THE MASTER รุ่นที่4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365852

THE MASTER รุ่นที่4

THE MASTER รุ่นที่4

วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ออกแบบหลักสูตรให้แตกต่างโดยเน้นการพัฒนาศักยภาพและเติมพลังความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนด้วยกระบวนการคิดเชิงบวกควบคู่คุณธรรม ทำให้หลักสูตร “THE MASTER” ที่ บุญชัย โชควัฒนา นั่งเป็นประธานหลักสูตรมีผู้บริหารและเจ้าของกิจการพร้อมสมัครเข้าอบรมกันเป็นแถว ใครที่รออยู่ก็อย่าช้า เพราะรุ่นที่ 4 จะรับแค่ 99 คน เปิดรับถึง 30 กันยายน นี้คลิกที่ http://www.isabthailand.com มีข่าวดีว่ารุ่นใหม่นี้จะมีวิทยากรคุณภาพระดับประเทศเข้ามาเสริมทัพจัดความรู้ให้แบบใกล้ชิดและเข้มข้นอีกหลายคนเลยทีเดียว

ระดมพลนักวิ่งสายสตรีท ตะลุยกรุง 3 เส้นทางสุดมันส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365846

ระดมพลนักวิ่งสายสตรีท  ตะลุยกรุง 3 เส้นทางสุดมันส์

ระดมพลนักวิ่งสายสตรีท ตะลุยกรุง 3 เส้นทางสุดมันส์

วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิดประสบการณ์การวิ่งในเมืองอย่างแท้จริง เมื่อ “อาดิดาส ประเทศไทย” จัดกิจกรรมวิ่งครั้งยิ่งใหญ่ “ON-THE-GO City Hunt” ฉลองเปิดตัวรองเท้า Pureboost Go ที่ออกแบบมาเพื่อการวิ่งซิตี้รันโดยเฉพาะ ระดมพลนักวิ่งร่วมพันชีวิตตะลุยกรุงฝ่าฐานกิจกรรมสุดมันส์ 6 ฐาน ที่จัดขึ้นพร้อมๆ กัน 3 เส้นทาง เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเมกะ บางนา ตลอด 2 ช่วงเวลาทั้งเช้าและเย็น ให้นักวิ่งสายสตรีทได้โชว์ทักษะการวิ่งไปพร้อมๆ กับไหวพริบและพละกำลังที่จะต้องฝ่าฐานกิจกรรมที่อยู่ตามเส้นทางต่างๆ ให้ได้ โดยมีเซเลบฯ ชื่อดัง แท็กทีมกันมาวิ่งสนั่นเมือง นำโดย2 กัปตันทีม อาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก (adidas Runners Bangkok) โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร และ ตุลย์-ตุลยเทพ เอื้อวิทยา

กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นด้วยการแบ่งทีม ทีมละ 10 คน ทั้งทีมจะต้องวิ่งไปพร้อมๆ กัน พร้อมกับสแกนคิวอาร์ โค้ด ตามหาฐานทั้ง 6 ฐาน สุด“โหด-มัน-ฮา” ที่ต้องไปเช็คอิน และต้องผ่านด่านเก็บคะแนนให้ได้ อย่างกระโดดเชือก แพล้งค์, ตอบคำถามเกี่ยวกับการวิ่ง, ถ่ายภาพสุดมันส์ ฯลฯ ซึ่งเป็นการสำรวจและค้นหาเส้นทางวิ่งในเมืองตามคอนเซ็ปต์ “พิชิตทุกอุปสรรคและสิ่งที่คาดไม่ถึงของ City Run”

โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร กัปตันทีมอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้ เราโฟกัสที่ทีมเวิร์ก และความสนุกสนานในการวิ่งไปพร้อมๆ กับการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในเมือง ซึ่งทำให้เห็นว่าการวิ่งไม่ใช่เรื่องซีเรียส เราสามารถทำให้การวิ่งเป็นเรื่องสนุกได้ เพียงคว้ารองเท้าคู่ใจออกจากบ้าน ไม่ว่าจะวิ่งในสวนสาธารณะหรือจะเพิ่มความสนุกด้วยการวิ่งไปตามท้องถนนก็สามารถเพิ่มอรรถรสในการวิ่งได้เหมือนกัน”

พบกับรองเท้า Pureboost Go ตัวช่วยที่จะทำให้การวิ่งซิตี้รันของคุณสนุกมากยิ่งขึ้นวันนี้ที่อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ และสาขาอื่นๆ พร้อมพบกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้ที่ อาดิดาสประเทศไทย จัดให้อย่างต่อเนื่อง เพียงติดตามกลุ่ม “อาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก” (adidas Runners Bangkok) ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละเดือนที่ https://www.facebook.com/groups/adidasrunnersbangkok/

โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร

โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร
คิวอาร์ โค้ด ตามหาฐานโหด-มัน-ฮา

คิวอาร์ โค้ด ตามหาฐานโหด-มัน-ฮา
ฐานแพล้งค์ทดสอบความแข็งแกร่งของนักวิ่ง

ฐานแพล้งค์ทดสอบความแข็งแกร่งของนักวิ่ง

เปิดตัวแคมเปญระดับโลก‘วอทส์ นิว อิน คอตตอน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365861

เปิดตัวแคมเปญระดับโลก‘วอทส์ นิว อิน คอตตอน’

เปิดตัวแคมเปญระดับโลก‘วอทส์ นิว อิน คอตตอน’

วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คอตตอน ยูเอสเอ (COTTON USA™) จัดงานคอตตอน เดย์ 2018 (Cotton Day 2018) เปิดตัวแคมเปญระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “วอทส์ นิว อิน คอตตอน” (WHAT’S NEW IN COTTON?™) นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาใช้ร่วมกับผ้าฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์
ทุกไลฟ์สไตล์ได้มากที่สุด

