“เกศทิพย์ ศุภวานิช”กับ“คูปอง1หมื่นพัฒนาครู”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292293

“เกศทิพย์ ศุภวานิช”กับ“คูปอง1หมื่นพัฒนาครู”

1 หมื่นบาทพัฒนาครู, คูปองพัฒนาครู, เกศทิพย์, คูปอง1หมื่นพัฒนาครู, สพค, คูปอง 1 หมื่นบาทพัฒนาครู, สพฐ, พอ สิรภพ ศุภวานิช, บิ๊กน้อย, สพป

คูปอง 1 หมื่นบาทพัฒนาครู” คนดูแลโปรเจ็กนี้คือ “เกศทิพย์ ศุภวานิช” ผอ.สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา(สพค.) ที่มารับตำแหน่งเมื่อ 9 มกราคม 2560

       “คูปอง 1 หมื่นบาทพัฒนาครู” หรือ โครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประเดิมครั้งแรกก็ป่วน..โครงการนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดตัวต้นเดือนกรกฏาคม 2560 ที่วาดฝันจะลดปัญหาการอบรมที่มีแต่ครูหน้าเดิม คนจัดคนเดิม มาเป็นให้ครูได้เติมอาวุธความรู้ให้ตัวเอง

       โดยอัดฉีดเม็ดเงินให้ปีงบประมาณละ 4,000 ล้านบาท หัวละ 10,000 บาทต่อคนต่อปี ให้ครูไปเลือกเองว่าอยากจะพัฒนาอะไร ผ่านคอร์สต่างๆ ที่จัดโดยสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ เอกชนมาให้เลือกช้อปปิ้ง 1,460 หลักสูตร ซึ่งทั้งหมดได้รับการอนุมัติจากสถาบันคุรุพัฒนา ภายใต้กำกับของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อรับรองหลักสูตรที่เปิดอบรมเมื่อวันที่ 5 กค. 2560 พร้อมๆกับเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะครูใหม่

      ไม่ใช่แค่เลือกอบรมในสิ่งที่ต้องการ แต่ยังสะสมชั่วโมงในการอบรมไปใช้ยื่นตามเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ที่กำหนดว่าครูต้องได้รับการอบรมไม่น้อยกว่า 12-20 ชั่วโมง!! เพราะความเร่งรีบ..แถมยังช่วงท้ายปีงบประมาณ 2560 ครูก็ตื่นตัว แห่สมัครครูอบรมพัฒนาผ่านเว็บไซต์ http://www.training.obec.go.th กันแค่สัปดาห์แรกตั้งแต่เปิด 5 ก.ค.ก็ปาไปร่วม 300,000 คนแล้วขณะเดียวกันมีครูอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าระบบเพื่อสมัครอบรมหลักสูตรที่ตัวเองต้องการได้

      ว่ากันว่าคนดูแล โปรเจ็กนี้คือ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา(สพค.) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ภายใต้การบริหารของ ผอ.คนใหม่ “เกศทิพย์ ศุภวานิช” ที่มารับตำแหน่งเมื่อ 9 มกราคม 2560 คนข้างกาย “พ.อ. สิรภพ ศุภวานิช” ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร และผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำประเทศมาเลเซีย เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาในฐานะที่เป็นอดีตทีมงานของ “บิ๊กน้อย” พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์” รมช.ศึกษาธิการ มาไม่ต่ำกว่าปีเศษ

       “เกศทิพย์” เล่าว่า ที่มาเป็นทีมงานของ “บิ๊กน้อย” ได้เพราะว่า “พ.อ. สิรภพ ศุภวานิช” (สามี) มาสอบเป็นทูตทหารประจำที่มาเลย์เซีย ที่บิ๊กน้อยเป็นกรรมการคัดเลือก ได้เห็นผลงานที่มาเสนอ จึงขอให้มาช่วยราชการที่ส่วนกลาง ซึ่งมีโอกาสได้ทำงานทั้งอดีตรมว.ศึกษาธิการ ต่อเชื่อมมาถึง นพ.ธีระเกียรติ เมื่อครั้งเป็น รมช.ศึกษาธิการ ในหลายโครงการของ ศธ. ทั้งโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ รวมถึง ระบบทีอีพีอี ออนไลน์ หรือ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยยึดถือภารกิจและพื้นที่การปฏิบัติงานเป็นฐาน

      “เกศทิพย์” คนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นนักเรียนทุนในโครงการคุรุทายาท รุ่นที่ 6 ได้รับทุนจากจังหวัดกาญจนบุรี ไปศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 แล้วมาบรรจุใช้ทุนในปี 2539 ที่โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จ.กาญจนบุรี สอนวิชาฟิสิกส์ ต่อมาเรียนต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยมหิดล โดยเลือกเรียนสาขาฟิสิกส์ จนกระทั่งมาเป็น หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญที่ “หมอธี” วางใจให้ดำเนินการดูแล “คูปองพัฒนาครู” ในเดือนกรกฎาคม 2560

      คูปองพัฒนาครู ยังมี “บุญรักษ์ ยอดเพชร” รองเลขาธิการ กพฐ.  ในฐานะผู้กำกับดูแลโครงการนี้ ก็เป็นหัวหอกสำคัญในการเดินสาย สัญจรชี้แจงไปในหลายจุดเพื่อขับเคลื่อนได้ตามนโยบาย

     “บุญรักษ์” รับผิดชอบงานวิชาการของ สพฐ.ทั้งหมด ลูกหม้อของ สพฐ. เติบโตมาจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จ.พิษณุโลก ก่อนเข้ามาเป็น “ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.” และขึ้นรองเลขาธิการ กพฐ. ได้รับความไว้วางใจจากรัฐมนตรีให้ดูแลงานสำคัญ ถือเป็นผู้บริหารอีกคนหนึ่งที่เดินเข้า-ออกห้องพบ รมว.ศึกษาธิการ อยู่บ่อยๆ

      อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คูปองพัฒนาครู มีเรื่องให้ตามแก้ไขเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทั้งปัญหาระบบการบริหารจัดการ คุณภาพหลักสูตร ล่าสุดกับปัญหาที่หน่วยจัดอบรม ยื่นขอยกเลิกการจัดอบรมถึง 87 หลักสูตร มีครูกว่า 2 หมื่นคนหรือ 213 รุ่น ที่ลงทะเบียนไว้แล้วได้รับผลกระทบ บางคนแม้ยังไม่จ่ายเงินค่าหลักสูตร แต่ก็จ่ายค่าที่พัก ค่าตั๋วเดินทาง โดย สพฐ.เตรียมการที่จะต้องดูแลให้ได้รับการเยียวยาด้วย.

ร้องผู้ว่าฯนครพนม จี้สรรหาอธิการบดีมนพ.ต้องโปร่งใส่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292284

ร้องผู้ว่าฯนครพนม จี้สรรหาอธิการบดีมนพ.ต้องโปร่งใส่

17 สค2560, อธิการบดีมนพ, 18สค60, ร้องผู้ว่าฯนครพนม, ผู้ว่าฯนครพนม, อธิการบดี มนพ,  17 สค2560 , มนพ

 กลุ่มองค์กรภาคปชช. ร้อง “ผู้ว่าฯนครพนม” จี้สรรหา “อธิการบดี มนพ.” ต้องโปร่งใส่ วอนนายกสภาฯทำหน้าที่เพื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ( 17 ส.ค.2560 ) กลุ่มองค์กรภาคประชาชนชาวนครพนม นำโดยนายพงษ์ สุคนธ์ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรณีการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.) ซึ่งวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคมนี้ บรรดาผู้ที่มีสิทธิ์เข้ารับการสรรหาจำนวน 6 ราย จะต้องเข้านำเสนอวิสัยทัศน์ คนละไม่เกิน 20 นาที และตอบข้อซักถามไม่เกินคนละ 20 นาที ที่ห้องราชพฤกษ์ ชั้น 5 อาคารสารสนเทศเพื่อการบริหาร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม จังหวัดนครพนม  ซึ่งผู้ที่ไม่เข้าสู่การนำเสนอวิสัยทัศน์ตามวันเวลาข้างต้น ถือว่าสละสิทธิ์

        ทั้งนี้ เพื่อการสรรหาสรรหาอธิการบดีฯ เป็นไปอย่างโปร่งใส ได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถและปราศจากมลทินเกี่ยวข้องคดีไม่สุจริต จึงเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จำนวน 3 ข้อดังนี้

1.ขอให้มหาวิทยาลัยนครพนมโดยประธานกรรมการสรรหาฯระงับการเข้าแสดงวิสัยทัศน์ของบุคคลที่ขาดคุณสมบัติดังกล่าวมิให้เข้าแสดงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้

2.ขอให้นายกสภาฯ ทำหน้าที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย และประชาชนชาวนครพนมอย่างเคร่งครัด หากไม่สามารถทำได้ขอให้ท่านลาออกจากตำแหน่ง

3.ขอให้มหาวิทยาลัยนครพนมดำเนินการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้บุคคลทั่วไปและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้ารับฟังการแสดงวิสัยทัศน์ ในวันเวลาดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

เปิดห้องนิทรรศการถาวรที่ศูนย์วิทย์ฯ ร้อยเอ็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292164

เปิดห้องนิทรรศการถาวรที่ศูนย์วิทย์ฯ ร้อยเอ็ด

กฟผ, ร้อยเอ็ด, กฟผ, สำนักงาน กศน, Day of Future, ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ

กฟผ. – กศน. นำความรู้ด้านพลังงานสู่สังคม เปิดห้องนิทรรศการถาวรที่ศูนย์วิทย์ฯ ร้อยเอ็ด แห่งแรกในภาคอีสานส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองทางด้านพลังงานสู่สังคม

         นายรัตนชัย นามวงศ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ น.ส.วิเลขา ลีสุวรรณ์ รองเลขาธิการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดห้องนิทรรศการถาวรด้านพลังงานไฟฟ้า (Day of Future) เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองและสร้างประสบการณ์ด้านพลังงานแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

 เปิดห้องนิทรรศการถาวรที่ศูนย์วิทย์ฯ ร้อยเอ็ด

นายศุภผล รัตนากร ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจ กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ลงนามความร่วมมือกับ สำนักงาน กศน. สร้างห้องนิทรรศการถาวรด้านพลังงานไฟฟ้า (Day of Future) ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 22 ล้านบาท เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองและสร้างประสบการณ์ด้านพลังงานแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งห้องนิทรรศการถาวรฯ ที่ จ.ร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใต้งบประมาณ 10 ล้านบาท และมีพิธีเปิดในวันนี้ ซึ่งนับเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายศุภผล กล่าวต่อไปว่า ห้องนิทรรศการถาวรด้านพลังงานไฟฟ้า ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดมีความน่าสนใจมาก ภายในห้องนิทรรศการแบ่งออกเป็น 7 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 ความหวังของอนาคต โซนที่ 2 ภารกิจเรียนรู้พลังงานไฟฟ้า โซนที่ 3 ภารกิจผลิตไฟฟ้า โซนที่ 4 ภารกิจแสงสว่างสู่เมือง โซนที่ 5 โครงสร้างทางพลังงานไฟฟ้า โซนที่ 6 กฟผ. ผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย และโซนที่ 7 วิวัฒนาการไฟฟ้าไทย ซึ่งจะนำเสนอในรูปแบบนิทรรศการถาวรด้วยระบบดิจิตอลสุดทันสมัย พร้อมสอดแทรกกิจกรรมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้รู้ถึงการได้มาซึ่งพลังงานไฟฟ้า มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า ความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ และตระหนักถึงการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ตลอดจนมีความเข้าใจในภารกิจของ กฟผ. มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคงต่อไป สำหรับ ห้องนิทรรศการถาวรด้านพลังงานไฟฟ้า อีกแห่ง ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) ใกล้แล้วเสร็จ คาดว่าจะเปิดให้ชมได้ประมาณเดือนตุลาคมนี้

