องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากเสด็จทรงเยี่ยมราษฎร จ.น่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370351

องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากเสด็จทรงเยี่ยมราษฎร จ.น่าน

องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากเสด็จทรงเยี่ยมราษฎร จ.น่าน

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากเสด็จทรงเยี่ยมราษฎร จ.น่าน

พร้อมมอบเงินสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยอินโดนีเซีย

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาองค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดน่าน ทรงเปิดสถานีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติเพื่อการเตือนภัย ณ พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านไทลื้อ บ้านร้องแง ต.วรนคร อ.ปัว ทอดพระเนตรพื้นที่ต้นแบบการฟื้นฟูเขาหัวโล้น ณ บ้านดงผาปูน ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ และทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนสันติสุขพิทยาคม ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน

สำหรับสถานีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติเพื่อการเตือนภัย ณ พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านไทลื้อบ้านร้องแง ต.วรนคร อ.ปัว แห่งนี้ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีพระดำริให้มูลนิธิฯ ดำเนินกิจกรรมด้านการเฝ้าระวังป้องกันภัยพิบัติ เพื่อเป็นการป้องกันและลดความสูญเสีย ความเดือดร้อน และความยากลำบากของราษฎรอันอาจเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเห็นว่าพื้นที่ อ.ปัว เป็นหนึ่งในพื้นที่ของจังหวัดน่านที่ได้รับความเสียหายจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเบบินคา และเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติจากอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก จึงทรงรับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เป็นเครือข่ายด้านการเฝ้าระวังภัยของมูลนิธิฯ และร่วมกันจัดสร้างสถานีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อการเตือนภัยแห่งนี้ขึ้น และจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสร้างสถานีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติในพื้นที่ป่าต้นน้ำของจังหวัดน่าน ให้ครอบคลุมเพียงพอต่อการเตือนภัยน้ำหลากและดินถล่มต่อไป

 

ทรงเยี่ยมราษฎรที่มารอรับเสด็จ

จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทอดพระเนตร “ลำเหมืองฮ่องแง” หมู่บ้านร้องแง ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทลื้อ เดิมประสบปัญหาน้ำหลากน้ำแล้ง มานานกว่า 40 ปี ระบบลำเหมืองส่งน้ำเสื่อมสภาพ หลังจากน้ำท่วมในปี 2552 ชุมชนได้ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ในการปรับปรุงลำเหมืองฮ่องแง ให้เป็นคลองเปิดระบายน้ำท่วมหลาก และปรับปรุงลำเหมืองต่างๆ เพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่เกษตรตามความลาดชัน เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ทำกิน สามารถบรรเทาปัญหาน้ำหลากน้ำแล้ง พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์กว่า 900 ไร่ นอกจากนี้ชุมชนยังปรับเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูกจากพืชเชิงเดี่ยว มาทำการเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ เกิดความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน มูลนิธิฯ จะนำต้นแบบความสำเร็จนี้ไปขยายผลกับชุมชนบ้านใหม่ภูคา ต.ภูคา อ.ปัว เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำ แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคและทำการเกษตรของชุมชนต่อไป

 

 

ต่อมา เสด็จไปยังบ้านดงผาปูน ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ ทอดพระเนตรพื้นที่ต้นแบบการฟื้นฟูเขาหัวโล้น โดยในปี 2554 ชุมชนได้ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำรวจ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา และวางแผนพัฒนา แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคและการเกษตรได้ และดำเนินการฟื้นฟูเขาหัวโล้นด้วยการสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น ปลูกกล้วยเสริมพื้นที่ต้นน้ำและเขาหัวโล้น ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง รวมทั้งขยายแนวคิดและวิธีการดำเนินงานไปยังชุมชนบ้านนาบงที่อยู่ติดกันในการดำเนินงานสร้างต้นแบบการฟื้นเขาหัวโล้น พื้นที่กว่า 1,200 ไร่ เป็นตัวอย่างชุมชนที่เข้มแข็งในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและฟื้นฟูแหล่งน้ำแบบพึ่งพาตนเอง จัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนสันติสุขพิทยาคม ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลากฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่ทาง
การเกษตรและปศุสัตว์ของราษฎรได้รับความเสียหายมากที่สุดในจังหวัดน่าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 3 ตำบล 31 หมู่บ้าน กว่า 1,550 ครัวเรือน บ้านพักอาศัยเสียหาย 18 หลัง พื้นที่ทำการเกษตรเสียหายกว่า 3,700 ไร่ และบ่อปลาราษฎรเสียหาย 280 บ่อ นับได้ว่าเป็นพายุโซนร้อนที่สร้างความเสียหายให้แก่จังหวัดน่านรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี

ความทราบถึง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎร
ผู้ประสบภัย และมีพระเมตตาประทานถุงยังชีพของมูลนิธิฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ราษฎรและพระภิกษุในพื้นที่ อ.สันติสุข จำนวนทั้งสิ้น 540 ถุง และมอบเงินช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายสิ้นเชิง 1 ราย เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทรงมีรับสั่งให้มูลนิธิฯ จัดหาพันธุ์ปลาและอาหารสัตว์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการฟื้นฟูชีวิตแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์น้ำและปศุสัตว์ ซึ่งเป็นอาชีพหลักในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย

การนี้ ได้เสด็จทรงเยี่ยมเยียนราษฎรผู้ประสบภัย พร้อมทั้งประทานหญ้าแห้งอัดก้อนและพันธุ์ปลานิล ปลายี่สก และปลานวลจันทร์ ชนิดละ 2,000 ตัว เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยให้สามารถเลี้ยงชีพ
ต่อไป แล้วจึงเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านป่านอ้อย ต.ป่าแลวหลวง อ.สันติสุข ที่ได้ประทานความช่วยเหลือจากอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก บ้านพังเสียหาย จำนวน 3 ราย

นับเป็นพระกรุณาและเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร ในพื้นที่ ต.วรนคร อ.ปัว, ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข เป็นล้นพ้น

 

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยผู้ประสบภัยอินโดนีเซีย โดยมี ฯพณฯ อะฮ์มัด รุซดี ออท. อินโดนีเซีย รับมอบ

อนึ่ง ในวันที่ 10 ตุลาคม 2561 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์นายกกิตติมศักดิ์ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยทรงมีรับสั่งให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบเงินสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิสาธารณรัฐอินโดนีเซีย จำนวน 2,000,000 บาท ในการนี้ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานที่ปรึกษามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และ นายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ผู้จัดการมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนในการมอบเงิน โดยมี ฯพณฯ อะฮ์มัด รุซดี (H.E. Mr.Ahmad Rusdi) เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนรับเงินบริจาค ณ สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์นายกกิตติมศักดิ์ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ประธานมูลนิธิฯ ได้ประทานแนวพระดำริในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ คือ แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศไทยเท่านั้น หากเกิดเหตุอุทกภัยร้ายแรงในต่างประเทศ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ก็พร้อมจะช่วยเหลือด้วยเช่นกัน ด้วยทรงตระหนักดีว่าการร่วมมือร่วมใจจากหลายๆ ฝ่ายตามความสามารถของแต่ละคนจะช่วยบรรเทาความสูญเสีย และฟื้นฟูผู้ประสบภัยได้ดีกว่า การทำงานเพียงลำพัง ดังนั้น การส่งมอบ “น้ำใจ”ในครั้งนี้ จะเป็นกำลังใจให้ประชาชนชาวอินโดนีเซียลุกขึ้นได้อีกครั้ง

