บี มาย เกสท์ : นายแพทย์กนธร ปราณีประชาชน เพราะความสุขของคนไข้ คือความสุขของหมอเช่นกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386061

บี มาย เกสท์ : นายแพทย์กนธร ปราณีประชาชน เพราะความสุขของคนไข้ คือความสุขของหมอเช่นกัน

บี มาย เกสท์ : นายแพทย์กนธร ปราณีประชาชน เพราะความสุขของคนไข้ คือความสุขของหมอเช่นกัน

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.13 น.

พรุ่งนี้จะปีใหม่แล้ว ผู้อ่าน “ผู้หญิงแนวหน้า” คงมีหลายๆ เป้าหมายที่จะต้องทำให้สำเร็จในปี พ.ศ.2562 หนึ่งในนั้นเชื่อแน่ว่าต้องมีเป้าหมายในการที่จะทำให้ตัวเอง สวยขึ้น หล่อขึ้น ซึ่งการ “ศัลยกรรม” ยังเป็นทางเลือกยอดนิยม ดังนั้น ในฉบับส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ บี มาย เกสท์ ขอนำเสนอ นายแพทย์กนธร ปราณีประชาชน เผยเทรนด์ด้านความงามด้วยมีดหมอในปี 2562 รวมถึงข้อคิดก่อนการตัดสินใจทำศัลยกรรมอีกด้วย

ก่อนอื่นไปทำความรู้จักกับ นายแพทย์กนธรปราณีประชาชน หรือ “หมอกร” กันก่อนดีกว่า เพราะคุณผู้อ่านโดยเฉพาะสาวๆ คงจะคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะ “หมอกร” คือคุณหมอหนุ่มหล่อเจ้าของตำแหน่ง “หนุ่มโสดในฝัน CLEO 2014” “Men’s Health Guy Award” จากการประกวด Men’s Health Guys Challenge 2011 และเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาวๆ มากขึ้นเมื่อคุณหมอไปร่วมรายการ “Take me Out Thailand” ตอกย้ำความฮอตกันเข้าไปอีกจนถึงขั้นติด#หมอหล่อบอกต่อด้วย โดยจบการศึกษา แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และเรียนต่อเฉพาะทางด้านจักษุ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และทำงานเป็นจักษุแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.ราชบุรี อยู่ 3 ปี ก่อนจะตัดสินใจเบนเข็มมาเป็น “ศัลยแพทย์ตกแต่งตา” พร้อมรับตำแหน่งผู้อำนวยการด้านการแพทย์ WONJIN Thailand

“จริงๆ แล้วการทำงานด้านจักษุ หรือตา เป็นการทำงานที่ละเอียดอ่อนมาก เนื่องจากดวงตาของเราค่อนข้างเล็ก ทุกการขยับมีผลต่อผลลัพธ์ ซึ่งผมได้รับการปลูกฝังตั้งแต่การเรียนด้านจักษุจนมาถึงการทำงานเป็นแพทย์ด้านจักษุด้วย ถามว่าทำไมถึงเปลี่ยนฟิลจากหมอรักษา มาเป็นหมอทำสวย เพราะในการเรียนด้านจักษุ หรือทางด้านตานั้นจะมีการศึกษาเกี่ยวกับจักษุตกแต่ง ซึ่งคือการศัลยกรรมตกแต่งตาอยู่แล้วในเนื้องาน พอมาทำงานนอกจากรักษาโรคตาแล้วมันก็มีหลายๆ เคสที่หมอต้องทำตาคนไข้ให้สมบูรณ์แบบหรือดูดีมากที่สุดด้วย พอทำงานไปก็รู้ว่าตัวเองชอบการทำให้คนไข้มีดวงตาหรือรูปตาที่สวยงามมากกว่า จึงได้มาร่วมงานกับ WONJIN ในตำแหน่งผู้อำนวยการด้านการแพทย์ก็จะดูแลเรื่องการแพทย์ทั้งหมด รวมถึงดูแลเรื่องการปฏิบัติการทางการแพทย์ด้วย”

มาถึงคำถามที่หลายคนรออ่านนั่นคือ เทรนด์การศัลยกรรมความงามในปีหน้าจะเป็นอย่างไร ซึ่งหมอกรเผยว่า

“แน่นอนว่าทุกคนอยากดูอ่อนกว่าวัย อยากสวย อยากหล่อในแบบที่เป็นตัวเอง มีความเป็นธรรมชาติ เวลาไปเจอใครก็อย่างให้ทักว่า “อุ๊ย! ดูดีขึ้น สวยขึ้น หล่อขึ้น” แต่คนที่มาทักเรา เขาไม่รู้ว่าเราไปทำอะไรมา ฟังแล้วมันก็จะสร้างความปลาบปลื้มและความมั่นใจให้กับคนไข้มากขึ้น สำหรับเทรนด์ของศัลยกรรมความงามในปี 2019 คงจะหนีไม่พ้นการทำศัลยกรรมที่ลดการใช้สิ่งสังเคราะห์ให้มากที่สุด เช่น การทำศัลยกรรมจมูกที่ลดการใช้ซิลิโคน ซึ่งปัจจุบันก็มีการนำกระดูกอ่อนหลังใบหูมาต่อตรงส่วนปลายทดแทน หรือการทำ Fat Grafting บริเวณใบหน้า คือการเติมไขมันของตนเองลงไปในจุดที่เป็นปัญหา ช่วยเติมเต็มใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และยังสามารถเติมเต็มเพื่อเพิ่มวอลุ่มในส่วนที่ต้องการได้อย่างสวยงามปลอดภัย เพราะไขมันที่นำมาใช้นั้นเป็นสารเติมเต็มตามธรรมชาติที่ได้จากไขมันของตัวคนไข้เอง เมื่อเวลาผ่านไปไขมันที่ฉีดเข้าไปนั้นส่วนหนึ่งจะสลายไปตามธรรมชาติ อีกส่วนหนึ่งก็จะเติบโตกลายเป็นเซลล์ไขมันบริเวณนั้นๆ ต่อไป ซึ่งการศัลยกรรมความงามที่ลดการใช้สิ่งสังเคราะห์เหล่านี้ นอกจากจะเสริมความงามให้กับเราได้อย่างสวยงามเป็นธรรมชาติแล้ว ยังสร้างความปลอดภัยต่อคนไข้มากขึ้นด้วย”

แม้การทำศัลยกรรมจะมีนวัตกรรมมากมาย แต่เราก็มักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากการศัลยกรรมอยู่เนืองๆ ในเรื่องนี้ นายแพทย์กนธร ฝากถึงผู้ที่คิดจะทำศัลยกรรมว่า การศึกษาหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจเป็นที่เรื่องสำคัญมาก