แคปเปญดังกล่าวได้ร่วมมือกับ5 แบรนด์ไลเซนซีชั้นนำ ได้แก่ ชุดชั้นในชายจ๊อกกี้ (Jockey) ฮัชพัพพีส์ (Hush Puppies) จอห์น เฮนรี่ (John Henry) บอดี้ไวด์ บาย กุลแซ่ (Body Wild By Gunze) และผ้าขนหนู ฟรอลินา (Frolina) เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ ดึง 5 นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกเพิ่มประสิทธิภาพชุดชั้นในและผ้าขนหนู เผยโฉมคอลเลคชั่นดังกล่าวเป็นครั้งแรกในแฟชั่นโชว์สุดชิค ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ล็อคเกอร์ รูม” โดยมีเหล่าดารา นางแบบ และนายแบบมืออาชีพ อาทิ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ, บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์,โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ ลี-ฐานัฐพ์ โล่ห์คุณสมบัติ และ ฟิลลิป อติล่า โจเซฟ แมน จากเดอะ เฟส เมน ร่วมถ่ายทอดความพิเศษของคอลเลคชั่น

 

นายไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน กล่าวว่า “นวัตกรรม คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ คอตตอน ยูเอสเอเป็นฝ้ายที่ทั่วโลกไว้วางใจ (THE COTTON THE WORLD TRUSTS) เพราะกว่า 22 ปี ที่ผ่านมา นอกจากเราจะสร้างการรับรู้เรื่องคุณภาพที่ได้มาตรฐานและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของเส้นใยฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาแล้ว คอตตอน ยูเอสเอ ยังได้นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์ของไลเซนซีมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เทคโนโลยีที่ทำให้เสื้อยืดมีคุณสมบัติระบายอากาศ และระบายความชื้นได้ดี เหมาะแก่การใส่ออกกำลังกาย หรือเทคโนโลยีที่ทำให้กางเกงยีนส์มีคุณสมบัติสะท้อนน้ำเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเสริมประสิทธิภาพเหล่านี้ล้วนได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคทั่วโลก”

ดังนั้น ความพิเศษของกิจกรรมคอตตอน เดย์ (Cotton Day) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 ในปีนี้ นอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองวันแห่งเส้นใยฝ้ายแล้ว ยังเป็นการเปิดตัวแคมเปญระดับโลกภายใต้ชื่อ “WHAT’S NEW IN COTTON?™” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับกลุ่มไลเซนซี และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอทั่วโลกใช้เป็นไอเดียในการนำผ้าฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาไปผสมผสานเข้ากับเส้นใยชนิดต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพและคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้มากที่สุด

สำหรับประเทศไทย คอตตอน ยูเอสเอ ยังได้ร่วมมือกับไลเซนซีชั้นนำห้าแบรนด์ ได้แก่ ชุดชั้นในชายจ๊อกกี้ ฮัชพัพพีส์ จอห์น เฮนรี่ บอดี้ไวด์ บาย กุลแซ่ และผ้าขนหนู ฟรอลินา เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษโดยมี 5 นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับชุดชั้นในและผ้าขนหนู เนื่องจากชุดชั้นในและผ้าขนหนูเป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผิวที่บอบบางของเรามากที่สุดดังนั้น การมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพจะช่วยให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายและมั่นใจมากขึ้น

“และเพื่อมอบประสบการณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์คุณภาพจากฝ้ายสหรัฐอเมริกา ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมอันล้ำสมัยให้ผู้บริโภคได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด คอตตอน ยูเอสเอ ได้จัดทำป๊อปอัพ สโตร์ ชื่อ “วอทส์ นิว อิน คอตตอน” (WHAT’S NEW IN COTTON?™) เพื่อแนะนำนวัตกรรมจากทั่วโลกที่นำมาใช้กับผ้าฝ้าย พร้อมจัดจำหน่ายสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษจาก 5 ไลเซนซี ดังกล่าว ณ ชั้น 1 โซน Beacon 3 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 กันยายน 2561” นายไกรภพ กล่าวในที่สุด

คุณแหน : 24 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365891

คุณแหน : 24 กันยายน 2561

วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพ พล.ร.อ.ม.ล.อัศนี ปราโมช อดีตองคมนตรี ในรัชกาลที่ 9 ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส 24 ก.ย. 14.00 น. ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา และครอบครัว เชิญร่วมอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย…

ll วันมหิดลปีนี้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล “สวนดอกร้อยดวงใจเพื่อผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลมหาราช” โดย วง 3 วิ, วงพิ้งค์แพนเตอร์, The Hot Pepper Singers บัตรราคา 2,000 บาท 28 ก.ย.18.00 น. ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่…

ll มิตรสหายขอคิวนัดเลี้ยงยินดีกับ พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ ปธ.กก.บริหาร วิทยาลัยอาชีวศึกษา สันติราษฎร์ฯ (SIBA) หลังกลับจากไปรับรางวัล “China-ASEAN100+100 Vocational Education”ในสาขา “China-Thailand Joint Program on E-Commerce Training” จากจ้าว หลิง ซาน ผู้ว่าการการศึกษาของมณฑลกุ้ยโจว ณ เมืองกุ้ยหยาง สาธารณรัฐประชาชนจีน…

ll สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ร่วมกับชมรมกอล์ฟธรรมศาสตร์ จัดแข่งกอล์ฟการกุศล สนามโลตัส วัลเล่ย์ กอล์ฟ รีสอร์ท 25 ก.ย. Shotgun Start 11.00 น.รายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์และกิจกรรม TaiDome Cup 2018…

ll ผู้บริหารยุคดิจิทัล สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ซีอีโอ เอไอเอส จับมือองค์กรชั้นนำ จัดงานสัมมนา “Academy for Thais” เปิดประสบการณ์เพิ่มความรู้สู่โลกดิจิทัล ให้ทัดเทียมนานาชาติ3 ต.ค. 09.00 น. ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่มเมืองทองธานี…

