‘สมิงจ้าวท่า’ประกาศหาลูกทีมด่วน !ร่วมตะลุยในกิจกรรมสุดฟิน’ช่อง 7HD ชวนผู้กล้าท้ามาดวล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351870

'สมิงจ้าวท่า'ประกาศหาลูกทีมด่วน !ร่วมตะลุยในกิจกรรมสุดฟิน'ช่อง 7HD ชวนผู้กล้าท้ามาดวล'

‘สมิงจ้าวท่า’ประกาศหาลูกทีมด่วน !ร่วมตะลุยในกิจกรรมสุดฟิน’ช่อง 7HD ชวนผู้กล้าท้ามาดวล’

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 11.35 น.

 

บู๊จัดเต็มให้ได้ลุ้นตลอดสำหรับละคร “สมิงจ้าวท่า” โดย “บูม-กิตตน์ก้อง” จากบท “ดอนโพธิ์ไทร” ครั้งนี้ชวนแฟน ๆ ละครมาร่วมสนุกใน “ช่อง 7HD ชวนผู้กล้าท้ามาดวล” ลุ้นเป็นหนึ่งในทีมผู้กล้า พิสูจน์ความมัน ด้วยการประลองพลังในกิจกรรมAdventure พร้อมกระทบไหล่ใกล้ชิด กับนักแสดงคนโปรดจากละครสมิงจ้าวท่า VS เชิง ชาย ชาญ  ในวันอังคารที่ 24 กรกฎาคมนี้

พระเอกหนุ่ม “บูม-กิตตน์ก้อง” เชิญชวนว่า “มาร่วมสนุกและลุ้นเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมสุดมัน ด้วยกติกาง่ายมากครับ เพียงแค่แฟน ๆ เลือกทีมที่คุณชื่นชอบ #ทีมสมิงจ้าวท่า หรือ #ทีมเชิง ชาย ชาญพร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมติด #Ch7HD ได้ตั้งแต่วันนี้ – 18 กรกฎาคม โดยผู้โชคดีจะได้ร่วมแข่งขันพิชิตฐานผจญภัยกิจกรรมทางน้ำ พร้อมกับนักแสดงจาก สมิงจ้าวท่า ได้แก่ ผม (บูม) จิลล์ โรเจอร์ บิว-ณัฐพล และต๊ะ-  พัฒนศักดิ์ ท้าประลองกับทีมละคร เชิง ชาย ชาญ มี พี่ธันน์ ธนากร เขตต์-ธาราเขต อ้น-กรกฎ และ บิ๊ก-กฤษฎา ชอบใครเชียร์ใครอย่าพลาด แล้วมาร่วมพิสูจน์กับคำว่า “สนุกเร้าใจสไตล์ละครบู๊แอกชั่น” ด้วยตัวเองครับ”ติดตามชมละคร “สมิงจ้าวท่า” ได้ทุกคืนวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และFacebook LIVE ทาง Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทางBUGABOO.TV

 

           

‘ตุ๊กตา กันตนา’ชวนคนยุค 4.0 ร่วมฟังเสวนา’ศาสตร์ศิลป์แห่งเสียง มนต์เสน่ห์แห่งละครวิทยุ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351867

'ตุ๊กตา กันตนา'ชวนคนยุค 4.0 ร่วมฟังเสวนา'ศาสตร์ศิลป์แห่งเสียง  มนต์เสน่ห์แห่งละครวิทยุ'

‘ตุ๊กตา กันตนา’ชวนคนยุค 4.0 ร่วมฟังเสวนา’ศาสตร์ศิลป์แห่งเสียง มนต์เสน่ห์แห่งละครวิทยุ’

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 11.32 น.

ขอเชิญร่วมฟังเสวนา ในวาระครบรอบ 8 ปี แห่งการสถาปนาสถาบันกันตนา“ศาสตร์ศิลป์แห่งเสียง  มนต์เสน่ห์แห่งละครวิทยุ” โดย คุณสมสุข กัลย์จาฤก ,คุณอาคม มกรานนท์ , คุณชูศักดิ์ สุธีรธรรม  , คุณสุมาลี ชาญภูมิดล และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปนัดดา ธนสถิตย์ ดำเนินการเสวนาโดย อาจารย์ประวีณมัยบ่ายคล้อย ย้อนรำลึกความทรงจำ ชมการสาธิตการแสดงละครวิทยุเรื่องดังในอดีต “เงินปากผี” แบบสดๆ พร้อมกัน วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ณสถาบันกันตนา ถ่ายทอดสดทาง Facebook Live : Kantana Institute ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ฮีโร่ถ้ำหลวง เปิดใจ วินาทีช่วยเด็ก 13 ชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351865

ฮีโร่ถ้ำหลวง เปิดใจ วินาทีช่วยเด็ก 13 ชีวิต

ฮีโร่ถ้ำหลวง เปิดใจ วินาทีช่วยเด็ก 13 ชีวิต

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 11.28 น.

ทำเอาดีใจกันทั้งประเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่เจอทีมนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีฮีโร่เกิดขึ้นมากมาย ทุกคนต่างช่วยเหลือกันเต็มที่เพื่อให้เจอน้องๆ ทั้ง 13 ชีวิต และล่าสุดคุณเอ๋ นรินทร, คุณเป้ เรืองฤทธิ์  ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บSHOW

ไปอยู่ถ้ำหลวงทั้งหมดกี่วัน?

เอ๋ : น่าจะประมาณครึ่งเดือน รอบแรกก็ประมาณ 10 วันแล้วรอบที่ 2 ประมาณ 5 วัน

ตอนแรกที่ไปคือวันไหน?

เอ๋ : พี่เห็นข่าววันที่ 24 ตอนเช้าแล้วก็ไปถึงถ้ำหลวง วันจันทร์ที่ 25 ตอนค่ำ

พอทราบข่าวแล้วรีบบินไปเลยไหม?

เอ๋ : ไม่ค่ะ ตอนแรกก็พยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของพื้นที่เพื่อที่ให้เราเข้าไปช่วยเหลือได้ แล้วตอนแรกก็ยังไม่มีใครอนุญาต เพราะเห็นว่าทางทีมซีลเขาปิดพื้นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วมาช่วงบ่ายก็เห็นข่าวว่าถ้าเจอเด็กแล้วก็คงต้องหาวิธีนำเด็กออก ซึ่งตอนนั้นพี่เป้เขาเป็นนักดำน้ำถ้ำอยู่ แล้วเขาก็จะมีอุปกรณ์ดำน้ำมี Connection ส่วนตัวกับนักดำน้ำถ้ำด้วยกัน แล้วเขาก็แบบว่าให้ทำยังไงดีอยากจะไปช่วย พี่ก็เลยโพสต์ไปว่าขอให้เราได้ไปช่วยเถอะ

ทีมนรินทร มาได้ยังไง?

เอ๋ : คือทุกคนเขาก็เรียกกันว่านรินทรคือเราไม่ได้เป็นมูลนิธิ เราไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่ตั้งมาเพื่อกู้ภัยหรือใดๆ เราเห็นว่าอันนี้น่าจะทำประโยชน์ได้ อยากจะช่วยจริงๆก็ไปมันเลยไม่ได้ตั้งชื่อทีมเอาไว้ ทุกคนก็เลยเรียกว่าทีมนรินทร

แล้วทีมนรินทรมีทั้งหมดกี่คน?

เอ๋ : ประมาณ 15-16 คน จะมีเธอ พี่เอ๋ประสานงาน 4 คนแล้วที่เหลือก็จะเป็นนักดำน้ำที่เป็น connection ของคุณเป้มาช่วย มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

งั้นแสดงว่าทั้งวงการดำน้ำจะต้องรู้จักกันหมดมี Connection กัน ใช่ไหมครับ?

