ดาราพาเที่ยว : ‘เก้า-จิรายุ’ เที่ยวฮ่องกง แต่กลับต้องนอนสนามบิน ครั้งแรกในชีวิต!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373087

ดาราพาเที่ยว : ‘เก้า-จิรายุ’ เที่ยวฮ่องกง  แต่กลับต้องนอนสนามบิน ครั้งแรกในชีวิต!!

ดาราพาเที่ยว : ‘เก้า-จิรายุ’ เที่ยวฮ่องกง แต่กลับต้องนอนสนามบิน ครั้งแรกในชีวิต!!

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถือว่าเป็นทริปแห่งความทรงจำที่รวมหลากหลายเรื่องราวกับการเดินทางไปท่องเที่ยว ฮ่องกง ของพระเอกหนุ่ม เก้า-จิรายุ ละอองมณี เพราะแม้ว่าในซีรี่ส์คลับฟรายเดย์ 10 ตอน รักเราไม่เท่ากัน
ทางช่องจีเอ็มเอ็มยี่สิบห้า หนุ่มเก้าจะรับบทเป็น ไกด์หนุ่มคนซื่อมาดเซอร์ที่จัดการทริปได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ในชีวิตจริงกลับต้องมาเจอกับประสบการณ์ตื่นเต้นนอกเหนือแพลนต่างๆ นานา ซึ่งงานนี้หนุ่มเก้าจะเจอกับอะไรบ้าง เขาจะรับมือและจัดการกับปัญหาอุปสรรคนั้นอย่างไร เก้าบอกพร้อมแชร์ให้แฟนๆ ฟังอย่างละเอียดเจ้าค่า

จัดสรรวันพักผ่อน “ทริปนี้ด้วยความที่ผมว่างๆ ถ่ายละครอะไรก็เสร็จหมดแล้ว บวกกับพี่ในวงแม่ยายยิ้ม พี่ทอม มือกีตาร์ ก็กำลังจะไปฮ่องกงพอดี ก็เลยไปกับเขา แล้วชวนแม่และพี่ๆ ไปด้วยกัน ประมาณ 7 วันครับ ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะเป็นทริปที่สวยงามไปพักผ่อนสบายๆ ถ้าไม่มีเครื่องบินดีเลย์ และนอนสนามบินไป 1 คืน (หัวเราะ)”

สนุกสุดเหวี่ยงทุกสถานที่ “ทริปนี้ก็จะมีไปเที่ยวสวนสนุกโอเชี่ยนปาร์ค แล้วก็ข้ามไปมาเก๊านิดหน่อย เดินในเวเนเชี่ยน แต่ผมชอบที่สวนสนุกนะ เพราะเหมือนได้ย้อนวัยอีกรอบ ก็ไปเล่นพวกรถไฟเหาะเขาจะมีให้เราใส่แว่นวีอาร์ นั่งอยู่บนรถไฟ แต่พอเราใส่แว่น ก็จะเห็นเป็นภาพไม่ใช่รถไฟ เป็นเหมือนนั่งอยู่ในยานอวกาศ มีตีลังกา เฟี้ยวสุด สนุกมากครับหลังจากนั้นก็ไปหาของกิน ซึ่งผมจะบอกว่าของอร่อยที่สุดสำรับทริปนี้คือลูกชิ้นข้างทาง อร่อยมากนะ ลูกชิ้นมีไส้ให้เลือกมากมาย อร่อยมาก ชอบมาก”

ประสบการณ์จริงจากสิ่งที่คิดเล่นๆ “นอนสนามบินแบบในหนัง “The Termina” ที่ ทอม แฮงค์ แสดง คือนั่งคุยกันขำๆ ก่อนมาสนามบิน ว่าถ้าเราติดอยู่ในสนามบินแบบในเรื่อง จะเป็นยังไง คงสนุกดีนะ (หัวเราะ) ปรากฏติดจริง! งงเลย! (หัวเราะร่วน) คือพอไปถึงสนามบิน ตอนแรกเขาแจ้งว่าเครื่องดีเลย์ ผ่านไปชั่วโมงหนึ่ง เขาก็เรียกขึ้นเครื่อง โอเค พอขึ้นไปนั่งบนเครื่องปุ๊บ ด้วยความเหนื่อยจากหลายๆ สิ่ง ได้ที่นั่งปุ๊บ ก็หลับยาวเลย ประมาณ 2 ชั่วโมงจู่ๆ ตื่นขึ้นมาก็มีสัญญาณเหมือนให้ปลดเข็มขัด ผมก็เฮ้ยถึงแล้วเหรอ ไวจังเลย เจ๋งมากนักบินคนนี้ ปรากฏว่าเครื่องบินมีปัญหา ขับวนอยู่ในสนามบิน สุดท้ายก็ลงจากเครื่อง มารอต่อที่เกต ก็ไปถามเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้ ก็รอต่อไปเรื่อยๆ ผมก็พยายามไปสื่อสารกับคนจีนเพื่อหาคำตอบว่าจะเอายังไงต่อไป จนกระทั่งได้คำตอบว่าน่าจะได้บินตอนพรุ่งนี้เช้า ซึ่งตอนนั้นที่เรารออยู่ประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ท้ายที่สุดก็นอนสนามบินตั้งแต่ 5 ทุ่ม จนกระทั่งได้บินตอน 7 โมงเช้าของอีกวัน สนุกดีเหมือนกัน เป็นประสบการณ์ติดสนามบินครั้งแรกในชีวิต (หัวเราะ)”

ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ออกไปเที่ยว “แน่นอนครับ เวลาเราไปเที่ยวก็จะมีเรื่องต่างๆ มาเล่าแหละ ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ เจอแต่อะไรเดิมๆ และที่สำคัญเราได้ออกไปนอกสถานที่ ได้เดินเที่ยว เปลี่ยนที่ใหม่ๆ บ้าง ผมชอบเที่ยวแบบธรรมชาติที่ไหนก็ได้ที่อากาศบริสุทธิ์ อากาศดีๆ ไม่เมืองมาก ผมรู้สึกว่าที่เหล่านั้นมีเรื่องราวให้เราได้เก็บไปเล่าเยอะ ได้ไปเจอคนที่แปลกใหม่ในที่นั้นๆ ที่เราไม่ได้อยู่และโตมาในพื้นที่แบบเขา อยากเข้าไปคุย อยากรู้ว่าเขาใช้ชีวิตกันยังไงเราก็จะได้มุมมองใหม่ๆ กลับมา อย่างทริปฮ่องกงผมก็ได้ประสบการณ์มาแชร์ให้ทุกคนได้รู้”

