สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เตรียมจัดประชุมวิชาการ ระดับนานาชาติทางด้านอินทรีย์เคมีขั้นสูงในภูมิภาคเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372380

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เตรียมจัดประชุมวิชาการ ระดับนานาชาติทางด้านอินทรีย์เคมีขั้นสูงในภูมิภาคเอเชีย

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เตรียมจัดประชุมวิชาการ ระดับนานาชาติทางด้านอินทรีย์เคมีขั้นสูงในภูมิภาคเอเชีย

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ โปรดให้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติทางด้านอินทรีย์เคมีขั้นสูงในภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 13The 13th International Conference on Cutting-Edge Organic Chemistry in Asia (ICCEOCA-13) ระหว่างวันที่ 1- 4 พฤศจิกายน2561 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ กรุงเทพฯ

ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ไทย และเพื่อสนองพระราชปณิธาน และแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงทรงใช้เวลาตลอด 31 ปี นับตั้งแต่ทรงก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เมื่อ พ.ศ.2530 จนถึงปัจจุบัน ในการแสวงหาความรู้และความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ นอกจากนั้น ยังทรงคำนึงถึงความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งนับเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียโดยรวม อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จึงทรงส่งเสริมให้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เป็นแกนนำความร่วมมือทั้งในรูปแบบของงานวิจัยร่วมการประชุมวิชาการ และการแลกเปลี่ยนนักวิจัย โดยได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักอินทรีย์เคมีในประเทศสมาชิก เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยของไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ โดยมีสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เป็นศูนย์กลาง (HUB) ภายในประเทศ โดยทรงเป็นหัวหน้าโครงการความร่วมมือทางวิชาการในสาขาวิชาอินทรีย์เคมีในภูมิภาคเอเชีย (Asian Core Program (ACP) : Cutting-Edge Organic Chemistry in Asia) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2548 จากความร่วมมือของสถาบันการศึกษาชั้นนำ 7 ประเทศ และ 1 เขตการปกครองพิเศษ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีนสาธารณรัฐเกาหลี ประเทศไทย สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) สาธารณรัฐสิงคโปร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โครงการความร่วมมือทางวิชาการฯนี้ ได้จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเป็นสื่อกลางในการนำเสนอผลงานวิจัยที่มีความโดดเด่นของนักวิจัยในกลุ่มประเทศสมาชิก ทำให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดผลงานวิจัย ยกระดับคุณภาพงานวิจัยด้านอินทรีย์เคมีในภูมิภาคเอเชียให้ทัดเทียมกับภูมิภาคอื่นๆ

สำหรับในปีพ.ศ. 2561 นี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดให้ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติทางด้านอินทรีย์เคมีขั้นสูงในภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 13 (The 13thInternational Conference on Cutting-Edge Organic Chemistry in Asia) หรือ ICCEOCA-13 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

ทั้งนี้ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้รับเกียรติจัดการประชุม ICCEOCA-4 มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อพ.ศ.2552 โดยการประชุมวิชาการฯ ICCEOCA ครั้งที่ 13 นี้ จะเป็นการรวมตัวของนักวิจัย คณาจารย์ที่มีผลงานวิจัยอันโดดเด่น และมีความเชี่ยวชาญด้านอินทรีย์เคมี และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากภูมิภาคเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่า 200 คน เข้าร่วมนำเสนอผลงานความก้าวหน้าทางการวิจัย วิทยาการ และเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างกว้างขวาง นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ การมอบรางวัล Lectureship Awards แก่ผู้ที่นำเสนอผลงานวิจัยยอดเยี่ยม โดยนักวิจัยที่ได้รับรางวัลนี้จะได้มีโอกาสเดินทางไปเผยแพร่ความก้าวหน้างานวิจัยของตนเอง อีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยอภิปรายแลกเปลี่ยน ความรู้ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือทั้งการวิจัยและสร้างเครือข่ายกับนักวิจัยและคณาจารย์ชั้นนำในกลุ่มประเทศสมาชิก ในขณะที่ประเทศไทยจะได้นำงานวิจัยที่ทำขึ้นภายในประเทศ ออกเผยแพร่ให้แก่นักวิชาการในต่างประเทศด้วย

จากพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ไทย ในการเข้าร่วมโครงการความร่วมมือทางวิชาการในสาขาอินทรีย์เคมีในภูมิภาคเอเชีย ดังกล่าว ส่งผลโดยตรงต่อวงการวิทยาศาสตร์ไทยเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากการเติบโตของเครือข่ายวิจัยภายในประเทศ และโครงการนี้ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำคัญให้นักวิทยาศาสตร์ไทยได้มีปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงกับนักวิทยาศาสตร์ จากประเทศสมาชิกอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย นำไปสู่ความร่วมมือด้านการวิจัยจากเครือข่ายวิจัยของกลุ่มประเทศสมาชิกอันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว นับว่าเป็นโอกาสอันดีของนักวิจัยไทยที่จะได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความก้าวหน้าทางการวิจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย เพื่อยกระดับการวิจัยให้มีความเข้มแข็ง และมีความก้าวหน้า ทัดเทียมประเทศอื่นๆ รวมไปถึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิจัยกับนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย อีกด้วย

การประชุมวิชาการระดับนานาชาติทางด้านอินทรีย์เคมีขั้นสูงในภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 13The 13th International Conference on Cutting-Edge Organic Chemistry in Asia (ICCEOCA-13) จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-4พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ ผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หมายเลขโทร.02-5541902 โทรสาร 02-5538572 อีเมล์: icceoca13@cri.or.th หรือ https://icceoca13.cri.or.th

10 เล่มไฮไลท์งานมหกรรมหนังสือระดับชาติปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372353

