สาดสีสันความอาร์ตขั้นสุด Pomelo คอลเลคชั่น Fall ’18

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368020

สาดสีสันความอาร์ตขั้นสุด Pomelo คอลเลคชั่น Fall ’18

สาดสีสันความอาร์ตขั้นสุด Pomelo คอลเลคชั่น Fall ’18

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะแฟชั่น คือศิลปะที่ไม่เคยหยุดนิ่งมาสาดสีสันความอาร์ตขั้นสุดไปกับคอลเลคชั่น Fall ’18 จาก Pomelo ที่พร้อมให้สาวๆ ยุคใหม่อวดสไตล์สุดยูนีคผ่านลายเส้นและดีไซน์สุดล้ำของแฟชั่นไอเท็มกว่า 100 ชิ้น

คอลเลคชั่น FALL ’18 นี้ Pomelo ขอยกงานศิลปะจากอาร์ตแกลเลอรี่มาโลดแล่นบนโลกแฟชั่นผ่านธีม “In Favor Of Art” ที่เน้นงานดีไซน์แหวกแนวทั้งลายเพ้นท์จากศิลปินที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสตูดิโอศิลปะ กลิตเตอร์ระยิบระยับ และอีกหลากลายปรินท์คอมบิเนชั่นสีสันสุดจี๊ดที่จะมาช่วยเสริมความเป๊ะของสาวๆ เพราะการครีเอทลุคใหม่ก็เปรียบเหมือนการสะบัดปลายพู่กันสร้างสรรค์งานอาร์ตให้กับเอาท์ฟิตในทุกๆ วัน

ไฮไลท์ของคอลเลคชั่นก็คงจะหนีไม่พ้นสาวฮอต ปู-ไปรยาลุนด์เบิร์ก ตัวแทนสาวแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ที่พร้อมมาฉีกกรอบการมิกซ์แอนด์แมทช์แบบเดิมๆ แต่ยังคีพความมั่นใจในแบบของตัวเองเอาไว้ งานนี้สาวๆ ที่อยากดึงอินเนอร์ความเฟียร์สของตัวเองออกมาต้องโดน คอนเฟิร์มว่าจะสาวๆ สไตล์ไหนก็สามารถ CREATE YOURS ออกแบบสไตล์ของตัวเองได้อย่างไม่จำกัด

คีย์ไอเท็มที่สาวๆ ห้ามพลาดนั่นก็คือ เซตแจ็คเก็ตและกระโปรงหนัง Art Illustrated ที่ผสมกลมกลืนลายเส้นสุดแนวกับดีไซน์ไบคเกอร์แบบบอยๆ และชุดเดรส Midi Semi Sheer Sequin ปกเลื่อมกลิตเตอร์สีสันสดใส จากนั้นตบท้ายแบบชิคๆ ด้วยเดรส Midi Mixed Prints ที่จับลาย Plaid มามิกซ์กับ Floral ได้อย่างลงตัว

ความพิเศษยังไม่หมดแค่นี้ Pomelo ชวนสาวๆ มาแต่งเติมความติสท์ไปกับแคมเปญ CREATE YOURS ลุ้นเป็นสาวผู้โชคดีบนโซเชียลมีเดียของ Pomelo พร้อมรับรางวัลมูลค่า 1,500 บาททุกสัปดาห์ เพียงแค่นำภาพไปตกแต่งผ่าน pomelofashion.com แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแทค #TRYPOMELO แล้วรอประกาศผลสาวที่ชนะแคมเปญรายสัปดาห์ได้เลยที่เฟซบุ๊คเพจของ Pomelo สามารถร่วมสนุกกันได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้

ช็อปคอลเลคชั่น FALL’18 ได้แล้ววันนี้ ทุกช่องทางทั้งเว็บไซต์ POMELOFASHION.COM แอพพลิเคชั่น iOS และ Android รวมถึงร้าน Pomelo สาขา Central World และโชว์รูม Pomelo Pin ทั้ง 2 สาขา (Interchange 21 และ All Seasons Place)

พลังพนักงานจิตอาสา ‘MBK Spirit’ กู้ขยะทางทะเล กู้ชีวิตสัตว์น้ำ รักษ์วิถีชีวิตชาวประมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367981

พลังพนักงานจิตอาสา ‘MBK Spirit’ กู้ขยะทางทะเล กู้ชีวิตสัตว์น้ำ รักษ์วิถีชีวิตชาวประมง

พลังพนักงานจิตอาสา ‘MBK Spirit’ กู้ขยะทางทะเล กู้ชีวิตสัตว์น้ำ รักษ์วิถีชีวิตชาวประมง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศิรฐา สุขสว่าง ผช.กก.ผอ.สายการตลาด บมจ.เอ็ม บี เค นำทีมพนักงานจิตอาสา “เอ็ม บี เค สปิริต” ช่วยกันเก็บขยะชายหาดบ้านชายทะเลบางละมุง

ปัญหาขยะเป็นประเด็นใหญ่ระดับโลกโดยเฉพาะขยะทางทะเลได้รับความสนใจในวงกว้าง ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยเองถูกจัดอยู่อันดับ 6 จาก 192 ประเทศที่มีการทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลกและตอกย้ำให้ทุกคนหันมาตระหนักกับปัญหาอย่างจริงจังมากขึ้น หลังเหตุการณ์ซากวาฬเกยตื้นตายโดยมีพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารถึง80 ชิ้น หรือหนักถึง 8 กิโลกรัม ซึ่งยังไม่นับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในทะเลที่ได้รับผลกระทบจากขยะ

เอ็ม บี เค กรุ๊ป บริษัทชั้นนำที่มีหลากหลายธุรกิจในเครือ อาทิ ศูนย์การค้าภายใต้แบรนด์เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจกอล์ฟ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการเงิน ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงนำพนักงานจิตอาสาในนามของ MBK Spirit กว่า 100 ชีวิต ลงพื้นที่เก็บขยะริมชายหาดกว่า 3 กิโลเมตร ปล่อยพันธุ์ปูม้าลงทะเล ทำถังขยะแยกประเภทร่วมกับชาวบ้านและน้องๆ นักเรียนโรงเรียนบางละมุงณ บ้านชายทะเลบางละมุง ชุมชนประมงต้นแบบที่มีทำเลที่ตั้งเหมือนแอ่งกระทะ และมีชายหาดเว้าเข้าเป็นรูปตัวยูที่ถูกโอบล้อมด้วยความเจริญของเมืองพัทยา ท่าเรือแหลมฉบัง ฯลฯ จึงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นขยะที่ซัดเกลื่อนหาด โดยชาวชุมชนมีความตั้งใจฟื้นฟูชายหาดให้กลับมาขาวสะอาดและรักษาสมดุลของธรรมชาติ