ทริปในฝันของเก้า-จิรายุ “ผมอยากจะไปเที่ยวกับพี่วรรณสิงห์ เถื่อนทราเวล ถ้าเขาชวน ผมไปผมจะละทิ้งทุกอย่างไปกับเขา (ยิ้ม) คือผมอยากไปประมาณประเทศที่มีสงคราม เอธิโอเปีย อะไรประมาณนี้ ซึ่งผมว่าถ้าได้ไปเที่ยวสไตล์รายการเถื่อนทราเวลนี่สนุกแน่ๆ เพราะว่าที่ที่เขาไป ไม่ได้อยู่ในทัวร์ทั่วไป หรือแลนด์มาร์คของแต่ละประเทศผมไม่อยากไปตามโรดแมป อยากออกนอกกรอบนิดหนึ่งน่าจะตื่นเต้น และสนุกท้าทายดีครับ หวังว่าจะได้มีโอกาสไปสักครั้ง (ยิ้ม)”

เอ้า!! พี่สิงห์-วรรณสิงห์ ได้ยินแบบนี้แล้ว ทริปไหนต้องการแขกรับเชิญขาลุย ติดต่อ เก้า-จิรายุ ด่วนๆ เจ้าค่า

หยินหยาง

เปิดตัว‘เมื่อหมอติด COOK’ หนังสือเล่มล่าสุดของ‘หมอผิง-พญ.ธิดากานต์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373071

เปิดตัว‘เมื่อหมอติด COOK’  หนังสือเล่มล่าสุดของ‘หมอผิง-พญ.ธิดากานต์’

เปิดตัว‘เมื่อหมอติด COOK’ หนังสือเล่มล่าสุดของ‘หมอผิง-พญ.ธิดากานต์’

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พลีสเฮลท์ โซลูชั่น สำนักพิมพ์ หนังสือสุขภาพรูปแบบใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลากหลายแขนง เพื่อคนรุ่นใหม่ เปิดตัวหนังสือ “เมื่อหมอติด COOK” ผลงานเขียนลำดับที่ 16 ของ “หมอผิง-พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล” แพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย(สหรัฐอเมริกา)  นักเขียน นักแปล และเป็นบรรณาธิการบริหารพลีสเฮลท์ โซลูชั่นที่ชื่นชอบการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านสุขภาพในโซเชียลมีเดียด้วยยอดผู้ติดตามในทวิตเตอร์กว่าเจ็ดแสนคน

โดยได้เปิดตัวหนังสือ “เมื่อหมอติด COOK” อย่างเป็นทางการในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 23 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีดีเจเอกกี้-เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ มาสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมประเด็นถาม-ตอบแบบทุกประเด็นแบบอินไซต์ และผู้โชคดียังได้หนังสือพร้อมลายเซ็นกลับไปฝึกทำอาหารกว่า 40 เมนู ให้ได้สุขภาพดีกันทั้งครอบครัวอีกด้วยสำหรับผู้ที่สนใจหนังสือ “เมื่อหมอติด COOK” สามารถหาเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

‘เอิร์น-จิรวรรณ’พาแฟนคลับ-คนรักน้องหมา เลี้ยงอาหารน้องหมา-น้องแมว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373075

'เอิร์น-จิรวรรณ'พาแฟนคลับ-คนรักน้องหมา เลี้ยงอาหารน้องหมา-น้องแมว

‘เอิร์น-จิรวรรณ’พาแฟนคลับ-คนรักน้องหมา เลี้ยงอาหารน้องหมา-น้องแมว

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 สำหรับงานทำบุญที่บ้านพักพิงเพจกาญจนบุรีสี่ขา จังหวัดกาญจนบุรีนำโดย เอิร์น-จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการบริหาร โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วยบรรดาสมาชิกชาวแฟนเพจและกลุ่มเพื่อนๆ คนรักสุนัข ที่เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ จากโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ในเวลา 10.00 น. ไปถึงจังหวัดกาญจนบุรี ในเวลา 13.00 น. ก่อนจะพากันทานข้าวและเริ่มกิจกรรมเซอร์ไพรส์เล็กๆ ด้วยการจัดแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้กับแฟนเพลงที่เกิดในเดือนนี้พอดีหลังจากนั้นจึงเดินทางไปที่ร้านอาหารสัตว์บ้านสัตว์เลี้ยงจังหวัดกาญจนบุรีที่ทาง “เพจกาญจนบุรีสี่ขา” ได้ติดค่าอาหารเอาไว้และชำระค่าใช้จ่ายจำนวน 47,648 บาทก่อนจะนำเงินส่วนที่เหลือไปชำระค่ารักษาพยาบาล ซึ่งค้างจ่ายไว้ที่โรงพยาบาลสัตว์รักนนทรี อีกจำนวน 67,860 บาท โดยใช้เงินในกล่องรับบริจาคสะสมในส่วนที่เหลือจำนวน 115,520 บาท

อีกทั้งยังได้นำขนม-อาหารเปียกไปแจกจ่ายน้องหมาและน้องแมว ของเพจทั้งของโรงพยาบาลเองและที่บ้านพักพิงอีกด้วย ซึ่งตอนที่เอิร์น, น้องๆ ชาวแฟนคลับและเพื่อนๆ กำลังจะกลับออกมาจากโรงพยาบาล บรรดาน้องหมา-น้องแมวต่างส่งเสียงร้องกันใหญ่คงยังไม่อยากให้กลับ อาจเป็นเพราะอยากจะให้มีคนมาเล่นมาลูบหัวเขาบ่อยๆ นั่นเอง

“ดวลเพลงดัง” จัดให้ “รอสายคนโสด” แดนซ์เวทีสะเทือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/372835

“ดวลเพลงดัง” จัดให้  “รอสายคนโสด” แดนซ์เวทีสะเทือน

“ดวลเพลงดัง” จัดให้ “รอสายคนโสด” แดนซ์เวทีสะเทือน

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คึกคักสุดๆ ไปเลย สำหรับรายการ “ดวลเพลงดัง” โดยพิธีกรอารมณ์สุนทรี “หอย เกียรติศักดิ์” กับหนึ่งบทเพลงดัง ที่จะมาสร้างความแตกต่างโดยสามผู้เข้าแข่งขัน ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับความสนุกชนิดติดขอบจอ

สำหรับเพลงดังที่จะใช้ในการประชันครั้งนี้คือเพลง รอสายคนโสด ของศิลปินลูกทุ่งหมอลำซิ่งที่มาพร้อมกับความสวยและเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ หญิงลี ศรีจุมพล ด้านคอมเมนเตเตอร์ของเราในวันนี้ได้แก่ เอกชัย ศรีวิชัย, ยิ่งยง ยอดบัวงาม และ ลาล่า อาร์สยาม แต่ละคนออกตัวพร้อมแล้วที่จะตัดสินผู้เข้าแข่งขันทั้งสาม พร้อมให้คำแนะนำดี ๆ เทคนิคการร้องเพลง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน ก็เตรียมตัวมาอย่างดี  โดยมี โน้ตประหาร เป็นหนึ่งท่อนเพลงที่จะเพิ่มคะแนนพิเศษให้เหล่าผู้เข้าแข่งขัน บอกเลยว่าวันนี้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนทำเอาเวทีสะเทือน เพราะลีลาการแดนซ์ที่ใส่กันแบบไม่มียั้ง เรียกว่าต้องจัดให้เต็ม จะได้ไม่เงิบกลับบ้านไป

ติดตาม ความแซ่บครบรส ลุ้นว่าใครจะคว้ารางวัลได้ใน รายการ ดวลเพลงดัง วันพุธที่ 31 ตุลาคม นี้ เวลา 13.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และFacebook LIVE ทาง  Official Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

ทัพศิลปินฮิปกันถ้วนหน้า มันส์สนั่นสวนน้ำ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373084

ทัพศิลปินฮิปกันถ้วนหน้า มันส์สนั่นสวนน้ำ!!