เป้ : คือต้องบอกว่าวงการดำน้ำในเมืองไทยเนี่ยไม่ใหญ่มาก ทุกคนจะรู้จักกันหมด ว่าใครทำอะไรมีศักยภาพด้านไหนบ้าง ต้องบอกว่าแทบจะรู้จักร้านดำน้ำเกือบทุกร้าน

คุณเป้นี้คือเชี่ยวชาญด้านการดำน้ำถ้ำใช่ไหม?

เป้ : เอาจริงๆจะเป็นในเรื่องของด้านเทคนิคซะมากกว่า ท่าการดำน้ำในถ้ำจริงๆโดยส่วนตัวผมเคยดำมานานแล้ว แต่ว่าผมมี Network ที่เป็น ครูมีเทรนเนอร์ที่สอนในเรื่องของการดำน้ำถ้ำ

ถ้ำหลวงเป็นถ้ำที่ยากที่สุดจริงไหมเท่าที่เจอมา?

เป้ : ตามที่ได้คุยกันในหมู่นักดำน้ำถ้ำ ที่เป็นครูที่มาเจอประสบการณ์จริง มีประสบการณ์ดำทำมา 20 กว่าปี ดำถ้ำมาเกือบจะทั่วโลกแล้วเนี่ย อันนี้เป็น Top 1 ใน 3 ที่ยาก ที่สุดที่เคยเจอมา

พอได้ยินข้อมูลแบบนี้แล้วเรารู้สึกเป็นไงบ้าง ถอดใจเลยไหม?

เป้ : ไม่ถอดใจครับอันนี้เป็นข้อดีของทุกคนที่อยู่หน้างานเลย ไม่ใช่แต่ทีมเราอย่างเดียวคือ เขามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ว่าเราต้องไปเจอให้ถึงตัวเด็ก แล้วต้องพยายามเอาตัวเด็กออกมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไร เราจะโฟกัสอยู่จุดเดียวก็คือทำยังไงเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา แล้วก็ค่อยๆแก้กันไปทีละstep

ที่สัมผัสมาจริงๆ มันยากลำบากมากจริงไหม?

เป้ : ถ้าเกิดดูจากลักษณะถ้ำ ตอนที่ผมไปถึงวันแรกคือตอนนั้นน้ำอย่างท่วมไม่เต็ม ผมสามารถเข้าไปถึงโถง 3 เลยไปได้ประมาณ 1 กิโลเมตร หลังจากนั้นน้ำก็จะท่วม ลักษณะถ้ำข้างในมันไม่ใช่ถ้ำที่เค้าทำเป็นลักษณะของการท่องเที่ยว คือมันไม่มีทางเดินแบบสะดวกสบาย เหมือนโถงที่ 1 กับโถงที่ 2 ผมว่ามันมากกว่ายากลำบากเพราะมีทั้งการปีนขึ้นบางส่วนก็เหมือนกับทางชันเป็นเหวลึกลงไป ต้องมุดบางทีต้องคลานเข่าเข้าไป มันไม่มีทางที่จะสามารถเดินได้สบายจริงๆ

อากาศข้างในเป็นยังไงบ้างหนาวไหม?

เป้ : อุณหภูมิในถ้ำโดยเฉลี่ยนแล้วตอนที่อยู่โถง3 ประมาณ 25 องศา แต่ว่าอุณหภูมิน้ำจะอยู่ที่ 21 ถึง 22 องศาครับ

เห็นว่าถุงของนักดำน้ำหนักมาก ขนาดไหน?

เป้ : ที่พวกผมแบกกับหน่วยซีลก็ประมาณ 25 ถึง 30 กิโล

ระยะเวลาที่จะเข้าไปถึงโถง 3 ใช้เวลาเท่าไหร่?

เป้ : ก็จากปากทางจนถึงโถง 3 ประมาณ 3 กิโลกว่า ถ้าเดินจริงๆเอาเต็มที่หน่วยซีลเขาเดินกันก็ประมาณ 50 นาทีถึงชั่วโมงกว่าๆ เพราะแบกของไปด้วย

ความรู้สึกตอนที่ค้นหาเป็นยังไงบ้าง?

เป้ : ความรู้สึกตอนแรกที่คุยกับหน่วยซีลวันแรกคือเค้ามีความรู้สึกว่าต้องเจอแน่ๆ เพราะเขาสามารถเข้าไปถึงพัทยาบีชได้แล้วแต่ไม่สามารถไปต่อได้ เพราะว่าตอนนั้นมีเกี่ยวกับเรื่องน้ำเริ่มขึ้น อากาศหมดอะไรหมดเขาก็ต้องถอยกลับมาก่อน แล้ววันต่อมาก็กลับเข้าไปใหม่แต่ว่าไปต่อไม่ได้ เพราะทางมันแคบและน้ำก็เริ่มท่วมสูงขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วเราก็ต้องถอยร่นกลับมาเรื่อยๆ

ในฐานะนักดำน้ำสามารถอธิบายเหตุการเสียชีวิตของจ่าเอกสมาน กุนันได้หรือเปล่า?

เป้ : สาเหตุการเสียชีวิตจริงๆนี่เราไม่ทราบจริงๆต้องบอกอย่างนั้น เพราะว่าตอนที่เกิดเหตุจ่าสมานแกหมดสติไปแล้ว พยายามช่วยแต่ก็ไม่สามารถสำเร็จได้ นี่เป็นคำบอกเล่าของหน่วยซีลต่อๆกันมา เพราะตอนนั้นผมไม่ได้อยู่ที่หน้างาน แต่สาเหตุการเสียชีวิตจริงๆอาจเกิดได้หลายอย่าง อาจจะต้องเอาอุปกรณ์ออกมาเช็คดูว่าตอนนั้นอุปกรณ์ที่ใช้งานเป็นยังไง หรืออากาศ เค้าใช้อากาศหมดหรือเปล่า หรือร่างกายอาจจะเหนื่อยเกินไป พักผ่อนน้อย เป็นไปได้ครับ

พอมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นนักดำน้ำที่เหลือมีกังวลบ้างไหม?

เป้ : ผมคิดว่าบางคนก็ต้องมีกังวลบ้าง แต่อันนั้นคือข้อดีของหน่วยซีล คือทุกคนมีสภาวะที่พร้อมมาก และทุกคนมีจุดมุ่งหมายอยู่อย่างเดียวคือต้องพาน้องออกมาให้ได้ ไปถึงตัวน้องให้ได้ อย่างท่านผู้การที่อยู่ข้างในก็บอกว่าเราก็เสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ แต่เรามีหน้าที่สำคัญที่เราจะต้องทำเพราะฉะนั้น เราต้องทำให้สำเร็จ ถ้าไม่เจอก็คือไม่กลับ

วินาทีที่เจอน้องส่งข่าวกันยังไง?

เอ๋ : ตอนที่รู้ข่าว ทีมของพวกเราก็ขึ้นมาพักที่รีสอร์ทพอดี พวกเราก็รู้ข่าวก่อนออกทีวีแค่1 นาทีเองค่ะ ก็เฮกันเลย

เป้ : ตอนนั้นพวกเรากำลังจะกินข้าวกันครับ ก็รีบกิน หลังจากนั้นก็รีบแต่งตัวเพื่อที่จะกลับไปที่ถ้ำหลวงเผื่อว่า เขาจะต้องการความช่วยเหลือรีบไปสแตนบายครับ

มีหลายคนชื่นชมว่าเป็นฮีโร่?

