เปิดนิทรรศการศิลปะเทิดพระเกียรติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294505

เปิดนิทรรศการศิลปะเทิดพระเกียรติ

นิทรรศการเทิดพระเกียรติ, โรงเรียนภัทรบพิตร

โรงเรียนภัทรบพิตร จัดนิทรรศการศิลปะเทิดพระเกียรติ ย้ำอัตลักษณ์โรงเรียน “ ศิลปะ ดนตรี กีฬาเด่น ”

       น.ส.รัตติมา พานิชอนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 32 (บุรีรัมย์) ประธานเปิดกล่าวว่า โรงเรียนภัทรบพิตรมีกิจกรรมการเรียนการสอน รวมทั้งผลงานทางด้านศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ ที่โดดเด่น ทั้งการจัดการเรียนการสอน ผลงานที่บริการชุมชนและสังคม จนเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการจัดการเรียนการสอน สมดังอัตลักษณ์ของโรงเรียนที่ว่า “ ศิลปะ ดนตรี กีฬาเด่น ” ให้ความสำคัญและตระหนักในของภารกิจส่งเสริมและจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของชาติให้มีคุณภาพ การเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเห็นคุณค่าของศิลปะ ซึ่งเป็นสิ่งที่สวยงาม ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาศาสตร์และศิลป์ของสรรพวิชา

เปิดนิทรรศการศิลปะเทิดพระเกียรติเปิดนิทรรศการศิลปะเทิดพระเกียรติ

        ว่าที่พันตรีสุพจน์ ธนานุกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนภัทรบพิตร กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดนิทรรศการ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ด้านศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ ของนักเรียนอย่างยั่งยืน เต็มตามศักยภาพ รักความเป็นไทย และเป็นแบบอย่างการจัดการเรียนรู้คู่คุณธรรมด้านศิลปะ ดนตรี นาฎศิลป์ ส่งเสริม สนับสนุน เน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้ ที่ได้น้อมนำหลักปรัชญาพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพนักเรียนสูงสุดต่อไป

ชาวเน็ตทั่วโลกลงขันอนุรักษ์ปราสาทโบราณฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/307624

ชาวเน็ตทั่วโลกลงขันอนุรักษ์ปราสาทโบราณฝรั่งเศส

ฝรั่งเศส, ลงขัน, ปราสาท

ปราสาทหินศตวรรษที่ 19 จะได้รับการบูรณะ หลังจากชาวฝรั่งเศสและชาวเน็ตจากทั่วโลกร่วมกันระดมทุนรักษาไว้

ผู้บริจาคราว 2.5 หมื่นคนจาก 115 ประเทศ กลายเป็นผู้ถือหุ้นในปราสาทลา มงต์-ชานเดอเรียร์ ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส หลังช่วยกันระดมทุน 1.6 ล้านยูโร (ประมาณ 62.4 ล้านบาท) เพื่อซื้อและบูรณะ

ปราสาทหลังนี้สร้างในศตวรรษที่ 19 มีหอคอย คูน้ำล้อมรอบ กับเจ้าของวัยชราที่ไม่สามารถบำรุงรักษาได้ ปล่อยต้นไม้ใบหญ้ารกครึ้มขึ้นตามหลังคาและหน้าต่าง หลายฝ่ายเกรงว่าอนาคต สถาปัตยกรรมโบราณอาจถูกทุบทิ้งและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้าไปสร้างใหม่ แต่ความพยายามระดมทุนผ่านเว็บไซต์ “ดาตาญัง” กับสมาคมอาโด๊ป เอิง ชาโต ที่เชี่ยวชาญการบูรณะปราสาทหินในฝรั่งเศส ช่วยให้เวลานี้ มีทุนมากพอสำหรับซื้อและบูรณะแล้ว

 

 

ชาวเน็ตทั่วโลกลงขันอนุรักษ์ปราสาทโบราณฝรั่งเศส

 

โฮแมง เด ลอม หัวหน้าเว็บไซต์ กล่าวว่า จำนวนเงินที่ระดมได้ และจำนวนผู้บริจาค ถือเป็นสถิติใหม่ในฝรั่งเศสและอาจในยุโรปด้วย เว็บไซต์เสนอให้ผู้ซื้อมีโอกาสเป็นผู้ถือหุ้นในปราสาทหลังนี้ที่ราคา 51 ยูโร โดย 50 ยูโร เป็นการบริจาคเพื่อฟื้นฟูบูรณะ และ 1 ยูโร เพื่อซื้อหุ้นในบริษัทร่วมทุนที่จะก่อตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการสถานที่

เริ่มแรกที่เปิดระดมทุนเมื่อปลายเดือนตุลาคม ผู้ดำเนินงานหวังว่าจะได้ผู้สนใจราว 1 หมื่นคน แต่ด้วยการนำเสนอข่าวผ่านสื่อ ยอดผู้บริจาคสุดท้ายอยู่ที่ 1.9 หมื่น แต่จำนวนมากได้ซื้อหุ้นให้เพื่อนและครอบครัวเป็นของขวัญด้วย ทำให้จำนวนเจ้าของปราสาท จะอยู่ที่ราว 2.5 หมื่นคน ส่วนใหญ่อยู่ในฝรั่งเศส แต่บางคนอยู่ไกลออกไปถึงอัฟกานิสถาน บูร์กีนาฟาร์โซ และเปรู ทั้งหมดนี้จะได้เป็นเจ้าของเสี้ยวเล็กๆ ของประวัติศาสตร์ในชนบทฝรั่งเศส