ศิรฐา สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR จากภายในสู่ภายนอกองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งมั่นสร้างความสุขที่ยั่งยืนจากองค์กรสู่ชุมชน ด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ และปลูกฝังค่านิยมเรื่องการช่วยเหลือสังคมให้กับพนักงานในองค์กร โดยเฉพาะรณรงค์ให้พนักงานและชุมชนโดยรอบเขตปทุมวันให้มีการลดปริมาณการใช้ขยะ พร้อมเรียนรู้การจัดการขยะอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังตั้งกลุ่ม MBK Spirit พนักงานจิตอาสาจากการรวมตัวกันของทุกธุรกิจในเครือร่วมมือกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงาน ทำให้พนักงานเกิดความภาคภูมิใจในองค์กรและพัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจที่ยั่งยืนและอยู่ในใจของผู้บริโภค การลงพื้นที่ช่วยเก็บขยะครั้งนี้ทำให้พนักงานจิตอาสาได้เห็นปริมาณขยะและผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ สัตว์ทะเลที่ตายเพราะกินขยะเข้าไป ระบบนิเวศถูกทำลาย ซึ่งพนักงานจิตอาสาจะได้นำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ไปบอกต่อคนรอบข้าง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

ตัวแทนพนักงานจิตอาสาจากธุรกิจศูนย์การค้า ฟิน-พชรพร ประสาจันทร์ กล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่มาร่วมเป็นจิตอาสา MBK Spirit รู้สึกตกใจมากที่เห็นหาดทรายมีขยะเต็มไปหมด โดยเฉพาะถุงพลาสติก จึงตั้งใจจะนำถุงผ้าไปใช้เวลาเข้าร้านสะดวกซื้อ เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก ด้านพนักงานจิตอาสาจากธุรกิจกอล์ฟ หนุ่ม-สุรัตชัย สินเสนาะ บริษัท ริเวอร์เดล กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จำกัด กล่าวว่า แต่ละธุรกิจในเครือจะมีกิจกรรมเพื่อสังคมของตัวเอง ครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของทุกธุรกิจในเครือ การลงพื้นที่เก็บขยะชายหาดครั้งนี้ทำให้เกิดความตระหนักถึงความเป็นอยู่ของคนชาวบ้านและคนในชุมชนชายฝั่งอื่นๆ จึงต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึก เริ่มต้นจากตัวเรา องค์กร ทิ้งขยะให้ถูกที่ ซึ่งส่วนตัวเวลาซื้อของในห้างฯจะไม่ขอถุงพลาสติกหรือถ้าได้มาก็จะเก็บไว้ใช้บรรจุขยะแทนการซื้อถุงดำ

พนักงานจิตอาสา MBK Spirit จึงเป็นต้นแบบและกระบอกเสียงสำคัญให้ทุกคนได้ตระหนักและหันมาช่วยกันลดปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างสังคมที่น่าอยู่

สามพรานโมเดลจัดทริปพิเศษ ‘ครบเครื่องเรื่องเห็ดอินทรีย์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367984

สามพรานโมเดลจัดทริปพิเศษ ‘ครบเครื่องเรื่องเห็ดอินทรีย์’

สามพรานโมเดลจัดทริปพิเศษ ‘ครบเครื่องเรื่องเห็ดอินทรีย์’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สามพรานโมเดล จัดทริปพิเศษ Organic D.I.Y. By  สามพรานโมเดล “ครบเครื่องเรื่องเห็ดอินทรีย์” ต้อนรับเทศกาลกินเจ ชวนผู้บริโภค เรียนรู้ ชิม ช็อป เห็ดอินทรีย์ ที่ แฮปปี้ไลฟ์ฟาร์ม จ.นครปฐม

จากกระแสความตื่นตัวของผู้บริโภคในการบริโภคพืชผักอินทรีย์ นำไปสู่การจัดกิจกรรมเชื่อมโยงระหว่างผู้บริโภค กับผู้ผลิตนั่นคือ เกษตรกรอินทรีย์ เพื่อให้ผู้บริโภค ได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจ และมีความมั่นใจ ในการเลือกซื้อวัตถุดิบอินทรีย์ตรงจากเกษตรกรเพื่อนำไปปรุงอาหาร อย่างในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ สามพรานโมเดล ก็จะจัดกิจกรรมคนกินพบคนปลูก พาผู้บริโภคเยี่ยมบ้านเกษตรกรอินทรีย์ ชวนไปเรียนรู้การบริโภคเห็ด และศึกษาการผลิตเห็ดระบบอินทรีย์ตามมาตรฐานสากล เตรียมความพร้อมเพื่อการบริโภคอย่างปลอดภัยและสร้างสุขภาพที่ดี

นายอรุษ นวราช ผู้ก่อตั้งและผู้นำการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม สู่เป้าหมายการสร้างระบบอาหารที่สมดุลยั่งยืน เปิดเผยว่าจากการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์มา 8 ปีพบความตื่นตัวของผู้บริโภคเป็นจำนวนมากซึ่งไม่เฉพาะสนใจเรื่องของสุขภาพ แต่จำนวนไม่น้อยที่สนใจในการกระบวนการผลิตจนนำไปสู่การเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรอินทรีย์กับผู้บริโภค ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวฟาร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้พบปะเกษตรกรโดยตรง ให้เห็นกระบวนการผลิตเห็นความมุ่งมั่น เข้าใจเห็นคุณค่าของวิถีอินทรีย์

สำหรับ ในเดือนตุลาคมนี้ เป็นช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ซึ่งตรงกับวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 สามพรานโมเดลจึงร่วมกับ แฮปปี้ไลฟ์ฟาร์ม ฟาร์มเห็ดอินทรีย์ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายสามพรานโมเดล จึงจัดทริป Organic D.I.Y. By สามพรานโมเดล “ครบเครื่องเรื่องเห็ดอินทรีย์”เปิดฟาร์มถ่ายทอดความรู้เรื่องเห็ดแบบครบทุกมิติ ให้ผู้บริโภคได้เข้าใจและรู้คุณค่าของเห็ดอินทรีย์ เพื่อสามารถเลือกรับประทานเห็ดได้อย่างปลอดภัย