10 เล่มไฮไลท์งานมหกรรมหนังสือระดับชาติปีนี้

10 เล่มไฮไลท์งานมหกรรมหนังสือระดับชาติปีนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 23 เริ่มขึ้นแล้ว ไม่ว่าคุณจะมีหนังสือที่อยากอ่านอยู่ในใจ หรือยังไม่มี แนะนำ 10 เล่มไฮไลท์ชวนอ่าน ที่หยิบซื้อได้เลย ไม่ต้องพูดเยอะ ตรงมาที่ บูธ นานมี บุ๊คส์ A12 โซน Plenary Hall (ที่เดิม) ศูนย์การประชุมแห่งชาติ มาดูกันเลยว่ามีเล่มไหนบ้าง

1.ครอบครัวตึ๋งหนืดเล่ม 32 ตอนโค้ชตึ๋งหนืดตืดระเบิด การ์ตูนขวัญใจมหาชน ที่เด็กๆ ตั้งตาคอย หลังจากห่างหายจากเล่ม 31 มานานถึง 10 เดือน ครั้งนี้โทรุและครอบครัวตึ๋งหนืดกลับมาพร้อมกับการเป็นโค้ชสอนเทคนิคการประหยัดที่ทำเองได้ง่ายๆสไตล์ตึ๋งหนืด เช่น บัญชีรายรับ-จ่าย การรวบรวมใบเสร็จรับเงินคือสมบัติล้ำค่า รวมถึงเคล็ดลับดูแลสุขภาพหน้าหนาว ฯลฯ รับรองความสนุกปนฮาแฝงสาระสมกับที่รอคอย

2.สักวาฉันเป็นใครใครรู้บ้าง หนังสือรวมกลอนสักวาเขียนโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ มีจุดเด่นที่กลอนแต่ละบทถามปริศนาตัวละครในนิทานพื้นบ้านและวรรณคดีไทย 60 ตัว ผสมผสานคำสมัยใหม่ร่วมกับบทกลอนสุดเก๋าที่แต่งขึ้นมาได้อย่างลงตัว ให้เด็กๆ (และผู้ใหญ่) ลองทายกันสนุกๆ พร้อมความรู้เรื่องวรรณคดีไทย

3.ใครดีที่สุด อีกหนึ่งผลงานใหม่ของนักเขียนมือรางวัล สุมาลีวรรณกรรมเยาวชนที่สอนให้เด็กๆ รู้จักแนวคิดประชาธิปไตย และสนับสนุนการยอมรับความแตกต่างไปพร้อมกับเหล่าลูกสัตว์ป่าเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งว่า “ใครดีที่สุด” ในสวนสัตว์แห่งนี้อีกทั้งมีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้มีโอกาสออกเสียงด้วยบัตรเลือกตั้งอีกด้วย

4.ทุกโจทย์มีคำใบ้ ยากแค่ไหนก็ทำได้ คณิตศาสตร์ ม.1-ม.3 หนังสือแบบฝึกหัดสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีหน้าปกเหมาะกับวัยใส ฉีกกฎหน้าปกแบบฝึกหัดเครียดๆ แต่ละบทมีแบบทดสอบทบทวนแบ่งตามเนื้อหา พร้อมคำใบ้ว่าโจทย์นี้ต้องหาคำตอบอย่างไร น้องๆ ที่ไม่ถนัดทำโจทย์ รับรองแค่ทำแบบฝึกหัดนี้แค่ 1 หน้าต่อ 1 ครั้ง ก็สามารถเพิ่มทักษะการคำนวณและวิทยาศาสตร์ได้ไม่ยาก

5.ช้างน้อยอั้นฉี่ เชื่อว่าถูกใจคุณพ่อคุณแม่แน่นอน เพราะเด็กๆมักมีพฤติกรรมอั้นฉี่บ่อยๆ ลองมาอ่านเล่มนี้ นอกจากจะช่วยให้ลูกฝึกเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกอยากปัสสาวะแล้ว เด็กๆ ยังได้เห็นความสำคัญของการดื่มน้ำอย่างเพียงพออีกด้วย

6.ซ่อนหาแสนสนุก หนังสือกิจกรรมที่ชักชวนเด็กๆ มาค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ ทั้งสัตว์และสิ่งของให้มองหา ลองจับคู่ หรือนับจำนวนสิ่งที่ซ่อนอยู่ พร้อมต่อยอดไปสู่การตั้งคำถามไม่รู้จบ ช่วยฝึกการสังเกตและสร้างสมาธิให้กับเด็กๆ ได้อย่างดี ออกมาให้เลือกถึง 3 เล่ม ไดโนเสาร์, หมาและแมว และสัตว์ในป่า

7.ทำไงดีเด็กๆ มีเรื่องกลุ้มใจ หนังสือที่รวบรวม 38 ปัญหาหนักอกที่เด็กๆ มักกลุ้มใจพร้อมวิธีแก้ปัญหาตามหลักจิตวิทยาของ Dr.Adlerนักจิตวิทยาเด็กชื่อดัง เน้นวิธีแก้ปัญหา พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ประกอบ เช่น เพื่อนตั้งกลุ่ม LINE แต่ไม่ชวนเรา,ชวนเพื่อนสนิทมาเล่นที่บ้านแต่ถูกปฏิเสธ,ทำอย่างไรให้พ่อแม่เลิกทะเลาะกัน ฯลฯเหมาะกับเด็ก 6-12 ปี รวมถึงคุณครู คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง รู้ไว้จะช่วยแก้ปัญหาให้เด็กๆ หายกลุ้มใจ

8.พ่อแม่จ๋า อย่าโกรธหนู หนังสือขายดีกว่า 4.8 ล้านเล่มในญี่ปุ่น การันตีว่าใช้ได้ผลแล้วกับพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น อัดแน่นด้วยเคล็ดลับการเลี้ยงลูกจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะทำให้ไม่ต้องดุและตีลูกอีกต่อไป เช่น วิธีรับมือกับความหงุดหงิด, ลูกเดินตามตลอดจนทำงานบ้านไม่ได้, เทคนิคการยอมรับลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข ฯลฯ

