‘ดุสิตธานี กรุงเทพฯ’ชวนแขกไฮโซฯ ทั่วฟ้าเมืองไทย บันทึกความทรงจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386025

‘ดุสิตธานี กรุงเทพฯ’ชวนแขกไฮโซฯ ทั่วฟ้าเมืองไทย บันทึกความทรงจำ

‘ดุสิตธานี กรุงเทพฯ’ชวนแขกไฮโซฯ ทั่วฟ้าเมืองไทย บันทึกความทรงจำ

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

‘ดุสิตธานี กรุงเทพฯ’ชวนแขกไฮโซฯ ทั่วฟ้าเมืองไทย บันทึกความทรงจำ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ในงาน‘ผูกพันด้วยใจ ก้าวไปกับดุสิต’

เซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยเรียงแถวเข้าร่วมย้อนรำลึกความทรงจำ และเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโรงแรม 5 ดาวแห่งแรกของประเทศ “ดุสิตธานี กรุงเทพฯ” หนึ่งในแลนด์มาร์คที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาครึ่งศตวรรษในงาน “ผูกพันด้วยใจ ก้าวไปกับดุสิต” (Together…Moving Forward) เพื่อบันทึกความทรงจำที่เปี่ยมความหมาย และจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งในอีก 4 ปีข้างหน้า งานนี้ ชนินทธ์ โทณวณิก รองประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติและผู้มีอุปการคุณที่มาร่วมงาน พร้อมด้วย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวให้คำมั่นในฐานะตัวแทนของฝ่ายบริหารและพนักงาน ณ ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2561 ภายในบริเวณงานมีการจัดแสดงนิทรรศการภาพวาดจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นนำของไทย 20 ท่าน ให้แขกผู้ร่วมงานได้ร่วมชื่นชมภาพเขียนสุดวิจิตรที่เผยแพร่คุณค่าและสะท้อนมุมมองของดุสิตธานี กรุงเทพฯ ผ่านฝีแปรงของศิลปินแต่ละคน รวมทั้งการบรรเลงบทเพลงพิเศษที่ได้รับการแต่งขึ้นมาในวาระครบรอบ 30 ปีของดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยวงดนตรีจากคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปิดท้ายด้วยความสุขและเพลิดเพลินกับบทเพลงสุดไพเราะจากการแสดงมินิคอนเสิร์ตโดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ โก้ มิสเตอร์แซ็กแมน

ชนินทธ์ โทณวณิก รองประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ดุสิตธานีจำกัด (มหาชน) กล่าวขอบคุณแขกและผู้มีอุปการคุณที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของดุสิตธานี กรุงเทพฯ ว่า “เจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวแห่งแรกของเมืองไทย มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างโรงแรมที่ดีที่สุด ที่มีบุคลิกและลักษณะสะท้อนขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมไทยอันงดงาม เพื่อผลักดันให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนประเทศไทย และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเวทีโลก วันนี้ ดุสิตธานี กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ ที่จะสานต่อความเชื่อและความมุ่งมั่นของท่านผู้หญิง เพื่อผลักดันให้แบรนด์ดุสิตธานี ก้าวขึ้นไปอีกระดับ สร้างความภาคภูมิใจแก่ชาวไทยและชาวกรุงเทพฯ เหมือนที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ได้ทำไว้เมื่อเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา เราตั้งใจจะสร้างโรงแรมแห่งใหม่ให้มีบุคลิกลักษณะคล้ายเดิม มีกลิ่นอายความเป็นไทยที่แขกของเราคุ้นเคยตั้งแต่ย่างเท้าก้าวเข้ามาในโรงแรม แต่ก็มีความทันสมัยตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค และที่สำคัญชื่อจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก “ดุสิตธานี” เหมือนเดิม”

ด้าน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวให้คำมั่นในฐานะตัวแทนของฝ่ายบริหารและพนักงานว่า “พนักงานของดุสิตธานีทุกคนให้คำมั่นสัญญาว่าจะทุ่มเทให้ดีที่สุดในการสานต่อเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงชนัตถ์ และคุณชนินทธ์ ในการทำให้กลุ่มดุสิตธานี เป็นต้นแบบการโรงแรมอีกครั้ง ภายใต้ชื่อโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งใหม่ ซึ่งจะกลับมาต้อนรับทุกท่านในอีก 4 ปีข้างหน้า ด้วยเรื่องราวรูปลักษณ์และบุคลิกที่โดดเด่นเหมือนโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ในอดีต และผสมผสานด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่ช่วยยกระดับและพัฒนาให้มาตรฐานการบริการของเราให้เหนือกว่าที่เคยเป็นมา และสามารถสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน”

ทั้งนี้ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เปิดให้บริการห้องพัก ห้องอาหาร ห้องประชุมและบริการจัดเลี้ยงตามปกติจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 และจะกลับมาต้อนรับทุกท่านใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า

โรงแรมเคป กูดู จัดกิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/386035

โรงแรมเคป กูดู จัดกิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม

โรงแรมเคป กูดู จัดกิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงแรมเคป กูดูและ คาเฟ่ แคนทารี เกาะยาวน้อย จ.ภูเก็ต นำโดย ธีรวัลคุ์ เตชะอุบลผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่ม โรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์จัดแคมเปญใหญ่เพื่อสังคมกิจกรรม KUDU GOES GREEN ด้วยสองกิจกรรมต่อเนื่อง เริ่มจากเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้ที่พักอาศัยอยู่บนเกาะยาวน้อย ร่วมบำเพ็ญประโยชน์และอิ่มอร่อยไปกับกิจกรรมเก็บขยะแลกเครื่องดื่มฟรี จากนั้นขยะรีไซเคิลจากกิจกรรมดังกล่าว จะมีตัวแทนนักเรียนมาคัดแยกขยะรีไซเคิลเพื่อจัดส่งต่อไปยังโรงเรียนทั้ง 5 แห่ง บนเกาะยาวน้อย ได้แก่ โรงเรียนบ้านน้ำจืด, โรงเรียนบ้านท่าเขา, โรงเรียนเกาะยาว, โรงเรียนบ้านริมทะเล และโรงเรียนเกาะยาววิทยา เพื่อให้เด็กๆ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์จากขยะรีไซเคิล เข้าประกวดชิงทุนการศึกษาซึ่งทั้งสองกิจกรรม KUDU GOES GREEN ประสบความสำเร็จและได้รับความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานรัฐ และชุมชน เข้ามาร่วมสนับสนุนเป็นอย่างดี

