทษ บางคนเชื่อว่าการหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด

นายพศิษฐ์ คณาศิริชัยนนท์ นักกำหนดอาหารวิชาชีพและวิทยากรด้านอาหารและสุขภาพ จากเพจเฟซบุ๊คชื่อดังด้านอาหารและโภชนาการ ‘เมื่อวานป้าทานอะไร?’ ได้มาร่วมไขข้อข้องใจของใครหลายๆ คนเกี่ยวกับการรับประทานไขมัน พร้อมแนะนำว่า

 “การงดรับประทานไขมันไม่ใช่วิธีการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพที่สุด หากแต่คือ การปรับพฤติกรรมการบริโภคด้วยการเพิ่มปริมาณ ‘ไขมันดี’ ในมื้ออาหาร เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบครัน” 

“ไขมัน”.... ยิ่งกิน ยิ่งดี

หน้าที่ของนักกำหนดอาหารวิชาชีพไม่ใช่เพียงแค่กำหนดประเภทหรือปริมาณอาหารที่เหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการของร่างกายแต่ละคน หากแต่ยังต้องส่งเสริมและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการบริโภคอาหารด้วย ดังเช่นแนวคิดเดิมๆ ที่ว่าการบริโภคไขมันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ จนอาจทำให้หลายคนลืมฉุกคิดไปว่าร่างกายเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งไขมันก็เป็นหนึ่งในสารอาหารที่ร่างกายนั้นขาดไม่ได้ ในปัจจุบันมีผลการวิจัยจำนวนมากที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ไขมันบางประเภทมีข้อดี แถมยังอุดมไปด้วยคุณค่าจากสารอาหารที่จำเป็น และให้คุณประโยชน์แก่ร่างกายของเรา แต่ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังยึดติดกับแนวคิดเดิมๆ และอาจมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทานไขมัน ดังนั้น เรามาทำความรู้จักไขมันให้ดีขึ้นกันดีกว่า

1. รู้จักเลือกรับประทานไขมันให้เป็น   ควรเลือกรับประทานไขมันประเภทไหน แล้วแบบไหนที่เรียกว่าไขมันดี จริงๆ แล้วเรื่องนี้ง่ายนิดเดียว ไขมันดีคือไขมันประเภทไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน พบได้ในน้ำมันที่สกัดจากพืข ไขมันทั้งสองประเภทนี้มีคุณสมบัติในการลดไขมันไม่ดีในเลือดหรือโคเลสเตอรอลตัวร้ายอย่าง LDL ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โดยเราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันที่สกัดจากพืชอย่างน้ำมันมะกอก ที่อุดมไปด้วยไขมันดีทั้ง 2 ประเภทนี้ นอกจากนี้ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกยังประกอบไปด้วยกรดไขมันที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ และยังเป็นแหล่งพลังงานที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย

“ไขมัน”.... ยิ่งกิน ยิ่งดี

2. ไขมันดี ยิ่งกิน ยิ่งได้ประโยชน์  ปริมาณไขมันที่แนะนำให้คนทั่วไปซึ่งมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานรับประทานคิดเป็น 20-35% ของปริมาณพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน นอกจากไขมันจะมีหน้าที่ให้พลังงานแก่ร่างกายแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการของสมองอีกด้วย เชื่อหรือไม่ว่ากว่า 60% ของสมองคนเราเป็นส่วนประกอบของไขมันทั้งสิ้น เพราะเหตุนี้ ร่างกายเราจึงต้องการไขมันดี ซึ่งจะทำหน้าที่หล่อเลี้ยงและบำรุงสมอง

ผลงานวิจัยของศ.แกรี่ แอล เว็งค์ ภาคประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต แสดงให้เห็นว่าอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมีส่วนช่วยในด้านการรับรู้และความจำ กล่าวคือ ไขมันดีจะช่วยลดโอกาสการสูญเสียความทรงจำ นอกจากนี้ ดร. เดวิด เพิร์ลมัทเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและผู้แต่งหนังสือ Grain Brain ยังอธิบายอีกว่า ไขมันทำหน้าที่ช่วยสร้างเซลล์ประสาทและยังทำหน้าที่เสมือนเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“ไขมัน”.... ยิ่งกิน ยิ่งดี

      3. ไขมันดี ยิ่งกิน ยิ่งผอม   การรับประทานอาหารที่มีองค์ประกอบของไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมยังสามารถช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกด้วย2 จากการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่าง พบว่ากลุ่มคนที่รับประทานอาหารที่มีไขมันดีจะอิ่มไวและนานกว่า เมื่อเทียบกับอีกกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานอาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเมื่อไขมันถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง ร่างกายจึงรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและความอยากอาหารก็ลดลงไปด้วย ส่งผลให้เรารับประทานอาหารในแต่ละมื้อได้น้อยกว่าปกติ ดังนั้น การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันดี จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยลดน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยม

      4 อาหารอุดมไปด้วยไขมันดี  ได้แก่  น้ำมันมะกอก: อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากกว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ ซึ่งดีต่อหัวใจ และยังมีสาร โพลีฟีนอล ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้   ปลาแซลมอน: แหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ชั้นเยี่ยม ช่วยลดอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี  อโวคาโด: แหล่งของไขมันดี เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินอี  และถั่ววอลนัท: อุดมไปด้วยประโยชน์จากกรดไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะกรดไขมันแอลฟาไลโนเลอิก