ll บอสใหญ่เดอะมอลล์ กรุ๊ป ศุภลักษณ์ อัมพุช คิดทำงานใดต้องใหญ่และปังไว้ก่อน! ล่าสุดจับมือ AEG (เออีจี) ผู้นำด้านธุรกิจบันเทิงระดับโลก มาสร้างสีสันให้ลูกค้านักช็อปในเมืองไทย ได้เซอร์ไพรส์กันแน่นอน เตรียมจัดงาน “The Mall Group X AEG Partnership Announcement” 27 ก.ย. 14.00 น. ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์ เธียเตอร์ ชั้น 6 สยามพารากอน…

ll ประยุทธ มหากิจศิริ ออกรอบตีกอล์ฟ อวดความฟิตที่เลควูด คันทรี่ คลับ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับบรรดาเหล่านักกอล์ฟหลากรุ่น ด้วยวัย 74 โชว์วงสวิงแน่นๆ เคล็ดลับคอนเฟิร์มว่า P80 เครื่องดื่มสกัดเข้มข้นจากลำไยธรรมชาติ 100% ดื่มทุกวันสุขภาพแข็งแรง…

ll เริ่มแล้วสำหรับงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 20 ฉลองสองทศวรรษกับศิลปินระดับโลกจาก 12 ประเทศทั่วโลก สร้างสรรค์ความตื่นตาตื่นใจ ทั้ง 16 ชุดการแสดงตลอดเดือนก.ย.-18 ต.ค. ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเกตเมเจอร์..24ก.ย.วงออร์เคสตราวงแรกของสาธารณรัฐเกาหลี 26 ก.ย.บัลเลต์คลาสสิกจากสิงคโปร์ 28-29 ก.ย.การแสดง Taj Express วัฒนธรรมบอลลีวู้ดจากอินเดีย 1 ต.ค. วงออร์เคสตรายอดเยี่ยมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน…ll

คุณแหน

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘คลอสโมโนโพล’ นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365718

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘คลอสโมโนโพล’ นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘คลอสโมโนโพล’ นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดุษฎี พูลศิริ ผู้ร่วมก่อตั้งและ กก.ผจก.บจ.คลอสโมโนโพล พร้อมด้วยผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร นพกิต แสงสุเรนทร์,รณวิษญ์ จุลชาต, วีระชัย อังคสุวรรณ และแขกผู้มีเกียรติ วิโรจน์ ลี้ตระกูล,ธวัชชัย เทพพิทักษ์, กานต์ สุวรรณกิติ

“คลอสโมโนโพล” ผู้นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย ด้วยความร่วมมือใกล้ชิดกับผู้ผลิตไวน์จากเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส จำนวนกว่า 60 ราย จัดงานเปิดตัว พร้อมขับเคลื่อนตลาดไวน์เบอร์กันดีในประเทศไทยให้ทัดเทียมกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย ณ ร้านอาหารลียง (Lyon French Cuisine)โดยภายในงานนอกจากจะมีการแนะนำไวน์เบอร์กันดี (Burgundy)รสชาติเยี่ยม เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารฝรั่งเศสจานหรูรสเลิศแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก อ.ไพรัช อินทะพุฒ ประธานสมาคมซอมเมอร์ลิเย่ร์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการอาหารและเครื่องดื่มมากว่า 20 ปี และเป็นกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์เบอร์กันดี มาร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย นพกิต แสงสุเรนทร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์ มาให้เกร็ดความรู้เกี่ยวกับคุณภาพและความพรีเมียมของไวน์เบอร์กันดี การดื่มไวน์ที่ถูกต้อง และอาหารที่ทานคู่กับไวน์ (Wine and Food Pairing) อีกด้วย

รักษ์ แสงสุเรนทร์, รณวิษญ์ จุลชาต และ ดุษฎี พูลศิริ

ดุษฎี พูลศิริ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท คลอสโมโนโพล จำกัด กล่าวว่า “บริษัทเกิดจากความร่วมมือกันของสองบริษัทผู้นำเข้าไวน์เบอร์กันดีชั้นนำของประเทศ ระหว่างบริษัท เอสเตลล่า จำกัด (Estella Wine) และบริษัท โกลบอล วินยาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือGlobal Vineyards (Thailand)เพื่อขับเคลื่อนตลาดไวน์เบอร์กันดีในประเทศไทยให้สามารถทัดเทียมกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพและความต้องการของผู้ดื่มในประเทศไทยที่ยังมีความต้องการไวน์ชนิดนี้อยู่มาก รวมถึงปัจจัยทางสังคมที่ตอบรับ ไม่ว่าโรงแรมหรือร้านอาหารที่ต่างเปิดตัวเพิ่มขึ้นตลอดจนการจัดอันดับต่างๆ ของร้านอาหาร ทำให้กระแสการกินการดื่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในสังคม ไวน์เบอร์กันดีมีความน่าสนใจและมีคุณค่าเนื่องจากเป็นไวน์ที่มีคุณภาพดี เกรดพรีเมียม หายาก ราคาสูง และได้รับการยอมรับว่าเป็นไวน์จากพื้นที่ปลูกองุ่นที่ดีที่สุดในโลก เป็นที่ต้องการของนักดื่มไวน์ ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดงหรือไวน์ขาวล้วนติดอยู่ในลิสต์ต้นๆ ของโลก โดยคลอสโมโนโพล มีเป้าหมายเพื่อเป็นผู้นำเข้าไวน์เบอร์กันดีชั้นนำในเอเชีย ตอนนี้ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นตลาดไวน์เบอร์กันดีที่ขยายตัวเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยขณะนี้กลุ่มเป้าหมายของคลอสโมโนโพลแบ่งออกเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม  ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง (HORECA) และ Private Customer ซึ่งจำหน่ายผ่านฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัทจำนวนประมาณ 7,000-8,000 ราย นอกจากนี้ยังมีลูกค้าที่เป็นสมาชิกแบบ Exclusive อีกด้วย และในอนาคตบริษัทมีแพลนที่จะเปิดร้านค้าปลีก (Retail Store)เพื่อเป็นอีกช่องทางในการจัดจำหน่ายและขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น”

