ผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2018 งดงามในชุดไทยสมัย ร.5 ในงาน‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายนํ้าแห่งรัตนโกสินทร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382092

ผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2018 งดงามในชุดไทยสมัย ร.5 ในงาน‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายนํ้าแห่งรัตนโกสินทร์’

ผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2018 งดงามในชุดไทยสมัย ร.5 ในงาน‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายนํ้าแห่งรัตนโกสินทร์’

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561-19 มกราคม 2562 ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า ในโอกาสนี้ สาวงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 จากทั่วโลกที่เดินทางมาประกวดที่ประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมชมงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” โดยสาวงามทุกคนต่างพร้อมใจกันสวมใส่ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5 หลากหลายสีสันสวยงาม

ทันทีที่สาวๆ มาถึงบริเวณงาน สาวงามผู้เข้าประกวดได้วางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนไปเยี่ยมชมส่วนต่างๆ ของงาน ได้แก่ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์จำลอง นิทรรศการ “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” นิทรรศการพระราชกรณียกิจ ร.1-ร.10 โดยมีวิทยากรแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับงานอุ่นไอรักฯ ก่อนจะเดินชมความงดงามของเรือพระที่นั่งจำลอง และดูที่จะได้รับความสนใจจากสาวงามผู้เข้าประกวดมากเป็นพิเศษคือ การได้ลิ้มรสอาหารว่างและขนมหวานไทยโบราณอย่าง ล่าเตียง หรุ่ม ขนมรังไร(เรไร) บัวลอยไข่หวาน ทองเอก กลีบลำดวน โสมนัส จากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง(หญิง) รวมถึงเยี่ยมชมตลาดบกและตลาดน้ำ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร้านจิตอาสา 904 ชมการแสดงโขนเวทีกลาง ชมการเห่เรือพระราชพิธี โดยกองทัพเรือ และถ่ายภาพพร้อมกันที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่มาร่วมงานอุ่นไอรักฯ ต่างให้ความสนใจถ่ายภาพกันอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมแต่งกายในชุดไทยย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5 หรือชุดไทยแบบต่างๆ ด้วยผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น เพื่อสะท้อนวิถีไทยผ่านเครื่องแต่งกาย มาร่วมเที่ยวชมงานในครั้งนี้ ด้วยความสุข สดใส สนุกสนานเพลิดเพลิน พร้อมกับได้รับความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเกี่ยวกับสายน้ำ และยังได้ร่วมทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นความสุขและอิ่มบุญอิ่มใจ นับเป็นการช่วยกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทยสืบต่อไป ทั้งนี้ประชาชนสามารถชมงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ได้ตั้งแต่วันนี้-19 มกราคม 2562 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. เฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์ จะปิดในเวลา 22.00 น.

คลิปออนไลน์ ‘พ่อสอนลูกใช้’ เอสซีจีชวนคนไทยใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382083

คลิปออนไลน์ ‘พ่อสอนลูกใช้’ เอสซีจีชวนคนไทยใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่า

คลิปออนไลน์ ‘พ่อสอนลูกใช้’ เอสซีจีชวนคนไทยใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่า

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“พ่อสอนลูกใช้” คลิปออนไลน์ล่าสุดจากเอสซีจี เปิดมุมมองการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า สะท้อนวิถีชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

เอสซีจี เปิดตัวคลิปออนไลน์ชุด “พ่อสอนลูกใช้” เชิญชวนให้ทุกบ้านทุกครอบครัวใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy พร้อมเปิดมุมมอง “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” ได้แก่ การนำทรัพยากรที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำให้มากที่สุด และเมื่อไม่สามารถใช้งานต่อได้แล้ว ก่อนจะทิ้งควรจัดการแยกตามประเภทของวัสดุ เช่น พลาสติก กระดาษ โลหะ เป็นต้น และทิ้งให้ถูกที่ ลงถังขยะให้ถูกต้อง ทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้การนำขยะกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับคลิปออนไลน์ชุด “พ่อสอนลูกใช้” นำเสนอเรื่องราวผ่านความสัมพันธ์ของพ่อและลูกชายคู่หนึ่ง ที่พ่อมักชอบคัดแยกขวดน้ำ ล้างถุงพลาสติก และเก็บกระดาษหนังสือพิมพ์เพื่อขาย หรือนำกลับมาใช้ใหม่ เมื่อมีของชำรุดในบ้านก็จะนำกลับมาซ่อมจนใช้งานได้ เป็นต้น ซึ่งจากพฤติกรรมของพ่อที่หลายๆ คนอาจมองว่าแปลก หรือเป็นพวกสะสมขยะ แต่กลับกลายเป็นเรื่องน่าชื่นชม และถือเป็นการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น

ทั้งนี้ เอสซีจีมุ่งหวังว่าคลิปออนไลน์ชุดนี้ จะช่วยปลูกจิตสำนึก เปลี่ยนวิธีคิด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรของทุกคนให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด เพื่อให้เรามีทรัพยากรธรรมชาติไว้ใช้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อๆ ไป เพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ยั่งยืน