 

 เปิดห้องนิทรรศการถาวรที่ศูนย์วิทย์ฯ ร้อยเอ็ด

“นอกจากภารกิจหลักในการผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทยแล้ว กฟผ. ยังให้ความสำคัญต่อการแบ่งปันความรู้ด้านพลังงานสู่สังคม เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาพลังงานของประเทศ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” นายศุภผล กล่าวทิ้งท้าย

 เปิดห้องนิทรรศการถาวรที่ศูนย์วิทย์ฯ ร้อยเอ็ด

ด้าน น.ส.วิเลขา  กล่าวเพิ่มเติมว่า พลังงานไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็น และมิใช่เป็นเรื่องของหน่วยงานใดที่จะรับผิดชอบเพียงหน่วยงานเดียว ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนควรตระหนักรู้ถึงกระบวนการที่ได้มาซึ่งพลังงานไฟฟ้า จึงต้องขอขอบคุณ กฟผ. ที่เห็นความสำคัญของการศึกษาและร่วมมือกับ สำนักงาน กศน. ส่งเสริมการให้ความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าสู่ประชาชน โดยสนับสนุนการสร้างสื่อนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการการผลิตไฟฟ้า ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า รวมถึงมีการจำลองสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของพลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวันอังคารถึงวันเสาร์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

พัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลขึ้นอันดับหนึ่งฮาลาลโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292160

พัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลขึ้นอันดับหนึ่งฮาลาลโลก

ฮาลาล, ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ, พัฒนา, อุตสาหกรรม, ลขึ้นอันดับหนึ่งฮาลาล, โลก

“มาเลเซีย” ร่วมมือ “ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ” กระบวนการใช้วิทยาศาสตร์ฮาลาลที่มีความก้าวหน้าในระดับสูงของประเทศไทย อันดับหนึ่งฮาลาลโลก

        ดาโต๊ะ สะรี ฮัมซะฮฺ ไซนุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า สหกรณ์และผู้บริโภค ประเทศมาเลเซีย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ พร้อมผู้แทนทางการค้าของมาเลเซีย เข้าเยี่ยมศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล พร้อมด้วยทีมบริหารของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล และรศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย

       รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล เผยว่า การเข้าเยี่ยมชมของคณะ รมต.มาเลเซีย ครั้งนี้ เพราะต้องการทราบความก้าวหน้าของฮาลาลประเทศไทย และประสงค์จะสร้างความร่วมมือระหว่างมาเลเซียและประเทศไทยด้านการพัฒนางานรับรองฮาลาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการใช้วิทยาศาสตร์     ฮาลาล ซึ่งทางมาเลเซียยอมรับว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าทางด้านนี้ในระดับสูง ได้เห็นระบบห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาล เห็นการดำเนินงานวางระบบการมาตรฐานฮาลาล ได้ชมการสาธิตระบบไอทีและแอ็พพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้น อีกทั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลยังได้พัฒนาระบบ H-Number จนเสร็จสิ้น และเมื่อต้นปี 2560 ประเทศไทยยังได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิก OIC และ SMIICซึ่งเมื่อได้เห็นความแข็งแกร่งของฮาลาลประเทศไทยจึงมั่นใจว่าความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียจะมีมากขึ้นในอนาคต

พัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลขึ้นอันดับหนึ่งฮาลาลโลก

ประเทศมาเลเซียมีกฎหมายด้านการรับรองฮาลาล โดยกระทรวงการค้า สหกรณ์และผู้บริโภค เป็นผู้ดูแลตั้งแต่เรื่องนโยบายไปจนถึงงบประมาณ รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานด้านศาสนาอิสลามเป็นผู้ดูแลการรับรองฮาลาลของมาเลเซีย โดยมีชื่อย่อว่า JAKIM ซึ่งดำเนินงานภายใต้กระทรวงการค้า สหกรณ์และผู้บริโภค ที่มีรัฐมนตรีกระทรวงการค้าฯ คือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในเรื่องการรับรอง ฮาลาลของมาเลเซีย จุดสำคัญที่ทางมาเลเซียนำเสนอคือการมีกฎหมายโดยทางกระทรวงการค้าฯ เป็นผู้ดูแลการบังคับใช้ อันเป็นคำตอบว่าเหตุใดตราฮาลาลของมาเลเซียจึงได้รับการยอมรับสูง แต่จุดอ่อนของไทยคือ ตราฮาลาลประเทศไทยยังขาดกฎหมายเอาผิดผู้ละเมิดนั้นเอง

ได้เห็นตรงกันว่าไทยและมาเลเซียไม่ใช่คู่แข่งกัน คู่แข่งแท้จริงคือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการรับรองฮาลาลทั้งสำหรับมุสลิมและผู้ที่มิใช่มุสลิม เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้เปรียบด้านราคา จึงทำให้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพได้มากกว่า หากสองประเทศร่วมมือกันก็จะสามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี การรับรองฮาลาลได้ทั้งด้านคุณภาพและราคา ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือผู้บริโภครวมทั้งนักธุรกิจและอุตสาหกรรมฮาลาล ความร่วมมือระหว่างสองประเทศ เพื่อพัฒนางานด้านนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