ดวงพร โปษยานนท์, รณวิษญ์ จุลชาต และ อธิชัย โปษยานนท์

มสธร เห็นใจชน, บ๊อบบี้-ปนุ สมบัติยานุชิต

หนังสือเด่น : ‘คำนำ’ แรงจูงใจที่หลายคนไม่นึกถึง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365700

หนังสือเด่น : ‘คำนำ’ แรงจูงใจที่หลายคนไม่นึกถึง

หนังสือเด่น : ‘คำนำ’ แรงจูงใจที่หลายคนไม่นึกถึง

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การเขียนหนังสือที่มีเนื้อหายาวมากๆ โดยเฉพาะประเภท นิยาย การจะ จับใจให้คนอ่านต้องอ่านตั้งแต่ เล่มหนึ่งไปจนถึงเล่มสิบ หรือ ยี่สิบจนจบนั้น เป็นเรื่องที่นักเขียนต้องมีความเป็นอัจฉริยะในการจูงใจให้คนอ่าน ติดตาม ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

ผมได้อ่านนิยายจีนเล่มใหม่ของสำนักพิมพ์ สยามอินเตอร์บุ้ค ชื่อ “ฝูเหยาฮองเฮา หงสาเหนือราชัน” เป็นนิยายขนาดยาวที่ ผู้จัดพิมพ์บอกว่า มีสิบเล่มจบ

เห็นแค่หน้าปก เข้าใจแบบสรุปรวบยอดในความคิดของตัวเองว่า คงจะเป็นเรื่องราวในพระราชวังที่กล่าวถึงฮองเฮาองค์ใดองค์หนึ่งที่มีอิทธิพลในยุคหนึ่งของประวัติศาสตร์จีน คล้ายๆ กับเรื่องของ ซูซีไทเฮา หงส์เหนือมังกรที่คนหลายคนรู้จักดี…มองหน้าปกแล้วก็ผ่านเลยไป ยังไม่สะกิดใจให้ต้องอยากอ่าน

จนกระทั่งได้พลิกมาอ่านคำนำ จึงได้รู้ว่าเป็นเรื่องของนักโบราณคดีสาว หลงมิติตกเข้าไปอยู่ในยุคอดีตกาล ยุคที่แบ่งการปกครองเป็นห้าภูมิภาคเจ็ดแว่นแคว้น เลยเกิดความสนใจ ที่จะสืบค้นต่อไป

จนมาได้อ่าน คำนำของ “เส้าเหวิน” ซึ่งเป็นผู้แปลนิยายเรื่องนี้เป็นภาษาไทย บอกเนื้อหาไว้ตอนหนึ่งว่า เป็นเรื่องของสาวโบราณคดี ที่หลงมิติเข้าสู่ยุคโบราณ เมื่อรู้ตัวเธอก็ตั้งปณิธานว่า จะหาทางกลับสู่ยุคปัจจุบันให้เร็วที่สุด เพราะมีแม่ซึ่งป่วยต้องรอความช่วยเหลือจากเธออยู่ ทำให้ผมคิดว่า การดำเนินเรื่องของนิยายเรื่องนี้ น่าจะมีอะไรที่แปลกแยกไปจากนิยายทะลุมิติเรื่องอื่นๆ เลยตัดสินใจอ่านจนจบเล่ม

พบว่า ลีลาการเขียนของ “เทียนเซี่ยกุยหยวน”ซึ่งเป็นนักเขียนรุ่นใหม่ ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมของจีนมาหลายรางวัล ใช้วิธีการเขียนที่ เต็มไปด้วยสำนวน และ การบรรยายแบบ สาธกโวหารเสียเป็นส่วนใหญ่

การเขียนที่นำเสนอสำนวนโวหารของจีน เป็นที่ยอมรับของคนไทยว่า ให้ความลึกซึ้งอย่างมาก เช่นที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะจำอยู่ตลอดมา อาทิ “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา” สำหรับในเรื่องนี้
เริ่มก็เล่นสำนวน ที่ทำให้สะดุดใจได้ไม่น้อย ดังตัวอย่างนี้ “วิมานบนสวรรค์สามสิบแห่ง ตำหนักจำพรากอยู่สูงที่สุด โรคร้ายสี่ร้อยสี่สิบชนิด โรคแห่งความคิดถึงเจ็บปวดที่สุด” อ่านแล้ว จี้ดในใจทันทีครับ หรือ “ชีวิตคนแสนสั้น แต่ความคิดถึงยาวนาน ความเป็นความตายในโลกมนุษย์เป็นเพียงเรื่องชั่วพริบตา”

อ่านเล่มหนึ่งจนจบ บอกได้ทันทีว่า ต้องรออ่านเล่มสองต่อไป

เพียงแค่คำนำก็สร้างแรงดึงดูดให้คนยอมเสียเงินเพื่อสนองความอยากของตัวเองได้เหมือนกันนะ

ถ่ายทอดข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ มาเป็นนิยายได้สนุกสนานและน่าติดตาม

นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ “ศึกสองมหาราช” ผลงานของ สุกิจ สุวานิช อดีตอาจารย์ราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวการประฝีมือระหว่างจอมกษัตริย์ คือสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กษัตริย์แห่งอยุธยาและพระเจ้าติโลกราชพญาเจ้าแห่งล้านนา ทั้งทางด้านปัญญา ทางธรรม และทางทหาร ที่อิงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เมื่อผสมกับจินตนาการของผู้แต่ง ทำให้เหตุการณ์ในอดีต มีชีวิตชีวามีเลือดเนื้อขึ้นมาทำให้ผู้อ่านได้รับรู้ความความยิ่งใหญ่ของมหากษัตริย์อย่างมีอรรถรส ทั้งในแง่เป็นมิตรและต่อสู้กันเพื่อรักษาบ้านเมือง และเมื่ออ่านแล้วก็สนุกสนาน และทำให้อยากจะศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์อยุธยาตอนต้นต่อไป ราคา 245 บาท

