‘เคลลี่-แจมมี่’ควงคู่หวานใสสไตล์โอปป้า ใน “เล่ห์รักบุษบา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378215

'เคลลี่-แจมมี่'ควงคู่หวานใสสไตล์โอปป้า ใน “เล่ห์รักบุษบา”

‘เคลลี่-แจมมี่’ควงคู่หวานใสสไตล์โอปป้า ใน “เล่ห์รักบุษบา”

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 11.27 น.

อีกหนึ่งคู่หวานใสสไตล์โอปป้า ที่ดูแล้วก็ชื่นตาชื่นใจ แถมชวนให้ลุ้นไม่แพ้คู่ของ ดินแดน และ
บุษบาบรรณ ในละคร “เล่ห์รักบุษบา”  ต้องยกให้คู่ของ ภูวดล (เคลลี่-ธนะพัฒน์) กับบทหนุ่มมาดสุขุม จิตใจดีมีความอ่อนโยน และ สริยา (แจมมี่-ปาณิชดา) กุลสตรีผู้เพียบพร้อม มองโลกในแง่ดี  ที่พอได้เข้าคู่กันทีไร ก็มีฉากหวานให้ได้ชม ชวนอมยิ้มตามกันไปได้ทุกที แถมยังมีฉากดราม่าเป็นส่วนผสม ให้ได้ชมกันแบบครบรสอีกด้วย ทั้งคู่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ และได้ลงเอยด้วยกันหรือไม่ ฝากแฟนๆ เอาใจช่วยกันต่อด้วยนะจ๊ะ

เคลลี่ เผยว่า “ผมรับบทเป็น ภูวดล เป็นพี่ชายของดินแดนครับ บอกเลยว่าเล่นเข้ากับไมค์ได้ดีมาก เหมือนเป็นพี่น้องกันจริงๆ เลย คาแรกเตอร์ผมจะเป็นคนอบอุ่น อ่อนโยน เสียสละ ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับไร่องุ่นจะต้องใส่ยีนส์ ใส่บูท ใส่เสื้อลายสก็อตไปลุยในไร่ กลายเป็นว่า ใส่สูทเนี้ยบ เกาหลีทั้งเรื่อง เนื่องจากว่าภูวดล จะเป็นคนดูแลกิจการแทนคุณพ่อ และก็จะเป็นนักธุรกิจ ต่างกับดินแดน ที่เราจะต้องทำให้ธุรกิจเจริญเติบโต สำหรับเรื่องราวของ ภูวดล กับ สริยา จะมีความดราม่าเยอะมาก ภูวดลจะมีปมด้อยเยอะมาก แล้วก็มาแอบรักผู้หญิงคนนี้ ซึ่งไม่เคยเห็นค่าเราเลย ฉากหวานก็มีโดยเฉพาะฉากจูบจะเป็นฉากที่น่ารัก และโรแมนติกมาก เพราะภูดลเค้าจะเป็นคนสุภาพและขี้เกรงใจอยู่แล้ว ฝากเอาใจช่วยผมด้วยนะครับ ว่าผมจะได้สมหวังในความรักครั้งนี้หรือเปล่า เรื่องราวกำลังสนุกเข้มข้นเลยครับ”

แจมมี่ เผยว่า “สริยา จะเป็นคนที่เรียบร้อย นิ่งๆ โตมาพร้อมพี่ภู กับดินแดน แล้วเราก็แอบชอบดินแดนมาตั้งนานแล้ว แต่ดินแดนไม่สนใจเราเลย ในความน่าสงสารนั้น ก็จะมีพี่ภูที่คอยช่วยเรา เหมือนเป็นกำลังใจให้เรา เพราะพี่ภูแอบรักเราอยู่ ในเรื่องจะมีซีนที่ชอบเยอะมาก อย่างซีนที่พี่ภูนอนอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วเราก็วิ่งไปหา ได้บอกความในใจ ซีนนั้นประทับใจมากค่ะ พี่ๆ ในกองทุกคนน่ารักมาก โลเกชั่นในการถ่ายทำก็สวยมากทั้งที่เขาใหญ่และที่เชียงใหม่เลยค่ะ รับรองเรื่องนี้ครบรสแน่นอนค่ะ ฝากเป็นกำลังใจให้กับคู่ของเราด้วยนะคะ”

ติดตามชมละคร “เล่ห์รักบุษบา” ได้ทุกคืนวันศุกร์ เวลา 20.05 น. และวันเสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 และ Facebook LIVE ทาง Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมละครย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

“ไอซ์-ศรัณยู” พร้อมระเบิดความสุขส่งท้ายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/378213

“ไอซ์-ศรัณยู” พร้อมระเบิดความสุขส่งท้ายปี

“ไอซ์-ศรัณยู” พร้อมระเบิดความสุขส่งท้ายปี

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 11.25 น.

“ธนาคารออมสิน ร่วมกับ โมโน กรุ๊ป จัดคอนเสิร์ตสุดพรีเมี่ยมเพื่อมอบให้ลูกค้า ธนาคารออมสิน ได้ร่วมกิจกรรมรับความบันเทิงกับการชมคอนเสิร์ตอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดกับคอนเสิร์ตสุดท้ายส่งท้ายปี 2561 ในคอนเสิร์ต GSB WOW FAMILY CONCERT” (จีเอสบี ว๊าว แฟมิลี่ คอนเสิร์ต) กับการรวมศิลปินที่เป็นพรีเซนเตอร์ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณาธนาคารออมสิน ทั้ง 3 รุ่น 3 สไตล์  ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้วหนึ่ง-อภิวัฒน์ พงษ์วาทและ ไอซ์-ศรัณยู วินัยพานิช  เพื่อเป็นการขอบคุณให้ลูกค้าคนพิเศษของธนาคารออมสินได้เข้าชมฟรี!  ซึ่ง ไอซ์-ศรัณยู วินัยพานิช หนึ่งในพรีเซนเตอร์ เจ้าของ เพลง ขอให้ฉันดูแลคุณ ได้กล่าวความรู้สึกถึงคอนเสิร์ตสุดพิเศษนี้ว่า