ทัพศิลปินฮิปกันถ้วนหน้า มันส์สนั่นสวนน้ำ!!

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

GET102.5 ระเบิดความมันส์ครั้งยิ่งใหญ่ กับคอนเสิร์ตกลางสวนน้ำ “LEO PRESENTS HIPPO PARTY #เต้นสะเทินน้ำสะเทินบก” ณ สวนน้ำ Cartoon Network Amazone พัทยา นำทัพโดยศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย “THE TOYS”, “THE PARKINSON”, “TATTOO COLOUR”, “JOEY BOY”และ “SLOT MACHINE”ที่แท็กทีมมามอบความสนุกคืนกำไรให้คุณผู้ฟัง และงานใหญ่ทั้งทีบรรดาดีเจสุดฮอตประจำคลื่นก็ไม่พลาดไปร่วมสร้างสีสัน มันส์กันทั้งศิลปิน,ดีเจ และแฟนๆ เพราะเหล่าศิลปินพากันโดดน้ำลงมาทักทายแฟนเพลงอย่างเป็นกันเอง ถือเป็นการส่งท้ายงานแบบสุดฮิปตามสไตล์เก็ท ใครไม่อยากพลาดความสนุกแบบนี้ ตามติดได้ที่ GET 102.5 ทุกช่วงดีเจ ช่องทางออนไลน์ http://www.get1025.com

‘จักจั่น+ไนกี้’โชว์กระแสไทยอินเทรนด์ ฝ้ายไทยขึ้นเวทีสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373085

'จักจั่น+ไนกี้'โชว์กระแสไทยอินเทรนด์ ฝ้ายไทยขึ้นเวทีสากล

‘จักจั่น+ไนกี้’โชว์กระแสไทยอินเทรนด์ ฝ้ายไทยขึ้นเวทีสากล

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กระแสไทยอินเทรนด์กำลังมา ไม่ว่าแบรนด์ไทย แบรนด์ต่างประเทศกลับดึงอัตลักษณ์ไทยมาชูโรง อาทิ แบรนด์กระเป๋า Balenciaga ที่ออกแบบกระเป๋าคล้ายถุงกระสอบสีรุ้งของไทยเรา หรือ “เดรสสไตล์ม้ง” ด้วยซิลลูเอทและสีสันสดใสจากแบรนด์ Eponine London บวกกับดีเทลสไตล์ชาวเขาเผ่าม้งไทยอินเทรนด์ฮิตติดลมบน หรือแม้แต่ดารา Blogger ไทยก็ยังหันมานิยมแต่งตัวด้วยผ้าไทยกันจำนวนไม่น้อย…กรมการพัฒนาชุมชน และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(ISMED) จึงไม่รอช้า จัดงาน Thailand Cotton Day โครงการยกระดับผ้าทออีสานสู่สากล หรือ “The Wonder of Weaving” หรือเรียกสั้นๆ ว่า ว๊าว…อีสาน “W.o.W E-sarn” (www.wowesarn.com และ http://www.facebook.com/myfaimyway) พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการOTOP จำนวน 500 ราย จาก 20 จังหวัดทั่วอีสาน โดยตอกย้ำจากกระแสตอบรับจากมหานครเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นปารีสแห่งตะวันออก ที่ทางกรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับหอการค้าไทยในจีน นำทัพผู้ประกอบการ OTOP ไปทดสอบตลาด ในวันที่ 1-5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมยังได้รับคำชื่นชมจากนักออกแบบชั้นแนวหน้าของประเทศจีน คุณหยี่ เฉิง (Ji Cheng) กับ Collection ใหม่ที่ผลิตขึ้นมา ผู้ประกอบการบางรายยังถูกทาบทามให้ไปแสดงแฟชั่นโชว์ชั้นสูงของเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่เรียกว่าจะเข้าไปสู่เวทีระดับนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว

‘บอล-วิทยา’ นำทีมทำเวิร์กช็อปส่งต่อองค์ความรู้การทำหนังให้คนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373073

‘บอล-วิทยา’ นำทีมทำเวิร์กช็อปส่งต่อองค์ความรู้การทำหนังให้คนรุ่นใหม่

‘บอล-วิทยา’ นำทีมทำเวิร์กช็อปส่งต่อองค์ความรู้การทำหนังให้คนรุ่นใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“บอล- วิทยา ทองอยู่ยง” นำทีมคนวงการหนังระดับแถวหน้า จัดเวิร์กช็อป “ถ่ายทอดความรู้ผ่านหนังให้โดนใจคนดู”เพื่อร่วมส่งต่อองค์ความรู้การสร้างภาพยนตร์ให้กับนิสิตนักศึกษา 8 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบโครงการประกวดหนังสั้นของ ปตท.สผ. หัวข้อ“ความรู้สร้างคน พลังงานสร้างชาติ”

งานนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้ของเหล่านิสิตนักศึกษาผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 8 ทีม จากกว่า 60 ผลงานที่ส่งเข้าประกวดในรอบคัดเลือก โครงการประกวดหนังสั้นหัวข้อ “ความรู้สร้างคนพลังงานสร้างชาติ” ซึ่งจัดโดยบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ในโอกาสครบรอบ25 ปี ของการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบงกช ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญในอ่าวไทย ที่สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่องกิจกรรม “ถ่ายทอดความรู้ผ่านหนังให้โดนใจคนดู” นี้เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนทั้ง 8 ทีม ก่อนลงมือสร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้นจากสตอรี่บอร์ดให้กลายเป็นผลงานจริง ซึ่งจะมีการเผยแพร่ผลงานและตัดสินรางวัลปลายเดือนพฤศจิกายน 2561 นี้ โดยโครงการประกวดหนังสั้นในหัวข้อ “ความรู้สร้างคน พลังงานสร้างชาติ” มุ่งหวังที่จะสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านสื่อภาพยนตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการนำเสนออย่างมีศิลปะ ความงาม และความบันเทิง ด้วยการเรียนรู้จากมืออาชีพและฝึกฝนประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมทั้งยังจะได้รับคำวิจารณ์ข้อติชมและคำแนะนำที่สามารถนำไปพัฒนาผลงานต่อได้อีกด้วย สามารถติดตามรายละเอียดการประกวดได้ที่ http://www.pttep.comwww.pttepshortfilm.com และ http://www.facebook.com/pttepplc

Star Retro : ย้อนเบื้องลึก ขุนพลเพลงพื้นบ้านจากปักษ์ใต้ ‘เอกชัย ศรีวิชัย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373089

Star Retro : ย้อนเบื้องลึก ขุนพลเพลงพื้นบ้านจากปักษ์ใต้  ‘เอกชัย ศรีวิชัย’

Star Retro : ย้อนเบื้องลึก ขุนพลเพลงพื้นบ้านจากปักษ์ใต้ ‘เอกชัย ศรีวิชัย’

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประสบการณ์ล้วนต่อยอดสู่ความสำเร็จ แต่ใช่ว่าทุกคนจะใจเด็ดไต่เต้าถึงฝั่งฝัน บ้างล้ม บ้างกลัวที่จะก้าวนำ แต่สำหรับนักร้องจากแดนใต้ “เอกชัย ศรีวิชัย” ไม่หยุดที่จะฝัน และวันนี้เขาต่อยอดความฝัน สู่ผลงานสร้างสรรค์ ด้วยหวังสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของภาคใต้ ให้คงอยู่สืบลูกหลาน ผ่าน “หนังไทย”

“ปีนี้รายการทีวีของผมลดลงไปนิดหนึ่งครับ เมื่อก่อนเรามีงานหลัก 2 อย่าง คือพิธีกรรายการทีวี แล้วก็งานอีเวนท์ร้องเพลง แต่พอมีงานหนัง 3-4 ปีมานี้ ก็เลยไปลดทีวีลง แต่ว่าอีเวนท์ร้องเพลงยังคงเป็นหลัก เพราะถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการหล่อเลี้ยงหลายชีวิตในครอบครัว งานหลักของผมก็คือร้องเพลง งานรองคือการทำภาพยนตร์ แล้วก็พิธีกร ตอนนี้มีรายการ “ดวลเพลงดัง” ทางช่อง 7 ครับ”

ผลงานกำกับฯ เรื่องล่าสุด

“เรื่อง “โนราห์” เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ที่ผมกำกับ เพราะคิดว่าถึงจุดที่อยากจะผลักดันสิ่งที่เรารักมากที่สุดในชีวิต เนื่องจากว่าวัฒนธรรมกับผมเดินคู่กันมาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการ ไม่ว่าจะเป็นหนังตะลุง โนราห์ หมอลำ ก็เลยคิดว่าในระหว่างที่เรามีกำลัง และประสบการณ์ มันควรจะนำเรื่องราวเหล่านี้ไปใส่ไว้ในภาพยนตร์ เพื่ออัพเกรดสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้มันสากลมากขึ้น หลังจากที่เรื่อง “เทริด” เข้าฉาย ก็กวาดรางวัลเยอะ เป็นหนังที่ทุกคนดูแล้วเซอร์ไพรส์ว่าเป็นหนังที่ดี ก็เก็บความภาคภูมิใจว่าฉันทำสำเร็จแล้ว และวันที่เราลงไปภาคใต้ที่ลูกหลานรำมโนราห์ต่างๆ เราเห็นความคิดของเด็กเหล่านั้นเปลี่ยนไป คือกลับมาให้ความสนใจขนบธรรมเนียมประเพณีมากขึ้น เทริดที่เคยถูกวางไว้เรี่ยราดถูกวางไว้ที่สูง นั่นคือสิ่งที่เราอยากได้ คนไทยทั้งประเทศรู้จักคำว่าเทริดแล้ว เลยทำให้คิดต่ออีกว่า เมื่อสัญลักษณ์ทางการกราบไหว้บูชาถูกฝังหัวไว้ที่เด็กแล้ว เราควรจะทำเรื่องที่มาของสิ่งเหล่านี้ก็เลยเดินทางมาหาเอ็มพิคเจอร์ส มาคุยว่าผมอยากทำเรื่องโนราห์ เกี่ยวกับประวัติของโนราห์ แต่ว่าประวัติมันมีหลายคนที่เขียนนะ เราก็เลือกที่จะเล่าตำนานของ “พ่อขุนอุปถัมภ์นรากร” ซึ่งผมศรัทธาในตัวท่านมาก ก็เลยเป็นที่มาของภาพยนตร์เรื่องโนราห์ ซึ่งเรื่องราวต่อเนื่องกันมาจากเรื่องเทริด แต่จะไปเล่าแบบไหนยังไงต้องไปดูกันในหนัง ซึ่งจะเข้าฉายในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

ปั้นนางเอกใหม่ ‘เจด-แองเจลิน่า โฟรม็องโต้’

วิธีการคิดของผมคือ คนไทย ลูกไทยหลานไทย ที่อยู่ในภาคใต้ มารับรู้เรื่องพวกนี้ มันเป็นเรื่องไม่แปลก แต่ถ้าเป็น “เด็กฝรั่ง” ที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมของไทยเลย และวันหนึ่งคุณมายอมรับมัน แสดงว่าของเราสุดยอดเลยและอิมแพ็กแรกที่ผมอยากเห็นก็คือ เขาไม่รู้ว่าบุคคลสำคัญต่างๆ นั่นคือใคร แล้วสิ่งที่เราจะได้ก็คือต้องการคนไม่รู้ไม่เห็นแบบนั้น และที่สำคัญคือเขาไม่ได้ซึมซับความเป็นไทย แต่เมื่อเขาซึมซับแล้วเขารัก

ดันลูกชาย ‘ไพศาล ขุนหนู’

ถ้าจะเรียกว่าดัน ก็คงไม่ถูก เพราะว่าไม่มีใครเหมาะถ้าตัวนี้เป็นตัวที่โดดตีลังกาแบบ “จา พนม” แล้วเราเอาไพศาลมาเล่น ตรงนั้นเรียกว่าดันลูกชาย แต่เรื่องนี้ท่ารำมันยากมาก จะไปเอาดาราหรือคัดเด็กคนไหนมา เพื่อให้ได้อย่างที่เราได้ ให้ทะลุศาสตร์และศิลป์แขนงนี้ได้มันยากนะ เพราะในหนังมันต้องฝึกมาตั้งแต่เด็ก ส่วนเรื่องหน้าตาบอดี้ที่สวยงาม ตรงนั้นก็เป็นตัวเลือกที่สองและสาม อันดับแรกต้องใช่พ่อขุนศรัทธาก่อน แต่ว่าตอนแรกที่เขาเข้าคู่กัน เคมียังไม่ค่อยลงกันเท่าไหร่ เพราะว่าเจด เขาเป็นเด็ก ส่วนไพศาลอาจจะไม่ค่อยกล้าพูดภาษาอังกฤษ น้องเจดก็ไม่ค่อยพูดภาษาไทย เลยพยายามให้เขาสนิทกัน สั่งไพศาลให้หยอกน้องเยอะๆ และผมเลือกที่จะถ่ายซีนรักไว้หลัง ให้เขาพัฒนาการไปเรื่อยๆ ซีนหนักจะอยู่ตอนหลังมันก็เลยลงตัว

ความคาดหวัง

เวลาทำงานผมไม่หวังเรื่องกำไร หวังแต่ว่าคนได้สืบสานงานของเรา พอเรามาเข้าค่ายใหญ่ เขามีทีมมาร์เก็ตติ้งที่จะมาดูหนังเราแล้ว เราก็มาปรับให้มันมีการตลาดมากขึ้น แต่ต้องไม่เสียเนื้อหาสาระที่เราอยากจะสื่อ เราเจอกันคนละครึ่งทาง ช่วยกันดูและปรับ ซึ่งเราก็มั่นใจว่าหนังเราดี แต่หนังจะได้ตังค์หรือเปล่าอันนี้เราไม่รู้ (ยิ้ม) และมีคุณภาพ การที่เรื่องที่แล้วได้รางวัลแล้วเรื่องนี้จะกดดันไหม ไม่นะครับ เพราะว่าผมเอาหัวใจทำงาน ขึ้นเวทีเล่นคอนเสิร์ตมา 20 ปีก็ไม่มีวันไหนที่ด้อยหรือดีกว่าเมื่อวาน ของเรามีมาตรฐานเดียวคือ ไม่ว่าอะไรที่ลงมือทำแล้วทำเต็มร้อย

ชีวิต ณ วันนี้

ถ้าพูดไปก็จะว่าเหมือนให้ตัวเองดูดีนะ คือผมไม่ค่อยสนใจเรื่องตัวเอง จะเป็นห่วงเรื่องวิธีการจัดการ เรื่องของวัฒนธรรมมากที่สุด กลัวสิ่งพวกนี้จะหายไป ชีวิตส่วนตัวเราปลง คนเราไม่รู้ว่านอนวันนี้ แล้วตื่นได้หรือเปล่าในวันพรุ่งนี้ ก็เลยจะทำวันนี้และทุกวันให้ดีที่สุด เรื่องที่บ้าน เรามีระบบการจัดการ แม่น้องลูกหลานทุกคน เราวางระบบระเบียบไว้ให้ แต่สิ่งที่ห่วงที่สุดในชีวิตคือเรื่องวัฒนธรรม ห่วงว่าผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองจะไม่สนใจ อยากให้กระทรวงศึกษาฯ ที่กำลังจะมายุบนาฏศิลป์คือมีนักวิชาการ 4 ท่าน บอกว่าเด็กไทยมัวแต่มาร้องมารำ จะเรียนหนังสือไม่ทันคนอื่นเขา ผมอยากให้เข้าใจ สิ่งที่เป็นรากเหง้าของคนไทย อยากจะถามไปว่าวันที่เราสูญเสียยิ่งใหญ่ที่สุด งานที่ท้องสนามหลวง เราใช้อะไรมาทำพิธี เราต้องมีโขนเล่น นี่คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่เหรอ แล้วคุณไปถามเด็กที่เขามาเล่นโขนในวันนั้นสิ ว่าเป็นวันที่เขาภูมิใจสูงสุดในชีวิตไหม ผมอาจจะไม่ใช่คนเดียวหรอกที่ห่วง แต่ไม่มีใครพูด เราพูดใครก็ย้ายเราไม่ได้ (ยิ้ม) ถ้าเป็นข้าราชการก็จะโดนย้าย ศิลปินทุกคนก็กลัว ถ้าพูดไปแล้วคนจะมองเขาไม่ดี แต่เราเลยจุดนั้นมาแล้ว เอาความถูกต้องเป็นหลัก ชีวิตผมมีความสุขมาก เพราะว่าไม่ได้ขาดอะไรเลย มีความสุขกับงานที่ทำ และงานที่ทำก็เป็นงานที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม

กว่าจะมาเป็น ‘เอกชัย ศรีวิชัย’

ด้วยความที่คุณพ่อมีหลายภรรยา และมาได้กับคุณแม่เป็นแม่สุดท้าย ดังนั้นทรัพย์สมบัติของพ่อก็เลยไม่ค่อยเหลือ เราเป็นลูกคนโต ท่านก็เลยปลูกฝังให้รำมโนราห์ เล่นหนังตะลุงเป็นบริบทแรกที่พ่อใส่ ซึ่งวันนั้นเรารำคาญมาก ทำไมพ่อต้องให้หนูร้องกลอนนี้ ร้องทำนองนั้น พ่อสอนทุกวัน จนกระทั่งเมื่อถึงวันที่ออกเดินทางจากบ้าน เพื่อไปหาเงินมาพยุงครอบครัว ไปเป็นภารโรงเพื่อที่จะเอาเงินมาซื้อเครื่องดนตรีหนังตะลุง ระหว่างนั้นเราก็เรียนศึกษาผู้ใหญ่ไปด้วย วิถีชีวิตจะอยู่กับวัฒนธรรม ต่อสู้กับตรงนี้มาตลอด ที่นาเราก็ไม่มีต้องรับจ้างเกี่ยวข้าว กรีดยางรับจ้าง เราไม่มีทรัพย์สมบัติพ่อก็อายุมาก แต่แม่ยังเด็ก ผมเคยปลูกพริกขี้หนูคนเดียวสิบไร่ ถางหญ้าคนเดียว ทำคนเดียวสิบไร่ จนคนแถวบ้านเขาหาว่าผมบ้า เป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำจริงมาก

จุดพลิกผันชีวิต

ชีวิตก็ผกผันจนเข้ามาสมัครร้องเพลงในคาเฟ่ อยู่นครศรีธรรมราช มาสุราษฎร์ ขึ้นกรุงเทพฯ มาเรียนรามฯจนกระทั่งได้ไปอยู่ในปาลาติโน ได้มาเจอกับนักข่าวปุ๊ ภูเขาทอง เขาก็พาผมไปรู้จักกับ “แม่แป๊ด พระประแดง และพ่อหมึก (หมึกดำ)” จากนั้นทั้ง 2 ท่าน ก็พาไปฝากกับ “อาหรั่ง-ไพรัช สังวริบุตร” เลยทำให้ผมได้เป็นพระเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ เป็นพระเอก ก่อนมาเป็นนักร้องนะเล่นเป็นพระเอกช่อง 7 มาเยอะตั้งแต่ กายเพชรกายสุวรรณ,พระทิณวงศ์, บัวแก้ว บัวทอง, มิติมหัศจรรย์, เกราะเพชร 7 สี,โกมินทร์, โมงป่า (เจ้าพ่อละครพื้นบ้าน?) ใช่ๆ เล่นมาเป็นสิบเรื่องเลยครับ และจะบอกว่าตอนเด็กผมพาน้องไปดูทีวีบ้านคนอื่นนะ เพราะว่าบ้านเราไม่มี เขาไม่ให้เข้าบ้าน ให้ดูที่หน้าต่าง ก็ต้องแบ่งให้น้องดูด้วย เลยคิดเอาไว้ว่าวันนึงฉันจะเข้าไปอยู่ในทีวี แล้วให้แกนั่งดูให้ได้ แล้วเราก็ทำสำเร็จ

ก้าวสู่วงการนักร้องและนักพูด

มารู้จักกับ “คุณพ่อชวนชัย ฉิมพะวงษ์” ซึ่งผมร้องเพลงอยู่ในร้านอาหาร เขาติดต่อไปอัดเพลง “พี่มีแต่ให้” ก็ดังเลย พอเพลงดังก็หยุดเล่นละคร แล้วมาตั้งวงดนตรี ตอนนั้นอายุ 24-25 กำลังเนื้อหอม มีถ่ายแบบเยอะเลยนะถ่ายกางเกงยีนส์ ถ่ายเสื้อผ้าของประตูน้ำ หนังสือแฟชั่นเสื้อผ้าผมถ่ายมาหมดแล้ว พอเพลงเริ่มดัง พ่อก็เสียชีวิต พ่อก็เลยไม่ได้เห็นวงดนตรี ไม่ได้เห็นการเติบโตของเรา นายทุนตั้งวงดนตรีให้ ชื่อวงว่า “เอกชัย ฉิมพะวงษ์”ในตอนนั้น “ผู้ชนะสิบทิศจะเด็จเมืองไทย เอกชัย ฉิมพะวงษ์”เพราะว่าเราเอาเพลงผู้ชนะสิบทิศมาร้องแล้วดังมากตั้งวงอยู่ได้สักระยะนึง วงก็ทำท่าจะไปไม่รอด เพราะมันดังเพลงเดียว เราก็เลยผันตัวเองเข้าไปอยู่ในทีวีอีก ไปเป็นนักพูด ซึ่งหลายคนไม่เคยเห็นตรงนี้ของผม ผมไปอยู่ในรายการทีวีวาทีของ “พี่แอ้-กรรณิกา” โต้คารมมัธยมศึกษา ลองไปดูในเทปเก่าๆ มีคนพูดทองแดงอยู่คนเดียว ได้เป็นพิธีกรหลัก ผมออกทีวีวาทีสัญจรกับพี่แอ้ไปทั่วประเทศ “อาจารย์สุขุม นวลสกุล” เคยพูดกับผมว่า “เอกเธอเป็นนักพูดที่ดีคนนึงของประเทศไทยนะ แต่ความชัดของเธอมันอยู่ที่เพลง” นี่คือส่วนหนึ่งที่ได้เอามาใช้ในเวทีคอนเสิร์ต ก็คือการเป็นนักพูด

เรียนรู้จากบรมครู

ช่วงนั้นหนังขายสายมันบูม โรงหนังสมัยก่อนจะมีใหญ่ๆ ไม่กี่ที่ หนังเขาก็จะสร้างแล้วขายสาย ผมก็เลยได้ไปร่วมกับ “พันนา ฤทธิไกร” ไปอยู่ที่ขอนแก่น แล้วก็ไปเล่นหนังบู๊หนังเพลง “หมอลำปืนโหด, แว่วเสียงแคน,ตำนานรักสาวภูพาน” นี่ก็เลยทำให้ผมมีองค์ความรู้เรื่องภาพยนตร์ ด้วยความที่เวลาอยู่กอง เราจะไม่ไปอยู่ในกลุ่มนักแสดง แต่เราจะไปอยู่กับช่างไฟ เพื่อเราจะได้รู้ว่าเขาทำงานกันยังไง ก็เลยสนิทกับพี่พันนา เพราะว่าหนังเขามีคนทำงานอยู่ 5-6 คน เราเป็นพระเอก ถ่ายเสร็จก็ต้องมายกรีเฟรค มาช่วยกันอ่านสคริปต์หน้ากล้อง ในระหว่างนั้นก็ทำเพลงด้วย แต่เพลงมันไม่ฮิต และผมยังมีโอกาสได้ไปเล่นซีรี่ส์ฝันที่เป็นจริง ผมเล่นประมาณ 50 เรื่อง ก็เลยสนิทกับ “อาหลวย” (ฉลวย ศรีรัตนา) เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิเจ้าของกล้องทางเดียว วิชาความรู้ได้มาจากอาหลวยอีกอาหลวยไม่เคยแจกกล้วยผม เพราะว่าเราสนใจทุกอย่างที่แกสอน อาหลวยถึงกับมานั่งจับเข่าคุยกับผม ว่าออกแบบเสียงยังไง เวลาอารมณ์เป็นแบบนี้ นี่ก็เป็นที่มาของการเอามาร้องเพลง การใส่ฟิลลิ่งของอารมณ์เพลง โชคดีที่ได้ครูดี เป็นประสบการณ์มา เพียงแต่สิ่งต่างๆ เหล่านั้นที่เติมมาใส่เรา มันไม่ได้ถูกนำมาใช้ แต่พอมันตกผลึก ก็เลยได้นำมาใช้ในปัจจุบัน ผมจำได้หมดเลย แล้วประสบการณ์ที่สูงสุดในชีวิต หลังจากที่เป็นลูกศิษย์อาหลวยก็คือ ตอนนั้น “ป๋า ส.” เสียชีวิต แล้วเขาทำละครเวทีค่าน้ำนม ที่ศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งป๋า ส. เขียนไว้ว่าตัวละครตัวนี้ต้องเป็นเอก เพราะว่าเป็นตัวที่ร้องเพลงค่าน้ำนม และนั่นก็เป็นประสบการณ์ในละครเวทีอีก ที่เราได้เอามาใช้ เรื่องการมูฟเมนท์บนเวที ทุกอย่างที่กล่าวมา ผมเอามาใช้บนเวทีหมด คอนเสิร์ตผมถึงสำเร็จมา 20 กว่าปี ที่เล่นอยู่ในภาคใต้ ไม่มีใครทำลายสถิติได้ ก็มาจากสิ่งที่มันเป็นประสบการณ์ที่ตกผลึกเหล่านี้ แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ เพราะว่าไม่ค่อยบอกใคร

จุดกำเนิด ‘ศรีวิชัยโชว์’

หลังจากนั้นก็มีเพลง “รักเก่าที่บ้านเกิด” อันนี้ดังระเบิดเลย ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็น “เอกชัย ศรีวิชัย”ขอมาใช้นามสกุลจริง หลังจากนั้นก็มีเพลง “หมากัด”ทีนี้ก็ยาวเลย แต่ผมมีความเชื่อว่าการตั้งวง แล้วเอานักร้องไปแขวนผูกไว้กับชื่อ ถ้าวันไหนนักร้องไม่ดังชื่อก็จะขายไม่ได้ แต่ถ้าเราสร้างองค์กรหนึ่งแล้ว ทำให้คนเชื่อในองค์กรนี้ ชื่อนักร้องไม่ดัง ก็ไม่เป็นไร แต่องค์กรมันค้ำอยู่ก็เลยตั้งชื่อองค์กรนั้นว่า “ศรีวิชัยโชว์” ตอนหลังที่เล่นอยู่20 กว่าปี ก็ไม่มีเพลงดัง แต่ศรีวิชัยโชว์มันอยู่ได้ เพราะคนชอบองค์กรนี้ ที่เราเอาศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านมาใช้เต็มที่ 21 ปีถึงได้ยุติวงถือว่านานมากนะครับ คือเราปรับเปลี่ยนทุกปี เวทีเปลี่ยน ชุดเปลี่ยน แล้วก็มีธีม ทุกวันนี้องค์กรนี้ถ้าเปิดวงขึ้นมา คนแน่นเอี๊ยด แต่ถ้าเราแขวนไว้ที่เอกชัย ตายไปนานแล้ว และถ้าผมไม่ได้เกี่ยวกับวัฒนธรรม มันก็เหมือนคนอื่นๆ ผมคิดว่าเราลงจากเวทีในขณะที่เราเป็นแชมป์ ดีกว่าเราโดนต่อย แล้วเข็มขัดร่วง แล้วเราก็จะปลูกฝัง ตอนนี้ “คณะเทพศรัทธา” ดังมากในภาคใต้ ผมเป็นคนตั้งคณะขึ้นมา เด็กในวงเป็นลูกศิษย์ ทุกคนเรียนจบสูงๆ กันทั้งนั้น และเขาได้การร้องการรำจากเรา พอเรามีเด็กที่เรียนจบแขนงต่างๆ เราก็สามารถให้เขาใช้ความรู้ที่เรียนมาใส่ในคณะได้