“ส่วนใหญ่แล้วเรื่องการทำศัลยกรรมความงาม คนไข้จะคำนึงถึงเกี่ยวกับความสวยงามมาก่อนสิ่งอื่นใด รองมาเป็นเรื่องของราคา แต่ในความเป็นจริงมันยังมีอีกมิติหนึ่งที่สำคัญมากๆ นั่นคือเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งความปลอดภัยนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากยิ่งกว่าความสวยงาม เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่หมออยากจะฝาก คืออยากให้คนที่สนใจทำศัลยกรรมไม่ว่าด้านใดๆ ควรจะหาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความรู้ความชำนาญของแพทย์ที่ดูแล สถานพยาบาลต้องได้มาตรฐาน มีระบบดูแลความปลอดภัยอย่างเหมาะสมเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถ ทุกๆ ปัจจัยมีผลต่อความสวยงามและความปลอดภัยของคนไข้ทั้งสิ้น”

สิ่งที่สำคัญคือหมอกับคนไข้จะต้องมานั่งคุยกันก่อนว่าสิ่งที่คนไข้ต้องการคืออะไร แล้วสิ่งที่หมอจะทำให้ได้จะเป็นอย่างไร ผลลัพธ์จะต้องมาในรูปแบบไหน หรือสามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของคนไข้ได้มากน้อยแค่ไหน ต้องมาปรับจูนความเข้าใจให้ตรงกัน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จำเป็นอย่างยิ่งที่คนไข้ควรจะต้องเข้ามาทำการปรึกษากับแพทย์เพื่อวางแผนร่วมกันก่อนทำการศัลยกรรม”

ที่ WONJIN Thailand แม้จะนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ แต่ หมอกร ก็ยังต้องดูแลคนไข้ในฐานะ “ศัลยแพทย์ตกแต่งตา” คุณหมอได้เล่าถึงเคสที่ประทับใจให้ฟังว่า “มีคนไข้รายหนึ่งมาให้หมอช่วยแก้ปัญหาจากการไปทำศัลยกรรมตาสองชั้นจากที่อื่นมา ซึ่งปัญหาค่อนข้างรุนแรง แทนที่จะได้ตาสวยแต่กลายเป็นว่าสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันของคนไข้มาก ด้วยความที่เป็นจักษุแพทย์เห็นเคสนี้ยังตกใจ คนไข้เพิ่งไปทำมาได้แค่ 2 สัปดาห์ แต่เกิดความเสียหายได้ขนาดนี้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานก็จะยิ่งรุนแรงและสร้างความทรมานกับคนไข้มากขึ้น เคสนี้จึงถือว่าเป็นเคสเร่งด่วน หมอจึงได้รีบเชิญคนไข้มาพูดคุยถึงแนวทางการแก้ไขร่วมกันกับทีมแพทย์ วันรุ่งขึ้นก็รีบผ่าตัดให้คนไข้ทันที พอทำออกมาแล้วตาก็ดีขึ้นมากๆ เขาก็มาขอบคุณหมอและทีมงานที่ทำให้เขาเหมือนได้ชีวิตใหม่กลับมาและได้ดวงตาที่สวยอย่างที่ต้องการ คนไข้มีความสุขมากในฐานะหมอก็มีความสุขไปด้วยครับ”

“ทำบุญสวยชาติหน้า ทำศัลยกรรมสวยชาตินี้” แต่จะสวยทั้งทีก็ไม่จำเป็นบินไปไกลถึงประเทศเกาหลี เพราะ หมอกร การันตีว่า “หมอไทย” เก่งไม่แพ้หมอชาติใดในโลก ใครอยากจะไปคุณหมอลงมีดเนรมิตตาคู่สวย รับปี 2562 กับหมอกร ต้องรีบจองกันแต่เนิ่นๆ นะคะ เพราะคิวของหมอกรนั้น ขอบอกเลยว่าแน่นมากจริงๆ

5 เทคนิคอยู่อย่างไรกับอากาศฝุ่นๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386066

5 เทคนิคอยู่อย่างไรกับอากาศฝุ่นๆ

5 เทคนิคอยู่อย่างไรกับอากาศฝุ่นๆ

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงและมีฝุ่นมลพิษฟุ้งกระจายในหลายเขตของกรุงเทพฯ แพทย์หญิงภัทราวลัย พิชาลัย แพทย์สาขาอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกาและศูนย์ส่งเสริมสุขภาพโรงพยาบาลกรุงเทพ ให้คำแนะนำ 5 เทคนิค อยู่อย่างไรกับอากาศฝุ่นๆ ที่มาแบบไม่คาดคิด

1.ลด/หลีกเลี่ยงเวลาที่อยู่กลางแจ้งในบริเวณที่มลพิษค่าอากาศอยู่ระดับไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะริมถนนใหญ่ ที่มีการก่อสร้างมาก

2.หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ใส่หน้ากากประเภทที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กกว่า “0.3 ไมครอน” ได้

3.หลีกเลี่ยงหรือลดจำนวนชั่วโมงการออกกำลังกายกลางแจ้งในบริเวณมลพิษอากาศไม่ปลอดภัย

4.เมื่ออยู่ในอาคาร หลีกเลี่ยงการจุดเทียน ตะเกียงในอาคารเพื่อลดการเผาไหม้ในอาคาร

5.หากต้องการออกกำลังกายจริงๆ แนะนำเปลี่ยนประเภทการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประเภทที่ใช้พลังงานน้อยลง เช่น จากวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นเดินช้าๆ แทน โดยกลุ่มคนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคหัวใจ รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ และเด็ก

‘ข้อเสื่อม’ความเสื่อมสภาพของกระดูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386068

‘ข้อเสื่อม’ความเสื่อมสภาพของกระดูก

‘ข้อเสื่อม’ความเสื่อมสภาพของกระดูก

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ข้อกระดูกเป็นเหมือนกุญแจหลักของการเคลื่อนไหว แต่เมื่อเราอายุเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี การหักโหมทำงานอย่างหนัก น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น หรืออุบัติเหตุที่เกิดต่อข้อ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความเสื่อมของข้อกระดูกภายในร่างกายส่งผลให้เราขยับข้อต่อตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ลำบากรวมถึงมีความเจ็บปวดตามข้อต่ออาการดังกล่าวคือโรคข้อเสื่อม

นพ.สิริเอก คงแสงดาว ศัลยแพทย์กระดูก แพทย์เฉพาะทางข้อเข่าและสะโพก ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า อาการของโรคข้อเสื่อมจะมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามตำแหน่งและปัจจัยต่างๆ ของผู้ป่วย ผู้ป่วยมักจะมีอาการเจ็บปวด เมื่อขยับข้อต่อ ข้อต่อบวมไม่สามารถขยับข้อต่อได้เต็มที่ดังเดิม และมีเสียงดังกร๊อบแกร็บในข้อ เมื่อขยับบริเวณข้อต่อ โดยสาเหตุของอาการเหล่านี้ มาจากเนื้อเยื่อระหว่างข้อต่อกระดูก หรือกระดูกอ่อนบางลง มีการชำรุดและสึกหรอ ทำให้ไม่สามารถลดแรงกระแทกระหว่างกระดูกได้เท่าเดิม หากกระดูกอ่อนเสื่อมสภาพลงมากเกินไปจนกระดูกเสียดสีกันโดยตรง อาจทำให้ผู้ป่วยมีกระดูกงอกขึ้นมาบริเวณข้อต่อนั้นได้