‘รักษ์เกาะเสม็ด ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382088

‘รักษ์เกาะเสม็ด ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก’

‘รักษ์เกาะเสม็ด ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก’

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องสำหรับโครงการ “ลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก” มากว่า 10 ปี จัดโดย ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ล่าสุดร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวเลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วบนเกาะเสม็ด จ.ระยอง ภายใต้ชื่อโครงการ “รักษ์เกาะเสม็ด ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก” โดยประกาศงดบริการถุงพลาสติกหูหิ้วให้กับลูกค้าบน
เกาะเสม็ด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และลดปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน  โดยมียุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยองประธานเปิดงาน ร่วมด้วย ประยูร พงศ์พันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด และข้าราชการ ประชาชนชาวเสม็ดร่วมงาน

ธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า “ซีพี ออลล์ ได้จัดโครงการ “รักษ์เกาะเสม็ด ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก” เพื่อให้คนไทยและนักท่องเที่ยวเลิกใช้ถุงพลาสติก สร้างพฤติกรรมให้เกิดแนวคิดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์ของซีพี ออลล์ ที่เดินหน้านโยบาย 7 GO Green โดยเริ่มต้นที่การ “ลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก” เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและให้ความสำคัญกับการดูแลแบ่งปันร่วมกับชุมชนและสังคมเพื่อให้เป็นไปตามปณิธานของซีพี ออลล์ นั่นคือ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” โดยมีแนวทางรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติกผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาที่ตั้งอยู่บนเกาะเสม็ด ด้วยการงดบริการถุงพลาสติกหูหิ้วทุกขนาดกับลูกค้า, ยกเลิกแคปซีล (การใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดนํ้าดื่ม), ยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มหลอดโดยใช้กล่องใส่หลอดกดแทน, การตั้งถังขยะแยกประเภทบริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทุกสาขา เพื่อสนับสนุนแนวทางการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อชุมชน พร้อมติดตั้งสื่อส่งเสริมให้ลดใช้ถุงพลาสติก รวมทั้งจัดกิจกรรมร่วมกับเยาวชนและชุมชนรณรงค์ลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก เพื่อก่อให้เกิดพลังในชุมชน”

นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ยังได้ประสานความร่วมมือกับอุทยานเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ร่วมสนับสนุนโครงการ “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” ภายใต้กิจกรรม “การงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและห้ามใช้โฟมบรรจุอาหารเข้าเกาะเสม็ด” โดยการเชิญชวนให้พนักงาน ลูกค้า ประชาชนทั่วไป ร่วมมือร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติกและภาชนะโฟมบรรจุอาหาร เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและสร้างจิตสำนึกในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ด้าน ยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง  ประธานเปิดงาน เผยว่า “โครงการ “ทำดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” ภายใต้กิจกรรมการงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและห้ามใช้โฟมบรรจุอาหารเข้าเกาะเสม็ด ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561ที่เห็นชอบให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าวร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะ และเป็นการกระตุ้นให้ประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวตื่นตัวกับการหันมาใช้ถุงผ้าและวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และหันมาสนใจวิธีการลดปริมาณขยะทุกรูปแบบ อันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเกาะเสม็ด เป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

ฉลอง 35 ปี จี-ช็อค รวมพลตัวจริงสายขบถ จัดใหญ่งานเฟสสุดอลัง The Era of Rebel

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382082

ฉลอง 35 ปี จี-ช็อค รวมพลตัวจริงสายขบถ จัดใหญ่งานเฟสสุดอลัง The Era of Rebel

ฉลอง 35 ปี จี-ช็อค รวมพลตัวจริงสายขบถ จัดใหญ่งานเฟสสุดอลัง The Era of Rebel

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จี-ช็อค (G-SHOCK) แบรนด์นาฬิกาแฟชั่นสุดฮิป โดยบริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) จัดงานเฟสติวัลใหญ่ฉลองครบรอบ 35 ปี “The Era of Rebel” ประกาศรวมพลคนคิดนอกกรอบ มาร่วมโชว์พลังปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ พร้อมเผยโฉมนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น G-SHOCK X UrboyTJ ที่ได้แร็พเปอร์ชื่อดัง ยัวร์บอยทีเจ (UrboyTJ) มาร่วมออกแบบเป็นครั้งแรก ภายในงานยังได้เหล่าไอดอลคนดังสายขบถ นำโดย กราฟิตี้ชื่อดัง บิ๊กเดล (Bigdel) และทีม Dance Battle ระดับโลก ดี-มานิแอค (D-Maniac) มาร่วมทำกิจกรรมสนุกสุดมันส์ รวมถึง มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง มาร่วมชม Exhibition นาฬิกา Limited 35 ปี และ ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน มาร่วมกิจกรรม Dance Battle สุดมันส์ภายในงาน ณ แอ็คเมน เอกมัย คอมเพล็กซ์