หลายบทเพลงยังครองใจผู้ฟัง

สิ่งที่เราทำไว้ มันเป็นต้นแบบ ซึ่งมันเป็นความภาคภูมิใจแน่นอน แต่ว่าถ้าเราไปตัดสินนักร้อง ผมจะไม่ยึดถือว่าผมเป็นต้นแบบ จะเอาความเป็นธรรมชาติของเขาเป็นหลัก งานที่ทำทั้งเพลงและนาฏศิลป์ เวลาเดินไปไหน แล้วเจอลูกศิษย์ มันภูมิใจอยู่แล้ว ในภาคกลางจะมีหลายเพลงที่เป็นที่นิยมเช่น “หมากัด,รักเก่าที่บ้านเกิด, อกหักจากปักษ์ใต้, มนต์ขลังลังกาวี, ฉลองวันปราชัย, สวยกว่าเมียที่บ้าน”แต่ที่ภาคใต้จะเยอะมาก เพราะว่ามีเพลงในถิ่นที่คนภาคกลางไม่รู้จักอีกเป็นร้อยๆ เพลง

ที่มาของฉายา ‘ขุนพลเพลงใต้’

มาจากตอนที่ไปออกรายการเวทีไทย ขุนพลเพลงพื้นบ้านจากปักษ์ใต้ คือชื่อเต็ม ซึ่งแน่นอนว่ามันบ่งบอกตัวตนของเราในนั้น ฉายาของแต่ละคน เขาก็จะมีกันไป คือพอบอกแบบนี้ก็คงไม่มีคนคิดว่าเราเป็นคนเชียงราย (ยิ้ม)

ลูกๆ ที่อุปถัมภ์

จริงๆ ใช้คำว่าลูกได้หมดนะ เพราะว่าเขาเรียนทุนเราเพิ่งหยุดไปประมาณ 2 ปี เพราะว่าเขาจบปริญญากันหมดแล้ว เมื่อก่อน 70 กว่าทุน แต่ว่าที่เราเอามาดูแลที่บ้านและดูแลกันอยู่ห่างๆ ก็น่าจะสิบกว่าคน ทั้งผู้หญิง-ผู้ชายครับ ส่วนใหญ่ลูกๆ ที่ผมอุปถัมภ์ก็จะได้ทำอะไรที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม ถ้าไม่ใช่สายนี้ ก็ไม่เอา ซึ่งผมอยากให้ทุกคนรับความรู้ความสามารถจากผมไปทุกอย่างเลย พูดแสดงร้องรำ ต้องให้อยู่ในคนเดียวกันหมด ก็พยายามจะยัดให้นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปกันถึงไหน มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจ ก็คือว่านักร้องสมัยก่อน เขาไม่ปั้นคน เขาไม่สร้างใคร อาจจะกลัวว่าที่สร้างจะมาทับตัวเอง แต่เราไม่คิดอย่างนั้น อย่าแต่ยืนบนบ่าเลย ยืนบนหัวก็ให้ยืน ถ้าคนเห็นเยอะๆ (หัวเราะ) พร้อมให้ยืนเลย

บุคคลที่ทำให้มีวันนี้

สิ่งที่อยู่เหนือหัวเหนือใจผมทั้ง 2 พระองค์ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” และ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ” ที่เราดูพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาตั้งแต่เด็กจนโต ก็เป็นแรงบันดาลใจเรานะ คนต่อมาก็คือพ่อบังเกิดเกล้าของผม ที่พยายามจะสร้าง จะยัดเยียดให้กับลูกคนนี้ แล้วลูกก็ได้มาเติมให้กับอีกหลายๆ ร้อยคนพันคนในปัจจุบัน ถ้าพ่อมองจากฟ้าลงมาพ่อจะภูมิใจมาก สิ่งที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ทุกวันนี้ นอกจากครอบครัว ก็ต้องขอบคุณแฟนเพลงที่บางคนรักเราแบบไม่มีเหตุผล จะรักในผู้ชายคนนี้ รักในงานของคนนี้ อยากจะบอกทุกคนว่าผมไม่เคยเอาเปรียบพวกคุณเลย ผมทำแต่สิ่งที่ดีๆ และคิดในสิ่งที่ดีๆให้พวกคุณมาตลอด ทั้งชีวิตผมจะไม่มีวันเป็นนายคุณ คุณต่างหากที่เป็นนายผม ถ้าคุณไม่ชอบอะไร ผมก็จะไม่ทำ ถ้าคุณไม่ศรัทธาอะไร ผมก็จะไม่แสวง ผมจะทำในสิ่งที่คุณมีความสุขเท่านั้น ผมขอบคุณประชาชนขอบคุณแฟนเพลงที่ทำให้ผมได้เกิดเป็นรอบที่ 2 เกิดรอบแรกคือเกิดจากท้องแม่ เกิดรอบที่ 2 ก็เกิดจากผลงานที่เราผลิตออกมาแล้วประชาชนให้การยอมรับ และทุกงานที่ผลิตออกมา ผมจะมีการสอดแทรกความเป็นวัฒนธรรมของผมอยู่เสมอ แล้วก็จะยังยืนยันตรงนี้ว่าในชีวิตบั้นปลายที่เหลือ จะทำให้มากกว่าที่เคยทำมา จะทำไปจนลมหายใจไม่มี

และนี่คือคำมั่นสัญญาจาก “เอกชัย ศรีวิชัย” สุดยอดขุนพลเพลงพื้นบ้านจากปักษ์ใต้ ขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ

กุหลาบสีเงิน

‘เอมมี่’งัดชุดบิกินี่เซ็กซี่ท้าแดด สวยเปล่งปลั่งแบบฉบับว่าที่คุณแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/373049

'เอมมี่'งัดชุดบิกินี่เซ็กซี่ท้าแดด สวยเปล่งปลั่งแบบฉบับว่าที่คุณแม่

‘เอมมี่’งัดชุดบิกินี่เซ็กซี่ท้าแดด สวยเปล่งปลั่งแบบฉบับว่าที่คุณแม่

วันเสาร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.15 น.