เอ๋ : หลายๆคนก็มาเรียกพวกพี่ว่าฮีโร่ ก็พูดเลยนะค่ะว่าไม่ใช่ว่าแค่ตรงนี้ เราไม่กล้ารับคำนี้ เพราะว่าอันนี้มันเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากพวกพี่ทุกคนถือว่าเป็น เกียรติในชีวิตด้วยซ้ำที่ได้มีส่วนร่วมเล็กๆในภารกิจครั้งนี้ คำว่าฮีโร่หรือซุปเปอร์ฮีโร่มันอีกเยอะมากเลยที่สมควรจะได้รับ เรามันเป็นแค่มดปลวกตัวเล็กๆ ไม่ต้องให้เกียรติเราขนาดนั้นก็ได้ ไม่จำเป็น มันเป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องช่วยกันค่ะ

เป้ : ในส่วนของนักดำน้ำเองนะครับ ผมก็ขอพูดแทน ทุกคนว่า โดยเฉพาะทีมทหารบกหน่วยป.พ. หน่วยป่าไม้ ที่เขาเป็นคนยกอุปกรณ์ของหนักเข้าไปในถ้ำ โถง 3 ถ้าเกิดเราไม่ได้พวกเขา เราก็ดำน้ำไม่ได้เหมือนกัน เราไม่สามารถที่จะแบกอุปกรณ์พวกนั้นเข้าไปหมดได้ แล้วถ้าเกิดเราแบกเข้าไปเองเราก็ไม่สามารถดำน้ำได้เหมือนกัน

ในฐานะที่เราเป็นนักดำน้ำหนักใจไหมที่จะต้องนำน้องๆออกมาโดยวิธีการดำน้ำ?

เป้ : หนักใจแน่นอนครับเพราะว่า คือต่อให้เราวางแผนดีแค่ไหนก็แล้วแต่ทุกๆเหตุการณ์เราก็รู้สึกหนักใจ กลัวว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

อยากจะบอกอะไรกับน้องๆทั้ง13คน ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ใหญ่ใจดีที่ไปช่วยออกจากถ้ำ?

เอ๋ : อยากจะบอกน้องๆว่าอย่าโทษตัวเอง ที่ทำให้ต้องเกิดเรื่องราวเสียเงินมากมายหรือว่า เสียคนไปหรืออะไร อย่าไปลงโทษตัวเองเด็ดขาดเพราะว่า เรื่องแบบนี้มันไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ก็แค่ให้น้องน้องรอดปลอดภัยออกมา ทุกคนก็แฮปปี้แล้ว เหลือน้องๆก็ออกมาใช้ชีวิตตามปกติ แล้วก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่ผู้ใหญ่ทุกคนแฮปปี้แล้ว แล้วก็พยายามอย่าฟังเยอะ หนูมีหน้าที่ทำอะไร หนูทำให้เต็มที่ เรียนหนังสือให้เต็มที่ เล่นกีฬาให้เต็มที่ ไปเอาชนะ นำรางวัลกลับมาให้ทีมนั่นคือ รางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนไทยทั้งประเทศแล้ว

ฝากถึงคนที่เสพข่าวนี้แล้วนำมาตีความกันต่างๆนาๆหน่อย?

เอ๋ : อยากจะบอกนะคะว่าถ้าเอาข่าวให้ชัวร์ แล้วก็ให้ถูกต้องและชัดเจนที่สุด ข่าวจากทางราชการถูกต้องและชัดเจนที่สุดแล้วค่ะ บางครั้งเราก็เข้าใจว่าทุกคนอย่างที่จะ มีส่วนร่วม แสดงความรู้สึก แต่บางทีพอมันไปแล้วมันพลาดเนี่ย มันก็ กลับมาแล้วถูกตีความกันไปอีกแบบหนึ่ง แล้วมันก็จะมากคนมากความ ขึ้นด้วยเรื่อยๆฉะนั้น ก่อนจะแชร์ก่อนจะอะไรช่วยเช็คก่อนสักหน่อย เพราะเดี๋ยวนี้เรื่องพวกนี้มันไวมาก รบกวนนิดนึงนะคะ และตอนนี้มัน Happy Ending แล้ว เด็กๆมีชีวิตใหม่อย่างสมบูรณ์แล้ว คือเหมือนได้เกิดใหม่เขาก็เป็นลูกหลานคนไทย เราก็ดูแลเขาอย่างดีที่สุด ในสิ่งที่ควรจะทำ แล้วก็อย่าให้เด็กน้อยๆต้องมารับรู้อะไรในสิ่งที่มันไม่สมควร เพราะจะทำให้เขารู้สึกติดใจกับความรู้สึกแย่ๆไปตลอด ใส่แต่เรื่องที่ดีให้เขา เขาจะมีชีวิตที่ดีแน่นอนค่ะ

แร็พเปอร์ระดับโลก ‘วิซ คาลิฟา’ กลับมาพร้อม ‘Rolling Papers 2’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351723

แร็พเปอร์ระดับโลก ‘วิซ คาลิฟา’  กลับมาพร้อม ‘Rolling Papers 2’

แร็พเปอร์ระดับโลก ‘วิซ คาลิฟา’ กลับมาพร้อม ‘Rolling Papers 2’

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แร็พเปอร์ชื่อดังระดับโลก “วิซ คาลิฟา” (Wiz Khalifa) สังกัดค่าย แอตแลนติก เรคคอร์ดส (AtlanticRecords) สร้างสีสันใหม่ให้กับวงการแร็พเปอร์ด้วยอัลบั้ม “โรลลิ่ง เปเปอร์ส 2” (Rolling Papers 2) ซึ่งนับเป็นอัลบั้มชุดที่ 6 ของเขา ที่วิซเผยว่าได้จากแรงบันดาลใจจากเรื่องราวดีๆ ที่อยู่รอบตัวโดยเฉพาะแรงบันดาลใจคนสำคัญ คือลูกชายวัย 5 ขวบของเขา เซบาสเตียน (Sebastian)  แนวเพลงในอัลบั้มนี้ยังคงยึดสไตล์ฮิปฮอปเข้มข้นแบบเท่ๆ คูลๆ ที่นำเสนอท่อนแร็พอันเชือดเฉือนและจังหวะที่ชวนโยก พร้อมแฝงกลิ่นอายเพลงแนวป๊อปเข้าไปเพื่อให้ผู้ฟังเข้าถึงบทเพลงได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในอัลบั้มนี้วิซได้ทีมโปรดิวเซอร์ชื่อดังและศิลปินรับเชิญมากฝีมือมาร่วมทำงาน อย่าง กุชชี่ เมน (Gucci Mane) แร็พเปอร์ชื่อดังที่จะเข้ามาสร้างสีสันให้กับเพลง “เรียล ริช” (Real Rich)ที่เป็นเพลงเปิดตัวของอัลบั้มนี้  ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วโลกไปเมื่อวันศุกร์(13 ก.ค.) ที่ผ่านมา

‘บารุน โซบติ’ เผยเสน่ห์มัดใจชาวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351724

‘บารุน โซบติ’ เผยเสน่ห์มัดใจชาวไทย

‘บารุน โซบติ’ เผยเสน่ห์มัดใจชาวไทย

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นที่ฮือฮายกใหญ่ เมื่อ “อาร์นาฟ” พระเอกในซีรี่ส์ “แผนรักลวงใจ” (ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 20.45 น. ช่อง 8 หมายเลข 27) เริ่มโปรยปรายเสน่ห์ออกมากระแทกใจทั้งสาวเล็กสาวใหญ่ ด้วยมาดผู้บริหารปากร้ายใจแข็ง ผ่านฝีมือการแสดงของซูเปอร์สตาร์อินเดีย อย่าง “บารุน โซบติ” แถมยังวาดฝีไม้ลายมือการแสดงเข้าคู่กับนางเอกขวัญใจชาวไทย “ซานายา อิรานี” ได้เป็นอย่างดีอีก งานนี้บรรดาแฟนๆ ซีรี่ส์จึงถามถึงกันยกใหญ่ ว่าประวัติของพ่อหนุ่มเครางามคนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะฉะนั้น จัดให้!ค่ะ

“‘อาร์นาฟ’ มีชื่อเสียงเรียงนามว่า“บารุน โซบติ” เกิดเมื่อปี 1984 ปัจจุบันอายุย่างเข้า 34 ปี และสมรสกับภรรยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บารุน โซบติ เริ่มเข้าสู่วงการตั้งแต่ปี2009 และมีผลงานที่สร้างชื่อจนเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งอินเดีย ในบท “อาร์นาฟ” จากเรื่อง“แผนรักลวงใจ” ที่กำลังออกอากาศอยู่ทางช่อง 8ในขณะนี้ ภายใต้บทบาทของนักธุรกิจแสนเย็นชา สายตาฟาดฟันกับนางเอก “ซานาย่า อิรานี”อยู่ตลอดเวลา ในเรื่องหนุ่มบารุนเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง เพราะเติบโตและประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง จนได้เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตในนิวเดลี ซึ่งวันที่บริษัทของอาร์นาฟไปจัดงานแฟชั่นโชว์ที่โรงแรมในลักนาว จึงได้เจอกับ “คูชิ” นางเอกที่เข้ามาป่วนในงาน จึงเป็นที่มาให้นางเอกต้องหาเงินมาชดใช้อาร์นาฟหลังจากที่ได้ก่อความเสียหายวันนั้น และหลังจากซีรี่ส์เรื่องนี้ออกอากาศสู่สาธารณะไป เรตติ้งที่อินเดียก็พุ่งสู่อันดับ 1 ทำให้บารุนได้งานโฆษณาตามมาไม่ขาดสาย รวมทั้งรางวัลการันตีอีกมากมาย จนได้รับโอกาสไปเป็นนักแสดงบอลลีวูดในเวลาต่อมา”

เก่งภาษาอังกฤษ ที่ฟิลิปปินส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/570568

  • วันที่ 12 พ.ย. 2561 เวลา 16:00 น.

เก่งภาษาอังกฤษ ที่ฟิลิปปินส์

เรื่อง : กั๊ตจัง ภาพ : pixabay.com

ในโลกการทำงานยุคใหม่การเรียนภาษาอังกฤษจัดว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เกือบทุกตำแหน่งงานในระดับสูงต้องมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาพื้นฐานที่สามารถพูด อ่าน และเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการได้งานและเติบโตในหน้าที่การงานด้วย

ปรียาพร สินฉลอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมงโก้ เลิร์นนิ่ง เอ็กซ์เพรส สถาบันแนะแนวการสอนต่างประเทศ ให้คำแนะนำเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษภายในงานฟิลิปปินส์ อีเอสแอล แนะแนวการเรียนภาษาอังกฤษในฟิลิปปินส์ ว่า โลกการทำงานของเราทุกวันนี้ภาษามีความจำเป็นอย่างมาก นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสการได้งานแล้ว ยังทำให้เรามีความมั่นใจในการทำงานในทุกที่ และหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยพัฒนาความสามารถด้านภาษาที่ดีที่สุดก็คือการเรียนภาษาในต่างประเทศ ที่ซึ่งเราจะได้มีโอกาสฝึกอย่างเต็มที่

โดยประเทศที่มีคนทำงานและนักศึกษานิยมเดินทางไปเรียนมากที่สุด คือ ออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเราจะพบว่ามีค่าใช้จ่ายสูงและความยุ่งยากในการขอวีซ่าที่มีความเข้มงวดมากขึ้น แต่ยังมีอีกประเทศหนึ่งที่มีค่าใช้จ่ายไถูกกว่าและได้ผลเป็นที่นิยมของคนไทย เกาหลี และจีน ก็คือฟิลิปปินส์ หนึ่งในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษมากที่สุดในโลก

อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมความเป็นอยู่ใกล้เคียงกับคนไทยเป็นอย่างมาก ไปอยู่แล้วเหมือนกับอยู่บ้านเราเอง ค่าครองชีพใกล้เคียงกับไทย ที่สำคัญค่าเรียนภาษาอังกฤษถูกกว่าไปเรียนประเทศอื่นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เรียนทั้งวันแบบตัวต่อตัว โดยใช้เวลาเรียนเพียง 1-3 เดือน ก็สามารถฟังและพูดและเขียนได้เป็นอย่างดี แต่การจะเดินทางไปเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ให้ประสบความสำเร็จนั้น ปรียาพร ให้คำแนะนำกับทุกคนดังนี้

1.พอสื่อสารได้ก็ไปได้สวย

หลายคนที่อยากจะเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศแล้วกลัวว่าจะไปไม่รอดนั้น ที่จริงแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การเรียนภาษาในต่างประเทศสิ่งแรกที่ต้องใช้คือควรสื่อสารแบบพื้นฐานได้ บอกความต้องการของตัวเองได้ อ่านได้ แล้วค่อยไปพัฒนาทักษะด้านการฟัง การพูด ซึ่งทักษะการอ่านหรือการแปลนั้นที่ต่างประเทศสภาพแวดล้อมจะทำให้เราปรับตัวได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะทักษะด้านการฟังนั้นเป็นสิ่งแรกที่ต้องปรับหูเพื่อแยกคำต่างๆ ให้ชัดเจน แล้วทักษะการพูดและการเขียนอื่นๆ จะตามมาภายหลัง

2.สละเวลาช่วงสั้นๆ

เพื่อความสามารถระยะยาว

การเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาเรียนอยู่พอสมควรตั้งแต่ 1-3 เดือนเพื่อปูพื้นฐานทักษะทางภาษาอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่เป็นนักเรียนนักศึกษาสามารถใช้ช่วงเวลาปิดเทอมในการเรียนได้อย่างเต็มที่ แต่ในกรณีของคนทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นดูจะเป็นการยากในการหาเวลาเรียน

ดังนั้นหากต้องการพัฒนาทักษะทางภาษาในระยะเวลาอันสั้นที่สุด เพื่อให้ได้ทักษะที่สามารถนำมาใช้ได้ทันทีก็จำเป็นต้องหาเวลาเรียน หรือหาทุนการศึกษาเรียนต่อในต่างประเทศเพื่อให้ได้ความรู้ความสามารถในระดับที่เราต้องการ

มีตัวอย่าง คนอายุ 70 ปี ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ เพราะต้องการจะเปิดโลกใหม่ๆ ให้กับตัวเองได้ความรู้ ได้ภาษา ได้เพื่อนใหม่ และได้เที่ยวไปในตัว

3.เลือกเรียนแบบตัวต่อตัว

สิ่งหนึ่งที่ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษได้ผลดีที่สุดก็คือการเรียนแบบตัวต่อตัวโดยครูสอนภาษาที่ผ่านการอบรม จะสามารถพูดคุย ปรับทักษะแก้ไขปัญหาทางภาษาของคุณได้ทันที เราสามารถพูดคุยสอบถามเป็นภาษาอังกฤษกับคุณครูได้ตลอดเวลา ผิดจุดไหนก็สามารถแก้ไขให้พูดใหม่ได้ทันที เมื่อพูดคุยกันทุกวันฟังทุกวัน ได้ใช้ประโยคในชีวิตประจำวันบ่อยขึ้น ยิ่งทำให้เก่งภาษาได้เร็วกว่าการเรียนแบบกลุ่ม แล้วให้พูดหรือทำตามพร้อมๆ กัน ทำให้พัฒนาได้ช้า ซึ่งคุณอาจะพบว่าต้องใช้เวลาเรียนเป็นปีกว่าจะฟัง พูด อ่าน เขียนได้อย่างคล่องแคล่ว

4.เลือกเรียนในราคาที่เหมาะสมและได้ผล

มีหลายประเทศในโลกที่เราสามารถเดินทางไปฝึกภาษาอังกฤษ แต่มีไม่กี่แห่งที่คนไทยจะรู้สึกเป็นมิตรมากกว่า ซึ่งการเลือกประเทศที่จะไปเรียน เราควรคำนึงถึงค่าครองชีพ สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ผู้คนที่มีอัธยาศัยเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ และมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกับเรา

หากมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่ใกล้ๆ สถาบันสอนภาษาด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับการเรียนมากขึ้น ไม่เครียดและทำให้เรารู้สึกว่าภาษาอังกฤษอยู่ในชีวิตประจำวัน แล้วภาษาที่ได้จะช่วยทำให้เราได้รับโอกาสใหม่ๆและชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกมาก

คอนโดเพื่อสาวๆ จากญี่ปุ่นสู่เมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/570565

  • วันที่ 12 พ.ย. 2561 เวลา 15:30 น.