มร.คิคุโอะ อิเบะ Father of G-SHOCK ผู้คิดค้นนาฬิกา จี-ช็อค บินตรงมาเพื่องานฉลองครั้งนี้โดยเฉพาะ เผยว่า “จี-ช็อค คือความสำเร็จที่เกิดจากความพยายาม ความอดทน และความทุ่มเทในการทำในสิ่งที่เชื่ออย่างไม่ย่อท้อ กว่าจะมี จี-ช็อค ในทุกวันนี้ เราต้องเจอกับความผิดพลาดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เพราะความเชื่อมั่นและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค จึงทำให้จี-ช็อค กลายเป็นแบรนด์ที่ทุกคนเชื่อถือ และกลายเป็นนาฬิกาที่ใครหลายคนเก็บสะสม โดยแม้ว่าวันนี้แบรนด์จะเป็นที่นิยมมานานกว่า 35 ปี เราก็ยังไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาให้ จี-ช็อค เป็นนาฬิกาที่ทนทานและแข็งแกร่งที่สุดต่อไป”

ด้าน วิโรจน์ สุขพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส CASIO & HARDLINE กล่าวว่า “จี-ช็อค เป็นนาฬิกาที่ทุกคนต้องมี และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความขบถที่แสดงให้เห็นความกล้าที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ และทำตามสิ่งที่ตัวเองเชื่ออย่างไม่ย่อท้อ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จตลอดระยะเวลา 35 ปี ของ จี-ช็อค ประเทศไทย จึงได้จัดงาน The Era of Rebel ขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับเหล่าผู้กล้าหัวขบถได้มีโอกาสมาโชว์สกิลความสามารถ และส่งเสริมให้ทุกคนกล้าที่จะทำตามฝัน รวมถึงการนำนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นและรุ่นในตำนานตลอดระยะเวลา 35 ปีมาโชว์แบบจัดเต็ม พร้อมเปิดตัวนาฬิการุ่น G-SHOCK x UrboyTJ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ฉลองครบรอบ 35 ปี ที่ร่วมกับแร็พเปอร์ชื่อดัง ยัวร์บอยทีเจ ไอดอลของสายขบถ ที่มาถ่ายทอดพลังและอัตลักษณ์แห่งความไม่ย่อท้อต่อความฝันผ่านลายนกฮูก ซึ่งเป็นลาย Signature ของยัวร์บอย ทีเจ บนนาฬิกา G-SHOCK DW-5600รุ่นหน้าเหลี่ยมในตำนาน ซึ่งนาฬิการุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกที่ มร.คิคูโอะ อีเบะ ผู้ก่อตั้งจี-ช็อคได้คิดค้นขึ้นเมื่อ 35 ปีที่แล้ว”

แร็ปเปอร์หนุ่ม ยัวร์บอยทีเจ เผยว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาร่วมออกแบบนาฬิกาจี-ช็อค และเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อดีเอ็นเอ Never Give Up ของจี-ช็อค นาฬิกาที่ผมร่วมออกแบบรุ่นนี้ถูกดีไซน์ออกมาจากสัญลักษณ์ THE OWL หรือนกฮูกที่เป็นตัวแทนของความแตกต่าง เพราะนกฮูกเป็นสัตว์ที่ไม่ได้พบเห็นได้ง่ายๆ และมีความเป็นตัวของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ที่ลิมิเต็ด และเป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นว่าเราแต่ละคนถูกสร้างมาไม่เหมือนกัน ผมจึงได้นำนกฮูกมาออกแบบนาฬิกา เพราะอยากให้ทุกคนมองข้ามคำสบประมาทของคนอื่น แล้วเป็นสิ่งที่ตัวเองยึดมั่น และทำให้ดีที่สุดจนกว่าเราจะถึงเป้าหมายของความสำเร็จ”

นาฬิการุ่น G-SHOCK x UrboyTJ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ราคา 6,900 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน G-Shock Casio Watch Station และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/InStoresNow-GSHOCKxUrboyTJ

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382091

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2561

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

●● มิสยูนิเวิร์สสเปน อังเคลา ปอนเซ มาถึงไทยแล้ว เพื่อเข้าชิงมงกุฎการประกวด MISS UNIVERSE 2018 ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการประกวด อีกทั้งเป็นชัยชนะสำคัญของชาว WOMEN’S LIB อย่างไรก็ดี ครั้งนี้นับเป็นการประกวดมิสยูนิเวิร์สที่มีการโปรโมทน้อยและเงียบเหงาที่สุดในประวัติศาสตร์…หลังจากเปิดตัวครั้งแรกว่าประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัด MISS UNIVERSE 2018 โดยมีกลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่ออกตัวแบบฟอร์มใหญ่ ทำเอาแฟนชาวไทยซึ่งฝรั่งทำโพลล์ไว้ว่าเป็น 1 ใน 2 ประเทศที่บ้าประกวดนางงามอินเตอร์มากที่สุดต้องยินดีเฮกันลั่น หลังจากนั้นข่าวคราวต่างๆ ก็แผ่วลงตลอดอย่างไม่สมศักดิ์ศรี จนมาภายหลังมีผู้อุปถัมภ์รายใหม่ ตี๋ แมทชิ่ง เข้ามาพยุงรับหน้าเสื่อไว้จนงานไม่ล้มกลางคัน คาดหมายกันว่าด้วยเหตุที่ลำดับมาแล้ว ผลกำรี้กำไรในส่วนของผู้ลงทุนฝ่ายไทย คงจะกลายเป็นติดลบที่เป็นบทเรียนสำคัญยิ่ง…