27 ต.ค.61 เป็นอีกหนึ่งดาราสาวที่สวยแซ่บได้ทุกโมเม้นท์ สำหรับสาว “เอมมี่ มรกต” ที่ถึงแม้จะอุ้มท้องใกล้คลอดก็ยังคงดีกรีความเซ็กซี่ไว้ได้ โดยล่าสุดเจ้าตัวได้เผยภาพอวดท้องโตในชุดบิกินี่ให้ได้ชมผ่านอินสตาแกรม งานนี้ต้องขอบอกเลยว่าสวยเปล่งประกายมีน้ำมีนวลแบบฉบับคุณแม่ดูดีทุกสถานการณ์จริงๆ

5เหตุผลที่ทำให้สาวๆต้องคลั่ง’ฮยอนบิน’ หนุ่มฮอตที่น่ากัดกินที่สุดของเกาหลี ในเรื่องRampant

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/372991

5เหตุผลที่ทำให้สาวๆต้องคลั่ง'ฮยอนบิน' หนุ่มฮอตที่น่ากัดกินที่สุดของเกาหลี ในเรื่องRampant

5เหตุผลที่ทำให้สาวๆต้องคลั่ง’ฮยอนบิน’ หนุ่มฮอตที่น่ากัดกินที่สุดของเกาหลี ในเรื่องRampant

วันเสาร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 09.37 น.

5 เหตุผลที่ทำให้สาวๆต้องคลั่ง “ฮยอนบิน”

หนุ่มฮอตที่น่ากัดกินที่สุดของเกาหลี ในผลงานล่าสุด “Rampant”

ฮยอนบิน ถือได้ว่าเป็นซุป’ตาร์ระดับต้นๆ ที่แฟนๆ ทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเขาเริ่มโด่งดังจนเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีจากซีรี่ย์ My Name is Kim Sam Soon จนได้รับฉายาว่าเป็น สมบัติแห่งชาติเกาหลี และพีคสุดในบทบาทของหนุ่มไฮโซจอมทะเล้นจาก Secret Garden และแม้จะหายหน้าไปนานเพราะต้องไปรับใช้ชาติเป็นทหารถึง 2 ปี แต่หลังจากที่ออกจากกรมทหารแล้ว  ฮยอนบินก็ยังได้นั่งแท่นเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าต่างๆมากมาย รวมถึงมีผลงานภาพยนตร์และซีรีส์อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ซึ่งเร็วๆนี้ แฟนๆบ้านเราจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุด “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” ที่เจ้าตัวทุ่มเทฝึกซ้อมขี่ม้าอย่างขะมักเขม้นเพื่อการรับบทนำในภาพยนตร์เรื่องนี้

ก่อนพบกับบทบาทใหม่ของฮยอนบินที่ต้องต่อสู้กับฝูงซอมบี้คลั่งกระหายเลือดที่เข้ามารุกราน เราขอเปิด 5 เหตุผลที่ทำให้ “ฮยอนบิน” เป็นหนุ่มสุดฮอตที่ครองใจสาวๆทั่วโลกตลอดกาล

ลักยิ้มกระชากใจ​

ฮยอนเริ่มเข้าวงการเมื่อไร แฟนๆจดจำรอยยิ้มอันมีเสน่ห์และลักยิ้มที่ตราตรึงใจนี้ได้เป็นอย่างดี จนถูกตั้งชื่อเล่นว่า บินนี่ และในทุกๆงานที่ออกรอบยิ้มสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆเป็นอย่างมาก

หุ่นแซ่บ

ฮยอนบินถือได้ว่าเป็นนักแสดงหนุ่มที่ดูแลตัวเองดีมากการปรากฎตัวในแต่ละครั้ง เรียกได้ว่าเรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาแฟนๆได้ตลอดเวลา ทั้งการแต่งตัวและหุ่นที่เป๊ะแซ่บที่ไม่เคยเปลี่ยนกระชาใจสาวๆไปอย่างง่ายดาย

ยิ่งแก่ยิ่งแฮนซั่ม 

แม้จะอายุเหยียบเลข 3 แต่ความโด่งดังและเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้ไม่เคยลดน้อยลงเลย ความมาดแมนและคงลุคที่หล่อแฮนด์ซั่มนั่นยิ่งเพิ่มดีกรีขึ้นไปเรื่อยๆไม่มีลดลง จนทำให้ฮยอนบินมีทั้งงานภาพยนตร์ถ่ายแบบและพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆเข้ามาไม่คาดสายเลยทีเดียว

รักกีฬา

แม้งานจะแน่นขนัดแต่กิจกรรมยามว่างของผู้ชายคนนี้คือ ว่ายน้ำ แบดมินตัน กอล์ฟ ฯลฯ เรียกได้ว่า สปอร์ตแมนขนานแท้ และล่าสุดฮยอนบินหลงใหลการขี่ม้าเป็นอย่างมากเพราะจากที่เขารับเล่นใน Rampant ฮยอนบินต้องฝึกซ้อมขี้ม้าอย่างหนักเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้จนชื่นชอบการขี่ม้าไปเลยทีเดียว

นักแสดงมืออาชีพ

ฮยอนบินถือเป็นนักแสดงที่มากความสามารถ เขามีผลงานที่โดดเด่นมากมายไม่ว่าจะเป็น MY NAME IS KIM SAM-SOON, A MILLIONAIRE’S FIRST LOVE, Secret Garden และภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่แฟนๆทั่วโลกไม่ควรพลาดกับ Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง ที่ฮยอนบินรับบทเป็น องค์ชายกังลิม องค์ชายและนักสู้ที่ฝีมือฉกาจที่ตกเป็นเชลยศึกตั้งแต่วัยเยาว์ และถูกเรียกตัวกลับมาแผ่นดินเกิดเพื่อช่วยต่อสู้กับฝูงซอมบี้คลั่งกระหายเลือดที่เข้ามารุกราน ร่วมกับ “จางดงกอน” จากผลงานการกำกับของ “คิม ซองฮุน”  ผู้กำกับหน้าใหม่ที่ถูกจับตาตั้งแต่ผลงานแรกอย่าง A Wonderful Moment (2013) ร่วมด้วยทีมสร้างจาก Train to Busan ถือเป็นการกลับมาทวงบัลลังก์ปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งอีกครั้ง พร้อมกับการเผยถึงฝีมือการบู๊แบบเต็มขั้นของ ฮยอนบิน อีกด้วย

แฟนๆชาวไทย เตรียมพิสูจน์โปรเจคต์ซอมบี้ยักษ์ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์คลั่งทั่วเมืองกันอีกครั้งใน  “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” : 1 พฤศจิกายนนี้ ต้อนรับฮัลโลวีนพร้อมกันทั้งโลก

ตัวอย่างซับไทย : https://youtu.be/8QanxnduCaQ