 

ชาวเน็ตทั่วโลกลงขันอนุรักษ์ปราสาทโบราณฝรั่งเศส

 

ตัวปราสาทลา มงต์-ชานเดอเรียร์ สร้างเมื่อศตวรรษที่ 19 แต่สถานที่แห่งนี้ยังเคยเป็นที่ตั้งของปราสาทอีกหลังที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ปราสาทถูกยึดหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 2332 ต่อมาเกิดไฟไหม้เสียหายหนักในปี 2475 ก่อนเจ้าของคนปัจจุบัน วัย 82 ปี ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ซื้อมาในปี 2525

 

ชาวเน็ตทั่วโลกลงขันอนุรักษ์ปราสาทโบราณฝรั่งเศส

 

ทีมงานจะเข้าสำรวจในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อตรวจสอบขอบข่ายความเสียหายทางโครงสร้าง ก่อนเริ่มงานบูรณะต่อไป ส่วนจะนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบใดในอนาคตนั้น ขณะนี้มีหลากหลายความคิดตั้งแต่ทำเป็นห้องแล็บเชิงความคิดสร้างสรรค์ ให้ศิลปินใช้ทำงาน หรือทำเป็นที่พักผ่อนวันหยุด ซึ่งการทำให้ผู้ถือหุ้นทั้งหมดเห็นพ้องต้องกัน ก็อาจเป็นอีกสิ่งท้าทาย

 

ชาวเน็ตทั่วโลกลงขันอนุรักษ์ปราสาทโบราณฝรั่งเศส

 

เดลอม กล่าวว่า ผู้ถือหุ้นจะได้รับเชิญให้ไปเยี่ยมชมอย่างเร็วที่สุดในปีหน้า และอาจจะขอให้มีส่วนร่วมกับการบูรณะด้วย ขณะย้ำว่า ไม่ใช่ว่าจะสามารถปรับโฉมอาคารทุกหลังให้กลับมางดงามอย่างในอดีตได้ เพราะการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด จะต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 3 ล้านยูโร ซึ่งก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่า อาจจะต้องมีการระดมทุนในอนาคตอีกรอบหนึ่ง

บึ้มถล่มศูนย์มุสลิมชีอะห์กลางคาบูลตายเกลื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/307404

บึ้มถล่มศูนย์มุสลิมชีอะห์กลางคาบูลตายเกลื่อน

สุดโหด!! ระเบิดถล่มศูนย์วัฒนธรรมมุสลิมชีอะห์ในเมืองหลวงอัฟกานิสถาน

 

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คน และบาดเจ็บอีก 30 คน จากเหตุระเบิดโจมตีแบบฆ่าตัวตายพุ่งเป้าศูนย์วัฒนธรรมชีอะห์ ทาบายัน ในย่าน”ปูเล สกเทีย” ของกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม ซึ่งในขณะเกิดเหตุ กำลังมีการจัดงานรำลึกครบรอบ 38 ปีสหภาพโซเวียตรุกรานอัฟกานิสถาน และมีนักศึกษาจำนวนหนึ่งร่วมเวทีอภิปรายกับกลุ่มสื่อภายในอาคาร ซึ่งนอกจากเป็นที่ตั้งศูนย์วัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นที่ตั้งสำนักข่าวอัฟกัน วอยซ์ องค์กรที่ได้รับทุนสนับสนุนจากอิหร่านด้วย

เจ้าหน้าที่่คาดว่ามือระเบิดฆ่าตัวตายน่าจะมีมากกว่า 1 คน เนื่องจากหลังระเบิดลูกแรกซึ่งแรงที่สุดทำงานแล้ว เกิดระเบิดขนาดเบาลงมาอีกสองครั้งแต่ไม่ได้สร้างความสูญเสียในชีวิต ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้ยังไม่นิ่งและอาจเพิ่มขึ้นอีก ในบรรดาผู้เคราะห์ร้าย มีทั้งเด็ก ผู้หญิงและนักข่าว

 

บึ้มถล่มศูนย์มุสลิมชีอะห์กลางคาบูลตายเกลื่อน 

 

หลายเดือนมานี้ คาบูลกลายเป็นจุดอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับพลเรือนในอัฟกานิสถานไปแล้ว กลุ่มตาลีบันโหมปฏิบัติการโจมตี ส่วนกลุ่มไอเอสก็พยายามขยายพื้นที่ ทางการพยายามเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะหลังจากเกิดเหตุระเบิดรถบรรทุกถล่มย่านการทูต คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ราว 150 ราย บาดเจ็บอีก 400 ส่วนมากเป็นพลเรือน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม

การโจมตีล่าสุด ยังไม่มีกลุ่มใดอ้างอยู่เบื้องหลัง ขณะกลุ่มตาลีบันออกมาปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

ตร.จราจรอินเดียใช้ท่าเต้นมูนวอล์กให้สัญญาณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/307397

ตร.จราจรอินเดียใช้ท่าเต้นมูนวอล์กให้สัญญาณ

ตำรวจจราจรผู้เรียกรอยยิ้มกลางสี่แยกเมืองอินดอร์ ประเทศอินเดีย

 

รันจิต ซิงห์ ตำรวจจราจรอินเดีย วัย 38 ปีผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากบอลลีวูด ไว้หนวดแบบเฟร็ดดี เมอร์คูรี นักร้องนำวงควีนผู้ล่วงลับ เรียกความสนใจจากผู้ขับขี่ยวดยานผ่านไปแถวสี่แยกจอแจ กลางเมืองอินดอร์ เมืองที่มีประชากรราว 2 ล้านคน จนไม่อาจละสายตาไปได้ เมื่อเขาทำหน้าที่ให้สัญญาณจราจร ด้วยท่าเต้น”มูนวอล์ก”ในตำนานของราชาเพลงป็อปไมเคิล แจ็คสัน และทำให้ซิงห์กลายเป็นปรากฏการณ์สื่อสังคมออนไลน์ มีคนติดตามความเคลื่อนไหวของเขาบนเฟซบุ๊คเกือบ 5 หมื่น ขณะผู้ชมก็คอยเพิ่มคลิปวิดีโอการแสดงกลางสี่แยกเข้าไปทุกวัน

ซิงห์ กล่าวว่า เขาเป็นแฟนเพลงของไมเคิล แจ็คสันมานานหลายปี และเลียนแบบท่าเต้นนำมาใช้ในงานจราจร 12 ปีมาแล้ว ตอนแรก ผู้คนก็แปลกใจ แต่ก็ได้ผลและกลายเป็นความชื่นชอบ จราจรท่ามกลางมลพิษทางเสียงและผู้ขับขี่ไม่เคารพกฎ เป็นงานน่าเบื่อและล้า การเต้นมูนวอล์กยังช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้สึกขำขัน  นอกจากนี้ เขาอ้างว่า  จำนวนการทำผิดกฎจราจรบริเวณสี่แยกที่เขาประจำอยู่ส่วนใหญ่ ลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่มหาวิทยาลัยอินเดียแห่งหนึ่งกำลังศึกษาว่าวิธีการของตำรวจจราจรรายได้มีส่วนช่วยลดจราจรติดขัดอีกด้วยหรือไม่

ถนนในอินเดียขึ้นชื่อเรื่องจราจรหนาแน่นและติดขัด ผู้ขับขี่ยังต้องผจญกับถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ และสัญญาณจราจรเสีย บ่อยครั้งพาลใส่ตำรวจที่พยายามจัดการให้รถวิ่งได้และคนเดินปลอดภัย ซิงห์กล่าวว่า จากประสบการณ์ คนขับรถหนุ่มสาวมักประมาทในชีวิต  หลายปีมานี้ เขารู้สึกแย่มากกับการเก็บศพหนุ่มสาวที่ประสบอุบัติเหตุกว่า 40 ราย และอยากเห็นคนวัยนี้ปลอดภัยและเคารพกฎ

คุก 8 เดือน ปล่อยสุนัขกัดเพื่อนบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/307245

คุก 8 เดือน ปล่อยสุนัขกัดเพื่อนบ้าน

เวบไซต์ โคเรีย ไทมส์, สุนัข, เกาหลี, ศาล

ศาลเกาหลีตัดสินจำคุกเจ้าของสุนัขพันธุ์ ดูแลหละหลวมปล่อยกัดเพื่อนบ้านบาดเจ็บ

 

เวบไซต์ โคเรีย ไทมส์ รายงานว่า ศาลในกรุงโซลตัดสินลงโทษชายที่ได้รับการเปิดเผยนามสกุลว่า ลี จำคุกเป็นเวลา 8 เดือน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฐานปล่อยให้สุนัขเลี้ยงสองตัว พันธุ์ “พรีซา คานารีโอ” กับ “โดโก อาร์เจนตีโน” หลุดออกจากบ้าน ไปทำร้ายเพื่อนบ้านได้รับบาดเจ็บเมื่อเดือนมิถุนายน

รายงานระบุว่า ตอนที่ลีออกจากบ้านเขตโดบอง-กู ในกรุงโซล สุนัขทั้งสองตัวนี้ อยู่ในสนามหน้าบ้าน โดยสุนัขพันธุ์โดโกอาร์เจนตีโน ถูกผูกโยงไว้กับเสา ส่วนพรีซาคานารีโอ ปล่อยวิ่งเล่น ประตูบ้านมีอุปกรณ์ล็อกอิเล็กทรอนิกส์ และโซ่คล้องไว้

แต่หลังจากลี วัย 32 ปีออกจากบ้านแล้ว สุนัขโดโกอาร์เจนตีโนหลุดจากสายจูงที่ผูกไว้กับเสา ที่สุดทั้งคู่พังประตูออกมาได้ และกัดผู้เคราะห์ร้าย 2 คน ต้องเข้ารับการรักษาอยู่เป็นเวลานาน และอีกคนสะดุดล้มลงขณะวิ่งหนี

หน่วยฉุกเฉินตัดสินใจกำจัดโดโกอาร์เจนตีโน ส่วนอีกตัวจับไว้ได้

ผู้พิพากษากล่าวว่า การเลี้ยงสุนัขที่มีธรรมชาติทำร้ายคนเป็นพิเศษ จำต้องระมัดระวังและรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อไม่สามารถควบคุมสุนัขได้

……………………..
ภาพ : koreatimes

สหรัฐคว่ำบาตรสองมือขวา”คิมจองอึน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/307233

สหรัฐคว่ำบาตรสองมือขวา”คิมจองอึน”

รี พยอง-ชอล, ขีปนาวุธ, เกาหลีเหนือ, คว่ำบาตร, คิม จอง ซิก, คิม จอง อึน

สหรัฐเดินหน้าโดดเดี่ยวเกาหลีเหนือต่อเนื่อง ล่าสุดแซงชั่นเจ้าหน้าที่ที่มีบทบาทพัฒนาขีปนาวุธ

 

กระทรวงการคลังสหรัฐขึ้นบัญชีเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ 2 คน ได้แก่ นายรี พยอง-ชอล หัวหน้าโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ที่การทดสอบรุ่นล่าสุดบ่งว่ามีพิสัยยิงถึงทุกเมืองใหญ่ในสหรัฐ กับ คิม จอง ซิก บุคคลสำคัญที่พยายามปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงเหลวเป็นเชื้อเพลิงแข็ง ซึ่งจรวดที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง สามารถยิงได้ในเวลาอันสั้น เพราะไม่ต้องใช้เวลาเติมเชื้อเพลิงเหลวก่อนยิง

 

สหรัฐคว่ำบาตรสองมือขวา”คิมจองอึน” ภาพ : KCNA

แถลงการณ์ระบุว่า ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ในทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีแซงชั่นของสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (โอเอฟเอซี) จะถูกอายัด และห้ามบุคคลในสหรัฐทำธุรกรรม

คิม จอง ซิกและรี พยอง ชอล มักปรากฎตัวอยู่ในภาพถ่ายกับคิม จอง อึน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มขณะเฉลิมฉลองการทดสอบขีปนาวุธ ทั้งสองอยู่ในบัญชีคว่ำบาตรเกาหลีเหนือของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ตามมติที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เพื่อตอบโต้การทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปเมือ 29 พฤศจิกายน มุ่งตัดรายได้สกุลเงินต่างประเทศ และลดการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้เกาหลีเหนือลง 89%

 

สหรัฐคว่ำบาตรสองมือขวา”คิมจองอึน” ภาพ : KCNA

หลักสูตรระยะสั้นคนว่างงานอบรมได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294548

หลักสูตรระยะสั้นคนว่างงานอบรมได้

อบรมหลักสูตรระยะสั้น, ว่างงาน

 ศธ.เตรียมจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะ ครั้งที่ 2 เดือนต.ค.นี้ พร้อมเปิดให้คนทั่วไป นักศึกษาจบใหม่ และคนว่างงานเข้าร่วมอบรม มอบสอศ.-กศน.ไปดำเนินการ

 

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.60 – นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ศธ.ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ โดยในเดือนตุลาคมนี้ ศธ. จะดำเนินโครงการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ (Education to Employment ) เป็นครั้งที่ 2 โดยในครั้งที่ 1 จัดขึ้นไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเน้นเฉพาะนักเรียน นักศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เข้าร่วม

หลักสูตรระยะสั้นคนว่างงานอบรมได้            อย่างไรก็ตาม สำหรับครั้งที่ 2 นี้ นายกฯ อยากให้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป นักศึกษาที่จบใหม่ ผู้ที่ว่างงาน ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนหลักสูตรระยะสั้นด้วย ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ สอศ.และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) รับผิดชอบ คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ในวันที่ 9 ตุลาคมและจะมีหลักสูตรให้เลือกเรียนมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

หลักสูตรระยะสั้นคนว่างงานอบรมได้

ด้าน ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สอศ.กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักสูตรระยะสั้น  เบื้องต้นมีมากกว่า 2,000 หลักสูตร ซึ่งจะต้องมาคัดเลือกหลักสูตรระยะสั้นที่สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และหลักสูตรตามความต้องการของท้องถิ่น เป้าหมายสำคัญเพื่อให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาที่ได้รับการพัฒนามีสมรรถนะวิชาชีพตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ และครั้งนี้จะขยายผลไปสู่ประชาชนทั่วไป ผู้ที่ว่างงานได้มาร่วมอบรมด้วย

ภาพ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.

ครอบครัวไทยผูกพันไม่ทอดทิ้งคนแก่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294521

ครอบครัวไทยผูกพันไม่ทอดทิ้งคนแก่

-ผลวิจัยวงจรชีวิตครอบครัวไทย เฟสแรก ถาม 310 ครอบครัวใน 4 ภาครวมกรุงเทพฯ ระบุครอบครัวไทยมีระบบพึ่งพาภายใน มีสัมพันธภาพที่ดี ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ

 

การประชุมวิชาการ”ครอบครัวไทย ยุค 4.0 : ข้อค้นพบเบื้องต้นจากการศึกษาเบื้องต้น” โครงการวิจัยการศึกษาครอบครัวไทยแบบบูรณาการตามวงจรชีวิตครอบครัว โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) จัดขึ้นที่โรงแรมเอเชีย ราชเทวี โดย ศ.ดร.รุจา ภู่ไพบูลย์ หัวหน้าคณะผู้วิจัยโครงการศึกษาครอบครัวไทยฯ กล่าวว่า โครงการฯ ดังกล่าวเป็นการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของครอบครัวไทยตามวงจร และการวัดครอบครัวอยู่ดีมีสุข โดยใช้ดัชนีทางการวิจัย ภายใต้โจทย์ “ครอบครัวอยู่ ดี มีสุข” กำหนดแผนดำเนินใน 3 ระยะ