ไขมัน เป็นเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพียงแค่นี้เราก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ไม่ยาก

ปล่อยของ!! เด็กอาชีวะซ่อม-สร้าง-พัฒนาชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295887

ปล่อยของ!! เด็กอาชีวะซ่อม-สร้าง-พัฒนาชุมชน

เด็กเทคนิค, นครนายก, อาชีวะ, เทคนิคนครนายก

นศ. เทคนิคนครนายก รวมพลังจิตอาสาพัฒนาชุมชน สู่หลักธรรมาภิบาล”ซ่อม-สร้าง-พัฒนาชุมชน โชว์ทักษะช่างมืออาชีพ

           สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันภาคกลาง 3 โดยนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาช่างเชื่อม และช่างไฟฟ้ากำลัง องค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ได้จัดโครงการ “ค่ายอาสาพัฒนาชุมชน สู่หลักธรรมาภิบาล” เพื่อให้เยาวชนสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน มีจิตสำนึกรักบ้านเกิด โดยนำความรู้จากการเรียนไปบูรณาการสู่การปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้มอบหมายให้นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาช่างเชื่อม และช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคนครนายก นำทักษะวิชาชีพช่างมาร่วมกันผลิต และติดตั้งราวสแตนเลส เพื่อป้องกันเด็กตกจากระเบียง ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษมหาจักรีสิรินธร ประจำจังหวัดนครนายกและทาสีอาคารเรียน เปลี่ยน/ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า และตกแต่งพื้นถนน ณ โรงเรียนบ้านทำนบ (เลิศสินอนุสรณ์) อ.องครักษ์ จ.นครนายก ภายใต้โครงการ “ค่ายอาสาพัฒนาชุมชน สู่หลักธรรมาภิบาล”เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ได้นำทักษะวิชาชีพไปช่วยเหลือชุมชน ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี รู้จักเสียสละ อดทน มีความมุ่งมั่นพยายาม มีภาวะผู้นำ และสร้างเครือข่ายชุมชน รวมทั้งส่งเสริม และสนับสนุนให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมาภิบาล และระบอบประชาธิปไตยจากการปฏิบัติงาน

ปล่อยของ!! เด็กอาชีวะซ่อม-สร้าง-พัฒนาชุมชนปล่อยของ!! เด็กอาชีวะซ่อม-สร้าง-พัฒนาชุมชน

    เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อว่า นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงส่งเสริมให้เยาวชนได้เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปอย่างสงบสุข เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ประสานประโยชน์ของส่วนรวม ปราศจากความขัดแย้ง รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ระบอบประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมในระบบ และระเบียบของสังคมอีกด้วย

“ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน”นวัตกรรมใหม่ฝีมือ รพ.เทิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295886

“ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน”นวัตกรรมใหม่ฝีมือ รพ.เทิง

รพเทิง, โรงพยาบาลเทิง, ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน

โรงพยาบาลเทิง จ.เชียงราย ผุดไอเดียเจ๋งคิดค้น “ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน” ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและใบหน้า ใช้ห้ามเลือดได้สะดวกรวดเร็วกว่าผ้าพันแผล

       “ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน” นับเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยคำนึงถึงคุณภาพ ราคา และวิธีใช้เป็นหลัก ยึดหลักกระบวนการผลิตที่เรียบง่าย โดยใช้ผ้ายืด Elastic bandage และผ้าตืนตุ๊กแก ซึ่งมีราคาไม่แพงผ่านการออกแบบและตัดเย็บให้สวมใส่ง่าย สามารถใช้ห้ามเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ปฐมพยาบาลไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการพันผ้าพันแผลก็สามารถใช้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งแพทย์สามารถประเมินอาการของผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องถอดผ้าพันศรีษะออก

      นายปรีชา มโนยศ พยาบาลวิชาชีพ หน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลเทิง จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน” หรือ “Field Head Saver” เป็นผลงานวิชาการประเภทนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ที่คิดค้นโดยหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉินโรงพยาบาลเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาลห้ามเลือดให้กับผู้ป่วยฉุกเฉินที่ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหรือใบหน้า และต้องการความรวดเร็วในการปฐมพยาบาลเพื่อห้ามเลือดและลดภาวะแทรกซ้อนจากการเสียเลือด

“ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน”นวัตกรรมใหม่ฝีมือ รพ.เทิง                 

   ปัจจุบันทางโรงพยาบาลเทิง จังหวัดเชียงราย และโรงพยาบาลเครือข่ายทางภาคเหนือได้ใช้ “ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน” กับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะและใบหน้า พร้อมทั้งได้ศึกษาและทดลองเชิงวิจัยไปพร้อมๆ กัน ผลการศึกษาพบว่า “ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน” สามารถใช้ห้ามเลือดได้ดี ไม่พบการเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจ (ในผู้ป่วยที่ต้องได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ) ลดระยะเวลาในการพันผ้ายืดแบบเดิม (Elastic Bandage) จากเดิมประมาณ 2 นาที เหลือเพียงไม่เกิน 30 วินาที ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้ได้เพราะสามารถซักทำความสะอาดได้  การใช้มีความสะดวก ผู้ป่วยและญาติมีความพึงพอใจ ในระดับมาก