ให้ความรู้ศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างลึกซึ้ง เข้าใจง่าย นำมาปรับใช้ได้ด้วยตัวเอง

ฮวงจุ้ย สำหรับชาวบ้าน ฉบับเตี่ย ของ “แปะเกี้ย หรือ ศรีสมร มณีรัตน์” ผู้เขียนหนังสือชุด เดินกับเตี่ย เนื้อหาว่าด้วยหลักการของฮวงจุ้ย ที่มีตัวอย่างอธิบายประกอบ พร้อมภาพ ให้คนอ่านเข้าใจง่าย และนำไปปฏิบัติได้จริงถึงแม้ไม่มีความรู้พื้นฐานก็อ่านเข้าใจได้ ให้ความรู้เรื่องการสังเกตที่ดิน การวางแผนปลูกสร้าง จนถึงอยู่อาศัย นำไปปรับใช้และแก้ไขได้ทันทีไม่ต้องตีความยุ่งยาก ไม่ต้องรื้อหรือทุบให้เสียเวลา มีเกร็ดความรู้ อ่านแล้วสนุก จบในเล่มเดียว ใช้ได้กับทุกคน ทุกยุคสมัย เป็นหนังสือของนักเขียนไทยที่ได้รับการยอมรับคุณภาพจาก The Library of Congress USA ราคาเล่มละ 200 บาท

เปิดใจคู่บ่าว-สาวสุดฮอต’เจนี่-มิกกี้’ ประวัติงานแต่งพิธีไทยแบบดั้งเดิม

นิตยสารแพรว Wedding ฉบับกันยายน-พฤศจิกายน 2561 พบกับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ว่าที่บ่าว-สาวสุดฮอตกับมินิพรีเวดดิ้ง พร้อมบทสัมภาษณ์ที่ล้วงลึกถึงความรักของทั้งคู่และพบกับ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ Miss Universe Thailand 2018 กับการใส่ชุดไทยเจ้าสาวครั้งแรก และเกร็ดประวัติงานแต่งพิธีไทยแบบดั้งเดิม ที่แฝงคติทางความเชื่ออันน่าสนใจ สำหรับคู่รักที่วุ่นวายกับการทำงานและการเตรียมงานแต่ง พลาดไม่ได้กับการอัพเดทสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตเอาใจคู่รักที่มีแผนการท่องเที่ยวฮันนีมูนหลังพิธีการแต่งงานและรวมถึงทริประยะสั้นๆ

เรื่องราวภูตผีปีศาจจากประเทศญี่ปุ่น สยองขวัญ หักมุม แต่ให้ข้อคิด คติสอนใจ

เรื่องหลอนไฮสกูล คาบเรียนวิญญาญ เป็นการ์ตูนตำนานหลอนของไฮสกูลในญี่ปุ่น ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยอ่านเช่น แดนต้องห้าม ภาพถ่ายติดวิญญาณ ชุมนุมผีโรงเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย เนื้อหาการ์ตูนหักมุมสยอง แต่มีสาระ แทรกคติสอนใจเด็กๆ ให้อยากทำความดีละเว้นความชั่ว มีหน้าความรู้ที่เป็นเกร็ดตำนานและความเชื่อต่างๆ เหมาะสำหรับเด็กที่ชอบอ่านอะไรที่หลอนๆ อ่านแล้วสนุกสนาน ชวนติดตาม ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและความเชื่อ สถานที่ต่างๆ ในญี่ปุ่น การนำเสนอแบบการ์ตูนที่มีทั้งสี่สี สามสีและสองสี เข้ากับธีมของหนังสือ ราคา 148 บาท

แหวกฟ้าหาฝัน : Pop Art in Berardo Museum Lisbon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365695

แหวกฟ้าหาฝัน : Pop Art in Berardo Museum Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : Pop Art in Berardo Museum Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งานแนว British Pop Art

Pop Art คือการเคลื่อนไหวทางศิลปะที่ถือกำเนิดขึ้นในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1950 แนวทางศิลปะนี้ท้าทายแนวทางศิลปะดั้งเดิมเพราะมีการนำเอาภาพในจินตนาการของสิ่งที่เป็นที่นิยม หรือวัฒนธรรมพื้นฐานในชีวิตรวมเข้ามาอยู่ในภาพเขียนหรือผลงานศิลปะต่างๆ ด้วย เช่น ภาพโฆษณา ภาพการ์ตูน วัสดุอุปกรณ์ทั่วไป อาทิ กล่องกระดาษใส่ของ เป็นต้น แนวทางศิลปะ Pop Art ที่เน้นการใช้ความซ้ำสิ่งด้อยค่าหรือน่าเย้ยหยัน มาทำการใหม่ให้ได้งานจิตรกรรม หรือประติมากรรมที่มีเนื้อหาที่แปลกแตกต่างจากเดิม และน่าสนใจมากขึ้นนี้ถือกำเนิดขึ้นจากปฏิกิริยาตอบโต้กับศิลปะที่กำลังโด่งดังในช่วงเวลาเดียวกันนั่นคือ AbstractExpressionism แนวทางศิลปะนี้ใกล้เคียงกับ Dadaism และเป็นต้นกำเนิดของแนวทางศิลปะที่เรียกว่า Postmodern Art

 

Judy Garland by Andy Warhol

คำว่า Pop Art ถือกำเนิดขึ้นจาก Lawrence Alloway นักวิจารณ์ศิลป์ชาวอังกฤษอธิบายถึงเนื้อหางานที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมที่กำลังเป็นที่นิยม British Pop Art นั้นมีการพัฒนาอย่างเป็นอิสระจากประเทศอื่นในภาคพื้นยุโรป ทั้งนี้เพราะในช่วงเวลานั้นอังกฤษเป็นเพียงชาติเดียวที่ศิลปินมีความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ แนวทางศิลปะแบบ Pop Art นี้ฟากยุโรปมองว่าเป็นเหมือนงานขยะ เน้นการค้ามากกว่าความเป็นศิลปะ แม้ศิลปะแนวนี้อาจดูหยาบในความเห็นของศิลปินภาคพื้นยุโรป แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในอังกฤษ Berardo Museum ก็มีงานจากศิลปินอังกฤษอยู่ไม่น้อย เช่น Celia Birtwell and some of her Heroes by Pauline Boty ผู้ก่อตั้ง Pop Art อังกฤษ Picture Emphasizing Stillness by David Hockney อังกฤษ Take Away by Antony Donaldson อังกฤษ และ La Sheer by Allen Jones