“ดีใจมากๆ ครับ ที่ได้รับเกียรติจากธนาคารออมสิน ในการถ่ายทอดความรู้สึกและสื่อสารกับลูกค้าที่เป็นเหมือนครอบครัวของธนาคารออมสิน ในเพลง ขอให้ฉันดูแลคุณ ไอซ์รู้สึกตรงกับความรู้สึกที่ได้ผูกพันกับธนาคารออมสินมานาน ประทับใจกับเพลงนี้มากจริงๆ และอยากบอกเล่าความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ถึงทุกคนครับ ซึ่งตอนนี้ไอซ์และพี่ๆ ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว, หนึ่ง-อภิวัฒน์ พงษ์วาท และ วง อีทีซี. ก็พร้อมแล้วครับ กับการเตรียมตัว เตรียมเพลง ที่จะมาร้องเพลงให้คนในครอบครัวของเราได้ฟังกันในคอนเสิร์ต GSB WOW FAMILY CONCERT (จีเอสบี ว๊าว แฟมิลี่ คอนเสิร์ต) ที่ทางออมสินตั้งใจจัดขึ้น เป็นของขวัญส่งท้ายปีเพื่อลูกค้าธนาคารออมสินได้ชมฟรี อยากให้มาเจอกันนะครับ”

พบกันในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561 เวลาการแสดง 15.00 น. (เวลาประตูเปิด 14.45 น.) ณ  Stage1  MONO29 STUDIO (สเตจ1 โมโนทเวนตี้ไนน์ สตูดิโอ) ถนนชัยพฤกษ์ สนใจร่วมกิจกรรม ติดตามรายละเอียดการรับบัตรคอนเสิร์ตได้ที่ www.gsb.or.th

เปิดตัว‘Japanese Secret Beauty Hub’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370489

เปิดตัว‘Japanese Secret Beauty Hub’

เปิดตัว‘Japanese Secret Beauty Hub’

วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ลักขณา เชาว์วิศิษฐ, อภินรา ศรีกาญจนา, กมลา ลี้โกมลชัย, มิลิน ยุวจรัสกุล

จัดงานเปิดตัวไปเรียบร้อยสำหรับ “Japanese Secret Beauty Hub” แห่งแรกในประเทศไทย นำเสนอการนวดแบบองค์รวมในสไตล์ดั้งเดิม เผยศาสตร์ลับแห่งความงามส่งตรงจากเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ บล็อกเกอร์ ชื่อดังเข้าร่วมงาน อาทิ ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ, พิมผกา มณีไทย, เนตรดาว วัฒนะสิมากร, กานดา สายทุ้ม, กณพ-ลักขณา เชาว์วิศิษฐ, จารุจิต ใบหยก, พิมพ์เลิศ ใบหยก, ยูกิ ศรีกาญจนา, พิมพ์พยัพ ศรีกาญจนา และ อภินรา ศรีกาญจนา ที่The Crystal Box ชั้น 19 เกษรวิลเลจ เมื่อวันก่อน

หวาน-กมลา ลี้โกมลชัย ผู้ก่อตั้ง Destinare กล่าวถึงความเป็นมาของแบรนด์ว่าเกิดจากความที่เป็นคนที่มีแพชชั่นในเรื่องการดูแลผิวพรรณอย่างมาก ประกอบกับความหลงใหลในผลิตภัณฑ์เสริมความงามอันเป็นแรงบันดาลใจให้เธอศึกษาหาข้อมูลมากมายรวมถึงลองใช้ผลิตภัณฑ์หลายประเภทจากหลายแบรนด์ด้วยตนเองนานหลายปี หากแต่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นกลับไม่ตอบโจทย์ผิวสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเท่าไรนัก จนกระทั่งได้รู้จักกับ มาสเตอร์ชิโนบุ ซาโตะ นายกสมาคมโฮลิสติ้งในประเทศญี่ปุ่น ปรมาจารย์ด้านโฮลิสติกหรือศาสตร์การแพทย์ทางเลือกแบบองค์รวม ผู้ถ่ายทอดศาสตร์การนวดดั้งเดิมในสไตล์ญี่ปุ่นให้อย่างละเอียด โดยได้บินไปศึกษาด้วยตนเองไกลถึงประเทศญี่ปุ่นนานนับปีเพื่อให้ได้ความรู้ที่ครบถ้วนอย่างแท้จริงซึ่งถือเป็นตัวจุดประกายสำคัญในการริเริ่มแบรนด์ Destinare นี้ขึ้นที่นี่ เพื่อที่จะแบ่งปันประสบการณ์ผิวสวยสมบูรณ์แบบจากภายในสู่ภายนอกให้กับคนไทย

กมลา ลี้โกมลชัย และ มาสเตอร์ชิโนบุ ซาโตะ

Destinare คือบิวตี้ฮับสำหรับคนรักการนวดในสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ของหญิงสาวญี่ปุ่นที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับสาวปารีเซียง ก่อตั้งขึ้นจากความรักและความตั้งใจจริงเพื่อสร้างฮับที่รวมศาสตร์ในการนวดต่างๆอย่างผสมผสานไว้อย่างครบครันโดยคอนเซ็ปต์หลักคือการนวดเพื่อสุขภาพกระตุ้นให้ระบบการทำงานในร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตทำงานอย่างเป็นระบบ ภายใต้พื้นฐานความเชื่อว่าระบบทั้ง 3ของร่างกายประกอบไปด้วย ระบบน้ำเหลือง ระบบฮอร์โมน และระบบประสาททำงานสัมพันธ์กัน ควบคู่ไปกับการใช้สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สูตรลับเฉพาะตามแบบฉบับ Sato Oil (ซาโตะ ออยล์) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษเป็นน้ำมันที่มีโครงสร้างเดียวกับน้ำมันที่ร่างกายผลิตขึ้นดังนั้นจึงซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ โดยผลิตภัณฑ์และทรีทเม้นต์ของ Destinare เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ความลับแห่งความงามเหนือกาลเวลา ไม่มีการแปรสภาพ ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติ คุณภาพสูง ใช้กรรมวิธีพิเศษในการสกัดภายใต้แนวคิดการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบไม่ให้เกิดการเน่า นอกจากนี้ Destinare ยังให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบจากแหล่งวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมอย่างประเทศฝรั่งเศสที่มีภูมิประเทศและภูมิอากาศเอื้อต่อการเจริญเติบโตของสมุนไพร อีกทั้งยังคำนึงถึงสภาพอากาศในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และทรีทเม้นต์ให้เหมาะสมกับผิวคนไทยมากที่สุด เพื่อการเข้าบำรุงได้ตรงตามความต้องการให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในการฟื้นบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส พร้อมชะลอริ้วรอยแห่งวัย ฟื้นฟูผิวเสียให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

Destinare ตั้งใจที่จะให้ Japanese Secret Beauty Hub แห่งนี้เป็นเสมือนจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่สาวๆ ทุกคนจะหลงรัก และจะเป็นคำตอบสุดท้ายที่ตอบสนองความต้องการทางด้านความงามของคุณได้อย่างครบถ้วนทั้งทางด้านการบริการและผลิตภัณฑ์

‘น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า ณ นิวาสสถานเดิม’ ครบรอบ 118 ปี วันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370491

‘น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า ณ นิวาสสถานเดิม’ ครบรอบ 118 ปี วันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

‘น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า ณ นิวาสสถานเดิม’ ครบรอบ 118 ปี วันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดงาน “น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า ณ นิวาสสถานเดิม” ครบรอบ 118 ปี วันพระราชสมภพในวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561 เริ่มเวลา 09.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561 เริ่มเวลา 07.00 น. เป็นต้นไป

ภายในงานพบกับความสุข ความทรงจำ และรอยยิ้ม โดยในปีนี้อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีฯ จัดกิจกรรมเต็มอิ่มถึง 2 วัน เพลินตา เพลิดเพลิน เพลินใจ ไปกับกิจกรรมมากมายตลอดวัน

เพลินตากับการแสดงหลากวัฒนธรรม อาทิ หุ่นละครเล็กโจหลุยส์, มายากลเปลี่ยนหน้ากากจีน, ระบำพื้นบ้านลิเกฮูลู, กระตั้วแทงเสือ, “โปงลาง” ดนตรีพื้นบ้านอีสาน

เพลิดเพลิน กับการแสดงดนตรีฟังสบาย อาทิ การแสดงดนตรี “ร้อยบรรเลง บทเพลงแห่งความทรงจำ”จากวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร พบอิสร์ อิสรพงศ์ ดนตรีฟังสบายจากกลุ่มคนทำเพลงตัวจริง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเพลงฮิตมากมาย “วงนั่งเล่น”, วง S2S พบ นุ่น-กนกวรรณ โดย มูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด ผสมผสานดนตรีร่วมสมัย ลูกทุ่ง & ดนตรีสากล โดย ม.ราชภัฏจันทรเกษม พบ แตงโม The Voice, การแสดงดนตรีเยาวชนโดยเครื่องสายตะวันตก “วงเอื้อมอารีย์ลิตเติ้ล ออร์เคสตร้า” โดย มูลนิธิ อาจารย์สุกรี เจริญสุข และดนตรีเฉลิมพระเกียรติฯ บรรเลงโดยวง RBSO Light Orchestra พบ ชรินทร์ นันทนาคร พร้อมร่วมจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยพร้อมเพรียงกันในเวลา 19.00 น.

เพลินใจ ท่ามกลางเสน่ห์วัฒนธรรมแบบไทยๆ และช็อปเพลินกับ “ตลาดบ้านเดิมสมเด็จย่า” ร้านค้าที่มีมากกว่า 30 ร้าน, Workshop “การเขียนสีหน้าหัวโขน” โดย วิทยาลัยในวังชาย, สืบสานกิจกรรมตำรายาโบราณ โดย วัดหนังราชวรวิหาร, บริการตรวจสุขภาพ ฟรี! โดย โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี บริการทำฟัน ตัดผม โดย การบริการสาธารณสุข และนวดแผนโบราณ โดยมูลนิธิคอนฟิลด์เพื่อคนตาบอด และสำหรับภายในงานยังมีมัคคุเทศก์น้อยที่ผ่านการฝึกอบรมจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญนำชมให้กับผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย ที่สำคัญงานนี้ชมฟรีตลอดงาน

อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตั้งอยู่ ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 3 (ซอยวัดอนงคาราม) เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร สำหรับผู้สนใจเข้าเที่ยวชมงาน สามารถสอบถามเส้นทางได้ที่โทรศัพท์ 02-4390902 หรือ Line Id: pmm2443 / Facebook : อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ผ่าตัดไทรอยด์ไร้แผล ยกระดับคุณภาพชีวิตหลังการรักษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370342

ผ่าตัดไทรอยด์ไร้แผล ยกระดับคุณภาพชีวิตหลังการรักษา

ผ่าตัดไทรอยด์ไร้แผล ยกระดับคุณภาพชีวิตหลังการรักษา

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไทรอยด์ เป็นต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ช่วยควบคุมระบบเผาผลาญ อุณหภูมิร่างกาย การเจริญเติบโต และพัฒนาการของสมอง เมื่อเกิดความผิดปกติ เช่น มีก้อน หรือต่อมไทรอยด์โต มีการกดเบียดหลอดลมหรือหลอดอาหาร มีความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด

นายแพทย์วีรยุทธ เอื้อวิเศษวงศ์ ศัลยแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า การผ่าตัดไทรอยด์แต่เดิมนั้น มักจะมีแผลเป็นขนาดใหญ่และเด่นชัดบริเวณลำคอ ทำให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจในด้านภาพลักษณ์หลังการผ่าตัด ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดแบบไร้แผล (Scarless Thyroidectomy) เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัด เนื่องจากไม่มีรอยแผลเป็นภายนอกให้กังวลใจแต่อย่างใด

วิธีการผ่าตัดไทรอยด์ แบ่งเป็น 1.การผ่าตัดแบบเปิด (Conventional Surgery) แพทย์จะลงแผลแนวขวางบริเวณลำคอ เพื่อเปิดชั้นกล้ามเนื้อ สามารถเห็นความผิดปกติได้ชัดเจน และตัดก้อนไทรอยด์ขนาดใหญ่ออกได้หมด แต่หลังผ่าตัดผู้ป่วยมักมีแผลเป็นขนาดใหญ่และเด่นชัดบริเวณลำคอ 2.การผ่าตัดแบบส่องกล้องทางช่องปาก (Scarless Thyroidectomy) พัฒนามาจากเทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimal Invasive Surgery) และ 3.การผ่าตัดผ่านช่องทางธรรมชาติ (Natural Orifices Transluminal Endoscopic Surgery) เริ่มจากการผ่าตัดส่องกล้องผ่านแผลที่รักแร้ ซึ่งให้แผลเป็นขนาดเล็กและอยู่ในร่มผ้า กระทั่งปัจจุบันสามารถพัฒนาต่อยอดจนสามารถผ่าตัดผ่านทางช่องปากโดยใช้กล้อง ซึ่งจะไม่ทิ้งรอยแผลใดๆ ไว้ภายนอกร่างกาย ผู้ป่วยจึงไม่มีแผลเป็นภายนอกหลังการผ่าตัด

ข้อดีของการผ่าตัดไทรอยด์ไร้แผล 1.ไม่มีแผลเป็นบริเวณลำคอ 2.ผ่าตัดผ่านกล้องด้วยเทคโนโลยีภาพ 4K ทำให้เห็นอวัยวะสำคัญได้ชัดเจนระหว่างผ่าตัด 3.แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก บาดเจ็บน้อย ผู้ป่วยจึงฟื้นตัวได้เร็ว ทั้งนี้ การ
เตรียมตัวในการผ่าตัดไทรอยด์ด้วยเทคนิคไร้แผล ต้องควบคุมการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์ให้อยู่ในระดับปกติก่อนการผ่าตัด งดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด การผ่าตัดจำเป็นต้องดมยาสลบและใส่ท่อช่วยหายใจ

ต่อมไทรอยด์ เป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญของร่างกาย หากเกิดความผิดปกติอาจกระทบต่อการทำงานของร่างกายเกือบทุกส่วน หากคลำพบก้อนบริเวณลำคอจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทาง ทั้งอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและศัลยแพทย์ ซึ่งในปัจจุบัน เทคนิคการผ่าตัดรวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีการพัฒนาค่อนข้างมาก ทำให้การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจดังเช่นในอดีตอีกต่อไป

กสม.หนุนธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ดำเนินธุรกิจด้วยความเคารพสิทธิมนุษยชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370311

กสม.หนุนธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ดำเนินธุรกิจด้วยความเคารพสิทธิมนุษยชน

กสม.หนุนธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ดำเนินธุรกิจด้วยความเคารพสิทธิมนุษยชน

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญก้าวหน้าและสร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ในขณะเดียวกันภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในทางที่ไม่ดีนักในแง่ของการดำเนินธุรกิจที่ละเมิด“สิทธิมนุษยชน” คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจที่สำคัญประการหนึ่ง คือสร้างเสริมทุกภาพส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนจึงได้ดำเนินการเผยแพร่สร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และภาคประชาสังคม ตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles onBusiness and Human Rights : UNGPs) ซึ่งรับรองโดยที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อปี 2554 มาโดยตลอด หนึ่งในโครงการสำคัญ ที่ กสม. ได้จัดทำขึ้นคือ โครงการนำร่อง “ธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติ” ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีธุรกิจโรงแรมนำร่อง 5 โรงแรมที่พร้อมจะเป็นพี่เลี้ยงให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดอื่นๆ ในการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน

ประกายรัตน์ ตันธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการทำงานขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตนับว่าเป็นเขตเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญที่สามารถสร้างรายได้ของประเทศ และมีแรงงานที่อยู่ในธุรกิจดังกล่าวจำนวนมาก ซึ่งเรื่องของสิทธิมนุษยชนไม่ใช่แค่เรื่องการปฏิบัติระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ แต่ยังรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และสิ่งแวดล้อมด้วย
ในการดำเนินโครงการได้คัดเลือกและเชิญผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตมาเป็นโรงแรมต้นแบบ โดย กสม. ได้เข้าไปชี้แนะการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติ ซึ่งมีโรงแรมนำร่องเข้าร่วมโครงการ 5 โรงแรม จนประสบความสำเร็จในการเป็นธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และได้จัดการสัมมนาเรื่อง “ธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติ” ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ของโรงแรมต้นแบบให้กับธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวกว่า 200 คนในจังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจในการดำเนินธุรกิจ
ที่เคารพสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้น

ณัฏฐกัญญา แสงโพธิ์ ประธานกรรมการบริหารในเครือพาราไดซ์ กรุ๊ป ซึ่งนำ โรงแรมอันดารา รีสอร์ท เรสซิเด้นซ์ ร่วมเป็นโรงแรมนำร่องในการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน กับ กสม. กล่าวว่า หลังจากได้รับการชี้แนะจาก กสม. ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงลูกค้า
คู่ค้า ชุมชนและสังคมที่ธุรกิจของเราตั้งอยู่

“ท่านเจ้าของธุรกิจอาจจะกังวลว่าเป็นเรื่องของการเพิ่มต้นทุน แต่ความจริงแล้วต้นทุนการผลิตไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย เช่น การดูแลเอาใจใส่พนักงาน ให้ค่าจ้างที่เป็นธรรมเหมาะสมกับตำแหน่งงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ และการเข้าไปดูแลความเป็นอยู่พนักงาน ทำให้เราได้ใจได้ความร่วมมือจากพนักงานมากขึ้น กับคู่ค้าเราก็เลือกคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนเช่นกัน ตัวอย่าง คู่ค้าที่โรงแรมของเรารับซื้อไข่ไก่มาปรุงอาหาร ได้มีการเข้าไปตรวจสอบระบบการเลี้ยงว่าทรมานสัตว์หรือไม่ มีแรงงานผิดกฎหมายหรือไม่ ของเสีย น้ำเสียเขามีการกำจัดบำบัดอย่างไร ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ถ้าผ่านเกณฑ์เหล่านี้เราจึงทำการค้าขายด้วย ในส่วนของชุมชนเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยการทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนรู้สึกว่าเราเป็นหนึ่งในสมาชิกชุมชน เหล่านี้เป็นต้น และจากการที่โรงแรมอันดาราฯ ได้เข้าร่วมโครงการและดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจังและครอบคลุมตามหลักสิทธิมนุษยชนส่งผลให้มีแขกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาใช้บริการมากขึ้น มีโรงแรมจากยุโรปมาเป็นคู่ค้ากับเรา ดิฉันเชื่อว่าหากทุกสถานประกอบการไม่เฉพาะแต่ด้านการท่องเที่ยวให้ความสำคัญและดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน จะมีส่วนช่วยในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างรายได้ และความมั่นคงยั่งยืนให้กับประเทศได้อย่างแน่นอน”

ด้วยความมุ่งมั่นจนประสบความสำเร็จในการเป็นธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนจึงทำให้ ณัฏฐกัญญา แสงโพธิ์ ประธานกรรมการบริหารในเครือพาราไดซ์ กรุ๊ป ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัล Asia Pacific Entrepreneurship Award 2018 (APEA 2018) ในประเภท The Hotel Hospitality, Food Service & Tourism Industry ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับนักธุรกิจหรือองค์กรที่มีวิสัยทัศน์และการบริหารงานซึ่งผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมทั้งมีผลงานโดดเด่นในภาคธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม นับว่าเป็นธุรกิจโรงแรมแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

ประกายรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นับว่าเป็นความสำเร็จที่เห็นเป็นรูปธรรมของโครงการนำร่อง “ธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติ”โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ธุรกิจนำร่องได้รับรางวัลที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค จะทำให้เป็นแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากท่านเจ้าของธุรกิจใดที่สนใจดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน กสม. ก็ยินดีที่จะชี้แนะแนวทางและหลักการ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างแท้จริง

ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง, ณัฏฐกัญญา แสงโพธิ์ และ ประกายรัตน์ ตันธีรวงศ์

ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง, ณัฏฐกัญญา แสงโพธิ์ และ ประกายรัตน์ ตันธีรวงศ์

ณัฏฐกัญญา แสงโพธิ์ รับรางวัล APEA 2018 จาก ชุติมา บุณยประภัสร รมช.กระทรวงพาณิชย์

ณัฏฐกัญญา แสงโพธิ์ รับรางวัล APEA 2018 จาก ชุติมา บุณยประภัสร รมช.กระทรวงพาณิชย์

ประกายรัตน์ ตันธีรวงศ์ และ ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง นำทีมคณะทำงานร่วมแสดงความยินดีกับ ณัฏฐกัญญา แสงโพธิ์

ประกายรัตน์ ตันธีรวงศ์ และ ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง นำทีมคณะทำงานร่วมแสดงความยินดีกับ ณัฏฐกัญญา แสงโพธิ์

คุณแหน : 15 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370349

คุณแหน : 15 ตุลาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ศพ หม่อมเจ้าเมรี สวัสดิวัตน์ พระขนิษฐาองค์เล็กของ พล.ร.อ.นพ. หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ณ ศาลามณเฑียร (ศาลา10) วัดเทพศิรินทราวาส ถึง 16 ต.ค.19.00 น. และพระราชทานเพลิงศพ18 ต.ค.17.00 น. …

ll สุดอลังการงาน “ดุริยนาฏนวมินทร์” การแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RSBO) บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ และ “กินรีสวีท” ประกอบการแสดงวิจิตรตระการตาบัลเลต์ละคร “มโนห์รา” โดย ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา จากกินรีที่สวยเพียบพร้อมขยับขึ้นเป็นผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านการแสดง ร่วมกับน้องสาว อ.กาญจนา ชลวิจารณ์ โดยมี สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา กำกับการแสดงและออกแบบท่าเต้น ..ส่วนเพลงพระราชนิพนธ์ ขับร้องโดยนักร้องรับเชิญ นันทิดา แก้วบัวสาย, ศรัณย์ คุ้งบรรพต, กิตตินันท์ ชินสําราญ, กานดา วิทยานุภาพยืนยง, ณัฏฐ์วรรณ ทีปสุวรรณ, เวธกา (ซิดนีย์) วสุรัตน์ วันที่ 19-20 ต.ค.ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย บุญรอดบริวเวอรี่…

ll อดีตเอกอัครราชทูต จิตริก เศรษฐบุตร ในวัย 84 ปี จะนำชมรมเทเบิลเทนนิสอาวุโสแห่งประเทศไทย มีอดีตนักกีฬาทีมชาติรวม 16 คน ไปแข่งขันกระชับสัมพันธไมตรีกับทีมสูงอายุจีนที่กรุงปักกิ่ง ระหว่าง 17-23 ต.ค. มี ท่านผู้หญิงวิวรรณ
ร่วมเดินทางไปเชียร์ให้กำลังใจทีมไทยด้วย…

ll เพื่อยกระดับระบบให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมก้าวสู่ยุคใหม่ ของการบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย” กลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ เชิญ ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี โดยมี นพ.วิศิษฏ์ฐิตวัฒน์ ผอ.ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ นำเสนอความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ โดยมีผู้บริหาร รพ.สมาชิกสามัญปลูกถ่ายไตของศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ จำนวน 22 แห่ง เข้าร่วม 8 พ.ย. 08.30 น. ห้องประชุม Silk 1-2 ชั้น 2 ศูนย์ไบเทค บางนา…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ ดร.อรอนงค์ ประสังสิต กก.มูลนิธิช่วยการศึกษา กทม.ที่สูญเสียคุณแม่ลาวัลย์ บุญอินทร์ ด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน สวดพระอภิธรรม ศาลา 8 วัดเสมียนนารี 15-20 ต.ค. 19.00 น. ฌาปนกิจ 21 ต.ค. 17.00 น. …

ll สวด ภารดี เอี่ยมดะนุช มธ. 2510 วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ศาลา 2 ถึง 16 ต.ค.19.00 น. ฌาปนกิจ 17 ต.ค.10.00 น. งดพวงหรีด ต้นไม้ และพัดลม…

ll ปัทมาวดี สิงหศิวานนท์ ปลื้มใจกับลูกชาย ปราการ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร MBA จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาฯ เป็นความภูมิใจที่ลูกสานฝันจนจบรั้วเดียวกับแม่ MBA พาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาบริหารธุรกิจ จุฬาฯ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว…ll

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตครบ 2 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370327

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตครบ 2 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตครบ 2 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตครบ 2 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร13 ตุลาคม 2561 ประชาชนชาวไทยและหน่วยงานรัฐทุกแห่งได้ถวายความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้วยพระราชหฤทัยที่ทรงตระหนักถึงประโยชน์และความผาสุกของพสกนิกรเป็นที่ตั้ง ดังนั้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ดังกล่าว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 โดยเริ่มพิธีทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตครบ 2 ปี โดยเวลา 07.40 น. ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมี พล.ต.อ.พิชิตควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงาน พร้อมด้วยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิธี ณ ห้องอาหารสมาชิกรัฐสภา ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 1

ต่อมา เวลา 08.30 น. ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 89 รูป จากวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดยมี พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานกรรมการจัดงาน กล่าวรายงาน ณ บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา 2 โอกาสนี้ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมใจกันร้องเพลง “พ่อแห่งแผ่นดิน” บรรเลงเพลงโดย กองดุริยางค์ทหารบก เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ช่วงบ่ายได้จัดให้มีกิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร โดยมี ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี จากนั้นเวลา 13.30 น. คณะกรรมการโครงการจิตอาสาเพื่อสังคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บุคลากรในวงงานรัฐสภา ข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และทหารจากมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ. 11)ออกเดินทางไปยังวัดนรนาถสุนทริการาม เขตพระนคร เพื่อร่วมกับประชาชนในพื้นที่ทาสีรั้วกำแพงวัด กำแพงแก้ว ฐานพระอุโบสถ ทำความสะอาดภายในวัดและรอบพระอุโบสถซ่อมบำรุงเสาไฟแสงส่องสว่างตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ถวายความเคารพและ จุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ถวายความเคารพและ จุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นำคณะจิตอาสาซึ่งประกอบด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร บุคลากรในวงงานรัฐสภา กล่าวคำปฏิญาณตนจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” หน้าพระ ฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นำคณะจิตอาสาซึ่งประกอบด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร บุคลากรในวงงานรัฐสภา กล่าวคำปฏิญาณตนจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” หน้าพระ ฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 89 รูป จากวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ร่วมด้วย สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1, พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 พร้อมด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธี

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 89 รูป จากวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ร่วมด้วย สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1, พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 พร้อมด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธี

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมี พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธาน คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงาน

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมี พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธาน คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงาน

พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงาน

พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงาน

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. พร้อมด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธี

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. พร้อมด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธี

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช., พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะ กก.จัดงาน, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1, พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 พร้อมด้วยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธี

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช., พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะ กก.จัดงาน, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1, พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 พร้อมด้วยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธี

กิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4

กิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4

กิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4

กิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4

ปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ทาสีรั้วกำแพงวัด กำแพงแก้ว ฐานพระอุโบสถ ทำความสะอาดภายในวัดและรอบพระอุโบสถ

ปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ทาสีรั้วกำแพงวัด กำแพงแก้ว ฐานพระอุโบสถ ทำความสะอาดภายในวัดและรอบพระอุโบสถ

ปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ทาสีรั้วกำแพงวัด กำแพงแก้ว ฐานพระอุโบสถ ทำความสะอาดภายในวัดและรอบพระอุโบสถ

ปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ทาสีรั้วกำแพงวัด กำแพงแก้ว ฐานพระอุโบสถ ทำความสะอาดภายในวัดและรอบพระอุโบสถ

ปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ทาสีรั้วกำแพงวัด กำแพงแก้ว ฐานพระอุโบสถ ทำความสะอาดภายในวัดและรอบพระอุโบสถ

ปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ทาสีรั้วกำแพงวัด กำแพงแก้ว ฐานพระอุโบสถ ทำความสะอาดภายในวัดและรอบพระอุโบสถ

ปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ทาสีรั้วกำแพงวัด กำแพงแก้ว ฐานพระอุโบสถ ทำความสะอาดภายในวัดและรอบพระอุโบสถ

ปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ทาสีรั้วกำแพงวัด กำแพงแก้ว ฐานพระอุโบสถ ทำความสะอาดภายในวัดและรอบพระอุโบสถ

ผลักดันผู้ป่วยโกเช่ร์ รับการปลูกถ่ายไขกระดูก ทดแทนรับเอนไซม์ รักษาหายขาด ลดภาระค่าใช้จ่ายรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370347

ผลักดันผู้ป่วยโกเช่ร์ รับการปลูกถ่ายไขกระดูก ทดแทนรับเอนไซม์ รักษาหายขาด ลดภาระค่าใช้จ่ายรัฐ

ผลักดันผู้ป่วยโกเช่ร์ รับการปลูกถ่ายไขกระดูก ทดแทนรับเอนไซม์ รักษาหายขาด ลดภาระค่าใช้จ่ายรัฐ

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรคโกเช่ร์ (Gaucher) เป็นหนึ่งในโรคพันธุกรรมแอลเอสดี ซึ่งอยู่ในกลุ่มของ “โรคหายาก” โดยมีอุบัติการณ์ผู้ป่วยโรคโกเช่ร์ ประมาณ 1 ต่อ 100,000 คน หรือพบว่าในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยรายใหม่ๆ จำนวน 5-6 คน แต่อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของมูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี พบผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการรักษาในระบบเพียง 2-3 รายต่อปี ดังนั้น อาจเป็นไปได้ว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคโกเช่ร์ประมาณ 20-30 คนทั่วประเทศ แต่จะมีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาและอยู่ในระบบสาธารณสุขไทย เพียง 15-20 คน เนื่องจากบางรายมีอาการรุนแรงตั้งแต่เด็กและเสียชีวิตภายในช่วง 2 ปีแรก โดยส่วนใหญ่จะป่วยเป็นโกเช่ร์ชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นชนิดที่มีความรุนแรงมากที่สุดจากทั้งหมด 3 ชนิด

 

 

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล หัวหน้าสาขาเวชพันธุศาสตร์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาล
รามาธิบดี เผยว่า เนื่องด้วยในวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี จะเป็นวันโรคโกเช่ร์ (International Gaucher Day) จึงต้องการรณรงค์ให้โรคโกเช่ร์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เนื่องด้วยเป็นโรคที่หายาก มีแพทย์จำนวนจำกัดที่เข้าใจอาการของโรคและสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องในระยะเวลาอันสั้น โดยจะต้องตรวจวินิจฉัยด้วยการเจาะเลือดเพื่อดูระดับเอนไซม์ของเม็ดเลือดขาว ถึงจะทราบว่าเป็นโรคโกเช่ร์ ซึ่งเกิดขึ้นจากที่ร่างกายขาดหรือบกพร่องของเอนไซม์กลูโคซีรีโบรไซม์ (glucocerebrosidase) ทำให้ไม่สามารถกำจัดสารประกอบไขมันเชิงซ้อนในเซลล์ชนิดหนึ่งออกไปได้ สารนี้จึงเกิดการสะสมอยู่ในเซลล์ และทำให้เซลล์มีขนาดใหญ่ขึ้นก่อให้เกิดรูปร่างที่ผิดปกติ ซึ่งเซลล์ต่างๆ เหล่านี้ก็จะถูกสะสมอยู่ในอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ม้าม ไขกระดูก ฯลฯ สังเกตได้จากตับม้ามโต เห็นเส้นเลือดชัด ภาวะซีด เกล็ดเลือดต่ำ ปวดกระดูกกระดูกบาง กระดูกหักง่าย ความดันสูงในเส้นเลือดในปอด เป็นต้น

 

 

นายบุญ พุฒิพงศ์ธนโชติ ประธานมูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี (LSD Foundation) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
มูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี ได้พยายามผลักดันโรคในกลุ่มแอลเอสดี ให้เข้าสู่ระบบการรักษาของภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรม และค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมาก จึงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับภาครัฐ
ปัจจุบันการรักษาโรคโกเช่ร์ในประเทศไทย มีอยู่ 2 วิธี คือ หนึ่ง ใช้ยารักษาเอนไซม์เป็นหลัก และสอง ใช้ยารักษาเอนไซม์แล้วปลูกถ่ายไขกระดูกร่วมด้วย ซึ่งผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิ์ของบัตรทอง บัตรประกันสังคม และบัตรข้าราชการ เพื่อรับสิทธิ์ยารักษาด้วยเอนไซม์ได้ ซึ่งจะต้องได้รับเอนไซม์ดังกล่าวทุกๆ 2 สัปดาห์ไปตลอดชีวิต

“แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเงื่อนไขของ สปสช. ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เช่น รักษาผู้ป่วยโรคโกเช่ร์ เฉพาะชนิดที่ 1 ซึ่งเป็นชนิดเดียวที่ไม่มีอาการทางสมองร่วมด้วย หากจะรักษาด้วยการปลูกถ่ายแบบปลูกไขกระดูกจะต้องได้รับไขกระดูกมาจากพี่น้องเท่านั้น จึงจะใช้สิทธิ์ปลูกถ่ายไขกระดูกได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้ป่วยหลายรายไม่มีพี่น้อง หรือบางรายไขกระดูกของพี่น้องก็ไม่สามารถเข้ากันได้ จึงทำให้ผู้ป่วยหลายรายไม่มีสิทธิ์ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก หากมองในระยะยาวการให้เงินสนับสนุนการปลูกถ่ายไขกระดูกให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะคุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายของภาครัฐมากกว่า เพราะหากผู้ป่วยหายขาด ในระยะยาวรัฐจะใช้งบประมาณลดลงไปมากกว่าค่ายาเอนไซม์ที่ต้องจ่ายไปตลอดชีวิต”

 

 

ด้าน คุณแม่ของน้องเบนซ์ ผู้ป่วยโกเช่ร์วัย 14 ปี จากจังหวัดอุดรธานี เล่าให้ฟังว่า เมื่อทราบผลการวินิจฉัยจากคุณหมอ
ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น คุณหมอขอตรวจเลือดและบอกว่าลูกป่วยเป็นโรคโกเช่ร์ ตอนนั้นลูกอายุเกือบ 3 ขวบ พอทราบรู้สึกมืดมิดไปแปดด้าน เพราะไม่มียารักษา ต้องรักษาประคับประคองไปตามอาการ สงสารลูกมากท้องก็โตขึ้นเรื่อยๆ เส้นเลือดเห็นชัด ลูกปวดตัวปวดกระดูก กินแทบไม่ได้ นอนก็ปวดผอมมากตัวมีแต่กระดูกแทบไม่มีเนื้อหุ้มเลย หลังจากนั้นต่อมา โชคดีที่คุณหมอแนะนำให้รู้จักกับมูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี ทำให้ดิฉันและลูกเริ่มมีกำลังใจ มีแนวทางในการดำเนินชีวิต ได้แลกเปลี่ยนความคิดร่วมกับครอบครัวที่ป่วยเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นในปี 2556 ยาเอนไซม์ได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลัก ลูกก็ได้มารักษาด้วยการให้เอนไซม์ โดยการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากมูลนิธิฯ ลูกก็มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ท้องยุบไม่ค่อยปวดกระดูก กินได้มากขึ้น เริ่มไปโรงเรียนได้ตอนนั้นอายุ 8-9 ขวบ วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ได้ ดิฉันอยู่อย่างมีความสุขมากเห็นลูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยิ้มได้ นอนหลับ และเริ่มมีสังคมกับเพื่อนๆ ในโรงเรียนค่ะ ทุกวันนี้ต้องมารับเอนไซม์ 2 สัปดาห์ครั้งหนึ่ง ทำให้ทุกวันนี้ลูกมีอาการเหมือนเด็กปกติแล้ว ซึ่งในอนาคตดิฉันก็อยากให้ลูกได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกเพื่อจะได้หายขาดจากโรค

ทั้งนี้ ผู้มีจิตกุศลอยากเป็นส่วนหนึ่งในการมอบความหวังและสร้างโอกาสให้กับผู้ป่วยโรคโกเช่ร์ และกลุ่มโรค LSD รวมถึงเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของผู้ป่วย สามารถบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี “มูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี” ธนาคารกสิกรไทย หัวหมาก บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 078-2-53947-9 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.lsdthailand.com ซึ่งสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย

‘ฝังเข็ม’ทางเลือกรักษา‘ออฟฟิศ ซินโดรม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370345

‘ฝังเข็ม’ทางเลือกรักษา‘ออฟฟิศ ซินโดรม’

‘ฝังเข็ม’ทางเลือกรักษา‘ออฟฟิศ ซินโดรม’

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทราบหรือไม่ว่า…การนั่งทำงานในออฟฟิศหรือห้องแอร์เย็นๆ ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายได้เหมือนกัน มนุษย์ออฟฟิศที่ทุ่มเทแรงกายในการทำงาน จนเริ่มมีอาการปวดตามหลัง ไหล่ คอ ลามไปถึง อาการปวดศีรษะ ปวดตา อาการเหล่านี้อาจเป็นอาการของโรค “ออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งถ้าไม่บำบัดรักษา หรือป้องกันตั้งแต่ต้น ก็อาจกลายเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพในภายหลังได้

 

 

บอสสาวคนเก่งแห่ง บีบี คลินิก สินีนารถ เองตระกูล เผยว่า อาการออฟฟิศซินโดรม เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หากปล่อยไว้โดยไม่บำบัดหรือไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายตามมา ทางบีบี คลินิก ได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพภายในควบคู่กับความสวยภายนอก จึงขยายการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด โดยการฝังเข็ม ซึ่งเป็นศาสตร์การรักษาโรคของจีนที่มีประวัติการค้นคว้าและแพร่หลายมายาวนาน เป็นวิธีการรักษาโรค ฟื้นฟูสุขภาพ สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้อวัยวะและระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะด้านการระงับอาการเจ็บปวด จึงได้ถูกนำไปใช้ในการรักษาโรคปวดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

“เราได้เปิดตัวศูนย์การแพทย์ทางเลือกด้วยการฝังเข็ม โดยแพทย์แผนจีนที่รักษาโดยการใช้ศาสตร์การปรับสมดุล หยินหยาง เพื่อฟื้นฟูอวัยวะที่บกพร่องต้นเหตุของการเกิดโรคต่างๆ บีบี คลินิก เป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองเป็นคลินิกศัลยกรรมความงามครบวงจร ฝังเข็มและแพทย์ทางเลือกที่ได้รับการรับรองจาก JCI (Joint Commission International) มาตรฐานการรักษาระดับสากลจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ป่วยและผู้ใช้บริการได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพทัดเทียมกับสถานพยาบาลในประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกาและมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด”

 

 

ด้านแพทย์จีน ธีรธัชช์ ธนะมั่นคงพร้อม ให้ข้อมูลว่า การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการอยู่ในท่าเดิมนานๆ ติดกัน 1-2 ชั่วโมงขึ้นไปนั้น ทำให้เกิดการใช้งานที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ บ่า ไหล่ หลัง และอาจจะเกิดที่บริเวณอื่นๆ ของร่างกายร่วมด้วย โดยที่บริเวณที่ใช้งานมากเกินไปนั้น จะมีอาการ ตึง ยึด ปวด ชา ซึ่งในบริเวณที่มีอาการนี้มักจะเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อขึ้นบริเวณนั้น และทำให้เกิดจุดกดเจ็บขึ้น จนกลายเป็นอาการฮิต “ออฟฟิศ ซินโดรม” (Office Syndrome) ผู้เจ็บป่วยสามารถ 1.ยืด กล้ามเนื้อด้วยตัวเอง ด้วยการออกกำลังกาย เล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ซึ่งจะได้ผลดีหากทำต่อเนื่องเป็นประจำ 2.การนวด หรือ กดจุด บริเวณกล้ามเนื้อที่ปวด สามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว ลดอาการปวดเมื่อยควรทำโดยแพทย์แผนไทย หรือแผนโบราณที่เชี่ยวชาญ ต้องระวังการกดบางตำแหน่งที่อันตรายเช่น บริเวณคอที่มีหลอดเลือดแดงใหญ่ หรือการเปิดประตูลม โดยการกดทับหลอดเลือดเป็นเวลานานเกินไป

และ 3.หากอาการรุนแรงถึงขั้นขยับร่างกายลำบาก อาจต้องใช้เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือการฝังเข็มรักษาอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่เห็นผลดี เนื่องจากอาการปวดที่เกิดขึ้นมาจากการอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานานทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก การฝังเข็มนอกจากจะช่วยกระตุ้นบริเวณที่เป็น ให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นแล้ว ยังช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ทำให้ลดอาการตึง ปวด สลายเลือดที่คั่ง หรือขับสารพิษสะสมในร่างกายจากมลภาวะต่างๆ ที่เจอในชีวิตประจำวันให้รู้สึกโล่งสบายขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังเป็นการรักษาที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงผลข้างเคียงจากการใช้ยาแก้ปวดเป็นเวลานานอีกด้วย

 

 

“ปัจจุบันศาสตร์การรักษาด้วยวิธีนี้ ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก ว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ ทั้งโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ภูมิแพ้ อัมพฤกษ์ อัมพาต นอนไม่หลับ ไมเกรน อาการปวดประจำเดือน รวมไปถึงด้านความงาม ทั้งรักษาสิว ฝ้าลดเลือนริ้วรอยต่างๆ โดยรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้อีกด้วย ทั้งนี้ผู้ป่วยหรือผู้ที่สนใจควรเลือกทำการรักษาที่สถานพยาบาลที่ผ่านมาตรฐาน JCI ซึ่งผู้รับบริการจะสามารถตรวจสอบและเช็คประวัติแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้ อีกทั้ง มั่นใจได้ว่ามีระบบป้องกันการติดเชื้อที่ได้มาตรฐานสากล ระบบการรองรับภาวะฉุกเฉิน ระบบโครงสร้างความปลอดภัยทางกายภาพที่ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการดูแลรักษาตั้งแต่ผู้ป่วยเข้ามาในโรงพยาบาล จนกระทั่งสิ้นสุดการรักษา โดยคำนึงถึงสิทธิผู้ป่วย การให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและอาการที่เป็น รวมถึงการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเพื่อให้กระบวนการดูแลรักษาเกิดผลลัพธ์สูงสุดต่อผู้ป่วยอีกด้วย”

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ บีบี คลินิก สาขาสุขุมวิท 11 หรือ บีบี คลินิกทุกสาขา หรือคลิก http://bbbeautycenter.com, http://www.facebook.com/BBClinicOfficial และอินสตาแกรม : bbclinic