คือ ระยะที่ 1 ศึกษาเชิงคุณภาพ ระยะที่ 2  ศึกษาเชิงปริมาณ และระยะที่ 3 ศึกษาเชิงคุณภาพ ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 1.(2559-2560) ศึกษาเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่ม 310 ครอบครัวใน 4 ภาคและกรุงเทพมหานคร รวม 8 จังหวัดสุ่มภาคละ 2 จังหวัดละ 2 อำเภอ แบ่งเป็น 6 กลุ่มตามเพศและช่วงวัย ซึ่งจะมีการแบ่งกลุ่มเพศหญิงและชายในการสัมภาษณ์ ตามช่วงอายุระหว่าง 18-30 ปี,อายุ 31-59 ปีและอายุ 60 ปีขึ้นไป
ทั้งนี้ ได้รวบรวมจากการจัดกลุ่มจนได้เป็นองค์ประกอบของความอยู่ดีมีสุขของครอบครัว ใน 9 ด้าน ได้แก่ สัมพันธภาพ การดูแลสุขภาพ การพัฒนาทางจิตวิญญาณ เศรษฐกิจ การศึกษา ความมั่นคงและพึ่งพา ความร่วมใจและความปลอดภัยในชุมชน การดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง และบทบาทหน้าที่ โดยผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่าครอบครัวไทยมีลักษณะเฉพาะของครอบครัวที่มีความใกล้ชิด มีระบบเกื้อหนุน เป็นระบบพึ่งพากันภายใน

ซึ่งในระยะเริ่มต้นจะอยู่รวมกันในครอบครัวเดิม เมื่ออายุมากขึ้นจะมีการแยกตัวทำให้เกิดการหดตัวของจำนวนผู้อยู่ในครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยว แต่เมื่อครอบครัวนั้นมีผู้สูงอายุก็พบว่ามีการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวขยาย จุดนี้เป็นสิ่งที่ดีของครอบครัวไทย และอยากให้มีการส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวต่อไป
“ในอนาคตอยากจะให้งานวิจัยนี้สะท้อนสภาพครอบครัวไทยอยู่ดีมีสุขหรือไม่ แต่ละภาคอยู่ดีมีสุขอย่างไร ในระยะของพัฒนาการครอบครัว แต่ละระยะของชีวิต เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆนไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนและนโยบายการพัฒนา โดยขณะนี้คณะทำงานได้นำข้อมูลจากการศึกษาวิจัยระยะแรก ได้องค์ประกอบ 9 ด้านมาพัฒนาจนได้เครื่องมือที่ดีเป็นโครงร่างแบบประเมินเชิงปริมาณ ได้ 75 ข้อ นำไปเก็บข้อมูลในระยะที่ 2 จาก 6,000 ครอบครัวใน 10 จังหวัด อาทิ นครปฐม เพชรบุรี ลำพูน นครสวรรค์ สุรินทร์ ยโสธร สุราษฎร์ธานี พัทลุง เป็นต้น”หัวหน้าคณะผู้วิจัยฯ กล่าว
ด้าน ศ.ดร.ดารุณี จงอุดมการณ์ คณะผู้วิจัยฯ กล่าวว่า สำหรับ 9 องค์ประกอบความอยู่ดีมีสุขครอบครัวไทยจากผลการศึกษา 5 ภูมิภาค พบว่า สภาพวิถีชีวิตของครอบครัวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีความคล้ายคลึงกัน คือสมาชิกที่เป็นวัยหนุ่มสาวต้องออกไปทำงานต่างถิ่นเพื่อจุนเจือครอบครัว แล้วย้ายกลับมาเมื่ออยู่บ้านเมื่อต้องกลับมารับผิดชอบดูแลลูกหลานที่เติบโต หรือผู้สูงอายุในครอบครัว แต่ก็มีภาวะแหว่งกลางที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างรุ่นหลานและคนสูงอายุตรงนี้ต้องมีแนวทางที่จะพัฒนาส่งเสริมเพิ่มเชื่อมสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 พื้นที่นี้ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุและอุทิศตนเพื่อครอบครัว
สำหรับวิถีชีวิตคนภาคกลาง ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง ค้าขาย และครอบครัวชาวสวนมีทั้งครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยาย ผู้อาวุโสเป็นหัวหน้าครอบครัว ห่วงใยหลานในเรื่องของอาชีพที่ยังขาดหลักประกันที่ มั่นคง ในส่วนของภาคใต้พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธในจังหวัดยะลามีสภาพที่ดีกว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะที่ปัญหาความรุนแรง ในพื้นที่จังหวัดยะลาส่งผลให้ครอบครัวได้รับผล กระทบ ผู้ให้ข้อมูลมีข้อเสนออยากให้รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาเยียวยาความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการใช้ความรุนแรง
อย่างไรก็ตามเมื่อดูภาพรวมขององค์ประกอบทั้ง 9 ด้านจากการสัมภาษณ์ในทุกพื้นที่ พบว่าส่วนใหญ่สอดคล้อง และอธิบายถึงสุขภาพวะครอบครัวที่ให้ความสำคัญ เรื่องสัมพันธภาพในครอบครัว การอยู่ร่วมกัน ดูแลเกื้อหนุนกัน

นอกจากนี้ในภาคอีสานยังใช้ใช้วิธีการสร้างสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปจากอดีต คือ คุยกันผ่านไลน์หรือเฟซบุ๊ก เป็นต้น มีสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชนเพื่อนบ้านปฏิบัติตามหน้าที่และบทบาทของตนเอง โดยเรื่องสำคัญที่ทุกครอบครัวเป็นห่วงก็คือปัญหายาเสพติด ส่วนความมุ่งหวัง คือ ให้ลูกหลานมีการศึกษาในระดับที่สูง ดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง
ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผอ.สกว.กล่าวว่า การศึกษาสถานภาพวงจรครอบครัวไทย ยังอยู่ในระยะที่ 1  ดำเนินการเบื้องต้น 310 ครอบครัว เป็นเพียงดูแนวโน้มเทรนของครอบครัว อาจยังไม่สามารถนำผลไปใช้ได้ชัดเจน เพราะมีแผนดำเนินการ ระยะที่ 2 ที่ต้องเก็บข้อมูลในอีก 6,000 ครอบครัว