●● มีความเป็นแฟมิลี่แมนสูง ทัศนัย สุทัศน์ ณ อยุธยา รับบท “คุณพ่อแสนดี” จัดงานแฮปปี้เบิร์ธเดย์ขนาดย่อม แต่ตัดเค้กขนาดใหญ่สำหรับคนในครอบครัวให้ แอล ลูกสาวคนเล็กฉลองครบหนึ่งขวบ ก่อนที่จะพามาดาม ป้อม และลูกๆ เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วง EXODUS JAPAN ตั้งแต่วันนี้เป็นกำหนดเวลา 10 วัน ส่วน IKE ลูกชายวัย 4 ขวบก็รีบจีบพ่อขอจองทริปหน้าให้เดินทางไปฮอลิเดย์ที่ ไต้หวัน อีก…

●● ขอแสดงความยินดีกับ อนันต์ พรหมดนตรี ในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผู้ช่วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เมื่อเร็วๆนี้…

●● ดีใจด้วยกับ ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์แห่งความเป็นเลิศ หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง-กรุงเทพฯ (Digital Belt and Road – International Center of Excelence) จากการคัดเลือกจาก 8 ศูนย์ฯทั่วโลก ที่มีการจัดตั้งขึ้นร่วมกันระหว่างจีน และประเทศในหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ในการประชุมนานาชาติ ที่เมือง เถิงจง ประเทศจีน…

●● กลับจากไปทริปตูนิเซียแล้ว บูรพา-ดร.ญาดา อารัมภีร บอกประทับใจกรุ๊ปทัวร์กลุ่มที่ไปด้วยกันมากๆ…

●● วันเกิดปีนี้ ดร.พิชัย คณิวิชาภรณ์ พาครอบครัวไปฉลองกันที่ไต้หวันอบอุ่นกันกลับมาเมืองไทยแล้ว…

●● เที่ยวเจาะลึกทั้งที่เยอรมนี เบลเยียม ลักเซมเบอร์ก เนเธอร์แลนด์ รวม 4 ประเทศ ดร.วรุณ-พิมลพรรณ กาญจนกุญชร ใกล้กลับไทยแล้ว สรุปทริปสุขสันต์ 40 วันพอดี…

●● ลงจากเครื่องมาเที่ยงวันอาทิตย์ ผุสดี โสรัต ตรงดิ่งมาจัดรายการฯที่รับผิดชอบทันที จัดอยู่ 2 ชั่วโมง ขอตัวกลับไปเตรียมตัวงานคอนเสิร์ต The Brothers Four ที่จัดเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมาและผ่านไปอย่างเรียบร้อย…

●● อยากได้มานานมากแล้วสมหวังครานี้ ดร.จารุวรี สนิทวงศ์ฯ ได้รับเก้าอี้นอนนวดจากสามีสุดรัก ชาญวุฒิ ในโอกาสคล้ายวันเกิด เก้าอี้มาแบบได้เวลาเหมาะเจาะ เพราะปวดเมื่อยเนื้อตัวเต็มที หลังกลับมาจากการปฏิบัติธรรมนั่นเอง…

●●ในที่สุดคนเก่งประจำรุ่นวารสารฯ มธ.13 อัจฉรีย์ แขวงโสภา คือผู้มีจิตอาสาไปเป็นตัวแทนของคณะฯร่วมประชุมกับเพื่อนร่วมรุ่นคณะอื่นที่เข้าเรียนพร้อมกันเมื่อปี 2513 เพื่อเตรียมการจัดงานฉลอง 50 ปีในปี 2563…ที่เอ่ยนามครั้งนี้ ด้วยต้องการบอกว่าเพื่อนๆ ซาบซึ้งและขอบคุณเป็นที่ยิ่ง…

●● มีเรื่องจริงเล่าสู่กันฟัง…มีหมู่บ้าน 2 แห่งตั้งอยู่ติดกันสุดซอยคู้บอน 27 กม.8 รามอินทรา หมู่บ้านหนึ่งเพิ่งมาอยู่ไม่นานทิ้งขยะลงลำคลองข้างบ้านเรือน…อีกหมู่บ้านอยู่มานานกว่า 10 ปีคนในหมู่บ้านมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมดีเยี่ยม มีพลเมืองดี อาทิ ศักรินทร์ นวลศรี ตามเก็บขยะในคูคลองเกรงการระบายน้ำไม่ดีฝนตกหนักอาจน้ำท่วม…จิตสำนึกต่อส่วนรวมของคนสองหมู่บ้านช่างตรงข้ามกันจริงแท้ !!…●●