 

“ก่อนทำการรักษาผู้ป่วย แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคจากการเอกซเรย์ เอ็มอาร์ไอ และตรวจการติดเชื้อ เพื่อที่จะรักษาได้อย่างตรงจุด การรักษาในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ จะรักษาโดยการลดและบรรเทาอาการต่างๆ ให้สามารถใช้ชีวิตประจำได้ดีมากยิ่งขึ้น การรักษาจะมีทั้งการรักษาด้วยยา การทำกายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของผู้ป่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ การฉีดยาเพื่อลดอาการปวดอักเสบ และสุดท้ายคือการผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม และผ่าตัดเชื่อมกระดูก วิธีเหล่านี้ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อการรักษาที่เต็มประสิทธิภาพ”

โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่ส่งผลมากตามอายุของคนเรา มีวิธีช่วยชะลอให้อาการหรือความรุนแรงของโรคลดลง โดยการควบคุมน้ำหนักไม่ให้น้ำหนักตัวเกิน ไม่ใช้งานข้อต่างๆ อย่างหักโหมและต่อเนื่อง ออกกำลังกายอย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน เพื่อจะช่วยชะลอการเสื่อมของข้อต่อภายในร่างกายได้

บลูเอเลเฟ่นท์ ชวนฉลองคํ่าคืนสุดพิเศษ เมนูอาหารไทยส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386064

บลูเอเลเฟ่นท์ ชวนฉลองคํ่าคืนสุดพิเศษ เมนูอาหารไทยส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่

บลูเอเลเฟ่นท์ ชวนฉลองคํ่าคืนสุดพิเศษ เมนูอาหารไทยส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อาหารไทยพื้นบ้านทั้งจากกรุงเทพฯ และ จังหวัดภูเก็ต ได้รับขนานนามว่า “City of Gastronomy” จาก UNESCO จนทำให้ผู้คนจากทั่วโลกให้การยอมรับว่าอาหารไทยเลิศรสไม่เป็นสองรองใครจะเห็นได้จากการที่บรรดานักชิมระดับโลกแวะเวียนมาชิมกันไม่ขาดสาย ร้านอาหารบลูเอเลเฟ่นท์เชิญชวนดื่มด่ำไปกับบรรยากาศค่ำคืนสุดพิเศษ เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ด้วย “STARRY NIGHT NEW YEAR’S EVE MENU 2019” ที่จะไม่มีวันลืมเลือนกับเมนูสุดพิเศษโดย เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ เจ้าของร้านอาหารไทย “Blue Elephant” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารสตรีทฟู้ดและอาหารชาววังพิถีพิถันวัตถุดิบชั้นเลิศที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นเมนูเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารพื้นบ้านของจังหวัดภูเก็ต รวมถึงเมนูสตรีทฟู้ดจากเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ

“STARRY NIGHT NEW YEAR’S EVE MENU 2019” นำร่องด้วย “เมนูหอยเชลล์ดิสโก้” อาหารทะเลสดๆ จากหาดป่าตองต่อด้วยเมนู “กุ้งมังกรสัมบ่ายกอแล้ง” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลุ่มชาวพื้นเมืองเปอรานากัน (Peranakan) เสิร์ฟควบคู่กับเมนู“ช่อม่วงปลาแซลมอน” “ขนมเบื้องเนื้อปู”“เมี่ยงบัวหลวงไก่งวงส้มซ่า” ต้นตำรับอาหารชาววัง ที่เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังอิ่มหนำสำราญไปกับ “สะเต๊ะลือเนื้อ” ที่คัดสรรเนื้อวัวชั้นเลิศปรุงแต่งด้วยกรรมวิธีเฉพาะทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมในแบบฉบับของบลูเอเลเฟ่นท์ เสิร์ฟพร้อมเมนู “หม้อไฟต้มยำรังนก” “เป็ดย่างลิ้นจี่” “ปลาเมาเหล้า” “ปูอลาสก้าแกงกะหรี่” “ตับห่านพริกไทยกับหน่อไม้ฝรั่ง” “รากบัวกรอบ” รับประทานพร้อมกับ “ข้าวมันส้มตำ” “เนื้อแกะกรอบในลูกมะพร้าว” การันตีว่าเข้ากันได้ดีทีเดียว

หอมหวานไปกับเมนูอาหารหวาน ละมุนไปกับ “ช็อกโกแลตชีสเค้ก” และ “มาการองทุเรียน” ตามด้วยเมนู“ขนมหม้อแกงถั่วพิตาชิโอ้” ตบท้ายด้วยเมนู“เมอแรงค์มะพร้าว” รสชาติหอมหวานมันกลมกล่อมในแบบฉบับเมนูโฮมเมด

ลิ้มลองความอร่อยเมนูอาหารสตรีทฟู้ดและเมนูอาหารชาววังขนานแท้ และร่วมเคานท์ดาวน์พร้อมๆ กัน ที่ร้านอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ สาทร กรุงเทพฯ และสาขาภูเก็ต ในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 วันเดียวเท่านั้น สำรองที่นั่งล่วงหน้าที่สาขากรุงเทพฯ
02-6739353-8 และสาขาภูเก็ต 076-354355-6

 

ข้าวมันส้มตำ เนื้อแกะกรอบ

ข้าวมันส้มตำ เนื้อแกะกรอบ

ปลาเมาเหล้า

ปลาเมาเหล้า

ตับห่านพริกไทยดำกับหน่อไม้ รากบัวกรอบ

ตับห่านพริกไทยดำกับหน่อไม้ รากบัวกรอบ

ANOTHER MAN STORY เอาใจทุกไลฟ์สไตล์ชายหนุ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386062

ANOTHER MAN STORY เอาใจทุกไลฟ์สไตล์ชายหนุ่ม

ANOTHER MAN STORY เอาใจทุกไลฟ์สไตล์ชายหนุ่ม

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นับตั้งแต่ ANOTHER STORY (อนาเธอร์ สตอรี่) เปิดตัวขึ้นครั้งแรกในปี 2558 ณ ชั้น 4 อาคารเฮลิกซ์ ควอเทียร์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ คอนเซ็ปต์สโตร์แห่งนี้ก็ได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของมวลหมู่แฟชั่นนิสต้าคนดังในเมืองกรุง ที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาช็อปปิ้งไม่เว้นวัน จนได้รับรางวัล “Best Concept Store in Bangkok” อย่างต่อเนื่องหลายครั้ง และทำให้หนังสือนำเที่ยวกรุงเทพฯ ในสไตล์ลักซ์ชัวรี่ ต้องระบุว่า ที่นี่คือ สถานที่ที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด ด้วยเพราะคอนเซ็ปต์ของร้านนี้ได้นำเรื่องราวการเดินทางมาบอกเล่าโดยผ่านผลงานการออกแบบ แฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์ภายในร้าน ก่อนที่ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ANOTHER MINI STORY อีกหนึ่งคอนเซ็ปต์สโตร์ไซส์มินิ ก็ได้ถูกเปิดตัวขึ้นที่ศูนย์การค้า สยามพารากอน อีกแห่งหนึ่ง

