สนุกกับแฟชั่น มิกซ์แอนด์แมทช์ เปิดFABLAB Store สาขา5แฟชั่นไอส์แลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384964

สนุกกับแฟชั่น มิกซ์แอนด์แมทช์ เปิดFABLAB Store สาขา5แฟชั่นไอส์แลนด์

สนุกกับแฟชั่น มิกซ์แอนด์แมทช์ เปิดFABLAB Store สาขา5แฟชั่นไอส์แลนด์

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 11.55 น.

สาวๆ สายชิค กรี๊ดสนั่น เพราะศิรดา หันนาคินทร์กรรมการผู้จัดการ แห่ง  FABLAB Store     ร้าน Multi-Brand ที่รวบรวมแบรนด์ดังจากโลกออนไลน์ไว้มากกว่า 120 แบรนด์ ครอบคลุมแฟชั่น 4 สไตล์ ได้แก่ Street, Everyday, Active และ Boutique  จัดงาน ฉลองเปิดสาขาที่ 5 เพื่อให้ ร้าน FABLAB เป็นFabulous Laboratoryที่ให้สาวๆมาทดลองมิกซ์แอนด์แมทช์แฟชั่นเริ่ดๆตามสไตล์ที่ “ใช่ตัวเองมากที่สุด”  และเป็น Fashion Destination ของสาวๆทุกคนได้มีความสุขกับการแต่งตัว  ณ บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์  ภายในงานมีเซเรบริตี้นักแสดง และเจ้าของแบรนด์ไทยดีไซน์เนอร์หลากหลายแบรนด์ อาทิ 5 หนุ่มจาก Conversation Thailand , สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข , บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์, มิ้ง ยูมิโกะ สุชิยะ, แพรวา ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์, น้ำฝน พัชรินทร์, กรีนอัษฏาพร, คริสซี่ กฤษณ์สิรี,เรนเดียร์ปฤสยา, น้ำตาล ทิพนารี, จูน ธีรตี ฯลฯ  มาอัพเดทความชิค และเทรนด์แฟชั่นล้ำๆ กันแบบเต็มที่ นอกจากนั้น ภายในงานนี้เอ็มดีสาวสวย  เตรียมฉลองการเปิดสาขาใหม่ FABLAB Fashion Island มอบส่วนลดสูงสุดถึง 50% ให้กับลูกค้าตั้งแต่วัน Grand Opening 1 ธันวาคม 2018 ถึง 30 ธันวาคม 2018 ด้วย

ศิรดา หันนาคินทร์  กรรมการผู้จัดการ ร้าน FABLAB Store  เผยว่า FABLAB ก่อตั้งขึ้นจากความรักในด้านแฟชั่นและเล็งเห็นช่องว่างในการทำธุรกิจออนไลน์จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เพราะอยู่ในวงการแบรนด์ออนไลน์มาก่อน เลยเกิดไอเดียการสร้างหน้าร้านขึ้นมาเพื่อรวบรวมแบรนด์ไทยคุณภาพดี หลากหลายสไตล์ไว้ในร้านเดียว FABLAB เป็นหน้าร้านให้กับแบรนด์ออนไลน์ ซึ่งเป็นตัวกลางที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างแบรนด์กับลูกค้า เมื่อลูกค้าได้มาเห็นและทดลองสินค้าจริง จะเกิดความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น จุดเด่นของร้าน FABLAB  คือ ให้ความสำคัญกับการคัดสรร “คุณภาพของสินค้า” ทั้งดีไซน์ที่แปลกใหม่จากแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง รวมถึงคุณภาพในการผลิตและตัดเย็บสินค้าต้องดี ในราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ FABLAB ยังมีความตั้งใจที่จะสร้างร้าน Multi-Brand ที่เป็น Multi-Style ขึ้นมา เพราะเราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า “ผู้หญิง…ไม่จำเป็นต้องตัวแบบเดิมซ้ำๆ แต่สามารถสนุกกับแฟชั่น และมิกซ์แอนด์แมทช์ได้หลากหลาย

FABLAB ต้องการเป็นเหมือนห้องทดลองที่ให้สาวๆได้มาทดลองมิกซ์แอนด์แมทช์แฟชั่นเริ่ดๆ เป็นที่มาของการวางคอนเซ็ปต์ 4 โซน 4 สไตล์ ในการออกแบบหน้าร้าน เพื่อแบ่งแยกแนวสินค้าออกเป็น 4 ประเภท ให้สะดวกต่อการเลือกซื้อของลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้าร้าน  Street รวบรวมสินค้าแนวสตรีทเจ๋งๆซึ่งสินค้าบางอย่างมีขายแบบ Exclusive เฉพาะที่ร้าน FABLAB เท่านั้น เสื้อผ้า แบบ Everyday หลากหลายแนวเพิ่มความสนุกสนานให้กับชุดที่ใส่ในชีวิตประจำวันActive ชุดกีฬาและชุดว่ายน้ำเน้นดีไซน์เก๋ๆ  Boutique ดีไซน์ที่หรูหราบวกกับคุณภาพของสินค้าที่ทางร้านให้ความสำคัญในการคัดสรรมาอย่างดี ฯลฯ

ร้าน  FABLAB Store รวบรวมแบรนด์ดังจากโลกออนไลน์ไว้มากกว่า 120 แบรนด์ ทางร้านมีสไตล์การตกแต่งร้านที่เป็นเอกลักษณ์ โดยคำนึงถึงทั้งความสวยงามสะดุดตาของหน้าร้าน และฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกต่อลูกค้าโดยการแยกสินค้าออกเป็น 4 โซน ตามแฟชั่น 4 สไตล์ที่ทางร้านได้คัดสรรมา ได้แก่ Street, Everyday, Active และ Boutique  ด้านไฮไลท์ สำหรับเสื้อผ้า Zone  Everydayได้แก่  With it Store,  Think of, Wild blue, Highestjump, AYNIRISM   Zone Street  ได้แก่ ASIRA bkk, Juth that  Zone Boutique ได้แก่ Monosodium, Potjanat boutique, More is More, Less is more, Dopamina Plus Size  Zone ACTIVE ได้แก่ Swim up, Sabina  เครื่องประดับประกอบด้วย Twenryteenunit acc10, Gemme more, Mulila, Cherd Chai รองเท้า ประกอบด้วยChershu .official, Journey shoes, The Candycups, Duet กระเป๋า ประกอบด้วย Polkadot ฯลฯ

ทั้งนี้มีข่าวดีสำหรับสาวๆ  สาวก FABLAB Store  เพื่อฉลองการเปิดสาขาใหม่ FABLAB Fashion Island ทางร้านมอบส่วนลดสูงสุดถึง 50% ให้กับลูกค้าตั้งแต่วัน Grand Opening 1 ธันวาคม 2018 ถึง 30 ธันวาคม 2018 นอกจากนี้สามารถพบกับร้าน FABLAB Store ทั้ง 5 สาขา  ได้ที่ Siam Center (ชั้น1 ในโซน The Wonder Room), Ekamai (ร้านตั้งอยู่ระหว่างซอยเอกมัย 12 และเอกมัย14 ใน Park Avenue), Central East Ville (ชั้น1 ถัดจากร้าน Starbuck)Icon Siam (ชั้น2 ในโซน Cazh) และสาขาใหม่ล่าสุด Fashion Island (ชั้น2 ตรงข้าม Istudio)

เดิน-วิ่ง การกุศลเพื่อ 17 โรงพยาบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384836