กมลวัน จันทร์พยอม รองประธาน วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารตำบลสระพัฒนาฯ กล่าวว่า ปกติแล้วฟาร์มแห่งนี้ จะไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไป แต่ภายใต้สามพรานโมเดล ที่ต้องให้ผู้บริโภค ได้มาเรียนรู้ และเข้าใจวิถีการทำเกษตรอินทรีย์ เห็นว่ามีความสำคัญ ที่จะต้องเปิดเรื่องราวขั้นตอนต่างๆ ให้ประชาชนได้ รับรู้ ยิ่งช่วงนี้กำลังเข้าสู่เทศกาลถือศีลกินเจ มีการบริโภคเห็ดมากเป็นพิเศษ อยากให้ผู้บริโภคได้รับความรู้ เพื่อให้ทุกคนได้ระมัดระวัง และเลือกซื้อได้อย่างปลอดภัย

“เรายินดีเปิดฟาร์มจะถ่ายทอดความรู้ทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การปลูกการดูแลเอาใจใส่ ฝึกทำก้อนเชื้อเห็ดซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้เห็ดได้ผลผลิตดี มีคุณภาพ ปลอดภัย และพาชมพื้นที่ฟาร์มดูการเจริญเติบโตของ เห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า เห็ดหลินจือ  เห็ดนางนวลเห็ดโคนญี่ปุ่น พร้อมทั้งให้ดูขั้นตอนการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน มีการสาธิต การทำข้าวเกรียบกล้วยใส่เห็ด อย่างง่าย ที่ทุกคนสามารถทำทานเอง ที่บ้าน และเพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติเห็ดอินทรีย์สดๆ หน้าฟาร์มเราก็จะปรุงเมนูเห็ดให้ชิมกัน เช่น ลาบเห็ดกินกับข้าวเหนียวอินทรีย์คลุกงา เห็ดหูหนูสดๆ ผัดไข่อินทรีย์ และจะเปิดช็อป ให้ได้ช็อปผลิตภัณฑ์เห็ดอินทรีย์แปรรูปมากมายในราคาหน้าฟาร์มเพื่อเตรียมไว้สำหรับเทศการถือศีลกินเจอีกด้วย”

สำหรับข้อแนะนำและเทคนิคในการเลือกรับประทานเห็ดเพื่อให้ได้สุขภาพที่ดี กมลวัน แนะว่า สิ่งแรกเลยคือ ถ้าต้องซื้อในห้างสรรพสินค้า มองหาฉลากที่มีตรารับรองมาตรฐานสากล เช่น EU, IFOAM อาจแพงสักนิดแต่คุ้มค่าความปลอดภัย แต่ถ้าซื้อตามท้องตลาดทั่วไป ต้องไปถามแม่ค้าว่า ปลูกอย่างไร สังเกตดูว่าเขาตอบได้ไหม พูดจริงหรือไม่จริง แล้วค่อยตัดสินใจถ้าจำเป็นต้องซื้อให้เลือก เห็ดที่มีความสด แห้ง ไม่แฉะ ไม่ฉ่ำน้ำ ที่สำคัญก่อนจะนำไปปรุงก็ควรจะล้างผ่านน้ำหลายๆ ครั้ง และก็ไม่ควรแช่เกลือ ใส่ด่าง หรืออะไรทั้งสิ้น เพราะจะทำให้เห็ดเน่าง่าย แต่ถ้าให้ดีเลือกเห็ดที่ผ่านกระบวนการผลิตระบบอินทรีย์ปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าอยากจะรู้กระบวนการทั้งหมด แนะนำให้มาที่ฟาร์ม

เตรียมตัวให้พร้อม วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 ไปเรียนรู้เรื่อง เห็ดกัน กับทริป Organic D.I.Y. By สามพรานโมเดล “ครบเครื่องเรื่องเห็ดอินทรีย์” ณ แฮปปี้ไลฟ์ฟาร์ม ฟาร์มเห็ดอินทรีย์ จ.นครปฐมสนใจร่วมกิจกรรมสอบถามรายละเอียดและค่าใช้จ่ายได้ที่ คุณพิมพร 081-9282808หรือติดต่อ ID line : pimporn999

เป๊ปซี่โค ชวนคนไทยดูแลสุขภาพหัวใจเนื่องในวันหัวใจโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367992

เป๊ปซี่โค ชวนคนไทยดูแลสุขภาพหัวใจเนื่องในวันหัวใจโลก

เป๊ปซี่โค ชวนคนไทยดูแลสุขภาพหัวใจเนื่องในวันหัวใจโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“หัวใจ” ถือเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ เนื่องจากคอยทำหน้าที่สูบฉีดเลือดเพื่อไปหล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย โดยนำออกซิเจนจากปอดไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ และนำคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งหัวใจจะทำหน้าที่เช่นนี้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีหยุดพักแม้ยามหลับ ดังนั้น การดูแลรักษาสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีส่วนช่วยทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ซึ่งจะยืดอายุให้กับพวกเราทุกคน

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดกลายเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนทั่วโลก* โดยปี พ.ศ. 2558 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดประมาณ 17.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 31 ของอัตราการตายทั่วโลก ขณะที่ในประเทศไทยเองสถิติผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ.2559 มีอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดถึง 32.3 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน อันมีสาเหตุมาจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิ การมีภาวะความดันโลหิตสูง การมีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ การไม่ออกกำลังกาย การไม่บริโภคผักและผลไม้ การสูบบุหรี่ รวมไปถึงภาวะความเครียด

เนื่องในโอกาส วันหัวใจโลก (World Heart Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 29 กันยายนของทุกปี ในปีนี้ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ในเครือเป๊ปซี่โคเจ้าของแบรนด์ “เควกเกอร์” (Quaker) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวโอ๊ตอันดับหนึ่งของโลก โดย นายเคิร์ท พรีชอว์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอาหาร จึงได้จัดงาน “PepsiCo: Happy Healthy Heart #ดีต่อใจคนไทยแข็งแรง” ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องหัวใจและส่งเสริมให้คนไทยหันมาใส่ใจกับการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้ห่างไกลจากโรคหัวใจและหลอดเลือด พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ข้าวโอ๊ตเควกเกอร์ซึ่งเป็นแบรนด์อันดับหนึ่ง ได้รับความไว้วางใจมากว่า 140 ปี เป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

ภายในงาน ได้รับความร่วมมือจาก มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี พญ.ปิยะนุช รักพาณิชย์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหัวใจที่มาร่วมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์โรคหัวใจในปัจจุบัน ตลอดจนสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ พร้อมแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพหัวใจภายใต้ “หลัก 3 อ. ดีต่อใจ” โดยได้อธิบายว่า “เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ จึงได้รณรงค์ให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิตโดยยึดหลัก 3 อ. อันได้แก่ 1.อาหาร โดยควรรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ ลดความหวานมันเค็มลง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวหรือไขมันทรานส์ และเพิ่มการรับประทานผักและผลไม้อย่างสม่ำเสมอ 2.ออกกำลังกาย ครั้งละ 25-30 นาที อย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงและสร้างภูมิคุ้มกันโรค และ 3. อารมณ์ ด้วยการทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็น งานอดิเรก ดนตรีบำบัด การทำสมาธิ หรือแม้แต่การหัวเราะ ซึ่งช่วยลดฮอร์โมนความเครียด ลดภาวะการอักเสบใน
หลอดเลือด ทั้งยังทำให้จิตใจผ่องใสเบิกบานและมีอายุยืนยาว”