9.สูตรน้ำผักผลไม้เปลี่ยนชีวิตต้าน 59 โรคร้าย น้ำผักผลไม้สูตรไหนจะช่วยเยียวยาโรคอะไรได้บ้าง เนื้อหารวบรวมสูตรน้ำผักผลไม้แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ตามอาการของโรค เช่น ลดน้ำหนัก บำรุงผิว-ความสวยความงาม คลายเครียด-บำรุงสุขภาพสำหรับคนทำงาน ทุกเมนูทำตามได้ง่ายส่วนผสมหาซื้อได้ทั่วไป มีไว้คู่บ้านไม่ผิดหัวง

10.เมืองมรณะ นวนิยายสืบสวนสอบสวนชุดชาร์ลี พาร์เกอร์ ภาคต่อจาก ต่อหน้า ต่อตาย งานเขียนที่ทำให้ผู้อ่านหลอนจนนอนไม่หลับมาแล้ว เล่มนี้กลับมาเผชิญหน้ากับฆาตกรในตำนานที่หลอกหลอนมาหลายสิบปี อะไรที่ทำให้ชาร์ลีต้องหวนคืนสังเวียนอีกครั้ง

นอกจากเล่มไฮไลท์ที่นำมาแนะนำกันนี้ ยังมีเล่มเด็ดที่ยังไม่ออกในงาน แต่เปิดให้ Pre Order กันล่วงหน้าอีกถึง 5 เล่ม ได้แก่ สัตว์มหัศจรรย์ อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ ต้นฉบับบทภาพยนตร์, นิทานของบีเดิ้ลยอดกวี ฉบับภาพประกอบ 4 สี, 80 วันรอบโลก, ใต้ทะเล 20,000 โยชน์ และ Good Night Stories for Rebel Girls เล่ม 2 พร้อมโปรโมชั่นแรงๆ เฉพาะผู้จองภายในงานเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nanmeebooks.com และ www.facebook.com/nanmeebooksfan สอบถามโทร. 02-662-3000 กด 0

เพลินจิตแฟร์ครั้งสุดท้ายที่สถานทูตอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372355

เพลินจิตแฟร์ครั้งสุดท้ายที่สถานทูตอังกฤษ

เพลินจิตแฟร์ครั้งสุดท้ายที่สถานทูตอังกฤษ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งานเพลินจิตแฟร์ หวนกลับมาสร้างสีสันและความสนุกสนานเพลิดเพลินอีกครั้ง ที่สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของงานดังกล่าว ก่อนที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปจัดขึ้นตามสถานที่อื่นๆ ในรอบ 17 ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้งานเพลินจิตแฟร์จัดขึ้นที่สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2500-2544 โดยปีนี้ได้กลับมาจัดขึ้นที่นี่อีกครั้ง และจะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สถานทูตแห่งนี้จะย้ายไปที่ทำการแห่งใหม่ ทั้งนี้ งานเพลินจิตแฟร์ 2018จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00-19.00 น. ณ สวนในสถานทูตเอกอัครราชทูตอังกฤษ ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร

เพลินจิตแฟร์เ ป็นงานออกร้านที่ใหญ่และดำเนินการมาอย่างยาวนานที่สุดในเอเชีย ซึ่งเปิดโอกาสให้มูลนิธิชุมชนชาวอังกฤษในประเทศไทยเพื่อผู้ด้อยโอกาส (BCTFN) ได้ระดมเงินเพื่อบริจาคให้โครงการเพื่อการกุศลต่างๆ ในประเทศไทยไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลนิธิฯ จดทะเบียนอย่างถูกต้องและมีสถานะเป็นหน่วยงานที่ไม่แสวงผลกำไรในประเทศไทย ภายในงานเพลินจิตแฟร์ เด็กๆ จะได้สนุกสนานไปกับเครื่องเล่นมากมาย ทั้งเรือปั่นด้วยมือ เดินลูกบอลน้ำ ยิงปืน รถไฟแสนสนุก บันจี้จัมพ์ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ เด็กๆ ยังจะได้พบกับซานตาคลอส และเอกกี้ (Eckie) ตัวตลกสัญลักษณ์ประจำงานเพลินจิตแฟร์อีกด้วย

สำหรับคุณแม่ทั้งหลายสามารถถือโอกาสนี้เพลิดเพลินไปกับการช็อปปิ้งที่แผงร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าแฟชั่นกว่า 40 แผง โดยครั้งนี้เทสโก้ เซ็นทรัล ท็อปส์ และบู๊ทส์ จะร่วมออกงานด้วย พร้อมจำหน่ายสินค้ามากมาย นอกจากนี้ หอการค้าอังกฤษยังจัดให้มีการจับสลากรางวัลใหญ่ๆ 30 รางวัล อาทิ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลอนดอน พร้อมที่พัก รวมทั้งบัตรที่พัก ณ รีสอร์ทระดับ 5 ดาว

งานเพลินจิตแฟร์ ดำเนินการโดยอาสามัครของทางมูลนิธิฯ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัทเอกชนต่างๆ เช่น ติดตั้งแผงร้านค้า และเครื่องเล่นต่างๆ นับเป็นกิจกรรมนอกบ้านที่ทุกครอบครัวสามารถเพลิดเพลินได้พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารชั้นเลิศ เครื่องดื่ม และการแสดงบนเวทีมีบริการรับฝากสัมภาระ ตู้กดเงินสด รวมทั้งบริการด้านการพยาบาลจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บัตรจำหน่าย ณ บริเวณทางเข้างาน ราคา 500 บาท สำหรับผู้ใหญ่ เด็กอายุต่ำกว่า 12 เข้าฟรี รายได้จากการจัดงานทั้งหมด จะนำไปช่วยเหลือองค์กรการกุศลและผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทย

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372381

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ ทอดพระเนตร การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” รอบปฐมทัศน์ 30 ต.ค.19.00 น. หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ…

ll พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรีเป็นประธานพิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 2 จัดโดยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกก.อำนวยการ 27 ต.ค. 13.00 น. ห้องประชุมชั้น 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์…

ll ชมรมอัสสัมชัญรวมรุ่นสมานมิตร จัดงาน “รวมพลชาว AC เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้องน้องช่วยพี่” 3 พ.ย. 11.00 น. ห้องกิ่งเพชรรร.เอเชีย สมเกียรติ ฉันทวานิช ประธานจัดงาน และ มโน โสภาคย์ จัดพิมพ์หนังสืออัสสัมชัญรวมรุ่นสมานมิตร “พี่เล่าให้น้องฟัง” ฝากถึงรุ่นพี่รุ่นน้องมาพบเจอกัน…

ll สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เชิญชวนอุดหนุนผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยา ดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการ โดยฝีมือคนพิการ รายได้ช่วยเหลือคนพิการทั่วประเทศ โดยจะจัดงานวันคนพิการครั้งที่ 50 อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง 10 พ.ย….

ll รศ.ปนัดดา กัลย์จาฤก ธนะสถิตย์ ปชส. ล่วงหน้า ให้เพื่อนๆ นิสิตจุฬาฯ ทุกคณะ รหัส 2516 เตรียมไปร่วมงาน“สุขกันเถอะเรา” 21 ธ.ค.ศาลาพระเกี้ยว…

ll พล.อ.ต.ไพศาล หิรัญประทีป บอกบุญให้เพื่อนๆ โรงเรียนโยธินบูรณะ ร่วมเป็นเจ้าภาพติดตั้งพัดลม ที่ศาลาอเนกประสงค์ 2 หลัง ให้วัดเทพประทาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี…

ll ชวาลีโอสถานุเคราะห์ นายกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเชียอาคเนย์ฯ จัดงาน Getting to know us & mini Concert โดย สุดา ชื่นบาน-ฉันทนา กิติยพันธุ์ พร้อมเซอร์ไพรส์จากนักร้องกิตติมศักดิ์ ห้องบอลรูม รร.อนันตราสยาม ถ.ราชดำริ 29 ต.ค. 11.00 น….

ll AIS Family Walk Rally การกุศล ครั้งที่ 18 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตอน สานรักดิจิทัล สปอร์ต รายได้สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล สมัครได้ทางเว็บไซต์ รับเพียง70 ครอบครัวเท่านั้น…

ll ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานชมรมเพื่อนโดม จัดงานวันธรรมศาสตร์สามัคคี ครั้งที่ 19 มธ.ท่าพระจันทร์ 4 พ.ย. 11.00 น. ห้อง 107 ริมน้ำเจ้าพระยา คณะศิลปศาสตร์ พร้อมยินดีกับลูกแม่โดมที่ได้รับเกียรติในวาระต่างๆ ด้วย…

ll เพื่อนๆ แสดงความยินดีกับ ประสิทธิ์ หิตะนันทน์ ได้เป็นสมาชิกสมาคมกว๋องสิว แล้วจะไปชุบตัวที่เส้าหลินกับคณะกรรมการเดือนหน้า ..ความจริงเป็นสมาชิกขาประจำ รพ.พญาไท จะดีกว่านะ เพราะเข้าออกเดือนละ 2 ครั้ง…ll

น้อง

Wall Street English เปิดสาขา 14 ที่เดอะมอลล์บางกะปิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372344

Wall Street English เปิดสาขา 14 ที่เดอะมอลล์บางกะปิ

Wall Street English เปิดสาขา 14 ที่เดอะมอลล์บางกะปิ

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 15.07 น.

โอฬาร พิรินทรางกูร ประธานกรรมการบริหาร และทีมผู้บริหารวอล์ลสตรีท อิงลิช ประเทศไทย ร่วมด้วยแขกรับเชิญ นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018, ทอย-ปฐมพงศ์ เรือนใจดี ทำกิจกรรมเปิด Wall Street English สาขา 14 โดยมีคณะผู้บริหารจากเดอะมอลล์บางกะปิ ร่วมทำพิธีเปิด พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์บางกะปิ

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : สาทิศ ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372320

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : สาทิศ  ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : สาทิศ ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 14.27 น.

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : สาทิศ  ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

NAEWNA VARIETY อาทิตย์ 21 ตุลาคม 2561 ทางTNN2 (TrueVision ช่อง784) เวลา 16.00-16.25 น.

Re-run.
1. วันพุธ 22.15-23.40 น.
2. วันพฤหัสบดี 10.00-10.30 น.
3. วันศุกร์ 00.30-01.00 น.
4. วันศุกร์ 23.05-23.30 น.
5. วันเสาร์ 10.30-11.00 น.

Focus on สาทิศ  ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

3 เทรนด์ ‘ฟิวชั่น’ ออกกำลังกายผสานไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372168

3 เทรนด์ ‘ฟิวชั่น’ ออกกำลังกายผสานไลฟ์สไตล์

3 เทรนด์ ‘ฟิวชั่น’ ออกกำลังกายผสานไลฟ์สไตล์

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในโลกปัจจุบันที่การแลกเปลี่ยนของข้อมูล ข่าวสาร และเทรนด์ต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายดายและรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส โลกที่ผู้คนสามารถเข้าถึงกัน และเชื่อมต่อกันได้ข้ามไทม์โซนและเส้นแบ่งประเทศผ่านเทคโนโลยีที่ยังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ให้เราได้เห็นเทรนด์แปลกใหม่ที่น่าสนใจเกิดขึ้นมามากมาย และหนึ่งในนั้นคือ เทรนด์ ฟิวชั่น (fusion) หรือการผสมผสานของวัฒนธรรม ส่วนประกอบ หรือไลฟ์สไตล์แบบไร้ขีดจำกัด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจและน่าติดตามในโลกยุคปัจจุบัน และนี่คือ 3 เทรนด์ “ฟิวชั่น” ที่น่าจับตามองและให้ตามเก็บจนครบ