นายปรีชา กล่าวเพิ่มเติมภายหลังนำผลงาน ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน หรือ Field Head Saver มาร่วมประกวดและจัดแสดงภายในงานประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2560 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 – 8 กันยายน 2560 ที่จังหวัดอุดรธานี ว่า ภายในกลางปี 2561 โรงพยาบาลเทิง จังหวัดเชิงราย และเครือข่ายได้วางแผนพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม “ผ้าพันศรีษะฉุกเฉิน” ให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของวัสดุ การตัดเย็บ รวมถึงการออกแบบ เพื่อเตรียมพร้อมผลิตและส่งต่อให้กับโรงพยาบาลทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนในราคาที่ย่อมเยา ต่อไป

เส้นทางสายผ้า “ลาวครั่ง-ลาวเวียง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295860

เส้นทางสายผ้า “ลาวครั่ง-ลาวเวียง”

ลาวเวียง, ลาวคั่ง, ลายผ้า, เส้นทางสายผ้า, ลาวครั่ง-ลาวเวียง, ชัยนาท

 ‘ชัยนาท’ สร้างเส้นทางสายผ้า อารยธรรม‘ลาวครั่ง-ลาวเวียง’  พอช.ปลุกวัฒนธรรมมีชีวิต บูมเศรษฐกิจท่องเที่ยวชุมชน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านและชุมชนได้ประโยชน์

      เฉพาะปี 2559 เพียงปีเดียว ประเทศไทยโกยรายได้จากการท่องเที่ยวมากถึง 2.52 ล้านล้านบาท แต่ข้อเท็จจริงประการหนึ่งก็คือเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเหล่านั้น แลกมาด้วยความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ และ ทรัพยากรที่ไม่อาจประเมินค่า นั่นหมายความว่า การจัดการท่องเที่ยวในนิยามเดิมๆ ไม่สามารถตอบโจทย์ ‘ความยั่งยืน’ ได้อีกต่อไป การจัดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ จึงถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ

 “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” หนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. พัฒนาและจัดการอย่างครบวงจร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านและชุมชนได้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 

เส้นทางสายผ้า "ลาวครั่ง-ลาวเวียง"

การท่องเที่ยวโดยชุมชนคืออะไร? แตกต่างไปจากการท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมๆ อย่างไร มีคำอธิบายจาก ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ ผู้จัดการสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานจำนวนมากไม่เข้าใจเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน จึงมักเห็นการใช้งบประมาณและการประชาสัมพันธ์เข้าไปยังชุมชนหรือพื้นที่ๆ มีศักยภาพ จากนั้นระยะหนึ่งหน่วยงานเหล่านั้นก็ถอนตัวออกไป ปัญหาก็คือชุมชนเกิดคำถามต่อว่า แล้วนักท่องเที่ยวที่เคยมาอยู่ไหนล่ะ หรือชุมชนจะต้องทำอะไรกันต่อไป

เส้นทางสายผ้า "ลาวครั่ง-ลาวเวียง"

ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ

ที่ผ่านมามีแต่การเอางบฯ เข้าไประเบิดแล้วก็ถอนตัวออกมา พี่น้องก็อารมณ์ค้างและไปต่อไม่ได้” ดร.อนุรักษ์กล่าว และอธิบายต่อว่า จริงๆ แล้วหัวใจสำคัญของการจัดการท่องเที่ยว คือต้องทำให้ชุมชนเข้าใจเรื่องกระบวนการจัดการและสามารถเชื่อมโยงกับตลาดได้

“เราต้องลงไปคุยกับพี่น้องเพื่อให้พี่น้องลุกขึ้นมาจัดกลไกการท่องเที่ยวโดยชุมชนเอง ต้องช่วยกันหา อัตลักษณ์ ทั้งวิถีชีวิต ภูมิปัญญา ต้องช่วยกันคิดว่าจะขายอะไร จะไปขายจุดไหน แล้วจะทำให้ถึงเป้าหมายอย่างไร จากนั้นเมื่อมีความชัดเจน ก็ดึงภาคีที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วม โดยมีเป้าหมายคือเชื่อมโยงกับตลาดให้ได้” ผู้จัดการสำนักพัฒนาเศรษฐกิจฯ พอช.ให้ภาพที่ชัดเจน พร้อมระบุว่า ในปี 2559 พอช.ได้สร้างกระบวนการแล้วถึง 259 ชุมชน

ความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่กระจายตัว และเบ่งบานอยู่ทั่วทุกชุมชนในประเทศไทย คือความงดงามและมนต์เสน่ห์ที่หลบซ่อนยู่เพื่อรอการค้นพบ…อัตลักษณ์ของท้องถิ่นอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา ความเชื่อ ผลิตภัณฑ์ แหล่งท่องเที่ยว ล้วนเป็นต้นทุนดั้งเดิม ที่จะนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนจากเศรษฐกิจฐานราก

เส้นทางสายผ้า "ลาวครั่ง-ลาวเวียง"

หนึ่งในพื้นที่ๆ กำลังก่อรูปไปสู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนคือ ชุมชนลาวครั่ง ต.กุดจอก จ.ชัยนาท ซึ่งมีความเป็นมาอันยาวนาน อดีตเป็นชาวลาวอพยพหนีภัยสงครามมาตั้งแต่ช่วงต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยชุมชนแห่งนี้ มีเป้าหมายร่วมกันคือต้องการสืบสานวัฒนธรรมชาวลาวครั่งให้คนรุ่นหลังและคนนอกพื้นที่ได้รู้จัก ทั้ง ภาษาพูด ดนตรีพื้นเมือง เครื่องแต่งกาย ผ้าขิด ผ้าจก ผ้ามัดหมี่ ประเพณีสงกรานต์ เครื่องจักสานไม้ไผ่ ความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ฯลฯ