ภายใต้หลัก 3 อ. ดังกล่าวผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอย่าง ดร.กิตติพรพันธุ์วิจิตรศิริ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและโภชนาการ ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ยังได้กล่าวเสริมถึงการรับประทานข้าวโอ๊ตซึ่งเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจว่า “ข้าวโอ๊ต ถือเป็นธัญพืชชนิดไม่ขัดสีที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน วิตามินบี 1 ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม สังกะสี และเหล็ก ซึ่งมีปริมาณมากกว่าเมื่อเทียบกับธัญพืชชนิดอื่นๆ อย่างข้าวกล้อง ข้าวสาลี หรือข้าวขาว ข้าวโอ๊ตยังมีส่วนประกอบของไฟเบอร์หรือไยอาหาร เมื่อรับประทานแล้วจะอยู่ท้อง อิ่มนาน และมีในร่างกายอันเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น หากรับประทานข้าวโอ๊ตทุกวัน วันละ 1-2 มื้อ อย่างส่วนช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นที่สำคัญที่สุด คือ ข้าวโอ๊ตเป็นแหล่งของไฟเบอร์ประเภทละลายน้ำได้ที่ชื่อว่าเบต้ากลูแคน ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลน้อย 6-12 สัปดาห์ต่อเนื่อง ก็จะช่วยทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้”

‘เชฟวิชิต’ครีเอทเมนูสุขภาพจากนํ้าแร่ ‘ไอซ์แลนด์ สปริง เป็นมากกว่านํ้า’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368015

‘เชฟวิชิต’ครีเอทเมนูสุขภาพจากนํ้าแร่ ‘ไอซ์แลนด์ สปริง เป็นมากกว่านํ้า’

‘เชฟวิชิต’ครีเอทเมนูสุขภาพจากนํ้าแร่ ‘ไอซ์แลนด์ สปริง เป็นมากกว่านํ้า’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เชฟวิชิต มุกุระ สาธิตวิธีทำ “พลอยกรอบ”

เชฟชื่อดัง วิชิต มุกุระ ครีเอทเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานสุดพิเศษที่นำน้ำแร่ “ไอซ์แลนด์ สปริง” (Iceland Spring) มาเป็นส่วนประกอบในรูปแบบ “Afternoon High Tea” ในงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Iceland Spring เป็นมากกว่าน้ำ”เปิดตัวน้ำแร่ “ไอซ์แลนด์ สปริง” (Iceland Spring) ขนาด 1 ลิตร ที่มาพร้อมหัวจุกแนวสปอร์ต และขนาด 0.33 ลิตร ฉลากใหม่สำหรับเด็กตอบโจทย์ของคนรักสุขภาพทุกวัย เนื่องจากน้ำแร่ ไอซ์แลนด์ สปริง มีค่าของความเป็นด่าง หรือค่า pH สูงถึง 8.88 ไม่มีสารตกค้างช่วยปรับสมดุลในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีเหล่าคนดังรักสุขภาพร่วมงานคับคั่ง ณ ร้านข้าว (KHAO) เอกมัย ซอย 10

บริษัท เอชทูโอ ไฮโดร จำกัด โดย อรชุมาดุรงค์เดช กรรมการผู้จัดการ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายน้ำแร่ธรรมชาติเพื่อสุขภาพ 100% “ไอซ์แลนด์ สปริง” (Iceland Spring) จากประเทศไอซ์แลนด์ เผยว่า “ก่อนหน้านี้น้ำแร่ ไอซ์แลนด์ สปริง ได้มีจำหน่าย 2 ขนาด คือ ขนาด 1.5 ลิตร และ ขนาด 0.5 ลิตร ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตอบโจทย์ของคนที่รักสุขภาพ เนื่องจากน้ำแร่ไอซ์แลนด์ สปริง มีค่าของความเป็นด่างหรือค่า pH สูงถึง 8.88 ที่ช่วยปรับสมดุลในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

และเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์น้ำแร่ ไอซ์แลนด์ สปริง (Iceland Spring)ได้เปิดตัวขนาด 1 ลิตร ที่มาพร้อมหัวจุกแนวสปอร์ต และขนาด 0.33 ลิตร ฉลากใหม่สำหรับเด็ก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทารกและเด็กสามารถดื่มน้ำแร่ไอซ์แลนด์ สปริง ได้ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ โมเลกุลขนาดเล็กจะไปช่วยเร่งกระบวนการสร้างแคลเซียม เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟันของเด็ก และ ช่วยเร่งกระบวนการสร้างแคลเซียมให้กับเด็ก และเป็นการตอกย้ำว่าน้ำแร่ ไอซ์แลนด์ สปริง สามารถดื่มได้ทุกเพศ ทุกวัยเพราะไม่มีสารตกค้าง

นอกจากช่วยดูแลสุขภาพให้กับทุกเพศทุกวัยได้แล้ว คุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่งของน้ำแร่ ไอซ์แลนด์ สปริง ยังช่วยปรับสมดุลของต่อมรับรส ให้ลิ้นสัมผัสรับรู้รสชาติอาหารได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการนำไปใช้ในการเทสต์ติ้งไวน์ หรือนำไปผสมเครื่องดื่มค็อกเทลต่างๆ จะยิ่งช่วยทำให้รสชาติของเครื่องดื่มแก้วนั้นๆ มีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น”

ด้าน เชฟวิชิต มุกุระ เชฟอาหารไทยและขนมหวานชื่อดังจากร้าน “ข้าว” (KHAO) กล่าวถึงเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานสุดพิเศษที่ได้นำน้ำแร่ “ไอซ์แลนด์ สปริง” (Iceland Spring) มาเป็นส่วนประกอบหลักว่า “หัวใจสำคัญในการทำครัว คือการเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุด โดยเฉพาะน้ำต้องสะอาดที่สุดเช่นกัน และที่เลือกน้ำแร่ ไอซ์แลนด์ สปริง มาใช้ในการประกอบอาหาร เนื่องจากมีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง และช่วยทำให้รสชาติของอาหารและเครื่องดื่มดีขึ้น

