Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2561(2018)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘พุทธะฯ’จี้บิ๊กตู่คว่ำพรบ.ฉบับย่ำยีพระธรรมวินัย เปิดทางหิ้ว‘อลัชชี’ขึ้นศาลสงฆ์

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334926

https://drive.google.com/file/d/1AjYMgdygoj1tPMkli1a87H-Wq-TZD5IJ/view?usp=sharing

 

‘พุทธะฯ’จี้บิ๊กตู่คว่ำพรบ.ฉบับย่ำยีพระธรรมวินัย เปิดทางหิ้ว‘อลัชชี’ขึ้นศาลสงฆ์

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561, 09.07 น.
 

25 เม.ย.61 พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ระบุว่า “ขออนุญาตแชร์นะจ๊ะ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๑

 

ฉันเห็นด้วยกับคุณ และสนับสนุนให้ช่วยกันเรียกให้ท่านนายกใช้อำนาจที่มีอยู่ ปฏิรูปวงค์การคณะสงฆ์อย่างจริงจัง และยกเลิก พรบ.คณะสงฆ์ที่ย่ำยีพระธรรมวินัยเสียให้หมด เพราะหากยังมี พรบ.คณะสงฆ์ฉบับนี้อยู่ พวกอลัชชีจักไม่มีวันได้ขึ้นศาลสงฆ์แน่นอน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

พุทธะอิสระ

99999999999999999999

นายกฯแอ่นอกป้องพงศ์พร !

บิ๊กตู่การันตีคนดีที่หนึ่ง

พงศ์พรไม่ผิด ทำไมต้องย้าย

จะย้ายไปทำไม เขาทำผิดอะไร ฯลฯ !

อา..นั่นนะสิ ก็แค่เขียน “คอมเมนต์” เพิ่มเข้าไปในสำนวนสอบที่ยื่นต่อ ปปช. ว่า “พระชั้นพรหมทั้ง 3 รูป ทำผิดถึงขั้นปาราชิก ต้องขาดจากความเป็นพระ ไม่ควรครองสมณศักดิ์และดำรงตำแหน่งกรรมการ มส. อีกต่อไป” แค่เนียะก็จะเอาเป็นเอาตายกันเชียวหรือ ในสายตาของชาวพุทธทั่วไป โดยเฉพาะ “ลูกศิษย์” ของพระทั้ง 3 รูปนั้น อาจจะมองเห็นว่า “เป็นการกล่าวหาสร้างรอยมลทินให้แก่พระผู้ใหญ่อย่างร้ายแรง ปล่อยเอาไว้ไม่ได้” แต่สำหรับ “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการพระมหากษัตริย์ไทย ในฐานะ “องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก” แล้ว เห็นว่าธรรมดา ไม่มีอะไรเสียหาย ตราบใดที่ศาลยังไม่พิพากษา ก็ยังถือว่า “ทุกคนบริสุทธิ์” อยู่ตราบนั้น เพราะทุกวันนี้ ไม่มีมาตรฐานทางศาสนาเหลืออยู่อีกแล้ว ไม่ว่าพระว่าโยมหันมาใช้ “ศาลอาญา” เหมือนกันหมด

มองอีกมุมหนึ่ง เมื่อกรรมการ มส. เล่นแง่ ไม่ยอมใช้ “หลักพระธรรมวินัย”วินิจฉัยในกรณีธรรมกาย แต่โยนภาระให้แก่ “ราชการบ้านเมือง” และ “ศาลยุติธรรม” ให้เข้ามาทำงานแทน วันนี้ก็เลยโดนระบบ “ศาลยุติธรรม” เข้ามาดำเนินการแทนในแบบเดียวกันบ้าง เพราะถ้าใช้หลักพระธรรมวินัย “ธัมมชโย”คงผ้าเหลืองหลุดไปนานแล้ว แต่เมื่อไม่ยอมใช้ แถมยังนั่งกินตำแหน่งกันอย่างไม่รู้สึกรู้สา ก็อย่าหาว่าไม่เตือน หายนะมันมาเยือนเพราะมือใครไปเปิดประตูวัดให้เขาเข้ามา

นี่ไงที่ชี้ให้เห็นว่า “ระบบการปกครองของมหาเถรสมาคมไม่เวิร์ค” พระธรรมวินัย กฎหมายคณะสงฆ์ ระเบียบ กติกา จารีต ประเพณี ที่มีอยู่ ไม่สามารถนำมาบังคับใช้อย่างละมุนละม่อมได้ สุดท้าย ทั้งผ้าเหลืองผ้าลาย หันไปขึ้นศาลยุติธรรมกันหมด ศาลสงฆ์ไร้ความหมาย เพราะไม่ยอมทำงาน เริ่มจากกรณีธรรมกายเป็นต้นมา

ถามว่า จะโวยวายไปทำไม ในเมื่อเขามอบอำนาจให้คุณแล้ว แต่คุณไม่ใช้ หรือใช้ไม่เป็น ก็โดนยึดอำนาจคืน เหมือนประชาธิปไตยนั้นแหละ เขาให้โอกาสคุณทำงานแล้ว แต่เมื่อทำไม่สำเร็จ นำเอาประชาธิปไตยไปรับใช้ตัวบุคคล มากกว่า “โดยประชาชน เพื่อประชาชน” ก็ถูกยึดอำนาจ

วันนี้ ธรรมาธิปไตยในวงการสงฆ์ ถูกรัฐบาล คสช. ยึดไป โดยใช้ให้ “พงศ์พร” เข้ามาดำรงตำแหน่ง “สังฆราชเงา” วันดีคืนดีก็ “ออกมติ มส.” เอาเอง โดยใช้หนังสือเวียน ไม่ต้องประชุมให้เสียเวลา วันดีคืนดีก็เขียนสำนวนเสนอ ปปช. “พระชั้นพรหมทั้ง 3 รูป ทำผิดถึงขั้นปาราชิก ต้องขาดจากความเป็นพระ ไม่ควรครองสมณศักดิ์และดำรงตำแหน่งกรรมการ มส. อีกต่อไป” ทำนองเป็นสังฆราช สามารถ “สั่งสึกพระ” รูปไหนก็ได้