Virnaburger by Mel Ramos

ส่วนทางสหรัฐฯ นั้น แนวทางศิลปะ Pop Art American ที่เน้นการเล่นกับสื่อโฆษณาที่มีอยู่เดิมทำให้แนวทางศิลปะนี้เข้าใจง่าย ไม่ต้องการตีความเลยเข้ากันได้ดีกับชาวอเมริกันชนชาติที่ชอบการบริโภคจึงเปลี่ยนมือง่าย และเป็นที่นิยม ศิลปินแนว Pop Art ที่โดดเด่นที่สุดในประเทศและในโลกคงไม่มีใครเกิน Andy Warhol เขาเกิด ณ เมือง Pittsburg รัฐ Pennsylvania ในครอบครัวชนชั้นกรรมาชีพที่อพยพมาจากประเทศสโลวาเกีย เมื่อเขาเรียนอยู่ชั้นประถม 3 เขาป่วยเป็นโรค Sydenham’s chorea โรคทางระบบประสาทชนิดหนึ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายผิดปกติส่งผลให้เขาต้องใช้เวลาอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่ เขาจึงเริ่มให้ความสนใจกับการฟังวิทยุและสะสมภาพดาราภาพยนตร์ ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เขาได้พัฒนาบุคลิกภาพและความชอบ เมื่อเขาเข้าเรียน Schenley High School เขาสามารถชนะรางวัล Art and Writing Award และเข้าเรียนด้านศิลปะที่มหาวิทยาลัย Pittsburgh ด้วยความหวังจะเป็นครูสอนศิลปะ แต่ภายหลังเขาย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ทางด้าน Commercial art แทน และเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ CampusModern Dance Club and Beaux Arts Societyและ Student Art Magazine หลังจบปริญญาตรีด้านศิลปะศาสตร์เอกการออกแบบ เขาก็ย้ายไปอยู่นิวยอร์กและเริ่มงานกับนิตยสารในตำแหน่งออกแบบและโฆษณา

La Sheer by Allen Jones

ช่วงสิบปีแรกที่ทำงาน Warhol ใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานโฆษณา หลังจากนั้นเขาก็เริ่มวาดรองเท้าให้ Israel Miller รูปร่างของรองเท้าที่เขาวาดแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เป็นที่พอใจของเจ้าของโรงงาน เขายังเป็นศิลปินคนแรกที่ใช้ขบวนการพิมพ์บนผ้าไหม (Silk screen printmaking) จนพัฒนามาเป็นอุตสาหกรรมในเวลาต่อมา ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เขาเริ่มนำภาพศิลปินดังๆ เช่น Marilyn Monroe, Elvis Presley, Marlon Brando, Elizabeth Taylor มาเป็นส่วนหนึ่งของงาน และงานเหล่านี้นี่เองที่สร้างชื่อให้เขาและศิลปะแนว Pop Art จนเป็นที่นิยมไปทั่วโลก แม้นักวิจารณ์ศิลป์บางคนจะบ่นว่า Warhol เป็นศิลปินที่มีความเป็นพ่อค้ามากเกินไป แต่การที่เขาสามารถสร้างงานที่มีเอกลักษณ์จากภาพของดาราภาพยนตร์ และคนมีชื่อเสียงทำให้ผลงานของเขากลับเป็นที่นิยมอย่างมากส่งผลให้ผลงานของเขาบางชิ้นขายได้เป็นร้อยล้านเหรียญ เช่น Silver Car Cash ซึ่งถูกประมูลไปในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2013 ณ Sotheby’s Contemporary Art เป็นเงินมากถึง 105.4 ล้านดอลลาร์

ประวัติของ Andy Warhol คงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสชื่นชมผลงานของเขาว่าคนเราไม่ว่าเกิดที่ใด ยากจนเพียงใด หากมีความสามารถแรงบันดาลใจและโอกาส ก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จอย่างที่แม้แต่จะฝันก็ยังไม่กล้าได้ทั้งนั้น

งานแนว American Pop Art

งานแนว American Pop Art
Brillo Box by Andy Warhol

Brillo Box by Andy Warhol
Celia Birtwell and some of her Heroes by Pauline Boty

Celia Birtwell and some of her Heroes by Pauline Boty
Picture Emphasizing Stillness by David Hockney

Picture Emphasizing Stillness by David Hockney
Ten Foot Flowers by Andy Warhol

Ten Foot Flowers by Andy Warhol
Take Away by Antony Donaldson

Take Away by Antony Donaldson

ตะลอนเที่ยว : วัดแห่งนี้ช่วยพิทักษ์ดินแดนไทย วัดชลธาราสิงเห

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365676

ตะลอนเที่ยว : วัดแห่งนี้ช่วยพิทักษ์ดินแดนไทย วัดชลธาราสิงเห

ตะลอนเที่ยว : วัดแห่งนี้ช่วยพิทักษ์ดินแดนไทย วัดชลธาราสิงเห

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในยุคที่อังกฤษล่าอาณานิคม อังกฤษพยายามจะผนวกเอาดินแดนของไทยหลาย ๆ แห่งเข้าไปเป็นดินแดนของตนเอง และหนึ่งในความพยายามนั้นคือการผนวกดินแดนจังหวัดนราธิวาสเข้าไปไว้ในเขตดินแดนมลายู ซึ่งเป็นอาณานิคมแห่งหนึ่งของอังกฤษ

แต่ความพยายามของอังกฤษในเรื่องนี้กลับล้มเหลว เมื่อฝ่ายสยามมีหลักฐานชัดเจนว่าดินแดนดังกล่าวเป็นของสยามมาตั้งแต่ดั่งเดิม หลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งคือวัดชลธาราสิงเห หรือวัดเจ๊ะเห ตั้งอยู่ ณ ริมแม่น้ำตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

ตามประวัติระบุว่าวัดนี้ก่อสร้างโดยพระครูโอภาสพุทธคุณ (พุด) เมื่อปี พ.ศ.2416 ซึ่งอยู่ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

นอกจากความงดงามตามแบบพุทธศิลป์ผสมผสานกับศิลปะตามแบบแผนของเมืองปักษ์ใต้แล้ว วัดแห่งนี้ยังมีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ของสยาม โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาเอกราชของดินแดนสยาม เนื่องจากเมื่อครั้งที่สยามกับอังกฤษมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนสยามกับมลายู (มลายูเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ) ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อังกฤษพยายามจะผนวกเอาดินแดนสยามในเขตจังหวัดนราธิวาสเข้าไปเป็นของตน โดยอ้างเหตุผลด้านเชื้อชาติของประชากรในบริเวณดังกล่าว แต่ฝ่ายสยามได้ยกเรื่องวัดในพระพุทธศาสนา และโบราณวัตถุ รวมถึงศิลปะของสยามเป็นข้อต่อสู้ ในที่สุดอังกฤษจึงจำต้องยอมจำนนต่อหลักฐานของฝ่ายสยาม ทำให้ดินแดนของจังหวัดนราธิวาสไม่ตกเป็นของมลายูภายใต้การปกครองของอังกฤษ จึงทำให้วัดนี้ได้รับการขนานนามว่าวัดพิทักษ์ดินแดนไทย

ส่วนความงดงามวิจิตรของโบราณสถานภายในวัดมีมากมาย อาทิ พระอุโบสถที่ก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีขนาดกะทัดรัด แต่ทว่างดงามมาก เป็นศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ หลังคาซ้อนลดหลั่นสามชั้น หน้าบันเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธประวัติ และภาพเทพชุมนุม และมีการสอดประสานผสมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนราธิวาสในยุคนั้นไว้ในภาพจิตรกรรมฝาผนังด้วย ตามประวัติระบุว่าผู้วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังคือพระภิกษุจากสงขลาที่ไปจำพรรษาในวัดแห่งนี้ ส่วนพระพุทธรูปประธานของพระอุโบสถสร้างแบบมารวิชัย มีขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีแบบบุษบกทรงสอบที่สูงมาก แต่มีสัดส่วนที่งดงามและลงตัวมากเมื่อเทียบกับขนาดของพระอุโบสถหลังย่อมๆ

ส่วนโบราณสถานสำคัญอื่นๆ ของวัดนี้ คือ พลับพลาริมแม่น้ำตากใบ ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อคราเสด็จประพาสเมืองนราธิวาส เมื่อ พ.ศ. 2458 ส่วนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดแห่งนี้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2518 และวันที่ 6 กันยายน 2519

นอกจากนี้ยังมีกุฏิโบราณสร้างด้วยไม้ ประดับลวดลายขนมปังขิง (ลวดลายไม้ฉลุที่งดงามอ่อนช้อย) รวมถึงศาลาธรรม ที่ก่อสร้างด้วยศิลปะแบบปักษ์ใต้ผสมกับศิลปะของจีน และหอกลอง หอระฆัง หอไตร หอพระนารายณ์ และพระพุทธไสยาสน์ แต่ที่พลาดไม่ได้เมื่อไปถึงวัดนี้คือต้องไปชมพิพิธภัณฑ์ประจำวัด ซึ่งเก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่าไว้มากมาย อาทิ ธรรมาสน์อายุกว่า 100 ปี ตู้พระไตรปิฎก และโบราณวัตถุประจำพื้นถิ่นอีกมากมาย

หากคุณสนใจต้องการไปเที่ยวชมวัดชลธาราสิงเห และท่องเที่ยวแบบเจาะลึกในจังหวัดนราธิวาส โปรดติดต่อ Mr. Flower ที่หมายเลข 091-7233615

‘ต้นกล้าแคมป์’ ลับคมความรู้ ลงมือปฏิบัติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365715

‘ต้นกล้าแคมป์’ ลับคมความรู้ ลงมือปฏิบัติ  ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

‘ต้นกล้าแคมป์’ ลับคมความรู้ ลงมือปฏิบัติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ท่ามกลางโครงการประกวดสำหรับเยาวชนที่จัดขึ้นมากมาย มีเพียงไม่กี่โครงการที่ยืนหยัดจัดต่อเนื่อง จนเป็นที่จดจำ หนึ่งในนั้นคือโครงการ กรุงไทยต้นกล้าสีขาว ของธนาคารกรุงไทย ที่จัดต่อเนื่องปีที่ 12 โดยได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นทุกปี สำหรับปีนี้มีนักเรียนพร้อมใจกันส่งโครงงานเข้าประกวดมากถึง 268 ทีม

ศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผช.กก.ผจญ.ธ.กรุงไทย

ศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า “ต้นกล้าแคมป์เป็นกิจกรรมที่ธนาคารจัดขึ้นให้กับทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทฤษฎีและได้ทดลองปฏิบัติจริงในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงการดำเนินโครงงาน ปีนี้เราจัดที่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ นครนายก เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน ที่นี่เป็นศูนย์นิทรรศการที่รวบรวมข้อมูลและกิจกรรมเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการทำสบู่ แชมพู การผสมดิน ทำปุ๋ย สร้างบ้านดิน สีข้าวด้วยมือ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ด้านการเงินให้คำปรึกษาในการดำเนินโครงงาน และแนะนำเทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ กิจกรรมตลอดทั้ง 4 วันล้วนมีคุณค่า เป็นประสบการณ์ที่ดี และเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของนักเรียนเอง รวมทั้งเป็นประโยชน์ในการพัฒนาโครงงานเข้าประกวดด้วย ซึ่งทั้ง 15 ทีมนี้จะนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการดำเนินโครงงาน และนำเสนอต่อกรรมการคัดเลือกในรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าจะได้เห็นโครงงานดีๆ จากการร่วมคิดร่วมทำของนักเรียนในการพลิกฟื้นชุมชนให้แข็งแรงอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยากให้ทุกคนติดตามผลงานของน้องๆ เพราะบางโครงงานสามารถเป็นต้นแบบให้ผู้ที่สนใจนำไปปรับใช้ในชุมชนของตัวเองได้ด้วย”