คอนโดเพื่อสาวๆ จากญี่ปุ่นสู่เมืองไทย

เรื่อง : โยธิน อยู่จงดี

สินค้าทุกวันนี้ล้วนออกแบบให้ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่คอนโดมิเนียมราคาหลักล้าน จากเดิมที่เคยออกแบบให้ทุกคนสามารถใช้งานอยู่ร่วมกันได้ในครอบครัว ก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ และน่าจะเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ของคอนโดมิเนียมที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าผู้หญิงเป็นอย่างมากเวลานี้

ชีวิตสาวๆ เราต้องเข้าใจ

เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ อธิบายถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีผลต่อตัวแปรในการเลือกซื้อบ้านของผู้หญิงรุ่นใหม่ว่า ภายในงานแถลงความสำเร็จในโครงการร่วมทุนกับบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ว่า “ทุกวันนี้ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในเรื่องของการทำงาน หรือแม้กระทั่งการจัดการสิ่งต่างๆ ภายในบ้าน

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เลือกซื้อของใช้ต่างๆ ภายในบ้านผู้หญิงจะเป็นผู้ตัดสินใจเสมอ ในขณะที่ผู้หญิงบางส่วนเลือกที่จะทำหน้าที่สำคัญในครอบครัวด้วยการออกจากงานมาดูแลลูกๆ เต็มตัว ทำให้ผู้หญิงมีอำนาจการตัดสินใจในบ้านเพิ่มมากขึ้น

จากการสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงด้วยการทำโฟกัสกรุ๊ป ก็พบว่าผู้หญิงมีกำลังซื้อและอำนาจในการตัดสินใจที่มากกว่าผู้ชาย รูปแบบการใช้ชีวิตของสังคมไทยก็เปลี่ยนไปจากครอบครัวใหญ่ แยกมาอยู่ครอบครัวขนาดเล็กกันมากขึ้น ต้องการที่อยู่อาศัยที่เดินทางไปทำงานสะดวกสบาย จากสัดส่วนการอยู่คอนโดมิเนียม เราก็พบว่ามีผู้หญิงย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในคอนโดมากกว่าผู้ชาย และที่สำคัญผู้หญิงมีอายุยืนกว่าผู้ชาย

ดังนั้น เมื่อเทียบสัดส่วนเวลาที่ใช้ในการอยู่บ้านแล้วผู้หญิงจะใช้เวลาอยู่บ้านมากกว่า หากผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียมในห้องที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายตรงความต้องการของผู้หญิงแล้ว ก็น่าจะทำให้ผู้หญิงมีความสุข และเมื่อผู้หญิงมีความสุข ทุกคนในบ้านก็จะมีความสุขตามไปด้วย”

วิถีญี่ปุ่นสู่ผู้หญิงเมืองไทย

หากจะพูดถึงประเทศที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะตึกสูงเช่นคอนโดมิเนียมแล้ว ย่อมหนีไม่พ้นชื่อประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพวกเขาใช้ชีวิตอยู่กับคอนโดมิเนียมมานานกว่าคนไทย หลังจากบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ร่วมทุนกับทางฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ แล้ว จึงเริ่มมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือนวัตกรรมและแนวคิดในการพัฒนาคอนโดมิเนียมยุคใหม่ขึ้นมา ซึ่งนวัตกรรมในการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้อยู่สบายของชาวญี่ปุ่นของฮันคิว ก็คือ จีโอฟิต พลัส ซึ่งนำมาสู่แนวคิดในการสร้างคอนโดเพื่อผู้หญิง อย่างเช่นแนวคิด เมด ฟรอม เฮอร์ ในเวลาต่อมานั่นเอง

ภายในแล็บ จีโอฟิต พลัส นั้นมีตัวอย่างนวัตกรรมในการพัฒนาคอนโดมิเนียมอยู่หลายอย่างและสะท้อนให้เห็นถึงความสะดวกสบายและความใส่ใจให้ห้องเล็กอยู่สบายเหมือนบ้านหลังน้อยได้เช่นกัน เจ้าหน้าที่นำชมของฮันคิวอธิบายรูปแบบคอนโดของชาวญี่ปุ่นว่า

คอนโดมิเนียมของชาวญี่ปุ่นนั้นมีราคาแพงทำให้การออกแบบห้องในตารางนิ้วต้องใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มพื้นที่ ชาวญี่ปุ่นชอบห้องที่หันหน้าต่างหรือระเบียงไปทางทิศใต้ ซึ่งเป็นที่ทิศที่มีแสงสว่างส่องมายังห้องได้เกือบตลอดวัน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่มักจะเลือกแบบที่เป็นบิลต์อินซึ่งดูแลรักษาได้ง่าย แต่ภายในความเป็นบิลต์อินนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการด้วยเช่นกัน

ส่วนที่จอดรถนั้นมีอยู่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนห้องทั้งหมด เพราะชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปทำงานด้วยรถไฟฟ้ามากกว่าขับรถไปเอง

เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้ามาเราจะพบว่ามีรูเจาะที่ตัวตู้อยู่หลายระดับ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนระดับความสูงได้ตามต้องการ บางครอบครัวมีเสื้อผ้าเด็กเยอะก็ติดตั้งราวแขวนในตู้เดียวประมาณ 2-3 ชั้น หรือมีเดรสยาวก็สามารถปรับความสูงเพื่อให้พอดีกับขนาดของเสื้อผ้าได้ ในช่วงฤดูหนาวผู้หญิงญี่ปุ่นจะนิยมใส่รองเท้าบู๊ตยาว ตู้ใส่รองเท้าจึงต้องปรับระดับได้ด้วยเช่นกัน

ในส่วนของห้องครัวซึ่งเรียกได้ว่าแทบจะเป็นหัวใจอย่างหนึ่งของบ้าน ลูกค้าผู้หญิงชาวญี่ปุ่นส่วนมากแล้วจะไม่ชอบให้แขกหรือคนในครอบครัวเห็นความรกระหว่างประกอบอาหารบริเวณซิงก์ล้างจาน จึงต้องมีที่กั้นยกขึ้นมาสำหรับเป็นที่วางจานหรือขวดซอสปรุงรสต่างๆ และพื้นที่หนึ่งที่จะไม่ยอมให้สูญเปล่าก็คือซิงก์ล้างจาน สามารถนำแผ่นปิดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะวางปิดเพื่อเพิ่มพื้นที่ประกอบอาหาร เคาน์เตอร์ครัวเคลือบด้วยอีนาเมล เพื่อป้องกันรอยขูดขีดและความร้อนได้ดี รักษาความสะอาดง่าย และสวยงาม สามารถยกสูงขึ้นเพื่อป้องกันคราบเลอะและทำความสะอาดได้ง่าย