จึงขอถาม “บิ๊กตู่” ในฐานะ “ประธานรัฏฐาธิปัตย์” ว่า “ท่านมีอำนาจมากที่สุดในโลกอยู่แล้ว มากกว่าพระสังฆราชเสียอีก ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลงทุนเล่นมาไกลถึงเพียงนี้ เหลือเพียงยุบมหาเถรสมาคม หรือฉีก พรบ.คณะสงฆ์ทิ้ง เท่านั้นเอง ทำไมไม่ทำ รีรออะไรอยู่”

เมื่อผู้นำชาวพุทธพูดถึงพระกับกฎหมาย

โดยไม่พูดถึง..พระธรรมวินัย

นายกป้องพงศ์พรยังไม่ทำผิดลั่นให้กฎหมายตัดสิน

นายกฯย้ำเคารพพระทุกรูป ให้กฎหมายตัดสินใครถูก-ผิด ป้อง “พงศ์พร” ยังไม่ทำผิดอะไร

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มชาวพุทธบางส่วนเรียกร้องให้เอาผิด พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จากการไปแจ้งข้อกล่าวหากับพระสงฆ์และผู้ที่ถูกตรวจพบว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินอุดหนุนวัด ว่า ผู้อำนวยการ พศ. ยังไม่ได้ทำความผิดหรือทำนอกกติกาอะไร มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ ขณะที่กระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าเคารพพระสงฆ์ทุกองค์

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาการทุจริตเงินอุดหนุนวัดว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเริ่มมาจากการทุจริตใน พศ. จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป ขณะเดียวกัน ในทางกฎหมายต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ใดบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูก แล้วจะออกมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าผู้ที่ถูกกล่าวหาสามารถชี้แจงได้ และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10156246663218446&set=a.258992393445

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทัวร์ไทย-มาเลเซียติดตรึม! ‘ร้านข้าวต้มไลลา’ อาหารตามสั่งในสตูล ราคาย่อมเยาว์เริ่มที่ 40 บาท

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334924

https://drive.google.com/file/d/1PUchCUbSLft9wj2mLiQTRTKqIPSfQMZW/view?usp=sharing

ทัวร์ไทย-มาเลเซียติดตรึม! ‘ร้านข้าวต้มไลลา’ อาหารตามสั่งในสตูล ราคาย่อมเยาว์เริ่มที่ 40 บาท

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561, 09.01 น.

หากพูดถึงร้านอาหารตามสั่งเมนูต่างๆยิ่งเป็นอาหารทะเลที่สดๆนำมาปรุงทำอาหารที่คิดในราคากันเองเพียง จานละ 40 บาท ไปถึงหลัก 100 บาทยิ่งหายากมากนักในยุคเศรษฐ์กิจข้าวของแพง

วันนี้จะแนะนำร้านอาหารที่ขึ้นชื่อในตัวเมืองสตูล ที่ราคาเป็นกันเองที่ทำด้วยเมนูหลากหลาย ที่ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลของสดๆทางร้านอาหารตามสั่ง ข้าวต้มไลลา ไปรับมาจากกลุ่มประมงพื้นบ้านที่ของสดใหม่ทุกๆวัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ด้านนางสาวรุ่งญาดา เจริญทรัพย์ อายุ 46 ปี คุณตุ๊กเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง ข้าวต้มไลลา ได้โชว์ลีลาทั้งต้มยำกุ้งเมนูยอดฮิตของคนไทยที่คิดราคาหม้อละ 100 บาท  หม้อและกุ้งตัวใหญ่สด และโชว์เมนูปลาทอดกระเทียมหอมอร่อยที่คิดเพียงตัวละ 80 บาท  และหอยลายพัดฉ่าสุดหอมอร่อยจานละ 40 บาทขึ้นไป ไม่เฉพาะอาหารตามสั่ง ขนมจีน หลากหลายน้ำแกงก็มีให้บริการเพียงจานละ 25 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มลูกค้าในจังหวัดสตูลแล้ว และยังมีลูกค้าในกลุ่มทัวร์ท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมาอุดหนุนกันเป็นประจำด้วย และถึงแม้จะเป็นเมนูที่ทุกคนคุ้นเลยและทานกันเป็นประจำ แต่จะหาร้านที่ราคาถูก อร่อย เป็นกันเองบริการดี สะอาดก็ต้องมารับประทานที่ร้านอาหารตามสั่ง  ข้าวต้มไลลา ส่วนอาหารขึ้นชื่อที่ชาวมาเลเซีย มาทานกันคืออาหารไทยขึ้นชื่อมาแสนนานต้มยำกุ้งนี่เอง  โทรสอบถาม สำรองที่นั่งได้ที่เบอร์โทร  084-449-6307  เปิดบริการตั้งแต่ 12.00 น.- 23.00 น.หยุดทุกวันอังคาร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อีกแล้ว! ปิกอัพขับรถแช่ขวาไม่หลบรถฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยจมน้ำ ทั้งๆเปิดไซเรน-พูดออกลำโพง (ชมคลิป)

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334923

https://drive.google.com/file/d/16GXFb2dJhFvwsDVYIZ9wc7HgDBGDKaQQ/view?usp=sharing

อีกแล้ว! ปิกอัพขับรถแช่ขวาไม่หลบรถฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยจมน้ำ ทั้งๆเปิดไซเรน-พูดออกลำโพง (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561, 08.43 น.