ความคับแค้น-กดดัน แปรเปลี่ยนเป็นพลังให้สู้ต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292158

ความคับแค้น-กดดัน แปรเปลี่ยนเป็นพลังให้สู้ต่อ

เป็นพลังให้สู้ต่อ, เพราะความกดดัน, บอมต่อสกุล ระบายเพ็ชร  นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ นักกีฬายูยิตสู จังหวัดลพบุรี นักกีฬายูยิตสู มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร) ธัญบุรี, มทรธัญบุรี, ความคับแค้น-กดดัน, บอม, ครูไนท์

อยากมีรูปธงชาติไทยติดตรงอกเสื้อ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ตลอดจนการตามความฝันในการสำเร็จการศึกษาในสายงานวิศวกรรมศาสตร์ตามที่พ่อได้สัญญากับพ่อ

      “เพราะความกดดัน เป็นพลังให้สู้ต่อ” น้ำเสียงที่มุ่งมั่นของ “บอม”ต่อสกุล ระบายเพ็ชร ” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ นักกีฬายูยิตสู จังหวัดลพบุรี นักกีฬายูยิตสู มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

ความคับแค้น-กดดัน แปรเปลี่ยนเป็นพลังให้สู้ต่อ

ล่าสุดเดินทางไปกับสมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย นักกีฬายูยิตสู รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี คว้ารางวัลเหรียญทองแดง  ประเภท NaWaZa รุ่น 62 – 69 กิโลกรัม รายการ JU JITSU ASIAN UNIONการแข่งขัน 2nd JU JITSU ASIAN CHAMPIONSHIP 2017 ประเทศเวียดนาม มาครอง

บอม เป็นลูกชาวนา อำเภอบางบุญนาค จังหวัดพิจิตร เริ่มเล่นกีฬายูยิตสูตอนอายุ 16 ปี ขณะที่เรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีละโว้ จังหวัดลพบุรี  เพราะจังหวัดเปิดรับนักกีฬาเพื่อคัดตัวเขาร่วมแข่งขัน จึงเข้าร่วมการคัดเลือก

ความคับแค้น-กดดัน แปรเปลี่ยนเป็นพลังให้สู้ต่อ

“ไม่ได้หวังจะได้คัดเลือก แต่ชอบกีฬาประเภทนี้ สามารถนำมาใช้ป้องกันตัวได้” โดยได้รับการคัดเลือกให้ไปเก็บตัวที่กรุงเทพฯ จนในที่สุดติดเป็นตัวเยาวชนจังหวัดลพบุรี เข้าร่วมการแข่งตามรายการต่างๆ ได้รับเหรียญทองแดง JU-JITSU THAILAND OPEN CHAMPIONSHIP 2014 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เหรียญทอง กีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 29 มหาสารคามเกมส์ จ.มหาสารคามเหรียญทองแดง การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 32 สระบุรีเกมส์ จ.สระบุรี ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักกีฬายูยิตสู จังหวัดลพบุรี เข้าร่วมการแข่งขันตามรายการต่างๆ ได้รับเหรียญทองแดง การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 สงขลาเกมส์ จังหวังสงขลา

ความคับแค้น-กดดัน แปรเปลี่ยนเป็นพลังให้สู้ต่อ

หลังจากสำเร็จศึกษาสาขาไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีละโว้ ได้สอบตรงเข้าศึกษาต่อที่สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มทร.ธัญบุรี แต่สอบไม่ติด จึงตัดสินใจสอบเข้าศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมอาหาร

“อยากเรียนสายงานวิศวะ” เข้ามาศึกษาที่ มทร.ธัญบุรี ได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬายูยิตสู มหาวิทยาลัย เข้าร่วมการแข่งขัน ได้รับเหรียญเงิน การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 43 กันเกราเกมส์ จ.อุบลราชธานี         ปัจจุบันได้เกรดเฉลี่ยสะสมอยู่ที่ 1.8 เกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.0 ไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขัน การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 44 สุรนารีเกมส์ จ.นครราชสีมาได้ “เสียใจที่พลาดโอกาสในการแข่งขันในครั้งนั้น”

ซึ่งตอนนี้พยายามแบ่งเวลาในการเรียนและการซ้อมกีฬา พยายามรักษาเกรดในการเรียน เพื่อให้สามารถเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 45 ราชมงคลเกมส์ ที่ทาง มทร.ธัญบุรี เป็นเจ้าภาพ         หลังเลิกเรียนจะเข้าชมรมไปสอนรุ่นน้องในชมรม

และจะเข้าซ้อมที่ยิมของครูไนท์ถ้ามีเวลาว่าง เรียนรู้เทคนิคต่างๆ จาก Youtube และ IG  กว่า 5 ปี ที่ได้เป็นนักกีฬายูยิตสู ภูมิใจทุกครั้งที่ได้ลงแข่งขันตามรายการต่างๆ ซึ่งมีความฝันอยากเป็นนักกีฬายูยิตสูทีมชาติไทย

ความคับแค้น-กดดัน แปรเปลี่ยนเป็นพลังให้สู้ต่อ

 ” อยากมีรูปธงชาติไทยติดตรงอกเสื้อ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ตลอดจนการตามความฝันในการสำเร็จการศึกษาในสายงานวิศวกรรมศาสตร์ตามที่พ่อได้สัญญากับพ่อ ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้เมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา จะตั้งใจฝึกซ้อมและทำงานผลงานให้ดีที่สุด”น้องบอม กล่าวทิ้งท้าย

 “ครูไนท์” จ่าอากาศเอกภคนันท์ ทรัพย์หิรัญ เล่าว่า รู้จักกับน้องบอม ตั้งแต่ปี 2555 ไปสอนให้กับน้องที่วิทยาลัยเทคโนโลยีละโว้ น้องจบ ปวช. แนะนำให้น้องสอบเข้าที่ มทร.ธัญบุรี  หลังจากนั้นช่วยแนะนำเรื่องการฝึกซ้อมมาโดยตลอด

