Health News : 1 ใน 10 ของคนทั่วโลกป่วยเป็นโรคอ้วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275981

Health News : 1 ใน 10 ของคนทั่วโลกป่วยเป็นโรคอ้วน

Health News : 1 ใน 10 ของคนทั่วโลกป่วยเป็นโรคอ้วน

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์เผยผลการศึกษาล่าสุดพบว่า จำนวนประชากรที่ป่วยเป็นโรคอ้วนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ขณะนี้อัตราส่วนผู้ป่วยโรคอ้วนต่อประชากรทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1 ต่อ 10 คน โดยมีจำนวนอยู่ที่ 603.7 ล้านคน ส่วนวัยเด็กมีจำนวนอยู่ที่ 107.7 ล้านคน นับเป็นวิกฤติทางสาธารณสุขที่น่าเป็นห่วงและกำลังขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มีการประเมินตัวเลขผู้ป่วยโรคอ้วนและมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ในปีที่แล้วอยู่ที่ 2,200 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 30 ของประชากรทั่วโลก ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ ประเมินจำนวนประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ทั่วโลกในปี 2557 อยู่ที่ 1,900 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 600 ล้านคน ป่วยเป็นโรคอ้วน น้ำหนักตัวที่มากเกินไปมีส่วนทำให้มีผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิดเพิ่มมากขึ้น

เปิดประสบการณ์แห่งกลิ่นหอม ‘Scent Décor’ คอลเลคชั่นพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275967

เปิดประสบการณ์แห่งกลิ่นหอม ‘Scent Décor’ คอลเลคชั่นพิเศษ

เปิดประสบการณ์แห่งกลิ่นหอม ‘Scent Décor’ คอลเลคชั่นพิเศษ

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศรีริต้า เจนเซ่น กก.ผจก.บจ.ออกานิก้าเฮ้าส์ ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ร่วมยินดี เจย์ สเปนเซอร์,
กรณ์ ณรงค์เดช, ทักษอร เตชะณรงค์, สรพจน์-ณิชยา เตชะไกรศรี, เข็มอัปสร สิริสุขะ

สร้างชื่อเสียงเป็นแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์ระดับไอคอนที่ครองใจนักชิมทั่วโลกมานานกว่า30 ปี ล่าสุด ดีนแอนด์เดลูก้า (DEAN & DELUCA) จับมือกับแบรนด์ผลิตภัณฑ์สปาและอโรมาเธอราพีลักซ์ชัวรี่สัญชาติไทย ออกานิก้า (ORGANIKA) มอบประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ที่หลงใหลในรสชาติของอาหารชั้นเลิศได้สัมผัสกลิ่นหอมละมุนละไมด้วยเครื่องหอมเพื่อการตกแต่ง (Scent Décor) ที่รังสรรค์เป็นพิเศษเพื่อวางจำหน่ายในดีนแอนด์เดลูก้า กูร์เมต์มาร์เก็ตสโตร์ เป็นครั้งแรกของโลก โดย มร.คริสตอฟ โทมัส หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ดีนแอนด์เดลูก้า (ประเทศไทย) จำกัด และ ศรีริต้าเจนเซ่น กรรมการผู้จัดการบริษัท ออกานิก้าเฮ้าส์ จำกัด จัดงานเปิดตัวโซนเครื่องหอมและผลิตภัณฑ์โฮมฟราแกรนซ์คอลเลคชั่น“ORGANIKA Exclusive forDEAN & DELUCA” ด้วยรูปแบบซิตดาวน์ดินเนอร์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 ณ ดีนแอนด์เดลูก้า สาขามหานคร คิ้วบ์ ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ร่วมยินดีอย่างคับคั่ง ภายในงานนอกจากจะได้สัมผัสเสน่ห์ของกลิ่นหอมอันลุ่มลึกแล้วยังได้เพลิดเพลินกับรสชาติของช็อกโกแลตชั้นเลิศจากมิเชล คลูเซล แบรนด์ช็อกโกแลตระดับตำนานจากฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิต ทำให้ได้ช็อกโกแลตที่มีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลกมานานกว่า 3 รุ่น รวมถึงร่วมดื่มด่ำประสบการณ์ใหม่ที่สดชื่นและรื่นรมย์กว่าที่เคย กับการลิ้มลอง โมเอ็ท ไอซ์ อิมพีเรียล แชมเปญขวดพิเศษที่รังสรรค์มาเพื่อดื่มกับน้ำแข็งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของแบรนด์แชมเปญชื่อดังโมเอ็ต แอนด์ ชองดอง จึงเป็นงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์และความเก๋ ภายใต้คอนเซ็ปท์ A Celebrate of Candle, Chocolate and Champagne

คอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกานิก้ารังสรรค์ขึ้นเพื่อดีนแอนด์เดลูก้าคือกลิ่น Vanilla Cinnamon Spice ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน นุ่มนวล แต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล นำเสนอในรูปแบบของกลิ่นหอมเพื่อการตกแต่งที่ทั้งหอมและสวยงามอย่างลงตัว ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์พรีเมียมใหม่ล่าสุด Aromatic Scent Stone หินปั้นจากดินธรรมชาติด้วยฝีมือช่างปั้นเชียงใหม่ นำมาอบจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ สร้างบรรยากาศและดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพิ่มเติมความหอมได้ด้วย Pure Essential Oil เพื่อกระจายความหอมอย่างต่อเนื่อง,ซิกเนเจอร์ของแบรนด์อย่างPure Aroma Massage Candle เทียนหอมจากไขมันถั่วเหลืองและส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่นอกจากกลิ่นหอม ยังอุดมด้วยวิตามินอี เชียร์บัตเตอร์ สารสกัดจากแมกโนเลีย และน้ำมันออร์แกนิคโจโจบาร์ จึงช่วยบำรุงผิวได้ดีกว่าน้ำมันนวดแบบเดิม, Aromatic AmbianceOil Mist กลิ่นหอมระเหยจากธรรมชาติแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และ Aromatic Diffuser ที่จะช่วยสร้างกลิ่นหอมให้ทุกพื้นที่โดยคอลเลคชั่นนี้จะวางจำหน่ายเฉพาะที่ ดีนแอนด์เดลูก้ากูร์เมต์มาร์เก็ตสโตร์ มหานคร คิ้วบ์ และออกานิก้าเฮ้าส์ ทุกสาขา