 

 

ล่าสุดได้ฤกษ์เปิดคอนเซ็ปต์สโตร์ “ANOTHER MAN STORY’ (อนาเธอร์แมน สตอรี่) คอนเซ็ปต์สโตร์สาขาที่ 3 บริเวณชั้น 1 อาคารเฮลิกซ์ ควอเทียร์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าสำหรับสุภาพบุรุษผู้มีรสนิยมในการแต่งตัวได้มาทดลอง ค้นคว้า และหาประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยเทรนด์นำสมัยของบุรุษเพศ ผ่านแบรนด์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์จากทั่วทุกมุมโลก พร้อมกับการสร้างคำจำกัดความใหม่ของคำว่า “ผู้ชาย” ในแบบที่ไม่เหมือนเดิม ผ่านสินค้า แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ที่บอกเล่าไอเดียสร้างสรรค์ในความเป็นมาของอนาเธอร์ แมน สตอรี่

คอนเซ็ปต์สโตร์ “ANOTHER MAN STORY” ถูกสร้างสรรค์โดยฝีมือของผู้กำกับหัวศิลป์และนักออกแบบชาวฝรั่งเศส ที่ได้รับแรงบันดาลใจการสร้างงานมาจาก กวีชื่อดัง “อาตูร์ แรงโบด์” และ “ออสการ์ ไวลด์” ทุกคำคมและบทกวี
ถูกนำมาตกแต่งอยู่ทั่วทั้งร้าน ตั้งแต่ผนัง โคมไฟ ชั้นวางของ จนถึงพรมปูพื้น เช่นเดียวกับการประดับตกแต่งร้าน ซึ่งถือเป็นตัวแทนของการผสานรวมกันอย่างไร้รอยต่อ ระหว่างปรัชญาของไทย และต่างชาติ โดยมีเฟอร์นิเจอร์ “อาร์ตเดโค” สีขาว-ดำสไตล์ไทยๆ ที่ได้รับการทวิสต์ให้เป็นดีไซน์ร่วมสมัย เพราะผู้ชายมีทั้งด้านขาวและดำ รวมถึงผู้ชายทุกคนก็ยังมีสิทธิ์เลือกให้ตัวเองเป็นสีใด หรือสไตล์ใดก็ได้

 

 

“ผู้ชาย” ในสไตล์ ANOTHER MAN STORY แบ่งออกเป็น 3 สไตล์หลัก คือ Gentleman ผู้ชายมาดเนี้ยบ, BohoDandy ผู้ชายสไตล์อาร์ตตัวพ่อ มีความเป็นศิลปินสูง และ Urban Lover หนุ่มสายชิลล์กับสไตล์เรียบง่ายที่ไม่ธรรมดา เหล่านี้เป็นทางเลือกให้ผู้ชายทุกคนสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์สิ่งต่างๆ ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพราะผู้ชายไม่ได้ถูกจำกัดให้มีเพียงสไตล์เดียวเท่านั้น ผู้ชายย่อมต้องการแสดงออกถึงอารมณ์หลายรูปแบบในสถานการณ์แตกต่างกัน ไม่มีกฎตายตัว บางคนอาจซ่อนความอ่อนโยนในความเคร่งขรึม หรือบางคนก็คมเข้มมาดแมน และอีกหลากหลายอารมณ์ ทำให้คอนเซ็ปต์สโตร์แห่งนี้พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ชายยุค 4.0 ที่ชอบแสวงหาความคิดแบบนอกกรอบได้อย่างไม่จำกัด

นอกจากนี้ ANOTHER MAN STORY ยังมีหลากหลายแบรนด์สินค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มาให้เลือกสรรค์ได้อย่างเต็มที่และโดนใจไปพร้อมๆ กับการเน้นงานบริการด้วยใจรัก ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ไม่ซ้ำแบบใคร พร้อมได้เลือกสินค้าได้หลากหลายทั้ง เสื้อผ้า สูท แจ๊กเกต เสื้อเชิ้ต หรือเดนิม รวมไปปถึงแอคเซสซอรี่ต่างๆ อาทิ เข็มขัด นาฬิกาข้อมือ เครื่องประดับ และรองเท้า เป็นต้น

 

ไม่เพียงจะมีแฟชั่นแบรนด์ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์แล้ว ANOTHER MAN STORY ยังเน้นในเรื่องงานออกแบบ และรังสรรค์ สิ่งใหม่ๆ เป็นหัวใจสำคัญ ที่จะทำขึ้นเฉพาะคุณ กับงาน Customization สินค้าต่างๆ ตามที่แต่ละแบรนด์มีความถนัด ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่า การช็อปปิ้งที่คอนเซ็ปต์สโตร์แห่งนี้ จะทำให้คุณได้ของคุณภาพ และไม่ซ้ำใครแน่นอน เช่นเดียวกับ โซนกรูมมิ่งที่นี่ยังมีบริการจัดแต่งทรงผมสุภาพบุรุษ ด้วยร้านดัง “Smile Club Barber” ที่นั่งผ่อนคลายได้แบบชิลล์ๆ และ เป็นร้านตัดผมที่ฮิปสุดในแถบนี้ทีเดียว โดยเฉพาะตัวร้าน ได้รับการออกแบบมาสำหรับ ANOTHER MAN STORY โดยเฉพาะ เป็นร้านเล็กๆ แต่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ดีไซน์ด้วยแนวคิด “หยิน-หยาง” มีบริการตัดผม ทำสีผม รวมทั้งมีเสื้อผ้าแนวสตรีท และเครื่องประดับสุดพิเศษสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะให้เลือกช็อปอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นในโซนไลฟ์สไตล์ และอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของผู้ชาย ก็เป็นอีกหนึ่งโซน ที่คุณผู้ชายไม่ว่าจะเป็น ชอบดื่มกาแฟหรือดื่มไวน์ ไม่เกี่ยงว่าคุณจะเป็นนักเดินทาง หรือมีหัวใจรักในเสียงดนตรี ที่แห่งนี้ก็พร้อมให้คุณมาสร้างเรื่องราวของคุณเองขึ้นมาได้จากในสไตล์ที่คุณเป็น

พบกับแฟชั่นแบรนด์ที่รองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ชายยุค 4.0 ได้แล้ววันนี้ที่ ANOTHER MAN STORY คอนเซ็ปต์สโตร์สาขาที่ 3 บริเวณชั้น 1 อาคารเฮลิกซ์ ควอเทียร์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

รู้จักรังแคและภาวะหนังศีรษะอักเสบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386067