“ฟิต ฟิวชั่น” ออกกำลังกายแนวใหม่แน่นอนว่าการออกกำลังกายเป็นประจำทำให้คนเรามีสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรง นอกจากนี้ รูปร่างที่ดูดีจากการออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มพลังบวก เสริมความมั่นใจและมอบความรู้สึกดีๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมการออกกำลังกายที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันก็คือ Fighting Aerobic ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมการต่อสู้ของศิลปะป้องกันตัวเช่น มวยไทย เข้ากับจังหวะของเพลงบีทมันส์ๆ เป็นการออกกำลังกาย ที่ตื่นเต้นเร้าใจ และยังมี Thai Fit เทรนด์การออกกำลังกายที่ผสมผสานการรำไทยและจริตของนาฏศิลป์ไทยเข้ากับการออกกำลังกายได้อย่างสร้างสรรค์ และทันสมัยสร้างความแปลกใหม่ และความสนุกสนานให้กับการออกกำลังกายในทุกๆ วัน

“แฟชั่น ฟิวชั่น” ความนิยมด้านการแต่งกายที่ไร้พรมแดน สายแฟชั่นคงเคยเห็นผ่านตามามาก กับการที่แบรนด์แฟชั่นชื่อดังนำเอาอัตลักษณ์ที่แตกต่างของเครื่องแต่งกายจากแต่ละประเทศมาผสมผสานกัน เกิดเป็นไอเท็มแฟชั่นสุดฮิตมากมาย ไปจนถึงการดัดแปลงชุดประจำชาติของตนเข้ากับการตัดเย็บสมัยใหม่ จนปัจจุบันกับกระแสละครย้อนยุคที่ทำให้ผ้าไทยกลับมาฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง สู่ชุดไทยสีลูกกวาดที่สร้างกระแส “สยาม โลลิต้า” เป็นหัวข้อสนทนายอดฮิตในอินเตอร์เนต ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการเปิดรับแฟชั่นที่ไร้พรมแดน คือการผสมผสานผ้าไทยหรือความอ่อนช้อยของตัวอักษรในภาษาไทย เข้ากับการออกแบบเครื่องแต่งกายสมัยนิยมแบบสากลอย่างลงตัว

“ฟู้ด ฟิวชั่น” อาหารจานเก๋ จากส่วนผสมที่แตกต่างอย่างลงตัว อาหารฟิวชั่น กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวทางวัฒนธรรมที่เห็นชัดและจับต้องได้มากที่สุด โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับการผสมผสานของวัฒนธรรมและประสบการณ์ในการรับประทานอาหารใหม่ๆ มากขึ้น นอกจากจะต้องอร่อยแล้ว เสน่ห์ของอาหารฟิวชั่น คือความลงตัวของวัตถุดิบ หรือเครื่องปรุงที่หลากหลาย มีแหล่งที่มาต่างกัน ที่ถูกปากคนไทยมักเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของอาหารต่างชาติและอาหารไทยอย่างสปาเกตตีต้มยำกุ้ง หรือเบอร์เกอร์ลาบหมู สเต๊กจิ้มแจ่ว ซึ่งอาหารสไตล์ฟิวชั่นเหล่านี้นอกจากรสชาติดีแล้ว ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจอีกด้วย

นอกจากทั้ง 3 เทรนด์ที่น่าจับตามองข้างต้นแล้ว อย่าลืมมองหาสิ่งใหม่ๆ ที่ใกล้ตัวเพื่อเปิดประสบการณ์ “ฟิวชั่น” อย่างสองผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์น้ำผลไม้พร้อมดื่มอันดับหนึ่งของโลกอย่าง มินิทเมด คือน้ำมะเขือเทศผสมเนื้อส้ม และน้ำเสาวรสผสมน้ำผึ้งและมะนาว ที่เป็นการรวมตัวของรสชาติเปรี้ยวอมหวานในแบบที่คนไทยชอบ เข้ากับคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพอย่างลงตัว และยังเป็นความร่วมมือครั้งแรกของโคคา-โคลา แบรนด์ระดับโลก กับแบรนด์ท้องถิ่นอย่างดอยคำ อันเป็นที่รักและอยู่คู่คนไทยมานาน กับการผสมผสานระหว่างน้ำส้มมินิทเมดจากฟลอริดา และผลผลิตโดยเกษตรกรไทย คือมะเขือเทศคุณภาพดี ปลอดสารเคมีจากเกษตรกรส่งเสริมดอยคำ เกิดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเครื่องดื่มที่ทั้งรสชาติอร่อยอย่างลงตัว มีประโยชน์ และยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณแลดูสดใส ด้วยไลโคปีนที่ได้จากผลมะเขือเทศ สามารถลิ้มลองการผสานสองสิ่งดีๆ ที่ลงตัว ของน้ำผลไม้พร้อมดื่มมินิทเมดทั้งสองรสชาติใหม่ได้แล้ววันนี้ ทั่วประเทศ

โครงการ ‘อาหารดีพี่ให้น้อง’ เทอมที่ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372127

โครงการ ‘อาหารดีพี่ให้น้อง’ เทอมที่ 3

โครงการ ‘อาหารดีพี่ให้น้อง’ เทอมที่ 3

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ขณะที่บางคนเลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไร  แต่บางคนรู้ว่าอยากกินอะไรแต่ไม่เคยได้กิน”คำพูดในโฆษณาทางโทรทัศน์ของโครงการ อาหารดีพี่ให้น้อง ของเทสโก้ โลตัส ในช่วงนี้กำลังติดหู และสะกิดใจใครหลายคน เพราะช่างตรงกับความจริง ของเราๆ ท่านๆ ที่ตัดสินใจไม่ได้เลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไรในแต่ละมื้อ ขณะที่บางคนโดยเฉพาะ “เด็กไทย”ซึ่งตกอยู่ในสถานะยากไร้ ขาดแคลน เข้าไม่ถึงอาหารที่ดีมีคุณภาพและโภชนาการที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตกลับไม่มีสิทธิ์เลือก

ใครจะเชื่อ สิทธิของเด็กๆ ยากไร้ของไทยที่จัดอยู่ในกลุ่มยากจนและยากจนพิเศษเกือบ 2 ล้านคนมีเพียงแค่การรับประทานอาหารอะไรก็ได้ที่เงินงบประมาณที่มีสามารถจัดสรรได้ แม้จะได้เงินอุดหนุนเท่ากัน แต่ด้วยระยะทาง ความห่างไกล ราคาวัตถุดิบที่ผันแปรไปตามปัจจัยต่างๆ ทำให้แต่ละมื้ออาหารกลางวันของน้องๆ ในหลายสิบหลายร้อยโรงเรียน ไม่มีตัวเลือกใดๆ ขอเพียงแค่ทุกคนได้ “อิ่มท้อง” ก่อน

ชัยวัฒน์ ดวงตา ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมจันทร์วิทยาคาร จังหวัดน่าน บอกว่า“นักเรียนโรงเรียนนี้เกือบ 200 คน ไม่ค่อยได้กินเนื้อปลา เพราะว่าค่าอาหารกลางวันถูกแบ่งปันไปให้เด็กระดับมัธยมศึกษา ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่ทางรัฐบาลไม่มีงบให้เด็กโตจึงต้องจัดสรรอาหารให้พอสำหรับเด็กๆ ทุกคนพอได้เข้าร่วมกับโครงการอาหารดีพี่ให้น้อง ทางโรงเรียนก็ได้รับวัตถุดิบในการทำอาหารกลางวันเพิ่มเติม โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และอาหารประเภทโปรตีน ผัก ผลไม้สด มาเสริมมื้อกลางวันของเด็กๆ  มากขึ้น”

เช่นเดียวกับ คุณครูวรลักษณ์ บุญนพไทครูวิชาการ โรงเรียนคริสเตียนแม่หละโกรอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ห่างจากอำเภอแม่สอดถึง 60 กว่ากิโลเมตร เป็นเส้นทางทุรกันดาร ก็เป็นอีกโรงเรียนที่ “อาหารดีพี่ให้น้อง” ได้เข้าไปเติมเต็มอาหารมื้อกลางวัน ให้มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีปัญหาคล้ายกันคือ เด็กๆ ไม่ค่อยได้รับประทานเนื้อสัตว์ ทำให้ขาดโปรตีน เพราะพื้นที่อยู่ห่างไกล พอเทสโก้ โลตัส เข้ามา เด็กๆ ก็ได้ทานเนื้อสัตว์บ่อยขึ้น  ผลไม้อย่างแอปเปิ้ล ที่ในชีวิตไม่เคยได้สัมผัสก็ได้กินกันอย่างอิ่มหนำ

สลิลลา สีหพันธุ์  ประธานกรรมการ ฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส   กล่าวว่า“โครงการอาหารดีพี่ให้น้อง ของเทสโก้ โลตัส มุ่งเน้นการเชิญชวนให้ลูกค้าประชาชน เข้าร่วมขจัดความหิวโหย เติมเต็มอาหารดีมีคุณภาพให้เด็กยากไร้ที่ตกอยู่ในภาวะทุพโภชนาการ ไปยังน้องๆ เยาวชนห่างไกลขาดแคลนทั่วประเทศ ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมา 3 เทอมแล้วเราเล็งเห็นว่ายังมีน้องๆ เยาวชนที่ยากไร้ทั่วประเทศที่ควรจะได้มีโอกาสเข้าถึงอาหารกลางวันที่ดีและมีประโยชน์จึงได้เริ่มดำเนินโครงการอาหารดีพี่ให้น้อง เพื่อเชิญชวนลูกค้าร่วมกับเทสโก้ โลตัส ในการบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อสนับสนุนในการจัดซื้ออาหารกลางวันให้กับน้องๆ ที่ยากไร้ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยตลอดทั้งเทอมการศึกษา โดยในช่วงปิดเทอมของทุกๆ ปี เทสโก้ โลตัส จะเปิดการรับบริจาค เชิญชวนลูกค้าร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อให้มีงบประมาณสำหรับสนับสนุนอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนที่ร่วมโครงการตลอดทั้งสองเทอมการศึกษา”

ต่อมาเมื่อมีการสำรวจกลับพบว่า ปัญหาการเข้าไม่ถึงอาหารคุณภาพยังมีอยู่อีกในหลายพื้นที่ จึงเริ่มทำโครงการต่อเนื่องด้วยการบริจาคอาหารให้กับน้องๆ ยากไร้ในโรงเรียนที่อยู่ใน 10 จังหวัด
ที่มีประชากรรายได้น้อยที่สุดในประเทศ ให้ได้อิ่มกับมื้ออาหารกลางวันคุณภาพดีต่อเนื่องตลอดทั้งเทอม

ล่าสุดในเทอมการศึกษาหน้า “อาหารดีพี่ให้น้อง” เปิดการรับบริจาคอีกครั้ง เพื่อนำส่งอาหารคุณภาพดีโภชนาการสูงไปประกอบอาหารมื้อกลางวันตลอดทั้งเทอม โดยขยายจำนวนโรงเรียนเพิ่มเติมเป็น 200 กว่าโรงเรียนใน 77 จังหวัดทั่วเมืองไทยดังนั้นจึงอยากเชิญชวนลูกค้าและประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อให้โรงเรียนมีงบประมาณในการจัดสรรอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ เพิ่มเติมจากงบประมาณของภาครัฐ เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของโรงเรียน และช่วยให้เด็กๆมีโอกาสได้รับประทานอาหารที่มีโภชนาการและมีคุณภาพดี ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเยาวชนไทยต่อไป