ในขณะที่ห้องน้ำเองความต้องการของลูกค้าชาวญี่ปุ่น คือที่แขวนไดรเป่าผม ที่รีดผม และที่วางเครื่องใช้หน้ากระจก ที่วางกล่องทิชชู่และมีปลั๊กไฟเพิ่มสำหรับเครื่องไฟฟ้าและสำหรับชาร์จ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องติดตั้งเพิ่ม ซึ่งปัญหาของคนที่ซื้อคอนโดมิเนียมอย่างหนึ่งก็คือ ตำแหน่งปลั๊กไฟมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ต้องติดตั้งเพิ่มเติมหรือใช้วิธีการลากสายไฟพ่วงแทน และแน่นอนว่าในส่วนของสาวๆ กับงานช่างนั้นหาน้อยคนนักที่จะทำได้ด้วยตัวเอง ปลั๊กไฟจึงเป็นอีกจุดที่ต้องวางให้เพียงพอตั้งแต่ต้น

ในส่วนของการซักรีดแม่บ้านชาวญี่ปุ่นจะแตกต่างจากคนไทยตรงที่แม้จะมีแดดจัด แต่พวกเขาก็เลือกที่จะใช้เครื่องอบผ้ามากกว่า เพราะประหยัดเวลาและไม่ต้องเสี่ยงกับวันที่ฝนตกแล้วเก็บผ้าเข้าบ้านไม่ทัน ในห้องจึงมีการทำราวตะขอแขวนพิเศษเอาไว้สำหรับใช้เป็นราวตากผ้าในห้อง แทนการใช้โครงตากผ้าเพื่อประหยัดพื้นที่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผู้หญิงหนึ่งคนที่ทำหน้าที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือการดูแลทุกคนในบ้าน หรืออาจจะเลือกบ้านเพื่อดูแลตัวเองก็ได้เช่นกัน

ผู้หญิงเลือกบ้านต้องมั่นคงและยั่งยืน

มีหนึ่งคำกล่าวในกลุ่มสาวโสดเปรียบบ้านกับผู้ชายไว้ว่า “เลือกบ้านต้องเลือกให้ดีกว่าเลือกผู้ชาย เพราะผู้ชายอาจทิ้งคุณได้แต่บ้านจะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต” การเลือกบ้านหรือคอนโดมิเนียมสำคัญที่สุดก็คือ เรื่องระบบรักษาความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่ดีต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

เกษรา อธิบายแนวคิดเรื่องคอนโดมิเนียมสำหรับผู้หญิงต่อว่า สิ่งที่ผู้หญิงจะมองเป็นอันดับแรกๆ ในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมก็คือระบบรักษาความปลอดภัย ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งคอนโดที่ดีจะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย มีบัตรหรือรหัสผ่านเข้าออก มีกล้องวงจรปิดที่แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหว ดูกล้องวงจรปิด และขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางได้ในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน แม้กระทั่งที่จอดรถสำหรับผู้หญิงเองก็ควรมีที่จอดสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ไม่ให้มีการจอดซ้อนคัน

แต่สิ่งที่ผู้หญิงควรมองมากกว่านั้นก็คือเรื่องการมองเรื่องความมั่นคงของชีวิตระยะยาว คือความมั่นคงตลอดชีวิตซึ่งเราเองก็ได้จากจีโอฟิต พลัส ของฮันคิวมาหลายอย่าง

เริ่มตั้งแต่การออกแบบโดยคำนึงถึงทุกช่วงชีวิตตั้งแต่หนุ่มสาวไปจนถึงแก่ชรา บ้านต้องพร้อมใช้งานสำหรับเจ้าของบ้านในทุกช่วงวัย ทางลาดสำหรับรถเข็นและสิ่งอำนวยความสะดวกตั้งแต่ปากทางเข้าโครงการ ลานจอดรถไปถึงหน้าห้อง ห้องสามารถปรับเปลี่ยนรองรับทุกช่วงวัยอย่างเหมาะสม ตำแหน่งปลั๊กไฟ ระบบขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางต้องดีพอที่จะทำให้ลูกบ้านสามารถพึ่งพากันได้

ในเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการเลือกพื้นที่ส่วนกลางที่เพียงพอสำหรับทุกคน ฟิตเนส 24 ชม. เพราะแต่ละคนก็มีช่วงเวลาที่ตัวเองสะดวกแตกต่างกันออกไป ใครสะดวกออกกำลังกายช่วงไหนก็สามารถเข้าไปใช้งานได้เลย”

มองย้อนกลับไปที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง การออกแบบคอนโดมิเนียมแล้วระบบส่วนกลางของพวกเขานั้นมีการวางแผนตั้งแต่การสร้างไปจนถึงขั้นตอนเมื่อเกิดภัยพิบัติ โครงสร้างที่รองรับแผ่นดินไหวมากกว่า 7.5 ริกเตอร์ หากเกิดกรณีที่ต้องอพยพก็มีแผนรองรับ มีห้องพยาบาลและเครื่องมือแพทย์ฉุกเฉิน ห้องน้ำเคลื่อนที่ รองรับสำหรับการสร้างแคมป์อพยพรอความช่วยเหลือ จึงไม่ใช่แค่การสร้างคอนโดมิเนียมเพื่อให้คนเข้ามาอยู่อาศัย แต่เป็นการสร้างสังคมส่วนรวมของทุกคนในคอนโดมิเนียมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น การเลือกคอนโดสำหรับสาวๆ ยุคใหม่ การเลือกแค่ฟังก์ชั่นใช้งาน ความสวยงาม และทำเลอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะไม่แน่ว่าห้องที่คุณซื้ออาจกลายเป็นห้องที่คุณอยากอยู่ไปทั้งชีวิต เรื่องความมั่นคงในชีวิตยามเกษียณจึงเป็นอีกเรื่องที่คุณไม่ควรมองข้ามไปอย่างเด็ดขาด

ฟิตร่างกาย (ให้พร้อม) ก่อนลงสนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/570567

  • วันที่ 12 พ.ย. 2561 เวลา 15:30 น.

ฟิตร่างกาย (ให้พร้อม) ก่อนลงสนาม

เรื่อง พุสดี

“การวิ่ง” กลายเป็นเทรนด์การออกกำลังกายที่มาแรงในหมู่คนเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะนอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้สุขภาพดีๆ ได้แบบไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ การวิ่งยังเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ก่อให้เกิดเพื่อนใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หลังจากเริ่มมาได้สักระยะคำถามที่มักเกิดขึ้นในใจมือใหม่หัดวิ่งทั้งหลาย คงหนีไม่พ้นเมื่อไหร่ฉันจะพร้อมลงสนามประลองความอึด? และถ้าคิดจะลองวิ่งสักรายการต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ไม่ต้องถอดใจกลางทาง?