บารอนเนส

‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’เผยโฉมเพชรกะรัตหายาก ครั้งแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382086

‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’เผยโฉมเพชรกะรัตหายาก ครั้งแรกในไทย

‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’เผยโฉมเพชรกะรัตหายาก ครั้งแรกในไทย

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เตรียมก้าวสู่ปีที่ 90 อย่างยิ่งใหญ่ Jubilee Diamond (ยูบิลลี่ ไดมอนด์) เครื่องประดับเพชรแบรนด์ไทยคุณภาพระดับสากล จัดบิ๊กอีเว้นท์ The Legendary of CARAT (เดอะ เลเจนดารี ออฟ กะรัต) อลังการงานเพชรกะรัตน้ำงาม ระดับ 6 ดาว ครั้งแรกในประเทศไทย ฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีด้วยการนำเครื่องประดับเพชรจากแหล่งเจียระไนที่ดีที่สุดในโลกมาให้ช็อปแบบจุใจ ในราคาพิเศษอีกกว่า 2,000 รายการ ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคมนี้ ที่ห้อง YULANIA VI ชั้น 9 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ

อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เพื่อเฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 90 ในปี 2562 และเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ “ยูบิลลี่ ไดมอนด์” นำสุดยอดเพชรน้ำงามหายากระดับ 6 ดาว มาให้ได้ชมแบบ Ultra Exclusive อย่าง เพชรทรงหยดน้ำและทรงรูปไข่ น้ำหนักถึง 5 กะรัต และการจัดแสดงเพชรในรูปแบบไดมอนด์แกลเลอรี่ อาทิ “เพชรทรงกลม Super Ideal Cut” สุดยอดการเจียระไนที่ได้รับการยอมรับของเพชรชั้นเลิศเพื่อให้เพชรมีความงามสูงสุด โดยสามารถสะท้อนแสงงดงามระยิบระยับจับตา, “เพชรกะรัตน้ำงาม Perfect Heart and Arrow” ที่ได้รับการขัดและเจียระไนอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อมองผ่านแว่นขยายพิเศษจะมองเห็นหัวใจแปดดวงและลูกศรแปดดอก, “เพชรหายากอย่าง Rare Fancy Shape” น้ำงามหลากหลายรูปทรงเพชรที่นักสะสมเพชรให้ความสนใจ, “สุดยอดเพชรแฟนซี Rare Fancy Color” เพชรที่แตกต่างจากสีขาวและหายากเพียง 1 ใน 10,000 กะรัต ถึงจะเจอเพชรสีธรรมชาติและสีที่ได้รับความนิยมคือเพชรสีเหลือง, “FOREVERMARK เพชรระดับตำนาน”ในกลุ่มบริษัท De Beers ยักษ์ใหญ่ของวงการเพชรระดับโลก ที่ได้รับการคัดสรรมาจากแหล่งที่ดีที่สุดในโลก นอกจากนี้
ในงานยังมีเครื่องประดับเพชรคุณภาพมาตรฐานระดับโลกอีกกว่า 2,000 รายการ และโปรโมชั่นสุดพิเศษ

ภายในงาน พบกับไฮไลต์ประกายเพชรระยิบระยับจับตาของการเจียระไนระดับ Ideal Cut ดีไซน์ล้ำสมัยกับแหวนเพชร Master Ideal Floral (มาสเตอร์ ไอดีล ฟลอรัล) ประณีตในทุกสัมผัส งดงาม ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมวลดอกไม้นานาพรรณ ประกอบด้วย แหวนเพชรกะรัต น้ำงาม 1 กะรัต ขึ้นไป ร้อยเรียงด้วยเพชรกลมรอบตัวเรือนเหมือนดอกไม้อันทรงคุณค่า พร้อมสะกดทุกสายตา, แหวนเพชรทรงวงรี 1 กะรัต ล้อมรอบด้วยเพชรเม็ดเล็กดีไซน์เรียบโก้, แหวนเพชรกะรัตทรงกลม Round Shape ขนาด 2 กะรัต และ ขนาด 1 กะรัต ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กอย่างลงตัว สวมใส่ได้ทุกโอกาส

ต่อด้วยเพชรน้ำงามระดับมาสเตอร์พีซทรงแฟนซี เชฟ กับ The Master of Beauty (เดอะ มาสเตอร์ ออฟ บิวตี้) ผสมผสานความประณีตในการเจียระไนอย่างลงตัวกับตัวเรือนด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย สง่างาม มีทั้งแหวนเพชรกะรัตทรงหยดน้ำ ขนาด 3 กะรัต, แหวนเพชรกะรัตทรงรูปไข่ โดดเด่นด้วยเพชรแฟนซี เชฟ 5 กะรัต หรูหราบ่งบอกรสนิยมของผู้สวมใส่ และแหวนเพชรกะรัตรูปทรงวงรี ขนาด 3 กะรัต

รวมถึงผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่างเซตเครื่องประดับเพชร Queen of Coloratura (ควีน ออฟ คัลเลอร์ราทูร่า) ที่นำเพชร แฟนซี คัลเลอร์ น้ำงามสีเหลือง ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมและหายากมาก มาผสมผสานกับเพชรรูปทรงกลม ทรงเหลี่ยมและทรงหยดน้ำ โดยเซตนี้ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ความพลิ้วไหวของดอกไม้ ใบไม้ บรรจงร้อยเรียงกันออกมาเป็น สร้อยคอ Fancy Shape ประกอบด้วยเพชร Fancy Yellow Color น้ำหนักเพชรรวม 42.78 กะรัต, แหวน Fancy Yellow Color น้ำหนักเพชรรวม 6.19 กะรัต และต่างหูทรงระย้า
น้ำหนักเพชรรวม 10.78 กะรัต

ส่วนแฟนคลับ FOREVERMARK ต้องตื่นเต้นกับเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่น One in A Million Collection (วัน อิน อะ มิลเลียน คอลเลคชั่น) พิเศษเฉพาะในไทยเท่านั้น โดยได้รับแรงบันดาลใจที่ผู้หญิงทุกคนมีความสวยงาม ใช้ชีวิตในแบบของตนเอง และมีความสามารถในแต่ละด้านแตกต่างกันไป โดดเด่นด้วยเพชรขนาด 1 กะรัตขึ้นไปเพื่อเน้นความเป็น One in a million และต่างหูเพชร 5 กะรัตแบบ Emerald Cut อัพลุคหรูในทุกๆ วัน

ร่วมชมความหรูหราอลังการของเครื่องประดับเพชร ได้ตั้งแต่วันที่ 14-16 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ห้อง YULANIA VI ชั้น 9 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ

 

‘ท้องป่อง’ อาจไม่ใช่อ้วนลงพุง ระวัง ‘มะเร็งรังไข่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382067

‘ท้องป่อง’ อาจไม่ใช่อ้วนลงพุง ระวัง ‘มะเร็งรังไข่’

‘ท้องป่อง’ อาจไม่ใช่อ้วนลงพุง ระวัง ‘มะเร็งรังไข่’

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.12 น.

การสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีอาการเบื่ออาหาร ท้องอืด แน่นท้อง หรือแม้กระทั่งรู้สึกว่าตนเองมีพุง อาจเป็นสัญญาณของโรคทางนรีเวชบางประการ เช่น เนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่ รวมถึง “มะเร็งรังไข่” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่คุณผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

แพทย์หญิงชลิดา เรารุ่งโรจน์ สูติ-นรีแพทย์ เฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวชวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า มะเร็งรังไข่ พบมากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี แต่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 เนื่องจากในระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการแสดง และมักตรวจพบโรคในระยะแพร่กระจายแล้ว ทำให้ยากต่อการรักษา ซึ่งมะเร็งรังไข่ สามารถพบได้ในหลายช่วงอายุ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยหมดประจำเดือน พบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 40-60 ปี

ดังนั้น ผู้หญิงควรหมั่นสังเกตอาการต่างๆ ดังนี้ รู้สึกอืด แน่นท้อง ท้องโตมากขึ้น รับประทานอาหารได้น้อยลงหรือเบื่ออาหาร น้ำหนักเพิ่มหรือลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ขับถ่ายผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย ท้องผูกสลับท้องเสีย คลำพบก้อนที่ท้อง ซึ่งอาการข้างต้นอาจดูเหมือนเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้ จึงทำให้คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ละเลยที่จะเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชวิทยา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของมะเร็งรังไข่ จึงยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผลดีเท่าที่ควร แต่จากการศึกษาทางการแพทย์ พบปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งรังไข่ ดังนี้ 1.มีประวัติคนในครอบครัว โดยเฉพาะมารดา พี่สาว น้องสาว หรือลูกสาว เป็นมะเร็งรังไข่ 2.ประวัติเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งลำไส้ 3.มีประจำเดือนครั้งแรกเร็ว (ก่อนอายุ 12 ปี) และหมดประจำเดือนช้า (หลังอายุ 55 ปี) 3.ไม่เคยตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร

คุณผู้หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ควรหมั่นตรวจเช็คสุขภาพสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองมะเร็งสตรี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณผู้หญิงทุกคนที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวจะเป็นมะเร็งรังไข่ทั้งหมด เพียงแต่ต้องสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดกับตนเองให้มาก และไม่ละเลยอาการต่างๆ หากตรวจพบว่ามีก้อนในท้อง จะได้รีบทำการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ชมบูธแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงไฮคูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382046

ชมบูธแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงไฮคูล

ชมบูธแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงไฮคูล

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.13 น.