สำหรับช่องทางการบริจาค “อาหารดีพี่ให้น้อง” สามารถบริจาคเงินได้โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ผ่านช่องทางต่างๆ ประกอบด้วย เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เทสโก้ โลตัส และเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ทั่วประเทศ บริจาคผ่านเว็บไซต์donation.tescolotus.com เป็นต้น

ในการทำงานของหนุ่ม-สาวยุคใหม่ คงปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากทักษะการบริหารงานที่เป็นเลิศแล้ว ลุคการแต่งกายที่ดูน่าเชื่อถือนั้น นับเป็นองค์ประกอบสำคัญ นอกจากการเลือกแต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมแล้ว การเลือกสวมเครื่องประดับสุดสมาร์ทอย่างนาฬิกาก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้กับผู้ที่สวมใส่ได้เป็นอย่างดีโดยแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก “คาลวิน ไคลน์”(CALVIN KLEIN) ได้อวดโฉมนาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่ม-สาววัยทำงาน

โดยครั้งนี้ “คาลวิน ไคลน์” (CALVIN KLEIN)ได้แนะนำเรือนเวลาหรู 2 คอลเลคชั่น ได้แก่“คาลวิน ไคลน์ ซีดิวซ์” (CALVIN KLEIN Seduce) นาฬิกาเรือนสวยที่จะช่วยสร้างเสน่ห์อันน่าจดจำบนข้อมือของหญิงสาว สะท้อนออกมาเป็นงานดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยตัวเรือนวงกลมประกบเข้ากับสายข้อมืออันเรียบลื่นและเงางาม ปรับโอบรัดกับทุกขนาดข้อมือของหญิงสาว ผลิตจากสเตนเลสสตีลผสานเข้ากับเรซิ่นในโทนสีคลาสสิกอย่างขาวและดำ ที่ช่วยเพิ่มความเรียบหรูดึงดูดทุกสายตา ที่ผสานความมินิมัลเข้ากับความเฟมินีนได้อย่างลงตัว โดยนาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำที่ระดับ 30 เมตร

และคอลเลคชั่น “คาลวิน ไคลน์ อินฟินิท ทู”(CALVIN KLEIN Infinite too) เรือนเวลาหรูสำหรับบุรุษ ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์คงความคลาสสิกเหนือกาลเวลา โดยมีกระจกหน้าปัดวงกลมผลิตจากแซฟไฟร์ที่ให้ความแข็งแรงทนทานสีของหน้าปัดมีทั้งสีดำ, สีขาว และสีน้ำเงินล้อมกรอบตัวเรือนด้วยสีสเตนเลสสตีลขัดเงาและสี PVD Pink Gold ซึ่งนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษนี้จับคู่มาพร้อมกับสายหนังจระเข้สีดำและสีน้ำตาลในลุคสุดหรู และสายสเตนเลสสตีลขัดเงาในลุคสุดคลาสสิก สร้างคาแร็กเตอร์ที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์แห่งความเรียบโก้ได้อย่างลงตัว

ฟิตก่อนลงแข่งสปาตันเรซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372166

ฟิตก่อนลงแข่งสปาตันเรซ

ฟิตก่อนลงแข่งสปาตันเรซ

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ฟิตเนส เฟิรส์ท เอาใจสายฟิตที่ชอบความท้าทายในการแข่งขันสุดมันส์ สปาตันเรซ (Spartan Race) กับคลาสออกกำลังกาย Spartan community workout คลาสที่จะเตรียมความพร้อมของคุณให้ฟิตก่อนไปแข่งขัน Spartan Race Thailand ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คลาสนี้จะจำลองแบบของฐาน และ Movement ที่ใช้ในการแข่งขัน สปาตันเรซ
(Spartan Race) ของจริง และมาปรับระดับความยากง่ายให้เข้ากับผู้เล่นเป็นหลัก ทั้งการออกแรงทุ่ม ขว้าง กระโดด แบก ถือ โหน โดยมีครูฝึกที่เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เมื่อผู้ฝึกเริ่มปรับตัวได้ จึงจะค่อยๆ เพิ่มความท้าทายมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการฝึกให้เกิดความคุ้นเคย เตรียมพร้อมร่างกายก่อนไปแข่งขันจริงผู้ที่สนใจเข้าร่วมคลาส Spartan community workout วันเสาร์ที่27 ตุลาคม 2561 ที่ฟิตเนส เฟิรส์ท สาขา คิวเฮ้าส์ ลุมพินีลงทะเบียนที่ https://goo.gl/rAbtzB ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รีบมาเตรียมความฟิตให้พร้อมกับ ฟิตเนส เฟิรส์ท คลาส Spartan community workout ก่อนออกไปท้าทายความสามารถกัน

LIFE & HEALTH : มาวิ่งออกกำลัง…เสริมสร้างสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372165

LFE&HEALTH : มาวิ่งออกกำลัง...เสริมสร้างสุขภาพ

LFE&HEALTH : มาวิ่งออกกำลัง…เสริมสร้างสุขภาพ

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใครๆ ก็ต้องการมีสุขภาพดีร่างกายแข็งแรง ปัจจุบันคนไทยจึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น นอกจากเรื่องอาหารและโภชนาการที่มีบทบาทสำคัญแล้ว การพักผ่อนให้เพียงพอและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็เป็นปัจจัยร่วมสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆ

การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง ว่ายน้ำ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ลดการเจ็บป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพราะเมื่อหัวใจทำงานดี หลอดเลือดดี ระบบไหลเวียนเลือดดี ก็จะช่วยให้การเผาผลาญดีทั้งน้ำตาล ไขมัน โอกาสเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูงก็ลดลง และเมื่อเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้ดี ก็จะลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขและสารภูมิต้านทานต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น จึงยิ่งช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

การวิ่ง เป็นวิธีออกกำลังกายที่ทุกคนสามารถทำได้และมีส่วนร่วมได้ง่าย แถมยังสามารถวิ่งได้ทุกที่ ทุกเวลา มีเพียงรองเท้าวิ่งสักคู่ ก็สามารถออกสตาร์ทได้แล้ว ทั้งนี้คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งมาราธอน แต่อาจเพิ่มการก้าวให้มากขึ้น หรือออกกำลังกายตามความถนัดของแต่ละคน อย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ3-5 ครั้ง สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม ค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นช้าๆ อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเปลี่ยนแปลงคุณเป็นคนใหม่ที่มีสุขภาพดีกว่าเดิม

แต่สำหรับผู้ที่แทบจะไม่เคยออกกำลังกายอะไรเลย แล้วจะลุกขึ้นมาเริ่มต้นด้วยการวิ่ง ก็อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญและทำงานอย่างหนัก รวมถึงอาจทำให้ร่างกายสึกหรอและเกิดภาวะอักเสบได้นอกจากนี้ความล้าในการออกกำลังกายอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย และถ้าพูดถึงอาการบาดเจ็บจากการวิ่งแล้ว อันแรกที่นึกถึงเลยก็คือ การเจ็บเข่า ปัญหาใหญ่ที่พบได้บ่อยและสร้างความทุกข์ทรมานให้กับนักวิ่งไม่น้อย จึงไม่แปลกนักหากจะเห็นนักวิ่งมือใหม่หลายๆ คนถอดใจไปกับการวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดีกันซะก่อน ดังนั้นผู้ที่หันมาการออกกำลังกายและเริ่มมีอาการปวดข้อเข่าจึงควรดูแลเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับสุขภาพข้อเข่าตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วย

ข้อมูลจาก ดร.คุณัตว์ พิธพรชัยกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา แนะนำว่า การออกกำลังกายที่ถูกต้องจะช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกาย เพิ่มความแข็งแกร่งและสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ผู้รักสุขภาพต้องเข้าใจพื้นฐานและมีการเตรียมพร้อมที่ดี เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีจากการออกกำลังกายที่ชัดเจน และช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการออกกำลังกาย

ขั้นตอนการออกกำลังกายมีความสำคัญมาก ควรใช้แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที แบ่งเป็น 3 ช่วงหลักๆ คือ (1) ช่วงอบอุ่นร่างกาย ด้วยการบริหารกายและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ โดยใช้เวลา 5-10 นาที(2) ช่วงออกกำลังกาย เป็นการออกกำลังกายจริง เพื่อสร้างความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจ โดยใช้เวลา 20-40 นาที และ (3) ช่วงผ่อนคลายร่างกาย ด้วยการบริหารกายและยืดเหยียด โดยใช้เวลา 5-10 นาที

หลักการออกกำลังกายที่ดี ต้องคำนึงถึง

(1) ความถี่ คือควรออกกำลังกายให้ครบทุกส่วน ปฏิบัติ 10-15 ครั้งต่อเที่ยว และ 3-5 เที่ยวต่อชุด

(2) ระดับ ว่าควรเริ่มจากจำนวนน้อยไปหามาก จากความหนักระดับเบาไปหาสู่ระดับหนัก และ

(3) เวลา คือควรออกกำลังกาย อย่างน้อย30-60 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม ค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นอย่างช้าๆ อย่างต่อเนื่อง

การออกกำลังกายที่ดีต้องไม่หักโหมจนเกินไปหรือไม่สม่ำเสมอและดื่มน้ำให้เพียงพอเพราะกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญและทำงานอย่างหนัก กระบวนการเผาผลาญที่เกิดขึ้นส่งผลต่อร่างกายในด้านต่างๆ เช่น อุณหภูมิร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้น เหงื่อจะออกมามากเพื่อลดความร้อน หากร่างกายมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอก็อาจเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำและหมดสติ นอกจากนี้จะเกิดการสลายไขมันที่สะสมไว้ที่ตับมาเป็นพลังงานในรูปของน้ำตาลกลูโคส ซึ่งนำไปใช้ในการเผาผลาญ หากออกกำลังกายหักโหมไปอาจทำให้น้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดไม่เพียงพอ จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดตกจนอาจนำไปสู่อาการช็อกและหมดสติ รวมถึงการสูญสลายของโปรตีนในกล้ามเนื้อและเกิดของเสียจำพวกแอมโมเนียและแลคเตทซึ่งเป็นสาเหตุของอาการเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อนอกจากนี้สารประกอบกลุ่มแลคเตทที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับปริมาณของแลคติคแอซิดซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตะคริวระหว่างการออกกำลังกายอีกด้วย

การออกกำลังกายเป็นประจำก็อาจทำให้ร่างกายสึกหรอและเกิดภาวะอักเสบได้บ้าง ดังนั้นอาหารจึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่งดหรืออดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ

การออกกำลังการเพื่อส่งเสริมสุขภาพเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก หากเราเข้าใจหลักการที่ถูกต้องและมีความตั้งใจปฏิบัติอย่างสมํ่าเสมอเพียงอาทิตย์ละประมาณ 3 ครั้ง ครั้งละ 30-60 นาที ไม่ควรละเลยเรื่องของการวอร์มอัพและคูลดาวน์ที่เหมาะสม โดยเริ่มจากการอบอุ่นร่างกาย ด้วยการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ ประมาณ 5-10 นาที ก่อนจะวิ่งเต็มที่เพื่อให้กล้ามเนื้อ ระบบไหวเวียนโลหิตและระบบหายใจได้ปรับตัวก่อนออกกำลังกาย และปิดท้ายการวิ่งด้วยการผ่อนคลายร่างกายหรือคลูดาวน์ โดยการบริหารกายและยืดเหยียด 5-10 นาที เพื่อปรับสภาพการทำงานของกล้ามเนื้อในร่างกายให้กลับสู่สภาวะปกติ รวมทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถมาวิ่งได้อย่างมีความสุขพร้อมไปกับการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