เดิน-วิ่ง การกุศลเพื่อ 17 โรงพยาบาล

เดิน-วิ่ง การกุศลเพื่อ 17 โรงพยาบาล

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชีส์ต้า-ปุณิกา สินธุวณิก ศิลปิน-นักร้อง และพิธีกรสถานี S Chanel สถานีโทรทัศน์ของ บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ในเครือสหพัฒน์, วันดี สหศาสตร์กุลชัย พร้อมด้วยทีมงาน BSC INTERNATIONAL บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกิจกรรมพิเศษ เดิน-วิ่ง การกุศล มินิมาราธอน “ก้าวด้วยธรรม เพื่อ 17 โรงพยาบาล” มอบรายได้ให้แก่โรงพยาบาล 17 แห่ง นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ในการรักษาเยียวยากรณีเร่งด่วนอันเป็นการเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและคนไข้ยากจนที่รอคอยการเยียวยารักษา

กิจกรรมเดิน-วิ่ง การกุศล มินิมาราธอน “ก้าวด้วยธรรม เพื่อ 17 โรงพยาบาล” ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินนักแสดงทุกค่ายทุกสังกัด อาทิ แพนเค้ก-เขมนิจ, อ้วน-รังสิต, เปอร์-สุวิกรม, ดู๋-สัญญา, ฌอน บูรณะหิรัญ, ยุ้ย-จีรนันท์,เคลลี่-ธนะพัฒน์, อ๋อม-อรรคพันธ์, แอมป์-พีรวัศ, แอนดรูว์-กรเศก ชมพู ฟรุตตี้, ปิง ฟรุตตี้,บ๊วย-เชษฐวุฒิ, หนุ่ม-อนุวัต, ปู-มัณฑนา, หาญส์ หิมะทองคำ, เชน-ณัฐวัฒน์, เวฟ-สาริน เป็นต้น รวมทั้ง ข้าราชการ นักธุรกิจ นิสิต นักศึกษา นักกีฬา และผู้ร่วมสนับสนุน อาทิ BSC INTERNATIONAL บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล และผู้ใจบุญที่ตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมนี้ อย่างคับคั่ง กิจกรรมจัดขึ้น ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

โรงงานผลิตวัคซีน GPO-MBP มาตรฐานสากล สร้างความมั่นคงให้ประเทศพร้อมผลิตวัคซีนส่งออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384830

โรงงานผลิตวัคซีน GPO-MBP มาตรฐานสากล สร้างความมั่นคงให้ประเทศพร้อมผลิตวัคซีนส่งออก

โรงงานผลิตวัคซีน GPO-MBP มาตรฐานสากล สร้างความมั่นคงให้ประเทศพร้อมผลิตวัคซีนส่งออก

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นพ.ดร.จรุง เมืองชนะ, รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, พล.ท.สุชาติ วงษ์มาก และเภสัชกร บุญรักษ์ ถาวรรุ่งโรจน์

เป็นที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยที่ประเทศไทยมีโรงงานผลิตวัคซีนในระดับมาตรฐานโลก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตวัคซีนขนาดใหญ่ ที่พร้อมปฏิบัติงานในการป้องกันโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนให้กับคนไทยมานานกว่า 2 ทศวรรษ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด หรือ GPO-MBP ได้มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อก้าวสู่มาตรฐานระดับโลกโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เฉกเช่นเดียวกับนานาประเทศที่พัฒนาแล้ว

เภสัชกรบุญรักษ์ ถาวรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด กล่าวว่า “บริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด เป็นโรงงานผลิตวัคซีนร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุขบริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด และบริษัทซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จำกัด โดยก่อตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปลายปี 2540 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการพัฒนาการผลิตวัคซีนที่ได้คุณภาพในระดับสากล เสริมสร้างความมั่นคงด้านวัคซีน และให้การสนับสนุนวัคซีนคุณภาพกับแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ โดยได้ดำเนินการก่อสร้างในปี 2543 ภายใต้การควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ประเทศฝรั่งเศส

“โรงงานผลิตวัคซีน GPO-MBP นี้นับเป็นโรงงานผลิตวัคซีนระดับอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ได้มาตรฐานดีเยี่ยมแห่งหนึ่งของเอเชีย รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการส่งออกวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี ไปยัง 15 ประเทศในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีด้านวัคซีนระดับมาตรฐานโลกในการดูแลสุขภาพประชาชนทั่วประเทศและทั่วภูมิภาค ทั้งนี้บริษัท ได้เริ่มการผลิตวัคซีนครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน บริษัท ได้เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตทั้งวัคซีนชนิดผงแห้งและชนิดเหลวถึง 20 ล้านขวดต่อปี ที่สำคัญ GPO-MBP เป็นบริษัทผู้ผลิตหนึ่งเดียวของประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานองค์การอนามัยโลกอีกด้วย”

นายแพทย์ ดร.จรุง เมืองชนะผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวเสริมถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 และมีผลบังคับใช้วันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า “เปรียบเสมือนตัวกำหนดให้มีกลไกที่เป็นระบบในการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้มีการวิจัย การพัฒนา การผลิต การประกัน การควบคุมคุณภาพ การจัดหา การกระจายวัคซีน และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่เหมาะสมและต่อเนื่องในระยะยาว เป็นการสร้างหลักประกันนโยบายแห่งรัฐเพื่อขับเคลื่อนภารกิจและยุทธศาสตร์วัคซีน และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะผลักดันประเทศสู่ความมั่นคง สามารถพึ่งตนเองและการเป็นผู้นำด้านวัคซีนในระยะยาว ทำให้ประชาชนเข้าถึงการป้องกันโรคด้วยวัคซีนที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงเป็นธรรม ลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศ และทำรายได้เข้าประเทศโดยการส่งออกวัคซีน โดยที่ผ่านมายังขาดการรวมพลังระหว่างองค์กรที่มีศักยภาพในการพัฒนางานด้านวัคซีน และขาดความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยผลักดันให้สอดประสานและมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน”

รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยและที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีน เป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพสูง และมีความคุ้มค่ามากที่สุด ทุกวันนี้มีกว่า 30 โรคที่สามารถป้องกันหรือลดโรคจากการฉีดวัคซีนได้

“ทุกๆ ปี วัคซีนสามารถช่วยชีวิตคนได้ 2.5 ล้านคนทั่วโลก และ 750,000 คนรอดพ้นจากความพิการต่างๆ ได้ จะเห็นได้ว่าวัคซีนมีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก เช่น ช่วงไข้หวัดใหญ่ระบาดในสหรัฐอเมริกา ปี 2550 ส่งผลให้สหรัฐฯ สูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจประมาณ 24 ล้านล้านบาท รวมถึงสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว บันเทิงและอาหาร 80% เป็นต้น ซึ่งหากประเทศนั้นๆ มีการผลิตวัคซีนที่เพียงพอกับความต้องการของประเทศ ก็จะช่วยลดความสูญเสียได้ ในฐานะที่ผมทำงานคลุกคลีอยู่ในแวดวงวัคซีนมากว่า 40 ปีจึงอยากเห็นนโยบายของประเทศส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตวัคซีนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งการคิดค้นพัฒนาและการผลิตวัคซีน ต้องอาศัยความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาศัยความสามารถในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นกิจการที่ต้องลงทุนสูงแต่มีโอกาสทำกำไรไม่มากในระยะต้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการสนับสนุนส่งเสริมด้านเงินทุนจากภาครัฐ โดยไม่มุ่งเน้นผลตอบแทนเพื่อคืนทุนในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อการสร้างศักยภาพและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน”