อีกหนึ่งชุมชนที่น่าสนใจก็คือ ชุมชนลาวเวียง ต.เนินขาม จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นกลุ่มลาวอพยพเช่นกัน แต่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป แม้ทุกวันนี้ชุมชนเปลี่ยนแปลงไปมาก อัตลักษณ์ท้องถิ่นสูญหาย คนที่ผ่านไปมาไม่มีทางทราบได้ว่า พื้นที่แห่งนี้คือแหล่งอารยธรรมสำคัญ ชุมชนจึงมีความคิดที่จะกลับไปยังรากเหง้า คือเริ่มต้นจากการช่วยกันปลูกต้นมะขาม ขณะเดียวกันก็ดึงจุดเด่นของชุมชน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อจกหม้อ ผ้าขาวม้า 5 สี ผ้าซิ่นตีนจก อาหารพื้นเมือง ประเพณีโบราณ ขึ้นมาเป็นจุดขาย มีความเป็นไปได้ว่า จ.ชัยนาท จะเชื่อมต่อการท่องเที่ยวโดยชุมชนของ 2 ตำบล ก่อกำเนิดเป็น “เส้นทางสายผ้า” อารยธรรมและมรดกการถักทอที่สวยงาม 

เส้นทางสายผ้า "ลาวครั่ง-ลาวเวียง"

 นิธิ สืบพงษ์สังข์ เลขานุการสมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ชี้ประเด็นว่า จุดขายของการท่องเที่ยวโดยชุมชนคือความเรียบง่าย ความเป็นวิถีดั้งดิมที่ยังคงอยู่ ฉะนั้นต้องเริ่มจากการสร้างกระแสให้ชุมชนหลงรักตัวเองก่อน รักสิ่งที่ตัวเองมี จากนั้นนักท่องเที่ยวก็จะเข้ามาหลงรักชุมชนเอง

เส้นทางสายผ้า "ลาวครั่ง-ลาวเวียง"

“อย่างลักษณะของ นักท่องเที่ยวยุโรป เขาชอบประสบการณ์ ชอบลงมือทำ ไม่ได้ชอบมาถ่ายรูปแล้วไป เมื่อดูบ้านกุดจอก ที่มีความโดดเด่นเรื่องการทอผ้า ก็เป็นไปได้ที่จะออกแบบให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางสายผ้า ขณะเดียวกันชัยนาทเป็นต้นของแม่น้ำน้อยลงแม่น้ำท่าจีน ก็อาจจะเล่นเรื่องวัฒนธรรมสายน้ำควบคู่ไปด้วย” นักจัดการท่องเที่ยวรายนี้ ยกตัวอย่าง

เขา ย้ำว่า ประเด็นคือต้องหาให้เจอว่าอะไรที่พื้นที่ของเรามีเพียงที่เดียวในประเทศ นักท่องเที่ยวต้องมาที่นี่เท่านั้น ไม่ใช่เพียงอาหารอร่อยเพราะที่อื่นก็อร่อย ไม่ใช่แค่มีผ้าทอ เพราะที่อื่นก็มีผ้าทอ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องขายอารมณ์ให้นักท่องเที่ยวให้ได้

 เบญจพล เปรมปรีดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท มั่นใจว่า จ.ชัยนาท มีของดีจำนวนมาก แต่คนอื่นอาจไม่รู้ ฉะนั้นต้องสร้างตัวของเราไปให้คนอื่นได้รับรู้ สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ก็คือช่วยกันนำสิ่งที่มีอยู่ไปนำเสนอในช่องทางที่ทันสมัย และเผยแพร่ไปได้ทั่วโลก สำหรับการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้น แนวทางของ จ.ชัยนาท คือต้องเอาชุมชนและประชาชนเป็นตัวตั้ง ประโยชน์ต้องตกอยู่ที่ประชาชนภายใต้กระบวนการการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ทั้งหมดคือความสำคัญและแนวทางการสร้างวัฒนธรรมให้มีชีวิต เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยใช้การท่องเที่ยวโดยชุมชน และเพื่อชุมชนนั่นเอง

“กุ๋งกิ๋งปาร์ตี้”พาน้องกินเล่นทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295842

“กุ๋งกิ๋งปาร์ตี้”พาน้องกินเล่นทั่วไทย

ททท, แปลนฟอร์คิดส์, กุ๋งกิ๋งเที่ยวทั่วไทย, กุ๋งกิ๋งปาร์ตี้

ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเด็ก ๆ ที่กำลังสนุกกับการประดิษฐ์ว่าวทำมือ และบางส่วนทำหนังตะลุงจิ๋วในฐานกิจกรรมตามภาคที่จัดขึ้นในงานปาร์ตี้สำหรับเด็ก

         กุ๋งกิ๋งปาร์ตี้ ตอน กุ๋งกิ๋งเที่ยวทั่วไทย โดยบริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันและได้ท่องเที่ยวไปทำกิจกรรมนอกตำรา โดยมีกุ๋งกิ๋ง ซึ่งเป็นตัวละครจากหนังสือนิทานผลงานสร้างสรรค์ของ แปลน ฟอร์ คิดส์ เป็นเสมือนเพื่อนของเด็ก ๆ วัยอนุบาล และเป็นผู้ช่วยที่รู้ใจของพ่อแม่ในการส่งเสริมพฤติกรรมสร้างสรรค์ด้านต่าง ๆ ให้แก่เด็ก การจัดงานครั้งนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็กได้มีส่วนร่วม กล้าแสดงออก และเติมเต็มจินตนาการ ซึ่งมีพ่อแม่ให้ความสนใจและพาเด็กมาร่วมงานมากมาย