25 เม.ย. 61 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Weera Boonjit”  ได้โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า  “EMS ออกรับผู้ป่วย จมน้ำที่น้ำตกซับชมพู ต.บ้านโภชน์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เสียงในรถดังขนาดนี้ แล้วข้างนอกจะดังขนาดไหน” 

โดยในคลิปดังกล่าวจะเห็นรถฉุกเฉินขับอยู่เลนขวา และมีรถที่หลบชิดซ้ายให้ พอเริ่มเข้าสู่นาทีที่ 1.20 ในคลิป จะพบว่ามีรถกระบะคันหนึ่งขับแช่ขวาไม่ยอมหลบ ทั้งๆที่หลายจังหวะสามารถหลบเข้าซ้ายได้ แต่กระบะคันดังกล่าวก็ยังขับอยู่เลนขวา จนทำให้รถฉุกเฉินต้องพูดออกลำโพงท่ามกลางไซเรนที่เสียงดังก่อนจะหลบซ้ายให้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แว้น-ซิ่ง’ทำคนไทยตายบนถนนยิ่งกว่าเมาแล้วขับ นักวิชาการชี้ต้องเข้มกม.คุมความเร็ว

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334916

https://drive.google.com/file/d/19bx6gBhLNVJ9IBUWwmx-mOX3PqbdmAmk/view?usp=sharing

‘แว้น-ซิ่ง’ทำคนไทยตายบนถนนยิ่งกว่าเมาแล้วขับ นักวิชาการชี้ต้องเข้มกม.คุมความเร็ว

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561, 07.44 น.

25 เม.ย.61 ที่งานฝึกอบรมการทำข่าวอุบัติเหตุในเชิงรณรงค์สร้างความปลอดภัยทางถนน (More Untold Stories : Road Safety Journalism Fellowship 2018) ซึ่งจัดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) อินเตอร์นิวส์ (Internews) และมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP) ณ รร.ไอ-เรสซิเดนซ์โฮเทล สีลม เมื่อบ่ายวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา น.ส.จารุณี จรัสเรืองชัย ผู้แทน AIP และแอดมินเฟซบุ๊คเพจ “ฟ้องป้าเปีย” เปิดเผยว่า ร้อยละ 77 หรือกว่า 3 ใน 4 ของอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย มีสาเหตุมาจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

โดยข้อมูลจากมูลนิธิไทยโรดส์ (ThaiRoads Foundation) ที่เริ่มเก็บสถิติตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา พบว่า ในแต่ละปีในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดราว 8,000 ราย และยังไม่เคยลดลงจากนี้ ที่สำคัญคือเมื่อนำตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไปเปรียบเทียบกับตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาแล้วขับขี่ยานพาหนะ พบว่าสาเหตุการขับเร็วสูงกว่าดื่มหรือเมาแล้วขับกว่าร้อยละ 60

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนตลอดปี 2560 (เฉพาะในเขตทางหลวง)

ภาพประกอบ : bhs.doh.go.th (สำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง)

ขณะที่ พล.ต.ต.พงษ์สันต์ คงตรีแก้ว อดีตอาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลเช่นปีใหม่หรือสงกรานต์ สาเหตุอาจจะเทไปที่การดื่มหรือเมาแล้วขับค่อนข้างสูงเพราะมีการฉลองกัน แต่หากนับรวมสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งปี การขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือสาเหตุอันดับ 1 และต้องบอกว่าคนไทยส่วนใหญ่มีแนวโน้มขับรถเร็ว เพราะขาดความตระหนักถึงอันตรายจากความเร็ว ดังนั้นทุกคนจึงมีโอกาสเป็นอาชญากรบนท้องถนนได้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ทั้งนี้ มีทฤษฎีหนึ่งที่เรียกว่า “เพียฟ” (PIEV : Perception Intellection Emotion Volition) ซึ่งเป็นการทดลองและได้ข้อสรุปว่ามนุษย์ทั่วๆ ไปมีระยะเวลาในการตัดสินใจเฉพาะหน้าเพียง 1 – 2 วินาทีเท่านั้น เมื่อนำมาเทียบกับการขับรถ เท่ากับว่าวินาทีแรกสมองจะประมวลภาพจากสถานการณ์ตรงหน้า และวินาทีที่สองสมองจะสั่งให้เท้าเหยียบเบรกเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง

โปสเตอร์รณรงค์ “ลดเร็ว ลดเสี่ยง”

ภาพประกอบ : thaihealth.or.th (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ-สสส.)

“คนไทยไม่รู้ว่าคุณตายได้แค่ 2 วินาที ทันทีที่รถจะชนต้นไม้ 2 วินาทีคุณตายแล้ว ถ้าคุณขับรถเร็วเกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่มีอะไรช่วยคุณได้ คุณคิดว่าไม่คาดเข็มขัด เอามือไปยันก็ไม่อยู่ แขนหัก การขับรถที่ความเร็วตั้งแต่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ถ้าเกิดไปชนอะไรขึ้นมา แรงกระแทกมันจะทำให้เราตาย และคุณทำอะไรแก้ไขอะไรไม่ทัน เพราะมีเวลาแค่ 2 วินาทีมันก็ชนแล้ว” พล.ต.ต.พงษ์สันต์ กล่าว

พล.ต.ต.พงษ์สันต์ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นต้องจริงจังด้านการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การติดตั้งป้ายเตือนและกล้องตรวจจับความเร็ว พร้อมกำหนดให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเขตชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่าน อาทิ โรงเรียน ตลาด อย่างไรก็ตามพบปัญหาคือ 1.ขาดแคลนบุคลากร เพราะภารกิจตำรวจจราจรของไทยร้อยละ 80 ไปอยู่กับการจัดการจราจร อย่างกดสัญญาณไฟหรือโบกรถ ต่างจากประเทศเจริญแล้วที่เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนตำรวจจะมีหน้าที่ตรวจตราและจับกุมผู้ทำผิดกฎจราจรเป็นหลัก

กับ 2.ขาดเครื่องมือ โดยเฉพาะกล้องตรวจจับความเร็ว ปัจจุบันในไทยยังมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนรถบนท้องถนน โดยหากไปดูประเทศอย่างสวีเดน พบว่าที่นั่นมีกล้องตรวจจับความเร็วมากถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนรถทั้งหมดที่จดทะเบียนในประเทศ ทั้งนี้มีการศึกษายืนยันว่า หากบังคับใช้กฎหมายได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ถึงร้อยละ 40

(จากซ้ายไปขวา) : กษริน คริณตระกูล , จารุณี จรัสเรืองชัย , พล.ต.ต.พงษ์สันต์ คงตรีแก้ว

ด้าน นายกษริน คริณตระกูล ผู้แทนจากกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อปลายปี 2559 มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้อนุกรรมการจัดการจราจรทางบกของจังหวัดมีอำนาจกำหนดพื้นที่จำกัดความเร็วบนท้องถนน ก่อนแบ่งหน้าที่ตามจุดที่รับผิดชอบ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือกรมทางหลวง ทำการปักป้ายเตือนให้ผู้ใช้รถจำกัดความเร็วบนถนนในความดูแลของตน และให้ตำรวจท้องที่เป็นผู้กวดขันวินัยจราจร

“ตอนมติ ครม.ออกมา เราให้แต่ละจังหวัดไปกำหนดถนน 1 เส้นเพื่อนำร่องจำกัดความเร็ว เช่น จังหวัดมหาสารคาม มีการปักป้ายและตั้งด่าน ซึ่งเขาก็ยืนยันว่าอุบัติเหตุมันลดลงไป 30 เปอร์เซ็นต์ คนเกรงกลัวมากขึ้น อันนี้แค่ปักป้ายและตั้งด่าน ยังไม่พูดเรื่องกล้องจับความเร็วซึ่งต้องทำเรื่องจัดซื้อขออนุมัติ มันค่อนข้างต้องใช้เวลา แต่ตำรวจสามารถตั้งด่านได้เลย มีอำนาจจับปรับ” นายกษริน กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“ครูหยุย”พา กมธ.ดูงานญี่ปุ่น“คนพิการ-ผู้สูงอายุ” เข้าถึงอย่างเท่าเทียม

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334894

https://drive.google.com/file/d/14dtFD3D4UgUdukM6vyc4LH0t_lnfiD4A/view?usp=sharing

“ครูหยุย”พา กมธ.ดูงานญี่ปุ่น“คนพิการ-ผู้สูงอายุ” เข้าถึงอย่างเท่าเทียม

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

nn….ควันหลงช่วงหยุดยาวสงกรานต์หลายๆ คน อาจกลับบ้านไป บางคนได้ใช้เวลาวันหยุดให้เป็นประโยชน์ไปดูงาน “ครูหยุย” วัลลภ ตังคณานุรักษ์สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) สังคมเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส สนช.พาคณะบินไปดูงานที่ญี่ปุ่น…ตามคำเชิญของหน่วยงานสังคมในเมืองซัปโปโร ญี่ปุ่น ให้ไป เยือนชมอาคารรัฐสภาเก่า เยี่ยมเยือนชาวชุมชนคนพื้นเมืองเก่าแก่ พร้อมประสานแลกเปลี่ยนแนวคิดการดูแลผู้พิการ…ท่ามกลางอากาศเหน็บหนาว 3-7 องศา..วันแรก วันที่ 15 เม.ย.ทั้งคณะได้ไปเยือนอาคารศาลาว่าการเมืองฮอกไกโด ซึ่งเป็นอาคารอิฐแดง สร้างมาแต่ปี ค.ศ.1888 ก่อสร้างแนว “อเมริกันนีโอบารอค”…

ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ของเมือง เก็บเอกสารเก่า ห้องประชุมของที่ระลึก ผู้มาเยือน…ที่สำคัญคือ มีการจัดทำสิ่งอำนวยสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ แสดงให้เห็นถึงการเข้าใจ ในหลักสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่จะเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน…ตกเย็นวันที่ 16 เม.ย. เดินทางไปถึงที่หมายสำคัญคือ หมู่บ้านไอนุ ริมทะเลสาบอะคัง ฮอกไกโด…“ไอนุ”เป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิม เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นปัจจุบันเหลืออยู่ราว 20,000 คน…

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

วิถีชีวิตดั้งเดิมแทบเลือนหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงการแสดงวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ให้รับรู้รับทราบ..ปัจจุบันชุมชนแห่งนี้ ได้กลายเป็น “ร้านค้าขายงานฝีมือแกะสลักไม้” เท่านั้น..และวันที่ 17 เม.ย.คณะกมธ.เดินทางไปเยือนและประชุมทวิภาคีกับผู้บริหารในประเด็นการดำเนินงานในการดูแลคนพิการ ผู้ป่วยทางจิต การบำบัด ฟื้นฟู การฝึกอาชีพ ที่ศูนย์พักฟื้นและดูแลผู้ป่วยทางจิตเมืองอูราคาวะ (Bethel House Urakawa,) โดยกิจการงาน ที่นี่ทำทั้งการดูแลบำบัดผู้ป่วย การฝึกวิชาชีพตลอดจนถึงการเปิดบ้านให้อยู่กันเป็นกลุ่มๆ และมีร้านค้า โดยกลุ่มผู้ป่วยดำเนินการ จำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและงานฝีมือ…ในอนาคตสังคมผู้สูงอายุ ในภูมิภาคนี้ จะมีจำนวนมาก รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบ จะต้องวางแผนรองรับแต่เนิ่นๆ นะครับ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

5วิธีเลือกซื้อทุเรียนอย่างไร กินแล้วไม่เสียอารมณ์

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334907

https://drive.google.com/file/d/1eo9Xlht2VVWQ3qYx8VdMKhwGgyrwMkJJ/view?usp=sharing

5วิธีเลือกซื้อทุเรียนอย่างไร กินแล้วไม่เสียอารมณ์

วันอังคาร ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561, 21.45 น.

หลังจากที่ ราคาทุเรียนปรับตัวขึ้น เนื่องจากอานิสงส์อาลีบาบาเปิดขายบนออนไลน์ให้ชาวจีนแห่จองล่วงหน้า จนกระทั่ง นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรฯสั่งหน่วยงานติดตามดูแลคุณภาพ ออกกฎป้องกันทุเรียนอ่อน 3 มาตรการเข้มใครฝ่าฝืนเจอคุก 3 ปี ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น 

ล่าสุด นางดาเรศร์ กิตติโยภาส โฆษก กรมส่งเสริมการเกษตร ได้แนะนำ 5 วิธีเลือกซื้อทุเรียน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

โดย นางดาเรศร์ กล่าวว่า กฏหมายอาญามาตรา 271 ผู้ใดขายโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของอันเป็นเท็จนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 ผู้ใดเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่น อันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณา หรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับผู้บริโภคมีข้อสังเกตง่ายๆ ซื้อทุเรียนมีคุณภาพ คือ

1. สังเกตก้านผล ก้านผลจะแข็งและมีสีเข้มขึ้น สากมือ เมื่อจับก้านผลแล้วแกว่งผลทุเรียนจะรู้สึกว่า ก้านผลทุเรียนมีสปริงมากขึ้น ก้านผลบริเวณปากปลิงจะบวมโตเห็นรอยต่อชัดเจน

2. สังเกตหนาม ปลายหนามแห้ง มีสีน้ำตาลเข้ม เปราะและหักง่าย ดังนั้น เมื่อมองจากด้านบนของผลจะเห็นหนามเป็นสีเข้ม หนามกางออก ร่องหนามห่าง เวลาบีบหนามเข้าหากันจะรู้สึกว่ามีสปริง

3. สังเกตรอยแยกระหว่างพู ผลทุเรียนที่แก่จัดจะสังเกตเห็นรอยแยกสีน้ำตาลบนร่องพูอย่างชัดเจน ยกเว้น บางพันธุ์ที่พูปรากฏไม่เด่นชัดเช่น พันธุ์ก้านยาว

4. การชิมปลิง ผลทุเรียนแก่จัด เมื่อตัดขั้วผลหรือปลิงออกจะพบน้ำใส ซึ่งไม่ข้นเหนียวเหมือนในทุเรียนอ่อน และเมื่อชิมดูจะมีรสหวาน

5. การเคาะเปลือกหรือกรีดหนาม เมื่อเคาะเปลือกผลทุเรียนที่แก่จัดจะมีเสียงดังหลวมๆ เสียงหนักหรือเบาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธุ์และอายุของต้นทุเรียน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อธิบดี ทช.แนะวิธีชมฉลามวาฬอย่างปลอดภัย

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334885

https://drive.google.com/file/d/1crrjapRR1pU_fqqM5DNCXUwsanjvJGNc/view?usp=sharing

อธิบดี ทช.แนะวิธีชมฉลามวาฬอย่างปลอดภัย

วันอังคาร ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561, 19.42 น.

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชน กรณีนักท่องเที่ยวหลายสิบคนออกว่ายน้ำเล่นกับฉลามวาฬ และสัมผัสที่ตัวฉลามวาฬ บริเวณเกาะเล้าเป็ดเล้าไก่ ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เมื่อ 22 เมษายน 2561 ที่ผ่านมานั้น

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 ว่า กรณีฉลามวาฬที่ปรากฏตัวแก่สายตานักท่องเที่ยวที่มาดำน้ำบริเวณจังหวัดชุมพร ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับบริเวณดังกล่าวซึ่งกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหายาก เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศของท้องทะเลในพื้นที่ดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากฉลามวาฬจะกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร โดยจะเข้ามาในระยะชายฝั่งให้นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้ ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะที่มีบทบาทหน้าที่ในการสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทั้งในเรื่องป่าชายเลน ปะการัง หญ้าทะเล และสัตว์ทะเลหายาก จำพวก วาฬ โลมา พะยูน เต่าทะเล

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

โดยกรมฯ ได้จัดทำโครงการกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลา กว่า 15 ปี ในเรื่องดังกล่าว และต้องขอขอบคุณเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล กลุ่มอนุรักษ์ นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบ ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรเหล่านี้ ให้มีความอุดมสมบูรณ์

ทั้งนี้ การชมฉลามวาฬดังกล่าว ด้วยการเข้าไปสัมผัส หรือว่ายน้ำอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เพราะการเข้าไปสัมผัสตัวสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้โดยตรง อาจจะทำให้สัตว์ติดเชื้อจากมนุษย์ได้ หรือมนุษย์อาจจะได้รับอันตรายได้ ซึ่งแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ที่นักท่องเที่ยวสมควรปฏิบัติกรณีที่พบเห็นสัตว์ทะเลหายาก ได้แก่ ลดความเร็วเรือเมื่อเข้าใกล้ฉลามวาฬในระยะน้อยกว่า 50 เมตร ให้ความเร็วเหลือน้อยกว่า 2 น็อต ไม่จอดเรือขวางฉลามวาฬ เว้นระยะห่างระหว่างเรือกับฉลามวาฬไม่น้อยกว่า 20 เมตร นำเรือเข้าชมทีละลำเพื่อไม่สร้างความเครียดให้กับฉลามวาฬ ถ้าฉลามวาฬเข้ามาใกล้ให้นักดำน้ำลอยตัวอยู่นิ่งๆ ไม่ไล่คุกคามหรือขวางทางว่ายของฉลามวาฬ หากฉลามวาฬพลิกตัวตะแคงข้างใส่กระทันหัน ให้หยุดกิจกรรมที่จะทำให้ฉลามวาฬเครียดเพิ่มขึ้น

สำหรับฉลามวาฬในปัจจุบันมีสถานภาพเป็นสัตว์คุ้มครองตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี พ.ศ.2535 ซึ่งตามมาตรา 16 ของ พ.ร.บ. ดังกล่าว ห้ามมิให้ผู้ใดล่าหรือกระทำอันตรายอื่นใด แก่ฉลามวาฬ อันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดชุมพร ที่มีฉลามวาฬโผล่ให้นักท่องเที่ยวได้พบเจอ แต่ในกรณีพื้นที่อื่นๆ ที่มีสัตว์ทะเลหายากชนิดอื่น เช่น โลมาสีชมพู ในบริเวณ จังหวัดนครศรีธรรมราช วาฬบรูด้า บริเวณอ่าวไทยรูปตัว ก. โลมาหัวบาตรบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง หรือกลุ่มพะยูน ในบริเวณพื้นที่จังหวัดตรัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งขอให้นักท่องเที่ยวใช้หลักชมสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้โดยใช้แนวทางปฏิบัติแบบสากล เช่นเดียวกันเพื่อความปลอดภัยของคนและสัตว์ อธิบดีจตุพร กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

2สามีภรรยาชาวสุรินทร์กลับบ้านเกิด สานสุ่มไก่กันมอดขายรายได้งามๆ (คลิป)

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334861

https://drive.google.com/file/d/14YGKAx61ef-SRnYR5Tb5NFVNiejaPhTV/view?usp=sharing

2สามีภรรยาชาวสุรินทร์กลับบ้านเกิด สานสุ่มไก่กันมอดขายรายได้งามๆ (คลิป)

วันอังคาร ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561, 18.57 น.

ที่จังหวัดสุรินทร์ รายงานว่าได้พบกับ นายรัฐพล มากมี อายุ 30 ปี และนางสาวสุธาดา เมินดี อายุ 30 ปี สองสามี อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 9 บ้านสีโค ต.กังแอน  อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ที่บริเวณหน้าบ้านมีสุ่มไม้ไผ่ จำนวน 4-5 ลูก ตั้งซ้อนกันอยู่ริมทางลาดยางและบริเวณหน้าบ้านพบกลุ่มคน 4-5 คน กำลังช่วยกันเตรียมตัด ตอก ลอก เหลา ไม้ไผ่ เพื่อเตรียมสานเป็นสุ่มไก่ขาย

โดยสุ่มไม้ไผ่ ลายธรรมดา ทำได้ประมาณ 4-5 ลูก ขายในราคา 230 – 250 บาท หากเป็นการสานสุ่มตาแหลวหรือลายข้าวหลามตัด ทำได้ประมาณ 2 ลูก ขายในราคา 270 บาท ซึ่งสุ่มทุกๆลูก จะมีการอบกันมอด กันแมลง ด้วยเทคนิคภูมิปัญญาชาวบ้านแบบโบราณ คือ ขุดหลุมพอประมาณ นำเศษไผ่ที่เหลือจากการเหลามาใส่ในหลุมเพื่อเป็นเชื้อเพลิง จุดไฟเผาแล้วนำสุ่มที่จะอบมาครอบหลุมแล้วก็ครอบด้วยสุ่มใหญ่คลุมด้วยพลาสติกสีดำอีกที ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

นางสาวสุธาดา เปิดเผยว่า ตนและสามีเป็นคน จ.สุรินทร์ โดยกำเนิด ตนเป็นคนอำเภอปราสาท ส่วนสามีเป็นคน อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์  เมื่อ 4-5 ปีก่อน อดีตตนและสามี เคยไปขายแรงงานรับจ้างเป็นคนงานโรงงานที่กรุงเทพฯ รับค่าแรงขั้นต่ำ ทำไปทำมาเห็นว่า รายได้ไม่พอใช้กับค่าใช้จ่าย เพราะอยู่ที่โน่นต้องใช้เงินจ่ายทุกอย่าง ไม่ว่าจะค่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟ ค่ากิน คือทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งหมด จึงตัดสินใจกลับมาบ้านเกิด ไปอยู่กับสามีที่อำเภอโนนนารายณ์ รับจ้างสานสุ่มให้เถ้าแก่ เนื่องจากคนในหมู่บ้านสามีส่วนใหญ่จะทำสุ่มขาย คือรับจ้างทำสุ่มส่งให้เถ้าแก่ ตนและแฟนก็ทำ ทำได้ประมาณ 1 ปี จึงพากันย้ายมาอยู่บ้านพ่อที่ อ.ปราสาท ยึดอาชีพทำนา พอเสร็จหน้านา ว่างเว้นจากการทำนาก็จะช่วยกันออกซื้อไม้ไผ่มาสานสุ่มขาย

แรกๆก็นึกว่าจะขายไม่ได้ แต่ทำไปทำมามีลูกค้ามาซื้อตลอด จนเราทำแทบไม่ทัน บางรายต้องสั่งจองล่วงหน้า สุ่มของเราจะพิเศษหน่อย ตรงที่เราอบควันด้วยวิธีธรรมชาติ ทำให้สุ่มเรามีสีสวยงาม แข็งแรง ทนทาน กันมอดกันแมลง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ทำมาได้ 2  เดือนกว่า ผลการตอบรับจากลูกค้าดีมาก เดือนหนึ่งขายได้กว่า 1,000 บาท ทำให้เรามีรายได้เสริมเข้ามา อีกทั้งยังได้อยู่กับครอบครัว บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ ดีกว่าที่ไปทำงานในโรงงานเสียอีก

หากลูกค้าท่านใดที่สนใจอุดหนุนหรือนำไปขายต่อสั่งจองได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 093 – 4571063 น้องปลา บ้านสีโคหรือแวะมาอุดหนุนที่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 9 บ้านสีโค  ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์  จักขอบพระคุณมากค่ะ  นางสาวสุธาดา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ลิ้นจี่นครพนม’ ดังไกล ‘จีน-ฮ่องกง’ ออเดอร์นำเข้าเพียบ

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334813

https://drive.google.com/file/d/1aprnBtVdt1T0_ZR76nFA-FKVOktuSK_w/view?usp=sharing

‘ลิ้นจี่นครพนม’ ดังไกล ‘จีน-ฮ่องกง’ ออเดอร์นำเข้าเพียบ

วันอังคาร ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561, 16.58 น.

วันนี้ (24 เม.ย.61) ที่บริเวณลานพนมนาคา พญาศรีสัตนาคราช ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม นางพจนี ฤทธิกุล หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ บูรณาการร่วมกับ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม จัดงานวันรณรงค์ลิ้นจี่ นพ.1 พืช GI นครพนม โดยมีนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นประธาน และหัวหน้าส่วนราชการร่วมชม ชิม ซื้อ ลิ้นจี่กันเป็นจำนวนมาก

นายราชันย์ ไชยศิลป์ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช กล่าวว่า ในจังหวัดนครพนมมีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและได้รับการขึ้นทะเบียนพืช GI จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ สับปะรดหวานท่าอุเทน และลิ้นจี่พันธุ์ นพ.1 ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนที่ใด ทั้งด้านรสชาติและคุณภาพของผลผลิต การจัดงานครั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวได้รู้จักลิ้นจี่สายพันธุ์ดีของจังหวัดนครพนม เอกลักษณะเด่นๆ ของลิ้นจี่ คือ ผลมีขนาดใหญ่ เปลือกแดงอมชมพู มีรูปทรงเหมือนไข่ เนื้อผลแห้งสีขาวขุ่น รสอมหวานอมเปรี้ยว ไม่มรสฝาด ทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ลิ้มลอง โดยได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งบอกชี้ทางภูมิศาสตร์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และได้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย เป็นบันทึกแห่งความภาคภูมิใจอีกหน้าหนึ่งของเกษตรกรนครพนม ที่สามารถปลูกผลไม้ได้ผลผลิตดีเยี่ยม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

นอกจากนี้ ภายในงานมีการจัดกิจกรรมอีก 5 กิจกรรม เช่น การถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตลิ้นจี่ นพ.1 แบ่งออกเป็น 4 สถานี การเรียนรู้ได้แก่ 1. การปรับปรุงบำรุงดิน 2. ชนิดพันธุ์ การปลูก และการดูแลรักษา 3. การป้องกัน และกำจัดศัตรูพืชของลิ้นจี่ 4. การเก็บเกี่ยว และการตลาด

กิจกรรมต่อมาการประกวดธิดาลิ้นจี่ นพ.1 โดยคัดจากลูกหลานของเกษตรกร มีอายุระหว่าง 18-25 ปี แต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง (น้ำเงิน,กรมท่า,ดำ) และส้นรองเท้าสูงไม่เกิน 3 นิ้ว กิจกรรมที่ 3 การแข่งขันการกินลิ้นจี่ หากใครที่กินหมดก่อนจะเป็นผู้ชนะ

ส่วนกิจกรรมที่ 4 จำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร ด้วยการนำเจ้าของสวนลิ้นจี่ นพ.1 ตั้งบูธจำหน่ายลิ้นจี่ ที่มีคุณภาพและราคาขายส่ง รวมไปถึงสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลาย และกิจกรรมที่ 5 การจัดสัมมนาเกษตร ในหัวข้อการสร้างเครือข่ายตลาดเกษตรกรนครพนม (Nakhonphanom Farmer Market) การจัดงานครั้งนี้จะมีไปจนถึงวันที่ 25 เมษายนนี้

ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบสักการะองค์พญาศรีสัตตนาคราช ให้ความสนใจเป็นจำนวนมากต่างซื้อลิ้นจี่เป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านคนละหลายกิโลฯ บางรายส่งซื้อทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ส่งด่วนไปยังกรุงเทพหลายร้อยโลเช่นกัน

สำหรับตรา GI (Geographical Indication) หรือตราสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ คือ สัญลักษณ์ที่รับรองถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ อันมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นพิเศษแต่ละพื้นที่ ผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับการรับรอง GI จะต้องเกิดจากภูมิปัญญาของคนในภูมิภาค และใช้วัตถุดิบที่หาได้เฉพาะในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อก่อให้เกิดความเป็นพิเศษเฉพาะตัวโดดเด่นเหนือผลิตภัณฑ์เดียวกันจากท้องถิ่นอื่นๆ

สำหรับสินค้าที่จะขอตรา GI ได้นั้นผู้ผลิตต้องผ่านการตรวจสอบระบบควบคุมภายใน ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพของสินค้า อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ถึงแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบด้วย หมายความว่าผู้บริโภคสามารถรู้กระทั่งว่าวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์นั้นๆมาจากสวนไหน ชุมชนใด หรือพื้นที่ไหน ทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้า GI ในมือของผู้บริโภค มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาคนั้นอย่างแท้จริง

ล่าสุดประเทศจีนทดลองสั่งไปชิมลางแล้ว 1 พันตัน ขณะที่เกาะฮ่องกงก็สั่งไปรับประทานเช่นเดียวกัน และมีแนวโน้มว่าจะสั่งออเดอร์เพิ่มอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผีเน่ากับโลงผุ! ‘พุทธะอิสระ’ อัดแรง ‘กรรมการมหาเถร’ ยกหูโทร.ไปขอสำนักพุทธก็ได้ 10 ล้าน

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334790

https://drive.google.com/file/d/1phXPjn9ZuAglbqJeVaxjHPuiVQZf8sUY/view?usp=sharing

ผีเน่ากับโลงผุ! ‘พุทธะอิสระ’ อัดแรง ‘กรรมการมหาเถร’ ยกหูโทร.ไปขอสำนักพุทธก็ได้ 10 ล้าน

วันอังคาร ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561, 15.41 น.

วันนี้ (24 เม.ย.61) พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)”ในหัวข้อ “เป็นกรรมการมหาเถร นี้มันดีไปอย่างเน้อ” โดยมีเนื้อหาระบุว่า… “แค่อยากได้เงินงบประมาณก็ยกหูโทรศัพท์ ไปขอกับเจ้าหน้าที่สำนักพุทธ ก็ได้เป็น 10 ล้านแล้ว หรือว่าสำนักพุทธของประเทศนี้ เขามีเอาใจให้บริการเงินด่วนทันใจแต่เฉพาะกรรมการมหาเถร และคนคุ้นเคยเท่านั้น

หากไม่ใช่มหาเถร ไม่คุ้นเคย ต่อให้เขียนโครงการของบอุดหนุนเป็นสิบๆ หน้าจนมือหงิกส่งเรื่องขอเป็นปีแล้วก็ยังไม่ได้งบเลย อันนี้ได้รับข้อมูลจากเพื่อนพระที่เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านนอกท่านเล่าให้ฟัง มิหน้าเล่าวัดของกรรมการมหาเถรแต่ละคน ถึงมีงบอุดหนุนกันจนย่ามตุงพุงกาง ถึงขนาดบางวัดได้รับเงินอุดหนุนกันหัวปีท้ายปีกันเลยทีเดียว ทั้งที่วัดเหล่านี้ไม่ได้อดอยาก ยากจนใดๆ เลย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

แบบนี้นี่เองบรรดานักบวชผู้แสวงหายศ หาตำแหน่งทั้งหลายจึงได้พยายามแก่งแย่งแข่งกันไต่เต้าเข้าไปนั่งเป็นกรรมการมหาเถรกันนัก เพราะได้เป็นแล้วจะมีสิทธิพิเศษขนาดว่าโทรของงบอุดหนุนจากสำนักพุทธได้โดยไม่ต้องเขียนโครงการนี่เอง ภาษานักเลงเขาบอกว่า จ่ายมาก่อนแล้วหนังสือค่อยว่ากันทีหลัง นี่มันยิ่งกว่ามาเฟียอีกนะเนี่ย

ถ้าท่านทั้งหลายจำได้ พุทธะอิสระเคยนำรายชื่อวัดแต่ละวัดที่เป็นกรรมการมหาเถรและวัดที่อยู่ในเครือข่ายมหาเถรมาเปิดเผย ซึ่งเข้าข่ายทุจริตเงินทอนวัด ส่วนใหญ่ก็จักเป็นวัดในกรุงเทพและวัดในเมืองใหญ่ๆ ซึ่งก็มีพฤติกรรมสั่งเอาแบบเดียวกันนี่แหละ คือโทรสั่งนำเงินมาให้ก่อนแล้วตามมาช่วยเขียนหนังสือขอเบิกงบให้ทีหลัง แล้วท่านทั้งหลายรู้ไหมว่าใครเป็นคนเขียน ก็เจ้าหน้าที่สำนักพุทธนั้นแหละเป็นผู้เขียนโครงการมาให้พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณช่วยเซ็น ถึงได้มีคนออกมาเบี่ยงเบนประเด็นว่า “พระท่านไม่รู้อะไร เจ้าหน้าที่นำหนังสือมาให้เซ็น ท่านก็เซ็น” อะไรประมาณนี้แหละ

ทั้งนี้ ยังรู้มาอีกว่า คนที่ช่วยเขียนโครงการของบตามหลังให้ ยังมีการตามมาเก็บค่าเขียนโครงการของบเหมือนประมาณว่า ซักเปอร์เซ็นอะไรทำนองนั้น

เรื่องนี้มันเหมือนผีเน่ากับโลงผุ ยังไงอย่างงั้นเลยท่านเอ๋ย งานนี้ไม่รู้ว่า หากพุทธะอิสระจะลองโทรไปของบอุดหนุนกับเจ้าหน้าที่สำนักพุทธบ้าง ซักครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่รู้ว่าเขาจักรับโทรศัพท์เราหรือเปล่า” พุทธะอิสระ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,980,559 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย
กลุ่มผู้ถือหุ้น BCP ร้อง กมธ.การเงิน สอบดีลซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้าน ลุ้นดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ
สมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จับมือ DKSH สร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหายาก XLH
'โพยไม่ผิด'แล้วจบจริงหรือ? อดีตผู้พิพากษา ชำแหละปม ฮั้ว สว. ชี้กฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทาง
หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมถวายสักการะ ลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ’
สั่งเด้งผู้ว่าภูเก็ตเข้ากรุ แฉปมเดือด ขัดแย้งหนัก-คุมไม่อยู่
‘อนุทิน’สวมบทเซลส์แมน ดึงEECมาดูเอง ขายนักลงทุนทั่วโลก
สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"ทรัมป์-ปธน.อิหร่าน" ลงนามดิจิทัลข้อตกลงยุติสงครามตะวันออกกลาง
นายกฯ เข้าเฝ้าฯ กษัตริย์บรูไน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือ 4 ด้าน

Recent Posts

  • แม่ญี่ปุ่นฟ้องรัฐ 100 ล้านเยน ลูกสาววัย 16 ถูกขัง-บังคับสารภาพ ทั้งที่ไม่ทำผิด จนป่วย-เสียชีวิต
  • ไข้หวัดนกคร่าชีวิต “ลูกแมวน้ำช้าง” บนเกาะใกล้ขั้วโลกใต้ออสเตรเลียกว่า 13,000 ตัว
  • ยูเครนส่งโดรนกว่า 500 ลำถล่มกรุงมอสโก เกิดไฟไหม้–อพยพผู้โดยสารสนามบิน
  • ฮ่องกงยกระดับเตือนภัยฝนสูงสุด ปิดโรงเรียน เตือนน้ำท่วมหนักจากฝนมรสุม
  • “เจฟฟ์ เบซอส” มั่นใจ AI ไม่แย่งงานมนุษย์ แต่จะทำให้เกิด “ภาวะขาดแคลนแรงงาน”

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d