ศรีริต้า เจนเซ่น และ กรณ์ ณรงค์เดช กับคอลเลคชั่นพิเศษ


สามสาว เมทินี ชาร์พเพิร์ล, ศรีริต้า เจนเซ่น และ สิรินยา บิชอพ ชวนเปิดประสบการณ์แห่งกลิ่นหอม


ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล, วนิดา โกลเทน และ มัลลิกา จงวัฒนา ร่วมยินดี


ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, เดียร์น่า ฟลีโป


พอล สิริสันต์, เจนสุดา ปานโต สิริสันต์,น้ำาทิพย์ เทือกสุบรรณ


สรัญทร เตชะไพบูลย์


ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก


ผลิตภัณฑ์ ออกานิก้า

แหวกฟ้าหาฝัน : Impressionism ใน Modern Art Museum ลูเบียน่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275954

แหวกฟ้าหาฝัน : Impressionism ใน Modern Art Museum ลูเบียน่า

แหวกฟ้าหาฝัน : Impressionism ใน Modern Art Museum ลูเบียน่า

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

A View from Tivoli Park

นักท่องเที่ยวที่ชอบงานแนว Impressionism หากได้มีโอกาสเยี่ยมเยือน Modern Art Museum เมืองLjubljana จะไม่ผิดหวังเลย แม้งานของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นของศิลปินท้องถิ่นก็ตามศิลปินที่โดดเด่นของประเทศนี้มีหลายคนเช่น 1.Matija Jama ศิลปินผู้นี้เกิดที่ Ljubljana และเข้าศึกษาชั้นประถมที่เมืองเกิด ก่อนย้ายไปอยู่ Zagreb เมืองหลวงของ Croatia เพื่อเข้าเรียนต่อโรงเรียนมัธยม ต่อมาเขาเข้าศึกษาต่อทางด้านกฎหมาย ก่อนที่จะลาออกและย้ายไปอยู่มิวนิกเพื่อเรียนทางด้านศิลปะ หลังจบการศึกษา เขาก็กลับมาอยู่ที่เมืองหลวงของสโลวีเนียและทำงานด้านศิลปะ นอกจากงานด้านจิตรกรรมแล้ว เขายังออกแบบโปสเตอร์ด้วย ผลงานเด่นๆ ของเขาเป็นภาพเขียนเกี่ยวกับทิวทัศน์เป็นส่วนใหญ่ ในบั้นปลายของชีวิต เขาร่วมงานกับ Rihard Jakopi ศิลปินแนว Impressionism สัญชาติเดียวกันโดยเขียนภาพด้วยสีน้ำ ก่อนหันมาเขียนภาพแบบ true impressionism ด้วยสีน้ำมันภายหลัง  ผลงานของเขาใน Modern Art Museum มีเพียง 2 ชิ้นคือ  A View from Tivoli Park และ A View of the Danube แต่ก็สามารถเป็นตัวแทนของอัจฉริยภาพของเขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า ฝีไม้ลายมือของทั้งสองภาพไม่ด้อยไปกว่าศิลปินแนวนี้ชาวฝรั่งเศสเลย

2.Rihard Jakopic ศิลปินชาวสโลวีเนียผู้เกิดที่ Krakovo ชานกรุง Ljubljana จากครอบครัวพ่อค้าสินค้าเกษตร ในวัยเยาว์เขาศึกษาใกล้บ้านเกิด ก่อนย้ายไปเรียนศิลปะที่ Academy of Fine Arts กรุงเวียนนา เขาเลิกเรียนกลางคันเนื่องจากป่วย แล้วเข้าศึกษาต่อที่Academy of Fine Arts ที่มิวนิกอีกครั้ง เมื่อศึกษาจบเขากลับบ้านมาร่วมก่อตั้งสมาคม Slovene Art แล้วไปศึกษาต่อด้านศิลปะอีกที่กรุงปราก ก่อนกลับมาก่อตั้ง National Gallery of Sloveniaและร่วมเป็นสมาชิกของ Slovenian Academy of Sciences and Arts ในปี 1938 การที่เขามีผลงานมากถึง 1200 ชิ้น และเป็นศิลปินด้าน Impressionism ที่โด่งดังมากของประเทศทำให้ในปี 1969 ได้มีการตั้งรางวัลJakopic Award ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศขึ้น นอกจากนี้ในปี 1970 รัฐบาลยังได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ของเขาขึ้นโดยได้รับการแกะโดย Bojan Kunaver ณ ศาลาใน Tivoli Park ที่เขาเคยก่อตั้งศาลาขึ้นในปี 1908 และในปี 1979 รัฐบาลยังได้สร้าง Jakopic Gallery ขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ณ ถนน Slovene กรุง Ljubljana ผลงานของ Jakopic ในมิวเซียมแห่งนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผลงานเด่นๆ ของเขาก็คือ At the Piano, Behind a Red Curtain, The River Sava แม้ผลงานทั้งสามชิ้นนี้จะเป็นแนว Impressionism อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองโดยเขาใช้สีโทนอบอุ่นกลืนกันเกือบทุกภาพ


A View of the Danube

นอกจากผลงานของศิลปินชาวสโลวีเนียแล้ว ที่นี่ยังมีผลงานของศิลปินชาติอื่นด้วย เช่น Matej Sternen เขาเกิดในปี 1870 ณ เมือง Verd ส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออตโตฮังการีเขาเข้าเรียนทางด้านเทคนิคที่เมือง Graz ประเทศออสเตรีย และเข้าเรียน Academy of Fine Art ที่กรุงเวียนนา ก่อนจะย้ายไปอยู่มิวนิก และทำงานที่นั่นจนเสียชีวิต  งานของเขาแตกต่างจากศิลปินแนว Impressionism อื่นตรงที่ เขายังชอบงาน  Figurative Art ด้วยโดยเน้นการวาดรูปเหมือนและภาพนู้ด  นอกจากนี้เขายังมีอาชีพหลักอีกอย่างคือ เป็นช่างแก้ไขภาพหรือซ่อมภาพ เขาจึงเป็นกำลังหลักในการซ่อมแซมภาพเขียนที่ถูกทำลายจากแผ่นดินไหวภาพของเขาใน Modern Art Museum มีอยู่หลายภาพ เช่น Morning in the Forest, In the Morning, The Pigeons และ At the Sewing Machine


At the Piano


At the Sewing Machine


Behind a Red Curtain


In the Morning


Morning in the Forest


The Pigeons


The River Sava

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเชียงใหม่’ ภูมิเรียนรู้ตามพระราชดำรัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275952

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : 'พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเชียงใหม่'  ภูมิเรียนรู้ตามพระราชดำรัส

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเชียงใหม่’ ภูมิเรียนรู้ตามพระราชดำรัส

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมุดพระปรมาภิไธยพิธีเปิด

การเรียนรู้จากแหล่งความรู้นั้นนับวันมีความสำคัญมากขึ้น แม้ว่าหลายแห่งจะประสบปัญหาด้านงบประมาณที่ต้องเสียค่าดูแลบำรุงรักษากับเทคโนโลยีต่างๆที่พยายามยัดเยียดนำเสนอกันมากมาย จนรู้สึกว่าอยากจะเห็นวิธีคิดที่ทำให้แหล่งเรียนรู้ดูง่ายหมายรู้เนื้อหาและเข้าใจมากกว่าตื่นตากับสื่อเปลืองเงิน ดังนั้นในโอกาสที่มีการปรับปรุงนิทรรศการภายในอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ จึงมุ่งเนื้อหาทางวิชาการและเทคนิคการจัดแสดงที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการเผยแพร่ข้อมูลและหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีแก่ผู้สนใจศึกษาค้นคว้า ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 44 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ และทอดพระเนตรนิทรรศการถาวรภายในอาคารเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2516

ซึ่งครั้งนั้นมีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า…“การจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานให้ได้ผลสมบูรณ์ตามหลักการและวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงนั้นทำได้ไม่ง่ายนักเพราะต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนพร้อมกันหลายด้านนอกจากวัตถุสิ่งของจำนวนมากมายและอาคารสถานที่อันเหมาะสมแล้ว ยังต้องมีกำลังงบประมาณมีกำลังเจ้าหน้าที่ที่สามารถอย่างพอเพียงด้วย งานจึงจะดำเนินไปได้เต็มรูป…” ดังนั้น ความคาดหวังที่สร้างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติให้เป็นแหล่งเรียนรู้นั้นจึงย่อมได้รับความสนใจดูแลมากขึ้นดังเห็นได้จากแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่รวบรวมได้ทางภาคเหนือสำหรับสร้างการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะและวัฒนธรรม อันเป็นการเสริมสร้างความภาคภูมิใจต่อศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองแต่อดีตกาลของอาณาจักรล้านนา


ขนมของชาวเหนือ

การจัดแสดงนิทรรศการที่นี่ประกอบด้วยเรื่อง การพัฒนาการพระพุทธรูปศิลปะล้านนา พระแสนแซว่พระพิมพ์ล้านนา เครื่องสักการะและพุทธบูชาในพระพุทธศาสนาโบราณวัตถุพบที่อำเภอฮอด เครื่องถ้วยล้านนา  จิตรกรรมล้านนา และศิลปะในประเทศไทย ประกอบด้วยคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา พุทธศาสนาในอาณาจักรล้านนา ความสัมพันธ์ระหว่างเชียงใหม่และราชสำนักสยามล้านนาสมัยรัตนโกสินทร์ อาณาจักรล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า อาณาจักรล้านนาสมัยประวัติศาสตร์ในภาคเหนือและสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในภาคเหนือ โดยมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ อาทิ เศียรพระแสนแซว่ สำริด ศิลปะล้านนาพุทธศตวรรษที่ 19-20 รอยพระพุทธบาทไม้ประดับมุกและกระจก ศิลปะล้านนา ปลายพุทธศตวรรษที่ 20-ต้นพุทธศตวรรษที่ 21 เครื่องสักการะพระรัตนตรัยหีบพระธรรม เครื่องถ้วยจีน เป็นต้น

พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการถาวรในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา พร้อมด้วย นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ต่างมีความชื่นชมการจัดนิทรรศการที่สามารถนำเสนอที่เข้าถึงผู้สนใจและการเรียนรู้ จนสำนึกได้ถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่องานด้านการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมของชาติผ่านโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่มีการคัดเลือกมาดีแล้ว ซึ่งภายนอกนั้นมีการแสดงพื้นบ้านงานพื้นเมืองและบรรยากาศกาดมั่วย้อนอดีตให้เห็นถึงอาหารจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและการพัฒนาฝีมือหัตถศิลปเพื่อเป็นสินค้าเดินหน้าไปสู่ความสนใจของนักท่องเที่ยว จนทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเป็นแหล่งเรียนรู้เบื้องต้นของสังคมต่อไป การสร้างปฐมภูมิการเรียนรู้ก่อนที่จะเดินทางเที่ยวไปตามวัด ตามโบราณสถานที่มีประวัติการและชมผลงานจากฝีมือของคนเมืองที่มีอยู่มากมายนั้นจึงย่อมได้รับแรงบันดาลใจไปสู่การพัฒนาตนเต็มรูป มากกว่าจะเที่ยวกินเที่ยวสนุกสนาน อย่างน้อยก็สร้างวิถีเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมเมือง สังคมชนบทและชุมชนชาวบ้านมากขึ้น การเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์นั้นสามารถทำให้รู้จักแยกแยะศิลปกรรม รู้จักอ่านความคิดและภูมิปัญญาบรรพบุรุษได้เสมอ หากไม่มัวแต่เถิดเทิงท่องเที่ยวจนไม่รู้จักประวัติศาสตร์ โบราณคดีและภูมิปํญญา ที่เป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมจากบรรพชนแล้วก็นับเวลาจะถูกทิ้งให้หมดสิ้นไปได้เลย


ผู้ร่วมงานพิพิธภัณฑ์


พระพุทธบาทไม้


พระที่นั่งกงและสัปคับ


โบราณวัตถุสมัยล้านนา


เศียรพระเจ้าแสนแซว่-


เครื่องปั้้นล้านนา

LPN ร่วมเสวนาวิชาการสู่ความยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275970

LPN ร่วมเสวนาวิชาการสู่ความยั่งยืน

LPN ร่วมเสวนาวิชาการสู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์ กรรมการบริหารและประธานอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ร่วมเป็นวิทยากรในงานเสวนาวิชาการ “ขับ เคลื่อนนวัตกรรม 4.0 เพื่อการพัฒนายั่งยืนทำอย่างไร?” จัดโดยสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย และบริษัท UBM Asia (Thailand) จำกัด โดยมีผศ.ดร.สุจิณณา กรรณสูต กรรมการบริหารสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย ดำเนินการเสวนา พร้อมด้วย3 วิทยากรพิเศษ กร ทัพพะรังสี นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, เอ็นนู ซื่อสุวรรณ กรรมการนโยบายสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย และ ณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการ บริษัท สุวพีร์ โฮลดิ้ง จำกัด ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เมื่อเร็วๆ นี้

ตะลอนเที่ยว : ก้าวไปด้วยกัน แบ่งปันความเจริญรุ่งเรือง : CLMVT

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275998

ตะลอนเที่ยว : ก้าวไปด้วยกัน แบ่งปันความเจริญรุ่งเรือง : CLMVT

ตะลอนเที่ยว : ก้าวไปด้วยกัน แบ่งปันความเจริญรุ่งเรือง : CLMVT

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มิติใหม่ของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงเสริมสร้างมิตรภาพได้บังเกิดขึ้นแล้วในกลุ่มประเทศ CLMVT หรือ Cambodia(กัมพูชา) Lao PRD (ลาว) Myanmar (เมียนมา) Vietnam (เวียดนาม) Thailand (ไทย) โดยมิติใหม่ที่ว่านี้จะมุ่งเน้นให้ประเทศเพื่อนบ้านของไทยทั้ง 4 ประเทศ ได้มีโอกาสนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน ศิลปวัฒนธรรม ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทย แล้วท่องเที่ยวต่อไปยังประเทศรอบๆ บ้านของไทย

สาเหตุสำคัญที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชูประเด็นการท่องเที่ยวในกลุ่ม CLMVT ขึ้นมา ก็เพราะตระหนักดีว่าเมื่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยแล้ว ก็อยากจะให้นักท่องเที่ยวได้ไปชมความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านของไทยด้วย

มีคำถามว่า การทำโครงการเช่นนี้จะไม่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหนีไปเที่ยวประเทศอื่น แล้วไม่สนใจท่องเที่ยวในประเทศไทยหรือ คำตอบที่ได้จากผู้บริหารหลายคนของททท.คือ “ไม่อย่างแน่นอน” แต่การส่งเสริมเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยได้รับการชมเชยว่าเป็นประเทศที่ไม่เห็นแก่ตัว เพราะไทยคิดถึงเพื่อนบ้าน และพยายามส่งเสริมให้เพื่อนบ้านได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวแบบแบ่งปัน แล้วก้าวเดินไปด้วยกัน (Moving Towards Shared Prosperity)


จากซ้ายไปขวา ยุทธศักดิ์ สุภสร (ผู้ว่าฯททท.) กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร (รมว.การท่องเที่ยวฯ)
พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร (รองนายกรัฐมนตรี) กลินท์ สารสิน (ประธานบอร์ด ททท.) พงษ์ภาณุ
เศวตรุนทร์ (ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ)

นานาชาติได้ประจักษ์แล้วว่าการท่องเที่ยวคือกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และความมั่งคั่งอย่างเป็นรูปธรรมให้กับประเทศต่างๆ ในกลุ่ม CLMVT และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่ารายได้จากการท่องเที่ยวช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งในเขตเมืองและในชนบท

ธนาคารโลกรายงานว่า กลุ่ม CLMVT มีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 62 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2015 โดยประเทศไทยทำรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2015 เป็นจำนวน 78 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดในกลุ่ม CLMVT เมื่อคิดรายได้โดยเฉลี่ยแล้ว จะพบว่าทุกประเทศในกลุ่มนี้สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้จากการส่งสินค้าออกของแต่ละประเทศ แต่สำหรับกัมพูชาแล้วจะพบว่ามีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงมากถึง 28.5 เปอร์เซ็นต์ โดยกัมพูชามีรายได้จากการท่องเที่ยว 3.41 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 48.53 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 17.6 เปอร์เซ็นต์

ยกตัวอย่างจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปท่องเที่ยวในกลุ่ม CLMVT ในปี 2016 รวมทั้งหมดประมาณ 13 ล้านคน พบว่าเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 9 ล้านคน เข้าไปเที่ยวเวียดนามประมาณ 3 ล้านคน เข้าไปเที่ยวกัมพูชา 8 แสนกว่าคน เข้าไปเที่ยวลาว 5 แสนคน และเข้าไปเที่ยวพม่า 1 แสน 5 หมื่นคน


จากซ้ายไปขวา สีลา ฮุล (รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยว กัมพูชา) วงเดือน แก้วสุลีวง (กระทรวงข่าวสาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ลาว) ไน ไน โอ (กระทรวงการโรงแรมและการท่องเที่ยว เมียนมา) วู่ นาม (รองปลัดกระทรวงการจัดการการการท่องเที่ยว เวียดนาม) และ ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านการสื่อสาร การตลาด ททท.) ร่วมเสวนาหัวข้อ “CLMVT: Moving towards Shared Prosperity”

ถ้าหากดูจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยภาพร่วมที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในกลุ่ม CLMVT ในปี 2016 จะพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยมากกว่า32 ล้านคน เข้าไปในเวียดนาม 10 ล้านคน เข้าพม่า 3 ล้านคน เข้าลาวกว่า 4 ล้าน เข้ากัมพูชา 5 ล้านคน หรือกล่าวโดยภาพรวมจะพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศกลุ่ม CLMVT มากกว่า 54 ล้านคน

มีคำถามว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวชมอะไรใน CLMVT คำตอบคือ มีหลายสิ่งหลายอย่างให้ชม ให้กิน และให้ซื้อ เช่น ให้ชมก็ได้แก่สถานที่ท่องเที่ยวทั้งเชิงธรรมชาติ เชิงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น อย่างเช่นสวนสนุก เป็นต้น ส่วนให้กิน ก็มีหลากหลายทั้งอาหารนานาชนิด และผลไม้อีกสารพัดอย่างซึ่งมีให้กินได้ตลอดปี ส่วนให้ซื้อก็ได้แก่สินค้าพื้นเมืองของแต่ละชนชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากนี้ใน CLMVT ยังถือเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่ง UNESCO เลือกสรรให้เป็นสถานที่มรดกโลก (World Heritage Sites) ล่าสุด UNESCO คัดเลือกแหล่งโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในกลุ่มประเทศ CLMVT ให้อยู่ในทำเนียบมรดกโลกแล้ว 18 แห่ง และยังมีโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ
ที่น่าจะมีโอกาสได้รับคัดเลือกเป็นมรดกโลกอีก 39 แห่ง ขอยกตัวอย่างในไทย เช่น จ.เชียงใหม่ วัดพระมหาธาตุ,จ.นครศรีธรรมราช ปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา, ปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ จ.บุรีรัมย์, แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และพระธาตุพนม จ.นครพนม เป็นต้น

การท่องเที่ยวแบบแบ่งปัน เพื่อความก้าวหน้าร่วมกันของสมาชิกกลุ่ม CLMVT ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาลไทย และมีการย้ำเจตนารมณ์เรื่องนี้ภายในงาน Thailand Travel Mart Plus 2017 (TTM+2017) ซึ่งจัดขึ้นในจังหวัด
เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14-16 มิถุนายน 2560 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทยทั้ง 4 คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม

Tech for life : 18 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275982

Tech for life : 18 มิถุนายน 2560

Tech for life : 18 มิถุนายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

loT

พักหลังมีการพูดคุยถึงศัพท์ใหม่ IoT ที่ย่อมาจาก Internet of Things กันมากขึ้น มีคนแปลเป็นไทยว่า “อินเตอร์เนตของสรรพสิ่ง”

IoT หมายถึงเครือข่ายของอุปกรณ์ต่างๆที่เชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เนต ที่สามารถสื่อสารระหว่างกัน ระหว่างอุปกรณ์ และข้ามระบบได้ ซึ่งกำลังเติบโตขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เซ็นเซอร์บนท้องถนน เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน รถยนต์

AI

ไมโครซอฟท์ เปิดเผยผลการสำรวจ“อนาคตด้านดิจิทัลในเอเชีย” (Microsoft Asia Digital Future Survey)โดยผู้ตอบแบบจัดให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และIoT เป็นเทคโนโลยีอันดับต้นๆ ที่จะเข้ามามีอิทธิพลเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คน โดยสถานการณ์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ได้แก่ รถยนต์ที่ติดต่อกันได้และไม่ต้องมีคนขับ (46%) ซอฟต์แวร์บอทที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (25%) หุ่นยนต์ (20%)

Xperia XZ

ทรูมูฟ เอช จับมือ โซนี่ เปิดตัว SONY Xperia XZ Premium รองรับการใช้งาน 4.5G พร้อมหน้าจอ 4K HDR ขนาด 5.5 นิ้ว เทคโนโลยีกล้อง Motion Eye สามารถถ่ายวีดีโอ ซูเปอร์สโลว์โมชั่นได้ถึง 960 เฟรมต่อวินาที สนนราคา 25,990 บาท

ก่อนหน้านี้เคยได้รับรางวัล Best New Smartphone or Connected Mobile Device จากการประกาศผลของ Global Mobile Awards (Glomo Awards Congress 2017 ที่สเปนมาแล้ว

หยุดแกล้ง

ดีแทค ระบุว่า ทุกศุกร์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน เป็นวัน Stop Cyberbullying day สากล โดยมูลนิธิ Cybersmile โดยปีนี้ตรงกับวันที่16 มิถุนายน 2560

ในการนี้ดีแทค ได้ร่วมประชาสัมพันธ์ เพื่อทำความเข้าใจกับประเด็น “การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์” เพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ดูละเอียดได้ที่ stopbullying.lovecarestation.com ถูกแกล้ง แชทมา

‘สัตวแพทย์ จุฬาฯ ติดปีก 2560’ โครงการเสม็ด-เสร็จ (เกือบ) ทุกราย ปีที่ 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275977

‘สัตวแพทย์ จุฬาฯ ติดปีก 2560’ โครงการเสม็ด-เสร็จ (เกือบ) ทุกราย ปีที่ 5

‘สัตวแพทย์ จุฬาฯ ติดปีก 2560’ โครงการเสม็ด-เสร็จ (เกือบ) ทุกราย ปีที่ 5

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สวัสดีครับ อีกหนึ่งกิจกรรมที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้จัดขึ้นเพื่อตอบแทนสังคม นั่นคือ โครงการ “สัตวแพทย์ จุฬาฯติดปีก” ซึ่งได้ดำเนินการติดต่อกันมา 6 ปีแล้วครับ

โดยเมื่อวันที่ 12-14 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ผม (ในฐานะหัวหน้าโครงการ) และทีมคณาจารย์ สัตวแพทย์ นิสิต และบุคลากรจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกหน่วยกิจกรรมจิตอาสา ปฏิบัติการ “ทำหมัน ตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ถ่ายพยาธิ กำจัดเห็บหมัดและป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ ให้กับสุนัขและแมว” ในชุมชนบ้านเพ และเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ปีนี้มีท่านคณบดี ศ.นสพ.ดร.รุ่งโรจน์ธนาวงษ์นุเวช และรองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ รศ.สพญ.ดร.เกวลีฉัตรดรงค์ ร่วมออกหน่วยด้วยครับ

งานนี้ ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน โดยจัดออกหน่วยเป็น 2 จุด คือที่บนฝั่ง (หอประชุมโรงเรียนวัดเภตราสุขารมย์ ตำบลเพ) และที่เกาะเสม็ด (อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด) ทางทีมงานต้องขอขอบคุณที่เอื้อเฟื้อสถานที่ที่ใช้ได้จำลองเป็นห้องผ่าตัดแบบประยุกต์และคลินิกเคลื่อนที่สำหรับดำเนินโครงการด้วยครับ

โครงการสัตวแพทย์ จุฬาฯ ติดปีกของเรา ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก หนังสือพิมพ์แนวหน้า และเครือ SCG นอกจากนี้ได้รับการสนับสนุนเรื่องยาและเวชภัณฑ์สำหรับการทำหมันและวัคซีนจากพันธมิตรหลายบริษัท รวมถึงเซเลบฯจากทีมสิงห์ออลสตาร์ที่นำโดยคุณเอ็กซ์และคุณจอห์นด้วยครับ

และที่ผมจะลืมกล่าวถึงไม่ได้เลย นั่นคือ “บ้านสับปะรด” ในเครือ “เสม็ดรีสอร์ท” ที่ให้ความสะดวกสบายเรื่องที่พักและอาหาร
การกินแสนอร่อย และการบริการที่แสนอบอุ่นจากทีมพนักงานที่แสนน่ารักทุกคน งานนี้ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษ สำหรับผู้จัดการ
สาวสวย “คุณใหม่” กัตติกมาส ศิริโยธา ที่ช่วยดูแลและการประสานงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อกับเทศบาลตำบลบ้านเพ  โรงเรียนวัดเภตราสุขารมย์ และอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด ซึ่งทำให้งานผ่านไปได้อย่างคล่องตัวทีเดียวครับ

งานนี้ แม้สุนัขและแมว “ไม่เสร็จทุกราย” (ตามสโลแกน เสม็ด-เสร็จทุกราย) แต่ก็ได้รับการทำหมันเพื่อ “ชะลอ” อัตราการเพิ่มของประชากรสัตว์จรจัดไปได้อย่างน้อยอีก 50 ตัว และได้รับการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า ฉีดยากำจัดเห็บ-หมัด รวมถึงรับบริการไปกว่า 100 ตัว

จำนวนสัตว์ ที่เข้ารับการทำหมันน้อยลงกว่าปีก่อนๆ นั้น น่าจะสื่อให้เห็นว่าการควบคุมจำนวนประชากรสุนัขจรจัดนั้นประสบความสำเร็จและไปในทิศทางที่เราตั้งความหวังไว้ จากการที่ทำมาต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปีแล้ว

ในส่วนของเกาะเสม็ดนั้น เนื่องจากสภาพความเป็นเกาะที่มีทะเลล้อมรอบ การควบคุมไม่ให้มีการเพิ่มขึ้นของประชากรสุนัขและแมวจรจัด (ตามทฤษฎี) นั้น ทำได้ไม่ยากนัก โดย 2 ช่องทางหลักคือ

1.การร่วมมือกัน “ไม่” นำสุนัขจากเขตฝั่งเข้ามาเพิ่มที่เกาะเสม็ด และ

2.การ “ทำหมัน” สุนัขและแมวที่อยู่บนเกาะ เพื่อให้ไม่มีการขยายพันธุ์กันเองต่อไป แล้วรอให้จำนวนลงไปตามอายุขัยของเขาเอง

ดังนั้นคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และเสม็ดรีสอร์ท เราจึงได้จัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องทุกปี (ปีนี้ก็เป็นปีที่ 5 แล้ว) ซึ่งเรา
คาดหวังว่า “เกาะเสม็ด” จะเป็น “เกาะแรก” ที่สามารถควบคุมจำนวนสุนัขจรจัดไม่ให้เพิ่มขึ้นได้ (โดยไม่ใช้วิธีการกำจัดหรือการฆ่า) รวมถึงจะเป็นสถานที่แรกในประเทศไทยที่ “ปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้า” ก่อนปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ.2563) ดังนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะ “กำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทยภายในปี ค.ศ. 2020” และเพื่อให้สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า” ตามพระปณิธาน “ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี” อีกด้วยครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หนังสือเด่น : รวมประวัติและผลงานที่ละเอียดที่สุด ดร.ป๋วย อื๊งภากรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275983

หนังสือเด่น : รวมประวัติและผลงานที่ละเอียดที่สุด ดร.ป๋วย อื๊งภากรณ์

หนังสือเด่น : รวมประวัติและผลงานที่ละเอียดที่สุด ดร.ป๋วย อื๊งภากรณ์

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได่ชื่อว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลกคนหนึ่ง ที่ได้รับการ ยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ซึ่งในอดีต ท่านเคยทำงานสำคัญให้กับประเทศไว้มากมาย อาทิ เป็นหนึ่งในขบวนการเสรีไทย เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น

ปีนี้ถือได้ว่าเป็นวันครบ 100 ปี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดทำหนังสืออันเป็นผลงาน และประวัติอย่างละเอียดของท่าน จัดไว้เป็นชุดอย่างสวยงามเพื่อเป็นการสืบสานความคิดและปณิธานของอาจารย์ป๋วยให้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยจัดบรรจุไว้เป็นกล่องสวยงาม มีด้วยกันทั้งหมด 7 เล่ม แบ่งตามหมวดหมู่ ได้ดังนี้ (1) อัตชีวประวัติ : ทหารชั่วคราว (2) อัตชีวประวัติ : เหลียวหลัง แลหน้า (3) คนที่ผมรู้จัก (4) ทัศนะทางการเมือง (5) ทัศนะทางการศึกษา (6) ทัศนะทางเศรษฐกิจ และ (7) ทัศนะทางการพัฒนาและจริยธรรม ซึ่งกล่าวได้ว่า หนังสือชุดนี้นับว่าเป็นงานนิพนธ์สมบูรณ์ของอาจารย์ป๋วย (ไม่นับตำรา 3 เล่มที่ท่านเขียน คือ เศรษฐกิจแห่งประเทศไทย การคลัง และปัญหาพลเมือง) ที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา

หนังสือในชุดนี้ ทำให้เราได้รู้แนวคิดและเรื่องราวของท่านอย่างละเอียด ในด้านการศึกษา สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ที่ทำให้รู้ว่าท่านเป็นนักคิดนักเขียน นักอุดมคติคนสำคัญของเมืองไทย ผู้ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกอย่างแท้จริง

เป็นหนังสือดีมากๆ ที่ไม่มีการวางจำหน่าย ผู้จัดทำ พร้อมที่จะแจกให้ฟรีสำหรับบุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะอ่านหนังสือชุดดังกล่าว โดยโครงการฯยินดีมอบเป็นอภินันทนาการให้ เมื่อท่านบริจาคเงินสนับสนุนกิจกรรมของโครงการ ผ่านทางบัญชี “โครงการ 100 ปีชาตกาล ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์” ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 645-1-00255-2 ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แล้วส่งชื่อที่อยู่พร้อมหลักฐานการโอนเงินมาที่เพจ “100 ปี ชาตกาล ป๋วย อึ๊งภากรณ์” หรือ puey100.tu@gmail.com หรือทางโทรสาร 0-2613-2043

ส่วนสถานศึกษา ห้องสมุด และองค์กรสาธารณประโยชน์ สามารถขอรับเข้าห้องสมุดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ติดต่อได้ที่คุณเพชรรัตน์ โทรศัพท์ 08-3331-6000, 0-2613-2045 (ในวันและเวลาราชการ) หรือทางอี-เมลล์และโทรสารข้างต้น

ปลูกปัญญาให้เด็กๆด้วยนิทาน

สามภาษาวิทยาศาสตร์แสนมหัศจรรย์

สำนักพิมพ์ทองเกษม จัดพิมพ์หนังสือสำหรับเด็กๆ ด้านวิทยาศาสตร์ในรูปแบบของนิทาน เรื่อง “แสนดีชอบเรียนวิทยาศาสตร์” ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เล่มของหนังสือชุด รักเรียนกันเถอะ ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กๆ ทุกคนได้สนุกสนานไปกับวิชาวิทยาศาสตร์แสนมหัศจรรย์ ในรูปแบบของหนังสือนิทานภาพ 3 ภาษา ครอบคลุมทั้งภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ เพื่อเพิ่มพัฒนาการ ทักษะทางภาษา และจินตนาการไปพร้อมๆ กัน ด้วยภาพประกอบสีสันสดใสสวยงามและคำศัพท์น่ารู้ท้ายเล่ม เขียนโดย นิภาพัชร์ ปิ่นสุวรรณ แปลเป็นภาษอังกฤษ และภาษาจีน โดย PreeKo และ Li Meng Meng จำหน่ายเล่มละ 115 บาท เป็นหนังสือที่จะช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ เกิดความสงสัยและสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ เกิดความอยากรู้อยากเห็น และต้องการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านสิ่งแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งคน สัตว์และพืช ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เป็นต้น

หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์ เข้มข้นยิ่งขึ้น

เปิดโปงสตรีเหล็กผู้รวมแผ่นดินแห่งรัฐฉินในอดีต

หนังสือ “หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์” นิยายอิงประวัติศาสตร์จีนโบราณ ที่กำลังโด่งดังทางภาพยนตร์ทีวี. ออกวางจำหน่ายถึงเล่มที่ 6 แล้ว โดยการแปลของ “ดารินทิพย์” หนังสือเรื่องนี้ “เจี๋งเซิ่งหนาน” ได้นำเอาเรื่องของหญิงผู้สร้างรัฐฉินให้กลายเป็นปึกแผ่น ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ถูกกล่าวขานไว้อย่างมากมายถึงวีรกรรมของนาง และด้วยเรื่องราวที่สืบค้นขึ้นมาอย่างละเอียดนี่เอง ทำให้ประวัติศาสตร์ของจีนที่เคยมีผู้เข้าใจว่าสุสานกองทหารม้าดินเผาที่ถูกค้นพบและถูกประเมินว่าเกิดขึ้นในยุคสมัย จิ๋นซีฮ่องเต้ ได้ถูกเปลี่ยนหน้าไป เพราะผู้เขียนได้ค้นพบว่า สุสานดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคของนางนี่เอง จำหน่ายเล่มละ 275 บาท