ทั้งนี้ GPO-MBP ได้พัฒนากระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพวัคซีนหลากหลายชนิด โดยรวมถึงวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ และวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี โดยบริษัท ได้ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานการผลิตยาที่ดีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ตลอดกว่า 2 ทศวรรษ
เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียดในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานระดับสากล ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ ขั้นตอนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ผู้จัดจำหน่ายงานด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการทั่วไปของโรงงาน รวมถึงได้มีการคิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรม ศึกษาเรียนรู้และรับการถ่ายทอดการใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาโดยตลอด เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยให้กับวัคซีน และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคมไทย

เภสัชกร บุญรักษ์ ถาวรรุ่งโรจน์ นำชมกระบวนการผลิต

เภสัชกร บุญรักษ์ ถาวรรุ่งโรจน์ นำชมกระบวนการผลิต

ภายในโรงงานผลิตวัคซีน GPO-MBP

ภายในโรงงานผลิตวัคซีน GPO-MBP

โรงงานผลิตวัคซีน GPO-MBP

โรงงานผลิตวัคซีน GPO-MBP

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384841

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2561

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll เบื้องหลังข่าวการเมืองที่เม้าท์กันเพลิน เอ่ยถึงนักการเมืองใหญ่โตที่เชื่อกันว่าเป็นตัวปลาหมึกยักษ์หนวดยาวโยงใยจัดการพรรคสำคัญ จนฝ่ายตรงข้ามถึงกับออกมาตีตราให้เป็น“อีแอบ”… แบ๊กกราวนด์เดิมๆ ของนักการเมืองใหญ่ผู้นี้ยังมีอีก โดยวนเวียนอยู่ในแวดวงการเมืองหลายสิบปีแล้ว ส่วนใหญ่ตามสไตล์ของท่านก็จะยึดเป็นสรณะว่า “ไม่ควักเอง-ไม่ออกตัว-และไม่เสี่ยงเอง”จึงจำเป็นต้องเป็นดาวเคราะห์เกาะ “เรือพ่วง” เรื่อยมาตลอด เป็นที่มาของอีกหลายฉายาที่นักการเมืองหลายกลุ่มที่เคยมีปฏิสัมพันธ์ด้วยและจบลงแบบแพแตก เบื่อหน่ายต่อพฤติกรรมสู้ๆ ถอยๆ แอบๆ ของท่านจนเป็นที่มาของคำว่า “ซุปเปอร์กั๊ก”…

ll เจษฎา ชวนะโรจน์ฤทธิ์ เจ้าของร้านอาหารชื่อดัง “ครัวผักปลา” ย่านกรุงเทพฯกรีฑาเป็นศูนย์กลางให้บรรดาเพื่อนโอลด์บอย แอล.เอ.-ซานฟรานซิสโก-ซานดิเอโก้ มาร่วมพบปะสังสรรค์พร้อมเอนจอยอาหารไทยรสเด็ด สำหรับปีนี้ได้ฤกษ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาโอลด์บอยมารวมตัวกันกว่า 40 ชีวิต รวมทั้ง FOLK-ROCK SINGER “บอม” ระดมเพลงที่ชื่นชอบกันที่สหรัฐฯมาให้ความบันเทิงตลอดงาน ส่วนอาหารที่ถือเป็น SIGNATURE DISH และได้รับการตอบรับท่วมท้นคือ “หมั่นโถวขาหมูสไตล์ฮ่องกง”…

ll เกษียณตามกฎของออฟฟิศที่ให้ทำงานแค่อายุ 55 ปี ดังนั้นปลายเดือนนี้ จิราวรรณ ศรีวัฒนา ได้ออกไปพักผ่อนแล้ว…ขอแสดงความยินดีด้วย…

ll กษาปณ์ ปัทมสูต มีงานรับผิดชอบที่ภูมิใจยิ่งคือ กำกับการแสดงขับร้องเพลงชุด “โอกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร” ให้ชาวคณะนักร้องพร้อมวงดนตรีจากกรมประชาสัมพันธ์ ในคืนวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. 62 ที่งาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ณ พระลานพระราชวังดุสิต…

ll ปะหน้าใครเวลานี้ ธนกฤต รัตนพันธ์ มักเชิญชวนให้ไปเที่ยวงานอุ่นไอรักฯ เพราะได้พาครอบครัวไปเที่ยวแล้วติดใจหลายสิ่งในงานดังกล่าว…

ll ชาววัฒนาฯมีสถานที่จัดงานสังสรรค์ที่เหมาะมากคือ “ศาลาโคล” ของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย วันก่อนเพื่อนๆ ที่เกิดเดือนพ.ย. กับ ธ.ค. อาทิ สุบงกช มกรมณี, ปริศนา รามสูต ฯลฯ ก็ไปจัดงานฉลองวันเกิดที่นั่น จึงเป็นเบิร์ธเดย์สังสรรค์ที่เหมือนได้มาโฮมคัมมิ่งเดย์ ณ โรงเรียนที่แสนรักไปพร้อมกันด้วย…

ll เป็นรายการน้องพาพี่สาวไปเที่ยวช่วงนี้ พันธ์ุทิพย์ สุนันทิยกุล ไปลุยหิมะที่ญี่ปุ่นกับน้องๆ หลานๆ…สนุกสนานหาใครเทียมทันได้…

ll เป็นนายแพทย์ แต่ นพ.รังสิต ทองสมัคร์ มีความสามารถพิเศษในการถ่ายภาพด้วยกล้องจากโทรศัพท์มือถือ และเจ้าตัวยินดีเสมอที่จะถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้แก่ผู้สนใจ โดยเฉพาะผู้ที่ได้ไปเที่ยวทริปเดียวกัน…น่ารักชะมัด…

ll ใครๆ ที่ไปเที่ยวออสเตรีย มักติดใจบรรยากาศของเมือง Hallstatt ซึ่งนักเรียนไทยที่เคยไปเรียนที่นั่นเล่าว่า มีคนจีนมาอยู่กันมาก จนก๊อบปี้สถาปัตยกรรมของเมืองนี้ไปสร้างที่บ้านเขาแบบเหมือนสุดๆ…

ll Cactus’s Lover คนรักตะบองเพชร ขอยกนิ้วให้ พิมพ์ใจ บุญศรี มีหลากหลายพันธ์ุออกดอกมามากมายสวยงามนัก…

ll บ้านอยู่สมุย แต่ยามนี้เชียงใหม่อากาศดี๊ดี จำนง-โชคดี ศรัณย์พิพัฒน์ เป็นคู่รักตะลอนทัวร์อยู่ที่เชียงใหม่หลายวัน…น่าอิจฉานัก…

ll เพื่อนๆ ขอยกตำแหน่ง “ลูกที่แสนดี” ให้ ธนษรกีรติบุตร อย่างไม่มีข้อกังขา เพราะเป็นลูกที่ดูแลทั้งมารดาตัวเอง และมารดาสามีพร้อมกัน 2 คนได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีคำว่า “แม่ฉัน-แม่เธอ” ให้แตกความสามัคคี…คนดีแบบนี้สิน่ายกย่อง!!…ll

บารอนเนส

ธัญ ชวนสาวๆ มาปรนนิบัติผิวรับทริปส่งท้ายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384834