รู้จักรังแคและภาวะหนังศีรษะอักเสบ

รู้จักรังแคและภาวะหนังศีรษะอักเสบ

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลายๆ คนมักจะประสบปัญหาภาวะโรคหนังศีรษะอักเสบ (Seborrheic dermatitis) โดยทั่วไปมักจะนิยมเรียกว่า รังแค (Dandruff) ปัจจุบันมีผู้ป่วยทั้งหญิงและชายเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น แม้โรคนี้จะไม่ส่งผลอันตรายต่อชีวิต แต่ก็ส่งผล
ต่อบุคลิกภาพ และสุขภาพจิตของผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เผยความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาเส้นผมและหนังศีรษะให้ห่างไกลรังแคและภาวะหนังศีรษะอักเสบ

รศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง ปฏิคมและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า อาการอักเสบของหนังศีรษะเกิดจากปัญหาหลายสาเหตุ ที่พบมากในผู้ที่มีเส้นผมและหนังศีรษะมัน ซึ่งอาการจะรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป โดยลักษณะอาการจะมีผื่นแดงเส้นผมหลุดร่วงคันที่หนังศีรษะ มีขุยในบริเวณหนังศีรษะเมื่อมีการผลิตน้ำมันมากผิดปกติ บางรายมีอาการแสบหากโดนเหงื่อหรือโดนแสงแดดมากๆ มักจะเกิดอาการกำเริบเมื่อหนังศีรษะมันมากผิดปกติ

“อาการผิวหนังอักเสบนั้นจัดเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นๆ หายๆ ไม่หายขาดเสียที เรียกได้ว่าผู้ป่วยที่เป็นแล้วก็กลับมาเป็นซ้ำอีก เชื่อว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับการเพิ่มจำนวนของเชื้อราจำพวก Malasseziaglobosa มาเปลี่ยนไขมันบนหนังศีรษะ ทำให้ก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นตามมา”

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกต่างๆ มากระตุ้นทำให้เกิดอาการกำเริบเช่น สิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยทางลบ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เช่น ความชื้น ความร้อนจากแสงแดดฝุ่นละออง ควัน อาหารบางชนิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนร่างกายได้ และสุดท้ายพฤติกรรม เช่นเดียวกับการเป็นหวัด หากร่างกายอ่อนแอ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด ภาวะการขาดอาหารก็ทำให้เกิดภาวะหนังศีรษะอักเสบได้

“การรักษาจะเริ่มต้นด้วยการใช้แชมพูกำจัดรังแค เช่น Ketoconazole Shampoo, Tar Shampoo, Selenium Sulfide Shampoo, Zinc Pyrithione Shampoo, Ciclopirox Shampoo เป็นต้น ถ้าอาการเป็นมากอาจต้องใช้การทายาต้านอักเสบในกลุ่มสเตียรอยด์ที่หนังศีรษะหรือ ยาทาหรือยารับประทานต้านเชื้อรา นอกจากนี้ยังควรพักผ่อนให้เพียงพอลดความเครียดลงด้วย”

ภาวะหนังศีรษะอักเสบแม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้รากผมอ่อนแอ จากปัจจัยทั้งหมดจะไปกระตุ้นการอักเสบของโพรงเส้นผม ซึ่งการอักเสบที่ต่อเนื่องและเรื้อรังอาจทำให้โพรงเส้นผมลีบเป็นพังผืด  และสิ่งที่ตามมาก็คือ ปัญหารากผมอักเสบและเกิดการหลุดร่วงของเส้นผม หากไม่มีการดูแลรักษาความสะอาดและได้รับการเยียวยา ก็จะเกิดปัญหาศีรษะล้านได้ในอนาคต

เครื่องประดับสุดหรู เติมเต็มความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386057

เครื่องประดับสุดหรู เติมเต็มความสุข

เครื่องประดับสุดหรู เติมเต็มความสุข

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“เมซอง อาทิเนี่ยน” (Maison Artinian) ไลฟ์สไตล์จิวเวลรี่และอาร์ต บูติก เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษของลักช์ชัวรี่แบรนด์ “ซาร์โตโร” (Sartoro) เครื่องประดับร่วมสมัยระดับเวิลด์คลาส กับคอลเลคชั่น “แฮปปี้เนส พร็อปโพซัล” (Happiness Proposal) ด้วยแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ก่อเกิดผลงานสุดประณีต ส่งเสริมภาพลักษณ์ และบุคลิกให้ผู้ที่รักและหลงใหลในเครื่องประดับเลอค่า ส่งประกายงามเจิดจรัส สง่างาม โดดเด่น ยามสวมใส่ในค่ำคืนพิเศษ ฉลองช่วงเวลาแห่งความสุข ส่องประกายระยิบระยับ ทำจากโลหะทอง 18K ทั้งสีโรสโกลด์ สีเหลืองทอง และสีทองคำขาว บรรจุภายในกล่องซาร์โตโร ตกแต่งด้วยริบบิ้นตามชื่อแบรนด์

คอลเลคชั่นแห่งความสุขนี้ ประกอบด้วย โช้กเกอร์คอต่างหู กำไล และแหวนคู่ ประดับด้วยเพชรสีขาว พราวพร่างอวดประกายงามเจิดจรัส ระยิบระยับ เสมือนแสงแห่งการเฉลิมฉลอง เป็นอีกหนึ่งไอเดียสุดเก๋ในการเสริมบุคลิกเหล่าแฟชั่นนิสต้า ให้โดดเด่น มีเอกลักษณ์ เครื่องประดับแต่ละชิ้นมีน้ำหนักเบา สวมใส่ง่ายเหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงเวลาแห่งการฉลองคริสต์มาส ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และทุกโอกาสพิเศษ

สำหรับผู้มีรสนิยมอันเป็นเลิศ สามารถพบความงามเลอค่าของคอลเลคชั่นแฮปปี้เนส พร็อปโพซัล (Happiness Proposal) ได้ที่ “เมซอง อาทิเนี่ยน” (Maison Artinian) ชั้น G ตึกออลเทอร์ วิงค์ ยูนิต เอช (H) โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-6305757 คลิกเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://maisonartinian.com และร่วมเป็นแฟนเพจติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวเครื่องประดับเลอค่าแบรนด์ระดับ เวิลด์คลาส สุดลักช์ชัวรี่มีเอกลักษณ์เฉพาะได้ที่ facebook.com/maisonartinianbangkok IG: @maisonartinian

เคล็ดลับสูงวัยสุขภาพดี บอกลาภาวะสมองถดถอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386069

เคล็ดลับสูงวัยสุขภาพดี บอกลาภาวะสมองถดถอย

เคล็ดลับสูงวัยสุขภาพดี บอกลาภาวะสมองถดถอย

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย ต่างเผชิญกับอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุในสังคม (societal aging) ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดแรงงานในวงกว้าง อันได้แก่ จำนวนประชากรวัยทำงานในช่วงอายุ 15 ถึง 64 ปี ที่จะลดลงในไม่ช้า และความเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างสัดส่วนอายุวัยทำงานเพราะมีลูกจ้างสูงวัยเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในระยะเวลาอันใกล้นี้ที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน ตลาดแรงงาน และคุณภาพชีวิตของเรา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องหันมาเริ่มต้นฝึกฝนพฤติกรรมสำหรับการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี (healthy aging) เพื่อจะได้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข รวมถึงบรรเทาปัญหาความกดดันนานัปการที่จะเกิดขึ้นในสังคมเพราะปัจจัยเรื่องการสูงวัยด้วย

ว่าแต่จริงๆ แล้ว การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี (healthy aging) นั้น หมายถึงอะไร องค์กรอนามัยโลกให้นิยามความหมายของคำนี้ว่าเป็นกระบวนการที่ผู้สูงอายุยังคงเสริมสร้างและรักษาความสามารถในการใช้ร่างกายและจิตใจให้ทำงานได้อย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดภาวะความเป็นอยู่ที่ดีแม้จะมีอายุมากขึ้นก็ตาม โดยจากผลสำรวจล่าสุดของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น เกี่ยวกับการ “สูงวัยอย่างมีสุขภาพดี” ที่มีผู้ตอบแบบสำรวจอายุมากกว่า 40 ปีประมาณ 5,500 คนจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่า ร้อยละ 66 ของผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ตอบว่าการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีคือ “การเคลื่อนไหวร่างกายและใช้ความคิดได้อย่างกระฉับกระเฉงแม้จะแก่ตัวลงเรื่อยๆ”

 

ดร.แกรี่ สมอลล์ คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (NAB) กล่าวว่า สองในสามปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม (dementia) ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องพันธุกรรม นั่นแปลว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่คุณเลือกทำอยู่ทุกวันมีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยเสริมสร้างสุขภาพสมองที่ดีได้แม้อายุจะมากขึ้น ผลการวิจัยยังบอกอีกด้วยว่าการออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อม มิหนำซ้ำกลุ่มคนวัยกลางคนรวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุยังมีความจำที่ดีขึ้นด้วย ในขณะที่รายงานวิจัยหลายฉบับเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพยังช่วยให้มีความจำที่ดีขึ้นไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตามดังนั้นจึงขอแนะนำ 3 เคล็ดลับดีๆ เพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี ที่จะช่วยให้คุณบอกลาภาวะการทำงานของสมองถดถอย และช่วยเพิ่มพลังให้สมองคุณสดชื่นแจ่มใสในทุกวัน

 

เคล็ดลับที่ 1 เลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น การได้รับโภชนาการที่ดีไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมของคุณเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาสุขภาพสมองควบคู่ไปด้วย จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยว่าทำไมอาหารประเภทที่อุดมไปด้วยไขมันและเกลือมากๆ จึงไม่ดีกับทั้งร่างกายและสมองของคุณแม้แต่น้อย หลายงาน
วิจัยยังระบุด้วยว่า คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex carbohydrate) และธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี (Whole Grains) ทั้งหลายถือเป็นตัวเลือกโภชนาการชั้นดีต่อสุขภาพสมองที่อาจช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม

นอกจากนี้ การรับประทานปลาอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์ จะทำให้คุณได้รับไขมันโอเมก้า 3 เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ ซึ่งช่วยปกป้องสมองและควบคุมระดับอารมณ์ให้คงที่ และอันที่จริงแล้ว กรดไขมันโอเมก้า 3 ในปลาหรืออาหารเสริมน้ำมันปลาจะช่วยสร้างปลอกหรือเยื่อหุ้มไมอีลิน (myelin sheath) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้กระแสประสาทระหว่างเซลล์ประสาทในสมองเดินทางได้เร็วขึ้น และถ้าหากเยื่อหุ้มไมอีลินเกิดความเสียหายก็อาจนำไปสู่จุดเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมได้ และอย่าลืมรับประทานผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะๆ เพื่อช่วยให้สมองแจ่มใสแข็งแรงในระยะยาว และป้องกันสมองจากภาวะ oxidative stress หรือภาวะความเครียดททางด้านร่างกายที่มีผลจากการมีอนุมูลอิสระมากเกินกว่าที่จะสามารถจัดการได้ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอายุที่มากขึ้น และสำหรับผู้ชายในวัย 40 ปี ควรรับประทานผลไม้อย่างน้อย 2 ถ้วย และผักอย่างน้อย 3 ถ้วยต่อวัน

 

เคล็ดลับที่ 2 ขจัดความเครียดออกไป เพราะอาการเครียดเรื้อรังสามารถส่งผลร้ายต่อสุขภาพคุณได้ ไล่มาตั้งแต่การนอนไม่หลับ น้ำหนักเพิ่มขึ้น ไปจนถึงโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ยังไม่นับรวมการบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยอาหาร และระบบประสาทส่วนกลางด้วย แม้ว่าเราจะไม่สามารถขจัดความเครียดออกไปจากชีวิตได้ทั้งหมด เราก็สามารถเรียนรู้วิธีจัดการความเครียด เพื่อช่วยให้เราสามารถปกป้องดูแลสุขภาพหัวใจและสมองของเราไปพร้อมกันได้ การหันมาปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีสำคัญมากต่อการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ คุณจำเป็นต้องนอนหลับให้เพียงพอ เนื่องจากการอดนอน (sleep deprivation) จะทำให้แก่เร็วขึ้น การได้นอนหลับอย่างเต็มที่จะช่วยลดการอักเสบเรื้อรัง (chronic inflammation) พัฒนาความจำและอารมณ์ความรู้สึก และช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดต่างๆ ได้ดีขึ้น เช่น การทำสมาธิแบบง่ายๆ เพราะการเจริญสติ (mindfulness) เป็นวิธีจัดการความเครียดที่ยอดเยี่ยมและได้ผลกับคนทุกเพศทุกวัย และอีกหนึ่งวิธีดีๆ ที่ช่วยลดความเครียดก็คือการออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่งจ๊อกกิ้ง โยคะ รำไทเก็ก หรือเล่นเทนนิสสนุกๆ กับเพื่อน เพราะการออกกำลังกายไม่เพียงแค่ช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความสามารถด้านการรับรู้และการเรียนรู้และเพิ่มขนาดของสมองส่วนที่ดูแลควบคุมเรื่องความจำด้วย

เคล็ดลับที่ 3 หาเวลาทำอะไรสนุกๆ ฝึกสมอง มีงานศึกษาวิจัยมากมายที่ชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมที่กระตุ้นสมองนั้นเชื่อมโยงกับการลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมได้โดยหากคุณชื่นชอบท้าทายอะไรใหม่ๆ ให้ลองทำกิจกรรมที่คุณไม่เคยทำได้มาก่อน อย่างเช่น หัดเล่นเครื่องดนตรี เล่นหมากรุก หรืออะไรง่ายๆ อย่างเกมซุโดะกุตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน ก็น่าสนุกไม่น้อย กระบวนการเรียนรู้และการรับข้อมูลรวมถึงประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น การฝึกฝนทักษะที่แตกต่าง สามารถกระตุ้นการทำงานของสมองได้ พยายามฝึกกิจกรรมการเรียนรู้ให้หลากหลายเพื่อให้รู้สึกน่าสนใจอยู่เสมอ นอกจากนี้ เรายังสามารถเรียนรู้เทคนิคการฝึกความจำต่างๆ ได้ง่ายๆ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความสามารถในการรับรู้และการเรียนรู้ของเราได้ดีและยาวนานหลายปีตราบเท่าที่เราหมั่นฝึกฝนเทคนิคความจำเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ดี แม้เคล็ดลับเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีข้างต้นจะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย แต่ก็ยังมีหลายคนที่ละเลยความสำคัญในการนำเคล็ดลับเหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อจะได้มีสุขภาพที่ดีขึ้นและมีความสุขในชีวิตมากขึ้น จำไว้เสมอว่า
ไลฟ์สไตล์ของการได้รับโภชนาการที่ดี บวกกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพและการหมั่นทำกิจกรรมฝึกฝนสมองอยู่เสมอ สามารถช่วยถนอมรักษาสุขภาพสมองของคุณให้แจ่มใสต่อไปได้อีกนานแสนนาน

คุณแหน : 31 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386052

คุณแหน : 31 ธันวาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

●● ส่งท้ายปี 2561 หนังสือพิมพ์แนวหน้า และคอลัมน์ “คุณแหน” ขออัญเชิญพระราชดำรัสอันเป็นมงคลยิ่งของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย พระราชทานพรปีใหม่ 2562  เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธี ทำบุญตักบาตร ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2561 ณ บริเวณถนนด้านหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย “เนื่องในโอกาสวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ที่เรียกว่าหมาไปหมูมา ในคราวนี้ อย่างเดิมขออวยพรให้ทุกๆ ท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ ทั้งอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติมีอะไรอยากได้อะไร ก็ได้สมความปรารถนา สมกับที่ได้ช่วยงานกันมา จนเหนื่อยกันมามาก ตลอดปีนี้ก็มีสิ่งที่ดีที่เพิ่มขึ้นมา ด้วยความช่วยเหลือของทุกๆ ท่าน ก็บุญทั้งหลายนี้ ก็น่าจะสนองตอบทำให้ท่านทุกคน ได้รับสิ่งที่น่าพอใจ ก็มาปีหน้าก็เริ่มกันใหม่ ด้วยปีใหม่ที่สดใส แล้วก็ปลายปีก็พบกันอีก”..

●● ไพรัช วรปาณิ ฝากแสดงความยินดีกับ สมัคร เจียมบุรเศรษฐ์ ที่มีหลานสาวเก่งมาก ฐิติมา และชัชยา เจียมบุรเศรษฐ์ สอบได้เป็นผู้พิพากษาทั้งคู่…

●● หลังประสบความสำเร็จจากการจัดอบรมหลักสูตร ILG ของมหาวิทยาลัยสยามมาแล้ว 2 รุ่น รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช เปิดรับรุ่น 3 โดยมีไฮไลท์คือการนำเข้าเฝ้าองค์ทะไลลามะ สนใจสมัครด่วน รับจำนวนจำกัด 097-1376000..

●● ปฏิทินตั้งโต๊ะประจำปี 2562 ของโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ปีนี้ อัศวิน อิงคะกุล คัดสรรภาพพระพุทธรูปประจำวันเกิดเป็นหน้าหลัก ส่วนเดือนต่างๆ เป็นพระปางประจำวัน พระเกตุ พระราหู หลวงปู่ทวด สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) พิเศษตรงมีคาถาสวดมนต์บูชาสั้นๆถูกใจผู้รับ..

●● แฟนคอลัมน์คุณแหนท่านใด ที่ตั้งใจจะไปแสวงบุญที่ พุทธคยา อินเดีย ช่วงนี้ ขอให้เตรียมชุดกันหนาวให้พร้อมเพราะแม้กลางวันอุณหภูมิจะเกือบ 20 องศา แต่ตอนเช้าหรือเย็น เหลือเลขตัวเดียว รวมทั้งตอนนี้ องค์ทะไลลามะ
เสด็จมาสวดมนต์ที่นี่ถึงกลางเดือน ม.ค. 2562 นี้ ทำให้มีลามะมากมายมาสวดมนต์เต็มพื้นที่ในวัดพระศรีมหาโพธิ์..

●● ผศ.ดร.ชนิดา ปโชติการ นายกสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย ปลื้มใจที่จัดประชุมวิชาการสัญจรภาคอีสาน รับลมหนาว ที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น มีนักกำหนดอาหารจากทั่วภาคอีสานมาร่วมประชุมหาความรู้ใหม่ๆ กว่า 150 คน..

●● แจ้งข่าว ชานนท์ สุศรีวรพฤฒิ  อัยการอาวุโส ศิษย์เก่า ห้อง A.13 ธรรมศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว จะเริ่มสวดพระอภิธรรม ที่วัดมกุฏฯ 5 วัน ตั้งแต่ 2 มกราคม 2562..

●● ช่วงนี้พ่อเลี้ยงเชียงใหม่ สาโรช รัตนาวะดี ต้องตอบคำถามบ่อยครั้งว่าเป็นอะไรกับ  สารัชถ์ รัตนาวะดี  ซีอีโอ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ เศรษฐีหุ้นอันดับสองของประเทศไทย “คุณอาสาโรช” จึงถูกพ่วงกระแสความดังไปด้วย..●●
คุณแหน

นักวิจัยไทยคิดค้น ‘จมูกอิเล็กทรอนิกส์’ มาตรฐานการดมกลิ่นเลียนแบบมนุษย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386034