มิตรภาพจากใจของหุ่นยนต์กับมนุษย์โลก

การผจญภัยท่ามกลางความรักและน้ำใจ

“แท็ง หุ่นยนต์เพื่อนรัก” งานเขียนของ “Deborah Install” แปลเป็นไทยโดย “นรา สุภัคโรจน์” เป็นเรื่องราวของมิตรภาพ
ที่ต่างสถานะ ระหว่าง มนุษย์โลก กับหุ่นยนต์ที่เกิดมาพบกันด้วยความบังเอิญ จนทำให้เกิดมิตรภาพอันเป็นไปด้วยความรัก
อันบริสุทธิ์ระหว่างหุ่นยนต์กับมนุษย์ ที่ต้อผจญภัยร่วมกัน เมื่อ เขาต้องการพาหุ่นยนต์เพื่อนรักกลับไปอยู่ในที่ที่หุ่นยนต์ได้จากมา ด้วยช่วงระยะเวลาที่ทั้งสองต้องทุกข์และสุขร่วมกัน ทำให้เกิดความผูกพันฝังอยู่ในใจ จนทำให้การจากกันของเขาทั้งสองกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อยามที่ทั้งสองต้องจากกัน หนังสือเรื่องนี้เต็มไปด้วย ความสนุก ความสุข ความตื่นเต้น และอารมณ์ขันที่แสนบริสุทธิ์ จำหน่ายเล่มละ 295 บาท

เมื่อทหารรับจ้างหน้าเหี้ยมเจอกับสาวหน้าเย็น

คนทั้งสองจะเผยความจริงของตัวตนได้อย่างไร

“พยศรักจารชน” อาชญนิยายเขียนโดย “กรรัมภา” เป็นเรื่องของทหารรับจ้างไร้หัวใจ กับหญิงสาวแสนหวานที่ต้องปิดบังนิสัยของตัวเอง จนภาพของเธอในสายตาของคนทั่วๆ ไปจากสาวแสนหวานกลายเป็นสาวสวยผู้เย็นชา และเมื่อเขาและเธอได้มาทำงานที่เสี่ยงอันตรายร่วมกัน ด้วยความผูกพันและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้คนทั้งสองต้องเก็บกดกับสภาพที่ตัวเองปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตนเอาไว้ เรื่องราวที่เขาต้องเสี่ยงต่อชีวิตเพื่อเข้าทลายกลุ่มผู้มีอิทธิพลจะทำให้เขาและเธอรู้จักนิสัยที่แท้จริงของกันและกันอย่างไร เป็นเรื่องที่ชวนให้ติดตาม จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

คุณแหน : 17 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275823

คุณแหน : 17 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 17 มิถุนายน 2560

วันเสาร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรุงเทพฯขอเชิญชวนศิษย์เก่า มช.ทุกท่าน ร่วมรับส่งน้องรถไฟ มช. วันที่ 21 ก.ค.เวลา 12.00-16.00 น. ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง…

ll เกษมจันทร์น้อย จัดประชุมกรรมการสรรหาและเชิดชูเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน 2560 สาขาสื่อมวลชนเพื่อเด็กและเยาวชนที่ป้องกันปัญหาสังคม วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 09.30 น.ที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน มักกะสัน…

ll รศ.ดร.พิชญดา เกตุเมฆขอเชิญชมนิทรรศการภาพชนะประกวดFace of Bangkok ครั้งที่ 16 “จุฬาฯ100 ปี” ที่พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯมีถึงปลายเดือน มิ.ย.นี้…

ll วิธิวัต จุลตามระ เปิดร้านอาหาร “บ้านข้าวแกง” ที่ย่าน RCA โดยมี คุณแม่อารี กังวาลเนาวรัตน์ ช่วยลุ้นอยู่เบื้องหลังโดยวันเปิดร้านเพื่อนราชินี 65 ของคุณแม่ไปร่วมแสดงความยินดีกันหลายคน…

ll พี่ๆ เพื่อนๆ ราชินีผนึกแรงใจให้ ครูตุ๋ย-กนกวรรณประถมบูรณ์ หายจากป่วยไข้ไม่สบายนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราชและได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย…

llนอกจากมีงานประจำเป็น ผอ.CSR ที่ปตท.แล้ว ประเสริฐ สลิลอำไพ ยังเป็นนักประพันธ์อีกบทบาทหนึ่ง ตอนนี้มีบทประพันธ์น่าอ่านทันยุคทันสมัย โดยใช้นามปากกาว่า “บัวงามน้ำใส” ให้ FC ติดตามกันได้ทางเฟซบุ๊ค…

ll ได้รับสมญานามว่าเป็น “เจ้าพ่อไอที”ดร.พิลาศพงษ์ ทรัพย์เสริมศรี ทำให้ friend ทั้งหลายงงงวย เพราะมีหลายไลน์จนเพื่อนแอดไม่ถูก…

ll สายสม วงศาสุลักษณ์ ล้มป่วยแบบหนักมาก แต่โชคดีที่สภากาชาดไทยดูแลจนหายออกมาลุยงานต่อได้ และระหว่างนี้เป็นกรรมการสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯชุดใหม่ที่ สหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการ กฟผ. เป็นนายกฯ…เรียกว่าพอหายป่วยก็ลุยงานเป็นการใหญ่ !!…ll

บารอนเนส