นายปรีชา วาณิชชากรพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายในประเทศ และนายปฏิพล วณิชชชากรพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายต่างประเทศ ให้เกียรติต้อนรับ นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ หัวหน้ากลุ่มงานสินค้าอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมคณะ ที่มาร่วมชมบูธแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงไฮคูล (Hi-Kool) ภายในงาน Thailand Motor Expo 2018  พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคอาเซียนอีกด้วยณ บูธ H09 ชาเลนเจอร์ฮออล์ 3 เมืองทองธานี

เปิด‘ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก’ อีกหนึ่งความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนหน้า

https://www.naewna.com/lady/381946

เปิด‘ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก’ อีกหนึ่งความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แผ่นดิน

เปิด‘ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก’ อีกหนึ่งความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แผ่นดิน

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวเปิดตัว “ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก” เป็นส่วนหนึ่งของศิริราช เพิ่มศักยภาพการรักษาพยาบาล และเชื่อมต่อระบบสาธารณสุขพื้นที่ภาคใต้ตอนบน รวมถึงการเรียนการสอน และการฝึกอบรม โอกาสนี้ชวนคนไทยสร้างศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกส่วนขยาย (ระยะที่ 2) ด้วยภาพยนตร์ชุด “ต้นกล้าศิริราช” โดยมี ผศ.ร.อ.ทพ.ชัชชัย คุณาวิศรุต รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ผู้แทนรักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รศ.นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ศิริราชมีความมุ่งมั่นหาแนวทางในการรักษาผู้ป่วยจำนวนมากท่ามกลางทรัพยากรที่มีจำกัดทั้งเรื่องสถานที่ บุคลากร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาได้ทั่วถึงมากขึ้น จึงได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการเชิงรุก เพิ่มศักยภาพศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกในการรักษาพยาบาล โดยมีศิริราชในฐานะรุ่นพี่ ให้การสนับสนุนด้านวิชาการ เชื่อมโยงองค์ความรู้ และฝึกฝนอบรมต่อยอดวิชาชีพแก่กัน ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงตลอดจนพื้นที่เขต 5 หรือภาคใต้ตอนบน (นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์) ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบเครือข่ายและการส่งต่อผู้ป่วย  ซึ่งนอกจากเป็นการขยายโอกาสการรักษาไปสู่ประชาชน ยังเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การขยายพื้นที่ฝึกฝนให้นักศึกษาแพทย์และแพทย์ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติงานเพื่อดูแลประชาชนอย่างเชี่ยวชาญ โดยมีบุคลากรศิริราชให้คำปรึกษาและร่วมวางแผนการดำเนินงานเพื่อก้าวต่อไปในอนาคต”

รศ.นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก กล่าวถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการผสานความร่วมมือครั้งนี้ว่า “สิ่งที่ศิริราชและศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกกำลังทำหน้าที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน ไม่ใช่แค่การเพิ่มสถานที่ บุคลากร หรืออุปกรณ์ในการรองรับผู้ป่วยแต่เราจะพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดโดยประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถรับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่ศูนย์การแพทย์ฯ โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลศิริราช

ขณะนี้จึงมีการพัฒนาอาคารส่วนขยายศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางที่ไม่ซับซ้อนในเขตพื้นที่นี้ได้มากขึ้นกว่าเดิม จากปกติเรามีเตียงเพียง 60 เตียง วางแผนจะเพิ่มเป็น 200 เตียง เพื่อดูแลผู้ป่วยในและผู้ป่วยหนักในห้องไอซียูได้มากขึ้น โดยที่ปัจจุบันมีผู้ป่วยรับบริการ 350,000 คนต่อปีหลังจากก่อสร้างเสร็จสามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มเป็น 700,000 คนต่อปี ซึ่งต้องใช้งบประมาณการก่อสร้างและจัดหาครุภัณฑ์ทั้งหมด 850 ล้านบาท โดยได้รับงบประมาณจากรัฐบาล 500 ล้านบาท ทางศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกต้องระดมทุนอีก 350 ล้านบาท เมื่อแล้วเสร็จก็จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่เรียนรู้และฝึกประสบการณ์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลได้อีกด้วย พื้นที่ตรงนี้จะช่วยให้นักศึกษาได้ลงมือฝึกปฏิบัติในโรคต่างๆได้มากขึ้น โดยมีอาจารย์หมอให้คำแนะนำ ได้ใกล้ชิดกับประชาชน รวมทั้งขยายขอบเขตการทำวิจัยด้านสุขภาพให้ครอบคลุมทั้งในระดับทุติยภูมิและตติยภูมิร่วมกันระหว่างแพทย์ทั้งสองโรงพยาบาล เพื่อสร้างคนให้เติบโตเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขต่อไป”

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกอีกหนึ่งความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แผ่นดิน ในวันนี้เปรียบเสมือน “ต้นกล้า” ที่พร้อมเติบโตเป็นร่มเงาให้ประชาชนได้พึ่งพิงยามเจ็บไข้ สร้างความยั่งยืน ด้วยการพัฒนาการเรียนการสอน การฝึกอบรม การวิจัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ และยังเป็นจุดเชื่อมโยงการให้บริการระบบสาธารณสุขในเขตพื้นที่ปริมณฑลและภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย

มาร่วมสมทบทุนพัฒนาศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ส่วนขยาย (ระยะที่ 2) เพิ่มโอกาสการรักษาอย่างทั่วถึงเพื่อคนไทย บริจาคได้ที่ ศิริราชมูลนิธิ กองทุนศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 901-7-00988-8/มูลนิธิศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ธนาคารไทยพาณิชย์เลขที่บัญชี 280-200388/งานการคลัง ชั้น 4 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 316-304130-9 หรือสแกนผ่าน QR CODE ทาง Application ธนาคารต่างๆ

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์ต้องการขอรับใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมแจ้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ พร้อมระบุว่าบริจาคสมทบทุนสร้างอาคารส่วนขยายศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก (D003884) โดยส่งผ่านทาง e-mail: donate_siriraj@hotmail.com, Line Offical: @sirirajfoundation, โทรสาร 02-4197687 ทางไปรษณีย์ : ศิริราชมูลนิธิ เลขที่ 2 ตึกมหิดลบำเพ็ญชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช ถนนวังหลังแขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700เพื่อจะได้จัดส่งใบเสร็จต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานกิจกรรมพิเศษและสิทธิประโยชน์ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก โทร.02-8496799 วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น.

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 27

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381950

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 27

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 27

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์

เผยรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 27

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าวการประกาศผลตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 27 ประจำปี 2561 โดยมี ศ.คลินิก นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะรองประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ, บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ และ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการรางวัลนานาชาติมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ, มร.สตัฟฟาน แฮร์สเตริม ฯพณฯ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย และ มร.ปีเตอร์ เฮย์มอนด์ อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ให้เกียรติร่วมงานณ ห้องสมเด็จพระบรมราชชนก ชั้น 2 ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ในฐานะรองประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ1 มกราคม 2535 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัล, ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 100,000 เหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมามีบุคคลหรือองค์กรได้รับรางวัลแล้วทั้งสิ้น 79 ราย โดยในปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ทั้งสิ้น 49 ราย จาก 25 ประเทศ ซึ่งคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการได้พิจารณากลั่นกรอง และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติได้พิจารณาจากผู้ได้รับการเสนอชื่อรวม 3 ปี ตั้งแต่ปี 2559–2561 เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้าย

 

ด้าน บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 ประกอบด้วย สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศ.นพ.ไบรอัน เจ. ดรูเคอร์ (Professor Brian J.Druker) และศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง (Professor Dr.Mary-Claire King) ผลงานการค้นพบที่สำคัญของ ศ.นพ.ไบรอัน เจ.ดรูเคอร์ คือการค้นพบยาต้นแบบในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบมุ่งเป้า ส่งผลให้เกิดองค์ความรู้ในการพัฒนาวิธีการรักษาแบบมุ่งเป้าอย่างก้าวกระโดด และ ศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง ที่ค้นพบยีนสำคัญที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านมที่ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม และการพัฒนาชุดตรวจมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจยีน ทำให้สามารถคัดกรองคนทั่วไปที่มีความเสี่ยงและวางแผนการเฝ้าระวังโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีบทบาทสำคัญยิ่งในการศึกษาความรู้พื้นฐาน การพัฒนาแนวทางวินิจฉัย และการรักษาโรคมะเร็งที่พบบ่อย ส่งผลในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ในวงกว้าง ลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรคมะเร็งเต้านมได้จำนวนหลายล้านคนทั่วโลก

 

ด้าน สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศ.นพ.จอห์น ดี.คลีเมนส์ (Professor John D. Clemens) และ ศ.นพ.ยอน อาร์.
โฮล์มเกรน (Professor Jan R. Holmgren) ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นเวลากว่า 30 ปีในการศึกษาค้นคว้าวิจัย และพัฒนาวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคชนิดกิน ที่ได้รับการทดสอบทางคลินิกจนเป็นที่ยอมรับโดยองค์การอนามัยโลก ผลงานของทั้งสองคน
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายจากวัคซีนชนิดฉีด เป็นการแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิดกินแทน และสนับสนุนคลังวัคซีนสำหรับหลายประเทศทั่วโลกที่มีปัญหาหรือมีความเสี่ยงต่อการระบาดของอหิวาตกโรค ทำให้ช่วยป้องกันโรคได้ในวงกว้าง ลดการเสียชีวิตจากอหิวาตกโรคได้ในประชากรหลายล้านคนทั่วโลก

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 ในวันที่31 มกราคม 2562 เวลา 17.30 น.ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และในวันที่ 30 มกราคม 2562 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะผู้ริเริ่มรางวัลอันทรงเกียรติจะเชิญผู้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล มาเยือนและแสดงปาฐกถาเกียรติยศ ในผลงานที่ได้รับด้วย