ธัญ ชวนสาวๆ มาปรนนิบัติผิวรับทริปส่งท้ายปี

ธัญ ชวนสาวๆ มาปรนนิบัติผิวรับทริปส่งท้ายปี

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช และ พิมพ์พยัพ ศรีกาญจนา

ช่วงปลายปีแบบนี้หลายๆ คนคงเตรียมตัวออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อตามหาและสัมผัสกับความหนาวเย็นตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศรู้หรือไม่ว่าอากาศหนาวเย็นมาพร้อมกับความชื้นในอากาศที่ลดลง ทำให้ผิวแห้งตึงแห้งลอกเป็นขุย หากปล่อยไว้นานอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อยวัยได้ “ธัญ” (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แนะวิธีการดูแลและปกป้องผิวเมื่อเผชิญกับอากาศหนาว พร้อมเชิญเหล่าเซเลบริตี้สาวสวย อาทิ พิมพ์พยัพ ศรีกาญจนา, พลอย ปิ่นแสง และ ณิชชา ธนาลงกรณ์ ร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลผิวหน้าท้าลมหนาวที่ TheEscape Bangkok ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แนะนำเทคนิคและวิธีการดูแลผิวในช่วงฤดูหนาวว่า“ปกติช่วงฤดูหนาวนั้น สภาพอากาศจะแห้งและความชื้นในอากาศน้อยกว่าปกติ ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายมาก ผิวจึงแห้งและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย บ้างก็ลอกเป็นขุยหรือเกิดผื่นแพ้ได้ วิธีการดูแลผิวให้คำนึงถึง 2 ประเด็นหลัก คือ การปกป้องผิวจากปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้งระคายเคือง และการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ส่วนปัจจัยที่ควรหลีกเลี่ยง คือ การอาบน้ำและล้างหน้าด้วยน้ำร้อน แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำที่อุณหภูมิปกติ เพราะน้ำร้อนจะทำให้ผิวแห้งและลอกมากยิ่งขึ้น

“หลังจากอาบน้ำเสร็จควรทาครีมบำรุงขณะที่ผิวยังหมาด เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น โดยเลือกเนื้อครีมให้เหมาะสมตามแต่ละสภาพผิว เพื่อฟื้นบำรุงและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว สำหรับผิวหน้าสามารถเพิ่มการดูแลผิวเป็นพิเศษด้วยการมาส์กหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อฟื้นบำรุงผิวให้กระจ่างใส และควรดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เน้นทานผักผลไม้ที่มีปริมาณน้ำเยอะ อย่างเช่น แตงโมหรือแตงกวา เพื่อทดแทนน้ำที่ระเหยออกจากผิวในระหว่างวัน สิ่งสำคัญอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องไม่ลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกไปเผชิญแสงแดด เพราะเวลาเผชิญแสงแดดในขณะที่อากาศแห้ง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็ว ผิวจึงถูกทำร้ายได้ง่ายกว่าปกติ และนำมาซึ่งปัญหาผิวต่างๆ อาทิ ความหมองคล้ำ ฝ้าและกระ ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องและบำรุงผิว โดยแนะนำให้ทาครีมกันแดดปริมาณสองข้อนิ้วกลาง และหากทำกิจกรรมกลางแจ้งควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดด”

พิมพ์พยัพ ศรีกาญจนา เล่าว่า “ทริปส่งท้ายปีมีแพลนไปดำน้ำที่หมู่เกาะราชาอัมพัต ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งที่นั่นติดอันดับที่ดำน้ำที่สวยที่สุดในโลก การเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางไปดำน้ำสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือครีมกันแดด และต้องเป็นประเภทที่สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้เป็นอย่างดี เพราะการดำน้ำเราต้องเผชิญแสงแดดอยู่ตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ผิวคล้ำเสีย ผิวแห้งจากน้ำทะเล โดยหมั่นทาครีมกันแดดทุกๆ 30 นาที ก่อนลงดำน้ำเพื่อการปกป้องผิวที่มีประสิทธิภาพ และกลับจากทริปก็จะฟื้นฟูผิวหลังการดำน้ำด้วยการมาส์กหน้าคืนความชุ่มชื้นและเพิ่มความขาวกระจ่างใสให้กับผิวหน้า”

ถัดมาที่นักกีฬาสาว พลอย ปิ่นแสง เผยว่า “พลอยเป็นคนผิวผสมที่ค่อนไปทางผิวแห้ง และผิวจะแห้งมากทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น ดังนั้นทุกๆ ครั้งของการเดินทาง จะพกสเปรย์น้ำแร่ติดตัวไว้เสมอ เพื่อเป็นตัวช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าระหว่างการเดินทาง หากเป็นทริปที่ใช้เวลาในการเดินทางนาน เราก็จะมาส์กหน้าเพิ่มความชุ่มชื้น และคืนความกระจ่างใสให้ผิวด้วย สำหรับทริปที่เรารู้สึกประทับใจ คือ ทริปล่าสุดที่เดินทางไปเล่นกีฬาโปโลในหุบเขาของประเทศมองโกเลีย ด้วยธรรมชาติที่สวยงามและสภาพอากาศที่หนาวเย็น เลยต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและผิวพรรณให้ดีก่อนออกเดินทาง”

ปิดท้ายที่ดีไซเนอร์สาว ณิชชา ธนาลงกรณ์ เล่าว่า “ณัฐเป็นคนที่มีสภาพผิวหน้าแห้ง และระคายเคืองง่ายมาก โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ด้วยสภาพอากาศที่แตกต่างจากบ้านเรา ก่อนเดินทางจะเตรียมครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นและมีคุณสมบัติในการลดเลือน
ริ้วรอยให้กับผิวหน้า เพราะผิวที่แห้งจากสภาพอากาศนั้น หากปล่อยไว้นานจะสร้างปัญหาเรื่องริ้วรอยตามมาได้ ส่วนทริปส่งท้ายปีนี้ณัฐจะเดินทางไปเที่ยวที่ซานฟรานซิสโก และถือโอกาสกลับไปเยี่ยมคุณลุงและคุณป้า ซึ่งที่นั่นอากาศค่อนข้างแห้งและหนาวเย็น เลยต้องเตรียมความพร้อมในการดูแลผิวที่พิถีพิถันมากยิ่งขึ้น”

เตรียมผิวให้พร้อมเพื่ออวดผิวสวยท้าลมหนาวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Nano Shiso facial care อาทิ Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++, Nano shiso revitalizing face mask, Nano shiso age inversion face cream และ Tahitian Lagoon & Alps mineral water face mist ได้แล้วที่ร้าน THANN 16 สาขาทั่วประเทศ

พลอย ปิ่นแสง และ ณิชชา ธนาลงกรณ์

พลอย ปิ่นแสง และ ณิชชา ธนาลงกรณ์

ผิวสวยรับทริปส่งท้ายปี ธัญ “นาโน ชิโซะ เฟเชียล แคร์”

ผิวสวยรับทริปส่งท้ายปี ธัญ “นาโน ชิโซะ เฟเชียล แคร์”

Save The Children จัดโครงการค่ายเด็กและเยาวชน ‘นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384839

Save The Children จัดโครงการค่ายเด็กและเยาวชน ‘นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก’

Save The Children จัดโครงการค่ายเด็กและเยาวชน ‘นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก’

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Save the Children องค์การช่วยเหลือเด็ก เป็นผู้นำในการดำเนินงานเพื่อสิทธิเด็กทั่วโลกมานานกว่า 100 ปี ก่อตั้งขึ้นในประเทศอังกฤษ มีสาขาเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กใน 120 ประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทยเน้นให้ความช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในภาวะเปราะบางผ่านโครงการการศึกษา การคุ้มครองเด็กอนามัยโภชนาการ และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

ล่าสุดเตรียมจัดกิจกรรมโครงการค่ายเด็กและเยาวชน “นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก” มุ่งหวังให้เด็กเป็นผู้สะท้อนหรือสื่อสารปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อจุดประกายการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ใหญ่ ส่งต่อความตระหนักว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนกระทบต่อเด็ก สังคมและชีวิตผู้คนมากเพียงใด