"กุ๋งกิ๋งปาร์ตี้"พาน้องกินเล่นทั่วไทย

ริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า กุ๋งกิ๋งเป็นตัวละครจากนิทานที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ ทำลายทุกสถิติยอดขายหนังสือนิทานในประเทศไทยด้วยจำนวนพิมพ์เกือบ 3 ล้านเล่ม ได้รับการตอบรับอย่างดีจากสำนักพิมพ์หลายประเทศ เช่น ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่ซื้อลิขสิทธิ์นำกุ๋งกิ๋งไปเผยแพร่จนเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ ทั่วเอเชีย แต่ละประเทศจะมีชื่อเรียกกุ๋งกิ๋งต่างกันไป

แต่เรื่องราวและภาพประกอบจะยังคงเดิม นอกจากผลลัพธ์โดยรวมที่พ่อแม่ได้จากการใช้หนังสือนิทานกุ๋งกิ๋งในการปรับพฤติกรรม และเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้กับลูกแล้ว เรายังตระหนักถึงศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กที่ไร้ขีดจำกัด จึงจัดกิจกรรมสำหรับเด็กขึ้นทุกปี และปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดในธีมท่องเที่ยวทั่วไทย ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม อาหาร ของดีของเด็ดประจำภาค เพื่อสะสมเป็นความรู้นำไปต่อยอดได้ชีวิตจริง

"กุ๋งกิ๋งปาร์ตี้"พาน้องกินเล่นทั่วไทย

ทางด้าน ปทิตตา ตันติเวชกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีความยินดีที่จะสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ให้กับเด็ก ที่จะได้เรียนรู้ทุกภูมิภาคในประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้รู้ว่าแต่ละภาคนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของเด็กที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า ที่จะมีคุณภาพในการสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า การท่องเที่ยวฯ ทำงานกับการท่องเที่ยวชุมชนมาเยอะมาก แต่เราเพิ่งทำงานกับเด็กที่เล็ก ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ให้เด็กได้มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้วเอาประสบการณ์นั้นไปเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง เมื่อมีโอกาสไปเที่ยวจริง เด็กจะเห็นว่าเมืองไทยงดงามและจะภูมิใจในสิ่งที่พบเห็น ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน วัด ทะเล ภูเขา วันนี้เราสร้างประสบการณ์จำลองให้กับเด็กก่อนที่เขาจะไปสัมผัสประสบการณ์จริงกันกับครอบครัว

"กุ๋งกิ๋งปาร์ตี้"พาน้องกินเล่นทั่วไทย

ภายในงานกุ๋งกิ๋งปาร์ตี้ ประกอบด้วย 5 ฐานกิจกรรมที่แบ่งตามภาคในประเทศไทย คือ ฐานของกิ๋นบ้านเฮาประจำภาคเหนือ เพื่อแนะนำให้รู้จักกับอาหารพื้นเมือง แล้วจัดอาหารให้ครบถ้วนตามโจทย์ที่ได้รับ เช่น ข้าวซอยไก่ ชุดน้ำพริกหนุ่มและผัก ชุดข้าวนึ่งและไส้อั่ว ชุดข้าวนึ่งและแอ๊บหมู ฐานรังไหมม่วนซื่นประจำภาคอีสาน ได้เรียนรู้วงจรชีวิตและประโยชน์จากรังไหม วัสดุจากธรรมชาติที่ได้จากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของชาวอีสาน ฐานมาเล่นว่าวกันเถอะประจำภาคกลาง เป็นศิลปะประดิษฐ์ทำว่าว ฐานชมสวนชวนสนุกประจำภาคตะวันออก เป็นจำลองสวนผลไม้ของเด่นประจำภาค ให้เด็กได้สนุกกับการเก็บผลไม้ ทั้งทุเรียน เงาะ และมังคุด และฐานหนังลุงหนุกแรงประจำภาคใต้ ที่เด็กจะได้รู้จัก และสนุกกับหนังตะลุงจิ๋วและเชิดหุ่นที่โรงละครจำลอง ซึ่งนอกจากความสนุกในฐานกิจกรรมแล้ว ยังมีมุมลูกโป่งแปลงกาย เพ้นท์หน้าฮาเฮ และมุมอาหารที่เด็กสามารถเลือกอาหารได้ด้วยตนเอง และไปรับประทานร่วมกันกับเพื่อน ซี่งเป็นหนึ่งในทักษะทางสังคมที่สร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมการมีทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิตให้กับเด็ก