คำตอบ คือ แม้การวิ่งจะเป็นกีฬาที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก เพียงแค่มีรองเท้าผ้าใบสักคู่และใจที่พร้อม ก็สามารถลงสนามได้แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าการจะเป็นนักวิ่งที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นมือสมัครเล่นหรือมือโปร แต่การเตรียมความพร้อมของร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะในแต่ละส่วนเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสมรรถภาพการวิ่งให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในแง่ความเร็วและความอึด ทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระยะยาว

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ คัดสรร 6 คลาสออกกำลังกายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายให้ฟิตแอนด์เฟิร์มพร้อมลุยทุกสนาม สำหรับเป็นไอเดียให้เหล่านักวิ่งได้ลองนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวิ่ง

เริ่มจากโยคะ คาล์ม (Yoga Calm) เพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนหรือหลังการวิ่ง ซึ่งเหล่ามือใหม่หัดวิ่งทั้งหลายที่มีพื้นฐานด้านโยคะอยู่แล้วถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง เพียงแต่ถ้าจะให้ดีลองนำหลักการของคลาสนี้ไปปรับใช้ด้วยการใช้เวลาในแต่ละโพสให้นานขึ้นอีกนิด เพื่อเน้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อชั้นลึก บรรเทาความเจ็บปวดของข้อต่อต่างๆ

ถัดมาคือ ซู (Zuu) คลาสการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาผ่านท่าทางการเคลื่อนไหวที่ได้แรงบันดาลใจจากสัตว์นานาชนิดมาช่วยสร้างความแข็งแกร่งของร่างกาย ความคล่องตัว ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของหัวใจ เหล่านักวิ่งทั้งหลายอาจนำไอเดียนี้ไปฝึกต่อเพื่อช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการวิ่งให้ดีขึ้น ทั้งด้านความกระฉับกระเฉงว่องไว ความยืดหยุ่น และยังเสริมความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิต ตลอดจนระบบหายใจ

ขณะที่ พิลาติส รีฟอร์เมอร์ (Pilates Reformer) เป็นการใช้อุปกรณ์รีฟอร์เมอร์เพื่อช่วยพัฒนาด้านความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกายแบบฟูลบอดี้ พร้อมปรับสมดุลของร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดต่างๆ โดยเฉพาะช่วงหลัง สำหรับนักวิ่งมือใหม่ที่อยากจะฝึกอย่างต่อเนื่องอาจประยุกต์ด้วยการออกกำลังกายแบบพิลาติสแมต (Pilates Mat) เพื่อช่วยในการบริหารความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกายบนเสื่อโยคะแทน โดยใช้น้ำหนักตัวช่วยในเรื่องของแรงต้าน เพื่อให้ร่างกายสามารถทรงตัวให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมในการสร้างสมดุลแทน

ต่อด้วย กริด แอ็กทีฟ (GRID Active) คลาสออกกำลังกายที่เน้นการพัฒนาด้านการเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่นแบบฟังก์ชั่นนัล (Functional) ผ่านท่าออกกำลังกายพื้นฐาน 6 ท่า ทั้งผลัก ดึง ย่อ ก้าว ก้ม และบิด เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการวิ่งหรือแม้กระทั่งท่าทางในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ซึ่งหากฝึกอย่างต่อเนื่องยังช่วยเผาผลาญไขมันในเวลาอันสั้น แต่หากต้องการเพิ่มความอึด แนะนำ กริด ฟิต (GRID Fit) คลาสที่จะช่วยพัฒนาความคล่องตัวด้านการเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่น คล้ายคลึงกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ทำให้นักวิ่งสามารถวิ่งได้ทนและนานยิ่งขึ้น

ปิดท้ายด้วยฮีต (HEAT) คลาสนี้เน้นฝึกฝนแบบนักกีฬา ท้าทายความแข็งแกร่งของหัวใจ โดยใช้การฝึกแบบเป็นสถานีกับอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและความแกร่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และมีพละกำลังมากขึ้น นักวิ่งจะรู้สึกเฟิร์มและเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น และยังสามารถเผาผลาญแคลอรีอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ก่อนจะผูกเชือกรองเท้าและลุยสนามวิ่ง อย่าลืมเตรียมตัวเองให้พร้อม…จะได้ไม่พลาดทุกเส้นชัย

ภาพทิวทัศน์ในมุมมอง อิลซา เดอ ฮอลแลนเดอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/570417

  • วันที่ 11 พ.ย. 2561 เวลา 10:17 น.

ภาพทิวทัศน์ในมุมมอง อิลซา เดอ ฮอลแลนเดอร์

โดย อฐิณป ลภณวุษ ภาพ : อิลซา เดอ ฮอลแลนเดอร์

ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว เป็นคำกล่าวที่ช่างเหมาะสมกับ อิลซา เดอ ฮอลแลนเดอร์ เป็นอย่างยิ่ง จิตรกรหญิงชาวเบลเยียม ผู้ลาโลกไปด้วยอายุยังไม่เต็ม 29 ปีดี ขณะนี้ผลงานของเธอกำลังจัดแสดงให้ชมครั้งแรกในสหราชอาณาจักร ณ แกลเลอรี่ วิกตอเรีย มิโร

แม้จะลาจากโลกนี้ไปนับสิบปีแล้วก็ตาม ผลงานศิลปะที่งดงาม มากด้วยความรู้สึก และสีสัน ที่ผสมผสานความอ่อนหวานและเข้มข้นแบบเฉพาะตัว จะพาสเทลก็ไม่ใช่ จะจัดจ้านไปเลยก็ไม่เชิง ทุกวันนี้ผลงานของอิลซา เดอ ฮอลแลนเดอร์ ยังคงได้รับความสนใจจากคนรักศิลปะหน้าใหม่ๆ ได้ทุกครั้งที่มีการจัดแสดงงานของเธอ

นิทรรศการ Ilse D’Hollander จัดระหว่าง วันนี้-21 ธ.ค. นับเป็นครั้งแรกที่ได้แสดงผลงานของจิตรกรหญิงชาวเบลเยียมผู้นี้ หลังจากที่แกลเลอรี่วิกตอเรีย มิโร ได้รับสิทธิได้การดูแลมรดกตกทอดของ อิลซา ทั้งบ้านและที่ดิน รวมไปถึงผลงานศิลปะแนวแอบสแทรกต์ของเธอด้วย

อิลซา เดอ ฮอลแลนเดอร์ เกิดที่เมืองซินท์-นิคลาส ที่อยู่ระหว่างเมืองเกนท์และแอนท์เวิร์ป เธอทำงานศิลปะโดยได้นำเอาความประทับใจและประสบการณ์ในการเป็นสาวบ้านนอก สาวแห่งท้องทุ่ง ถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบและแผ่นกระดาษคาร์ดบอร์ด

อิลซา เรียกผลงานแอบสแทรกต์ของเธอว่า เป็นภาพวาดประเภท ภาพทิวทัศน์ (Landscape) โดยเธอเปรียบผืนผ้าใบเป็นประหนึ่งเส้นขอบฟ้าอันแสนกว้างใหญ่ แต่อย่างที่คนคุ้นเคยกับผลงานของอิลซารู้กันดีว่า ภาพที่ออกมานั้นเป็นลักษณะของภาพกราฟฟิกสีสันอ่อนหวาน อาจจะยากสักนิดที่จะมองให้เห็นเป็นภาพทิวทัศน์

หลายครั้งที่ อิลซา เล่นกับโทนสีเดียว ซึ่งในภาพจะเบรกด้วยบล็อกของสี หรือรูปทรงเรขาคณิต หรืออาจจะเป็นลักษณะของการแต้มฝีแปรงที่แตกต่างออกไป ซึ่งสำหรับเธออาจหมายถึงต้นไม้ หรือก้อนหิน ในทิวทัศน์นั้นๆ ที่เธอเห็น คุ้นเคย และรักที่จะถ่ายทอดออกมา

แน่นอนว่าภาพแลนด์สเคปแบบนี้มีเอกลักษณ์ซึ่งไม่มีใครเหมือน ราวการเดินทางข้ามไปมาระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก โลกแห่งความเป็นจริงแบบที่เราเห็นด้วยตา และโลกในแบบภาพสัญลักษณ์

อิลซา เดอ ฮอลแลนเดอร์ ฆ่าตัวตายในปี 1997 ขณะที่อายุได้ 28 ปี ระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอมีนิทรรศการศิลปะเดี่ยวเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทว่าหลังจากที่เธอลาจากโลกไปในช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ได้มีการจัดแสดงผลงานเดี่ยวของเธอมากมายหลายครั้ง ทั้งในยุโรปและสหรัฐ

วิกตอเรีย มิโร ประกาศการได้รับสิทธิในการบริหารจัดการมรดกทุกอย่างของอิลซา เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมานี้เอง โดยก่อนหน้านี้ได้มีการก่อตั้ง อิลซา เดอ ฮอลแลนเดอร์ เอสเตท ที่บ้านของเธอในเบลเยียมเป็นมูลนิธิ เพื่อแสดงผลงานและเผยแพร่ศิลปะของเธอออกไปให้คนรู้จัก ตั้งแต่ปี 2001 (รายละเอียดเพิ่มเติม ilsedhollander.org.)