โมเม้นท์วิเศษกับคนพิเศษ’ญาญ่า-อุรัสยา’ เผยช่วงเวลาสุขสันต์ ข้ามปีในความทรงจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385890

โมเม้นท์วิเศษกับคนพิเศษ'ญาญ่า-อุรัสยา' เผยช่วงเวลาสุขสันต์ ข้ามปีในความทรงจำ

โมเม้นท์วิเศษกับคนพิเศษ’ญาญ่า-อุรัสยา’ เผยช่วงเวลาสุขสันต์ ข้ามปีในความทรงจำ

วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปลายปีแบบนี้ หลายคนเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ส่งท้ายปีกันแบบจัดเต็ม ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนย่อมมีความทรงจำสุดแสนประทับใจในแต่ละปี ที่แตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกับนางเอกสาว “ญาญ่า- อุรัสยา เสปอร์บันด์” ที่มีโมเม้นท์และเรื่องราวความสุข ในช่วงข้ามปีที่หลากหลาย เรียกว่าทุกปีย่อมมีบรรยากาศใหม่ๆ ให้ได้เก็บเป็นความทรงจำไม่มีวันลืม “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ได้โอกาสเจอสาว “ญาญ่า” ในงาน Let’s Celebrate 2019 “Together” ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ และเซ็นทรัลชิดลม จึงขอช่วงเวลาเอ็กซ์คลูซีฟ คว้าตัวเธอมาแชร์ประสบการณ์กันแบบพิเศษเฉพาะแฟนๆ หนังสือพิมพ์แนวหน้า!!

 

 

ความทรงจำวัยเด็กในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

ญ่าจะชอบคิดถึงช่วงที่อยู่นอร์เวย์ค่ะ จำได้ว่าตอนเด็กๆ ถ้าเป็นช่วงคริสต์มาส ครอบครัวญ่าทั้งคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว และญาติๆ ทุกคนจะมานั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ก่อนจะกินข้าว ก็จะมีพิธีเปิดจากญ่ากับพี่สาวก่อน ด้วยการลุกขึ้นไปอยู่หัวโต๊ะ แล้วก็บอกให้ทุกคนเงียบ เพื่อร้องเพลงคริสต์มาสกัน Jingle BellJingle Bell….(ร้องเกริ่นให้ฟัง) เป็นอะไรที่สนุกสนานค่ะ เพราะทุกคนจะหยุดฟังเรา เป็นบรรยากาศที่ดีมากๆ แต่พอโตขึ้นมาก็ไม่ได้ทำแล้ว เพราะว่าถ้าทำอย่างนั้น ทุกคนก็ไม่ฟังแล้วค่ะ ก้มหน้าก้มตากินอาหารกันอย่างเดียวเลย (หัวเราะร่วน) แล้วก็มีวันเปิดกล่องของขวัญ Boxing Day จะเป็นช่วงที่ญ่าชอบมาก เพราะว่าทุกคนจะเอากล่องของขวัญมากองรวมๆ กัน ให้เราเปิด แล้วลุ้นว่าข้างในจะเป็นอะไร ตื่นเต้นทุกกล่องที่เปิดค่ะ และอีกกิจกรรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลย เวลากลับไปที่นอร์เวย์ช่วงคริสต์มาส ตามร้านต่างๆ ก็จะจัด Boxing Day Sales ญ่าจะชวนแม่ไปช็อปปิ้ง แล้วก็เลือกซื้อของกันเพลินเลยค่ะ ถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองที่สนุกมาก

 

 

โมเม้นท์เฉลิมฉลองปีใหม่

ทุกปีญ่าจะกลับบ้านที่นอร์เวย์ค่ะ แต่ปีที่แล้วไม่ได้กลับ อยู่ประเทศไทย ทำให้มีโอกาสได้ไปเที่ยวปีใหม่ที่ “หลวงพระบาง” ไปกับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่สาว ถือว่าเป็นปีที่ได้เก็บความทรงจำที่ดีมากๆ เพราะเราได้อยู่กับครอบครัวของเราอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และยังได้ทำกิจกรรมด้วยกันกินข้าวด้วยกันที่หลวงพระบาง แล้วการไปหลวงพระบางครั้งนั้นก็ประทับใจมากๆ เพราะญ่าได้ใส่ผ้าซิ่น แต่งตัวเหมือนคนที่นั่นเลย ตื่นเช้าออกมาตักบาตรข้าวเหนียวญ่าไม่เคยทำมาก่อนเลยค่ะ ถือเป็นครั้งแรก เลยตื่นเต้นมาก แล้วก็ได้ตระเวนเที่ยวบ้านเมืองเขา ได้ไปล่องเรือดูความสวยงาม ความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำโขง มองไปซ้ายขวาแม่น้ำยาวสุดลูกหูลูกตาเลย ธรรมชาติสวยมาก เรียกว่าเป็นอีกปีที่ญ่าประทับใจมากๆ และอยู่ในความทรงจำของเราที่ไม่มีวันลืมเลยค่ะ นอกจากนี้สิ่งที่ติดใจอีกอย่างคือของกิน เมนูเด็ดที่บอกเลยว่าอร่อยมาก อยากจะกลับไปกินอีกถ้ามีโอกาส ก็คือ ส้มตำหลวงพระบาง เพราะจริงๆ ทริปนี้ตอนแรกเลยเกิดขึ้นจากที่ว่าญ่าถามคุณแม่ว่าอยากได้อะไร อยากไปเที่ยวที่ไหน แล้วคุณแม่บอกว่าอยากกินส้มตำหลวงพระบางค่ะ (หัวเราะ) ก็เลยจัดทริปไปกัน ซึ่งส้มตำของที่นั่นจะแปลกคือเส้นมะละกอเขาจะแผ่นใหญ่ๆ ฝานยาวๆ แล้วตำแบบวิธีของเขา ใส่น้ำปลาร้าด้วย อร่อยมาก กินแล้วติดใจเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสกลับไปอีก ก็จะไปทานค่ะ คุณแม่ชอบ ญ่าก็ชอบ อร่อยมาก ต้องไปลองกันนะคะ

 

แพลนปีใหม่ 2019

ปีนี้ยังไม่ได้มีแพลนไปที่ไหนเลยค่ะ เพราะทำงานเยอะมาก แต่ก็น่าจะกลับบ้านที่นอร์เวย์ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ทานข้าวกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา สำหรับญ่าถือว่าปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุด The Best Year อีกหนึ่งปีของญาญ่าเลย เพราะญ่าได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง ถามว่าอยากได้อะไรเพิ่มไหม น่าจะเป็นเรื่องของเวลามั้งคะวันหนึ่งมี 24 ชั่วโมงไม่พอแล้ว (หัวเราะ) เวลาที่เราได้ทำงานที่รักอย่างมีความสุขทุกวันก็จะผ่านไปเร็วมาก ฉะนั้นปีนี้เลยยังไม่อยากได้อะไรเป็นพิเศษค่ะ ขอแค่ได้อยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่น ก็มีความสุขมากๆ แล้วค่ะ นี่แหละคือของขวัญปีใหม่ที่ชอบญ่าว่าวิเศษและพิเศษที่สุด เพราะการที่เราได้อยู่กับครอบครัว ทำให้เรายิ่งผูกพันกันมากขึ้น เข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น ฉะนั้นช่วงปีใหม่ของขวัญที่สำคัญที่สุดของญ่า ก็คือการได้อยู่กับครอบครัวค่ะ

 

แพลนปีใหม่ในฝัน

อยากไปไทม์สแควร์ (Times Square) ที่นิวยอร์กค่ะ เพราะทุกๆ ปีเขาจะมีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่มาก ญ่าก็อยากจะลองไปสัมผัสบรรยากาศแบบนั้น และไปดูพลุเป็นร้อยๆ พันๆ ที่เขาจุดในวันขึ้นปีใหม่ ไปยืนอยู่ตรงนั้นแล้วนับถอยหลัง 5 4 3 2 1  พร้อมๆ กับคนที่อยู่ที่นั่น ญ่าว่าน่าจะฟิน และมีเรื่องราวให้เราได้จดจำว่า อืม…ครั้งหนึ่งเราได้มาเคานท์ดาวน์กันที่นี่นะ คืออยากจะไปเห็นของจริงสักครั้ง ถ้ามีโอกาสก็คงได้ไปสักปีค่ะ (ยิ้ม) แต่ปีนี้เมืองไทยเราก็มีหลายที่ให้ไปนะคะ ถ้าใครยังไม่รู้จะไปไหนดี ญ่าก็อยากแนะนำว่าลองไปที่งาน Let’sCelebrate 2019 ”Together” ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ และเซ็นทรัลชิดลม เดินทางมาง่ายและสะดวกค่ะ แล้วที่นี่เขาก็ได้เนรมิต Santa Claus ไจแอนท์ซานต้าคู่หูดูโอ้ ที่สูงกว่า 10 เมตร ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย และก็มีมินิซานต้านับร้อยให้เราได้ถ่ายรูปสวยๆมีต้นคริสต์มาสที่ใหญ่มาก สูงมาก น่าจะ30 เมตรได้ ตกแต่งด้วยบอลลูนและไฟคริสต์มาสกว่า 1 ล้านดวง แถมยังมีหิมะโปรยปรายใต้ต้นคริสต์มาสให้เราถ่ายรูป
สวยๆ ยาวไปจนถึงวันที่ 17 มกราคม ปีหน้าเลยค่ะ ลองแวะมาถ่ายรูป มา Celebrate กันที่นี่ได้ค่ะ

 

 

นำส่งพรปีใหม่ถึงแฟนๆ

ญ่าขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ ค่ะ อะไรที่ไม่ดี ทิ้งไปในปีเก่า ปีใหม่แล้ว เริ่มสิ่งใหม่ๆ ไปด้วยกัน ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง และมีพลังงานบวกเยอะๆ เพื่อจะได้สู้กับงานในปีต่อๆ ไป คิดหวังสิ่งใดขอให้สมดังปรารถนาค่ะ และฝากติดตามผลงานของญาญ่าด้วยนะคะ น่าจะได้ดูกันในปีหน้านี้ค่ะ กับละคร “กลิ่นกาสะลอง” เรื่องนี้ญ่าเล่นเป็น 4 คาแร็กเตอร์เลย ฝากเป็นกำลังใจให้ญาญ่าด้วยนะคะ สวัสดีวันปีใหม่ และ Happy New Year ค่ะ

โมเม้นต์พิเศษรับปีใหม่ สาว “ญาญ่า” ยกให้ครอบครัวหมดแบบนี้ แล้วจะจัดเวลาไหนให้พี่ชายคนพิเศษดีล่ะค่ะ!?

 

กุหลาบสีเงิน

ABC รุ่น 8 ชม ชิม ช็อป ที่ คิง เพาเวอร์ มหานคร เดสติเนชั่นใหม่แห่งการท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385942

ABC รุ่น 8 ชม ชิม ช็อป ที่ คิง เพาเวอร์ มหานคร เดสติเนชั่นใหม่แห่งการท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาส

ABC รุ่น 8 ชม ชิม ช็อป ที่ คิง เพาเวอร์ มหานคร เดสติเนชั่นใหม่แห่งการท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาส

วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า “คิง เพาเวอร์ มหานคร นับเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งการท่องเที่ยวระดับโลกแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้ามาสัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวเหนือระดับรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กับจุดชมวิวชั้นดาดฟ้าแบบ 360 องศา ที่สูงที่สุดในประเทศไทยด้วยระดับความสูงถึง 314 เมตร ตื่นตาตื่นใจไปกับหนึ่งในพื้นกระจกลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และรูฟท็อปบาร์(Rooftop Bar) ที่สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศของกรุงเทพมหานคร พร้อมพลิกโฉมวงการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง”

คิง เพาเวอร์ มหานคร แหล่งช็อปปิ้งที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวด้วยสินค้าลักชัวรี่แบรนด์เนมระดับโลก สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าภูมิปัญญาไทยคุณภาพระดับสากล รวมถึงสินค้าที่ระลึกพิเศษที่สามารถช็อปได้เฉพาะที่ คิง เพาเวอร์มหานครเท่านั้นมาให้นักช็อปได้จับจองไปเป็นของฝากของที่ระลึกสุดพิเศษ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหารระดับเวิลด์คลาสที่นักชิมต้องห้ามพลาด อีกด้วย

โดยครั้งนี้ ธนา เธียรอัจฉริยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส (Chief MarketingOfficer) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงการออกแบบและโลเกชั่นที่ได้เปรียบของตึก คิงเพาเวอร์ มหานคร ว่า “ออฟฟิศเก่าของผมอยู่ย่านนี้ จึงรู้สึกคุ้นเคยกับคิง เพาเวอร์ มหานคร ได้เห็นคนส่วนใหญ่มักจะแวะมาชมและถ่ายภาพคู่กับตึกนี้ เพราะด้วยดีไซน์ที่สวยงาม โดดเด่นแปลกตาและเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศไทย สำหรับกรุงเทพฯ นั้น ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจ โดย คิง เพาเวอร์ มหานคร ได้มอบวิวที่สวยงามสมบูรณ์แบบ ในมุมมอง 360 องศา ได้เห็นกรุงเทพฯ โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ทำตัวอาคารนี้มีความครบครันมากขึ้น ทั้งร้านอาหารระดับโลก โรงแรมสุดหรู เดอะ ริทซ์ คาร์ลตัล เรสซิเดนซ์และดิวตี้ฟรีกลางเมืองที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว และสะดวกสบายในการเดินทางทั้งทางรถยนต์ และทางรถไฟฟ้าบีทีเอสอีกด้วย” ส่วน สุภาสนา สิริแสงทักษิณ นักออกแบบอาหาร (Food Designer) ร่วมก๊วน ABCรุ่น 8 บุกชม ชิม ช็อป ที่ คิง เพาเวอร์ มหานคร แล้วแอบติดลมช็อปปิ้งในคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรีศูนย์รวมสินค้าปลอดภาษีที่เรียกได้ว่าชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพราะได้รวบรวมหลากหลายแบรนด์ดังทั้งไทยทั้งต่างประเทศไว้ที่นี่ พร้อมกล่าวว่า“ปกติเวลาเดินทางมักจะไม่ได้เผื่อเวลาไปสนามบินมากนัก แถมยังเสียเวลาไปกับการรอกลุ่มเพื่อนอีก ทำให้ไม่มีเวลาสำหรับช็อปปิ้งสักเท่าไร โดยที่นี่ตอบโจทย์อย่างมาก สามารถเดินเลือกซื้อสินค้าก่อนบินแบบไม่ต้องเร่งรีบ มีสินค้าหลากหลายไอเท็มให้เลือกซื้อแล้ว ยังอยู่ใกล้บ้านและเดินทางสะดวกอีกด้วย”จิรสีห์ เตชาชาญ นักลงทุน (Investor) อีกหนึ่งสมาชิก ABC รุ่น 8 ผู้ชื่นชอบความท้าทายและการถ่ายภาพ กล่าวถึงมหานครสกายวอล์กที่สุดของแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงว่า“ชอบวิวบนชั้น 78 ของตึก คิง เพาเวอร์ มหานคร มาก เพราะถือว่าเป็นแห่งเดียวในเมืองไทยที่จะเห็นวิวของกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา และยังสามารถมองผ่านกระจกลงไปเห็นวิวด้านล่างด้วยความสูงกว่า 300 เมตร หากเทียบกับต่างประเทศแล้ว ถือว่ามหานครสกายวอล์ก นั้นสวยกว่ามาก ด้วยการวางกระจกโดยรอบที่ไม่มีโครงสร้างของเสามาขวางกั้น บดบังทัศนียภาพที่งดงาม แถมกระจกก็มีความใสมากๆ ทำให้ถ่ายภาพออกมาได้เห็นวิวแบบสวยงาม ยิ่งในช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกแสงและวิวจะสวยมากๆ แม้จะถ่ายภาพจากกล้องมือถือธรรมดาภาพก็ออกมาสวยแล้ว ถือว่าเป็นที่สุดของวิวที่สวยงามของกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว”

คิง เพาเวอร์ มหานคร พร้อมมอบความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความเป็นไทยที่ผสานกับความทันสมัยอย่างสากล ซึ่งผู้ที่มาเยือนสามารถนำประสบการณ์ที่ได้รับไปบอกต่อได้แบบไม่รู้ลืม”

อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา

อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา

ธนา เธียรอัจฉริยะ

ธนา เธียรอัจฉริยะ

จิรสีห์ เตชาชาญ

จิรสีห์ เตชาชาญ

สุภาสนา สิริแสงทักษิณ

สุภาสนา สิริแสงทักษิณ

Science Update : หลุมอุกกาบาตน้ำแข็งยักษ์บนดาวอังคาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385912

Science Update : หลุมอุกกาบาตน้ำแข็งยักษ์บนดาวอังคาร

Science Update : หลุมอุกกาบาตน้ำแข็งยักษ์บนดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

องค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) เผยภาพถ่ายความละเอียดสูงของหลุมอุกกาบาตน้ำแข็งยักษ์โคโรลอฟ (Korolev Crater) บริเวณขั้วเหนือของดาวอังคาร เป็นดินแดนน้ำแข็งบนดาวอังคาร บันทึกโดยยานอวกาศมาร์สเอ็กซ์เพรส หลุมดังกล่าวมีขนาดกว้างถึง 81.4 กิโลเมตร ขณะที่พืดน้ำแข็งยักษ์ภายในมีขนาดใหญ่กว่า60 กิโลเมตร และหนามากถึง 1.8 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า พืดน้ำแข็งยักษ์เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า เขตกักความเย็น (Cold Trap) เนื่องจากหลุมอุกกาบาตแห่งนี้ลึกกว่า 2 กิโลเมตร เมื่อกระแสอากาศไหลผ่านขอบหลุมจะยกตัวขึ้นพร้อมเย็นตัวลงและจมสู่ก้นหลุมกลายเป็นชั้นอากาศเย็นลอยอยู่เหนือก้นหลุม ช่วยรักษาความเย็นภายในและคอยป้องกันความร้อนจากภายนอก อีกทั้งหลุมแห่งนี้อยู่บริเวณขั้วดาว ซึ่งได้รับแสงดวงอาทิตย์น้อยกว่าบริเวณเส้นศูนย์สูตร จึงสามารถเกิดพืดน้ำแข็งภายในหลุมอุกกาบาตดังกล่าวได้ตลอดทั้งปี

ยิ้มกันวันอาทิตย์ : 30 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385926

ยิ้มกันวันอาทิตย์ : 30 ธันวาคม 2561

ยิ้มกันวันอาทิตย์ : 30 ธันวาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

 

จ๊ะเอ๋ : เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉินแต่งตัวในชุดซานตาคลอสแบบรัสเซียแวะทักทายผู้ป่วยเด็กจากทางหน้าต่างระหว่างห้อยตัวจากดาดฟ้าของอาคารโรงพยาบาลเด็กยึดร่างไว้กับสลิง ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

 

 

บ่อน้ำร้อนชาบู : นักท่องเที่ยวหนุ่ม-สาวชาวจีนลงแช่น้ำอุ่นในบ่อน้ำร้อนที่มีรูปร่างแบบหม้อชาบู พร้อมกับรับประทานจิ้มจุ่มชาบูหม้อไฟไปด้วย ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในมณฑลเจ้อจียง ทางตะวันออกของจีน

 

 

ปฏิทินปูติน : ปฏิทินปี 2019 ในอิริยาบถต่างๆ ของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย วางจำหน่ายภายในร้านขายของที่ระลึกในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โดยมีรายงานว่าได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวรัสเซียจำนวนมากเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

 

 

ปะทุครั้งใหม่ : ภูเขาไฟอานักกรากะตัว ระหว่างเกาะชวากับเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ปะทุพ่นกลุ่มควันครั้งใหม่ในสัปดาห์นี้ ทำให้ทางการต้องประกาศเปลี่ยนเส้นทางบิน หลังจากวันเสาร์ที่แล้ว ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุรุนแรง ทำให้เกิดดินถล่มใต้ทะเล เกิดเป็นสึนามิซัดถล่มชายฝั่ง มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 430 คน

หนังสือเด่น : แล้วจะรู้ได้อย่างไร?ว่า ‘ใครดีที่สุด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385922

หนังสือเด่น : แล้วจะรู้ได้อย่างไร?ว่า ‘ใครดีที่สุด’

หนังสือเด่น : แล้วจะรู้ได้อย่างไร?ว่า ‘ใครดีที่สุด’

วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัญหาของพวกผู้ใหญ่ ในประเทศไทยตอนนี้ คงเป็นปัญหาที่ทุกคนอยากได้คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ “ใครดีที่สุด” เพราะการเลือกตั้งกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังจะมาถึงนี้แล้ว

“ใครดีที่สุด” คงเป็นเรื่องที่ตอบได้ยากมาก เนื่องจาก คนเรายังตัดสิน คนดีคนไม่ดี ด้วย อารมณ์ของตัวเอง ไม่ได้เกิดจากวิเคราะห์จากจิตสำนึกที่แท้จริง บนพื้นฐานแห่งความเป็นวิทยาศาสตร์ ในสังคมของทุกคนวันนี้คนที่เรารักมากที่สุด คือคนที่ดีที่สุดของเรา จนกว่า ความรักนั้นจะเปลี่ยนแปลงไป แม้กระทั่งในสังคมครอบครัว คนที่ดีที่สุด ก็ยังเป็น ลูกที่ พ่อแม่รักมากที่สุด โดยไม่มองถึงความเป็นจริงของ “ค่าแห่งคน”

ความดี หรือ ที่เรียกว่า เป็นคุณค่าของคน มันไม่ได้เกิดขึ้นมาได้เพียงชั่วพลิกฝ่ามือ ความดีต้องได้รับการสั่งสม มาด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน ยิ่งเวลาของการสะสมความดีมีมากเท่าไร ขนาดของความดีก็โตมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อความดีต้องเกิดจากจิตและวิญญาณดังนั้น คนจะทำความดีได้นั้น ต้องมีการปลูกฝังมาด้วยเวลา และจิตสำนึก

ใครดีที่สุด เป็นหนังสือ นิทานสำหรับเด็ก เขียนโดย สุมาลี เป็น กลยุทธ์อย่างหนึ่งของการ ปลูกฝังความดีให้กับมนุษย์ตั้งแต่เล็กๆด้วยการใช้เรื่องราวของนิทาน เป็นเครื่องมือของการปลูกฝัง โดย ผู้เขียนจะนำเรื่องราวของสัตว์ต่างๆ ในโลกของสัตว์มาเล่าให้เด็กๆฝังเนื้อหาทุกเรื่อง สนุกสนานชวนให้ติดตาม เพราะชีวิตของสัตว์ในเล่มนี้ จะมีเส้นทางที่แตกต่างกัน มีทั้งความอิจฉาริษยา ความแก่งแย่งชิงดีกัน จากนั้นก็ให้มีสัตว์ตัวอื่นๆ มาตัดสินว่า ใครถูกใครผิด ใครดีกว่าใคร

หนังสือเล่มนี้ ถ้าพ่อแม่จะซื้อมาอ่านให้ลูกๆ ฟังก่อนนอน นอกจากจะสร้างความเพลิดเพลินให้กับลูกๆ แล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้เข้าใจได้ว่า อะไรเป็นสิ่งที่ควร และอะไรเป็นสิ่งที่ไม่ควร และ อะไรคือ คำยกย่องว่าใครดีกว่าใคร

ถ้าสังคมไทย มีการปลูกฝังเด็กๆ มาด้วยวิธีการแบบนี้ตั้งแต่เด็กยังเป็นเด็ก พอมาวันนี้เด็กเหล่านั้นโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ก็คงจะไม่ต้องเจอกับปัญหาว่า “ใครดีที่สุด”

แล้วการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาฯนี้ ก็จะไม่ต้องมานั่งหนักใจเหมือนอย่างที่พวกผู้ใหญ่กำลังเป็นกันอยู่ในเวลานี้

 

 

คู่มือเที่ยวฤดูหนาว อสท ใช่เลย

8 ขุนเขาสะท้านทรวงเพื่อนักท่องเที่ยว

“อสท” นิตยสารเพื่อการท่องเที่ยว ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำหน่ายฉบับละ 85 บาท เกาะติด แหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาว ประจำเดือนธันวาคม พาเที่ยวชม สถานที่อันสวยงาม และเย็นยะเยือกด้วยลมหนาวหลายแห่ง อาทิเรื่อง ปั่นผ่านปลายฝน บนถนนสายชายแดนไทย ท่าลี่-ปากชม, เรื่อง เลย-นาแห้ว ฝนหนาว และทางภูเขา ผ่านสายตาของ
ธเนศ งามสม, เรื่อง ภูหลวง-ภูเรือ มิติความงามที่ไม่เคยจืดจาง,เรื่อง ภูกระดึง ที่ยังสร้างความตะลึงได้เหมือนเดิม และที่พลาดไม่ได้คืองานเขียนของ อภินันท์ บัวหภักดี ในเรื่อง 8 วิถีไทย…เลย ต้องห้าม ทุกเรื่องมีภาพประกอบสวยงามชวนให้อยากไปเที่ยวทั้งนั้น

 

 

แนวคิดการเลี้ยงลูกแบบไม่ดุไม่ตี

แนะพ่อแม่ให้จัดอารมณ์ในการเลี้ยงลูก

“พ่อแม่จ๋า อย่าโกรธหนู” เขียนโดย “โทะกิโกะ โคโซะ” แปลเป็นไทยโดย “กิ่งดาว ไตรยสุนันท์” จำหน่ายเล่มละ 195 บาทเป็นหนังสือ ที่บอกถึงเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกแบบเข้าใจโดยไม่ต้องใช้การลงโทษด้วยการตี หรือ ดุด่า อย่างรุนแรง ซึ่งผู้เขียน ได้รับการยกย่องจากคนญี่ปุ่น ว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งในการสนับสนุนให้ใช้วิธี เลี้ยงลูกแบบไม่ดุไม่ตี เนื้อหาในเล่มจะบอกให้พ่อแม่ได้รู้จักการควบคุมอารมณ์โกรธ เมื่อไม่ถูกใจกับการกระทำของลูกๆ เพื่อไม่ให้ลุกลามจนยับยั้งไม่ได้ถึงขั้นต้องลงมือทำร้ายเด็ก เนื้อหาในเล่มนำเสนอเรื่องราวที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการได้จริง และได้ผล ซึ่งจะไม่สร้างความเสียใจให้กับพ่อแม่เมื่อระงับอารมณ์ไม่อยู่ถึงกับต้องทำร้ายลูก

 

 

สาวหมาป่ากับนายเครื่องเทศ ยังชวนให้ติดตาม

ความรักที่หวานจนเลี่ยน นั้นเป็นเช่นไร ต้องนี่เลย

 

“สาวหมาป่า กับนายเครื่องเทศ” เขียนโดย นักเขียนชาวญี่ปุ่น นิยายกุ๊กกิ๊ก สำหรับคนวัยหนุ่มวัยสาว ฉบับกระเป๋า เล็กๆ จำหน่ายในราคาเล่มละ 250 บาท เป็นเรื่องราวของ พ่อค้าขายเครื่องเทศ กับสาวหมาป่าที่เดินทางไปด้วยกัน ซึ่งต้องผ่านเรื่องราวการผจญภัย และการเอาตัวรอด ท่ามกลางความรักความเข้าใจที่มีต่อกัน และเหนือสิ่งอื่นใดที่ไม่มีใครจะห้ามได้ก็คือ ความรักของหนุ่ม และสาวทั้งสองนี้ ไม่เพียงแต่ผู้อ่านเท่านั้น ที่อ่านไปแล้วต้องหาของเปรี้ยวมาเคี้ยวแก้เลี่ยน
แม่แต่ บอกอ หนังสือเล่มนี้ยังต้องบอกว่า เป็นความรักที่หวานจนเลี่ยนจนต้องระวังจะเป็นเบาหวาน

 

 

รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย

ครั้งหนึ่งคนจีนก็ยังต้องทำเช่นนี้

“ไฟรักไฟสงคราม” เดินทางมาจนถึงเล่มที่ 12 แล้ว นับว่าเป็น ผลงานของ “จิ่วถู” อีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับการยกย่องจากนักอ่านเช่นเดียวกับเรื่อง ไตรภาคสุยถัง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์เมื่อ 1,400 ปีที่ผ่านมา แต่สำหรับ เรื่อง ไฟรักไฟสงคราม เป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่เพิ่งจะผ่านมาเมื่อ 70-80 ปีนี้เอง เมื่อจีนถูกญี่ปุ่นรุกราน จนต้องถอยรุ่นจากชายทะเลขึ้นไปอยู่ในแผ่นดินที่ห่างจากทะเลเป็นหลายพันกิโลเมตร และในเหตุการณ์ช่วงนี้เองที่เป็นเหตุให้ พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นอริกับพรรคคอมมิวนิสต์ต้องร่วมมือเลิกเป็นศัตรูกันชั่วคราวเพื่อต้านญี่ปุ่นที่นับเป็นสิ่งที่ดีงามของคนจีนทั้งประเทศที่ยังฝังใจมาถึงทุกวันนี้ถึงเรื่อง ความสามัคคีกู้ชาติ

แหวกฟ้าหาฝัน : Soares dos Reis National Museum เมือง Porto

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385927

แหวกฟ้าหาฝัน : Soares dos Reis National Museum เมือง Porto

แหวกฟ้าหาฝัน : Soares dos Reis National Museum เมือง Porto

วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบมิวเซียม เวลาไปเมืองใหญ่ๆมักสนุกสนานกับการเข้ามิวเซียม ทั้งนี้เพราะเมืองใหญ่ ไม่เพียงแต่จะมีจำนวนมิวเซียมให้เข้ามากกว่าเมืองเล็กแล้ว มิวเซียมยังมักมีขนาดใหญ่และของสะสมจำนวนมากกว่าเมืองเล็กด้วย ยกเว้นเมืองเล็กนั้นๆ เคยเป็นเมืองหลวงหรือเมืองสำคัญมาก่อนจึงมีมิวเซียมจำนวนมากและขนาดใหญ่ซึ่งมีจำนวนเมืองเล็กเช่นนี้ไม่มากนัก มิวเซียมแห่งหนึ่งที่น่าสนใจและควรเข้าให้ได้เมื่อนักท่องเที่ยวมีโอกาสมาเยือน Porto ก็คือ Soares dos Reis National Museum มิวเซียมที่ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1833ณ Carrancas Palace นี้เป็นมิวเซียมแห่งแรกของประเทศที่จัดแสดงผลงานของศิลปินโปรตุเกสเป็นหลัก และงานประติมากรรมของ Antonio Soares dos Reis นักประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโปรตุเกสด้วย

มิวเซียมที่ถูกจัดตั้งขึ้นจากพระราชดำริของพระเจ้าปีเตอร์ที่ 4 เพื่อไว้จัดแสดงงานศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาที่พระองค์ยึด
มาจากคอนแวนต์ต่างๆ ทั่วประเทศนี้ปัจจุบันจัดตั้งในอาคารของมิวเซียมที่เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 1795 เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตระกูล Moraes e Castro มหาเศรษฐีในเวลานั้น อาคารที่ถูกออกแบบนีโอคลาสิกโดย Francisco Almada e Mendonca ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ Joaquim da Costa Lima Sampaio สถาปนิกชื่อดังประจำเมือง Porto นี้มีการตกแต่งภายในอาคารอย่างวิจิตรบรรจง เช่น มีการเขียนภาพปูนเปียกโดย Luis Chiari นักจิตรกรรมชาวอิตาลี เครื่องตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ในห้องอาหารและห้องดนตรีที่ถูกตกแต่งโดย Robert Adam

 

Carrancas Palace

ต่อมาในปี 1861 ที่พำนักของตระกูล Moraes e Castro ถูกเปลี่ยนเป็น Royal Palace และถูกครอบครองโดย D.Pedro V เพื่อใช้เป็นที่อยู่เมื่อมาพักในภาคเหนือซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พระราชวังแห่งนี้ ถูกใช้น้อยมาก ถึงกระนั้นก็ตาม พระราชวังแห่งนี้กลับเสื่อมโทรมลงจากการหนีไปของราชวงศ์ และถูกยกให้เป็นโรงพยาบาลตามพินัยกรรมของเจ้าของ อย่างไรก็ดี ในปี 1833 เมื่อ National Soares dos Reis Museum ที่ตั้งอยู่ในอาคาร Santo Antonio da Cidade เสื่อมโทรมมาก รัฐบาลกลางจึงเปลี่ยน Royal Palace แห่งนี้ให้เป็นมิวเซียมแทน และเริ่มทำการปรับปรุงครั้งแรกในปี 1942 ภายใต้การคุมงานของวิศวกรFernandes Sa และอีก 50 ปีต่อมา มิวเซียมก็ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งภายใต้การดูแลของFernando Tavora แต่การปรับปรุงครั้งหลังนี้กลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า เมื่อ Porto ได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมในปี 2001รัฐบาลจึงทำการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ภายในมิวเซียมเพื่อให้มีพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะมากขึ้นและมีความทันสมัยขึ้นโดยมีการปรับอาคารให้มีชั้นใต้ดิน และพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้สอยของผู้พิการด้วย

 

ตัวอย่างของจัดแสดงในมิวเซียม

 

ห้องในพระราชวัง

 

ตัวอย่างการตกแต่งแนว Neoclassicism

สำหรับของจัดแสดงนั้น เริ่มแรกเป็นผลงานทางศิลปะที่พระเจ้าปีเตอร์ที่ 4 ยึดมาจากคอนแวนต์ ต่อมาในปี 1911 มิวเซียมได้งานของ Soares dos Reis นักประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของโปรตุเกสชิ้นที่โดดเด่นที่สุดของเขามาครอบครองจึงได้เปลี่ยนชื่อมิวเซียมตามชื่อศิลปินเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมิวเซียมแห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะได้ยลผลงานที่ดีที่สุดของ Antonio Soares dos Reis แล้วที่นี่ก็มีงานสะสมของศิลปินโปรตุเกสคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 อีกเป็นจำนวนมาก เช่น Domingos Sequeira, Vieira Portuense, Augusto Roquemont, Miguel Ângelo Lupi, António Carvalho de Silva Porto, Marques de Oliveira, Henrique Pousão, Aurélia de Souza, Dórdio Gomes, Júlio Resende and sculptors Soares do Reis, Augusto Santo, António Teixeira Lopes, Rodolfo Pinto do Couto อีกต่างหากด้วย

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระพุทธรัตนชาติ’ ภูมิสิริมงคลในวันปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385928

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระพุทธรัตนชาติ’ ภูมิสิริมงคลในวันปีใหม่

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระพุทธรัตนชาติ’ ภูมิสิริมงคลในวันปีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การเริ่มต้นสู่ศักราชใหม่นั้นชาวไทยมีประเพณีนิยมในการรับสิ่งมงคลมาเป็นพลังแห่งชีวิต สิ่งมงคลที่เกิดจากธรรมชาตินั้นคือ “รัตนชาติ”ที่หาได้ยากยิ่ง ด้วยเหตุนี้สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดแห่งกรุงรัตนโกสินทร์จึงนับเอาพระแก้วมรกตองค์งามนั้นเป็นพระคู่ประเทศด้วยเป็น “รัตนชาติชิ้นใหญ่” และสร้างด้วยฝีมือช่างชั้นเยี่ยม เช่นเดียวกับคตินิยมการสร้างพระพุทธรูปด้วยรัตนชาติจึงเป็นผลงานที่หาได้ยากยิ่ง ในสมัยโบราณเรียกรัตนชาตินั้นว่า “แก้ว” เปรียบประดุจ “พระรัตนตรัย” คือแก้วประการ เชื่อว่าเป็นอัญมณีสูงค่าดุจแก้วสารพัดนึกที่หาได้ยาก แม้จะเป็นรัตนชาติขนาดเล็กก็นับว่ามีค่ามากกว่าพระพุทธรูปที่หล่อด้วยโลหะ รัตนชาติมีสีสันแตกต่างและมีคุณวิเศษจากธรรมชาติให้แก่ผู้ครอบครอง ดังปรากฏในเครื่องประดับอันเป็นมงคลนั้น

 

ปีนี้กรมศิลปากรโดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาที่สร้างด้วยรัตนชาติ มาให้สักการบูชาในวันปีใหม่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อเจริญศรัทธาสักการะในพระพุทธศาสนา พระพุทธรูปรัตนชาติ เป็นพระหยกแก้วที่มีวรรณะแตกต่างกันในปางมารวิชัย โดยมี พระพุทธสิหิงค์  ปางสมาธิ อันเป็นศิลปะที่มีอายุร่วมสมัยสุโขทัย-ล้านนา อายุประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑  สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (วังหน้าในรัชกาลที่ ๑) ทรงอัญเชิญมาจากเมืองเชียงใหม่เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๓๘ ประดิษฐานพระประธาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พร้อมด้วยพระพุทธรูปสำคัญ และพระพุทธรูปรัตนชาติ ๙ องค์ ในแบบ ปางมารวิชัย, ปางชนะมาร หรือ ปางสะดุ้งมาร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางคว่ำลงที่พระชานุ นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงที่พื้นธรณี ในคราวที่พระองค์ทรงเอาชนะมารได้อันเป็นภาวะที่มั่นคงไม่ไหวติงต่อภยันอันตรายทั้งปวง

 

พระพุทธรัตนชาตินี้เป็น “นพปฏิมารัตนมารวิชัย” คือ พระแก้วปางมารวิชัย ทั้ง ๙ องค์ได้แก่ ๑.พระแก้วน้ำค้าง ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ เจ้าพรหมสุรธาดาเจ้านครเมืองน่าน ทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ พระองค์โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ๒.พระแก้วกาบมรกตอ่อน ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๐๗ นอกนั้นเป็นพระพุทธรูปที่อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาแต่แรก ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ อายุประมาณพุทธศตวรรตที่ ๒๔ คือ พระแก้วน้ำค้าง, พระแก้วกาบมรกต,พระแก้วน้ำหาย, พระแก้ววิฑูรย์น้ำผึ้ง, พระแก้วจันทรกานต์, พระแก้ววิฑูรย์สีน้ำผึ้ง ได้อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญออกมาให้ประชาชนสักการบูชาเพื่อสร้างความเป็นสิริ-ความเป็นมงคล ไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุข ปลอดภัยภยันตรายทั้งปวง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑ ถึงวันอาทิตย์ที่๒๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๒ เป็นเวลาหนึ่งเดือน

 

ในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๒ รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมได้มีกิจกรรมที่เป็นมหามงคลในวันปีใหม่ ทุกปีนั้นมีประเพณีปฏิบัติกันเป็นประจำ คือ สักการะพระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญของประเทศ หลักเมือง และเทพารักษ์
ณ ศาลหลักเมือง สำหรับปีนี้ขอเชิญสักการะ พระพุทธรัตนชาติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วนกิจกรรมในวันปีใหม่ทุกคนสามารถร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี จัดโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด
ที่จัดขึ้นทั่วประเทศ เข้าร่วมชมและสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญจาก ๑๓ ประเทศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง การไหว้พระพุทธรูปสำคัญ ๑๐ วัด สืบสิริสวัสดิ์ ๑๐ รัชกาล ซึ่งเป็นวัดสำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีในกรุงเทพมหานคร และรักษาประเพณีในการทำบุญตักบาตร ขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่เยี่ยมญาติผู้ใหญ่ บุพการี เป็นหลัก นอกนั้นก็สนุกสนานเถิดเทิงเอาตามใจชอบ…แต่อย่าลืมสิ่งที่ดีงามเสียจนหลงใหลได้ปลื้มกับสิ่งใหม่ที่เป็นเครื่องเย้ายวนให้ทำลายวัฒนธรรมของชาติ…ชวนทำบุญไม่ทำบาปกัน

Health News : ลำไส้ผลิตเซลล์เม็ดเลือดได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385914

Health News : ลำไส้ผลิตเซลล์เม็ดเลือดได้

Health News : ลำไส้ผลิตเซลล์เม็ดเลือดได้

วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลอมเบียของสหรัฐ ค้นพบว่าลำไส้เป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดได้มากถึง 10% ของที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย หลังสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายลำไส้ซึ่งได้มาจากผู้บริจาค จะมีภาวะของการเกิดเลือดผสม (Blood chimerism) ซึ่งผู้ได้รับการปลูกถ่ายจะมีเซลล์เม็ดเลือดทั้งของตนเองและจากเจ้าของลำไส้เดิมปะปนกันอยู่ แสดงว่าลำไส้ที่ปลูกถ่ายเข้าไปใหม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดด้วยตนเองขึ้นมาได้ ทำให้คาดว่าการผ่าตัดปลูกถ่ายลำไส้จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคลำไส้ร้ายแรงบางชนิดเช่นโรคโครห์น (Crohn’s Disease อันเป็นความผิดปกติเรื้อรังของลำไส้ใหญ่ทำให้เกิดการระคายเคืองและทางเดินอาหารบวม) ได้อีกด้วย