"กุ๋งกิ๋งปาร์ตี้"พาน้องกินเล่นทั่วไทย

“ปีนี้มา 3 รอบค่ะ เพราะรอบแรกลูกสาวมากับโรงเรียนแล้วเขาชอบ เขาเลยขอมาอีกรอบ รอบเช้าเขาสนุก ก็อยากมาอีก เราก็เลยส่งเสริม ปีนี้ธีมงานเป็นเที่ยวทั่วไทย เขาเลือกใส่ชุดผ้าไทยประจำภาคมาหลาย ๆ ภาค เห็นเขาสนุก ได้ทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำ มีส่วนร่วมกับเพื่อนในฐานกิจกรรม เห็นเขามีความสุขเราก็ดีใจ หากครั้งต่อไปจัดอีก ก็จะมา ตั้งใจมาทุก ๆ ปีค่ะ ใจจริงอยากให้จัดปีหนึ่งหลาย ๆ ครั้งเพราะทุกวันนี้พื้นที่ที่เปิดให้เด็กได้แสดงออก ได้เล่น ได้สนุกแบบสร้างสรรค์ หายากเต็มที”  เสียงจากผู้ปกครองที่พูดถึงงานในครั้งนี้
นอกจากฐานกิจกรรม ยังมีคอนเสิร์ตจากมาสคอทที่เป็นไฮไลท์ของงาน คือ กุ๋งกิ๋ง จากแปลน ฟอร์ คิดส์ และ น้องสุขใจ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มาร้องเพลงสร้างสีสันชวนเด็ก ๆ สนุกไปทั้งงาน

วิศวะชีวการแพทย์ ม.รังสิต ป.ตรี+โทจบ 5 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295825

วิศวะชีวการแพทย์ ม.รังสิต ป.ตรี+โทจบ 5 ปี

วิศวะชีวการแพทย์ ม.รังสิต ป.ตรี+โทจบ 5 ปี

วิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต เปิดหลักสูตร ป.ตรี ควบโท 4+1 เรียน 5 ปี พร้อมเปิด Entrepreneurship Program สร้างผู้ประกอบการใหม่

         รศ.นันทชัย ทองแป้น คณบดีคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ตามที่มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เปิดคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยมีวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่ “คณะแห่งนวัตกรรมและผู้ประกอบการทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์เพื่อสังคมของอาเซียน” ที่มุ่งเติมเต็มวิศวกรรมสำหรับการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมทั้งระบบการดูแลรักษาสุขภาพให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ซึ่งคณะได้พิจารณาความท้าทายในทุกๆ ด้าน จึงให้ความสำคัญเป็นอย่างสูงในเรื่องนวัตกรรม และทักษะการเป็นผู้ประกอบการจริงมากขึ้น

วิศวะชีวการแพทย์ ม.รังสิต ป.ตรี+โทจบ 5 ปี

ดังนั้น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป ทางคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์จึงได้ปรับปรุงการบริหารจัดการในระดับหลักสูตรให้ตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ด้วยการเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีแบบก้าวหน้า 4+1 โดยการเรียนปริญญาตรีควบปริญญาโท ให้สามารถจบการศึกษาได้ในระยะเวลา 5 ปี พร้อมทั้งเปิดแผนการเรียนใหม่ Entrepreneurship Program เพื่อมุ่งพัฒนาจากงานวิจัยต้นแบบทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ไปสู่ผลิตภัณฑ์และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์ ในขณะเดียวกันก็จะสร้างบัณฑิตที่มีทัศนคติและทักษะการเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ในระดับบัณฑิตและมหาบัณฑิตควบคู่กันไป

วิศวะชีวการแพทย์ ม.รังสิต ป.ตรี+โทจบ 5 ปี

“เรามี Entrepreneurship Program ที่มุ่งจัดการเรียนการสอนจากประสบการณ์จริงให้กับผู้เรียน ทั้งการบูรณาการต่อยอดการพัฒนาต้นแบบงานวิจัยทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ให้เป็นผลิตภัณฑ์และการนำผลิตภัณฑ์ไปดำเนินการในเชิงพาณิชย์ นั่นคือการสร้างประสบการณ์ในด้านการนำเอาความรู้ทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และทางด้านการประกอบธุรกิจมาบูรณาการเข้าด้วยกัน โดยมีจุดมุ่งหมายในการร่วมสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้กับประเทศไทย เพื่อเอาชนะกับดักรายได้ปานกลางของประเทศไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ประเทศไทย4.0” คณบดีคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต กล่าว

5 อ.ธัญบุรี “จิตรกรอาสา” ฉากบังเพลิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295790

5 อ.ธัญบุรี “จิตรกรอาสา” ฉากบังเพลิง

ธัญบุรี, อาจารย์ศิลปกรรม, จิตกรอาสา, จิตรกรอาสา, ฉากบังเพลิง, มีขนาดใหญ่

เนื่องด้วยฉากบังเพลิง มีขนาดใหญ่ และมีรูปแบบผสมผสานกันทั้งแบบไทยประเพณีและไทยร่วมสมัย จึงต้องอาศัยช่างฝีมือเฉพาะทาง..

        5 อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ ผศ.รัตนฤทธิ์ จันทรรังสี ,รศ.ดร.สุวัฒน์ แสนขัติยรัตน์ ,ผศ.ไกรสร ประเสริฐ, อาจารย์สุนทร จันทร์ประเสริฐ,ผศ.บัณฑิต อินทร์คง   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เป็นเกียรติประวัติต่อชีวิต ได้เป็นส่วนหนึ่งจิตรกรอาสาฉากบังเพลิงประกอบพระเมรุมาศ

5 อ.ธัญบุรี "จิตรกรอาสา" ฉากบังเพลิง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รัตนฤทธิ์ จันทรรังสี เล่าว่า ได้ทราบข่าวจากนายเกียติศักดิ์ สุวรรณพงษ์ จิตรกรชำนาญการพิเศษ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ต้องการจิตรกรอาสา ไปวาดภาพฉากบังเพลิงประกอบพระเมรุมาศ เนื่องด้วยฉากบังเพลิง มีขนาดใหญ่ และมีรูปแบบผสมผสานกันทั้งแบบไทยประเพณีและไทยร่วมสมัย จึงต้องอาศัยช่างฝีมือเฉพาะทาง ดังนั้นจึงได้อาสาไปช่วยวาดภาพกับคณาจารย์จำนวน 4 ท่าน โดยทางคณะศิลปกรรมศาสตร์ ได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมให้คณาจารย์ เป็นจิตรกรอาสาที่เข้าร่วมวาดภาพในครั้งนี้