สำหรับการจัดนิทรรศการ Ilse D’Hollander ทางวิกตอเรีย มิโร ได้จัดพิมพ์หนังสือรวมภาพวาดของอิลซา ออกมาด้วย โดยภายในนอกจากงานศิลปะแล้ว ยังมีความเรียงเกี่ยวกับตัวศิลปิน ซึ่งเขียนโดย เดวิด แอนแฟม นักเขียน/นักวิจารณ์ศิลปะ และที่ปรึกษาของพิพิธภัณฑ์ไคลฟอร์ด สติล ในเดนเวอร์ด้วย

อิลซา เดอ ฮอลแลนเดอร์ เกิดเมื่อปี 1968 สำเร็จการศึกษาที่สถาบันศิลปะโฮเกอร์ ในแอนท์เวิร์ป เมื่อปี 1998 และไปต่อที่สถาบันในเครือเดียวกัน ณ เมืองเกนท์ จนจบในปี 1991 ตลอดชีวิตเธอมีนิทรรศการเดี่ยวเพียง 1 ครั้งในปี 1996 ที่เด็นบาว ในเมืองกาลเกน ประเทศเบลเยียม ทว่าหลังจากที่เธอเสียชีวิต ผลงานของเธอได้ไปจัดแสดง ณ แกลเลอรี่ของทำเนียบขาว หลายแกลเลอรี่ในนิวยอร์ก สหรัฐ และหลายแห่งในเยอรมนี ฝรั่งเศส และแน่นอนในหลายเมืองที่บ้านเกิดของเธออย่างเบลเยียม

ธนจักร สินรัชตานันท์ สตรีทเวิร์กเอาต์ตอบทุกโจทย์ชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/570416

  • วันที่ 11 พ.ย. 2561 เวลา 10:11 น.

ธนจักร สินรัชตานันท์ สตรีทเวิร์กเอาต์ตอบทุกโจทย์ชีวิต

โดย กั๊ตจัง

“ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายแบบไหนมาหากใช้ไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ยังไม่นับว่าคือที่สุดของประโยชน์ที่ได้จากการออกกำลังกาย” ธนจักร สินรัชตานันท์ กล่าวไว้เช่นนั้น และหนุ่มหน้าใสผู้นี้คือทายาทของ นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ เจ้าของธีรพรคลินิก คลินิกศัลยกรรมที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการบันเทิง

ธนจักร กำลังเข้ามาเรียนรู้งานและรับช่วงต่อธุรกิจของคุณพ่อ ซึ่งเขาเชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถของเขาแน่นอน และเมื่อเราถามถึงไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายและการดูแลตัวเองให้ดูดีแล้ว สิ่งแรกที่ธนจักร แนะนำกับเราก็คือการออกกำลังกายแบบสตรีทเวิร์กเอาต์ เทรนด์ใหม่ที่ในเมืองไทยยังหาคนออกกำลังกายแบบนี้ได้น้อยนัก

“ผมออกกำลังกายด้วยการเล่นเวตมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.4 ก็ออกกำลังกายมาโดยตลอดถึงทุกวันนี้ จนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วผมได้เจอกับเพื่อนชาวสเปนคนหนึ่งมาแชร์เรื่องการออกกำลังกายของเขาให้ฟังวิธีการออกกำลังกายของเขาเป็นการออกกำลังแบบใช้น้ำหนักตัวล้วนๆ

ตอนแรกผมก็ดูแล้วก็คิดว่าไม่น่ายาก เพราะว่าเราออกกำลังกายมาได้ประมาณ 4-5 ปี ยกเวตยกน้ำหนักได้ดีพอสมควร แต่พอไปทำท่าออกกำลังกายแบบเขาเรากลับพบว่าเราทำไม่ได้ เราไม่แข็งแรงพอที่จะทำท่านั้นได้ จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนความคิดในเรื่องการออกกำลังกายว่า ทำไมเราออกกำลังกายมาตั้งเยอะ แต่กลับไม่มีความแข็งแรงเทียบเท่า นี่แหละของจริงที่แท้จริงของการออกกำลังกายมันต้องอยู่ตรงนี้คือสามารถออกแล้วไม่ใช่แค่รูปร่างสวยแต่ต้องแข็งแรงพอที่จะทำให้เราเคลื่อนไหวในสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศแบบต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว

สตรีทเวิร์กเอาต์ (Street Work Out) เป็นกีฬาที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรมาก เราสามารถออกกำลังกายตามท้องถนนทั่วไป โดยใช้น้ำหนักของตัวเราในการออกแรงเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับตัวเอง ดูไปแล้วก็จะคล้ายกับการเล่นยิมนาสติก แต่ระดับของความยากและความแข็งแรงจะไม่เท่า

เพราะเน้นแค่การออกกำลังกายในระดับที่สามารถเคลื่อนไหว ได้ดีชีวิตประจำวันได้ แล้วใครๆ ก็สามารถฝึกได้ ถ้าเทียบกับการยกเวตจะเป็นการออกกำลัง โดยโฟกัสแค่กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สตรีทเวิร์กเอาต์จะออกกำลังโดยใช้กล้ามเนื้อทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ทำให้กล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่สามารถออกร่วมกันได้ในครั้งเดียว ทำให้การออกกำลังกายนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งในเวลานี้เมืองไทยยังไม่พบเห็นมากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกลุ่มเล็กๆ เล่นกันตามสวนสาธารณะ แล้วฝึกฝนกันเองเสียมากกว่า มีอิสระมากกว่า ไม่ใช่แค่การเข้าฟิตเนสแล้วก็ไปยกน้ำหนักให้ครบเซต แล้วก็กลับบ้าน การเล่นสตรีทเวิร์กเอาต์เหมือนเป็นการตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองว่าวันนี้เราจะต้องทำอะไรให้ได้บ้าง

ทำให้การออกกำลังกายแบบนี้มันไม่น่าเบื่อมันมีสีสันและมันเป็นเช่นการแสดงอื่นๆ ด้วย เพราะมันไม่ได้ไปแค่คนเดียว มันมีท่าทางทำอย่างไรให้มันสวย ดึงอย่างไรให้สวย มันเป็นท่าทางอย่างหนึ่งในการแสดง ทำให้เรารู้สึกสนุกกับการเล่นมากขึ้น

แนวทางการออกกำลังกายของผมจะออกกำลังกายประมาณ 5 วัน/อาทิตย์ ผมจะพักประมาณ 1-2 วัน แล้วแต่ว่าวันไหนที่เรารู้สึกว่าเราเหนื่อย เราถึงจะพักร่างกายของเรา ซึ่งร่างกายจะบอกเองว่าพร้อมหรือไม่พร้อมกับการออกกำลังกายในแต่ละวันคนออกกำลังกายนานๆ จะรู้ว่าวันนี้ร่างกายควรจะพักเขา เมื่อรู้สึกว่าพร้อมแล้วค่อยออกใหม่ ซึ่งผมเชื่อสตรีทเวิร์กเอาต์เป็นการออกกำลังกายที่ดี ให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็สามารถออกกำลังได้ การมีสุขภาพที่ดี ได้มีสังคมและเพื่อนใหม่ และรูปร่างที่สมส่วนเป็นที่น่าพึงพอใจนั่นเอง”