เมนูวันนี้ผมเลือกชาชงเย็น (Cold Brew Tea)ที่ใช้ชาอู่หลงมาผสมกับน้ำแร่ที่มีค่า pH ที่สูงอย่างน้ำแร่ไอซ์แลนด์ สปริง เนื่องจากน้ำแร่ที่มีค่าความเป็นด่างสูงจะไม่กัดใบชา ทำให้รักษารสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ และยังคงรักษาคุณภาพของใบชาให้คงเดิม จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นนาน 6 ชั่วโมง เพื่อให้ชามีรสชาติที่หอม และไม่ฝาดคอ สำหรับขนมหวานผมเลือก “พลอยกรอบ” โดยนำน้ำแร่ ไอซ์แลนด์ สปริง ไปคั้นกะทิ เพื่อให้ได้กะทิที่หอมและรสชาติของพลอยกรอบละมุนลิ้นมากยิ่งขึ้นครับ”

ภายในงานคับคั่งไปด้วยเหล่าคนดังที่รักสุภาพ อาทิ อินทิรา ธนวิสุทธิ์, วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, สู่ขวัญ บูลกุล,จิตติมา วรรธนะสิน, พัชรศรี เบญจมาศ, ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์,พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ (หมอเอิง), พิชญ์นาฏ สาขากร,ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์, โจ ชุง และ เบญจวรรณ เบอร์แมน เป็นต้น

ร่วมรักษาสมดุลของร่างกาย พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่กับน้ำแร่จากธรรมชาติเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง “ไอซ์แลนด์ สปริง” (Iceland Springทั้ง 4 ขนาดได้แล้วที่ห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำ หรือโฮม เดลิเวอรี่ (Home Delivery) สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.02-9114855

อรชุมา ดุรงค์เดช และ เชฟวิชิต มุกุระ

อรชุมา ดุรงค์เดช และ เชฟวิชิต มุกุระ

สู่ขวัญ บูลกุล และ พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์

สู่ขวัญ บูลกุล และ พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์

โจ ชุง และ อินทิรา ธนวิสุทธิ์

โจ ชุง และ อินทิรา ธนวิสุทธิ์

แพทย์แนะแนวทางรักษา ‘นิ้วล็อก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367990

แพทย์แนะแนวทางรักษา ‘นิ้วล็อก’

แพทย์แนะแนวทางรักษา ‘นิ้วล็อก’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในยุคสังคมออนไลน์ การเล่นสมาร์ทโฟน และแท็บเลตเป็นเวลานาน โดยใช้งานนิ้วมือหนักเกินไป ด้วยท่วงท่าเดิมซ้ำๆ ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้พบคนเป็นโรคนิ้วล็อกเพิ่มมากขึ้น หรือการใช้นิ้วเกี่ยวของหนักๆ นานๆ มักเป็นสาเหตุของการเกิดโรคนิ้วล็อก

จากบทความ ของ นพ.เติมพงศ์ พ่อค้า ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ-มือ รพ.เวชธานี ให้ความรู้ว่า “โรคนิ้วล็อค” เกิดจากปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณฐานของนิ้วมืออักเสบและหนาตัวขึ้น ซึ่งเมื่ออักเสบจะทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาขึ้นด้วยความยากลำบาก จึงมีอาการปวด และขยับนิ้วมือได้ยากขึ้น

อาการแบบนี้ บ่งชี้โรคนิ้วล็อก ผู้ป่วยโรคนิ้วล็อกมักมีอาการเจ็บที่ฝ่ามือ บริเวณใต้ข้อต่อโคนนิ้วมือ หากเป็นมากขึ้นอาจมีอาการสะดุดเวลากำหรือเหยียดนิ้วมือได้ โดยอาการของโรคมักพบมากหลังจากตื่นนอนตอนเช้า หรือตอนที่ใช้งานมือหนัก ๆ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ความรุนแรงของโรคนิ้วล็อกแบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้ มีอาการเจ็บบริเวณโคนนิ้วมือมีอาการสะดุดเวลากำหรือเหยียดนิ้วมือ แต่ยังสามารถเหยียดนิ้วได้เอง กำมือแล้วเกิดอาการล็อก ไม่สามารถเหยียดนิ้วได้เอง ต้องใช้มือมาช่วยง้างออก และไม่สามารถกำมือได้สุด และอาจมีข้อนิ้วมืองอผิดรูปร่วมด้วย

สำหรับ แนวทางในการรักษาโรคนิ้วล็อก แบ่งเป็น3 ขั้นตอน ประกอบด้วย หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ และนำมือแช่น้ำอุ่นตอนเช้าหลังตื่นนอน ประมาณ 5 นาที ร่วมกับรับประทานยาลดปวดและอักเสบตามอาการ

2.ฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะที่ ตรงตำแหน่งปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณฐานของนิ้วมือ (A1-Pulley) ซึ่งยาที่ใช้นั้นเป็นยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ภายใต้ความดูแลของแพทย์ เนื่องจากผลข้างเคียงร้ายแรงที่สุดที่พบได้คือ เส้นเอ็นเปื่อยและอาจจะขาดเองได้ 3.การผ่าตัดเข้าไปตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณฐานของนิ้วมือ (A1-Pulley) ร่วมกับเลาะเนื้อเยื่ออักเสบที่หุ้มเส้นเอ็นออก วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่ใช้ในการรักษา จะช่วยลดอาการปวดและทำให้เส้นเอ็นขยับได้คล่องขึ้น ไม่มีอาการสะดุดเวลาใช้งาน โดยการผ่าตัดจะฉีดยาชาเฉพาะที่คล้ายกับการถอนฟัน ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการหลังจากผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วนิ้วมือสามารถขยับได้เลยตั้งแต่หลังผ่าตัดเสร็จ

ทั้งนี้ วิธีและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและดุลยพินิจของแพทย์ อย่างไรก็ตาม ควรปรับพฤติกรรมการใช้งานนิ้วมือให้เหมาะสม ทั้งหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วเกี่ยวของหนักๆ หรือลดระยะเวลาการเล่นสมาร์ทโฟนลง ก่อนเกิดอาการนิ้วล็อกหรือก่อนที่อาการของโรคจะดำเนินไปมากขึ้นกว่าเดิม

56 ปี สยามเจมส์ เฮอริเทจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368013

56 ปี สยามเจมส์ เฮอริเทจ

56 ปี สยามเจมส์ เฮอริเทจ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังให้การสนับสนุน มงกุฎมิสไทยแลนด์ เวิลด์ 2018 ไปหมาดๆ  แก้ม-ปานชนก จิตชินะกุล ผู้บริหารคนเก่งแห่ง สยามเจมส์ เฮอริเทจก็เตรียมจัด งานฉลองความสำเร็จครบรอบ 56 ปี สยามเจมส์ เฮอริเทจกับเส้นทางการเปลี่ยนผ่านจากผู้จัดจำหน่ายอัญมณีสู่การเป็นผู้มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจด้านอัญมณี (Travel Retail Destination) พร้อมเปิดตัวจิวเวลรี่มาสเตอร์พีซชิ้นพิเศษในวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่ 15.00 น. เป็นต้นไป ณ สยามเจมส์ เฮอริเทจ (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม)