อรุณรัตน์ วัฒนผลิน ผู้ประสานงานกลุ่มงานโครงการสุขภาพและความปลอดภัยของเด็ก องค์การช่วยเหลือเด็ก ประจำประเทศไทย (Save the Children) กล่าวถึงโครงการค่ายเด็กและเยาวชน “นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก” ว่าเป็นโครงการสืบเนื่องจากโครงการ 7% ซึ่งเป็นโครงการด้านถนนปลอดภัยที่องค์การช่วยเหลือเด็ก ร่วมกับกรุงเทพมหานครจัดขึ้น และโครงการ Photo Voice ช่วงที่ผ่านมา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องการจราจรที่ส่งผลกระทบต่อเด็กในรูปแบบต่างๆ ผ่านการให้ความรู้เรื่องถนนปลอดภัยและหมวกนิรภัย และเพื่อเสริมสร้างทักษะ ด้วยการฝึกอบรมเขียนข่าว การทำวีดิทัศน์ และการจัดรายการวิทยุให้แก่เด็ก โดยมุ่งหวังให้เด็กเป็นผู้สะท้อนหรือสื่อสารปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

“เด็กสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด เมื่อเด็กลุกขึ้นมาพูด เสียงของเขาจะมีพลังและส่งผลสะเทือนต่อสังคมในวงกว้าง เด็กที่เข้าโครงการนี้จะได้เรียนรู้ว่าการเป็นนักเขียนที่ดีจะประกอบด้วย 1.คอนเทนต์ต้องมีเนื้อหาที่เหมาะสมเกี่ยวกับถนน เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง อะไรคือสิ่งที่เด็กต้องการแก้ไข2.สื่อ เพื่อเสริมศักยภาพในการเป็นสื่อ เด็กถือไมค์นำเสนอข่าว เป็นผู้สื่อข่าว นำเสนอในมุมมองของเขาว่าเดือดร้อนอะไร จะต้องแก้ปัญหานี้ร่วมกันอย่างไร เมื่อเด็กพูดเองเสนอข่าวเอง ด้วยความคิดที่ใส ไม่ซับซ้อน จะทำให้สังคมพบหนทางแก้ปัญหาแบบใหม่ๆ ที่ดีและชาญฉลาดมากกว่า”

กลุ่มเป้าหมายโครงการ “นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก” คือนักเรียนชั้น ป.5-ม.3 ในเขตภาษีเจริญและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนเด็กในโรงเรียนทั้ง 3 สังกัดในเขต กทม. คือ 1.กทม. 2.สพฐ. 3.สช. เบื้องต้นจะคัดเลือกจากการเขียนเรียงความหรือคลิปวีดีโอในหัวข้อ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก” ว่าเด็กเห็นอะไรบนท้องถนน โรงเรียนละ 2 คนจำนวน 15 ผลงาน รวมทั้งหมด 30 คนมาเข้าค่ายร่วมกัน โครงการนี้เปิดโอกาสให้เด็กได้เพิ่มทักษะและสร้างเสริมประสบการณ์ด้านการทำสื่อจากผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อโดยตรง ได้เรียนรู้การทำสื่อวิทยุ โทรทัศน์ การรายงานข่าว การทำคลิปวีดีโอ เข้าเยี่ยมชมเบื้องหลังการทำงานของสื่อโทรทัศน์และนักข่าวในสถานที่จริง ได้ความรู้เรื่องถนนปลอดภัย ความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย เข้าใจวัฒนธรรมความปลอดภัยเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้รับเงินรางวัลและเกียรติบัตรได้มิตรภาพใหม่ๆ จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

“ตลอดระยะเวลาของโครงการนี้นับจากเดือนพฤศจิกายน 2561-มีนาคม2562 เรามั่นใจว่าเด็กที่เข้าอบรมได้อะไรมากกว่าที่คิด เราทำงานร่วมกันกับหลายภาคส่วน งานนี้ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ มีทั้งเด็ก ครู สื่อมวลชน ตำรวจ ผู้อำนวยการเขต เทศกิจ ชุมชนสัมพันธ์ สำนักจราจร พ่อแม่ผู้ปกครอง ฮอนด้า ทำงานคนเดียวจะเห็นผลน้อย แต่ถ้าหลายภาคส่วนเข้ามาทำงานร่วมกันจะเห็นผลที่มากกว่า ดีกว่า โครงการนี้เราค่อยๆ ขยับแต่ขยับอย่างมีเป้าหมายทั้งในปัจจุบันและอนาคต”

โดยการตัดสินรอบแรก จะประกาศผลงานการคัดเลือกในวันที่ 9 มกราคม 2562 จากนั้นจะมีการจัดฝึกอบรมนักข่าวรุ่นจิ๋ว (Young Digital Generation Reporter)ตอน “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก” ซึ่งเด็กๆจะได้พบกับกูรูและเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในสนามจริง เวทีข่าวจริง เพื่อให้เกิดการพัฒนาไอเดียใหม่ๆ และสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมนำเสนอผลงานในรูปแบบสื่อสร้างสรรค์ อาทิ การเขียนข่าว การทำคลิปวีดีโอ และการจัดรายการวิทยุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อผ่านการฝึกอบรมตลอดระยะ3 วันแล้ว เด็กๆ จะกลับไปสร้างสรรค์ผลงานเติมสีสันแห่งความคิด เพื่อพิชิตความสำเร็จเป็นทีม ด้วยการนำเสนอผลงานให้คณะกรรมการตัดสินรอบสุดท้าย ผลงานที่มีเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ และมีแนวคิดปลูกฝังให้ทุกคนรักชีวิตตัวเอง รู้จักรักเป็นห่วงชีวิตผู้อื่น ถือเป็นแนวคิดที่สำคัญสำหรับโครงการนี้ ซึ่งผลงานของทีมที่ได้รับพิจารณาในรอบตัดสิน จะได้รับการนำเสนอสู่สื่อสาธารณะ ทั้งการนำเสนอข่าว คลิปวีดีโอ และรายงานข่าวผ่านสื่อทีวี วิทยุและสื่ออื่นๆ พร้อมรับรางวัลทุนการศึกษารวม 30,000 บาท ถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร

“โครงการนี้ต้องการเห็นผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้นผลลัพธ์จะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ถ้าในโรงเรียนมีผู้ช่วยดูแลเรื่องเด็กสวมหมวกนิรภัยทุกวัน จัดที่เก็บหมวกนิรภัย ค่อยๆ สร้างระเบียบในชีวิตเพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิต อาจใช้เวลาบ้าง แต่ต้องทำ วินัยเริ่มที่ตัวเราทุกคนให้ดูที่ตัวเรา ลูกหลานเรา ครูควบคุมดูแลเด็กนักเรียนได้ ถ้าทุกคนทำหน้าที่ดี ทุกอย่างจะไปได้ดี รวมทั้งโครงการนี้ด้วย”

สภากาชาดไทย ให้บริการตรวจสุขภาพอนามัยเบื้องต้น ในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384825

สภากาชาดไทย ให้บริการตรวจสุขภาพอนามัยเบื้องต้น ในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สภากาชาดไทย ให้บริการตรวจสุขภาพอนามัยเบื้องต้น ในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย คุณหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่

สภากาชาดไทย ร่วมออกร้านในงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์”ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561-19 มกราคม 2562 ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า เพื่อเผยแพร่ภารกิจการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย เปิดให้คำปรึกษาทางการแพทย์และบริการตรวจสุขภาพอนามัยเบื้องต้นให้กับประชาชน ผู้มาเที่ยวชมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เผยว่า “การออกแบบและการจัดกิจกรรมภายในร้านของสภากาชาดไทยในครั้งนี้ออกแบบภายใต้แนวคิด “สภากาชาดไทย สุขศาลา และประชาชนริมน้ำ” ให้สอดคล้องกับการจัดงานอุ่นไอรักคลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ที่เชื่อมโยงความผูกพันระหว่างพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์กับประชาชนผ่านสายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้สภากาชาดไทยได้จำลองบรรยากาศของการออกหน่วยแพทย์เรือพระราชทานเวชพาหน์ (อ่านว่า เวด-ชะ-พา) ออกให้บริการประชาชนโดยใช้ศาลาริมน้ำเป็นสถานที่ตรวจ และมีเรือเวชพาหน์จอดเทียบท่าศาลาของชุมชน ให้ประชาชนได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งสภากาชาดไทย ได้รับพระราชทานเรือเวชพาหน์จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2498 เพื่อใช้ในกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนตามริมสองฝั่งคลองมาจนจวบปัจจุบัน

นอกจากนี้ ภายในร้านยังมีแพทย์ พยาบาล จากสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทยสวมใส่เครื่องแบบโบราณยุคแรกของสภากาชาดไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ที่พระราชทานกำเนิดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยมาให้คำปรึกษาทางการแพทย์ ตรวจสุขภาพอนามัยเบื้องต้นให้กับประชาชนเพื่อการดูแลสุขภาพอนามัยที่ดีตามภารกิจของสภากาชาดไทย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นโดยจำลองบรรยากาศเป็น “สุขศาลาสภากาชาดไทย” ออกตรวจโรคทั่วๆไป อาทิ วันที่ 14-21 ธ.ค. บริการตรวจ หู คอ จมูก,วันที่ 22-23 ธ.ค. บริการตรวจโรคทั่วไป,วันที่ 24 ธ.ค.-4 ม.ค. ตรวจโรคทั่วไปและสาธิตการปฐมพยาบาลเบื้องต้น,วันที่ 5-6 ม.ค. บริการตรวจและตัดแว่นสายตา,วันที่ 7-11 ม.ค. บริการตรวจจักษุ,วันที่ 12-19 ม.ค. บริการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู”

ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมตรวจสุขภาพและบันทึกภาพความทรงจำในบรรยากาศ “สุขศาลาสภากาชาด” ริมสองฝั่งคลอง ซึ่งร้านของสภากาชาดไทยตั้งอยู่ในบริเวณสนามเสือป่ามีเจ้าหน้าที่ของสภากาชาดไทยถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ให้กับทุกท่านที่มาเที่ยวชมงานตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 19 มกราคม 2562 เวลาเปิดและปิดงาน วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี เวลา 10.00-21.00 น. และวันศุกร์-วันเสาร์ เวลา 10.00-22.00 น.

เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย

เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย

ถ่ายภาพกับเรือสามมิติ

ถ่ายภาพกับเรือสามมิติ

บรรยากาศการตรวจสุขภาพอนามัยภายในสุขศาลาสภากาชาดไทย

บรรยากาศการตรวจสุขภาพอนามัยภายในสุขศาลาสภากาชาดไทย

3 สาวโปรกอล์ฟ โปรโม-โปรเม-โปรเมียว ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจในงาน ‘Follow Your Passion’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384838

3 สาวโปรกอล์ฟ โปรโม-โปรเม-โปรเมียว ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจในงาน ‘Follow Your Passion’

3 สาวโปรกอล์ฟ โปรโม-โปรเม-โปรเมียว ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจในงาน ‘Follow Your Passion’

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ยุทธนา เจียมตระการ ผู้บริหาร เอสซีจี ร่วมให้กำลังใจทั้ง 3 สาวโปรกอล์ฟ

เอสซีจี และ คอตโต้ ชวนสามโปรกอล์ฟหญิงไทย โปรโม-โมรียา โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล และโปรเมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ มาร่วมเปิดมุมมอง ส่งต่อแรงบันดาลใจในงาน “FollowYour Passion” ภายใต้ธีม Passion for Better ผ่านความรักในกีฬากอล์ฟจากรุ่นสู่รุ่น มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง เพื่อทำสิ่งต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมในทุกๆ วัน พร้อมความเชื่อมั่นในศักยภาพของนักกีฬาไทย ที่เอสซีจี เดินหน้าสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสานฝันเยาวชนไทยสู่ความสำเร็จในระดับโลก

ในปี 2561 นี้ นับเป็นปีที่ประสบความสำเร็จของวงการกอล์ฟไทย ภายหลัง โปรโม-โมรียา จุฑานุกาล ทำผลงานยอดเยี่ยม เป็นโปรไทยคนที่สอง ที่คว้าแชมป์อาชีพรายการแรกจากการแข่งขัน LPGA Tour ใน “Hugel-JTBC LA Open” ได้สำเร็จ ก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟหญิงมือ 19 ของโลก รวมทั้งอีกหนึ่งความสำเร็จที่ถูกกล่าวถึงในระดับโลก และได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของ LPGA คือ ความสำเร็จของ โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟหญิงไทยมือ 1 ของโลก ที่กวาดทุกรางวัลใหญ่ของ LPGA ประจำปี 2018 มาได้ถึง 6 รางวัล สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยได้เป็นอย่างดี พร้อมอีกหนึ่งนักกอล์ฟสาวไทย โปรเมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ที่ก้าวตามความฝัน คว้าสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันใน LPGA ในปีหน้าได้สำเร็จ

โปรโม-โมรียา จุฑานุกาลกล่าวว่า “สำหรับการแข่งขันในตลอด 6 ปีที่ผ่านมา โมไม่ได้โฟกัสแค่เวลาที่เราประสบความสำเร็จ แล้วได้แชมป์มา แต่โมภูมิใจกับสิ่งที่เราตั้งใจพยายามทำมาตลอดระยะเวลาก่อนที่เราจะเดินไปถึงเป้าหมายของเรา ตรงนั้นคือสิ่งสำคัญ คือทางเดินของเรา ที่เราเชื่อ และทำมันไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาที่สิ่งเหล่านั้นแสดงออกมาไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อม ความคิด ทัศนคติ และการเล่นของเรา ซึ่ง Passion ของโมคือ ยากเป็นนักกอล์ฟที่พร้อมเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นตลอดเวลา โมจะตามหาวิธีในการเล่นที่คิดว่าดีที่สุด เพื่อทำในสิ่งที่เรารักให้ดีที่สุด มีแผน และแน่วแน่กับสิ่งนั้น จนกว่าจะได้มาในสิ่งที่ตั้งใจไว้ หลายสิ่งที่คิดว่าเราทำได้ดีแล้ว โมเชื่อว่าเรายัง สามารถพัฒนาให้ดีได้มากกว่านี้อีกเสมอ”

ด้าน โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล กล่าวว่า“สำหรับเม รู้สึกดีและภูมิใจมากๆ ที่ได้แชมป์ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า ปีหน้าอาจจะดีมากๆ หรือว่าเป็นอย่างไรก็ได้ เมรู้แค่ว่าเราต้องทำปัจจุบันให้ดีมากที่สุด ชีวิตที่จะมีความสุข คือไม่ยึดติดอยู่กับอดีต และไม่กังวลกับอนาคตมากเกินไปจนกลัว และทำได้ไม่ดี การรักษาอันดับ 1คือการมองที่ผลลัพธ์ ซึ่งทำได้ยากมากๆ แต่การที่จะรักษาการเล่นให้ดีต่อไป คือ ความคิดที่ดี และการบริหารจัดการตัวเองที่ดี ไม่หยุดซ้อม หยุดพัฒนาตัวเอง เพราะคิดว่าทำได้ดีอยู่แล้ว และเมคงไม่ภูมิใจถ้าหากไม่ได้เป็นนักกอล์ฟที่ดีที่สุดเท่าที่เราคิดไว้ว่าอยากจะเป็น Passion ของเมตอนแรก คือการดูแลครอบครัวของเราให้ได้ พอมาถึงจุดที่เกินกว่าที่คิดไว้แล้ว ตอนนี้ คือจะทำอย่างไรให้อาชีพนักกอล์ฟ หรือสิ่งที่เรามี สามารถไปช่วยคนอื่นได้มากขึ้น เป็นความฝันที่เราอยากทำ และเป็นแรงผลักดันให้เรามีพลังในการเล่นต่อไป”

โปรเมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ กล่าวว่า“ตอนที่เราได้เข้ามาสัมผัสกอล์ฟ ได้เจอพี่ๆ อย่างโปรโม โปรเม เป็นเหมือนแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากจะก้าวมาเป็นนักกอล์ฟอาชีพ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศรู้ว่าเราสามารถพัฒนาศักยภาพต่อไปได้ มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น และครอบครัวก็พร้อมสนับสนุนในทุกทาง สำหรับ Passion ในมุมของเมียวเชื่อว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะมีเหตุผลของมัน เวลาที่เจออุปสรรคจะบอกตัวเองว่าเราไม่อยากหยุดอยู่แค่ตรงนี้ กลับมาคิดทบทวนตัวเอง และอยากจะพัฒนาให้ดีขึ้น เรียนรู้ ยอมรับในสิ่งที่เป็น และทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด”

สำหรับเป้าหมายของทั้งสามนักกอล์ฟที่ตั้งไว้ในปีหน้านี้ และพร้อมพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน โปรเม-เอรียา คือ จะมีทัศนคติที่ดีในสนามกอล์ฟเสมอ คอยกลับมาทบทวนตัวเอง และออกไปตีกอล์ฟแบบไม่มีความกลัว ในขณะที่โปรโม-โมรียา ตั้งใจแบ่งซอยเป้าหมายของตัวเองให้เป็นเป้าหมายเล็กๆ และทำตามที่ตั้งไว้ได้ในทุกวันทางด้านโปรเมียว-ปาจรีย์ ไม่ใช่แค่เพียงอันดับ 10 ของโลก ที่อยากไปให้ถึงเท่านั้น แต่คือการเลือกเล่นในแต่ละช็อต อยู่กับปัจจุบันให้มาก และใช้เวลาช่วงในช่วงปิดฤดูกาลฝึกซ้อมให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล

โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล

โปรโม-โมรียา จุฑานุกาล

โปรโม-โมรียา จุฑานุกาล

โปรเมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ

โปรเมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ

‘ธรรมชาติ พฤกษา พนาลี’ ศิลปะเพื่อธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384824

‘ธรรมชาติ พฤกษา พนาลี’ ศิลปะเพื่อธรรมชาติ

‘ธรรมชาติ พฤกษา พนาลี’ ศิลปะเพื่อธรรมชาติ

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลุ่มบริษัทนานมี จัดโครงการประกวดวาดภาพฮอร์ส อะวอร์ด สำหรับเยาวชน และผลงานจิตรกรรม นานมีไฟน์อาร์ต อะวอร์ด สำหรับนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 13 ในหัวข้อ “ธรรมชาติ พฤกษา พนาลี” โดยมี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานเปิดนิทรรศการ

ทั้งนี้ องคมนตรีได้แสดงความชื่นชมผลงานที่ศิลปินได้รังสรรค์ออกมาได้อย่างวิจิตรและสวยงามตระการตาสามารถสร้างสุนทรียภาพได้อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งศิลปะ “ธรรมชาติ พฤกษา พนาลี” เป็นการแสดงออกที่ช่วยกระตุ้นเตือนให้สังคมไทยรู้สำนึกรักและหวงแหนธรรมชาติอันเป็นสมบัติของแผ่นดิน และเป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตมากมายทั้งป่าไม้ สัตว์ป่า และพรรณพืช อีกทั้งเพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในการมุ่งรักษาและต่อยอดตามแนวทางศาสตร์พระราชาด้านการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านการอนุรักษ์น้ำดิน หรือป่าไม้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

“นิทรรศการในครั้งนี้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และตรงกับเจตนารมณ์ของทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนในท้องถิ่นโดยรอบเขาใหญ่ที่ช่วยเหลือและสนับสนุนให้มูลนิธิฯ ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจและสวัสดิการความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่ร่วมงานเพื่ออนุรักษ์พิทักษ์ผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่”

ขณะที่ ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทนานมี กล่าวว่า การประกวดในปีนี้ได้รับการตอบรับจากเยาวชนและศิลปินเป็นอย่างดี มีผลงานที่เข้ามาประกวดจากทุกเพศทุกวัย จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลงานมีการพัฒนาทั้งในรูปแบบ ความคิด การแสดงออก การถ่ายทอดเรื่องราว เทคนิคการสร้างสรรค์และการใช้สี ซึ่งกลุ่มบริษัทนานมี พร้อมเป็นเวทีที่จะเปิดโอกาสให้ผู้รักงานศิลปะทั้งในระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไปได้แสดงความสามารถและพัฒนาตนเอง เพื่อยกระดับมาตรฐานและศักยภาพของศิลปินไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ

ด.ช.ปราณ พันธ์เมือง ชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนอนุบาลดวงกมล จ.ระนอง ผู้ชนะฮอร์ส อะวอร์ด ได้รับถ้วยพระราชทานฯ กล่าวว่า “ภาพนี้ชื่อว่าบ้านกับต้นไม้ เพราะอยากให้เห็นว่าบ้านที่อยู่ท่ามกลางป่า ธรรมชาติและต้นไม้ ผู้คนจะมีความสุข สุขภาพดี เราต้องอาศัยธรรมชาติ เราต้องช่วยกันดูแลให้ดี เพราะถ้าไม่มีต้นไม้ไม่มีธรรมชาติแล้ว เราก็จะไม่มีบ้านครับ”

ด้าน ภานุพงศ์ คำฝั้น ศิลปินจาก จ.เชียงใหม่ ผู้ซึ่งเพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ผู้ชนะนานมี ไฟน์ อาร์ต อะวอร์ด เล่าว่า “ตีความคำว่า ธรรมชาติ พฤกษา พนาลี ไม่ได้หมายถึงในป่าใหญ่ แต่ต้องการสื่อถึงธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวศิลปินเอง ที่บ้านเกิด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คนและธรรมชาติพึ่งพาอาศัยและดูแลซึ่งกันและกัน ในน้ำมีปลาในนามีข้าว มีผักหญ้าและพืชพรรณธรรมชาติ มีสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ใช้โทนสีเหลืองทองเพื่อบ่งบอกถึงความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ยามเช้าและยามเย็นในชนบท”

นิทรรศการศิลปะ “ธรรมชาติ พฤกษา พนาลี” เปิดให้ประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจเข้าชมฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ นานมีอาร์ตแกลเลอรี่ ชั้น 3 อาคารนานมี ถนนสาทรเหนือ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2561 สอบถามเพิ่มเติม 02-6488000

สองคุณหมอ ลั่นระฆังวิวาห์ พญ.พจีมาศ กิตติปัญญางาม นพ.ปัญญวัฒน์ อภิวัฒนกุล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384827

สองคุณหมอ ลั่นระฆังวิวาห์ พญ.พจีมาศ กิตติปัญญางาม นพ.ปัญญวัฒน์ อภิวัฒนกุล

สองคุณหมอ ลั่นระฆังวิวาห์ พญ.พจีมาศ กิตติปัญญางาม นพ.ปัญญวัฒน์ อภิวัฒนกุล

วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ประธานฝ่ายหญิง-ภรรยา วาสนา นิติมนตรี พร้อมด้วยพล.อ.อ.ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานฝ่ายชายร่วมในพิธีมงคลสมรสระหว่างพญ.พจีมาศ กิตติปัญญางาม และ นพ.ปัญญวัฒน์ อภิวัฒนกุล มีคุณพ่อ-คุณแม่ฝ่ายหญิง พรชัย-สุวนีย์ กิตติปัญญางามและคุณพ่อ-คุณแม่ฝ่ายชาย โกมินทร์-สุวดี อภิวัฒนกุล ร่วมถ่ายภาพ

ฉลองพิธีมงคลสมรสระหว่าง ก้อย-พญ.พจีมาศ กิตติปัญญางาม บุตรี พรชัย-สุวนีย์ กิตติปัญญางาม กับ นพ.ปัญญวัฒน์ อภิวัฒนกุล บุตรชายคนโตของ กอล์ฟ-โกมินทร์-สุวดี อภิวัฒนกุล ด้วยบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางแขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมแสดงความยินดีในค่ำคืนสำคัญ โดยได้รับเกียรติจาก อุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานในพิธีฝ่ายหญิง พร้อมด้วยพล.อ.อ.ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานในพิธีฝ่ายชาย ขึ้นกล่าวอวยพรแก่บ่าว- สาว ณ ห้องแอสเทอร์บอลรูม โรงแรมเดอะเซนต์รีจิส กรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561

7 ปี แห่งความรักของบ่าว- สาว ทั้งคู่เป็นนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยช่วงที่เรียนชั้นคลินิก เป็นช่วงที่เรียนค่อนข้างหนักจึงได้ช่วยกันเรียนอ่านหนังสือด้วยกัน และค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์ จากเพื่อนเป็นคนรู้ใจ หลังจากนั้นจึงตัดสินใจเลือกใช้ทุนและศึกษาต่อที่เดียวกันในวิชาที่ต่างคนสนใจ ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาต่างก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความรักที่มีให้แก่กันในยามที่อีกคนมีความทุกข์ เหนื่อย หรือท้อ ก็มีอีกคนมาคอยอยู่เคียงข้างตลอด งานนี้เจ้าบ่าวเซอร์ไพรส์เจ้าสาวโดยคุกเข่าขอแต่งงานที่หน้ามหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่มีต้นแป๊ะก๊วยเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองสวยงาม ซึ่งสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยโตเกียว และเป็นตัวแทนของความคงทน ไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนดังต้นที่ทนต่อสภาพแวดล้อม ส่วนใบแป๊ะก๊วยมีลักษณะเป็นรูปหัวใจเป็นใบไม้แห่งความรักเหมือนความรักของทั้งคู่ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็จะมีกันและกันไม่เปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันเจ้าสาวดำรงตำแหน่ง อาจารย์แพทย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟูคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้านเจ้าบ่าวเป็นอาจารย์แพทย์ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หลังจากแต่งงานทั้งคู่มีเป้าหมายที่จะสร้างครอบครัวที่มีความสุข มีลูกหลานพร้อมหน้าในยามแก่เฒ่า ส่งต่อความรู้ให้กับลูกหลานสร้างและพัฒนาสังคมให้น่าอยู่ ซึ่งการที่จะมีความรักที่มั่นคงและยืนยาวได้ คงต้องรู้จักการให้อภัย มีความซื่อสัตย์ต่อกัน และปรับตัวเข้าหากัน เอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน ทั้งนี้บ่าว-สาว ยังวางแผนการศึกษาต่อเฉพาะทางต่อยอดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าบ่าวมีความสนใจในด้านเวชศาสตร์การกีฬา และการผ่าตัดข้อเข่าและไหล่ผ่านกล้อง ส่วนเจ้าสาวมีความสนใจในด้านการฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน และการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหัวใจ เมื่อจบการศึกษาจะกลับมาทำหน้าที่อาจารย์แพทย์ และแพทย์เพื่อดูแลผู้ป่วย ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย

อุดมศักดิ์-วาสนา นิติมนตรี และ ศักดิ์ชัย-ศิวพร ชัยประสิทธิกุล

อุดมศักดิ์-วาสนา นิติมนตรี และ ศักดิ์ชัย-ศิวพร ชัยประสิทธิกุล

ธนากร ฝักใฝ่ผล,เชาวรัตน์ เชาวน์วานิล, จำกัด ศิริพูนทรัพย์, คณิต พีชวณิชย์, ดารณี วัธนเวคิน, ยอดยิ่ง โสภณ และ พจน์ สีลวานิช

ธนากร ฝักใฝ่ผล,เชาวรัตน์ เชาวน์วานิล, จำกัด ศิริพูนทรัพย์, คณิต พีชวณิชย์, ดารณี วัธนเวคิน, ยอดยิ่ง โสภณ และ พจน์ สีลวานิช

คุณพ่อ-คุณแม่ฝ่ายหญิง ต้อนรับ วิรุฬ เตชะไพบูลย์ และแขกผู้มีเกียรติ

คุณพ่อ-คุณแม่ฝ่ายหญิง ต้อนรับ วิรุฬ เตชะไพบูลย์ และแขกผู้มีเกียรติ

พรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล ร่วมแสดงความยินดี

พรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล ร่วมแสดงความยินดี

พิไลพรรณ พุทธิธรกุล, อภิญญา ถาวรธวัช และ คัชรินทร์ วณาสิน

พิไลพรรณ พุทธิธรกุล, อภิญญา ถาวรธวัช และ คัชรินทร์ วณาสิน

สุเมธ อินทามระ, มานิตย์ ชัยมงคล และ กิตติเทพ กรินชัย

สุเมธ อินทามระ, มานิตย์ ชัยมงคล และ กิตติเทพ กรินชัย

น.อ. (พิเศษ) นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ ผอ.อาวุโส รพ.กรุงเทพ สายกิจกรรมพิเศษ และ วิวัฒน์ เตชะไพบูลย์

น.อ. (พิเศษ) นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ ผอ.อาวุโส รพ.กรุงเทพ สายกิจกรรมพิเศษ และ วิวัฒน์ เตชะไพบูลย์

เพลินพิศ ชันวราธร, สมใจ วุฒิพุธนันท์, อิศรินทร์ทิพย์ อินทามระ, วรุณี อุดมอักษร, ทิพวรรณ์ วุฑฒิสาร และ พิมพ์ใจ โพธิภักติ

เพลินพิศ ชันวราธร, สมใจ วุฒิพุธนันท์, อิศรินทร์ทิพย์ อินทามระ, วรุณี อุดมอักษร, ทิพวรรณ์ วุฑฒิสาร และ พิมพ์ใจ โพธิภักติ

ดร.สันติภาพ-สุมาลี เตชะวณิช

ดร.สันติภาพ-สุมาลี เตชะวณิช

เพื่อนๆ คุณพ่อ-คุณแม่เจ้าสาว คณะบัญชี จุฬาฯ รุ่น 30

เพื่อนๆ คุณพ่อ-คุณแม่เจ้าสาว คณะบัญชี จุฬาฯ รุ่น 30

เพื่อนๆ จากคณะนิติศาสตร์ มธ.

เพื่อนๆ จากคณะนิติศาสตร์ มธ.

ครอบครัวบ่าว- สาว ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น

ครอบครัวบ่าว- สาว ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น