ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ธรรมจักร’ ปฐมภูมิธงเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370143

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ธรรมจักร’ ปฐมภูมิธงเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ธรรมจักร’ ปฐมภูมิธงเผยแผ่พระพุทธศาสนา

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ธงฉัพพรรณรังสีผืนใหญ่ที่สุดในโลก

สัญลักษณ์แสดงความเป็นพุทธศาสนาในอดีตนั้นคือ ธรรมจักร ซึ่งมีการค้นพบโบราณวัตถุชิ้นนี้ปรากฏในดินแดนที่นับถือพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับพระพุทธรูปที่มีฉัพพรรณรังสี หรือประภามณฑล อาทิตย์นี้ขอตามหาปฐมภูมิแห่งธงพระพุทธศาสนา ด้วยเหตุที่วัดของศาสนาพุทธทั้งสายเถรวาทและสายมหายานในประเทศต่างๆ นั้นนิยมแสดง “ธงฉัพพรรณรังสี” ให้เป็นสัญลักษณ์แทนธรรมจักรให้เป็น “ธงพระพุทธศาสนา” ขึ้น แม้ว่าจะมีบางกลุ่มหรือบางสำนักเลือกใช้สีธงให้แตกต่างกันออก ไปก็เพื่อเน้นแนวทางคำสอนแห่งสำนักของตน ดังนั้นธงพระพุทธศาสนาที่ใช้ทั่วไปเป็นสากลนั้นจึงใช้ ธงฉัพพรรณรังสี เป็นธงพระพุทธศาสนาสากล ซึ่ง เริ่มปรากฏการใช้มาตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕ หรือปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ธงนี้ออกแบบโดยพุทธสมาคมโคลอมโบ เมื่อพ.ศ. ๒๔๒๓ โดยพันเอกเฮนรี เอส.โอลคอตต์ เป็นผู้แก้ไขให้เป็นแบบที่ใช้ในปัจจุบัน เริ่มใช้เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘ ที่ประเทศศรีลังกา

ต่อมาองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก(World Fellowship of Buddhists-WFB) นั้นได้ประกาศให้ธงฉัพพรรณรังสีนั้นเป็นธงพุทธศาสนาสากลเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ณ กรุงโคลอมโบประเทศศรีลังกา ธงฉัพพรรณรังสี นั้นกำหนดให้เป็นธงแถบสี โดยนำสีของแสงที่แผ่ออกจากพระวรกายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมี ๖ สี คือ ๑.สีนีละ-สีเขียวเหมือนดอกอัญชัน คือสีน้ำเงินหมายถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แผ่ไพศาลไปทั่วสากลจักรวาล ๒.สีปีตะ-สีเหลืองเหมือนหรดาลทอง หมายถึงทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา ที่หลีกเลี่ยงความสุดโต่งทั้งปวง ๓.สีโรหิตะ-สีแดงเหมือนแสงตะวันอ่อนหมายถึงการอำนวยพรให้ประสบความสำเร็จสมบูรณ์พร้อมด้วยสติปัญญา คุณความดี ความเป็นผู้มีโชคและเกียรติยศทั้งปวง ๔.สีโอทาตะ-สีขาวเงินยวงหมายถึงความบริสุทธิ์แห่งพระธรรมอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งเป็นของที่ไม่จำกัดกาลคือ อกาลิโก และนำกลุ่มชนไปสู่ความหลุดพ้น ๕.สีมัญเชฏฐะ-สีแสดเหมือนหงอนไก่หมายถึงพระปัญญาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า๖.สีประภัสสร-สีเลื่อมพรายเหมือนแก้วผลึก อันเกิดจากการรวมของสีทั้ง ๕ สี หมายถึงความจริงทั้งมวลในพระธรรมคำสอนแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แสงหรือสีที่ปรากฏนี้เรียกรวมว่า วรรณรังสี มี ๖ สี ถือว่า เป็นสีมงคลของพุทธศาสนิกชน ซึ่งนำมาใช้เป็นสีของ ธงฉัพพรรณรังสี ดังกล่าว คำว่า “ฉัพพรรณรังสี”ชื่อของธงนั้น แปลว่า รัศมี ๖ สี มาจากคำสมาสในภาษาบาลี“ฉ” (หก) + “วณฺณ” (สี) + “รํสี” (รังสี, รัศมี) ซึ่งมีที่มาจากสีของรัศมีว่าเป็นแสงที่แผ่ออกจากพระกายของพระพุทธเจ้า

ผู้ออกแบบธงนั้นได้นำสีทั้งหกมาดัดแปลงเป็นผืนธง มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งเป็นแถบเรียงเป็นแนวตั้งความกว้างเท่ากัน ๖ แถบ เรียงลำดับแถบสีจากด้านซ้าย ซึ่งเป็นด้านต้นของธง เรียงสีไปทางขวาดังนี้ แถบแรกสีน้ำเงิน แถบที่สอง สีเหลือง แถบที่สาม สีแดง แถบที่สี่ สีขาว แถบที่ห้า สีแสด ส่วนแถบสุดท้ายนั้นเป็นแถบสีประภัสสร ที่เกิดจากการนำแถบสีทั้งห้าสีแรกมาเรียงลำดับใหม่ในแนวนอน

ส่วนประเทศไทยนั้นมี ธงสัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนาที่ใช้โดยทั่วไปคือ ธงธรรมจักรอันหมายถึง ธรรมะที่นำไปสอนในที่ต่างๆ แล้วยังความสันติสุขให้เกิดขึ้นในที่นั้นๆ ลักษณะธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเหลืองแก่ ตรงกลางเป็นรูปพระธรรมจักรสีแดง  โดยนำธรรมจักรซึ่งมีซี่ล้อหรือกำ สิบสองซี่ หมายถึง ปัจจยาการ หรือปฏิจจสมุปบาท ๑๒ ประการ โดยปกติแล้ว ธงธรรมจักรที่ประดับศาสนสถานนั้นนิยมทำแบบธรรมจักรมีกำ ๘ ซี่ เพื่อให้มีความหมายถึงองค์ของอริยมรรคแต่ละองค์ อันมีองค์แปด อยู่ในวงล้อซึ่งหมายถึง ทุกข์และสมุทัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนเกิดมาแล้วจะต้องประสบ ส่วนดุมที่เป็นศูนย์กลางและสงบนิ่งไม่หมุน นั้นหมายถึง จุดหมายสูงสุด คือ นิโรธหรือนิพพานนั่นเอง ธงธรรมจักรนี้คณะสงฆ์ไทยได้ประกาศใช้ธงธรรมจักรอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑ ทำให้ในวันสำคัญของพระพุทธศาสนามีการประดับธงธรรมจักรร่วมกับธงชาติไทยอยู่เสมอ ซึ่งต่อไปนี้จะมีธงฉัพพรรณรังสี เป็นธงพระพุทธศาสนาสากลเพิ่มมาอีกหนึ่งธง

ธงฉัพพรรณรังสี

ธงฉัพพรรณรังสี

ธรรมจักรศิลปทวารวดี

ธรรมจักรศิลปทวารวดี

ธรรมจักรกับกวางหมอบ

ธรรมจักรกับกวางหมอบ

ธรรมจักร

ธรรมจักร

ธรรมจักร กงสิบสองซี่

ธรรมจักร กงสิบสองซี่

ธงศาสนาพุทธสากล

ธงศาสนาพุทธสากล

ธงพุทธศาสนาของญี่ปุ่น

ธงพุทธศาสนาของญี่ปุ่น

ธงพุทธศาสนาของไทย

ธงพุทธศาสนาของไทย

ตะลอนเที่ยว : ปลายฝน ต้นหนาว ที่โครงการหลวงอินทนนท์ เชียงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370161

ตะลอนเที่ยว : ปลายฝน ต้นหนาว ที่โครงการหลวงอินทนนท์ เชียงใหม่

ตะลอนเที่ยว : ปลายฝน ต้นหนาว ที่โครงการหลวงอินทนนท์ เชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน อากาศยามดึกจนถึงใกล้รุ่งสางบนยอดดอยอินทนนท์ลดลงเหลือต่ำสุด 6 องศาเซลเซียส ฝนที่เคยตกหนักมาก่อน เริ่มจางหายไป แม้บางวันอาจจะยังมีฝนเทลงมาอย่างหนักบ้างก็ตาม แต่ก็ถูกมองว่าเป็นช่วงสุดท้ายปลายฤดูฝนในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยแล้ว

นั่นหมายถึงหน้าหนาวของประเทศไทยในเขตภาคเหนือตอนบนเริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อลมหนาวเริ่มโชยมาก็ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบความหนาวเย็นต่างเตรียมตัวจะขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นบนยอดดอย เนื่องจากไม่สามารถหาไอเย็นจัดๆ ได้จากธรรมชาติในพื้นที่ราบลุ่มทั่วไป แม้จนกระทั่งในตัวเมืองเชียงใหม่เองก็ตามที

ถ้าเช่นนั้น หน้าหนาวนี้ เราไปเที่ยวโครงการหลวงอินทนนท์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยกันดีกว่า

หม่อมเจ้า ภีศเดช รัชนี ทรงกล่าวถึงโครงการหลวงอินทนนท์ ในบทพระนิพนธ์เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับโครงการหลวงว่า “ศุภนิมิตอันดีของโครงการหลวงอินทนนท์ก็เพราะถือกำเนิดหนึ่งวันหลังวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันเฉลิมฯ ปี พ.ศ.2522 ทรงเชิญคณะรัฐมนตรีไปรับพระราชทานเลี้ยงร่วมกับข้าราชบริพารที่พระราชวังบางปะอิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งถามผู้เขียนว่า เรื่องดอยอินทนนท์เป็นอย่างไร และเมื่อทราบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็มีรับสั่งกับนายกรัฐมนตรี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ หลังจากงานพระราชทานเลี้ยงผู้เขียนขับรถกลับกรุงเทพฯ เข้านอนยังไม่หลับดีก็ได้รับโทรศัพท์ว่ารุ่งขึ้นเช้า วันที่ 6 ธันวาคม 2522 ท่านนายกฯขอให้ร่วมคณะบินไปดอยอินทนนท์ คณะของนายกรัฐมนตรีประกอบด้วย รมต.สำนักนายก รองเลขาฯนายกฯ ผู้เขียน อธิบดี 4 กรม เลขาธิการปฏิรูปที่ดิน และผู้ว่าราชการเชียงใหม่ ข้าราชการท้องที่ เช่นนายอำเภอ ตำรวจ และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติขึ้นไปสมทบที่บังกะโลป่าไม้ขุนกลาง”

จากป่าไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์แล้วกลับกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม เพราะการบุกรุกตัดไม้ ทำไร่เลื่อนลอย จนกระทั่งในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชประสงค์ให้ป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม และเพื่อช่วยเหลือให้ชาวบ้านซึ่งอยู่บนเขตภูเขาสูงมีที่ทำกินเป็นหลักแหล่งถาวร เพื่อจะได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยการทำการเกษตรแบบถาวร ดังนั้น การจัดตั้งสถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2522 ที่บริเวณบ้านขุนกลาง สถานีวิจัยแห่งนี้ดำเนินงานด้านไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก และผลไม้ เมื่อวิจัยจนสำเร็จแล้วจึงถ่ายทอดความรู้ไปยังชาวบ้าน จนสามารถทำให้ชาวบ้านสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือกับสถานีวิจัยฯ เพื่ออนุรักษ์ป่าไม้ต้นน้ำให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งปี 2550 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นสถานีเกษตรหลวง อินทนนท์

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ในวันนี้คือสถานที่ดำเนินงานวิจัยด้านไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก ผลไม้เมืองหนาว พืชผักอินทรีย์ ไม้ผลเมืองร้อน กาแฟ รวมถึงงานประมงบนพื้นที่สูงด้วย ภารกิจอีกประการหนึ่งของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์คือการพัฒนา และส่งเสริมให้ชาวบ้าน
เพาะปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ด้วยระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพภาคการเกษตร และเพิ่มความเข้มแข็ง รวมถึงเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9

Mr. Flower เพิ่งไปเที่ยวชมโครงการหลวงอินทนนท์มาเมื่อต้นเดือนตุลาคม แม้ในวันที่ไปนั้น จะเจอกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลานานพอสมควร แต่การได้นั่งมองสายฝนอยู่ในร้านอาหารของโครงการหลวงฯ พร้อมกับได้รับประทานอาหารรสชาติดีเยี่ยมของที่นี่ แล้วได้พูดคุยกับพนักงานของร้านอาหารในโครงการหลวงฯ ซึ่งส่วนมากเป็นลูกหลานของคนในพื้นที่ ซึ่งก็คือคนไทยบนที่สูง คุยกันได้สักระยะหนึ่ง ผู้เขียนก็ถามพวกเขาว่า “สูคิดถึงพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 มากไหม” คำตอบที่ได้รับคือ “หมู่เฮาคิดถึงพ่อหลวงของเฮามากที่สุด และคิดถึงเปิ้นทุกวัน หมู่เฮามีชีวิตที่สุขสบายได้ทุกวันนี้ก็เพราะเปิ้น หมู่เฮารักเปิ้นขนาด”

แม้ภาพประกอบในคอลัมน์นี้จะไม่มีภาพรอยยิ้มแห่งความคิดถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 จากคนไทยบนที่สูง แต่ภาพป่าไม้ที่เขียวขจีท่ามกลางสายฝน และภาพพืชผักริมทางก่อนถึงร้านอาหาร รวมถึงภาพอาหารรสชาติอร่อยที่นำมาฝากคุณๆ ในสัปดาห์นี้ คงทำให้คุณผู้อ่านคิดถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 และคุณๆ คงอยากจะไปเที่ยวโครงการหลวงอินทนนท์ เพื่อจะได้ไปร่วมสัมผัสอากาศหนาว และเพื่อไปเที่ยวชมโครงการจากน้ำพระทัยของพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

ผู้ที่สนใจร่วมทริปเที่ยวชมโครงการหลวงอินทนนท์กับ Mr. Flower และเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ด้วยกัน โปรดติดต่อ091-7233615 ทริปนี้จะเดินทางช่วงกลางเดือนธันวาคมรับสมาชิก 15 ท่านเท่านั้นครับ

แหวกฟ้าหาฝัน : MAAT Lisbon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370144

แหวกฟ้าหาฝัน : MAAT Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : MAAT Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ไปย่าน Belem กรุงลิสบอน โปรตุเกส นอกจากจะไปถ่ายรูปกับ Monument of Discoveries, Tower of Belem และเยือน Berardo Museum แล้ว ที่นี่ยังมีมิวเซียมสำคัญอีกแห่งหนึ่งซึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมสวยๆ และเทคโนโลยีห้ามพลาดนั่นคือ MAAT มิวเซียมที่มีชื่อเต็มว่า Museum of Art,Architecture and Technology ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อ 5 ตุลาคม 2016 นี้เป็นมิวเซียมที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่สำหรับโครงการวัฒนธรรมของลิสบอนโดยมีมูลค่ากว่า 20 ล้านยูโร อาคารที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Tagus ทางทิศตะวันตกของเมืองนี้มีลักษณะพิเศษหนึ่งตรงที่มีการเชื่อมระหว่างอาคารใหม่กับโรงไฟฟ้า Tejo เดิมส่งผลให้มิวเซียมแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่แห่งคริสต์ศตวรรษ

มิวเซียมที่ถูกออกแบบโดย Amanda Levete สถาปนิกเลื่องชื่อจากอังกฤษผู้ได้รับรางวัล Stirling และเป็นผู้ชนะการออกแบบทางเข้าใหม่ด้านสนามของ Victoria Albert Museumกรุงลอนดอนนี้ถูกออกแบบได้อย่างโดดเด่นและมีความหมายโดยให้ส่วนหน้าสุดคล้ายหัวเรือ และมีหน้าบรรณยาวๆ แบบงูเลื้อยโดยใช้กระจกทำเป็นหลังคาเพื่อสะท้อนแสงให้คล้ายกับเกล็ดงูมิวเซียมที่สถาปนิกออกแบบอย่างล้ำสมัยด้วยคอมพิวเตอร์นี้เน้นใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ทำจากภายในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งหินปูนซึ่งเป็นวัสดุที่มีชื่อเสียงในการทำกระเบื้องของเมืองลิสบอนเพื่อสะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง โครงการที่ประกอบด้วยพื้นที่ในการจัดนิทรรศการมากถึง 3 พันตารางเมตร และพื้นที่สาธารณะอีก 7 พันตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำนี้ถูกออกแบบเพื่อสะท้อนวัฒนธรรมอันยาวนานของโปรตุเกส ร่วมไปกับความร่วมสมัยของคริสต์ศตวรรษที่ 21 โดยส่วนของหลังคาจัดเป็นทางเดินที่เห็นทิวทัศน์ทั้งตัวเมืองและแม่น้ำได้

ยิ่งกว่านั้นเพื่อให้มิวเซียมเป็นสถานที่สะท้อนความอลังการได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลจึงให้ส่วนภูมิทัศน์ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษต่างหาก นั่นคือ Vladimir Djurovic นักภูมิสถาปัตย์ชาวเลบานอน ผู้ออกแบบ King Hussein Memorial Garden สวนที่ระลึกถึงพระเจ้าฮุสเซนแห่งจอร์แดน Aga Khan Museum + Ismaili Center in Toronto การที่รัฐบาลเลือก Djurovicนักภูมิสถาปัตย์มาออกแบบเป็นพิเศษคงเป็นเพราะเขาเป็นคนที่มีตรรกะในการออกแบบสวนโดยใช้ธรรมชาติเป็นศูนย์กลาง นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนมิวเซียมจึงไม่เพียงจะได้ชื่นชมกับศิลปะ แต่ยังมีโอกาสได้สัมผัสดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบๆ อีกต่างหากด้วย

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมิวเซียมจะได้สัมผัสกับบรรยากาศทั้งเก่าและใหม่ ส่วนเก่าที่เป็นอาคารโรงไฟฟ้า Tejo เดิมนั้นมีการจัดแสดงนิทรรศการแบบ Interactive โดยรวมเอาส่วนห้องต้มความดันต่ำ ห้องเครื่องจักรไอน้ำ และห้องทำงานประจำวันสำหรับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า อีกทั้งยังมีการจัดแสดงปฏิบัติการของเครื่องยนต์ที่ใช้ถ่านหิน และคนงานที่กำลังทำงานกับถ่านหินไว้ให้ชมด้วย เครื่องจักรที่จัดแสดงล้วนเป็นของเก่าที่เคยทำงานอยู่ และได้มีการฟื้นฟูให้อยู่ในสภาพดีใช้งานได้ นอกจากนี้ส่วนโรงไฟฟ้ายังมีการจัดแสดงเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ตัวอย่างการทดลองเพื่อทดสอบความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับไฟฟ้า การกำเนิดไฟฟ้า และเรื่องราวของ MichaelFaraday ผู้ให้กำเนิดไฟฟ้าเคมีอีกต่างหาก

ส่วนอาคารใหม่ก็จะเป็นงานเกี่ยวกับ Contemporary Art เป็นส่วนใหญ่ซึ่งมีความล้ำสมัยไม่น้อยไปกว่าตัวอาคารเลย หลังจากชื่นชมสถาปัตยกรรมภายนอกและของจัดแสดงภายในแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินริมน้ำที่มีสะพาน 25 de Abril ที่สวยที่สุดของลิสบอนตั้งตระหง่านอยู่อีกต่างหากด้วย

Science Update : มนุษย์จดจำใบหน้าได้ 5 พันใบหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370165

Science Update : มนุษย์จดจำใบหน้าได้ 5 พันใบหน้า

Science Update : มนุษย์จดจำใบหน้าได้ 5 พันใบหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์ในอังกฤษค้นพบว่า มนุษย์สามารถจดจำใบหน้าบุคคลต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งคนในครอบครัว เพื่อนฝูง ไปจนถึงคนแปลกหน้า ได้มากถึง 5,000 ใบหน้า ทำให้คนเราสามารถกลั่นกรอง แยกแยะผู้คนหลายพันคนที่พบเห็นในแต่ละวันทั้งในสังคมแวดล้อม ในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน รวมทั้งหน้าจอโทรทัศน์ได้ หนึ่งในคณะนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ในแต่ละวัน คนเราแยกแยะบุคคลต่างๆ เช่น เพื่อน เพื่อนร่วมงาน บุคคลที่มีชื่อเสียง และบุคคลอื่นๆ ด้วยใบหน้า ผลการศึกษาครั้งนี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของโลก จะช่วยพัฒนาซอฟท์แวร์การจดจำ แยกแยะความแตกต่างของใบหน้าเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ในการสอบสวนคดี ตรวจความปลอดภัยส่วนบุคคลตามสนามบินได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจจะช่วยให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับกรณีการระบุคนผิดตัว แต่ที่แน่ๆ การศึกษางานนี้ชี้ชัดได้ว่า สมองของมนุษย์ แทบจะไม่มีขีดจำกัดเลยในการจดจำคำศัพท์และภาษา

เพราะผู้หญิง เป็นทั้งแม่และผู้ประคับประคองสังคม : คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370186

เพราะผู้หญิง เป็นทั้งแม่และผู้ประคับประคองสังคม : คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

เพราะผู้หญิง เป็นทั้งแม่และผู้ประคับประคองสังคม : คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ผู้ดำเนินรายการ และ แขกรับเชิญ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

ผู้หญิง เพศของความเป็นแม่ มีความสำคัญอย่างใหญ่หลวงต่อสังคม เพราะแม่เป็นทั้งผู้ให้กำเนิด ผู้เลี้ยงดู ผู้ปลูกฝังสิ่งดีงามให้ลูก และที่สำคัญผู้หญิงยังต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัว และต้องทำมาหาเลี้ยงชีพคนในครอบครัวคู่ขนานไปกับผู้ชาย ซึ่งเป็นเพศของความเป็นพ่อ

แนวหน้าวาไรตี้ สัปดาห์นี้ พาคุณไปพูดคุยกับคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล สุภาพสตรีผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นอย่างมาก เพราะสวมหมวกสำคัญๆ หลายใบ ไม่ว่าจะเป็นหมวกของผู้ทำงานเพื่อสังคม เพื่อเด็ก และเพื่อการพัฒนาธุรกิจ

สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันความสามารถของคุณหญิงณัฐิกาคือ รางวัลมากมายหลายสาขา อาทิ รางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่นของโลก ซึ่งจัดงานมอบรางวัลนี้ ณ นครเวนิส ประเทศอิตาลี, รางวัลสตรีนักธุรกิจตัวอย่างของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจ สตรีแห่งปี ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นต้น และตำแหน่งสำคัญล่าสุดคือ ประธานผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ASEAN Women Entrepreneurs Network (AWEN)

คุณหญิงณัฐิกา บอกว่า ดิฉันเป็นบุคคลรายที่สามซึ่งได้รับตำแหน่งประธานผู้ประกอบการสตรีอาเซียน โดยรับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 รับตำแหน่งนี้ต่อจากสตรีจากประเทศฟิลิปปินส์ โดยประเทศที่รับตำแหน่งนี้คือเวียดนาม ตำแหน่งนี้มีวาระ 2 ปี วิธีการเลือกสรรผู้ดำรงตำแหน่งคือการลงมติจากคณะกรรมการร่วม โดยกรรมการคือเครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจอาเซียน ซึ่งประกอบด้วยสตรีนักธุรกิจจาก ASEAN รวมตัวก่อตั้งเครือข่ายการทำงานร่วมกัน โดยเน้นให้สตรีมีโอกาสแสดงศักยภาพด้านการบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของ ASEAN ในภาพรวม

“ในปี พ.ศ. 2562 ประเทศไทยจะได้รับตำแหน่งประธาน ASEAN ซึ่งในโอกาสนี้ดิฉันเองซึ่งมีตำแหน่งประธานผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ก็จะต้องประสานงานกับรัฐบาลเพื่อให้สามารถทำงานไปตามกรอบนโยบายของรัฐบาล เพื่อเพิ่มและเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคธุรกิจของ
ASEAN และของไทยไปพร้อมๆ กัน” คุณหญิงณัฐิกากล่าว

ในปัจจุบันเราได้เห็นแล้วว่า ผู้หญิงไทยมีบทบาทและหน้าที่ในเรื่องการทำงานนอกบ้านเพิ่มมากขึ้น สังคมยอมรับศักยภาพของผู้หญิงไทยมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงไทยก็ไม่ได้ละเลยหรือทอดทิ้งบทบาทสำคัญของการเป็นแม่ และแม่บ้าน ส่วนการรวมตัวของเครือข่ายสตรีนักธุรกิจอาเซียน ช่วยทำให้ผู้หญิงในอาเซียนมีบทบาทในการช่วยยกระดับสถานภาพของผู้หญิงให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีผู้ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ ซึ่งจะสามารถเป็นแบบอย่าง และเป็นพี่เลี้ยงช่วยแนะนำลู่ทางให้สตรีรุ่นต่อๆ ไปให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในแวดวงธุรกิจบนเวทีนานาชาติ

สำหรับสตรีไทยและเอเซียนในยุคปัจจุบันคงไม่ใช่เป็นเพียงพลเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีสถานภาพเป็นพลเมืองโลกด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องสนับสนุนให้ผู้หญิงอาเซียนก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นบุคคลผู้มีบทบาทนำบนเวทีนานาชาติให้มากขึ้น และนี้เป็นภารกิจสำคัญที่ AWEN ต้องผลักดันให้สำเร็จ

ในฐานะที่ดิฉันรับตำแหน่งประธานผู้ประกอบการสตรีอาเซียน เราทุกคนในคณะทำงานได้ตั้งความหวังร่วมกันว่า จะนำพาผู้หญิงอาเซียนก้าวไปสู่ระดับสากลอย่างสง่างาม และทำงานด้านธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราที่คนในอาเซียนต้องร่วมมือช่วยกันทำงานให้ประสบความสำเร็จ เพราะนี่คือความสำเร็จร่วมกันของอาเซียน ประเด็นหลักอีกอย่างที่ต้องกระทำคือการเปิดโลกทัศน์เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพด้านธุรกิจแบบมาตรฐานสากลให้กับสมาชิกทุกคน ดิฉันตั้งใจว่าในช่วงปลายปีหน้า จะจัดให้มีการรวมตัวของสตรีนักธุรกิจผู้มีบทบาทโดดเด่นจากอาเซียนมาประชุมหารือร่วมกัน และอาจจะเชิญนักธุรกิจสตรีผู้ประสบความสำเร็จระดับโลกมาร่วมประชุมหารือด้วยโดยเวทีประชุมนี้จะเกิดขึ้นในเมืองไทย และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากฝากคือ ขอให้สตรีผู้ที่มั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถ โปรดได้ช่วยแสดงศักยภาพของท่านให้สังคมได้รับรู้ เพราะไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็ตาม ถ้าท่านมีความสามารถแล้วเก็บเอาไว้ ก็จะไม่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ดังนั้นขอเชิญชวนให้ร่วมกันออกมาแสดงศักยภาพให้ปรากฏ

สำหรับหมวกสำคัญอีกใบหนึ่งที่ คุณหญิงณัฐิกาสวมคือ ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ที่ผ่านมาครอบครัวของดิฉันให้ความสำคัญกับเรื่องของเด็กและเยาวชนมาโดยตลอด ครอบครัวเราก่อตั้งมูลนิธิเกียรติร่วมมิตรเพื่อการศึกษา โดยเน้นการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือในระดับสูงที่สุดเท่าที่เขาจะมีความสามารถ และเนื่องจากดิฉันได้รับตำแหน่งประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็จึงนับว่าเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะได้ร่วมกันช่วยพัฒนาอนาคตของชาติให้ดีและเข้มแข็งยิ่งขึ้น

ผู้หญิงกับเด็กแยกกันไม่ได้ ผู้หญิงกับครอบครัวก็เป็นเรื่องที่แยกกันไม่ได้ ดิฉันอยากให้รัฐบาลทุกชุด และทุกๆ ภาคส่วนในสังคมไทย พร้อมใจกันให้ความสำคัญกับเรื่องของเด็กและเยาวชนให้มากที่สุด อยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นบุคลากรมีคุณภาพมากของประเทศไทย เพราะอนาคตของประเทศอยู่ที่เด็ก ดังนั้นทุกคนและทุกภาคส่วนต้องร่วมกันทำสิ่งสำคัญนี้ แม้กระทั่งตัวของเด็กและเยาวชนเองก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย เราต้องช่วยกันทำให้เด็กเติบใหญ่อย่างมีคุณภาพ

ปัจจุบันสังคมของเรามีองค์กรต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับสวัสดิภาพของเด็กเยาวชนและสตรีมากมาย องค์กรเหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้กับสภาองค์การพัฒนาเด็กฯ สำหรับในตัวสภาฯ เองก็มี “โครงการเยาวชนนักพัฒนา” ซึ่งเป็นโครงการที่โดดเด่นมาก เราพยายามพัฒนาและสร้างต้นแบบเยาวชน ในทุก 2 ปี เราได้คัดเลือกเยาวชนต้นแบบจากจังหวัดต่างๆ แล้วให้เยาวชนต้นแบบรวมตัวกันเพื่อร่วมกันระดมความเห็นว่าสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของเราควรจะไปในทิศทางใดที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เราพยายามปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนน้อมนำหลักการทำงานของในหลวงรัชกาลที่ 9ไปเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตประจำวัน พยายามปลูกฝังให้เขาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวมมากกว่าคิดเพื่อผลประโยชน์เฉพาะตัว ดิฉันเชื่อว่าเด็กเยาวชนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ซึ่งทำหน้าที่ดูบ้านเมืองของเราต่อไปเพราะฉะนั้นจึงต้องติดอาวุธทางปัญญา และสอนให้เข้ารู้จักหลักคุณธรรม เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตต่อไป ทางสภาฯ ทำโครงการเยาวชนต้นแบบมาแล้ว 3-4 รุ่น และมั่นใจว่าเด็กเหล่านี้จะกลับไปขับเคลื่อนภายในจังหวัดของตนเองได้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ดำเนินการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนขึ้นมาแล้ว ดังนั้นเด็กและเยาวชนที่ผ่านโครงการของเราก็จะเข้าไปมีบทบาทช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยด้วยอีกแรงหนึ่ง แต่ “ดิฉันขอฝากถึงเด็กและเยาวชนว่า เมื่อสังคมให้โอกาสพวกเขาได้เรียนรู้ ได้ทดลอง ได้เลือกสรรทางเดินของตัวเองแล้ว ขอให้เด็กๆ โปรดนำเอาประสบการณ์จากผู้ใหญ่ในสังคมทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวไปเป็นข้อเตือนใจ เพราะจะช่วยให้เด็กๆ ไม่ต้องประสบกับปัญหาที่ผู้เคยมีประสบการณ์ได้พบได้เจอมาก่อน”

ติดตามเรื่องราวดีๆ ที่ครบครันได้ในรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ดำเนินรายการโดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานีโทรทัศน์ TNN 2(ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี) หรือที่ True Visions 8 และคุณสามารถชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtubeผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน งานพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนให้แก่ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธาน ASEAN Women Entrepreneurs Network (AWEN) ประเทศไทย

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน งานพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนให้แก่ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธาน ASEAN Women Entrepreneurs Network (AWEN) ประเทศไทย

งานเสวนา เรื่อง “พลังสตรี... ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย”

งานเสวนา เรื่อง “พลังสตรี… ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย”

Health News : กัญชาเป็นอันตรายต่อสมองวัยรุ่นมากกว่าแอลกอฮอล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370166

Health News : กัญชาเป็นอันตรายต่อสมองวัยรุ่นมากกว่าแอลกอฮอล์

Health News : กัญชาเป็นอันตรายต่อสมองวัยรุ่นมากกว่าแอลกอฮอล์

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะนักวิจัยในประเทศแคนาดาศึกษาการใช้กัญชาในวัยรุ่น 3,800 คน ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 13 ปี เป็นระยะเวลา 4 ปี เผย กัญชาจะส่งผลเสียในระยะยาวต่อพัฒนาการของสมองเด็กวัยรุ่น โดยเฉพาะในแง่ทักษะในการคิด การจดจำ และความประพฤติ โดยกัญชามีส่วนทำให้ปัญหาเหล่านี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลในระยะยาว ซึ่งต่างจากการดื่มแอลกอฮอล์ หัวหน้าคณะนักวิจัยชุดนี้บอกว่า เคยประเมินว่าแอลกอฮอล์จะมีผลต่อสมองของเด็กวัยรุ่นมากกว่า แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น งานวิจัยพบว่าเด็กที่เสพกัญชาทำแบบทดสอบเกี่ยวกับกระบวนการรับรู้ผิดพลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทักษะการจำ การใช้เหตุผล และการควบคุมพฤติกรรม กัญชาส่งผลเสียต่อสมองของเด็ก ๆ ที่ยังไม่หยุดพัฒนา จึงควรยืดเวลาคิดจะเริ่มสูบกัญชาออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

เปิดตัวเหรียญรางวัลและเหรียญที่ระลึก ‘เจียงฮายเกมส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370173

เปิดตัวเหรียญรางวัลและเหรียญที่ระลึก ‘เจียงฮายเกมส์’

เปิดตัวเหรียญรางวัลและเหรียญที่ระลึก ‘เจียงฮายเกมส์’

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงข่าวการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2561 “เจียงฮายเกมส์” ร่วมด้วย วิษณุ ไล่ชะพิษ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ (กกท.), รัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย, ปัญญานิรันดร์กุล ประธานกรรมการ บมจ.เวิร์คพอยท์ฯโดยได้รับเกียรติจาก ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ซึ่งออกแบบและจัดสร้างเหรียญรางวัลอันทรงคุณค่าสำหรับมอบให้แก่นักกีฬาในการแข่งขัน ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวเหรียญรางวัลและเหรียญที่ระลึกงาน “เจียงฮายเกมส์” เพื่อจัดจำหน่ายหารายได้สมทบทุนการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติฯท่ามกลางผู้บริหาร MOCA Bangkok แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการ “Spirit of Art” จากเหล่าศิลปินเชียงราย นำผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์คู่ “เจียงฮายเกมส์” มาให้ชมกว่า 100 ภาพอีกด้วย ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย หรือ MOCA Bangkok เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา

ประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เผยว่า นับว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาวเชียงรายอีกครั้ง หลังจากที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ปีพ.ศ 2531 ซึ่งผ่านมาถึง 30 ปี สำหรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2561 “เจียงฮายเกมส์” จัดการแข่งขัน 45 ชนิดกีฬา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-28 พฤศจิกายน 2561 ภายใต้คำขวัญ “มิตรภาพและความภาคภูมิใจ” โดยมี แมง 4 หู 5 ตา สัตว์ในตำนานของเชียงราย ชื่อ “คำสุข” เป็นมาสคอตประจำการแข่งขัน ส่วนกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 36“น้ำกกเกมส์” จัดระหว่างวันที่ 18-22 มกราคม 2562 มี “แมงมันคำ” เป็นมาสคอตประจำการแข่งขัน ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ ชาวเชียงรายทุกคนคือเจ้าภาพ และเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความประทับใจอย่างแน่นอน

ด้าน ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย เผยด้วยความภาคภูมิใจเช่นกันว่า “ศิลปะไม่อาจยืนยาวได้ ถ้าคนในชาติไม่มีพลานามัยที่สมบูรณ์ ดังนั้น การส่งเสริมกีฬาที่เป็นของคนทั้งชาติ คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นศิลปิน ก็พึงควรช่วยกันส่งเสริม ไม่ควรคิดว่านั่นเป็นภาระ แต่ควรคิดว่านั่นคือ หน้าที่อันทรงเกียรติ ในโอกาสที่จังหวัดเชียงรายได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 46 ผมจึงได้ออกแบบและจัดสร้างเหรียญที่ระลึกฯ จำหน่ายเพื่อนำรายได้สมทบทุนสนับสนุนการจัดงานกีฬาแห่งชาติ และมอบให้กับโรงพยาบาลประจำอำเภอทั้ง 18 แห่ง เพื่อใช้ในการปรับปรุงและจัดชื้อเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ”

นอกจากนี้ ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ยังได้ร่วมกับสมาคมขัวศิลปะ จัดประกวดริ้วขบวนศิลปวัฒนธรรม 18 อำเภอ ในวันที่ 28 ตุลาคม 2561 ซึ่งริ้วขบวนที่ชนะเลิศจะได้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ โดย ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย ยังบอกอีกว่า ในฐานะที่เชียงรายเป็นเมืองที่มีศิลปินมากที่สุด และเป็นเมืองวัฒนธรรมล้านนา พิธีเปิดต้องยิ่งใหญ่ อลังการ โดยจังหวัดเชียงรายได้จัดเตรียมจอ LED รอบสนามกีฬารอรับผู้เข้าร่วมงาน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่อย่างทั่วถึงอีกด้วย

รพ.จุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพกระดูกและข้อ ภายใต้แคมเปญ ‘เช็กทุกจุด ชนะทุกข้อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370167

รพ.จุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพกระดูกและข้อ ภายใต้แคมเปญ ‘เช็กทุกจุด ชนะทุกข้อ’

รพ.จุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพกระดูกและข้อ ภายใต้แคมเปญ ‘เช็กทุกจุด ชนะทุกข้อ’

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมโครงการบริการทางการแพทย์ ด้านโรคกระดูกและข้อให้กับประชาชน ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานมหกรรมสุขภาพกระดูกและข้อ ภายใต้แคมเปญรณรงค์ “เช็กทุกจุด ชนะทุกข้อ” กับศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โดยให้บริการตรวจเช็กสุขภาพกระดูกและข้อ อาทิ ตรวจความหนาแน่นของกระดูก ทดสอบความแข็งแรงของสมรรถภาพร่างกาย บริการปรึกษาและวางแผนการรักษาทุก “ข้อ” ทุกอาการของโรค “กระดูก” กับทีมแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อและเวชศาสตร์ฟื้นฟู และฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วยบริการกายภาพบำบัดรักษาอาการปวด ส่งเสริมการดูแลปกป้องสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อคนไทย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมรณรงค์ให้คนไทยดูแลใส่ใจ ป้องกันปัจจัยเสี่ยงเพื่อกระตุ้นเตือนรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยมีข้อเคลื่อนไหวดีกระดูกแข็งแรง เสริมสร้างสมดุลให้ร่างกายได้ใช้ชีวิตได้สนุกในทุกกิจกรรม และร่วมกิจกรรม แค่เราวิ่งก็เท่ากับได้ช่วย กิจกรรมระดมทุนร่วมสานต่อพระปณิธาน ผ่านการร่วมวิ่งออกกำลังกายบนลู่วิ่ง และร่วมบริจาคสนับสนุนเสื้อออกกำลังกายสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในวันที่ 25-26 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00-16.00 น.ณ ลานกิจกรรมชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ พบกับ เต้ย-พงศกร โย-ยศวดี ดารานักแสดง และโปรเม-เอรียา นักกอล์ฟมือวางอันดับ 1 ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ และร่วมเสวนาให้ความรู้กับทีมแพทย์ในหัวข้อ เปิดประตูสู่ “เทคโนโลยีผ่าตัดชนะทุกข้อพิชิตทุกโรคกระดูกเสื่อม” และ “4 Pain Focus จับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ให้ชนะทุกข้อ” ในวันที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00-12.30 น.สำรองที่นั่งล่วงหน้าหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ 06 4585 5230 หรือ 06 4585 5257

Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370164

Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561

Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

5.1 Plus

เมื่อไม่นานมานี้ เอชเอ็มดี โกลบอล ดัน โนเกีย Nokia 6.1 Plus จอใหญ่ไร้ขอบ19:9 รองรับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ออกมาด้วยราคากลางๆ 8,990 บาท

ล่าสุดบริษัทเตรียมเปิดตัว Nokia 5.1 Plus มาทำตลาดอีกรุ่น ด้วยสเปกเลนส์คู่ 13MP ระบบจับโฟกัส PDAF รูรับแสง f/2.0 + 5MP จับภาพเชิงลึก ส่วนราคายังไม่ระบุ

Fitbit Pay

ฟิตบิท เปิดตัว “ฟิตบิท เพย์” (Fitbit Pay™) ฟีเจอร์ช่วยในการใช้จ่ายแบบไม่ต้องพกบัตรเครดิตเพียงแต่พก ฟิตบิท ไอออนิค ฟิตบิท เวอร์ซ่า ลูกค้าก็สามารถใช้จ่ายสินค้าและบริการต่างๆ ได้แล้ว

สำหรับ ฟิตบิท ไอออนิค สนนราคา 10,690 บาท ส่วน ฟิตบิท เวอร์ซ่า อยู่ที่ 8,490 บาท

สมาร์ทซิตี้

ในงาน HUAWEI CONNECT 2018 หัวเว่ย ได้ประกาศเปิดตัว AI + Digital Platform ตลอดจนประกาศการเป็นพันธมิตรกับเขตเมืองใหม่ Tianjin Binhai New Area นำระบบไอทีมาช่วยพลิกโฉมเขตเมืองใหม่ Tianjin Binhai New Area เป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ผ่านเทคโนโลยีเทียนจิน (TianjinEconomic-Technological Development Area) (TEDA) ในการออกแบบและพัฒนาโซลูชั่น “1 + 4 + N” Smart City

ไม่กล้าใช้

ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า คนไทยใช้ Mobile Banking อยู่ที่ 37.9 ล้านบัญชี หรือ 31 ล้านคน จากคนไทยที่มีอยู่ 70 ล้าน และการใช้งานกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น เหตุผลหนึ่งมาจากไม่เข้าใจเทคโนโลยีทำให้ไม่กล้าใช้งาน และอีกเหตุผลสำคัญคือการทำธุรกรรมการจ่ายเงินบน Mobile Banking ยังไม่ครอบคลุมในทุกประเภทบริการ

สุดยอดศิลปะไทย ในรัชกาลที่๙

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370000

สุดยอดศิลปะไทย ในรัชกาลที่๙

สุดยอดศิลปะไทย ในรัชกาลที่๙

วันเสาร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าว “สุดยอดศิลปะไทยในรัชกาลที่ 9” (สุดยอดภาพยนตร์สุดยอดละครโทรทัศน์ สุดยอดเพลง) น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร13 ตุลาคม 2561 วันคล้ายวันสวรรคต โดยมี นายปรารพ เหล่าวานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายกฤษศญพงษ์ ศิริปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม รวมถึงศิลปินนักร้องนักแสดง อาทิ สมบัติ เมทะนี, เศรษฐา ศิระฉายา, ชมพู ฟรุตตี้,คิว วงฟลัวร์ ฯลฯ เข้าร่วม ณ บริเวณโถง ชั้น 1 กระทรวงวัฒนธรรม … จากนั้น นายปรารพ เหล่าวานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมร่วมเป็นเกียรติในงานวันคล้ายวันเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ปีที่ 31 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย