Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2561(2018)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แบบนี้ก็มีด้วย!เปิดขายบัตรการกุศล ล่าแชมป์‘เซียนแห’จับปลาหมอตัวเล็กที่สุด(ชมคลิป)

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334343

 

แบบนี้ก็มีด้วย!เปิดขายบัตรการกุศล ล่าแชมป์‘เซียนแห’จับปลาหมอตัวเล็กที่สุด(ชมคลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 10.27 น.
 

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการเปิดบ่อจับปลาขายบัตรให้กับ “เซียนแห” ที่บ้านยางสว่าง หมู่ 1 หมู่ 3 และหมู่ 10 ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ที่บริเวณหนองยาง เนื้อที่ 48ไร่ ซึ่งคณะกรรมการ ประกอบด้วย นายสุขมี ช่วยตะคุ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 , นายบุญนำ ทีงาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และนางบุญจันทร์ บุตรวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ซึ่งได้เปิดทำการขายบัตรให้กับเซียนแห และผู้มาหาปลาในหนองแห่งนี้

 

ทั้งนี้ มีทั้งการจับปลาแบบโบราณ ซึ่งเรียกว่า “สะดุ้ง” หรือที่คนอีสานเรียกว่า “สะเดิด” นอกจากนี้ยังมีการใช้เครื่องหาปลาแบบโบราณพื้นบ้าน คือ “สวิง” และ “สุ่ม” ซึ่งการขายบัตรในครั้งนี้เป็นการขายบัตรการกุศลเพียงคนละ 60 บาทเท่านั้นเอง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

อย่างไรก็ตาม ที่สร้างความหนักใจให้กับเซียนปลาในหนองน้ำแห่งนี้ บางคนมาเห็นถึงกับถอดใจหรือไม่ซื้อบัตรเลย เพราะในหนองน้ำแห่งนี้น่ากลัว เต็มไปด้วยต้นดอกบัวหลวง ที่มองแล้วน่าจะเป็นอุปสรรคต่อเซียนแห แต่ว่าแต่ละคนก็ไม่ย่อท้อ กลับพากันลงหว่านแหหาปลา จนจับได้ปลาคนละหลายกิโลกรัม และปลาที่ได้ก็มีหลายชนิดมีทั้งปลาดุก ปลาสวาย ปลาจีน ปลากระโห้ และปลาใน

แต่ที่เป็นไฮไลท์ และสีสันในงานนี้ เห็นจะเป็นการตั้งรางวัลของ นายสมถวิล โสภาพ กำนันตำบลยาง ที่มีการตั้งรางวัลการจับปลาตัวเล็กที่สุด โดยประกาศว่าใครสามารถจับปลาหมอตัวเล็กที่สุด จะเป็นผู้ชนะ และรับรางวัลจากกำนันเป็นเงินสด 300 บาท นับว่าเป็นการหาแชมป์หาปลาที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะปกติทุกหนองจะหาปลาตัวใหญ่ แต่หนองน้ำขนาดใหญ่แห่งนี้กลับให้หาปลาตัวเล็กที่สุด ถึงจะเป็นแชมป์

จากการสอบถามเซียนหาปลาแต่ละคน ก็เดินทางมาจากหลายๆพื้นที่ เช่น มาจาก อ.สนม อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ และ อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ นับว่าเป็นหนองที่มีเซียนหาปลาเดินทางมาร่วมแข่งขันมากพอสมควรประมาณกว่า 300 คน และจากการสอบคณะกรรมการยอดการเก็บค่าจำหน่ายบัตรได้มากถึง 20,000 บาท ซึ่งเงินทั้งหมดจะนำไปพัฒนากิจการสาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้านต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า :‘เพิ่มโทษ-ขายออนไลน์’ แก้‘หวยแพงเกินราคา’ได้จริง?

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334300

334300
 

สกู๊ปแนวหน้า :‘เพิ่มโทษ-ขายออนไลน์’ แก้‘หวยแพงเกินราคา’ได้จริง?

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 02.00 น.
 

ถือว่าเป็น “เรื่องใหญ่” ของสังคมไทยจริงๆ กับ “หวย” หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเฉพาะการ “ขายเกินราคา” เพราะแม้ทาง “กองสลาก” สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะบอกว่า “ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ใบละ 70.40 บาท” แต่เมื่อไปถาม “ผู้ค้ารายย่อย” ก็จะได้รับคำตอบว่า “รับมาก็ใบละ 78-79 บาทแล้ว จะให้ขาย 80 บาทได้อย่างไร” สะท้อนปัญหา “ยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว” ที่รัฐบาลทั้งนักการเมืองเลือกตั้งและเผด็จการทหารไม่สามารถแก้ไขได้

 

ล่าสุดเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง กับการเปิดเผยของ พ.ต.อ.บุญส่ง จันทร์ศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อ 17 เม.ย. 2561 ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบ (ร่าง) พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเนื้อหาเป็นการ “แก้ไข” กฎหมายเดิมคือ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 สาระสำคัญประการหนึ่งคือ “เพิ่มโทษคนขายหวยเกินราคา” ให้มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมกำหนดโทษปรับอย่างเดียวไม่เกิน 2,000 บาท

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

แต่ที่ต้อง “จับตามอง” เพราะในร่างกฎหมายฉบับนี้ยัง “เปิดทาง” ให้กองสลากสามารถ “พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ” หลากหลายรูปแบบ อาทิ “หวยออนไลน์” ขายผ่านเครื่อง แต่ก็ต้องให้กองสลากไปพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้าน ซึ่งนักวิชาการผู้คลุกคลีกับปัญหาสลากกินแบ่งมายาวนาน รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว “แนวหน้า” ว่าเท่าที่ทราบคือทางกองสลากกำลังแก้ไขในส่วนแบ่งกำไรให้ผู้ค้ารายย่อยได้รับมากขึ้น ดังนั้น เมื่อได้ประโยชน์เพิ่มก็ควรมีโทษกรณีทำผิดเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม “การกำหนดโทษจำคุกไว้นั้นถือว่ารุนแรงเกินไป” โดยส่วนตัวมองว่ามีเพียงโทษปรับก็ถือว่าเพียงพอแล้ว นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า “แม้จะมีการจองสลากผ่านธนาคาร แต่ก็ยังได้ยินเสียงสะท้อนจากผู้ค้ารายย่อยว่าจองไม่ทัน” สุดท้ายก็ต้องไปรับมาจากคนกลางในราคาเกือบ 80 บาท ทำให้ต้องมาขายเกินราคาในที่สุด ซึ่งที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้ค้ารายย่อยอย่างไรก็ไม่มีทางจองได้ทันบรรดารายใหญ่ที่มีทุนมาก ด้วยเหตุนี้จึง “เห็นด้วย” หากจะมีการขายสลากผ่านตู้ออนไลน์แทนการขายแบบกระดาษ

เพราะสลากกระดาษนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 150 ปีก่อน วันนี้โลกเปลี่ยนไปมากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้น “หากขายออนไลน์เมื่อใดบรรดารายใหญ่จะหมดข้อได้เปรียบรายย่อยในการเข้าถึงสลากทันที” ส่วนข้อกังวลที่ว่าการขายออนไลน์จะเป็นการทำลายอาชีพขายสลากที่ผู้ค้าจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการ เพราะอาจมีการนำตู้ไปตั้งตามร้านสะดวกซื้อทำให้เม็ดเงินไหลเข้าทุนใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งนั้น สามารถเขียนกฎระเบียบควบคุมได้ทั้งหมด

“ถ้าจะทำผมว่าต้องเน้นเรื่องกระจายอาชีพ กระจายรายได้ให้คนมากที่สุด ไม่ควรอยู่ในร้านสะดวกซื้อ เพราะกำไรมันก็จะอยู่กับนายทุนผูกขาดรายใหญ่ และมีการตรวจสอบว่า 1 คน ต้องมีสิทธิ์ได้ 1 ตู้ อย่าให้ทุนใหญ่เอาคนไปจองกันหลายสิบตู้ แล้วถ้าพบว่าพยายามเข้ามาผูกขาดก็ต้องลงโทษตามกฎหมาย เราสามารถกำหนดระเบียบได้ว่าจะให้คนพิการ หรือกลุ่มเกษตรกรยากจน กี่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเครื่องที่เขาควรได้รับไป แล้วไม่ให้คนที่มีทุนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องทำให้คนที่มีรายได้น้อยมีโอกาสน้อยในสังคมได้เป็นเจ้าของตู้” อาจารย์สังศิต กล่าว

ขณะที่นักวิชาการผู้ศึกษาปัญหาด้านการพนัน รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า แม้กองสลากจะใช้สารพัดวิธีด้วยหวังจะแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคา แต่ที่ผ่านมา “ล้มเหลว” เพราะผู้ที่เกี่ยวข้อง “ไม่ทำให้ทั่วถึงทั้งระบบ” เช่น การให้โควตาสลากกับองค์การสาธารณกุศลต่างๆ “องค์กรหรือบุคคลดังกล่าวขายสลากจริงไหม?” หรือให้ผู้อื่นนำไปขายต่อ “เคยตรวจสอบบ้างหรือไม่?” เช่นเดียวกับการจองสลากผ่านธนาคาร ก็ทราบว่ามีการ “จ้างใครก็ได้มาจอง” สลากก็จะไปกระจุกตัว

“มันต้องจัดการเรื่องขึ้นทะเบียนก่อน ในต่างประเทศใครจะขายสลากต้องขึ้นทะเบียน เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วจะมาจองสลากแทนกันก็ทำไม่ได้ คนที่ขึ้นทะเบียนก็จะมีป้ายมีบัตรประจำตัว ถามว่าผู้ค้าสลากทุกวันนี้ใครมีป้ายมีบัตรบ้าง? ไม่เช่นนั้นก็จะมีคนประเภทที่มาจองเอง แต่จองแล้วก็ขายต่อทันที เพราะตอนหลังที่มันเกิดการรวมสลากชุด ก็ขายไปเลย 80 บาท พวกที่ซื้อต่อก็เอาไปรวมชุดแล้วก็ขึ้นราคาจะ 85 บาทหรืออะไรก็แล้วแต่” อาจารย์นวลน้อย ระบุ

อาจารย์นวลน้อย ยังกล่าวถึงวิธีแก้ปัญหาของกองสลาก ด้วยการ “พิมพ์สลากออกมามากๆ” ด้วยหวังว่าเมื่อมีสินค้ามากๆ แล้วราคาจะลงมาเอง แต่เอาเข้าจริงก็แก้ไม่ได้เพราะ “คนยังหวังในการรวมชุด” ด้วยเห็นจากข่าวว่า “ถ้าถูกหวยขึ้นมาทีหนึ่งได้เงินเป็นสิบล้านบาท” ดังนั้นหากเลขไหนที่เป็น “เลขเด็ด” คนตามหากันมาก มีความต้องการในตลาดมาก ราคาก็ยังพุ่งสูงขึ้นอยู่ดี

และแม้ต่อให้กองสลากจะพิมพ์สลากรวมชุดออกมาขายเอง แต่หากไม่คุมคนกลางอย่างจริงจัง ราคาก็คงไม่มีทางลงมาที่ใบละ 80 บาท อยู่ดี “ทุกวันนี้ก็มีกฎห้ามขายสลากเกินใบละ 80 บาท อยู่แล้ว แต่ถามว่าห้ามได้จริงหรือ?” นอกจากนี้การจับกุมผู้กระทำผิดยังเน้น “ปลาเล็กปลาน้อย” พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเท่านั้น แต่ไม่ค่อยพบเห็นว่าจะมีการ “ขยายผล” ต่อไปถึงต้นตอ ว่าผู้ค้ารายย่อยนั้นรับสลากมาจากที่ใด

“สลากเป็นสินค้าที่มีเลขทะเบียนที่สามารถรู้ได้ว่าใครได้มา แต่ไม่เคยเช็คเลย จะไปจับแต่แม่ค้าที่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่ดูว่าสลากมันมาอย่างไร คือไม่มีการเชื่อมโยงไปถึงต้นทาง ทำเพียงแก้ข้อครหาว่าฉันทำแล้วนะ คือถ้ารู้สึกว่ามันเป็นปัญหาก็ตามเลย แก้เลยว่าจะเอาอย่างไร แต่คนส่วนหนึ่งก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา สมยอมกัน แต่จริงๆ มันคือเรื่องของการไม่มีทางเลือก เพราะสลากเป็นสินค้าผูกขาด เวลาสินค้าผูกขาดแล้วขายแพงไม่เรียกสมยอม แต่เรียกไม่มีทางเลือก” อาจารย์นวลน้อย ฝากข้อคิด

สำหรับแนวคิดการเพิ่มโทษผู้ขายสลากเกินราคา รวมถึงการเปิดช่องสู่หวยออนไลน์ หลังจากนี้จะส่งร่างกฎหมายไปให้คณะกรรมกฤษฎีกาตรวจพิจารณา และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป จึงยังถือว่าเป็นเรื่องของอนาคต แต่ ณ วันนี้ ความเห็นของนักวิชาการว่าด้วย “ทุนใหญ่” สามารถหาช่องทางครอบครองสลากได้เป็นจำนวนมาก ทำให้รายย่อยต้องรับซื้อในราคาแพงและมาขายเกินราคากับผู้บริโภค

เรื่องนี้พูดกันมานานและพูดกันทุกรัฐบาล..แต่จะแก้ไขให้เห็นผลเมื่อใด..ยังไม่มีคำตอบ!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พักรบบิ๊กป้อม! ‘เอกชัย’ซัดนปช.สวีเดน หลังถูกด่าทำเสื่อม ลั่นไม่แปลกใจทำไมไม่เคยชนะ

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334329

https://drive.google.com/file/d/1Mf_HO8BdolOZqbq_Vy_KLXpy4XLnjIoB/view?usp=sharing

 

พักรบบิ๊กป้อม! ‘เอกชัย’ซัดนปช.สวีเดน หลังถูกด่าทำเสื่อม ลั่นไม่แปลกใจทำไมไม่เคยชนะ

วันเสาร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561, 21.34 น.
 

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองแนวร่วมกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งช่วงที่ผ่านมามีบทบาทเคลื่อนไหวกรณี “นาฬิกาหรู” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มาอย่างต่อเนื่อง ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก “เอกชัย หงส์กังวาน” โดยแชร์ภาพซึ่งระบุว่ามาจากกลุ่ม “นปช.อียู สวีเดน” ซึ่งเป็นภาพของ นายเอกชัย ใส่เสื้อแดงพร้อมข้อความกล่าวหา นายเอกชัย ว่า “มีเสียงบ่นมาจากคนเสื้อแดงด้วยกันว่า นายเอกชัย สอบใส่เสื้อแดง แล้วไปเสือก ไปเสี้ยมทุกที่ และเมื่อกลายเป็นข่าว คนก็ด่าเสื้อแดง ทั้งที่คนเสื้อแดงจริง ทำตามกฎกติกา”

 

ขณะที่ นายเอกชัย ได้โพสต์ข้อความชี้แจงสั้นๆ ว่า ในการทำกิจกรรมของตัวเองไม่ได้สวมเสื้อแดงทุกครั้ง ซึ่งสามารถไปตรวจสอบย้อนหลังดูได้ และไม่รู้สึกแปลกใจเลยว่าทำไมที่ผ่านมาคนเสื้อแดงไม่เคยชนะ ยืนยันว่าตนเองสู้ตามกติกาทุกอย่าง ไม่เช่นนั้นตอนนี้คงอยู่ในคุก หรือหนีไปเมืองนอกแบบพวกที่ชอบวิจารณ์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นางรำตัวน้อย’ปะทะ’คุณยายสายเซิ้ง’ ลีลาสุดพริ้วในงานประเพณีบุญบั้งไฟท้องถิ่นชาวอีสาน

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334234

https://drive.google.com/file/d/1-sS_hNzEo3IcgwBF-9al9Y7A-l1jusR0/view?usp=sharing

‘นางรำตัวน้อย’ปะทะ’คุณยายสายเซิ้ง’ ลีลาสุดพริ้วในงานประเพณีบุญบั้งไฟท้องถิ่นชาวอีสาน

วันเสาร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561, 14.13 น.

21 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ รายงานว่า งานประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นงานประเพณีท้องถิ่นของชาวอีสาน ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและความเชื่อทางศาสนา ของชาวอีสานมาช้านาน  โดยเชื่อว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลปักดำทำนา จะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไป บูชาพญาแถนบนฝากฟ้า เพื่อขอให้พญาแถน ซึ่งได้เชื่อว่าเป็นเทพแห่งฝน ได้ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล  เพื่อให้สรรพสิ่งบนผืนโลกได้ดำเนินวิถีชีวิตไปตามครรลองที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะผู้คนบนผืนถิ่นแผนดินอีสาน ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการทำไร่ทำนามาช้านาน ต้องอาศัยข้าว และพืชผลทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยง ดำรงชีวิตมาโดยตลอดน้ำฝนจากฟ้าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ คืองานประเพณีแห่และจุดบั้งไฟ จึงถู สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นความหวัง และสร้างกำลังใจของชาวอีสานมาโดยตลอด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสนิท อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ จึงได้จัดทำโครงการอนุรักษ์ และส่งเสริมประเพณีบุญบังไฟ  ประจำปี 2561 ขึ้น ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปเกาะติดสถานการณ์ ดูประเพณีวัฒนธรรมของชาวตำบลหนองสนิท ซึ่งเป็นตำบลเล็กๆ มีจำนวน 10 หมู่บ้าน กว่า 1,000 หลังคาเรือน แต่กลับมีความสามัคคีในการทำกิจกรรมต่างๆได้ดีตลอดมา โดยเฉพาะในปีนี้ บุญบั้งไฟแต่ละหมู่บ้านจัดมาเต็มเหนี่ยว เรียกได้ว่าแต่ละหมู่บ้านมีอะไรดี ไอเดียเจ๋งๆในการจัดขบวนแห่ให้ดูโดดเด่นสวยงาม ก็จัดหนัก จัดเต็ม มากันเลยทีเดียว โดยแต่ละหมู่บ้านก็ได้เอาวัสดุเหลือใช้นำมาจัดตกแต่งในขบวนรถ ประดับด้วยผักผลไม้ที่ปลูกไว้ทานเอง เช่น มะละกอ ตะไคร้ กล้วย มะม่วง ขนุน ฟังทอง เป็นต้น การแต่งกายจะเป็นการแต่งกายพื้นบ้าน บางหมู่บ้านก็แต่งตัวย้อนยุคขาบานฟ้อนรำ บางหมู่บ้านก็จัดแห่บังไฟแบบโบราณร้องทำนองกลองตีเป็นจังหวะแบบโบราณๆ บางหมู่บ้านยังมีไอเดียการกวักไหม สาวหลอก ให้เห็นวิธีการทำผ้าไหมของพื้นบ้านชาวสุรินทร์ซึ่งบนรถก็ตกแต่งไปด้วยผ้าไหมและพืชผักสวนครัวดูแลสวยงามแปลกตาดี

ซึ่งขบวนต่างๆ ก็สวยงามไม่แพ้กัน สิ่งที่สะดุดตาผู้ชมรอบข้างใครเห็นแล้วต้องยิ้มและชื่นชมและถ่ายรูป คือนางรำตัวน้อย อายุ 7 ขวบ แบบแต่งเต็มยศเหมือนนางรำผู้ใหญ่ ทั้งลีลาท่วงท่ารำไปพร้อมกับนางรำรุ่นพี่ๆ ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุก็ยังไม่แตกแถวไปไหนแบบใจรัก

ระหว่างขบวนแต่ละหมู่บ้านแห่อยู่นั้น ผู้สื่อข่าว เห็นยายท่านหนึ่งเข้าไปรำในขบวนทุกขบวนแห่ จึงสอบถามทราบชื่อ นางชำนาญ หวังผล อายุ 64 ปี คุณยายขาเเจม เเจมทุกขบวน เพลงขึ้นทีไร ยายส่วย วิ่งไปรำในขบวนแห่ทุกครั้ง ก็สร้างสีสันให้ขบวนแห่ โดยเฉพาะคนดูข้างๆ ต้องยิ้มหัวเราะกับยายส่วย เพราะดูยายส่วยอารมณ์ดีตลอด แม้แดดจะร้อนก็ตาม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนรักสุนัขสลดใจ! สาว นทท.โร่แจ้งหน่วยกู้ภัยช่วยเจ้าตูบถูกคนใจร้ายจับถลกหนัง

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334226

https://drive.google.com/file/d/1gvSMq3XCtntRDz0oT0znK81Z6b83LW-f/view?usp=sharing

คนรักสุนัขสลดใจ! สาว นทท.โร่แจ้งหน่วยกู้ภัยช่วยเจ้าตูบถูกคนใจร้ายจับถลกหนัง

วันเสาร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561, 13.32 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (21 เม.ย.61) เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูประจำ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งจากนางสาวขวัญภิรมย์ ชมภูนุช อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 ต.ขอนแตก อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ว่าพบเห็นสุนัขถูกถลกหนังตั้งแต่ก้นไปจนถึงลำตัวนอนร้องครวญครางอย่างน่าเวทนาอยู่ในสวนชาดัดด้านหน้าโรงเรียนสาขาสุธีราอุปภัมถ์ เลขที่ 198 หมู่ที่ 4 ต.นาเกือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมให้การช่วยเหลือ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ที่เกิดเหตุบริเวณทางเข้าโรงเรียนริมถนนเป็นป่าชาดัดที่ทางโรงเรียนได้ปลูกไว้เป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม บริเวณใต้ต้นชาดัดพบสุนัขเพศผู้ สีทอง-แดง อายุประมาณ 4-5 ปี นอนหายใจรวยรินในสภาพผิวหนังถูกถลกขึ้นตั้งแต่ช่วงก้นไปจนถึงกลางลำตัวจนเห็นเนื้อแดงเต็นเป็นจังหวะ ขาหลังทั้ง 2 ข้างหักละเอียดจนโผล่ออกมาอยู่ด้านนอกเห็นได้จัด เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าไปช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่สุนัขตัวดังกล่าวพยายามลุกขึ้นเพื่อจะวิ่งหลบหนีแต่ไปสามารถลุกขึ้นได้เนื่องจากบริเวณกระดูกลำตัวส่วนด้านหลังแหลกละเอียดจึงช่วยกันนำผ้ากล๊อตมาผันบริเวณรอบปากก่อนใช้ผ้าขาวเข้าสอดพยุงตัวนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

สอบถามนางสาวขวัญภิรมย์ ทราบว่า ก่อนที่จะมาสูนัขตัวนี้ตนพร้อมเพื่อนสาวอีก 2 คันขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานต์เพื่อไปเที่ยววัดสาขลา แต่ด้วยความไม่ทราบเส้นทางเข้าวัด เมื่อเห็นป้ายทางเข้าว่าโรงเรียนสาขาสุธีราอุปภัมถ์ จึงเลี้ยวเข้าไปคิดว่าวัดอยู่บริเวณดังกล่าวเมื่อวิ่งผ่านทางเข้าโรงเรียนได้ยินเสียงสุนัขร้องโหยหวนอยู่ในป่าชาดัดจึงจอดรถก่อนช่วยเพื่อนเดินเข้าไปดูพบสุนัขถูกถลกหนังเห็นเนื้อแดงและมีเลือดไหลตลอดเวลาจึงโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กู้ภัยแล้วว่าสุนัขตัวดังกล่าวมีบาดแผลไม่น่าจะเกิดจากฝีมือมนุษย์อาจจะถูกรถบรรทุกทับได้รับบาดเจ็บเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีรถบรรทุกดินวิ่งผ่านเข้าออกอยู่บ่อยครั้งเพราะบริเวณด้านหลังโรงเรียนมีการก่อสร้างที่พักตากอากาศและสอบถามบุคคลบริเวณดังกล่าวทราบอีกว่าสุนัขตัวดังกล่าวชอบนอนอยู่บนผิวถนนคาดว่าน่าจะถูกรถบรรทุกทับจนได้รับบาดเจ็บก่อนที่จะคลานเข้ามาหลบบริเวณในสวนชาดัดของโรงเรียนดังกล่าว ก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงดำเนินการรักษาต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่พุทธะ’ สวดยับเผ่าพันธุ์จานบิน! หลังทนายธรรมกายเขียนจดหมายสารภาพบาป

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334219

https://drive.google.com/file/d/1gemwI1DQDUcxgyoju1V-jDYoYpE_u3-r/view?usp=sharing

‘หลวงปู่พุทธะ’ สวดยับเผ่าพันธุ์จานบิน! หลังทนายธรรมกายเขียนจดหมายสารภาพบาป

วันเสาร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561, 12.05 น.

พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ถึงกรณีที่ทนายความของวัดพระธรรมกาย เขียนคำสารภาพขอขมาต่อหลวงปู่พุทธะอิสระ หลังจากได้ออกมากล่าวร้ายป้ายสีอาบัติปาราชิก ในหัวข้อ “พวกปากกล้าขาสั่น นี่แหละสันดานธาตุแท้ของสาวกธรรมกายล่ะ”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

โดยข้อความระบุว่า  “ท่านทั้งหลายลองอ่านถ้อยคำเว้าวอนของทนายประสิทธิ์ สาวกลัทธิจานบินที่ไปเขียนคำสารภาพบาปต่อหน้าศาลจังหวัดนครปฐมสดๆ ร้อนๆ เมื่อวาน ดูกันบ้างเผื่อจะเป็นเครื่องเตือนใจพวกปากกล้า ขาสั่นว่าท่านทั้งหลายที่ชอบเข้ามาด่าว่าใส่ร้าย ถ้าคิดจะสู้กับพญาราชสีห์อย่างพุทธะอิสระก็ต้องกล้าติดคุกด้วย

อย่ามาทำพฤติกรรมปัญญาอ่อนซ้ำๆ ซากๆ เหมือนกันทั้งแก๊งค์แบบว่า ปากกล้า เก่งอยู่แต่หน้าคีย์บอร์ดพอถูกหมายศาลเรียกทำเป็นคอตก หน้าซีด ขาสั่น แล้วออกมาว่า “ผมขอโทษ” ไม่เข้าใจว่าทำไม พวกเผ่าพันธุ์นี้มันถึงได้กลัวความจริงกันนัก หรือมันมีสันดานเช่นนี้กันทั้งแก๊ง สู้อุตส่าห์ขวนขวายเล่าเรียนมาจนมีความรู้สอบได้เป็นถึงทนายความ มันน่าจะนำความรู้ไปช่วยคนที่เขาไม่มีความรู้ แต่ไอ้เผ่าพันธุ์จานบินนี่ ดันใช้ความรู้มาใส่ร้ายป้ายสีไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้า อย่างนี้มันต้องเอาให้เข็ดหลาบ” พุทธะอิสระ
ทั้งนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระ โพสต์ข้อความดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา

ภาพจากเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โซเซี่ยลระอุ!ว่าด้วย‘แจ๊ค หม่า’ ช่วยขายทุเรียน80,000ลูกใน60วินาที

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334199

https://drive.google.com/file/d/1FXZUXHuZsXrFP-6ZY5FxG81pgDJRHX3U/view?usp=sharing

โซเซี่ยลระอุ!ว่าด้วย‘แจ๊ค หม่า’ ช่วยขายทุเรียน80,000ลูกใน60วินาที

วันเสาร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561, 07.00 น.

21 เม.ย.61  เฟชบุ๊กสำนักข่าว China Xinhua News ได้รายงานระบุว่า หนึ่งไฮไลท์สำคัญในการเดินทางเยือนไทยครั้งที่ 2 ของแจ็ค หม่า นายใหญ่แห่งอาลีบาบา (Alibaba) อาณาจักรอีคอมเมิร์ซแดนมังกร โดยวานนี้ (19 เม.ย.) หม่าเปิดเผยการจำหน่ายทุเรียน พันธุ์หมอนทอง บนเว็บไซต์ทีมอลล์ (T-mall) ของอาลีบาบา สามารถทำยอดขายกว่า 80,000 ลูกภายในระยะเวลาเพียง 1 นาที เมื่อวันพุธ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แจ็ค หม่า ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับทางรัฐบาลไทย จำนวน 4 ฉบับ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน การส่งเสริมธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการท่องเที่ยวระหว่างกัน รวมถึงลงนามข้อตกลงซื้อขายทุเรียน มูลค่า 428 ล้านดอลลาร์ (มากกว่า 13,000 ล้านบาท) กับรัฐบาลไทยด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

รายงานระบุว่าอาลีบาบากำลังเตรียมทุ่มเงินลงทุนกว่า 330 ล้านดอลลาร์ (ราว 10,560 ล้านบาท) ในไทย เพื่อดำเนินงานตามเป้าหมายที่มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งนิยมชมชอบสินค้าเกษตรและการท่องเที่ยวในไทยเป็นอย่างมาก

“จีนกำลังจะเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขับเคลื่อนด้วยรายได้ที่สูงขึ้นและกลุ่มชนชั้นกลางที่ขยายตัวกว่า 300 ล้านคน ไม่มีเวลาไหนจะดีไปกว่านี้ที่จะคว้าโอกาสส่งออกสินค้าไปยังจีน ที่กำลังเปิดกว้างต้อนรับการค้าจากทั่วโลก” หม่ากล่าว

“ด้วยความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้คนและวัฒนธรรมไทย เรามั่นใจในอนาคตและศักยภาพในการเติบโตของไทยภายใต้นโยบายของรัฐบาล  ที่พยายามขยับขยายเศรษฐกิจให้ไปไกลกว่าอุตสาหกรรมหนักและการเกษตร มุ่งสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่อื่นๆ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากข่าวชิ้นนี้เผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าในโลกโซเซี่ยลได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับอนาคตตลาดทุเรียนไทย

เช่น  คนที่เห็นด้วย ก็ระบุว่า ….ถ้าไม่ขายให้จีนตอนนี้ อย่าไปหวังอนาคตเลยครับ….เพราะเวียดนามปลูกทุเรียนดีกว่าบ้านเรามาก,  คือเกษตรกรไทยต้องพึ่งจีน      จีนจะกำหนดราคาสินค้าให้เราทั้งๆที่เราเป็นเจ้าของสินค้า

….ถือว่าดีครับที่มีตลาดขาย เพราะลำพังเจ้าของสวน มีเยอะก็ใช่ว่าจะวิ่งขายหมด เพราะออกเยอะ ทุเรียนจะถูกจะแพงมันขึ้นอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง ที่เขาตั้งราคากันเอง คนซื้อก็ยังคงได้กินของแพงเหมือนเดิมแหละ เจ้าของสวน ปล่อยราคาออกมา 40-60บาท คนกลางมาขาย 80-100 คนซื้อก็คงยังกินอยู่ดี

…..ประชากรจีนมีประมาณหนึ่งพันสามร้อยคน..แจ๊สม่า..ทำรี่วิวแค่หกสิบวินาที..ขายทุเรียนได้แปดหมื่นลูก..ผมถือว่ายอดน้อยมาก..ยังไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็น

…..โลกเปลี่ยนเราต้องเรียนรู้ให้ทันโลกถึงจะอยู่รอดอย่างมีความสุข

….ผมก็เป็นคนไทย….คนไทยคิดเก่ง พูดเก่งแต่ฮะฮะ ไม่ค่อยจะทำ เอาแต่ตำหนิ เอาแต่ความอยากของตัวเองเป็นที่ตั้งด่าตัวเองดีกว่าให้คนอื่นเขาด่า

…..ขอคนขายช่วยกันรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าให้ดีเพื่ออนาคตด้วยนะ

…….ซื้อง่ายขายคล่องคือพื้นฐานคนจีนอยู่แล้วงานนี้ใครทำใครได้ ไม่ทำก็ตกขบวนรถไปก็เท่านั้น

…….จีนเป็นตลาดใหญ่มาก เป็นความโชคดีที่คนจีนชอบทานทุเรียน

……..ยินดีกับเกษตรกรไทยด้วย

ส่วนอีกกลุ่มที่ได้แสดงความคิดเห็น เช่น

…..จีนรุกมาอีกแล้ว กับระบบพึ่งพิงแบบผูกขาด ซึ่งลุงตู่เปิดบ้านรับอย่างเต็มที่ โดยไม่ทันได้คิดทบทวนอย่างรอบคอบ แถมยังบอกว่าจีนมาช่วยแบบไม่หวังกำไร 5555 เสียโง่จีนอีกแล้วครับ

…..ช่วยเกษตรกรตรงไหน ราคาทุเรียน มันถูก ?? มักตกต่ำ ??? หรือยังไง ? แค่ขายในประเทศเองตอนนี้ก็ไม่พอกินอยู่แล้ว พี่จีนมาเหมาสวนไว้ล่วงหน้า ออกมาก็ส่งออกหมด คนไทยไม่มีจะกิน มันถึงแพงไง

….. ตายแล้ว ต่อไปคนไทยก็กินแพงสิ มีตลาดจีนมาแจมด้วย เคสแบบนี้เหมือนที่ฮ่องกง พอคนจีนแห่เข้าไปกินไปเที่ยว จนคนฮ่องกงบ่นใหญ่ ของขาด

….. อาจจะเป็นกลุ่มคนที่ขายอยู่แล้วก็เป็นได้ น่าจะมีข้อมูลเปรียบเทียบกับปีก่อน ถ้าปีก่อนขายได้ 0 ลูก นี้ แจ๊คหม่าเจ๋งจริง

…….เอาไอ้ที่ไม่เคยขายดิไปเปิดตลาดเพิ่มที่มันขายได้ก็ปล่อยเค้าขายกันไป มันถึงจะเรียกว่าช่วยกัน

……นับแต่นี้ต่อไป ลผูกหลานไทย จะไม่มี ทุเรียนกินกันถ้ามี ก็ แพง

….ทุเรียนขายได้ด้วยตัวมันเองอยู่ละไม่เห็นต้องให้จันช่วย ถ้าจะช่วยช่วยเรื่องข่าวกับยางพาราดีกว่ามั้ย

…….8 หมื่นลูกเป็นของเกษตรไทย หรือของพ่อค้าจีนที่ตอนนี้ลงทุนซื้อที่ปลูกเองแล้ว ไม่ใช่รับซื้อไปขาย

…….อีกหน่อยคนไทยก็คงไม่ได้กินทุเรียน ทุกวันนี้หาที่มีคุณภาพยังยาก ช่วยขายอย่างอื่นที่ราคาตกดีกว่าคะ

……. คือผมกังวลนะ ตอนนี้ จีนเริ่มเข้ามาให้ไทยเป็นนอมีนี เปิดบริษัท รับซื้อนำเข้า ส่งไปจีน เยอะมากๆ อย่างแถวห้วยขวาง ส่งออก นำเข้า จีนทั้งนั้น คนไทย แค่ยืมชื่อจดทะเบียน

……ราคาคนไทยหายไปหลายปีแระ55​ สงสัยต้องปลูกกินเองแล้วล่ะ​

……อาชีพคนกลางจะไม่หมดไป แต่จะเปลี่ยนมือเป็นของ Alibaba

….โค่นยางแล้วปลูกทุเรียน

…….นายทุนขุนศึกจีน..เริ่มมาคุมเศรษฐกิจไทยแล้วครับ….

……ทีงี้ก็หัดชมรัฐบาลมั่งค่ะ ไม่ใช่เอาแต่ด่า

……ความคิดของพญาอินทรี ไหนเลยนกกระจิบจะตามทัน

……เรียยร้อยโรงเรียนจีนไปอีก1เคส. พีไทยเรา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดยอดงานวิจัยมจธ.เพื่อเกษตร ‘ชุดตรวจวัดปริมาณไซยาไนด์ในมันสำปะหลัง’

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334200

https://drive.google.com/file/d/1N4LmZPjlQRQjpLHFQcbNvt87uXTPGDNg/view?usp=sharing

สุดยอดงานวิจัยมจธ.เพื่อเกษตร ‘ชุดตรวจวัดปริมาณไซยาไนด์ในมันสำปะหลัง’

วันศุกร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561, 22.27 น.

สุดยอดงานวิจัยเพื่อการเกษตรและผลผลิตส่งออก “ชุดตรวจวัดปริมาณไซยาไนด์ในมันสำปะหลังแบบเปรียบเทียบสีโดยใช้อนุภาคนาโนโลหะคู่” ผลงานนักศึกษาปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยมี ผศ.ดร.เขมฤทัย ถามะพัฒน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา คว้ารางวัลระดับดีเด่น การเขียนข้อเสนอโครงการสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2560  และรางวัลระดับดีเด่น การประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2560 ในกลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 หรือ Thailand Research Expo 2017” ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับเครือข่ายในระดับวิจัยทั่วประเทศ

น.ส.วรวรรณ เสาวรส  นักศึกษาภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ เจ้าของผลงาน กล่าวว่า “มันสำปะหลังเป็นสินค้าทางการเกษตรชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าส่งออกเป็นจำนวนมากต่อปี แต่หัวมันสำปะหลังดิบจะมีสารไซยาไนด์ (Cyanides) ในปริมาณที่ต่างกันตามสายพันธุ์ คือพันธุ์หวานประกอบอาหารได้โดยระดับปริมาณไซยาไนต์ไม่เป็นอันตราย มันสำปะหลังพันธุ์ขมจะมีปริมาณไซยาไนด์ที่สูง ซึ่งมีความเป็นพิษ มีฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและทางเดินโลหิต เป็นอันตรายมากหากรับประทานดิบ จึงไม่นิยมทานเป็นอาหารโดยตรง แต่จะนำไปแปรรูปเป็นแป้งมัน มันแห้ง มันอัดเม็ด หรืออาหารสัตว์ อีกทั้งไซยาไนด์ เป็นสารเคมีที่ใช้ในการทำงานบางอย่าง เช่น การถลุงโลหะ การสังเคราะห์สารเคมี การตรวจวิเคราะห์ทางเคมีในห้องปฏิบัติการ เป็นต้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ดังนั้นการทดสอบปริมาณของไซยาไนด์จึงจำเป็นอย่างมากสำหรับการส่งออกผลผลิตมันสำปะหลังให้ตรงตามมาตรฐานและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค จากเดิมขั้นตอนในการตรวจสอบไซยาไนด์ในมันสำปะหลัง ต้องสกัดปริมาณไซยาไนด์ในมันสำปะหลังออกมาโดยใช้เอนไซม์ซึ่งมีความยุ่งยากในการเก็บรักษา และตรวจสอบการเปลี่ยนสีโดยใช้สารเคมีที่มีความเป็นพิษ ทำในห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบ ตนจึงต้องการคิดค้นวิธีการตรวจสอบที่ลดขั้นตอนและมีความเป็นพิษต่ำลง เพื่อป้องกันสุขภาพของผู้ตรวจสอบ ซึ่งเป็นที่มาของชุดตรวจวัดปริมาณไซยาไนด์ในมันสำปะหลังแบบเปรียบเทียบสีโดยใช้อนุภาคนาโนโลหะคู่

หลักการคือสังเคราะห์อนุภาคที่มีลักษณะเป็น 2 ชั้น หลักการคือสังเคราะห์อนุภาคที่มีลักษณะเป็น 2 ชั้น  ที่มีแกน (core) เป็นอนุภาคนาโนเงินและมีเปลือก (shell) เป็นชั้นทองบางๆ หุ้มอยู่ จึงทำให้สารละลายสามารถเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีอมส้ม เป็นสีเหลือง และสีใส เพื่อบอกระดับปริมาณไซยาไนด์ที่ต้องการตรวจสอบ เพียงสกัดน้ำจากมันสำปะหลังที่ต้องการตรวจสอบใส่ลงในสารละลายอัตราส่วน 1:1 และสังเกตการเปลี่ยนสีของสารละลายในเวลา 5 นาที หากตรวจพบไซนาไนด์สารละลายจะเกิดการเปลี่ยนสี จากสีม่วงเป็นสีอมส้ม เป็นสีเหลือง และสีใส จากไซนาไนด์ปริมาณน้อยไปถึงปริมาณมากตามลำดับ หากสารละลายเป็นสีใส คือมันสำปะหลังมีปริมาณไซยาไนด์ในระดับที่เป็นอันตราย ไม่สามารถบริโภคโดยตรงได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนีสุดชีวิต! ตำรวจไล่ล่าผู้ต้องสังสัย ซิ่งจยย.ย้อนศรสุดมันส์ แต่สุดท้ายไม่รอด (ชมคลิป)

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334186

https://drive.google.com/file/d/1SHKYLzAzzb5JzFbnfFD7Q3vXkNxcyMlo/view?usp=sharing

หนีสุดชีวิต! ตำรวจไล่ล่าผู้ต้องสังสัย ซิ่งจยย.ย้อนศรสุดมันส์ แต่สุดท้ายไม่รอด (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561, 20.25 น.

20 เม.ย. 61 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “วรณัน สาระศาลิน” ได้โพสต์คลิปไล่ล่าผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งหลังเจ้าหน้าที่เรียกตรวจแต่กลับขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ก่อนที่ตำรวจรายนี้ได้ขราขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามไปติดๆ แม้ผู้ต้องสงสัยจะขี่เข้าย้อนศร ซอกซอยตลาดก็ตาม โดยทางตำรวจได้ตะโกนให้พลเมืองดีช่วยจังตัว สุดท้ายไม่รอดโดนรวบคาตลาด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คอหวยคลั่งแห่ตีเลขเด็ด! เลี้ยงปู่ตาชาวกวยเมืองช้าง จุดตะไลยักษ์ ลอยละลิ่ว เกาะติดหัวพญานาค 9 เศียร

Posted on March 31, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/334175

Screenshot (13)=
 

คอหวยคลั่งแห่ตีเลขเด็ด! เลี้ยงปู่ตาชาวกวยเมืองช้าง จุดตะไลยักษ์ ลอยละลิ่ว เกาะติดหัวพญานาค 9 เศียร

วันศุกร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561, 20.07 น.
 

20 เม.ย.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองมะแซว ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ได้จัดพิธีแซนยะจู๊ฮเพรียม ภาษากวย ชาวกวย หรือ กูย เป็นชนกลุ่มใหญ่ที่ตั้งหลักแหล่งอยู่ในเขตจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ และบางส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่คนไทยเรียกว่า “ส่วย”หรือที่คนไทยเรียกว่า ประเพณีวันเซ่นปู่ตา เป็นการบวงสรวงภูตผีปีศาจผู้มีอำนาจลึกลับในท้องถิ่น ก่อนเริ่มลงมือทำนา และหลังจากทำนาแล้ว ซึ่งมีทั้งผีประจำบ้าน หรือ ยะจู๊ฮดุง และผีประจำหมู่บ้าน หรือ ยะจู๊ฮเพรียมการเซ่นยะจู๊ฮนี้จะมีขึ้นในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 เดือน 6 และ เดือน 8 ของทุกปี การเซ่นในเดือน 3

 

เพื่อขอบคุณที่ช่วยให้ผลผลิตจากการทำนาอุดมสมบูรณ์ ช่วยดูแลขับไล่ศัตรูผลิตผลทางการเกษตรทั้งหลายออกไป จนมีข้าวขึ้นยุ้งฉางเพียงพอที่จะบริโภคได้ทั้งปี เป็นการเซ่นหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จและนำข้าวเข้าเก็บในยุ้งฉางเรียบร้อยแล้ว และการเซ่นในเดือน 6 เป็นการเซ่นขอความอุดมสมบูรณ์ให้กับน้ำท่าน้ำฝน และขอความมงคลก่อนที่จะเริ่มทำนา การจัดพิธีเซ่น สังเวยปู่ตา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านตามประเพณีของชาวกวย ในวัน ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 บ้านหนองมะแซว ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ต่างพากันนำเอา อาหารหวานคาว หัวหมู ไก่ ไข่ไก่/ หล้ายาปลาปิ้ง และสุดท้ายก็มีการจุด ตะไลยักษ์ ถวายปู่ตาด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เมื่อตะไลยักษ์บินลอยละลิ่วขึ้นไปสู่ท้องฟ้าจนดินประสิวหมด ก็จะมีร่มกางลงมา กลับลอยละลิ่วไปตกอีกหมู่บ้านหนึ่งคือ บ้านฉลีก เป็นหมู่บ้านใกล้ๆกัน อัศจรรย์คือทางชาวบ้านฉลีก เองก็กำลังทำพิธีขบวนแห่ถวายศาลปู่ตาเช่นกัน แล้วตะไลก็ลอยตกลงเกาะติดหัวพญานาค 9 เศียร ที่วัดป่าบ้านฉลีก พอดิบพอดี ช่างเป็นสิ่งบังเอิญ และน่าอัศจรรย์แท้ๆ ชาวบ้านต่างเชื่อว่า ปีนี้น้ำท่าจะอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมกับการทำนาปี ขณะนักเสี่ยงโชคคอหวยคลั่ง แห่พากัน ตีเป็นเลขเด็ด เป็นเลข 69 96 หวังเสี่ยงโชค ร่ำรวยกันถ้วนหน้า

 

 

 

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,980,896 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย
สมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จับมือ DKSH สร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหายาก XLH
หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมถวายสักการะ ลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ’
กลุ่มผู้ถือหุ้น BCP ร้อง กมธ.การเงิน สอบดีลซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้าน ลุ้นดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ
‘อนุทิน’สวมบทเซลส์แมน ดึงEECมาดูเอง ขายนักลงทุนทั่วโลก
สั่งเด้งผู้ว่าภูเก็ตเข้ากรุ แฉปมเดือด ขัดแย้งหนัก-คุมไม่อยู่
'โพยไม่ผิด'แล้วจบจริงหรือ? อดีตผู้พิพากษา ชำแหละปม ฮั้ว สว. ชี้กฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทาง
สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายกฯ เข้าเฝ้าฯ กษัตริย์บรูไน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือ 4 ด้าน
"ทรัมป์-ปธน.อิหร่าน" ลงนามดิจิทัลข้อตกลงยุติสงครามตะวันออกกลาง

Recent Posts

  • แม่ญี่ปุ่นฟ้องรัฐ 100 ล้านเยน ลูกสาววัย 16 ถูกขัง-บังคับสารภาพ ทั้งที่ไม่ทำผิด จนป่วย-เสียชีวิต
  • ไข้หวัดนกคร่าชีวิต “ลูกแมวน้ำช้าง” บนเกาะใกล้ขั้วโลกใต้ออสเตรเลียกว่า 13,000 ตัว
  • ยูเครนส่งโดรนกว่า 500 ลำถล่มกรุงมอสโก เกิดไฟไหม้–อพยพผู้โดยสารสนามบิน
  • ฮ่องกงยกระดับเตือนภัยฝนสูงสุด ปิดโรงเรียน เตือนน้ำท่วมหนักจากฝนมรสุม
  • “เจฟฟ์ เบซอส” มั่นใจ AI ไม่แย่งงานมนุษย์ แต่จะทำให้เกิด “ภาวะขาดแคลนแรงงาน”

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d