ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372712

ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2018

ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2018

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล สานต่อ โครงการ ดอยตุงแอนด์ เฟรนด์ส 2018 เป็นปีที่ 3 เพื่อสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธาน “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเอง” ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เชิญนักสร้างสรรค์ชั้นนำ สมบัษร ถิระสาโรช, กุลวิทย์ เลาสุขศรี,พลพัฒน์ อัศวะประภา และ ณฐพรเตมีรักษ์ ออกแบบสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษร่วมมือกับช่างฝีมือ ชนเผ่าดอยตุงในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.00 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

‘ดุริยนาฏนวมินทร์’ การแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 ซาบซึ้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ รื่นรมย์มโนห์รา บัลเลต์ สุดตระการตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372417

‘ดุริยนาฏนวมินทร์’ การแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 ซาบซึ้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ รื่นรมย์มโนห์รา บัลเลต์ สุดตระการตา

‘ดุริยนาฏนวมินทร์’ การแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 ซาบซึ้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ รื่นรมย์มโนห์รา บัลเลต์ สุดตระการตา

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกในพระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยภาพด้านวรรณศิลป์ นาฏศิลป์ และดุริยศิลป์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงอันไพเราะวิจิตร งดงาม และลึกซึ้งแก่ปวงชนชาวไทย มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยการสนับสนุนของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จัดการแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “ดุริยนาฏนวมินทร์” รอบกาลา โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในหลากหลายแวดวงมาร่วมรับชมงานแสดงดนตรีครั้งสำคัญเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่จัดแสดงในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถทางด้านดุริยศิลป์ วรรณศิลป์ และนาฏศิลป์ โดยแบ่งการแสดงเป็น 2 องก์ ได้แก่องก์ที่ 1 เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยนักร้องรับเชิญ อาทิ นันทิดา แก้วบัวสาย, ฉัฏฐ์วรรณ ทีปสุวรรณ, กิตตินันท์ชินสำราญ, กานดา วิทยานุภาพยืนยง, ศรัณย์ คุ้งบรรพต และคณะนักร้องประสานเสียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องก์ที่ 2 มโนห์รา บัลเลต์ (Manohra Ballet)บัลเลต์สัญชาติไทย ที่เมื่อ พ.ศ. 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์เพลงชุด “กินรี สวีท”(Kinari Suite) สำหรับการแสดงบัลเลต์เรื่อง “มโนห์รา” เปิดการแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2505ที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ ชุด “กินรี สวีท” บรรเลงโดยวงดุริงยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ ร่วมแสดงโดยนักบัลเลต์ชาวไทยกว่า 100 คน ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศและได้ปรับเปลี่ยนสไตล์การเต้นให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น นับเป็นบุญของคนไทยที่มีองค์อัครศิลปินผู้พระราชทานบัลเลต์สกุลใหม่ พระราชทาน“มโนห์รา” ให้เป็นตัวแทนของ “นกไทย” ด้วย ซึ่งปกติจะเห็นท่าบัลเลต์ตามลำดับต่างๆ ของต่างประเทศที่มี สวอนเลค ไฟร์เบิร์ด หรือบลูเบิร์ด แต่ในที่สุดประเทศไทยก็มีนก เป็นต้นฉบับของเราเองนับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และประธาน บี.กริม กล่าวว่า การแสดงดนตรี“ดุริยนาฏนวมินทร์” ได้เชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงอันทรงคุณค่าในหลากหลายท่วงทำนอง ทั้งบทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงมาร์ช ที่สะท้อนความมั่นคงของชาติ บรรเลงโดยวงโยธวาทิตโรงเรียนวัดสุทธิวราราม นอกจากนี้ยังมีบทเพลงพระราชนิพนธ์ชุดแรกที่พระราชทานออกเพื่อการลีลาศ ที่สร้างความอภิรมย์แก่ประชาชน บรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ รวมทั้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ 3 บท ที่ทรงพระราชนิพนธ์คำร้องขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ขับร้องโดยนักร้องรับเชิญ นอกจากนั้นยังมีเพลงLullaby (ค่ำแล้ว) ที่ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อปี 2498 เพื่อกล่อมพระราชโอรสและพระราชธิดาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ และปิดรายการเพลงขององก์แรกด้วยเพลงแผ่นดินของเรา ซึ่งบทเพลงทุกเพลงจะสร้างความประทับใจและตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ได้รับชมอย่างแน่นอน

วุฒา ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระปรีชาสามารถและพระเกียรติคุณทางด้านดนตรีเป็นที่ชื่นชมในระดับสากล ทรงเป็นคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง บทเพลงพระราชนิพนธ์ทุกเพลงที่ได้พระราชทานไว้ล้วนเป็นบทเพลงอันทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์และเผยแพร่อย่างกว้างขวาง โดย บุญรอดบริวเวอรี่ได้จัดทำโครงการเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ต่อเนื่องมาตลอดเวลาหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ และทำหน้าที่สืบสานบทเพลงพระราชนิพนธ์ไว้มิให้สูญหาย งานนี้ยังได้จัดการแสดงบัลเลต์ชุด “มโนห์รา” ขึ้น ซึ่งเป็นการแสดงบัลเลต์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการแสดงครั้งแรกณ เวทีสวนอัมพร เมื่อ พ.ศ.2505 โดยเชิญบทเพลงชุด “กินรี สวีท”มาประกอบกับการแสดงบัลเลต์ที่ผสมผสานการเต้นบัลเลต์คลาสสิกกับนาฏยศิลป์ไทยในครั้งนั้น พระองค์ท่านทรงอำนวยการสร้าง กำกับ และทรงฉายภาพด้วยพระองค์เอง”

การแสดงมโนห์รา บัลเลต์ ในครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งมีมิติของเวทีทำให้สร้างสรรค์ฉาก แสง และดนตรีให้เป็นภาพที่สมบูรณ์แบบและงดงาม และยังเพิ่มรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นความพิเศษของฉาก ไม่ว่าจะเป็นความอลังการของฉากป่าไม้และสายน้ำ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสในสมด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ความว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า”รวมถึงมีตัวแสดงที่เป็นหญ้าแฝก และดอกดาวเรือง 9 ดอกในป่าหิมพานต์ เพื่อสื่อถึงพระองค์และพระราชกรณียกิจที่ทรงทุ่มเทเพื่อประชาชน

นับเป็นการแสดงดนตรีที่บทเพลงทุกเพลงสร้างความประทับใจ ซาบซึ้ง และตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ได้รับชมอย่างมิรู้ลืม โดยการสนับสนุนของบุญรอดบริวเวอรี่ บรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพในครั้งนี้ จะทำให้เราได้ย้อนรำลึกถึงพระปรีชาสามารถ ทางด้านดนตรีของพระองค์ท่าน และเพื่อเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่พระราชทานไว้ให้คงอยู่เป็นมรดกของแผ่นดินสืบไป

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์เปิดบ้าน‘สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372376

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์เปิดบ้าน‘สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส’

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์เปิดบ้าน‘สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) นำโดย นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดบ้าน สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury นำเสนอประสบการณ์ลึกซึ้งในทุกรายละเอียดของความสุข ผ่านเอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์กับเชฟชุมพล แจ้งไพรจากร้าน R HAAN ภายใต้คอนเซ็ปต์ CONNOISSEUR OF PLEASANT LIVING หรือลึกซึ้งถึงทุกรายละเอียดความสุข พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตภายใต้สังคมคุณภาพที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสุด

บริเวณคลับเฮ้าส์ของโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่จัดเตรียมไว้เพื่อให้ลูกบ้านสามารถจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ได้ในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่จัดเลี้ยงเพื่อนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษ กับอาหารเลิศรส 7 เมนู ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร จากร้าน R HAAN โดยคัดเลือกวัตถุดิบชั้นยอดจากทั่วทุกมุมโลก สะท้อนภาพของการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด ของ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ถูกเตรียมไว้ให้ได้ลิ้มรสชาติและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศค่ำคืนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เผยว่า โครงการสันติบุรี เดอะเรสซิเดนเซส เป็นโครงการแห่งความภาคภูมิใจของสิงห์ เอสเตท ไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในโครงการแฟลกชิพที่มีมูลค่าถึง 6,500 ล้านบาทแต่ยังเป็นบ้านในระดับอัลตร้า ลักชัวรี่ ที่เต็มไปด้วยความพิเศษทั้งในเรื่องของดีไซน์และรายละเอียด ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของสิงห์ เอสเตท

“จุดเด่นของโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส คือความสวยงามของธรรมชาติและร่มเงาอันเขียวขจีของหมู่ไม้ เราจึงเลือกจัดงานในช่วงเย็นก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน ซึ่งเป็นเวลาที่บรรยากาศภายในโครงการสวยงามที่สุด และเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวมักได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน เพื่อให้สัมผัสถึงความเป็นหนึ่งเดียวของธรรมชาติกับตัวบ้าน และซึมซับบรรยากาศในการอยู่อาศัย ภายในโครงการบ้านเดี่ยวที่มีความเป็นส่วนตัวสูงที่สุด” นริศ กล่าว

จากบ้านที่มีจำนวนเพียง 25 หลังบนพื้นที่ถึงกว่า 45 ไร่แห่งนี้ ภายใต้การออกแบบบ้านและคลับเฮ้าส์สไตล์ LUXURY MODERN TROPICAL ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ อยู่สบายเหมาะกับทุกฤดูกาลและภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทย ในพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการล้วนซ่อนแนวคิดและหลักการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดอย่างแท้จริง ภายใต้ปรัชญาของแบรนด์สันติบุรี คือการผสมผสานระหว่างปรัชญาการใช้ชีวิต (Philosophy of Living) และปรัชญาของธรรมชาติ (Philosophy of Nature)

ความสำเร็จและความแข็งแกร่งของแบรนด์ “สันติบุรี” ที่สะท้อนและถ่ายทอดมาจากแนวคิดของ สันติ ภิรมย์ภักดีผู้รังสรรค์แบรนด์ ซึ่งชื่นชอบและหลงใหลในงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบทั้ง รีสอร์ท และสนามกอล์ฟระดับเวิลด์คลาส ทำให้นิยามคำว่า “บ้าน” ระดับแฟลกชิพและ Exclusive Neighborhood ที่ สิงห์ เอสเตท ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นแห่งนี้ เปี่ยมไปด้วยความหมายในทุกๆ รายละเอียดที่ซ่อนอยู่ทุกมุมของบ้านที่ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส

สัมมนาวิชาการเภสัชกรยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372359

สัมมนาวิชาการเภสัชกรยุคใหม่

สัมมนาวิชาการเภสัชกรยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คนไทยเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ร้านขายยาก็มักจะเป็นช่องทางที่สามารถขอคำปรึกษาจากเภสัชกรหรือได้รับคำแนะนำเรื่องยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น ดังนั้น เภสัชกรจึงจำเป็นที่จะต้องมีองค์ความรู้ที่หลากหลาย นอกจากเรื่องยารักษาโรค ซึ่งความรู้ต่างๆ มาจากการตีพิมพ์ผลงานวิจัย หรือการเรียนเพิ่มเติมจากหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ หนึ่งในนั้น คือ สถาบันแบลคมอร์ส (Blackmores Institute) จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีบทบาทเรื่องการทำวิจัย ศึกษาค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการและจัดให้ความรู้ด้าน Complementary Medicines โดยในทุกปีได้จัดสัมมนาวิชาการ “Complementary Medicine in PharmacyPractice Research Update & Application”เพื่อให้ความรู้กับเภสัชกรไทยและบุคลากรทางการแพทย์ของไทย

ในปีนี้เพื่อให้องค์ความรู้เกี่ยวกับ complementary medicines เข้าถึงเภสัชกร สถาบันได้เปิดตัวหลักสูตร Complementary Medicines Education (CMEd) หลักสูตรที่พัฒนาโดยสถาบัน ให้ความรู้เกี่ยวกับ complementary medicines ที่นำไปใช้เสริมหรือใช้ร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน โดย ดร.เลสลี่บรอน ผู้อำนวยการสถาบันแบลคมอร์ส ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า เภสัชกรไทยมีความสนใจศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ complementary medicines เป็นอย่างมาก หลักสูตร CMEd จะช่วยให้เภสัชกรสามารถพัฒนาความรู้ได้มากขึ้น เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย ความรู้เกี่ยวกับ complementary medicines ไม่ใช่จะมีแต่เรื่องของสมุนไพร ยังรวมไปถึงอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อให้เภสัชกรสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาวิเคราะห์ผู้ป่วยและให้คำปรึกษาในการรักษาเสริมควบคู่กับการใช้ยา

ด้าน ภญ.อโนมา เจริญทรัพย์ ผู้จัดการด้านการศึกษา สถาบันแบลคมอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า การนำหลักสูตร CMEd เข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากพบว่าผู้บริโภคมีความสนใจเรื่องวิตามิน สมุนไพร การรักษาโดยแพทย์ทางเลือกและอื่นๆ มากขึ้นนำข้อสงสัยปรึกษากับเภสัชกรในร้านขายยาส่งผลให้เภสัชกรมีความต้องการความรู้เพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวสำหรับหลักสูตร CMEd ของสถาบันฯ เภสัชกรจะได้ศึกษาอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับ complementary medicines ซึ่งเป็นการเรียนผ่านทางออนไลน์ (Online Modules) 7 บทเรียน อาทิ Introduction to Complementary Medicine, Vitamins in Health and Disease, Safety of Complementary Medicines เป็นต้น หลังจากนั้นจะเป็นการเข้าอบรมในชั้นเรียน (Masterclass) ด้วยรูปแบบพิเศษโดยการใช้กรณีศึกษา และองค์ความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ ซึ่งเภสัชกรที่ผ่านในระดับ Masterclass สามารถสะสมหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ หรือ CPE ได้โดยเภสัชกรที่สนใจสามารถลงทะเบียนเรียนได้ที่ http://www.blackmoresinstitute.org

นอกจากนี้ ภญ.ดร.ศิริรัตน์ ตันปิชาติ นายกสมาคมเภสัชกรชุมชน (ประเทศไทย) ยังได้กล่าวถึงบทบาทของเภสัชกรว่า เภสัชกรจำเป็นต้องสร้างบทบาทและพัฒนาตัวเองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว เพราะขอบข่ายงานไม่ใช่แค่เรื่องของยา แต่ต้องมีความรู้ในเรื่องของอาหาร อาหารเสริมและสมุนไพร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นอีกทางเลือกที่ผู้บริโภคจะดูแลตัวเองนอกเหนือจากยา รวมถึงต้องพูดคุยกับผู้บริโภค เพื่อสามารถรวบรวมข้อมูลให้คำปรึกษากับผู้บริโภคซึ่งแต่ละคนจะมีปัญหาแตกต่างกัน ในส่วนหลักสูตร CMEd เชื่อว่าเภสัชกรที่เข้ารับการอบรมจะได้รับประโยชน์ เพราะที่ผ่านมาเภสัชกรจะมีการศึกษาเรื่องของสมุนไพร พืช และกระบวนการการผลิตผลิตภัณฑ์ แต่เนื่องจากขณะนี้มีงานวิจัยใหม่ๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา การใช้องค์ความรู้แบบเดิมๆ จึงไม่เพียงพอ บทเรียนในหลักสูตร CMEd จะช่วยตอบโจทย์และทำให้เภสัชกรได้เรียนรู้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะด้านอาหารเสริมสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการบริการที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย

ไฟ-ฟ้า อาร์ต เฟสท์ 2018 โชว์เคสผลงานศิลปะเยาวชนไฟฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372358

ไฟ-ฟ้า อาร์ต เฟสท์ 2018 โชว์เคสผลงานศิลปะเยาวชนไฟฟ้า

ไฟ-ฟ้า อาร์ต เฟสท์ 2018 โชว์เคสผลงานศิลปะเยาวชนไฟฟ้า

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปิติ ตัณฑเกษม กับเยาวชนไฟฟ้าจากศูนย์ต่างๆ

ทีเอ็มบี จัดกิจกรรม “FAI-FAH ART FEST 2018 เด็กธรรมดา คือสิ่งที่สวยงาม” งานศิลปะและความสามารถจากเด็กไฟ-ฟ้า (FAI-FAH) ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงศิลปะ ดนตรี กีฬา ภาษา และอาหาร เพื่อสร้างพลังผลักดันสู่การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเด็กธรรมดา ได้พัฒนาความสามารถของตนเองและนำไปสู่การพัฒนาชุมชนรอบตัวเด็กได้อย่างยั่งยืน ตามปรัชญา TMB Make THEDifference ณ มูลนิธิทีเอ็มบี ณ ทีเอ็มบี สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า “กิจกรรม “FAI-FAH ART FEST 2018 เด็กธรรมดา คือที่สิ่งสวยงาม” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นการโชว์เคสแสดงผลงานศิลปะ ผลิตภัณฑ์ และความสามารถทางการแสดงต่างๆ ของเยาวชนไฟ-ฟ้า อายุระหว่าง 12-17 ปี จากศูนย์ไฟ-ฟ้า ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ประดิพัทธ์ ประชาอุทิศ จันทน์ และบางกอกน้อย ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา ภาษา และอาหาร ให้แก่เยาวชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ได้มาจัดแสดงผลงานและจำหน่ายสินค้า ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นในธีม เด็กธรรมดา คือสิ่งที่สวยงาม เพื่อส่งเสริมให้เด็กธรรมดาได้มีโอกาสในการแสดงความสามารถของตนเอง พร้อมทั้งนำเสนอให้สังคมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กๆ ที่ได้รับการจุดประกายจากศูนย์ไฟ-ฟ้า และยังสร้างโอกาสให้เด็กธรรมดาได้ค้นพบศักยภาพของตนเองและได้สร้างสรรค์ผลงานตามความถนัดของตนเองอย่างมีความสุข นอกจากนั้นยังเป็นกิจกรรมที่ให้เยาวชนสร้างสิ่งดีๆ ต่อยอดสู่การเปลี่ยนแปลง”

งาน FAI-FAH ART FEST 2018 ได้แบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ประกอบด้วย โซนแสดงผลงานศิลปะ จากแนวคิดเด็กธรรมดา คือสิ่งที่สวยงาม ผ่านนิทรรศการศิลปะภาพวาด และศิลปะการเพ้นท์ผ้าพันคอ ลายอัตลักษณ์ชุมชนย่านสาทร ฯลฯ โซนช็อปสินค้าจากเด็กไฟ-ฟ้าและชุมชน ได้แก่ กระเป๋าผ้าขนาดต่างๆ กระบอกน้ำผ้าพันคอ รวมทั้งการออกแบบอาหาร ขนมและเบเกอรี่ โซนกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม ตื่นตากับการทำเวิร์กช็อปสื่อสร้างสรรค์ “Story Stones” และ “ยางยืดเปลี่ยนชีวิต” และสุดท้ายเป็นโซนเวทีแสดงความสามารถ ชมการแสดงของเด็กธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา ทั้งร้อง เต้นเล่นดนตรี ศิลปะการต่อสู้ และป้องกันตัว ที่มีทั้งความสนุกสนานและความเป็นตัวเอง

พรอซซ่า-ธัญกัญจน์ วณิชย์ชัชวาลกุล เยาวชนไฟ-ฟ้า ประชาอุทิศ รุ่นพี่ไฟ-ฟ้า รุ่นที่ 1เจ้าของผลงาน “เด็กยิ้มศิลปะ” การสเก็ตช์ภาพด้วยปากกาสีเมจิก เผยว่า “ความสวยงามของเด็กธรรมดา ก็คือสิ่งที่เด็กคนนั้นเป็นตัวของเขาเองหลังจากได้รู้จักที่นี่ ทำให้มีความคิดที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการรู้จักแบ่งปัน ยามว่างหนูจะแบ่งเวลาไปเป็นครูผู้ช่วยสอนงานศิลปะให้แก่น้องๆ ที่ศูนย์ไฟ-ฟ้า และโรงเรียนสอนศิลปะใกล้บ้าน เพราะอยากทำเพื่อคนอื่นบ้างค่ะ”

นัด-ไธพัตย์ วรรณา เยาวชนไฟ-ฟ้า ประดิพัทธ์ รุ่นพี่ไฟ-ฟ้า รุ่นที่ 5 เจ้าของผลงานอาหารเมนูสร้างสรรค์ลาซานญ่า สูตรซอสต้มยำ เผยว่า “เมื่อก่อนผมทำอาหารไม่เป็นเลยครับ แต่ผมชอบกิน และอยากทำอาหารเป็นผมได้รู้จักศูนย์ไฟ-ฟ้า เพราะเพื่อนแนะนำ ทำให้ผมได้รู้ว่าตัวเองชอบทำอาหาร และตัดสินใจเลือกเรียนในสาขาการจัดการโรงแรม ในอนาคตผมอยากเป็นเชฟที่ประสบความสำเร็จ มีร้านอาหารเป็นของตัวเองด้วยครับ”

ปลาย-พรรณวรรณ ยมนา เยาวชนไฟ-ฟ้า จันทน์ รุ่นพี่ไฟ-ฟ้า รุ่นที่ 3 เจ้าของผลงานการเพ้นท์ผ้าพันคอ ลายอัตลักษณ์ชุมชนย่านสาทร เผยว่า “การเพ้นท์ผ้าพันคอลายอัตลักษณ์ชุมชนย่านสาทร มาจากการเรียนคลาสดีไซน์เสื้อผ้า ทำให้รู้จักการออกแบบลายผ้าด้วยการเพ้นท์ลาย และเลือกลายที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนย่านสาทร ที่มีความเป็นไทยมาแสดง สำหรับในอนาคตอยากเป็นดีไซเนอร์”

ความสำเร็จของกิจกรรม “FAI-FAH ART FEST 2018 เด็กธรรมดา คือสิ่งที่สวยงาม เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่อาสาสมัครทีเอ็มบี ยังคงมุ่งมั่นก้าวเดินต่อไป เพื่อร่วมทำให้ชุมชนในสังคมได้เปลี่ยนแปลงวิธีคิดเปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น เหมือนเยาวชนไฟ-ฟ้า ที่ช่วยย้ำความเชื่อมั่นว่า เมื่อใดที่ความคิดในชุมชนเริ่มเปลี่ยน ชีวิตย่อมเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน

ธัญกัญจน์ วณิชย์ชัชวาลกุล โชว์ฝีมือวาดภาพเหมือน

ธัญกัญจน์ วณิชย์ชัชวาลกุล โชว์ฝีมือวาดภาพเหมือน

ไธพัตย์ วรรณา อนาคตเชฟชื่อดัง

ไธพัตย์ วรรณา อนาคตเชฟชื่อดัง

พรรณวรรณ ยมนา ว่าที่เจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอ

พรรณวรรณ ยมนา ว่าที่เจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอ

มหิดลจัดคอนเสิร์ตออร์เคสตราระดับโลก Berliner Philharmoniker เต็มวงครั้งแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372379

มหิดลจัดคอนเสิร์ตออร์เคสตราระดับโลก Berliner Philharmoniker เต็มวงครั้งแรกในไทย

มหิดลจัดคอนเสิร์ตออร์เคสตราระดับโลก Berliner Philharmoniker เต็มวงครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีคลาสสิก ครั้งแรกครั้งเดียวในไทยจัดคอนเสิร์ตระดับโลกBerliner Philharmoniker วงออร์เคสตราที่ดีที่สุดวงหนึ่งของโลกจากเยอรมนีแสดงเต็มวง และวาทยกรชั้นนำ พร้อมหนุนวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย หรือ TPO สร้างความสุขให้คอเพลงคลาสสิกตลอดปี

ศาสตราจารย์นายแพทย์บรรจงมไหสวริยะ รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยมหิดล มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้จัดการแสดงคอนเสิร์ตออร์เคสตรา Berliner Philharmoniker ซึ่งเป็นวงออร์เคสตราที่ดีที่สุดวงหนึ่งของโลกจากประเทศเยอรมนี พร้อมด้วย Gustavo Dudamel วาทยกรชั้นนำมากความสามารถที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเป็นที่กล่าวขานและถูกจับตามองมากที่สุดในเวลานี้ โดยการแสดงคอนเสิร์ต Berliner Philharmoniker in Bangkok with Gustavo Dudamel จะมีขึ้นในวันที่9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.30 น.ณ หอแสดงดนตรีมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

“ในฐานะที่มหิดลเป็นมหา-วิทยาลัยที่มุ่งเน้นการสร้างความเป็นเลิศทางด้านสุขภาพ ศาสตร์ ศิลป์ และนวัตกรรมบนพื้นฐานของคุณธรรม เพื่อสังคมไทยและประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ เรามีวัตถุประสงค์ในการจัดงานนี้เพื่อพัฒนาวงการดนตรีของไทย โดยเฉพาะวงการดนตรีคลาสสิกของไทย ซึ่งการจัดการแสดงดนตรีระดับโลกจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ พัฒนาขีดความสามารถของตนเอง เพื่อก้าวสู่การเป็นนักดนตรีหรือวาทยกร ระดับโลก หรือ เป็นสุดยอดในสิ่งที่ตัวเองต้องการจะเป็น ซึ่งการแสดงครั้งนี้จะเกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ได้ หากไม่มี มหิดลสิทธาคาร หอแสดงดนตรีระดับโลกแห่งเดียวในประเทศไทยซึ่งมีมูลค่าก่อสร้างรวมถึงระบบเครื่องเสียงระดับโลกกว่า 1,500 ล้านบาท รองรับผู้ชมถึง 4,000 คน ซึ่งวงออร์เคสตราระดับโลกให้การยอมรับ”

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูลประธานวงดุริยางค์ ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับวันนี้นอกจากเป็นงานเปิดตัว Berliner Philharmoniker พร้อมด้วยวาทยกรมากความสามารถ Gustavo Dudamelผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นเป็นที่กล่าวขานและถูกจับตามองมากที่สุดแล้ว ยังเป็นการเปิดการแสดงฤดูกาลที่ 14 ของวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยหรือ TPO (Thailand Philharmonic Orchestra) โดยหนึ่งในแผนงานที่สำคัญคือการส่งเสริมให้สังคมมีความสุขที่มีโอกาสได้รับฟังดนตรีคุณภาพสูงจากวง Thailand Philharmonic Orchestra เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรวมถึงเยาวชนได้รู้จัก TPO และได้ฟังผลงานของ TPO มากขึ้น

ในฤดูกาลที่ 14 การแสดงคอนเสิร์ตวง Thailand Philharmonic Orchestra มีความหลากหลายมากขึ้นมีการผสมผสาน มีเพลงในรูปแบบต่างๆและยังคงคุณค่าของเพลงคลาสสิกให้ผู้ชมที่เป็นแฟนเพลงคลาสสิกได้ฟังมีคอนเสิร์ตที่ผสมผสานเพลง popular เพื่อขยายโอกาสสู่ผู้ฟังหน้าใหม่ ทั้งคอนเสิร์ตที่เกี่ยวเนื่องกับสังคม เป็นคอนเสิร์ตครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันในการมาฟังคอนเสิร์ตอีกด้วย”

ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ กล่าวเสริมว่า “วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ดนตรีคลาสสิกที่ดีที่สุดจากวง Berliner Philharmoniker ครั้งนี้พวกเขาจะนำผลงานบทประพันธ์ชิ้นเอก Symphony no. 5 ของ Gustav Mahler เป็นบทประพันธ์ที่มีผู้รักและชื่นชอบมากที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก โดย Herbert von Karajan วาทยกรชั้นนำของโลก ที่ได้ทำการแสดงร่วมกับ Berliner Philharmoniker มาอย่างยาวนาน เคยกล่าวถึงผลงานชิ้นนี้เอาไว้ว่า “คุณจะลืมว่าเวลาเดินผ่านไป การแสดงที่ยอดเยี่ยมของ Symphony no.5 นั้นมันคือการเดินทางของประสบการณ์และความยอดเยี่ยมของตอนจบในท่อนสุดท้าย มันแทบจะทำให้คุณหยุดหายใจ

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหา-วิทยาลัยมหิดล ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำประสบการณ์การแสดงดนตรีระดับโลกมาให้ผู้ชมชาวไทยได้สัมผัสกับ Gustavo Dudamel ชาวเวเนซุเอลา วัยเพียง 37 ปี เป็นหนึ่งในวาทยกรชั้นนำซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก เขาได้รับเกียรติเป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของวง LA Philharmonic และถูกเชิญไปเป็นวาทยกรรับเชิญในคอนเสิร์ตสำคัญต่างๆ ในระดับนานาชาติมากมาย Gustavo Dudamel ได้แรงขับเคลื่อนจากความเชื่ออันลึกซึ้งของเขาในพลังทางดนตรีที่ช่วยหล่อหลอมผู้คนเข้าด้วยกัน และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน คอนเสิร์ตในครั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับ Symphony ของ Mahler เขาได้เลือกบทเพลง Divertimento ของ Leonard Bernstein มาร่วมทำการแสดง

ผมเชื่อมั่นว่าการแสดงคอนเสิร์ต Berliner Philharmoniker in Bangkok จะเป็น “Once in a Life Time Experience” และเป็นหนึ่งในการแสดงดนตรีครั้งประวัติศาสตร์ของเมืองไทยที่ทั้งคอเพลงคลาสสิกและผู้ชื่นชอบดนตรีทุกประเภทไม่ควรพลาด เพราะจะเป็นที่จดจำและกล่าวขานกันอีกนาน เนื่องจากอาจเป็นการแสดงดนตรีคลาสสิกระดับโลกครั้งเดียวในเมืองไทย ในหอการแสดงดนตรีสิทธาคารที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม และมีระบบเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับเอเชีย”

คอนเสิร์ตวงออร์เคสตราระดับโลก Berliner Philharmoniker เปิดจำหน่ายบัตรที่หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดลและเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรไทยทิกเก็ตเมเจอร์ 13 สาขา หรือ www.thaiticketmajor.com

50 สาววัยใส‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2018 บาย ชาเม่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372377

50 สาววัยใส‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2018 บาย ชาเม่’

50 สาววัยใส‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2018 บาย ชาเม่’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

50 สาววัยทีนเวที “มิสทีน ไทยแลนด์ 2018 บาย ชาเม่” โดดเด่นด้วยคุณสมบัติครบครัน ทั้งความน่ารัก สดใส ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพ ความสามารถตามแบบฉบับสาววัยทีนรุ่นใหม่ ร่วมกิจกรรมเก็บตัวและทำหน้าที่ตัวแทนเยาวชนส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน ก่อนเข้าสู่รอบตัดสินในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ ณ ชั้น 5 บีซีซี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

เวทีการประกวด “มิสทีน ไทยแลนด์ 2018 บาย ชาเม่”เวทีอันดับหนึ่งของสาววัยทีนเมืองไทย ได้ทำการคัดเลือกสาววัยทีนในรอบ 50 คนสุดท้ายอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้ 50 สาววัยทีนที่นอกจากจะมีความน่ารักสดใสแล้ว ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ และพร้อมจะถูกเจียระไนให้เจิดจรัสบนเวทีแห่งนี้ดั่งคอนเซ็ปต์ “The Precious Diamond” (เดอะ พรีเชียส ไดมอน)

สาววัยทีนจากทั่วประเทศ เดินทางมารายงานตัว พร้อมแสดงความสามารถกันเต็มที่ ทั้งแสดงละคร ร้องเพลง รำ พิธีกร เล่นกีตาร์ กีฬา ฟ้อนเทียน มวยไทย คาราเต้ ลีลาศ บัลเลต์ ฯลฯ ซึ่งมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมคัดเลือก นำโดย วิลักษณ์ โหลทองประธานการจัดการประกวด และประธานบริหาร บริษัท คอร์โนแอนด์ แนช จำกัด, เมย์-มาริษา ฮอร์น โหลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีแอนด์เอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของและครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์แบรนด์มาริฮอร์น มาพร้อมกับ มาวิน และ มาริลินฮอร์น โหลทอง, วรรคสร โหลทอง รองประธานการจัดการประกวดฯ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสปอร์ต ดิจิตอล มีเดีย จำกัด, พร้อมด้วย นลินา ชยสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จังก้า บางกอก จำกัด, ชัยอนันต์ สร้อยจำปา ผู้กำกับ บริษัท จังก้า บางกอก จำกัด, ปทิตตา ถิ่นรัตน์ Casting Director โฆษณา/ซีรี่ส์และภาพยนตร์ชื่อดัง ร่วมด้วยผู้สนับสนุน ฯลฯ และยังมี ฮาน่า ลีวิสมิสทีน ไทยแลนด์ 2010, มุกดา นรินทร์รักษ์ มิสทีน ไทยแลนด์ 2011, มายด์-พัฒนิดา พุ่มชูแสง มิสทีน ไทยแลนด์ 2014 รุ่นพี่ มิสทีนไทยแลนด์ ที่เดินทางมาเป็นคณะกรรมการและให้กำลังใจครั้งนี้

จากนั้นกองประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ 2018 บาย ชาเม่ได้ประกาศรายชื่อสาววัยทีนที่ผ่านเข้าสู่รอบ 50 คนสุดท้าย ที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติครบครัน ทั้งความน่ารัก สดใส ปฏิภาณไหวพริบบุคลิกภาพ ความสามารถ ตามแบบฉบับสาววัยทีนรุ่นใหม่ อาทิ นักกีฬาทีมชาติไทยคาราเต้ นักลีลาศระดับประเทศ เยาวชนดีเด่น ฯลฯ ได้แก่ แต๋ม-อาพิชชนันท์ ติปยานนท์, ฟ้า-จิดาภา ลิ้มรัตนดำรงค์, น้ำฝน-พัณณ์ชิตา สุจิมา, แก้ม-พณิดา ตั้งตระกูลเจริญ, เจนิส-เจนิส ฮุ่ย ซิน เฉิน, ใบเฟิร์น-ศรุตา ประทีป ณ ถลาง, มุก-นุชวราเทียนประทีปทอง, ริต้า-ริต้า บัตตาลญีโน, กีต้าร์-พรหมพรพรหมมาภิรมย์, ต้นหวาย-รวิสรา ดอกบัว, เอฟฟี่-วรรณรดาเพชรชำนาญ, เอม-เอมลี กิลด์, น้ำหวาน-วนัสนันท์ อยู่คง, ใบบัว-สวิตตา คำฝอย, โนนี่-โนนี่ เน็ทแฮ่ม, ลีน่า-อาลีน่า โซลเนอร์, พิม-พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ, พลอย-กัญญรัตน์ เรืองรุ่ง, มายด์-มาริสา มาเรีย โชลล์, วาเนสซ่า-ณัฐชา เวงค์, กริช-ภัทธิชาร์ เดลี่, แบม-พรพรรณ แซงจันดา, แบมแบม-บุตรี กัลย์จารึก, รีเบ็คก้า-รีเบ็คก้า ภาวิณี เพเกน, ใบตอง-บัณทายมาศ ยอดเจริญ, พีช-พิชญ์อรวนรัตน์, แบลล์-ปัณฑา ฉัตรดอกไม้ไพร, ขนุน-มัญชุสา แก้วผลึก,ลิซ่า-อลิซา เเอน ไฮน์ส, เนย-กมลวรรณ หมื่นสมบัติ, มิลค์-ปนัญญา เอี่ยมอุไร, เลม่อน-อนัญญดา บูรพรนุสรณ์, เบนซ์-ชนกนันท์ เสนปิ่น, แบม-อัญมณี ขัติยนนท์, ตั๋งตั๋ง-ตวงพร รัตนมาลัย,พรีม-กัลธิชา ฤดีสายเจริญสุข, แป้ง-นริศรา วีระเดชะ, ลาร่า-ศรินธรณ์แบรนสตัน, สงกรานต์- จิราวรรณ พงษ์ปราโมทย์, จัสมีน-จัสมีน ริชเทอร์, แพร-พิมพ์อารยา อรรถวิภัชน์, นนนี่-กิรณา ญาณีมรุจนา, องุ่น-กัญญาวาท พร้อมทรัพย์ศรี, น้ำตาล-ปัณฑิตา วัฒนาศรีเรืองกุล,เมย์-เมลิสซ่า บอนเน็ต, กวาง-วรางคณา จับศรทิพย์, จีน่า-อภัสสรา สนแสบ, เฟื่อง-กาณฑ์ณิศา สุขุมฐีรวัฒน์, เดียร์-ชนิกานต์ เหลืองจันทึก และทราย-ปรียาภรณ์ ปั้นบุญ

ทั้งนี้ สาววัยทีนทั้ง 50 คน กำลังเข้าร่วมกิจกรรมเก็บตัวกับทางกองประกวด ที่จังหวัดลำพูน ทั้งการพัฒนาบุคลิกภาพ เรียนการแสดง เวิร์กช็อปกับทางผู้สนับสนุน รวมถึงไฮไลท์เวิร์กช็อปการดูแลผิวพรรณความงามจาก “ชาเม่” ผู้สนับสนุนหลักการประกวด ฯลฯ รวมทั้งเป็นตัวแทนเยาวชนส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน จากนั้นจะเข้าสู่การประกวด “รอบสื่อมวลชน”ในวันที่ 30 ตุลาคม 2561 และ รอบตัดสินการประกวด มิสทีนไทยแลนด์ 2018 บาย ชาเม่ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ณ ชั้น 5บีซีซี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดการประกวดทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 HD เวลา 23.10-01.10 น. ติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ทาง www.missteenthailand.com, Facebook/IG/Youtube : missteenthailand

ป้องกันโรคยุค 4.0 ประชาชนต้องรู้เท่าทันด้านสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372362