5 อ.ธัญบุรี "จิตรกรอาสา" ฉากบังเพลิง

ในการเป็นจิตรกรอาสาทุกคนจะถอดความเป็นตัวตนหรือศิลปิน โดยขอทำงานตามเงื่อนไขและแบบของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร และยอมเสียสละเวลา ทรัพย์สินส่วนตัวในการดำเนินงาน จนกว่างานจะแล้วเสร็จ สำหรับความรับผิดชอบของผมนั้นอยู่ในส่วนของการวาดภาพโครงการพระราชดำริ ในรัชกาลที่ 9 เรื่องพลังงานทดแทน วาดภาพต้นสบู่ดำ ด้วยสีอะคริลิก และวาดภาพ ดอกบัว ใบบัว หญ้า รวงข้าว และอื่นๆตามที่หัวหน้าช่างได้มอบหมาย ในการทำงานจิตรกรอาสาครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำให้พระองค์ท่าน นอกจากนำคำสอนในพระราชนิพนธ์ เรื่อง พระมหาชนก น้อมนำมาปฏิบัติในชีวิตแล้ว ถือว่าเป็นเกียรติประวัติต่อชีวิต ครอบครัว ที่ได้รับใช้พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย

รองศาสตราจารย์ ดร.สุวัฒน์ แสนขัติยรัตน์ เล่าว่า ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ต้องมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ต้องละตัวตนเป็นงานถวายรัชกาลที่ 9 ครั้งสุดท้าย ได้ถวายการอนุรักษ์รักษาจิตรกรรมความเป็นไทย ในฐานะของประชาชนของพระองค์ท่าน ซึ่งจิตรอาสาที่มาปฏิบัติงานครั้งนี้ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน ตนเองรับผิดชอบ ในส่วนลวดลายประกอบดอกบัว และในครั้งนี้ได้เพ้นท์ช้างสิบตระกลูประดับ งานพระเมรุมาศ ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ถึงแม้จะมีเวลาไม่มากแต่ก็มีความตั้งใจและภูมิใจที่มีส่วนร่วมในฐานะ จิตรอาสา

5 อ.ธัญบุรี "จิตรกรอาสา" ฉากบังเพลิง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บัณฑิต อินทร์คง เล่าว่า ด้วยความเชี่ยวชาญในส่วนของงานศิลปะไทย รับผิดชอบในส่วนของการตัดเส้นเก็บรายละเอียดตัวเทวดา ได้ปฏิบัติงานในครั้งนี้เป็นเกียรติประวัติต่อชีวิต ในฐานะของประชาชนของพระองค์ท่าน ทุกเส้นทุกสายที่ตัดเกิดจากความตั้งใจที่จะถวายพระองค์ท่าน และยังได้ร่วมกับงานกับจิตรกรอาสาท่านอื่นๆ

ทางด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ไกรสร ประเสริฐ เล่าว่า อาสาปฏิบัติงานในการช่วยปุลาย คือการใช้เข็มจิ้มกระดาษให้เป็นรูตามลวดลาย เพื่อนำลายปุบนกระดาษที่ได้ นำลูกประคบไปประคบกระดาษบนผ้าใบ เป็นการก๊อปปี้ลายบนผ้า ถึงจะจุดเล็กๆ ถือเป็นเกียรติประวัติต่อชีวิต ได้ถวายงานรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นงานที่ตนเองได้ถ่ายทอดและสอนให้กับนักศึกษา

5 อ.ธัญบุรี "จิตรกรอาสา" ฉากบังเพลิง

อาจารย์สุนทร จันทร์ประเสริฐ เล่าว่า ปฏิบัติงานในส่วนการฉลุลาย ใช้คัตเตอร์ฉลุออกมาเป็นลวดลาย ตามที่แบบ เพื่อนำลายที่ฉลุไปปั๊บลาย ลักษณะเป็นลวดลายซ้ำๆ ให้เหมือนกัน ถือเป็นเกียรติประวัติต่อชีวิต ได้ทำหน้าที่จิตรกรอาสา เป็นแบบอย่างจิตอาสาที่ดีให้กับนักศึกษา ในการใช้ชีวิตการทำงานของอาจารย์และศิลปินคนหนึ่ง

ชูบ.ไทยสแตนเลย์ฯต้นแบบสถานประกอบกิจการดีเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295859

ชูบ.ไทยสแตนเลย์ฯต้นแบบสถานประกอบกิจการดีเด่น

สถานประกอบกิจการดีเด่น, แรงงาน, 2017

รมว.แรงงานตรวจเยี่ยม บ.ไทยสแตนเลย์ฯ ชื่นชมการบริหารจัดการแรงงาน จนได้รับรางวัสถานประกอบกิจการยอดเยี่ยม 2017 ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

          พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รง.) พร้อมด้วยม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัด รง.และคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ด้านความปลอดภัย (Safey Dojo) และเยี่ยมชมกระบวนการผลิตโรงงาน Lamp-7 ณ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า กระทรวงแรงงานขอชื่นชมบริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านแรงงาน นับเป็นตัวอย่างที่ดีของสถานประกอบกิจการอื่นๆ ในด้านการจัดสวัสดิการให้แก่แรงงาน ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ด้านความคุ้มครองแรงงาน ด้านการสร้างอาชีพให้กับคนไทย และด้านการสร้างแรงงานสัมพันธ์

รวมถึงแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่เป็นไปตามมาตรฐาน จนได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานสถานประกอบกิจการยอดเยี่ยม หรือ Thailand Labour Management Excellence Award 2017 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรางวัลที่น่าภาคภูมิใจ และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ในการดูแลพนักงานในท้องถิ่น ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขกับการทำงาน

ชูบ.ไทยสแตนเลย์ฯต้นแบบสถานประกอบกิจการดีเด่น

พล.อ.ศิริชัย กล่าวต่อว่า นอกจากบริษัทฯ จะดำเนินการเกี่ยวกับสวัสดิการแรงงานเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังมีสวัสดิการพิเศษเสริมให้แก่พนักงาน อันเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน เพราะเมื่อแรงงานได้รับสวัสดิการที่ดีแล้ว จะทำให้มีกำลังใจที่ดี พร้อมทุ่มเทกำลังกาย – ใจ ในการทำงานเพื่อองค์กร นอกจากนี้ เรื่องความปลอดภัยของแรงงานยังเป็นเรื่องสำคัญที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากหากสถานประกอบกิจการใดมีการใช้แรงงานที่ไม่ถูกต้อง ความปลอดภัยของแรงงานไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะถูกประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปกีดกันสินค้า ซึ่งจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ถือว่ากฎเกณฑ์ ระเบียบต่างๆ ของบริษัทฯ เป็นไปตามมาตรฐานเป็นอย่างมาก และจะเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่สถานประกอบกิจการอื่นๆ ต่อไป

สธ.ชงแก้ระเบียบให้ซื้อผักผลไม้เกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295834

สธ.ชงแก้ระเบียบให้ซื้อผักผลไม้เกษตรกร

นโยบายอาหารปลอดภัย ปี 2561, โรงพยาบาล, โรงครัว, อาหารปลอดภัย, 100

สธ.ประกาศนโยบายอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาลทั่วประเทศภายในปี 61 ให้อาหารที่ปรุงจากโรงครัวปลอดภัย 100% เตรียมเสนอกรมบัญชีกลางปรับปรุงระเบียบจัดซื้อผักจากกลุ่มเกษตรกร

         ที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น ศ.คลินิกพิเศษ นพ.เสรี ตู้จินดา ประธานคณะที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาล ว่า ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล เนื่องจากผู้ป่วยเจ็บป่วยร่างกายอ่อนแออยู่แล้วไม่ควรจะได้รับสารพิษเพิ่มเติมจากอาหารที่รับประทานระหว่างพักรักษาตัว ได้กำชับให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยในปี2560 เริ่มที่โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่ง และขยายไปโรงพยาบาลชุมชนในปี 2561

โดยให้โรงพยาบาลดำเนินการ ดังนี้ 1.จัดหาผักและผลไม้ปลอดสารพิษจากเกษตรกรที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบ เช่นวิสาหกิจชุมชน 2.มีมาตรการควบคุม ตรวจสอบ คุณภาพความปลอดภัยของอาหารทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต วัตถุดิบ การขนส่ง การปรุง 3.โรงครัวที่ปรุงอาหารผู้ป่วยและร้านอาหารในโรงพยาบาลผ่านมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้ ผู้ป่วยและญาติได้รับประทานอาหารปลอดภัยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

นอกจากนี้  เพื่อให้โครงการอาหารปลอดภัยมีความยั่งยืน  สร้างแรงจูงใจให้กลุ่มเกษตรผู้ปลูกผักปลอดสารพิษ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมกำหนดแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างผักปลอดภัย โดยกำหนดคุณลักษณะของผักปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ อาทิ ลักษณะทางกายภาพของผักทุกชนิด ลักษณะทางชีวภาพ มาตรการควบคุมกำกับ โดยการบริหารสัญญาซื้อวัสดุบริโภค  กำหนดระยะเวลาจ่ายเงินให้รวดเร็วขึ้น  เป็นต้น เพื่อช่วยให้เกษตรจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ ซึ่งหากมีการปลูกผักปลอดสารพิษออกสู่ตลาดต่อเนื่อง เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน  ราคาจะถูกลงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงได้

สำหรับที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เป็นโรงพยาบาลขนาด 1,000 เตียง ในปี 2559 มีผู้ป่วยในเข้ารับบริการประมาณ80,000 ราย และเป็นโรงพยาบาลต้นแบบอาหารปลอดภัยอีกแห่งหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุข อาหารที่ปรุงจากโรงครัวของโรงพยาบาลมีความปลอดภัย 100% โดยในแต่ละปีโรงพยาบาลได้จัดซื้อผักปลอดสารพิษ68 ชนิด จากกลุ่มเกษตรกร จำนวนกว่า 1.4 แสนกิโลกรัม มีโรงครัวผ่านมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารตามเกณฑ์ที่กำหนดและเจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมครบทุกคน  โดยผักทุกชนิดผ่านการสุ่มตรวจเดือนละ 2 ครั้ง หากพบจะมีการเตือนและลงโทษโดยการปรับลดราคาลงร้อยละ 50