น้องทัด-ธีระพงษ์ กางไธสง

น้องทัด-ธีระพงษ์ กางไธสง จากโรงเรียนพุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เผยว่า “ต้นกล้าแคมป์เป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้มีโอกาสศึกษาเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่ๆ ที่ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต นำไปปรับใช้ในชีวิตได้หลายอย่าง อย่างเรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพ จะนำความรู้ที่ได้ฝึกจากที่นี่ไปทำที่โรงเรียนนอกจากนี้ ความรู้เรื่องการเงินที่พี่จากธนาคารกรุงไทยสอน ก็เป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์ให้ผมนำไปบริหารจัดการเงินได้”

น้องเจินเจิน-ญาณินดา เตียวอนันต์

ส่วน น้องเจินเจิน-ญาณินดา เตียวอนันต์ จากโรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง เล่าว่า “เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก ได้รู้จักเกี่ยวกับโครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 มากขึ้น ได้รับรู้ว่าพระองค์ท่านทำอะไรให้กับประเทศไทยบ้าง มีหลายกิจกรรมที่สอนให้ได้ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นแนวคิดหนึ่งของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่สอนให้พวกเราพึ่งพาตัวเองและอยู่อย่างพอเพียง”

น้องเดฟ-เฉลิมรัฐ ปัดสำราญ

น้องเดฟ-เฉลิมรัฐ ปัดสำราญ จากโรงเรียนพุทไธสง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า “ตอนที่พี่ๆ พาเดินไปศึกษาแนวคิดของในหลวงรัชกาลที่ 9ในแต่ละฐาน ได้ความรู้มากมาย เช่น เรื่องการปรับปรุงดินทำให้เห็นว่าจากพื้นที่ที่เคยเป็นหินภูเขาก็สามารถปรับให้กลายเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์และมีป่าที่ร่มรื่นเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาเพียง 12 ปี มีความรู้เรื่องหนึ่งที่จะนำกลับไปชวนพ่อแม่ทำคือ คันนาทองคำ ที่นี่สอนให้รู้ว่าคันนาก็มีประโยชน์ สามารถใช้เป็นที่ปลูกพืชผักผลไม้ได้ ผมจะปลูกพริก มะละกอ และผลไม้อื่นๆ ผลผลิตที่ได้ก็เอามารับประทาน แบ่งปันให้คนอื่น หรือจำหน่ายสร้างรายได้ และประทับใจเรื่องการสีข้าวด้วย ได้ลองทำเอง ทำให้รู้ว่าไม่ง่ายเลยกว่าจะได้ข้าวสักกำมือ ทำให้เห็นคุณค่าของข้าวมากขึ้น”

น้องจันทร์กระพ้อ-จุรีรัตน์ บุญเกิด 

ปิดท้ายกับความรู้สึกของ น้องจันทร์กระพ้อ-จุรีรัตน์ บุญเกิด จากโรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) กทม. เล่าว่า “เป็นกิจกรรมที่สนุกมีกิจกรรมให้เราทำร่วมกัน ทำให้เรารู้จักกัน กล้าที่จะพูด กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น ได้รู้จักเพื่อนต่างโรงเรียนอีกเกือบ 60 คน ทำให้เราได้แบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน เพราะแต่ละคนมาจากคนละโรงเรียน คนละจังหวัด คนละภาค ต่างพื้นที่ ก็จะมีประสบการณ์ ความรู้ และมุมมองแตกต่างกันไป นอกจากได้ความรู้แล้วยังสนุกด้วย”

Science Update : ดาวพลูโตหวังกลับมาเป็นดาวเคราะห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365703

Science Update : ดาวพลูโตหวังกลับมาเป็นดาวเคราะห์

Science Update : ดาวพลูโตหวังกลับมาเป็นดาวเคราะห์

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะนักดาราศาสตร์นำโดย ศ.ฟิลิป เมตซ์เจอร์ จากมหาวิทยาลัย University of Central Florida (UCF) ตีพิมพ์รายงานวิจัยลงในวารสารอิคารัส (Icarus) ระบุว่านิยามของดาวเคราะห์ที่สหภาพดาราศาสตร์ระหว่างประเทศ (IAU) กำหนดขึ้นใหม่เมื่อปี 2006 ในประเด็นที่ดาวเคราะห์จะต้องมี “วงโคจรที่ชัดเจน” (Clear orbit) นั้น เป็นการนิยามที่มีปัญหาและคลุมเครืออย่างมาก เนื่องจากการสืบค้นทวนวรรณกรรมงานวิจัยทางดาราศาสตร์ทั้งหมดในรอบ 200 ปีที่ผ่านมา ไม่พบการใช้ข้อกำหนดเรื่องวงโคจรมาเป็นตัวตัดสินว่า วัตถุในอวกาศอันใดอันหนึ่งถือเป็นดาวเคราะห์หรือไม่ ทำให้เห็นว่าการพิจารณาถอดดาวพลูโตออกจากการเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ของระบบสุริยะ เมื่อ 12 ปีก่อนเป็นความผิดพลาด และเรียกร้องให้นำดาวพลูโตที่ตอนนี้มีสถานะเป็นเพียงดาวเคราะห์แคระ กลับมาเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลอีกครั้ง