ซึ่ง สกว.หวังให้งานวิจัยนี้เกิดความรู้ทางวิชาการ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง เพื่อสร้างครอบครัวไทยซึ่งมีความหลากหลาย แตกต่างถ้าจะทำให้จาก 3.0 ไปสู่ 4.0 ต้องทำอะไรบ้าง เป้าหมายให้ครอบครัวอยู่ ดี มีสุข เป็นฐานสำคัญในการผลักดันประเทศ ครอบครัวเป็นยูนิตเล็กที่สุด แต่หากรวมตัวกันจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0

หุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294502

หุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด

มทรธัญบุรี

มทร.ธัญบุรี เผยผลงานทางการแพทย์ หุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด โดยช่วยให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหว

        “การเคลื่อนที่จะประกอบไปด้วยมอเตอร์ทั้ง 3 แกนคือหัวไหล่ ข้อศอก และข้อมือ การเคลื่อนที่ทุกตำแหน่งจะมีโหลดเซลล์ (Load Cell) คอยวัดน้ำหนักในการกดทั้งเคลื่อนที่ไปและเคลื่อนที่กลับของทุกจุด” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี เล่าให้ทีมงานของเราฟังเกี่ยวกับ หุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด(PMK: Exoskeleton Robot for Stroke) ผลงานวิจัยทางแพทย์ตัวใหม่ที่ได้ร่วมวิจัยกับพัฒนาร่วมวิจัยกันทั้ง 3 สถาบัน ผศ. ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม มทร. ธัญบุรี และนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ พันเอก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.อารมย์ ขุนภาษี วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า พันเอก รศ. นพ. สุธี พานิชกุล วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า และผศ.ดร.เบญจลักษณ์ เมืองมีศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ความร่วมมือและวิจัยและคิดประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับคนพิการ และการประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ตอบสนองต่อความพิการที่หลากหลายและสามารถฟื้นฟู ให้กลับสู่สภาพปกติเร็วที่สุด

      พันเอก ผศ.นพ.อารมย์ ขุนภาษี เปิดเผยว่า ปัจจุบันทางโรงพยาบาลมีผู้ป่วยจำนวนมากที่เข้ารับการรักษา เนื่องจากทหารที่ไปปฏิบัติในท้องที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับบาดเจ็บ เป็นอัมพาต (Paralysis) หรือบางรายอาจเป็นภาวะโรคหลอดเลือดสมอง มีผลทำให้แขนหรือขามีภาวะอ่อนแรง และมีหลายรายที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก และอาจส่งผลเป็นอัมพาตครึ่งซีกโดยจัดว่าเป็นโรคที่พบบ่อยในบ้านเราขณะนี้ มักพบในวัยกลางคนขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่ และเป็นได้ทั้งหญิงและชาย ดังนั้นหุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์สูงสุดถ้าได้รับการฟื้นฟูจากหุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด โดยช่วยให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวแขน โดยเน้นให้มี Early Activation และ mobilization

หุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือดหุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด

       ผศ.ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม กล่าวว่า หุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด เป็นตัวต้นแบบและได้ถูกนำไปทดลองใช้กับผู้ป่วยบางราย การเคลื่อนที่จะประกอบไปด้วยมอเตอร์ทั้ง 3 แกนคือ หัวไหล่ ข้อศอก และข้อมือ การเคลื่อนที่ทุกตำแหน่งจะมีโหลดเซลล์ (Load Cell) คอยวัดน้ำหนักในการกดทั้งเคลื่อนที่ไปและเคลื่อนที่กลับของทุกจุด โดยการเคลื่อนที่ของแขน การทำงานผู้ป่วยจะเคลื่อนที่ให้สัมพันธ์กับเกมส์ที่อยู่บนจอคอมพิวเตอร์จะทำให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหว หัวไหล่ ข้อศอก และข้อมือได้อย่างอิสระและมีความเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมตลอดเวลา หุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนคือ 1) ส่วนที่เป็นโครงสร้าง ( Hardware) จะมีชุดยึดหรือชุดขับเคลื่อนดีซีมอเตอร์ (DC Motor) ทั้ง 3 แกน พร้อมทั้งยึดติด โหลดเซลล์ (Load Cell) ทุกจุดหมุน 2) ส่วนที่เป็นชุดควบคุม (Control) จะประกอบด้วยไมโครคอนโทรเลอร์ จำนวน 4ชุดส่งผ่านแบบ RS485 และส่งสัญญาณผ่านดีซีไดร์เวอร์ (DC Drive) เพื่อควบคุมการทำงานและการเคลื่อนที่ของดีซีมอเตอร์ 3) ซอฟต์แวร์ (Software)จะใช้ภาษาซีในการเขียนควบคุมการทำงานทั้งระบบ และ 4) คอมพิวเตอร์หรือจอแสดงผลเกมส์จะต้องสร้างเกมส์ ด้วย Adobe เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนที่แขนได้ตามเกมส์ได้ โดยจะติดต่อสื่อสารจากคอมพิวเตอร์ผ่าน USB ไปยัง หุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับโรคหลอดเลือด

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.ดร.เดชฤทธิ์ 086-8821475 หรือทาง Email: dechrit_m@rmutt.ac.th

ล้างไตทางช่องท้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294461

ล้างไตทางช่องท้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ล้างไตช่องท้อง, ผศนพโอภาส ไตรตานนท์

 แพทย์ ชี้การล้างไตทางช่องท้องให้ผลการรักษาใกล้เคียงกับการฟอกเลือด ใช้สิทธิ์ประกันสังคม หรือบัตรทอง ภายใต้นโยบาย PD First ได้ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่าย

     ผศ.นพ.โอภาส ไตรตานนท์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่า การล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเอง (CAPD) เป็น 1 ใน 3 วิธี ในการรักษาบำบัดทดแทนไต สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย นอกเหนือจากการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต โดยหลักการของการล้างไตทางช่องท้อง ผู้ป่วยจะได้รับการวางสายเพื่อใส่น้ำยาฟอกเลือดที่ผนังหน้าท้อง วิธีการคือผู้ป่วยจะใส่น้ำยาฟอกเลือดเข้าไปในช่องท้องและเปลี่ยนถ่ายน้ำยาเข้าออกวันละ 3-4 ครั้ง ซึ่งผู้ป่วยสามารถทำได้เองที่บ้าน โดยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล           อย่างไรก็ตาม พบว่า ผู้ป่วยบางรายยังมีความเข้าใจหรือความเชื่อผิดๆว่ามีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย หรือมีโอกาสเสียชีวิตได้ง่ายจากการล้างไตทางช่องท้อง เพราะได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จนปฏิเสธการรักษาหรือเข้ารับการรักษาล่าช้า จนทำให้เกิดผลแทรกซ้อนของโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายตามมา ซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้

ล้างไตทางช่องท้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

       “หมออยากแนะนำว่า อย่ากังวลและไม่ต้องกลัวในการเข้ารับการรักษา เพราะผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสามารถมีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากได้รับการบำบัดทดแทนไตอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งการล้างไตทางช่องท้อง เป็นวิธีการบำบัดทดแทนไตที่ดีวิธีหนึ่งที่ให้ผลการรักษาใกล้เคียงกับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เป็นการรักษามาตรฐานที่มีมานานแล้ว และในบางประเทศก็ใช้เป็นวิธีการรักษาหลักของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย”

       ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้รักษาด้วยวิธีนี้แล้วกว่า 20,000 ราย และมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี จนในปัจจุบันพบว่า ผู้ป่วยใหม่ที่เข้ารับล้างไตทางช่องท้องในปริมาณใกล้เคียงกับผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องด้วยตัวเองที่บ้านหลายคนที่หมอดูแลรักษาอยู่ก็พบว่าเขามีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยๆ และที่สำคัญคือไม่น่ากลัวอย่างที่คิดหรือเคยได้ยินมา

ล้างไตทางช่องท้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

  ผศ.นพ.โอภาส ไตรตานนท์

   ส่วนเรื่องการติดเชื้อขึ้นกับเทคนิคการทำและวิธีการปฏิบัติตัว ซึ่งโดยปกติแล้วทางโรงพยาบาลจะมีแพทย์และพยาบาลที่เชี่ยวชาญทำการสอนผู้ป่วยอย่างละเอียดถึงขั้นตอนต่างๆ รวมทั้งให้ทำให้ดูว่าทำได้ถูกต้องและสะอาดจริง มีการกำชับและติดตามขั้นตอนวิธีการทำสม่ำเสมอ ถ้าผู้ป่วยใส่ใจและตั้งใจทำตามที่หมอและพยาบาลบอกอย่างเคร่งครัดโอกาสติดเชื้อหมอว่ามีน้อยมาก

    ส่วนที่บางคนกังวลว่า การล้างไตทางช่องท้องด้วยตัวเองที่บ้านจะทำให้ห่างหมอ และจะไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดนั้น ก็ไม่ต้องกังวล เพราะแพทย์และพยาบาลผู้ทำการรักษาจะนัดผู้ป่วยมาตรวจติดตามอาการเป็นระยะและเป็นประจำอยู่แล้ว หากมีปัญหาผู้ป่วยก็สามารถโทรมาปรึกษาพยาบาลที่ดูแลได้และสามารถเข้ามาพบพยาบาลหรือแพทย์ได้ทันที

ล้างไตทางช่องท้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

     นอกจากนั้นการล้างไตไม่ใช่เป็นคำตอบสุดท้ายของป่วยโรคไตเรื้อรัง เพราะผู้ป่วยล้างไตทุกรายที่หมอดูแลจะได้รับคำแนะนำเรื่องการปลูกถ่ายไตทั้งจากผู้บริจาคที่เป็นญาติพี่น้องหรือผู้บริจาคอวัยวะที่เสียชีวิต ซึ่งเมื่อผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายไตก็จะหยุดล้างไตได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ” ผศ.นพ. โอภาส กล่าว

    กาญจนา เมืองแสน ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง วัย 42 ปี เล่าว่า รักษาด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเองที่บ้านมาแล้วกว่า 10 ปี ยังไม่เคยเจอปัญหาการติดเชื้อ สิ่งสำคัญคือต้องทำตามที่หมอสั่งอย่างตั้งใจไม่ให้ขาด โดยเฉพาะเรื่องการรักษาความสะอาด

ล้างไตทางช่องท้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

       จึงอยากเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ป่วยแล้วก็ต้องรักษา แต่เราต้องไม่ท้อแท้ ทราบว่าเป็นโรคไตตอนอายุ 29 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ตั้งท้องลูกคนที่สอง ปัจจุบันอายุ 42 ปี รักษามาสิบกว่าปีชีวิตก็ยังอยู่ดี และจะอยู่ต่อไปอีกนานๆดูลูกของเราเติบโตซึ่งตนก็ได้ไปลงคิวรอรับการบริจาคไตกับสภากาชาดไทยไว้ด้วย

     “ตอนแรกที่ทราบว่าเป็นโรคไต ก็ยอมรับว่ากลัวมาก ตอนนั้นอายุ 29 ปี เป็นช่วงที่ตั้งท้องลูกคนที่สองไปตรวจร่างกายตามปกติ พอเอาปัสสาวะไปตรวจก็พบว่ามีไข่ขาวออกมามากผิดปกติ หมอก็บอกว่าเป็นกรวยไตอักเสบ ก็รักษามาเรื่อยๆ แต่อาการกลับแย่ลง จนค่าไตเสื่อม ตอนนั้นหมอบอกว่าเราจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน ก็กลัวมาก ไม่ยอมมาหาหมออีกเลย”

ล้างไตทางช่องท้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

     พว.ธนารักษ์ บุญเกิด

      จนกระทั่งครบเดือนตัวเราก็บวมมาก ก็กลับมาหาหมอ ต้องเจาะคอเพื่อฟอกเลือดแบบฉุกเฉิน ความรู้สึกในตอนนั้นแย่มากๆ กำลังใจหดหายไปหมด แต่พอคุณหมอถามว่า อยากเห็นลูกชายบวชไหม อยากอยู่ในวันที่ลูกสาวได้แต่งงานหรือเปล่า ใจเราก็ฮึดสู้ขึ้นมาทันที

    หลังจากที่ฟอกเลือดฉุกเฉินไป ก็ตัดสินใจเลือกการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง เพราะว่าเราก็ต้องทำงาน ต้องเลี้ยงลูก ไม่อยากมาเสียเวลาฟอกเลือดที่โรงพยาบาลสัปดาห์ละ 3 วัน ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีก เราก็ไม่ไหว

        ด้วยสิทธิการรักษา 30 บาทก็ช่วยเราให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มาก เราเลือกการล้างไตทางช่องท้อง ไม่ต้องมาหาหมอบ่อยด้วย 2-3 เดือนครั้ง แล้วแต่คุณหมอจะนัด ดูแลรักษาตามอาการ เราก็มีหน้าที่บันทึกการรักษาต่างๆ ที่ได้ทำเองมาให้คุณหมอดู กินยาอย่างไร ล้างแผลอย่างไร โชคดีที่สามีช่วยทำแผลให้เราทุกวัน ดูแลกันก็ให้กำลังใจกันทุกวัน ความรู้สึกว่าเป็นคนป่วยมันก็หายไป ตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัวให้ลูก ทำกับข้าว ส่งลูกไปโรงเรียน ล้างไตตอนเช้าแล้วก็ออกไปขายของ นั่งรถกระบะไปขายหอมกระเทียมทั้งวัน ไปตามหมู่บ้านต่างๆ ถึงเวลาต้องล้างไต ก็ไปจอดรถในที่เงียบๆ แล้วก็ล้างไตด้วยตัวเองตามปกติ เสร็จแล้วก็ไปขายของต่อ กลับบ้านไป ก็เตรียมอาหารให้ลูกๆ ล้างไตก่อนนอนอีกที ชีวิตก็มีความสุขดี ช่วงวันหยุดก็ไปเที่ยวได้ สนุกสนานกับลูกๆ ในทุกช่วงเวลาของชีวิตได้”

      ด้าน พว.ธนารักษ์ บุญเกิด พยาบาลวิชาชีพ งานการพยาบาลผู้ป่วยโรคไตและไตเทียม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ผู้ดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องมากว่า 8 ปี กล่าวให้ความเห็นว่า ผู้ป่วยที่เข้ามาทำล้างไตทางช่องท้องในตอนแรก มักจะไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งทาง งานการพยาบาลผู้ป่วยโรคไตและไตเทียม รพ.ธรรมศาสตร์ ได้จัดกลุ่มให้ผู้ป่วยโรคไตและญาติได้แชร์ประสบการณ์รับรู้เรื่องราวของเพื่อนผู้ร่วมโรคเดียวกัน ทำให้ผู้ป่วยมีความเชื่อมั่นและตั้งใจที่จะ เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองและการล้างไตทางช่องท้องอย่างถูกต้อง จนเขาสามารถทำได้ ดูแลตัวเองได้ เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของพวกเขา สามารถออกไปข้างนอก และใช้ชีวิตแบบคนปกติได้ ทัศนคติที่กังวลกับการรักษาก็จะเริ่มเปลี่ยนไป และผู้ป่วยเหล่านี้ได้กลายมาเป็นผู้ที่คอยให้กำลังใจคนไข้รายใหม่ที่เข้ามารักษาด้วย

        โรคไตเรื้อรังสามารถรักษาได้ อย่าท้อแท้หมดกำลังใจ ผู้สนใจใช้บริการทางการแพทย์ศูนย์ไต เทียม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โทร.02-926 9049 ศูนย์ไตเทียมเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี