นิทรรศการ สืบสานตำนานศิลป์ แผ่นดินสยาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368786

นิทรรศการ สืบสานตำนานศิลป์ แผ่นดินสยาม

นิทรรศการ สืบสานตำนานศิลป์ แผ่นดินสยาม

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมชมนิทรรศการ “สืบสานตำนานศิลป์ แผ่นดินสยาม” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในด้านงานศิลปะหลายแขนง และทรงได้นำพระอัจฉริยภาพเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่พสกนิกรชาวไทยและประเทศชาติตลอดมา โดยงานจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 10-17 ตุลาคม 2561

ศิลปินรุ่นเยาว์ ด.ช.วชิรวิทย์ สามารถ

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ศูนย์การค้าจังซีลอน ได้เชิญศิลปินมากมายมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์พลอย น้ำดีศิลปินผู้ยึดถือแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต พร้อมสรรค์สร้างผลงานศิลปะจากธรรมชาติแบบแฮนดี้คราฟท์ มาร่วมแสดงผลงานการจัดสวนป่าด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด, การจัดแสดงตู้เลี้ยงปลาด้วยระบบกรองน้ำธรรมชาติ พร้อมทั้งสาธิตวิธีการจัดสวนถาดสวยงาม และสวนถาดแบบกึ่งบกกึ่งน้ำ หรือ “เขามอ” ที่หาชมได้ยาก ให้ผู้ที่สนใจและนักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิดอีกทั้งร่วมชมการวาดภาพจากศิลปินรุ่นเยาว์ของจังหวัดภูเก็ต ด.ช.วชิรวิทย์ สามารถ หรือ น้องอาร์มานี่ ที่มาวาดภาพ ในหลวงในความทรงจำ พร้อมนำผลงานภาพวาดมาจัดแสดง

ยิ่งใหญ่อลังการกับการแสดงดนตรี จากวงออเคสตร้า PKRU Symphonic Band จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ จังหวัดภูเก็ต มาร่วมกันถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ให้รับฟังกันตลอดทั้งงาน พร้อมชมผลงานจากศิลปินทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเล็กได้ ระหว่างวันที่ 10-17 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ณ โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร.076-600111

ของที่ระลึกชุดภาพวาดฝีพระหัตถ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368803

ของที่ระลึกชุดภาพวาดฝีพระหัตถ์

ของที่ระลึกชุดภาพวาดฝีพระหัตถ์

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะประธานกรรมการกลางมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ เป็นรูปหัวใจสีแดง 2 ดวงเชื่อมกัน สื่อความหมาย “ผู้รับและผู้ให้ หัวใจประสานกัน” เพื่อนำไปจัดทำของที่ระลึกให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้แก่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ นับเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการให้ที่ไม่สิ้นสุดร่วมทำบุญกับของที่ระลึกชุดภาพวาดฝีพระหัตถ์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปได้ ณ จุดจำหน่ายของที่ระลึกของมูลนิธิรามาธิบดีฯ โทร.02-201-2222 หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่าน www.ramafoundation.or.th

ไทยสมายล์ เติมบุญอิ่มใจ รับเทศกาลเจ เสิร์ฟอาหารสูตรเจ ฉบับ S&P ทุกที่นั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368782

ไทยสมายล์ เติมบุญอิ่มใจ รับเทศกาลเจ เสิร์ฟอาหารสูตรเจ ฉบับ S&P ทุกที่นั่ง

ไทยสมายล์ เติมบุญอิ่มใจ รับเทศกาลเจ เสิร์ฟอาหารสูตรเจ ฉบับ S&P ทุกที่นั่ง

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไทยสมายล์ จับมือ แบรนด์ร้านอาหารคุณภาพอย่าง เอสแอนด์พี ร่วมเป็นส่วนหนึ่งเทศกาลถือศีลกินเจ นำเสนอสุดยอดอาหารเจสูตรพิเศษ ทั้งเมนูอาหารคาวแบบเสิร์ฟอุ่นร้อนและขนมหวานพรีเมียม รวม 8 เมนูเจ รสอร่อยกลมกล่อมกำลังดี คัดสรรส่วนผสมและวัตถุดิบสุดพิเศษโดยคำนึงถึงสุขภาพเป็นสำคัญ หวังสร้างความสุขสบายท้อง อิ่มอกอิ่มใจได้บุญไปกับอาหารเลิศรสที่ไม่ทำร้ายชีวิต พร้อมเสิร์ฟผู้โดยสารทุกเที่ยวบิน ทุกที่นั่งทั้ง Smile Plus และ Smile Class ตั้งแต่วันที่ 9-17 ตุลาคมนี้

ชาริตา ลีลายุทธ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ กล่าวว่า ไทยสมายล์ ยังคงมีเป้าหมายของการเป็นสายการบินฟูลเซอร์วิสชั้นนำในภูมิภาค ที่มุ่งเน้นในมาตรฐานการให้บริการที่เยี่ยมยอดควบคู่ไปกับความคุ้มค่าของราคา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้านักเดินทางระยะสั้น แต่ขณะเดียวกันยังคงให้ความสะดวกสบายสูงสุด สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการบริการที่เป็นเลิศ ซึ่งไทยสมายล์ให้ความสำคัญกับโอกาสพิเศษมาโดยตลอด ทั้งยังใส่ใจเรื่องสุขภาพของผู้โดยสาร ในปีนี้ เราร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลถือศีลกินเจ ด้วยการสร้างสรรค์เมนูอาหารเจสูตรพิเศษ ร่วมกับแบรนด์ เอสแอนด์พี (S&P) ต้นตำรับอาหารและความอร่อยเคียงคู่คนไทย ดีไซน์ออกมาเป็นเมนูอาหารเจทั้งคาวและหวานในโปรเจกท์ “ไทยสมายล์ X S&PW เพื่อเสิร์ฟให้กับผู้โดยสารไทยสมายล์ทุกที่นั่ง ทุกชั้นโดยสาร และทุกเที่ยวบินทั้งในและระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 นี้ ให้ได้ลิ้มรสความอร่อยชวนให้อิ่มทั้งกายและใจแม้ขณะเดินทางอยู่บนท้องฟ้าก็ตาม

เนตรนภางค์ ธีระวาส ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริการลูกค้า สายการบินไทยสมายล์ กล่าวเสริมว่า ต้องยอมรับถึงความมีชื่อเสียงของเอสแอนด์พีนั้นอยู่ระดับต้นๆ ของไทย เป็นที่ยอมรับทั้งอาหารคาวและหวาน เราจึงมาคิดค้นร่วมกันว่าจะดีไซน์เมนูใดบ้างที่จะสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้โดยสารไทยสมายล์ ซึ่งก็สอดรับกับความพร้อมในด้านการผลิต รวมถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพและน่าสนใจอย่างมากของเอสแอนด์พี สำหรับชั้น Smile Plus ให้บริการในเที่ยวบินภายในประเทศ ได้แก่ (1) ข้าวคีนัวผัดแปดเซียนเจ ทำจากข้าวหอมมะลิไทยผัดกับคีนัวแดงนำเข้าจากเปรู ปรุงรสด้วยซอสสูตรเฉพาะ ส่งกลิ่นหอมแตะจมูก พร้อมให้รสสัมผัสนุ่มจากข้าวผสมความกรุบกรอบของธัญพืชขั้นเทพ บวกกับเครื่องเคียงชั้นยอด อย่างแป๊ะก๊วย เกาลัด เผือก แครอทถั่วแระญี่ปุ่น เม็ดบัว ข้าวโพด ยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลิน (2) ข้าวเต้าหู้อุเมะโนะฮานะราดซอสเจ โดดเด่นด้วยการใช้เต้าหู้อุเมะโนะฮานะสูตรต้นตำรับ จากร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ที่เมืองฟุกุโอกะ ที่มีชื่อเสียงในด้านเมนูอาหารที่ทำจากเต้าหู้ ด้วยรสชาติที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาหลายต่อหลายรุ่น ให้เนื้อสัมผัสนุ่มนิ่มลื่นคอ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ผสมเข้ากับเห็ดหอม เห็ดโคน และเครื่องเคียงธัญพืช ให้ความรู้สึกสดชื่นอิ่มสบายท้อง และอีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแซ่บขึ้นมาอีกนิด

 

(3) โซบะมันม่วงขี้เมาเจ ที่เอสแอนด์พีออกแบบเส้นทำจากมันม่วงเพื่อผู้โดยสารไทยสมายล์โดยเฉพาะ ให้ความรู้สึกเป็นไทยด้วยเครื่องเทศรสจัดจ้านเติมโปรตีนเกษตร ข้าวโพดอ่อน แครอทถั่ว กะเพรา เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสเข้าไป ทำให้รู้สึกสนุกกับการรับประทานมากขึ้น ต่อด้วยเมนูเส้นสำหรับคนไม่ชอบรสเผ็ด (4) ยากิโซบะเจเพลิดเพลินกับความนุ่มของเส้นโซบะ หอมกลิ่นซอสอย่างยิ่ง ซึ่งทั้ง 4 เมนูนี้พร้อมเสิร์ฟให้ผู้โดยสารชั้นสมายล์พลัส

พร้อมด้วยเมนูขนมหวานสุดพรีเมียมซึ่งไม่สามารถหารับประทานบนภาคพื้นได้ ซึ่งจะให้บริการทั้งในเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ได้แก่ (5) เค้กช็อกโกแลตอะโวคาโดเจ ให้รสสัมผัสของดาร์กช็อกโกแลตคุณภาพ พร้อมด้วย (6) มัจฉะโทนิว พุดดิ้งเจ ซึ่งพุดดิ้งทำจากน้ำเต้าหู้โทนิวที่ได้จากถั่วเหลืองสายพันธุ์ญี่ปุ่น จากร้านอุเมะโนะฮานะ เติมรสชาเขียวมัจฉะเข้าไป พร้อมท็อปปิ้งด้วยถั่วแดงกวน และโมจิ เมื่อรับประทานจะสัมผัสถึงความเนียนละเอียดและหนุบหนับ ละเลียดกินได้เรื่อยๆ ไม่รู้เบื่อ

สำหรับผู้โดยสารชั้น Smile Class ให้บริการในเที่ยวบินภายในประเทศ ได้แก่ (7) วุ้นเส้นผัดไทยเจเต้าหู้อุเมะโนะฮานะ เปลี่ยนความรู้สึกของผัดไทยไปอีกขั้น นำเต้าหู้ไปย่างเล็กน้อยส่งกลิ่นหอม และให้รสกลมกล่อมเหลือเกิน และ (8) ข้าวเหนียวคีนัวเห็ดสวรรค์ มาให้ลิ้มชิมรสกัน เคี้ยวเพลินและอิ่มท้องสุดๆ

“เมนูพิเศษในเทศกาลกินเจปีนี้ ไทยสมายล์คาดหวังความพึงพอใจของผู้โดยสารเช่นเดิม แต่เรายังทำให้เหนือความคาดหมายไปกว่านั้น ด้วยการเปลี่ยนทัศนคติอาหารเจว่าอร่อยไม่ต่างจากเมนูปกติ และยังมองถึงการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารต้องเดินทางในช่วงนั้นได้รับประทานอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ ได้อย่างสบายใจ และความสำเร็จครั้งนี้ ก็ถือเป็นความท้าทายของไทยสมายล์ ที่จะเดินหน้าพัฒนาการบริการโดยเฉพาะอาหารเสิร์ฟบนเครื่องที่จะต้องทำให้ ผู้โดยสารประทับใจและเกินความคาดหมายให้ได้เสมอ” เนตรนภางค์ กล่าวทิ้งท้าย

 

สองผู้บริหาร ชาริตา ลีลายุทธ และ เนตรนภางค์ ธีระวาส

สองผู้บริหาร ชาริตา ลีลายุทธ และ เนตรนภางค์ ธีระวาส

มหัศจรรย์‘เดด ซี ซอลท์ มิเนอรัล’เติมเต็มสมดุลแห่งผิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368840

มหัศจรรย์‘เดด ซี ซอลท์ มิเนอรัล’เติมเต็มสมดุลแห่งผิว

มหัศจรรย์‘เดด ซี ซอลท์ มิเนอรัล’เติมเต็มสมดุลแห่งผิว

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“เดด ซี” (Dead Sea) คือทะเลสาบที่เค็มที่สุดในโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่เหล่าคนรักการผจญภัยใส่ใจในสุขภาพและความงามต้องเดินทางไปเยือนสักครั้งในชีวิต ด้วยความโดดเด่นที่ตั้งอยู่ในจุดต่ำที่สุดของโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 400 เมตร ณ ก้นหุบเขาจอร์แดน ทางตอนเหนือของหุบเขาเกรตริฟต์แวลลีย์ (Great Rift Valley) ระหว่างอาณาเขตประเทศจอร์แดนและอิสราเอล ทำให้น้ำทะเลมีความเค็มสูงกว่าทะเลปกติถึง 10 เท่า ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้

และด้วยความเข้มข้นของเกลือในทะเลสาบแห่งนี้นี่เองที่สร้างความมหัศจรรย์ระดับโลก โดยช่วยพยุงให้เราสามารถลอยตัวเหนือน้ำทะเลได้สบาย ไม่ต้องกลัวจม นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งความอัศจรรย์ของทะเลสาบเดด ซี ที่เป็นเหมือนสมบัติชิ้นสำคัญจากโลก นั่นคือ “เกลือเดด ซี” ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์นานาชนิดนั่นเอง

 

 

นายแพทย์ นัทธพงศ์ จิรุระวงศ์ แพทย์ผิวหนังและเลเซอร์ผิวพรรณ ที่ปรึกษาแบรนด์ “BPH” (บีพีเอช) เผยถึง
สรรพคุณของเกลือจากทะเลสาบเดด ซี ว่า ร่างกายของเราก็เหมือนเครื่องจักรที่ซับซ้อน ไม่สามารถผลิตแร่ธาตุได้ตามที่เราต้องการทั้งหมด ซึ่งแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในที่นี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ แม็กโครมิเนรัลส์ (Macrominerals) แร่ธาตุที่ร่างกายต้องการเป็นจำนวนมาก กับ ไมโครมิเนรัลส์(Microminerals) แร่ธาตุที่ร่างกายต้องการเป็นจำนวนน้อย เช่น โซเดียม (Sodium) หรือ แคลเซียม (Calcium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุหลักๆ ที่จำเป็น

“จากผลการวิจัยพบว่าเกลือจากทะเลเดดซี หรือ Dead Sea Salt Mineral อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าปกติ 10 เท่า อาทิ โพแทสเซียม (Potassium) ช่วยทำให้กล้ามเนื้อและระบบประสาททั่วร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยรักษาความเป็นกรด-ด่างรวมถึงรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกายทำให้เซลล์ทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว แคลเซียม (Calcium) ช่วยทำให้ผิว ผม กระดูกและฟันมีความแข็งแรงขึ้น พร้อมยังช่วยทำความสะอาดอย่างล้ำลึกจนถึงรูขุมขน ส่วนแมกนีเซียม (Magnesium) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือด มีผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มสมดุลความเป็นกรด-ด่าง เร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว พร้อมทั้งยังมีผลต่อกระบวนการการสังเคราะห์โปรตีน DNA และ RNA ของเซลล์ ช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของน้ำในผิว”

 

นอกจากประโยชน์ในด้านสุขภาพแล้ว “เดด ซี ซอลท์ มิเนอรัล” (Dead Sea Salt Mineral) ยังมีคุณสมบัติในแง่การปรนนิบัติผิวด้วยกระบวนการช่วยเติมเต็มความสมดุลแห่งผิวอย่างล้ำลึก สู่ผิวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้นุ่มชุ่มชื้น เร่งการผลัดเซลล์ผิว ลดความหยาบกร้าน และยังซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย ด้วยคุณสมบัติที่มีอนุภาคเล็ก จึงทำให้สามารถแทรกซึมเข้าทำความสะอาดถึงรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ลดความมันบนใบหน้าอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว รวมถึงมีสารแอนตี้ เอจจิ้ง (Anti-Aging) ชะลอความเสื่อมสภาพของผิว ช่วยให้แลดูอ่อนกว่าวัยและยังช่วยลดรอยบุ๋ม รอยย่น ที่เกิดจากเซลลูไลท์ให้ดูจางลงอีกด้วย จากคุณสมบัติเหล่านี้ จึงทำให้เหล่าแบรนด์สกินแคร์ชั้นนำยกย่องและเลือกเอา “เดด ซี ซอลท์ มิเนอรัล” เป็นส่วนผสมหลักในการตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ ที่ปรารถนาผิวสวยและสมดุลอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์เติมเต็มความสมดุลแห่งผิวด้วย Dead Sea Salt และ Natural Plant Extract คุณค่าจากธรรมชาติจาก “BPH” (บีพีเอช) แบรนด์สกินแคร์ชั้นนำจากประเทศเกาหลี กว่า 14 ปี สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.098-9724659, Facebook : BPH Thailand, IG : BPH Thailand , Line : @bphthai

‘สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี’หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ดูแลสุขภาพฟันเด็กไทยในพื้นที่ห่างไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368823

‘สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี’หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ดูแลสุขภาพฟันเด็กไทยในพื้นที่ห่างไกล

‘สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี’หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ดูแลสุขภาพฟันเด็กไทยในพื้นที่ห่างไกล

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เป็นประตูสู่สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การวางรากฐานความรู้เรื่องการรักษาสุขภาพช่องปากและสร้างอุปนิสัยการดูแลฟันตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะน้องๆ หนูๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลการรักษาพยาบาลยากที่จะเข้าถึง มีอุปสรรคในการเดินทางและขาดแคลนทุนทรัพย์ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย จึงได้ร่วมกับ มูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ  ผู้ช่วยทันตแพทย์จากโรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  ทันตแพทย์จิตอาสาจากมูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย) และกลุ่มบริษัทตันจง ร่วมกันออกหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ภายใต้โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ให้บริการด้านทันตสุขภาพแก่เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ล่าสุดขยายความช่วยเหลือ ไปยัง จ.ชัยนาท ณ โรงเรียนวัดศรีวิชัย อ.เมือง โรงเรียนวัดวังหมัน อ.วัดสิงห์โรงเรียนอนุบาลหันคา อ.หันคา และโรงเรียนบ้านวังคอไห อ.เนินขา

ม.ร.ว.จิยากร อาภากร เสสะเวช กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย เผยว่า“มูลนิธิฯ ดำเนินงานตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย และองค์ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ที่ทรงห่วงใยด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะเด็กควรได้รับบริการด้านการแพทย์และสุขภาพอนามัย การเฝ้าระวังและการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันจากการสำรวจทำให้ทราบว่าเด็กด้อยโอกาสในชนบทส่วนใหญ่มีปัญหาสุขภาพในช่องปาก จึงได้จัดทำหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ภายใต้โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ขึ้นเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมูลนิธิฯ ได้ดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกับพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบกกองทัพเรือ กองทัพอากาศ โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร มูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย) และกลุ่มบริษัทตันจง ซึ่งในปีที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน (มกราคม 2558-สิงหาคม 2561) ได้ออกให้บริการด้านทันตสุขภาพกับเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลไปแล้วทั้งสิ้น 22,737 คน โดยล่าสุดได้ออกให้บริการใน จ.นครพนม และยังขยายความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดออกเดินทางไปยัง จ.เพชรบูรณ์ และ จ.อำนาจเจริญ ในทริปถัดไปตามลำดับ”

มร.เฮสเตอร์ ชิว รองประธานกรรมการ มูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่ และประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด เผยว่า “การเดินทางของหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ภายใต้โครงการฯ ในครั้งนี้ออกให้บริการด้านทันตสุขภาพ ทั้งการรักษาและป้องกันให้กับเด็ก ๆ ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.ชัยนาท ได้แก่ โรงเรียนวัดศรีวิชัย, โรงเรียนวัดวังหมัน, โรงเรียนอนุบาลหันคา และโรงเรียนบ้านวังคอไห ขอบคุณมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย พันธมิตรและผู้มีจิตศรัทธาที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิฯ เป็นอย่างดีเสมอมา”

หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ภายใต้โครงการ“สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” เป็นหน่วยรถที่อำนวยความสะดวกให้เด็กๆ ในถิ่นทุรกันดารสามารถเข้าถึงบริการรวมทั้งได้รับความรู้ในการป้องกันและรักษาสุขภาพฟัน โดยมีเก้าอี้ทันตกรรมให้บริการรวม 5 จุด แบ่งเป็นบนรถทันตกรรมเคลื่อนที่ 1 จุด ทันตกรรมภาคสนามอีก 4 จุด ให้บริการอุดขูด ถอน เคลือบหลุมร่องฟัน เคลือบฟลูออไรด์ ทั้งนี้ภายในรถทันตกรรมได้รับการตบแต่งอย่างสวยงามเพื่อให้เด็กๆ ที่เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลายขณะทำฟัน เสมือนย้ายคลินิกทำฟันที่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดมาไว้บนรถ การทำหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการด้านทันตกรรมในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งรถคันนี้ออกแบบการจัดวางยูนิต อุปกรณ์ทำฟัน ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้าระบบลม รวมถึงการบำรุงรักษาตามระยะเวลา โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร มหาวิทยาลัยมหิดล

ติดตามให้กำลังใจหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ (Dental Care Unit) ภายใต้โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” โดยมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย มูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่ และคาราวานพันธมิตรผ่านทาง www.rmhc.or.th และ facebook/rmhcthailandหรือแบ่งปันและมอบโอกาสให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้โดยบริจาคออนไลน์ผ่าน www.rmhc.or.th หรือผ่าน Bank Application โดยสแกน QR
Code ที่กล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯ ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ

ผู้บริหารเยี่ยมชมหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ มีการตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อให้เด็กๆ รู้สึกผ่อนคลายขณะรับบริการด้านทันตกรรม

ผู้บริหารเยี่ยมชมหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ มีการตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อให้เด็กๆ รู้สึกผ่อนคลายขณะรับบริการด้านทันตกรรม

ทันตแพทย์จิตอาสาทำฟันให้น้องภายในหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่

ทันตแพทย์จิตอาสาทำฟันให้น้องภายในหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่

ทันตแพทย์จิตอาสาดูแลรักษาสุขภาพฟันให้กับน้องๆ

ทันตแพทย์จิตอาสาดูแลรักษาสุขภาพฟันให้กับน้องๆ

ทันตแพทย์จิตอาสาดูแลรักษาสุขภาพฟันให้กับน้องๆ

ทันตแพทย์จิตอาสาดูแลรักษาสุขภาพฟันให้กับน้องๆ

ทันตแพทย์จิตอาสาดูแลรักษาสุขภาพฟันให้กับน้องๆ

ทันตแพทย์จิตอาสาดูแลรักษาสุขภาพฟันให้กับน้องๆ

ทันตแพทย์จิตอาสาดูแลรักษาสุขภาพฟันให้กับน้องๆ

ทันตแพทย์จิตอาสาดูแลรักษาสุขภาพฟันให้กับน้องๆ

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ชวนเดิน-วิ่งการกุศล รายการใหญ่แห่งปี ชิงถ้วยพระราชทาน ร.10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368784

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ชวนเดิน-วิ่งการกุศล รายการใหญ่แห่งปี ชิงถ้วยพระราชทาน ร.10

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ชวนเดิน-วิ่งการกุศล รายการใหญ่แห่งปี ชิงถ้วยพระราชทาน ร.10

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งรายการวิ่งประจำปีที่ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั่วโลก และได้รับการรับรองจากนานาชาติสำหรับรายการ “เดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน” (Thailand International Half Marathon) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 โดยสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยรายได้จากการจัดงานเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมในด้านการศึกษา กีฬา อันเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศไทยชาติ จัดขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม 2561 โดยจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

(แถวนั่ง) จำกัด ศิริพูนทรัพย์, ดร.กวีพงษ์ หิรัญกสิ, สมชาย พูลสวัสดิ์, ยอดยิ่ง โสภณ, ดร.สันติภาพ เตชะวณิช และ ศักดิ์ชัย อังค์สุวรรณ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน

 

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า รายการ “เดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน” (Thailand International Half Marathon) นับว่าเป็นรายการวิ่งประจำปีที่สำคัญของประเทศไทยที่ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั่วโลกมาร่วมแข่งขัน สำหรับ “เดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 8” (8th Thailand International Half Marathon) นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล 2 ถ้วยสำหรับมอบแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันในประเภท ฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21.1 กม. ชาย 1 ถ้วย และหญิง 1 ถ้วย ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีนักวิ่งร่วมสมัครแข่งขันในทุกประเภทมากกว่า 30 สัญชาติ รวมกว่า 5,000 คน แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและการได้รับการยอมรับว่าเป็นรายการวิ่งที่ได้มาตรฐานสากล

 

ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

สำหรับผู้ชนะประเภท ฮาล์ฟ มาราธอน ชายและหญิง

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานคณะกรรมการจัดงานเดิน-วิ่ง การกุศล กล่าวว่า การแข่งขัน “เดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 8” (8th Thailand International Half Marathon) จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและห่างไกลยาเสพติด อีกทั้ง ยังเป็นการสนับสนุนส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศต่อสายตาชาวโลก ให้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยโดยใช้กีฬาเป็นสื่อ และรายได้จากการจัดงานยังนำไปสนับสนุนการพัฒนาสังคมในด้านการศึกษา กีฬา และอื่นๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคม

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานฝ่ายกำหนดนโยบายและแผนงานการศึกษา กล่าวว่า รายได้จากการจัดงาน “เดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ที่ผ่านมาสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้นำเงินรายได้ไปสนับสนุนการพัฒนาสังคมในด้านการศึกษากีฬา ประกอบด้วย ครั้งที่ 1-4 สนับสนุนทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาที่มีฐานะยากจน และทุนวิจัยด้านการศึกษาแก่สถาบันการศึกษาต่างๆ มากกว่า 7 ล้านบาท และครั้งที่ 5-7 สนับสนุนอุปกรณ์ทางการศึกษา ครุภัณฑ์และอุปกรณ์กีฬา โครงการพัฒนาด้านการกีฬาสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ มอบรถจักรยานเพื่อให้ใช้เป็นพาหนะภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตและศูนย์ลำปาง และโครงการบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมของนิสิต นักศึกษา

ดร.กวีพงษ์ หิรัญกสิ ประธานฝ่ายจัดการแข่งขันฯ กล่าวถึงกติกาการแข่งขันว่า รายการแข่งขันวิ่งครั้งนี้ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ ดังนั้น กฎ กติกาต่างๆ ผู้สมัครวิ่งจะต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด การตัดสินของกรรมการถือเป็นสิทธิ์ขาด ผู้สมัครต้องมีอายุตรงตามกลุ่มอายุที่สมัคร โดยใช้หลักเกณฑ์ พ.ศ.2560 ลบ พ.ศ.ที่เกิด พร้อมทั้งแสดงหลักฐาน บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ในการขอรับรางวัล นักวิ่งจะต้องผ่านจุด Check Point ครบถ้วน พร้อมแสดงสัญลักษณ์ และนักวิ่งต้องติดหมายเลขประจำตัววิ่งไว้ที่หน้าอกเสื้อมองเห็นชัดเจน คณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์การให้รางวัลในกรณีที่หมายเลขประจำตัววิ่งพับ หรือการติดเบอร์ผิดกลุ่มอายุ หรือเหตุอื่นที่ทำให้ไม่สามารถพิจารณาได้ว่าผู้สมัครคนดังกล่าวเข้าแข่งขันในประเภท/กลุ่มอายุใด

 

เสื้อวิ่งสำหรับการแข่งขันประจำปีนี้

เหรียญที่ระลึกสำหรับนักวิ่งแต่ละประเภท

ทั้งนี้ การแข่งขัน “เดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 8” (8th Thailand International Half Marathon) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ วิ่งฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21.1 กม. ค่าสมัคร 800 บาท รับจำนวน 1,500 คน วิ่งมินิ มาราธอน 10.5 กม. ค่าสมัคร 500 บาท รับจำนวน 2,400 คน เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ 5 กม. ค่าสมัคร 500 บาท รับจำนวน 850 คน และ เดิน-วิ่ง VIP ค่าสมัคร 1,000 บาท รับจำนวน 250 คน โดยมีจุดปล่อยตัวและเส้นชัยอยู่ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เส้นทางวิ่งไปบนทางยกระดับบรมราชชนนี ซึ่งจะปิดสะพานเพื่อการแข่งขันตั้งแต่เวลา 03.00 น. ในวันที่ 16 ธันวาคม 2561

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครร่วมแข่งขันได้ที่ http://www.thailandhalfmarathon.com ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้น และนำหลักฐานการสมัครไปขอรับหมายเลขประจำตัวผู้แข่งขัน พร้อมเสื้อที่ระลึกได้ ในวันที่ 8-9 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00-17.00 น. ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซ.งามดูพลี ถ.พระราม 4 โทร.02-2860861, 02-6798322 หรือรับในวันที่ 15 ธันวาคม 2561 เวลา 13.00-18.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ใต้สะพานพระราม 8

ผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม คืนคุณภาพให้ข้อเข่าอย่างมีประสิทธิภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368843

ผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม คืนคุณภาพให้ข้อเข่าอย่างมีประสิทธิภาพ

ผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม คืนคุณภาพให้ข้อเข่าอย่างมีประสิทธิภาพ

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ข้อเข่าใครคิดว่าไม่สำคัญหากเกิดปัญหาหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ไม่ว่าจากข้อเทียมหลวม ได้รับอุบัติเหตุ หรือเกิดการติดเชื้อของข้อเข่าเทียมที่เคยได้รับการผ่าตัดมาก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยจะมีอาการปวด บวม เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้อีกครั้ง

นายแพทย์วัลลภ สำราญเวทย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า โดยทั่วไปแล้วข้อเข่าเทียมสามารถใช้งานได้นาน โดยไม่ต้องผ่าตัดซ้ำ อย่างไรก็ตาม บางครั้งข้อเข่าเทียมอาจจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข อันเนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ โดยจะมีอาการแสดงคือ อาการปวด บวม เข่าติด หรือใช้งานในชีวิตประจำวันค่อนข้างลำบาก การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมนั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อเข่าสามารถกลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้ง เรียกว่า Revision Total Knee Replacement เป็นการผ่าตัดข้อเข่าเทียมเพื่อแก้ไขปัญหา คนไข้ที่ผ่าตัดมาไม่นานแล้วเกิดอาการเจ็บ บวม ลงน้ำหนักไม่ได้ หรือหมดอายุการใช้งานของเข่าในกลุ่มคนไข้ที่เคยถูกผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียมมาแล้วและเกิดการเสื่อม ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขถือเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างยากและซับซ้อน ต้องใช้การวางแผนมากกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมครั้งแรกรวมถึงต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์พิเศษ การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมมีได้ทั้งการผ่าตัดแก้ไขบางส่วนหรือการแก้ไขทั้งหมด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและวิธีการรักษา

 

 

การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมประกอบด้วย 2 สาเหตุหลักใหญ่ๆ คือจากการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ สาเหตุจากการไม่ติดเชื้ออาจมาจากปัจจัยดังนี้คือ

1.ข้อเข่าเทียมหลวมหรือหมุน วางผิดตำแหน่ง เกิดจากตำแหน่งของข้อเข่าเทียมจากการผ่าตัดครั้งแรกมีปัญหาเช่น ข้อเทียมวางเอียงมากกว่า 3 องศา ทำให้ข้อที่ใส่เสียเร็ว หลวมเร็ว โดยทั่วไปข้อเข่าเทียมจะมีอายุการใช้งานประมาณ 15-20 ปี แต่หากเกิดการเอียงหรือวางผิดตำแหน่งมากกว่า3 องศา เข่าอาจอยู่ได้ประมาณ 5-10 ปี หรือข้อเทียมหมุน วางไม่ตรงตามเบ้า ไม่หมุนตามองศาที่ถูกต้อง หมุนผิดทั้งด้านบนและล่าง เกิดปัญหาเจ็บเข่า เข่าใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้ยังเกิดจากข้อเทียม ส่วนกระดูกต้นขาหรือข้อเทียม ส่วนสะบ้าวางไม่ตรงกับตำแหน่งที่ควรจะเป็น ลูกสะบ้าไม่ตรงร่องกับตำแหน่งของข้อ เมื่อลุก ยืน หรือเดิน จะรู้สึกเจ็บมาก เพราะลูกสะบ้าไม่ตรงร่อง ปัญหานี้อาจทำให้คนไข้ต้องกลับมาผ่าตัดแก้ไขเร็วไม่ถึง 1 ปี เพราะคนไข้ใช้งานไม่ได้เลย และการผ่าตัดคนไข้ในกลุ่มนี้ต้องใช้ความระมัดระวังสูง

2.ข้อเข่าเทียมสึกหรอ ในกลุ่มคนไข้ที่รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมตั้งแต่อายุยังน้อย หรือใส่ข้อเทียมมานาน เมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดการสึกหรอของตัวพลาสติกหมอนรองข้อเทียม หรือข้อเทียมที่ยึดกับกระดูกเกิดการหลวมและหลุดออกมา ร่างกายจะขจัดด้วยการสร้างเซลล์ที่เรียกว่า Giant Cell เพื่อเอาสิ่งที่แปลกปลอมออกไปจากบริเวณนั้น โดยเซลล์ดังกล่าวมีคุณสมบัติคือ ทำลายกระดูก ทำลายการยึดของข้อเทียม ทำให้ข้อเทียมตอนแรกที่หนาแน่นแข็งแรง กลับหลวม ข้อเทียมที่แกว่งไปมาจะคว้านกระดูกจนเกิดเป็นรู (Bone Defect) ซึ่งทำให้มีอาการปวดหรือบวมขึ้นได้

3.ข้อเข่าติด หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมครั้งแรก อาจมีปัญหาเรื่องข้อเข่าติดจนไม่สามารถใช้งานเข่าในชีวิตประจำวันได้ดี หรือเอ็นรอบหัวเข่าได้รับบาดเจ็บฉีกขาด การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมครั้งแรกไม่สามารถปรับสมดุลของเส้นเอ็นรอบหัวเข่าได้ ทำให้มีอาการข้อเข่าบวม หรือเดินแล้วเข่าทรุด หรือมีพังผืดในข้อเข่า หรือข้อเทียมอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมขัดขวางการเหยียดงอเข่า อาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม

4.มาตรฐานของวัสดุข้อเข่าเทียม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมจะใส่ตัวข้อเทียมสวมลงไปในกระดูก โดยส่วนมากจะมีการใช้ซีเมนต์ยึดระหว่างกระดูกและตัวข้อเทียม หากวัสดุที่ใช้ทำข้อเทียมไม่ได้คุณภาพจะทำให้ยึดเกาะกับซีเมนต์ไม่ดีหรือติดได้ไม่ทน ทำให้ข้อเทียมหลวมหลุดง่าย 5.ใส่ข้อเข่าเทียมผิดข้าง จากการผ่าตัดครั้งแรกเกิดความผิดพลาด เอาข้อเทียมข้างซ้ายมาใส่ข้างขวา พบได้น้อยมาก และ 6.กระดูกรอบข้อเข่าเทียมเกิดการหัก มักเป็นผลมาจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง เช่น การล้ม ซึ่งการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและตำแหน่งของกระดูกที่หัก โดยมากมักต้องผ่าตัดเพื่อแก้ไข โดยอาจเป็นการยึดตรึงกระดูกด้วยโลหะภายใน หรือผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมใหม่อีกครั้งในกรณีที่กระดูกที่หักรุนแรงจนทำให้ข้อเข่าเทียมหลวมและไม่ยึดเกาะกับกระดูก

 

นพ.วัลลภ สำราญเวทย์ และ นพ.ศริษฏ์ หงษ์วิไล

นายแพทย์ศริษฏ์ หงษ์วิไล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวเสริมว่า สาเหตุจากการติดเชื้อ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้กับการผ่าตัดทุกชนิด รวมถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วย การติดเชื้อสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระยะแรก ภายใน 3 เดือนหลังผ่าตัด ไปจนถึงผ่าตัดผ่านไปหลายปีแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อได้เช่นกันซึ่งมีสาเหตุแตกต่างกัน หากมีการติดเชื้อเป็นเวลานาน เชื้อโรคจะเข้าไปทำลายกระดูก ข้อ การยึดของกระดูกและข้อเทียม ทำให้ข้อเทียมหลวม ไม่ยึดติดกับกระดูก ข้อเทียมที่ติดเชื้อแล้วจะไม่สามารถใช้ได้อีก คนไข้จะมีอาการเจ็บ ปวด บวมแดง ปัญหาสำคัญอีกสิ่งหนึ่งเมื่อเกิดการติดเชื้อ คือกระดูกแหว่งหายเป็นโพรง ทำให้เสียความแข็งแรงที่จะรับข้อเทียมอันใหม่ หากกระดูกหายไปมากจนไม่สามารถยึดข้อเทียมได้ แพทย์จะใช้วัสดุโลหะทดแทนกระดูกฝังเข้าไป

การติดเชื้อเป็นภาวะที่พบได้และเป็นอันตราย โดยเฉพาะหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และหมั่นสังเกตตัวเอง หากพบความผิดปกติให้ปรึกษาแพทย์ ควรป้องกันการติดเชื้อ โดยดูแลไม่ให้เป็นแผล ระมัดระวังไม่ให้สัตว์ข่วนหรือกัด รักษาบริเวณบ้านให้สะอาด ดูแลแผลช่วงหลังผ่าตัดใหม่ไม่ให้โดนน้ำ งดสูบบุหรี่ หากทำฟันควรแจ้งทันตแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อรับยาปฏิชีวนะป้องกัน รวมถึงคนที่เป็นโรคเบาหวาน ควรควบคุมโรค ดูแลสุขภาพให้มีภูมิต้านทานที่แข็งแรง โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมตั้งแต่ครั้งแรก ควรเลือกสถานที่ที่สะอาด ใช้ข้อเข่าเทียมที่ได้มาตรฐาน ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม และใช้อุปกรณ์เครื่องมือการผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า รพ.กรุงเทพ ยังได้ยกมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้เป็นไปตาม Knee Replacement Program มาตรฐานเดียวกันกับ Joint Commission International : JCI สหรัฐอเมริกา โดยคำนึงถึงผู้ป่วยเป็นสำคัญ ผู้ป่วย ญาติ และแพทย์เป็นทีมเดียวกันมีส่วนในการวางแผน ตัดสินใจเลือกการผ่าตัดรักษาและชนิดของข้อเข่าเทียม รวมถึงการติดตามดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วย

นวดตัวด้วยหินร้อน สุดยอดของความผ่อนคลาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368842

นวดตัวด้วยหินร้อน สุดยอดของความผ่อนคลาย

นวดตัวด้วยหินร้อน สุดยอดของความผ่อนคลาย

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สัมผัสประสบการณ์การผ่อนคลายด้วยศาสตร์การนวดด้วยหินร้อน พร้อมคุณประโยชน์ของการกดจุดที่ตอบโจทย์มากกว่าความผ่อนคลาย กับทรีทเมนต์นวดตัวด้วยหินร้อน (Aromatic Hot Stone Massage) ณ เล็ทส์ รีแล็กซ์ สปา

การนวดตัวด้วยหินร้อน (Aromatic Hot Stone Massage) มักตอบโจทย์คนชอบนวดหนักเป็นส่วนมาก เพราะให้ได้มากกว่าแค่ความสบาย ด้วยคุณสมบัติของหินภูเขาไฟนั้นจะช่วยกระจายความร้อน ช่วยเก็บกักความร้อนไว้ในหินเพื่อให้หินมีอุณหภูมิที่คงที่ ช่วยกดจุดเพื่อคลายเส้น คลายกล้ามเนื้อ ทำให้ลงน้ำหนักการนวดนวดได้ลึกยิ่งขึ้น เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ปวดเมื่อ คอ บ่า ไหล่ หรือมีอาการของออฟฟิศซินโดรม นักกีฬากอล์ฟที่ต้องยืนนานๆ หรือคุณผู้หญิงที่ชอบสวมรองเท้าส้นสูง ซึ่งการวางหินร้อนตามจุดต่างๆ จะช่วยคลายความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกสบายขึ้น และคุณประโยชน์อื่นๆ อีกมากที่คนนวดหินร้อนเท่านั้นที่จะสัมผัสได้ด้วยตัวเอง

ผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับจากทรีทเมนต์นวดตัวด้วยหินร้อน คือสุดยอดของความผ่อนคลาย เพราะศาสตร์การนวดหินร้อนเป็นการนวดที่ต้องอาศัยเธอราปิสต์ที่มีทักษะสูง ต้องผ่านการฝึกนวดทั้งนวดไทย นวดน้ำมันอโรม่า และผ่านการฝึกนวดด้วยหินร้อนมาโดยเฉพาะ โดยตลอด 90 นาที ของการนวดนั้นเธอราปิสต์จะนำเอาหินภูเขาไฟอุ่นๆ ที่มีขนาดต่างกันถึง 37 ก้อน มาวางตามจุดสรีระต่างๆ ในร่างกาย เพื่อให้ความร้อนจากหินแทรกซึมลงในกล้ามเนื้อ ซึ่งหินภูเขาไฟที่นำมาใช้ในทรีทเมนต์นี้มีคุณสมบัติและขนาดที่แตกต่าง โดยเลือกความแตกต่างของขนาดเพื่อการนำไปใช้ในแต่ละจุดของร่างกาย ซึ่งก้อนหินที่ใช้บริเวณตำแหน่งท้องมีขนาดใหญ่ที่สุด ก้อนหินที่ใช้ตำแหน่งหลังมีขนาดรองลงมา ก้อนหินตำแหน่งเท้ามีขนาดเล็กที่สุดเพื่อลงลึกถึงกล้ามเนื้ออย่างตรงจุด

สัมผัสประสบการณ์ความผ่อนคลาย ที่ให้ได้มากกว่าความสบาย กับทรีทเมนต์“นวดตัวด้วยหินร้อน” (Aromatic Hot Stone Massage) ที่ เล็ทส์ รีแลกซ์ สปา (Let’s Relax Spa) ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-1263588

มอบทุนต่อเนื่องเพื่อนชุมชน หนุนเยาวชนกลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368804

มอบทุนต่อเนื่องเพื่อนชุมชน หนุนเยาวชนกลับมาพัฒนาบ้านเกิด

มอบทุนต่อเนื่องเพื่อนชุมชน หนุนเยาวชนกลับมาพัฒนาบ้านเกิด

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นเวลา 8 ปี มาแล้วนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 กับการขับเคลื่อนโครงการ “ทุนปริญญาตรีต่อเนื่องเพื่อนชุมชน” ซึ่งสมาคมเพื่อนชุมชน ได้ให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลได้เพื่อนำความรู้ที่ได้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นเจตจำนงของสมาคมเพื่อนชุมชน ที่ต้องการดูแลชุมชนแบบ “Beyond CSR” ด้วยความจริงใจ ใน 3 ด้าน ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ และสังคม สู่เป้าหมายสำคัญคือยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของคนระยองอย่างต่อเนื่องเสมอมา

 

 

นายนารินทร์ วงศ์ธนาศิริกุล กรรมการบริหารสมาคมเพื่อนชุมชน กล่าวว่าสมาคมเพื่อนชุมชนดำเนินกิจกรรมเพื่อยกระดับสังคมมาโดยตลอดตามกรอบวิสัยทัศน์ “สู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งหวังให้อุตสาหกรรมและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้ และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โครงการ “ทุนปริญญาตรีต่อเนื่องเพื่อนชุมชน” เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดระยองได้มีโอกาสได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และนำความรู้ที่ได้กลับมาประกอบอาชีพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดระยองตลอดจนประเทศชาติต่อไป เพราะตระหนักเสมอว่า “การให้โอกาสทางการศึกษา คือการสร้างอนาคตของสังคมที่ยั่งยืนที่สุด

“โครงการทุนปริญญาตรีฯ เป็นทุนให้เปล่า สำหรับเยาวชนที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี มีจิตอาสา แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งความขาดแคลนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการศึกษา โดยให้ต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ครอบคลุมทั้งค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต ปีละ1 ครั้ง จนจบการศึกษา ใน 4 คณะ ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพป้อนสู่โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง และคณะศึกษาศาสตร์/คณะครุศาสตร์ เพื่อจบกลับมาเป็นผู้ให้อนาคตการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดระยองต่อไป”

สำหรับปีการศึกษา 2561 นี้ มีผู้ได้รับทุนการศึกษาจากโครงการทุนปริญญาตรีฯ ทั้งสิ้น 40 ทุน ประกอบด้วยทุนการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์หลักสูตร 4 ปี จำนวน 15 ทุน มูลค่าทุนละ 70,000 บาท/ปี รวมเป็นจำนวนเงินตลอดหลักสูตร 4,200,000 บาท ทุนการศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และคณะสาธารณสุขศาสตร์ หลักสูตร 4 ปี จำนวน 13 ทุน มูลค่าทุนละ 70,000 บาท/ปีรวมเป็นจำนวนเงินตลอดหลักสูตร 3,640,000 บาท และทุนการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์/คณะครุศาสตร์ หลักสูตร5 ปี จำนวน 12 ทุน มูลค่าทุนละ 56,000 บาท/ปี รวมเป็นจำนวนเงินตลอดหลักสูตร 3,360,000 บาท รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 11,200,000 บาท ซึ่งทุกปีของพิธีมอบทุนการศึกษาจะมีกิจกรรม Reunion เพื่อสร้างความสามัคคี และให้น้องๆ ทุกรุ่นได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจนเปิดโอกาสให้รุ่นพี่ได้ให้คำปรึกษาแก่น้องๆ ในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย รวมทั้งแนะนำในการเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสากับสมาคมเพื่อนชุมชนด้วย

 

 

นางสาวจิรนนท์ น้อยสงวน ผู้รับทุนปริญญาตรีต่อเนื่องเพื่อนชุมชน รุ่นที่ 3 เล่าว่า รู้จักโครงการนี้จากครูแนะแนวตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย เมื่อสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้ จึงส่งใบสมัครขอรับทุนทันที ปัจจุบันตนเองเรียนจบแล้วและรู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างมากที่สามารถรักษาผลการเรียนให้อยู่ในระดับที่ดี จนสามารถรับทุนต่อเนื่องตลอด 4 ปี สำหรับความพิเศษของทุนนี้คือ จะต้องทำประโยชน์ให้แก่สังคมควบคู่ไปกับการเรียน โดยตลอดเวลาที่ได้รับทุนได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ มาโดยตลอด อยากฝากถึงน้องๆ รุ่นต่อไป เมื่อสมาคมฯ ให้ทุนการศึกษาแล้วอยากให้น้องๆ ตั้งใจเรียน และทำประโยชน์เพื่อสังคมควบคู่ไปด้วย และยิ่งเราได้ให้อะไรแก่สังคมเราจะยิ่งรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากขึ้น

 

 

นายธีรภัทร แก่นสาร ได้รับทุนปริญญาตรีต่อเนื่องเพื่อนชุมชน รุ่นที่ 8 กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เล่าถึงความภาคภูมิใจที่ได้รับทุนนี้ว่า เพราะฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน และอยากแบ่งเบาภาระครอบครัว จึงติดตามเงื่อนไขและการเปิดรับสมัครตั้งแต่ก่อนที่ตนจะขึ้น ม.6 เมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็สมัครทุนนี้ทันที การที่เราได้รับทุนนี้ ทำให้เราต้องตระหนักถึงความตั้งใจเรียนเพื่อรักษามาตรฐานการเรียนของเราให้อยู่ในเกณฑ์ที่สมาคมฯกำหนดจนจบการศึกษา รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมได้เจอเพื่อน พี่ น้อง ทำให้รู้สึกว่าเรายังมีอีกหลายคนที่เป็นเพื่อนและอยู่เคียงข้างเรา หากเรียนจบตนอยากกลับมาบรรจุเป็นครูที่จังหวัดระยอง เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนรุ่นต่อไปและคงภูมิใจไม่น้อยเมื่อได้เห็นรุ่นน้องๆ ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ สมาคมเพื่อนชุมชน ตระหนักเสมอว่าการให้การศึกษาเป็นการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุดและจะต่อยอดสู่การสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน สิ่งที่สมาคมฯ คาดหวังมาโดยตลอด คือ เมื่อเยาวชนเหล่านี้เรียนจบต้องกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง กลับมาส่งมอบโอกาสให้คนอื่นด้วย ถ้าสังคมเรามีทั้งคนที่ “ได้โอกาสและให้โอกาส” สังคมก็จะน่าอยู่มากขึ้น เพื่อ“บ้านเราน่าอยู่ สังคมยั่งยืน”

คุณแหน : 8 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368826

คุณแหน : 8 ตุลาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ครบ 84 ปี อดีตอธิการบดีหญิงคนแรก ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จัดงาน 84 ปี ศรีธรรมศาสตร์ 24 ต.ค. 09.00-13.00 น. ลานปรีดี ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เจ้าภาพขอกรุณางดดอกไม้และของขวัญ หากบริจาคร่วมสมทบทุนมูลนิธิส่งเสริมการศึกษา มธ. …

ll หญิงเก่ง จิตรลดา เฮงยศมาก ปธ.เจ้าหน้าที่กฎหมาย ทำงานที่แกรมมี่ มาครบ16 ปี สิ้นปีนี้ จึงขอลาออกจาก ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เพื่อเกษียณไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แบบยังเดินเองได้ เพราะตอนทำงานสุดแสนยุ่งจนเพื่อนๆ บ่นให้ตลอดว่าไม่เคยมีเวลาให้เลย…

ll ยิ่งให้ก็ยิ่งได้เมื่องานฉลองก้าวปีที่ 25 กัญญา ติลกเรืองชัย ผจก.เวิลด์ ฟูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริจาคเงินสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี โดยมี นพ.ดิเรก ลิมจิตติ รอง ปธ.มูลนิธิรพ.ราชวิถี เพื่อสาธารณประโยชน์ที่มีคุณค่า…

ll พุดตาน พงศ์พัฒนาไพบูลย์ ผอ.ฝ่ายการตลาด บ.แบรนด์ ซันโทรี่ (ปทท.) เปิดตัวน้องใหม่“แบรนด์วีต้าพรุน-เมโทพลัส”ผสานประโยชน์พรุนสกัดและมะเขือเทศสกัด เพื่อสาวๆ ที่รักสุขภาพทั้งหลาย…

ll บอกล่วงหน้า เพราะอยากเจอมาก นิติ มธ.10 รุ่นคนดัง อาทิ กำธร วังอุดม,นิติ ยิ้มแย้ม,สุนทร องนิธิวัฒน์,สบโชค สุขารมณ์,หาญ เชี่ยวชาญ นัดพบรำลึกความหลัง 17 พ.ย. ที่อะริสตันโดยทำบุญเลี้ยงพระเพลให้เพื่อนที่วายชนม์ก่อนสังสรรค์เฮฮากันตอนเที่ยง…

ll สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ จัดรายการพิเศษ“ปิยมหาราชานุสรณ์”ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี23 ต.ค. 21.30 น. เชิญชวนให้ผู้ใหญ่ใจดีมาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนจุฬาสงเคราะห์และทุนอาหารกลางวันให้นิสิตรุ่นน้องเป็นเทรนด์ดิจิทัล 4.0 วีรพงศ์ ไชยเพิ่มโต้โผของงาน สั่งเปลี่ยนแนวเดิมรับบริจาคทางโทรศัพท์เป็นการ CHAT LIVE ใครอยากบริจาคผ่านศิลปินดาราหรือเซเลบฯแบบเห็นหน้าเห็นตาก็ VDO call กันเข้าไปได้ในรายการมีสาระบันเทิงจากศิลปินดารา และนิสิตเก่าที่มีชื่อเสียงให้ชมมากมาย…

ll ไทยประกันภัย จัดเดิน-วิ่งการกุศล “พี่ช้าง CHARITY MINI MARATHON 2018” รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับรพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ร่วมโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์รักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า 150 ปี วันอาทิตย์ 28 ต.ค. 05.30 น. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) http://www.pchangrunning.com…

ll น้องๆ ธรรมศาสตร์ต่างแสดงความยินดีกับประกิต อภิสารธนรักษ์ ผู้ทุ่มเทเวลาช่วยพัฒนารพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อลูกชาย ศ.นพ.อนุชา อภิสารธนรักษ์ คนเก่งมากเป็นที่ยอมรับในระดับอินเตอร์ฯ  ได้รับรางวัล SHEA Mid-Career Scholar Award ที่ซานฟรานซิสโก อเมริกา เมื่อ 5 ต.ค.นี้เอง นับเป็นแพทย์เอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้…ll

คุณแหน