ใจเต้นไปกับ 6 หนุ่มสเปนสุดฮอต ‘BORN TO DANCE’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370301

ใจเต้นไปกับ 6 หนุ่มสเปนสุดฮอต ‘BORN TO DANCE’

ใจเต้นไปกับ 6 หนุ่มสเปนสุดฮอต ‘BORN TO DANCE’

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พบกับการแสดงอันร้อนแรงที่จะขับหัวใจจนเต้นไม่เป็นจังหวะ กับการแสดงใหม่ล่าสุดชุด “Born to Dance” มหัศจรรย์อลังการสร้างสรรค์โดย “Los Vivancos” 6 หนุ่มสเปนรูปงาม นักเต้นฟลาเมนโกร่วมสมัยเจ้าของรางวัลมากมาย เพลิดเพลินไปกับดนตรีจาก เมทัลลิก้า ดีพเพอร์เพิล และ ลีโอนาร์ด โคเฮน ตำนานนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลมาประกอบอยู่ในการแสดงครั้งนี้

พี่น้องตระกูล Vivancos รวมตัวกันในปี 2007 และสร้างสรรค์การแสดงอันได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในทศวรรษนี้ “โลส วิวานคอส”ทั้ง 6 คนเป็นผู้ดำเนินการผลิต กำกับ ออกแบบท่าเต้น และประพันธ์ดนตรีด้วยตัวเองทั้งหมด

Los Vivancos ได้รับเชิญเข้าร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีและศิลปะร่วมกับศิลปินระดับสุดยอดของวงการ เช่น Antonio Banderas เจ้าหญิง Stephanie แห่งโมนาโก นักร้องชาวฝรั่งเศส Mylene Farmer โดยแสดงต่อหน้าผู้ชม 18,000 คน ณ Bercy Stadium แห่งปารีส และครั้งนี้คือการแสดงปิดไตรภาคของคณะ จาก 7 Hermanos, Aeternum มาจนถึง Born to Dance

ในการแสดงชุดนี้ ผู้ชมจะได้เห็นการเต้นอันเร้าใจ หลากหลายรูปแบบ อาทิ แท็ป ฟลาเมนโก ศิลปะการต่อสู้ ประกอบกับ ฉาก ดนตรี และการออกแบบเวที เทคนิคแสง เทคนิคพิเศษ และ ฉากประกอบการแสดงอันอลังการ ซึ่ง 7 หนุ่มสเปนรูปงามจะทำให้คุณหายใจไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียว พบกับพวกเขาได้ในการแสดงปิดม่านงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ ครั้งที่ 20 กรุงเทพฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย สถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย

เป็นการปิดม่านมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ ครั้งที่ 20 กรุงเทพฯ อย่างตื่นตาตื่นใจด้วยการเต้นที่ได้รับคำนิยมจากคนดังและสื่อมวลชนชั้นนำระดับนานาชาติ อีกทั้ง ยังเป็นเจ้าของสถิติโลกกินเนสส์ “ฟุตเวิร์กที่เร็วที่สุดในโลก” Fastest Footwork in the World “Guinness World Record” ทัวร์การแสดงมาแล้วทั่วโลก มีผู้ชมกว่า 2 ล้านคน มากกว่า 54ประเทศ 300 เมือง รวมมากกว่า 1,000 รอบการแสดง นอกจากนี้ ยังกวาดรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย

บัตรเข้าชมการแสดง มีจำหน่ายที่ Thai Ticket Major (http://www.thaiticketmajor.com/) สายด่วนโทร.02-2623191 และเคาน์เตอร์ Thai Ticket Major ทุกสาขา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และคลิปตัวอย่างการ
แสดงทั้งหมดสามารถดูได้ที่ www.bangkokfestivals.com และhttps://www.facebook.com/Bangkoks
InternationalFestivalOfDanceMusic/

‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 21 ‘รักและคิดถึง’ ย้อนรำลึกพระจริยวัตรอันงดงามตลอดพระชนม์ชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370315

‘คิดถึง...สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 21 ‘รักและคิดถึง’ ย้อนรำลึกพระจริยวัตรอันงดงามตลอดพระชนม์ชีพ

‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 21 ‘รักและคิดถึง’ ย้อนรำลึกพระจริยวัตรอันงดงามตลอดพระชนม์ชีพ

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ในวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เชิญชวนชาวไทยร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า ในนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 21 ภายใต้ชื่องาน “รักและคิดถึง” ระหว่างวันที่ 17-28 ตุลาคม 2561 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเป็นประธานเปิดงาน พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เวลา 17.30 น.

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กล่าวถึงการจัดนิทรรศการครั้งนี้ว่า “นับเป็นเวลากว่า 23 ปี จากการเสด็จสวรรคต หากแต่น้ำพระทัย และความรัก ความห่วงใยในราษฎรยังคงประทับแน่นในความทรงจำมิรู้ลืม สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพบเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายในสังคมไทย ตลอดระยะเวลา 5 แผ่นดิน นับจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงประสบทั้งความสุขและความทุกข์โศกสุดพรรณนา โดยแต่ละช่วงเวลาตลอดพระชนม์ชีพ ทรงมอบความรักอันล้นเหลือให้กับผู้ใกล้ชิดนับจากบุพการี ครอบครัว ผู้มีพระคุณ พระสวามี พระโอรสพระธิดาพระราชวงศ์ ตลอดจนปวงชนชาวไทย ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการอย่างต่อเนื่องยาวนานเพื่อประโยชน์สุขของผู้ยากไร้ด้อยโอกาสทุกหมู่เหล่า ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกศาสนา”

 

 

นิทรรศการในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “รักและคิดถึง” เพื่อเทิดพระเกียรติและย้อนรำลึกถึงพระจริยวัตรอันงดงามอ่อนโยน เปี่ยมด้วยความรักความเมตตา เพื่อน้อมนำพาให้ชนรุ่นหลังเทิดทูนและยึดถือเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตสืบไป โดยเล่าผ่านช่วงเวลาสำคัญตลอดพระชนม์ชีพ ดังนี้ ช่วงที่ 1 เด็กหญิงสังวาลย์ ชีวิตในวัยเยาว์กับครอบครัวที่มีอาชีพช่างทอง ที่หล่อหลอมพระอุปนิสัยใฝ่เรียนรู้ เติบโตในชุมชนเล็กๆ ใกล้วัดอนงคาราม ได้เป็นข้าหลวงในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ (กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร) และมีโอกาสร่ำเรียนเป็นนักเรียนพยาบาลในโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช

ช่วงที่ 2 หม่อมสังวาลย์ในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ด้วยพระอุปนิสัยใฝ่เรียน และสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดทำให้นางสาวสังวาลย์ ได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาวิชาพยาบาล ณ สหรัฐอเมริกา อันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่ได้พบและอภิเษกสมรสกับ สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ และสร้าง “ครอบครัวมหิดล”

ช่วงที่ 3 พระราชชนนีศรีสังวาลย์ ชีวิตครอบครัวเริ่มได้ไม่นาน ก็ประสบกับความสูญเสีย สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ สิ้นพระชนม์ นับจากนั้น ภาระการเป็นหัวหน้าครอบครัวจึงตกเป็นของ หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา การอภิบาลพระโอรส พระธิดาดำเนินไปท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมและประเทศชาติ ช่วงที่ 4 สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ พระราชภารกิจยิ่งใหญ่ในการถวายพระอภิบาลและอบรมพระโอรสพระธิดา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8) และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ซึ่งต่อมาความรักได้ส่งผ่านไปถึงพระราชนัดดา พระนัดดา ทรงปลูกฝังให้มีคุณธรรมและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่

ช่วงที่ 5 สมเด็จย่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มิได้ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่แต่เฉพาะความทุกข์ความสุขของ “สมาชิกในครอบครัว” ของพระองค์เท่านั้น หากแต่น้ำพระราชหฤทัยที่เอื้ออารีเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณานั้น ได้ส่งไปถึงอาณาประชาราษฎร์ด้วย ทรงเป็น “สมเด็จย่า” ที่ชาวไทยเคารพ เทิดทูน ผูกพันมาจนตราบทุกวันนี้ ช่วงที่ 6 แม่ฟ้าหลวง การทรงงานผ่านมูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขาไทยฯ มาสู่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการพัฒนาดอยตุงฯ พระราชกรณียกิจเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทรงเป็น “แม่ฟ้าหลวง” ที่นำความสุขและความหวังมาสู่ชาวไทยภูเขาตามดอยต่างๆ ในถิ่นทุรกันดาร ช่วงที่ 7 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐของสมเด็จพระราชชนนีที่มีต่อพระองค์และอาณาประชาราษฎร์ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธยสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี”

 

 

ภายในนิทรรศการยังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพแบรนด์ดอยตุง โดยฝีมือคนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย ทั้งหัตถกรรมแบรนด์ Doi Tung Lifestyle และ Doi Tung Café กับกาแฟอาราบิก้า 100% คุณภาพเกรด
พรีเมียม ร้านต้นไม้ดอยตุง ที่ขนมาทั้งต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ที่ได้รับการเพาะเลี้ยงจากศูนย์เพาะเลี้ยงต้นไม้บนดอย ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ จนถึงดอกและผล ที่ออกงอกงาม ซึ่งการันตีคุณภาพ และความเอาใจใส่ได้จาก “สวนแม่ฟ้าหลวง” ที่ดอยตุง จ.เชียงราย ถึงความสวยงามตลอดเวลา 365 วันใน 1 ปี พร้อมกับการเรียนรู้ตามรอย “สมเด็จย่า” ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ กับกิจกรรม “เวลาเป็นของมีค่า” เรียนรู้การทำสวนขวด สร้างพื้นที่สีเขียวไว้ใกล้ตัว ด้วยเทคนิคง่ายๆ และประดิษฐ์ที่คั่นหนังสือจากดอกไม้แห้ง

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมงาน “คิดถึง..สมเด็จย่า”ครั้งที่ 21 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ ระหว่างวันที่ 17-28 ตุลาคม 2561 ณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ครอบครัวเซเลบฯ ตามล่าขุมทรัพย์ ท้าทายจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370304

ครอบครัวเซเลบฯ ตามล่าขุมทรัพย์ ท้าทายจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์

ครอบครัวเซเลบฯ ตามล่าขุมทรัพย์ ท้าทายจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป พร้อมด้วยพันธมิตร ผนึกกำลังนำความสุข รอยยิ้มพร้อมด้วยเสียงหัวเราะ มาต้อนรับปิดเทอมให้น้องๆเปิดโลกจินตนาการและตื่นเต้นไปกับการผจญภัยล่าขุมทรัพย์บนเกาะมหาสมบัติ ในงาน Major Cineplex presents Pirate Kingdom ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ กิจกรรมความมันส์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสุดหรรษา ท้าทายจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้ กับการผจญภัยในดินแดนโจรสลัด ที่ต้องร่วมกันปฏิบัติภารกิจ เพื่อช่วยกันตามล่าหาขุมทรัพย์บนเกาะมหาสมบัติแห่งนี้ ที่เพิ่งปิดฉากลงไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

นิธิ พัฒนภักดี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า งาน “Major Cineplexpresents Pirate Kingdom ผจญภัยเกาะมหาสมบัติจัดขึ้นเพื่อเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้าคนพิเศษ อีกทั้ง เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านการเล่น และได้ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนาความสามารถ ทักษะการเรียนรู้ รวมทั้งประสบการณ์นอกห้องเรียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ และส่งเสริมให้น้องๆ เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป

“แม้งานจะจบลงไปแล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถพาน้องๆ ไปชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์KODOMO Kids Cinema ต่อได้ เรามีภาพยนตร์ Animation และหนังครอบครัวมาเข้าคิวรอให้ได้รับชมกันหลายเรื่อง เช่น เรื่อง Luis & the Aliens สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของโดราเอมอน พลาดไม่ได้กับเรื่อง Doraemon The Movie 2018 ตอนเกาะมหาสมบัติของโนบิตะ นอกจากนี้ ยังมีเรื่อง How the Grinch Stole Christmas และ Ralph Breaks the Internet หลังจากดูหนังเสร็จ ยังสามารถแวะไปรับประทานอาหารที่โซนเมกา ฟู้ดวอล์ก ที่มีร้านอาหารมาให้เลือกรับประทานกันแบบไม่รู้จบ หรือคุณพ่อคุณแม่จะช็อปปิ้งก่อนกลับบ้านก็ยังได้ เรียกได้ว่าทุกคนในครอบครัวได้เติมเต็มความสุขทุกไลฟ์สไตล์ ที่เดียวจบ ครบทุกความต้องการ”

ด้านครอบครัวเซเลบริตี้ นอกจากจะมาร่วมสนุกในงานแล้ว ยังเผยถึงวิธีการเลี้ยงลูก รวมไปถึงการใช้เวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกันภายครอบครัวอีกด้วยเริ่มที่คุณแม่คนสวย โอ๋-อภิชญา ไกรฤกษ์ ที่ควงสองหนุ่มน้องที-น้องทิป มาร่วมกิจกรรมด้วย กล่าวว่า “ปกติถ้าว่างก็ชอบพาลูกๆ ไปทำกิจกรรมนอกบ้านเสมอ ไม่ว่าจะดูหนัง ไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือไปตามสวนสนุกต่างๆเพราะเห็นว่าการทำกิจกรรมนอกห้องเรียนถือเป็นการเรียนรู้ และเสริมสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี วันนี้เด็กๆ สนุกมาก แถมยังออกปากชวนคุณแม่ว่าหลังจากจบงาน ขอให้พาไปดูหนังต่อที่โรงภาพยนตร์ Komodo Kids Cinema อีกด้วย”

ด้านคุณแม่ลูกสาม บัว-ปัทมน (อดิเรกสาร) สุริยะ ที่มาพร้อมน้องเทต-น้องเธมส์ และน้องไทน์ เล่าให้ฟังว่า “กิจกรรมวันนี้สนุกมาก เด็กๆ ปิดเทอมอยู่บ้านก็เหงาได้ออกจากบ้านมาทำกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้ ทุกคนชอบมากเลย ถึงขนาดบอกว่าอยากมาเล่นกันอีก ส่วนตัวบัวเป็นคนที่เคารพการตัดสินใจของลูกมาก หากเขาชอบหรืออยากทำอะไรก็จะพาไปซึ่งเด็กๆ จะชอบการทำกิจกรรมนอกบ้านมาก ก็จะหาที่ดีๆ สนุกๆ พาไป หรือถ้าวันไหนลูกอยากอยู่บ้านสบายๆเราจะไม่บังคับเลย เอาที่ลูกสนใจ และอยากทำ อย่างกิจกรรมพิเศษที่ทางเมเจอร์ฯจัดในวันนี้มีแค่ 3 วันเท่านั้นถ้าไม่มาจะเสียดายโอกาสดีๆ แบบนี้ไปเลย แค่มาที่เมกาบางนาที่นี่ที่เดียว เดี๋ยวคุณพ่อชวนไปเดินที่อีเกียต่อ ส่วนคุณลูกขอไปเล่นไอซ์สเก็ตที่ ซับซีโร่ไอซ์สเก็ต คลับ เรียกว่ามาทีเดียวครบ แบบนี้แฮปปี้กันทั้งครอบครัวไปเลยค่ะ”

ติดตามข่าวสารความบันเทิงเพื่ออัพเดทหนังดัง และกิจกรรมดีๆ ที่มีมาให้ลูกค้าคนพิเศษของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ครั้งต่อไป ได้ที่ http://www.majorcineplex.com และเพื่อความสะดวกในการเช็ครอบหนัง,ซื้อตั๋ว, จองตั๋วล่วงหน้า พร้อมดูตัวอย่างหนังที่กำลังจะเข้าฉาย และอัพเดทโปรแกรมหนังเข้าฉายได้ที่แอพพลิเคชั่น Major Movie Plus สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ที่ App Store สำหรับระบบ IOS และ Google Play สำหรับระบบ Android

นิธิ พัฒนภักดี

นิธิ พัฒนภักดี

ครอบครัวสุริยะ โยนห่วงมหาสนุก ลุ้นรางวัล

ครอบครัวสุริยะ โยนห่วงมหาสนุก ลุ้นรางวัล

ครอบครัวไกรฤกษ์ ที่โซนนักประดิษฐ์

ครอบครัวไกรฤกษ์ ที่โซนนักประดิษฐ์

อาหนิง-นิรุตติ์ ชวนแบ่งปันน้ำใจช่วยผู้ลี้ภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370302

อาหนิง-นิรุตติ์ ชวนแบ่งปันน้ำใจช่วยผู้ลี้ภัย

อาหนิง-นิรุตติ์ ชวนแบ่งปันน้ำใจช่วยผู้ลี้ภัย

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

น้ำใจแบ่งปันได้ไม่จำกัด NIRUT TALK FOR UNHCR ทอล์กโชว์ของ นิรุตติ์ ศิริจรรยา ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั่วโลก “เราไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในบ้านเรา สิ่งที่เราทำได้คือ ช่วยกันทำให้โลกใบนี้มันสดใสน่าอยู่ สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่ไม่มีแผ่นดินอยู่ให้พวกเขาได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง” อาหนิง-นิรุตติ์ศิริจรรยา กล่าวขณะเริ่มภารกิจทอล์กโชว์ครั้งแรกในหัวข้อ The Nirut Story ภายใต้แคมเปญ NAMJAI FOR REFUGEES ปีที่ 3 มอบชีวิตใหม่ด้วยน้ำใจกับ UNHCR ที่ อาหนิง-นิรุตติ์ มาเล่ามุมมองและข้อคิดในการใช้ชีวิต รวมถึงพลังแห่งน้ำใจที่เปรียบเสมือนแสงสว่างให้แก่ผู้ลี้ภัยทั่วโลกในฐานะเพื่อนมนุษย์ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ในด้านปัจจัยพื้นฐานได้แก่ การรักษาพยาบาล น้ำสะอาด ที่พักพิง และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้แก่ผู้ลี้ภัยกว่า 68.5 ล้านคนทั่วโลกที่กำลังเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอยู่ในขณะนี้ ซึ่ง อาหนิง-นิรุตติ์ กล่าวสั้นๆ ว่าการช่วยเหลือที่ง่ายที่สุด คือการบริจาคอย่างต่อเนื่องแบบรายเดือน ทาง http://www.unhcr.or.th หรือ SMS
พิมพ์ 30 ส่งมาที่ 4642789 (บริจาคครั้งละ 30 บาท) ได้ทุกเครือข่าย และบริจาคทางโทรศัพท์ได้ที่โทร.02-2062144

น้ำใจนั้นแบ่งปันได้ไม่จำกัด ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันกับ UNHCR มอบความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องให้เด็กและครอบครัวผู้ลี้ภัยทั่วโลก เพื่อช่วยชีวิตพวกเขาอย่างยั่งยืน

สดชื่นพร้อมดูแลสุขภาพด้วยนมอัลมอนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370343

สดชื่นพร้อมดูแลสุขภาพด้วยนมอัลมอนด์

สดชื่นพร้อมดูแลสุขภาพด้วยนมอัลมอนด์

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บลูไดมอนด์โกรเวอร์ส สหกรณ์ผู้ผลิตอัลมอนด์จากเมืองซาคราเมนโตรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ ภายใต้ชื่อ “Fun Art Day with Almond Breeze by Blue Diamond” ด้วยการเพ้นท์ภาพทิวทัศน์ต้นอัลมอนด์ผ่านมุมมองศิลปะ พร้อมฟังเคล็ดลับดูแลรูปร่างในช่วงเทศกาลเจกับ มัจฉาโมซิมันน์ แบรนด์พรีเซ็นเตอร์บลูไดมอนด์อัลมอนด์บรีซ พร้อมชิมเมนูเครื่องดื่มอัลมอนด์เพื่อสุขภาพจาก เจสสิก้า คูนี่ บล็อกเกอร์เฮลตี้ชื่อดัง ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ร้านเพ้นท์บาร์แบงค็อก ชั้น 6 ซอยสุขุมวิท 49

นิธิน บาทรา ผู้จัดการฝ่ายการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ บลูไดมอนด์โกรเวอร์ส กล่าวว่า บลูไดมอนด์อัลมอนด์บรีซ เป็นอัลมอนด์ที่ปลูกในแถบแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทั่วไปต้นอัลมอนด์จะมีความสูงอยู่ราวๆ 4-10 เมตร ผลอัลมอนด์จะค่อนข้างกลมเมื่อยังดิบจะมีสีเขียวและกลายเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ ความสวยงามของต้นอัลมอนด์จะโดดเด่นที่ดอก กลีบของดอกอัลมอนด์จะมีสีขาวหรือสีชมพูอ่อนอยู่จำนวน 5 กลีบ โดยในปลายเดือนกุมภาพันธ์และต้นเดือนมีนาคมต้นอัลมอนด์จะเริ่มผลิบานออกดอกพร้อมสำหรับการผสมเกสร ด้วยความสวยงามของต้นอัลมอนด์นี้ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในกิจกรรมเวิร์กช็อป เพื่อให้ได้รู้จักต้นอัลมอนด์ผ่านความงดงามทางศิลปะในครั้งนี้ขึ้น

“เวิร์กช็อปนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่ดีนั้น เป็นเหมือนการแสดงออกตัวตนของตัวเองที่เเต่ละคนมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้คนจำนวนมากขึ้นก็เริ่มที่จะให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ และการมีทัศนคติในเชิงบวกเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ไปจนถึงการต้องการที่จะบริโภคเครื่องดื่มนมอัลมอนด์คุณภาพดีจากแคลิฟอร์เนีย โดยการเพิ่มนมอัลมอนด์บรีซในชีวิตประจำวันทุกวัน”

มัจฉา โมซิมันน์ แบรนด์พรีเซ็นเตอร์บลูไดมอนด์อัลมอนด์บรีซ แชร์เคล็ดลับการดูแลรูปร่างและรักษาหุ่นให้ดูดีว่า ด้วยอาชีพนางแบบ ทำให้ต้องใส่ใจกับการดูแลสุขภาพและรูปร่างให้ฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอ การมีรูปร่างที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก แค่เราต้องมีวินัย รู้จักเลือกทานอาหารและแบ่งเวลาในการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ในช่วงเทศกาลกินเจคนส่วนใหญ่จะเน้นรับประทานแต่ผักเพียงอย่างเดียว ซึ่งในผักนั้นยังมีสารอาหารอยู่ไม่ครบถ้วน เราจึงต้องเพิ่มโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต อย่าง ธัญพืช ลูกเดือย เมล็ดงา หรือพืชตระกูลถั่วเสริมให้กับตัวเอง ส่วนตัวเป็นคนชอบทานพวกถั่วอยู่แล้ว ยิ่งอัลมอนด์ คือชอบเป็นพิเศษ อย่างช่วงเช้าหรือช่วงเวลาที่รีบเร่งก็จะหยิบนมอัลมอนด์มาทาน ถือว่าตอบโจทย์ได้มากจริงๆ เพราะให้แคลอรี่ต่ำแต่ให้พลังงานได้เพียงพอ

ภายในงานนอกจากจะมีการเพ้นท์ภาพความงดงามของต้นอัลมอนด์แล้ว ยังมีการเสิร์ฟเครื่องดื่มอัลมอนด์เพื่อสุขภาพจาก เจสสิก้า คูนี่ บล็อกเกอร์เฮลตี้ชื่อดังเจ้าของเพจ “be fit for life” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เข้าถึงความเป็นอัลมอนด์อย่างแท้จริง ผ่านเมนูเครื่องดื่ม “Energy boost almond breeze Latte smoothie” และ “Antioxidants super berries almond breeze smoothie” โดยมีนมอัลมอนด์บรีซ เป็นส่วนผสมหลัก ที่ให้คุณค่าและคุณประโยชน์ต่อร่างกายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี่อีกด้วย

เครื่องดื่มนมอัลมอนด์บลูไดมอนด์อัลมอนด์บรีซ มี 6 รสชาติ ได้แก่ รสออริจินอล, สูตรไม่เติมน้ำตาล, รสวานิลลา รสช็อกโกแลต รสลาเต้ และรสมัทฉะ หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ และสำหรับผู้ที่ทานเจในปีนี้สามารถซื้อบลูไดมอนด์อัลมอนด์บรีซ ทานได้ทุกรส ยกเว้นรสมัทฉะเท่านั้น ติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่www.facebook.com/Bluediamondthailandและ IG:Bluediamondthailand

นิธิน บาทรา, มัจฉา โมซิมันน์ และสุริยา มูลศรี

นิธิน บาทรา, มัจฉา โมซิมันน์ และสุริยา มูลศรี

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากนมอัลมอนด์บรีซ

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากนมอัลมอนด์บรีซ

บรรยากาศระหว่างเวิร์กช็อปวาดภาพป่าอัลมอนด์

บรรยากาศระหว่างเวิร์กช็อปวาดภาพป่าอัลมอนด์

เจสสิก้า คูนี่

เจสสิก้า คูนี่

หนังสือเด่น : เลือดพิทักษ์แผ่นดิน เครดิตดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370163

หนังสือเด่น : เลือดพิทักษ์แผ่นดิน เครดิตดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

หนังสือเด่น : เลือดพิทักษ์แผ่นดิน เครดิตดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ม่ออู่” เป็นนักเขียนชาวจีน ที่มีผลงานเป็นที่ชื่นชอบของคนจีน ทั้งบนเกาะไต้หวันและบนแผ่นดินใหญ่ และผลงานของเขาได้ถูกนำไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศหลายประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศไทย งานเขียนที่เขาได้รับความนิยมจากนักอ่านมากที่สุดคือเรื่อง “เทพบุตรเดินดิน” ด้วยการนำเอาลีลาการเขียน แบบ ชีวิตจริงผสมผสานกับปาฏิหาริย์ ที่มีทางเป็นไปได้ นำมาผูกเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้วิถึชีวิตของคนคนหนึ่งต้องถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง และในปีนี้ เขาได้เขียน นิยายอิงประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา ภายใต้ชื่อเรื่องว่า “เลือดพิทักษ์แผ่นดิน” มีด้วยกัน 8 เล่มจบ โดย มี “ธารยุทธ์”เป็นผู้แปลเป็นภาษาไทย

จากงานเขียนที่เขาเคยได้รับความนิยมจากเรื่องเทพบุตรเดินดิน ซึ่งเป็นเรื่องราวในสมัยปัจจุบัน เขาพลิกผัน แนวเขียนของเขา เข้าไปสู่ยุคสมัยเมื่อพันปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นการ หงายมือจากหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว

สำนวนภาษา โวหารในการบรรยาย ใครที่เป็นนักอ่านนิยายจีน คงได้พบว่า มันมีความลึกซึ้งที่แตกต่างกัน ระหว่างยุคใหม่กับยุคเก่า มีนักเขียนนิยายของจีนหลายคนที่เขียน เรื่องราวในยุคแห่งประวัติศาสตร์ แม้เรื่องราวจะสนุกสนาน ชวนให้ติดตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงสำนวนการใช้ภาษาแล้ว พบว่า ขาดความลุ่มลึก ขาดปรัชญาแห่งชีวิตดั้งเดิมของจีนเก่า เลยทำให้คุณค่าของหนังสือเสียไปอย่างน่าเสียดาย

“ม่ออู่” ในผลงานเรื่องนี้ของเขาก็ไม่หลุดจากวังวนนี้เช่นกัน ดังจะเห็น สำนวนภาษา การใช้โวหารในรูปแบบต่างๆ ยังไม่ลึกซึ้งกินใจมากนัก แต่ด้วยการค้นคว้าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ยุคต้าซ่ง ที่เป็นบรรยากาศในเรื่องนี้ ม่ออู่ ใช้ความละเอียดในการจับประเด็นที่นำมาเชื่อมโยงเกี่ยวข้องให้เรื่องได้รับการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้อ่านเข้าใจง่าย และ ได้รับความน่าสนใจแบบต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุบรรเทาความอ่อนด้อยในเรื่อง สำนวนโวหารไปได้ไม่น้อย

ซึ่งหากจะให้ฟังธงลงไปว่า แล้วสุดท้าย เราจะบอกว่าอย่างไร ดีหรือไม่ดี ก็ต้อง วิพากษ์ ตัดสินออกมาได้ว่า เป็น “นิยายที่อ่านสนุก แต่ไม่ค่อยกินใจ”ซึ่งคุณสมบัติแบบนี้ เหมาะสำหรับงานธุรกิจคือ เมื่ออ่านเล่มหนึ่งแล้ว ก็ต้องติดตามไปอ่านเล่มสอง และอ่านเรื่องไปจนจบ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความประทับใจของหนังสือเรื่องนี้ก็ค่อยๆ หลุดหายไปจากความทรงจำของเรา

ตรงนี้กระมังที่คนยุคใหม่แสวงหาความแตกต่างระหว่าง “ติดใจ กับ ประทับใจ ”ว่าแตกต่างกันอย่างไร เหมือน หัวใจงานประพันธ์ของ “ม่ออู่” เรื่องนี้เช่นกัน ที่เขาพยายามจะแยกแยะให้คนอ่านได้ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่าง “ผู้กล้ากับวีรบุรุษ” ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

หนังสือต้องห้าม เขียนในสมัยราชวงศ์แมนจู

แฝงปรัชญา ชี้ผลกรรม การหมกมุ่นกามราคะ

“หนั่นเนื้อนงคราญ” แปลมาจากภาษาจีน มีความหมายว่า อาสนะแห่งเลือดเนื้อ ได้รับการกล่าวขานไม่น้อยไปกว่า นางยั่วปทุมทอง เขียนขึ้นในปี 14 ในรัชกาลซุ่นจื่อราชวงศ์แมนจู (ค.ศ. 1657) เป็นหนังสือต้องห้ามในยุคนั้น จึงเปลี่ยนชื่อเรื่องและลักลอบจำหน่าย จนมีชื่อต่างๆ มากมาย ไปโด่งดังในญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยเอโดะและต่อมาได้รับการแปลหลายภาษา ตัวเอกชื่อบ่วยเอียงเซ็ง เป็นบัณฑิตผู้ติดยึดในกามา ชีวิตเวียนว่ายอยู่ในทะเลราคะ หนังสือไม่ได้เป็นหนังสือแนวกามราคะแต่อย่างใด แต่เป็นนวนิยายรักแฝงปรัชญา ให้ข้อคิดทางโลกียะ ให้เห็นถึงหลักทฤษฎีกรรมตามสนองของผู้ที่หมกมุ่นอยู่ในกามราคะ ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ Sex and Zen ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนังอีโรติก ที่ดีที่สุดของฮ่องกง สำหรับผู้อ่านอายุ 18 ปีขึ้นไป ราคา170 บาท

40 ผลงานรางวัลระดับประเทศและนานาชาติ

แนวทางของ แรงบันดาลใจ ให้เด็กไทยสนใจวิทย์

“โครงการวิทย์พิชิตเวทีโลก” เป็นหนังสือที่รวบรวมโครงการวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมที่ได้รับรางวัลมาตั้งแต่ปี 2539-2561 จำนวน 40 โครงการ ทำขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 70 ปีของสมาคมวิทยาศาสตร์ฯ เพื่อหวังให้เยาวชนรุ่นหลังได้ใช้เป็นแหล่งศึกษา และสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาสนใจทำโครงการวิทยาศาสตร์มากขึ้น อาทิ รถเข็นกายภาพบำบัด หุ่นยนต์ปลาตีน หลักการแตกของฝักส้มกบ เสน่ห์การเคลื่อนที่ของไส้เดือนดิน เป็นต้น เนื้อหาครบถ้วน สามารถเรียนรู้ได้ ตั้งแต่วิธีตั้งโจทย์ สมมติฐาน การนำเสนอวิธีคิด การทำงาน และการสรุปผล ทำให้เด็กๆ เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และฝึกแก้ปัญหาด้วยกระบวนทางวิทยาศาสตร์ เหมาะสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ราคาเล่มละ 295 บาท

นิยายจีนกำลังภายในของนักเขียนไต้หวัน

โด่งดังมีชื่อเสียง รับรางวัลจากจีนแผ่นดินใหญ่

“วิถีดาบสั้น” ยอดนวนิยายจีนรางวัลกระบี่เงิน จากการประกวดนิยายกำลังภายใน ของนักเขียนไต้หวัน “อูตังเล้า”ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปได้รางวัลถึงแผ่นดินใหญ่ ผลงานแปลโดย“น.นพรัตน์” เป็นเรื่องราวของ เซี่ยวเม่ง พ่อครัวธรรมดาที่โชคชะตาพลิกผันให้กลายเป็นนายน้อยแห่งตระกูลใหญ่แห่งยุทธจักร และถูกฝ่ายอธรรมตามฆ่าอย่างโหดเหี้ยม การเดินเรื่องเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดคาดคิด ยากจะเดาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ จากเหตุการณ์หนึ่งไปสู่เหตุการณ์หนึ่ง ต้องผ่านห้วงวิกฤติ ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเก่งกาจ ความประพฤติและตัวตนของตัวเอก และฝีมือการที่เขียนจัดจ้านสมกับเป็นผลงานรางวัลกระบี่เงิน ราคา 190 บาท

แนะนำนักทำสวน ทั้งมือเก่าและมือใหม่

รู้จักพืชผักมากขึ้น เลือกใช้ดิน และปุ๋ย เป็น

หนังสือ “ใช้ปุ๋ยดี เลือกดินถูก ปลูกพืชผักงอกงาม” เป็นหนังสือที่ “เทะสึโอะ คะโต” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร ของญี่ปุ่นเป็นผู้เขียน เป็นคำแนะนำสำหรับนักทำสวนมือเก่าและมือใหม่ ให้เลือกปุ๋ย เลือกดินที่พืชชนิดต่างๆ ชอบพืชชนิดใดควรใส่ภาชนะ ควรลงดิน ความชอบ-ไม่ชอบดินของพืชยอดนิยม เพื่อให้เราสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับต้นไม้ที่เรารัก ในเล่มจะพบเคล็ดลับ ข้อมูลต่างๆ มากมาย ที่ช่วยให้ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ และพืชผักสวนครัวได้ผลดียิ่งขึ้น อ่านเข้าใจง่าย ทำได้จริง ที่สำคัญครบถ้วนด้านองค์ความรู้จากนักวิชาการด้านการเกษตรญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับนักทำสวนทุกคน ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ทั้งมือเย็นมือร้อนก็สามารถปลูกพืชงอกงามได้ ราคา 295 บาท

คุณแหน : 14 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370175

คุณแหน : 14 ตุลาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ๑๓ ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม…

ll “เขาเลิกพูดเรื่องนายกฯคนนอกแต่งตั้งนานแล้ว พูดอยู่นั่นแหละเขามีไว้เพื่ออะไร ไม่รู้เหรอนายกฯคนนอกเขาเขียนไว้เพื่ออะไรถ้าเลือกตั้งแล้วมีนายกฯไม่ได้ ต้องหารือรอบสองเพื่อเลือกนายกฯขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าเลือกนายกฯรอบแรกได้ก็จบ” คำกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. …

ll นักเทควันโดหญิงไทยกานต์ธิดา แสงสิน สามารถคว้าเหรียญทองเหรียญแรก ของนักกีฬาไทยในการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ ๒๐๑๘ ที่อาร์เจนตินา และเป็นเหรียญทองสมัยที่ ๓ ติดต่อกัน ครั้งแรกมี วรวงษ์ พงษ์พานิช (รุ่น ๔๙ กก.) และ ครั้งที่ ๒ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (รุ่น ๖๔ กก.)…

ll ส่วนเอเชี่ยนพาราเกมส์อนุสรณ์ ไชยชำนาญ ชนะเลิศปืนยาวท่านอนอักลม ๑๐ ม. ซึ่งเป็นเหรียญทองเหรียญแรก และ ประวัติ วะโฮรัมย์ นักซิ่งวีลแชร์ สามารถคว้าเหรียญทอง ๒ เหรียญในรายการนี้อีกด้วย…

ll รายการพีทีทีไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ ๒๐๑๘ ได้จบลงแล้วใครไม่ได้ไปชม คงต้องรอปีหน้า และปีถัดไปซึ่งประเทศไทยได้ลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันติดต่อกัน ๓ ปี จินตนา อุดมทรัพย์ พอใจสำหรับนักแข่งในนามของยามาฮ่า และการจัดการบริหาร ปีหน้าฟ้าใหม่ห้ามพลาด…

ll ออกข่าวทั้งสื่อต่างๆ ของประเทศไทยว่า การท่องเที่ยวจีนปีนี้ลดลง แต่ Sea Trip(กระทรวงวัฒนธรรมและท่องเที่ยว) ระบุว่าไทยยังเป็นอันดับ ๑ แหล่งท่องเที่ยวของคนจีน เหนือกว่าญี่ปุ่น ในช่วง GoldenWeekปีนี้…

ll ฟังนักวิชาการอย่าง ดร.สุขุม นวลสกุล “ที่ผ่านมาก็เกิดหลายครั้ง ทั้งเรื่องการโกหกใส่ร้าย มีทั้งที่ต้องออกมาขอโทษลงในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือมีคนติดคุก เรื่องนี้ก็มีและแนวโน้มยังมีต่อไปอีกเรื่อยๆ แต่กรณีนี้ก็เป็นตัวอย่างให้เห็น เหมือนกันว่านักการเมืองเราเล่นนอกกรอบ แบบนี้แล้วจะก่อให้เกิดความเสียหาย”…

ll พิทักษ์ภัยให้ประชา ผดุงรักษาความยุติธรรม มุ่งมั่นบริการประชาชนเป็นนโยบายของ ผบช.น.คนใหม่เอี่ยมถอดด้าม พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่นชาว กทม.คงมีความหวังและดีกว่าเก่า เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์…ll

น้องโน้ต

ยิ้มกันวันอาทิตย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370145

ยิ้มกันวันอาทิตย์

ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อาย : ลูกแมวน้ำแอตแลนติกทำท่าทางน่ารักระหว่างนอนเล่นบนโขดหินในเซนต์มาร์ติน ฮาเวน แคว้นเพมโบรกเชียร์ เวลส์

ไหม้โรงกลั่น : กลุ่มควันพุ่งโขมงขณะที่เปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ออกจากโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งซึ่งเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ ในเมืองบร็อด ประเทศบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา

รักทรัมป์ : หญิงคนหนึ่งทำนิ้วมือเป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจพร้อมกับผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คนอื่นๆ ขณะรอต้อนรับผู้นำสหรัฐที่เดินทางลงพื้นที่เมืองเคาน์ซิล บลัฟฟ์ รัฐไอโอวา ช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหาเสียง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนหน้า

ซ้อมรบ : เฮลิคอปเตอร์แบบซูเปอร์พูม่า คูการ์ ของกองทัพอากาศสวิตเซอร์แลนด์ปล่อยพลุประทัดระหว่างปฏิบัติการบินซ้อมรบและฝึกทางยุทธวิธี เหนือเทือกเขาแอลป์ ในแคว้นเบิร์นเนส โอเบอร์ลันด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สืบสานประเพณีกินเจ – ปลุกกระแสอาหารเพื่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370170

สืบสานประเพณีกินเจ – ปลุกกระแสอาหารเพื่อสุขภาพ

สืบสานประเพณีกินเจ – ปลุกกระแสอาหารเพื่อสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้จัดงานและเชฟโรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส ร่วมกันปรุงอาหารเจมงคลกระทะใหญ่ “ผัดหมี่มงคล 8เซียน”

เมื่อเร็วๆนี้ ณ ลานกิจกรรม เอ็ม บี เค อเวนิว (MBK Avenue) ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมสืบสานเทศกาลกินเจ จัดงาน “เทศกาลอาหารเจ (J Food Festival)@ MBK Center” โดยมี วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน ภายในงานได้มีการปรุงอาหารเจมงคลกระทะใหญ่ “ผัดหมี่มงคล 8 เซียน” จากเชฟโรงแรมปทุมวันปริ้นเซส โดยได้คัดสรรวัตถุดิบมงคล ประกอบด้วยส่วนผสมอันเป็นมงคลและมีประโยชน์ ได้แก่ เส้นหมี่ฮกเกี้ยน ชาวจีน มีความเชื่อว่ารับประทานแล้วเป็นสิริมงคล อายุยืนยาว, พริกยักษ์ 3 สี มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง,เห็ดออรินจิ บำรุงโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต, เห็ดหอมชิตาเกะ ช่วยบำรุงกระดูกและกล้ามเนื้อให้แข็งแรง, แป๊ะก๊วย ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น ช่วยบำรุงสมอง, เต้าหู้เหลือง ลดระดับความดันในเส้นเลือด รักษาระดับน้ำตาลในเลือด,ถั่วเฮเซลนัท ช่วยบำรุงผมและเล็บ และ น้ำมันงาลดการอักเสบและลดการอุดตันของหลอดเลือด พร้อมแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมงานจำนวน 1,000 จาน

ภายในงานได้มีอาหารเจเลิศรส ที่เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี อาทิ ขาหมูเจ : สถานธรรมปิ่นเกล้า(ร้านกวนอิมเจ) เปิดขายอาหารเจมากว่า 10 ปี สำหรับข้าวขาหมูเจที่บูธนี้ ขายจานละ 60 บาท รับรองว่าอิ่มท้อง อิ่มบุญแบบสุขภาพดีแบบชิลๆ ซาลาเปาเจ :ร้านเด่นซาลาเปา เป็นร้านที่มีจุดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของการใช้แป้งสดและสีที่ใช้เป็นสีจากธรรมชาติ มีให้เลือกทั้งลิ้มชิมรสทั้งไส้คาวและไส้หวาน เมนูเด็ดคือ ซาลาเปาเห็ดหอมไส้หมูแดงเจโดยหมูแดงทำจากขาเห็ดหอม ราคาลูกละ 20 บาท, ไส้หมูสับเจ ทำจากโปรตีนเกษตรและขาเห็ดหอมลูกละ 20 บาท, แป้งโฮลวีตผสมธัญพืช ลูกละ 20 บาท ส่วนไส้หวาน มีให้เลือกทั้งไส้ถั่วดำ เผือก (ซาลาเปา), เผือก / ช็อกโกแลต (หมั่นโถว) ลูกละ 15 บาท มะม่วงน้ำปลาหวานเจ : ร้านน้ำปลาหวานวังใหม่ (สภาวัฒนธรรมเขตปทุมวัน) ซึ่งในงานนี้ได้มีการครีเอทปรับเปลี่ยนส่วนผสมให้เป็นน้ำปลาหวานสูตร “เจเติมใจ” โดยใช้ซีอิ๊วขาวและโปรตีนเกษตรเป็นวัตถุดิบและส่วนประกอบในการปรุงรส กระปุกเล็ก ราคา 50 บาท กระปุกกลาง 100 บาท และกระปุกใหญ่200 บาท มะม่วงลูกละ 30 บาท นอกจากนี้ยังมีเซตสำหรับเป็นของฝากด้วยการเพิ่มชะลอมใส่มะม่วงน้ำปลาหวานให้ดูกิ๊บเก๋ไปอีก แกงเขียวหวาน :ร้านเขียวหวาน เดิมชื่อร้านซูโม่ เปิดมาแล้วกว่า 20 ปีเมนูเด็ดแบบต้องยกนิ้วให้ของร้านนี้คือ แกงเขียวหวานตามชื่อร้าน ข้าวราดแกง 1 อย่าง 60 บาท กับข้าวถุงละ 60 บาท เคล็ดลับความอร่อยของร้านก็คือ การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ สดใหม่และสะอาด เฉาก๊วยทรงเครื่อง :ร้านห้วยขวางเฉาก๊วยทรงเครื่องโบราณ และ ชาเย็น/ชาเขียว เครื่องดื่มผสมน้ำเต้าหู้สดจากทางร้าน รวมทั้งเครื่องที่มีให้เลือกถึง 9 อย่าง คือ ลำไย วุ้นมะพร้าว รากบัว แป๊ะก๊วย พุทราเชื่อม สาคู ถั่วเหลือง บาร์เลย์ และมันเชื่อม สนนราคาถ้าใส่เครื่อง 5อย่างก็ 35 บาท ใส่เครื่อง 9 อย่าง 40 บาท เฉาก๊วยลำไยสูตรดั้งเดิม 30 บาท เฉาก๊วยเต้าหู้ชาเย็น 35 บาท เฉาก๊วยน้ำเต้าหู้ชาเขียว35 บาท ชาเขียวนมเย็น ชานมเย็น ชามะนาวน้ำลำไย น้ำเต้าหู้ ราคา 30 บาท ติ่มซำ : ร้านอนุชาติ่มซำ ที่มาพร้อม 9 เมนูเด็ด ไฮไลต์ต้องยกให้ขนมเกล็ดมังกรและขนมจีบเจ ขนมเกล็ดมังกร 40 บาท หรือซื้อ 3 ชิ้น ในราคาเพียง 100 บาท ขนมผักกาด 60 บาท ขนมจีบเจ 120 บาท ซาลาเปา ลูกละ 25 บาทและขนมเปี๊ยะโบราณ ลูกละ 50 บาท ขนมอิ่วก้วย : ร้านอิ่วก้วย (ตลาดน้อย) เปิดขายมานานกว่า 10 ปี จุดเด่นของร้านอิ่วก้วย (ตลาดน้อย) คือ ไส้ที่มีรสชาติกลมกล่อมและอร่อยมาก แถมยังปั้นเป็นถุงทองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อให้เห็นถึงการให้โชค ให้ลาภมีให้เลือก 4 ไส้ คือ หน่อไม้ กะหล่ำปลี เผือกเค็ม เผือกหวาน ราคาชิ้นละ 15 บาท ผัดหมี่ซั่ว : บริษัท เซ่งเฮง นูดเดิ้ล จำกัด ผู้ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวตรา “กระต่าย” จุดเด่นของผัดหมี่ที่บูธนี้ คือ เส้นที่เหนียวนุ่ม ไม่ติดกระทะ ด้วยสูตรเฉพาะของโรงงาน ขายในราคากล่องละ 50 บาท ส่วนเส้นหมี่ซั่ว ถุงละ 20 บาท เส้นหมี่จีน ถุงละ 25 บาท และหมี่ฮ่องกง ถุงละ 80 บาท

กินเจแบบ “C–Four สุขภาพดี เริ่มจากตัวเรา : Care / Clean / Clear / Continue” อิ่มกายอิ่มใจ และอิ่มบุญ พร้อมร่วมสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีกินเจกับ “เทศกาลอาหารเจ J Food Festival @ MBK Center” ได้ตั้งแต่วันนี้-17 ตุลาคมนี้ ณ ลานกิจกรรม เอ็ม บี เค อเวนิว ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

แกงเขียวหวานและอาหารเจจากร้านเขียวหวาน

แกงเขียวหวานและอาหารเจจากร้านเขียวหวาน

ซาลาเปาเจ

ซาลาเปาเจ

อิ่วก้วย จากร้านอิ่วก้วย (ตลาดน้อย)

อิ่วก้วย จากร้านอิ่วก้วย (ตลาดน้อย)

มะม่วงน้ำปลาหวานเจ

มะม่วงน้ำปลาหวานเจ

ติ่มซำ ร้านอนุชาติ่มซำ

ติ่มซำ ร้านอนุชาติ่มซำ

ผัดหมี่ซั่ว จากเซ่งเฮง นูดเดิ้ล

ผัดหมี่ซั่ว จากเซ่งเฮง นูดเดิ้ล