ป้องกันโรคยุค 4.0 ประชาชนต้องรู้เท่าทันด้านสุขภาพ

ป้องกันโรคยุค 4.0 ประชาชนต้องรู้เท่าทันด้านสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 11 พ.ศ. 2561 กระตุ้นสังคมไทยรู้เท่าทันสุขภาพ ลดการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ พร้อมกำกับดูแลอีสปอร์ตปกป้องเด็กและเยาวชนไทย ขยายพื้นที่สาธารณะเพื่อประชาชน และการคุ้มครองผู้บริโภคทางทันตกรรม หลังพบโลกยุค 4.0 เติบโตพร้อมโรคจากพฤติกรรมผู้บริโภค คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เตรียมจัดเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 11 พ.ศ.2561 วันที่ 12-14 ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

นพ.กิจจา เรืองไทย ประธาน คจ.สช. เปิดเผยว่า สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพ ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ปีนี้ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 11 จัดภายใต้แนวคิดหลัก“รู้เท่าทันสุขภาพ ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ” เน้นย้ำความสำคัญของระบบสุขภาพในโลกยุค 4.0 ที่โรคหลายชนิดเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น ผู้บริโภคจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการดูแลตนเอง ท่ามกลางข้อมูลข่าวสารยุคดิจิทัลที่ท่วมท้นและสื่อสารถึงกันอย่างรวดเร็ว ปี 2561 จึงมีระเบียบวาระสำคัญ 4 เรื่องที่จะเข้าสู่การพิจารณาเพื่อเสนอนโยบายสาธารณะในการจัดการปัญหา ได้แก่ 1.ความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อ 2.การร่วมสร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะในเขตเมืองเพื่อสุขภาวะสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน 3.ความรับผิดชอบร่วมทางสังคมเกี่ยวกับอีสปอร์ตต่อสุขภาวะเด็ก และ 4.การคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการทันตกรรม

“ระเบียบวาระที่จะพิจารณากันในปีนี้ จะเป็นการเสนอทางออกของโรคที่ป้องกันและจัดการได้ด้วยการปรับวิถีชีวิตของประชาชน โดยจะเห็นได้ว่าทั้ง 4 เรื่องล้วนสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนในยุคดิจิทัลทั้งสิ้น ปีนี้เราจึงได้ขยายกลุ่มสมาชิกไปยังภาคีเครือข่ายคนรุ่นใหม่ นิสิต นักศึกษา และผู้นำท้องถิ่นต่างๆ เพื่อให้เกิดพลังการขับเคลื่อนมติไปสู่การปฏิบัติในอนาคตด้วย ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้จะมีภาคีเครือข่ายและผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน”

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข อดีตประธาน คจ.สช. ปี 2559-2560 ปัจจุบันเป็น กรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า

“ในโอกาสที่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ จะเริ่มในวันที่ 12 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสากล หรือ Universal Health Coverage Day (UHC Day) ที่สหประชาชาติประกาศไว้ เราจึงจะนำเอาความสำเร็จของระบบหลักประกันสุขภาพไทยซึ่งตั้งแต่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ก็มีมติที่เกี่ยวข้องเรื่องความสามารถในการเข้าถึงและได้รับบริการสาธารณสุขมารายงาน และถือเป็นการเปิดงาน UHC Day ครั้งที่ 2 ในประเทศไทยไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนผลการขับเคลื่อนมติที่สำคัญ เช่น การจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ การแก้ไขอุบัติเหตุทางถนน และกลุ่มมติเรื่องการควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อด้วย”

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า “การขับเคลื่อนกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในทุกระดับได้ และสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 11 นี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่มุ่งสู่ทศวรรษที่ 2 ได้อย่างเข้มแข็งและนำไปสู่ก้าวที่ยั่งยืนของสมัชชาสุขภาพต่อไป เพราะสุขภาพเป็นมิติที่กว้างครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย ใจ สังคมและสุขภาพทางปัญญา การพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคและประชาชนให้รู้เท่าทันสุขภาพ จำแนกแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้อง หรือหลอกลวงได้มีทัศนคติมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว มีจิตสาธารณะและเชื่อมั่นว่าประชาชนมีความสามารถที่จะร่วมเสนอนโยบายในการดูแลสุขภาพ จึงเป็นประเด็นสำคัญ”

สำหรับรายละเอียดของระเบียบวาระ 4 ประเด็นที่จะมีการพิจารณากันนั้นผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ เลขานุการคณะทำงานฯระเบียบวาระ “ความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อ” กล่าวว่าการจัดการปัญหาโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานโรคมะเร็ง และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยก่อนวัยอันควรจำนวนมาก จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการสร้างความรู้เท่าทันด้านสุขภาพให้แก่ผู้ป่วยและผู้บริโภค ให้ประชาชนมีความสามารถในการค้นหาคำตอบ เข้าถึงแหล่งข้อมูล ตรวจสอบ ทำความเข้าใจ และนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์และความจำเป็น โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาระบบจัดการและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสุขภาพ ส่งเสริมกิจการที่รับผิดชอบต่อสังคม พัฒนาชุดสิทธิประโยชน์หลักด้านสุขภาพและขับเคลื่อนนโยบายเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านกลไกระดับชาติและพื้นที่ และส่งเสริมการวิจัยระบบสุขภาพเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตและสามารถลดภาระงบประมาณที่ใช้ในระบบสุขภาพได้อีกด้วย

การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้ง 11 พ.ศ.2561 ในปีนี้ นอกจากการพิจารณา 4 ระเบียบวาระสำคัญ และรายงานผลสำเร็จการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมาแล้ว ยังมีกิจกรรมน่าเรียนรู้ และร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ทั้งนิทรรศการที่บอกเล่าหลากหลายเรื่องราวในลานสมัชชาสุขภาพ และห้องเสวนานโยบายสาธารณะที่น่าสนใจ เช่น “ธนาคารเวลา: นโยบายสร้างจิตอาสาในสังคมผู้สูงอายุ”, “สิทธิด้านสุขภาพของกลุ่มประชากรเปราะบางกลุ่มผู้ต้องขังหญิง” เป็นต้น ประชาชนผู้สนใจสามารถเข้าร่วม และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.samatcha.org

‘รพ.จุฬาลงกรณ์’ เปิดตัวคู่มือ ‘ตำราเวชศาสตร์ผู้สูงวัย’ เผยเทคนิคการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372363

‘รพ.จุฬาลงกรณ์’ เปิดตัวคู่มือ ‘ตำราเวชศาสตร์ผู้สูงวัย’ เผยเทคนิคการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

‘รพ.จุฬาลงกรณ์’ เปิดตัวคู่มือ ‘ตำราเวชศาสตร์ผู้สูงวัย’ เผยเทคนิคการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงวัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดงานเสวนาเปิด “ตำราเวชศาสตร์ผู้สูงวัย” คัมภีร์การดูแลสุขภาพผู้สูงวัยแบบครบวงจรและมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพของผู้สูงวัย รวมถึงกิจกรรมการแสดงของกลุ่มผู้สูงวัยภายในงาน ณ อาคาร ส.ธ.

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ทำให้การบริการทางการแพทย์ต้องมีการปรับตัวเช่นเดียวกัน ผู้สูงอายุต้องการบริการและการดูแลมากขึ้น ขณะที่ต้องเตรียมผู้สูงอายุให้มีบทบาทสำคัญในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม การศึกษามากขึ้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาและประเมินด้านสุขภาวะของผู้สูงวัยที่ต้องมุ่งเน้นการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมผู้สูงวัยทุกด้าน เพื่อให้ผู้สูงวัยทุกคนได้ใช้ชีวิตในวัยชราอย่างมีคุณภาพ

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สนับสนุนการดำเนินงานด้านสุขภาพของผู้สูงวัย ได้ มีการจัดตั้ง “กองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย” และจัดสร้าง “อาคาร ส.ธ.” เพื่อเป็นศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านผู้สูงวัยแบบบูรณาการครบวงจร และเป็นต้นแบบของสังคมไทยในการดูแลผู้สูงวัย จนนำมาสู่การก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และเตรียมความพร้อมการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อลดการพึ่งพิงผู้อื่น

กิจกรรมโดยศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ เน้นการเสริมสร้างสุขภาพผู้สูงวัยในทุกๆ ด้าน และการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นในผู้สูงวัย เพื่อเป็นแหล่งฝึกอบรมบุคลากร ทั้งนี้ได้รวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงวัยจัดทำเป็น “ตำราเวชศาสตร์ผู้สูงวัย”คู่มือการดูแลผู้สูงวัยอย่างครบวงจร ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขสามารถนำมาใช้อ้างอิงในการดูแลผู้ป่วยตลอดจนการทำวิจัยด้านผู้สูงวัย นอกจากเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อตัวผู้สูงวัยในการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง รวมถึงผู้ดูแลและผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัย นับว่าเป็นคู่มือในการเตรียมความพร้อมในการป้องกัน การดูแลรักษาและฟื้นฟูภาวะต่างๆ ของผู้สูงวัย เพื่อให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตในวัยชราอย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

ศ.นพ.เกื้อเกียรติ ประดิษฐ์พรศิลป์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ตำราเวชศาสตร์ผู้สูงวัย ประกอบด้วยองค์ความรู้ผู้สูงวัย 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 เป็นองค์ความรู้ความเปลี่ยนแปลงด้านสรีรวิทยาของผู้สูงวัย ส่วนที่ 2 เป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับปัญหาผู้สูงวัย และแนวทางการดูแลแก้ไข ส่วนที่ 3 เป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคหรือภาวะเฉพาะของระบบต่างๆ ที่เป็นปัญหาของผู้สูงวัย และส่วนที่ 4 เป็นส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงวัยด้านจิตวิญญาณและการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัย เป็นต้น

นอกจากการจัดทำตำราเวชศาสตร์เพื่อผู้สูงวัยแล้ว ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุยังคงมุ่งเน้นตามพันธกิจที่จะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมผู้สูงวัยสุขภาพดี ชะลอความเสื่อม และลดภาวะพึ่งพิงของผู้สูงวัยต่อผู้อื่น มีการจัดตั้ง คลินิกผู้สูงวัยสุขภาพดี เพื่อสร้างเสริมการดูแลสุขภาพและประเมินปัญหาด้านสุขภาพของผู้สูงวัยตั้งแต่เริ่มต้น ให้ผู้สูงวัยสามารถดูแลตนเองให้ได้นานที่สุด สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อ.นพ.ไอศวรรย์ เพชรล่อเหลียน หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์ผู้สูงวัยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงวัย กล่าวถึง อายุที่มากขึ้นมักมาพร้อมกับโรคประจำตัวต่างๆ โดยเฉพาะโรคกลุ่ม NCD เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงไขมันสูง ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงภาวะสมองเสื่อม กุญแจสำคัญของการป้องกันและรักษาโรคกลุ่มนี้ คือการปรับวิถีชีวิตให้มีความสมดุลของร่างกายและจิตใจ ด้วยการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร การดูแลอารมณ์ การพักผ่อนและการพบปะสังสรรค์เข้าสังคม ความท้าทายคือทำอย่างไร จึงจะผสานองค์ความรู้ทางวิชาการ เข้ากับศิลปะในการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละบุคคลได้

อ.นพ.ภรเอก มนัสวานิช อาจารย์ประจำฝ่ายเวชศาสตร์ครอบครัว ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงวัย กล่าวถึง การสร้างเสริมสุขภาพสำหรับวัยสูงอายุ ควรเริ่มตั้งแต่ในช่วงวัยผู้ใหญ่ ประกอบด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย ควบคุมโรคประจำตัว ฉีดวัคซีนป้องกันโรค การฝึกสมองและการเข้าสังคม

พิธีเดินเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372357

พิธีเดินเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า

พิธีเดินเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ จังหวัดเชียงรายจัดพิธีเดินเทิดพระเกียรติและถวายสดุดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ 21ตุลาคม 2561 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงงานอย่างทุ่มเทในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของปวงชนชาวไทยและชาวไทยภูเขา โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย

การเดินขบวนเทิดพระเกียรติในครั้งนี้ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล และคณะเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นำขบวนจากบริเวณสามแยกบ้านพักรับรองไปจนจบที่บริเวณหน้าอาคารอเนกประสงค์ของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ โดยมีเครื่องสักการบูชาอย่างพานพุ่มดอกไม้สด ต้นเทียน ต้นผึ้ง โดยมีประชาชนจากทุกภาคส่วน อาทิ ภาครัฐภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และสาธารณชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก รวมถึงชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่บนดอยตุง