นักวิจัยไทยคิดค้น ‘จมูกอิเล็กทรอนิกส์’ มาตรฐานการดมกลิ่นเลียนแบบมนุษย์

นักวิจัยไทยคิดค้น ‘จมูกอิเล็กทรอนิกส์’ มาตรฐานการดมกลิ่นเลียนแบบมนุษย์

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“การดมกลิ่น” นับเป็นหนึ่งในห้าของประสาทสัมผัสสำคัญของมนุษย์ ที่จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างปกติสุขหรือไม่ปกติสุขได้ และ “กลิ่น” ในรูปแบบต่างๆ ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีผลเกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ในเชิงอุตสาหกรรมอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในการจำแนกกลิ่นต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในรูปแบบที่ต้องการ กลับมีข้อจำกัดสำคัญคือ ศักยภาพในการดมกลิ่นของมนุษย์ ที่มีปัจจัยทางกายภาพมาเกี่ยวข้อง ทำให้การจำแนกกลิ่นไม่สามารถเป็นมาตรฐานได้ และจากแนวคิดนี้เองทำให้เกิดงานวิจัยที่เรียกว่า “E-nose” หรือ “จมูกอิเล็กทรอนิกส์” ขึ้น โดยมีศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (สวทช.) เป็นหน่วยงานหลักในการศึกษาวิจัยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ดร.รุ่งโรจน์ เมาลานนท์ นักวิจัยห้องปฏิบัติการวิศวกรรมกระบวนการและระบบตรวจติดตาม ของศูนย์นาโนเทค เล่าถึงความเป็นมาของการศึกษาวิจัย “E-nose” ว่า จากแนวคิดที่ทราบกันอยู่แล้วว่า มนุษย์ที่สามารถจำแนกกลิ่นดีได้เป็นอย่างดีนั้นจะต้องได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้อง แต่สำหรับจมูกของมนุษย์โดยทั่วไปจะมีข้อจำกัดในเรื่องของจำแนก หรือบ่งบอก กลิ่นให้เป็นมาตรฐานได้ เพราะมีปัจจัยในเรื่องของกายภาพมาเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องของสภาพร่างกายมนุษย์เอง หรือสภาพสิ่งแวดล้อมภายนอกก็ย่อมทำให้แต่ละคนไม่สามารถดมกลิ่นได้เหมือนกัน ในขณะที่ “กลิ่น” เองก็กลับมีผลต่อการดำเนินกิจกรรมหลายอย่างในชีวิตประจำวันมนุษย์ และรวมไปถึง “กลิ่น” ยังเป็นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมต่างๆ อีกด้วย ดังนั้นการสร้างจมูกที่มาจากเทคโนโลยีจึงน่าจะช่วยแก้ปัญหาและลดข้อจำกัดเรื่องการดมกลิ่นโดยมนุษย์ได้

ทั้งนี้ ศูนย์นาโนเทค ได้มีการศึกษาวิจัยเรื่องของระบบการพัฒนาก๊าซเซ็นเซอร์และกระบวนการวิเคราะห์ที่ใช้สำหรับการตรวจจับกลิ่นที่แตกต่างกันมาอย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์เข้ากับผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย อาทิ กลิ่นที่เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่มี โครงสร้างสถานะของแข็ง สถานะของเหลว สถานะก๊าซ การควบคุมคุณภาพของกลิ่นหอม และกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์อาหาร การตรวจติดตามสารระเหยที่สร้างผลกระทบด้านกลิ่นในสิ่งแวดล้อม รวมถึงสารระเหยที่ไม่มีกลิ่นแต่สร้างผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์หรือสิ่งแวดล้อม

 

หลักการของ “E-nose” เป็นการใช้หลักการนำสัญญาณการตอบสนองจากเซ็นเซอร์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่น เซ็นเซอร์ที่แสดงสัญญาณทางไฟฟ้าเปลี่ยนไปเมื่อดูดซับสารเคมีระเหย และเซ็นเซอร์กลิ่นแต่ละตัวจะมีความไวต่อสารเคมีระเหยแต่ละชนิดไม่เท่ากัน โดยสัญญาณของเซ็นเซอร์บางชนิดสามารถตอบสนองต่อกลิ่นสารระเหยที่เป็นพิษและมนุษย์ไม่ได้กลิ่น สัญญาณจากเซ็นเซอร์กลิ่นแต่ละตัวจะถูกประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นให้เหมาะสมเพื่อการจำแนกกลิ่นออกมา และหาแหล่งที่มาของกลิ่นได้

“หนึ่งในโจทย์ที่สำคัญที่เราได้รับคือ การขอให้ตรวจสอบหาที่มาของกลิ่นในผลิตภัณฑ์ยางพาราของผู้ประกอบการแห่งหนึ่ง ซึ่งจริงแล้วๆ เขามีข้อมูลเทคโนโลยีทุกอย่าง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหากลิ่นที่เกิดขึ้นได้ ทำให้มาปรึกษาที่นาโนเทค ซึ่งเราเองก็มีพร้อมทั้งในเรื่องขององค์ความรู้ของนักวิจัย ศูนย์เครือข่ายที่พร้อมจะสนับสนุนข้อมูลต่างๆ โปรแกรมสถิติต่างๆ รวมทั้งเครื่องมือในการศึกษาวิจัยจนในที่สุดก็ทำให้สามารถวิเคราะห์จนพบว่า กลิ่นดังกล่าวเกิดจากธรรมชาติของวัตถุดิบที่นำมาใช้โดยมีระดับความแรงของกลิ่นที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ผลิตทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถกลับไปแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุดและลดความสูญเสียของผลิตภัณฑ์ได้นั่นเอง”

จากจุดเริ่มของโจทย์ปัญหาในครั้งนั้น จนถึงปัจจุบัน ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่มีปัญหาเกี่ยวกับกลิ่น เข้ามาปรึกษาเพื่อขอให้ช่วยแก้ปัญหาด้านกลิ่นที่แตกต่างกันไป ซึ่งทางศูนย์ฯ มีเทคโนโลยีที่มีความหลากหลายพร้อมที่จะให้คำปรึกษาพร้อมช่วยแก้ปัญหาให้ ซึ่งถือว่า “จมูกอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “E-nose” ได้ช่วยแก้ปัญหาให้กับภาคอุตสาหกรรมมาสร้างมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจมาแล้วจำนวนมาก

หนึ่งในนั้นก็คือ บริษัท CIMS Holding Co,Ltd. ผู้นำ “เครื่องจมูกอิเล็กทรอนิกส์” เข้าสู่การใช้เชิงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จจากการวิจัย “E-nose” ภายใต้การสนับสนุนของนาโนเทค โดยร่วมกันทำงานศึกษาวิจัยพัฒนาเพื่อให้เครื่องดมกลิ่นอิเล็กทรอนิกส์ สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จนสามารถทำให้งานวิจัยที่เคยอยู่เฉพาะในห้องทดลองกลายเป็นสิ่งที่ออกมาใช้งานได้จริงในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเครื่องนี้ไปใช้ทดแทนการดมกลิ่นจากผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นที่มีราคาแพง เช่น ในอุตสาหกรรมโรลออนแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ในการทดสอบกลิ่น ทั้งจากการดมกลิ่นจากรักแร้คนจริงๆ เพื่อทดสอบมาตรฐานกลิ่นของสินค้าในแต่ละวันจะดมได้เพียง 4 ครั้ง โดยผู้ประกอบการต้องจ่ายให้ผู้ดมกลิ่นถึงวันละราว 50,000 บาท หรือสูงสุดถึง 100,000 บาท เลยทีเดียว แต่หากนำเครื่องนี้ไปใช้จะสามารถลดต้นทุนลงได้มาก และ กลิ่นยังเป็นมาตรฐานด้วย นอกจากนี้ ยังมีการนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การใช้ดมกลิ่นอันตรายในโรงงาน หรือในอุตสาหกรรมอาหารเช่น การทดสอบกลิ่นของข้าวหอมมะลิ ในการกำหนดราคาสินค้าข้าวหอมมะลิของไทยอีกด้วย