NIA สร้างนักพัฒนาในยุค 4.0 เปิดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367983

NIA สร้างนักพัฒนาในยุค 4.0 เปิดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรม

NIA สร้างนักพัฒนาในยุค 4.0 เปิดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรม เจาะกลุ่มผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม หวังสร้างนักพัฒนาเมืองนวัตกรรมในยุค 4.0เพื่อผลักดันประเทศสู่ประเทศแห่งนวัตกรรม (Innovation Nation) ในอนาคตอันใกล้

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากการเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยีที่รวดเร็วส่งผลให้เกิดการพัฒนาและการจัดการทางสังคมที่จำเป็นต้องใช้นวัตกรรมเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาให้ประเทศชาติได้ประโยชน์สูงสุด สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีองค์ความรู้ในการบริหารจัดการเชิงนวัตกรรมจึงจัดทำหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรม (Chief City Innovation Officer: CCIO) ขึ้นเพื่อเป็นหลักสูตรที่ช่วยสร้างมุมมองความเข้าใจในนวัตกรรม ให้สามารถเป็นผู้นำในการพัฒนาเชิงพื้นที่ใน 3 ส่วน ได้แก่ 1.การส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการรังสรรค์ระบบนิเวศนวัตกรรม 2.การพัฒนาเมืองในบริบทของพื้นที่นวัตกรรมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน 3.เชื่อมโยงความร่วมมือการพัฒนาระหว่างหน่วยงานหรือกลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้อง

หลักสูตร CCIO มุ่งเน้นการพัฒนาต่อยอดความรู้ให้แก่กลุ่มผู้บริหารระดับสูง (C-Level) ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง (City/Urban Development)ใน 6 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ภาครัฐ(Public Sector) ภาคการพัฒนา(Developer) ภาคการลงทุน (Investor) ภาคการศึกษา (Academic) ภาคการบริการสาธารณะ (Service Provider) และภาคประชาสังคม (Social Civic) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความสามารถให้กลุ่มผู้บริหารเมือง ได้มีความพร้อมด้านการพัฒนาและการจัดการเมืองนวัตกรรมที่พร้อมต่อการเป็นประเทศไทย 4.0บนพื้นฐานขององค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาทักษะในการวางแผนยุทธศาสตร์และการจัดการเมืองนวัตกรรมที่เป็นไปตามหลักสากล และนำหลักการของเมืองต้นแบบมาปรับใช้ในบริบทของท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงภาพอนาคตอย่างยั่งยืน และสร้างให้เกิดเครือข่ายของกลุ่มผู้บริหารให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการมีส่วนร่วมในการบริหารเมือง โดยมีเนื้อหาสอดคล้องกับการจัดการเชิงกลยุทธ์เพื่อให้เกิดเมืองนวัตกรรม การพัฒนาเมืองเพื่อรองรับการเกิดขึ้นของภาคธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม รวมถึงส่งเสริมการเกิดวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) การจัดการฐานข้อมูลของเมือง การพัฒนาเมืองและนวัตกรรมที่นำไปสู่ความยั่งยืน การพัฒนาเมืองด้วยหลักเศรษฐศาสตร์ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างเชิงนวัตกรรม การทำความเข้าใจนวัตกรรมเพื่อยกระดับเมืองและท้องถิ่นของตนเอง

“NIA ตั้งเป้าว่าจะมีผู้บริหารระดับสูงที่สนใจเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรดังกล่าวไม่น้อยกว่า 60 ราย และจะสามารถสร้างประโยชน์ในเชิงการพัฒนาเมืองที่สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมให้แก่ประเทศ รวมถึงความร่วมมือในทุกภาคส่วนซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation Nation) ได้ในอนาคตอันใกล้” ดร.พันธุ์อาจ กล่าว

ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวมีกำหนดจัดการอบรมตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2561 โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจคือ CITY OF INNOVATION เมืองแห่งนวัตกรรม, STARTUP CITY เมืองแห่งการเริ่มต้น, CITY ECONOMY AND INCENTIVES เศรษฐศาสตร์เมืองกับการสร้างแรงจูงใจ, INNOVATION IN CITY TRANSFORMATION นวัตกรรมเปลี่ยนเมือง, DATA SCIENCE FOR EXECUTIVE วิทยาการข้อมูลสำหรับผู้บริหาร, OPEN CITY เมืองแห่งการเปิดกว้าง, INNOVATIVE PROCUREMENT การจัดซื้อจัดจ้างเชิงนวัตกรรม, VALUE CREATION AND EVALUTION การสร้างมูลค่าและประเมินผล นอกจากนี้ยังได้มีการจัดพาผู้เข้าอบรมไปทัศนศึกษาภายในประเทศ และต่างประเทศในงาน Smart City Expo World Congress 2018 ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน อีกด้วย ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามเข้าร่วมอบรมได้ที่ cciothailand@gmail.com หรือ www.nia.or.th/ccio

เตรียมฉลอง 36 ปี มาดาม มาร์โก้ เปิดตำนานเค้กกาแฟ เจนัว สไตล์ฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367986

เตรียมฉลอง 36 ปี มาดาม มาร์โก้ เปิดตำนานเค้กกาแฟ เจนัว สไตล์ฝรั่งเศส

เตรียมฉลอง 36 ปี มาดาม มาร์โก้ เปิดตำนานเค้กกาแฟ เจนัว สไตล์ฝรั่งเศส

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บรรดาคนรักเค้กไม่มีใครไม่รู้จัก “มาดาม มาร์โก้” (Madame Marco) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เค้กกาแฟ เจนัว” สไตล์ฝรั่งเศส รสชาติหวานละมุน หอมกลิ่นกาแฟ โรยหน้าด้วยอัลมอนด์เคลือบคาราเมลคุณภาพ ยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลิน ที่น้อยคนจะรู้ว่ามาดาม มาร์โก้ เสิร์ฟเค้กรสชาติเยี่ยมมายาวนานถึง 36 ปีแล้ว และเพื่อเป็นการขอบคุณเค้กเลิฟเวอร์ที่ให้การสนับสนุนมาดาม มาร์โก้ มาตลอด 36 ปี บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) จึงเตรียมจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ย้อนตำนาน เค้กกาแฟ เจนัว ของมาดาม มาร์โก้ ก้อนแรกพร้อมกิจกรรมพิเศษมากมาย ในวันที่ 23 ตุลาคม 2561ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

อภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ผลิตภัณฑ์ มาดาม มาร์โก้ เป็นอีกหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ แม้ที่ผ่านมาจะไม่ได้ทำการตลาดมากนัก แต่ มาดาม มาร์โก้ เป็นแบรนด์เค้กและคุกกี้ที่คนรู้จักและแนะนำแบบปากต่อปากถึงคุณภาพที่ดี เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเรา ซึ่งสูตรเค้กนั้นพัฒนามาจากประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และเป็นเค้กโฮมเมดที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน

ศรีชนก วัฒนศิริ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ และรังสรรค์เค้กก้อนแรกของ มาดาม มาร์โก้ เผยถึงตำนานเค้ก 36 ปี มาดาม มาร์โก้ ในประเทศไทยว่า เค้กกาแฟ เจนัว ของมาดามมาร์โก้นี้ย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 19 เจนัว ถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญระหว่างยุโรปกับตะวันออกกลาง ประชากรที่นั่นส่วนใหญ่มีฐานะร่ำรวย คนเจนัวจึงได้ทานอาหารที่วัตถุดิบดีและได้พัฒนาอาหารการกินขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเค้กกาแฟ จานัว เป็นเค้กอัลมอนด์ของมาดาม มาร์โก้ ที่ด้านในมีเลเยอร์อ่อนนุ่ม 3 ชั้น ความพิเศษอยู่ที่เวลาเคี้ยว ได้ความนุ่มของเนื้อเค้กด้านใน สัมผัสกับครีมที่มีรสชาติกลมกล่อม และเม็ดอัลมอนด์เคลือบคาราเมลที่กรอบและหอม เมื่อเคี้ยวแล้วจะทำให้รสชาติเข้ากันได้อย่างลงตัวได้รสชาติของช็อกโกแลตและกาแฟ โดยเค้กของมาดาม มาร์โก้ยังเป็นเค้กที่ไม่ใช้ผงฟู กลวิธีการทำจึงต้องพิถีพิถันมากกว่าเค้กอื่นๆ

“ดิฉันได้มีโอกาสรู้จัก มาดามคอนเชสต้า ดีมาร์โก้ ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 ที่สืบทอดเค้กกาแฟ จานัว ของตระกูล และได้เรียนรู้วิธีการทำเค้กและขนมฝรั่งเศสหลากหลายชนิด อาทิ มิลล์เฟย,สตอเบอร์รี่ ทาร์ต, ตั๊ก (ทาร์ต), กาโต้ โอเปร่า (ช็อกโกแลต เค้ก)แต่เค้กกาแฟ เจนัว ถือเป็นเค้กที่อร่อยที่สุดที่ได้ทาน จนรู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์ และคิดว่าคนไทยน่าจะชอบเช่นกัน จึงได้เรียนการทำเค้กกาแฟ จานัว จากมาดาม มาร์โก้ และนำกลับมาพัฒนาสูตรให้เป็นที่ถูกปากของคนไทยมากขึ้น และได้ตั้งชื่อแบรนด์ว่า มาดาม มาร์โก้ ตามต้นตำรับ สำหรับเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบ ความเป็นเค้กโฮมเมด ที่เน้นผลิตสดใหม่ทุกวัน มีการปรับสูตรสำหรับคนรักสุขภาพก็สามารถทานได้ เพราะมาดาม มาร์โก้ รู้ดีว่า เค้กเป็นศูนย์รวมของความสุขเช่นไร”

เพื่อเป็นการขอบคุณชาวไทยที่ให้การสนับสนุน มาดาม มาร์โก้จึงเตรียมจัดงานใหญ่ “ฉลองครบรอบ 36 ปี มาดาม มาร์โก้” ในบรรยากาศย้อนรำลึกถึงวันเกิดปีแรกของเค้กมาดาม มาร์โก้ ที่เคยเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อ 35 ปีที่แล้ว ภายในงานมีกิจกรรมไฮไลท์มากมาย อาทิ การจัดแสดงเค้กสำหรับโอกาสพิเศษต่างๆ9 รูปแบบ อาทิ เค้กแต่งงาน เค้กวันชาติ เค้กแสดงความขอบคุณ เค้กวันครบรอบต่างๆ ในธีมพระราชวังแวร์ซายน์ ภายในงานยังมีโชว์สุดอลังการของคู่จิ้นแห่งปี บี-น้ำทิพย์ และ ฟิล์ม-ธนภัทร จากละครเมีย 2018 ที่จะมาควงคู่เดินแฟชั่นโชว์เค้กพิเศษในงานฉลองครบรอบ 36 ปี มาดาม มาร์โก้ ร่วมด้วยเหล่าเซเลบริตี้แถวหน้าเมืองไทยที่จะแต่งกายด้วยธีมมาดามและมองซิเออร์ฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ยังได้จัดโซนถ่ายภาพให้ผู้มาร่วมงานได้สนุกสนานกับบรรยากาศความคลาสสิก หรูหรา และความหวานของเค้ก ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปได้ร่วมเซลฟี่กับเหล่าคนดัง ร่วมถึงบุคคลทั่วไปที่ร่วมสนุกและแต่งตัวเข้ากับธีมงาน รับมินิเค้กฟรี 100 คนแรก และแอดไลน์ @madamemarco รับคุกกี้ฟรีในงานจำกัด 200 คนเท่านั้น สำหรับลูกค้าที่มาร่วมช็อปในงานรับสิทธิและโปรโมชั่นอีกมากมายด้วย

พบกับความพิเศษ “ฉลองครบรอบ 36 ปี มาดาม มาร์โก้”ในวันที่ 23 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 12.30 น. ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

‘ดีพียู เอ็กซ์’(DPU X)เผยเทรนด์การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367749

‘ดีพียู เอ็กซ์’(DPU X)เผยเทรนด์การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล

‘ดีพียู เอ็กซ์’(DPU X)เผยเทรนด์การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล

วันพุธ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์, ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม

ในยุคที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้ หากใครสามารถเรียนรู้ที่จะนำวิทยาการในยุคดิจิทัล 4.0 มาใช้ได้อย่างถูกวิธีนั้นนับว่าเป็นผลดีอย่างแน่นอน โดยล่าสุด ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ต่อยอดไอเดียพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์องค์ความรู้ให้กับเหล่านักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ภายใต้ชื่อ “ดีพียู เอ็กซ์” (DPU X) สถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานในอนาคต

โดยในงานเปิดตัวครั้งนี้ ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพชื่อดัง Ookbee ผู้เปลี่ยนการอ่านหนังสือให้มาอยู่ในรูปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ได้มาร่วมเป็นกูรูเผยถึงจุดเริ่มต้นในการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพของตนเอง พร้อมได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้นักธุรกิจชื่อดังเข้าร่วมเวิร์กช็อปอัพเดทเทรนด์การทำธุรกิจมากมาย อาทิ รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, ชวมณฑ์ ปวโรดม, ณัชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ และไตรเทพ ศรีกาลรา

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการหลักสูตร “ดีพียู เอ็กซ์”(DPU X) กล่าวถึงแนวคิดหลักของการสร้างสรรค์สถาบันนี้ว่า “เราอยู่ในยุคที่ไลฟ์สไตล์ของคนมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตมากขึ้น ดังนั้นทุกคนก็ต้องเตรียมพร้อม พัฒนาธุรกิจให้มีความทันสมัยพร้อมตอบรับกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆในอนาคต เราเลยเกิดไอเดียอยากเปิดสถาบันการเรียนรู้พิเศษที่มุ่งเน้นพัฒนาทักษะของบุคลากรในอนาคต ซึ่งคอร์สเรียนหรือเวิร์กช็อปที่ถูกจัดขึ้นใน ดีพียู เอ็กซ์ นี้ก็จะมีความหลากหลายทั้งทางด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ เพื่อรองรับอาชีพหรือธุรกิจที่สามารถเกิดขึ้นใหม่ในเร็ววันนี้”

ด้าน ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ หรือ หมู-Ookbee ได้ร่วมเผยถึงจุดเริ่มต้นในการสร้างธุรกิจของตนเองว่า “ไอเดียการทำธุรกิจนี้ริเริ่มมาจากยุคที่สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทกับทุกคนทั้งในไทยและต่างประเทศ เริ่มจากการทำบทความให้คนอ่านแบบออนไลน์ จากนั้นก็ได้ปรับกลยุทธ์ให้ผู้ใช้งานสามารถเขียนบทความได้เองหรือ UGC (User-Generated Content) ด้วย ซึ่งหากเราเตรียมพร้อมรู้จักนำเอาเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทุกวันมาใช้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆแน่นอนว่าเราจะสามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองได้อย่างไม่รู้จบ”

“ดีพียู เอ็กซ์” (DPU X) สถาบันเพื่อพัฒนาการเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ไอเดียที่เปิดโอกาสให้เหล่าเจ้าของธุรกิจนักคิดรุ่นใหม่ได้ค้นหาตัวตน (explore) พร้อมพัฒนาศักยภาพเสริมความเชี่ยวชาญ (expertise)และเสริมสร้างประสบการณ์ (experience) ผ่านการทบทวนความรู้เพื่อสร้างทักษะความเป็นผู้ประกอบการ และบุคลากรที่พร้อมสำหรับโลกอนาคต โดยจะมีการจัดเวิร์กช็อปเป็นหลักสูตรระยะสั้นให้กับกลุ่มนักศึกษา บุคคลทั่วไปและเหล่านักธุรกิจที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ธุรกิจในยุคดิจิทัล

หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมเวิร์กช็อป อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ ปัจจุบันเป็นผู้นำเข้าคาเฟ่ขนมหวานจากไต้หวัน คิวคิวดิเสิร์ท (QQ Dessert) ที่สามารถขยายสาขาได้มากถึง 6 สาขาภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี เผยว่า “จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจก็จะเลือกจากสิ่งที่ชอบและเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของเรา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดูจากความนิยมของคนด้วย อย่างตอนที่ได้ลองชิมคิวคิวที่ไต้หวันก็รู้สึกว่าเป็นเมนูที่เหมาะกับคนไทย เพราะรสชาติอร่อย ทานง่าย และยังเป็นขนมหวานเพื่อสุขภาพอีกด้วย เพราะในช่วง 2-3 ปีมานี้ คนไทยหันมาใส่ใจดูแลเรื่องสุขภาพกันมากขึ้นก็เลยคิดว่าแบรนด์นี้น่าจะตอบโจทย์ ส่วนเคล็ดลับการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและยอมรับได้ในระยะเวลารวดเร็ว สิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจอาหารเลยก็คือรสชาติและคุณภาพที่ต้องรักษาระดับให้คงที่เอาไว้ รวมถึงการมีทีมงานที่ดีที่ทุกคนสามารถดูแลจัดการหน้าที่ในส่วนของตนเองได้อย่างดีเยี่ยม”

ส่วน ณัชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ เจ้าของมัลติแบรนด์ สโตร์ “เอสโอเอส-เซ้นท์ ออฟ สไตล์ (SOS-Sense of Style) ที่ประสบความสำเร็จกว่า 9 สาขา ซึ่งรวบรวมแบรนด์แฟชั่นกว่า 100 แบรนด์เอาไว้ด้วยกัน เล่าว่า “ไอเดียการทำธุรกิจของเราเริ่มจากการมองเห็นความต้องการของผู้หญิงยุคใหม่ที่ชื่นชอบการช็อปปิ้งออนไลน์ แต่ไม่สามารถลองสวมใส่เสื้อผ้าหรือแอคเซสซอรี่ได้รวมถึงตัวเจ้าของธุรกิจเองเช่นกันที่อาจยังไม่พร้อมสำหรับการมีหน้าร้านเป็นของตนเอง ก็เลยเกิดความคิดที่อยากจะรวบรวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในออนไลน์มาไว้พื้นที่เดียวกัน ให้เปรียบเสมือนเป็นอาณาจักรสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่สนุกกับการแต่งตัว โดยแบรนด์ใน SOS จะเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่ายในสไตล์เรียบหรูเหมาะกับเทรนด์ในยุคปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันต้องมีคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ซึ่งเรามองว่าความท้าทายในการทำธุรกิจของยุคสมัยนี้คือต้องเร็วอะไรที่เรามองเห็นเป็นช่องว่างทางธุรกิจก็ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและลงมือทำในทันที เพราะธุรกิจที่เราเป็นเจ้าแรกในตลาดมักจะได้เปรียบเสมอ”

ร่วมเสริมสร้างทักษะความเชี่ยวชาญไปกับเหล่าเจ้าของธุรกิจนักคิดรุ่นใหม่พร้อมกันได้แล้ววันที่ “ดีพียู เอ็กซ์” (DPU X) หรือสอบถามข้อมูลหรืออัพเดทตารางการจัดเวิร์กช็อปได้ทาง
02-9548630, 061-4905858

อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, ณัชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ, รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ชวมณฑ์ ปวโรดม

อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, ณัชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ, รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ชวมณฑ์ ปวโรดม