น้องบอมเป็นเด็กขยันฝึกซ้อมมาก มีความรับผิดชอบต่อการซ้อม รวมทั้งไม่เคยหยุดหาความรู้เพิ่มเติม ตั้งแต่ได้เหรียญเงินกีฬามหาลัยปี 2559 ที่จังหวัดอุบลราชธานี ถ้าเป็นนักกีฬาบางคนจะละเลยการฝึกซ้อม แต่น้องบอมไม่เคยหยุดฝึกซ้อม เพราะว่าความฝันน้องคือน้องอยากติดทีมชาติไทย

พัฒนา”ข้าว”ป้องกันแท้งลูกง่าย-สมุนไพรรักษาสะเก็ดเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292133

พัฒนา”ข้าว”ป้องกันแท้งลูกง่าย-สมุนไพรรักษาสะเก็ดเงิน

สมุนไพรไทย, หมื่นล้านบาทต่อปี, ข้าว, สมุนไพร, องค์การมหาชน

3 องค์กรรุกพัฒนาสมุนไพรครบวงจร ต่อยอดงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ใช้ได้จริง ตั้งเป้า 5 ปีออก 10 ผลิตภัณฑ์ รักษาโรคสะเก็ดเงิน-ขาดเหล็ก -ข้าวผสมบี9กันแท้งง่าย

     “สมุนไพร” ไทยเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ช่วยขับเคลื่อนไทยแลนด์4.0 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะการส่งออกสู่ตลาดอาเซียน 3 องค์กร ประกอบด้วยสำนักงานพัฒนากานวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน)หรือสวก. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และองค์การเภสัชกรรม(อภ.)จึงได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง”
น.ส.สุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ กรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ประเทศไทยมีความได้เปรียบในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถผลิตวัตถุดิบสมุนไพรได้หลากหลายชนิด และมีแหล่งผลิตกระจายทั่วประเทศ ไทยจึงเป็นเหมือนคลังสมุนไพรของโลก อีกทั้งความสามารถของนักวิจัยของไทยก็ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่น ดังนั้น อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของไทยจึงมีโอกาสก้าวขึ้นสู่เวทีโลกได้  ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยข้อมูลว่า มีมูลค่าการใช้และการส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรมากกว่า 2.4 หมื่นล้านบาทต่อปี

พัฒนา"ข้าว"ป้องกันแท้งลูกง่าย-สมุนไพรรักษาสะเก็ดเงิน
 

       นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า3 หน่วยงานจะร่วมกัน 1.ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนางานวิจัย กำกับติดตาม ประเมินผลงานวิจัยและผลกระทบ ทั้งในด้านวิชาการ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เช่น ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปา อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศเป็นสำคัญต่อไป 2.ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้และทักษะด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและประสบการณ์ด้านการวิจัยของประเทศ 3.สนับสนุน ผลักดัน ให้เกิดการนำผลงานวิจัยหรือผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือนี้ไปสู่การใช้ประโยชน์ทั้งเชิงพาณิชย์ เชิงนโยบาย และเชิงสาธารณะ
และ 4.ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด เพื่อช่วยให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งจะก่อให้เกิดโครงการวิจัยนำร่องเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร จำนวน 10 ผลิตภัณฑ์ ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นประเทศส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสมุนไพรไทยในตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ อันจะนำมาสู่ความมั่งคงทางระบบสาธารณสุขและความยั่งยืนของเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป
พัฒนา"ข้าว"ป้องกันแท้งลูกง่าย-สมุนไพรรักษาสะเก็ดเงิน
“ระยะแรก 6 เดือน จะผลักดันเวชสำอาง 4 ผลิตภัณฑ์ และยา 3 ตัวซึ่งรพ.ศิริราชนำไปใช้ทดลองกับคนไข้จำนวนมากและขึ้นบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว คือ ยาหอมเบอร์ 20 ยาแก้ไข้ราก 5 ชนิดและยาแก้ปวดหลังช่วงล่าง มีมูลค่ารวมทั้ง 2 กลุ่ม 1,000 ล้านบาท ระยะกลาง 2 ปีจะขึ้นทะเบียนยากับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ให้ได้ คือ ยาแก้โรคสะเก็ดเงิน ซึ่งรพ.พระปกเกล้าใช้ทดลองในคนไข้จำนวนมากแล้วและยาแก้โรคขาดเหล็ก และระยะ 5 ปี จะขึ้นทะเบียนนวัตกรรมให้ได้ คือ อาหารที่ให้ทางสายยา ซึ่งปัจจุบันไทยต้องนำเข้าเป็นหมื่นล้านบาท และข้าวผสมวิตามินบี 9 ซึ่งป้องกันคนตั้งครรภ์ไม่ให้แท้งง่าย” นางพรรณพิมล กล่าว
ศ.ดร.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล รองคณบดีฝ่ายวิจัยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ห่วงโซ่คุณค่าของการวิจัยและพัฒนายาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรยังไม่สามารถพัฒนาต่อยอดให้เกิดการเพิ่มมูลค่าจนถึงระดับธุรกิจและการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขาดการวิจัยทางคลินิกที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนทรัพยากรหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณเพื่อการลงทุน บุคลากร และเวลา เพื่อสนับสนุนการทดสอบผลิตภัณฑ์ซึ่งต้องดำเนินการหลายระดับเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามีความปลอดภัยสำหรับการบริโภค ดังนั้นการพัฒนาต้นแบบระบบการวิจัยทางคลินิกของยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่ได้มาตรฐานสากล จะทำให้สามารถนำผลงานวิจัยไปใช้ได้จริงและต่อยอดมูลค่าจนถึงระดับธุรกิจและการลงทุน

พัฒนา"ข้าว"ป้องกันแท้งลูกง่าย-สมุนไพรรักษาสะเก็ดเงิน
        ภญ.อภิชชา โยธาประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า 3 หน่วยงาน ได้ร่วมประสานความร่วมมือทางวิชาการ และความพร้อมของแต่ละองค์กรด้านการวิจัยและพัฒนาเภสัชภัณฑ์ยาจากสมุนไพรไทย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนายาใหม่จากสมุนไพรไทยให้เป็นเภสัชภัณฑ์ยาที่มีประสิทธิผล มีมาตรฐาน และมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับ  อย่างครบวงจร การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดธรรมชาติ และสร้างเครือข่ายวิจัยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้อย่างประจักษ์ชัด และประชาชนได้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นต่อไป อีกทั้งยังเป็นการทดแทนการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศอีกด้วย

วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292153

วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน

โรงเรียน, สมพงษ์, วิจัยชี้ชัด, สกว, กศจ, ศธจ

เผยวิจัย แจงร.ร.ที่อยู่รอด ปฏิรูปการศึกษาประสบผลสำเร็จ ต้องขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาจากล่างสู่บน พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ใช่การปฏิรูปแบบครึ่งๆกลางๆ

        จากการที่ได้ทำวิจัย เรื่องการสังเคราะห์รูปแบบการจัดการเรียนรู้ชุมชน โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน ผ่านเก็บข้อมูลภาคสนามทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาจากล่างสู่บน โดยได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าโรงเรียนที่อยู่รอด เป็นแม่เหล็กของสังคมที่ดึงดูดคนมาเรียนได้ จะต้องเป็น โรงเรียนที่มีลักษณะดังนี้ ประการแรก เป็นโรงเรียนที่เปลี่ยนมุมมองจากการปฏิบัติตามนโยบายเป็นจากล่างสู่บน ประการที่สอง มีการกระจายอำนาจในรูปแบบ 60-20-20 คือ อำนาจการบริหารจัดการเป็นของโรงเรียนร้อยละ 60 , คณะกรรมการการศึกษาจังหวัด (กศจ.) ร้อยละ 20 ,อำนาจของกระทรวงศึกษาธิการร้อยละ 20 ประการที่สาม เป็นโรงเรียนนิติบุคคลและ มีโรงเรียนเครือข่าย โดยโรงเรียนกลุ่มนี้จะทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกับโรงเรียนอื่นและชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนวิธีการคิด งบประมาณ  สร้างนวัตกรรม มีงานวิชาการและงานวิจัยรองรับ มีการลงมือปฏิบัติ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และสามารถให้คำตอบเชิงนโยบายได้ ที่สำคัญในความเป็นนิติบุคคลควรต้องมีกฎหมายรองรับเขียนอำนาจหน้าที่ไว้ให้ชัดเจน

       ทั้งนี้ ส่วนระดับ กศจ. จะต้องแบ่งงานกับ ศึกษาธิการภาค และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)ให้ชัดเจน สำหรับกระทรวงศึกษาธิการนั้น ตนมีข้อเสนอให้บริหารจัดการโดยไม่มีกรม มีแต่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และแบ่งงานโดยรวมกลุ่มงานเป็นคลัสเตอร์  4-5 กลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ทำหน้าที่ดูแลเชิงนโยบาย แผนการศึกษา กฎหมายการศึกษา ,กลุ่มงานวิจัย หลักสูตร สร้างนวัตกรรม ,กลุ่มงบประมาณ, กลุ่มกำกับติดตามตรวจสอบ โดยเป็นการทำงานเชิงบูรณาการ ไม่มีแท่งใครแท่งมัน หรือ กรมใครกรมมัน แต่จะทำงานตามเนื้องาน

        “ผู้บริหารโรงเรียนต้องกล้าคิดนอกกรอบ ซึ่งเรามีตัวอย่างโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบ เช่น กลุ่มเครือข่ายโรงเรียนบ้านเกาะคา จ.ลำปาง, กลุ่มเครือข่ายบ้านคูเมือง จ.อุบลราชธานี เป็นต้น หากสามารถเปลี่ยนวิธีคิดให้ขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาจากล่างสู่บนได้ผล จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาประสบผลสำเร็จ ในลักษณะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ตอบโจทย์ประเทศได้ ไม่ใช่การปฏิรูปแบบครึ่งๆกลางๆ ลูบหน้าปะจมูกอย่างที่ทำอยู่” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเปิดงาน ‘สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2560’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279156

พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเปิดงาน ‘สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2560’

พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเปิดงาน ‘สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2560’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเปิดงาน “สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2560”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดงาน “สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2560” โดยมี ดร.เภสัชกร นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม ผศ.(พิเศษ) ดร.เภสัชกร อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ เลขาธิการสภาเภสัชกรรม พลโทเภสัชกร อนุมนตรี วัฒนศิริ ประธานจัดงาน ตลอดจนคณะกรรมการจัดงาน และเภสัชกรจากภาคีเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม รับเสด็จ ณ ลานอีเดน 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ องค์กรเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม ในการแสดงบทบาทของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมต่อประชาชน มีการให้ความรู้ คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ พร้อมเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพด้วยการให้คำแนะนำ ตัดสินใจ คัดกรองส่งต่อและดูแลโรคพื้นฐานด้วยการใช้ยาและไม่ใช้ยาให้แก่ประชาชน กรณีที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ยา จะช่วยส่งเสริมให้ได้รับยาที่ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัยและได้รับประสิทธิภาพสูงสุด จัดกิจกรรม “สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2560” รณรงค์ “ใช้ยาและสมุนไพรอย่างไรให้ปลอดภัย…ปรึกษาเภสัชกร” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนไทยมีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องในการใช้ยาและสมุนไพรอย่างปลอดภัยในการรักษาโรค โดยจะมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องยาและสมุนไพรในโรงพยาบาล ร้านยาและหน่วยงานบริการสาธารณสุขพร้อมกันทั่วประเทศระหว่างวันที่ 24-30 มิถุนายน 2560

ดร.ภก. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์,ดร.ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี, ผศ.(พิเศษ) ภญ.จันทิมา โยธาพิทักษ์ นำทีมรณรงค์

ในการนี้ คณะผู้จัดงานได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุเสด็จทรงเปิดงาน “สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2560” พร้อมประทานโล่เชิดชูเกียรติแก่ผู้สนับสนุนการจัดงานและทอดพระเนตรนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับแนวทางการใช้ยาและสมุนไพรอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมทอดพระเนตรการสาธิตการตรวจสอบหาสารสเตียรอยด์ที่ปนเปื้อนในยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งคณะผู้จัดงานได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ยาและสมุนไพรให้ปลอดภัยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาโรค ณ ลานอีเดน 3 ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ดร.ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชาชนได้มีการนำยาสมุนไพรมาใช้เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาโรคมากขึ้น โดยมีความเชื่อที่ว่าสมุนไพรมาจากธรรมชาติ ดีต่อร่างกาย ไม่ตกค้าง และไม่ก่อให้เกิดพิษ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบันหรือยาสมุนไพร จะมีทั้งประโยชน์ในการรักษาโรค แต่ก็อาจก่อให้เกิดโทษได้ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง ใช้ไม่ถูกกับอาการ ไม่ถูกกับโรค หรือปริมาณขนาดที่ใช้ไม่เหมาะสม ก็อาจเกิดอันตรายที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษา ผู้ใช้ยาควรยึดหลัก 5 ถูกคือ 1.ถูกคน 2.ถูกโรค 3.ถูกขนาด 4.ถูกวิธี และ 5.ถูกเวลา โดยก่อนใช้ยาหรือยาสมุนไพรทุกครั้ง ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจ อ่านให้ละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อการใช้ยาได้อย่างถูกต้อง สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ยาสมุนไพรร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ควรแจ้งข้อมูลให้กับแพทย์หรือเภสัชกรทราบทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เพราะยาแผนปัจจุบันกับยาสมุนไพรบางชนิดอาจไปออกฤทธิ์ขัดกันหรือเสริมฤทธิ์กัน ส่งผลให้เกิดการเพิ่มหรือลดผลของการรักษา ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับยาต่อเนื่อง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิต หรือไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

ในโอกาสนี้ ศ.พิเศษ เภสัชกร สุมนต์ สกลไชย กรรมการสภาเภสัชกรรม ได้ถวายเงินเพื่อสมทบกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งที่ยากไร้ทั่วประเทศอีกด้วย

คุณแหน : 6 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279171

คุณแหน : 6 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 6 กรกฎาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พิธีสวดพระอภิธรรมครบ 100 วัน พล.ร.อ.ม.ล.อัศนี ปราโมช องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 10 ก.ค. 10.00 น. และ 19.00 น. ณ ศาลาบัณณรศภาควัดเบญจมบพิตร ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมชฝากเรียนว่าใน เวลา 18.00 น. จะมีวง Promusica ซึ่งฯพณฯ ผู้วายชนม์เป็นผู้ก่อตั้ง  มาบรรเลงอาลัย…

ll มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ เป็นประธานงาน มหาบุญแห่งสยาม เข้าพรรษา พุทธศักราช 2560 เนื่องในวันเข้าพรรษา เพื่ออุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร9 ก.ค. 13.00 น. สยามพารากอน…

ll สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาขอเชิญชมการแสดงเดี่ยว“เปียโนฟอร์เต” โดย ดร.ชัญพงศ์ ทองสว่างในโครงการ “ดนตรีแห่งชีวิต ดนตรีแห่งแผ่นดิน”12 ก.ค. 19.00 ณ ห้องสังคีตวัฒนา สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาไม่เสียค่าเข้าชม http://www.pgvim.ac.th….

ll บอกล่วงหน้าเรื่องสุขภาพใกล้ตัว เชิญฟังการเสวนาแพทย์พบประชาชนประจำปี เรื่อง “ผู้สูงวัย ใส่ใจกระดูกและข้อ” โดยอาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาทิ รศ.นพ.สัตยา โรจนเสถียร, ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์, ผศ.นพ.วรากร จริงจิตร 4 ส.ค. 08.00-16.00 น. ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนร่วมงาน https://goo/gl/d6Df4s …

ll พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ประธานเครือข่ายครูดีของแผ่นดิน ลงพื้นที่ต่อเติมซ่อมแซม สำนักงานมูลนิธิครูดีของแผ่นดินย่านวิสุทธิกษัตริย์ด้วยตนเอง เป็นตัวอย่างที่ดีให้องค์กร เดินหน้าสง่างาม…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ที่สูญเสียบุตรสาว มิกกี้-ทวิวัลยา เมฆสวรรค์หลานสาว นันทินี แทนเนอร์ สวดพระอภิธรรม4-12 ก.ค. (8-9 ก.ค. งด) เวลา 19.00 น. ณ ศาลา 10วัดมกุฏกษัตริยารามวรวิหารแล้วบรรจุ…

ll สวด พ.ต.อ.(พิเศษ) ไพฑูรย์ วิกิณิยะธนี ศาลา 2 วัดมกุฏฯ ถึง 7 ก.ค. พระราชทานเพลิง10 ก.ค. 17.00 น….

ll ลลิสา จงบารมี ประธานมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร จัดนิทรรศการศิลปะ“ลมหายใจแห่งเขาค้อ” โดยศิลปิน อาทิ อ.แนบโสตถิพันธุ์, อ.อุดมลักษณ์ ทรงสุวรรณ,อ.ศุภกิจ อุตตรนคร 21-23 ก.ค. ณ บลูสกายรีสอร์ท เขาค้อ เพชรบูรณ์ รายได้สมทบทุนการกุศลพร้อมชมการวาดภาพประกอบเพลงวงดนตรีแจ๊สคลาสสิก…

ll ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ จีเอ็ม.บริษัทแบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) สุดปลื้ม ที่จัดการแข่งขัน เรื่องดีๆ ของสังคม “แบรนด์เกมส์กีฬาเพิ่มปัญญา นานาชาติ” มหกรรมเกมส์กีฬาทางปัญญาที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย จะมีนักกีฬากว่า 6,000 คน จาก 20 ประเทศ มาร่วมแข่งขัน 8-9 ก.ค. ณ เวสต์เกตฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต…ll

น้อง

‘ALAND’ ไลฟ์สไตล์สโตร์แอนด์คัลเจอร์สเปซ เอาใจแฟชั่นนิสต้าสไตล์เกาหลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279162

‘ALAND’ ไลฟ์สไตล์สโตร์แอนด์คัลเจอร์สเปซ เอาใจแฟชั่นนิสต้าสไตล์เกาหลี

‘ALAND’ ไลฟ์สไตล์สโตร์แอนด์คัลเจอร์สเปซ เอาใจแฟชั่นนิสต้าสไตล์เกาหลี

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชัยโรจน์ ศรีเดชะรินทร์กุล ผู้บริหารร้าน ALAND ประเทศไทย, คีนาม จอง, อุสรา ยงปิยะกุล และ มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์

เอาใจแฟชั่นนิสต้าสไตล์เกาหลี สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ไม่หยุดนิ่งในการเป็นผู้นำแฟชั่น เปิดร้าน “ALAND” ไลฟ์สไตล์สโตร์แอนด์คัลเจอร์สเปซ ครั้งแรกในประเทศไทยที่คัดสรรสินค้าจากดีไซเนอร์ชื่อดังที่ร่วมโชว์ใน Seoul Fashion Week ไปจนถึงดีไซเนอร์หน้าใหม่ในเกาหลี อัดแน่นด้วยสินค้าแฟชั่นครบรสชาติหลากหลายไลฟ์สไตล์ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น, แอคเซสซอรี่, บิวตี้, สินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีครบถ้วนสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ณ ชั้น 2สยามเซ็นเตอร์ โดยเป็นสาขาแรกสาขาเดียวสำหรับร้านมัลติแบรนด์ที่รวบรวมทั้งแฟชั่นไอเท็มและไลฟ์สไตล์เกาหลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ท่ามกลางเซเลบริตี้ร่วมฉลองเปิดร้านคับคั่ง

ชัยโรจน์ ศรีเดชะรินทร์กุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจ International Fashion Brand Retail บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัดกล่าวว่า สยามเซ็นเตอร์เป็นศูนย์รวมแฟชั่นที่ครองใจหนุ่มสาวแฟชั่นนิสต้าในทุกยุคสมัยทุกกระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในวงการแฟชั่น ทุกแบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังฮอตก็สามารถหาคำตอบได้ที่นี่ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ใหญ่ที่สุด และประสบความสำเร็จเทียบเท่าระดับสากล รวมทั้งมีแบรนด์อินเตอร์ที่มาเติมเต็มให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้เลือกสไตล์ให้เข้ากับตัวเองอีกมากมาย ดังนั้นสยามเซ็นเตอร์จึงไม่หยุดนิ่งที่นำเข้าแบรนด์แฟชั่นที่ล้ำสมัยมาให้อัพเดทและเป็นผู้นำแฟชั่นก่อนใคร“ALAND” (เอแลนด์) เป็นร้านไลฟ์สไตล์สโตร์แอนด์คัลเจอร์สเปซ ที่คัดสรรสินค้าจากดีไซเนอร์ชื่อดังที่ร่วมโชว์ใน Seoul Fashion Week ไปจนถึงดีไซเนอร์หน้าใหม่ในเกาหลีมาวางจำหน่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์คลื่นลูกใหม่ผงาดในวงการแฟชั่น ทำให้ร้าน ALAND ครบครันทั้งสินค้าแฟชั่น ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ แว่นตา กระเป๋า เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทั้งรูปแบบ Casual, สตรีทแวร์ เจาะกลุ่มวัยรุ่นทุกเพศทุกวัย ซึ่งในประเทศเกาหลี ร้านALAND ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากได้รับความนิยมจากนักช็อปวัยรุ่นหนุ่มสาวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสื่อต่างๆ ทั้งนิตยสารจีน ฮ่องกง และญี่ปุ่นได้กล่าวถึง ALAND ว่าเป็นมัลติแบรนด์สโตร์ที่ดีที่สุด และเป็นสถานที่สุดฮอตของศิลปินเคป๊อปอีกด้วยจนทำให้ร้าน ALAND มีที่เกาหลี 16 ร้าน ที่ฮ่องกง 3 ร้าน และล่าสุดคือ สาขาประเทศไทยที่ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นร้านแรกและร้านเดียวที่เป็นร้านมัลติแบรนด์ที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากเกาหลีครบทุกฟังก์ชั่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย”

สำหรับ ALAND ในสยามเซ็นเตอร์ มีสินค้าจากแบรนด์ต่างๆ ที่มีสไตล์และมีความเป็นแฟชั่นเกาหลีกว่า 80 แบรนด์ แบ่งเป็นโซน “เสื้อผ้าแฟชั่น”สำหรับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และ Unisex โซน “บิวตี้” โซน “แอคเซสซอรี่” และสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไปอีกมากมาย